‘ชัยวุฒิ’ ลุยหาเสียงประจวบฯ ช่วย ‘คิง ก่อนบ่าย’ พปชร.หนุนกิฬาพื้นบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547318

21 เม.ย. 2566

'ชัยวุฒิ' ลุยหาเสียงประจวบฯ ช่วย 'คิง ก่อนบ่าย' พปชร.หนุนกิฬาพื้นบ้าน

‘ชัยวุฒิ’ กราบพระเจ้าตาก ก่อนลุยหาเสียงช่วย ‘คิง ก่อนบ่าย’ เบอร์ 11 ประจวบฯ เขต 1 พลังประชารัฐ ประกาศพร้อมหนุน ประเพณีวัวลาน กีฬาพื้นบ้าน ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ประชาชน

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วย นายณภัทร ชุ่มจิตตรี หรือ คิง ก่อนบ่าย ผู้สมัคร สส.เขต 1 จ.ประจวบคีรีขันธ์ เบอร์ 11 พรรคพลังประชารัฐ เบอร์ 37 ลงพื้นที่จ.ประจวบฯ ร่วมงานประเพณีวัวลาน กีฬาพื้นบ้าน ของชาวจ.ประจวบฯ และพบปะพี่น้องประชาชน พร้อมสักการะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และสมเด็จพระนเรศวรมหาราช บรรพชนที่รักชาติ รักแผ่นดิน ทำเพื่อส่วนรวม เสียสละชีวิต เสียสละเลือดเนื้อเพื่อแผ่นดินไทย

โดยนายชัยวุฒิ กล่าวถึงประเพณีวัวลานว่า กีฬาวัวลานก็เป็นกีฬาพื้นบ้านที่สําคัญในจ.ประจวบคีรีขันธ์ หวังว่ากีฬานี้ก็จะได้รับการสืบสาน สืบทอดต่อไป เพราะนอกจากจะเป็นความสนุกสนาน เป็นความเพลิดเพลินของผู้ที่มาเล่น มาชมแล้ว ยังเป็นการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วย 

“เพราะวัวลานตัวหนึ่ง ถ้าเลี้ยงกันดีๆ ตัวหนึ่งหลายแสนมีราคาที่ดี ก็เป็นรายได้ที่ดีให้พี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงวัวด้วย แล้วก็เป็นการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง”

งานประเพณีวัวลาน กีฬาพื้นบ้าน ของชาวจ.ประจวบฯ งานประเพณีวัวลาน กีฬาพื้นบ้าน ของชาวจ.ประจวบฯ

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เยี่ยมชมประเพณีวัวลาน กีฬาพื้นบ้าน นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เยี่ยมชมประเพณีวัวลาน กีฬาพื้นบ้าน

“อย่างวันนี้ผมมาที่วัดหนองเสือ ที่จ.ประจวบฯ มีแข่งวัวลานเป็นงานวัด มีพี่น้องประชาชนมาจํานวนมาก ร้านค้า ร้านอาหารต่างๆก็มาขายของกัน ก็เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีมาก” นายชัยวุฒิ กล่าว

ประเพณีวัวลานกีฬาพื้นบ้าน จ.ประจวบฯประเพณีวัวลานกีฬาพื้นบ้าน จ.ประจวบฯ

นายชัยวุฒิ กล่าวอีกว่า ทางรัฐบาล โดยเฉพาะทางพรรคพลังประชารัฐ จะมีนโยบายสําคัญ ที่จะสนับสนุนกีฬาพื้นบ้านทุกชนิด ทั้งวัวลาน วัวชน ไก่ชน ทุกอย่างที่เป็นกีฬาพื้นบ้านของไทย ต้องได้รับการอนุรักษ์สืบสานต่อไป และที่สําคัญต้องยกระดับให้เป็นกีฬาแห่งชาติด้วย

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้า พปชร.ปราศรัยหาเสียงช่วย คิง ก่อนบ่าย เบอร์ 11 ประจวบฯ เขต1 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้า พปชร.ปราศรัยหาเสียงช่วย คิง ก่อนบ่าย เบอร์ 11 ประจวบฯ เขต1

‘เทวัญ’ ลุยหาเสียง ชูหั่นค่า FT ช่วยเหลือประชาชนสู้ ‘ค่าไฟแพง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547314

21 เม.ย. 2566

'เทวัญ' ลุยหาเสียง ชูหั่นค่า FT ช่วยเหลือประชาชนสู้ 'ค่าไฟแพง'

‘เทวัญ’ ลุยหาเสียง ชูหั่นค่า FT ช่วยเหลือประชาชนสู้ค่าไฟแพง ผุดมอเตอร์เวย์- เด็กเรียน 3 ภาษา ฝาก กกต.ลงพื้นที่ด่วน พบบางพรรคส่อไม่สุจริต ขณะที่ตระกูลเชิดชัย เปิดอู่ ชูมือ เลขาชาติพัฒนากล้า เป็น สส.เขต 1 โคราช แน่

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้าและผู้สมัคร สส.หมายเลข 5 เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครราชสีมา ได้ไปพบปะกับพนักงานของศูนย์การค้าเดอะมอลล์นครราชสีมา และพนักงานของบริษัทอู่เชิดชัย คอร์ปอเรชั่น จำกัด ของ“สุรวุฒิ เชิดชัย” และบริษัทอู่เชิดชัย จำกัด ของ “ดร.อัสนี เชิดชัย” ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น

หั่นค่าFT-มอเตอร์เวย์-เรียน 3 ภาษา

โดยมีพนักงานจำนวนมมาก มารอรับฟังการปราศรัยชี้แจงนโยบายของพรรคฯ โดยเฉพาะนโยบายด้านพลังงาน การรื้อโครงสร้างพลังงาน การลดค่ากลั่นน้ำมัน หั่นค่า FT ไฟฟ้า เพื่อช่วยเหลือประชาชนสู้ค่าไฟแพง

ตระกูลเชิดชัย เปิดอู่ ให้ เทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้า เข้าไปหาเสียง

ตระกูลเชิดชัย เปิดอู่ ให้ เทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้า เข้าไปหาเสียง

การสร้างระเบียงเศรษฐกิจทุกภูมิภาค การเพิ่มนักท่องเที่ยว การสร้างมอเตอร์เวย์ทั่วไทยทุกทิศ การสร้างเด็กไทย 3 ภาษา ยกเลิกแบล็กลิสต์กู้ได้ ดอกเบี้ยเป็นธรรม รายได้ไม่เกิน 40,000 บาทไม่ต้องเสียภาษี เป็นต้น

นายเทวัญฯ ได้เปิดเผยว่า หลังลงพื้นที่พบกับชาวบ้านในเขตเลือกตั้งที่ 1 ต.ในเมือง ต.หนองไผ่ล้อม และ ต.โพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา ตนก็มั่นใจว่าชาวนครราชสีมา ยังเชื่อมั่นในผลงานและนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า 

ฝาก กกต.ดูแลสนามโคราชส่อไม่สุจริต

แต่สิ่งที่เป็นห่วงขณะนี้คือการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งของผู้สมัครบางพรรคการเมืองที่ให้หัวคะแนนไปจดรายชื่อประชาชนในทุกชุมชน เพื่อเตรียมใช้เงินซื้อเสียงสัญญาว่าจะให้ จะทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมและเป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตย

“ผมฝากให้ กกต.ได้ลงพื้นที่สอดส่องการกระทำของผู้สมัครบางพรรคการเมือง เป็นการด่วนด้วย”

จากนั้นในช่วงบ่าย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคฯ และผู้สมัคร สส.หมายเลข 5 เขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครราชสีมา ได้ต้อนรับ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ซึ่งเดินทางมาช่วยหาเสียงพบปะพี่น้องประชาชนชาวโครราช ที่ Food Park เซ็นทรัลโคราช 
 

โดยมีขวัญใจนักกีฬาเทควันโด้ “วิว” เยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรคชาติพัฒนากล้า ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 5 ร่วมหาเสียงในครั้งนี้ โดยชูนโยบาย” โคราชโนมิกส์” นำเศรษฐกิจยุคทองกลับมา

ก่อนที่คณะผู้บริหารพรรคชาติพัฒนากล้า จะเดินทางไปเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ให้กับนายสมบัติ กาญจนวัฒนา ผู้สมัคร สส.เขต 4 เบอร์ 4 ในพื้นที่เขตเลือกตั้ง อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา

'เทวัญ' ลุยหาเสียง ชูหั่นค่า FT ช่วยเหลือประชาชนสู้ 'ค่าไฟแพง'
'เทวัญ' ลุยหาเสียง ชูหั่นค่า FT ช่วยเหลือประชาชนสู้ 'ค่าไฟแพง'
'เทวัญ' ลุยหาเสียง ชูหั่นค่า FT ช่วยเหลือประชาชนสู้ 'ค่าไฟแพง'
'เทวัญ' ลุยหาเสียง ชูหั่นค่า FT ช่วยเหลือประชาชนสู้ 'ค่าไฟแพง'
'เทวัญ' ลุยหาเสียง ชูหั่นค่า FT ช่วยเหลือประชาชนสู้ 'ค่าไฟแพง'

‘ธรรมนัส’ ลุยหาเสียงพะเยา ชู รักบ้านเกิด-แก้แหล่งน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547308

21 เม.ย. 2566

'ธรรมนัส' ลุยหาเสียงพะเยา ชู รักบ้านเกิด-แก้แหล่งน้ำ

‘ธรรมนัส’ ลุยหาเสียงพะเยา ชู รักบ้านเกิด พร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสนามบินพะเยา แก้ปัญหาแหล่งน้ำและสิทธิทำกิน ขออย่าลืม 14 พฤษภาฯ นี้ บัตรสีม่วงกาเบอร์ 6 บัตรสีเขียวกาเบอร์ 37

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร สส.เขต 1 จังหวัดพะเยา เบอร์ 6 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)เบอร์ 37 ในฐานะประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ พร้อมทีมงานผู้ช่วยหาเสียง ไปพบปะทักทาย พ่อค้า แม่ค้า และพี่น้องประชาชนทั่วไปที่ตลาดสดตำบลป่าแฝก อ.แม่ใจ จ.พะเยา ซึ่งได้รับการต้อนรับจากพ่อค้าแม่ค้า และพี่น้องประชาชน รวมถึงบรรดาแม่บ้าน อสม.และผู้นำท้องที่ท้องถิ่น มาให้กำลังใจและมอบพวงมาลัยเป็นจำนวนมาก พร้อมส่งเสียงเชียร์ “ผู้กองธรรมนัส สู้สู้” ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก

โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวทักทายกับพ่อค้า แม่ค้า และประชาชน ที่มาจับจ่ายซื้อของในตลาดสดตำบลป่าแฝก ช่วงหนึ่งว่า วันนี้มาขอขอบคุณทุกท่านที่เมื่อ 4 ปีที่แล้วได้เลือกตนเข้าไปเป็นผู้แทนของพวกท่าน ไปนั่งในสภาผู้แทนราษฎรและยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา พ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอแม่ใจ คงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองเรา ทั้ง 6 ตำบล 66 หมู่บ้าน ว่ามีความเปลี่ยนแปลงพัฒนาจากเดิมไปอย่างไรบ้าง โดยเรื่องของการพัฒนาแหล่งน้ำคือหนองเล็งทราย นั้นแตกต่างจากเดิมเมื่อตนเองยังเป็นเด็ก เรียนอยู่โรงเรียนแม่ใจวิทยาคม จนกลับมาอีกครั้งก่อนเล่นการเมืองเป็นอย่างไรก็รู้กันอยู่ แต่พอตนเข้าไปเป็นผู้แทนช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เราสามารถผลักดันงบประมาณมาพัฒนาแหล่งน้ำหนองเล็งทรายนี้ ที่เป็นหัวใจของชาวบ้าน ทุกหมู่บ้านทุกตำบล และยังส่งอานิสงส์ไปถึงตำบลอื่นๆ ของอำเภอพาน อีกด้วย

ผลักดันแหล่งน้ำ-เปลี่ยน ส.ปก.เป็นโฉนด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปริมาณน้ำในหนองเล็งทรายทุกวันนี้มีปริมาณมาก แต่จะต้องผลักดันและดูแลพัฒนาต่อไป เพราะต่อไปเพราะน้ำคือชีวิต ถ้าไม่มีน้ำก็จะมีปัญหาได้ ที่สำคัญคือระบบกระจายน้ำสู่พื้นที่เกษตร ที่จะต้องผลักดันให้ทั่วถึงต่อไป ซึ่งตนเองได้มอบหมาบให้ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น เสนอแผนงานเข้ามาให้พิจารณา และส่งต่อหน่วยงานเกี่ยวข้องดำเนินการต่อไปเพื่อให้ระบบน้ำ รวมถึงอ่างเก็บน้ำต่างๆ มีปริมาณเพียงพอใช้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังมีสิ่งดีที่จำเป็นต้องผลักดันคือ ท่านที่มีสิทธิที่ดินเป็น ส.ป.ก. ก็มีนโยบายผลักดันสำคัญ และกำหนดจะทำทันทีหลังจากจัดตั้งรัฐบาลคือ การเปลี่ยน ส.ป.ก เป็นโฉนด ส่วนใครที่ทำกินอยู่ในที่ ที่ได้รับอนุญาตเช่นป่าหรืออุทยานแห่งชาติ ก็จะเปลี่ยนเป็น ส.ป.ก.4-01 ขอให้คอยติดตามความเป็นรูปธรรม ซึ่งจะทำทีนทีหลังเป็นรัฐบาล

ร.อ.ธรรมนัส ลุยหาเสียงจ.พะเยา บ้านเกิดร.อ.ธรรมนัส ลุยหาเสียงจ.พะเยา บ้านเกิด

ร.อ.ธรรมนัส ลุยหาเสียงจ.พะเยา บ้านเกิดร.อ.ธรรมนัส ลุยหาเสียงจ.พะเยา บ้านเกิด

“พ่อแม่พี่น้องครับ มีหลายสิ่งหลายอย่างและนโยบายสำคัญที่จะทำครับ ผมเติบโตมาจากอำเมืองพะเยา และอำเภอแม่ใจ มีความผูกพันในพื้นที่เขต 1 อย่างมาก พ่อแม่พี่น้องก็เห็นว่าผมรักบ้านเกิดของผมมาก และทำงานมาตลอดช่วงเป็นผู้แทน 4 ปี และจะทำเพื่อบ้านเมืองเราต่อไป เราจะมีสนามบินที่จังหวัดพะเยา ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในปี2567 ด้วย

ดังนั้นในวันที่ 14 พฤษภาฯ เดือนหน้านี้ ขอฝากพ่อแม่พี่น้องทุกท่านว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ก็ต้องออกไปใช้สิทธ์กัน แม้ไม่ชอบการเมือง แต่การเมืองเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ต้องอยู่กับมัน ฉะนั้นก็ต้องไปเลือกคนที่ได้ใช้ ได้เกิดประโยชน์กับบ้านกับเมืองเรา ดังนั้นวันที่ 14 พฤษภาฯ บัตรสีม่วงกาเบอร์ 6 บัตรสีเขียวกาเบอร์ 37 เพื่อเข้าไปเป็นรัฐบาลครับ”

ร.อ.ธรรมนัส ลุยหาเสียงจ.พะเยา บ้านเกิดร.อ.ธรรมนัส ลุยหาเสียงจ.พะเยา บ้านเกิด

ดันสร้างสนามบินพะเยา-สิทธิทำกิน

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องสำคัญที่ได้พูดคุยกับประชาชนในพื้นที่จ.พะเยา คือการพัฒนาแหล่งน้ำ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องทำต่อเนื่องจากสี่ปีที่ผ่านมา รวมถึงโครงการสร้างสนามบินพะเยา และเรื่องสิทธิทำกิน การพัฒนาอาชีพต่างๆ ส่วนเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ปัญหาสำหรับภาพรวมภาคเหนือ 8 จังหวัดคือการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งทวีความรุนแรงจากปีก่อนมาก ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ ว่าเราจะต้องแก้ปัญหาอย่างไร

ร.อ.ธรรมนัส ลุยหาเสียงจ.พะเยา บ้านเกิดร.อ.ธรรมนัส ลุยหาเสียงจ.พะเยา บ้านเกิด

เมื่อถามว่ามีการตั้งความหวังผลการเลือกตั้งจ.พะเยาอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ในส่วนเขต 1 ของตนเองมั่นใจไม่น่ามีปัญหา ส่วนเขต 2 และเขต 3 เมื่อวานก็ลงพื้นที่ไปพบปะปราศรัยหาเสียงกับพ่อแม่พี่น้อง ซึ่งวันนี้ก็จะไปต่อที่อำเภอดอกคำใต้ และภูกามยาว จึงมั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะเช่นกัน ทั้งนี้ ในวันที่ 22 เม.ย. นี้ตนเองจะไปช่วยปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดนครราชสีมา หลังจากนั้นจะกลับมาช่วยปราศรัยหาเสียงทางภาคเหนือ ทั้งเชียงใหม่ เชียงราย และพะเยา จึงขอฝากประชาชนทั้ง 77 จังหวัด ว่า วันที่ 14 พฤษภาคม นี้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเลือกผู้แทนของท่านไปเป็นปากเสียงแทนในสภาผู้แทนราษฎร

มวลชนผู้กองธรรมนัสมวลชนผู้กองธรรมนัส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (21 เม.ย.2566) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร สส.เขต 1 เบอร์ 6 จังหวัดพะเยา และในฐานะประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ พร้อมด้วยนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะกรรมการบริหารพรรค นายจีรเดช ศรีวิราช ผู้สมัคร สส.เขต 3 เบอร์ 6 และนายอนุรัตน์ ตันบรรจง ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 6 ได้ไปปราศรัยหาเสียงที่หอประชุมเทศบาลดอกคำใต้ ต.ดอนศรีชุม อ.ดอกคำใต้ เวลา 09.00 น.-12.00 น. และปราศรัยหาเสียง ณ หอประชุมโรงเรียนดงเจนวิทยาคม อ.ภูกามยาว จ.พะเยา เวลา 13.00 น.- 16.00 น. ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่มาให้กำลังใจและมารับฟังนโยบายของพรรคฯ เป็นจำนวนมาก

ร.อ.ธรรมนัส ลุยหาเสียงจ.พะเยา บ้านเกิดร.อ.ธรรมนัส ลุยหาเสียงจ.พะเยา บ้านเกิด

เนชั่นวิเคราะห์ : ส่อง 14 จังหวัดใต้ ‘ประชาธิปัตย์’ ยังเหนียวแบบเสียวสันหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547295

21 เม.ย. 2566

เนชั่นวิเคราะห์ : ส่อง 14 จังหวัดใต้ 'ประชาธิปัตย์' ยังเหนียวแบบเสียวสันหลัง

เลือกตั้ง66 : เปิดข้อมูล ‘เนชั่นวิเคราะห์’ พื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ แนวโน้ม ‘พรรคประชาธิปัตย์’ ยังครองแชมป์หลายพื้นที่ แบบมีเสียวสันหลัง อาจโดนโค่นหลายเขต

สื่อในเครือเนชั่น เปิดเผยข้อมูล ‘เนชั่นวิเคราะห์’ ครั้งที่ 1 ศึกเลือกตั้ง 2566 ทั้ง 400 เขตเลือกตั้ง ‘พรรคไหนครองบ้าง’ ซึ่งจัดทำโดยทีมข่าวเครือเนชั่น สำนักข่าวเนชั่น เนชั่นทีวี 

‘คมชัดลึก’ นำ 1 ไฮไลท์ของเนชั่นวิเคราะห์ จากศูนย์ข่าวภาคใต้ วิเคราะห์เลือกตั้ง66 ในพื้นที่ 14  จังหวัดภาคใต้ ดังนี้

1. กระบี่ 

กระบี่ เดิมเป็นพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์มายาวนาน ในยุคที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นขวัญใจคนใต้ ในอดีตส.ส.กระบี่ที่ผู้คนคุ้นชื่อ และรู้จักดี คือ นายอาคม เอ่งฉ้วน และ นายพิเชษฐ์  พันธุ์วิชาติกุล  แต่การเลือกตั้งในปี 2562 ซึ่งมีแค่ 2 เขตเลือกตั้ง ตำแหน่งส.ส.ทั้ง 2 เขต ตกเป็นตระกูลเกี่ยวข้อง คือ นายสาคร  เกี่ยวข้อง และนายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ทั้งคู่แม้จะนามสกุลเดียวกัน แต่อยู่กันคนละพรรค นายสาครอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนนายสฤษฏ์พงษ์ อยู่พรรคภูมิใจไทย 

การเลือกตั้งปี 2566 แม้จะเพิ่มเป็น 3 เขตเลือกตั้ง แต่ยังคงเป็นการแข่งขันกันระหว่าง 2 พรรค คือ เจ้าของพื้นที่เดิมพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ผู้ท้าชิงที่เข้ามาเขย่าขวัญแชมป์ในการเลือกตั้งครั้งก่อน ส่วนผู้สมัครเพิ่มเป็น 3 เขต 4 ตระกูล คือ ตระกูลภูเก้าล้วน ,กิตติธรกุล ,เกี่ยวข้อง และพันธ์วิชาติกุล ส่วนตระกูลเอ่งฉ้วน ตระกูลการเมืองดั้งเดิม เริ่มค่อยๆหายออกจากระบบการเมืองระดับชาติ หลังนายอาคม เอ่งฉ้วนเสียชีวิต เมื่อปี 2563 

เขตเลือกตั้งที่ 1 เป็นการช่วงชิงกันในรุ่นลูก คือ นายกิตติ กิตติธรกุล หมายเลข 2 จากพรรคภูมิใจไทย คนหนุ่มรุ่นใหม่หลานชายนายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด แข่งกับ  นายธนวัช ภูเก้าล้วน จาก พรรคประชาธิปัตย์  หมายเลข 3 ลูกชายนายกีระติศักดิ์ ภูเก้าล้วน อดีตนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ หลายสมัย

เขตนี้ในช่วงแรก  นายกิตติ จากพรรคภูมิใจไทย ยังเหนือกว่า นายธนวัช จากพรรคประชาธิปัตย์อยู่พอสมควร ในฐานะเจ้าของพื้นที่ และแรงหนุนจากโกหงวน นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกฯอบจ.กระบี่ที่มฐานเสียงในเขตนี้ค่อนข้างหนาแน่นกว่าตระกูลภูเก้าล้วน นายธนวัช ต้องรอกระแสพรรคในช่วงโค้งสุดท้าย จึงพอจะมีสิทธิ์เบียดขึ้นมาแย่งเก้าอี้ได้

โค้งแรกให้นายกิตติ จากภูมิใจไทยนำ นายธนวัช จากเพื่อไทย 

เนชั่นวิเคราะห์ : ส่อง 14 จังหวัดใต้ 'ประชาธิปัตย์' ยังเหนียวแบบเสียวสันหลัง

เขตเลือกตั้งที่ 2  นายสาคร เกี่ยวข้อง  พรรคประชาธิปัตย์  หมายเลข5 ชิงกับ นายถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ พรรคภูมิใจไทย  หมายเลข 4 อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ หลายสมัยจากกลุ่มรักษ์กระบี่ ของนายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายก อบจ.กระบี่ เป็นผู้ท้าชิง 

การประเมินรอบแรก เป็นนายสาคร จากประชาธิปัตย์ ที่เหนือกว่า นายถิรเดช จากภูมิใจไทยหลายช่วงตัว จากฐานคะแนนเสียงของพรรค และฐานคะแนนส่วนตัวของตระกูล

เขตเลือกตั้งที่ 3  นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง    พรรคภูมิใจไทย หมายเลข 1 สู้ศึกนางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล   พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 ที่ต้องการยึดพื้นที่คืน เนื่องจากที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์เป็นเจ้าของพื้นที่มายาวนาน 
เขตนี้ต้องวัดกันว่า ตระกูลพันธุ์วิชาติกุล จะช่วงชิงเก้าอี้คืนจากตระกูลเกี่ยวข้องได้หรือไม่ 

แต่ในช่วงต้น ยังต้องยกให้นายสฤษฏ์พงษ์  จากภูมิใจไทย เหนือกว่าในฐานะแชมป์เก่า 
 

2. ชุมพร  

จังหวัดชุมพร การเลือกตั้งครั้งนี้ ยังคงเป็น 3 เขตเลือกตั้ง เช่นเดิม และเช่นกันชุมพรเป็นพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด จะมีเปลี่ยนพรรคบ้างก็แค่การเลือกตั้ง เมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่นำโดยนายสุเทพ  เทือกสุบรรณ ชนะการเลือกตั้งเป็นครั้งแรก โดยนายสุพล  จุลใส เอาชนะนายธีระชาติ ปางวิรุฬห์ จากพรรคประชาธิปัตย์ไปแบบขาดลอย 

เลือกตั้งครั้งนี้ ตระกูลจุลใส ตระกูลการเมืองใหญ่ของชุมพร ที่นำโดยลูกหมี นายชุมพล  จุลใส ย้ายมาสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ ทำให้ต้องเป็นการเผชิญหน้ากับพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 3 เขตเลือกตั้งเป็นครั้งแรก หลังจากปี 2562 ลูกหมียังสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และรักษาพื้นที่ให้พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยการชนะพรรคพลังประชารัฐที่มาแรงมากในปีนั้น ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ก่อนถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง แต่ก็ยังสนับสนุนนายอิสระพงษ์  มากอำไพ น้องภรรยา จากพรรคประชาธิปีตย์ ให้ชนะในการเลือกตั้งซ่อม  

เขตเลือกตั้งที่ 1   นายวิชัย สุดสวัสดิ์  พรรครวมไทยสร้างชาติ หมายเลข 11  อดีตสจ.เขตสวี  คนสนิทที่เป็นมือขวาของนายชุมพล จุลใส หรือ “สส.ลูกหมี” ลงสมัครเป็นตัวแทนลูกหมีที่ถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง โดยลูกหมีหมายมั่นปั้นมือ ที่จะช่วยนายวิชัยให้ชิงเก้าอี้ส.ส.เขตนี้ คืนจากนายอิสรพงษ์ มากอำไพ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นน้องเมียของ ที่ลูกหมีสนับสนุนให้ลงเลือกตั้งซ่อมครั้งที่ผ่านมา โดยครั้งนี้นายอิสรพงษ์ หรือตาร์ท ปฏิเสธที่จะย้ายพรรคไปสังกัดรวมไทยสร้างชาติตามที่พี่ภรรยาชักชวน ทั้งคู่เลยต้องเปิดศึกสายเลือดกันในเขตนี้ 

ยกแรกแม้ลูกหมีจะมีพลังมากในเขตเลือกตั้งที่ 1 แต่เมื่อตัวลูกหมีไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเอง ทำให้กระแสส่วนตัวอาจแผ่วลงไป ขณะที่ฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชุมพร บวกฐานเสียงส่วนตัวของ ส.ส.ตาร์ทที่มีภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ที่ชัดเจน ทำให้ส.ส.ตาร์ทจากพรรคประชาธิปัตย์ มีภาษีเหนือกว่านายวิชัยเล็กน้อย คู่นี้ในเขตนี้ ต้องไปวัดกระแส และกระสุนกันอีกรอบในช่วงโค้งสุดทายของการหาเสียง 

ประเมินรอบแรก นายอิสรพงษ์ จากประชาธิปัตย์นำ นายวิชัยอยู่ไม่มากนัก 
 
เขตเลือกตั้งที่ 2  นายสันต์ แซ่ตั้ง  รวมไทยสร้างชาติ หมายเลข 12 อดีตรองนายกอบจ.ชุมพรและหนึ่งในคนสนิทของ “ ลูกหมี”นายชุมพล จุลใส สนามนี้เจอศึกหนัก จากตระกูล”อ่อนละมัย” ตระกูลการเมืองใหญ่อีกตระกูล เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่ง นายสราวุธ อ่อนละมัย พรรคประชาธิปัตย์ ลูกชายของอดีตส.ส.ชุมพรหลายสมัย ศิริศักดิ์  อ่อนละมัย เจ้าของพื้นที่ 
คอการเมืองในพื้นที่ให้เครดิตตระกูลอ่อนละมัย ยังเหนือกว่าการผลักดันของตระกูลจุลใส เพราะเขตเลือกตั้งนี้ไม่ใช่พื้นที่หลักของตระกูลจุลใส  

เขตนี้การประเมินรอบแรก นายสราวุธจึงเหนือกว่านายสันต์ แต่ก็ไม่มากนักน่าจะเบียดกันแบบสูสี ขึ้นอยู่กับกระแสของพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา ว่าจะส่งผลให้นายสันต์เกาะกระแสขึ้นชนะนายสราวุธในช่วงปลายเกมได้หรือไม่ 

ยกแรกนายสราวุธ จากประชาธิปัตย์เหนือกว่า นายสันต์จากรวมไทยสร้างชาติ 

เขตเลือกตั้งที่ 3  เขตนี้ นายสุพล จุลใส หรือ  “ลูกช้าง” ที่เคยสวมเสื้อพรรครวมพลังประชาชาติไทย และชนะการเลือกตั้งในปี 2562 ปีนี้ย้ายมาสังกัด พรรครวมไทยสร้างชาติ  งานนี้แม้จะมีคู่แข่งคือ นายมีศักดิ์ ภักดีคง  พรรคประชาธิปัตย์ อดีตอธิบดีกรมประมง เป็นผู้ท้าชิง แต่คอการเมืองยังให้นายสุพลเหนือกว่าหลายช่วงตัว เพราะนายมีศักดิ์ ถือว่าใหม่มากสำหรับการเมืองระดับชาติ แม้ะสวมเสื้อประชาธิปัตย์ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะเอาชนะนายสุพลได้ 

การประเมินรอบแรก นายสุพลยังนำแบบไม่เห็นฝุ่น 

3. ตรัง 

จังหวัดตรัง ในวันที่บารมีของนายหัวชวน นายชวน  หลีกภัย  อดีตนายกรัฐมนตรีสองสมัยเริ่มแผ่ว วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ถูกท้าทายทั้งจากพลพรรคค่ายสีน้ำเงิน ภูมิใจไทยที่ระดมทัพใหญ่ลงมา และพรรคพลังประชารัฐซึ่งการเลือกตั้งในปี 2562 สามารถสร้างรอยแค้นให้กับพรรคประชาธิปัตย์ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งเป็นพื้นที่หลักของนายชวน  หลีกภัยมาหลายสมัย

เลือกตั้งปี 2566 จึงเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง 3 พรรค คือ พรรคประชาธิปัตย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย 
เขตเลือกตั้งที่ 1  นายกิตติพงศ์  ผลประยูร  ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ หน้าใหม่ก็จริงแต่เดินทำงานลงพื้นที่หาเสียงมานานประมาณปีครึ่ง โดยได้รับการสนับสนุนจาก นายนิพันธ์  ศิริธร อดีต ส.ส.ตรัง เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ แชมป์เก่าในการเลือกตั้ง ปี 2562 เลือกตั้งครั้งนี้ขยับขึ้นไปสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 

เขตนี้นายกิตติพงศ์ ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ ยังไม่สามารถยึดครองความได้เปรียบเหนือ นายแพทย์ตุลกานต์  มักคุ้น จากพรรคประชาธิปัตย์ได้ เพราะฐานเสียประชาธิปัตย์ และเดิมพันครั้งสุดท้ายของนายหัวชวน ยังน่าจะขลังพอที่สนับสนุนหมอตุลที่เป็นคนใกล้ชิดของตระกูลหลีกภัย  ให้มีคะแนนนำจนเข้าป้ายได้ แม้หมอตุลย์ ยังไม่ได้รับการยอมรับจากคนในพื้นที่เท่าที่ควรก็ตาม 

การประเมินรอบแรก หมอตุล ยังเหนือกว่า นายกิตติพงษ์แบบไม่มากนัก

เขต 2  นายสาทิตย์  วงษ์หนองเตย พรรคประชาธิปัตย์  ส.ส.หลายสมัย ทำงานในพื้นที่ต่อเนื่อง  ขณะที่คู่แข่งสำคัญคือ นายทวี สุระบาล อดีตส.ส.รุ่นพีของนายสาทิตย์ จากพรรคประชาธิปัตย์ รอบนี้ย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ  รอบนี้แม้นายทวีจะพกพาความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า แต่คอการเมืองยังให้นายสาทิตย์ได้เปรียบ

ทั้งจากฐานคะแนนพรรค ฐานคะแนนส่วนตัว เพราะนายสาทิตย์ มีทีมงานน้องชาย คือ นายสาวุธ วงษ์หนองเตย คอยประคองฐานคะแนนเสียง และมวลชนในพื้นที่มาโดยตลอด นายสาวุธ เป็นน้องชายคนเดียวที่ไม่ลงเล่นการเมือง แต่มีพรรคพวกและมวลชนในพื้นที่จังหวัดตรังค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นผลต่อฐานคะแนนของนายสาทิตย์ค่อนข้างมาก มวลชนบางกลุ่มถึงกับบอกว่า แม้ไม่ชอบสาทิตย์ แต่ก็ยังเกรงใจสาวุธ 

การประเมินรอบแรก นายสาทิตย์ จึงยังเหนือกว่านายทวี  

เขต 3 นางสาวสุณัฐชา  โล่สถาพรพิพิธ  พรรคประชาธิปัตย์ เป็นเขตเดียวของจ.ตรัง ที่เชื่อว่าชนะคู่แข่งขาดลอยคะแนนน่าจะมาเป็นอันดับ 1 ของ จ.ตรัง  นางสาวสุณัฐชา หรือชื่อจีนว่า “ท่ามเอ้ง”  นอกจากจะเป็นลูกสาวและรับไม้ต่อจาก โกหนอ นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีต ส.ส. ประชาธิปัตย์ ที่ทำงานการเมืองในพื้นที่มายาวนานต่อเนื่อง  เหนียวแน่นในพื้นที่แล้ว โดยบุคคลิกของนางสาวสุณัฐชา ยังได้รับการยอมรับจากชาวตรังว่า เป็นคนอัธยาศัยดี อ่อนน้อม และเป็นสัญญลักษณ์ของคนรุ่นใหม่อีกด้วย 

คู่แข่งที่จะพอจะเห็นตามมาห่างๆก็เห็นจะเป็นเพื่อนพ่อ นายอำนวย  นวลทองจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เคยเป็นเพื่อนของนายสมชายสมัยที่เรียนอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่เคยเป็นอดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร แต่รอบนี้กลับมาลงสมัครรับเลือกตั้งที่บ้านเกิด และต้องมาแข่งกับลูกสาวเพื่อน  

อย่างไรก็ตาม เขตเลือกตั้งที่ 3 นี้ จะหย่อนบัตรตอนนี้ หรือหย่อนวันที่ 14 พฤษภาคม  นางสาวสุณัฐชา จากพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังเหนือกว่าคู่แข่งขันจากทุกพรรคอยู่ดี  

เขตที่น่าสนใจ และเป็นเขตเลือกตั้งใหม่ คือ เขตเลือกตั้งที่ 4 เขตนี้ พรรคประชาธิปัตย์ทำโพลสำรวจจากคนในพื้นที่เขตนี้  ผลปรากฏว่า นายกาญจน์  ตั้งปอง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลกันตัง ได้รับคะแนนิยมมากกว่า นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีตส.ส. และเป็นผู้อาวุโสในพรรค  ทำให้พรรคมีมติส่งนายกาญจน์ลงสมัครในเขตนี้ จนเป็นเหตุให้นายสมบูรณ์ลาออกจากพรรค และไปลงสมัครนามพรรครวมไทยสร้างชาติ 

เขตนี้แม้พรรคประชาธิปัตย์จะเปิดศึกสายเลือดในพรรค ระหว่างนายกาญขน์ กับ นายสมบูรณ์ แต่เขตเลือกตั้งที่ 4 ซึ่งอาจกระทบต่อฐานเสียงของทั้งคู่ที่อาจจะเสียงแตก และทำให้ นายดิษฐ์ธนิน หรือเอก)  ภาคย์อิชณน์   จากพรรคภูมิใจไทย  อดีตผู้สมัครพลังประชารัฐ เมื่อปี 2562  สอดแทรกเข้ามาเป็นตาอยู่คว้าเก้าอี้ ส.ส.เขตนี้ไปครอง เพราะการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา นายดิษฐ์ธนิน พ่ายแพ้ให้กับ นางสาวสุณัฐชา โล่ห์สถาพรพิพิธ จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีศักดิ์ เป็นลูกพี่ลูกน้อง ไปแบบไม่มากนัก 

ครั้งนี้เมื่อย้ายมาสังกัดพลพรรคสีน้ำเงิน ภูมิใจไทย ที่มีเสบียงกรังพร้อมพรักที่สุด ประกอบกับนายดิษฐ์ธนิน ทำงานการเมืองในพื้นที่มาตลอด 4 ปี จนเป็นที่รู้จักของชาวบ้านในพื้นที่แล้ว ทำให้ตัวเต็งในเขตเลือกตั้งที่ 4 ของจังหวัดตรังตกเป็นของนายดิษฐ์ธนินจากพรรคภูมิใจไทย

แต่อย่างไรก็ตาม การประเมินรอบแรก พบว่า นายกาญจน์ จากประชาธิปัตย์ ยังคงยึดครองฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย และฐานเสียงส่วนบุคคลได้อย่างเหนียวแน่น และมากพอที่จะสู้ความพร้อมของนายดิษฐ์ธนินจากภูมิใจไทยได้ 
ยกแรกนายกาญจน์จากประชาธิปัตย์นำ   
 

4. นครศรีธรรมราช

จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็น 1 ใน 3 จังหวัดใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะต้องคว้าเก้าอี้ส.ส.ให้มากที่สุด หากจะทำให้ได้ตามเป้าหมาย 52 เก้าอี้ ที่นายเฉลิมชัย  ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประกาศเอาไว้ เลือกตั้งปี 2562 ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ได้มาแค่ 5 ที่นั่ง จาก 8 เขต

โดยเสียพื้นที่ให้กับพรรคพลังประชารัฐไป 3 เขต เลือกตั้งครั้งนี้เมื่อเพิ่มจาก 8 เขต เป็น 10 เขต ในขณะที่กระแสพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ฟื้นกลับมาสู่ภาวะปกติ ทำให้ทุกพรรคต่างก็หมายมั่นจะเข้ามาขอแชร์ที่นั่งจากพรรคประชาธิปัตย์ ศึกเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นศึกหนักของพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง   

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายรงค์ บุญสวยขวัญ จากพลังประชารัฐ แม้จะเป็นแชมป์เก่า และการประเมินรอบแรกดูเหมือนจะยังรักษาที่นั่งได้ แต่มีนายราชิต  สุดพุ่ม อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดจากพรรคประชาธิปัตย์  ที่มีทีมงานในพื้นที่เข้มแข็งกำลังเร่งสร้างคะแนนไล่มาติดๆ จากฐานคะแนนพรรค และฐานคะแนนส่วนตัว ประกอบกับการทำงานถึงลูกถึงคนของทีมงานหาเสียง ทำให้ต้องไปวัดกันใค้งสุดท้ายอีกครั้งว่า ทีมงานของทั้ง 2 พรรคทีมไหนจะช่วงชิงคะแนนได้มากกว่ากัน 

ส่วนนายพูน แก้วภราดัย จากพรรครวมไทยสร้างชาติ แม้จะมีกระแสจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีช่วย แต่พื้นที่เขต 1 ไม่ใช่พื้นที่ของตระกูลแก้วภราดัย ทำให้พูน ยังมีคะแนนตามมาห่างๆ  นอกจากนั้นคะแนนของพูนยังมีผลต่อฐานคะแนนของนายรงค์จากพลังประชารัฐด้วย เนื่องจากเป็นฐานเสียงเดียวกัน

ดังนั้นเขตเลือกตั้งที่ 1 การประเมินรอบแรก นายราชิตจากประชาธิปัตย์ นำนายรงค์ จากพลังประชารัฐอยู่เล็กน้อย 

เขตเลือกตั้งที่ 2 เป็นเขตที่ถูกจัดแบ่งพื้นที่ใหม่ เขตนี้ นายสายัณห์ ยุติธรรม ที่ครั้งนี้ย้ายจากพรรคพลังประชารัฐไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ และเคยเป็นอดีตส.ส.เขตนี้มาก่อน มารอบนี้แม้จะลงสมัครในเขตเดิม แต่พื้นที่ซึ่งเป็นฐานคะแนนหลักของสายัณห์ ถูกแยกไปอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 3ทำให้มีโอกาสสูงที่นายสายัณห์ จะถูก นายกหนึ่ง นายทรงศักดิ์  มุสิกกอง  จากพรรคประชาธิปัตย์เบียดเข้ามาแทนที่ โดยมี สจ.สุภาพ ขุนศรี จากพลังประชารัฐ ขยับตามมาเป็นอันดับสาม 

แต่การประเมินยกแรก ยังให้นายสายัณห์ในฐานะแชมป์เก่า นำนายทรงศักดิ์ ผู้ท้าชิงอยู่เล็กน้อย ขึนอยู่กับนายสายัณห์จะแผ่วปลายหรือไม่ เพราะหากแผ่ว และกระสุนร่อยหรอ โอกาสที่นายทรงศักดิ์ ซึ่งได้เปรียบในฐานะเจ้าของพื้นที่จะขยับแซงเข้าป้ายจะมีสูงทันที  

ยกแรกนายสายัณห์ จากรวมไทยสร้างชาติ นำ

เขต 3 นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง จากพลังประชารัฐ แขมป์เก่าในการเลือกตั้งปี 2562 แม้จะลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และมีกระแสตอบรับจากมวลชนในพื้นที่ แต่ก็ต้องเจอศึกหนัก เมื่อตระกูลเดชเดโช ที่วันนี้กำลังแผ่สยายบารมีขึ้นมาเป็นตระกูลการเมืองใหญ่ ตระกูลใหม่ของนครศรีธรรมราข นำโดยส.ส.แทน นายชัยชนะ  เดชเดโช ส่ง น้องชาย นายพิทักษ์เดช หรือเท่ห์   เดชเดโช ลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ในเขตนี้

ภายใต้แรงกดดันที่จะแพ้ไม่ได้ เพราะเลือกตั้งรอบนี้ แทน มีเดิมพันเก้าอี้รัฐมนตรีรออยู่ หากสามารถนำทีมชนะการเลือกตั้ง 9 เขตขึ้นไป   นอกจากนั้น สัณหพจน์ ยังเจอตีกระหนาบมาอีกด้าน โดยนายนนทิวรรธ์ นนทภักดิ์ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ  เท่ากับนายสัณหพจน์ ต้องเผชิญศึกถึงสองด้านพร้อมกัน 

สถานการณ์ทั้งหมดทำให้การประเมินรอบแรก นายพิทักษ์เดช น้องชายส.ส.แทน ยังนำนายสัณหพจน์ จากพลังประชารัฐ โดยมีนายนนทิวรรธ์ จากรวมไทยสร้างชาติ ขยับตามมาห่างๆ  

เขตเลือกตั้งที่ 4 เป็นการช่วงชิงกันระหว่างพรรคพลังประชารัฐ  นายอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ อดีตส.ส.จากครั้งที่แล้ว กับ  นายพงศ์สินธ์ เสนพงศ์ น้องชายสุดรักของนายเทพไท ที่วันนี้สังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยมีนายยุทธการ รัตนมาศ จากประชาธิปัตย์เป็นตัวสอดแทรก 

แต่รอบแรก นายพงศ์สินธ์  จากรวมไทยสร้างชาติ นำนายอาญาสิทธิ์ จากภูมิใจไทยไม่ห่างนัก อยู่ในเกณท์ที่เรียกว่า หายใจรดต้นคอ 

เขตเลือกตั้งที่ 5 เดิมพันครั้งสำคัญของ ส.ส. แทน นายชัยชนะ เดชเดโช จากประชาธิปัตย์ เขตนี้ส.ส.แทนยังนำขาดและรักษาเก้าอี้ไว้ได้ แต่ก็ใช่ว่า จะไม่มีคู่ต่อกร เพราะเขตนี้พรรครวมไทยสร้างชาติ ส่งอดีตสมาชิกสภาจังหวัด สจ.สนั่น พิบูลย์ เข้ามาประกบไม่ให้ แทน ทิ้งพื้นที่ไปช่วยผู้สมัครเขตอื่นได้อย่างสบายใจนัก 

เขตนี้ยกแรก ส.ส.แทนยังนำขาด 

เขตเลือกตั้งที่ 6 ดร.โก้ ฉัตรชัย ธนาวุฒิ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ แข่งกับผู้อาวุโส นายประกอบ  รัตนพันธ์ อดีตส.ส.หลายสมัย จากพรรคประชาธิปัตย์ เขตนี้แม้กระแสนายกรัฐมนตรีจะมาแรง แต่ในการประเมินรอบแรก นายประกอบ รัตนพันธ์ จากประชาธิปัตย์ยังครองความได้เปรียบในฐานะเจ้าของพื้นที่ โดยเฉพาะคนในตระกูลรัตนพันธ์ที่มีจำนวนมาก  โดยมีตัวเลือกอันดับสามคือ  โกเช้า สมศักดิ์ แสงอารยะกุล จากภูมิใจไทยไล่ตามมาแบบกระชั้นชิด 

ประเมินรอบแรก นายประกอบ ยังน่าจะรักษาเก้าอี้ไว้ได้  ส่วนดร.โก้ ต้องรอกระแสพลเอกประยุทธ์ว่าจะเข้ามาเป็นลมใต้ปีกส่งดร.โก้ เข้าสภาเป็นครั้งแรกได้หรือไม่ 

เขต 7 ชินวรณ์ บุณยเกียรติ จากประชาธิปัตย์ เจ้าของที่นั่งเดิมน่าจะรักษาตำแหน่งได้แบบหืดจับ เพราะพื้นที่เดิมของนายชินวรณ์ ถูกผ่าไปเป็นเขตเลือกตั้งที่ 8 ทำให้ผู้สมัครจากภูมิใจไทย นายเชษฐา  ขาวขำ อาศัยความเป็นคนพื้นที่ รวมทั้งการสนับสนุนจาก นายอารี  ไกรนรา อดีตหัวหน้าการ์ดคนเสื้อแดง ซึ่งย้ายจากพรรคเพื่อไทยมาสวมเสื้อปาร์ตี้ลิสต์พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากนายอารี เป็นคนในพื้นที่นี้ และทำงานมวลชนในพื้นที่มานานตั้งแต่ยังสังกัดพรรคเพื่อไทย 

การประเมินรอบแรกนายชินวรณ์ครองความได้เปรียบในฐานะอดีตส.ส. แต่ช่วงโค้งสุดท้ายต้องติดตามว่า ทีมงานของนายอารีจะสามารถทำคะแนนให้กับนายเชษฐา ได้เป็นกอบเป็นกำหรือไม่  

เขต 8 เป็นอีกเขตที่ถูกจัดแบ่งใหม่ ซึ่งแม้จะเป็นพื้นที่เดิมของตระกูลบุณยเกียรติที่นายชินวรณ์ยอมหลบไม่ลงสมัครในเขตนี้ เพราะต้องการสนับสนุนลูกสาว นางสาวปุณณ์ศิริ บุณยเกียรติ ให้ลงสมัครในนามประชาธิปัตย์ แต่พื้นที่นี้ก็เป็นเขตอิทธิพลของนายอารี ไกรนรา เช่นกัน ทำให้แม้นางสาวปุณณ์ศิริ จะถูกจัดวางเป็นอันดับ 1

แต่ก็มีโอกาสถูกท้าทายจากมือใหม่ จาก นางมุกดาวรรณ เลื่องศรีนิล จากภูมิใจไทย ที่มีนายอารีสนับสนุน และมีคะแนนสูงอย่างน่าสนใจจากการเลือกตั้งในปี 2562  โดยมี นายสุนทร รักษ์รงค์ จากพลังประชารัฐ ผู้ที่มีความกว้างขวางในวงการชาวสวนยาง เป็นตัวสอดแทรกที่น่าสนใจ 

การประเมินครั้งแรกยังให้นางสาวปุณณ์ศิริ จากพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีนางมุกดาตามมาติดๆแบบหายใจรดต้นคอ 

เขต 9 เป็นเขตใหม่ทั้งหมด  เขตนี้ สจ.อวยพรศรี เชาวลิต จากประชาธิปัตย์ ยืนหนึ่งมาด้วยบารมีของสามี นายกเอ  ท่าศาลา นายอภินันท์ เชาวลิต เจ้าของฉายา เมียข้าใครอย่าแตะ ทำให้ส.จ.อวยพรศรี น่าจะมีคะแนนนำโด่ง โดยมีนายอำนวย ยุติธรรม น้องชายนายสายัณห์ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ลงมาสมัครท้าทายบารมี และมีคนสนิทของนายอำเภอท่าศาลา หมอผึ้ง เภสัชกรหญิงนันทวัน วิเชียร  แห่งภูมิใจไทย ตามมาอย่างน่าสนใจเช่นกัน

การประเมินรอบแรก ส.จ.อวยพรศรีแห่งประชาธิปัตย์นำโด่ง ตามมาด้วยนายอำนวยจากพรรครวมไทยสร้างชาติ 

เขต 10 เจ้าของพื้นที่เดิมคือ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล จากประชาธปัตย์ ที่ตัดสินใจทางการเมืองครั้งสำคัญ เดินออกมาไปร่วมกับรวมไทยสร้างชาติ รายนี้ยืนหนึ่งจากความนิยมและการทำการเมืองมาโดยตลอดแบบคุณภาพของบุคคล ส่วนประชาธิปัตย์ ส่ง ศิลปชัย สุนทรมัฎฐ์ มาหวังล้มยักษ์อย่างพิมพ์ภัทรา แต่น่าจะเป็นไปได้ยากมาก   และยังมี พันตรีประเสริฐ สายทองแท้ อดีต ผบ.รบพิเศษสิชล คนพื้นที่มาในค่ายภูมิใจไทย ตามมาห่างๆ

การประเมินรอบแรก นางสาวพิมพ์ภัทรา จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังมีคะแนนนำ ในฐานะเจ้าของพื้นที่ แต่ในโค้งสุดท้ายต้องจับตาความแรงของ นายศิลปชัย  สุนทรมัฏฐ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะทำคะแนนไล่แซงทันหรือไม่  


5. นราธิวาส  

จังหวัดนราธิวาส 1 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  หลายปีที่ผ่านมาเปลี่ยนไปจากยุคของอดีตส.ส.อย่างแพทย์หญิงพรพิชญ์ พัฒนกุลเลิศ นายอารีเพ็ญ  อุตรสินธิ์ นายนัจมุดดิน อูมา นายรำรี มามะ หรือแม้กระทั่ง นายเจ๊ะอามิง โต๊ะตาหยง เมื่อคนในตระกูลยาวอหะซัน ที่ขยับขึ้นมาจากฐานการเมืองในระดับท้องถิ่น เริ่มมีบทบาทมากขึ้น จากการขับเคลื่อนของ นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส ประมุขของตระกูล การเลือกตั้ง ตั้งแต่ปี 2548 จนล่าสุดปี 2562 ตระกูลยาวอหะซันได้รับเลือกเข้ามาเป็น ส.ส.ทุกครั้ง 

เพียงแต่ปี 2562 นายกูเซ็ง ตัดสินใจให้ลูกชายสองคน คือ  นายกูเฮง ยาวอหะซัน และนายวัชระ ยาวอหะซัน แยกกันลงสมัครคนละพรรค โดยนายวัชระ คนพี่ลงสมัครในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ส่วนนายกูเฮง คนน้องลงสมัครในนามพรรคประชาชาติ 
ปี 2566 นายกูเซ็ง เปลี่ยนหน้าไพ่อีกครั้ง เมื่อตัดสินใจสนับสนุนให้นายวัชระ ย้ายมาสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งทำให้นายวัชระย้ายมาแล้วถึง 3 พรรค

ส่วนนายกูเฮง ยังคงสังกัดพรรคประชาชาติ การเลือกตั้งรอบนี้จึงยังคงน่าจับตาเป็นพิเศษว่า ตระกูลยาวอหะซัน โดยเฉพาะนายวัชระ จะยังคงได้รับเลือกตั้งต่อเนื่องกัน แม้จะเปลี่ยนพรรคมาแล้วถึง 3 พรรค 

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายวัชระ ยาวอหะซัน  พรรครวมไทยสร้างชาติ รอบนี้มีเพียงหมอแว นายแพทย์แวมาฮาดี แวดาโอ๊ะ จากพรรคพลังประชารัฐเท่านั้นที่พอจะเป็นคู่แข่ง ส่วนผู้สมัครจากพรรคอื่นยังไม่น่าจะเจาะฐานการเมืองของตระกูลยาวอหะซันที่นับวันจะยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นไปได้ โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งที่ 1 

การประเมินในรอบแรก นายวัชระนำหมอแวที่ร้างสนามค่อนข้างห่าง เพราะบารมีของป๊ะ นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน ยังแข็งแกร่ง และน่าจะนำจนโค้งสุดท้าย จนสามารถปักธงพรรครวมไทยสร้างชาติให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้ในเขตนี้   

เขตเลือกตั้งที่ 2 เขตนี้เคยเป็นพื้นที่ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีฐานเสียงค่อนข้างแน่นหนา แม้การเลือกตั้งปี 2562 จะเสียที่นั่งให้กับพรรคพลังประชารัฐ แต่เป็นเพราะปีนั้นกระแสพลเอกประยุทธ์ค่อนข้างมาแรง บวกกับการทำงานหนักของกลุ่มเตรียมทหาร 12 เพื่อนประยุทธ์และกลุ่มร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ดังนั้นการเลือกตั้งปี 2566 พรรคประชาธิปัตย์ที่ส่ง นายเมธี อรุณ  นักร้องนำจากวงลาบานูนมาลงสนาม จึงคาดหวังที่จะทวงคืนเก้าอี้ส.ส.ในเขตนี้กลับมาให้ได้ 

นอกจากนั้น นายเมธี ยังมีเชือกวิเศษ คือ นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เป็นกองหนุนและควงแขนขอคะแนนชาวบ้านมานานนับปีแล้ว จึงมั่นใจว่า จะเอาชนะคู่แข่งนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ จากพรรคพลังประชารัฐ  น้องชายนายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ อดีตส.ส.ในเขตนี้ และเอาชนะนายเจ๊ะซู ตาเหย็บ จากพรรคประชาชาติ ได้ไม่ยาก แม้อาจารย์วันนอร์ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา จะให้การสนับสนุนนายเจ๊ะซู ตาเหย็บ แบบตามประกบไม่ห่างก็ตาม 

ยกแรกนายเมธี ยังนำคู่แข่งจากทั้งสองพรรคค่อนข้างเห็นได้ชัด   

เขตเลือกตั้งที่  3  ต้องยกให้ นายมูหามะ รอมือลี อาแซ จากพรรคประชาชาติที่ออกสตาร์ทมาค่อนข้างแรง และเหมือนจะเหนือกว่านายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะจากพรรคพลังประชารัฐ  รวมทั้งนายสุลัยมาน มะโซ๊ะ จากพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฐานเสียงของพรรคประชาชาติในพื้นที่นี้ยังแข็งแกร่ง แต่ล่าสุดคนในพื้นที่ยังคงให้นายสัมพันธ์ จากพลังประชารัฐเหนือกว่าทั้งคู่ จากฐานส่วนของนายสัมพันธ์ และท่าทีของพลเอกประวิตรที่สั่งลุยเต็มที่ 

การประเมินรอบแรก นายสัมพันธ์จึงยังมีภาษีเหนือกว่า คู่แข่งทั้งสองคน

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 4 ทั้งฐานเสียงของพรรค และฐานเสียงของตระกูล ทำให้ นายกูเฮง ยาวอหะซัน จากพรรคประชาชาติ  ลูกชายอีก 1 คน ของนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส ยังเหนือกว่าคู่แข่งคนอื่น

แม้ว่า เขต 4 จะยังมีม้ามืดอีก 1 คนคือนายอามีร ซาริคาน รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลรือเสาะ จากพรรคพลังประชารัฐ ก็ตาม เพราะนายอามีร ยังมีฐานคะแนนส่วนตัวที่ไม่มากพอจะก้าวมข้ามฐานคะแนนของนายกูเฮง และฐานคะแนนของพรรคประชาชาติได้ นอกจากพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะลงพื้นที่อ้อนขอคะแนนเสียงด้วยตัวเอง จึงจะพอมีโอกาสพลิกชนะได้

ผลประเมินรอบแรก นายกูเฮงนำค่อนข้างห่าง

เขตเลือกตั้งที่ 5  ยังเป็นฐานเสียงของพรรคประชาชาติ ที่ส่งนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ  ทนายคดีความมั่นคง ขวัญใจชาวบ้านในพื้นที่ลงสมัคร เขตนี้แม้อดีตส.ส. 5 สมัย นายเจ๊ะอามิง โต๊ะตาหยง จะหวนกลับมาลงสมัครนามพรรคประชาธิปัตย์อีกรอบ หลังจากย้ายไปสังกัดพรรครวมพลังประชาชาติไทยของลุงกำนัน  แต่เมื่อสอบตกในการเลือกตั้งครั้งก่อน

จนเปิดพื้นที่ให้กับพรรคประชาชาติ และนายกมลศักดิ์ ไปแล้ว โอกาสที่นายเจ๊ะอามิง จะกลับมาทวงบัลลังก์ส.ส.อีกครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในวันที่พรรคประชาธิปัตย์เริ่มโรยราในพื้นที่ 3 จังหวัดชยแดนภาคใต้ได้มากแล้ว 

รอบแรก นายกมลศักดิ์ จึงยังนำนายเจ๊ะอามิง อดีตส.ส. 5 สมัยในระยะห่างที่ชัดเจน  ต้องไปลุ้นในโค้งสุดท้ายว่า นายเจ๊ะอามิงและพรรคประชาธิปัตย์จะหวนกลับมาพลิกครองใจชาวบ้านทันวันกาบัตรหรือไม่

6. ปัตตานี  

สนามเลือกตั้งจังหวัดปัตตานี ในวันที่ตำนานการต่อสู้ของ หะยี สุหรง พ่อของนายเด่น โต๊ะมีนา เริ่มคลายความขลัง พร้อมๆกับสถานการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังไม่ฟื้นตัว ทำให้สนามการเลือกตั้งจังหวัดปัตตานีมีช่องว่างให้แต่ละพรรคพร้อมที่จะเข้ามาเจาะ เพื่อยึดครองเก้าอี้ส.ส.ในแต่ละเขต ทั้งประชาธิปัตย์เจ้าของพื้นที่เก่า พรรคประชาชาติ พรรคที่มาแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคภูมิใจไทย 

เขตเลือกตั้งที่ 1 เขตนี้ ผู้สมัคร 3 คน จากพรรคประชาธิปัตย์ นายสนิท นาแว  ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์  บารู นักวิชาการคนดังในพื้นที่ จากพรรคประชาชาติ และคุณหมอเพชรดาว โต๊ะมีนา ทายาทของนายเด่น โต๊ะมีนา จากพรรคภูมิใจไทย ล้วนมีโอกาสพอๆกัน แต่ในช่วงต้นเกมนายสนิท จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีสไตล์ลูกทุ่งถึงลูกถึงคน และลงพื้นที่พบปะชาวบ้านมาโดยตลอด ออกนำอาจารย์วรวิทย์ และคุณหมอเพชรดาว แบบไม่ห่างมากนัก

ทำให้ช่วงโค้งแรกคอการเมืองยังให้ นายสนิท มีโอกาสในรับเลือกมากกว่า โดยมีอาจารย์วรวิทย์ ตามมาติดๆ ส่วนหมอเพชรดาว ต้องรอลุ้นว่า กระแสไม่เอากัญชา จะแผ่วลงไป และกระแสในอดีตของตระกูลโต๊ะมีนา จะพลิกกลับมาแรงขึ้นหรือไม่

ยกแรก นายสนิทจากพรรคประชาธิปัตย์นำอาจารย์วรวิทย์จากพรรคประชาชาติ 
 

เขตเลือกตั้งที่ 2 เป็นการต่อสู้กันระหว่าง นายอับดุลบาซิม อาบู  จากพรรคภูมิใจไทย แชมป์เก่าอดีตส.ส.จากการเลือกตั้งปี 2562 กับนายมนตรี ดอเลาะ จากพรรคประชาธิปัตย์เจ้าของพื้นที่เดิม 

การประเมินรอบแรกนี้ แม้นายอับดุลบาซิม จะยังเผชิญกับเรื่องของกัญชา ที่เป็นปัญหาใหญ่ในการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทย จนผู้สมัครในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เหนื่อยหนักกับการอธิบาย และต้องเร่งชูแคมเปญ “พูดแล้วทำ” และชูนโยบายอื่นมากลบกระแสไม่เอากัญชาในพื้นที่

แม้นายอับดุลบาซิมจะพยายามลงพื้นที่ และรักษาพื้นที่มาโดยตลอด แต่ก็ไม่ทำให้นายอับดุลบาซิม มีคะแนนนำนายมนตรีได้ เพราะกระแสกัญชาที่ถูกโจมตีอย่างหนักถูกขยายผลได้อย่างเข้าเป้าในชุมชนมุสลิม 

ยกแรกนายมนตรีนำเล็กน้อย 

เขตเลือกตั้งที่ 3  นายสมมุติ เบญจลักษณ์ พรรคประชาชาติที่ครองแชมป์มาตลอด รอบนี้ ก็ยังคงลงในนามของพรรคประชาชาติ โดยมีคู่แข่ง คือ นายบูรฮันธ์ สะเม๊าะ จากพรรคพลังประชารัฐ และดร.ยูนัยดี วาบา เจ้าของโรงรียนสอนศาสนา จากพรรคประชาธิปัตย์ 

เขตนี้ นายสมมติ แชมป์เก่ายังนำแบบห่างๆ โดยมีดร.ยูนัยดี ตามมาแบบพอมีลุ้น 

เขตเลือกตั้งที่ 4  นายอริญชัย  ซูสารอ เป็นอีกคนที่มีโอกาสปักธงพรรครวมไทยสร้างชาติ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้การผลักดันของนายอนุมัติ  ซูสารอ อดีตส.ส. พรรคประชาชาติ เจ้าของพื้นที่เดิม และกระแสคยามนิยมในตัวพลเอกประยุทธ์  ทำให้นายอริญชัย แม้จะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ และต้องแข่งกับว่าที่ร.ต.โมฮามัดยาสรี ยูซง จากพรรคประชาชาติ พรรคการเมืองที่มีจุดแข็งในพื้นที่ แต่นายอริญชัยก็ยังครองความได้เปรียบว่าที่ร.ต.โมฮามัดยาสรี อยู่เล็กน้อย  

ยกแรก นายอริญชัย จากรวมไทยสร้างชาติ น่าจะทำคะแนนนำออกไปก่อน  

เขต 5 นายอันวาร์ สาและ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายสมัย ที่ไม่พอใจการบริหารของคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ในยุคนี้ และมีท่าทีต่อต้าน ด้วยการโหวตสวนมติพรรคหลายครั้ง เลือกตั้งครั้งนี้จึงตัดสินใจย้ายมาสังกัดพรรคลุงป้อม พรรคพลังประชารัฐ

โดยหวังว่า กระแสการเสนอตัวเป็นโซ่ข้อกลางของพลเอกประวิตร บวกกับกระแสความนิยมในตัวนายอันวาร์ จะทำให้นายอันวาร์ มีโอกาสได้รับเลือกกลับเข้าสู่สภาอีกครั้ง

การเลือกตั้งครั้งนี้ แม้นายอันวาร์ จะต้องแข่งกับมวยกระดูกแข็งอย่าง นายสาเหะมูหามัด อัลอิดรุส อดีตนายกเทศบาลตำบลตันหยง จากพรรคประชาชาติ ที่มีทั้งกระแสพรรค และกระแสบุคคล ซึ่งถือว่า เป็นผู้สมัครที่มาแรงในขณะนี้  การประเมินในช่วงต้น นายสาเหะมูหามัด มีคะแนนนำนายอันวาร์อยู่ในระดับหนึ่ง 

การประเมินรอบแรกจึงให้นายสาเหะมูหามัด จากประชาชาตินำเล็กน้อย แต่ทั้งคู่จะไปต้องไปสู้กันถึงฏีกาว่า ท้ายที่สุด กระแสทั้งคนและกระแสพรรค รวมทั้งกระสุนของทั้งคู่ ใครจะมาแรงกว่ากัน  

7. พังงา 

จังหวัดพังงา แม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆ และการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 มีเพียงเขตเลือกตั้งเดียว แต่ก็เป็นจังหวัดบ้านเกิดของนายจุรินทร์  ลักษณะวิศิสฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พื้นที่นี้จึงสำค็ญอย่างใหญ่หลวง สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้  เพราะหากประชาธิปัตย์แพ้คู่แข่งในพังงา ก็เท่ากับจะกระทบภาพลักษณ์หัวหน้าพรรคไปด้วย 

เลือกตั้งครั้งนี้ นางกันตวรณ ตันเถียร จากพรรคประชาธิปัตย์ ทายาทของโกส่าย บรม ตันเถียร ที่ชนะการเลือกตั้งได้เป็นส.ส.ในปี 2562  ครั้งนี้ก่อนประกาศจำนวนเขตเลือกตั้ง เกิอบเกิดดราม่าในพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อนายราเมศ  รัตนชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นคนสนิทของนายชวน  หลีกภัย โพสต์ภาพที่ถ่ายในจังหวัดพังงา พร้อมแคปชั่นที่สื่อความหมายว่า จะลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตนี้

ทำให้นายกันตวรรณ เกือบตัดสินใจย้ายพรรค แต่มาสยบดราม่าได้สำเร็จ เมื่อกกต.ประกาศเขตเลือกตั้งให้จังหวัดพังงาได้เพิ่มมาอีกหนึ่งเขต เป็น 2 เขตเลือกตั้ง การจัดสรรจึงลงตัวให้นางกันตวรรณ ลงสมัครในพื้นที่เดิม คือ เขตเลือกตั้งที่ 1 ส่วนายราเมศลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 2

แต่เขตนี้นายราเมศต้องไปฟาดฟันกับกระดูกชิ้นโต คือ อดีตส.ส.สึนามิ กฤษ สีฟ้า เจ้าของพื้นที่ จากพรรคเพื่อไทย ส่วนนางกันตวรรณ ต้องไปสู้กับพรรคภูมิใจไทย ที่ส่งนายอรรถพล ไตรศรี อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพังงา 

เขตเลือกตั้งที่ 1  การประเมินในยกแรก นางกันตวรรณ ตันเถียร พรรคประชาธิปัตย์  หมายเลข 1 เจ้าถิ่น แม้หลายฝ่ายคาดว่า จะรักษาแชมป์ได้ไม่ยาก เพราะมีทั้งคะแนนพรรค มีทั้งคะแนนส่วนตัว แต่ก็ประมาทนายอรรถพล ไตรศรี จากพรรคภูมิใจไทยไม่ได้ เพราะนายอรรถพลได้รับแรงอัดฉีดเต็มที่จากนายพิพัฒน์  รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

พร้อมมีแรงหนุนจาก นายธราธิป ทองเจิม นายกองค์การบริหารจังหวัดพังงา ที่นำทีมสจ.พังงาทุกเขต  ขึ้นแสดงตัวสนับสนุนนายอรรถพลอย่างพร้อมเพรียงกันบนเวทีในวันเปิดตัวผู้สมัครส.ส.จังหวัดพังงาของพรรคภูมิใจไทย ทำให้นายอรรถพล ก็ถือว่า ไม่ใช่ไฟที่ไร้ควัน หากแต่ยังพร้อมลุกโชนขึ้นมาได้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความพร้อม แต่ในการประเมินยกแรก นางกันตวรรณ ก็ยังมีคะแนนนำ

ส่วนเขตเลือกตั้งที่  2 นายราเมศ จากพรรคประชาธิปัตย์ ก็เจอศึกหนักจากอดีตส.ส. นายกฤษ ศรีฟ้า จากพรรคเพื่อไทย ที่หวนกลับมาทวงแชมป์คืน และมีกระแสดีถึงขั้นที่ว่าพรรคๆหนึ่งเปิดทางไม่ลงสมัครเพื่อแทคะแนนให้กับนายกฤษ รวมทั้งนายกฤษ เป็นคนติดดิน และลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ยุคที่ชาวบ้านมีภาพจำเกี่ยวกับนายกฤษ

จากเหตุการณ์ครั้งที่เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ พัดเข้าถล่มชายหาดจังหวัดพังงา ที่นายกฤษทุ่มเทเข้าช่วยเหลือชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง แต่การเลือกตั้งรอบนี้ไม่เหมือนปี 2548 ซึ่งขณะนั้นกระแสพรรคไทยรักไทยมาแรงมาก แต่ครั้งนี้เป็นศึกศักดิ์ศรีของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะพังงาเป็นจังหวัดของ จุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์หัวหน้าพรรค ที่แพ้ไม่ได้อีกพื้นที่    

ทำให้การประเมินรอบแรกของคู่นี้ นายราเมศจึงยังเหนือกว่านายกฤษ   และมีโอกาสดับฝันนายกฤษที่จะปักธงเพื่อไทยในภาคใต้ได้เป็นครั้งแรก หลังจากเคยทำได้เมื่อครั้งยังเป็นพรรคไทยรักไทย ในการเลือกตั้งปี 2548

ยกแรกนายราเมศจากประชาธิปัตย์นำ 
 


8. พัทลุง  

จังหวัดพัทลุง การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์เสียที่นั่งให้กับพรรคภูมิใจไทยถึง 2 เขต คือเขตเลือกตั้งที่ 1 นายภูมิศิษฏ์ คงมี พรรคภูมิใจไทย เอาชนะนางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พรรคประชาธิปัตย์ ไปเกือบหมื่นคะแนน และเป็นความพ่ายแพ้ของตระกูลธรรมเพชร เป็นครั้งแรกในจังหวัดพัทลุง 

ไม่เพียงตระกูลธรรมเพชรเท่านั้นที่พ่ายในเขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคภูมิใจไทยภายใต้การสนับสนุนของนางนาที  รัชกิจประการ ยังเอาชนะนายนิพิฏฐ์  อินทรสมบัติ อดีตส.ส.หลายสมัยของพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างขาดลอยกว่าสองหมื่นคะแนนในเขตเลือกตั้งที่ 2

พรรคประชาธิปัตย์รักษาเก้าอี้ส.ส.ในพัทลุงได้เพียงเขตเดียวจากชัยชนะของนายนริศ ขำนุรักษ์ ในเขตเลือกตั้งที่ 3 แต่ก็เป็นชัยชนะที่หืดจับ โดยนายนริศ เอาชนะนายเขมพล อุ้ยตยะกุล จากพรรคภูมิใจไทยไม่ถึง สี่พันคะแนน 

การเลือกตั้งในปี 2566 จึงเป็นการเลือกตั้งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ คือ พรรคภูมิใจไทยที่นำโดยนางนาที รัชกิจประการ จะสยายอิทธิพลได้ครบทุกเขตหรือไม่ และตระกูลธรรมเพชรที่ครั้งนี้แยกส่งลงสมัคร 2 พรรคใน 2 เขต จะล้างตาทวงคืนบัลลังก์กลับมาได้ทั้ง 2 เขตหรือไม่

เขตเลือกตั้งที่ 1 น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร พรรค ปชป. แข่งกับ นายภุชงค์ วรศรี พรรคภูมิใจไทย  โดยเขตนี้เดิมนางสาวสุพัชรี เคยพ่ายแพ้นายภูมิศิษฏ์ คงมี จากพรรคภูมิใจไทย แต่รอบนี้นายภูมิศิษฏ์ ไม่ได้ลงสมัครเนื่องจากถูกพักงานจากกรณีเสียบบัตรแทน  นางสาวสุพัชรีจึงมีคู่แข่งที่ไม่แข็งแกร่งมากนัก

อย่างไรก็ตามแม้พรรคภูมิใจไทยจะส่งนายภุชงค์ ผู้สมัครหน้าใหม่ลงแข่งขัน แต่บารมีของเจ๊เปี๊ยะ นาที รัชกิจประการ ทำให้ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่นางสาวสุพัชรีจะเอาชนะนายภุชงค์ได้ง่ายๆ

การเลือกตั้งครั้งนี้ ยกแรก นางสาวสุพัชรี น่าจะขึ้นไปก่อน จากความได้เปรียบในฐานเจ้าของพื้นที่เดิม


เขตเลือกตั้งที่ 2 นายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร พรรครวมไทยสร้างชาติเบอร์ 7 บุตรชายนายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุงและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ  เจอกระดูกชิ้นใหญ่ ดร.เดย์ หรือ ปิยะกาญจน์ สุพรรณชนะบุรี  หมายเลข 3 พรรคประชาธิปัตย์ บุตรสาวนายสานันท์ สุพรรณชนะบุรี อดีต สส.จังหวัดพัทลุง 2 สมัย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง นอกจากนั้นยังมีนายวรท เทอดวีระพงศ์จากพรรคภูมิใจไทย ที่มาแรงเช่นกัน   

เขตนี้กระแสพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ดีวัน ดีคืนในภาคใต้ ไม่น่าจะทำให้นายนิติศักดิ์ได้เปรียบคู่แข่งทั้งสองคนได้ น่าจะเป็นการแข่งขันกันระหว่างดรซเดย์ จากประชาธิปัตย์กับนายวรท จากภูมิใจไทยเท่านั้น

การประเมินรอบแรกให้นายวรท จากภูมิใจไทยนำดร.เดย์ จากประชาธิปัตย์ แบบสู้กันสนุก 

เขตเลือกตั้งที่ 3 นายประเทือง มนตรี พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 6 พี่ชายของนางนที รัชกิจประการ แม่ทัพพรรคภูมิใจไทยในเขตภาคใต้ จึงถูกมองว่าเขตนี้พรรคภูมิใจไทยแพ้ไม่ได้  แต่เมื่อต้องสู้กับนายร่มธรรม ขำนุรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 3  ลูกชาย นายนริศ ขำนุรักษ์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่รั้งตำแหน่งรมช.มหาดไทยในปัจจุบัน ทำให้ไม่ง่ายที่นายประเทืองจะเอาชนะฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์และตระกูลขำนุรักษ์ได้ 

ยกแรกยังให้นายร่มธรรมจากประชาธิปัตย์นำนายประเทือง จากภูมิใจไทย
 


9. ภูเก็ต 

เขตเลือกตั้งที่ 1 “นิพนธ์ เอกวานิช” จากพรรคภูมิใจไทย  ด้วยชื่อเสียงความเป็นนักธุรกิจ และเมื่อดูนามสกุลถือว่าเป็นตระกูลใหญ่ระดับต้นๆของจังหวัดภูเก็ต แข่งกันสูสีพลิกได้ตลอดกับ “ปิยะ สีดอกบวบ”  จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งถือเป็นเด็กหนุ่มรุ่นใหม่ อยู่ในสนามการเมืองท้องถิ่น โดยทำหน้าที่เป็นเลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา  และมีพ่อเป็นรองนายก อบจ.ภูเก็ต

เขตนี้นายนิพนธ์ จากภูมิใจไทยขึ้นนำในยกแรก 
 

เขตเลือกตั้งที่ 2 “พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์กระแสดี มีความโดดเด่น เด็กรุ่นใหม่ที่มีความตั้งใจสูง  ประกอบฐานคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีอยู่เดิมแต่ต้องงัดกับ“เทมส์ ไกรทัศน์”  จากพรรคชาติพัฒนากล้า เป็นเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงอีกคน   

เขต 2 พลอยทะเลจากประชาธิปัตย์ ยังมีภาษีดีกว่าในช่วงต้น 

เขตเลือกตั้งที่ 3   “ชัยยศ ปัญยาไวย” จากพรรคประชาธิปัตย์ อดีต สว.ภูเก็ต ก่อนที่จะมีการรัฐประหาร อดีตประธานสภาทนายความภูเก็ต  ด้วยบุคลิกที่เป็นกันเอง และเพื่อร่วมรุ่นที่อยู่ในแวดวงการเมืองต้องเจอคู่แข่งหน้าใหม่ “อรทัย เกิดทรัพย์” จากพรรคชาติพัฒนากล้า  

เขต 3 ประชาธิปัตย์ โดยนายชัยยศ ก็มีแต้มต่อไปก่อนเช่นกัน
 

10. ยะลา

เขต 1 นายประสิทธิ์ชัย พงษ์สุวรรณศิริ  หมายเลข 12 จากประชาธิปัตย์ ที่มีพี่ชายนายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ 6 สมัยเป็นกองหนุน 24 ชั่วโมง ทำให้มีโอกาสพลิกเกมเอาชนะเจ้าถิ่นนายอาดิลัน  อาลีอีสเฮาะ  หมายเลข 7 พลังประชารัฐ เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าได้ส.ส.เพราะกระแส “ลุงตู่” ช่วยนั่นเอง

แต่ประมาทผู้สมัครจากพรรคประชาชาติ นายสุไลมาน ปือแนปีแน ไม่ได้ เพราะเริ่มมีการสร้างฐานคะแนนในพื้นที่เขต 1 แบบเงียบๆ 

อย่างไรก็ตามช่วงต้น ยังให้ นายประสิทธิ์ชัย จากประชาธิปัตย์นำอยู่เล็กน้อย

เขต 2 นายซูการ์โน มะทา  พรรคประชาชาติ หมายเลข 11 เจ้าของพื้นที่ยังคงฐานเสียงแน่น เดินสายพบชาวบ้าน และมีคะแนนนิยมนำโด่งนายอิสกานดา สาแม จากพรรคเพื่อไทย แบบไม่เห็นฝุ่น

เขตนี้ประชาชาติโดยนายซูการ์โน นำขาด

เขต 3 นายอับดุลอายี สาแม็ง พรรคประชาชาติ หมายเลข 10 ไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง โดยมีนายณรงค์  ดูดิง จากพรรคประชาธิปัตย์ตามมาห่างๆ

เขต 3 นายอับดุลอายี จากประชาชาติ นำห่าง 
 


11. ระนอง 

เขต 1 นายคงกฤษ  ฉัตรมาลีรัตน์ พรรคภูมิใจไทยหมายเลข 2 ยืนหนึ่งไร้คู่ต่อสู้แม้คู่แข่งนายวิรัช  ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์  หมายเลข 1 ประกาศขอท้าจริงแต่คอการเมืองมั่นใจฐานเสียงไม่มีเหลือ

ระนอง นายคงกฤษ จากภูมิใจไทยยังนำนายวิรัชห่าง 

12. สงขลา

เขตเลือกตั้งที่1 นายสรรเพชญ บุญญามณี พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข4 คะแนนนำเป็นการแข่งขันระหว่างนายสรรเพชญ บุญญามณี พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข4 ลูกชายนิพนธ์ บุญญามณี หากไม่ได้ส.ส.รอบนี้หมดอนาคตการเมืองจึงยอมไม่ได้ โดยมีนายเจือ ราชสีห์ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ หมายเลข1 และนายประสงค์ บริรักษ์ พรรคภูมิใจไทยหมายเลข2 ที่พยายามเบียด

เขต 1 สรรเพชญ จากประชาธิปัตย์นำ


เขตเลือกตั้งที่ 2 นายศาสตรา ศรีปาน  พรรครวมไทยสร้างชาติ หมายเลข2 แชมป์เก่าฐานเสียงยังแน่น อิงกระแส”ลุงตู่”ได้ผล โดยมีนายนิพัฒน์ อุดมอักษร พรรคประชาธิปัตย์หมายเลข 4 ตามหายใจรดต้นคอ เนื่องจากมีจูรี นุ่มแก้ว ดาวติ๊กต๊อกดังจากพรรคชาติพัฒนากล้า หมายเลข8เป็นตัวตัดแต้มแย่งคะแนนทั้งสองฝ่าย

เขต 2 ศาสตรา จากรวมไทยสร้างชาตินำ


เขตเลือกตั้งที่เขต3 นายสมยศ พลายด้วง พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข4 เขตนี้เจ้าถิ่นนายพยม พรหมเพชร  รวมไทยสร้างชาติ หมายเลข8 เริ่มหมดฤทธิ์แม้จะมีกระแสลุงตู่ช่วยแต่ผลงานไม่ปรากฏ ทำให้คู่แข่งที่เข้ามาท้าชิงขย่มแรง โดยเฉพาะนายสมยศ พลายด้วง หรือโกทึก ที่ครบองค์เงินหนา บารมีถึง นับวันยิ่งมั่นใจได้ขึ้นแท่นส.ส. แม้จะมีกระดูกเบอร์ใหญ่อย่างไพร พัฒโน หมายเลข 1 จากพรรคภูมิใจไทยขวางลำ อยู่แต่กระแสไม่นิ่งพอ 

เขต 3 สมยศ ประชาธิปัตย์ นำ


เขตเลือกตั้งที่ 4 นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว จากประชาธิปัตย์หมายเลข 6 เข้าวิน เนื่องจากเจ้าของเดิมมีปัญหาสุขภาพและผลงานไม่มีทำให้ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี จากรวมไทยสร้างชาติ หมายเลข3 ไม่ปัง ถูกคู่ปรับเก่าชัยวุฒิ ที่เคยแพ้แค่ 400คะแนนเมื่อการเลือกตั้งครั้งที่แล้วกลับมาทวงคืนเก้าอี้  แม้จะมีว่าที่ร.ต.ไกรธนู แกล้วทนงค์ สจ.เต้ง จากภูมิใจไทย หมายเลข7 เข้ามาตัดแต้มแต่น่าจะกระทบคะแนนฝั่งร.ต.อ.อรุณมากกว่า 

เขต 4 ชัยวุฒิ ประชาธิปัตย์ นำห่าง

เขตเลือกตั้งที่5 นายเดชอิศว์ ขาวทอง  พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข3 เต็งหนึ่งยืนหนึ่งมาแบบไร้คู่แข่ง 


เขตเลือกตั้งที่6 สุภาพร กำเนิดผล  พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข2 กระแส ส.ส.หญิงคนแรกของสงขลาบวกกับบารมีของสามี “นายกชาย” เดชอิศม์ ขาวทอง บวกกับความน่ารักเข้าถึงชาวบ้านทำให้ยังคงอยู่ในกระแสนิยม แม้ต้องเจอคู่ปรับหน้าเดิมจากพลังประชารัฐนายอนุกูล พฤษานุศักดิ์  หมายเลข5 คนรุ่นใหม่จริงแต่ไม่มีแบคอัพกองหนุนจะ ”ลุงป้อม”หรือ “ลุงถาวร เสนเนียม” ที่เคยเกื้อหนุนรอบนี้เงียบ

เขต 6 สุภาพร ประชาธิปัตย์นำ

เขตเลือกตั้งที่7 นายณัฎชนนฐ์ ศรีก่อเกื้อ  พรรคภูมิใจไทย หมายเลข4 ฐานะส.ส.เจ้าถิ่นนายณัฎชนนฐ์ ศรีก่อเกื้อ เดินสายพบชาวบ้านต่อเนื่องแม้ก่อนหน้านี้จะถูกศัตรูคู่อาฆาต นายศิริโชค โสภา ประชาธิปัตย์ หมายเลข2 เตะตัดขากินหินดินทรายและถนนในพื้นที่แต่แผลไม่ลึกทำให้กลับมาได้

แต่รอบนี้ต้องเหนื่อยเพิ่ม 2 เท่าเพราะคู่แข่งม้ามืดจากพรรคประชาชาตินายอับดุลเราะมัน มอลอ หมายเลข 1 หรือ “อาจารย์เบ็น” ผู้นำศาสนาและเจ้าของโรงเรียนสอนศาสนาในพื้นที่อาจดึงคะแนนเสียงจากชาวไทยมุสลิมได้

เขต 7 ช่วงแรก ณัฏชนนฐ์ จากภูมิใจไทยยังนำ

เขตเลือกตั้งที่ 8  พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่  ประชาธิปัตย์ หมายเลข 7ได้ชัวร์ๆลอยลำไร้คู่แข่ง   

เขตเลือกตั้งที่ 9 นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง พรรคประชาธิปัตย์  หมายเลข 1 จองแล้วเป็นเขตใหม่ที่นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง หรือสิงโต ลูกชายนายกชายเดชอิศม์ ประกาศจองพื้นที่ตั้งแต่ไก่โห่ก็คงไม่พลาด แม้จะมีคนรุ่นใหม่จากอีก2 พรรค คือชาติพัฒนากล้านายพงศธร สุวรรณรักษา หรือ ทนายอาร์ม หมายเลข8 และนายสมชาย เล่งหลัก พรรคภูมิใจไทย หมายเลข7 ลงชิงชัยก็ตาม

เขต 9 ศักดิ์สิทธิ์ จากประชาธิปัตย์ นำขาด
 

13. สตูล 

เขตเลือกตั้งที่ 1  นายพิบูลย์ รัชกิจประการ พรรคภูมิใจไทย แชมป์เก่าน้องชายรัฐมนตรีว่าการกระรวงท่องเที่ยวและกีฬา  “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” ที่ฐานเสียงยังแน่น 

เขต1 นายพิบูลย์ ภูมิใจไทยไม่มีคู่แข่ง

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายวรศิษฐ์ เลียงประสิทธิ์ หรือ “โกแพ”พรรคภูมิใจไทย ที่มีคะแนนทิ้งห่างพรรคประชาธิปัตย์ยุคนั้นชนิดไม่เห็นฝุ่น และที่ผ่านมาเดินสายสร้างเครือข่ายทำงานสังคมโดยมีผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นนักธุรกิจผู้กว้างขวางคอยซับพอร์ตเต็มที่ 

เขต 2 นายวรศิษฐ์ ภูมิใจไทยนำขาดเช่นกัน

14. สุราษฎร์ธานี

เขต 1 นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์ เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ ยังดีความได้เปรียบคือประวัติดี ฐานเสียงเก่า เด็กในคาถานายบัญญัติ บรรทัดฐาน ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนทั้งครอบครัว ขณะที่ กานสินี โอภาสรังสรรค์ (กาญจนะ ) รวมไทยสร้างชาติ คู่แข่ง มีข้อด้อยความที่เป็นลูกสะใภ้ของชุมพลและโสภา กาญจนะ (โดยสามีของกานสินีหรือฉายา อ้วน ชุมพล )มีประวัติโชกโชน เคยต้องคดีหลายคดีและเป็นข่าวครึกโครมในทางที่เสียหายหลายต่อหลายครั้ง

เขต 1 นายภานุ จากประชาธิปัตย์ นำ

เขต 2 นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี (ส.ส.เก่า1 สมัย )พรรคประชาธิปัตย์ ลูกชายนายประวิช นิลวัชรมณี อดีต ส.ส. 7 สมัย ความได้เปรียบคือประวัติดี พ่อแม่ชาติตระกูลดี ความอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอต้นเสมอปลาย

เขต 2 นายวิวรรธ์ จากประชาธิปัตย์ นำ

เขต 3 นายปิยะรัฐ จิรัตน์ฐิกุล พรรคประชาธิปัตย์ ลูกชายของนายสุภณ จิรัตน์ฐิกุล อดีตนายกเทศมนตรีตำบลเวียงสระ ความได้เปรียบตรงที่เป็นฐานเสียงเก่าหรือหัวคะแนนหลักของ ปชป. แม้ว่าจะต้องแข่งกับแม่เหล็กอย่าง น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ (จ๋า)อดีต ส.ส.ปชป.ลูกสาวของชุมพลและโสภา กาญจนะก็ตาม แต่ความเป็นคนรุ่นใหม่ของจ๋ายังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะรู้จักบารมีของพ่อแม่มากกว่า

เขต 3 นายปิยะรัฐ จากประชาธิปัตย์ ยังนำเช่นกัน

เขต 4 นายสมชาติ ประดิษฐพร (ส.ส.เก่า 1 สมัย ) พรรคปชป.ได้เปรียบความเป็นนักการเมืองท้องถิ่นมายาวนาน ประวัติดี

เขต 4 สมชาติ ประชาธิปัตย์นำขาด

เขต 5 นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 5 สมัย) เขตนี้นอนมาก็ยังได้ ชาวบ้านรักมิเปลี่ยนแปลง

เขต 5 สินิตย์ ประชาธิปัตย์ไม่มีคู่แข่ง

เขต 6  อนงค์นาถ จ่าแก้ว หรือ น้องแจง พรรครวมไทยสร้างชาติ ลูกสาวของ พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี ที่ถึงกับลั่นปากว่าเขตนี้แพ้ไม่ได้ ขณะที่คู่แข่งที่หายใจรดต้นคอคือ พรรคประชาธิปัตย์ นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ (ส.ส.เก่า )ลูกชายนางนิภา พริ้งศุลกะ อดีต ส.ส.ปชป.7สมัย เขตนี้ยังรอลุ้นหรืออาจจะเหนื่อย  

เขต 6 อนงค์นาถ จากรวมไทยสร้างชาติ นำอยู่เล็กน้อย 

เขต 7. ประชาธิปัตย์ส่ง น.ส.ตวงทอง ประดิษฐพร คนรุ่นใหม่ อดีต ส.อบจ.เขต อ.พุนพิน หลานสาวนายสมชาติ ประดิษฐพร (เขต 4 )ที่ผันจากเวทีท้องถิ่นลงสู่สนามระดับชาติ ซึ่งมีประวัติดีงามไม่มีอะไรด่างพร้อย

เขตนี้แม้จะต้องแข่งกับธานินทร์ นวลวัฒน์ จากรวมไทยสร้างชาติเด็กในคาถาของพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว แต่ความอ่อนน้อมถ่อมตนและความน่ารักของ ตวงทอง ปชป.ยังสามารถครองใจชาวบ้านทั้งรุ่นเก่า รุ่นใหม่ได้ไม่ยาก

เขต 7 ตวงพร ประชาธิปัตย์นำขาด

เพื่อไทยได้ 194 สส.เขต จากเนชั่นวิเคราะห์สนามเลือกตั้ง ทั่วประเทศ ครั้งที่ 1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547288

21 เม.ย. 2566

เพื่อไทยได้ 194 สส.เขต จากเนชั่นวิเคราะห์สนามเลือกตั้ง ทั่วประเทศ ครั้งที่ 1

เนชั่นวิเคราะห์สนามเลือกตั้ง ทั่วประเทศ ครั้งที่ 1 เพื่อไทย เป็นพรรคการเมืองเดียวที่ได้ สส. แบบแบ่งเขตเกิน 100 ที่นั่ง

เนชั่นวิเคราะห์ สนามเลือกตั้งทั่วประเทศ ครั้งที่ 1  เลือกตั้ง66 พรรคเพื่อไทยไม่แลนด์สไลด์แต่ได้ สส.เขต เกือบ 200 ที่นั่ง ภูมิใจไทย มาเป็นลำดับสอง 58  ที่นั่ง ตามด้วยพรรคประชาธิปัตย์  51 ที่นั่ง ส่วนก้าวไกลได้ 25 ที่นั่ง  ยังไม่นับ สส. บัญชีรายชื่อ ที่ยังต้องรอผลคะแนนรวมที่แต่ละพรรคได้รับ

ผลการประเมินยกแรก ภาคเหนือ พรรคเพื่อไทยยังไม่สามารถแลนด์สไลด์ได้ในหลายจังหวัด เช่นที่เชียงราย มีตัวแทนจากก้าวไกล เป็นก้างชิ้นใหญ่  อุตรดิตถ์ ที่มั่นของศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ซึ่งย้ายไปเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันให้รวมไทยสร้างชาติ  จังหวัดเชียงใหม่จะยังคงเป็นเมืองหลวงของเพื่อไทย ที่สามารถกวาดที่นั่งได้ครบทั้ง 10 เขตเหมือนเดิม

เนชั่นวิเคราะห์สนามเลือกตั้งภาคเหนือเนชั่นวิเคราะห์สนามเลือกตั้งภาคเหนือ

เช่นเดียวกับ แพร่  น่าน พรรคเพื่อไทยจะกวาดมาได้ยกจังหวัด แต่ที่น่าสนใจคือนครสวรรค์ จากความร่วมมือกันของ 3 ตระกูลได้แก่ ภัทรประสิทธิ์  ขจรประศาสน์ และแก้วพิจิตร ทำให้ภูมิใจไทย มีโอกาสกวาดยกจังหวัด  ส่วนที่ สุโขทัย สมศักดิ์ เทพสุทิน อาจได้บันทึกประวัติศาสตร์ กวาดยกจังหวัดได้เป็นครั้งแรก เช่นกัน

เนชั่นวิเคราะห์สนามเลือกตั้งภาคอีสานเนชั่นวิเคราะห์สนามเลือกตั้งภาคอีสาน

พื้นที่เลือกตั้งภาคอีสาน เพื่อไทยไม่แลนด์สไลด์ เพราะมีกระดูกชิ้นอยู่ในหลายจังหวัด เช่นผู้สมัครฯจากไทยสร้างไทยและภูมิใจไทย ที่ชัยภูมิ  สองเขตเลือกตั้งในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งตัวแทนพรรคก้าวไกลมีคะแนนนำ   16 เก้าอี้ ที่นครราชสีมา เพื่อไทยมีโอกาสคว้ามาได้ไม่เกิน 10 ที่นั่ง  ขณะที่บุรีรัมย์ เพื่อไทยยังไม่สามารถเจาะภูมิใจไทยได้  เช่นเดียวกับหลายพื้นที่อีสานใต้ ที่พรรคภูมิใจไทยยังมีอิทธิพล แม้กระทั่งเมืองหลวงเสื้อแดงอย่างอุดรธานี ก็ยังมีตัวแทนจากพรรคก้าวไกลสอดแทรก

เนชั่นวิเคราะห์สนามเลือกตั้งภาคกลางภาคตะวันตกเนชั่นวิเคราะห์สนามเลือกตั้งภาคกลางภาคตะวันตก

ภาคกลาง-ภาคตะวันตก ไม่มีพื้นที่ไหน ที่เพื่อไทยกวาดยกจังหวัด แต่ภูมิใจไทยมาแรงในหลายพื้นที่ เช่น ที่อยุธยา ชัยนาท และลพบุรี อุทัยธานี อ่างทอง ภายใต้การดูแลของ นาย ชาดา ไทยเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค  สุพรรณบุรี ศิลปอาชา ยังคงรักษาพื้นที่ไม่มีใครสอดแทรก เช่นเดียวกับนครปฐม ของเจ้าถิ่น สะสมทรัพย์

เนชั่นวิเคราะห์สนามเลือกตั้งภาคใต้เนชั่นวิเคราะห์สนามเลือกตั้งภาคใต้

ภาคใต้ พื้นที่การเมืองขับเคี่ยวกันระหว่าง ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทยและพลังประชารัฐ เช่นที่นครศรีธรรมราช 10 เขตเลือกตั้ง มีพลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติ แทรกพรรคประชาธิปัตย์ และอาจมีภูมิใจไทย ในบางเขตเลือกตั้ง

เนชั่นวิเคราะห์สนามเลือกตั้งภาคตะวันออกเนชั่นวิเคราะห์สนามเลือกตั้งภาคตะวันออก

จังหวัดภาคตะวันออก คะแนนเฉลี่ยกันไป หลายพรรค เพื่อไทยได้เก้าอี้ เป็นกอบเป็นกำที่ชลบุรี ส่วนภูมิใจไทย กวาดยกจังหวัดได้ที่ปราจีนบุรี

เนชั่นวิเคราะห์ : ส่อง 20 จังหวัดอีสาน ‘เพื่อไทย’ ไม่แลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547275

21 เม.ย. 2566

เนชั่นวิเคราะห์ : ส่อง 20 จังหวัดอีสาน 'เพื่อไทย' ไม่แลนด์สไลด์

เลือกตั้ง66 : เปิดข้อมูล ‘เนชั่นวิเคราะห์’ พื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ภาคอีสาน ‘เพื่อไทย’ ไม่แลนด์สไลด์ แล้วพรรคไหนสอดแทรกจังหวัดไหนบ้างดูได้ที่นี่

สื่อในเครือเนชั่น เปิดเผยข้อมูล ‘เนชั่นวิเคราะห์’ เลือกตั้ง 2566 ทั้ง 400 เขตเลือกตั้ง ‘พรรคไหนครองบ้าง’ ซึ่งจัดทำโดยทีมข่าวเครือเนชั่น สำนักข่าวเนชั่น เนชั่นทีวี 

‘คมชัดลึก’ นำ 1 ไฮไลท์ของเนชั่นวิเคราะห์ จากศูนย์ข่าวภาคอีสาน วิเคราะห์เลือกตั้ง66 ในพื้นที่ 20 จังหวัดอีสาน ดังนี้ 

1.กาฬสินธุ์ – 6 เขตเลือกตั้ง

กาฬสินธิ์ ยังเป็นพื้นที่อิทธิพลของคนเสื้อแดง และพรรคเพื่อไทยอย่างเหนียวแน่น แม้ว่าภูมิใจไทยจะพยายามส่งผู้สัมครที่มีชื่อเสียง และเป็นคนในพื้นที่ลงสมัคร แต่นาทีนี้ก็ยังเอาชนะพรรคเพื่อไทยยาก

เขตเลือกตั้งที่ 1 “ป้ารื่น” นางบุญรื่น ศรีธเรศ ตัดสินใจให้ นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ย้ายมาจากพรรค “ภูมิใจไทย” มาลงเพื่อไทยแบบนาทีสุดท้าย พื้นที่นี้เมื่อบวกตระกูลศรีธเรศที่ครองแชมป์มายาวนาน บวกกับความแข็งแกร่งของพรรคเพื่อไทย เชื่อว่า ประเมินกี่รอบ พรรคเพื่อไทยโดย “ป้ารื่น”ที่ผนึกกำลังกับนายวิรัช น่าจะเข้าป้ายแบบไม่มีคู่แข่ง 

ประเมินรอบแรก นายวิรัช พิมพะนิตย์ จากเพื่อไทยไม่มีคู่แข่ง  

เขตเลือกตั้งที่ 2 เป็นเขตที่น่าจะแข่งขันกันดุเดือด สจ. บอล พลากร  พิมพะนิตย์ พินิจ หลานของ วีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ จาก “เพื่อไทย” ที่การเลือกตั้งรอบนี้ขยับขึ้นระบบบัญชีรายชื่อ  เชือดเฉือนกับกับ “เจ๊นาง โรงทาน” วันเพ็ญ เศรษฐรักษา ที่เลือกตั้งครั้งนี้ลงสมัครนามพรรคไทยสร้างไทยของคุณหญิงหน่อยสุดารัตน์  เกยุราพันธ์จาก “ภูมิใจไทย” มาแบบใจหายใจคว่ำ แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยกระแสอุ๊งอิ๊งที่มาแรงมาก เชื่อว่า สจ.บอล หลานลุงกุ้ง ” ยังเหนือกว่า “เจ๊นาง”

ประเมินรอบแรก สจ.บอล จากเพื่อไทย น่าจะยังเกาะกระแสพรรค นำ เจ๊นาง โรงทาน วันเพ็ญ  เศรษฐรักษา แบบเห็นชัด ขึ้นอยู่กับช่วงโค้งสุดท้าย กระแสเพื่อไทยจะแผ่ว และกระสุนภูมิใจไทยจะสาดหนัก เจ๊นาง ถึงจะพอมีโอกาสไล่ตามมาได้   

เขตนี้ให้พลากร จากเพื่อไทยนำ

เนชั่นวิเคราะห์ : ส่อง 20 จังหวัดอีสาน 'เพื่อไทย' ไม่แลนด์สไลด์

เขตเลือกตั้งที่ 3 เป็นเขตที่น่าจับตามองมากที่สุด เมื่อเป็นเขตที่เพื่อไทยอาจแพ้ให้กับพรรคพลังประชารัฐของลุงป้อม 

เขตนี้ประกอบด้วย อ.ห้วยเม็ก อ.หนองกุงศรี และอ.ท่าคันโท เพราะเลือกตั้งครั้งนี้แชมป์เก่า “เสี่ยเงิน” คมเดช ไชยศิวามงคล “เพื่อไทย” ขอเปลี่ยนบทบาทไปทำหน้าที่อื่นให้กับพรรค แต่ก็ยังส่ง “คุณนายแหม่ม” ยรรยงรัตน์ ไชยศิวามงคล หวานใจลงสู่ศึกรักษาแชมป์แทน ซึ่งแม้ความแข็งแกร่ง และกระดูกอาจจะยังไม่สามารถสู้คู่แข่ง

ที่เป็นด่านหินอย่าง“เสี่ยลอง” จำลอง ภูนวนทา คู่ปรับเก่าหลายสมัยจาก“พลังประชารัฐ” ซึ่งเลือกตั้งครั้งนี้ยังอยู่กับ“ลุงป้อม”  เพราะ “เสี่ยลอง” ซึ่งพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งก่อน ประกาศขอตามล้างตาอีกสักครั้ง แต่กระแสพรรคเพื่อไทยที่แรงมากๆในภาคอีสานรอบนี้ น่าจะทำให้คุณนายแหม่มหวานใจ เสี่ยคมเดช จากพรรคเพื่อไทย ตอกย้ำความแค้นให้กับนายจำลอง จากพลังประชารัฐอีกสมัย 

ประเมินรอบแรกคาดว่า ช่วงต้นๆความแรงของกระแสพรรคยังส่งให้ คุณนายแหม่ม ยรรยงรัตน์ จากเพื่อไทย แรงกว่าความเก๋าของ เสี่ยจำลอง จากภูมิใจไทย 

ยกแรกยรรยงรัตน์ จากเพื่อไทยนำ

เขตเลือกตั้งที่ 4 “เพื่อไทย” ยังให้ความเชื่อมั่น เชื่อมือ “ครูต๋อย” พีระเพชร ศิริกุล ส.ส.หลายสมัย คราวนี้เจอคู่ชิงคนใหม่ สาวมั่น มาแรง “เม” ประภา เฮงไพบูลย์ “บิ๊กเนมประชาพัฒน์” จากพรรคภูมิใจไทย บ้านใหญ่เครือข่ายระดับบิ๊ก ทำให้เขต 4 “ครูต๋อย” ต้องเจอกับด่านหินและบอกเลยว่าเหนื่อย เพราะ“เม” ประภา ยังคงเกาะติดพื้นที่ตลอด หวังโกยคะแนนจากคนรุ่นใหม่ แต่อย่างไรก็เชื่อว่าเพื่อไทยจะชนะ

รอบแรก ครูต๋อยจากเพื่อไทยยังนำ 

เขตเลือกตั้งที่  5 ถึงแม้จะเป็นเขตใหม่ แต่ก็น่าจะดุเดือดเช่นกัน เขตนี้พรรคเพื่อไทยส่ง “ตั้ม” ทินพล ศรีธเรศ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ“ป้ารื่น” บุญรื่น ศรีธเรศ เขต 1 ลงชิงแชมป์ที่ว่างกับ “เสี่ยโด่ง” ชานุวัฒน์ วรามิตร อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ซึ่งคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจาก “ส.ว.อ้อ” ภัทรา วรามิตร น้องสาว แถมมีพลังแฝงจาก “บิ๊กเบิ้ม” พลังประชารัฐ ทำให้การเลือกตั้งรอบนี้ คู่นี้จัดเป็นคู่แข่งแบบมวยถูกคู่ที่สูสีมาก 

อย่างไรก็ดี คอการเมืองเชื่อว่า ยกแรกเขตนี้ ตั้ม  ทินพล  ศรีธเรศ จากเพื่อไทยยังเหนือกว่า  

เขตเลือกตั้งที่  6 เพื่อไทยส่ง “กำนันหิต” ประเสริฐ บุญเรือง ในฐานะบ้านใหญ่แห่งเทือกเขาภูพาน ได้คะแนนท่วมท้นตลอดมา หนนี้ “เพื่อไทย” ยังให้เครดิตสูง เป็นมือวางอันดับหนึ่ง ส่วนคู่แข่ง คือ นายสุรพล พลซื่อ สจ.เขต อ.กุฉินารายณ์ จากพรรคพลังประชารัฐ  แต่เป็นเพียงตัวสอดแทรก ยังไงเขตนี้กำนันหิตก็ได้เก้าอี้มาครองอย่างง่ายดาย

เขตเลือกตั้งที่  6 กำนันหิต จากเพื่อไทยน่าจะลากยาวเข้าป้าย

2. ขอนแก่น มี 11 เขตเลือกตั้ง

ขอนแก่น เพื่อไทยเคยชนะยกจังหวัดมาตลอด แต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เสียพื้นที่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ให้กับพรรคอนาคตใหม่ และเขตเลือกตั้งที่ 2 ให้กับพรรคพลังประชารัฐ นอกจากนั้นในการเลือกตั้งซ่อม ในเขตเลือกตั้งที่ 7 แทนนายนวัธ  เตาะเจริญสุข ที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุก เพื่อไทยก็ยังพ่ายแพ้ต่อพรรคพลังประชารัฐอีกเช่นกัน

การเลือกตั้งรอบนี้กระแสพรรคและกระแสอุ๊งอิ๊งที่กำลังมาแรง ทำให้พรรคเพื่อไทยหมายมั่นปั้นมือว่า จะกลับมาเอาชนะแบบแลนด์สไลด์ในขอนแก่นให้ได้อีกครั้ง แต่ก็ยังมีกระดูกชิ้นโตให้ทำการบ้านอีกหลายเขต 

เขตเลือกตั้งที่ 1  เลือกตั้งปี 2562 พรรคเพื่อไทยเสียแชมป์ให้กับ นายฐิตินันท์  แสงนาค จากพรรคอนาคตใหม่ (ในขณะนั้น) โดยนายธิตินันท์ เอาชนะ นายจักริน  พัฒ์ดำรงจิตร ลูกชายเสี่ยเล้ง จากพรรคเพื่อไทยไปแบบทิ้งห่างเกือบหมื่นคะแนน 

แต่การเลือกตั้งครั้งนี้นายจักริน ตัดสินใจไม่ลงสมัครในระบบเขต ส่วนายฐิตินันท์ ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยหลังพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบพรรค 

เลือกตั้งรอบนี้ พรรคเพื่อไทยส่ง นายชัชวาล  พรอมรธรรม (อ่านว่า พอน-อะ-มอน-ทำ) อดีตรองนายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ที่เพิ่งแพ้การเลือกตั้ง นายกเทศมนตรีนครขอนแก่นการเลือกตั้งปี 64 ลงสมัคร โดยมีคู่แข่งจากพรรคก้าวไกล คือ ทนายป๊อก วีรนันท์ ฮวดศรี ที่ได้รับการสนับสนุนจากนายรังสิมันต์ โรม    

นายชัชวาล พรอมรธรรม แม้จะถือว่า เป็นคนในแวดวงการเมืองที่เคยลงสนามเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น แม้จะไม่ได้รับตำแหน่ง แต่คะแนนที่ได้ก็ไม่น้อย เพราะมีฐานเสียงแน่นหนาในเขตเทศบาลนครขอนแก่น แต่สำหรับการลงสนามการเมืองใหญ่เป็นครั้งแรก ที่ต้องเจอคู่แข่งทางการเมืองหน้าใหม่อย่าง นายวีรนันท์ ฮวดศรี ทนายความจากพรรคก้าวไกล ก็จัดว่าเป็นศึกหนักพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อพรรคก้าวไกล ครั้งยังเป็นพรรคอนาคตใหม่ เป็นแชมป์เก่าเจ้าของพื้นที่ในการเลือกตั้งปี 2562 

ครั้งนี้ทนายป๊อก ที่มีดีกรีเป็นทนายความสิทธิมนุษยชน จบนิติ ม.ราม และเคยว่าความให้สมัยอานนท์ นำภา โดนจับเมื่อครั้งประท้วงการรัฐประหาร ก็ถือว่าเป็นคู่แข่งที่สูสี โดยเฉพาะเมื่อต้องต่อสู้กันในเขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งมีสถาบันการศึกษาทั้งมหาวิทยาลัย และโรงเรียน ที่มีแกนนำนักศึกษาและนักเรียนร่วมการเคลื่อนไหวแสดงออกทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง และเป็นฐานคะแนนสำคัญของพรรคก้าวไกลที่พร้อมเลือกพรรคแบบไม่ต้องดูหน้าผู้สมัคร ทำให้เชื่อว่าจะได้คะแนนจากพลังคนรุ่นใหม่ไปไม่น้อย

แต่ในการประเมินรอบแรก ยังเชื่อว่า กระแสอุ๊งอิ๊งและกระแสพรรค บวกฐานเสียงของนายชัชวาล ยังไม่พอที่จะทำให้นายชัชวาล จากเพื่อไทย ขึ้นนำทนายป๊อกจากก้าวไกลได้ คงต้องไปลุ้นในช่วงโค้งสุดท้ายว่า กระแสพรรคจะแรงขึ้นจนทำให้เอาชนะฐานคะแนนใหม่ของก้าวไกลในเขตเลือกตั้งที่ 1 ได้

เขต 1 ทนายป๊อก วีระนันท์ จากก้าวไกล นำ 

เขตเลือกตั้งที่ 2 ต้องจับตามองเช่นกัน เพราะครั้งก่อนพรรคเพื่อไทยก็พ่ายแพ้ให้กับพรรคพลังประชารัฐที่นำโดยนายเอกราช  ช่างเหลา โดยนายวัฒนา ช่างเหลา ลูกชายนายเอกราช เอาชนะนางอรอนงค์ สาระผล จากเพื่อไทยไปแบบขาดลอยกว่าหมื่นคะแนน การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยจึงหวังชิงพื้นที่คืนเช่นกัน 

เขตเลือกตั้งที่ 2 รอบนี้ ถือ เป็นเขตชนช้าง ระหว่าง 3 ขั้วการเมืองในพื้นที่ คือพรรคเพื่อไทย ที่ส่ง นางสาวรัมภามาศ ทีฆธนานนท์ จากพรรคเพื่อไทย  ลูกสาวของ นายกอุ้ย นายกเทศมนตรีตำบลเมืองเก่า  คนนี้ต้องอาศัยบารมีพ่อ ฐานการเมืองพ่อเก่า รวมถึงได้กระแสพรรค แต่ตัวผู้สมัครยังไม่มีบทบาทมาก  

ส่วนแชมป์นายวัฒนา ช่างเหลา ครั้งนี้ย้ายไปสังกัด พรรคภูมิใจไทย นายวัฒนาเป็นลูกชายคนโตของนายเอกราช ช่างเหลา  ได้เปรียบตรงที่เป็น ส.ส.เก่ามีฐานเดิม   เป็นขั้วการเมืองใหญ่ มีฐานเสียงที่เทศบาลเมืองศิลาหนุน มี กลุ่ม สจ.หนุน เพราะน้องชาย ก็เป็น สจ.  และยังมีนักการเมืองท้องถิ่นอีกหลายพื้นที่ ซึ่งอยู่ในเครือข่ายของนายเอกราช ช่างเหลาคอยสนับสนุน  

เขตนี้ยังมีผู้สมัครจากพรรคก้าวไกลที่ส่ง แบงค์ นายอิทธิพล ชลธราศิริ ลงสมัคร แบงค์จากก้าวไกลเป็นคนหนุ่มโปรไฟล์ดี และยังเป็นนักบริหารที่เป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหารสถาบันกวดวิชา TUTOR KING และยังเป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหารธุรกิจแฟรนไชส์ชานมไข่มุก CHINCHA

รวมถึง เป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหารร้านจ้วดคาเฟ่ ขอนแก่น ทำให้ฐานคะแนนเสียงของแบงค์ อิทธิพลค่อนข้างหนาแน่นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งนักศึกษาและคนทำงาน โดยเฉพาะฐานของกลุ่ม สตาร์ทอัพ และกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี 

เขตเลือกตั้งที่ 2 จังหวัด ขอนแก่น การประเมินรอบแรก แม้นายวัฒนา ช่างเหลา พรรคภูมิใจไทย จะมีฐานคะแนนเสียงที่นายเอกราช ช่างเหลาผู้พ่อทำเอาไว้คอยสนับสนุน  โดยเฉพาะเชื่อว่าได้คะแนนจากผู้นำ อปท.และ กลุ่ม อสม.ไว้ได้ทั้งหมดแล้ว และเหนือกว่านางสาวรัมภามาศ จากเพื่อไทย ที่ยังต้องลุ้นให้กระแสอุ๊งอิ๊ง และกระแสพรรคทำงาน

แต่กระแสก้าวไกลในขอนแก่นที่สร้างเอาไว้ บวกกับขอนแก่นเขต 1 และเขต 2 เป็นพื้นที่อำเภอเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่เคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มเยาวชน และคนรุ่นใหม่ ทำให้แบงค์ อิทธิพล จากก้าวไกลกลับน่าจะมีภาษีเหนือกว่าผู้สมัครจากภูมิใจไทยและเพื่อไทย

ยกแรกให้นายอิทธิพล จากก้าวไกลนำ 


เขตเลือกตั้งที่ 3  จตุพร เจริญเชื้อ จากเพื่อไทย ไร้คู่แข่ง

เขตเลือกตั้งที่  4  เอกราช ช่างเหลา ภูมิใจไทย สู้กับ มุกดา พงษ์สมบัติ เพื่อไทย ซึ่งเอกราช ที่ยกทั้งตระกูลไปซบพรรคภูมิใจไทย ครั้งก่อนลงส.ส.บัญชีรายชื่อ รอบนี้ลงมาสมัครในระบบเขต  แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ เจอกระดูกชิ้นโต กับ มุกดา  พงษ์สมบัติ เจ้าของพื้นที่เดิมอดีตส.ส.หลายสมัย จากพรรคเพื่อไทย 

นายเอกราชแม้ฐานคะแนนเสียงจะเข้มแข็ง จากการเป็นอดีตประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นมายาวนาน แถมรอบนี้กระสุนก็เต็มคลัง แต่การมีคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น เป็นชะนักปักหลังอยู่ ทำให้เป็นวิบากกรรมสำคัญของนายเอกราชว่า จะมีผลต่อกรตัดสินใจของคนขอนแก่นหรือไม่ 

ขณะที่นางมุกดา แม้กระแสพรรค และกระแสอุ๊งอิ๊งมาแรงในจังหวัด แต่นางมุกดามีจุดด้อยตรงที่ลงพื้นที่น้อย จนมีเสียงสะท้อนว่า จะเห็นหน้าส.ส.มุกดา ก็ต่อเมื่อมีสัญญาณว่า จะยุบสภาฯ แ ละช่วงเลือกตั้งเท่านั้น ส่วนก่อนหน้านี้แทบไม่เห็นนางมุกดาอยู่ในพื้นที่ 

เมื่อวิเคราะห์ทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งของทั้งคู่ คอการเมืองยังฟันธงว่า จุดอ่อนของนายเอกราชมีมากกว่า และเชื่อว่า ในช่วงต้นนายมุกดาน่าจะมีภาษีและแต้มต่อเหนือนายเอกราช ที่นับวันจะยิ่งอ่อนล้า และบอบช้ำไปเรื่อยๆ 

ยกแรกให้นางมุกดาจากพรรคเพื่อไทยนำ 


 
เขตเลือกตั้งที่ 5  ภาควัต  ศรีสุรพล  เพื่อไทย ไร้คู่แข่ง

เขตเลือกตั้งที่ 6  สิงหภณ  ดีนาง  เพื่อไทย ไม่มีคู่แข่ง

เขต 7 นายสมศักดิ์ คุณเงิน หนึ่งเดียวจากพลังประชารัฐที่ชนะการเลือกตั้งซ่อม เมื่อปี 2564 และเป็นหนึ่งเดียวที่ลุงป้อม พลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ เชื่อว่าน่าจะสู้กับคู่แข่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ เพราะเป็นคนเก่าแก่ที่เล่นการเมืองในเขตนี้มานาน และมีฐานคะแนนที่เหนียวแน่น    

แต่เขตนี้นายสุรพจน์ เตาะเจริญสุข น้องชายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.ขอนแก่นจากพรรคเพื่อไทย ที่แม้เป็นหน้าใหม่ของการเมืองสนามใหญ่ แต่ตระกูลเตาะเจริญสุข ก็ใช่ว่า จะเป็นไฟที่ไร้ควัน เพราะนายนวัธ พี่ชายสร้างฐานการเมือง ฐานคะแนน และมีเครือข่ายในเขตเลือกตั้งนี้แบบหนาแน่นและครอบคลุม การพ่ายแพ้การเลือกตั้งซ่อมครั้งที่ผ่านมา ในพื้นที่ก็รู้กันดีว่า ไม่ใช่เหตุการณ์ปกติ

เพราะครั้งนั้นพรรคพลังประชารัฐขนกระสุนดินดำ และเพิ่มกลไกอนาจรัฐลงพื้นที่แบบแพ้ไม่ได้  มีเรื่องเล่ากันว่า ช่วงเลือกตั้งซ่อม มีเครื่องเช่าเหมาลำ Private Jet บินมาลงสนามบินขอนแก่นหลายรอบ และเป็นปัจจัยที่ทำให้นายสมศักดิ์  คุณเงิน คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนั้น 

แต่ครั้งนี้ เครือข่ายตระกูลเตาะเจริญสุข ที่นายนวัธสร้างไว้ บวกกระแสพรรค กระแสอุ๊งอิ๊ง คอการเมืองยังฟันธงให้ในรอบแรกๆ พรรคเพื่อไทย โดยนายสุรพจน์ยังมีโอกาสสู้นายสมศักดิ์ จากพรรคภูมิใจไทยได้อย่างเข้มข้น สูสี และในยกแรกน่าจะสดและเหนือกว่านายสมศักดิ์แบบคะแนนเบียดชิดติดกันไม่ห่างมาก 

รอบแรก นายสุรพจน์จากเพื่อไทยนำ

เขตเลือกตั้งที่ 8 วิภาณี  ภูคำวงศ์  เพื่อไทย  ไม่มีคู่แข่ง

เขตเลือกตั้งที่ 9  สรัสนันท์  อรรณนพพร  ไม่มีคู่แข่ง  

เขตเลือกตั้งที่ 10 วันนิวัติ  สมบูรณ์  ไม่มีคู่แข่ง

เขตเลือกตั้งที่ 11  พชรกร  อรรณนพพร  ไม่มีคู่แข่ง 

3. ชัยภูมิ – 7 เขตเลือกตั้ง    

เขตเลือกตั้งที่ 1 แชมป์เก่าหมอโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย จากเพื่อไทยเลือกตั้งครั้งนี้ยังเป็นเต็งหนึ่ง เพราะเป็นอดีตส.ส.หลายสมัย  และเป็นเจ้ของพื้นที่มายาวนาน เขตนี้มีคู่แข่งากพรรคพลังประชารัฐ คือ นางจิตราภรณ์ กล้าแท้ เท่านั้นที่พอจะสูสี และนับเป็นคู่แข่งของหมอโอชิษฐ์ได้ 

เขตนี้ นายแพทย์โอชิษฐ์ จากเพื่อไทยน่าจะนำยาวจนถึงเส้นชัย 

เขตเลือกตั้งที่ 2 แชมป์เก่าจากพรรคพลังประชารัฐ นายเชิงชาย  ชาลีรินทร์  พรรคพลังประชารัฐ แต่ล่าสุดครั้งนี้หันมาลงในนามพรรคเพื่อไทย สู้กับพรรคพลังประชารัฐ ที่ส่ง นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ลูกสาวนายสันติ  ชัยวิรัตนะ อดีต ส.ส.หลายสมัยลงแข่ง โดยมีคู่แข่งคนสำคัญอีกราย คือ นายมนตรี ชาลีเครือ จากพรรคไทยสร้างไทยของคุณหญิงหน่อย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ส่งลงสมัคร   

เขตนี้ นายเชิงชายที่ย้ายกลับมาสังกัดพรรคเพื่อไทย น่าจะลากยาวเข้าป้ายไปได้ไม่ยากนัก

เขตเลือกตั้งที่ 3 แชมป์เก่าจากพรรคพลังประชารัฐ นายสัมฤทธิ์  แทนทรัพย์   ครั้งนี้ลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย ยังคงต้องสู้กับพรรคเก่าของตัวเอง เมื่อพรรคพลังประชารัฐ ส่ง นายสนั่น  พัชรเตชโสภณ  เจ้าของธุรกิจหลักพันล้านในพื้นที่ จ.ชัยภูมิลงมาแทน ส่วนพรรคเพื่อไทย แม้จะส่ง นายอนันต์ ลิมปคุปตถาวร  แต่ยังห่างจากทั้งคู่ 

เขตนี้คาดว่า นายสัมฤทธิ์ จากภูมิใจไทยเหนือกว่าทุกคนค่อนข้างมาก ทั้งกระสุนและฐานคะแนน  

เขตเลือกตั้งที่ 4 แชมป์เก่าจากพรรคเพื่อไทย นายมานะ  โลหะวณิชย์  พรรคเพื่อไทย สู้กับ นายสุขสันต์ ชื่นจิตร พรรคพลังประชารัฐ ส่วนพรรคภูมิใจไทยส่ง นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ ลูกสาวของนายสัมฤทธิ์  แทนทรัพย์ โดยหวังว่า กระแสของนายสัมฤทธิ์ จะข้ามเขตมาช่วยลูกสาวได้

เขตนี้ รอบแรก นายมานะ จากเพื่อไทยแชมป์เก่ายังนำทุกคน 

เขตเลือกตั้งที่ 5 เขตนี้น่าจับตามองผู้สมัครจากพรรคไทยสร้างไทย และเป็นเขตที่ไทยสร้างไทยของคุณหญิงหน่อยคาดหวังว่า จะปักธงในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้สำเร็จ โดยพรรคไทยสร้างไทยส่งนายธนกฤติ จรรย์โกมล ลูกชายอดีตส.ส. นายเจริญ จรรย์โกมล ลงสมัคร แต่เมื่อต้องแข่งกับพรรคเพื่อไทย ที่ส่ง นายสมประสงค์  พงษ์ธีรดุล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบ้านเป้า อำเภอเกษตรสมบูรณ์

และแข่งกับอา คือ นายชัยชาญ  จรรย์โกมล น้องชายนายเจริญที่ลงมาแข่งกับหลานชายในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ ทำให้คะแนนของตระกูลจรรย์โกมล ถูกแชร์ออกเป็น 2 ส่วน ส่งผลให้นายสมประสงค์ จากพรรคเพื่อไทยที่กระแสพรรคกำลังมา ขยับเข้ามารับอานิสงค์นี้ และมีโอกาสชนะการเลือกตั้งครั้งนี้

แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ การประเมินรอบแรกให้ นายสมประสงค์ จากพรรคเพื่อไทยเป็นตัวนำ

ส่วนเขตเลือกตั้งที่ 6 เป็นอีกเขตที่เป็นพื้นที่ของตระกูลจรรย์โกมล และเป็นพื้นที่ของนายเจริญ  จรรย์โกมล อดีตส.ส. เขตนี้หลายสมัย แม้ครั้งที่แล้วในปี 2562 นางพรเพ็ญ  บุญศิริวัฒนกุล จากพรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้ง แต่ครั้งนั้นนายเจริญ ไม่ได้ลงสมัครในระบบเขต เพราะสมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ

และเมื่อพรรคไทยรักษาชาติโดนยุบ นายเจริญก็เว้นวรรคการเมืองไปหนึ่งสมัย รอบนี้เมื่อนายเจริญ ลงสมัครในนามพรรคไทยสร้างไทยของคุณหญิงหน่อย คอการเมืองจึงยังให้นายเจริญ มีคะแนนเหนือนางพรเพ็ญ 
 

การประเมินรอบแรกให้นายเจริญ จากพรรคไทยสร้างไทย ในฐานะเจ้าของพื้นที่น่าจะเอาชนะนางพรเพ็ญ จากพรรคเพื่อไทยได้ โดยนาวพรพ็ญต้องลุ้นกระแสพรรค และกระแสอุ๊งอิ๊งว่า จะแรงพอให้เอาชนะนายเจริญได้หรือไม่

นายเจริญ ไทยสร้างไทย นำ 

เขตเลือกตั้งที่ 7 การเลือกตั้งครั้งนี้ทุกพรรคต่างคัดผู้สมัครลงมาเต็มที่ แต่เขตนี้น่าจะเป็นการแข่งกันระหว่างแชมป์เก่า นายแพทย์สุรวิทย์  คนสมบูรณ์  พรรคเพื่อไทย และ นางสาวเพชราพร  ภูมิรัตนประพิณ พรรคภูมิใจไทยเท่านั้น 

ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ส่ง นายแพทย์ประสิทธิ์  ชัยวิรัตนะ พรรคพลังประชารัฐ ที่ส่ง นายอัครแสนคีรี  โล่ห์วีระ บุตรชาย นายอร่ามโล่ห์วีระ นายก อบจ.ชัยภูมิ คนปัจจุบัน พรรคไทยสร้างไทย ส่ง นายจอมจักรภพ  เอกกุล และจากพรรคก้าวไกล ส่ง กิตติธัช คำวงษ์ ยังไม่ถือเป็นคู่แข่งที่พอจะสู้ นายแพทย์สุรวิทย์ พรรคเพื่อไทย และ นางสาวเพชราพร จากพรรคภูมิใจไทยได้ 

ในการประมินยกแรก นายแพทย์สุรวิทย์นำ นางสาวเพชราพร อยู่เล็กน้อย 

 
4. นครพนม – 4 เขตเลือกตั้ง 

เขตเลือกตั้งที่ 1 เดิมทีเป็นพื้นที่ของ นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือครูแก้ว พรรคภูมิใจไทย แต่คราวนี้ส่งภรรยาลงแทน คือ พูนสุข โพธิ์สุ สู้กับ ดร.ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 เพื่อไทย คาดว่าเขตนี้พรรคภูมิใจไทยจะได้เก้าอี้มาครอง เพราะเป็นพื้นที่เดิมของครูแก้ว  

เขตนี้ นางพูนสุข จากพรรคภูมิใจไทย น่าจะอาศัยฐานะแนนของครูแก้ว เอาชนะดร.ภูมิพัฒน์ไปได้ ยกแรก นางพูนสุขยังนำอยู่ ส่วนดร.ภูมิพัฒน์จากเพื่อไทย ต้องไปลุ้นให้ปลายเกมกระแสพรรคแรงขึ้น จึงจะมีสิทธิ์ชนะในเขตนี้ 

เขต 1 นางพูนสุข ภูมิใจไทย นำ

เขตเลือกตั้งที่ 2 พรรคภูมิใจไทย ครูแก้ว นายศุภชัย โพธิ์สุ ย้ายมาสู้กับ ดร.มนพร เจริญศรี อดีตส.ส.สมัยที่แล้วจากพรรคเพื่อไทย แต่เชื่อว่า การต่อสู้ในพื้นที่ซึ่งไม่ใช่เขตเลือกตั้งของตัวเอง ทำให้ครูแก้วไม่น่าจะสู้ฐานคะแนนของดร.มนพร และพรรคเพื่อไทยได้  

เขตนี้ การประเมินยกแรก ดร.มนพร จากพรรคเพื่อไทยนำและเชื่อว่า จะเข้าป้ายคว้าเก้าอี้มาครองได้ 

เขตเลือกตั้งที่ 3 พรรคภูมิใจไทย ดึงเอานายแพทย์ อลงกต มณีกาศ อดีตผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ ย้ายมาสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย หวังล้างตากับ ดร.ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.แชมป์ตลอดกาล 11 สมัยพรรคเพื่อไทย หลังคาใจครั้งที่แล้วแพ้เลือกตั้งประมาณ 2,000 คะแนน 

แต่เขตนี้คาดว่า นายแพทย์อลงกต จากภูมิใจไทย ยังสู้ ดร.ไพจิตจากเพื่อไทยไม่ได้ 

เขต 3 ดร.ไพจิต เพื่อไทยนำ

เขตเลือกตั้งที่ 4 การเลือกตั้งครั้งนี้ ครูแก้ว ดึงนายชูกัน กุลวงษา อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ มาสังกัดพรรคภูมิใจไทย เพื่อชนกับนายอรรถสิทธิ์  ทรัพย์สิทธิ์  อดีตส.ส. 7 สมัยจากพรรคเพื่อไทย เพราะหวังว่า จะเอาชนะพรรคเพื่อไทยที่ฐานคะแนนแตกออกเป็นสองส่วน จากการที่ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส.เขต 4 นครพนม พรรคเพื่อไทย ย้ายไปสังกัดพรรคไทยสร้างไทย 

แต่การประเมินในพื้นที่ ยังเชื่อว่า พรรคเพื่อไทยโดยนายอรรถสิทธิ์ ยังน่าจะเอาชนะนายชูกันจากพรรคภูมิใจไทยได้มายาก 

เขต 4 นายอรรถสิทธิ์จากเพื่อไทยนำ

5. จังหวัดนครราชสีมา มีเก้าอี้ ส.ส.16 ที่นั่ง  

เขตเลือกตั้งที่ 1   เมืองหลวงของพรรคชาติพัฒนากล้า เขตนี้ คอการเมืองโคราช ฟันธงว่า เป็นศึกช้างชนช้าง เมื่อนายเทวัญ ลิปตพัลลภ น้องชายนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ มีเดิมพันจะต้องปักธงพรรคชาติพัฒนากล้าลงในเขตเลือกตั้งที่ 1 แบบแพ้ไม่ได้ 

การเลือกตั้งครั้งนี้ นายเทวัญ มีคูแข่งจากพรรคเพื่อไทย คือ รองหลี ร.ต.อ.สุปชัย อินทรักษา อดีตรองนายกเทศมนตรี เทศบาลนครนครราชสีมา นักการเมืองหนุ่มที่ก้าวขึ้นมาจากเมืองท้องถิ่น รอบนี้แม้รองหลี จะได้แรงหนุนจากพรรคเพื่อไทย และมีกระแสพรรค กระแสอุ๊งอิ๊ง ผสมกับฐานคะแนนส่วนตัว แต่เชื่อว่า ยังสู้นายเทวัญที่มีเดิมพันสำคัญของพรรคไม่ได้ 

การประเมินรอบแรก นายเทวัญจากพรรคชาติพัฒนากล้านำ  

เขตเลือกตั้งที่ 2  ยังเป็นเขตฐานเสียงของพรรคชาติพัฒนากล้า เพราะการเลือกตั้งปี 2562 นายวัชรพล โตมรศักดิ์ รองหัวหน้าพรรค แม้จะต้องฝ่าทั้งกระแส และกระสุนของพรรคพลังประชารัฐ แต่ก็ยังเอาชนะมาได้ 

การเลือกตั้งครั้งนี้แม้จะมีคู่ต่อสู้ที่สมศักดิ์ศรีจากพรรคเพื่อไทย  คือ นายสมโภชน์ ปราสาทไทย แกนนำคนเสื้อแดงอำเภอเมืองโคราช ที่หนีจากเขต 1 ไปลงชิงชัยเก้าอี้  แต่เชื่อว่า แชมป์เก่า อดีตส.ส. 5 สมัยอย่างนายวัชรพล ก็ยังน่าจะเอาชนะนายสมโภชน็ได้ไม่ยาก

ประเมินรอบแรกนายวัชรพล พรรคชาติพัฒนากล้านำ

เขตเลือกตั้งที่ 3  เป็นอีกเขตที่พรรคชาติพัฒนากล้าคาดหวังสูง เนื่องจากมีช่องว่างที่ นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง แชมป์เก่าจากพรรคเพื่อไทยไม่ได่ลงสมัคร พรรคชาติพัฒนากล้าจึงส่งกำนันเบ้า นายสมศักดิ์  กาญจนวัฒนา ผู้กว้างขวางในแวดวงการเมืองท้องถิ่นลงสมัคร

โดยเชื่อว่า กำนันเบ้าจะเอาชนะคู่แข่งจากพรรคอื่นๆได้ไม่ยาก  เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ผู้สมัครจากพรรคใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่เกือบหมด 

เขตนี้พรรคเพื่อไทยแชมป์เก่าส่ง นายวัฒนะชัย สืบศิริบุษย์ นักธุรกิจเจ้าของตลาดสด ฐานเสียงเป็นนักธุรกิจ พ่อค้า แม่ค้า และผู้นำชุมชนบางส่วน ลงสมัคร 

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ส่งนายนายวีระวัฒน์ มิตรสูงเนิน อดีตประธาน สภา อบจ.นครราชสีมา ที่มีฐานเสียงหลักเป็นนักการเมืองท้องถิ่น และผู้นำชุมชนในพื้นที่ลงแข่ง  

นักวิเคราะห์การเมืองโคราชระบุว่า แม้เขตนี้จะเป็นเขตช้างชนช้างอีกหนึ่งเขต แต่สุดท้ายนายสมศักดิ์ จากชาติพัฒนากล้ามีสิทธิ์ลุ้นซิวเก้าอี้ ส.ส.เขต 3 มาครอง

เขตเลือกตั้งที่ 3 ยกแรก นายวีระวัฒน์จากพรรคชาติพัฒนากล้านำ

เขตเลือกตั้งที่ 4  ยังเป็นเขตของพรรคชาติพัฒนากล้า เพราะเขตนี้พรรคชาติพัฒนากล้าส่วงนายสมบัติกาญจนวัฒนา น้องชายกำนันเบ้าลงสมัคร พื้นที่นี้สองเขตเชื่อมโยงกัน ทำให้นายสมบัติที่ลงพื้นที่มานาน และเป็นอดีตประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา พร้อมทั้งมีฐานเสียงจากนักการเมืองท้องถิ่น และผู้นำชุมชนแน่นปึ๊ก เขตนี้นักวิเคราะห์การเมืองฟันธงว่า นายสมบัติ จะสามารถแจ้งเกิดได้สักที 

ส่วนคู่แข่ง น่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย ที่ส่งนางสาวณัฐจิรา อิ่มวิเศษ หลานสาวของนักธุรกิจชื่อดังโคราช ดร.บุญมา อิ่มวิเศษ เจ้าของสินค้าครัวเรือนยี่ห้อดัง “สตาร์เวลล์” ลงชิงเก้าอี้  และพรรคพลังประชารัฐที่ส่ง นายสุธรรม พรสันเทียะ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เมืองโคราช ซึ่งเคยเป็นใกล้ชิดกับ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีลงสมัคร หลังจากนายสุธรรมอกหักจากพรรคเพื่อไทย ไม่ได้รับการคัดเลือกให้ลงสมัคร เพราะที่นั่งเต็ม 

ฟันธงเขตนี้นายสมบัติ จากพรรคชาติพัฒนากล้า เหนือกว่าทั้งนางสาวณัฐจิราจากเพื่อไทย และนายสุธรรมจากพลังประชารัฐ

ยกแรกนายสมบัติชาติพัฒนากล้านำ 

เขตเลือกตั้งที่ 5   พื้นที่ของตระกูลรัตนเศรษฐ เลือกตั้งปี 2562 เก้าอี้เป็นของนายทวิรัฐ  รัตนเศรษฐ ลูกชายนายวิรัช  รัตนเศรษฐ รอบนี้นายทวิรัฐเจอศึกหนัก เมื่อต้องลงป้องกันแชมป์กับผู้ท้าชิงหมัดหนักจากพรรคเพื่อไทย อย่างนายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล รองนายก อบจ.นครราชสีมา เด็ก ของกำนันป้อ “วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” รมช.คมนาคม เจ้าของโรงแป้งมันเอี่ยมเฮง  โดยนายสมเกียรติ เป็นนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานราชการรายใหญ่ในโคราช ที่มีทุนและเครือข่ายแน่นหนา 

เลือกตั้งรอบนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ความขลังของตระกูลรัตนเศรษฐ์ กับ บารมีของกำนันป้อ วีรศักดิ์  หวังศุกภิจโกศล ว่าใครจะแน่กว่ากัน 

แต่ประเมินรอบแรก คอการเมืองยังให้นายทวิรัฐ พลังประชารัฐนำเล็กน้อย โดยมีนายสมเกียรติ จากเพื่อไทยตามมาติดๆ 
 

เขตเลือกตั้งที่ 6  เริ่มเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย เลือกตั้งรอบนี้พรรคเพื่อไทยยัง ส่งนายโกศล ปัทมะ แชมป์เก่าหลายสมัย น้องชายนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ ลงรักษาที่นั่ง ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ส่งนางอรทัย พลวิเศษ ภรรยาของนายภิรมย์ พลวิเศษ ลงสู้ศึก หวังที่จะล้มช้างให้ได้ 

แต่การประเมินรอบแรก นักวิเคราะห์การเมืองยังมั่นใจว่า “โกศล ปัทมะ” เพื่อไทย จะสอบผ่านเช่นเคย

เขต 6 โกศล จากเพื่อไทยนำ

เขตเลือกตั้งที่ 7   พรรคเพื่อไทย ส่งนางสาวปิยะนุช ยินดีสุข สจ.นครราชสีมา เขต.ลำทะเมนชัย สะใภ้โรงแป้งมันเอี่ยมธงชัย ลงชิงเก้าอี้  ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ส่งนางทัศนียา รัตนเศรษฐ ภรรยาของนายวิรัช รัตนเศรษฐ ลงป้องกันแชมป์ ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ส่งนายพีรพร สุวรรณฉวี บุตรชาย ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี และร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา ลงสู้ศึก คอการเมืองโคราชฟันธงเขตนี้เป็นเขตช้างชนช้างอีกหนึ่งเขตจะเป็นการเบียดกันแบบสูสีระหว่าง” ปิยะนุช” จากเพื่อไทย และ “ทัศนียา” จากพลังประชารัฐ

การประเมินรอบแรกแม้คอการเมืองจะให้กระแสพรรคเพื่อไทยแรง ทำให้คะแนนปิยะนุช จะอาศัยบารมีกำนันป้อ และเกาะกระแสพรรคอาจจะเอาชนะ ทัศนียา รัตนเศรษฐ์จากพรรคพลังประชารัฐได้ แต่วัดจากฐานคะแนนของพลังประชารัฐแล้ว เขตนี้ ทัศนียา น่าจะยังเอาตัวรอดไปได้ก่อนในช่วงต้น ไปสู้กันอีกครั้งในโค้งสุดท้าย

เขต 7 ทัศนียา พลังประชารัฐ นำ 

เขตเลือกตั้งที่ 8  พรรคเพื่อไทย ส่งนายนายนิกร โสมกลาง เลขานุการ “ยลดา หวังศุภกิจโกศล” นายก อบจ.นครราชสีมา ลงชิงเก้าอี้ นายนิกร นอกจากเป็นเลขานางยลดาแล้ว ยังมีศักดิ์เป็นว่าที่ลูกเขยกำนันป้ออีกด้วย ทำให้เขตนี้ แม้จะมีคู่แข่งที่แข็งโป๊กจากพรรคพลังประชารัฐ  นางอรัชมน รัตนเศรษฐ ภรรยาของ “อธิรัฐ รัตนเศรษฐ” รมช.คมนาคม สะใภ้ของวิรัช รัตนเศรษฐ ลงสู้ศึก และเป็นเขตช้างชนช้างอีกพื้นที่

แตน้ำหนักของกำนันป้อ และกระแสพรรคเพื่อไทย ยังแรงกว่า น่าจะทำให้  นายนิกร โสมกลาง” จากเพื่อไทยเหนือกว่า นางอรัชมนจากพลังประรัฐ

ยกแรกนายนิกรเพื่อไทยนำ

เขตเลือกตั้งที่ 9  พรรคภูมิใจไทย ส่งนายนายพลพีร์ สุวรรณฉวี เลขานุการ “อนุทิน ชาญวีรกุล”  บุตรชาย ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี อดีตนายกอบจ.นครราชสีมา ลงชิงเก้าอี้ ขณะที่พรรคเพื่อไทย ส่งนายธีระยุทธ ตันติกุล นักธุรกิจเจ้าของปั้มแก๊สหลายแห่ง พรรคพลังประชารัฐ ส่งนางทัศนาพร เกษเมธีการุณ น้องสาว “ทัศนียา รัตนเศรษฐ” ภรรยานายวิรัช รัตนเศรษฐ ลงป้องกันแชมป์เพื่อรักษาเก้าอี้   

เขตนี้ คอการเมืองโคราชฟันธงว่า จะดุเดือดและสูสีที่สุด  และโค้งสุดท้ายจะตัดสินกันที่กระสุนดินดำของใครจะยิงเข้าเป้ามากกว่ากัน โดยจะเป็นการเบียดกันระหว่าง “ทัศนาพร”จากพลังประชารัฐกับ “ธีระยุทธ”จากเพื่อไทย โดยมี “พลพีร์” จากภูมิใจไทยตามมาติดๆ

แต่ยกแรกฟันธงให้แชมป์เก่า ทัศนาพร จากพลังประชารัฐนำ

เขตเลือกตั้งที่ 10   พรรคเพื่อไทย ส่งนายอภิชา เลิศพชรกมล หรือเสี่ยปื้ด ลงป้องกันแชมป์ หลังจากย้ายจากพรรคภูมิใจไทย มาสังกัดพรรคเพื่อไทย มี “กำนันป้อ” นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม เจ้าของโรงแป้งมันเอี่ยมเฮงหนุนหลัง ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ส่งนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย ลงท้าชิง

ซึ่งเขตนี้ “บุญจง” หวังแจ้งเกิดอีกครั้งโดยมี “อนุทิน” หน.พรรคสนับสนุนเสบียงเต็มที่ แต่งานนี้ “กำนันป้อ” มีเสียงในมือพื้นที่ 7 ตำบลของอ.ครบุรี กว่า 6 หมื่นคะแนน มั่นใจดันลูกน้อง “อภิชา เลิศพชรกมล” เข้าสภารักษาแชมป์ไว้ได้ แต่ก็อย่าประมาท “บุญจง” แมว 9 ชีวิต อย่างเด็ดขาด

ยกแรก นายอภิชา จากเพื่อไทยใช้บารมีกำนันป้อ และเกาะกระแสพรรคนำอยู่เล็กน้อย 

เขตเลือกตั้งที่ 11 พรรคเพื่อไทย ส่งนายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล บุตรชายกำนันป้อ “วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” รมช.คมนาคม ลงชิงเก้าอี้ ส.ส. ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ส่งพันตำรวจเอกปริวัฒน์ นาคำ อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหลายแห่ง หลายแห่ง ลงชิงชัย และพรรคภูมิใจไทย ส่ง”นายพรชัย อำนวยทรัพย์” อดีตคนสนิทกำนันป้อลงป้องกันแชมป์ โดยมี “อนุทิน ชาญวีรกุล” หน.พรรคภูมิใจไทยสนับสนุน เขตนี้กำนันป้อต้องการให้ลูกชาย “อาทิตย์” เป็นส.ส. ทุมสุดตัว  เพื่อจะเอาเก้าอี้ ส.ส.เขตนี้คืนมาจากภูมิใจไทย 

ฟันธง “อาทิตย์” ลูกชายกำนันป้อจากเพื่อไทย เหนือกว่า “พรชัย” แชมป์เก่าจากภูมิใจไทย 

เขตเลือกตั้งที่ 12   คนพรรคภูมิใจไทย ส่งนายสมศักดิ์ พันธุ์เกษม ที่ย้ายมาจากพลังประชารัฐลงรักษาเก้าอี้ แต่ต้องเจอศึกหนักเมื่อกำนันป้อจากพรรคเพื่อไทยดับเครื่องชนดัน นายนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล รองนายก อบจ.นครราชสีมา  บุตรชายของโรงแป้งเอี่ยมธงชัย หลานกำนันป้อ ลงท้าชิง   พรรครวมไทยสร้างชาติของ”ลุงตู่”ส่งประนอม โพธิ์คำ อดีต สส.ลงชิงเก้าอี้ 

เขตนี้คอการเมืองยกให้เป็นเขตช้างชนช้างจะเป็นการแย่งเก้าอี้กันระหว่างแชมป์เก่า “สมศักดิ์ พันธุ์เกษม” จากภูมิใจไทยกับ”นรเสฏฐ์ ศิริโรจนกุล” จากเพื่อไทย

แต่ในยกแรกให้นรเสฏฐ์ จากเพื่อไทยนำเล็กน้อย

เขตเลือกตั้งที่ 13    เพื่อไทย ส่ง “นายพชร จันทรรวงทอง” ลูกชายนายประเสริฐ  จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคลงสมัครแทนนายรัชตะ ด่านกุล ซึ่งครั้งที่แล้วแพ้คู่แข่งจากภูมิใจไทยไปแบบคาใจ   โดยมีคู่แข่งจากพรรคพลังประชารัฐ “นายสุกฤษณ์ วัชรมาลีกุล”และพรรคชาติพัฒนากล้า “นายวรพจน์ บุญจันทึก” แต่ประเสริฐ จันทรรวงทอง มั่นใจอุ้มลูกชาย “พชร”เข้าสภาในการลงสมัครสมัยแรกได้แน่นอน

ยกแรก พชรจากเพื่อไทยนำ

เขตเลือกตั้งที่ 14 อ.  “นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ”จากพรรคเพื่อไทยเป็นแชมป์เก่ามาหลายสมัย แต่ แต่ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ “ศิรสิทธิ์”ต้องเจอคู่แข่งทั้งจากพรรคพลังประชารัฐ นายวิรัตน์ วาริชอลังการและพรรคภูมิใจไทย นายมานิตย์ จันทรวราภร ที่ได้หัวหน้าพรรค “อนุทิน” สนับสนุน แต่”ศิรสิทธิ์” ได้ทั้ง”ประเสริฐ จันทรรวงทอง” เลขาธิการพรรคฯและ กำนันป้อ “วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” คอยส่งเสบียงสนับสนุน จึงมั่นใจจะรักษาเก้า ส.ส.เอาไว้ได้ โดยมี “มานิตย์ จันทรวราภร” จากภูมิใจไทยคอยหายใจรดต้นคอ

ประเมินรอบแรก ศิรสิทธิ์ จากเพื่อไทยไม่ห่าง

เขตเลือกตั้งที่ 15   สนามเลือกตั้งเขตนี้ มี “วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์” ส.ส.ต๋อง จากค่ายภูมิใจไทยเป็นแชมป์เก่า มีฐานเสียงจากผู้นำท้องถิ่น นายก อบต.และกลุ่มแม่บ้าน แต่ศึกเลือกตั้งครั้งนี้ยังคงมีคู่แข่งสำคัญจากสองพรรค ได้แก่ นายรชตะ ด่านกุล จากเพื่อไทยและนายพจน์ เจริญสันเทียะ จากพลังประชารัฐ แต่คอการการวิเคราะห์ว่า เขตเลือกตั้งนี้จะเป็นการชิงกันระหว่าง “วิสิทธิ์” จากภูมิใจไทยและ”พจน์” จากพลังประชารัฐ โดยมี “รชตะ” จากเพื่อไทยจะเป็นตัวสอดแทรก

ยกแรก วิสิทธิ์ จากภูมิใจไทยยังนำ 

เขตเลือกตั้งที่ 16   สนามเลือกตั้งเขตนี้เดิมเก้าอี้ ส.ส.เป็นของพรรคเพื่อไทย นายสุชาติ ภิญโญ แต่เลือกตั้งครั้งนี้”สุชาติ”ย้ายไปซบภูมิใจไทย โดยมีคู่แข่งสำคัญจากพรรคเพื่อไทย นายพรเทพ ศิริโรจนกุล  สจ.นครราชสีมา  พี่ชายนรเสฏฐ์ ศิริโรจนกุล รองนายก อบจ.นครราชสีมา ทายาทคนโตของโรงแป้งมันเอี่ยมธงชัย หลานกำนันป้อ “วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล “ 

นอกจากนี้พลังประชารัฐโดยวิรัช รัตนเศรษฐ ยังส่งลูกชายคนเล็ก “นายตติรัฐ รัตนเศรษฐ” มาลงสนามนี้ด้วย  พรรครวมไทยสร้างชาติของลุงตู่ได้ “นวกิจ พลวิเศษ “ ลูกชาย “ภิรมย์ พลวิเศษ” มาลงชิงเก้าอี้อีกคน 

ส่งผลให้สนามนี้กลายเป็นสนามช้างชนช้างอีกหนึ่งสนาม โดยจะมีปัจจัยเรื่องกระสุนจะเป็นตัวชี้ขาดในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง  เบียดแย่งเก้าอี้กันระหว่าง “สุชาติ ภิญโญ” จากภูมิใจไทย “ตติรัฐ รัตนเศรษฐ” จากค่ายพลังประชารัฐและ”พรเทพ ศิริโรจนกุล” จากเพื่อไทย

แต่ยกแรก คอการเมืองให้ พรเทพ จากเพื่อไทยนำ 

6. บึงกาฬ – 3 เขตเลือกตั้ง

เขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคเพื่อไทยส่ง นางสาวภัทรพร ราชป้องขันธ์ บุตรสาวของ ส.ส.เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ส่วนพรรคภูมิใจไทยส่ง นายสยาม  เพ็งทอง ซึ่งเป็นคนหน้าใหม่ทั้งคู่ไม่เคยเล่นการเมืองมาก่อนทุกระดับ แต่นายสยาม ดีกรีลูกเขย ดร.ทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทยหรือมท. 2 กับนางแว่นฟ้า ทองศรี ซึ่งเป็นนายก อบจ.บึงกาฬคนปัจจุบัน  

วิเคราะห์ว่า ทีมเสื้อแดงอาศัยแต่บุญเก่าไม่ค่อยทำการบ้านไม่ค่อยออกงานน่าจะแพ้ทีม เสื้อน้ำเงิน เพราะขยันลงพื้นที่มาตั้งแต่เนิ่นนาน เก็บแต้มเก็บคะแนนเก็บเล็กเก็บน้อยสะสมมาเรื่อยๆ คาดว่านายสยาม  น่าจะชนะเข้าวินเดินเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอย่างแน่นอน โดยจะเก็บคะแนนทั้งคนและพรรคด้วย

ยกแรกให้นายสยาม จากภูมิใจไทยนำ ส่วนภัทรพรจากเพื่อไทยต้องลุ้นกระแสพรรคมาช่วยในช่วงโค้งสุดท้าย 

เขตเลือกตั้งที่ 2 นั้นเป็นการรักษาแชมป์เก่าของ นายไตรรงค์ ติธรรม พรรคเพื่อไทยกับผู้ที่จะขึ้นชิงแชมป์ได้แก่ นายสุวรรณา กุมภิโร อดีตนายกเทศบาลตำบลป่งไฮ ซึ่งในเขตที่ 2 นี้ค่อนข้างจะสูสีด้วยกันทั้ง 2 พรรค 

เขตนี้สำหรับผู้สมัครแม้ชาวบ้านจะนิยมคนใหม่ ทำให้นายสุวรรณา อาจจะได้เปรียบ ขณะที่อดีต ส.ส.เก่า นายไตรรงค์ จะสุขภาพไม่ค่อยจะดีอาจจะแรงเสียดทานเบียดกันแรงๆไม่ได้ แต่กระแสพรรคที่มาแรงมากในช่วงต้น ยังทำให้นายไตรรงค์จากเพื่อไทยยังออกนำนายสุวรรณา จากภูมิใจไทย อยู่

เขตนี้ ยกแรกนายไตรรงค์ จากเพื่อไทย น่าจะอาศัยกระแสพรรค ทำคะแนนนำไปก่อน 

เขตเลือกตั้งที่ 3 ซึ่งเป็นเหตุเลือกตั้งเพิ่มเติมมาใหม่ได้แก่ อำเภอพรเจริญ อำเภอโซ่พิสัยและอำเภอปากคาด ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยในเขตนี้ก็คือ นายนิพนธ์ คนขยัน อดีตเคยอยู่เพื่อไทยมาก่อนมาลงสมัคร นายก อบจ.บึงกาฬได้รับเลือกตั้ง 1 สมัยและก็หันกลับมาเล่นการเมืองสนามใหญ่อีกครั้ง  

ส่วนผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยได้แก่ นายนิยม นิติพจน์ อดีตนายก อบต.คำแก้ว อำเภอโซ่พิสัย ซึ่งในอำเภอนี้มีผู้ลงสมัคร ส.ส หลายคนหลายพรรคคาดว่าจะแย่งแบ่งคะแนนกันออกไปหลายส่วนหลายพรรค ในเขตเลือกตั้งที่ 3 นี้คาดว่านายนิพนธ์ คนขยัน จากพรรคเพื่อไทยจะเข้าวินเดินเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกรอบ แน่นอน

ประเมินรอบแรก นายนิพนธ์ จากเพื่อไทยนำ

7. บุรีรัมย์ 10 เขตเลือกตั้ง

บุรีรัมย์ แข่งขันกัน 2 พรรคการเมืองใหญ่ คือ ภูมิใจไทย และเพื่อไทย  คอการเมืองให้ภูมิใจไทยแลนด์สไลด์  แต่เขตที่จะมีการแข่งขันกันสูง คือ เขต 4 เขต 7 และเขต 10 

เขตเลือกตั้งที่ 1 เจ้าของพื้นที่เดิมคือนายสนอง เทพอักษรณรงค์  พรรคภูมิใจไทย ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.เมื่อปี 2550 มาจนถึงปัจจุบัน คู่แข่งเป็นทนายความชื่อดัง นายพีรภัทร ทองธีรสกุล หรือชาวบ้านรู้จักกันดีคือทนายปีเตอร์ ทั้งสองถือเป็นมวยคนละชั้นเชิง สนอง เทพอักษรณรงค์ เป็น สส.ที่ลงพื้นที่ตลอดทั้งปี  

นายสนอง จากภูมิใจไทยน่าจะนำขาดจนจบ

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายไชยชนก ชิดชอบ พรรคภูมิใจไทย หมายเลข 1 ที่คอการเมืองฟันธงว่า ได้ครองตำแหน่ง ส.ส. แบบไร้คู่แข่ง 

เขตเลือกตั้งที่ 3  นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา พรรคภูมิใจไทย หมายเลข 6 ไร้คู่แข่ง ได้ตำแหน่ง ส.ส. 

เขตเลือกตั้งที่ 4  ระหว่างนายรังสิกร ทิมาตฤกะ(ทิ-มา-ตะ-รึ-กะ) อดีต สส.3 สมัย  พรรคภูมิใจไทยครั้งนี้มาเจออดีต สส.เพื่อไทย นายสุรศักดิ์ นาคดี คู่นี้ถ้าเปรียบเทียบกันตัวต่อตัว จะมีความเหมือนที่แตกต่าง รังสิกร ที่ผ่านมาอาศัยขยันลงพื้นที่ สร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน ส่วนนายสุรศักดิ์ ถึงแม้จะร้างเวทีการเมืองมานาน แต่ยังมีกระแสของพรรคเพื่อไทยมาหนุน คอการเมืองที่บุรีรัมย์ บอกว่า หากสุรศักดิ์ นาคดี มีกระสุน มีโอกาสเฉือนเอาชนะได้

แต่ยกแรกให้นายรังสิกร จากภูมิใจไทยนำ 

เขตเลือกตั้งที่ 5 นายโสภณ ซารัมย์ อดีต.ส.หลายสมัยจากพรรคภูมิใจไทย ที่หวนกลับมาสนามอีกรอบ  น่าจะไม่มีคู่แข่งคนไหนที่ขึ้นมาเทียบฐานคะแนนพรรค และฐานคะแนนส่วนตัวได้

เขตเลือกตั้งที่ 6   นายศักดิ์ ซารัมย์ พรรคภูมิใจไทย ได้ครองเก้าอี ส.ส. แบบไร้คู่แข่ง  

เขตเลือกตั้งที่ 7 พรรคภูมิใจไทย ส่ง นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน ลงมาสู้กับ นายพรรณธนู วรรณกางซ้าย ลูกชายนายหนูแดง วรรณกางซ้าย อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ที่เสียชีวิตไปแล้ว เขตนี้เป็นหนึ่งใน 2 เขตที่พรรคเพื่อไทย มีลุ้นจะแย่งเก้าอี้กลุ่มเพื่อนเนวินมาได้ หลังจากทำสำเร็จในการเลือกตั้งเมื่อปี 54 มาแล้ว ครั้งนี้นายพรรณธนู จะได้คะแนนสงสารจากพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว บวกกับกระแสของเพื่อไทย ว่าจะสามารถตีตื้นขึ้นมาได้มากน้อยแค่ไหน

แต่ยกแรกให้นายพรชัยจากภูมิใจไทยยังนำแบบห่างๆ

เขตเลือกตั้งที่ 8  ภูมิใจไทยส่ง นายไตรเทพ งามกมล ลงมาแข่งกับ นายสมนึก เฮงวาณิชย์ พรรคเพื่อไทย อดีต สส.พรรคมัชฌิมา เขตนี้ประเมินด้วยตาเปล่ากลุ่มเพื่อนเนวินจะได้เปรียบในเชิงพื้นที่เดิม แต่พื้นที่ของเขต 8 ยังมีกลุ่มคนเสื้อแดงฝังอยู่ใต้ดินเป็นจำนวนมาก ทำให้นายสมนึกก็พอมีลืนอยู่บ้าง 

แต่อย่างไรก็ตาม ยกแรกยังให้นายไตรเทพ ในสังกัดบ้านใหญ่ชิดชอบ นำแบบพอมีช่องว่างให้นายสมนึกได้ลุ้นบ้าง  

เขตเลือกตั้งที่ 9   นายรุ่งโรจน์ ทองศรี พรรคภูมิใจไทย ไม่มีคู่แข่ง   

เขตเลือกตั้งที่ 10  กำนันจำรัส เวียงสงค์ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย คราวนี้ปัดฝุ่นมาสู้กับ นายจักรกฤษณ์ ทองศรี สส.ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีฐานคะแนนเดิมอย่างแน่นหนา แต่ยังประมาทไม่ได้ เพราะเริ่มมีตัวชี้วัดแล้ว หลังจากทีมครอบครัวเพื่อไทยนำโอยอุ้งอิ้ง มาเปิดเวทีปราศรัยที่ อ.ประโคนชัย ปรากฏว่ามีคลื่นมหาชน หลั่งไหลมาดูการปราศรัยมากกว่า 12,000 คน จากที่ตั้งเป้าเอาไว้เพียง 7,000 คนเท่านั้น 

ยกแรก นายจักรกฤษณ์จากภูมิใจไทยนำ แต่ต้องรักษากระแส และกระสุนให้ยาวถึงวันหย่อนบัตร ไม่เช่นนั้นจะเปิดช่องให้กำนันจำรัสแทรกตัวเข้ามาได้ทันที 

8. มหาสารคาม – 6 เขต เลือกตั้ง

เขตเลือกตั้งที่ 1  พรรคเพื่อไทย เปิดตัว  นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์  ส.ส.  ที่ประชาชนทุ่มคะแนนให้   สู้กับนางสาวนงลักษณ์  ทุงจันทร์  พรรคไทยสร้างไทย ของคุณหญิงสุดารัตน์    และนายอดิศักดิ์   สมบัติคำ ว่าที่ผู้สมัคร พรรคก้าวไกล หวังคะแนนเสียงจากคนรุ่นใหม่   

เขตนี้หมอกิตติศักดิ์ จากพรรคเพื่อไทยยังคงมาแรง และน่าจะรักษาแชมป์ได้ไม่ยาก 


เขตเลือกตั้งที่  2   นายสุชาติ ศรีสังข์ ฉายา ซัดดัมอีสาน  อดีต ส.ส.มหาสารคาม  พรรคพลังประชารัฐ ที่ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง ชิงเก้าอี้กับ นายไชยวัฒนา ติณรัตน์  อดีต ส.ส.เพื่อไทยครั้งที่ผ่านมา และ ดร.วรเวช ศิริประเสริฐศรี  พรรคไทยสร้างไทย   

เขตนี้ ในยกแรกให้ นายไชยวัฒนา ตินรัตน์ จากพรรคเพื่อไทยอดีตส.ส.สมัยที่ผ่านมานำนายสุชาติจากพลังประชารัฐ เล็กน้อย

เขตเลือกตั้งที่ 3  นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.เพื่อไทย ที่ยังครองเก้าอี้ไว้ย่างแน่นหนา  หลังจากได้รับการเลือกตั้ง ส.ส.อย่างเป็นทางการ   มีคู่ต่อสู้ชิงเก้าอี้ ในพื้นที่คือ นายลัทธชัย โชคชัยวัฒนากร จากพรรคภูมิใจไทย  ที่เคยลงสมัคร ส.ส.เขต3พรรคภูมิใจไทย ปี62แต่ ก็พ่ายแพ้  ให้กับนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.พรรคเพื่อไทย   

เขตนี้นายยุทธพงศ์ จากเพื่อไทยน่าจะเข้าป้ายแบบทิ้งห่าง 

เขตเลือกตั้งที่ 4   พรรคเพื่อไทยส่งนายสรรพญ์  ศิลิไปล์ ลงสมัคร  ส่วนพรรคภูมิใจไทยส่ง  ดร. วิเชียร  จงชูวณิชย์  ที่เคยลงสนามเลือกตั้งปี 62 ลงสมัครอีกครั้ง หลังจากครั้งก่อนดร.วิเชียร ลงสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 2 และแพ้ให้กับนายไชยวัฒนา ติณรัตน์ จากพรรคเพื่อไทย     

รอบนี้เมื่อวัดจากฐานเสียง และกระแสพรรคแล้ว นายสรรพญ์ จากพรรคเพื่อไทยน่าจะย้ำแผลให้กับดร.วิเชียรอีกครั้ง 

ยกแรกจึงให้นายสรรพญ์จากเพื่อไทยนำ

เขตเลือกตั้งที่ 5   พรรคเพื่อไทย นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ เดินสายการเมืองตามรอยพ่อ ลูกชาย ประยุทธ์ ศิริพานิชย์อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดมหาสารคาม 8 สมัย มีคู่แข่งนายสหะ กันพล ว่าที่ผู้สมัครพรรคก้าวไกล

เขตนี้ ยกนายจิรวัฒน์ จากเพื่อไทยยังนำห่าง 

เขตเลือกตั้งที่ 6 เขตของคนรุ่นใหม่น่าจับตามอง ทายาททางเมืองลงชิงเก้าอี้คือ นายรัฐ คลังแสง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย สังกัดพรรคเพื่อไทย   ที่ลงสนามกับนายธนกร อุดรพิมพ์  บุตรชาย ดร.คมคาย อุดรพิมพ์ นายก อบจ.มหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย  

ทั้งคู่ถือเป็นมวยถูกคู่ เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ทั้งคู่ และมีฐานคะแนนส่วนตัวของครอบครัวหนาแน่น แต่นายรัฐ จะได้เปรียบตรงกระแสพรรค และกระแสอุ๊งอิ๊งในภาคอีสานที่มาแรงมาก 

ยกแรกนายรัฐ จากเพื่อไทย จึงนำนายธนกร จากภูมิใจไทยแบบห่างไม่มาก 

9. มุกดาหาร – 2 เขตเลือกตั้ง

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายนนทภูมิ ปณิธานนท์ พรรคเพื่อไทย นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร ที่มีคู่แข่งอย่างนายสุเทพ เซียสุกล พรรคภูมิใจไทย อดีตนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร นายสุพจน์ สุอริยพงษ์  พรรคก้าวไกล อดีตรองนายยกอบจ.มุกดาหาร    

สำหรับสนามการเลือกตั้งในครั้งนี้ คอการเมืองเชื่อว่า นายนนทภูมิ ปณิธานนท์ พรรคเพื่อไทย ได้รับคะแนนเสียงแน่นอน

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายบุญฐิน ประทุมลี พรรคเพื่อไทย ส.ส.เก่า ลงชิงชัยกับ พ.ต.ต.รัชพงษ์ คามนีย์ พรรคเสรีรวมไทย และนายณกร ชารีพันธ์ หรือเภสัชหนึ่ง พรรคก้าวไกล   

เชื่อว่า เขต 2 พรรคเพื่อไทยได้เก้าอี้แน่นอน


10. ยโสธร – 3 เขตเลือกตั้ง
 
เขตเลือกตั้งที่ 1  นางสุภาพร  สลับศรี อดีตประธานสภา อบจ.ยโสธร  ภรรยานายผดุงเกียรติ สลับศรี หรืออดีต สจ.เดี่ยว และยังเป็นอดีตที่ปรึกษานายกอบจ.ยโสธร สังกัดพรรคไทยสร้างไทย ถือว่า มีคู่แข่งคือนายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ พรรคเพื่อไทย ที่น่าจะมีการแข่งขันแบบคะแนนสูสีกัน  สำหรับเขตที่ คอการเมืองให้คะแนนนางสุภาพร  พรรคไทยสร้างไทยมากกว่าเพื่อไทย

เขตนี้ยกแรก นางสุภาพรจากพรรคไทยสร้างไทยนำ 

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายบุญแก้ว สมวงศ์  พรรคเพื่อไทยที่จะได้คะแนนทิ้งห่างได้รับการคัดเลือกเป็น ส.ส.แน่นอน  

เขตนี้ นายบุญแก้ว เพื่อไทยแบเบอร์

เขตเลือกตั้งที่ 3  ดร.ธนกร ไชยกุล   พรรคเพื่อไทย ลงสนามสู้กับนายสฤษดิ์  ประดับศรี  อดีตนายก อบจ.ยโสธร และอดีต ส.ส.ยโสธร  เปิดตัวลงสู้ศึกสนามเลือกตั้ง ส.ส.ในนามพรรคพลังประชารัฐ  เขต 3 คะแนนสูสี  ยังไม่ให้ใครได้คะแนนเกินกัน  

เขตนี้แม้คอการเมืองจะเชื่อว่านายสฤษดิ์   พลังประชารัฐมาแรง เพราะยึดโยงอยู้กับพื้นที่ตลอด   แต่กระแสพรรคเพื่อไทยที่กำลังแรง ทำให้ดร.ธนกร จากเพื่อไทยได้เปรียบเล็กน้อย

ยกแรกดร.ธนกร เพื่อไทยนำไม่ห่าง

11. ร้อยเอ็ด – 8 เขตเลือกตั้ง 

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายอนุรักษ์ พรรคชาติไทยพัฒนา ครองที่นั่งเขต 1 ครั้งนี้ พรรคเพื่อไทย ส่งนายสถาพร ว่องสัธนพงษ์  ผู้สมัครหน้าใหม่ ลูกนายสานิต คู่ปรับเก่าเคยแย่งตำแหน่งไปได้ 1 สมัย ยุคพรรคเสรีธรรม   การเลือกตั้งครั้งนี้ คอการเมืองยังให้อนุรักษ์  ชาติไทยพัฒนา ที่เต็งหนึ่ง เพื่อไทยแตกหลายขั้ว 

เขตนี้นายอนุรักษ์ ชาติไทยพัฒนา นำโด่ง 

เขตเลือกตั้งที่ 2  นายฉลาด ขามช่วง จากพรรคเพื่อไทย  ลงชิงกับนายทินกร อ่อนประทุม  จากพรรคก้าวไกล ผู้สมัครที่อยู่มาแล้วหลายพรรค  นักกิจกรรมการเมือง   และนายเอกรัฐ พลชื่อ จากพรรคพลังประชารัฐ  
เขตนี้การประเมินยกแรก นายฉลาด  จากเพื่อไทยยังนำเล็กน้อย 

เขตเลือกตั้งที่ 3   นายนิรมิต สุจารี จากพรรคเพื่อไทย  ชิงกับนางรัชนี พลซื่อ พลังประชารัฐ ภรรยาเอกภาพ   สำหรับเขตนี้ นายนิรมิตคะแนนยังนำ เก้าอี ส.ส. ครั้งนี้ไม่น่าพลาด น่าจะยังดับฝันตระกูลพลซื่อที่จะหวนกลับมาทวงบัลลังก์ได้

เขตนี้ยกแรกนายนิรมิต จากเพื่อไทยนำ
 

เขตเลือกตั้งที่ 4  นายนรากร นาเมืองรักษ์ จากพรรคเพื่อไทย อดีต สจ.  เพื่อลงสมัคร ส.ส. แทนพ่อที่ป่วย  ชิงกับกัญจน์พร วงศ์เวไนย  จากพรรคพลังประชารัฐ   เขตนี้คอการเมืองยังให้เพื่อไทยลอยลำ    

เขตนี้นายนรากร เพื่อไทยนำขาด

เขตเลือกตั้งที่ 5  จิราพร สินธุไพร พรรคเพื่อไทย ลอยลำได้ เก้าอี้ ส.ส. แน่นอน  เขตเลือกตั้งที่ 6  นายกิตติ สมทรัพย์  พรรคเพื่อไทย  ไร้คู่แข่ง 

เขตเลือกตั้งที่ 7  นายศักคา คงเพชร  พรรคเพื่อไทย ลงสนามแข่งกับนายชัชวาลย์ แพทยาไทย  จากพรรคไทยสร้างไทย   แต่คะแนนจากศักดาน่าจะทิ้งห่าง จากพรรคคู่แข่ง 

เขตนี้นายศักดา เพื่อไทยนำ

เขตเลือกตั้งที่ 8  สำหรับเขตนี้ มี 3 พรรคที่แข่งกัน คือ  ชญาภา สินธุไพร  พรรคเพื่อไทย ถือเป็นหน้าใหม่ทางการเมือง ที่ลงเลือกตั้งเป็นครั้งแรก ต้องแลกหมัด กับเจ้าของพื้นที่อย่างเวียง วรเชษฐ์ พรรคภูมิใจไทย ส.ส.พื้นที่มาหลายสมัย  ที่ครองพื้นที่นาน  และจุรีพร สินธุไพร จากพรรคไทยสร้างไทย ที่ยังคงมีสิทธิ์หาเสียง   

ยกแรกให้ชญาภา พรรคเพื่อไทยนำไปก่อน 

12. เลย – 4 เขตเลือกตั้ง 

เขตเลือกตั้งที่ 1  นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล พรรคเพื่อไทย อดีต ส.ส. 1 สมัย ถือเป็นแม่ทัพใหญ่พรรคเพื่อไทย  ลงสมัครครั้งแรกคือปี 2562 ได้รับชัยชนะเข้าสู่สภาฯ   มีคู่แข่งคนสำคัญอย่าง นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข พรรครวมไทยสร้างชาติ อดีต ส.ส. 11 สมัย และ อดีต รมว.ทส. อาวุโสสูงสุดของเมืองเลยอดีตถึงปัจจุบัน อดีตรมว.ทรัพยากรธรรมชาติ มาคราวนี้ขอทวงคืนเก้าอี้ในเขตที่ 1 ที่เคยครองมา 3 สมัย  แต่คอการเมืองเชื่อเพื่อไทยมาแน่

เขตนี้ ยกแรก นายเลิศศักดิ์ จากเพื่อไทยมาแรงกว่า 

เขตเลือกตั้งที่ 2  นายศรันย์ ทิมสุวรรณ พรรคเพื่อไทย   ที่มีคู่แข่งอย่าง ดร.เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข พรรครวมไทยสร้างชาติ  ภรรยาของนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข   

แต่คอการเมืองยังให้ นายศรัณย์ จากพรรคเพื่อไทยแรงกว่าในช่วงต้น  

เขตเลือกตั้งที่ 3  นายธนยศ ทิมสุวรรณ พรรคภูมิใจไทย อดีต ส.ส. 1 สมัย  เข้าชิงชัยกับ   นายบรรพต ยาฟอง พรรคเพื่อไทย อดีตนายอำเภอด่านซ้าย  

แต่เขตนี้  คอการเมืองให้นายธนยศ จากภูมิใจไทย มีคะแนนนำในยกแรก

เขตเลือกตั้งที่ 4    นายสมเจตน์ แสงเจริญรัตน์ พรรคเพื่อไทย  ได้คะแนนสบายๆแบบไร้คู่แข่ง 
 
 
13. สกลนคร – เขตเลือกตั้ง 6 เขต

เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองสกลนคร พรรคเพื่อไทย นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย แชมป์เก่าหลายสมัยที่คอยผลักดันงบประมาณลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แม้จะมีคู่แข่งจาก พรรคก้าวไกล นายตวงสิทธิ์ พงษ์พิศ นักธุรกิจหนุ่ม พรรคไทยสร้างไทย นายสิรภพ สมผล หรือบ่าวนิก คนรุ่นใหม่ไฟแรง ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นสานต่อการเมืองจากพ่อแม่เป็น ส.อบจ.

คราวนี้ขอเปิดตัวสู้สนามใหญ่ หรือพรรคประชาธิปัตย์ นายณปภัช เสโนฤทธิ์ คนรุ่นใหม่พกความรู้มาแน่นอ้อนคะแนนเสียงเลือกคนประชาธิปัตย์ไปทำงาน แต่เขตนี้พรรคเพื่อไทยยังมีฐานคะแนนพรรคที่เหนียวแน่นกว่าพรรคอื่น 

การประเมินรอบแรกเขตนี้ จึงยังให นายอภิชาติ จากพรรคเพื่อไทยนำ

เขตเลือกตั้งที่ 2 พรรคเพื่อไทย นายนิยม เวชกามา หรือมหานิยม แชมป์เก่าหลายสมัยมีผลงานเชิงประจักษ์ เมื่อบวกกับกระแสพรรค และฐานเสียงส่วนตัวแล้ว จะเหนือกว่าทั้งผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทยที่ส่ง นางสาวกัญญาภัค ศิลปะรายะ นักการเมืองท้องถิ่น อดีตนายก อบต.โพธิไพศาล ,  พรรครวมไทยสร้างชาติที่ส่ง นายชาญชัย งอยผาลา อดีตนักการเมืองท้องถิ่น รอบที่แล้วลงในนามพลังประชารัฐพ่ายเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ 

เขตนี้ยกแรกคอการเมือง ยังให้นายนิยม จากเพื่อไทยนำขาด 

เขตเลือกตั้งที่ 3 พรรคเพื่อไทย นางสาวจิรัชยา สัพโส  ลูกสาวนายพัฒนา สัพโส อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เคลื่อนไหวการเมืองตามหลังพ่อมาแต่เด็ก พรรคประชาธิปัตย์ นายสาคร พรหมภักดี คนนี้คว่ำหวอดการเมืองมานาน เป็นถึงอดีตรองโฆษกรัฐบาล อดีต ส.ส.5 สมัย เป็นแม่ทัพนำทีมพรรคประชาธิปัตย์สู้เลือกตั้งจังหวัดสกลนคร และพรรคก้าวไกล นายภิญโญ ขันติยู คาดว่าพรรคเพื่อไทยจะได้เก้าอี้มาครอง 

เขตนี้ยังเป็นของนางสาวจิรัชยา จากเพื่อไทยที่นำค่อนข้างห่าง 

เขตเลือกตั้งที่ 4 พรรคเพื่อไทย นายพัฒนา สัพโส แชมป์เก่าคนนี้ก็มีผลงานดีชาวบ้านชื่นชอบพรรคเพื่อไทยส่งอีกรอบ จากเขต 3 มาลงเขต 4 มั่นใจไม่น่าพลาด พรรคประชาธิปัตย์ นายพงษ์ศักดิ์ สุทธิคีรี นักการเมืองท้องถิ่นและนักกฎหมาย พรรคก้าวไกล นายขจรศักดิ์ เบ็ญชัย นักกฎหมายอดีตนักการเมืองท้องถิ่น เขตนี้คาดว่าพรรคเพื่อไทยจะได้เก้าอี้มาครอง

เขตนี้นายพัฒนา จากเพื่อไทยนำห่างเช่นกัน

เขตเลือกตั้งที่ 5 พรรคเพื่อไทย นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล ลูกสาวนางอนุรักษ์ บุญศล อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย 3 สมัย พรรคพลังประชารัฐ นายชัยมงคล ไชยรบ อดีตนายก อบจ.สกลนคร พรรคประชาธิปัตย์ นายวีระศักดิ์ พรหรมภักดี คนนี้เป็นนักกฎหมาย ทำธุรกิจ และเคยเป็นอดีต นายก อบจ.มาแล้ว พรรครวมไทยสร้างชาติ นางสาว ธัญญ์ลภัสส์ โสรินทร์ และ พรรคก้าวไกล นายบัญชา จันทศรี คาดว่าเขตนี้พรรคเพื่อไทยจะได้เก้าอี้มาครอง

เขตนี้นางสาววงศ์อะเคื้อ จากเพื่อไทยยังอาศัยคะแนนพรรคและคะแนนพ่อ นำห่างเช่นกัน  

เขตเลือกตั้งที่ 6 พรรคเพื่อไทย นางสาวสกุณา สาระนันท์ แชมป์เก่าดีกรีสายเลือดนักการเมืองตามหลังคุณพ่อนายเสรี สาระนันท์ เข้าสภารอบที่แล้วยกระดับผ้าย้อมครามสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้านยกนิ้วให้เป็นหญิงแกร่ง พรรคประชาธิปัตย์ ยุพาวรรณ จักรพิมพ์ CEO เครือข่ายสหกรณ์และวิสาหกิจ ที่ปรึกษาการเกษตรผสมผสานสกลนคร และพรรคก้าวไกล นายปิยะศักดิ์ เดชทองทิพย์ 

เขตนี้เพื่อไทยโดยนางสกุณา ไม่น่าพลาดเช่นกัน   

เขตเลือกตั้งที่ 7 พรรคเพื่อไทย นายเกษม อุประ แชมป์เก่าลงสมัครเลือกตั้งในเขตนี้ยังกุมฐานเสียงไว้แน่นเป็นที่ชื่นชอบของชาวบ้านอภิปรายผลักดันและแก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้ดี พรรคประชาธิปัตย์ ผศ.อภิลักษณ์ เคนไชยวงศ์ อดีตคณบดีวิทยาลัยเทคโลยีอุตสาหกรรมศรีสงคราม ม.นครพนม รอบก่อนลงนามพลังประชารัฐพ่ายเพื่อไทยคราวนี้ขอสู้อีกรอบ และพรรคก้าวไกล นายอภิชิต ถาบุตร เขตนี้คาดว่าพรรคเพื่อไทยได้เช่นเคย 

เขตเลือกตั้งที่ 7 ยังเป็นของนายเกษม จากเพื่อไทย 


14. สุรินทร์ – 8 เขตเลือกตั้ง   

เขตเลือกตั้งที่ 1  นายอนันต์ ปาลีคุปต์ ลงสมัครเขต 1 “คนรุ่นใหม่” อดีตเป็นผู้สมัคร ส.ส.”พรรคพลังประชารัฐ” มาครั้งนี้ สวมเสื้อ “พรรคเพื่อไทย”  ชิงชัยกับ นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส. “พรรคภูมิใจไทย” แต่ก็ยังมีนาย วิภูษิต มีสิทธิ์ ทนายเบิร์ด(ทนายคนยาก) ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ขวัญใจชาวบ้าน เขตนี้คาดว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้เก้าอี้มาครอง  

เขตนี้แม้จะนายปกรณ์ จากตระกูลมุ่งเจริญพร น่าจะใช้ฐานคะแนนส่วนตัว และกระสุนของพรรคชิงขึ้นนำในช่วงต้น และเข้าป้ายในที่สุดหากยืนระยะได้ถึงวันลงคะแนน 

เขต 1 ปกรณ์ ภูมิใจไทย นำ

เขตเลือกตั้งที่ 2  นายชูชัย มุ่งเจริญพร ลงสมัคร เขต 2 พรรคเพื่อไทย เหมือนเดิม ที่เคยผ่ายแพ้นายนายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.เขต 2 อดีต ส.ส.“พรรคพลังประชารัฐ” ไปอยู่ใน “พรรคภูมิใจไทย” ลงสมัคร ส.ส.เขต 2 เหมือนเดิม ครั้งนี้ “ชูชัย” จะแซงโค้ง “ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์” ได้หรือไม่ เพราะจะเรียกวันว่าเป็นศึก “ช้างชนช้าง”

แต่ในช่วงต้นคอการเมือง ยังให้นายณัฏฐพล จากภูมิใจไทย นำนายชูชัย จากเพื่อไทย แบบไม่ห่างมาก

เขตเลือกตั้งที่ 3 นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ที่ผ่านมา ลงเขต 3 พรรค “เพื่อไทย” ชิงชัยกับ น.ส.ผกามาศ เจริญพันธ์ “คนรุ่นใหม่” ลงสมัครในนาม พรรค “ภูมิใจไทย” ดีกรีไม่ธรรมดา แถมยังเป็นลูกสาวคนเล็กของ อดีต สว. และ อดีต สส.ด้วย เขตนี้น่าจับตามอง แต่เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้เก้าอี้มาครอง 

ยกแรกนางสาวผกามาศจากภูมิใจไทย นำเล็กน้อย 

เขตเลือกตั้งที่ 4 นายพรเทพ พูนศรีธนากูล น้องชาย “ ส.ส.ตี๋ใหญ่” ลง เขต 4 เพื่อไทย เป็น สจ.เขตอำเภอรัตนบุรี ลงสมัครแทน “ส.ส.ตี๋ใหญ่” (พี่ชาย)ที่เสียชีวิตลงกระทันหันในเขต จังหวัดนครราชสีมา จะพบกับ นายปุณยวัฒน์ สนใจ (สจ.เบิ้ม) อตีต ส.จ .เขตอำเภอชุมพลบุรี พรรค “รวมไทยสร้างชาติ” และยังมี นางชมณี บุตรวงศ์ “ แม่ใหญ่จิ๋ว” นักธุรกิจ และอาสาสมัคร ลงสมัครในนามพรรค “ภูมิใจไทย” 

เขตนี้เชื่อว่า ฐานคะแนนของส.ส.ตี๋ใหญ่ที่ทำไว้ เมื่อบวกกระแสพรรค ก็น่าจะทำให้ นายพรเทพจากเพื่อไทยมาแรงเหนือผู้สมัครคนอื่นๆ

เขตนี้ยกแรก นายพรเทพ เพื่อไทยนำ 

เขตเลือกตั้งที่  5 นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ลงเขต 5 เหมือนเดิม คราวนี้ แม้จะต้องแข่งกับอดีต ส.ส.ดร.ฟาริดา สุไลมาน ที่ว่างเว้นจากการเมืองมาเป็นเวลานาน แต่ก็ยังทำการบ้านเสมอมา โดยคราวนี้ดร.ฟาริดา ตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.เขต 5 ในนามพรรค “ไทยสร้างไทย” (ทสท.) เขตนี้ก็ไม่เบา แต่ก็คาดว่าเขตนี้พรรคเพื่อไทยจะชนะ

เขตนี้ประเมินรอบแรก ครูมานิตย์ จากเพื่อไทยนำ
 

เขตเลือกตั้งที่  6 นายอนุชา วัชรศีขร นายกเทศมนตรีเทศบาลศีขรภูมิ พรรค “เพื่อไทย” ลงชิงชัยกับ นายธีรทัศน์ เตียวเจริญโสภา อดีต ส.ส.และสมาชิกลงสมัคร “พลังประชารัฐ” คราวนี้ “ธีรทัศน์” มาลงสมัครในนามพรรค “รวมไทยสร้างชาติ” ลงวัดพลังกับ “อนุชา” พรรค “เพื่อไทย” และยังมี นายล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ อดีตนายก อบต.ดม ลงสมัครพรรค “ภูมิใจไทย” เขตนี้คาดว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะ 

เขตนี้เพื่อไทยโดยนายอนุชา ยังมาแรง 

เขตเลือกตั้งที่  7  นายชูศักดิ์ แอกทอง พรรค “เพื่อไทย” ที่ผ่านมา “ชูศักดิ์” ลงเขต 7 เหมือนเดิม มีผู้ท้าชิง ที่ชื่อ นาย เรืองวิทย์ คูณวัฒนาพงษ์ นักธุรกิจ และจิตอาสา ลงสมัครในนามพรรค “ภูมิใจไทย” มาอาสาท้าชิงกับ “ชูศักดิ์” เจ้าของพื้นที่ “เพื่อไทย” เจ้าของพื้นที่ เขตนี้คาดว่าเพื่อไทยจะชนะเช่นเคย 

เขตเลือกตั้งที่คอการเมืองยังให้ นายชูศักดิ์ จากเพื่อไทยเหนือกว่านายเรืองวิทย์จากภูมิใจไทย 

เขตเลือกตั้งที่ 8  นายสมบัติ ศรีสุรินทร์  พรรคเพื่อไทย ที่ผ่านมาลงสมัครเขต 6 ครั้งนี้ มีการขยายเขตเลือกตั้ง จึงลงสมัคร เขต 8 แชมป์เก่า อดีต ส.ส. ที่มี น.ส.ณชณฆ์ ตรงใจ ผู้ส่งเสริมให้ความรู้กับเกษตรกรปลูกข้าวอินทรีย์ และข้าวนาถุง และยังออกไปให้ความรู้กับนักเรียนตามโรงเรียนในการปลูกข้าวอินทรีย์ ที่อาสามาชิงชัยกับ “สมบัติ” ในนามพรรค “พลังประชารัฐ”

และยังมี นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ อดีต ส.อบจ.เขต สุรินทร์ อำเภอกาบเชิงชายแดนไทย-กัมพูชา ลงสมัครในนามพรรค “ภูมิใจไทย” พรรคเพื่อไทยจะมาวิน

เขตนี้นายสมบัติ จากเพื่อไทยยังมาแรง และน่าจะนำจนเข้าป้ายวันที่ 14 พฤษภาคม 


15. ศรีสะเกษ –  มี 9 เขตเลือกตั้ง

เขตเลือกตั้งที่ 1   ผู้ที่เป็นผู้แทนตอนนี้ คือ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ พรรคภูมิใจไทย เจอกับคู่แข่งตลอดกาล คือ นายธเนศ เครือรัตน์ พรรคเพื่อไทย คาดผู้ที่จะเข้าป้าย คือ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ

เขตนี้ยกแรกนายสิริพงศ์ จากภูมิใจยังนำห่างๆ

เขตเลือกตั้งที่  2    นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ จากพรรคเพื่อไทย  ผู้ที่กำลังจะลงแข่ง คือ นายประมวล สีแสง จากพรรคไทยสร้างไทย แต่คาดว่า นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ จากพรรคเพื่อไทย น่าจะชนะไม่ยาก

เขตนี้ เพื่อไทยโดยนายสุรชาตินำ

เขตเลือกตั้งที่ 3   นายวิรัฒน์ชัย โหตระไวศยะ จากพรรคเพื่อไทย ครองตำแหน่งมาตลอด คราวนี้ก็น่าจะได้

เขตนี้เพื่อไทยไม่มีคู่แข่ง

เขตเลือกตั้งที่ 4 คราวนี้จะมี นายธีรวัฒน์ คำศรี จากพรรคประชาธิปัตย์มาลงชิงชัย โดยพรรคเพื่อไทยส่งนายแพทย์ภูมินทร์  ลีธีระประเสริฐ อดีตส.ส.ลงมาแข่ง พรรคภมิใจไทยส่งนางอุดมลักษณ์  เพ็งนรพัฒน์ เขตนี้แม้นายธีระวัฒน์ จากพรรคประชาธิปัตย์จะได้รับการคาดหมายว่า จะชนะคู่แข่งจากทั้ง 2 พรรคได้

แต่กระแสเพื่อไทยที่แรงมากในชณะนี้บวกกับฐานคะแนนของหมอภูมินทร์ ในศรีษเกษที่เหนียวแน่น ทำให้หมอภูมินทร์น่าจะออกนำไปก่อนแบบสบายๆ  

เขตนี้ หมอภูมินทร์ จากเพื่อไทยนำ 

เขตเลือกตั้งที่ 5  นายธีระ ไตรสรณกุล พรรคเพื่อไทย เป็นเจ้าของพื้นที่นาน แต่คราวนี้ เปลี่ยนลงพรรคภูมิใจไทย นายอมรเทพ สมหมาย จึงขอประกาศตัวลงชิงเก้าอี้ในนามพรรคเพื่อไทยแทน  งานนี้ก็ได้สู้กัน และแม้ นายวิชิต ไตรสรณกุล นายก อบจ.ที่คุมทีมพรรคภูมิใจไทย พี่ชายของนายธีระ น่าจะไม่ปล่อยให้น้องชายร่วงเป็นแน่ แต่ก็เชื่อว่า ยังสู้กระแสเพื่อไทยในยามนี้ ไม่ได้

ยกแรกนายอมรเทพจากพรรคเพื่อไทยจึงยังนำเล็กน้อย 

เขตที่ 6 นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์ พรรคเพื่อไทย ที่ยังไม่ยอมเปลี่ยนพรรค ครองตำแหน่งอยู่ ประกาศลง ก็น่าจะผ่านสบายๆ

เขตนี้นายวีระพลไม่มีคู่แข่ง

เขตเลือกตั้งที่ 7 เขตนี้เป็นเขตใหม่ คาดว่า นางสาววิลดา อินฉัตร ลูกสาวของคุณแม่ สุนีย์ อินฉัตร อดีต สว.ลงในนามพรรคเพื่อไทย สู้กับ นายวุฒิเดช ทองพลู จากพรรคภูมิใจไทย น่าจะได้ชิงเก้าอี้กันหน่อย แต่คาดว่า นางสาววิลดา อินฉัตร   น่าจะได้

ยกแรกนางสาววิลดา จากเพื่อไทยนำ

เขตเลือกตั้งที่  8 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ พรรคภูมิใจไทย ครองตำแหน่งมา 8 ปี งานนี้มี นายประวิทย์ จารุรัชกุล พรรคเพื่อไทยที่ประกาศตัวจะลงสู้ งานนี้น่าจะชนะกันแบบคะแนนหลักพัน ซึ่งตัวบุคคลแม้คอการเมืองจะให้นายอาสพลธ์ จากภูมิใจไทยเหนือกว่า  แต่นายประวิทย์มีโอกาสที่จะล้มแชมป์ได้ จากกระแสพรรค และกระแสอุ๊งอิ๊งที่แรงมากๆในขณะนี้ 

รอบแรกประเมินแล้วนายประวิทย์ เพื่อไทยออกนำไปก่อน 

เขตเลือกตั้งที่  9    นางผ่องศรี แซ่จึง พรรคเพื่อไทย เป็นผู้แทน แต่คราวนี้จะเปลี่ยนให้สามี คือ นายปวีณ แซ่จึง ลงในนามของพรรคภูมิใจไทย สู้กับพรรคเพื่อไทย ที่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครคนใหม่ นางนุชนาถ จารุวงษ์เสถียร แต่น่าจะสู้ไม่ได้   

เขตนี้ปประเมินรอบแรก นายปวีณ ภูมิใจไทยนำ


16. หนองคาย – 3 เขตเลือกตั้ง  

เขตเลือกตั้งที่ 1 ทางพรรคเพื่อไทย ส่ง นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ซึ่งอดีตเป็น ส.ส.สมัย  ทางพรรคพลังประชารัฐ ส่งนายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ อดีต รองนายก.อบจ.หนองคาย และเคยเป็นผู้สมัคร ส.ส.ในนามพรรคพลังประชารัฐ  พรรคภูมิใจไทย ส่ง นายเสถียร ผาณิบุศย์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย เขตนี้คาดว่าเพื่อไทยจะได้เก้าอี้มาครอง 

ยกแรกนายกฤษฏา เพื่อไทยนำ

เขตเลือกตั้งที่ 2 พรรคเพื่อไทย ส่ง นางสาวชนก จันทาทอง ซึ่งเป็นลูกนักการเมืองโดยสายเลือด มีพ่อและแม่เป็น อดีต ส.ส.หลายสมัย พรรคภูมิใจไทย ส่ง ทันตแพทย์(หญิง)จิดาภา สุนทรธนากุล ซึ่งเป็นภรรยา ของนายแพทย์สรร สุนทรธนากุล นายกเทศบาลตำบลโพนพิสัย

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ส่งนางสาวปภาสิริ ศรีตะบุตร อดีต สจ.หนองคาย หลายสมัย พรรคไทยสร้างไทย ส่งนางสาวทศพร จันทร์ศรี นักธุรกิจ ลงการเมืองครั้งแรกหน้าใหม่ เขตนี้คาดว่าเพื่อไทยจะได้เก้าอี้มาครองเช่นเคย 

เขตนี้เป็นพื้นที่ของเพื่อไทยมาโดยตลอด ยกแรก นางสาวชนกจากเพื่อไทยจึงยังนำห่าง 

เขตเลือกตั้งที่ 3 พรรคเพื่อไทย ส่ง นายเอกธนัช อินทร์รอด อดีต ส.ส.หลายสมัย และเป็นอดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงชิงชัย ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ส่ง นายศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ ซึ่งเป็นนักธุรกิจ พรรคภูมิใจไทย ก็ไม่น้อยหน้า ส่ง นายกฤษภณ หล้าวงศา อดีตเคยสมัครชิงเก้าอี้ นายก อบจ.หนองคาย โดยเขตนี้คาดว่าเพื่อไทยจะได้เก้าอี้มาครองเช่นเคย

เขตนี้นายเอกธนัช เพื่อไทยนำห่าง 

 
17. หนองบัวลำภู – 3 เขตเลือกตั้ง

เขตเลือกตั้งที่  1 พรรคเพื่อไทย ส่งนายสยาม หัตถสงเคราะห์ อดีต ส.ส.ปี 62  แชมป์เก่าตลอดกาล ผู้สมัครที่ครองพื้นที่เลือกตั้งในพื้นที่เขต 1 มาอย่างต่อเนื่องยาวนานยังไม่มีใครที่จะมาชิงเก้าอี้ได้   คาดว่าการเลือกตั้งปี 66 ไม่พลาดเก้าอี้

เขต 1 นายสยามเพื่อไทยไม่มีคู่แข่ง

เขตเลือกตั้งที่ 2 สนามชนช้าง ส.ส.เก่า 6 สมัย เจ้าของพื้นที่เพื่อไทยกับคู่ชิงหน้าเก่า หน้าใหม่ ผนวกกับฐานการเมืองท้องถิ่น บ้านใหญ่ของ อบจ.ส่งคนมาลุยสนามใหญ่  นายไชยา พรหมา อดีต ส.ส.ปี 62  พรรคเพื่อไทย ถือว่าเป็น ส.ส.ผูกขาดมานาน ตั้งแต่ปี 2535 ตั้งแต่จังหวัดหนองบัวลำภูยังขึ้นอยู่กับจังหวัดอุดรธานี  การเลือกตั้งครั้งนี้ฟันธงว่าได้เก้าอี้ ส.ส. ต่อแน่นอน

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายไชยา จากเพื่อไทยไม่มีคู่แข่งเช่นกัน

เขตเลือกตั้งที่ 3   นายณพล เชยคำแหง หรือเสก  อดีตประธานสภาอุตสาหกรรม เจ้าของโรงโม่หินในพื้นที่อำเภอนาวัง  พรรคเพื่อไทย ลงสู้ศึกกับ   นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี   พรรคไทยสร้างไทย  จากอดีตพรรคเพื่อไทย ที่จบลงมาสวย หลังจากที่มีความไม่ชัดเจนในการที่จะส่งผู้สมัครประกาศจึงปลดป้ายย้ายพรรค  คอการเมืองฟันธงอย่างไงเพื่อไทยได้เก้าอี้

เขต 3 นายณพล จากเพื่อไทย ไม่มีคู่แข่งเช่นกัน

18. อุดรธานี – 10 เขตเลือกตั้ง

เจาะสนามเลือกตั้ง จ.อุดรธานี เพิ่มเป็น 10 เขต เพื่อไทยหวังแลนสไลด์ยกจังหวัด แต่คราวนี้ไม่แน่ หลายพรรคการเมืองหวังปักธง ทั้งพรรคไทยสร้างไทย ก้าวไกล และพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชารัฐ คอเลือกตั้งจับตาอย่างใกล้ชิด แต่ละพรรคมีสิทธิ์ได้ลุ้นกันได้ทั้งนั้นในการเลือกตั้งครั้งนี้

จ.อุดรธานี ถือเป็นสนามการเลือกตั้งที่เป็นยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย มาคราวนี้พื้นที่การเลือกตั้งแบ่งเป็น 10 เขตจากเดิมที่มี 8 เขต พรรคเพื่อไทยก็หวังแลนสไลด์ได้ ส.ส.ยกจังหวัดเหมือนเดิม 

เขตเลือกตั้งที่  1 นายศราวุธ เพชรพนมพร อดีตส.ส.หลายสมัย แข่งกับ นายโกเมนทร์ ทีฆธนานนท์ เจ้าของตลาดเมืองทองเจริญศรี  ลงในนามพรรคพลังประรัฐ ได้กลุ่มนครหมากแข้งเก่ามาสนับสนุน นอกจากนั้นเขตนี้ยังมีคู่ปรับเก่าของนายศราวุธ ในการเลือกตั้งครั้งก่อน คือ เคน ณัฐพงษ์ พิพัฒน์ไชยศิริ จากพรรคก้าวไกล เคน นอกจากจะเป็นเจ้าของร้านขายเครื่องมือก่อสร้างในตัวเมืองอุดรฯแล้ว ฐานคะแนนของก้าวไกลในเขตเลือกตั้งที่ 1 ของอุดรฯยังค่อนข้างเหนียวแน่นพอๆกับขอนแก่น  เลือกตั้งปี 2562 เคน ณัฐพงษ์ ที่สังกัดพรรคอนาคตใหม่ ลงสนามพ่าย ศราวุธ แค่ 4 พันคะแนนเท่านั้น 

การเลือกตั้งรอบนี้ ศราวุธ ยังต้องออกแรงเหนื่อยอีกครั้ง เพราะจะต้องสู้ศึกทั้ง 2 ด้าน จากตระกูลทีฆธนานนท์ พลังประชารัฐ และเคน จากก้าวไกล 

แต่ในยกแรก เขต 1 ยังให้เพื่อไทยโดยนายศราวุธ นำไปก่อนในฐานะแชมป์เก่า และกระแสพรรคที่มาแรง 

เขตเลือกตั้งที่   2 นางหทัยรัตน์ เพชรพนมพร อดีตรองนายทน.อุดรฯ ลาออกมาลงสนามใหญ่ สู้กับนายภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น  จากพรรคไทยสร้างไทย ลงสนาม ส.ส.ครั้งแรกเหมือนกัน แต่ยังเชื่อว่าเก้าอี้ยังเป็นพรรคเพื่อไทย เพราะกระแสดี เขตนี้เพื่อไทยครองพื้นที่มาโดยตลอด

แต่เขตนี้ ที่น่าจับตามองมากๆกลับเป็น ภูษณิศา มหาวรากร จากพรรคก้าวไกล อาจารย์สาวจาก คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชธานี  เพราะเขตนี้ยังยึดโยงกับเขตอำเภอเมือง ซึ่งเป็นฐานเสียงใหญ่ขอพรรคก้าวไกล ทำให้ภูษณิศา มีโอกาสล้มยักษ์ในเขตนี้ 
 

เขต 2 ภูษณิศา ก้าวไกล นำ

เขตเลือกตั้งที่   3 นายอนันต์ ศรีพันธุ์ แชมป์เก่าพรรคเพื่อไทย คราวนี้ต้องสู้กับนายหรั่ง ธุระพล ที่มาสวมเสื้อพรรคไทยสร้างไทยของคุณหญิงหน่อย เป็นเขตที่สูสี แต่เชื่อว่าสู้พรรคเพื่อไทยไม่ได้

เขต 3 นายอนันต์ เพื่อไทยนำห่าง 

เขตเลือกตั้งที่   4 นายแพทย์ภาณุ พรวัฒนา จากเพื่อไทย ซึ่งเป็นคนหน้าใหม่ต้องสู้ศึกหนักกับนายโชคเสมอ คำมุงคุณ ที่สวมเสื้อพรรคไทยสร้างไทยของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ รวมทั้งนายวีระพล รักเสมอวงศ์ แอ้ดมินเพจบ้านดุงอัพเดต ขวัญใจชาวบ้านขออาสาลงสู้ศึกในนามพรรคเสรีรวมไทย ของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เขตนี้ยังเชื่อว่าเพื่อไทยจะรักษาเก้าอี้ไว้ได้เหมือนเดิม 

เขต 4 หมอภาณุ เพื่อไทยนำขาด

เขตเลือกตั้งที่   5 นายกรวีร์ สาราคำ ลูกชายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา อดีต สจ.อุดรธานี คราวนี้มาลงแข่งแทนแม่ คือนางอาภรณ์ สาราคำ โดยแข่งกับ พ.ท.ศรีสวัสดิ์ ดวงพรม พรรคก้าวไกล เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะได้เก้าอี้มาครอง เนื่องจากมีฐานเสียงเดิมของพ่อแม่ที่เคยสร้างไว้

เขต 5 นายกรวีร์ เพื่อไทยนำ

เขตเลือกตั้งที่  6 นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ อดีตส.ส.สมัยที่ผ่านมา ครั้งนี้ลงมารักษาแชมป์ แข่งกับพรรคก้าวไกล แต่อย่างไรก็ตามน่าจะเป็นเพื่อไทยเหมือนเดิม เพราะกระแสชาวบ้านยังนิยมเพื่อไทย 

เขต 6 นางจุฑาพัฒน์ เพื่อไทยนำ

เขตเลือกตั้งที่   7 นายธีระชัย แสนแก้ว หรืออี้โต้อีสาน เพื่อไทย ลงแทน นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ที่ย้ายจากเพื่อไทยไปอยู่กับภูมิใจไทย สู้กันในเขตนี้น่าจะดุเด็ดเผ็ดมัน แต่ด้วยกระแสของพรรคเชื่อว่าเพื่อไทยจะได้ 

เขต 7 นายธีระชัย เพื่อไทยนำแบบไม่ห่างมากนัก

เขตเลือกตั้งที่  8 นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อดีต ส.ส.หลายสมัย พรรคเพื่อไทย แข่งกับผู้สมัครพรรคก้าวไกล โดยครั้งที่แล้วก้าวไกลได้คะแนนมาเป็นอันดับสอง ครั้งนี้น่าจะพ่ายเพื่อไทยเหมือนเดิม 

เขต 8 นายเกรียงศักดิ์ เพื่อไทย นำ

เขตเลือกตั้งที่ 9 นางเทียบจุฑา ขาวขำ อดีตส.ส.หลายสมัย เขตนี้น่าจะลอยลำ แม้คู่แข่งเป็นก้าวไกล อย่างไรก็สู้ไม่ได้  ไม่มีคู่แข่ง 

เขตเลือกตั้งที่   10 นายวัชรพล ขาวขำ ลูกชาย นายวิเชียร์ ขาวขำ นายกอบจ.อุดรธานี  ลงสมัครครั้งแรกในสนามการเมืองใหญ่ แข่งกับพรรคก้าวไกล เชื่อว่าเขตนี้พรรคเพื่อไทยก็ได้เหมือนเดิม แม้จะเป็นผู้สมัครหน้าใหม่ แต่เป็นทายาทนักการเมือง ได้แน่นอน

เขต 10 นายวัชรพล เพื่อไทยนำ


19. อุบลราชธานี – 11 ที่นั่ง  

เขตเลือกตั้งที่ 1 นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ เพื่อไทย ลูกนายเกรียง กัลป์ตินันท์ เป็น ส.ส.มาหลายสมัย เอาชนะนายอดุลย์ นิลเปรม จากพลังประชารัฐ ที่สู้กันมาหลายสมัย แบบฉิวเฉียดแบบหลักร้อย ครั้งนี้ วรสิทธิ์ ยังอยู่ที่เดิม ส่วนอดุลย์ มาลงไทยสร้างไทย ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ซึ่งมีโอกาสได้ลุ้น เพราะได้คนเสื้อแดงที่ชอบคุณหญิงหน่อยมาหนุนเช่นกัน

เขต 1 ยกแรกนายวรสิทธิ์ จากเพื่อไทยนำนายอดุลย์ จากไทยสร้างไทย ไม่ห่างมาก แบบพอมีลุ้น

เขตเลือกตั้งที่ 2 นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ประชาธิปัตย์ แชมป์ตลอดกาล หลานวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรอง หน.พรรคประชาธิปัตย์  เดิมมีกระแสข่าวจะย้ายเปลี่ยนสังกัดจากพรรคประชาธิปัตย์ไปอยู่หลายค่าย ตามน้าชาย วิฑูรย์ นามบุตร แต่ทั้งน้าทั้งหลานเปลี่ยนใจกลับมาอยู่บ้านเก่า ที่เป็น ส.ส.มากว่า 30 ปี  ยังต้องสู้กับนายณรงค์ชัย วีระกุล เพื่อไทย ที่หายใจรดต้นคอมา 2 สมัย แต่ก็คงฝ่าด่านแลนด์สไลด์ไปได้เหมือนเดิม  

เขต 2 นายวุฒิพงษ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ ยังน่าจะนำห่างๆ

เขตเลือกตั้งที่  3 เดิมเป็นถิ่น ปชป.ที่มี ดร.ศุภชัย ศรีหล้า ระดับคีย์แมนพรรคประชาธิปัตย์ กลับมาคืนสังเวียน เจอศึกหนักกับ ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เพื่อไทย ที่ยกเขตเลือกตั้งเดิมให้บุตรสาวน้องกรานต์ สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ลงสนามเป็นครั้งแรก ส่วนเจ้าตัวย้ายเขตมาสู้ที่นี่ เพราะมั่นใจกระแสของพรรค แต่ไม่ง่าย เพราะเจ้าถิ่นเดิมทั้ง ศุภชัย ศรีหล้า และ สมบัติ รัตโน ของพรรคภูมิใจไทย ไม่ยอมให้ผ่านด่านไปได้แน่

แต่ครั้งนี้อาศัยกระแสพรรคที่มาแรง ทำให้เสี่ยกุ่ย ชูวิทย์จากเพื่อไทยมีโอกาสเอาชนะดร.ศุภชัยจากภูมิใจทยได้ 

เขตนี้ชูวิทย์  เพื่อไทยยังนำในยกแรก

เขตเลือกตั้งที่  4  เป็นทีของ “โยธากาญจน์ ฟองงาม” ลูกปอ ลูกพ่อสุพล ฟองงาม จากพรรคภูมิใจไทย หวังมาทวงแชมป์เก่ากลับคืน แต่ก็เจอด่านหินของ ส.ส.เปิ้ล กิตติ์ธัญญา วาจาดี ของเพื่อไทย ซึ่งครั้งที่แล้ว ทำคะแนนได้จากคนเสื้อแดงที่เป็นฐานเดิมของนายสุพล เอาชนะไปได้กว่า 20,000 คะแนน แต่ ส.ส.เปิ้ล ก็ถูกลูกพี่ลูกน้อง น.ส.ใจยา วาจาดี จากพรรคชาติไทยพัฒนา มาแชร์เอาคะแนนไปอีก คงต้องเหนื่อยทั้งลูกปอ และน้าเปิ้ล จะแลนด์สไลด์ได้อีกเขตหรือไม่ ต้องถาม “เกรียง กัลป์ตินันท์”

เขตนี้ส.ส.เปิ้ล กิตติ์ธัญญา จากเพื่อไทยยังนำในช่วงต้น 

เขตเลือกตั้งที่ 5  “รัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์” เพื่อไทยเจอกับ “สุทธิชัย จรูญเนตร” ภูมิใจไทย ครั้งที่แล้ว สุทธิชัย แพ้กว่าหมื่นคะแนน ครั้งนี้ ได้ผลงานดีเข้าตาของพรรคมาใช้หาเสียง ก็น่าจะพอมีคะแนนสูสีกับคู่แข่งได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม รัฐกิตติ์ จากเพื่อไทยก็ยังนำเห็นชัดในช่วงต้นเกม

เขตเลือกตั้งที่  6  ศึกสายเลือด ทั้งคนหน้าใหม่ หน้าเก่า จากพรรคเพื่อไทย น.ส.ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ เจอกับญาติฝั่งแม่นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ พรรคภูมิใจไทย อดีต ส.ส.ครั้งที่แล้ว และเป็นพี่ชายนายสิทธิชัย ซึ่งครั้งนี้ ส่งเซฟกระทะเหล็ก บุญธรรม ภาคโพธิ์ ลงไทยสร้างไทย คงสู้กันดุเดือด ผลที่ออกน่าจะเป็นคนหน้าใหม่ที่ได้เป็นผู้แทนเขตนี้  

เขตนี้ ยกแรก นางสาวธัญธารีย์ จากเพื่อไทยยังได้เปรียบผู้สมัครอีกจากทั้งสองพรรค 


เขตเลือกตั้งที่  7  คู่แข่งเบอร์ติดกัน ทั้งเบอร์ 10 และ 11 คือ เชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ภูมิใจไทย ที่พ่ายให้ผู้พ่อ ชูวิทย์ (กุ่ย) ไป 3 พันกว่าคะแนน คราวนี้ เจอกับคนลูก สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ เพื่อไทย ที่พ่อยกเขตนี้ให้ งานนี้ถึงเชิดศักดิ์ จะอาศัยความเก๋าได้เปรียบ นางสาวสุดารัตน์ แต่กระแสพรรค และกระแสพ่อ บวกกระแสอุ๊งอิ๊ง และความเป็นคนรุ่นใหม่ของนางสาวสุดารัตน์ น่าจะทำให้ลูกสาวเฮียกุ่ย นางสาวสุดารัตน์ รักษาพื้นที่เขตนี้ให้พ่อไม่เสียหน้าได้

เขตนี้ นางสาวสุดารัตน์ จากเพื่อไทย ชิงขึ้นนำไปก่อนในช่วงแรก

เขตเลือกตั้งที่  8   นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ของภูมิใจไทย ครั้งที่แล้วถูก เอกพล ญาวงค์ เพื่อไทย ไล่ตามจนเกือบจะทัน ทิ้งห่างกันแค่พันกว่าคะแนน ทำให้สมัยนี้ น้องแนน ลูกพ่ออิสสระ สมชัย ตัดสินใจทิ้งพรรคประชาธิปัตย์ มาอยู่ภูมิใจไทย เพราะความช่วยเหลือดีกว่า ผลงานของพรรคภูมิใจไทย ก็เข้าตาชาวบ้าน  ผิดจากประชาธิปัตย์ที่อยู่มาตั้งแต่รุ่นพ่อ แต่ความช่วยเหลือกระท่อนกระแท่น จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ออกจากประชาธิปัตย์ เพื่อทำคะแนนทิ้งห่างคู่แข่ง เอกพล ญาวงค์ 

ยกแรกเขต 8 นางสาวบุณย์ธิดา จากภูมิใจไทยน่าจะยังนำห่าง 

 เขตเลือกตั้งที่  9 เป็นนัดล้างตาระหว่างนายประภูมิศักดิ์ จินตะเวช เพื่อไทย ลูก นายปัญญา จินตะเวช อดีต ส.ส.ผู้ล่วงลับ ยังมีภาษีดีกว่า นางรำพูล ตันติวณิชชานนท์ อดีต สจ.หลายสมัยที่ลงแทนสุชาติ ผู้เป็นสามี ภรรยานายสุชาติ ตันติวณิชชานนท์ ส.ส.หลายสมัย พรรคไทยสร้างไทย ของคุณหญิงหน่อย      ต้องแชร์คะแนนกับ สุพจน์ วรรณสุข ประชาธิปัตย์ ส่วนประภูศักดิ์ ได้กระแสพรรคช่วย แต่อย่าชะล่าใจ เพราะรำพูล ครั้งที่แล้วแพ้ไปหมื่นกว่าคะแนน ก็ซุ่มเก็บเกี่ยวคะแนนสะสมตลอด 

เขตนี้ ประภูมิศักดิ จากเพื่อไทยยังนำค่อนข้างห่าง

เขตเลือกตั้งที่   10 สมคิด เชื้อคง เพื่อไทย ครั้งนี้ ไม่เจอคนตามไล่บี้เหมือนครั้งที่แล้ว แต่เจอคู่ปรับเก่าแก่อย่าง ศักดิ์ชัย จินตะเวช ภูมิใจไทย ทำให้น่าหนักใจกว่าเดิม เพราะเป็นคู่ต่อสู้ที่สมศักดิ์ศรี สมคิดนั้น ได้กระแสพรรคและกระแสหน้าสื่อ เพราะออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บ่อย มีภาษีดีกว่าแน่นอน 

เขตนี้ สมคิดจากเพื่อไทยยังเก๋ากว่า น่าจะชิงนำห่างออกไปก่อน 

 เขตเลือกตั้งที่ 11    เป็นการสู้กับคู่ปรับเก่า เอกชัย ทรงอำนาจเจริญ เพื่อไทย กับ ตวงทิพย์ จินตะเวช ลูกพ่อตุ่น จินตะเวช ของภูมิใจไทย  หนนี้ ตวงทิพย์ ต้องเจอกับ สุริยา ขันอาสา จากไทยสร้างไทย ตามมาตัดคะแนน ยังหายใจไม่โล่งอก ส่วนเอกชัย ได้ทั้งกระแสพรรค และการเกาะติดพื้นที่มีภาษีดีกว่า แต่ก็ถูกตวงทิพย์ ภูมิใจไทย ที่มีผลงานพรรคมาเสนอกับชาวบ้าน ผสมกับกระแสลูกพ่อตุ่น ที่อยู่กับพื้นที่มาอย่างยาวนาน  

แต่ยกแรกเอกชัยจากเพื่อไทยน่าจะนำไปก่อน 

20. อำนาจเจริญ – เลือกตั้ง 2 เขต  

เขตเลือกตั้งที่  1 พรรคเพื่อไทยได้ส่งนางสมหญิง บัวบุตร แชมป์เก่า ที่แม้จะถูก ปปช.ชี้มูลความผิดกรณีสนามฟุตซอล แต่ต้องลงสนามรอบนี้ เนื่องจากมีคู่แข่ง คือ นางสุขสมรวย วันทนียกุล จากพรรคภูมิใจไทย  ที่ดีกรีไม่ธรรมดา เขตนี้ สมหญิง แม้จะลงสนามมาอีกครั้ง แต่ความแรงยังสู่ สุขสมรวย จากภูมิใจไทยไม่ได้ โดยเฉพาะจากชนักที่ปักหลังในคดีสนามฟุตซอล 

เขตนี้ สุขสมรวย จากภูมิไจไทย จึงเหนือกว่า ขึ้นนำในยกแรก

 
เขตเลือกตั้งที่ 2   ม้ามืดแชมป์เก่าอย่าง นายดนัย มะหิพันธ์ จากเพื่อไทย ต้องขับเคี่ยวกับ ญาณีนารถ เข็มนาค จากพรรคภูมิใจไทย และนางจันทร์เพ็ญ ประเสริฐศรี จากพรรคพลังประชารัฐ ที่การเลือกตั้งครั้งก่อน คะแนนทั้ง 3 พรรค สูสีลุ้นกันจนโค้งสุดท้ายก่อนที่พรรคเพื่อไทยชนะไปได้ในที่สุด  

เขตนี้ นายดนัยจากเพื่อไทย ก็น่าจะออกนำไปก่อน

ศึกช้างชนช้าง ‘2 ตระกูลใหญ่’ เปิดหน้าชน ชิงเก้าอี้ ‘สส.ฝั่งธนบุรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547299

21 เม.ย. 2566

ศึกช้างชนช้าง '2 ตระกูลใหญ่' เปิดหน้าชน ชิงเก้าอี้ 'สส.ฝั่งธนบุรี'

เลือกตั้ง66 สนามกทม.เดือด เกิดศึกช้างชนช้าง ‘2 ตระกูลใหญ่’ วีรกุลสุนทร VS ม่วงศิริ เปิดหน้าชน ชิงเก้าอี้ ‘สส.ฝั่งธนบุรี’ เขต 26 บางบอน-หนองแขม

นอกจากสนามการเมืองภูธรที่นับว่าดุเด็ดเผ็ดมันชวนให้ต้องติดตามหลายพื้นที่แล้ว แต่อีกหนึ่งสนามเลือกตั้งที่ห้ามละสายตาเช่นกัน คือ “กรุงเทพมหานคร” กับการเลือกตั้ง 66 ซึ่งกำลังใกล้มาถึงนี้ โดยสนาม กทม. ครั้งนี้มี 33 เขตเลือกตั้ง เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งรอบที่แล้วถึง 3 เก้าอี้

ย้อนกลับไปการเลือกตั้ง 62 กรุงเทพมหานครนับเป็นสนามที่สร้างหน้าประวัติศาสตร์ให้กับการเมืองไทยเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะพรรคเก่าแก่ เช่น “ประชาธิปัตย์” กลับไม่ได้ สส. ในเมืองหลวงแม้แต่เก้าอี้เดียว ซึ่งถูกพรรคใหม่เวลานั้น อย่าง “พลังประชารัฐ” คว้าไปถึง 12 ที่นั่ง ส่วนอนาคตใหม่ และเพื่อไทย แบ่งกันไปพรรคละ 9 ที่นั่ง

การเลือกตั้ง66 จึงกลายเป็นสนามเดือดที่คอการเมืองห้ามพลาด โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 26 เขตจอมทอง (ยกเว้นแขวงบางขุนเทียน), เขตบางขุนเทียน (เฉพาะแขวงท่าข้าม) เพราะคือศึก 2 บ้านใหญ่จาก 2 พรรคใหญ่ย่านฝั่งธนบุรี อย่าง “วีรกุลสุนทร กับ ม่วงศิริ”

เดิมการเลือกตั้งปี2562 พื้นที่ดังกล่าวเป็นของ “สส.หนุ่ม” วัน อยู่บำรุง จากเพื่อไทย แต่เมื่อมีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ทำให้ “สส.หนุ่ม” ขยับไปอยู่ในเขตเลือกตั้งที่ 28 ประกอบด้วย เขตจอมทอง (เฉพาะแขวงบางขุนเทียน) เขตบางบอน (เฉพาะแขวงคลองบางพรานและแขวงบางบอนเหนือ) และเขตหนองแขม (เฉพาะแขวงหนองแขม)

สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 26 ที่ต้องบอกว่าน่าสนใจ เพราะ “เฮียล้าน” สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง 5 สมัย ซึ่งเคยสังกัดประชาธิปัตย์ และก้าวไกล ก่อนย้ายมาร่วมงานกับเพื่อไทย ดันทายาท คือ “ลิ้ม” ศรัณยสัณฑ์ วีรกุลสุนทร ในฐานะคนรุ่นใหม่ มาลงสนามการเมืองระดับชาติ

ลิ้ม ศรัณยสัณฑ์ วีรกุลสุนทร นั่งใกล้ วันเฉลิม อยู่บำรุง ลิ้ม ศรัณยสัณฑ์ วีรกุลสุนทร นั่งใกล้ วันเฉลิม อยู่บำรุง

จึงต้องแข่งกับ “สุวัฒน์ ม่วงศิริ” อีกหนึ่งบ้านใหญ่การเมืองในพื้นที่ โดยก่อนหน้านี้เคยเปิดตัวกับพรรคลุงป้อม ก่อนเปลี่ยนใจมาสวมเสื้อประชาธิปัตย์ช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อมาอยู่ร่วมกับสายเลือด “ม่วงศิริ”

นายสุวัฒน์ ม่วงศิริ รับบัตรสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ จากมือ ดร.เฉลิมชัย  ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ปชป.นายสุวัฒน์ ม่วงศิริ รับบัตรสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ จากมือ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ปชป.

ทั้ง 2 ตระกูลต่างก็เป็นครอบครัวที่เติบโตมาจากการเมืองระดับท้องถิ่น หากเทียบกันแบบหมัดต่อหมัด ก็ต้องบอกว่าคาดเดาผู้ชนะได้ยาก

จึงต้องวัดพลังภายในว่าใครแกร่ง และเหนือชั้นกว่ากัน ในการสู้ศึกเลือกตั้ง66 ครั้งนี้

แต่ก็ห้ามประมาทกับอีกหนึ่งพรรค คือ ก้าวไกล ที่ส่ง “ปูอัด” ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ คนรุ่นใหม่ และเป็นหนึ่งในนักเคลื่อนไหวรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ในนามกลุ่ม Re-Solution เข้ามาเบียดเก้าอี้

ศึกเลือกตั้งฝั่งธนบุรี จึงกลายเป็นสนามชนช้างที่แต่ละเชือกต่างรองัด โดยมีน้องใหม่รอแทรก ส่วนใครจะชนะ รอดูคำตอบหลังปิดหีบ 14 พ.ค.นี้

รับคำท้าภูมิใจไทย ก้าวไกล ลุยเลือกตั้ง บุรีรัมย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547297

21 เม.ย. 2566

รับคำท้าภูมิใจไทย ก้าวไกล ลุยเลือกตั้ง บุรีรัมย์

พรรคก้าวไกล ลุยเขากระโดง หาเสียงเลือกตั้ง ที่บุรีรัมย์ มั่นใจ ไม่มีใครเป็นเจ้าของพื้นที่ เลือกตั้งเป็นสิทธิของประชาชน

รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล ร่วมลงพื้นที่หาเสียงให้ ต่อพงษ์ จีนใจน้ำ ผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ เขต 10 (เบอร์ 6) และ ภูวดล ศรีหามาตย์ ผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ เขต 6 (เบอร์ 5)ด้วยการขึ้นรถแห่ปราศรัยที่ อ.ประโคนชัย  วนไปอุทยานเขากระโดง พูดคุยกับประชาชนที่มาท่องเที่ยวและเดินดูพื้นที่จากกรณีพิพาทเขากระโดง และฝากให้หน่วยงานราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มงวดและตรงไปตรงมา

โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ที่ระบุบนเวทีดีเบตว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคก้าวไกลจะไม่มี สส.บุรีรัมย์ แม้แต่คนเดียว ว่าที่ผ่านมามีนักการเมืองหลายคนมักเข้าใจผิดว่าพื้นที่ต่างๆ จังหวัดต่างๆ มีเจ้าของแล้ว แต่พรรคก้าวไกลยึดมั่นในความเชื่อว่าประชาชนคือผู้มีอำนาจสูงสุดในประเทศนี้

พรรคก้าวไกลจะมี สส.บุรีรัมย์หรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับศุภชัย แต่ขึ้นอยู่กับประชาชน ที่จะกำหนดว่าผู้สมัครคนใดจะได้รับความไว้วางใจผ่านการเลือกตั้ง ศุภชัยจึงไม่อยู่ในจุดที่จะมาคิดแทนประชาชนได้

 “กระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงมาถึงบุรีรัมย์แล้ว เชื่อว่าผลงานการสอยรัฐมนตรีคมนาคมที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน ทำให้ประชาชนเห็นแล้วว่าการเมืองแบบที่ผ่านมาเป็นอย่างไร การเลือกตั้งครั้งนี้ที่จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคก้าวไกลหมายมั่นปั้นมือที่จะเอาชนะให้ได้ ซึ่งจากผลตอบรับของการลงพื้นที่วันนี้ เชื่อว่าพี่น้องชาวบุรีรัมย์พร้อมที่จะเลือกพรรคก้าวไกลทั้งสองใบ ให้ก้าวไกลเข้าสภาฯ ให้พิธาเป็นนายกฯ รัฐบาลก้าวไกลจะเปลี่ยนประเทศไทยให้ไม่เหมือนเดิม การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต”  รังสิมันต์กล่าว

ศาลปกครองสูงสุด สั่ง ป.ป.ช. เปิดผลสอบคดี ‘นาฬิกาบิ๊กป้อม’ ใน 15 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547293

21 เม.ย. 2566

ศาลปกครองสูงสุด สั่ง ป.ป.ช. เปิดผลสอบคดี 'นาฬิกาบิ๊กป้อม' ใน 15 วัน

‘นาฬิกาบิ๊กป้อม’ คดี นาฬิกาหรู เจ้าปัญหา ล่าสุด ศาลปกครองสูงสุด สั่ง ป.ป.ช. ส่งรายงานการไต่สวนคดี ให้กับ วีระ สมความคิด ภายใน 15 วัน ชี้ ต้องปฎิบัติตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารราชการ

ผ่านมา 6 ปี สำหรับคดี “นาฬิกาบิ๊กป้อม” นาฬิกาหรู ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมตรี และ รมว.กลาโหม ที่ขณะนี้ ยังไม่ได้ข้อสรุปจากคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า มีความผิดฐานปกปิดบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ ศาลปกครองสูงสุด สั่ง ป.ป.ช.ส่งรายงานการไต่สวนคดี “บิ๊กป้อมยืมนาฬิกาเพื่อน” ให้กับ วีระ สมความคิด ภายใน 15วัน ชี้ต้องปฎิบัติตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารราชการ

โดย ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยรายงานการแสวงหาข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับการไต่สวนคดี พล.อ.ประวิตร จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรทราบ

กรณีไม่แสดงว่า มีนาฬิกาข้อมือ และแหวนประดับหลายรายการ ของ ป.ป.ช. รวมทั้งความคิดเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทุกคนที่รับผิดชอบในการไต่สวนดังกล่าว  และรายงานการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดิน และการบังคับใช้กฎหมาย ให้แก่นายวีระ สมความคิด ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา

โดยศาลปกครองสูงสุดให้เหตุผลว่า เมื่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารฯ ได้มีคำวินิฉัยให้ สำนักงาน ป.ป.ช. และ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลรายงานการแสวงหาข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับการไต่สวนคดี พล.อ.ประวิตร จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ตามคำขอของนายวีระ สมความคิด และมีผลผูกพันให้สำนักงาน ป.ป.ช. และ ป.ป.ช.ต้องปฏิบัติ ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ดังนั้น การที่ สำนักงาน ป.ป.ช. และ ป.ป.ช. ไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่นายวีระ จึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด

นาฬิกาบิ๊กป้อมนาฬิกาบิ๊กป้อม

ทั้งนี้ คดี “นาฬิกาบิ๊กป้อม” นาฬิกาหรู เจ้าปัญหา เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2560 เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ร่วมถ่ายภาพด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ท่ามกลางแสงแดดจ้า จน “บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร” ต้องยกมือบังหน้าป้องกันแดด จึงเกิดแสงระยิบระยับ จากแหวนของ พล.อ.ประวิตร แยงตาสื่อมวลชนที่รอเก็บภาพ จึงเกิดการตั้งข้อสังเกตว่า แหวนวงนี้น่าจะเป็นแหวนเพชรที่มีราคาสูง

ในวันถัดมา เริ่มมีการตรวจสอบแหวนเพชรของ พล.อ.ประวิตร ว่ามีราคาสูงเท่าไร แต่โซเชียลกลับมีการเผยแพร่ภาพ “นาฬิกาบิ๊กป้อม” บนข้อมือด้วย พร้อมระบุว่า เป็นยี่ห้อ “ริชาร์ด มิลล์ “ ราคาสูงถึงหลักล้านบาท แต่การตรวจสอบเอกสาร การยื่นบัญชีทรัพย์สินคณะรัฐมนตรี ที่ต้องยื่นต่อ ป.ป.ช. กลับไม่พบแหวนเพชร และ นาฬิกาหรู อยู่ในบัญชีทรัพย์สินของพล.อ.ประวิตร ทำให้ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาฯ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นต่อ ป.ป.ช.ให้ไต่สวนข้อเท็จจริง

ต่อมา มีการเผยแพร่บทสัมภาษณ์ จากแหล่งข่าวใกล้ชิด พล.อ. ประวิตร ว่า นาฬิกาหรูที่ตกเป็นข่าว เป็นของเพื่อนสนิทของ “บิ๊กป้อม” ที่คบหากันมานานกว่า 40 ปี โดยเพื่อนนักธุรกิจคนดังกล่าว เดินสายทำบุญไหว้พระ สร้างโบสถ์ สร้างวิหาร ร่วมกับ พล.อ. ประวิตร มาโดยตลอด และยังชื่นชอบนาฬิกาเหมือนกัน จึงมักจะแลกเปลี่ยนกันใส่นาฬิกาอยู่บ่อยๆ แต่เพื่อนสนิทคนดังกล่าวได้เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนแหวนเพชรนั้นเป็นของมารดาของ พล.อ.ประวิตร

และปลายปี 2565 กรรมาธิการ ป.ป.ช. เจอหลักฐานใหม่ บัญชีมรดกเพื่อนบิ๊กป้อม ไม่มีรายการนาฬิกาอยู่เลย จึงเสนอ ป.ป.ช. รื้อคดีใหม่

‘พรรคไทยชนะ’ ถือฤกษ์ 241 ปี ศาลหลักเมือง เคลื่อนขบวนหาเสียงทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547268

21 เม.ย. 2566

'พรรคไทยชนะ' ถือฤกษ์ 241 ปี ศาลหลักเมือง เคลื่อนขบวนหาเสียงทั่วประเทศ

“พรรคไทยชนะ”  ถือฤกษ์ 21 เม.ย. ครบรอบ 241 ปี ศาลหลักเมือง เคลื่อนขบวนหาเสียงเลือกตั้งทั่วประเทศ  ชู “หม่อมเต่า” จัตุมงคล โสณกุล แคนดิเดตนายกฯ ร่วมแก้ปากท้องประชาชน – ฟื้นฟูเศรษฐกิจประเทศ 

นายจักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรคไทยชนะ นำคณะผู้บริหารและสมาชิกพรรค ร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวงศาลหลักเมือง และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาล  เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาองค์พระหลักเมืองประจำปี 2566 ครบรอบ 241 ปี 21 เมษายน 2566 เสริมความเป็นสิริมงคล  

'พรรคไทยชนะ' ถือฤกษ์ 241 ปี ศาลหลักเมือง เคลื่อนขบวนหาเสียงทั่วประเทศ

พร้อมอ่านแถลงการณ์วันดีเดย์ออกหาเสียงเลือกตั้งให้กับพรรคไทยชนะ หมายเลข 13  เพื่อให้มีผู้แทนเข้าสภาฯ เป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน และร่วมพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองให้มีความเจริญก้าวหน้า  รุ่งเรือง มีความผาสุกของประชาชน  สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้  

โดยหลังจากนี้ พรรคไทยชนะจะเดินสายขอคะแนนจากประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ 

'พรรคไทยชนะ' ถือฤกษ์ 241 ปี ศาลหลักเมือง เคลื่อนขบวนหาเสียงทั่วประเทศ

นายจักรพงศ์ ยังกล่าวถึงการเสนอชื่อ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีต รมว.แรงงาน เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคว่า  เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านการเงิน การคลังของประเทศ  เพราะเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย  และปลัดกระทรวงการคลังมาก่อน  

'พรรคไทยชนะ' ถือฤกษ์ 241 ปี ศาลหลักเมือง เคลื่อนขบวนหาเสียงทั่วประเทศ

จึงมั่นใจว่าหากได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะสามารถนำประสบการณ์ที่มีมาแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศชาติภาพรวมได้เป็นอย่างดี