เปิดชีวิตตลกที่ไม่ตลก! ‘อาฉี เสียงหล่อ’หายจากวงการ เพราะคนไม่จ้าง จนมีข่าวว่าบ้านรถโดนยึด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/725903

เปิดชีวิตตลกที่ไม่ตลก! 'อาฉี เสียงหล่อ'หายจากวงการ เพราะคนไม่จ้าง จนมีข่าวว่าบ้านรถโดนยึด

เปิดชีวิตตลกที่ไม่ตลก! ‘อาฉี เสียงหล่อ’หายจากวงการ เพราะคนไม่จ้าง จนมีข่าวว่าบ้านรถโดนยึด

วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2566, 17.58 น.

เปิดชีวิตตลกที่ไม่ตลก “อาฉี เสียงหล่อ” เคยขอใช้ “เชิญยิ้ม” แต่ “เป็ด เชิญยิ้ม” ไม่ให้! หายจากวงการ เพราะคนไม่จ้าง

ห่างหายจากวงการไปนาน สำหรับ “อาฉี เสียงหล่อ” เจ้าของวลีเด็ด “บัดซบจังเลย” ที่ถ้าย้อนกลับไปเขาหนึในตองอูตลกคาเฟ่ ชื่อดัง แต่พอยุคสมัยเปลี่ยนไป คาเฟ่ เริ่มหาย อาชีพตลกก็จางไปด้วย จนเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาเจ้ามีข่าวว่าบ้านรถโดนยึด ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมาชี้แจงแล้ว ล่าสุดมาออกรายการ “คุยแซ่บโชว์” เผยความรู้สึกหลังธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ พร้อมเล่าย้อนกลับไปกว่าจะมาเป็นตลก เพราะด้วยความเมา 

เรามาเป็นตลกได้ไง?

“จะเรียกว่าโชคช่วย หรือเรื่องบังเอิญ ไม่ทราบได้ คิดว่าเป็นพรหมลิขิตส่งให้เราเป็นแบบนี้ เป็นโชคชะตา ความใกล้ชิด จากเด็กเสิร์ฟที่ใกล้ชิดกับวงการตลก มันไม่ได้สวยหรู มันเริ่มจากความลำบาก เราใกล้กับคนเล่นตลก เราไปแอบดู เล่นตามพี่ๆ เขา เริ่มจากเรามึนๆ เมาๆ ขึ้นไปเล่นบนเวที ขำไม่จำไม่รู้ มีคนถามว่ามึงเล่นตลกได้เหรอ เราตอบกลับไปว่า พี่พาผมมา ผมก็ต้องเล่นได้ซิ เขาชวนไปเล่นที่งานผ้าป่า จากนั้นก็ไปเรื่อย”

เล่นแรกๆ เป็นไงบ้าง?

“ไม่รู้ว่าเล่นตัวว่าเล่นตลกหรอก เพราะชอบร้องเพลง ส่วนคำพูดว่าตลกนอกสายตา ซึ่งตอนนั้น มันยังไม่ดัง มันก็เป็นธรรมดาที่จะมีคนมาพูดแบบนี้ ถ้าไม่ดัง มันก็นอกสายตาอยู่แล้ว เรารู้สึกว่าเขาไม่ชอบเรา เขาไม่เต็มใจจะร่วมงานกับเรา พอเราไม่ขำ ไม่ถูกใจเขา เรามันก็นอกสายตาอยู่แล้ว และเราเป็นตลกตอนนั้น พอคนดูไม่ขำ ทำให้แขกเขาเครียดจะมีปัญหาแบบนี้ เราก็ถอยดีกว่า มันเป็นเหตุการณ์ในคาเฟ่”

ทำไมเราคิดว่าเราเป็นนอกสายตา เพราะตลกก็ต้องเล่นไปด้วยกัน?

“คำว่านอกสายตา ไม่เกี่ยวกับคนดูนะ เกี่ยวกับเพื่อนฝูง ผมพูดได้เต็มปากเลยว่าเพื่อนฝูงไม่เคยสนับสนุนผมเลย มีแต่ไล่ออก ตอนนั้นเราเล่นตลกไม่เป็น เขาไม่ได้อิจฉาเรานะ แต่ตอนนั้นเราเล่นไม่ได้ เขาจะเอาเราไว้ทำไม แต่เราไม่ยอมรับนะ กับการที่เขาว่าเรา เพราะเรายังอยากเล่นอยู่ ผมยังไม่ได้โชว์เลย แต่คุณตีตราไปแล้วว่าเราเล่นไม่ขำ”

มุขไม่ขำ มันคืออะไร?

“มันไม่ธรรมชาติ คนฟังไม่สนุก ดัดจริตเวลาเล่น มันก็ไม่ขำ มันต้องเล่นด้วยสัญชาตญาณของตัวเราเอง ไปบังคับขำมันก็ไม่ได้ด้วย”

ตลกมันคือพรสวรรค์?

“มันคือพรสวรรค์ บวกกับ พรแสวงด้วย แต่คนที่ไม่ตลก ก็ไปเรียนความเป็นตลกได้ มันอยู่ที่การเรียนรู้ ถ้าใจคุณชอบซะอย่าง อีกอย่างผมไม่ใช่เชิญยิ้ม ผมคืออาฉี เสียงหล่อ ผมเคยไปขอพี่เป็ดใช้เชิญยิ้ม แต่พี่เป็ดไม่ให้ผม ตอนนั้นไปขอที่รายการก่อนบ่ายคลายเครียด เขาก็บอกว่ามึงอาฉี เสียงหล่อดีแล้ว มันเป็นเอกลักษณ์ของเรา”

หายไปไหนมา?

“เขาไม่จ้าง เพราะเราดื้อในมุมของเรา เราไปทำธุรกิจของเรา แบ่งเวลาไม่ถูก ในการจัดการเราไม่ถนัด ปัญหานักแสดงที่มีปัญหาคือผู้จัดการ การจัดคิว เราเลยมาจัดการเอง แต่มีปัญหาเยอะ คิดเรื่องการแสดง การจัดคิวตัวเอง ไม่มีใคร 100% หรอก และที่เราหายไป เราไม่ยึดติดมันเป็นเรื่องของวัฏจักร”

หรือเพราะดังจนไม่รับงาน จนฉีกตัวออกมา?

“ผมไม่ทราบ ไม่เอ่ยถึงบุคคลที่สาม เราตีโจทย์ชีวิตเราเองว่าเราทำอะไรอยู่ เราเป็นอะไรก็ได้ ไม่มีคำว่าสุดยอดหรือว่าดีที่สุด แต่ก็มีน้อยใจในโชคชะตา เพราะเราเป็นมนุษย์ ผู้ใหญ่ไม่สนับสนุน แต่เราก็ปล่อยวาง”

เลยผันตัวไปเป็นพ่อค้า?

“ไม่ได้ผันไปไหน ยังรับงานอยู่ แต่ที่ขายลาบเพราะเราเป็นคนอีสานด้วย เปิดที่บางใหญ่และราชบุรี เปิดในช่วงโควิดตอนนี้รายได้ก็อยู่ได้ ส่วนมีข่าวว่าจะโดนยึดบ้านยึดรถ ไม่ได้ยึดในช่วงโควิด มันจะโดนยึดมาตั้งนานแล้ว โควิดมันแค่อดอยากเฉยๆ มันชักหน้าไม่ถึงหลัง พอโควิดมันก็เกิดหนี้สิน แค่หลักแสน แต่ก็ไม่หนักอะไรมาก เพราะตอนนั้นเงินไม่เหลือเลย ยืมคนอื่นบ้าง เราพกตังค์ไม่ได้ เพราะช่วงที่เรามีก็ใจใหญ่ ดื่มกินเราก็แบ่งปันเพื่อนๆ”

ตอนยึดบ้าน ยึดรถ ตอนนั้นรู้สึกยังไง?

“มันก็มีเสียใจ ทำไมชีวิตเราเดินไม่สุด แต่เวลาจะบอกเราเอง ได้กับไม่ได้ มันคือเท่ากัน เพราะแม่ที่บ้านบอกอย่าไปหวังมันเยอะ เพราะเรามา เราไม่มีอยู่แล้ว ถ้าไป มันไม่มีอะไร ก็ไม่แปลก เพราะสถานการณ์ตอนนั้นที่โดนยึดบ้าน ตอนนั้นที่เราดังๆ ค่าของเงินมันไม่เหมือนกัน แต่พอผ่านมา ค่าใช้จ่ายมันเปลี่ยนแปลงไป ยุคเวลามันเปลี่ยนไป เราปรับสภาพไม่ทัน เราใช้ไปเรื่อยๆ ไม่ปรับระบบ โทษใครไม่ได้ ก็โทษตัวเอง ผมอาจจะฟุ้งเฟ้อเกินไป ผมติดแบรนด์เสื้อผ้าเราเป็นเจ้าพ่อ แต่พอหลังๆ ถามตัวตนของเราอยู่ตรงไหน ตอนนี้ผ้าขาวม้าผืนเดียวพอ ซึ่งเรามารู้ตัวก็ตอนลำบาก ต้องหมดก่อน”

พอมาทำธุรกิจล่ะ?

“มันก็ไม่โอเค เราจัดการบริหารไม่ค่อยเก่ง เราคัดสรรคนไม่ถูก ตอนนั้นเราขายยาสมุนไพรที่เอาถั่งเช่ามาทำ แต่อย่าเรียกว่าไปไม่รอด เรียกว่าไม่อยากทำต่อ ไปไม่รอด มันดูท้อแท้”

ที่ผ่านมาเจอแต่ปัญหา เราเคยคิดสั้นไหม?

“มันก็มีน้อยใจ แต่ว่าพอนึกถึงหน้าเมียหน้าลูก มันก็ไม่กล้าแหละ คิดสั้นมันก็มีบ้าง แต่ถึงกับฆ่าตัวตายนะ มันท้อ มันอยากหยุดทำ และที่ต้องกลับมาเพราะความรับผิดชอบที่เราต้องทำ มันฉุกคิด

เรื่องเฉียดตาย?

“เราขับรถอยู่บ่อยๆ ในเรื่องอุบัติเหตุ มาจากประจวบฯ ตอนเช้าขับมาปกติ แต่ฝนมันตก เรามองถนนไม่ชัดเจน เห็นข้างหน้า ไม่เกิน 3 เมตร มันเบรคไม่ทัน เห็นรถชะลออยู่ข้างหน้า เปิดไฟกระพริบอยู่ แต่มันหยุดไม่ทัน มันใกล้มาก ชนดังโครม มองไม่เห็นถนน รถลอยเห็นแต่ฟ้า แล้วก็ตกลงทุ่งผักบุ้งข้างทาง ตอนนั้นคิดไม่ออกว่าจะอยู่หรือไป เพราะรถมันลอยไป ข้างหน้ากระจกแตก ข้างหลังยุบ คนมายืนมุง เราคาที่พวงมาลัย ผักบุ้งเต็มหน้า (หัวเราะ) แต่ระบม คอเอี่ยวไม่ได้ และสภาพรถไม่น่าจะรอด”

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘เกรซ กาญจน์เกล้า’อวดเอวบาง สวมบิกินี่สีสันสดใส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/725851

'เกรซ กาญจน์เกล้า'อวดเอวบาง สวมบิกินี่สีสันสดใส

‘เกรซ กาญจน์เกล้า’อวดเอวบาง สวมบิกินี่สีสันสดใส

วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2566, 15.23 น.

21 เม.ย.66 เป็นอีกหนึ่งนางเอกสาวมากความสามารถ สำหรับ “เกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า” ล่าสุดเจ้าตัวออกมาสาดความแซ่บกับแฟชั่นบิกินีสีสันสดใส ขณะเที่ยวที่หัวหิน งานนี้ทำเอาหนุ่มๆ กระชุ่มกระชวยหัวใจกันยกใหญ่ พร้อมทั้งแห่เข้ามากดไลค์และคอมเมนต์รัวๆ เลยทีเดียว

.-011

แซ่บสะท้าน! ‘โย ยศวดี’เสิร์ฟความเผ็ดร้อนในชุดบิกินี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/725826

แซ่บสะท้าน! 'โย ยศวดี'เสิร์ฟความเผ็ดร้อนในชุดบิกินี

แซ่บสะท้าน! ‘โย ยศวดี’เสิร์ฟความเผ็ดร้อนในชุดบิกินี

วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2566, 14.37 น.

21 เม.ย.66 ร้อนแรงยิ่งกว่าอากาศตอนนี้จริงๆ สำหรับนางแบบสาว “โย ยศวดี หัสดีวิจิตร” ที่ล่าสุดได้ออกมาสลัดผ้าท้าแดดในชุดบิกินีสุดแซ่บ อวดเรือนร่างในวัย 40 โชว์หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม ทำแฟนคลับแห่เข้ามากดไลค์และคอมเมนต์ชื่นชมกันจำนวนมาก

.-011

อว.นำวิจัยประสานการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านดนตรีซิมโฟนีออร์เคสตร้า เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/725976

อว.นำวิจัยประสานการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านดนตรีซิมโฟนีออร์เคสตร้า เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น

อว.นำวิจัยประสานการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านดนตรีซิมโฟนีออร์เคสตร้า เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น

วันเสาร์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2566, 10.52 น.

อว.นำวิจัยประสานการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น ผ่านดนตรีซิมโฟนีออร์เคสตร้า  ณ แหล่งอารยธรรมทางประวัติศาสตร์ เมืองเหนือ “เสียงใหม่ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง” ลำปาง

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2566 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดกิจกรรมการถ่ายทอดงานวิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ผ่านการบรรเลงดนตรีสากลเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด “เสียงใหม่ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง” โดยได้รับเกียรติจาก ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในการเปิดงานฯ พร้อมกันนี้ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ นายชัชวาลย์ ฉายะบุตร ผู้ว่าราชการจังหวัด ลำปาง และคณะผู้บริหารของจังหวัดลำปาง ประกอบด้วย นางสาวตวงรัตน์ โล่สุนทร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง  นายกเทศมนตรีตำบลลำปาง หัวหน้าราชส่วนราชการจังหวัดลำปางและอำเภอเกาะคา ร่วมให้การต้อนรับ และได้รับเกียรติจากศิลปินแห่งชาติ อาจารย์เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์ อ่าน บทกวีเกี่ยวกับวัดพระธาตุลำปางหลวง ก่อนการบรรเลงเพลง ณ ลานวัดพระธาตุลำปางหลวง จังหวัดลำปาง

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ กล่าวว่า ดนตรีพื้นบ้าน ที่ได้นำมาศึกษาวิจัย และได้นำประสานเป็นเพลงดุริยางค์สากล ดุริยางค์คลาสิก แบบชาวตะวันตก โดยการแสดง ณ วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นดนตรีที่มีคุณค่ามาก ลำปางเป็นศูนย์กลางการเจริญรุ่งเรืองในภาคเหนือตอนบน และวัดพระธาตุลำปางหลวง ร่วมยุคร่วมสมัยกับวัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน อายุพันกว่าปี เป็นศูนย์กลางอารยธรรมที่สำคัญอีกส่วนนึงของล้านนา โดยงานแสดงดนตรีผลสำเร็จงานวิจัยครั้งนี้ก็น่าจะเป็นสิบครั้ง นักดนตรีได้สะสมทักษะ ความสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ มาโดยตลอด ซึ่งการแสดงก็ดีขึ้นทุกครั้ง 

ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่มารับฟังถึงวัดพระธาตุลำปางหลวง ขอให้ได้รับบุญกุศล ความปรารถนาดีจากดนตรี จากนักร้อง จากกระทรวงอว.  ซึ่งดนตรีถือเป็นสมบัติที่มีค่า ที่บรรพชนได้มอบไว้ให้แก่เรา เป็นสมบัติของทุกคน และจะกลายเป็นพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ดนตรีไทยให้เป็นดนตรีโลกไม่ยาก เพราะเรามีของดี”  

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วัดพระธาตุลำปางหลวงเป็นหัวใจของเมือง และเป็นวัดหลวงของเมืองลำปาง  เป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นการศึกษาเพื่อค้นคว้าเรื่องของเสียงดนตรีที่ยังหลงเหลือร่องรอยทางประวัติศาสตร์ แล้วนำเสียงมาสร้างจินตนาการใหม่ การนำเสียงของวัฒนธรรมเมืองเหนือ เสียงซึง เสียงปี่จุม เสียงไม้ไผ่ และเสียงกลอง เป็นเสียงที่มีอยู่แล้วโดยการเลียนแบบจากเสียงธรรมชาติ  (Acoustic) มาใช้เป็นเสียงดนตรี ซึ่งเป็นบริบทที่สำคัญของชุมชน ที่จะมีการพัฒนาให้เป็นมาตรฐานที่สามารถสื่อสารออกไปสู่สากลได้ นับเป็นวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าและสร้างสรรค์ (Soft Power) ซึ่ง วช. ได้สนับสนุนการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ในงานศาสตร์และศิลป์ โดยมีที่วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญต่อการใช้กลไกการแสดงดนตรีและการถ่ายทอดผ่านบทเพลง เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจในโบราณคดี ประวัติศาสตร์ ความภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ พร้อมกับเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจะเข้ามาร่วมชื่นชมอัตลักษณ์ของท้องถิ่น และเป็น Soft power อย่างยั่งยืน

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี เจริญสุข หัวหน้าโครงการวิจัย มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข เปิดเผยว่า การแสดงดนตรีเสียงใหม่ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง ได้รับเกียรติจากอาจารย์เนาวรัตน์  พงศ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ ร่วมอ่านบทกวี มีบทเพลงที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดลำปางขับร้องโดย กมลพร  หุ่นเจริญ พร้อมศิลปินพื้นบ้านลำปาง เป็นจำนวนมาก เลือกพื้นที่วัดพระธาตุลำปางหลวงเป็นสถานที่จัดงานเพื่อที่จะนำกลิ่น เสียง และวิญญาณของประวัติศาสตร์ที่ยังเหลือร่องรอยอยู่ในเพลงที่มีการปกของเชียงใหม่กระทั่งถึงสมัยเจ้าทิพย์ช้างสามารถขับไล่พม่าออกจากลำปางได้ และขึ้นครองลำปางเมื่อปี พ.ศ. 2279 ต่อมา พ.ศ. 2307 เจ้าแก้วฟ้าโอรสของเจ้าทิพย์ช้างได้ครองนครลำปางเป็นต้นตระกูลของคนในปัจจุบัน ตระกูล ณ ลำปาง ณ เชียงใหม่ ณ ลำพูน วิถีชีวิตผู้คนและดนตรีของชาวลำปางดั้งเดิมเหลืออยู่กับชาวบ้าน ชาวดอย และผู้เฒ่า จากการที่ลำปางดั้งเดิมมีเผ่าพันธุ์ที่หลากหลายจึงทำให้ดนตรีพื้นบ้านน่าสนใจศึกษาโดยวัดพระธาตุลำปางเป็นวัดโบราณที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนในชุมชนมาอย่างยาวนาน และเป็นคลังความรู้เป็นมรดกล้ำค่ามาก “เสียงใหม่โดยวงไทยซิมโฟนีออเครสตร้าเป็นการย้อนร่องรอยในอดีตมาประดับบริบทที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน เล่าวิถีชีวิตในอดีตด้วยเสียงดนตรี เพราะลำปางเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตอยู่” รศ.ดร.สุกรีฯ กล่าวย้ำ

ในโอกาสนี้การแสดงดนตรีเสียงใหม่ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง โดย วงไทยซิมโฟนีออร์เคสตร้า (Thai Symphony Orchestra) พร้อมด้วยนักดนตรีและนักดนตรีพื้นบ้านกว่า 100 คน ในการนำเสนอเพลงต้นฉบับที่มีมาแล้วแต่ดั้งเดิมของเมืองเหนือผ่านการแสดงบทเพลง ลาวคลึง ลาวจ้อย ลาวดวงดอกไม้ ลาวเจริญศรี ลาวเสี่ยงเทียน ลาวครวญ ลาวเดินดง ลาวสวยรวย ลาวคำหอม ลาวกระทบไม้ แห่ดำหัวหรือแห่นำพล เก๊าห้า มอญลำปาง ลาวลำปาง-สร้อยลำปาง  แล้งในอกหรือลาวคลึง มอญเจี๊ยหอย ลาวจ้อยหรือสร้อยแสงแดง  ลาวเจริญศรี ลาวเสี่ยงเทียน ลาวเดินดง ลาวดวงดอกไม้ ลาวสวยรวย ลาวคำหอม ลาวกระทบไม้ ผีมดผีเม็ง ฤาษีหลงถ้ำ ล่องแม่ปิง ปราสาทไหว การแสดงวงปี่จุม สะล้อล้านนา เพลงปั่นฝ้าย กล่อมนางนอน แม่หม้ายเครือ ลาวเสด็จ พร้อมด้วยวงปล่อยแก่จังหวัดลำปางและจังหวัดเชียงใหม่ บรรเลงเพลงระบำ ร่ำเปิงลำปาง ล่องแม่ปิง หมู่เฮาจาวเหนือ  และเพลงปล่อยแก่ นับเป็นการแสดงบทเพลงที่เข้าถึงผู้ฟังและสร้างความประทับใจให้กับผู้รับฟัง ซึ่งโครงการวิจัยดังกล่าวจะนำไปสู่การสร้างสรรค์ดนตรีควบคู่กับวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และความเชื่อ เป็นศิลปะในการสื่อสาร ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ ไปสู่ผู้ฟัง ดนตรีเป็นภาษาสากลที่ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใด ภาษาใด ก็สามารถรับรู้ และเข้าใจอรรถรสของดนตรีได้ผ่านด้วยเสียงเพลง

‘ม.รังสิต’ปักหมุดยุทธศาสตร์ 5 ปี เดินหน้าการศึกษา พร้อมชู’นวัตกรรม’ขับเคลื่อนองค์กร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/725825

'ม.รังสิต'ปักหมุดยุทธศาสตร์ 5 ปี เดินหน้าการศึกษา พร้อมชู'นวัตกรรม'ขับเคลื่อนองค์กร

‘ม.รังสิต’ปักหมุดยุทธศาสตร์ 5 ปี เดินหน้าการศึกษา พร้อมชู’นวัตกรรม’ขับเคลื่อนองค์กร

วันศุกร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2566, 14.33 น.

มหาวิทยาลัยรังสิต ปักหมุดยุทธศาสตร์ 5 ปี ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย วางเป้าหมายมุ่งผลิตบัณฑิตให้มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการของพลเมืองโลก เน้นให้ความสำคัญกับความต้องการของนักศึกษา พร้อมทั้งเปิดพื้นที่สนับสนุนการเรียนรู้ เป็นมหาวิทยาลัย 24 ชั่วโมง โดยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของ Digital Transformation ที่ครอบคลุมทุกหลักสูตร เพื่อเพิ่มความหลากหลายในวิชาชีพ พร้อมก้าวสู่ Hub ใหม่ของการศึกษาในอนาคต ณ โรงแรม VIE Hotel Bangkok ราชเทวี

ดร.อรรถวิท อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ใช้ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยให้แข็งแกร่งคือเรื่องนวัตกรรม โดยมหาวิทยาลัยรังสิตมองว่า นวัตกรรม เป็นธงหลักในการพัฒนานักศึกษาให้มีความสามารถสูงและครอบคลุมถึงมิติต่าง ๆ เพราะนอกจากงานวิจัยแล้ว มหาวิทยาลัยต้องสร้างนวัตกรรมที่องค์กรและสังคมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ และสิ่งสำคัญไปกว่านั้นคือ การมอบทักษะวิชาชีพและวิชาชีวิตมากกว่า 130 หลักสูตรที่หลากหลายให้แก่ผู้เรียน โดยให้ความสำคัญกับความต้องการการเรียนรู้ของนักศึกษาทุกด้านกับการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย โดยวางทิศทางและการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยรังสิต 5 ปีหลังจากนี้ให้มีความพร้อมในทุกด้าน ได้แก่ 1. สร้างความเป็นเลิศทางการศึกษาและการผลิตบัณฑิต 2. สร้างความเป็นเลิศทางวิจัย งานสร้างสรรค์ และนวัตกรรม 3. สร้างความเป็นเลิศด้านการบริการวิชาการและการฝึกอบรม 4. ชี้นําการรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม และ 5. บริหารจัดการให้เป็นองค์กรแห่งความเป็นเลิศและองค์กรแห่งความสุข ซึ่งทุกหน่วยงานภายในองค์กรร่วมกันขับเคลื่อนทั้งคุณภาพการศึกษา และความพร้อมในทุก ๆ ด้าน เพื่อให้เราสามารถก้าวไปสู่ที่หนึ่งใจนักศึกษา ตามแนวทางที่เราวางไว้คือ “ดีมาก-หลากหลาย-24 ชั่วโมง” พร้อมทั้งชู นวัตกรรม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร “เคลียร์-บีลอง พลัส” ผสมใบกัญชา ที่ตีพิมพ์ในวารสาร BMC Complementary Medicine and Therapies ซึ่งเป็นวารสารวิชาการระดับนานาชาติ

ผศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ รองอธิการบดีฝ่ายแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงใน 5 ปีข้างคือ เรื่องของความคาดหวังสมรรถนะใหม่ในด้านอาชีพ ความต้องการกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของ Digital Transformation ที่ครอบคลุมทุกหลักสูตร และนักศึกษาต้องการหลักสูตรและการเรียนรู้ที่เพิ่มความหลากหลายในวิชาชีพ ซึ่งมหาวิทยาลัยรังสิตเองได้มีการปรับตัวในเรื่องหลักสูตรการเรียนการสอนที่มีความหลากหลายมากขึ้น นักศึกษาไม่ได้เรียนเพียงแค่ทฤษฎี แต่สามารถลงมือปฏิบัติได้จริง เพื่อเตรียมพร้อมสู่โลกของการทำงานได้อย่างมืออาชีพ ตามแบบฉบับ Practical University รวมทั้งเรื่องของรูปแบบการบริหารจัดการองค์กรก็ต้องเป็น Smart Organization เพื่อขับเคลื่อนไปพร้อมกัน และสิ่งที่เราให้ความสำคัญคือ นักศึกษา และนอกจากนี้ ในเรื่องของความเป็นนานาชาติปัจจุบันนี้มหาวิทยาลัยรังสิต มีกลุ่มนักศึกษาต่างประเทศมาเรียนเพิ่มมากขึ้นในทุกปี ซึ่งก็เป็นเทรนด์ว่าประเทศไทยจะเป็น Hub ใหม่ของการศึกษาในอนาคต

รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า เมื่อเราเปิดพื้นที่การเรียนรู้ เป็นมหาวิทยาลัย 24 ชั่วโมง เรื่องของความปลอดภัยของนักศึกษาจึงเป็นสิ่งสำคัญ และเพื่อให้นักศึกษา บุคลากร รวมทั้งผู้ปกครองรู้สึกอุ่นใจถึงความปลอดภัยตลอดเวลาที่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรังสิตได้จัดตั้ง สำนักงานตำรวจมหาวิทยาลัยรังสิต (ตร.ม.) ขึ้นซึ่งเป็นที่แรกในประเทศไทย เพื่อดูแลป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรมในพื้นที่โดยรอบสถานศึกษา โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมหาวิทยาลัยรังสิตร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานร่วมกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมหาวิทยาลัยรังสิตจะได้รับการฝึกอบรม ฝึกฝนมาโดยเฉพาะเพื่อปฏิบัติงานด้านการดูแลความปลอดภัย ทั้งยังมีเรื่องของระบบการเฝ้าระวัง ระบบการตรวจตราความเรียบร้อยในพื้นที่โดยรอบ และการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการช่วยกำกับดูแล เฝ้าระวังด้วย ซึ่งหากเกิดเหตุด่วนนักศึกษาสามารถแจ้งได้ตลอด 24 ชั่วโมง เรียกว่า นักศึกษา หรือผู้ปกครองที่เข้ามาต้องรู้สึกถึงความอุ่นใจ ปลอดภัยเมื่ออยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย

ผศ.ดร.ปถมาพร สุกปลั่ง รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า จากความเข้มแข็งทางวิชาการและการที่มหาวิทยาลัยรังสิตมีหลักสูตรการเรียนการสอนที่หลากหลาย ทำให้ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยรังสิตสามารถครองพื้นที่ในการเป็นมหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม ซึ่งแต่ละหลักสูตรที่เปิดสอนมีผลงานวิจัย และนวัตกรรมที่โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับมากมาย อาทิเช่น ความสำเร็จในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชาเพื่อการแพทย์ของวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ เครื่องวัดระดับน้ำตาลในเลือดแบบไม่ต้องเจาะเลือดชนิดพกพา ผิวหนังเทียมที่ทำจากเจลาตินด้วยเทคนิคการพิมพ์ชีวภาพสามมิติสำหรับการรักษาแผล หรือแม้แต่การเรียนที่ตอบโจทย์อนาคต เรียนสถาปัตย์ ม.รังสิต ปี 1 ออกแบบบ้านได้ เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้เป็นการปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับเทรนด์การศึกษาในปัจจุบัน โดยที่มหาวิทยาลัยรังสิต ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนในสิ่งที่อยากเรียนได้ เรียนหมอแต่อยากเรียนดนตรีควบคู่ไปด้วยก็ได้ เรียนวิศวะแต่อยากทำสื่อเป็นก็สามารถเลือกเรียนนิเทศศาสตร์เป็นวิชาโทได้ เรียกว่าเป็นการผสมผสานหลายวิชาแบบองค์รวม โดยก้าวข้ามข้อจำกัดทางการศึกษา เป็นการเติมเต็มการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนได้เรียนรู้สิ่งใหม่ที่และสามารถนำความรู้ไปสู่การประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ เพราะที่นี่อนาคตออกแบบได้

ผศ.ดร.นเรฏฐ์ พันธราธร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า จากวิจัย สู่วิจัยเพื่อชุมชม สังคมแห่งการแบ่งปัน เพื่อสร้างเศรษฐกิจเกื้อกูล โดยที่ผ่านมามหาวิทยาลัยรังสิต ได้ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี (อบจ.ปทุมธานี) ในการเป็นหุ้นส่วนสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อสร้างสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี โดยได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาหลักหก (LakHok Development Center: LHDC) ขึ้นเพื่อพัฒนากลไกการดำเนินงานร่วมทุนที่ยั่งยืน และเกิดเป็นแหล่งทุนระยะยาวสำหรับการดำเนินงานสร้างสุขภาวะของประชาชนจังหวัดปทุมธานี เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานของบุคคล กลุ่มบุคคล ชุมชน หน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ ที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาวะ รายได้ สิ่งแวดล้อม และสังคมของจังหวัดปทุมธานีสู่พื้นที่สุขภาวะที่ดีและยั่งยืน นอกจากนี้ สสส. ยังได้มุ่งเน้นสรรหาและจัดสรรงบประมาณเพื่อการสร้างอาชีพและรายได้แนวใหม่ตามแนวคิดเศรษฐกิจฐานรากเพื่อสร้างสุขภาวะให้กับนักศึกษาที่กำลังจะจบ และวางเป้าหมายเพื่อติดอาวุธให้นักศึกษาสามารถหารายได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบการสมัครงาน

– 006

สุดชิว ‘บิ๊กป้อม’ นั่งรถไฟไป ‘โคราช’ เตรียมปราศรัยใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547337

22 เม.ย. 2566

สุดชิว 'บิ๊กป้อม' นั่งรถไฟไป 'โคราช' เตรียมปราศรัยใหญ่

‘บิ๊กป้อม’ นั่งรถไฟไป ‘โคราช’ เตรียมปราศรัยใหญ่เย็นนี้ เผยเลือก พปชร. ได้รถไฟภาคอีสานเชื่อมต่อ ‘ภาคตะวันออก-ภาคกลาง’

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. เวลา 07.15 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นั่งรถไฟขบวนรถเร็ว 135 จากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ไปสถานีนครราชสีมา เพื่อพบปะประชาชนและเตรียมขึ้นปราศรัยในช่วงเย็นนี้ ที่ ตลาดเซฟวัน จ.นครราชสีมา

โดยมีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในฐานะเลขาธิการพรรค , นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค , นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม , ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า และ นายวิรัตน์ รัตนเศรษฐ พร้อมด้วยแกนนำพรรคและผู้สมัคร สส.จังหวัดนครราชสีมา ร่วมเดินทาง ระหว่างทาง ได้พบปะประชาชนตามสถานีรถไฟหลักๆ สถานีดอนเมือง , สถานีอยุธยา , สถานีสระบุรี , สถานีชุมทางแก่งคอย , สถานีปากช่อง จนมาถึง สถานีนครราชสีมา 

พล.อ.ประวิตร พบปะประชาชนระหว่างนั่งรถไฟพล.อ.ประวิตร พบปะประชาชนระหว่างนั่งรถไฟ

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ครั้งนี้นั่งรถไฟในรอบ40-50ปี ไม่ได้นั่งนานแล้ว เพื่อมาดูเส้นทางคมนาคมตามนโยบายพรรคพลังประชารัฐที่ต้องการพัฒนาภาคอีสาน ซึ่งจะเป็นการช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่ประชาชนในภาคอีสานจะได้ไม่ต้องย้ายออกจากพื้นที่ ซึ่งมีนโยบายที่จะพัฒนาอีสานประชารัฐที่มีทั้งแหล่งงาน แหล่งการศึกษา สร้างโรงเรียน อาชีวะ 12 แห่ง ให้มีงานทำ พัฒนาเส้นทางคมนาคม ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังด้านบนของประเทศ และส่งสินค้าไปยังประเทศต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านได้ เพื่อทำให้เศรษฐกิจภาคอีสานเติบโตได้อย่างมั่งคั่งและยั่งยืน ถ้าพรรคพลังประชารัฐได้ ภาคอีสานก็จะเชื่อมต่อไปยังภาคตะวันออกและภาคกลางด้วย จะทำให้หลายๆจังหวัดในภาคอีสานเจริญ คนมีงานทำ สร้างงานโดยเฉพาะ 

พล.อ.ประวิตร ถามนักข่าวที่เดินทางไปด้วยว่า นั่งรถไฟด้วยกันสนุกไหม นักข่าวตอบว่า สนุก 
เมื่อถามว่าร้อนหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า จะไปร้อนได้ไง คุณร้อนไหมละ คุณไม่ร้อนแล้วผมจะร้อนไหม 
 

ส่วนการตั้งเป้าพื้นที่ จ.นครราชสีมา ให้ถามนายวิรัช เพราะเป็นหัวหน้าทีม ส่วนหัวหน้าพรรคก็ต้องดู แต่ไม่ได้ดูพื้นที่ แต่ยืนยันว่า อยากปักธงให้ได้พรรคอันดับหนึ่งในภาคอีสาน แต่จะได้หรือป่าวก็ไม่ทราบ พร้อมฝากพี่น้องชาวอีสาน ขอให้เลือกตน ตนจะได้ที่หนึ่ง ส่วนเลือกนายกรัฐมนตรีก็ต้องไปเลือกกันในสภาฯ 

 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.ประวิตร ทักทายประชาชนพล.อ.ประวิตร ทักทายประชาชนพล.อ.ประวิตร พร้อมแกนนำ พปชร. นั่งรถไฟไปโคราชพล.อ.ประวิตร พร้อมแกนนำ พปชร. นั่งรถไฟไปโคราชนายสันติ พร้อมพัฒน์ นายสันติ พร้อมพัฒน์

ถ่ายทอดสดเย็นนี้ ‘เนชั่นดีเบต’ เวทีนครสวรรค์ ส่องนโยบายเพื่อภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547333

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

22 เม.ย. 2566

ถ่ายทอดสดเย็นนี้ 'เนชั่นดีเบต' เวทีนครสวรรค์ ส่องนโยบายเพื่อภาคเหนือ

ชมถ่ายทอดสดเย็นวันนี้ ‘เนชั่นดีเบต’ ศึกเลือกตั้ง 66 ‘เวทีดีเบตอนาคตประเทศไทย’ ที่นครสวรรค์ 8 พรรคประชันนโยบายที่กินได้สำหรับคนภาคเหนือ

เวทีเนชั่นดีเบต หรือ “เวทีดีเบตอนาคตประเทศไทย : Road to the future” ศึกเลือกตั้ง 2566 เดินทางมาถึงเวทีส่งท้ายรายภูมิภาคแล้ว

ถ่ายทอดสดเย็นนี้ 'เนชั่นดีเบต' เวทีนครสวรรค์ ส่องนโยบายเพื่อภาคเหนือ

โดยวันนี้เป็นคิวของภาคเหนือ ซึ่งจัดที่ เวทีเกาะกลางอุทยานสวรรค์ จ.นครสวรรค์ ในช่วงเย็นวันนี้ (22เม.ย.66) หลังจากจัดมาแล้ว 3 เวทีใหญ่ในระดับภูมิภาค ที่ภาคอีสาน จัดที่นครราชสีมา ภาคใต้จัดที่สงขลา และภาคตะวันออกจัดที่เมืองพัทยา ชลบุรี 

วันนี้จะเป็นเวทีส่งท้ายเนชั่นดีเบตในระดับภูมิภาค กับชื่อเวทีที่ว่า “เวทีดีเบตอนาคตประเทศไทย” ดีเบตภาคเหนือกับนโยบายที่กินได้  กับ 8 ตัวแทนพรรคการเมือง ดังนี้ 

  1. นราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
  2. ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
  3. ดร.อรรถวิชซ์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า
  4. ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย รองหัวหน้าพรรค กรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา
  5. น.ต.ศิรา ทิวารี แคนติเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย
  6. จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย
  7. ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ประจำภาคเหนือ
  8. ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้สมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล
     
ถ่ายทอดสดเย็นนี้ 'เนชั่นดีเบต' เวทีนครสวรรค์ ส่องนโยบายเพื่อภาคเหนือ

ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าร่วมรับฟังนโยบายสดๆแบบใกล้ชิดได้ที่ เวทีเกาะกลางอุทยานสวรรค์ จ.นครสวรรค์ กิจกรรมเริ่ม 16.30 น. เป็นต้นไป

หรือสามารถรับชมถ่ายทอดสดทางช่องทางออนไลน์  FB (LIVE) Nation Online และแฟนเพจคมชัดลึก  เริ่มเวลา 17.30 น.เป็นต้นไป

และชมถ่ายทอดสดทางทีวีที่ ช่อง Nation TV22 (รวมถึง เว็บไซต์เนชั่นทีวี)ตั้งแต่เวลา 18.00-20.00 น.

ถ่ายทอดสดเย็นนี้ 'เนชั่นดีเบต' เวทีนครสวรรค์ ส่องนโยบายเพื่อภาคเหนือ

ทั้งนี้หลังจากจบเวทีที่นครสวรรค์แล้ว ยังมีอีก 1 เวทีใหญ่ปิดท้ายที่กรุงเเทพมหานคร คือ เวที Final Debate โค้งสุดท้าย ! ชี้วัดอนาคตประเทศไทย #นับถอยหลังวันพิพากษา พบกับ “แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” จาก 6 พรรคการเมือง ในเวที Debate ครั้งสำคัญ

  1. จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
  2. เศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัว พรรคเพื่อไทย
  3. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล
  4. สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า
  5. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย
  6. วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา


จัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม 2566 ณ River Park ชั้น G ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร

กิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. และถ่ายทอดสดผ่านช่องทาง เนชั่นทีวี 22 และเนชั่นออนไลน์ ระหว่างเวลา 18.00-20.00 น.

ชัดเจน ‘เศรษฐา’ ประกาศลั่นเมืองเลย ‘เพื่อไทย’ ไม่จับมือ ‘2ป.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547323

21 เม.ย. 2566

ชัดเจน 'เศรษฐา' ประกาศลั่นเมืองเลย 'เพื่อไทย' ไม่จับมือ '2ป.'

‘เศรษฐา ทวีสิน’ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ประกาศลั่นกลางเวทีปราศรัยเมืองเลย ‘เพื่อไทย’ ไม่จับมือจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับ 2ป. ‘พปชร.-รทสช.’ เหตุมีส่วนร่วมรัฐประหาร ขอให้ต่างคนต่างอยู่

นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยและประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยกล่าวปราศรัยที่โรงเรียนบ้านวังสะพุง อ.วังสะพุง จ.เลย ท่ามกลางประชาชนร่วมรับฟังกว่า 3,000 คน

นายเศรษฐา ทวีสิน กล่าวว่า มีคำถามตลอดว่าพรรคเพื่อไทยจะ ไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลหลังการเือกตั้ง2566 กับพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) และพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.)หรือไม่ พี่น้องอยากให้ไปร่วมหรือไม่ พอแล้ว 8 ปีที่ผ่านมา

ยืนยันชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยไม่จับมือกับสองพรรคนี้ เพราะ 2 พรรคนี้มีส่วนร่วมในการทำรัฐประหาร ปล้นอำนาจ อธิปไตยประชาชน บอกว่าเราเป็นเรือใหญ่ เขาเป็นเรือเล็กพายอยู่ข้างๆ ไม่ต้องมาอยู่ข้างๆ ต่างคนต่างอยู่ ไม่ร่วมกันแน่นอน

วันนี้ พี่น้องเดือดร้อนเรื่องค่าไฟฟ้า เพื่อไทยเป็นรัฐบาล ภายใน 4 ปี ค่าไฟจะลดลงทันที และรายได้ของพี่น้องเกษตรกรจะเพิ่มขึ้น3เท่า ผ่านการทำตลาดที่เฉลียวฉลาด

แกนนำพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส. ทั้ง 4 เขต จ. เลยแกนนำพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส. ทั้ง 4 เขต จ. เลย

นายเศรษฐา ทวีสิน ทักทายมวลชนพรรคเพื่อไทย ที่อ.วังสะพุง จ. เลยนายเศรษฐา ทวีสิน ทักทายมวลชนพรรคเพื่อไทย ที่อ.วังสะพุง จ. เลย

เงินดิจิทัลวอลเล็ต

รัฐบาลที่ผ่านมาทำให้เกิดภาวะแล้ง ปัญหานี้จะหมดถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาล พรรคเพื่อไทยคิดใหญ่ ทำเป็นมาโดยตลอด ไม่ใช่รัฐบาลที่ผ่านมา คนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไปจะมี 10,000 บาทจากดิจิทัลวอลเล็ต

ไม่บังคับเกณฑ์ทหาร

คนรุ่นใหม่ หากไม่อยากเป็นทหารเราจะมีนโยบายให้สมัครใจเป็นทหาร ไม่จำเป็นต้องคัดเลือก อย่าให้ใครมาว่าเขาชังชาติ เรามีวิธีรักชาติต่างกันไป บางคนอยากเป็นหมอ เป็นครู ก็รักชาติได้ 

นายกฯนั่งประธานแก้ยาเสพติด

ส่วนเรื่องยาเสพติด ปัจจุบันซื้อได้ง่าย และลูกหลานติดยา พรรคเพื่อไทยจะบำบัดผู้ป่วยและป้องกันไม่ให้เขาเป็นผู้เสพยาอีกครั้ง มีการหาวิธีประกอบอาชีพที่เหมาะสม สำหรับผู้ค้าเราต้องมีความเด็ดขาด และนายกรัฐมนตรีต้องนั่งหัวโต๊ะจัดการปัญหานี้ให้เด็ดขาด

นายเศรษฐา ทวีสิน นายเศรษฐา ทวีสิน

เข้าคูหากาเพื่อไทย 2 ใบ

“ผมในฐานะมือใหม่ทางการเมือง ผมเห็นแววตาที่พี่น้องเดือดร้อน ผมอายุ 62 ปี ถึงจุดที่ว่าไม่ไหวแล้ว ประเทศชาติต้องเดินไปข้างหน้า วันที่ 14 พฤษภาคมเข้าคูหากาเพื่อไทย 2 ใบ ให้ผู้สมัคร สส.เลยทั้ง 4 คน ได้เข้าสู่สภา และเลือกเบอร์ 29 ของพรรคเพื่อไทย เลือกพรรคเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ยกจังหวัด และให้นายกรัฐมนตรีมาจากพรรคเพื่อไทย” นายเศรษฐา กล่าว

‘สุวัจน์’ ขอบคุณคนโคราช ผ่าน 2 เวที สูงเนิน-ขามทะเลสอ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547322

21 เม.ย. 2566

'สุวัจน์' ขอบคุณคนโคราช ผ่าน 2 เวที สูงเนิน-ขามทะเลสอ

‘สุวัจน์’ ขอบคุณคนโคราช เปิดสองเวที สูงเนิน-ขามทะเลสอ นักเรียน นักศึกษา ประชาชน ให้กำลังใจเนืองแน่น ดันสารพัดนโยบาย เพื่อนำ ‘เศรษฐกิจยุคทอง’ กลับมา

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า นำผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร จ.นครราชสีมา 16 เขตเลือกตั้ง พร้อมด้วยที่ปรึกษาพรรคฯ อาทิ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล , นายประเสริฐ บุญชัยสุข และ “วิว” น.ส.เยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรคชาติพัฒนากล้า ผู้สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งที่ 2 ช่วยหาเสียงให้ นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา ผู้สมัคร สส.เขต 3 เบอร์ 1 และนายสมบัติ กาญจนวัฒนา ผู้สมัครเขต 4 เบอร์ 4 ที่บริเวณลานอเนอกประสงค์เทศบาลตำบลขามทะเลสอ อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา

โดยมีพี่น้องประชาชนในพื้นที่ร่วมฟังการปราศรัยกว่า 5,000 คน ในจำนวนนี้มีส่วนหนึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ เยาวชน นักเรียน นักศึกษาร่วมฟังการปราศรัยคึกคัก

งานดี มีเงิน ของไม่แพง

นายสุวัจน์ กล่าวว่าการปราศรัยทั้งสองสนามได้รับเสียงตอบรับจากพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 4 ทั้งอ.สูงเนิน อ.ขามทะเลสอ อย่างล้นหลาม เดินทางมารับฟังนโยบายพรรคชาติพัฒนากล้า แก้ไขปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน งานดี มีเงิน ของไม่แพง และวันนี้พรรคนำเสนอคนรุ่นใหม่ไฟแรงลูกหลานชาวโคราช นายสมบัติ กาญจนวัฒนา ผู้สมัคร สส.เขต 4 เบอร์ 4 มารับใช้พี่น้องประชาชน

'สุวัจน์' ขอบคุณคนโคราช ผ่าน 2 เวที สูงเนิน-ขามทะเลสอ
'สุวัจน์' ขอบคุณคนโคราช ผ่าน 2 เวที สูงเนิน-ขามทะเลสอ

“พรรคชาติพัฒนากล้าอยู่กับชาวคนโคราชมากว่า 30 ปี จะสู้จนตายคาบ้าน”นายสุวัจน์ กล่าว

ในการปราศรัยครั้งนี้ พรรคชาติพัฒนากล้า ชูนโยบายเพื่อปากท้องและคุณภาพชีวิต งานดี มีเงิน ของไม่แพง, นโยบายมอเตอร์เวย์ทั่วไทยทุกทิศ 2,000 กม. สะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลาการเดินทาง , น้ำมัน ค่าไฟ ถูกลง รื้อโครงสร้างพลังงาน ลดค่าการกลั่น หั่นค่า FT, เพิ่มนักท่องเที่ยว 80 ล้านคน

สร้างรายได้ 5 ล้านล้านบาท เพิ่มวัน เพิ่มเงิน เพิ่มคน , ยกเลิกแบล็คลิสต์ , ปรับปรุงบ้านหลังละ 50,000 บาท เพื่อผู้สูงอายุ คนพิการ , ทุนธุรกิจสร้างสรรค์ ให้ทุนทำธุรกิจสูงสุด 1,000,000 บาท สร้างเด็กไทย 3 ภาษา เรียนตรง เจ้าของภาษาไทย ต่างประเทศ Coding , ลดภาษีบุคคลรายได้ไม่เกิน 40,000 บาท/เดือน ไม่ต้องเสีย

'สุวัจน์' ขอบคุณคนโคราช ผ่าน 2 เวที สูงเนิน-ขามทะเลสอ

มวลชน พรรคชาติพัฒนากล้า เนืองแน่นมวลชน พรรคชาติพัฒนากล้า เนืองแน่น

มวลชน พรรคชาติพัฒนากล้า เนืองแน่นมวลชน พรรคชาติพัฒนากล้า เนืองแน่น

รื้อระบบราชการ 1 คำขอ จบครั้งเดียว ราชการในมือถือ, งานสูงวัย ไฟแรง 500,000 ตำแหน่ง รัฐช่วยนายจ้างออกให้ 5,000 บา/เดือน, การคมนาคมทันสมัย , เมืองท่องเที่ยวอินเตอร์ เมืองอาหารป้อนโลก โคราช-อีสานระเบียงเศรษฐกิจใหม่ เมืองน้ำไม่ท่วม น้ำไม่แล้ง น้ำประปาเพียงพอ 

เศรษฐกิจยุคทองของพี่น้องชาวโคราชจะกลับมา พี่น้องประชาชนชาวโคราชจะได้ลืมตาอ้าปากกันทุกคน และโครงการกองทุน 1 แสนล้านบาท ติดโซล่าเซสให้เป็นธนาคารพลังงานประชาชนในด้านพลังงาน และโครงการปลดล็อคกัญชาจากเยาวชน ร่วมทั้งนำกีฬามาพัฒนาเยาวชน

มวลชน พรรคชาติพัฒนากล้า เนืองแน่นมวลชน พรรคชาติพัฒนากล้า เนืองแน่น

มวลชน พรรคชาติพัฒนากล้า เนืองแน่นมวลชน พรรคชาติพัฒนากล้า เนืองแน่น

‘สมชาย’ เปิดงานสงกรานต์ชาวเหนือ ปฎิเสธโผล่ช่วย ‘เพื่อไทย’ หาเสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547319

21 เม.ย. 2566

'สมชาย' เปิดงานสงกรานต์ชาวเหนือ ปฎิเสธโผล่ช่วย 'เพื่อไทย' หาเสียง

‘สมชาย’ เปิดงานสงกรานต์ชาวเหนือ ย้ำไม่ได้มาหาเสียง แต่เสียดายโอกาสทำที่ ‘เพื่อไทย’ พลาดไป วอน ปชช. ตัดสินใจ เคารพทุกสิทธิ

เมื่อวันที่ 21 เม.ย. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานสงกรานต์ชาวเหนือ ที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร โดยมีนางเยาวเรศ ชินวัตร ประธานสมาคมชาวเหนือแห่งประเทศไทย , นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย , นางนลินี ทวีสิน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายก และผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย , นายดนุพร ปุณณกันต์ คณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย สส.กทม. เช่น  นางสาวกานต์

กนิษฐ์ แห้วสันตติ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตบางรัก พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย ดุสิต (ยกเว้นแขวงถนนนครไชยศรี) สัมพันธ์วงศ์ , นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบึงกุ่ม , นางสาวสกาวใจ พูนสวัสดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตลาดพร้าว (ยกเว้นแขวงจระเข้บัว) เขตบึงกุ่ม (ยกเว้นแขวงคลองกุ่ม) เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

โดยนายสมชายเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานรดน้ำดำหัว สรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ รวมถึงภายในงานมีจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม เสื้อผ้า เครื่องประดับ มีการแสดงของชาวเหนือด้วย 
บรู๊ค ดนุพร รดน้ำดำหัว นายสมชายบรู๊ค ดนุพร รดน้ำดำหัว นายสมชาย

นายสมชาย กล่าวว่า บรรยากาศวันนี้เป็นความรู้สึกที่ดีมาก เพราะสมาคมชาวเหนือภาคเหนือให้ความสำคัญกับสงกรานต์มาก โดยชาวเหนือส่วนหนึ่งก็มาทำงานที่กทม. จึงตั้งเป็นสมาคมขึ้นมา ดีใจที่เห็นชาวเหนือมาสนุกสนานกัน และครั้งนี้กลับมาจัดงานอีกครั้งหลังหายไป 3 ปี  คึกคักมากกว่าปีก่อนๆ เพราะพี่น้องชาวเหนืออัดอั้นตันใจ ไม่ได้มารดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ สรงน้ำพระ วันนี้ก็รวบยอด 

การมาจัดงานที่กรุงเทพ ถือเป็นซอร์ฟพาวเวอร์อย่างหนึ่ง สมัยนี้โลกไร้พรมแดน ต่างชาติเห็นสิ่งแปลกใหม่ เราต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์ รัฐบาลต้องนำสิ่งเหล่านี้มาโชว์ นอกจากช่วยประชาชน แล้วยังมีโอกาสหารายได้จากการท่องเที่ยว ไม่ต้องลงทุนอะไรเพราะชาวบ้านทำเป็นปกติอยู่แล้ว

นายสมชาย อวยพรชาวเหนือรักกันตลอดเวลา ขอให้ได้รับบุญกุศลที่อุทิศ ให้ทุกคนมีความสุข ความสำเร็จ ความเจริญ ตอนนี้เข้าสู่ยุคใหม่ที่ปราศจากปัญหาข้าวยากหมากแพง ความฝืดเคืองทางเศรษฐกิจ เป็นสิ่งที่พี่น้องต้องช่วยกันเลือก ย้ำว่า ไม่ได้มาหาเสียงให้พรรคเพื่อไทย

แต่พรรคเพื่อไทยมีผลงานที่ทำให้เห็นและมีความจริงใจ ไม่ได้ต้องการมีอำนาจวาสนา แต่เป็นโอกาสในการมาช่วยบ้านเมือง ช่วยประชาชน คิดว่าพรรคเพื่อไทยทำจริงตามที่พูด ไม่ได้รังเกียจพรรคอื่นในการนำเสนอนโยบายเพื่อพัฒนาบ้านเมือง พัฒนาความสุขประชาชน เราชอบทั้งหมด และหวังให้เป็นเช่นนั้น แต่ตนคิดว่าไม่ใช่ทุกคนหรือทุกพรรคที่จะทำได้ ตนไม่ปรามาสพรรคไหน

แต่มั่นใจว่าเพื่อไทยทำได้เพราะเคยทำมาแล้วและประสบความสำเร็จ เสียดายหลายโอกาสที่พลาดไป คิดว่าตอนนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมนำสิ่งที่เคยพลาดโอกาสมาสานต่อ แม้ประชาชนจะได้รับประโยชน์ช้าแต่ไม่สายเกินไป และฝากประชาชนเป็นผู้ตัดสิน หากคิดว่าพรรคเพื่อไทย คิดใหญ่ทำได้จริง ขอให้ช่วยกัน แต่ถ้าคิดว่าไม่ดีเท่าพรรคอื่น ขอให้ใช้สิทธิอย่างเต็มที่ เราไม่ได้กีดกันการแสดงออกใดๆ แค่แสดงความจริงใจให้ได้รับทราบ

กานต์-กานต์กนิษฐ์ และ อ๋อม-สกาวใจกานต์-กานต์กนิษฐ์ และ อ๋อม-สกาวใจ

บรรยากาศงานสงกรานต์ชาวเหนือบรรยากาศงานสงกรานต์ชาวเหนือ

บรรยากาศงานสงกรานต์ชาวเหนือบรรยากาศงานสงกรานต์ชาวเหนือวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหารวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร