4EVE – 2FLOW – FLIP – NO ONE ELSEระเบิดความมันส์บนเวทีจอยสุข ในงาน’สงกรานต์สยาม ผ้าขาวม้าปล่อยจอย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/724812

4EVE - 2FLOW – FLIP - NO ONE ELSEระเบิดความมันส์บนเวทีจอยสุข ในงาน'สงกรานต์สยาม ผ้าขาวม้าปล่อยจอย'

4EVE – 2FLOW – FLIP – NO ONE ELSEระเบิดความมันส์บนเวทีจอยสุข ในงาน’สงกรานต์สยาม ผ้าขาวม้าปล่อยจอย’

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566, 12.42 น.

สนุก สุดมันส์กับเทศกาลงานสงกรานต์ประจำปี2566 “สงกรานต์สยาม ผ้าขาวม้าปล่อยจอย” นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ มาร่วมกันสาดน้ำเล่นสงกรานต์กันเต็มวอล์คกิ้งสตรีท และยังนุ่งชุดไทย พาดผ้าขาวม้าสุดคูล มาสนุกกันตามคอนเซ็ปสงกรานต์สีขาว ปลอดภัย ไม่แป้ง ไม่โป๊ ไม่เปลือย ไม่แอลกอฮอล์ พร้อมเปิดโป๊ยเซียนสไลเดอร์ยักษ์ ความยาวกว่า 50 เมตร ใจกลางสยาม และระเบิดความมันส์วันแรกด้วยคอนเสิร์ตจากศิลปิน 4EVE – 2FLOW – FLIP – NO ONE ELSEและศิลปินชื่อดังมากมาย งานนี้ สาดสนุกเล่นน้ำจอยจอยกันฟรี ตั้งแต่เวลา 11 โมง จนถึง 4 ทุ่ม

นอกจากนี้ยังมีขบวน INTERNATIONALAmazingSplash2023ขบวนแห่ประเพณีสงกรานต์และวัฒนธรรมนานาชาติ จาก 5 ประเทศ พร้อมขบวนรถนางสงกรานต์ คือ “นางกิมิทาเทวี” แสดงโดย “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก” ซึ่งทรงพาหุรัดทัดดอกจงกลนี อาภรณ์แก้วบุษราคัม ภักษาหารกล้วยน้ำ พระหัตถ์ขวาทรงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายทรงพิณ เสด็จนั่งมาเหนือหลังมหิงสา (ควาย) เป็นพาหนะ บนถนนสยามสแควร์ ซอย 7

ร้อนฉ่า! ‘เบลล่า ราณี’เปิดโหมดเซ็กซี่ สวมเสื้อจิ๋วโชว์เอวบาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/724805

ร้อนฉ่า! 'เบลล่า ราณี'เปิดโหมดเซ็กซี่ สวมเสื้อจิ๋วโชว์เอวบาง

ร้อนฉ่า! ‘เบลล่า ราณี’เปิดโหมดเซ็กซี่ สวมเสื้อจิ๋วโชว์เอวบาง

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566, 12.02 น.

17 เม.ย.66 ทำเอาแฟนคลับตาลุกวาวเลยทีเดียว เมื่อนางเอกสาวสวยอย่าง “เบลล่า ราณี แคมเปญ” ออกมาแจกความสดใสปนแซ่บ ในชุดสบายๆ สวมเสื้อคลุมลายลูกไม้โชว์บราทูโทนสีน้ำตาล-ขาวด้านใน ทำให้เห็นเอวบางๆ ของสาวเบลล่า ขณะออกไปเที่ยวใกล้ชิดธรรมชาติในคาเฟ่ที่มีทุ่งหญ้าเขียวขจี 

บอกเลยว่ายอดไลค์ถล่มทลายเลยทีเดียว เพราะนานๆ ทีจะได้เห็นสาวเบลล่าในลุคสุดเซ็กซี่

.-011

นศ.ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พัฒนา เครื่อง‘MRI mock-scanner’สำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724929

นศ.ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พัฒนา  เครื่อง‘MRI mock-scanner’สำเร็จ

นศ.ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พัฒนา เครื่อง‘MRI mock-scanner’สำเร็จ

วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักศึกษารังสีเทคนิค คณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พัฒนาอุปกรณ์จำลองการตรวจด้วยเครื่อง MRI เพื่อลดการเคลื่อนไหวบริเวณศีรษะ ขณะตรวจด้วยเทคนิค fMRI ในเด็ก (MRI mock-scanner for the reduction of head movement in pediatric participants undergoing fMRI scanning) ให้ได้ภาพถ่ายทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ และช่วยให้รังสีแพทย์สามารถวินิจฉัยได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยราคาเพียง 20,500 บาท สามารถทดแทนการนำเข้าที่ราคาสูง และใช้เป็นต้นแบบในการเตรียมการตรวจผู้ป่วยกลุ่มเด็กหรือผู้ป่วยกลุ่มอื่นๆ ในอนาคตได้

นักศึกษาผู้พัฒนาเครื่อง “MRI mock-scanner” ได้แก่ น.ส.นันทิกานต์ สงทิพย์ น.ส.พรรษชนก ปันทะรส และ น.ส.ปิยณิตา กลิ่นจำปา และผลงานดังกล่าวยังได้รับรางวัลชนะเลิศ โครงการประชุมวิชาการนักศึกษารังสีเทคนิค ครั้งที่ 3 ประจำปี 2566 จากการที่พัฒนาเครื่องดังกล่าว เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เป็นวิธีเตรียมพร้อมก่อนที่จะทำการตรวจเพื่อจะลดการเคลื่อนไหวสำหรับในเด็ก เพราะว่าการตรวจถ้าใช้เวลานานเด็กก็อาจจะไม่ให้ความร่วมมือ โดยเฉพาะการตรวจเอ็มอาร์ไอ ซึ่งเครื่องเป็นอุโมงค์ดูน่ากลัวสำหรับเด็กๆ ฉะนั้นการที่ออกแบบเครื่องคล้ายกันแล้วให้ลองมาทดสอบก่อนเป็นเรื่องดี ป้องกันปัญหาภาพเบลอ ไม่ชัด นำไปสู่การวินิจฉัยที่ถูกต้อง มีประโยชน์กับคนไข้ ทั้งนี้ ปัจจุบันในต่างประเทศได้ผลิตเครื่องดังกล่าวแล้ว แต่มีมูลค่าสูง
ทำให้สถานพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลอาจเข้าไม่ถึง งานวิจัยชิ้นนี้สามารถผลิตใช้ได้จริงอีกทั้งสามารถต่อยอดได้ จึงได้รับรางวัลชนะเลิศ

มจธ.เผยภัยคุกคาม‘นาก’รุนแรง คือการจับไปเป็นสัตว์เลี้ยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724928

มจธ.เผยภัยคุกคาม‘นาก’รุนแรง  คือการจับไปเป็นสัตว์เลี้ยง

มจธ.เผยภัยคุกคาม‘นาก’รุนแรง คือการจับไปเป็นสัตว์เลี้ยง

วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผศ.ดร.นฤมล ตันติพิษณุ นักวิจัยจากสถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่าตนเอง และ นายอนุชา ขำจริง ได้ทำวิจัยโครงการประเมินภัยคุกคาม และการจัดลำดับความสำคัญของการจัดการเพื่อการอนุรักษ์นากอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งภาคใต้ของประเทศไทยฝั่งอันดามัน 5 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง สตูล เพื่อศึกษาภัยคุกคามที่ทำให้ประชากรนากลดลง ประเมินพื้นที่ที่มีระดับภัยคุกคามรุนแรง และเสนอแนวทางการจัดการที่เหมาะสมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า ประมาณร้อยละ 20 ของหมู่บ้านที่สำรวจมีระดับภัยคุกคามในระดับสูงและสูงมากต่อการอยู่รอดของนาก และสมควรกำหนดเป็นพื้นที่ที่ต้องการการจัดการเร่งด่วน (Conservation hotspot) ในหลายตำบลของจังหวัดพังงา ตรัง สตูล และกระบี่ ตามลำดับ จากการศึกษาพบว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีนากเล็กเล็บสั้นและนากใหญ่ขนเรียบถูกฆ่าเพื่อนำเนื้อมากิน ถูกฆ่าเนื่องจากสร้างปัญหาให้มนุษย์ ถูกสุนัขกัด ถูกรถชน และที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือการถูกนำมาเลี้ยง

นายอนุชากล่าวว่า “จากการสำรวจในระหว่างพฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ถึงกรกฎาคม พ.ศ.2564 พบว่า มีนากมากกว่า 67 ตัว ถูกนำมาเลี้ยง มีอย่างน้อย 7 ตัว ที่โดนฆ่าเพื่อนำมาประกอบอาหาร อย่างน้อย 4 ตัวที่โดนฆ่าเนื่องจากปัญหาความขัดแย้งกับมนุษย์ อย่างน้อย 7 ตัวที่ตายจากโดนสุนัขกัด และอย่างน้อย 3 ตัวที่ตายจากโดนรถชน ซึ่งการลดจำนวนนากจากประชากรหลักในธรรมชาติด้วยภัยคุกคามเหล่านี้อาจส่งผลกระทบให้จำนวนนากในธรรมชาติลดลงจนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในระดับท้องถิ่น

นายอนุชากล่าวต่อไปว่าบางคนเห็นจากคลิปก็คิดว่านากน่ารักจึงอยากเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง ซึ่งความจริงเป็นความเข้าใจผิด เมื่อนากโตขึ้นก็ไม่ได้น่ารักเหมือนลูกนาก นอกจากนี้อาหารที่คนเลี้ยงไม่ใช่ปลา ปู หรือกุ้งสดๆ แต่กลับเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วไป เช่น ข้าว ไข่ทอด ไก่ทอดลูกชิ้นทอด ไส้กรอก อาหารคน อาหารแมว ซึ่งนอกจากจะทำให้อ้วนเกินไปแล้วยังทำให้นากมีอายุสั้น และนากที่นำมาเลี้ยงไม่สามารถขยายพันธุ์ในรุ่นต่อไปได้ ส่งผลให้จำนวนประชากรนากในธรรมชาติลดลง เพราะนากที่นำมาเลี้ยงทั้งหมดล้วนลักลอบนำออกมาจากพื้นที่ธรรมชาติ

“เพราะฉะนั้น นอกเหนือจากการศึกษาเพื่อหาแนวทางการจัดการที่เหมาะสม ทางคณะวิจัยมีแผนจะดำเนินการต่อภายใต้โครงการวิจัยการวางแผนการจัดการอนุรักษ์สัตว์ผู้ล่าขนาดเล็กในพื้นที่ชุ่มน้ำภาคใต้เพื่อการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และสัตว์อย่างยั่งยืนแล้ว การทำให้คนในสังคมไทยได้ตระหนักว่า “นากไม่ใช่สัตว์เลี้ยง” ก็เป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันทำอย่างจริงจัง เพื่อให้สัตว์ผู้ล่าขนาดเล็กชนิดนี้ สามารถทำหน้าที่ของมันในธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์ และเป็น
ส่วนหนึ่งของระบบนิเวศชายฝั่งที่สมบูรณ์และเป็นแหล่งทรัพยากรให้กับคนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน”นายอนุชาทิ้งท้าย

มูลนิธิหนึ่งอ่านล้านตื่น มอบทุนสนับสนุนการอ่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724930

มูลนิธิหนึ่งอ่านล้านตื่น  มอบทุนสนับสนุนการอ่าน

มูลนิธิหนึ่งอ่านล้านตื่น มอบทุนสนับสนุนการอ่าน

วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิหนึ่งอ่านล้านตื่น เป็นประธานในกิจกรรม “วันหนึ่งอ่านล้านตื่น” รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้มอบทุนให้กับบ้านหนังสือในเขตกรุงเทพมหานคร 15 แห่ง และยังมีการมอบทุนสนับสนุนการอ่านให้กับศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน 18 แห่ง โรงเรียนศรีสังวาลย์ (กลุ่มผู้พิการ) และการซื้อหนังสือตรงใจสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำ 8 แห่ง

กิจกรรม “วันหนึ่งอ่านล้านตื่น” จัดขึ้นโดย นางสาวทิพย์สุดา สินชวาลวัฒน์ ประธานมูลนิธิหนึ่งอ่านล้านตื่นและนายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เมื่อเร็วๆ นี้ ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 51 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 21 สนับสนุนโดย BOOK✯WALKER

CMMU คว้ารางวัลผู้นำการศึกษา ด้านความยั่งยืน จากยูเอ็น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724931

CMMU คว้ารางวัลผู้นำการศึกษา  ด้านความยั่งยืน จากยูเอ็น

CMMU คว้ารางวัลผู้นำการศึกษา ด้านความยั่งยืน จากยูเอ็น

วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.วิชิตา รักธรรม คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) กล่าวว่า CMMU เป็นสถานศึกษา
ที่มีอัตลักษณ์ในด้านการบ่มเพาะบัณฑิตให้เป็นผู้ที่มีความเป็นมืออาชีพ และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ธุรกิจ สังคม และโลก ดังนั้น ที่ผ่านมาจึงมุ่งส่งเสริมในเรื่องของความยั่งยืน และการทำกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสังคม เพื่อส่งเสริมเป้าหมายของ SDGs (Sustainable Development Goals) ทั้ง 17 ด้านมาอย่างต่อเนื่อง และได้ร่วมกับองค์กรพันธมิตรต่างประเทศที่มีแนวคิดเดียวกันขับเคลื่อนให้วิทยาลัยได้เข้าไปทำงานร่วมกับองค์กรระดับโลก เพื่อให้เกิดการยอมรับในด้านหลักสูตร คณาจารย์ บัณฑิตที่มีคุณภาพในด้านสาขาการจัดการ ซึ่งจะส่งผลดีในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการขับเคลื่อนดังกล่าวทำให้วิทยาลัยได้รับรางวัล PRME Global Champions 2023 จากองค์การสหประชาชาติ (UN) ถือเป็นรางวัลสำหรับกลุ่มผู้นำด้านการศึกษาในสาขาการจัดการและบริหารธุรกิจเพื่อความยั่งยืน (Responsible Management) ของโลก แห่งแรกและแห่งเดียวในไทยที่ได้รับรางวัลดังกล่าว

รศ.ดร.ณัฐวุฒิ พิมพา ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายความยั่งยืน กล่าวว่า ที่ผ่านมาCMMU ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ ความเท่าเทียมภายในองค์กร การศึกษาอย่างมีคุณภาพ การเป็นผู้ผลิตและผู้บริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และการสร้างความร่วมมือกับประชากรโลก เพื่อสร้างผู้ผลิตที่มีความรับผิดชอบ ซึ่ง CMMU ทำโครงการเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่องในระดับนโยบายทุกภาคส่วนที่ทำงานร่วมกันด้านความยั่งยืนไม่ว่าจะเป็นคณาจารย์ หรือนักศึกษาก็ร่วมกันสร้างผลงานเป็นรูปธรรมชัดเจน จึงได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งใน PRME Global Champions ดังกล่าว และต่อจากนี้ไปจะนำสิ่งที่ทำอยู่แล้วมาต่อยอดเพิ่มเติม อาทิ การพัฒนาโครงการที่ทำอยู่แล้วอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างหลักสูตรที่ทุกคนสามารถออกแบบเองได้ และสามารถเข้าถึงได้อย่างมีความเท่าเทียม

“ทั้งนี้ ในการทำธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา นักธุรกิจต้องเผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจนส่งผลกระทบ
ต่อธุรกิจมากมาย หลายบริษัทให้ความสำคัญ และมีความต้องการทำธุรกิจเพื่อสนับสนุนความยั่งยืนมากขึ้น หลักสูตรที่มีการเรียนการสอนด้านความยั่งยืนจึงมีความสำคัญ CMMU จึงสอดแทรกเนื้อหาด้านความยั่งยืน เพื่อให้นักศึกษาทุกคนสามารถประยุกต์ใช้ศาสตร์ด้านความยั่งยืนกับสิ่งที่เรียนได้อย่างมีคุณภาพ เพื่อสร้างนักบริหารที่ใส่ใจสังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมการทำธุรกิจแบบยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนกับพันธมิตรภาคธุรกิจ เพื่อให้ทั้งนักศึกษา อาจารย์ และภาคธุรกิจเกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านความยั่งยืนระหว่างกัน และคาดว่าจะนำผลงานของอาจารย์และนักศึกษาที่พัฒนาร่วมกันมานำเสนอในรูปแบบโชว์เคสด้านการจัดการที่แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน” รศ.ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวเสริม

ม.ศรีปทุม เล่นสงกรานต์ ใน Metaverse

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724926

ม.ศรีปทุม เล่นสงกรานต์ ใน Metaverse

ม.ศรีปทุม เล่นสงกรานต์ ใน Metaverse

วันอังคาร ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะดิจิทัลมีเดีย คณะนิเทศศาสตร์ และ คณะการออกแบบและสถาปัตยกรรมศาสตร์ ร่วมกันจัดงานสงกรานต์ ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล ผ่านแพลตฟอร์ม SPU Metaverse โลกใต้สระบัว ภายใต้ concept ดินแดนมหัศจรรย์ใต้ท้องทะเลลึก ด้วยการจัดกิจกรรมแข่งขันสาดน้ำ ยิงปืน แบบสร้างสรรค์ รักษ์น้ำ รักษ์โลก ที่พัฒนาร่วมกันกับศิษย์เก่าและนักศึกษาคณะดิจิทัลมีเดีย ภายใต้การดูแลของ ผศ.ดร.กมล จิราพงษ์ คณบดีคณะดิจิทัลมีเดีย

สมเด็จพระสังฆราช ประธานพิธีเททองหล่อนำฤกษ์อนุสรณ์ 151 ปี พุฒาจารย์โต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724972

สมเด็จพระสังฆราช ประธานพิธีเททองหล่อนำฤกษ์อนุสรณ์ 151 ปี พุฒาจารย์โต

สมเด็จพระสังฆราช ประธานพิธีเททองหล่อนำฤกษ์อนุสรณ์ 151 ปี พุฒาจารย์โต

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566, 20.23 น.

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเททองหล่อนำฤกษ์วัตถุมงคลรุ่น อนุสรณ์ 151 ปี มรณกาล เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม

วันที่ 17 เมษายน 2566 เวลา 16.00 น. ณ มณฑลพิธีวัดระฆังโฆสิตาราม แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเททองหล่อนำฤกษ์วัตถุมงคลรุ่น อนุสรณ์ 151 ปี มรณกาล เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม โดยมี พระเทพประสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ประธานกรรมการจัดสร้าง พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต ประธานฝ่ายอำนวยการ พร้อมคณะสงฆ์ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และคณะกรรมการ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และพุทธศาสนิกชน เฝ้ารับเสด็จ 

การนี้ เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจิมแผ่นทองคำ เงิน นาก แล้วทรงประกอบพิธีเททองหล่อนำฤกษ์ โปรยข้าวตอก ดอกไม้ และน้ำพระพุทธมนต์ เจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดเทพศิรินทราวาส เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธพจนวชิรมุนี วัดเครือวัลย์ วรวิหาร อธิษฐานจิต พระราชพัฒนากร วัดปริวาสราชสงคราม พระราชพัฒนสุนทร วัดทรงธรรม วรวิหาร พระมงคลวโรปการ วัดชินวราราม วรวิหาร พระครูธรรมธรดิเรก อนุตฺตโร วัดหนองทราย นั่งปรกประจำทิศ พระสงฆ์สมณศักดิ์ 10 รูป ได้แก่ พระพรหมดิลก วัดสามพระยา พระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาส พระพรหมกวี วัดกัลยาณมิตร พระพรหมเสนาบดี วัดปทุมคงคา พระพรหมวชิราธิบดี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ พระพรหมวชิรมุนี วัดสุทัศนเทพวราราม พระพรหมวัชรเมธี วัดอรุณราชวราราม พระธรรมวชิรมุนี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ พระธรรมวชิราภรณ์ วัดเทวราชกุญชร พระธรรมวชิรานุวัตร วัดไร่ขิง เจริญพระพุทธมนต์และเจริญชัยมงคลคาถา

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กราบทูลถวายรายงาน ความว่า วัดระฆังโฆสิตาราม กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่ออุทิศถวายแด่เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) อดีตเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ลำดับที่ 6 ในวาระครบรอบ 151 ปี มรณกาล ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน 2566 โดยพระเทพประสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม พร้อมคณะสงฆ์ ได้มีมติให้จัดสร้างวัตถุมงคล อนุสรณ์ 151 ปี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระคุณเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. บูรณปฏิสังขรณ์พระอาราม 2. ส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรม 3. สงเคราะห์พระภิกษุ สามเณรอาพาธ  และเพื่อเป็นการสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา ให้วัฒนาสถาพรสืบต่อไป

“การจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่น อนุสรณ์ 151 ปี มรณกาล เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) นี้ ได้รับความเมตตาจากพระเกจิคณาจารย์ทั้ง 76 จังหวัด จังหวัดละ 5 รูป จารแผ่นทอง เงิน นาก และอธิษฐานจิตแผ่นทองมวลสารเพื่อนำมาประกอบพิธีเททองหล่อนำฤกษ์จัดสร้างวัตถุมงคล โดยมีรายการจัดสร้าง ได้แก่ 1) พระประธานยิ้มรับฟ้าองค์จำลอง 2) รูปเหมือนเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) 3) พระสมเด็จหล่อโบราณ และ 4) พระสมเด็จเนื้อผง” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม กล่าวว่า สำหรับพุทธศาสนิกชนผู้สนใจเช่าบูชาวัตถุมงคลรุ่น อนุสรณ์ 151 ปี มรณกาล เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) สามารถสั่งจองด้วยตนเองได้ที่วัดระฆังโฆสิตาราม เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปถึงวันที่ 28 พฤษภาคม 2566 โดยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต (พระครูต้น) หมายเลขโทรศัพท์ 09-5990-9910 LINE ID. 99099

‘ผอ.ประวัติ หอวัง’ลุยศึกเลือกตั้ง นายก ส.บ.ม.ท. หลังสั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724962

'ผอ.ประวัติ หอวัง'ลุยศึกเลือกตั้ง นายก ส.บ.ม.ท.  หลังสั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน

‘ผอ.ประวัติ หอวัง’ลุยศึกเลือกตั้ง นายก ส.บ.ม.ท. หลังสั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566, 19.52 น.

ดร.ประวัติ สุทธิประภา ผอ.หอวัง ประกาศสู้ศึกลงเลือกตั้ง ส.บ.ม.ท. หลังสั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน ล้่น!!ขอขับเคลื่อนภารกิจนโยบาย 7 ประการ เพราะเข้าใจปัญหาของสมาชิกที่ต่างรอคอยรับการแก้ไข รวมทั้งพัฒนาระบบการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น 

วันที่ 17 เมษายน 2566.มีรายงานว่า ในวันที่ 22 เมษายน ที่จะถึงนี้ สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) ที่มีสมาชิกเป็นข้าราชการครูระดับชั้นมัธยมทั่วประเทศ จะเปิดให้สมาชิกฯ ลงเลือกตั้งนายกสมาคมฯ คนใหม่ เพื่อเข้ามากุมบังเหียนคอยขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ด้านการศึกษา รวมทั้งยังเป็นกระบอกเสียงสะท้อนปัญหาของข้าราชการครูมัธยมทั่วประเทศ ให้ผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการได้รับทราบ

ในบรรดาผู้ที่เสนอตัวลงเลือกตั้งครั้งนี้ตัองถือว่า ดร.ประวัติ สุทธิประภา ผู้อำนวยการโรงเรียนหอวัง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าจับตามอง ด้วยประวัติการรับราชการครูชั้นมัธยม ตั้งแต่ ปี 2529 รวมทั้งยังมีประสบการณ์อีกมากมาย ทำให้มีความรู้ทะลุปรุโปร่ง กับปัญหาของบรรดาข้าราชครูมัธยมและระบบการเรียนการสอนที่ต้องแก้ไข ด้วยนโยบายที่ตั้งไว้ 7 ภารกิจหลัก ประกอบด้วย 

1.กำหนดแนวทางเพื่อพัฒนา ยกระดับการศึกษา Next Normal 

2.เกณฑ์การย้ายผู้ยริหารต้องโปร่งใส ทุกทัองที่ทั่วไทยต้องเป็ธรรม 

3.เสนอให้มีหน่วยงานดูแลการมัธยมศึกษา และมีเขตฯมัธยมศึกษาทุกจังหวัด 

4.เคียงข้างสมาชิกเป็นเพื่อนร่วมคิด ปกป้องพิทักษ์สิทธิ์ในทุกปัญหา 

5.ส่งเสริมขวัญกำลังใจและคงามก้าวหน้าของสมาชิก เช่น จัดตั้ง “ตลีนิกวิทยฐานะ”สำหรับผู้บริหารศึกษาทุกภูมิภาค คศ.3 เต็มขั้น ขอสายสะพายก่อรเกษียณ คศ.3.เกิน 10 ปีได้สิทธิ์สอบ ผอ.เขตฯ และคืนสิทธิ์อนุมัติไปราชการต่างหวัดให้ ผอ.โรงเรียน 

6.ส่งเสริมสถานศึกษาที่เข้มแข็งเพื่อรองรับการกระจายอำนาจ 

7.เร่งสร้างอาคารสำนักงานสืบสานปณิธาน ส.บ.ม.ท.

“นายก ส.บ.ม.ท. เป็นงานจิตอาสา ไม่มีเงินเดือน ไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ผมเห็นว่าตัวเองมีความพร้อม มีประสบการณ์เคยเป็นผู้บริหารสถานศึกษาทั้งในต่างจังหวัดและในส่วนกลาง เข้าใจความต้องการของสมาชิกฯ และต้องการมีส่วนร่วมในบริหารจัดการ การศึกษาระดับมัธยมศึกษาให้เข้มแข็งควบคู่ไปกับหน่วยงานบังคับบัญชา ประสานความร่วมมือ ประสานประโยชน์เพื่อมวลสมาชิกและการยกระดับคุณภาพ ผมจึงขออาสาขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ 7 ประการ “ ดร.ประวัติ กล่าว

พิจารณาเห็นชอบสรรหารายชื่อครูผู้ได้รับรางวัล ‘สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี’ ครั้งที่ 5

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724888

พิจารณาเห็นชอบสรรหารายชื่อครูผู้ได้รับรางวัล 'สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี' ครั้งที่ 5

พิจารณาเห็นชอบสรรหารายชื่อครูผู้ได้รับรางวัล ‘สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี’ ครั้งที่ 5

วันจันทร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566, 15.51 น.

คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี  พิจารณาเห็นชอบการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 5 ปี 2566 “ครูนิวัฒน์” ครูผู้บุกเบิกการเรียนรู้และนักพัฒนาบนดอยสูง    

วันที่ 17 เมษายน 2566 เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพมหานคร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ไปในการประชุมสามัญ ประจำปี 2565 คณะกรรมการมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญ คือการพิจารณาให้ความเห็นชอบรายชื่อครูผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 5  รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรีเป็นรางวัลนานาชาติ ที่จัดมอบให้แก่ครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตลูกศิษย์และมีคุณูปการต่อวงการศึกษาในประเทศอาเซียน และติมอร์-เลสเต รวม 11 คน ทุก ๆ 2 ปี  โดยพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 5 จะจัดขึ้น ในวันที่ 17 ตุลาคม นี้  ซึ่งครูที่ได้รับพระราชทานรางวัล จาก 11 ประเทศ ได้แก่ เนการาบรูไนดารุสซาลาม ครูโมฮัมหมัด อาเมียร์ อิรวาน บิน ฮาจิมุกซิน , ราชอาณาจักรกัมพูชา ครูเฮ ชาคริยา , สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ครูฮาริสดายานิ , สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  ครูกีมเฟือง เฮืองมะนี , ประเทศประเทศมาเลเซีย ครูไซฟุลนิซาน เจ๊ะ อิสมาอิล , สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ครูดอว์ เอ ซู วิน , สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ครูเจอร์วิน โอ. วาเลนเซีย , สาธารณรัฐสิงคโปร์ ครูชอง หลวน เพนนี , สาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ครูฟิโลมีนา ดา คอสตา , สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ครูเหงียน หมั่น หุ่ง

สำหรับประเทศไทย มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ร่วมกับหน่วยงานด้านการศึกษาดำเนินการคัดเลือกครูผู้สมควรได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ระหว่างปี 2565 – 2566 โดยคณะกรรมการคัดเลือกระดับจังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 77 จังหวัด และองค์กรที่มีรางวัลระดับประเทศ 7 องค์กร ซึ่งพิจารณาให้ครูนิวัฒน์ เงินงามมีสุข ครูศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) บ้านมอโก้คี อ.ท่าสองยาง จ.ตาก และทำหน้าที่ครูนิเทศก์ ใน 5 ศูนย์การเรียน และห้องเรียนสาขาที่บ้านมอโก้ใหม่ อ.ท่าสองยาง โดยจัดการศึกษาให้กับประชาชนทุกกลุ่มวัยในชุมชน ทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อส่งเสริมการรู้หนังสือ การพัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยใช้เวทีประชาคมหมู่บ้านทำให้เกิดการเรียนรู้ในชุมชนเพื่อแก้ปัญหายาเสพติด ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ลดการทำลายป่า ส่งเสริมการปลูกกาแฟครบวงจรและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ รวมถึงทักษะชีวิตที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต 

ครูนิวัฒน์อุทิศทั้งชีวิตของการเป็นครูบนดอยสูง มากกว่า 21 ปี และบุกเบิกศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”  5 แห่ง ซึ่งแต่ละศูนย์อยู่ห่างกัน 7 – 10 กิโลเมตร ด้วยความมุ่งมั่นว่า “อยากตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน โดยให้ความรู้ที่จะติดตัวนักเรียน ไปตลอดจนหมดลมหายใจ”

มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ยังพิจารณามอบรางวัลคุณากร จำนวน 2 ราย คือ ครูอุดร  สายสิงห์ ครูผู้เป็นที่รักและศรัทธายิ่งของศิษย์ผู้ปกครอง และชุมชน ปฏิบัติหน้าที่ ณ โรงเรียนบ้านโกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา และครูสมเกียรติ แซ่เต็ง ครูยุคใหม่ผู้สร้างคุณภาพการศึกษาเพื่อการรักถิ่น เน้นความมีตัวตนและความสำเร็จของเด็กทุกคน ปฏิบัติหน้าที่ ณ โรงเรียนเขาน้อยวิทยาคม อ.เมือง จ.ตราด

นอกจากนี้ที่ประชุมได้เพิ่มประเทศเพื่อเสนอชื่อครูเข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ในครั้งที่ 6 ปี 2568 อีก 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศบังกลาเทศ  ภูฎาน และมองโกเลีย ซึ่งเป็นประเทศที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีโครงการตามพระราชดำริด้านการศึกษา และในรอบปีที่ผ่านมามูลนิธิฯ และภาคีเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของเครือข่ายครูรางวัล อาทิ โครงการส่งเสริมและพัฒนาการสะกด พูด อ่าน เขียน ภาษาไทย เพื่อเด็กในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โดยความร่วมมือของสภากาชาดไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และสถาบันอุดมศึกษา เพื่อสนับสนุนครูสอนภาษาไทยในโรงเรียนที่นักเรียนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ ผ่านระบบอาสาสมัครการศึกษาหมู่บ้าน การใช้สื่อและกลไกสนับสนุนในระดับพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันมีพลังครูและอาสาสมัครใน 14 จังหวัดทดลองนำร่อง ครอบคลุมโรงเรียนเป้าหมาย 1,619 แห่ง