‘พิธา’ ก้าวไกล จ่อเดินสายรับฟัง ‘นโยบายปีกแรงงาน’ 26 พ.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549656

24 พ.ค. 2566

'พิธา' ก้าวไกล จ่อเดินสายรับฟัง 'นโยบายปีกแรงงาน' 26 พ.ค.

‘พิธา’ ก้าวไกล เตรียมเดินสายพบเครือข่ายแรงงาน พูดคุย รับฟัง ไขข้อข้องใจ ยืนยันคำมั่นสัญญา ใน ‘นโยบายปีกแรงงาน’ นำเสนอ ว่าที่ฝ่ายบริหารประเทศ

นายเซีย จำปาทอง ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลำดับที่ 4 ด้านแรงงาน โพสต์เฟซบุ๊ก ภาพพร้อมข้อความถึงกำหนดการของ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล เตรียมเดินสายพบปะพี่น้องเครือข่ายแรงงานที่จังหวัดสมุทรปราการ ในวันศุกร์ที่ 26 พ.ค. 2566 นี้ โดยระบุข้อความว่า

“ก่อนการเลือกตั้งพวกเรา เครือข่ายผู้ใช้แรงงาน พรรคก้าวไกล ไปรับฟังและนำเสนอนโยบาย แนวทางการทำงาน ให้กับกลุ่มแรงงาน สหภาพแรงงานหลายแห่ง

วันนี้การเลือกตั้งผ่านไปแล้วได้เวลามา ยืนยัน ทบทวน สิ่งที่พวกเรานำเสนอไป มาร่วมกันส่งเสียงของชนชั้นแรงงานให้ว่าที่ฝ่ายบริหารประเทศกันครับ”

'พิธา' ก้าวไกล จ่อเดินสายรับฟัง 'นโยบายปีกแรงงาน' 26 พ.ค.

ทั้งนี้ รายละเอียดการเข้าพบเครือข่ายแรงงาน นายพิธาจะร่วมพูดคุย ไขข้อข้องใจ และยืนยันคำมั่นสัญญาใน ‘นโยบายปีกแรงงาน’ บริเวณด้านนอกหอประชุมเทศบาล ต.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เวลา 18.00-19.00 น. ของวันที่ 26 พ.ค. 2566

8 ว่าที่ สส.สมุทรปราการ พรรคก้าวไกล พบแรงงาน8 ว่าที่ สส.สมุทรปราการ พรรคก้าวไกล พบแรงงาน

‘ศิธา ทิวารี’ ทวีตขอโทษ ‘นพ.ชลน่าน’ ต่อไปไม่ล้ำเส้น-ไม่บีบคั้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549649

24 พ.ค. 2566

‘ศิธา ทิวารี’ ทวีตขอโทษ ‘นพ.ชลน่าน’ ต่อไปไม่ล้ำเส้น-ไม่บีบคั้น

‘ศิธา ทิวารี’ แคนดิเดตนายกฯพรรคไทยสร้างไทย ทวีตขอโทษ ‘นพ.ชลน่าน’ แล้ว หลังทำให้ไม่สบายใจ ลั่น ต่อไปไม่ล้ำเส้น ไม่เร่ง ไม่บีบคั้น เรามาเดินหน้าต่อแบบพอดีๆ

การเมืองร้อนฉ่า วิวาทะแกนนำพรรคร่วม ‘ตั้งรัฐบาล’ เปิดศึกน้ำลาย ภายหลังจากที่ น.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไทยสร้างไทย ตั้งคำถามในเวทีแถลง MOU จัดตั้งรัฐบาลของพรรคกา้วไกล และยังโพสต์เฟซบุ๊กพาดพิง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย จนสร้างความไม่พอใจให้แก่ นพ.ชลน่าน

โดยเรียกร้องให้พรรคก้าวไกลเคลียร์เรื่องดังกล่าว ให้ น.ต.ศิธา ขอโทษ ล่าสุด น.ต.ศิธา ได้ทวีตข้อความ ขอโทษและขออภัยต่อกรณีถามคำถามในวันแถลง MOU ‘ตั้งรัฐบาล’

โดยข้อความทวีต ระบุว่า “MOU = เปิดตัวเป็นแฟนกัน #AdvanceMOU = จัดงานหมั้น ร่วมรัฐบาล= แต่งงานกันเป็นครอบครัว ผมก็เช่นเดียวกับพี่น้องประชาชนทั่วไปครับ

เราทนทุกข์กับการบริหารประเทศแบบลุงๆ มา 9 ปี เมื่อมีโอกาส ก็อยากจะเชียร์ให้ประเทศไทยของเราจัดตั้งรัฐบาลที่เป็น #ครอบครัวประชาธิปไตย ที่สง่างามให้ได้

โดยหลายคนมองว่า 8 พรรคนี้เหมาะสม และลงตัวที่สุด หากคำถามของผมมันล้ำหน้า (Advance) มากเกินไป จนทำให้ไม่สบายใจ ผมต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย”

ศิธา ทิวารี ทวีตขอโทษ นพ.ชลน่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอก ต่อไปไม่ล้ำเส้น ไม่เร่ง ไม่บีบคั้นศิธา ทิวารี ทวีตขอโทษ นพ.ชลน่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอก ต่อไปไม่ล้ำเส้น ไม่เร่ง ไม่บีบคั้น

น.ต.ศิธา ระบุด้วยว่า “คนรักกัน เป็นแฟนกันแล้ว คิดเกินเลยไป ก็ต้องถอยหลัง ผิดพลั้งไป ก็ต้องขอโทษ ต่อไปนี้ ไม่ล้ำเส้น ไม่เร่ง ไม่บีบคั้น เรามาเดินหน้าต่อแบบพอดีๆ ไปด้วยกันครับ” ซึ่งข้อความทวีตดังกล่าวมีประชาชนมารีทวีต และแสดงความเห็นอย่างต่อเนื่อง

ม็อบสีสันประชาธิปไตย ‘สว.กิตติศักดิ์’ ห่วงบ้านเมือง ห่วง ‘ม็อบชนม็อบ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549647

24 พ.ค. 2566

ม็อบสีสันประชาธิปไตย ‘สว.กิตติศักดิ์’ ห่วงบ้านเมือง ห่วง ‘ม็อบชนม็อบ’

ม็อบสีสันประชาธิปไตย ‘สว.กิตติศักดิ์’ ห่วงบ้านเมือง ห่วง ‘ม็อบชนม็อบ’ เป็นกำลังใจพรรคร่วม ‘ตั้งรัฐบาล’ ย้ำจุดยืนไม่เปลี่ยน แจงปมร่วมทริป ‘ลุงตู่’ ลุยพิจิตรบ้านเกิด

10 วันหลังการเลือกตั้ง2566 ประเทศไทยเข้าสู่โหมด ‘ตั้งรัฐบาล’ มีการเซ็น MOU 8 พรรคร่วมรัฐบาลไปเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2566 ท่ามกลางปมโหวตเลือกนายกฯ อาจจะมีเสียง สว.เห็นต่างไม่เลือก ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 นั้น ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจาก หนึ่งใน 250 สว.

กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ หนึ่งในสมาชิกวุฒิสภา(สว.) 250 คนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ระหว่างร่วมลงพื้นที่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รักษาการนายกรัฐมนตรี ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัย ที่จ.พิจิตร

กิตติศักดิ์ ระบุว่าการชุมนุมของเเนวร่วมธรรมศาสตร์ เเละ การชุมนุม ที่ไปชุมนุมเรียกร้องให้ สว.โหวตตามเสียงของประชาชน ที่ด้านหน้าอาคารรัฐสภา เมื่อวานที่ผ่านมาตนยินดีต้อนรับ ม็อบถือเป็นสีสันของประชาธิปไตย ตนยังได้มอบเบอร์มือถือของตนให้กับเเกนนำ สามารถประสานมาได้

ส่วนท่าทีในการโหวต พิธาเป็นนายกรัฐมนตรี เเน่นอนว่า สว.กิตติศักดิ์ พูดคำไหนคำนั้น ส่วน สว.คนอื่นๆ ตนไม่ทราบ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รักษาการนายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจและมอบสิ่งของ ให้กับผู้ประสพวาตภัย จ.พิจิตรพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รักษาการนายกฯ เยี่ยมให้กำลังใจและมอบสิ่งของ ให้กับผู้ประสพวาตภัย จ.พิจิตร

สำหรับการชุมนุมมีทั้งคนเห็นด้วยเเละไม่เห็นด้วย กิตติศักดิ์ บอกว่า เป็นห่วงตรงนั้น เป็นห่วงความมั่นคงปลอดภัยของบ้านเมือง ถ้าม็อบต่อม็อบชนกัน บ้านเมืองจะเสียหาย เเละเป็นกำลังใจให้พรรคร่วมรัฐบาลตั้งรัฐบาลให้ได้ ไม่ว่าใครจะรวมกับใคร เเต่หลักการของตนเฉพาะ นายพิธา คนเดียว ส่วนคนอื่นๆ ตนไม่ขัดข้อง

แจงร่วมทริป ‘ลุงตู่’ ลุยพิจิตรบ้านเกิด

สำหรับการมาร่วมกับคณะของรักษาการนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่วันนี้ กิตติศักดิ์ แจกแจงว่า เพราะเป็นเจ้าของพื้นที่บ้านอยู่จ.พิจิตร อีกทั้งวาตภัยครั้งนี้รุนเเรงมาก การให้ความช่วยเหลือในส่วนของวุฒิสภา จะมีเงินเยียวยาให้กับทางผู้ประสบวาตภัยทุกราย ที่ได้รับความเดือดร้อน

พล.อ.ประยุทธ์ รักษาการนายกฯ เยี่ยมผู้ประสพวาตภัยจ.พิจิตร เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2566พล.อ.ประยุทธ์ รักษาการนายกฯ เยี่ยมผู้ประสพวาตภัยจ.พิจิตร เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2566

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รักษาการนายกรัฐมนตรี เดินทางไปเยี่ยมและมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยพายุหมุนพัดถล่มพื้นที่บริเวณบ้านเนินปอ หมู่ 1 ต.เนินปอ  อ.สามง่าม จ.พิจิตร ซึ่งโดมอาคารโรงเรียนวัดเนินปอ พังเสียหาย มีผู้เสียชีวิต 7 คน บาดเจ็บ 18 คน นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งมือให้การช่วยเหลือประชาชนด่วน

สส. ‘ก้าวไกล’ หายไป 1 เก้าอี้ ที่ ‘ปราจีนบุรี’ เขต 3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549645

24 พ.ค. 2566

สส. 'ก้าวไกล' หายไป 1 เก้าอี้ ที่ 'ปราจีนบุรี' เขต 3

กกต. เตรียมประกาศผลการนับคะแนน อย่างเป็นทางการ ‘ก้าวไกล’ พลิกแพ้ที่ ‘ปราจีนบุรี’ เขต 3 สส.แบบแบ่งเขต ลดลง 1 เก้าอี้ ยอดรวมทั้งสองระบบ เหลือ 151 ที่นัง

รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต.ได้มีการตรวจสอบความถูกต้องของการนับคะแนนเลือกตั้งส.ส.ครบทั้ง 400 เขตแล้ว และเตรียมที่จะประกาศผลการคะแนนอย่างเป็นทางการ การรายงานผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ก่อนหน้านี้ในระบบ ECT REPORT แสดงจำนวนว่าพรรคก้าวไกลได้ 113 ที่นั่งและพรรคภูมิใจไทยได้ 67 ที่นั่งนั้น

เนื่องจากการลงข้อมูลในส่วนของผลการเลือกตั้งเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ปราจีนบุรียังไม่สมบูรณ์ โดยจากรายงานประกาศกกต.ประจำเขตเลือกตั้งที่ 3 จ.ปราจีนบุรี เรื่องผลการนับคะแนน สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง( สส. 6/1 ) นั้นพบว่านายสฤษดิ์ บุตรเนียร จากพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง ทำให้จำนวนสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งของพรรคก้าวไกลคือ112 ที่นั่ง  และพรรคภูมิใจไทย 68 ที่นั่ง  ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเพียงผลการนับคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเท่านั้นยังไม่ใช่การพิจารณาประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของ กกต.

ภาพประกอบจาก กกต. ภาพประกอบจาก กกต.

โดยพบว่า จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 52,195,920 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 39,514,973 คน  คิดเป็นร้อยละ 75.71  โดยการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง มีบัตรดี 37,190,071 บัตร คิดร้อยละ 94.12 บัตรเสีย 1,457,899 บัตร คิดเป็นร้อยละ3.69 และไม่บัตรไม่ประสงค์เลือกผู้ใด  866,885 บัตร คิดเป็นร้อยละ 2.19  ซึ่งผลการนับคะแนนพรรคเพื่อไทย ได้ สส. 112 คน 

พรรคก้าวไกล ได้ สส. 112 คน พรรคภูมิใจไทยได้ สส. 68 คน  พรรคพลังประชารัฐ ได้ สส. 39 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ส.ส. 23 คน  พรรคประชาธิปัตย์ ได้ส.ส. 22 คน พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ สส. 9 คน  พรรคประชาชาติ ได้ สส. 7 คน พรรคไทยสร้างไทย ได้ สส. 5 คน พรรคเพื่อไทรวมพลัง ได้ สฃ.ส. 2 คน และพรรคชาติพัฒนากล้า ได้ สส. 1 คน

ส่วนการเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ มีบัตรดี  37,522,746 บัตร  คิดเป็นร้อยละ 94.96  บัตรเสีย 1,509,836 บัตร คิดเป็นร้อยละ 3.82 บัตรไม่ประสงค์เลือกผู้ใด  482,303 บัตร คิดเป็นร้อยละ 1.22  โดยผลการคิดคำนวณ คะแนนค่าเฉลี่ยส.ส. 1คน คือ 375,227.34 คะแนน ทำให้ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คนมาจาก 17 พรรคการเมือง   ประกอบด้วย

1. พรรคก้าวไกลได้คะแนน 14,438,851 คะแนน ได้ สส. 39 คน

2. พรรคเพื่อไทย ได้คะแนน 10,962,522 คะแนน ได้ สส. 29 คน

3. พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้คะแนน 4,766,408 คะแนน ได้ สส. 13 คน

4. พรรคภูมิใจไทย ได้คะแนน 1,138,202 คะแนน ได้ สส.3 คน

5. พรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนน 925,349 คะแนน ได้ สส. 3 คน

6. พรรคประชาชาติ ได้คะแนน 602,645 คะแนน ได้ส.ส. 2 คน

7. พรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนน 537,625 คะแนน ได้ สส. 1 คน

8. พรรคเสรีรวมไทย ได้คะแนน 351,376 คะแนน ได้ สส. 1 คน

9. พรรคไทยสร้างไทย ได้คะแนน 340,178 คะแนน ได้ สส. 1 คน

10. พรรคประชาธิปไตยใหม่ ได้คะแนน 273,428 คะแนน ได้ สส. 1 คน 

11. พรรคใหม่ ได้คะแนน 249,731 คะแนน ได้ สส. 1 คน พรรค

12. ชาติพัฒนากล้า ได้คะแนน 212,676 คะแนน ได้ สส. 1 คน

13. พรรคท้องที่ไทย ได้คะแนน 201,411 คะแนน ได้ สส. 1 คน

14. พรรคชาติไทยพัฒนา ได้คะแนน 192,497 คะแนนได้ สส. 1 คน

15.  พรรคเป็นธรรมได้คะแนน 184,817 คะแนนได้ สส. 1 คน 

16. พรรคพลังสังคมใหม่ ได้คะแนน 177,379 คะแนนได้ สส. 1 คน

17. พรรคครูไทยเพื่อประชาชนได้คะแนน 175,182 คะแนน ได้ สส. 1 คน

ภาพประกอบจาก กกต.ภาพประกอบจาก กกต.

เมื่อรวมจำนวน สส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อแล้ว พรรคก้าวไกล ได้ส.ส.รวม 151 คน พรรคเพื่อไทย 141 คน พรรคภูมิใจไทย 71 คน พรรคพลังประชารัฐ 40 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 คน พรรคประชาธิปัตย์ 25 คน  พรรคชาติไทยพัฒนา 10 คน พรรคประชาชาติ 9 คน พรรคไทยสร้างไทย 6 คน พรรคชาติพัฒนากล้า 2 คน   พรรคเพื่อไทรวมพลัง  2 คน  พรรคเสรีรวมไทย  พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคใหม่ พรรคท้องที่ไทย พรรคเป็นธรรม พรรคพลังสังคมใหม่ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ได้สส.พรรคละ 1 คน

ไม่ขอเป็นเงื่อนไข ‘ศิธา ทิวารี’ ลั่นยินดีลาออกให้ กก.-พท.’ตั้งรัฐบาล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549641

24 พ.ค. 2566

ไม่ขอเป็นเงื่อนไข 'ศิธา ทิวารี' ลั่นยินดีลาออกให้ กก.-พท.'ตั้งรัฐบาล'

‘ศิธาทิวารี’ ลั่นยินดีลาออกจาก พรรคไทยสร้างไทย หากเป็นเงื่อนไขทำให้การจับมือ ก้าวไกล-เพื่อไทย ‘ตั้งรัฐบาล’ หยุดชะงัก ระบุ ผมยินดีลาออกให้ทันที

ควันหลงหลัง 8 พรรคจับมือ ‘ตั้งรัฐบาล’ จนเกิดกระแสเดือด นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีวิวาทะ กับ น.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)

ล่าสุด 24 พ.ค.2566 น.ต.ศิธา ทิวารี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุ #พรรคไทยสร้างไทย พูดชัดเจนมาโดยตลอด ว่าเรายินดียกมือสนับสนุน ให้พรรคเพื่อไทย และ พรรคก้าวไกล ได้จับมือกันตั้งรัฐบาล ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายค้าน หรือรัฐบาล

ไม่ขอเป็นเงื่อนไข 'ศิธา ทิวารี' ลั่นยินดีลาออกให้ กก.-พท.'ตั้งรัฐบาล'

หากต้องการเสียงของไทยสร้างไทย เข้าร่วมรัฐบาล แต่ติดขัดที่ตัวผม ผมยินดีลาออกจากพรรคให้ทันที ยืนยันว่าเราไม่ใช่เงื่อนไข ที่จะทำให้ ปชต. ต้องหยุดชะงัก ครับ

ส่องธุรกิจครอบครัว ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ ตัวเต็ง รมต.ดีอีเอสจากก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549643

24 พ.ค. 2566

ส่องธุรกิจครอบครัว ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ ตัวเต็ง รมต.ดีอีเอสจากก้าวไกล

เปิดธุรกิจของครอบครัวของ ‘ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ’ ตัวเต็งมาแรงนั่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ จากพรรคก้าวไกล 

ชื่อของ “นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ติดโผ ครม.โควตาจากพรรคก้าวไกล มีโอกาสจะได้นั่งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กระทรวงดีอีเอส 

ณัฐพงษ์ หรือชื่อเล่นว่า เท้ง (ว่าที่)สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 13 มีตำแหน่งในพรรคก้าวไกลคือ รองเลขาธิการ ฝ่ายพัฒนาระบบข้อมูลและดิจิทัล เกิดวันที่ 18 พ.ค. 2530 ปัจจุบันอายุ 36 ปี จบปริญญาตรี จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนทวีธาภิเศก

เป็นบุตรชายคนที่ 4 ของ นายสุชาติ เรืองปัญญาวุฒิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ชนันธร ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ป จำกัด และ ประธานกรรมการ บริษัท เรืองปัญญา เคหะการ จำกัด 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

ณัฐพงษ์ เคยเป็นผู้บริหาร absolute.co.th ผู้ให้บริการคลาวด์ โซลูชัน ก่อนเข้ามาทำงานทางการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคอนาคตใหม่ ก่อนจะย้ายมาพรรคก้าวไกลหลังอนาคตใหม่โดนยุบ และมีโอกาสนั่งเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ในปี 2562-2566 


บริษัท แอ๊บโซลูท เมเนจเม้นท์ โซลูชั่นส์ จำกัด หรือ absolute.co.th

ABSOLUTE คือ รายแรกของไทย เมื่อปลายปี พ.ศ. 2554 ชนะเลิศรางวัล True Cloud Winner Project ABSOLUTE ได้รับการรับรองจาก SOFTWARE PARK (THAILAND) ว่าเป็น ERP on Cloud รายแรกของไทย ผ่านการประกวดจากโครงการ “True Cloud Winner Project” ซึ่งถือเป็นโครงการประกวด Cloud Software ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทย โดยได้รับ รางวัลชนะเลิศ 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

จากนั้น 2555 แอ๊บโซลูท ก้าวเข้าสู่ กลุ่มธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ตามมาด้วยปี 2556 เข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่มีความทันสมัย ที่พัฒนาระบบขายอสังหาริมทรัพย์ ระบบทรัพยากรบุคคล พัฒนา ระบบขายอสังหาริมทรัพย์ (Real-estate) สำหรับบริหารจัดการ งานขาย บ้าน, คอนโด ฯลฯ

โดยรองรับตั้งแต่การ ออกใบเสนอ ราคา, ใบจอง, สัญญา ฯลฯ ไปจนถึงการโอนกรรมสิทธิ์ และการ รับประกันบ้าน จากประสบการณ์ตรงของลูกค้า ที่ประสบปัญหาใน การบันทึกเวลาเข้า-ออก ของคนงานรายวัน บริษัทฯ จึงได้พัฒนา ระบบทรัพยากรบุคคล (HR) ที่ใช้การ สแกนใบหน้า (Face Recognition) ในการบันทึกเวลาเข้า-ออก เพื่อป้องกันปัญหาการ ทุจริต และแก้ปัญหาลายนิ้วมือขาดของคนงาน

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า ณ วันที่ 24 พ.ค. 2566 รายชื่อกรรมการบริษัท แอ๊บโซลูท เมเนจเม้นท์ โซลูชั่นส์ จำกัด ไม่มีชื่อ นายณัฐพงษ์ อยู่ในบริษัทแล้ว แต่รายชื่อกรรมการประกอบด้วยบุคคลในตระกูลเรืองปัญญาวุฒิ โดยมีรายชื่อตามลำดับดังนี้ 

  • นางสาวณัฐพร จันทร์อินทร์
  • นายวิทวัส เรืองปัญญาวุฒิ
  • นางสาวศราริน เรืองปัญญาวุฒิ
  • นางสาวศรินญา เรืองปัญญาวุฒิ 

แอ๊บโซลูท เมเนจเม้นท์ โซลูชั่นส์ ตั้งอยู่ที่ ซ.เพชรเกษม 47/2แขวง/เขต บางแค กทม. จดทะเบียน เมื่อปี 2552 ทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาท คือ ร้านขายปลีกเครื่องเล่นวีดิโอเกมและซอฟต์แวร์สำเร็จรูป มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบกิจการค้า หรือให้เช่าซอฟแวร์ธุรกิจ และออกแบบเขียนโปรแกรมของระบบงาน ล่าสุดบริษัทได้แจ้งเป็นประเภทธุรกิจ ร้านขายปลีกเครื่องเล่นวีดิโอเกมและซอฟต์แวร์สำเร็จรูป 

ส่วนผลประกอบการ ตั้งแต่ปี 2561-2565 จากข้อมูล กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า บริษัท แอ๊บโซลูท เมเนจเม้นท์ โซลูชั่นส์ จำกัด มีรายได้ดังนี้

  • ปี 2561 รายได้รวม 7,606,896.94 บาท กำไร 438,189.56 บาท 
  • ปี 2562 รายได้รวม 8,753,648.03 บาท ขาดทุน 156,232.81 บาท 
  • ปี 2563 รายได้รวม 11,450,761.11 บาท กำไร 1,219,914.58 บาท 
  • ปี 2564 รายได้รวม 12,797,390.03 บาท กำไร 47,518.88 บาท 
  • ปี 2565 รายได้รวม 10,924,765.70 บาท ขาดทุน 2,350,774.19 บาท 


ขณะที่ บริษัท ชนันธร ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ป จำกัด และ บริษัท เรืองปัญญา เคหะการ จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของครอบครัวเรืองปัญญาวุฒิ โดยการนำของ นายสุชาติ เรืองปัญญาวุฒิ บิดาของนายณัฐพงษ์ ระบุข้อมูลในกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดังนี้

บริษัท ชนันธร ดีเวลลอปเม้นท์ กรุ๊ป จำกัด

จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อ 15 ส.ค. 2550 ด้วยทุนจดทะเบียน 500,000,000 บาท ประเภทธุรกิจ การซื้อและการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของตนเอง เพื่อการพักอาศัย ที่ตั้งสำนักงานอยู่ที่ซอยเพชรเกษม 47/2 แขวงบางแค เขตบางแค เช่นเดียวกัน

รายชื่อกรรมการ ประกอบด้วย

  • นายสุชาติ เรืองปัญญาวุฒิ
  • นางสุนา เรืองปัญญาวุฒิ
  • นางสาวศรินญา เรืองปัญญาวุฒิ

งบกำไรขาดทุน

  • 2560 รายได้รวม 383,374,907.24 บาท กำไร 18,091,987.75 บาท
  • 2561 รายได้รวม 396,302,580.98 บาท กำไร 7,977,285.45 บาท
  • 2562 รายได้รวม 306,874,952.08 บาท กำไร 9,068,091.00 บาท
  • 2563 รายได้รวม 487,265,225.25 บาท กำไร 11,792,166.31 บาท
  • 2564 รายได้รวม 576,581,199.68 บาท กำไร 14,912,133.45 บาท


บริษัท เรืองปัญญา เคหะการ จำกัด

จดทะเบียนจัดตั้ง 15 เม.ย. 2537 ด้วยทุนจดทะเบียน 120,000,000 บาท ประเภทธุรกิจ การซื้อและการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของตนเองที่ไม่ใช่ เพื่อเป็นที่พักอาศัย

รายชื่อกรรมการ ประกอบด้วย

  • นายสุชาติ เรืองปัญญาวุฒิ
  • นางสุนา เรืองปัญญาวุฒิ
  • นายวิทวัส เรืองปัญญาวุฒิ
  • นางสาวศราริน เรืองปัญญาวุฒิ

งบกำไรขาดทุน

  • 2560 รายได้รวม 134,787,405.63 บาท กำไร 7,582,280.13 บาท
  • 2561 รายได้รวม 126,244,457.14 บาท ขาดทุน 16,484,934.19 บาท 
  • 2562 รายได้รวม 125,770,775.38 บาท ขาดทุน 1,519,720.02 บาท
  • 2563 รายได้รวม 146,506,805.39 บาท กำไร 6,591,597.26 บาท
  • 2564 รายได้รวม 74,472,686.90 ขาดทุน 35,802,941.64 บาท 

‘อุ๊งอิ๊ง’ รีวิวเมนูใหม่ หลังสร้างไวรัล ‘มิ้นท์ช็อก’ สัปดาห์ก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549639

24 พ.ค. 2566

'อุ๊งอิ๊ง' รีวิวเมนูใหม่ หลังสร้างไวรัล 'มิ้นท์ช็อก' สัปดาห์ก่อน

‘อุ๊งอิ๊ง’ เปิดเมนูใหม่ ‘มัจฉะกรีนที’ พรรคเพื่อไทย หลังสร้างไวรัล ‘มิ้นท์ช็อก’ ร้านชงจนมือระวิง ด้าน ‘เศรษฐา’ ชิมแล้ว บอกเหมือนยาสีฟัน

ทุกครั้งที่ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เดินทางมาที่ทำการพรรค ไม่พลาดกับ เมนู “มิ้นท์ช็อก” จากร้านขายเครื่องดื่มด้านล่างที่ทำการพรรค จนเป็นไวรัล ขายดำขายดี ทำไม่ทันมาแล้ว 

วันนี้เมื่อ อุ๊งอิ๊ง และ ด.ญ.ธิธาร สุขสวัสดิ์ ลูกสาวคนโต เดินทางมาถึงตรงเข้าร้านทันที พร้อมกับสั่งเมนูใหม่ คือ  “มัจฉะกรีนที” (ชาเขียวใส่นม) เพราะเห็นจาก IG ของทางร้านแล้วน่าสนใจ และเขาว่ารสชาติอร่อย จากนั้นได้เข้าร่วมประชุมสัมมนาเพื่อถอดบทเรียนการเลือกตั้ง พร้อมให้กำลังใจผู้สมัคร สส. 500 คน 
 

อุ๊งอิ๊ง ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มีการประชุมและคุยกัน ก็มาให้กำลังใจ และจะมีการรู้ว่าหนทางข้างหน้าต่อไปจะต้องทำอะไรบ้าง และให้ทีมหัวหน้าพรรคที่ไปเซ็น MOU ได้เล่าว่าเป็นอย่างไร และการสื่อสารมันสำคัญมากจึงต้องมาสื่อสารด้วยตัวเอง

ส่วนกรณีที่ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นยุบพรรคเพื่อไทยกรณีการเซ็น MOU ว่าเป็นการครอบงำพรรคกับศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมีคนอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกพรรคอย่างเช่น ธนาธร ปิยบุตร และ พรรณิการ์ ไปร่วมด้วยนั้น แพทองธาร ตอบว่า ก็ให้เข้าว่าไป 

ช่วงหนึ่ง ก่อนเข้าประชุม แพทองธาร ได้โชว์ “มัจฉะกรีนที” โดยบอกว่า “นี่ไม่ใช่มัจฉะธรรมดา แต่ใส่นมมอล์ตด้วย อร่อยนะ” 

 อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร

'อุ๊งอิ๊ง' รีวิวเมนูใหม่ หลังสร้างไวรัล 'มิ้นท์ช็อก' สัปดาห์ก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังประชุมเสร็จสิ้น นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ได้แวะชิมเมนู “มิ้นท์ช็อก” พร้อมกับยอมรับว่า ส่วนตัวไม่ได้ชอบเครื่องดื่มประเภทนี้ ปกติจะดื่มช็อกโกแลตเย็นหรือกาแฟ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคนถึงชอบ แต่วันนี้ขอมาทดลองชิม ทันทีที่ได้ชิมรู้สึกเหมือนช็อกโกแลตอาฟเตอร์มิ้นต์ ช็อกโกแลตกับมิ้นต์ไม่ได้เข้ากัน 

จากใจหากให้แนะนำตนอยากบอกว่าควรใส่มิ้นต์แค่ส่วนน้อยและที่เหลือเป็นช็อกโกแลต เพราะเวลาทานเข้าไปแล้วรู้สึกเหมือนยาสีฟัน สำหรับความชอบมิ้นต์ช็อกนั้น ส่วนตัวเต็ม 10 ให้ 4 คะแนน
'อุ๊งอิ๊ง' รีวิวเมนูใหม่ หลังสร้างไวรัล 'มิ้นท์ช็อก' สัปดาห์ก่อน

'อุ๊งอิ๊ง' รีวิวเมนูใหม่ หลังสร้างไวรัล 'มิ้นท์ช็อก' สัปดาห์ก่อน

เส้นทาง ‘F-35’ เครื่องบินขับไล่ ประสิทธิภาพสูง ทำไม สหรัฐฯ ดับฝัน กองทัพไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549629

24 พ.ค. 2566

เส้นทาง 'F-35' เครื่องบินขับไล่ ประสิทธิภาพสูง ทำไม สหรัฐฯ ดับฝัน กองทัพไทย

เปิดประสิทธิภาพ เครื่องบินขับไล่ ‘F-35’ เครื่องบินรบสุดล้ำ ทำไม กองทัพไทย อยากได้ กับเหตุผลที่แท้จริง ที่สหรัฐฯ ดับฝัน

เมื่อสหรัฐอเมริกา ดับฝันไทย ด้วยการไม่ขาย “เครื่องบินขับไล่ F-35” ให้กองทัพอากาศ โดยยกเหตุผล เรื่องความไม่พร้อม ในเรื่องอาคารสถานที่, การรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะเรื่องข้อมูลข่าวสาร เป็นอันดับแรก แต่เหตุผลหลัก หลายฝ่ายมองว่า สหรัฐฯ คงยังกังวลเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับจีน

“F-35” เป็นเครื่องบินขับไล่ ที่หลายๆ ประเทศ ต่างต้องการมีไว้ประจำการในกองทัพของตัวเอง รวมถึงกองทัพไทยด้วย ด้วยขีดความสามารถสูง ติดตั้งอาวุธได้หลากหลายรูปแบบ จึงเป็นเครื่องบินรบที่กองทัพอากาศไทยอยากได้มากที่สุด แต่เส้นทางก็ไม่ราบเรียบ ทุ่มงบหลายร้อยล้าน สุดท้าย ก็ล่องหน

เครื่องบินขับไล่ F-35เครื่องบินขับไล่ F-35

เส้นทาง F-35 ก่อนสหรัฐฯ ดับฝันกองทัพไทย

“กองทัพอากาศ” แจงเหตุผลและความจำเป็น โครงการจัดซื้อเครื่องบินรบ F-35 จำนวน 1 ฝูงบิน เพื่อมาทดแทน 3 ฝูงบิน ที่ทยอยปลดประจำการ คือ F-5 และ F-16 เป็นเวลาอย่างน้อยอีก 40 ปี พร้อมกางแผนไทม์ไลน์ขั้นตอนความคุ้มค่า และระยะเวลากว่าเครื่องจะได้เข้าประจำการ เพื่อทดแทนอากาศยานเก่าที่จะต้องลาจาก

พล.อ.อ. นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ทอ.) พูดในหลายครั้งหลายหนว่า ไทยควรรีบซื้อในขณะนี้ ในช่วงที่ราคาเครื่องบินลดลง จากเดิมที่ 142 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลำ ลงมาเหลือ 82 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อลำ

จนถึงวันดีเดย์ที่เข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 เมื่อบ่ายวันที่ 3 ส.ค. 2565 กรรมาธิการงบฯ 66 ก็ลงมติเห็นชอบ ด้วยคะแนน 45 ต่อ 22 เสียง และงดออกเสียง 1 ทำให้ “กองทัพอากาศ” ได้รับงบประมาณ 369 ล้านบาท นำไปจัดซื้อเครื่องบินรบ F-35A จำนวน 2 ลำ ระยะที่ 1

แต่การจะได้มาก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงแม้จะมีงบประมาณในการจัดซื้อ แต่สุดท้ายแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับรัฐสภาสหรัฐฯ ที่จะอนุมัติขายให้ไทยหรือไม่ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไทยมีลุ้นอยู่ตลอด ว่าสหรัฐฯ จะขายให้หรือไม่ สุดท้ายสหรัฐฯ ก็ดับฝันกองทัพไทย และพร้อมคืนเงิน 369 ล้านบาท ทั้งหมด

เครื่องบินขับไล่ F-35เครื่องบินขับไล่ F-35

เปิดประสิทธิภาพ F-35

“F-35” หรือเรียกกันว่า เครื่องบินขับไล่ล่องหน เป็นของบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน ของสหรัฐฯ เป็นเครื่องบินรบรุ่นที่ 5 (Fifth Generation) ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก เริ่มขึ้นบินครั้งแรกในปี 2549 ปัจจุบันมี 3 รุ่น ได้แก่

  • F-35A – ออกแบบเพื่อใช้งานบินขึ้นลงปกติบนรันเวย์สนามบิน
  • F-35B – ออกแบบเพื่อใช้งานบินขึ้นและลงจอดในแนวดิ่งบนเรือบรรทุกเครื่องบิน หรือภารกิจอื่นๆ ที่ไม่มีรันเวย์สำหรับเครื่องบิน
  • F-35C – ออกแบบเพื่อใช้งานบนเรือบรรทุกเครื่องบินโดยเฉพาะ มีปีกใหญ่กว่ารุ่นอื่นๆ

เครื่องบินขับไล่ F-35 ได้ชื่อว่าเป็นเครื่องบินล่องหน เนื่องจากคุณสมบัติสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับของเรดาร์ จึงสามารถเจาะลึกเข้าไปในน่านฟ้าของศัตรู โดยไม่ปรากฏบนจอเรดาร์ โดยเครื่องบิน F-35A รุ่นที่กองทัพอากาศไทยต้องการ มีคุณลักษณะเด่น ตามข้อมูลของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ดังนี้

  • แรงขับเคลื่อนขั้นสูง – 43,000 ปอนด์ ทำความเร็วได้สูงสุด 1.6 มัค หรือ 1,931 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีเพดานบินได้สูงสุด 50,000 ฟุต
  • ระบบเซนเซอร์ขั้นสูง – รวบรวมและแสดงข้อมูลได้มากกว่าเครื่องบินรบลำใดๆ ในประวัติศาสตร์ ทำให้นักบินได้เปรียบเชิงข้อมูล เพื่อตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในปฏิบัติการสู้รบ โดยแสดงผลผ่านหน้าต่างช่องมองของหมวกนิรภัย
  • ระบบศูนย์เล็งยิงติดหมวก – ระบุเป้าหมายและยิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความสามารถในการล่องหน – หลีกเลี่ยงการตรวจจับด้วยเรดาห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เครื่องบินขับไล่ F-35เครื่องบินขับไล่ F-35

เปิดเหตุผล สหรัฐฯดับฝัน ไม่ขายเครื่องบิน F-35

นักวิชาการ มองว่า สหรัฐฯ คงต้องปฏิเสธขายเครื่องบินรบ F-35 ให้ประเทศไทย เหมือนกับการปฏิเสธตุรกีและไต้หวัน ปฏิเสธการขายเครื่องบินรบ F-35 ให้ตุรกี เพราะสนิทสนมกับรัสเซียเกินไป กลัวเทคโนโลยีจะหลุดไป รวมทั้ง ปฏิเสธการขายเครื่องบินรบ F-35 ให้ไต้หวัน เพราะมองว่าอาจถูกจีนยึดครองได้ทุกเมื่อ เทคโนโลยีใน F-35 ก็จะตกอยู่ในการครอบครองของจีน เช่นเดียวกับการปฎิเสธขายให้ไทย เพราะไทยสนิทสนมกับจีนพอสมควร และไทยซื้อยุทโธปกรณ์จากจีนหลายอย่าง เช่น เรือรบ เรือดำน้ำ รถถัง อาจทำให้เพิ่มความกังวลต่อสหรัฐฯ ในประเด็นความอ่อนไหวทางเทคโนโลยีของ F-35

ทั้งนี้ นับจนถึงปัจจุบัน สหรัฐฯ ส่งมอบ F-35 ไปแล้วราว 750 ลำ และจะขายให้กับกองทัพของประเทศที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดเท่านั้น โดยในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก สหรัฐฯ ขายให้แค่ 4 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และสิงคโปร์

อ้างอิง : วิกิพีเดีย,BBC

‘เพื่อไทย’ ถอดบทเรียนแพ้เลือกตั้ง จ่อรีแบรนด์พรรค รุกหนักโซเชียลมีเดีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549620

24 พ.ค. 2566

‘เพื่อไทย’ ถอดบทเรียนแพ้เลือกตั้ง จ่อรีแบรนด์พรรค รุกหนักโซเชียลมีเดีย

จัดตั้งรัฐบาล 66 : ‘เพื่อไทย’ แถลงถอดบทเรียนเลือกตั้ง หลังเข้าป้ายเป็นอันดับ 2 จ่อรีแบรนด์พรรคใหม่ ปลุกผู้สมัครใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้น ชี้ มีผลอย่างยิ่งอย่างมีนัยยะ  และมีผลต่อการเลือกตั้ง ฝากการบ้านผู้สมัครฯแพ้เลือกตั้ง ย้ำ ต้องไม่ลืมจุดยืนประชาชน

พรรคเพื่อไทย จัดงานสัมมนาภายในภายใต้ชื่อ “ประสานกำลังใจ ก้าวเดินต่อไปเพื่อพี่น้องประชาชน” โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายเศรษฐา ทวีสิน 2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรค พร้อมด้วยนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นผู้นำการสัมนาถอดบทเรียนกับผู้สมัครสส.ของพรรค ภายหลังจบศึกเลือกตั้ง 14 พ.ค. 2566 ที่แพ้ให้กับพรรคก้าวไกล

ภายหลังการสัมนาถอดบทเรียน นพ.ชลน่าน และนายประเสริฐ จันทรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกับสื่อมวลชน บอกถึงจุดแข็งจุดอ่อน จุดที่ต้องแก้ไขปรับปรุงของพรรคเพื่อไทย

นพ.ชลน่าน ระบุว่า กิจกรรมวันนี้จัดภายใต้ชื่อ “ประสานกำลังใจ ก้าวเดินต่อไปเพื่อพี่น้องประชาชน” มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะให้กำลังใจ และขอบคุณผู้สมัครทั้งผู้สมัครแบบเขต และผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อของพรรค นับว่าทำได้ดี แม้ผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นลำดับที่ 2 แต่เราทำงานอย่างหนัก ก็ต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ยินดีกับคนที่ได้รับโอกาสจากประชาชน และให้กำลังใจคนที่ยังไม่ได้โอกาส

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า วัตถุประสงค์ต่อมาคือทิศทางการทำงานของพรรค เป็นภารกิจที่ต้องทำร่วมกันต่อไป และการประเมินผลการเลือกตั้ง เสนอที่ประชุม หลังจากการเลือกตั้ง ได้มีการตั้งคณะกรรมการมา 1 ชุด ด้านผู้สมัครก็หารือแต่ละเขตไป ไปช่วยประเมินตนเองในเขตเลือกตั้งว่ามีจุดอ่อน จุดแข็ง วิกฤต โอกาสอย่างไร ให้ประเมินกลับมาที่ส่วนกลางด้วย

“เราไม่ชี้หน้าด่าใคร มาร่วมงานกันทำงาน อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง โดยมุ่งหวังอย่างยิ่งว่าจะเป็นสถาบันการเมืองที่อยู่เคียงคู่ประชาชน”

ทั้งนี้ นพ.ชลน่าน ยังกล่าวถึงแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ที่ให้กำลังใจกับผู้สมัครฯ ระบุว่า ต้องยอมรับว่าแพ้การเลือกตั้ง และให้ก้าวต่อไปให้ได้ การแพ้ไม่ใช่ล่มสลาย อาจเป็นแรงผลักสำคัญในการเดินต่อไป ให้คนในพื้นที่มีความสามารถให้ได้มากขึ้น

“และภารกิจต่อไปคือการเปลี่ยนแปลงพรรค ทั้งโครงสร้าง สัญลักษณ์ รีแบรนด์ดิ้ง ซึ่งขณะนี้เริ่มมีคณะทำงานในการพูดคุยกัน กำลังเริ่มทำ แต่ไม่ว่าจะไปในทิศทางไหนก็ต้องไม่ลืมพื้นฐานของพรรค ต้องผสมผสานกันไป” นพ.ชลน่าน กล่าว

นายประเสริฐ กล่าวว่า บรรยากาศของการสัมมนาเป็นไปด้วยความอบอุ่น  และเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน  ในการต่อสู้ศึกเลือกตั้ง ทุกคนทำงานอย่างหนัก ทั้งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ผู้สัมคร ส.ส. และแกนนำของพรรค   ไม่มีการตำหนิใคร เราให้กำลังใจซึ่งกันและกัน รวมทั้งมีแนวทางการปฏิบัติ 2 ส่วน สำหรับผู้สมัครที่ได้รับการเลือกตั้ง และที่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง เตรียมการได้แก่  

1.ระหว่างยังไม่ได้ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง หากมีการร้องเรียนทุกจริตเลือกตั้ง ทั้งจากผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยที่ร้องเรียนพรรคอื่น หรือพรรคอื่นร้องเรียนพรรคเพื่แไทย ฝ่ายกฎหมายพร้อมทำงาน ร่วมกับศูนย์ปราบปรามการทุจริตการเลือกตั้งที่ยังทำงานอยู่

2.เตรียมพร้อมยื่นบัญชีค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ซึ่ง กกต.ได้กำหนดให้ยื่นภายใน 90 วัน  โดยฝ่ายบัญชีพร้อมให้การสนับสนุน

3.ในกรณีที่ กกต.รับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. ให้ผู้สมัครเตรียมยื่นบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน ตามที่กฎหมายกำหนด

นายประเสริฐ กล่าวว่า ฝากข้อคิดวิเคราะห์สถานการณ์เลือกตั้ง ได้แก่ 1.นโยบายพรรคการเมือง กระแสการเมืองต่างๆ และการลงพื้นที่ของผู้สมัคร และ ส.ส. ทั้งก่อนและหลังเลือกตั้ง เราได้เน้นให้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อย่าได้ท้อถอยในการทำงานเพื่อประชาชน เพราะเพื่อไทยมีบุคลากรผู้สมัครลงพื้นที่สัมผัสประชาชนรับฟังปัญหา นำไปแก้ไขให้พี่น้องประชาชน ซึ่งการลงพื้นที่ยังจำเป็น  การลงพื้นที่อย่างหนักก็ช่วยให้ได้รับชัยชนะเลือกตั้ง 

2.การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องยอมรับว่า กระแสโซเชียลมีเดียมีผลอย่างยิ่งอย่างมีนัยยะ  และมีผลต่อการเลือกตั้ง เพราะปัจจุบันมีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย 50 ล้านคน TikTok 30 ล้านคน และ Line 40 ล้านคน พรรคให้ความสำคัญและตั้งข้อสังเกตในโซเชียลมีเดีย ที่มีความสำคัญ  ต้องจับตาทั้ง AI และ IO 

3.เราเชื่อว่าอุดมการณ์ทางการเมือง ฝั่งประชาธิปไตยยังมีความสำคัญ พรรคการเมืองฝั่งประชาธิปไตยได้คะแนนรวมกันประมาณ 70% อุดมการณ์การเมืองเป็นเรื่องสำคัญ สส.ที่ย้ายจากฝั่งประชาธิปไตย ไปยังฝั่งสืบทอดอำนาจ เช่น ผู้ที่ไปสมัครในนามพรรคอื่น ที่ย้ายจากพรรคเพื่อไทย 10 กว่าคน สอบตก รอดมาเพียง 1-2 คน  เป็นอุทาหรณ์ว่าประชาชนลงโทษ

เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า การบ้านที่มอบให้ผู้สมัคร สส. และว่าที่ สส. คาดว่าจะส่งกลับมาภายใน 1 เดือน  เพื่อให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์การเมืองของพรรคได้ถอดบทเรียนในการเลือกตั้ง ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยมีรูปแบบของตนเอง  ไม่เลียนแบบ มีอัตลักษณ์ มีตัวตนของเราเอง ขอให้มั่นใจว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เราพร้อมเสมอกับการเปลี่ยนแปลง

“เรามองไกลไปถึงสมรภูมิการเลือกตั้งครั้งต่อไป ผู้สมัครต้องพัฒนาการใช้โซเชียลมีเดียของตนเอง เพราะยังมีผลต่อสู้ในสมรภูมิการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันการเมืองมายาวนาน ก่อตั้งปี 2543 การเลือกตั้งปี 2544 จนถึงปัจจุบัน พิสูจน์ว่าพรรคเพื่อไทยมีจุดยืนประชาธิปไตย แม้กระแสลมจะเปลี่ยนแปลงแต่เรายังยืนหยัด”

ชกได้ชกแล้ว ‘ชลน่าน’ ยอมรับโมโห ‘ศิธา’ จี้ ‘ก้าวไกล’ เตือนพฤติกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549613

24 พ.ค. 2566

ชกได้ชกแล้ว 'ชลน่าน' ยอมรับโมโห 'ศิธา' จี้ 'ก้าวไกล' เตือนพฤติกรรม

‘ชลน่าน’ ยอมรับโมโห ‘ศิธา’ วันทำMOUจี้มัดรวมพรรค ถามเป็นนักข่าวหรือพรรคร่วมรัฐบาล ลั่นชกได้ชกแล้ว ฝาก ‘ก้าวไกล’ เคลียร์ปมร้อน หวั่นกระทบตั้งรัฐบาล หากเห็น 6 เสียงดีกว่า 141 เสียง ‘ผมก็ยอม’

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยอมรับมีอารมณ์กับคำถามของนาย ศิธา ทิวารี พรรคไทยสร้างไทย ในวันแถลงข่าว MOU ร่วมรัฐบาล แต่สามารถควบคุมได้ 

ส่วนที่นายศิธาระบุหลังจบงานแถลงข่าวยังสังสรรค์กัน แต่ต่อมากลับตำหนิว่าเสียมารยาท โดยบอกว่า ตนถูกบางคนบังคับ ชี้แนะนั้น ตนเองไม่ถือโทษโกรธเคือง แต่อยากให้ทุกอย่างอยู่ในร่องรอย ถ้าจะขอโทษ ก็ยินดีรับ 

ก่อนที่ นพ.ชลน่าน เล่าเหตุการณ์การทำ MOU ว่า หลังลงจากเวที ตนเข้าไปชี้หน้าตำหนินายศิธาทันที จะทำตัวเป็นสื่อหรือทำตัวเป็นพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพราะนายศิธาเองก็เป็นคนพิจารณาร่าง MOU อยู่ด้วย ซึ่งตำหนิแรงและดังด้วย คนที่อยู่ก็ได้ยิน

แต่การไปเขียนต่อเติมเสริมแต่งในเฟซบุ๊ก ว่าหลังจาก ทำMOU แล้วมีการดื่มสังสรรค์ชนแก้ว จนไปกล่าวหาว่าตนเองถูกบีบบังคับ ชี้แนะ ชี้นำ ถือว่าเสียหายมาก หากจะขอโทษต้องขอโทษแบบนี้ด้วย

“ยืนยันว่าไม่โกธร เพราะเรากำลังจะมีส่วนร่วมในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ตนเองก็ไม่สบายใจในการทำงานร่วมกันกับนายศิธา ยกเว้นพรรคแกนหลักบอกว่า พรรคของนายศิธา 6 เสียง มีความสำคัญ ตนเองก็จะมานั่งดู ตัวเองว่ามีความสำคัญหรือไม่ ” 

ชกได้ชกแล้ว 'ชลน่าน' ยอมรับโมโห 'ศิธา' จี้ 'ก้าวไกล' เตือนพฤติกรรม

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ตรงนี้เป็นภาระของพรรคแกนหลักที่จะต้องไปทำความเข้าใจพรรคร่วมอื่นๆ โดยเฉพาะพรรคไทยสร้างไทย ว่าพฤติกรรมแบบนี้จะเป็นอุปสรรคในการทำงานหรือไม่ มาปรับจูนแก้ไขด้วยกันดีหรือไม่ หากเขาพูดจบ ตนเองก็จบ แต่ถ้าไม่พูด ตนเองก็ไม่สบายใจถ้าพรรคแกนหลักไม่จัดการเรื่องนี้ หากเห็น 6 เสียงดีกว่า 141 เสียง “ผมก็ยอม”

เรื่องนี้เป็นเล็กน้อย หากขอโทษและสำนึกก็จบ ถ้าพรรคก้าวไกลยังปล่อยให้เป็นประเด็นแบบนี้ การทำMOUที่ระบุว่า ต้องมีความจริงใจ ให้เกียรติกัน เขียนและลงนามกันเอง เพียงข้ามคืนก็มาเกิดประเด็นขึ้น ซึ่งมองว่ามันยากหรือไม่กับการทำงาน

“ผมเป็นผู้ใหญ่พอ ไม่ถือโทษโกรธ ซึ่งจริงๆแล้วคุณหญิงสุดารัตน์ขอโทษก็จบแล้ว แต่มาโพสต์และขยายความ จนเป็นประเด็น คำว่า เสียมารยาท หมายถึง คุณเป็นคนใน แต่ออกไปทำหน้าที่แบบคนนอก ถ้าประชาชนทั่วไปถาม สื่อมวลชนถามจะไม่ติดใจอะไรเลย” นพ.ชลน่าน

ทั้งนี้ไม่ทราบว่าสิ่งที่นายศิธาทำไปต้องการอะไร แต่การทำตัวแบบนั้นเป็นผู้แทนประชาชน มาบอกว่าต้องการให้กำจัดเผด็จการ โดยการมัดรวมกันเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งตนเองมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ เสียงข้างมากขนาดนี้จะไปมัดเป็นฝ่ายค้านทำไม ทำไมไม่มัดรวมเป็นรัฐบาล คำถามก็ไม่ใช่แล้ว ยอมรับว่า วันนั้นตนเองก็มีอารมณ์ แต่ควบคุมอารมณ์ไว้ 

เมื่อถามว่า หลังจากนี้หากมีการประชุมพรรคร่วมรัฐบาลเข้าร่วมจะมีนายศิธาเข้าร่วมหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิ์ของเขา เพราะเขาเป็นแคนดิเดต ตัวแทนเขาก็ส่งเข้ามา ทุกอย่างต้องพูดในที่ประชุมให้จบ ห้ามนำออกไปขยายความข้างนอก ตามที่ได้ตกลงกันไว้  

ส่วนจะกระทบต่อการแต่งตั้งตำแหน่งนายศิธาในรัฐบาลนี่หรือไม่ นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบเพราะเป็นเรื่องของพรรคแกนนำ ตนเองไม่มีอำนาจไปชี้ว่าให้เอานั่นเอานี่ ให้เกียรติกัน ไม่ติดใจจะเป็นรัฐมนตรีหรือตำแหน่งใด แต่ถ้ามีพฤติกรรมแบบนี้ ก็ทำงานร่วมกันยาก  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนพ.ชลน่านให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวแซวว่า เดือดเลยนะ ก่อนนพ.ชลน่าน พูดว่า “ชกได้ผมชกแล้ว” “