มติ ‘ประชาธิปัตย์’ รอกกต.รับรอง 24 สส. ก่อนเคาะวันเลือก ‘หัวหน้าพรรค’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549611

24 พ.ค. 2566

มติ 'ประชาธิปัตย์' รอกกต.รับรอง 24 สส. ก่อนเคาะวันเลือก 'หัวหน้าพรรค'

ประชุดนัดแรกหลังเลือกตั้ง2566 มีมติ ‘ประชาธิปัตย์’ รอกกต.รับรอง 24 สส. ก่อนเคาะวันเลือก ‘หัวหน้าพรรค’-กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่

ที่ห้องแถลงข่าวพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการพรรคประชาธิปัตย์ ชุดรักษาการ ครั้งที่ 1 ว่า ที่ประชุมได้รับทราบการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมีผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกใหม่จำนวน 89,180 คน

นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบกรณีที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ตามข้อบังคับพรรคจะต้องมีการแจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรควันนี้และที่ประชุมได้มีการพิจารณาเรื่องนี้

เลือกหัวหน้าใหม่ใน 60 วัน

และจะต้องมีการดำเนินการตามข้อบังคับพรรคต่อไป โดยขั้นตอนสำคัญในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารชุดใหม่ภายใน 60 วัน

มติปชป.ยกเว้นหยั่งเสียง

โดยในส่วนของข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ ได้กำหนดไว้ว่าก่อนที่จะมีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค จะต้องมีการเปิดให้มีการหยั่งเสียงเบื้องต้นจากสมาชิกทั่วทั้งประเทศ แต่ขณะนี้เรามีกลไกตัวแทนพรรค ตัวแทนจังหวัด และมีสาขาพรรคทั่วทั้งประเทศ ดังนั้นที่ประชุมจึงเสนอให้มีการยกเว้นข้อบังคับในเรื่องของการหยั่งเสียงเบื้องต้น

“ การหยั่งเสียงเบื้องต้นในเรื่องของการเลือกหัวหน้าพรรคการเมือง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมืองไม่ได้กำหนด แต่ข้อบังคับของพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับสมาชิกพรรค เมื่อมีการยกเว้นข้อบังคับพรรคข้อที่ 32 คือไม่มีการหยั่งเสียงเบื้องต้น เราก็จะมีขั้นตอนรับฟังสมาชิกพรรคทุกท่าน เหตุผลเพราะว่าเมื่อมีการเข้าสู่โหมดการเลือกหัวหน้าพรรคก็จะมีการเลือกประชุมใหญ่วิสามัญขณะนั้นซึ่งจะมีตัวแทนของพรรคทั่วประเทศเข้าร่วมเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

ประชุมคณะกรรมการพรรคประชาธิปัตย์ ชุดรักษาการ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2566ประชุมคณะกรรมการพรรคประชาธิปัตย์ ชุดรักษาการ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2566

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ถกเถียงเรื่องขององค์ประชุม เพื่อจะกำหนดองค์ประชุมในการเลือกหัวหน้าพรรค ซึ่งองค์ประชุมที่เป็นสาระสำคัญ คือตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งขณะนี้ประกาศ กกต.ยังไม่ได้มีการรับรองผลการเลือกตั้ง2566 จึงต้องมีการรอให้ กกต.รับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อน ส่วนองค์ประชุมอื่นๆ เป็นไปตามข้อบังคับพรรคทุกประการ

“ข้อบังคับพรรคข้อที่ 81 ในส่วนขององค์ประชุมกรรมการบริหารพรรค ก็จะมีอดีตกรรมการบริหารพรรคคือรักษาการชุดนี้เป็นองค์ประชุมร่วมด้วย อดีตหัวหน้าพรรค อดีตเลขาธิการพรรคอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็จะร่วมเป็นองค์ประชุม ในกรณีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคในรอบที่จะถึงด้วย สมาชิกที่เป็นอดีตรัฐมนตรี อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็เป็นองค์ประชุมที่สำคัญที่จะมีการเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรคอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะมากำหนดสัดส่วนขององค์ประชุมในการที่จะเลือกหัวหน้าพรรค” โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

และการประชุมกรรมการบริหารพรรคชุดนี้ (รักษาการ) จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายจะมีการนัดประชุมอีกรอบหนึ่ง เพื่อที่จะมากำหนดองค์ประชุม เพื่อกำหนด วันเวลา สถานที่ ในการดำเนินการกิจกรรมทางการเมืองวาระที่สำคัญคือการเลือกหัวหน้าพรรค

14 ก.ค. 66 ครบ 60 วัน ปชป.เลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่

อนึ่งพรรคประชาธิปัตย์ นับเป็นสถาบันการเมืองเก่าแก่มีคุณูปการต่อประเทศไทยมากว่า 77 ปี มีระบบระเบียบขั้นตอสำคัญในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารชุดใหม่ภายใน 60 วัน นั่นหมายถึงจะครบ 60 วัน ในวันที่ 14 ก.ค.2566 นับตั้งแต่ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคปชป. ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 ทันทีที่รู้ผลเลือกตั้ง2566 อย่างไม่เป็นทางการว่าพรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนเสียงต่ำกว่าเป้าหมาย หรือน้อยกว่า 52-53 เสียง

ประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์

งานใหม่ ‘เศรษฐา’ รีแบรนด์เพื่อไทย-ไม่มีใครทาบรับตำแหน่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549602

24 พ.ค. 2566

งานใหม่ ‘เศรษฐา’ รีแบรนด์เพื่อไทย-ไม่มีใครทาบรับตำแหน่ง

‘เศรษฐา ทวีสิน’ ยันทำงานให้ ‘เพื่อไทย’ เตรียมรีแบรนด์พรรคใหม่หลัง เลือกตั้ง66 เดินหน้าแก้ปัญหาให้ประชาชน ปัดยังไม่มีพรรคไหนทาบทามตำแหน่ง ปล่อย ‘ก้าวไกล’ พรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐบาลให้ได้เร็วที่สุด

ที่พรรคเพื่อไทย เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมประชุมใหญ่ พร้อมยืนยันว่า ยังไม่มีพรรคใด หรือใครติดต่อเข้ามาเรื่องตำแหน่งทางการเมือง และเป็นมารยาท เพราะตนเองได้ทวีต และพูดไปแล้ว ต้องให้เกียรติให้พรรคที่ได้คะแนนอันดับหนึ่ง เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล และตนเองไม่ได้มีเบอร์คนของพรรคก้าวไกล และก็ไม่ได้หวังว่าก้าวไกลจะติดต่อมา ซึ่งเป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องจัดตั้งรัฐบาลอย่างสง่างาม

รีแบรนด์พรรคเพื่อไทย

โดยวันนี้ได้มาประชุมกับว่าที่ สส. พรรคเพื่อไทย พูดคุยว่าขั้นตอนต่อไปจะทำอย่างไร ซึ่งทางพรรคเองก็ได้ทำนามบัตรให้ เพื่อเวลาไปไหนจะได้มีหัวกระดาษที่ชัดเจน ซึ่งในนามบัตรไม่ได้ระบุตำแหน่งนั้นเพราะว่าตนเองไม่ได้เรียกร้องตำแหน่งอะไร ไปไหนก็จะมีนามบัตรยื่นให้ เบอร์โทร สถานที่ทำงาน ที่สามารถติดต่อนัดหมายได้

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร  และ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทยอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร และ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย

เพราะ 30 ปี ที่ผ่านมา มีนามบัตรตลอด และวันนี้ชัดเจนว่าทำงานที่พรรคเพื่อไทย เพื่อมาดูการรีแบนด์ดิ้งพรรค การแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ยืนยันว่าไม่ได้ไปไหน และจะอยู่กับที่นี่

และยินดีทำงานทุกอย่างตามที่พรรคมอบหมาย ส่วนการรีแบนด์ดิ้ง พรรคเพื่อไทยจะออกมาในรูปแบบใดนายเศรษฐา ตอบว่าตอนนี้ยังไม่ทราบต้องไปพูดคุยหารือกัน

หนุนตั้งรัฐบาลได้เร็วที่สุด

และวันนี้ก็มาให้กำลังใจว่าที่ สส.ทุกคนที่ได้รับเลือก ที่ทำงานหนักตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ส่วนประเด็นที่พรรคก้าวไกลพยายามรวมเสียง สว. เพื่อจัดตั้งรัฐบาลนั้นแต่ไม่รู้จะได้หรือไม่ ซึ่งเศรษฐาได้เลี่ยงที่จะตอบ แต่ให้ไปดูที่ทวีตตนเอง

อุ๊งอิ๊ง และ เศรษฐาอุ๊งอิ๊ง และ เศรษฐา 

และบอกว่าตอนนี้ตนเองโฟกัสที่พรรคเพื่อไทย ส่วนจะจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่กำลังจัดตั้งกันอยู่ก็เป็นกำลังใจ และคิดว่าทุกคนต้องซัพพอร์ตเพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วที่สุด

“ให้เกียรติผู้ชนะ น้อมรับคำวิจารณ์ เดินหน้าทำงานต่อ”

เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวในงานสัมมนาพรรคเพื่อไทย ภายหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกว่า ตนในฐานะน้องใหม่ในเวทีการเมือง มีความซาบซึ้ง และขอขอบคุณผู้สมัครและทีมงานทุกคนจากใจ การเข้ามาในบ้านหลังใหม่และได้รับการต้อนรับ การตอบรับและได้รับการดูแลอย่างดีกว่าที่คิดไว้มาก

“ที่ผ่านมาในการปราศรัยลงพื้นที่เราประคับประคองกันเวลาขึ้นเวที ผมขอขอบคุณทุกคน ผมเสียดายที่หนึ่งวันไม่ได้มี 48 ชั่วโมง หากมีเวลามากกว่านี้ ผมพร้อมทำเต็มที่ และจากนี้ไม่ได้หนีไปไหน เรายังคงเดินหน้าทำงานและให้เกียรติผู้ชนะ และน้อมรับทุกคำวิจารณ์”เศรษฐา ทวีสิน กล่าวในที่สุด

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร และ เศรษฐา ทวีสิน 2 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ขุนพลพรรคเพื่อไทย อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว และเศรษฐา ทวีสิน

เมินกระแสยื่นยุบพรรค ‘อุ๊งอิ๊ง’ ขอสื่อสารภายใน ‘เพื่อไทย’ ด้วยตัวเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549600

24 พ.ค. 2566

เมินกระแสยื่นยุบพรรค ‘อุ๊งอิ๊ง’ ขอสื่อสารภายใน ‘เพื่อไทย’ ด้วยตัวเอง

แฟนคลับฮือฮา ‘อุ๊งอิ๊ง’ จูงมือบุตรสาวสุดน่ารัก เข้าร่วมประชุมพรรค บอกอยากมาสื่อสารด้วยตนเอง ไม่สน ‘เรืองไกร’ ยื่นยุบพรรคเพื่อไทย ชี้ กระแสมินต์ช็อก-ลิปติก มองเป็นสีสันหลังเลือกตั้งจบ-ไม่รับรีวิวสินค้านะคะ

ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมงามสัมนาผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ว่า แน่นอนว่าวันนี้จะต้องมีการพูดคุยประชุมกัน เพื่อจะรู้ว่าขั้นตอนต่อไปเราต้องทำอะไรบ้าง ทั้งนี้หัวหน้าพรรคและทีมงานได้ไปร่วมเซ็น MOU ซึ่งจะได้เล่าเหตุการณ์ร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล เพื่อให้ทุกคนได้รับทราบ เพราะการสื่อสารภายในพรรคเป็นสิ่งสำคัญ และตนอยากจะมาสื่อสารด้วยตนเอง

เมื่อถามว่า เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ยื่นกกต. ยุบพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เรื่องนากปรากฎภาพ ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ ,ปิยบุตร แสงกนกกุล และน.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้าไปร่วมงานหารือจัดตั้งรัฐบาลครั้งแรกเข้าข่ายครอบงำพรรคหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า กล่าวว่า เขาจะยุบพรรคการเมืองหรือ ก็ให้เขาว่าไป

‘อุ๊งอิ๊ง’ ไม่ได้รับรีวิวสินค้า

ส่วนกระแสมินต์ช็อก และลิปสติกฟีเวอร์ จนคนต้องซื้อตาม น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ทุกคนลองหรือยังปรากฎการณ์มินต์ช็อก และยอมรับว่ากระแสเกินคาดมาก แต่ตนมั่นใจว่ามินต์ช็อกที่นี่อร่อย รวมถึงกระแสลิปติกที่มีคนแห่ซื้อตามนั้น ยอมรับว่าตนใช้ลิปติดแบรนด์นั้นจริง และไม่ได้มีสปอนต์เซอร์แต่อย่างใด พร้อมพูดติดตลกว่า “ไม่ได้รับรีวิวสินค้านะคะ”

อุ๊งอิ๊ง และบุตรสาวอุ๊งอิ๊ง และบุตรสาว

เมื่อถามว่า เหตุใดถึงเกิดกระแสฟีเวอร์ทางการเมืองช่วงนี้ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า อาจเป็นเพราะการเมืองหนักๆ มาช่วงหนึ่ง พอมีเรื่องสนุกสนามเฮฮา จึงทำให้ใครหลายคนเข้ามาสนใจเรื่องดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.แพทองธาร ได้พาบุตรสาวคนโตเข้ามาที่ทำการพรรคเพื่อไทย เรียกเสียงฮือฮาและรอยยิ้มจากบรรดาแฟนคลับที่มารอรับ นอกจากนี้พบว่าวันนี้น.ส.แพทองธาร ได้ลองชิมเมนูใหม่ คือมัทฉะลาเต้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมนูยอดนิยม

อุ๊งอิ๊ง - บุตรสาวคนโตอุ๊งอิ๊ง – บุตรสาวคนโต

“เราไม่หวังส้มหล่น เราจะช่วยก้าวไกลตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ”

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวในงานสัมมนาพรรคเพื่อไทยว่า ในฐานะที่พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งอันดับสอง เราพร้อมที่จะสนับสนุนพรรคที่ชนะอันดับหนึ่งเสมอ เราไม่มีรอหวังส้มหล่น เราจะช่วยให้พรรคก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ ครั้งนี้เรามาร่วมทำงานกันต่อไป

หากการเลือกตั้งครั้งหน้ามาถึง เราจะทำอะไรให้ดีขึ้นบ้าง พร้อมขอให้ผู้สมัครใช้โซเชียลมีเดียให้มากขึ้น แต่การลงพื้นที่เล็กๆ การใกล้ชิดประชาชนยังมีความจำเป็รอยู่เช่นกัน ขอขอบคุณผู้สมัครทุกคนที่ทุ่มเททำงานกันอย่างหนักทุ่มเทแรงกายแรงใจมาโดยตลอด เพราะจะอีกกี่ปี โซเชียลมีเดียยังคงมีความสำคัญ อยากให้ทุกคนมั่นใจว่าปราบมือให้ตัวเอง และเพื่อนๆ เราภูมิใจในพรรคเรา และภูมิใจในตัวเองด้วย

‘เพื่อไทย’ ขู่ไม่ร่วม ‘ตั้งรัฐบาล’ หาก ‘ก้าวไกล’ กินรวบตำแหน่งประธานสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549598

24 พ.ค. 2566

‘เพื่อไทย’ ขู่ไม่ร่วม 'ตั้งรัฐบาล' หาก 'ก้าวไกล' กินรวบตำแหน่งประธานสภา

‘อดิศร เพียงเกษ’ เพื่อไทย เสนอใช้เสียงในสภาฯ ชี้ขาดว่าคนของ ก้าวไกล-เพื่อไทย พรรคไหนจะได้นั่งเก้าอี้ ‘ประธานสภาฯ’ ขู่ไม่ร่วม ‘ตั้งรัฐบาล’ หาก ‘ก้าวไกล’ ดึงดันกินรวบทุกตำแหน่ง

ตั้งรัฐบาลก้าวไกลยังไปไม่ถึงฝัน เมื่อเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฏร ทั้งพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยต่างวาดหวังจะได้ตำแหน่งนี้เอาไว้กับพรรค ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย

อดิศร เพียงเกษ อดีตโฆษกผู้นำฝา่ยค้านในสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะว่าที่ สส.พรรคเพื่อไทย โต้กลับหลัง ปิยบุตร แสงกนกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ระบุพรรคก้าวไกลต้องไม่เสียตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ใครว่า ถ้าพรรคก้าวไกลอยากได้ทุกตำแหน่ง ต้องทำให้ได้เหมือนในสมัยพรรคไทยรักไทยที่ได้ 377 เสียง ที่จะชี้เป็นชี้เป็นชี้ตายในตำแหน่งไหนก็ได้

พรรคเพื่อไทยยินดีสนับสนุน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี มีการแถลง นี่คือประเพณีของระบบประชาธิปไตย แต่เมื่อพรรคก้าวไกลได้ฝ่ายบริหารแล้ว จะไม่ให้พรรคอื่นไปดำรงตำแหน่งในฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายนิติบัญญัติจะต้องดูความเหมาะสมของแต่ละช่วงเวลาบางครั้ง เช่น กรณี ชวน หลีกภัย ประภานสภาฯ ได้ 60 กว่าเสียงยังได้เป็นประธานสภาฯ ซึ่งต้องดูถึงความเหมาะสม

อดิศร เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยน่าจะมีความเหมาะสมมากกว่าในการดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร หากวัดจากบุคลากร แต่ทั้งนี้ข่าวที่ออกไปมีคำถามว่าแก่งแย่งกัน ยืนยันว่าพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคประชาธิปไตยทั้งคู่ ดังนั้นตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปโหวตเลือกในสภาฯ 

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่พรรคเพื่อไทยจะสู้เต็มที่หรือดึงดัน แต่เนื่องจากไม่มีพรรคใดได้เสียงเกินครึ่ง ดังนั้นทางออกโดยการโหวตจึงเหมาะสม นอกจากนี้เพราะตำแหน่งประธานสภาฯ เป็นตำแหน่งที่เป็นหน้าเป็นตาไม่แพ้ฝ่ายบริหาร เมื่อฝ่ายบริหารได้คนหนุ่มไฟแรงเป็นนายกฯ แล้ว ซึ่งเหมาะสมกับสมัยนี้

ติงก้าวไกลไม่ควรกินรวบ

แต่ตำแหน่ง ‘ประธานสภาฯ’ พรรคก้าวไกลก็ไม่ควรกินรวบ พร้อมถามว่าเล่นสลากกินแบ่งเป็นหรือไม่ แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง ถ้าพรรคก้าวไกลจังยังดื้อดัน สมมุติถ้าพรรคเพื่อไทยตัดสินใจไม่ร่วมรัฐบาลด้วย จะเดินหน้าต่อไปไม่ได้

เมื่อถามว่าตำแหน่ง ‘ประธานสภาฯ’ ต้องเป็นของพรรคก้าวไกล เพื่อการันตีมาตรา 112 จะได้เข้าสภานั้น อดิศร กล่าวว่า พรรคก้าวไกลต้องไปพูดคุยกันเองเพราะได้หาเสียงไว้ในเรื่องนี้ จนได้รับชัยชนะ ประชาชนก็ติดใจหาเสียงแทบเป็นแทบตายไปดูถูกดูแคลนพรรคอื่นว่าสู้ไปกล่าวไปพอตัวเองได้รับชัยชนะแล้วสิ่งที่ตัวเองพูดไว้จะเหมือนสู้ไปโกหกไปหรือไม่ ปิยบุตร จึงเป็นห่วงภาพลักษณ์ของพรรคก้าวไกล ยังไม่เป็นรัฐบาลเลยก็ทำอย่างนี้เสียแล้ว จะมีความเชื่อมั่นในอนาคตได้อย่างไร

ซึ่งเสียดายที่ ปิยบุตร ไม่ได้เข้าไปในสภาฯ ซึ่งหากจะเอาเรื่องเข้าสภาฯ จะถูกตรวจสอบจากสื่อสารมวลชน ดังนั้นกฎหมายทุกฉบับจะเข้าในสภาฯ ‘ประธานสภาฯ’ จะทำตามอำเภอใจไม่ได้ แต่ต้องทำตามรัฐธรรมนูญ ถ้าจะเป็นรัฐบาลอย่าห่วงเรื่องนี้ และขอสอนปิยบุตรว่า พรรคก้าวไกลได้ สส. มาหลายคนแล้ว หากไม่ได้ตำแหน่งประธานสภาฯ ก็ไม่เสียหายตายเสียจาก

‘จุรินทร์’ แท็กทีมกรรมการบริหารชุดเดิม ขอมติ เลือกหัวหน้า ปชป.คนที่ 9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549596

24 พ.ค. 2566

‘จุรินทร์’ แท็กทีมกรรมการบริหารชุดเดิม ขอมติ เลือกหัวหน้า ปชป.คนที่ 9

‘จุรินทร์’ แท็คทีม กก.บห.รักษาการ เตรียมขอมติ เลือก หัวหน้า ปชป.คนที่ 9 จะใช้มติอดีต สส. หรือ สส.ใหม่ กำหนดวันเลือก พร้อมพิจารณาร่นเวลาไม่ต้องเสียงสมาชิกทั่วประเทศ

ที่พรรคประชาธิปัตย์วันนี้มีกำหนดการนัดประชุมรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรค โดยมีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม โดยมีกรรมการบริหารพรรค อดีต สส. รวมถึง ว่าที่ สส. เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง อาทิ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค นิพนธ์ บุญญามณี รักษาการรองหัวหน้าพรรค ชัยชนะ เดชเดโช ว่าที่ สส.นครศรีธรรมราช

สำหรับวาระการประชุม จะขอมติจากที่ประชุมว่า การกำหนดวันเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ จะใช้มติของ อดีต สส. หรือ สส.ใหม่ ทั้งนี้ หากใช้มติอดีต สส. ก็สามารถกำหนดวันเลือกหัวหน้าและคณะกรรมการบริหารพรรคได้ทันที แต่ถ้าใช้มติ สส.ใหม่ ต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. รับรองผลก่อน จึงจะประชุมเพื่อกำหนดวันเลือกได้

จุรินทร์ และ นิพนธ์ จุรินทร์ และ นิพนธ์

ขณะเดียวกัน ตามระเบียบข้อบังคับพรรคการเลือกหัวหน้าพรรค จะต้องมีขึ้นภายใน 60 วันหลังหัวหน้าพรรคลาออก เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 และในที่ประชุมวันนี้ อาจมีการยกเว้นข้อบังคับในการหยั่งเสียงหัวหน้าพรรคทั่วประเทศ เพื่อร่นระยะเวลาในการเลือก เหลือเพียงการแสดงวิสัยทัศน์เท่านั้น

จุรินทร์ แทงกั๊กลงชิงหน.ปชป.

อย่างไรก็ตาม จุรินทร์ ยังไม่ยืนยันว่า ตนเองจะกลับมาสมัครลงแข่งเป็นหัวหน้าพรรคอีกหรือไม่ แต่ยังคงทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรคต่อไปจนกว่าจะมีกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่ต้องการจะส่งไม้ต่อให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่อย่างดีที่สุด และเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาขับเคลื่อนพรรค

24 พ.ค. 2566 ปชป.ประชุมกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม24 พ.ค. 2566 ปชป.ประชุมกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม

โดยในการประชุม อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนโดยเฉพาะเลขาธิการพรรค คณะทำงานของพรรคผู้ลงรับสมัครเลือกตั้งทั้งหมด ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อ และสาขาพรรคตัวแทนจังหวัดสมาชิกประชาธิปัตย์ทั่วประเทศที่ได้ช่วยกันทำหน้าที่ในช่วงการเลือกตั้งอย่างเต็มความสามารถไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไรตนในฐานะหัวหน้าพรรคก็พอใจ 

‘จุรินทร์’ แท็กทีมกรรมการบริหารชุดเดิม ขอมติ เลือกหัวหน้า ปชป.คนที่ 9

“และถือโอกาสนี้ขอบคุณทุกคนที่ได้ทุ่มเทพลังทั้งหมดทั้งแรงรายแรงใจในการช่วยทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ด้วยความซาบซึ้งใจ จึงถือโอกาสนี้ ขอบคุณพี่น้องคนไทยทั้งประเทศที่ช่วยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาและหวังว่าในอนาคตประชาธิปัตย์จะได้มีโอกาสรับใช้ประชาชนอีกต่อไปในฐานะสถาบันทางการเมืองของประเทศ” จุรินทร์ กล่าว

เฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาฯปชป.เฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาฯปชป.

ทั้งนี้  จุรินทร์ ถือเป็นปาร์ตี้ลิสต์อันดับต้นๆ ของพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งปี2562 เป็น สส.บัญชีรายชื่อมาแล้ว 5 สมัย เป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มาตั้งแต่ปี 2546 มานานถึง 16 ปี และได้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 8 ด้วยคะแนนรวมกว่า 50.59%

นิพนธ์ นิพนธ์

77 ปีพรรคประชาธิปัตย์ สถาบันการเมืองที่มีอายุมากที่สุด กำหลังจะเข้าสู่โหมดเลือกหัวหน้าพรรคปชป.คนที่ 9 ท่ามกลางกระแสของคนรุ่นใหม่กำลังมาแรง

‘ศิริกัญญา’ ไม่ติดใจเป็นฝ่ายค้าน แต่เห็นใจ ปชช. เลือก ‘ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549593

‘ศิริกัญญา’ ไม่ติดใจเป็นฝ่ายค้าน แต่เห็นใจ ปชช. เลือก ‘ก้าวไกล

24 พ.ค. 2566

‘ศิริกัญญา’ ย้ำชัดไม่ติดใจ หากก้าวไกลเจอสถานการณ์เลวร้าย ต้องกลับเป็นฝ่ายค้าน แต่เห็นใจ ปชช. เลือก ‘ก้าวไกล’ พร้อมเชื่อมั่น ‘เพื่อไทย’ จะร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกัน ไม่ตั้งรัฐบาลแข่งแน่

‘ศิริกัญญา ตันสกุล ว่าที่สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล’ เผยกับคมชัดลึกโดยย้ำชัดว่าไม่ติดใจ หากพรรคก้าวไกลเจอสถานการณ์เลวร้าย และหากต้องกลับเป็นฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

แต่ขณะเดียวกัน ศิริกัญญา ยังมีความรู้สึกว่าเห็นใจประชาชนที่ลงคะแนนเลือกพรรคก้าวไกล แต่ก็มีความเชื่อมั่นอยู่ว่าพรรคเพื่อไทย จะร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกันกับพรรคก้าวไกล โดยไม่ตั้งรัฐบาลแข่งแน่นอน

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2696176

"ขจิต ชัชวานิชย์" เป็นประธานมอบรางวัลพระราชทานการประกวด “TO BE NUMBER ONE”

24 พ.ค. 2566 05:01 น.

  • ไต้ฝุ่น

“ขจิต ชัชวานิชย์” เป็นประธานมอบรางวัลพระราชทานการประกวด “TO BE NUMBER ONE”

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีขายดีที่สุด ขอแสดงความยินดีกับว่าที่รัฐบาลใหม่ 8 พรรค ฉบับนี้ประจำวันพุธที่ 24 พฤษภาคม 2566

  • ก็มีการลงนาม MOU บันทึกความเข้าใจร่วมกันในการจัดตั้งรัฐบาลผสม 8 พรรค 313 เสียง นำโดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อเย็นวันจันทร์ที่ 22 พฤษภาคม 2566 ตรงกับวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตผู้บัญชาการทหารบก ทำการปฏิวัติยึดอำนาจ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อ 9 ปีก่อน และครองอำนาจมาจนถึงปัจจุบัน
  • เงื่อนไขการร่วมรัฐบาลผสม 8 พรรค แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็น “วาระร่วม” ของ 8 พรรคการเมืองที่จะต้องร่วมกันรับผิดชอบ มีทั้งหมด 23 ข้อ จึงต้องมีการเซ็นเอ็มโอยูร่วมกัน อีกส่วนเป็น “วาระของแต่ละพรรคการเมือง” ซึ่ง ไม่มีการระบุไว้ใน MOU เป็นเรื่องที่แต่ละพรรคจะต้องไปเสนอกฎหมายและผลักดันกันเองในรัฐสภา ถือเป็นความรับผิดชอบของแต่ละพรรค ไม่ถือเป็นความรับผิดชอบของพรรคร่วมรัฐบาล แบ่งกันชัดเจนดี ป้องกันความขัดแย้งตั้งแต่ต้น
  • เนื้อหาใน MOU ที่ 8 หัวหน้าพรรคร่วมลงนาม แตกต่างจากร่างเดิม มีการเพิ่มเติมข้อความว่า “ภารกิจของรัฐบาลทุกพรรคที่จะผลักดันร่วมกันนั้น ต้องไม่กระทบกับรูปแบบของรัฐและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และดำรงอยู่ในสถานะอันเป็นที่สักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้” เพื่อความชัดเจน “ไต้ฝุ่น” เห็นว่า เป็นเรื่องดี จะได้ลดข่าวลือข่าวปล่อยจากสารพัดไอโอที่ไม่หวังดีต่อชาติบ้านเมือง
  • สาระสำคัญใน MOU ที่หัวหน้าพรรค 8 พรรคร่วมรัฐบาลใหม่ลงนามร่วมกัน ล้วนเป็นปัญหาใหญ่ของชาติในปัจจุบัน โดยเฉพาะ การฟื้นฟูประชาธิปไตย จะร่วมกัน จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชนให้เร็วที่สุด โดยมี สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจาก การเลือกตั้งของประชาชน เป็นเรื่องที่ “ไต้ฝุ่น” เห็นว่า ประชาชน 25 ล้านเสียง ที่โหวตเลือก 8 พรรคเข้ามา จะต้องร่วมกันโหวตอีกครั้งให้ได้ 25 ล้านเสียงเลือก ส.ส.ร.ของประชาชน เข้ามาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ไม่ต้องเลือก อดีต ส.ส.ร. และ อดีต ส.ว.ลากตั้ง 250 คน เข้าไปร่วมร่างสักคนเดียว 8 ปีเข็ดแล้วจ้า
  • อีกนโยบายที่ “ไต้ฝุ่น” ขอแสดงความชื่นชม ว่าที่นายกฯพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ หัวหน้าพรรค 8 พรรค ที่รับเป็นวาระร่วมคือ นำ “กัญชา” กลับไปสู่ใน “บัญชียาเสพติดให้โทษ” ผ่าน กฎกระทรวง โดยมีกฎหมายควบคุมและรองรับการใช้ประโยชน์จากกัญชา กัญชาเสรี สร้างปัญหาให้สังคมไทยมากมาย ทำให้เด็กเยาวชนหันไปพี้กัญชากันมากขึ้น เพราะหาซื้อง่ายเหมือนซื้อไอติมข้างถนน
  • “ไต้ฝุ่น” เห็นลีลาท่าทีของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่นายกฯคนที่ 30 ในการตอบคำถามนักข่าวมากมาย สามารถบริหารจัดการกับคำถามสื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบทุกคำถาม ตอบคำถามสื่อต่างชาติเป็นภาษาอังกฤษอย่างฉะฉาน ไม่แว้ดสื่อต่างชาติที่ถามเป็นภาษาอังกฤษว่า ไอ สปีก ไทย โอนลี เหมือนหัวหน้าพรรครัฐบาลบางคน ดูแล้วน่าจะบริหารประเทศได้ดีกว่านายกฯทหารเยอะ
  • ข่าวปล่อย ว่า พรรคเพื่อไทย แอบไปจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับ พรรคก้าวไกล ที่ ฮ่องกง ร่วมกับ พรรคพลังประชารัฐ เรื่องนี้ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตอบชัดเจนบนเวที ยืนยันว่าเพื่อไทยไม่เคยรับรู้ และขอปฏิเสธ เป็นไปไม่ได้ที่พรรคเพื่อไทยจะรวมกับพรรคพลังประชารัฐ เป็นอันจบข่าว
  • แม้จะพ่ายแพ้ยับเยิน แต่ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะปฏิวัติเมื่อ 9 ปีก่อน แคนดิเดตนายกฯรวมไทยสร้างชาติ ก็ยังไม่ยอมถอยออกจากการเมือง ไม่รู้ติดใจอะไร เอกณัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ยืนยัน พล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่กับพรรค จะไม่ไปจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยแข่งกับเสียงข้างมาก และจะ ไม่ยกมือให้นายกฯที่จะไปแก้มาตรา 112
  • ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ แถลง ภาวะสังคมไทยไตรมาส 1 ของปี 2566 พบว่า หนี้ครัวเรือนคนไทยเพิ่มขึ้นจาก 14.91 ล้านล้านบาท เป็น 15.09 ล้านล้านบาท ในไตรมาสที่ 4 ปีที่ 2565 ผลงานจากรัฐบาลลุงตู่ หนี้ครัวเรือนเป็นตัวฉุดรั้งการใช้จ่ายของประชาชน และ เป็นตัวฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจ เป็นปัญหาใหญ่ที่ รัฐบาลใหม่พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะต้อง ลดความยากจน ลดหนี้ครัวเรือน ลดความเหลื่อมล้ำให้ได้
  • ภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วม มหกรรมการเงิน Money Expo กรุงเทพ 2023 ปีที่ 23 ภายใต้แนวคิด “การเงินสีเขียวเพื่อชีวิตสีเขียว Green Finance for Green Living” แถลงยอดธุรกรรมการเงินในงาน 4 วัน 11-14 พฤษภาคม ประสบความสำเร็จล้นหลาม มีประชาชนไปใช้บริการลงทุนเพิ่มความมั่งคั่งและขอสินเชื้อรวมกว่า 26,000 ล้านบาท โดยเฉพาะ สินเชื่อบ้าน รีไฟแนนซ์บ้าน ยอดพุ่งกว่า 13,840 ล้านบาท ยุคนี้ใครที่ผ่อนบ้านแต่ไม่รีไฟแนนซ์บ้านถือว่าตกเทรนด์ เพราะ การรีไฟแนนซ์บ้านทำให้มีเงินก้อนโตในมือ ช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการใช้จ่ายได้อีกมากเลยทีเดียว
  • ครบเต็มขบวนแรลลี่แล้ว ภริตา วิริยะรังสฤษฎ์ บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร Kitchen & Home เตรียมนำขบวน @Kitchen Rally ปีที่ 11 ไป “อาบป่า อาบใจ ที่เขาใหญ่” วันเสาร์นี้ 27-28 พฤษภาคม พักที่รีสอร์ตหรู แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์ คันทรีคลับ เขาใหญ่
  • ชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ สมฤดี ชัยมงคล ประธานกรรมการบริหาร บริษัทบ้านปู จัดงานใหญ่ซิตดาวน์ดินเนอร์ ฉลองครบรอบ 40 บ้านปู To Power the Better Living for All วันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคม เวลา 18.00 น. ที่โรงแรมแอทธินี
  • อัลมัรฮูมฮัจยีอิรอมฮีม–ฮัจยะห์รอมละห์ ตงสาลี แต่งสะใภ้ รัตติกาล ห่วงแก้ว (อินอาม) ให้ลูกชาย ปรีดา ตงสาลี (การีม) วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม เวลา 09.00 น. ณ มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย
  • บนแผงวันนี้ วารสารการเงินธนาคาร ฉบับพฤษภาคม ฉบับ 300 Best Public Companies 2023 บริษัทจดทะเบียนยอดเยี่ยมในตลาดหลักทรัพย์และเอ็มเอไอ เทคนิคการบริหารจัดการความขัดแย้งในธุรกิจครอบครัว ทำอย่างไรพี่น้องไม่ทะเลาะกัน
  • ศพ สุวัฒน์ หิตานุหิตคุณ อยู่ศาลา 17 วัดชลประทานฯ ถึง 23 พ.ค. เผา 24 พ.ค. 

“ไต้ฝุ่น”

“F-16 ไม่ใช่ยาวิเศษ”  ไบเดนกลับลำ ฝึกนักบินให้ยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696407

“F-16 ไม่ใช่ยาวิเศษ”  ไบเดนกลับลำ ฝึกนักบินให้ยูเครน

24 พ.ค. 2566 11:00 น.

“F-16 ไม่ใช่ยาวิเศษ”  ไบเดนกลับลำ ฝึกนักบินให้ยูเครน

  • โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตัดสินใจอนุมัติเรื่องการฝึกฝนนักบินยูเครนขับเครื่องบินรบ F-16 เพื่อรอส่งมอบให้ในอนาคต
  • ไบเดนปฏิเสธเรื่องการส่งเครื่องบินรบให้แก่ยูเครนมาตลอด แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และการเจรจากับชาติพันธมิตรก็ทำให้เรื่องราวมาสู่จุดนี้
  • F-16 เป็นเครื่องบินที่ยูเครนต้องการเพื่อรับมือการโจมตีจากรัสเซีย แต่นักวิเคราะห์หลายคนเตือนว่า เครื่องบินชนิดนี้ไม่ใช่ตัวเปลี่ยนเกม มันมีจุดอ่อนหลายอย่างที่ฝ่ายรัสเซียสามารถฉกฉวยได้

เครื่องบินรบทันสมัยของชาติตะวันตก เช่น F-16 เป็นสิ่งที่ยูเครนต้องการมานาน เพื่อต่อต้านการรุกรานของรัสเซีย พวกเขาร้องขอกับสหรัฐฯ มานานกว่า 1 ปี แต่คำตอบที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน พูดมาตลอดคือ “ไม่” หรือ “ยังไม่ใช่ตอนนี้”

แต่เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้น เมื่อโบเดนบอกกับชาติพันธมิตรว่า เขาสนับสนุนให้พันธมิตรระหว่างประเทศ ฝึกฝนนักบินของยูเครนเพื่อขับเครื่องบินรบ F-16 รวมถึงไฟเขียวให้ชาติพันธมิตรส่งมอบ F-16 ของพวกเขาให้แก่เคียฟได้

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านั้น หลังจากชาติตะวันตกเสร็จสิ้นการส่งยุทโธปกรณ์จำนวนมากที่ยูเครนต้องใช้ในแผนการตอบโต้ครั้งใหญ่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ กลุ่มชาติพันธมิตรจึงเริ่มหันมาสนใจเรื่องการติดอาวุธให้ยูเครนในระยะยาว และขั้นตอนแรกก็คือ ฝึกนักบินให้ขับเครื่องบินขับไล่ยุคปัจจุบันให้ได้ก่อน

ทว่ามีนักวิเคราะห์หลายคนส่งเสียงเตือน ว่าความคาดหวังในเครื่องบิน F-16 นั้นสูงเกินไป มันไม่ใช่ยาวิเศษที่ได้มาแล้วจะแก้ไขทุกอย่าง มันยังมีจุดอ่อนหลายอย่างที่รัสเซียรู้ดีและถูกฉกฉวยไปใช้ได้

ไม่ได้กลับลำครั้งแรก

นี่ไม่ใช่การกลับลำครั้งแรกของสหรัฐฯ เรื่องการให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครน ตอนแรกสหรัฐฯ รวมทั้งพันธมิตรชาติตะวันตกของพวกเขา ต่างคัดค้านเรื่องการส่งอุปกรณ์ขั้นสูงให้ยูเครน ก่อนจะผ่อนท่าทีในไม่กี่เดือนต่อมา เริ่มตั้งแต่ มิสไซล์ต่อต้านอากาศยาน ‘สติงเกอร์’ เมื่อต้นปีก่อน, ระบบป้องกันทางอากาศ ‘แพทริออต’ ในเดือนธันวาคม และรถถัง M1 เอบรามส์ เมื่อเดือนมกราคม

เสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายกล่าวหารัฐบาลไบเดนว่า เตะถ่วงในทุกขั้นตอนการส่งความช่วยเหลือจำเป็นเร่งด่วนให้ยูเครน ทำให้สงครามยืนเยื้อโดยไม่จำเป็น แต่เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ โต้แย้งว่า การทำเช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่ผ่านการคำนวณมาแล้ว เพื่อให้ยุทโธปกรณ์ที่ยูเครนต้องการเข้าสู่สมรภูมิอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ทำให้สถานการณ์บานปลาย

นายแฟรงก์ เคนดอลล์ เลขาธิการกองทัพอากาศสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวในวันจันทร์ (22 พ.ค. 2566) ว่า โครงการฝึกนักบินยูเครนมีการวางแผนเอาไว้แล้ว และจริงอยู่ว่าพวกเขาสามารถเริ่มได้เร็วกว่านี้ แต่มีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า และมีความกังวลจากฝ่ายเดียวกันเอง ว่าจะทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น

ขณะที่นาย เจค ซัลลิแวน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า “ทุกขั้นตอน สหรัฐฯ เล่นบทบาทสำคัญมากในการทำให้แน่ใจว่า ยูเครนจะได้ในสิ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องมี เมื่อจำเป็นต้องใช้ และเราจะทำอย่างนั้นต่อไป”

ช่วงเวลาเหมาะสมแล้ว

เว็บไซต์ข่าว Politico ได้สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ 5 คน โดย 2 คนในนี้อยู่ในกระทรวงกลาโหม เพื่อหาสาเหตุที่ประธานาธิบดี ไบเดน ตัดสินใจกลับลำ อนุญาตฝึกนักบินยูเครน และพบว่า นี่เป็นผลจากความพยายามทางการทูตและการหารือนานหลายสัปดาห์

เจค ซัลลิแวนเริ่มคิดเรื่องการทำให้กองทัพอากาศของยูเครนทันสมัยในระยะยาวมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนแล้ว หลังจากเขาเดินทางเยือนกรุงเคียฟและประเทศโปแลนด์ ขณะที่ในเบื้องหน้า ไบเดนยังคงปฏิเสธเรื่องการส่ง F-16 ของอเมริกันให้ยูเครนต่อไป โดยบอกต่อสาธารณะในเดือนกุมภาพันธ์ว่า ไม่มีความเป็นไปได้ “สำหรับตอนนี้”

ในตอนนั้น รัฐบาลสหรัฐฯ มุ่งเน้นจัดหาสิ่งที่ยูเครนต้องใช้ทันทีอย่างระบบป้องกันทางอากาศ เพื่อต่อต้านการโจมตีด้วยโดรนกับมิสไซล์ของรัสเซีย และกองกำลังรถหุ้มแกราะสำหรับการโจมตีตอบโต้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ไม่ใช่เครื่องบินรบสมัยใหม่ ที่อาจต้องใช้เวลาฝึกฝนนักบินนาน 18-24 เดือน

แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ชาติตะวันตกส่งมอบของเหล่านั้นให้ยูเครนครบหมดแล้ว เรื่องเครื่องบินรบจึงถูกยกขึ้นมาพูดถึงอีกครั้ง อีกปัจจัยคือ ทหารยูเครนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พวกเขาเรียนรู้การใช้อุปกรณ์ที่ซับซ้อนอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว เสร็จสิ้นการฝึกใช้ระบบมิสไซล์ความเคลื่อนไหวสูง และระบบ แพทริออต เร็วกว่าที่สหรัฐฯ คาดไว้มาก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ แอนโทนี บลิงเคน เป็นกำลังหลักในการโน้มน้าวไบเดน ให้ผ่อนคลายนโยบาย F-16 แม้บางส่วนในรัฐบาลสหรัฐฯ, เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพ และรวมถึงตัวประธานาธิบดีเอง จะมีความกังวลเรื่องการโต้กลับจากรัสเซีย หากชาติตะวันตกตัดสินใจมอบ F-16 ให้ยูเครน

แต่บลิงเคนให้เหตุผลว่า จากที่เขาสังเกตความเคลื่อนไหวของรัสเซียตลอดปีที่ผ่านมา พบว่ามอสโกไม่ค่อยตอบโต้รุนแรงมากไปกว่าการใช้คำพูด แม้ว่าชาติตะวันตกจะมอบความช่วยเหลือทางทหารให้แก่ยูเครนมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ตาม เขายังคิดถึงความจำเป็นของยูเครนในระยะยาว เพราะต่อให้รัสเซียจะยอมยุติสงครามนี้ แต่พวกเขาจะยังคงเป็นภัยคุกคามสำหรับยูเครนต่อไป

แผนการ 2 ขั้น ฝึกก่อน-ให้เครื่องบินทีหลัง

ประเด็นเรื่องการส่งเครื่องบินรบให้ยูเครนถูกพูดถึงที่การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมระหว่างประเทศ ที่ฐานทัพอากาศ รามชไตน์ ในเยอรมนี ซึ่งนายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เป็นประธาน โดยที่นั่น รัฐบาลฝั่งเยอรมนีขออนุญาตฝึกนักบินยูเครนขับ F-16 นายออสตินจึงนำเรื่องนี้ไปพูดในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ และได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์ว่า การฝึกนักบินก่อนนั้นสมเหตุสมผล

จากนั้น นายออสตินก็คุยเรื่องนี้โดยตรงกับนายไบเดน ก่อนที่เขาจะไปร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศกลุ่ม G7 ที่ฮิโรชิมา แนะนำให้สหรัฐฯ อนุมัติให้ชาติพันธมิตรฝึกนักบินยูเครน ตามด้วยการส่งเครื่องบินรบ เพราะเขาเชื่อว่า ยูเครนควรมีเครื่องบินรุ่นที่ 4 ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต

แผนการทุกอย่างเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม เมื่อนายซัลลิแวน ไปเยือนกรุงลอนดอนก่อนถึงการประชุม G7 โดยเขากับเจ้าหน้าที่จากสหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส และเยอรมนี ช่วยกันวางรายละเอียดของแผนการ 2 ขั้นตอน เริ่มจากการฝึกนักบิน ตามด้วยส่งเครื่องบินรบ เขายังได้โทรศัพท์คุยกับที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของเนเธอร์แลนด์ กับโปแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่มี F-16 ทั้งคู่ด้วย

จากนั้น ซัลลิแวนก็เดินทางต่อไปยังกรุงเวียนนาของออสเตรีย พบกับนายหวัง หลี่ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน และหลังจากกลับมาถึงกรุงวอชิงตันในวันที่ 11 พ.ค. เขาก็แจ้งกับประธานาธิบดีไบเดนว่า ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากชาติพันธมิตร เรื่องแผนการ 2 ขั้นนี้ ทำให้ไบเดนตัดสินใจบอกกับผู้นำประเทศ G7 เขาจะประกาศสนับสนุนแผนการฝึกนักบินยูเครน ที่การประชุมในวันศุกร์ (19 พ.ค. 2566)

F-16 ไม่ใช่ยาวิเศษ

F-16 เป็นเครื่องบินขับไล่เครื่องยนต์เดียว ถูกผลิตขึ้นมาในช่วงทศวรรษที่ 1970s ในฐานะระบบอาวุธสมรรถภาพสูงและต้นทุนค่อนข้างถูก ทำให้มันถูกใช้กันแพร่หลายทั่วโลก ตามสถิติของ World Air Forces directory ปัจจุบันมี F-16 รุ่นต่างๆ ถูกใช้งานอยู่เกือบ 2,200 เครื่อง

คาดกันว่า F-16 ที่ยูเครนจะได้รับจะเป็นเครื่องรุ่นเก่าแต่ไม่เก่าที่สุด ซึ่งผ่านการอัปเกรดครึ่งชีวิต หรือการพัฒนาอุปกรณ์ไฟฟ้าและซอฟต์แวร์มาแล้ว โดยยูเครนบอกว่าพวกเขาต้องการ F-16 ประมาณ 200 ลำเพื่อรับมือรัสเซีย จำนวนเครื่องบินส่วนเกินในชาติตะวันตก อาจทำให้การส่งมอบเกิดขึ้นได้ทันที แต่จากเครื่องบินชนิดอื่นอย่าง F-35, F/A-18, ราฟาเอลขอฝรั่งเศส หรือกริปเพน ของสวีเดน ที่แม้จะดีกว่า แต่มีจำนวนน้อยจัดหาในทันทีไม่ได้

แต่นักบิน F-16 ของกองทัพสหรัฐฯ นายหนึ่ง บอกกับ ซีเอ็นเอ็น โดยไม่ขอเปิดเผยชื่อว่า ความคาดหวังในเครื่อง F-16 อาจสูงเกินไปหน่อย “คำตอบของคำถามของคุณที่ว่า F-16 กำลังจะเป็นตัวสร้างความแตกต่างใช่หรือไม่? มันไม่ใช่”

สำหรับยูเครน การใช้งาน F-16 มีอุปสรรคหลายอย่างมาก โดยนาย ปีเตอร์ เลย์ตัน อดีตเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศออสเตรเลีย กล่าวว่า นักบินยูเครนอาจฝึกให้สามารถนำเครื่องบินขึ้น บินอยู่กลางอากาศ และลงจอดอย่างปลอดภัยได้ภายใน 3 เดือน แต่การฝึกต่อสู้มันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ

นอกจากนั้นยังมีเรื่องการซ่อมบำรุง รายงานวิจัยของสภาคองเกรส (CRS) ฉบับเดือนมีนาคม ระบุว่า F-16 ต้องการการซ่อมบำรุงมาก บินเพียง 1 ชั่วโมงก็ต้องดูแลนานถึง 16 ชั่วโมงแล้ว ขณะที่การฝึกช่างซ่อมบำรุงต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่านั้นหรือหลายปี ขึ้นอยู่กับระดับความชำนาญงานที่ต้องการ

คำถามใหญ่อีกข้อคือ ยูเครนจะประจำการ F-16 ไว้ที่ไหน? เครื่องบินชนิดนี้ต้องใช้รันเวย์เรียบยาวในการเทคออฟ ทำให้ยูเครนอาจจำเป็นต้องปูพื้นหรือขยายรันเวย์เพิ่ม ซึ่งมีโอกาสสูงที่รัสเซียจะสังเกตเห็น และหากมีลานบินเพียงไม่กี่แห่งที่เหมาะสมแก่การนำ F-16 ขึ้นบิน ที่นั่นก็จะกลายเป็นเป้าหมายการโจมตีของมอสโก

เรื่องอาวุธก็อาจเป็นปัญหา เพราะ F-16 จำเป็นต้องมียุทธภัณฑ์ที่เหมาะสม ในการต่อกรกับเครื่องบินรบหลักของรัสเซียอย่าง Su-25 และ MiG-31 แต่อาวุธตะวันตกสำหรับ F-16 มีราคาแพง เช่นมิสไซล์อากาศสู่อากาศพิสัยกลางขั้นสูง (AMRAAM) ก็มีราคาลูกละ 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว และผลิตได้น้อยเพียง 1 ลูกใน 2 ปีเท่านั้น ซึ่งสหรัฐฯ คงไม่อยากนำอาวุธที่เก็บไว้ออกมา จนทำให้คลังแสงของตัวเองร่อยหรอ

อนุมัติเพื่ออนาคต

นาย แฟรงก์ เคนดอลล์ เลขาธิการกองทัพอากาศสหรัฐฯ กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ย้ำว่า ต้องรออีกหลายเดืออนกว่าที่ยูเครนจะได้รับเครื่อง F-16 จริงๆ และว่า การตัดสินใจอนุมัติโครงการฝึกนักบินยูเครน เป็นส่วนหนึ่งการคำนวนของรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า กองทัพยูเครนในอนาคตไกลจากความขัดแย้งในตอนนี้ จะมีหน้าตาอย่างไร

1 ใน 5 เจ้าหน้าที่ที่ให้สัมภาษณ์กับ Politico ก็เห็นด้วยกับความคิดนี้ โดยกล่าวว่า “ไม่ว่าสงครามนี้จะจบลงอย่างไร จะจบลงเมื่อไร ยูเครนจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกองทัพใหญ่ที่สุดในทวีป และพวกเขาจะมีชายแดนยาวติดต่อกับรัสเซียต่อไป ดังนั้น พวกเขาจำเป็นต้องมีกองทัพอากาศที่ทันสมัยเพื่อการนั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

ขณะที่นายเลย์ตัน กล่าวว่า ยูเครนไม่สามารถหาเครื่องบินมาแทนที่เครื่องบินรบยุคสหภาพโซเวียตของพวกเขา ที่เสียในสงครามนี้ได้ด้วยตัวเองอย่างแน่นอน และเมื่อเวลาผ่านไป กองทัพอากาศของยูเครนจะไม่เหลือขีดความสามารถในการต่อสู้ การตัดสินใจของสหรัฐฯ กับชาติตะวันตกในตอนนี้จึงดูสมควรแก่เวลา





ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : politico , cnn

เจ้าชายแฮร์รี่ แพ้คดีที่เคยยื่นขอสิทธิในการจ้างตำรวจอังกฤษคุ้มครองความปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696379

เจ้าชายแฮร์รี่ แพ้คดีที่เคยยื่นขอสิทธิในการจ้างตำรวจอังกฤษคุ้มครองความปลอดภัย

24 พ.ค. 2566 09:05 น.

เจ้าชายแฮร์รี่ แพ้คดีที่เคยยื่นขอสิทธิในการจ้างตำรวจอังกฤษคุ้มครองความปลอดภัย

เจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกซ์ แพ้คดีที่เคยยื่นขอให้มีสิทธิในการจ่ายเงินเอง เพื่อจ้างตำรวจอังกฤษให้มาคุ้มกันพระองค์และครอบครัว ในช่วงที่เสด็จเยือนอังกฤษ

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2566 สำนักข่าว CNN รายงานว่า ศาลสูงในกรุงลอนดอน ของอังกฤษ ตัดสินว่า เจ้าชายแฮร์รี่ ดยุคแห่งซัสเซกซ์ พระโอรสองค์เล็กในกษัตริย์ชาร์ลส์ ที่ 3 ไม่มีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองอารักขาจากหน่วยงานตำรวจอังกฤษ ในช่วงที่เสด็จเยือนอังกฤษ เนื่องจากทรงไม่ได้เป็นสมาชิกราชวงศ์แล้ว นอกจากนี้ เจ้าชายแฮร์รี่ยังไม่มีสิทธิที่จะจ่ายเงินส่วนพระองค์ในการจ้างให้หน่วยงานตำรวจจัดกำลังเจ้าหน้าที่ไปคุ้มครองพระองค์เช่นเดียวกัน

ก่อนหน้านี้ เจ้าชายแฮร์รี่ทรงยื่นฟ้องให้ศาลทบทวนคำตัดสิน กรณีที่พระองค์ถูกเพิกถอนการอารักขาจากตำรวจ หลังจากที่ทรงตัดสินใจออกจากการเป็นสมาชิกราชวงศ์ โดยผู้พิพากษามองว่า ตำรวจอังกฤษซึ่งได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีด้วยเงินภาษีของประชาชน มีความชำนาญงานในเรื่องของการอารักขาความปลอดภัยให้กับสมาชิกราชวงศ์ ไม่สามารถรับงานดูแลเจ้าชายแฮร์รี่ ในฐานะ บุคคลสำคัญ หรือวีไอพีทั่วไปได้ 

ขณะที่ทางคณะกรรมการบริหารเพื่อการปกป้องสมาชิกราชวงศ์และบุคคลสำคัญ (Executive Committee for the Protection of Royalty and Public Figures -RAVEC) สังกัดกระทรวงมหาดไทย ยื่นเอกสารคำร้องต่อศาลยืนยันว่า เป็นการไม่เหมาะสม หากจะรับเงินจากบุคคลร่ำรวยที่อาจจะ “ซื้อ” การรักษาความปลอดภัยจากตำรวจผู้มีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ โดยระบุว่า การรักษาความปลอดภัยให้กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไม่ได้เป็นประโยชน์ของสาธารณะ ในแง่ของการใช้เงินทุนที่มาจากภาษีของประชาชน  

ทั้งนี้ คดีนี้เป็นหนึ่งในคดีที่อยู่ระหว่างการดำเนินการทางกฎหมาย ที่เจ้าชายแฮร์รี่กำลังดำเนินการฟ้องร้องในอังกฤษ โดยคาดว่าเจ้าชายแฮร์รี่จะเสด็จเยือนกรุงลอนดอนในเดือนหน้า เพื่อให้การในอีกคดีหนึ่งที่ทรงฟ้องร้องเครือหนังสือพิมพ์มิร์เรอร์ดักฟังทางโทรศัพท์ ซึ่งศาลได้เริ่มการพิจารณา เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 สัปดาห์.

น่าห่วง โลกร้อนและมนุษย์ทำให้แหล่งน้ำจืดทั่วโลกลดต่ำลง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2695458

น่าห่วง โลกร้อนและมนุษย์ทำให้แหล่งน้ำจืดทั่วโลกลดต่ำลง

24 พ.ค. 2566 08:00 น.

น่าห่วง โลกร้อนและมนุษย์ทำให้แหล่งน้ำจืดทั่วโลกลดต่ำลง

  • ผลการศึกษาชี้ น้ำในทะเลสาบทั่วโลกลดลงอย่างมหาศาล ต่อเนื่องในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยสำคัญจากสภาพอากาศเปลี่ยน รวมทั้งการอุปโภคและบริโภคของมนุษย์
  • นักวิจัยใช้ข้อมูลของแหล่งน้ำจืด ทั้งทะเลสาบและอ่างเก็บน้ำจากดาวเทียมทั่วโลก ประกอบกับโมเดลสภาพอากาศไฮดรอลิก นับตั้งแต่ 1992 จนถึงปี 2020 เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งมีความน่าเชื่อถือกว่าการเก็บข้อมูลที่ผ่านมา
  • นับว่าการลดลงของแหล่งน้ำจืดที่พบครั้งนี้ เร็วกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์เอาไว้ และทำให้หลายฝ่ายต้องตระหนักถึงความสำคัญในการวางกลยุทธ์บริหารจัดการน้ำอย่างเร่งด่วน

งานวิจัยชิ้นใหม่ที่เผยแพร่ในวารสารวิทยาศาสตร์ “สมาคมอเมริกันเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์” ค้นพบว่า ปริมาณน้ำตามทะเลสาบขนาดใหญ่และอ่างเก็บน้ำกว่าครึ่งหนึ่งของโลกกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องมาจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ทั้งการสร้างเขื่อน การอุปโภคบริโภคน้ำ รวมทั้งสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงและประชากรราว 1 ใน 4 ของโลก จะต้องได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

ข้อสรุปครั้งนี้ ได้มาจากการรวบรวมการวัดค่าจากดาวเทียมทั่วโลก และใช้โมเดลสภาพอากาศและไฮดรอลิก เพื่อตรวจจับระดับน้ำกักเก็บในทะเลสาบและในอ่างเก็บน้ำเกือบ 2,000 แห่งทั่วโลก ตั้งแต่ช่วงปี 1992 จนถึงปี 2020 จนพบว่าปริมาณน้ำราว 53 เปอร์เซ็นต์ ลดลงไปในช่วงกว่า 28 ปีที่ผ่านมา ในอัตราราว 22 กิกะตัน หรือราว 1 พันล้านเมตริกตันต่อปี ซึ่งแทบจะเท่ากับปริมาณการใช้น้ำทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาใน 1 ปี โดยพบการลดลงทั้งในภูมิภาคที่น้ำแล้ง รวมทั้งภูมิภาคที่เผชิญฝนตกหนักและมีน้ำมากเช่นเดียวกัน

ฟางเหยา นักอุทกวิทยาผิวดินแห่งมหาวิทยาลัยโคโลราโด โบลเดอร์ ระบุว่า การลดลงของปริมาณน้ำที่พบนี้ จะส่งผลกระทบต่อประชากรราว 1 ใน 4 ของประชากรโลก และยังมีแนวโน้มว่าจะเป็นแบบนี้มากขึ้นอีก หากยังไม่มีการดำเนินการแก้ไขเรื่องสภาพอากาศเปลี่ยน หรือคุมเข้มการใช้น้ำของมนุษย์ให้มากขึ้น โดย นายเหยา ระบุว่า การศึกษาก่อนหน้านี้ มักจะสรุปว่าพื้นที่ใดที่แห้งแล้งก็จะแล้งมากขึ้น และพื้นที่ใดชุ่มชื้นก็จะมีน้ำมากขึ้น แต่จากการศึกษาล่าสุดนี้ ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่าง เพราะพบว่าแม้ในภูมิภาคที่มีความชุ่มชื้น แต่ด้วยสภาวะอากาศเปลี่ยนและโลกร้อน วัฏจักรของน้ำในสภาพอากาศเช่นนี้ จะไม่ช่วยทำให้มีปริมาณน้ำเพื่อเก็บกักมากขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากการระเหยของน้ำที่เพิ่มขึ้น และการใช้เวลาในการฟื้นตัวจากภัยแล้งที่ยาวนานขึ้น

นอกจากนี้ ยังพบว่าระดับน้ำในทะเลสาบที่ลดระดับลงส่วนใหญ่ มักจะเป็นพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ทั้งในสหรัฐอเมริกา เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง อินเดียตะวันตก จีนตะวันออก ตอนเหนือและตะวันออกของยุโรป ตอนเหนือของแคนาดา ทางใต้ของแอฟริกา พื้นที่ส่วนมากของอเมริกาใต้และโอเชียเนีย ซึ่งรวมถึงออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และปาปัวนิวกินี โดยพื้นที่ที่จะกระทบมากที่สุดจะเป็นทะเลซอลตัน ในแคลิฟอร์เนีย ทะเลสาบเกรตซอลต์ ในรัฐยูทาห์ และทะเลสาบก็อดซาเรห์ ในอัฟกานิสถาน โดยน้ำที่เคยนำมาใช้ได้ตอนนี้ ไม่เหมาะที่จะนำมาดื่มได้อีกแล้ว เพราะมีความเข้มข้นของเกลือสูง และจะส่งผลให้ระบบนิเวศในภูมิภาคได้รับผลกระทบ จนทำให้สัตว์หลากหลายสายพันธุ์ไม่สามารถอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ได้ ขณะที่มนุษย์จะขาดแหล่งน้ำทำการเกษตร และไม่มีน้ำพอใช้สำหรับอุปโภคและบริโภคอีกต่อไป

การศึกษาครั้งนี้ ยังมีการวิเคราะห์ไปถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตามอ่างเก็บน้ำ หรือเขื่อน ซึ่งมนุษย์สร้างขึ้นด้วย โดยพบว่าปริมาณน้ำลดลงอย่างมีนัยสำคัญราว 2 ใน 3 ของปริมาณน้ำทั้งหมด ส่วนใหญ่เกิดจากการตกตะกอนจากเศษหินดินทรายที่ย่อยสลาย หรือพังทลาย ทำให้พื้นที่จุน้ำลดลง โดย นายเหยา ระบุว่า ในอนาคตอ่างเก็บน้ำจะไม่สามารถเป็นแหล่งเก็บน้ำจืดที่พี่งพาได้อีกต่อไป รวมทั้งไม่สามารถจะหวังพึ่งให้เป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานน้ำในระยะยาวได้เช่นกัน

แม้ว่าทะเลสาบทั่วโลกจะคิดเป็นเพียงพื้นที่ราว 3 เปอร์เซ็นต์ของทั้งโลก แต่ทะเลสาบเหล่านี้ ก็เป็นแหล่งน้ำจืดตามธรรมชาติของโลกถึง 87 เปอร์เซ็นต์ การค้นพบในครั้งนี้จึงเป็นการเน้นย้ำความสำคัญของกลยุทธ์ ที่จะนำมาใช้ในการบริหารจัดการแหล่งน้ำผิวดิน รวมถึงการนำการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลกระทบจากการตกตะกอนมาใช้ในการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อให้ผลกระทบที่จะตามมาลดระดับความรุนแรงลงให้มากที่สุด ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : เอบีซีนิวส์วอชิงตันโพสต์เดอะการ์เดียน