หนุ่มโดนจระเข้กัดแขนขาดสยองในสหรัฐฯ ‘มายืนฉี่ริมสระ-ส้วมในผับแถวยาว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696293

หนุ่มโดนจระเข้กัดแขนขาดสยองในสหรัฐฯ 'มายืนฉี่ริมสระ-ส้วมในผับแถวยาว'

23 พ.ค. 2566 19:16 น.

หนุ่มโดนจระเข้กัดแขนขาดสยองในสหรัฐฯ ‘มายืนฉี่ริมสระ-ส้วมในผับแถวยาว’

‘ไอ้เข้เอาแขนไปแล้ว’.. หนุ่มเคราะห์ร้ายในฟลอริดา สหรัฐฯ โดนจระเข้ยักษ์กัดแขนขาดอย่างน่าสยอง ขณะมายืนฉี่อยู่ริมสระใกล้ๆ เพราะส้วมในผับต่อแถวกันยาว


เมื่อ 23 พ.ค. 2566 เดลีเมล รายงานเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กับหนุ่มวัย 24 ปี ชื่อจอร์แดน ริเวอร์ เมื่อถูกจระเข้น้ำเค็ม หรือ อัลลิเกเตอร์ ยักษ์ตัวยาวนับ 10 ฟุต หรือประมาณ 3.3 เมตร พุ่งกัดแขนข้างขวาจนขาดอย่างน่าสยดสยอง ขณะที่เขากำลังยืนปัสสาวะริมสระ หลังผับแห่งหนึ่งในเมืองพอร์ต ชาร์ลอตต์ รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อกลางดึกเข้าสู่เช้าวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น

คนเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ได้ยินเสียงผู้ชายร้องลั่นขอความช่วยเหลือว่า ‘ไอ้เข้เอาแขนไปแล้ว’ หลังจากหนุ่มเคราะห์ร้ายคนนี้ได้ถูกจระเข้ยักษ์กัดแขนข้างขวาขาด และเขาได้ตกลงไปในสระ ขณะที่ผู้คนที่อยู่ในผับเมื่อได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ได้พากันรีบออกมาจากผับเพื่อช่วยทันที และได้ดึงหนุ่มคนนี้ขึ้นมาจากน้ำ พร้อมทั้งยังปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

ภายหลังอาการบาดเจ็บดีขึ้น จอร์แดน ริเวอร์ หนุ่มเคราะห์ร้ายรายนี้ ได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า เขาได้ถูกจระเข้กัดแขนข้างขวาขาด ขณะกำลังไปยืนปัสสาวะอยู่ที่ริมสระใกล้ๆ ผับ เนื่องจากห้องน้ำในผับ มีคนต่อแถวรอคิวเข้าห้องน้ำกันยาว อย่างไรก็ตาม หนุ่มจอร์แดน ริเวอร์ มีจิตใจที่เข้มแข็งมาก บอกว่าถึงแม้เขาจะสูญเสียแขนข้างขวา เพราะถูกจระเข้กัด แต่เขาไม่ได้เสียชีวิต และไม่ใช่วันสิ้นโลก

เกาะกวม เตรียมรับมือซุปเปอร์ไต้ฝุ่น “มาวาร์” พัดเข้าตรงๆ ครั้งแรกในรอบ 21 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696378

เกาะกวม เตรียมรับมือซุปเปอร์ไต้ฝุ่น "มาวาร์" พัดเข้าตรงๆ ครั้งแรกในรอบ 21 ปี

24 พ.ค. 2566 09:04 น.

เกาะกวม เตรียมรับมือซุปเปอร์ไต้ฝุ่น “มาวาร์” พัดเข้าตรงๆ ครั้งแรกในรอบ 21 ปี

ทางการเกาะกวม เตือนประชาชนอพยพเพื่อความปลอดภัย คาดว่าซุปเปอร์ไต้ฝุ่น “มาวาร์” รุนแรงระดับ 4 จะพัดเข้าเกาะตรงๆ ทำให้เกิดฝนตกหนัก เกิดกระแสลมและสตอร์มเซิร์จ

วันที่ 24 พ.ค. 2566 หน่วยงานด้านสภาพอากาศแห่งชาติบนเกาะกวม ดินแดนของสหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ได้ประกาศเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น “มาวาร์” (Mawar) ที่จะพัดเข้าสู่ทางตอนใต้ของเกาะ ในช่วงกลางวันของวันพุธที่ 24 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น คาดว่าอิทธิพลของพายุลูกนี้จะทำให้มีฝนตกหนัก กระแสลมแรง และสตอร์มเซิร์จ หรือคลื่นสูงยกซัดฝั่ง และคลื่นในทะเลที่มีความสูงกว่าปกติประมาณ 2-3 เมตร

หน่วยงานด้านสภาพอากาศฯ ระบุว่า พายุไต้ฝุ่นมาวาร์ มาจากภาษามาเลเซีย แปลว่าดอกกุหลาบ ได้ทวีกำลังรุนแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 4 ด้วยความเร็วลม 241 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

นางลู ลีออง เกอร์เรโม ผู้ว่าการเกาะกวม มีคำสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม โดยระบุว่าพายุลูกนี้อาจพัดตรงเข้าสู่เกาะกวม ซึ่งมีประชากรอยู่อาศัยประมาณ 150,000 คน และพายุอาจเป็นอันตรายอย่างมาก พร้อมระบุว่าขณะนี้ประชาชนเริ่มอพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงหลบพายุที่ทางการจัดเตรียมจนเริ่มเต็มแล้ว เนื่องจากบ้านเรือนของประชาชนส่วนใหญ่สร้างจากวัสดุจำพวกไม้และสังกะสี ไม่ทนต่อพายุกระแสลมแรง

นอกจากนี้มีรายงานว่า เกาะโรตา ซึ่งอยู่ในหมู่เกาะมารีอานาเช่นเดียวกับเกาะกวม ก็ได้มีการประกาศให้ประชาชนเตรียมเฝ้าระวังพายุไต้ฝุ่นลูกนี้เช่นเดียวกัน และในส่วนของเกาะติเนียน กับเกาะไซปาน ที่อยู่ทางตอนเหนือของหมู่เกาะมารีอานา ก็มีคำประกาศเตือนพายุโซนร้อน

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ลงนามในคำประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกาะกวม เพื่อเปิดทางให้กับการทำงานของหน่วยงานช่วยเหลือรัฐบาลกลาง

ด้านเว็บไซต์ข่าว เดอะแปซิฟิก เดลี่ รายงานว่า ประชาชนบนเกาะกวมได้ออกมาจับจ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค และสิ่งของที่จำเป็นกักตุนไว้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม อาหารกระป๋อง และเครื่องปั่นไฟ โดยที่ผ่านมาเกาะกวมจะเจอพายุรุนแรงระดับ 4 หรือ 5 ทุกๆ 5-7 ปี แต่ไม่มีพายุลูกไหนพัดเข้าเกาะกวมโดยตรงนับตั้งแต่ปี 2545.

คาเธ่ย์ แปซิฟิค ออกมาขอโทษ กรณี พนง.เหยียด ผดส.พูดภาษาอังกฤษไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2696215

คาเธ่ย์ แปซิฟิค ออกมาขอโทษ กรณี พนง.เหยียด ผดส.พูดภาษาอังกฤษไม่ได้

23 พ.ค. 2566 15:58 น.

คาเธ่ย์ แปซิฟิค ออกมาขอโทษ กรณี พนง.เหยียด ผดส.พูดภาษาอังกฤษไม่ได้

สายการบิน คาเธ่ย์ แปซิฟิค รีบออกมาขอโทษ หลังเกิดกรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน พูดเหยียดและหัวเราะเยาะผู้โดยสารที่พูดภาษาอังกฤษผิดๆ ถูกๆ

เป็นกระแสร้อนบนโลกออนไลน์ หลังจากที่มีผู้โดยสารรายหนึ่ง โพสต์ข้อความร้องเรียนถึงพฤติกรรมของพนักงานต้อนรับของสายการบิน คาเธ่ย์ แปซิฟิค ที่มีการเหยียดผู้โดยสาร หลังจากที่ผู้โดยสารคนดังกล่าวต้องการขอผ้าห่ม แต่ใช้คำผิด โดยแทนที่จะพูดว่า Blanket ที่แปลว่าผ้าห่ม แต่กลับพูดเป็น Carpet ซึ่งแปลว่าพรมแทน โดยพนักงานต้อนรับคนดังกล่าว พูดด้วยน้ำเสียงขบขันว่า “ถ้าหากคุณพูดคำว่าผ้าห่มในภาษาอังกฤษไม่ได้ คุณก็จะไม่ได้ผ้าห่ม พรมมีอยู่ที่พื้นแล้ว เชิญคุณนอนบนพื้นได้ตามสบาย ถ้าคุณต้องการ”

โดยมีการเผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าวเป็นวงกว้างในโลกออนไลน์ แต่ทางสำนักข่าวรอยเตอร์ ยังไม่สามารถหาต้นตอของคลิปที่ถูกเผยแพร่และถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างในโลกออนไลน์ของจีนได้

ล่าสุด สายการบิน คาเธ่ย์ แปซิฟิค ได้ออกมาขอโทษอย่างจริงใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว โดยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นบนสายการบิน เที่ยวบินที่ CX987 ที่ออกเดินทางจากนครเฉิงตู ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ไปยังฮ่องกง พร้อมระบุว่า ทางสายการบินได้พักงานพนักงานคนดังกล่าวแล้ว และจะมีการสอบสวนเป็นการภายในต่อไป โดยการใช้คำพูดและการกระทำที่ไม่เหมาะสม ถือเป็นการละเมิดกฎของสายการบิน รวมทั้งจรรยาบรรณทางวิชาชีพ ซึ่งจะต้องมีการลงโทษอย่างเหมาะสม หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง.

ที่มา: แชนแนลนิวส์เอเชีย

รองปลัดฯถกGIZร่วมมือไทย-เยอรมัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732692

วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือกับผู้แทนองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit : GIZ) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ TGC-EMC ภาคส่วนพลังงานชีวมวล และหารือความร่วมมือการดำเนินการโครงการร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนเทคโนโลยีและทางเลือกต่างๆ สำหรับกิจกรรมในภาคพลังงาน ขนส่ง และอุตสาหกรรมที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ (Decarbonisation) ได้รับการพัฒนาและสนับสนุนให้นำไปใช้จริง โดยมีข้อเสนอแนะสำหรับการยกระดับกรอบการกำกับดูแล นโยบาย กลไกการตลาด และแผนงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืนอย่างเป็นระบบและนำร่องมาตรการต่างๆ สำหรับการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืนในภาคพลังงาน การขนส่ง และอุตสาหกรรมตามเป้าหมาย Carbon Neutralityได้รับการทดสอบในพื้นที่นำร่องของโครงการฯ กองทุน Thai ClimateInitiative (ThaiCI) จัดตั้งขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของกองทุนสิ่งแวดล้อม เป็นกลไกทางการเงินในการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับภูมิภาคของประเทศไทย สำหรับภาคส่วนพลังงานชีวมวล/ภาคเกษตร มุ่งเน้นการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้เพิ่มเติมของเกษตรกรรายย่อย และลดการปล่อยมลพิษและก๊าซเรือนกระจก (GHGs) จากการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร

ทั้งนี้ GIZ ได้ขอความร่วมมือกระทรวงเกษตรฯ พิจารณาเป็นหน่วยงานประสานงานหลักระดับภาคส่วน (Sectoral Partner) สำหรับโครงการ TGC-EMC ภาคส่วนพลังงานชีวมวล ซึ่งนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ มอบหมายคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศด้านการเกษตร เป็นกลไกหลักในการประสานงานระดับภาคส่วน (Sectoral Partner) ของโครงการดังกล่าว

‘อลงกรณ์’ช่วยชาวประมง เดินหน้าโครงการน้ำมันราคาถูก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732694

วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย ประชุมคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย ครั้งที่ 2/2566พร้อมด้วยคณะกรรมการและผู้แทน โดยมี น.ส.สัมพันธ์ปานจรัตน ผอ.กองนโยบายและแผนฯ กรมประมง เป็นเลขานุการ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือและมีมติรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานภายใต้คำสั่งคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย ประกอบด้วย ผลการดำเนินงานของ 4 คณะอนุกรรมการ และ 2 คณะทำงาน

นายอลงกรณ์กล่าวว่า กรมประมง ได้ช่วยเหลือเกษตรกรชาวประมง โดยมีมติเห็นชอบในหลักการ ร่างโครงการบรรเทาผลกระทบราคาน้ำมันสำหรับเรือประมงพื้นบ้าน มีเป้าหมายเป็นชาวประมงพื้นบ้านที่ใช้เรือขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส ซึ่งจดทะเบียนและได้รับใบอนุญาตใช้เรือจากกรมเจ้าท่า และใช้เครื่องมือทำการประมงถูกต้องตามกฎหมาย 48,380 ราย วงเงินงบประมาณ 366,733,360 บาท มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 10 เดือน หลังจากคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติทั้งนี้ ชาวประมงพื้นบ้านที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิรายละ 1 ลำ และรับการช่วยเหลือค่าน้ำมันราคา 5 บาทต่อลิตร เป็นเงิน 1,255 บาท/เดือน รวม 6 เดือน

นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบการดำเนินงานโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องผู้ประกอบการประมง ในระยะที่ 1 ซึ่งได้สิ้นสุดระยะเวลาโครงการแล้ว โดยอนุมัติสินเชื่อรวม 2,306 ราย วงเงินสินเชื่อรวม 1,188.04 ล้านบาท และระยะที่ 2 ผู้ประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ถึง 21 เมษายน 2566 มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ 608 ราย เรือประมง 740 ลำ วงเงินสินเชื่อ 1,128.92 ล้านบาท ทั้งนี้ ได้แยกตามสินเชื่อ โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีผู้ประกอบการเรือประมงต่ำกว่า 60 ตันกรอส และเข้าร่วมโครงการ 498 ราย เรือ 586 ลำ วงเงินสินเชื่อประมาณ 503.54 ล้านบาท และธนาคารออมสิน มีผู้ประกอบการประมงที่มีเรือประมงตั้งแต่ 60 ตันกรอสขึ้นไปเข้าร่วมโครงการ 110 ราย เรือ 154 ลำ วงเงินสินเชื่อประมาณ 625.38 ล้านบาท

นายอลงกรณ์กล่าวอีกว่า สำหรับการส่งเสริมตลาดส่งออกปลากะพงขาวไปประเทศจีน ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฟื้นฟูฯ ได้หารือร่วมกับเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) เกี่ยวกับการจัดทำพิธีสารการส่งออกผลไม้และสัตว์น้ำไปยังจีน รวมทั้งการประเมินความเสี่ยงการเปิดตลาด การขึ้นทะเบียนโรงงานการส่งออกปลากะพงขาวไปจีน เมื่อจีนยินดีให้เปิดตลาดจะดำเนินการประเมินความเสี่ยง ทำพิธีสารระหว่างสองฝ่ายและขึ้นทะเบียนโรงงาน จึงจะสามารถส่งออกสินค้าได้ ซึ่งกรมประมงอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอน

‘สุรเดช’ร่วมประชุม แนวทางการส่งเสริม ปลูกมันฝรั่งในไทย รับทราบใน3ประเด็น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732695

วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็นประธานการประชุมหารือ เรื่องแนวทางการส่งเสริมการปลูกมันฝรั่งภายในประเทศ โดยมี นายอภัย สุทธิสังข์รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ นายธิติ โลหะปิยะพรรณผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผอ.สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร และผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำนักแผนงานและโครงการพิเศษ สำนักงานเกษตรต่างประเทศ และสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา เข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบในประเด็น ดังนี้ 1.ข้อมูลพื้นฐานการเพาะปลูกมันฝรั่งในประเทศไทยต้นทุนและความคุ้มค่าของการปลูกมันฝรั่งในประเทศไทย โดย สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร 2.การส่งเสริมการปลูกมันฝรั่งในประเทศไทย (พื้นที่ ปริมาณ พันธุ์ ฯลฯ) และข้อจำกัดของการปลูกมันฝรั่ง โดย กรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร และ 3.ข้อมูลการทำเกษตรพันธสัญญาด้านมันฝรั่ง โดย สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา และร่วมกันหารือแนวทางการส่งเสริมการปลูกมันฝรั่งภายในประเทศ

‘อภัย’เน้นลดต้นทุนการผลิต สูตรอาหารสัตว์ช่วยเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/732693

วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรประเด็น “ลดต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ (วัวนม)” ร่วมกับสำนักพัฒนาอาหารสัตว์ กรมปศุสัตว์เพื่อขยายการดำเนินงานไปในพื้นที่จังหวัดภาคใต้

ทั้งนี้ เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและมีรายได้เพิ่มขึ้น จากสูตรอาหารสัตว์ TMR แห้งซึ่งใช้วัตถุดิบหลักเพียง 3 ชนิดได้แก่ หญ้าแห้ง มันเส้น กาก ถั่วเหลือง ทั้งนี้ อาจปรับสูตรตามความเหมาะสมของพื้นที่ได้ ซึ่งเมื่อคำนวณแล้วพบว่า ราคาค่าอาหารถูก ได้กำไรมากขึ้น

Life & Health : เคล็ด (ไม่) ลับในการดูแลผิว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732682

Life & Health : เคล็ด (ไม่) ลับในการดูแลผิว

Life & Health : เคล็ด (ไม่) ลับในการดูแลผิว

วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 07.15 น.

ใครๆ ก็อยากมีผิวสวยสดใส ดูสุขภาพดีแลดูอ่อนเยาว์กว่าวัยทั้งนั้น เพราะนอกจากจะช่วยสร้างเสน่ห์ เสริมความมั่นใจให้กับคุณในทุกองศา ข้อมูลจาก ผศ.ดร.นพ.เทพ เฉลิมชัยเปิดเผย ปัจจัยทำให้ผิวหมองคล้ำ แห้งกร้าน เหี่ยวย่น หรือมีริ้วรอย นับเป็นศัตรูตัวร้ายที่ทำลายผิวพรรณของเราทั้งหลาย ดังนี้

ศัตรูตัวร้ายทำลายผิว

●แสงแดด : ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิว ทำลายคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวแดงไหม้ ผิวคล้ำเสีย แห้งกร้านเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ ผิวมีริ้วรอยเหี่ยวย่นก่อนวัย รวมถึงอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังอีกด้วย

● มลภาวะในอากาศ : ทั้งฝุ่นควัน มลพิษ และฝุ่น PM2.5 ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองผิว กระตุ้นการเกิดสิว ผิวมีผื่นแดงและแพ้ง่าย สูญเสียความชุ่มชื้น รูขุมขนกว้างผิวหมองคล้ำ มีริ้วรอยได้

● อากาศแห้ง : ในฤดูหนาวหรือห้องแอร์จะมีความชื้นต่ำ ทำให้ผิวสูญเสียน้ำ เป็นเหตุให้ผิวขาดความชุ่มชื้น ผิวแตกแห้ง เป็นขุย

● แสงสีฟ้า : แสงจากจอมือถือ คอมพิวเตอร์ และหลอดไฟ จะไปทำลายคอลลาเจนชั้นใต้ผิวทำให้ผิวหน้าบางและหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอขาดความชุ่มชื้น ผิวเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น แก่กว่าวัยเป็นฝ้า กระ และจุดด่างดำ

● ความเครียด : กระตุ้นให้เกิดสิวและยังทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนังถูกทำลาย ผิวจึงหย่อนคล้อย ดูแก่กว่าวัย และยังมีผลต่อระบบต่างๆ ของร่างกายซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพผิวของคุณ

● กาเฟอีน : เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม ทำให้ผิวหนังขาดน้ำ แห้งส่งผลให้เกิดรอยเหี่ยวย่น และผิวขาดความยืดหยุ่น

● บุหรี่ : การสูบบุหรี่ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี คอลลาเจนและอีลาสตินถูกทำลาย ส่งผลให้ผิวแห้งกร้าน ไม่สดใส หน้าแก่กว่าวัยและเกิดริ้วรอย 

ผิวเป็นอวัยวะที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แถมมีปัจจัยต่างๆ เร่งให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้นอีกด้วย ดังนันคุณผู้หญิงทั้งหลายจึงควรดูแลผิว โดยเริ่มบำรุงดูแลผิวตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อปกป้องสุขภาพผิวให้แข็งแรง

ขั้นตอนการใช้สกินแคร์ดูแลผิวหน้า

1.คลีนเซอร์ หรือ สบู่เหลว เจล โฟม เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางออกให้สะอาดหมดจด

2.โทนเนอร์ เพื่อปรับสภาพผิวให้พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไป โดยมีส่วนผสมต่างๆ เช่น กรดไฮยาลูรอนิค กรดซาลิซิลิก กรดแลกติค ฯลฯ เพื่อช่วยให้ความชุ่มชื้นผิวกระจ่างใส หรือลดการเกิดสิว

3.อายครีม บำรุงผิวรอบดวงตาอย่างอ่อนโยน ส่วนมากจะมีส่วนผสมของ นิวโรเปปไทด์กรดไฮยาลูรอนิค แอลฟาไลโพอิกแอซิด สารสกัดจากชาเขียว ฯลฯ เพื่อช่วยลดเลือนริ้วรอย พร้อมบำรุงผิวรอบดวงตาให้ชุ่มชื้น

4.เอสเซนส์หรือโลชั่น มีเนื้อบางเบาและเหลวแบบน้ำ ซึมเข้าผิวได้ดีที่สุด มีส่วนผสมของไฮยาลูรอน กรดไกลโคลิค วิตามินบี 3หรือไนอะซินาไมด์ ฯลฯ ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิวหน้าให้แข็งแรงพร้อมเติมความชุ่มชื่น

5.เซรั่ม มีความเข้มข้นสูง อุดมด้วยสารต่างๆ เช่น วิตามินซี เปปไทด์ AHA ที่ตัวช่วยฟื้นบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึก

6.มอยเจอร์ไรเซอร์ มีเนื้อข้นที่สุดช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว มีส่วนผสมสำคัญต่างๆ เช่น เซราไมด์ กลีเซอรีน คอลลาเจน กรดซาลิซิลิก ฯลฯ

7.ครีมกันแดด ควรมีค่า SPF 30 PA+++ ขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ในตอนกลางวัน เพื่อป้องกันผิวจากรังสี UV ตัวการร้ายทำลายผิว

เคล็ดลับผิวสวยเป๊ะปัง

● ผิวสวยด้วยอาหาร เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักสด ผลไม้ ซึ่งมีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยบำรุง ซ่อมแซม ต้านความเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง และช่วยระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น

● หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้ผิวเสื่อมสภาพ เช่น แสงแดด ความเครียด การอดนอน หรือการสูบบุหรี่ เป็นต้น

● ดื่มน้ำบ่อยๆ โดยเฉพาะน้ำเปล่าอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว กำจัดสารพิษและของเสียออกทางเหงื่อ

● การพักผ่อนให้เต็มอิ่ม ควรนอนหลับวันละ 7-8 ชั่วโมง เพื่อให้ผิวได้ซ่อมแซม ฟื้นฟู สร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาแทนที่เซลล์เก่า ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ลดเลือนริ้วรอยให้ผิว

● ฟิตทุกวันด้วยการออกกำลังกาย ช่วยให้เลือดลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงผิวหนังมากขึ้น ขับสารพิษและสิ่งอุดตันในรูขุมขนใต้ผิวหนังออกมา และช่วยคลายความเครียดได้ดี

● บำรุงทุกวัน เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างถูกวิธี เพื่อสร้างเกราะป้องกัน เพิ่มความชุ่มชื้นและช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี พร้อมปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 PA+++ เป็นประจำ

สำหรับผู้มีที่ต้องการช่วยเหลือนักศึกษาพิการจำนวน 165 คน ข้อมูลจาก นายคำพันธุ์ ราชดา ผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เปิดเผยว่า วิทยาลัยเทคโนโลยี พระมหาไถ่ พัทยา สถานศึกษาเพื่อคนพิการ เดือดร้อนหนักได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจของโลกและของประเทศที่ตกต่ำในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา เผยยอดบริจาคลดน้อยลงอย่างต่อเนื่องกระทบหนักถึงคนพิการ ดังนั้น วิทยาลัยฯ พระมหาไถ่ พัทยา จึงเปิดโครงการ “365 วันทำความดี เพื่อคนพิการสู่การเป็นผู้ให้ที่มีความสุข” เพื่อเชิญชวนสถานประกอบการร่วมจัดกิจกรรมส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เพื่อต่อลมหายใจให้คนพิการ ด้วยการมอบสิ่งของ ทุนอาหาร ทุนการศึกษาแก่นักเรียน และนักศึกษาคนพิการ ให้อิ่มท้อง 3 มื้อ ได้เรียนหนังสือ ฝึกทักษะชีวิต มีอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน พร้อมเชิญชวนพี่น้องทั่วประเทศเยี่ยมชมให้กำลังใจกับน้องๆ ผู้พิการที่ศึกษาอยู่ในวิทยาลัยเทคโนโลยี พระมหาไถ่ พัทยา และบริจาคได้ที่ เลขที่บัญชี 3424736274 ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ออมทรัพย์ โดยใบเสร็จสามารถหักภาษีได้

นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล

ร่วมบรรยายพิเศษให้ศัลยแพทย์จากทั่วโลก

ลดน้ำหนักให้ได้ผลดี ต้องเบิร์นให้ถูกวิธี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732681

ลดน้ำหนักให้ได้ผลดี ต้องเบิร์นให้ถูกวิธี

ลดน้ำหนักให้ได้ผลดี ต้องเบิร์นให้ถูกวิธี

วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 07.00 น.

พฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราในทุกวันนี้ ล้วนเป็นสาเหตุของการเกิดโรคยอดนิยม “โรคอ้วน” ไม่ว่าจะเป็นปริมาณน้ำตาลที่สูงมากที่แทรกอยู่ในเมนูโปรดทั้งหลาย การรับประทานอาหารประเภททอด และอาหารที่มีส่วนผสมของไขมันสูง การทานอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ด การทานอาหารว่างและของขบเคี้ยวในระหว่างวัน แม้แต่การทานอาหารเย็นที่ค่อนข้างดึก และทานในปริมาณที่มากเกินกว่าการเผาผลาญของร่างกาย ที่สำคัญ เวลาที่หายไปกับการทำงานและการเดินทาง ทำให้เรามีเวลาที่จะออกกำลัง เผาผลาญไขมันส่วนเกินเหล่านี้น้อยลงไปอีก

ไลฟ์เซ็นเตอร์บล็อก (https://lifecenterthailand.wordpress.com) มีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการออกกำลังกายที่ใช้เวลาไม่นาน แต่ให้ผลในด้านการเบิร์นได้เป็นอย่างดี พร้อมสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกาย

HIIT (High Intensity Interval Training) คือการแบ่งช่วงการออกกำลังกายออกเป็นช่วงสั้นๆ สลับกันระหว่างการออกกำลังกายในระดับความเร็วสูงสุด และการออกกำลังกายในระดับความเร็วปานกลาง โดยจะทำสลับกันเป็นเซต ข้อดีของการออกกำลังกายในลักษณะนี้ นอกเหนือจากการได้กระตุ้นการทำงานของหัวใจให้ได้ทำงาน และแข็งแรงขึ้นแล้ว ยังเป็นการเผาผลาญพลังงานที่ให้ผลลัพธ์เต็มที่ภายในระยะเวลาที่สั้นลง การออกกำลังกายในแบบ HIIT สามารถใช้ได้กับเครื่องออกกำลังกายประเภทคาร์ดิโอ ทุกประเภทที่มีอยู่ในฟิตเนส และยังสามารถทำได้ด้วยการออกกำลังกายประเภทอื่นๆ เช่น การวิ่ง อีกด้วย

หลักการออกกำลังกายแบบ HIIT เริ่มต้นด้วยการ stretching การ warm up คือการยืดกล้ามเนื้อและเตรียมความพร้อมของร่างกาย จากนั้น เริ่มออกกำลังในระดับความเร็วปานกลาง เป็นระยะเวลาประมาณ 30 วินาที ถึง 1 นาที เร่งจังหวะการออกกำลังกาย ไปสู่ความเร็วสูงสุดที่สามารถทำได้ เป็นระยะเวลาประมาณ 30 วินาที ถึง 1 นาที ทั้งหมดนี้นับเป็นหนึ่งเซต ให้ทำต่อเนื่อง สลับกันไปจนครบ 10-15 เซต จากนั้น แนะนำให้ออกกำลังประเภท free weight ต่ออีก 5-10 นาที เป็นอย่างน้อยรับประกันว่าได้เผาผลาญพลังงานกันอย่างเต็มที่

นอกจากการออกกำลังกายแบบ HIIT ที่นำมาฝากกันแล้ว อยากจะให้ลองมาทำความเข้าใจว่าร่างกายของเราทำงานกันอย่างไร เบิร์นเสร็จแล้ว จะได้ได้ผลตามที่ตั้งใจกันไว้

การออกกำลังกายในช่วง 15 นาทีแรก ร่างกายจะดึงเอาแหล่งพลังงานหลัก หรือน้ำตาลจากตับ มาใช้ก่อน ส่วนนี้ ยังไม่ได้ช่วยลดน้ำหนัก หรือเผาผลาญพลังงานส่วนเกินแต่อย่างใด เพราะเป็นพลังงานที่ร่างกายมีไว้สำหรับกิจกรรมประจำวันอยู่แล้ว

การออกกำลังกายใน 15 นาทีต่อมา เมื่อร่างกายรู้สึกว่าต้องการพลังงานเพิ่มเติม ก็จะดึงเอาพลังงานในส่วนที่สอง คือแป้ง โดยเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของน้ำตาลเพื่อนำมาใช้ โดยยังไม่ได้ดึงเอาไขมันสะสมมาใช้เลย

จนหลังจาก 30 นาทีผ่านไป ร่างกายจึงจะเริ่มดึงเอาไขมันที่สะสมไว้มาใช้งาน เป็นจุดเริ่มต้นของการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ที่เราเรียกว่า Burn นั่นเอง

สรุปสั้นๆ คือ การออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันส่วนเกิน จำเป็นต้องทำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 30 นาทีขึ้นไป และร่างกายของเราจะยังคงใช้พลังงานต่อไปอีกหลังจากการออกกำลัง โดยใช้เพื่อสร้างกรดบางชนิด สังเกตว่าเราจะยังคงมีเหงื่อออก และมีอุณหภูมิร่างกายที่สูงอยู่อีกสักระยะหนึ่ง ในช่วงหลังการออกกำลังกาย จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน ทานขนม หรือน้ำตาลทุกประเภท เพราะจะทำให้ร่างกายรับรู้ว่ามีแหล่งพลังงานหลักให้ดึงกลับมาใช้อีก และเลิกดึงเอาไขมันส่วนเกินมาเผาผลาญ

อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายสม่ำเสมอ เป็นประจำ จะเป็นผลดีต่อสุขภาพมากกว่าการออกกำลังกายหนักๆ แต่ขาดความสม่ำเสมอ

‘Meraki Japan Craft Fair’ เอาใจคนรักงานคราฟต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732654

‘Meraki Japan Craft Fair’ เอาใจคนรักงานคราฟต์

‘Meraki Japan Craft Fair’ เอาใจคนรักงานคราฟต์

วันพุธ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สยาม ทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้ ณ ไอคอนสยามร่วมกับ MERAKI JAPAN (เมรากิ เจแปน) จัดงาน “Meraki Japan Craft Fair” งานคราฟต์แฟร์ ที่คนรักญี่ปุ่นต้องไม่พลาด พบกับผ้าญี่ปุ่นนำเข้าคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด อุปกรณ์ตัดเย็บ และของแต่งบ้านคุณภาพ Premium Made In Japan ลวดลายสุดน่ารักที่อิมพอร์ตมาให้เลือกช้อปกันมากมาย

พบกับลายผ้าสุดพิเศษที่ออกแบบโดย ยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล ศิลปินนักวาดภาพประกอบไทยชื่อดังที่สร้างชื่อเสียงระดับโลก พร้อมสนุกเพลิดเพลินไปกับการประดิษฐ์ในกิจกรรม DIY เวิร์กช็อป อาทิ กิจกรรมประดิษฐ์กระเป๋าผ้าฟุโรชิกิ,ชุดตุ๊กตา, กระเป๋ามุก, เครื่องประดับ และคอร์สประดิษฐ์กระเป๋า POMPOM โดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงเรียนบุนกะแฟชั่น สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 02-0117500 หรือ Facebook : Siam Takashimaya

ยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล ศิลปิน และผู้บริหาร
สยาม ทาคาชิมายะ

ยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล ศิลปิน และผู้บริหาร สยาม ทาคาชิมายะ