‘บิวตี้ เจมส์’ สปริง/ซัมเมอร์ 2023 เผยโฉมอัญมณีสุดเลอค่า เติมเต็มความร่าเริงสดใสผ่านกลิ่นหอมของมวลดอกไม้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732424

‘บิวตี้ เจมส์’ สปริง/ซัมเมอร์ 2023 เผยโฉมอัญมณีสุดเลอค่า เติมเต็มความร่าเริงสดใสผ่านกลิ่นหอมของมวลดอกไม้

‘บิวตี้ เจมส์’ สปริง/ซัมเมอร์ 2023 เผยโฉมอัญมณีสุดเลอค่า เติมเต็มความร่าเริงสดใสผ่านกลิ่นหอมของมวลดอกไม้

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สุริยน ศรีอรทัยกุล และภรรยา เมก้า

“บิวตี้ เจมส์” แบรนด์เครื่องประดับอัญมณีเบอร์ 1 สัญชาติไทย โดย สุริยน ศรีอรทัยกุล กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท บิวตี้ เจมส์ เนรมิตงาน BEAUTY GEMS SPRING/SUMMER COLLECTION 2023 อวดโฉมความสดใสของอัญมณีกับความสวยงามของซัมเมอร์นี้ พร้อมจัดเต็มแฟชั่นโชว์คอลเลคชั่นล่าสุดบนรันเวย์ของ ดิ อีเว้นท์ ฮอลล์ ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชิดลม มาให้ชมแบบจุใจและเป็นครั้งแรกของเครื่องสำอางแบรนด์ดังระดับโลก Sisley (ซิสเล่ย์) นำน้ำหอมคอลเลคชั่น LES EAUX RÊVÉES (เล โซ เรเว่) กับ 6 กลิ่นใหม่ ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัว เอ็กซ์คลูซีฟเพื่อสาวก บิวตี้ เจมส์ได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ความหอมสดชื่นแบบซัมเมอร์เพื่องานนี้โดยเฉพาะ ส่วนบรรยากาศของงานเต็มไปด้วยสีสันของช่วงซัมเมอร์ ประดับตกแต่งพื้นที่ด้วยมวลดอกไม้ใบไม้ในโทน สีเหลืองสีแดง สีส้ม สีเขียว สีชมพูและสีฟ้าที่ให้ความรู้สึกคิดถึงชายหาดและทะเล รวมถึง นกฟลามิงโก้ เพื่อให้เหล่าเซเลเบริตี้แฟนคลับของแบรนด์ที่มาร่วมงานได้อิ่มเอมกับความสุข และความสดใสของช่วงซัมเมอร์

สุริยน ศรีอรทัยกุล เล่าถึงการจัดงานว่า คอลเลคชั่นนี้มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “ความสวยงามของสีสันแห่งฤดูกาล” ที่มีความเปลี่ยนแปลงหลากหลายรูปแบบ อาทิ ฤดูร้อนที่ทำให้นึกถึงความสดใส ฤดูใบไม้ผลิที่กำลังเปลี่ยนเป็นฤดูร้อนทำให้นึกถึงคนรัก หรือฤดูกาลที่เปลี่ยนไปทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ และความสวยงามของธรรมชาติในแต่ละช่วงฤดูนั้นๆ โดยมีอัญมณีเซตไฮไลต์ของงานคือ PHELOMENA (เฟ-โล-มี-นา) ประกอบไปด้วย สร้อยคอ ต่างหูและแหวนพลอยมรกตประดับเพชร PHELOMENA ในภาษากรีกหมายถึงคนที่รักความเข้มแข็ง โดยนำมาเปรียบกับความเข้มแข็งและอดทนของผึ้งที่ต่างมุ่งมั่นไม่ย่อท้ออุปสรรคใดๆ ลวดลายและความงดงามของเพชรและมรกตเป็นดั่งอาณาจักรที่เหล่าผึ้งช่วยกันสร้างขึ้นเพื่อโอบอุ้มและปกป้องตัวของมันจากอันตรายภายนอก แม้ว่าภายนอกอาณาจักรจะมีการผลัดเปลี่ยนของฤดูกาลไปอีกสักกี่ครั้ง ก็ไม่เคยทำให้เหล่าผึ้งย่อท้อกลับยิ่งสร้างความเข้มแข็งให้เหล่าผึ้งสามารถยืนหยัดและสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ได้เสมอ

ดังนั้นได้นำผึ้งซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ บิวตี้ เจมส์ มารังสรรค์เป็นเครื่องประดับในเซตนี้ เพื่อเพิ่มความหรูหราให้หญิงสาวดูสง่างาม ประกอบไปด้วย พลอยมรกต น้ำหนักรวม 168.32 กะรัต เพชร น้ำหนักรวม 44.53 กะรัต และ ทอง 18K White Gold น้ำหนักรวม 280.43 กรัมร่วมสัมผัสประสบการณ์อันเลอค่าผ่านการรังสรรค์ผลงานสุดประณีตของอัญมณีไทยในงานได้ตั้งแต่วันนี้- 30 พฤษภาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ที่ The Event Hall ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลชิดลม

รุจิตร สุธนะเสรีพร

รุจิตร สุธนะเสรีพร

จรินทร์ สุมานนท์

จรินทร์ สุมานนท์

อนันดา-สุณี หวังวณิชกุล

อนันดา-สุณี หวังวณิชกุล

เบญจวรรณ บวรวิศิษฎ์กุล,วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ

เบญจวรรณ บวรวิศิษฎ์กุล,วราวุธ เลาหพงศ์ชนะ

มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง สวมใส่อัญมณี
เซตไฮไลต์ของงาน เฟ-โล-มี-นา

มิ้นต์-ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง สวมใส่อัญมณี เซตไฮไลต์ของงาน เฟ-โล-มี-นา

แฟชั่นโชว์ BEAUTY GEMS SPRING/SUMMER COLLECTION 2023

แฟชั่นโชว์ BEAUTY GEMS SPRING/SUMMER COLLECTION 2023

เซ็นทรัล ทำ รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต ส่งต่อแล้ว 200 ล้านซีซี ช่วยต่อลมหายใจ 1.5 ล้านคน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732407

เซ็นทรัล ทำ รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต ส่งต่อแล้ว 200 ล้านซีซี ช่วยต่อลมหายใจ 1.5 ล้านคน

เซ็นทรัล ทำ รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต ส่งต่อแล้ว 200 ล้านซีซี ช่วยต่อลมหายใจ 1.5 ล้านคน

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัล นำทีมบริจาคโลหิต

กลุ่มเซ็นทรัล ตระหนักและให้ความสำคัญต่อวิกฤตการณ์ขาดแคลนเลือดเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นตลอดระยะเวลากว่า 37 ปี กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ จึงร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และภาคีเครือข่ายในแต่ละจังหวัด เปิดหน่วยรับบริจาคโลหิตมากกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ ทั้งหน่วยบริการแบบเคลื่อนที่ และหน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) อีกทั้งยังจัดทำโครงการเพื่อให้พนักงานและประชาชนมีส่วนร่วมในการทำประโยชน์เพื่อสังคม โดยการบริจาคโลหิตมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจุดยืนความเป็นผู้นำแห่งการสร้างคุณค่าร่วมกันในสังคมด้วยการเป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้าแห่งแรกที่ให้การสนับสนุนพื้นที่รับบริจาคโลหิตมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ซึ่งมีการส่งมอบโลหิตไปแล้วรวมกว่า 200 ล้านซีซี ให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย, สาธารณสุขจังหวัด, โรงพยาบาลประจำจังหวัด, เหล่ากาชาดจังหวัด และหน่วยงานโรงพยาบาล ที่ร้องขอเร่งด่วน และสำหรับในปี 2566 นี้ กลุ่มเซ็นทรัลตั้งเป้าการรับบริจาคโลหิต 15 ล้านซีซีภายใต้โครงการ “Central ThamGive Blood Give Love-รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต” พร้อมขยายวัน-เวลาให้บริการ ตลอดจนเพิ่มจุดบริการหน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่และหน่วยบริการเคลื่อนที่

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลเล็งเห็นถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิตถือเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ เพื่อต่อชีวิตให้กับผู้อื่น โดยการบริจาคเลือดปกติ 1 ครั้ง สามารถช่วยต่อชีวิตให้กับผู้ป่วยได้ถึง 3 คน ซึ่งในช่วงเทศกาลต่างๆ ที่มีอัตราเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุเป็นจำนวนมาก หรือโรคร้ายแรง ปริมาณโลหิตมักขาดแคลนอยู่บ่อยครั้งเราจึงขอเชิญชวนเพื่อนพนักงานและประชาชนทั่วไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อความช่วยเหลือ ต่อลมหายใจของคนไทยทั้งประเทศนับเป็นอีกหนึ่งพันธกิจภายใต้โครงการ “เซ็นทรัล ทำ” ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ โครงการเพื่อความยั่งยืนในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ โดยได้ร่วมมือกับบริษัทในเครือในการจัดตั้งหน่วยรับบริจาคโลหิตตลอดทั้งปีทั่วประเทศ ซึ่งนับตั้งแต่ริเริ่มโครงการจนถึงปัจจุบันสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยทั่วประเทศได้กว่า 1.5 ล้านคน

และจากการสร้างความสัมพันธ์กับพนักงาน ส่งผลให้ พนักงานอาสากลุ่มเซ็นทรัล ได้สร้างปรากฏการณ์ให้กับการบริจาคโลหิตให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ได้แก่

-การบริจาคสเต็มเซลล์ เพื่อใช้รักษาโรคทางโลหิตให้หายขาดได้ซึ่งการจับคู่สเต็มเซลล์ของผู้บริจาคและผู้รอรับบริจาคที่เข้ากันได้ถือว่ายากมากโดยเมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา ได้เกิดคู่แท้สเต็มเซลล์ครั้งแรกของพนักงานอาสากลุ่มเซ็นทรัล จาก ดร.เมธประจักษ์เติมกิจขจรสุข ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารภายในองค์กร บริษัท เซ็นทรัลรีเทลคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หนึ่งในพนักงานกลุ่มเซ็นทรัลผู้ที่บริจาคสเต็มเซลล์ ซึ่งประสบความสำเร็จในการจับคู่ผู้รับบริจาคได้ตรงกัน เป็นที่เคสหายากเพราะมีอัตราส่วนเพียง1 ใน 5 หมื่นคนเท่านั้น

-การบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องและยาวนานของพนักงานอาสากลุ่มเซ็นทรัล โดยได้จัดให้มีพิธีมอบประกาศนียบัตรให้กับพนักงานที่ร่วมกันบริจาคโลหิต โดยคุณสมชาย จงเลขา พนักงานจาก บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)สามารถสร้างสถิติบริจาคโลหิตต่อเนื่องยาวนานกว่า 200 ครั้ง รวมทั้ง ยังมีพนักงานอาสากว่า 100 คน ที่ร่วมบริจาคโลหิต ไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง

ดังนั้นเนื่องในวันกาชาดสากล (World Red Cross and Red Crescent Day) ประจำปี 2566 กลุ่มเซ็นทรัลขอเชิญชวนเพื่อนพนักงานและประชาชนทุกท่าน รวมพลังร่วมบริจาคโลหิตเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย 15,000,000 ล้านซีซีในปี 2566 ในโครงการ “Central Tham Give Blood Give Love- รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต”โดยจะขยายจุดรับบริจาคเคลื่อนที่เพิ่มเป็น 77 จุด ควบคู่ไปกับการรณรงค์เชิญชวนให้ประชาชนทราบถึงจุดรับบริการบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ และความสะดวกสบายในการเดินทางมาบริจาคโลหิตกับหน่วยบริการภายในศูนย์การค้าเครือกลุ่มเซ็นทรัลเพื่อให้มีโลหิตสำรองในคลังเพียงพอสำหรับรองรับการขาดแคลนโลหิตในอนาคตต่อไป

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมบริจาคโลหิตไปกับหน่วยบริการเคลื่อนที่ภายในศูนย์การค้าเครือกลุ่มเซ็นทรัล สามารถติดตามข้อมูลตารางหน่วยรับบริจาคได้ที่ Facebook CENTRAL GROUP หรือ Facebook CENTRAL Tham

กสอ.จัดงานใหญ่ยกระดับสินค้าชุมชน ‘DIPROM SMART MARKET’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732415

กสอ.จัดงานใหญ่ยกระดับสินค้าชุมชน ‘DIPROM SMART MARKET’

กสอ.จัดงานใหญ่ยกระดับสินค้าชุมชน ‘DIPROM SMART MARKET’

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กสอ. โดย กองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน นำโดย ชิ้นชัย จงสุขไกล จัดงาน DIPROM Smart Market

ปิดฉากลงพร้อมกับการตอบรับอย่างกว้างขวาง สำหรับงาน DIPROM Smart Market กิจกรรมการส่งเสริมการตลาดวิถีใหม่ด้วยกลไก Smart Marketing ภายใต้โครงการยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชน ด้วยการยกระดับสินค้าชุมชนนำเสนอสู่สาธารณะ ในงานมีการจำหน่ายสินค้าจากผู้ผลิตและผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชนจากทั่วประเทศกว่า 50 ร้านค้า กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ และเวทีการเสวนาให้ความรู้ในหัวข้อ “ปรับตัวอย่างไร…ให้มีชัย ด้วยกลไก Smart Marketing” ที่ ชั้น 1 โซน B ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี โดยมี นายวัชรุน จุ้ยจำลอง รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน นายชิ้นชัย จงสุขไกลรักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชนกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวรายงาน พร้อมเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และประชาชนทั่วไป ร่วมงานคับคั่งตลอดการจัดงาน จัดโดย กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) โดยกองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน

นายวัชรุน จุ้ยจำลอง รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า งานนี้จัดขึ้นโดย กองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน ภายใต้การบริหารของ นายใบน้อย สุวรรณชาตรี อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ซึ่งได้กำหนดให้มีการจัดกิจกรรมการส่งเสริมการตลาดวิถีใหม่ด้วยกลไก Smart Marketing ภายใต้โครงการยกระดับธุรกิจอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 เพื่อเป็นการส่งเสริมการตลาดวิถีใหม่ ด้วยการยกระดับสินค้าชุมชน เพื่อสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ได้กำหนดวิสัยทัศน์ “ประเทศไทย มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผลการพัฒนาดังกล่าว ต้องแลกด้วยความเสื่อมโทรมของทรัพยากรและการลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพ เกิดของเหลือทิ้งที่สร้างมลพิษ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาสุขภาพ จึงต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อแก้ปัญหา ยิ่งไปกว่านั้นการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย อยู่ในลักษณะทำมากได้น้อย

“ทั้งนี้ เนื่องจากไม่สามารถสร้างมูลค่าให้กับทรัพยากรได้เต็มศักยภาพ จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ส่งเสริมและพัฒนาให้ประเทศไทย เป็นเจ้าของสินค้าและบริการมูลค่าสูง นำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อความเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน กระจายรายได้ โอกาส และความมั่งคั่งแบบทั่วถึง เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสอดรับกับหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) โดยใช้โมเดลเศรษฐกิจ BCG บูรณาการการพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ใช้องค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตั้งแต่ภาคเกษตรที่เป็นต้นน้ำ จนถึงภาคการผลิตและบริการ สร้างภูมิคุ้มกัน พึ่งพาตนเอง และเพิ่มสมรรถนะในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว”

กสอ. โดย กองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน ได้ดำเนินการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566ซึ่งได้มีการนำหลักของ BCG เกี่ยวกับการอนุรักษ์ การบริหารจัดการ กระบวนการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม มาปรับใช้ในการพัฒนา โดยนำทรัพยากรในท้องถิ่น เทคโนโลยี นวัตกรรมมาประยุกต์ในการพัฒนาเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่ต้องการของตลาด อย่างไรก็ดี ในสถานการณ์ของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงไปมาก พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน จึงใช้โอกาสนี้ในการสร้างมาตรฐานใหม่ ซึ่งเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งและความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้มีความยั่งยืนต่อไปในอนาคต”

บรรยากาศภายในงานมีการจำหน่ายสินค้าจากผู้ผลิตและผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชนจากทั่วประเทศกว่า 50 ร้านค้า กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ และเวทีการเสวนาให้ความรู้ในหัวข้อ “ปรับตัวอย่างไร…ให้มีชัย ด้วยกลไก Smart Marketing”โดย นายวัชรุน จุ้ยจำลอง รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม, นายสุฤกษ์ ศิลปอนันต์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทรา, นางสาวธีรดา ศิริพันธุ์ ผู้อำนวยการด้านกลยุทธ์การตลาด ท็อปส์ ท้องถิ่น บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด,นายเตช เตชะพัฒน์สิริผู้บริหาร บจก.ไตรภพ โซลูชั่น ผู้เชี่ยวชาญการตลาดสมัยใหม่, นายอาคม วงดิสกุล Business Development Manager โดยมี นายอรรณพ กิตติกุล เป็นพิธีกรและดำเนินการเสวนา และมี นางสาวนารีรัช อุทัยแสงสกุล ประธานแหล่งท่องเที่ยวชุมชนโอท็อปนวัตวิถี ตลาดหัวปลีจังหวัดสระบุรี มาร่วมคัดสรรผู้ประกอบการ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมทั้งยังมีกิจกรรม “Like & Share”เช็คอิน เช็คใจ มินิคอนเสิร์ต จากศิลปินชื่อดัง อาทิ วิน วาทิตโสภา, สมาร์ท ชิษณุพงศ์, ผักกาด ชนิตย์ตา, โฟกัส จิรภัทร และกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

วัชรุน จุ้ยจำลอง รองอธิบดี กสอ. ประธานเปิดงาน

วัชรุน จุ้ยจำลอง รองอธิบดี กสอ. ประธานเปิดงาน

ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่นำมาจำหน่ายในงาน

ผลิตภัณฑ์ชุมชนที่นำมาจำหน่ายในงาน

เสวนาความรู้หัวข้อ “ปรับตัวอย่างไร...ให้มีชัย ด้วยกลไก Smart Marketing”

เสวนาความรู้หัวข้อ “ปรับตัวอย่างไร…ให้มีชัย ด้วยกลไก Smart Marketing”

‘Wellness on Holiday’ สุขภาพที่ดีในวันหยุดพักผ่อนเกิดขึ้นได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732417

‘Wellness on Holiday’ สุขภาพที่ดีในวันหยุดพักผ่อนเกิดขึ้นได้

‘Wellness on Holiday’ สุขภาพที่ดีในวันหยุดพักผ่อนเกิดขึ้นได้

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

BDMS Wellness Clinic Retreat ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกัน ร่วมกับโรงแรม Celes Samui จัดกิจกรรม Wellness on Holiday ให้ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพในช่วงวันหยุดพักผ่อนหน้าร้อน โดยมี อาริญา ปราสาททองโอสถ ประธานผู้บริหารโรงแรมเซเลส สมุย เป็นประธานเปิดงานศาสตราจารย์ นายแพทย์จีรี ดโวชัค ที่ปรึกษาฝ่ายบริหารคลินิกสร้างเสริมและฟื้นฟูระบบกล้ามเนื้อและกระดูก BDMS Wellness Clinic Retreat และอดีตประธานเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ของ FIFA มาให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพในช่วงหน้าร้อน และ ดร.พญ.อติยา รุ่งแจ้งผู้ช่วยผู้อำนวยการคลินิกรอยัลไลฟ์ เวลเนส คลินิก กรุงเทพ มาแนะนำเคล็ดลับการดูแลผิวในช่วงหน้าร้อน

ศาสตราจารย์ นายแพทย์จีรี ดโวชัค ที่ปรึกษาฝ่ายบริหารคลินิกสร้างเสริมและฟื้นฟูระบบกล้ามเนื้อและกระดูก BDMS Wellness Clinic Retreat กล่าวว่า วันหยุดพักผ่อนสามารถเป็นทั้งช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนและผ่อนคลายและเป็นช่วงที่เราสามารถดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเราได้อีกด้วย จึงเป็นที่มาของ Wellness on Holiday หรือวันหยุดพักผ่อนเพื่อส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำกิจกรรมต่างๆ การรับประทานอาหารที่สมดุล การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และการฝึกเทคนิคการผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิและการนวด โดยที่ทุกคนสามารถใช้เวลาพักผ่อนช่วงวันหยุดวางแผน จัดตารางเวลาและออกกำลังกาย เพื่อรองรับส่งเสริมวิถีชีวิตให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์จีรี ยังได้แนะนำให้ทุกคนเข้ารับการตรวจสุขภาพเบื้องต้นและทำความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาทางการแพทย์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อปรับการรับประทานอาหารและเสริมการขาดวิตามิน

“แนวคิดของ Wellness on Holiday คือ การใช้วันหยุดพักผ่อนเป็นตัวช่วยเสริมการดำเนินชีวิตที่มีสุขภาพที่ดีขึ้น สามารถทำกิจกรรมที่สนุกและส่งเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพราะการรักษาสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชีวิตของคนเรา แม้หลายคนมีปัญหาในการสร้างอุปนิสัยที่ดีต่อสุขภาพเนื่องจากเหตุผลหลายประการ เช่น วิถีชีวิตที่ยุ่งวุ่นวาย การขาดแรงจูงใจ และข้อจำกัดในการเข้าถึงทรัพยากร แต่ก็มีหลายวิธีที่ส่งเสริมการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับเรา โดยหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นคือการจัดลำดับความสำคัญของสุขภาพที่ดีในช่วงวันหยุด” ศาสตราจารย์ นายแพทย์จีรี ดโวชัค กล่าว

การพักร้อนมีผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของคนเรา จากการศึกษาพบว่า การรอคอยวันหยุดสามารถทำให้เกิดอารมณ์เชิงบวก และการมีส่วนร่วมในการออกกำลังกายในขณะที่พักร้อนสามารถปรับปรุงความคิดสร้างสรรค์และเพิ่มความสัมพันธ์ได้ ภายใต้ DRAMMA Model ซึ่งย่อมาจาก Detachment, Relaxation, Autonomy, Mastery, Meaning และ Affiliation ที่สามารถช่วยนำทางให้เราสู่เป้าหมายการมีสุขภาพที่ดีในระหว่างวันหยุด

“สุขภาพที่ดีในวันหยุดเกิดขึ้นได้จากการผสมผสานระหว่างการออกกำลังกาย อาหารที่สมดุล การนอนหลับที่ดี ความยั่งยืน และการผ่อนคลาย เราสามารถใช้วันหยุดได้อย่างสนุกและกระฉับกระเฉงด้วยการออกกำลังกาย เช่น การเล่นกีฬา การเดินป่า หรือการปั่นจักรยาน ซึ่งล้วนเป็นวิธีที่สนุกในการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและรักษาระดับความฟิตให้กับร่างกายของเรา สิ่งสำคัญคือ เราต้องกำหนดช่วงเวลาในการออกกำลังกายให้ได้วันละ 2 ครั้ง หากิจกรรมสนุกๆ ทำ เช่น เล่นกับเด็กๆ รับประทานอาหารสองมื้อต่อวัน โดยเลือกทานมื้อเช้า หรือ มื้อสายมื้อใหญ่ (Brunch) และมื้อเย็นในช่วงหัวค่ำที่ไม่ดึกเกินไป รวมทั้ง การผ่อนคลายด้วยวิธีต่างๆ เช่น การทำสมาธิและการนวด ซึ่งสามารถช่วยลดระดับความเครียดได้” ศาสตราจารย์ นายแพทย์จีรี ดโวชัค กล่าว

นอกจากการออกกำลังกายและการผ่อนคลายแล้ว การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่ไปกับอาหารเสริมเพื่อแก้ปัญหาการขาดวิตามินสามารถช่วยป้องกันโรคไม่ติดต่อต่างๆ (Non Communicable Diseases: NCD) เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้ว่าการพักร้อนไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่ส่งผลกระทบต่อไลฟ์สไตล์ของเราอย่างต่อเนื่อง การฝึกนิสัยที่ดีต่อสุขภาพจะต้องสนุกและเพลิดเพลินเพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของเรา การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น ภาวะสมองเสื่อม ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และมะเร็งได้

สำหรับการออกกำลังกายแนะนำให้ผสมผสานการฝึกความอดทนและความแข็งแรงอย่างสมดุล ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มมวลกระดูกและความหนาแน่น และเสริมสร้างเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ โดยระดับการออกกำลังกายขั้นต่ำที่แนะนำคือ 6 MET (Metabolic Equivalent of Task โดย 1 MET เท่ากับ 1 กิโลแคลอรี่ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) ต่อวัน ซึ่งทำได้ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น เทนนิส เดินเร็ว ขี่จักรยาน กอล์ฟ และการเต้นรำ การฝึกความทนทานและความแข็งแรงควรทำทุกวันวันละ 30 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าได้ออกกำลังกายทั้งร่างกายอย่างสมดุล

ดร.พญ.อติยา รุ่งแจ้ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการคลินิกรอยัลไลฟ์ เวลเนส คลินิก กรุงเทพ กล่าวว่า นอกจากการดูแลสุขภาพร่างกายในระหว่างพักผ่อนช่วงวันหยุดในช่วงหน้าร้อน การดูแลสุขภาพผิวก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน โดยปัจจัยที่ทำให้ผิวโดนทำร้าย มีทั้งปัจจัยภายนอก ได้แก่ สารอนุมูลอิสระ แสงแดด มลภาวะ สารเคมี เครื่องสำอาง หรือครีมทาผิวต่างๆ ที่ทำให้เกิดการระคายเคือง และปัจจัยภายใน ได้แก่ ผิวแห้ง หน้าแห้งขาดความชุ่มชื้น จากอากาศแห้ง การล้างหน้าบ่อย หรือการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเกินไป และการดื่มน้ำน้อย การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ขาดโกรทฮอร์โมน การที่ฮอร์โมนไม่สมดุล และการขาดวิตามินบำรุงผิวบางชนิดในเลือด

“เคล็ดลับการดูแลผิวมีทั้งการทำความสะอาดผิวด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดเครื่องสำอางโดยเฉพาะเพื่อการขจัดคราบเครื่องสำอางออกจากผิวได้หมด สำหรับคนผิวมัน ไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกินไป เพราะผิวจะยิ่งผลิตน้ำมันมากขึ้น หลังจากทำความสะอาดแล้ว ควรหมั่นบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ โดยเลือกใช้ครีมหรือโลชั่นที่เหมาะสำหรับหน้าร้อน โดยเลือกชนิดเนื้อบางเบาเพื่อดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้เร็วและควรทาบำรุงผิวทุกครั้งหลังอาบน้ำ นอกจากนี้ ยังต้องปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดที่มี SPF 15 ขึ้นไป โดยเลือกชนิดที่ป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB และควรทาก่อนออกกลางแจ้งอย่างน้อย 30 นาที และทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง ถ้าอยู่กลางแจ้งโดยวิธีทากันแดดให้ได้มีประสิทธิภาพ แนะนำให้บีบครีม2 ข้อนิ้ว ซึ่งเป็นปริมาณที่เหมาะสม”

นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพผิวยังรวมไปถึงการลดการทำลายผิว โดยหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยเฉพาะช่วงเวลา 10 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แดดจ้า พยายามอยู่ในที่ร่ม ไม่ว่าจะทำกิจกรรมใดๆ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ ซึ่งเครื่องดื่มเหล่านี้จะดึงน้ำออกจากผิวและเป็นต้นเหตุให้ผิวแห้งกร้านได้ง่าย งดสูบบุหรี่ พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด เพราะการสูบบุหรี่ การพักผ่อนน้อย และความเครียด เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระมาทำลายผิวของเราได้ ทำให้ผิวหยาบกร้าน หมองคล้ำและเหี่ยวย่น รวมทั้ง การสูดอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งจะช่วยในการผ่อนคลายจากการเหนื่อยล้าในแต่ละวันได้ดี และยังช่วยให้ผิวได้ออกซิเจนเพิ่มขึ้นด้วย

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้อุปกรณ์เสริมช่วยปกป้องผิวถือเป็นอีกวิธีที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด และลดการทำลายผิวได้อย่างมาก ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ โดยการพกแว่นกันแดด หมวก หรือร่มติดตัวไว้ รวมทั้งการสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิดแต่โปร่งสบายเหมาะกับการสวมใส่ในหน้าร้อน การออกกำลังกายเป็นประจำเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้ผิวสวยได้ เพราะจะทำให้ระบบการไหลเวียนและการสูบฉีดโลหิตดีขึ้น ทำให้ผิวได้รับออกซิเจนและสารอาหารต่างๆ อย่างเต็มที่ และยังส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังทำให้ร่างกายได้ขับถ่ายของเสียไปกับเหงื่อที่ออกมาด้วย และการนอนหลับวันละ 6-8 ชั่วโมง เพราะช่วงเวลาที่นอนหลับนั้น เป็นช่วงเวลาที่ผิวทำการซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมโทรม การนอนน้อยพักผ่อนน้อย ผิวหน้าเราก็จะแห้งกร้าน ไม่สดใสได้

“การจัดลำดับความสำคัญของสุขภาพที่ดีในวันหยุดเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยม ในการเริ่มต้นนิสัยที่ดีต่อสุขภาพซึ่งอาจส่งผลดีในระยะยาวต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจของเรา การผสมผสานกิจกรรมการออกกำลังกาย การผ่อนคลาย และการดูแลทางการแพทย์สามารถช่วยป้องกันโรคไม่ติดต่อ ปรับปรุงการทำงานของสมอง และประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะเริ่มสร้างนิสัยที่ดีต่อสุขภาพ และกุญแจสำคัญคือการทำให้สนุกและเพลิดเพลิน ดังนั้น เราควรมาเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพในวันหยุดและดูแลสุขภาพของเรา” ศาสตราจารย์ นายแพทย์จีรี ดโวชัค กล่าวทิ้งท้าย

ศ.นพ.จีรี ดโวชัค

ศ.นพ.จีรี ดโวชัค

ดร.พญ.อติยา รุ่งแจ้ง

ดร.พญ.อติยา รุ่งแจ้ง

‘The Little Mermaid by Misty Mynx’ ‘น้ำตาล-ชลิตา’ ถ่ายทอดคาแร็กเตอร์เงือกสาว ‘แอเรียล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732425

‘The Little Mermaid by Misty Mynx’  ‘น้ำตาล-ชลิตา’ ถ่ายทอดคาแร็กเตอร์เงือกสาว ‘แอเรียล’

‘The Little Mermaid by Misty Mynx’ ‘น้ำตาล-ชลิตา’ ถ่ายทอดคาแร็กเตอร์เงือกสาว ‘แอเรียล’

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Misty Mynx (มิสตี้ มิงซ์) แฟชั่นแบรนด์สุดเก๋ที่สนับสนุนให้สาวๆ แสดงออกอย่างมั่นใจและสนุกสนาน ในแบบที่เป็นตนเอง ร่วมกับดิสนีย์ เปิดตัวคอลแลปคอลเลคชั่นสุดพิเศษ “The Little Mermaid by Misty Mynx” ตอบรับกับกระแสของภาพยนตร์ไลฟ์แอ๊กชั่นเรื่องยิ่งใหญ่ “Disney’s The Little Mermaid” ที่กำลังจะเข้าฉายในปลายเดือนพฤษภาคมนี้ โดยคอลเลคชั่นพิเศษนี้ได้ดึง “น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์”นักแสดงนางแบบและอดีตมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ มาถ่ายทอดคาแร็กเตอร์ของ “แอเรียล” เงือกสาวจาก The Little Mermaid ที่มีความรอบรู้ มีความคิดเป็นของตนเอง กล้าตัดสินใจ โดยมาถ่ายทอดเป็นแอเรียล ในรูปแบบของ Misty Mynx ที่มีความมั่นใจแฝงความเซ็กซี่ ซุกซน และมีสไตล์

คอลเลคชั่น “The Little Mermaid by Misty Mynx” นำเสนอความแฟชั่นไอเทมถึง 3 สไตล์ด้วยกันได้แก่ ลายพรินท์ The Little Mermaid เวอร์ชั่นการ์ตูน ที่ใช้เทคนิคสกรีนลายแอเรียล และ Typography อย่างลงตัว นำเสนอความน่ารักสดใส สวมใส่แมทช์ได้กับทุกชุด, ลายพรินท์ The Little Mermaid เวอร์ชั่นไลฟ์ แอ๊กชั่นที่โดดเด่นด้วยลาย Overall Print ลงบนผ้า ซึ่งเป็นลวดลายสุดเอ็กซ์คลูชีฟสำหรับคอลเลคชั่นนี้เท่านั้น และแฟชั่นไอเทมอื่นๆ ที่ออกแบบเสริมลุคความเป็น The Little Mermaid สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์กับชิ้นอื่นได้ อาทิ เสื้อบราท็อปรูปเปลือกหอยและกระโปรงกางเกงตกแต่งอะไหล่รูปเปลือกหอย เป็นต้น

สนุกกับแฟชั่นสไตล์เงือกสาวแอเรียลไปกับ “The Little Mermaid by Misty Mynx” ได้แล้ววันนี้ ที่ร้าน Misty Mynx ทุกสาขาทั่วประเทศ, LINE : @mistymynx และช้อปออนไลน์ที่ www.mistymynx.com

สัมผัสประสบการณ์อาร์ตครั้งใหม่ ในงาน‘MEGA ART JOURNEY 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732409

สัมผัสประสบการณ์อาร์ตครั้งใหม่ ในงาน‘MEGA ART JOURNEY 2023’

สัมผัสประสบการณ์อาร์ตครั้งใหม่ ในงาน‘MEGA ART JOURNEY 2023’

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมกาบางนา ตอกย้ำความเป็นสถานที่แห่งการพบปะสังสรรค์ของผู้คนด้วยงาน “MEGA ART JOURNEY” โดยได้รับความร่วมมือจาก 4 ศิลปินชื่อดัง อาทิ กอล์ฟ-ฐิติภูมิ เพ็ชรสังข์ฆาต หรือ ANOFFICERDIES สตรีทอาร์ตเจ้าของคาแร็กเตอร์ชื่อดังอย่าง MILLIONSMONSTER, ต้น-เกษมวิทย์ ชวีวัฒน์ ศิลปินเจ้าของคาแร็กเตอร์ลิงขนฟู ที่มีชื่อว่า “POORBOY”, แม็กซ์-เกรียงไกร กิมสวัสดิ์ หนึ่งในศิลปินไทยที่มีผลงานโดดเด่นและมีสไตล์เป็นของตัวเองที่ชัดเจนและ นิวเยียร์-ปภากร ศรีกัลยากร ILLUSTRATOR & CREATIVE DESIGNER รุ่นใหม่ที่มีลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ โดยทั้ง 4จะมาร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเพื่อถ่ายทอดคำว่า “THE MEETING PLACE” ผ่านคาแร็กเตอร์ที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละคน ให้ลูกค้าได้ร่วมเดินทางไปกับเส้นทางศิลปะ เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าเมกาบางนา ผ่าน INSTALLATION ARTในแต่ละโซน เพื่อตอกย้ำความเป็น #YOUR EVERYDAYMEETINGPLACE ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป

ภายในงาน เมกาบางนาได้เนรมิตพื้นที่บริเวณ ทางเข้าอิเกีย, เมกา ฟู้ดวอล์ค, ฟู้ดวอล์ค พลาซ่า และเมกา พลาซ่า ด้วยงานศิลปะจากศิลปินทั้ง 4 ท่าน ผ่านมุมมองและประสบการณ์ที่แตกต่าง เพื่อร่วมกันถ่ายทอดความหมายของคำว่า “YOUR EVERYDAY MEETING PLACE”ในแบบของแต่ละคน

ร่วมสร้างประสบการณ์พิเศษบนเส้นทางของงานศิลปะสมัยใหม่ไปพร้อมๆ กันได้ในงาน MEGA ART JOURNEY ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา

คุณแหน : 23 พฤษภาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732428

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll โครงสร้างรัฐบาลนั้นประกอบด้วยกระทรวงทบวงกรมมากมาย แต่ที่จะเป็นประเด็นในข้อสนทนาของพรรคร่วมรัฐบาลเน้นไปที่การคลัง,กลาโหม, มหาดไทย, ก.ตร., และพลังงาน แนวโน้มการพูดคุยยกให้พรรคเพื่อไทย ดูแลกระทรวงเศรษฐกิจ ยกเว้นการคลังที่พรรคก้าวไกลมีแคนดิเดตของตัวเอง ซึ่งตรงนี้พรรคเพื่อไทยก็มีแคนดิเดตด้วย จึงเกิดประเด็นการเปรียบคู่ โดยของก้าวไกลคาดว่าเป็น ศิริกัญญา ตันสกุล โปรดักส์ปริญญาโทจาก ม.ตูลูส แห่งฝรั่งเศส ส่วนคู่เทียบคาดว่าคือ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ โปรดักส์ปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์ ม.ฮาวาย แห่งสหรัฐฯ วงการจึงมีการเปรียบเทียบระหว่าง 2 แคนดิเดตราวกับเป็นคู่มวย เพราะกล่าวกันว่า “ทุกกิจกรรมเริ่มจากศูนย์กลางคลัง” กูรูเศรษฐศาสตร์ ศ.พล.ท.ดร.สมชาย วิรุฬหผล ช่วยขยายความว่า เรื่องวุฒิการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์นั้นก็เป็นเรื่องทุกคนเก่งอยู่แล้ว แต่ประเทศอยู่ภายใต้สถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งมีปัญหาทั้งภายในและภายนอกก็ยังมีปัญหา GEO POLITICS รุมเร้า ดังนั้นความเห็นคือประสบการณ์ด้าน “มหภาค”จะเป็นจุดพิจารณาที่สำคัญยิ่ง…

ll ธีระ วชิรขจร นักบริหารอาวุโสผ่านงานบริษัทข้ามชาติมาแล้ว ติดตามผลการเลือกตั้งตลอดจนการประสานงานเพื่อจัดตั้งพรรคร่วมรัฐบาล 9 พรรค (COALITION GOV.) ซึ่งดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องเหมือนมินิซีรี่ส์ ท่านอาวุโสไม่แน่ใจพล็อตเรื่องตอนสุดท้าย (FINAL ERISODE) จะเป็นอย่างไร แต่ก็อดที่จะคอมเมนต์ให้เราฟังไม่ได้ว่า ดูการออกมาแสดงปฏิสัมพันธ์ระหว่างแกนนำและการแถลงข่าว เห็นได้เลยว่าเหมือนโรมานซ์ของหนุ่ม-สาวในชีวิตจริง แต่ละท่านนั่งใกล้ชิด “ภาษากาย” ก็ดูดีมาก มีแต่ใบหน้าที่ยิ้มแย้มภาษาดอกไม้และความสดชื่น แต่ถ้าผ่านจุดนี้ไปได้เกจิการเมืองชี้ว่า แต่ละแกนนำจะต้องเจอวิบากกรรม ปัญหาของพรรครออยู่เยอะโดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มา 2 เก้าอี้ (รมต.) แต่ลูกพรรคอยากนั่งอีกหลายสิบคน…

ll ควันหลง คอนเสิร์ต Spring Concert Tribute to SAKCHAI LEKWONGDERM ดนู ฮันตระกูล & ไหมไทยออร์เคสตรา เมื่อศุกร์ที่ผ่านมา…วงไหมไทย โดย อ.ดนู ฮันตระกูล บรรเลงเพลงแสนไพเราะ และนักร้อง อาทิ สุรสีห์ อิทธิกุล, ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร, มัชฌิมา มีบำรุง, มัชฌิมา เพชรทอง และ ผุสดี โสรัต ฯลฯ ได้ร้องเพลงแสนประทับใจเป็นอย่างยิ่ง…โดยเฉพาะ ผุสดี โสรัต ผู้จัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ เพื่อระลึกถึงสามีของเธอ ศักดิ์ชัย เล็กวงศ์เดิม นักดนตรีนักประพันธ์เพลง และเป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสานบทเพลงอมตะหลายบทเพลงผู้จากไป 7 ปีแล้ว…คุณผุสดี ได้ร้องเพลง “ในลิ้นชัก” ซึ่งเป็นเพลงที่ทำให้ทั้งสองตกหลุมรักซึ่งกันและกัน…ทำให้ผู้ชมทั้งฮอลล์รู้สึกได้ถึงความรักที่คนร้องมีต่อคนรักที่จากไป…สำหรับ สุรสีห์ อิทธิกุล ก็ยังคงไว้ลายความเป็นนักร้องรุ่นเก๋าได้ดีอย่างน่าชื่นชม…อดไม่ได้ที่จะพูดถึง โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพรผู้สร้างสีสันสดใสทั้งในการร้องเพลงและเล่นเปียโนเพลงดังๆ เรียกเสียงปรบมือกึกก้อง เมื่อจบเพลง…สรุปผู้ชมอิ่มเอมกับคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นอย่างมาก…

ll แม้วัยจะล่วงเลย 70 ปี มาหลายหนาวแล้วแต่บุคลิก ของ วาทยกร “วงไหมไทย” อย่าง อ.ดนู ฮันตระกูล ยังดูสง่างามเหมือนเมื่อหนุ่มๆทุกประการ…

ll ช่วงนี้ เทวี แย้มสรวล ลาพักผ่อนมอบให้ ธนฤทธิ์ พันธุเมธา จัดทำรายการวิทยุแทน ในภาคเช้าจนถึงทุ่มตรงเลยทีเดียว…

ll ไม่เคยเดินทางยาวๆ ด้วย Cruise นานๆ แบบนี้ศ.เภสัชกรหญิง ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ลงเรือท่องเที่ยวยาวนาน ตั้งแต่ส.ค.จนถึง ธ.ค. …จะเรียกว่า “เที่ยวจนเบื่อ” ก็ย่อมได้…แม้ไม่ใช่ก็ขอบอกว่า ใกล้เคียง !!…ll

บารอนเนส

‘อะราเบล่า สิตานัน’ รองนางสาวไทย 2566 นั่งแท่น Friend of Boonlapo

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732413

‘อะราเบล่า สิตานัน’ รองนางสาวไทย 2566 นั่งแท่น Friend of Boonlapo

‘อะราเบล่า สิตานัน’ รองนางสาวไทย 2566 นั่งแท่น Friend of Boonlapo

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ความสำเร็จอีกก้าวของบริษัท บุญลาโภ จำกัด นำโดยนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ทรงพล บุญลาโภ ประธานกรรมการบริหาร ได้ฤกษ์ดีเปิดตัวสาขาที่ 6 The Emporium Shopping Complex ชั้น 1 พร้อมพบกับ Friend of Boonlapo คนแรก อะราเบล่า สิตานัน เกรโกรี่ ดีกรีนางสาวไทย พัทลุง ปี 2566 และรองอันดับ 2 มิสไทยแลนด์ 2566 เพื่อส่งมอบประสบการณ์เสียงระดับโลก ดึงดูดผู้ที่รักการดูหนังฟังเพลง ด้วยงานฝีมือการออกแบบ นวัตกรรมด้านเสียง ชุดโฮมเธียเตอร์ภายในบ้าน โทรทัศน์ ซาวนด์บาร์ ลำโพงเมาติรูม รวมถึงลำโพงบลูทูธแบบพกพาและหูฟังระดับพรีเมียมอีกมากมายที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว สามารถปรับแต่งให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเราเองได้ เพื่อให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ระดับโลก

ทรงพล บุญลาโภ ประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า จุดเด่นของแบรนด์ Bang & Olufsen คือ มุ่งเน้นสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ในทุกยุคสมัย โดดเด่นด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ทันสมัย มาพร้อมวัสดุพรีเมียม งานดีไซน์ที่พิถีพิถัน มีสินค้าให้เลือก 3 ประเภท คือ 1.On The Go (OTG) ลำโพงพกพาและหูฟัง Earphones – Headphones 2.Connected Speaker (คอนเนคเต็ด สปีกเกอร์) ลำโพงตกแต่งบ้าน ที่สามารถลิงก์เสียงแบบเมาติรูมได้ โดดเด่นด้วยวัสดุและงานดีไซน์ 3.Home Cinema Experience (โฮม ซีนีม่า เอ็กซพีเรียนซ์) ลำโพงโฮมเธียเตอร์ระดับไฮเอนด์ เสียงสมจริงทรงพลัง และที่เป็นหัวใจสำคัญคือมีเอกลักษณ์เสียงเป็นของตัวเอง หรือที่เรียกว่า “BANG & OLUFSENSIGNATURE SOUND”

“ดังนั้น ไม่ว่าตั้งแต่นักศึกษา วัยทำงาน หรือนักธุรกิจ ก็ล้วนแต่เป็นกลุ่มลูกค้าของ Bang & Olufsenทั้งหมด ทำให้ความท้าทายคือการกลับมาซื้อซ้ำอีกเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นสินค้าแบบซื้อแล้วจบ ซื้อหนึ่งครั้งใช้ได้นานถึง 10-20 ปี ดังนั้นเราจึงใส่ใจกับการบริการลูกค้าเป็นพิเศษ โดยการสร้างบรรยากาศและประสบการณ์ที่ดีเมื่อได้เข้ามาเยี่ยมชมร้านรวมถึงการได้ทดลองใช้ นอกจากนี้ การออกแบบร้าน หรือดิสเพลย์ภายในร้าน รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาให้บริการออกแบบเพื่อให้เข้ากับพื้นที่หรือเฟอร์นิเจอร์ที่บ้าน เรียกได้ว่ามาที่นี่คุณจะได้บริการแบบพรีเมียมและครบครัน

ผมเชื่อว่าศักยภาพอันทรงพลังของแบรนด์ Bang & Olufsen จะสามารถเปิดประสบการณ์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในบ้านของคนไทย ด้วยดีไซน์ที่นำเอาศิลปะ และวิทยาศาสตร์มาผสมผสานได้อย่างกลมกลืน อาจเรียกได้ว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งของบ้านที่มีเสียงครบครัน ทั้งฟังก์ชั่นคุณภาพด้านภาพ เสียง เทคโนโลยีล้ำสมัย และรูปลักษณ์อันโดดเด่น สามารถเปลี่ยนให้บ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย กลายเป็นศูนย์รวมความสุขและความบันเทิงของทุกสมาชิกในครอบครัว”

ด้าน Friend of Boonlapo คนแรก อะราเบล่า สิตานัน เกรโกรี่ กล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “บุญลาโภ” ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องเสียงแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Bang & Olufsenเรียกได้ว่าถูกใจคอหนัง และคนที่ชอบฟังเพลงอย่างเบลล่ามากๆ เพราะไลฟ์สไตล์ส่วนตัวชอบฟังเพลง ไม่ว่าจะเดินทาง หรือออกกำลังกาย ถ้ามีอุปกรณ์หรือหูฟังที่มีคุณภาพ ก็จะเพิ่มสุนทรียภาพที่ดียิ่งขึ้นและ Bang & Olufsen ยังเป็นมากกว่าเครื่องเสียงสำหรับคนที่ชอบตกแต่งบ้าน นำไปมิกซ์แอนด์แมทช์กับเฟอร์นิเจอร์แล้วจะยิ่งทำให้บ้านของเรามีเสน่ห์ดูมีสไตล์ไม่ซ้ำใครแน่นอน

อยากฝากถึงคนที่ชอบดูหนังฟังเพลง และออกแบบบ้าน ที่ Bang & Olufsen ที่มีทั้ง 6 สาขาในกรุงเทพฯ หรือจะเลือกชมสินค้าผ่านเว็บไซต์ www.boonlapo.com และออนไลน์ช็อปปิ้ง Shopee, Lazada, ONESIAM SuperApp, Central Online, LINE OA, NocNoc, OfficeMate และ TikTok สำหรับสาวก Bang & Olufsen สามารถติดตามข่าวสารได้ทางสังคมออนไลน์ Facebook แฟนเพจ Boolapo หรือ อินสตาแกรม bangolufsenbkk โทร.02-2523981”

อะราเบล่า สิตานัน เกรโกรี่

อะราเบล่า สิตานัน เกรโกรี่

ทรงพล บุญลาโภ

ทรงพล บุญลาโภ

COS เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด เรียบหรู ดูคลาสสิก ใส่ใจกับความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732410

COS เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด เรียบหรู ดูคลาสสิก ใส่ใจกับความยั่งยืน

COS เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด เรียบหรู ดูคลาสสิก ใส่ใจกับความยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

COS เผยโฉมคอลเลคชั่น Atelier สำหรับฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อน 2023 โดยจัดงานเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดนี้ที่กรุงปารีสเป็นครั้งแรก เน้นความเรียบหรู คลาสสิก สำหรับโอกาสพิเศษ เหมาะกับอีเว้นท์ต่างๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน

Spring Summer 2023 Atelier Collection ได้แรงบันดาลใจโดยตรงจากสปิริตของกรุงปารีส เพราะเป็นเมืองแห่งแฟชั่นชั้นสูง Haute Couture อันเป็นสัญลักษณ์ของความมีรสนิยม งดงามอย่างเรียบหรู และฝีมือการตัดเย็บที่ประณีตอย่างสูงซึ่งความงามแบบงานศิลป์ผ่านมุมมองของ COS เป็นหัวใจของการดีไซน์คอลเลคชั่นนี้เพื่อให้ได้ชุดที่งดงาม หรูหรา โดดเด่นและมีศิลปะ สำหรับโอกาสพิเศษ และงานสำคัญทุกช่วงเวลาของวัน

คอลเลคชั่นล่าสุดนี้ มีดีไซน์ที่หลากหลาย โดดเด่น อลังการ สมกับเป็นการเปิดตัวในเขต 1 ของกรุงปารีสศูนย์กลางของความหรูหราในยุโรป รวมการดีไซน์และการตัดเย็บแบบคอนเทมโพรารี่เรียบแต่หรู ร่วมสมัยในแบบของ COS นับเป็นก้าวที่สำคัญของ COS ในวงการ Occasionwear ที่เน้นดีไซน์หรูหราสำหรับโอกาสพิเศษโดยเฉพาะ

การใช้สีในคอลเลคชั่นนี้มีทั้งแบบที่มีความโดดเด่นสะดุดตาด้วยชุดสีส้มสด เจิดจ้าและท้าทาย เข้ากันกับความยิ่งใหญ่ของสถานที่ และแบบสีพื้น เรียบง่าย คลาสสิก ที่ได้รับอิทธิพลจากสีในธรรมชาติ โดยคอลเลคชั่นนี้เป็นผลงานของห้องเสื้อ COS ในกรุงลอนดอน โดยยังคงเน้นเอกลักษณ์ของ COS ที่ให้ความสำคัญกับสไตล์ที่ยั่งยืน เหนือความเป็นแฟชั่นชั่วคราวและยังคงรักษาการตัดเย็บและรูปทรงที่คลาสสิก เพิ่มความภาคภูมิให้กับชุดสูทกระโปรงของ COS และเสริมให้ชุดเดรสผ้าไหมที่ตกแต่งริมด้วยเส้นถักสวยหรูยิ่งขึ้น

และแน่นอนปรัชญาการดีไซน์ของ COS ที่เน้นความเรียบง่าย หรูหรา ให้ความสำคัญกับการดีไซน์อย่างละเอียดทั้งภายในและภายนอก เน้นคุณภาพ ความคงทน และความยั่งยืนของดีไซน์ ยังเป็นหัวใจของของคอลเลคชั่นนี้อีกทั้งการดีไซน์อย่างใส่ใจทำให้ผู้ใส่สามารถปรับชุดให้เข้ากับรูปร่างของตนได้พอดีอีกด้วย รวมถึงการออกแบบโดยใช้เทคนิคต่างๆ เช่น draping ทำให้ชุดมีความแปลกใหม่มากขึ้น รูปทรงที่พลิ้วไหว ปรับเปลี่ยนได้ และยังเน้นการใช้เนื้อผ้าที่สามารถให้ความรู้สึกถึงความหรูหราจากเส้นใยที่ถักทอ

นอกจากนี้ ดีไซน์เสื้อผ้าของผู้ชายในคอลเลคชั่นนี้ มีรูปทรงและเส้นที่ลื่นไหลเช่นเดียวกับชุดของผู้หญิง เสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีเรียบเพิ่มความหรูด้วยลายปักคลาสสิก เช่นเดียวกันกับชุดอื่นๆ ที่การดีไซน์แสดงให้เห็นความใส่ใจในรายละเอียดทุกอย่าง ซึ่งเป็นจุดเด่นอันหนึ่งของคอลเลคชั่นนี้

คอลเลคชั่น COS Atelier มีจำหน่ายเฉพาะที่สาขาเอ็มควอเทียร์เท่านั้น เริ่มตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป

‘Kite Festival’ เทศกาลว่าวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ละลานตากองทัพว่าวนานาชาติแบบแฟนตาซี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732426

‘Kite Festival’ เทศกาลว่าวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ละลานตากองทัพว่าวนานาชาติแบบแฟนตาซี

‘Kite Festival’ เทศกาลว่าวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ละลานตากองทัพว่าวนานาชาติแบบแฟนตาซี

วันอังคาร ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พระราม 3 โดย บริษัท แอล เอช มอลล์แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) เปิดพื้นที่ให้เป็นคอมมูนิตี้สุดสร้างสรรค์สำหรับทุกครอบครัว พร้อมแต่งแต้มสีสันให้ท้องฟ้าของซัมเมอร์นี้ให้สดใสในงาน “Kite Festival” กับเทศกาลว่าวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ได้รวบรวมว่าวนานาชาติ และว่าวดีไซน์แปลกตาหาชมยากนำมาจัดแสดงให้ชมอย่างใกล้ชิด พร้อมเนรมิตบรรยากาศการตกแต่งภายในศูนย์การค้าแบบสุดว้าว ละลานตาด้วยว่าวสปอร์ตไคท์และว่าวนานาชาติหายากจากหลากหลายประเทศ เปิดให้ชมฟรี! บริเวณชั้น G ลานริมน้ำ และชั้น 2 ลาน River Square ตั้งแต่วันนี้จนถึง 28 พฤษภาคม 2566 เวลา 16.00-21.00 น.

เตรียมตัวมาพักร้อนและเพลิดเพลินใจกับเทศกาลว่าว ในบรรยากาศริมน้ำสุดชิล ณ ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พระราม 3 ที่ทุกคนจะได้สนุกกับการละเล่นว่าวที่อยู่คู่สังคมไทยมาช้านาน และถือเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่สามารถเล่นได้ทุกเพศ ทุกวัยเล่นได้ทั้งครอบครัวที่ให้ความสนุกและตื่นเต้น ในงานนี้ มีไฮไลท์สุดพิเศษมากมายให้ได้ตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะเป็นโชว์การแสดง Inflatable Kite ว่าวฮายักษ์ขนาด 12 เมตร หนึ่งเดียวในโลก ผลงานการออกแบบของนักออกแบบชาวไทย ที่สะท้อนความเป็นไทยผ่านการออกแบบรูปยักษ์เขียวขนาดมหึมา โดยนักออกแบบคนไทยนำจัดแสดงในเมืองไทยครั้งแรก พิเศษสุดกับการแสดงว่าวบังคับ LED ที่มาสร้างสีสันให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนสุดว้าวยิ่งกว่าที่เคย โดยทีมนักบินว่าวชาวสิงคโปร์มืออาชีพ Sky Dancers by Go Fly Kite พร้อมสัมผัสบรรยากาศสุดผ่อนคลายที่เต็มไปด้วยสีสันของว่าวให้ได้เก็บภาพประทับใจกับกองทัพว่าวนานาชาติในร่ม ชมการแสดงว่าวจากทีม THAITAN KITE TEAM THAILAND นักบินว่าวมืออาชีพรวมทั้งจัดแสดงว่าวแปลกตาและหาชมได้ยากอีกมากมาย ได้แก่ Inflatable Kite ว่าวถุงลมแฟนซีที่สร้างสรรค์เป็นรูปร่างต่างๆ เช่น วาฬยักษ์, ปลาทอง รวมทั้งน้องหมียักษ์ ขนาด 15 เมตร เปิดตัวเป็นครั้งแรก ที่เทอร์มินอล 21 พระราม 3และน้อง Puppy พันธุ์บีเกิ้ล ขนาด 7 เมตร จากประเทศฝรั่งเศสที่เดินทางไปจัดแสดงมาแล้ว ลากหลายประเทศทั่วโลก, ว่าวสายต่อ Stack ที่ต่อสายยาวได้มากถึง 150 ตัว, ว่าว Sport Kite ประเภทบังคับสี่สายหรือ Quad Line Stunt Kite และว่าว Sport Kite ประเภทบังคับสองสายหรือ Dual Line Stunt Kite เป็นต้นนอกจากนี้ยังมีตลาดขายว่าวนานาชาติให้ได้ซื้อหา และสามารถนำไปเล่นในสถานที่ที่จัดไว้บริเวณชั้น 2 ลาน River Square และสนุกกับกิจกรรมเวิร์กช้อประบายสีว่าว (มีค่าใช้จ่ายคนละ 50 บาท) ให้ได้สร้างสรรค์ว่าวจากจินตนาการของตัวเอง ณ บริเวณชั้น G โซน Common Room