‘ผักสวนครัว’ ซีพีเอฟเพาะกล้าจากใจ ให้น้องๆ ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน เข้าถึงผักปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734882

‘ผักสวนครัว’ ซีพีเอฟเพาะกล้าจากใจ ให้น้องๆ  ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน เข้าถึงผักปลอดภัย

‘ผักสวนครัว’ ซีพีเอฟเพาะกล้าจากใจ ให้น้องๆ ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน เข้าถึงผักปลอดภัย

วันเสาร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ด้านหลังศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน วัดดาวดึงษาราม เขตบางพลัด บริเวณแปลงผักขนาด 5 ตารางเมตร ที่ถูกแบ่งเป็นมุมปลูกไว้อย่างเป็นระเบียบ ฟากหนึ่ง
เป็นแปลงผักพืชสมุนไพร ทั้งกะเพราโหระพา พริกขี้หนู ข้างๆ กันเป็นแปลงปลูกฟักทองที่กำลังติดออกดอกออกผล อีกมุมเป็นกระบะเพาะพันธุ์ผัก มีคะน้าต้นอ่อนกำลังแข่งกันโต โดยมีน้องๆ ก่อนวัยเรียน ที่ต่างง่วนกับการเก็บต้นอ่อนคะน้าสำหรับเมนูกลางวัน ข้าวผัดไก่กับไข่ใส่ผักคะน้าที่น้องๆ เรียกว่าเบบี้คะน้า ทุกคนแย่งกันเล่าว่าชอบกินเบบี้คะน้ามากๆ เพราะไม่มีรสขมเลยบางวันครูปัทแม่ครัวคนเก่ง ก็ทำบะหมี่ผัดใส่ไส้กรอกกับคะน้าแสนอร่อยให้ทานด้วย

น้องมะนาว บอกว่า หนูได้ปลูกผักเองสนุกมาก ได้พาเพื่อนๆมาดูแลแปลงผักของพวกเรา และมีความสุขที่ได้กินผักที่ปลูกเอง หนูชอบกินข้าวผัดใส่ผักคะน้าอร่อยมากกินด้วยความสุข เพราะเป็นผักปลอดสาร ปลอดภัย ขอบคุณครูเชาว์ที่หาผักปลูกให้เรา ทำให้เราได้กินผักสะอาด หนูจะรักษาแปลงผักนี้ไว้ และขอบคุณพี่ๆ ที่มาปลูกผักนี้ให้พวกหนู

“ครูเชาว์-เชาวลิต สาดสมัย”ครูอาสาศูนย์สร้างโอกาสสะพานพระราม 8 และครูผู้ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน วัดดาวดึงษาราม บอกว่า ขอบคุณทางซีพีเอฟ โดยทีมจิตอาสาจากชมรมบำเพ็ญประโยชน์ มาช่วยกันปรับปรุงพื้นที่จากตรงนี้เป็นที่ดินว่างเปล่าไม่มีอะไรเลยบริษัทก็มาช่วยทำแปลงผัก อย่างน้อยก็ทำให้เด็กได้ลงมือ การให้เขาได้รู้จักว่าผักมาจากไหน  ทำไมเราถึงปลูกผักเอง และเวลาได้เห็นพวกเขามาเก็บผักกันเองก็รู้สึกว่าพวกเขามีความสุข ที่ได้เก็บเกี่ยวในสิ่งที่เขาปลูกและดูแลเอง และสามารถนำไปทำให้เกิดประโยชน์ นำไปปรุงอาหารให้เด็กๆ ทั้ง 30 คน ได้รับประทาน

“สิ่งสำคัญคือ ผมอยากให้เด็กๆ ได้รู้ว่า ผักที่นำมาทำเป็นอาหาร ให้เขาได้ทานในทุกวันนั้น เมื่อก่อนเราเคยซื้อจากตลาด แต่เราไม่รู้ว่าผักนั้นปลอดภัยไหม เพราะไม่รู้แหล่งที่มา ซึ่งก่อนนี้เราไม่ได้สอนให้เด็กๆ ปลูกผักหรือได้ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ผมว่าทุกวันนี้สิ่งที่ขาดหายไปคือ “การลงมือทำ” ต่อเมื่อพอได้ทำแล้ว ผลสุดท้ายได้เกิดประโยชน์ นี่คือความภูมิใจของครูทุกคน วันนี้เมื่อมีแปลงผักที่ซีพีเอฟสนับสนุน เด็กๆ ก็ได้มีโอกาสปลูกผักเอง เมื่อเขาได้ทำเอง ได้ชวนเพื่อนจูงมือกันมาถอนหญ้า รดน้ำ และสามารถเก็บผักต้นไหนก็ได้ตามแต่ที่เขาต้องการ ให้เป็นธรรมชาติของเขา หลังเก็บผักเขาจะถามทันทีว่าเป็นผักอะไร ถือเป็นการเรียนรู้เรื่องชนิดเรื่องพันธุ์ผักอีกทางหนึ่งด้วย” ครูเชาว์บอก

ครูเชาว์เล่าที่มาของแปลงผักปลอดภัยนี้ว่า หลังจากพิจารณาดูว่า ที่ศูนย์ฯมีพื้นที่ว่าง น่าจะทำประโยชน์ได้ สุดท้ายจึงเสนอกับซีพีเอฟ ที่มีโครงการปรับปรุงสภาพแวดล้อมของศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนฯ และสร้างห้องซักผ้าให้ศูนย์สร้างโอกาสพระราม 8 อยู่แล้ว เพื่อให้ทำแปลงผักเพิ่ม เพื่อให้เด็กๆ ได้ทำด้วยตัวเอง ให้พวกเขาได้รู้ว่า สิ่งที่ปลูกนั้นรับประทานได้ และมีความปลอดภัยด้วย สุดท้ายเด็กก็ได้เรียนรู้ ได้สัมผัสสิ่งที่ตัวเองปลูก ขณะเดียวกันครูเองก็ได้ลงมือพร้อมกันและได้สอนเด็กๆ ครูทั้งสามคนก็รู้สึกมีความสุขไปด้วย

ผักสวนครัวที่เติบโตจนสามารถเก็บผลผลิตได้นี้ เกิดจากพลังและความตั้งใจของผู้บริหารและทีมงานจิตอาสาที่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ร่วมกันเพาะกล้าจากใจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมช่วยเหลือสังคม และการส่งมอบกำลังใจเพื่อสนับสนุนการทำงานและความตั้งใจของครูเชาว์-เชาวลิต สาดสมัย และทีมงานที่ดูแล เด็กและเยาวชนผู้สูงอายุและคนพิการใน 12 ชุมชนบริเวณสะพานพระราม 8 ซึ่งบริษัทจะยังคงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ต่อไป เพื่อให้น้องๆ ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนวัดดาวดึงษาราม ได้เข้าถึงผักปลอดภัยจากฝีมือของพวกเขาเอง

ดร.รัตนา แซ่เล้า ร่วมสืบสานปณิธานการศึกษา นำเยาวชนไทยพัฒนาสู่ความฝันอันสูงสุด ของ ร.9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734987

ดร.รัตนา แซ่เล้า ร่วมสืบสานปณิธานการศึกษา นำเยาวชนไทยพัฒนาสู่ความฝันอันสูงสุด ของ ร.9

ดร.รัตนา แซ่เล้า ร่วมสืบสานปณิธานการศึกษา นำเยาวชนไทยพัฒนาสู่ความฝันอันสูงสุด ของ ร.9

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 21.09 น.

ดร.รัตนา แซ่เล้า ร่วมสืบสานปณิธานการศึกษา นำเยาวชนไทยพัฒนาสู่ความฝันอันสูงสุด ของ ร.9

ด้วยรำลึกพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือในหลวงรัชการที่ 9 เลยทำให้ ดร.รัตนา แซ่เล้า  ผู้ได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดล แผนกธรรมศาสตร์ ด้านการศึกษา ประจำปี 2549 ได้มุ่งมั่นที่จะสืบสานปณิธานด้านการศึกษา ผ่านการจัดทำโครงการฯ ของกลุ่ม Unite Thailand และกับตำแหน่งหน้าที่ในปัจจุบันคือหัวหน้าโครงการอาวุโส ฝ่ายนโยบายและวิจัย มูลนิธิเอเชียประจำประเทศไทย ซึ่งได้มีการจัดทำโครงการต่างๆ ที่มีส่วนช่วยส่งเสริมและพัฒนาวงการศึกษาของประเทศไทยนานัปการ 

ดร.รัตนา แซ่เล้า กล่าวว่า “กลุ่ม Unite Thailand เกิดขึ้นจากการรวมตัวของคนรุ่นใหม่ที่มาจากทุกสาขาอาชีพ ที่ต้องการขับเคลื่อนสร้างการศึกษาที่มีคุณภาพผ่านเสรีภาพทางการแสดงออก โดยใช้ศิลปะหรือการพูด เป็นการสร้างพื้นที่และโอกาสการเรียนรู้ให้กับทุกคน ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2554 ที่ผ่านมาได้มีการจัดทำโครงการค่ายศิลปะให้เยาวชนในจังหวัดต่างๆ ทั่วทุกภาคของประเทศไทย อาทิ กรุงเทพมหานคร, เลย, ลำพูน, กาญจนบุรี, ลพบุรี, ชลบุรี ฯลฯ รวมแล้วกว่า 26 ครั้ง โดยล่าสุดได้มีการจัดกิจกรรมเชิญชวนให้ผู้สนใจร่วมบริจาคหนังสือให้กับชุมชนวัดทุ่งลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็ง และมีห้องสมุดในความดูแลที่ยังต้องการหนังสืออีกเป็นจำนวนมาก โดยผู้สนใจสามารถส่งหนังสือมาได้ที่ ดร.รัตนา แซ่เล้า บริษัท โอซีบี 1992 จำกัด เลขที่ 21/202-203 ถนนสุขุมวิท 62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพ 10260 และกิจกรรมล่าสุดที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้คือ การร่วมมือกับรายการหนึ่งในพระราชดำริ สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 Mcot HD ชื่อตอนความฝันอันสูงสุด ซึ่งเป็นการถ่ายทำและสัมภาษณ์บุคคลจากทุกสาขาอาชีพที่ได้ทำดีถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยจะเริ่มออกอากาศตอนแรกในเดือน ก.ค.66 นี้

ในส่วนของมูลนิธิเอเชีย นั้น ที่ผ่านมาได้มีการจัดทำโครงการวิจัยเรื่องจากความท้าทายสู่คุณภาพการศึกษา ของประเทศไทย : กฎ ระเบียบ การบริหารทรัพยากรและความเป็นผู้นำ, การลงพื้นที่เก็บข้อมูลการวิจัยเรื่องความเลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, การจัดทำเว็บพอร์ทัลการเรียนรู้บนโลกออน ไลน์ให้เด็กไทย ภายใต้ชื่อ http://www.thailandlearning.org , การจัดทำสารคดีชื่อตอน “โรงเรียนดีมีทุกที่” ออกอากาศในรายการหนึ่งในพระราชดำริ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 Mcot HD, การจัดประกวดเรียงความในหัวข้อ “ครูใหญ่ในใจเรา” ในระดับชั้น ม.1-ม.6 ทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้ส่งผลงานเข้าร่วมกว่า 3,326 คน และล่าสุดคือการจัดทำเว็บไซต์ Thailand Leadership ภายใต้ความร่วมมือของสถานทูตออสเตรเลีย ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาศักยภาพความเป็นผู้นำของผู้อำนวยการโรงเรียนทั่วประเทศ ภายในจะประกอบด้วยเนื้อหาที่น่าสนใจ อาทิ 11 ทักษะสำคัญของผู้นำวิชาการ, งานวิจัยประเทศไทยใน TALIS เป็นการสำรวจครูและผู้บริหารสถานศึกษาในระดับนานาชาติ จัดโดย OECD, บทความเรื่องผู้นำทางวิชาการและพัฒนาการ ศึกษาไทย โดยนักการศึกษาที่มีชื่อเสียงระดับโลก, บทความ, วอดแคสต์ และพอดแคสต์ จากผู้อำนวยการศึกษา และนักวิชาการทั่วประเทศไทย ฯลฯ ซึ่งคาดว่าจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน ส.ค.66 

และในโอกาสที่ประเทศไทยกำลังจะมีคณะรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ ขอฝากให้ผู้ที่จะขึ้นมาดูแลในเรื่องการศึกษาของไทย ได้พิจารณาในเรื่องนโยบายปฎิรูปการศึกษาให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ เรื่องความเหลื่อมล้ำของเด็กนักเรียนทั่วประเทศ, การยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก, การจัดตั้งโรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรม, การลดจำนวนเด็กนักเรียนทั่วประเทศที่ออกกลางคัน ซึ่งในปี 2565 ทาง ศธ. ได้รายงานว่ามีจำนวนมากกว่า 100,000 ราย รวมถึงการมอบความรู้ทางวิชาการให้กับนักเรียนที่ขาดหายไป ในช่วงสถาน การณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา

เปิดตัว ‘VIV SKIN VOLUME UP MASCARA’ เอาใจทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734977

เปิดตัว ‘VIV SKIN VOLUME UP MASCARA’ เอาใจทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น

เปิดตัว ‘VIV SKIN VOLUME UP MASCARA’ เอาใจทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 20.16 น.

หลังจากที่มีลูกชายตัวน้อยอย่างน้องพีร์เจไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ล่าสุด จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา นักแสดงและเจ้าของแบรนด์วิฟสกิน (VIV SKIN) ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสมุนไพรไทย ที่มีสินค้าที่วางจำหน่าย ได้แก่ ขมิ้นแอสต้าช็อต ขมิ้นโกลด์เซรั่ม ขมิ้นโรสครีม ครีมมาส์ก ครีมกันแดด ฯลฯ ก็ไม่ได้เงียบหายไปไหน โดยวิฟสกินยังเอาใจคนทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่รักสวยรักงาม ชูมาสคาร่าปัดขนตางอนเด้ง ‘VIV SKIN VOLUME UP MASCARA’ ในกลุ่ม ‘VIVSKIN MAKE UP’

สำหรับจุดเด่นของ VIV SKIN VOLUME UP MASCARA จุ๋ยได้กล่าวเพิ่มเติมว่า เป็นมาสคาร่าขนตา สูตร Waterproof กันน้ำกันเหงื่อ ช่วย “ปัดขนตาสวยพุ่ง ล็อคเรียงเส้น ไม่แพนด้า” ปัดเติมซ้ำระหว่างวันได้เรื่อยๆ ไม่จับตัวเป็นก้อน  สวยติดทนนานทั้งวันแต่ล้างออกง่ายสุดๆ เพียงใช้คลีนซิ่งวอเทอร์ก็เช็ดออกอย่างง่ายดาย ไม่ทำร้ายผิวบริเวณรอบดวงตา

เป็นแปรงขนตาที่ถูกออกแบบมาพิเศษ มีความโค้งเว้าเพื่อให้รับกับรูปดวงตา สามารถเข้าถึงเส้นขนตาได้ตั้งแต่หัวจรดหางตา ช่วยเพิ่มความหนาให้กับขนตาด้วยการปัดเพียงครั้งเดียว ทำให้ขนตาเรียงเส้นสวยดูเป็นธรรมชาติ ติดทนนาน มอบความดำสนิทและสม่ำเสมอให้ตั้งแต่โคนจรดปลายขนตา

นอกจากนี้ จุ๋ย วรัทยา ยังกล่าวถึงผลิตภัณฑ์แปรงปัดขนตาตัวใหม่ล่าสุดจากวิฟสกินไว้ว่า “เราตั้งใจทำผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมาเพื่อทุกเพศทุกวัย และตอบโจทย์ในช่วงวัยรุ่นยิ่งขึ้น เขาจะมีความรักสวยรักงาม อยากลองใช้เครื่องสำอางใหม่ๆ ที่ถูกใจในสไตล์ของตนเอง และแน่นอนว่าการมีเครื่องสำอางที่ใช้แล้วมีคุณภาพดี ก็จะสร้างความมั่นใจให้กับพวกเขาได้ตลอดวัน ซึ่ง VIV SKIN VOLUME UP MASCARA ก็เป็นมาสคาร่าที่ตอบโจทย์ให้กับพวกเขาได้เป็นอย่างดีค่ะ”

VIV SKIN VOLUME UP MASCARA มีวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านช่องทาง LINE @vivskin, Shopee Mall, และตัวแทนจำหน่ายที่มีบัตรทางการทั่วประเทศ

สำหรับผู้ที่สนใจสินค้าและสมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่

facebook : VIV SKIN https://www.facebook.com/vivskin/

instagram : VIV SKIN https://www.instagram.com/vivskin/

line id : @vivskin (มี @ นำหน้า)

สนใจสมัครตัวแทนวิฟสกิน : http://bit.ly/tr1_vivskinmember

-(016)

พม. จัดงาน ‘KICK OFF วันรณรงค์วันต่อต้านการค้ามนุษย์’ ภายใต้แนวคิด Together We Can หยุด ค้า คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734943

พม. จัดงาน 'KICK OFF วันรณรงค์วันต่อต้านการค้ามนุษย์’ ภายใต้แนวคิด Together We Can หยุด ค้า คน

พม. จัดงาน ‘KICK OFF วันรณรงค์วันต่อต้านการค้ามนุษย์’ ภายใต้แนวคิด Together We Can หยุด ค้า คน

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 18.42 น.

2 มิถุนายน 2566 นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดการจัดงาน “KICK OFF วันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจําปี2566 ณ Main Hall ชั้น M ศูนย์การค้า  เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก กรุงเทพมหานคร และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายเพื่อป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการค้ามนุษย์ผ่านช่องทางออนไลน์ และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน องค์การระหว่างประเทศ ภาคประชาสังคม และประชาชน ในการรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ของประเทศไทย

งานในวันนี้ มีผู้เข้าร่วมงานรวมจำนวนทั้งสิ้น 600 คน แบ่งเป็น ผู้เข้าร่วมงาน ณ สถานที่จัดงาน (Onsite) จำนวน 200 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้บริหารและผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน องค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ สถานเอกอัครราชทูตต่าง ๆ  ประจำประเทศไทย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทูตรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ผู้แทนสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ สภาเด็กและเยาวชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หน่วยงานที่ร่วมจัดบูธนิทรรศการ ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมงานแบบ Walk In และสื่อมวลชน นอกจากนี้ ยังมีผู้เข้าร่วมงานผ่านทางระบบออนไลน์ (Online) จำนวน 400 คน ประกอบด้วย พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด 76 จังหวัด หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว 76 จังหวัด เจ้าหน้าที่สถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ 8 แห่ง สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 11 แห่ง เครือข่ายสภาเด็กและเยาวชน 76 จังหวัด เครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 76 จังหวัด และหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจประกอบด้วย 1) การเปิดตัวทูตรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ (แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์) 2) การปล่อยคาราวานรถตุ๊กตุ๊กรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ จำนวนกว่า 20 คัน 3) การเสวนาในหัวข้อ “สื่อออนไลน์กับการค้ามนุษย์” 4) มินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน และ 5) บูธนิทรรศการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จำนวนกว่า 14 บูธ พร้อมร่วมเล่มเกมส์ภายในงานเพื่อแลกของที่ระลึก     

ทั้งนี้ นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานในครั้งนี้ จะเป็นช่องทางหนึ่งในการสร้างความตระหนักรู้แก่เด็กและเยาวชน และประชาชนทั่วไป เพื่อป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการค้ามนุษย์ผ่านออนไลน์ และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน องค์การระหว่างประเทศ ภาคประชาสังคม และประชาชน เพื่อเป็นเครือข่ายในการต่อต้านการค้ามนุษย์ของประเทศไทย นอกจากนี้ ในวันที่ 7 มิถุนายน 2566 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้กำหนดจัดงาน “วันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2566” ในวันพุธ

ที่ 7 มิถุนายน 2566 ณ ห้องฟีนิกซ์ บอลรูม อาคารอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดนนทบุรี ภายใต้แนวคิด “Together We Can หยุด ค้า คน” เพื่อแสดงความมุ่งมั่นอย่างจริงจังของประเทศไทยในการต่อต้านการค้ามนุษย์ และให้ความสำคัญกับการผนึกกำลังของทุกภาคส่วนในการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทยให้หมดสิ้นไป ซึ่งถือเป็นงานสำคัญของประเทศไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สากล

-(016)

สทบ.ดันโครงการ ‘โคล้านครอบครัว’ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734941

สทบ.ดันโครงการ ‘โคล้านครอบครัว' กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

สทบ.ดันโครงการ ‘โคล้านครอบครัว’ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 18.28 น.

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เป็นประธานเปิดงาน “สร้างเศรษฐกิจฐานราก สร้างชาติมั่นคง” ภายใต้โครงการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก เพื่อการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยมี นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายเบญจพล  นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ นายธัชชญาณ์ณัช เจียรธนัทกานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ผู้แทนส่วนราชการ ผู้บริหารส่วนท้องถิ่น สมาชิกกองทุนฯ เข้าร่วม

นายอนุชา กล่าวว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายให้รัฐบาลส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ดำเนินการผ่านโครงการ “โคล้านครอบครัว” สำหรับสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน ฯ โดยมุ่งให้ความรู้ประชาชนด้านการทำปศุสัตว์ เพื่อเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้อย่างยั่งยืน ต่อยอดสู่ความร่ำรวย อันจะทำให้หลุดพ้นจากความยากจนได้ในอนาคต ซึ่งการลงพื้นที่ในวันนี้ ตนเองได้มาเยี่ยมชมการเพาะพันธุ์โคของวิสาหกิจชุมชนทาจิมะถ้ําดิน หรือ อีกชื่อหนึ่งคือ ทองแสนขันวากิว ที่มีการเลี้ยงโคต้นน้ำ หรือ โคเนื้อพันธุ์วากิวลูกผสม (ทาจิมะภูพาน) จํานวน 110 ตัว ในพื้นที่ประมาณ 200 ไร่ ปัจจุบันมีเงินทุนหมุนเวียนประมาณ 1 ล้านบาทต่อปี

นายอนุชา เน้นย้ำว่า ความต้องการบริโภคเนื้อวัวเพิ่มมากขึ้น ตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ประกอบเข้าด้วยกัน สำหรับความต้องการของตลาดในการบริโภคเนื้อวัว แบ่งได้ 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มตลาดบน กลุ่มตลาดกลาง ซึ่งเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่มาก และกลุ่มตลาดล่าง โดยกลุ่มตลาดบน มีความต้องการบริโภคเนื้อโคขุนในระดับคุณภาพเกรด 3.5 – 4.5 ประมาณการราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 5,000 – 20,000 บาท ซึ่งสายพันธุ์โคทาจิมะ หรือ โคเนื้อ- ทาจิมะ เรียกอีกชื่อว่า Japanese Black หรือ wagyu เป็นโคเนื้อสายพันธุ์ญี่ปุ่น ที่มีความเป็นเลิศสายพันธุ์หนึ่ง ที่รู้จักกันดีทั่วโลกในชื่อ เนื้อโกเบ (Kobe Meat) หรือ เนื้อมัตสึซากะ (Matsusaka Meat)  ทำให้คนในวงการผู้บริโภคเนื้อต่างพูดถึงและให้คำนิยามว่า เป็นเนื้อพิเศษที่มีความนุ่มละมุนลิ้นชนิดละลายในปาก และต้องสรรหามาลิ้มลองรสชาติให้ได้สักครั้งในชีวิต ส่งผลให้เนื้อชนิดนี้มีราคาแพงมาก หรือเรียกได้ว่ามีราคาแพงสุดในโลกเลยทีเดียว ดังนั้น จะเลี้ยงโคเนื้อ หรือ เลี้ยงโคขุน ก็ก่อเกิดธุรกิจภายในครัวเรือนขึ้นแล้ว เพราะถือเป็นธุรกิจอย่างหนึ่ง ถึงแม้จะเลี้ยงเพียง 2-3 ตัวก็ตาม เพราะการลงทุนจะต้องมีแผนงานที่แน่นอน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนจากเงินทุนที่ลงไปตามแผนงานที่กำหนด สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยง “โคขุน” สามารถศึกษาหาความรู้ได้จากเกษตรกรที่สำเร็จแล้ว ในส่วนของการสนับสนุนตามโครงการโคล้านครอบครัว จะเป็นจุดตั้งต้นให้สมาชิกมีรายได้จากการเลี้ยงโค จะเป็นอีกหนึ่งหนทางอาชีพที่สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างยั่งยืน ขอเพียงมีความตั้งใจ อดทนเลี้ยงวัว ในวันข้างหน้า วัวจะเลี้ยงเรา เลี้ยงครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ โคเนื้อทาจิมะในประเทศไทยสามารถเลี้ยงได้แล้ว เมื่อปี 2531  โดย Mr. Nishida ผู้แทนสมาคม น้อมเกล้าถวายฯ โควากิว สายพันธุ์ทาจิมะ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สยามบรมราชกุมารี 1 คู่ (ผู้ 1 ตัว เมีย 1 ตัว) และได้พระราชทานต่อให้กรมปศุสัตว์ ร่วมกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศึกษาความเป็นไปได้ในการเลี้ยงและพัฒนาสายพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพการเลี้ยง การจัดการของเกษตรกรในประเทศไทย รวมถึงได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานชื่อใหม่ ให้เป็น “โคเนื้อภูพาน”  เป็นโคเนื้อคุณภาพดี มีราคา เลี้ยงได้ทั่วไทย นับเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์โคทางเลือกสำหรับเกษตรกรที่ต้องการสร้างอาชีพได้เป็นอย่างดี

โดยการจัดงาน “สร้างเศรษฐกิจฐานราก สร้างชาติมั่นคง” ครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดงานครั้งที่ 10 ซึ่งบรรยากาศในงานมีสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน ฯ ซึ่งเป็นนกลุ่มเป้าหมายหลักในพื้นที่รับผิดชอบ 6 จังหวัด ได้แก่กําแพงเพชร, ตาก, น่าน,แพร่สุโขทัย, อุตรดิตถ์ เสวนาโดยกองทุนหมู่บ้านต้นแบบ “ทําแล้ว ทําง่าย ทําได้…ไม่ยาก” โดยกองทุนหมู่บ้าน กองทุน หมู่บ้านป่ากล้วย หมู่ที่ 2 ตําบลคุ้งตะเภา อําเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ นอกจากนี้ ยังมี กิจกรรม Up Skill เรื่อง “โคล้าน ครอบครัว” รวมถึงยังกิจกรรม Business Matching และยังมีนิทรรศการให้ความรู้จาก กทบ. อีกด้วย

-(016)

เปิดเคล็ดลับ 5 ข้อ และศัพท์ 10 คำที่นักลงทุนจำเป็นต้องรู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734939

เปิดเคล็ดลับ 5 ข้อ และศัพท์ 10 คำที่นักลงทุนจำเป็นต้องรู้

เปิดเคล็ดลับ 5 ข้อ และศัพท์ 10 คำที่นักลงทุนจำเป็นต้องรู้

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 18.23 น.

OctaFX นำเสนอคำแนะนำเต็มรูปแบบเกี่ยวกับ Forex พร้อมด้วยเคล็ดลับและการ์ดที่มีเงื่อนไขที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อทำความเข้าใจว่าการซื้อขายทำงานอย่างไร

การเข้าสู่ตลาด Forex เป็นครั้งแรกนั้นเป็นสิ่งที่ท้าทาย มีคำศัพท์มากมายที่ทำให้เกิดความสับสน ตั้งแต่ pip และสเปรด ไปจนถึง bulls และ bears และไม่มีเคล็ดลับง่าย ๆ เกี่ยวกับวิธีการเปิดและเวลาที่ควรปิดคำสั่งซื้อขายครั้งแรกของคุณ ด้านล่างนี้คุณจะพบทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ในฐานะมือใหม่ในตลาด Forex คุณสามารถพิมพ์การ์ดที่มีเงื่อนไขการค้าและสร้างอภิธานศัพท์ที่จำง่ายได้

เรียนรู้ปัจจัยพื้นฐาน

ก่อนอื่นใดอันดับแรกนั้น เรามาเรียนรู้ว่าตลาด Forex ทำงานอย่างไร ใครมีส่วนร่วมในตลาด และวิธีที่คุณสามารถสร้างรายได้จากการเทรดในตลาด Forex กล่าวโดยสรุป ตลาด Forex เป็นที่ที่ทุกคนซื้อและขายสกุลเงินตั้งแต่รายบุคคลไปจนถึงธนาคารรายใหญ่และแม้แต่การซื้อขายในนามประเทศต่าง ๆ คุณสามารถซื้อและขายสกุลเงินได้ที่สำนักงานแลกเปลี่ยนเงินตรา แต่หากต้องการทำกำไรจากการซื้อขายคู่สกุลเงินในตลาดโลก คุณต้องมีโบรกเกอร์ พูดง่ายๆ ก็คือ โบรกเกอร์คือตัวกลางที่ส่งการเทรดของคุณไปยังตลาดต่างประเทศที่กว้างขึ้น ซึ่งราคาจะเปลี่ยนแปลงทุกวินาที แทนที่จะเป็นวันละครั้งเหมือนที่สำนักงานแลกเปลี่ยนเงินตรา สิ่งนี้ช่วยให้คุณทำกำไรได้ภายในรายนาที ในทางกลับกัน โบรกเกอร์จะได้กำไรจากมาร์กอัป ซึ่งเป็นส่วนต่างเล็กน้อยระหว่างราคาที่คุณซื้อและขายสกุลเงิน

สร้างกลยุทธ์ในการเทรดให้ประสบความสำเร็จและไม่เพียงแค่เสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ คุณจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ กลยุทธ์การเทรดต้องการวิธีการที่เป็นระบบ รวมถึงเวลาและวิธีการเปิดการเทรด ขั้นแรกตัดสินใจว่าคุณจะเข้าสู่ตลาดเมื่อใด ซึ่งทำได้โดยใช้ การวิเคราะห์ทางเทคนิค การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน หรือใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน ประการที่สอง กำหนดจำนวนเงินที่คุณสามารถใส่ในการเทรดหนึ่งครั้ง ประการที่สาม ตั้งกฎที่เข้มงวดในการออกจากการเทรด ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีกำไร เพื่อไม่ให้เปิดไว้นานเกินไปและอาจส่งผลให้เกิดการขาดทุน

เพิ่มความชำนาญให้แด่การบริหารความเสี่ยงของคุณ

การจัดการความเสี่ยง ช่วยให้คุณไม่ต้องลงเอยด้วยบัญชีที่ว่างเปล่าและเกิดความสูญเสียที่สามารถป้องกันได้ มีกฎหลักอยู่ 2 ข้อที่คุณต้องปฏิบัติตามเพื่อลดความเสี่ยงระหว่างการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อแรกให้คุณกำหนดว่าจะไม่ใช้มากกว่า 4% ของเงินทุนในการเทรดต่อหนึ่งครั้ง กฎอีกข้อหนึ่งคือการรักษาระดับการขาดทุนต่อการเทรดของคุณไว้ที่ 25% สูงสุดและหยุดเมื่อถึงจุดนั้น คุณสามารถคำนวณเปอร์เซ็นต์เหล่านี้ใน pips จากนั้นตั้งค่าคำสั่ง Stop Loss เพื่อออกจากการเทรดได้ในระดับที่วางไว้ระดับหนึ่ง

ควบคุมอารมณ์

อารมณ์ เช่น ความโลภ ความกลัว และความหวัง มักจะทำให้คุณเปิดการเทรดที่ไม่ได้กำไรหรือเปิดการเทรดบางอย่างไว้จนกว่าจะเริ่มขาดทุน ไม่ว่าจะเป็น ตลาดขาขึ้น หรือ ตลาดขาลง คุณจะต้องควบคุมอารมณ์ของคุณอยู่เสมอโดยใช้เทคนิคการบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวด ตัวอย่างเช่น แม้ว่าคุณจะคิดว่าราคาจะสูงกว่าระดับที่คุณตั้ง Take Profit ก็อย่าลบการ Stop Loss ออก การเทรด Forex นั้น เทรดน้อยแต่ได้กำไรมาก ในที่สุดผลกำไรตามกลยุทธ์ที่สม่ำเสมอจะนำมาซึ่งชัยชนะครั้งใหญ่มากกว่าโชคเป็นครั้งคราว หรือคุณสามารถตั้งค่าคำสั่ง trailing stop เพื่อเลื่อนราคาให้สูงขึ้น

อย่าลืมว่าเลเวอเรจเป็นดาบสองคม

เลเวอเรจ ที่ให้บริการโดยโบรกเกอร์ Forex นั้นไม่เพียงแต่เพิ่มศักยภาพในการทำกำไรของคุณเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงอีกด้วย หากราคาเข้าสู่ทิศทางตรงกันข้ามเป็นเวลานาน คุณอาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมดไป เฝ้าดูระดับมาร์จิ้นของคุณอย่างใกล้ชิดและตั้งค่า Stop Loss เพื่อป้องกันการซื้อขายไม่ให้ราคาตกต่ำเกินไป

นอกจากนี้ยังมีเคล็ดลับอื่นที่เราได้จดไว้อีกคือ ในการเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ คุณต้องฝึกฝนให้มาก ลองเปิดบัญชีทดลองกับ OctaFX เพื่อทำความเข้าใจว่าการเทรดคืออะไร หรือลองทดสอบทักษะของคุณในบัญชีจริงตั้งแต่ตอนนี้กันเลย!

มิวเซียมสยาม เปิดพื้นที่ฮีลใจ สร้างความรู้สึกดีๆ ผ่านงาน ‘เสาร์สนามไชย’ Healing House ฮีลละไม ใจละมุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734935

มิวเซียมสยาม เปิดพื้นที่ฮีลใจ สร้างความรู้สึกดีๆ ผ่านงาน ‘เสาร์สนามไชย’ Healing House ฮีลละไม ใจละมุน

มิวเซียมสยาม เปิดพื้นที่ฮีลใจ สร้างความรู้สึกดีๆ ผ่านงาน ‘เสาร์สนามไชย’ Healing House ฮีลละไม ใจละมุน

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 18.14 น.

มิวเซียมสยาม ขอเป็นพื้นที่ส่งมอบความสุขไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตของคนเมือง บนพื้นที่และกระบวนการพิพิธภัณฑ์ เพื่อสร้างประสบการณ์และส่งมอบความรู้ ไปกับการส่งมอบความรู้สึกร่วมของคนเมือง (sense of belonging)  เพื่อให้พิพิธภัณฑ์ทำหน้าที่ และเป็นพื้นที่ของการให้บริการทางสังคม (social service) อย่างแท้จริง เนื่องด้วยเป็นบทบาทของพิพิธภัณฑ์ในฐานะพื้นที่ทางสังคม

นางสาวสุขุมาล ผดุงศิลป์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (มิวเซียมสยาม) กล่าวว่า ทาง มิวเซียมสยาม จะจัดงาน เสาร์สนามไชย Saturday Happening ในแนวคิด Healing House ฮีลละไม ใจละมุน  โดย ในมุมมองการทำงานของพิพิธภัณฑ์ได้ปรับเข้าสู่บทบาททางสังคมที่นอกเหนือไปจากการให้ความรู้ และประสบการณ์ที่ได้จากการเข้าชมในพิพิธภัณฑ์ แม้ว่าพิพิธภัณฑ์ยังมีหน้าที่ในการสื่อสารความรู้ แต่ด้วยวิธีการที่ลดทอนความขึงขังให้พิพิธภัณฑ์ได้มีบทบาทหน้าที่และศักยภาพอย่างใหม่ที่เชื่อมต่อไปยังผู้คน เป็นพื้นที่ที่ก่อให้เกิดวาทกรรมทางสังคมทั้งในวาระประวัติศาสตร์ร่วมสมัย และโอบรับผู้คนบนความเปลี่ยนแปลงของเมืองและสังคมวัฒนธรรม มิวเซียมสยามจึงจัดกิจกรรมที่ใช้กระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายในรูปแบบงานเสาร์สนามไชย เพื่อส่งเสริมความสุขไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตของคนเมืองบนพื้นที่และกระบวนการพิพิธภัณฑ์ เพื่อสร้างประสบการณ์และส่งมอบความรู้ ไปกับการส่งมอบความรู้สึกร่วมของคนเมือง (sense of belonging)  เพื่อให้พิพิธภัณฑ์ทำหน้าที่และเป็นพื้นที่ของการให้บริการทางสังคม (social service) อย่างแท้จริง

ด้าน นางสาวชนน์ชนก พลสิงห์ ภัณฑารักษ์งานเสาร์สนามไชย กล่าวว่า งานเสาร์สนามไชย Saturday Happening- Healing House ฮีลละไม ใจละมุน ประกอบด้วยกิจกรรมมากมาย อาทิ

 1. กิจกรรมสำหรับเด็ก (Kidscovery Zone) ศิลปะสร้างสมาธิ และเยียวยาอารมณ์

 2. พิพิธภัณฑ์ออกเดท กิจกรรมเพื่อการแบ่งปัน “สิ่งของฮีลใจ” บนกระบวนการทำงานพิพิธภัณฑ์ที่ว่าด้วย “เรื่องราว” และ “ข้าวของ”

 3. กิจกรรม ระเบิดสี ระบายสวย-ปาก้อนสี เป็นงานศิลป์

 4. เวิร์กช้อป สำหรับเด็ก สร้างความสุขให้ล้นใจ  ด้วยกิจกรรมฮีลใจด้วยวงกลม Mandala Healing Art

 5. เวิร์กช้อป สำหรับผู้ใหญ่ กิจกรรมเพื่อความผ่อนคลาย ผ่านผัสสะรูปแบบต่าง อาทิ รูป รส กลิ่น เสียง เขียน สัมผัส เพื่อมอบความผ่อนคลาย และวิธีการใหม่ๆ ในการรับมือกับความเครียดของคนเมือง 

รูปแบบกิจกรรมจะหมุนเวียนไปในแต่ละครั้ง โดยมีตัวอย่างหัวข้อเวิร์กช้อป ดังนี้

-อูมามิ ชูรสชูใจ รสอร่อยจากธรรมชาติ | Naturally Umami โดย นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

– Kit เสียง – คิดเสียง จุดเริ่มต้นของการฟัง คือการใช้เวลาในการพิจารณาเสียงรอบข้าง | Kit Sound โดย ฉมามาศ แก้วบัวดี และ เขตสิน จูจันทร์

-ยาดม ยาใจ | Inhaler and heart healing โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวุฒิ อ่อนน่วม

-เขียน.ปล่อย.วาง | Write & Re-lete โดย อนุรักษ์ เม่นหรุ่ม (ครูโอเล่)

-สนุก.สร้าง.เสียง Sanook Sonore โดย ผศ.ดร.อโณทัย นิติพน และ ฆัสรา ขมะวรรณ มุกดาวิจิตร

-สมุด Heal ใจ | Healing Book Making โดย ภาสุร จึงแย้มปิ่น

6. กิจกรรมพิเศษ กอด กับ กาย เขียนจดหมายถึงตัวเองในอีก 5 ปีข้างหน้า

7. นำชมเส้นทางเพื่อการฮีลใจ จัดการนำชมภายในนิทรรศการของมิวเซียมสยาม

 8. ดนตรีกลางแจ้ง ผ่อนคลายด้วยบรรยากาศดนตรีในสวนภายในพื้นที่พิพิธภัณฑ์ 

 9. ตลาดนัดหัวใจสีเขียว ตลาดนัดรักษ์โลกที่คำนึงสุขภาวะด้านสุขภาพของผู้บริโภค

 10. Hearing House พื้นที่ฮีลใจผ่านเสียง

สำหรับงานกิจกรรม เสาร์สนามไชย ฮีลละไม ใจละมุน Saturday Happening Healing House จะจัดขึ้นในทุกวันเสาร์แรกของเดือน จำนวน 4 ครั้ง ด้วยกัน เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่  3 มิถุนายน, วันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม, วันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม และวันเสาร์ที่ 2 กันยายน 2566 โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. ที่ มิวเซียมสยาม (MRT สนามไชย ทางออก1)

-(016)

ททท.จัดแคมเปญ ‘Workation Thailand 100 เดียวเที่ยวได้งาน’ กระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734933

ททท.จัดแคมเปญ ‘Workation Thailand 100 เดียวเที่ยวได้งาน’ กระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศ

ททท.จัดแคมเปญ ‘Workation Thailand 100 เดียวเที่ยวได้งาน’ กระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศ

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 18.09 น.

ททท. ลดกระหน่ำครั้งยิ่งใหญ่ กับ Voucher ท่องเที่ยวราคาพิเศษเพียง 100 บาท! ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขาย “Workation Thailand 100 เดียวเที่ยวได้งาน” เริ่มรอบแรกในวันที่ 6 เดือน 6

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดเต็มกับแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวในรูปแบบ Workation ที่ส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ ออกเดินทางท่องเที่ยวพร้อมทำงาน เพื่อสร้างประสบการณ์การทำงานในรูปแบบใหม่ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขาย “Workation Thailand 100 เดียวเที่ยวได้งาน” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการตลาดและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศและพักค้างคืนในวันธรรมดา โดยนำเสนอสินค้าและการบริการด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบบัตรกำนัล (Voucher) ซึ่งจะเสนอขายในราคาเพียง 100 บาท เท่านั้น

เริ่มแล้วรอบแรก กับกิจกรรมส่งเสริมการขาย “Workation Thailand 100 เดียวเที่ยวได้งาน” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่นำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวในราคาเพียง 100 บาท โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมรอบแรกได้ในวันที่ 6 มิถุนายน 2566 และสามารถเลือกซื้อ Voucher ได้ในเวลา 10.00 น. – 00.00 น. ผ่านเว็บไซต์ http://www.tourismthailand.org/workationthailand ซึ่งบัตรกำนัล (Voucher) สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวที่นำเสนอขายจะประกอบไปด้วย 4 ประเภท โดยมีรายละเอียดดังนี้ ประเภทโรงแรมที่พัก อาทิ แพ็กเกจจาก แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ท แอนด์คันทรีคลับ, ดุสิตธานีกระบี่ บีช รีสอร์ท, ริเวอร์แคว จังเกิ้ลราฟท์, ครอส ริเวอร์แคว รีสอร์ท , โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน, วีรันดา ไฮ รีสอร์ท เชียงใหม่ – เอ็มแกลเลอรี่, เมลาตี บีช รีสอร์ท, โรงแรมสยามเคมปินสกี้กรุงเทพ, ศรีพันวา และ ศาลา อยุธยา ประเภทยานพาหนะ อาทิ บัตรโดยสารเครื่องบิน เที่ยวเดียว เส้นทางบินในประเทศ 1 ที่นั่ง จากสายการบินแอร์เอเชีย ประเภทร้านอาหาร อาทิ บัตรรับประทานอาหารจาก บาร์บีคิวพลาซ่า, โอ้กะจู๋, เชฟส์เทเบิล, มิสเตอร์ โดนัท และ อานตี้ แอนส์ ประเภทแพ็กเกจท่องเที่ยวและกิจกรรมท่องเที่ยว อาทิ เล็ทส์ รีแล็กซ์ สปา, โอเอซิสสปา, วานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล, สยามอะเมซิ่งพาร์ค, มาดาม ทุสโซ กรุงเทพ และ ซีไลฟ์ แบงคอก เป็นต้น ทั้งนี้ยังมีสถานประกอบการชั้นนำที่เข้าร่วมกิจกรรมอีกมากมาย

สำหรับกิจกรรม “Workation Thailand 100 เดียวเที่ยวได้งาน” นอกจากจัดขึ้นในวันที่ 6 เดือน 6 แล้ว รอบถัดไปจะจัดขึ้นในวันที่ 7 เดือน 7, 8 เดือน 8 และ 9 เดือน 9 ตามลำดับ และนอกจากนี้ ภายใต้แคมเปญยังมีการนำเสนอสิทธิพิเศษและส่วนลดต่าง ๆ ทั้ง 4 ประเภท จากสถานประกอบการชั้นนำทั่วประเทศ ซึ่งมีส่วนลดสูงสุดถึง 80% สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจกดรับสิทธิพิเศษส่วนลดต่าง ๆ สามารถกดรับได้ที่เว็บไซต์ http://www.tourismthailand.org/workationthailand และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญได้ที่ Line Official Account: @workationthailand

-(016)

เดอะมอลล์ จัด ‘บุฟเฟต์ทุเรียนลอยฟ้าใจกลางเมือง’ พร้อมชวนอุดหนุนผลไม้ไทยส่งตรงจากเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734929

เดอะมอลล์ จัด ‘บุฟเฟต์ทุเรียนลอยฟ้าใจกลางเมือง’ พร้อมชวนอุดหนุนผลไม้ไทยส่งตรงจากเกษตรกร

เดอะมอลล์ จัด ‘บุฟเฟต์ทุเรียนลอยฟ้าใจกลางเมือง’ พร้อมชวนอุดหนุนผลไม้ไทยส่งตรงจากเกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.50 น.

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรไทยผลักดันให้ผลไม้ไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จับมือกับ จังหวัดนนทบุรี, สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี และพาณิชย์จังหวัดนนทบุรี พร้อมเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนจังหวัดนนทบุรี เพื่อส่งเสริมการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทย  พร้อมทั้งช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร จัดเต็มเทศกาลผลไม้เมืองร้อน “มหัศจรรย์นนทบุรีทุเรียนลอยฟ้า” ครั้งแรกกับ “บุฟเฟต์ทุเรียนลอยฟ้าใจกลางเมือง” ชวนลิ้มรสความอร่อยของสุดยอดทุเรียนคัดเกรดคุณภาพพรีเมียม และผลไม้ไทยหลากหลายชนิด พบผลผลิตทางการเกษตร เลือกช้อปทุเรียนนนท์แท้ ผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดนนทบุรี ที่ สวนน้ำ แฟนตาเซีย ลากูน ชั้น 6 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-5 มิถุนายน 2566

โดยพิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ท่านสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานเปิดงาน “มหัศจรรย์นนทบุรีทุเรียนลอยฟ้า” โดยมี คุณดวงตา พงษ์วิไลย์ และผู้บริหาร เดอะมอลล์ กรุ๊ป ให้การต้อนรับ

ดวงตา พงษ์วิไลย์ ผู้อำนวยการใหญ่การตลาดศูนย์การค้า บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัดกล่าวว่า “ประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีผลไม้อุดมสมบูรณ์ สำหรับช่วงฤดูร้อนถือเป็นช่วงที่ผลไม้มีรสชาติอร่อยจัดจ้าน จนกลายเป็นจุดขายสำคัญที่มีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย อาทิ เช่น ทุเรียน มังคุด มะม่วง เป็นต้น ประกอบกับทุเรียนของจังหวัดนนทบุรี ขึ้นชื่อว่าเป็นทุเรียนเฉพาะถิ่น รสชาติดี คัดเกรดคุณภาพพรีเมียม ดังนั้นจึงนับเป็นโอกาสอันดีที่ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ผลไม้ไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จับมือกับ จังหวัดนนทบุรี, สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี และพาณิชย์จังหวัดนนทบุรี พร้อมเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนจังหวัดนนทบุรี จัดงาน “มหัศจรรย์นนทบุรีทุเรียนลอยฟ้า” เทศกาลบุฟเฟต์ทุเรียนและผลไม้นานาชนิด ที่อร่อยที่สุดของช่วงฤดูกาล พร้อมฟินกันแบบจุใจ ครั้งแรกกับ “บุฟเฟต์ทุเรียนลอยฟ้าใจกลางเมือง” ในบรรยากาศ   “บีชคลับ” บน สวนน้ำ แฟนตาเซีย ลากูน บรรยากาศริมทะเลสุดชิค ที่มาพร้อมราคาบุฟเฟต์สุดพิเศษ 699 บาท สมาชิก M Card แลก 59 คะแนน รับส่วนลดผ่าน M APP ซื้อบัตรในราคาเพียง 595 บาท

นอกจากนี้ภายในงานพบ ผลผลิตทางการเกษตร เลือกช้อปทุเรียนนนท์ ความพิเศษของทุเรียนนนท์ คือ รสชาติจะหอมหวานมันกลมกล่อม ละมุนลิ้น เนื้อทุเรียนจะเป็นสีทองนุ่มละเอียดไม่เละ กลิ่นไม่ฉุน มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งหาทานได้ยาก ผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดนนทบุรี หนึ่งในสายพันธุ์ทุเรียนที่คนรักทุเรียนไม่ควรพลาด”

ไฮไลท์ภายในงานเทศกาล “มหัศจรรย์นนทบุรีทุเรียนลอยฟ้า”

• อร่อยกับบุฟเฟต์ทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ อาทิ หมอนทอง, นกหยิบ, พวงมณี, รวมทั้งผลไม้และเมนูผลไม้นานาชนิด เช่น เมลอน, มังคุด, มะม่วง, ไอศกรีมผลไม้ และข้าวเหมียวมูน และเครื่องดื่มคลายร้อน เต็มอิ่มกับบุฟเฟต์ทุเรียนไม่อั้น 60 นาทีเต็ม จำนวน 5 รอบ โดยจำกัดรอบละ 60 ท่าน

• โซนผลผลิตคุณภาพจากเกษตรกร ช้อปคลายร้อน จัดเต็มผลไม้ไทยตามฤดูกาล ที่ส่งตรงจากสวนเกษตรกรคุณภาพ อาทิ ทุเรียนนนท์แท้, มังคุดนนท์, น้ำปั่นอโวคาโด, ทุเรียนกรอบและอีกมากมาย

• พบกับ มิว ศุภศิษฏ์ ในวันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน เวลา 17.00 – 18.00 น. ที่จะมาเพิ่มความฟินและความสนุกให้กับทุกท่าน

ยิ่งใหญ่ที่สุดในนนทบุรี ครั้งแรกกับบุฟเฟต์ทุเรียนลอยฟ้าใจกลางเมือง อิ่มอร่อยกับทุเรียนพร้อมผลไม้หลากหลายชนิด ส่งตรงจากสวน อิ่มไม่อั้นตลอด 60 นาที พร้อมเลือกช้อปดับร้อนกับสุดยอดผลไม้ตลอด 4 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 2-5 มิถุนายน 2566 ที่ สวนน้ำ แฟนตาเซีย ลากูน เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน เสิร์ฟความอร่อยแบบฟินๆวันละ 5 รอบ รอบละ 1 ชั่วโมง เวลา  12.30 – 13.30 น./ 14.00 – 15.00 น./ 15.30 – 16.30 /17.00 – 18.00 น. และ18.30 – 19.30 น. ซื้อบัตรหน้างานราคา 699 บาท พิเศษสำหรับสมาชิก M Card แลก 59 คะแนน รับส่วนลดผ่าน M APP ซื้อบัตรในราคาเพียง 595 บาท

-(016)

เจาะชีวิต 6 ทูตนฤมิต ตัวแทนกระบอกเสียงชาวสีรุ้ง พร้อมชวนเพื่อน LGBTQ+ มาปลดปล่อยตัวตน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734920

เจาะชีวิต 6 ทูตนฤมิต ตัวแทนกระบอกเสียงชาวสีรุ้ง พร้อมชวนเพื่อน LGBTQ+ มาปลดปล่อยตัวตน

เจาะชีวิต 6 ทูตนฤมิต ตัวแทนกระบอกเสียงชาวสีรุ้ง พร้อมชวนเพื่อน LGBTQ+ มาปลดปล่อยตัวตน

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.19 น.

ต้อนรับสู่ Pride Month ในเดือนมิถุนายน 2566 เดือนที่เฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความภาคภูมิใจ ของเหล่า LGBTQ+ ซึ่งหากพูดถึงบิ๊กเฟสติวัลกับสัญลักษณ์หัวใจสีรุ้งสำหรับงานนี้ก็คงหนีไม่พ้นเจ้าภาพของการจัดงานอย่าง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ที่ขับเคลื่อนและสร้างปรากฎการณ์ถนนสีรุ้งเมื่อปีที่ผ่านมา (2022) และในปีนี้หากใครที่ติดตามข่าวสาวของชาวสีรุ้ง คงจะเคยเห็นภาพกลุ่ม LGBTQ+ ที่สวมใส่เสื้อผ้าสีสันสดใด บ่งบอกความเป็นตัวของตนเองผ่านการสไตล์ลิสต์ได้อย่างลงตัว โดยพวกเขาถูกเรียกว่า 6 ทูตนฤมิตบางกอกไพรด์ 2023

ก่อนจะไปรู้จักกับ 6 ทูตนฤมิตบางกอกไพรด์ จะพามารู้จักผู้อยู่เบื้อหลังชุดสุดอลังการ สีสันสดใส ดีไซน์เป็นเริ่ดของเหล่าทูตนฤมิต เขาคือ โป้ง จรัญ คงมั่น ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ดีกรีจบแฟชั่นดีไซน์จากมหาวิทยาลัยรังสิต โป้งเล่าว่า “ตนเองมีความสนใจในเรื่องประเด็นสังคม มาตั้งแต่สมัยเรียน บวกกับเป็นคนชื่นชอบในเรื่องแฟชั่นและเสื้อผ้า จึงคิดว่าอยากนำความรู้และความถนัดของตนเองมาถ่ายทอดและเป็นไอเดียในการเคลื่อนไหวสังคมผ่านเสื้อผ้า เพราะมองว่าแฟชั่นเสื้อผ้า คือเครื่องมือรูปหนึ่งที่สามารถแสดงออก สื่อสารประเด็นต่างๆได้ และสำหรับแรงบันดาลใจ หรือแนวทางในการออกแบบหลักๆคือ การใช้สีชุดให้ล้อไปกับขบวนพาเหรดของงานบางกอกไพรด์2023 ส่วนการตัดเย็บ ดีไซน์ชุดนั้นได้ดึงตัวตนเรื่องราวของผู้สวมใส่และแรงบันดาลใจจากไพรด์เป็นแกนหลักในการออกแบบ เพราะเชื่อว่าหากเหล่าทูตนฤมิตได้สวมใส่ชุดที่ตรงกับเรื่องราวของตนเองแล้วจะเป็นการฟื้นฟูและเพิ่มพลังในการสื่อสาร เคลื่อนไหวประเด็นต่างๆของพวกเราชาวสีรุ้งได้เป็นอย่างดี”

รู้จักผู้อยู่เบื้องหลังชุดอันโดดเด่นแล้ว ก็มารู้จัก 6 ทูตนฤมิตบางกอกไพรด์ 2023 กันต่อ…….

มีมี่ (Memee) ทูตนฤมิตที่โดดเด่นด้วยชุดสีแดงชมพู ชื่อ Valor แรงบันดาลใจจากความหมายของดอกไอริส และ เทพีไอริส ดีไซน์ของชุดจึงใช้โครงชุดนักรบเพื่อแสดงออกถึงความกล้าหาญแต่เพิ่มความสดใสตามคาแรคเตอร์คนใส่เพื่อนำเสนอว่ารูปลักษณ์หรือวิธีการแสดงออกถึง “ความกล้าหาญ” ไม่ได้มีลักษณะหรือรูปแบบเดียว ซึ่งชุดที่สวมใส่สามารถสะท้อนตัวตนของมีมี่ ได้เป็นอย่างดี เพราะมีมี่ ผ่านเส้นทางการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ เป็นนักกิจกรรมเยาวชนที่มีความโดดเด่นในการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสื่อสารประเด็นทางสังคม มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนในประเด็นสิทธิความหลากหลายทางเพศและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ปีนี้ได้เป็นตัวแทน Thailand Youth Delegate ในการประชุม Amnesty International ประจำปี 2023 และได้รับคัดเลือกเป็น Tomorrow’s leaders โดย UNDP

ต้น (Ton) ที่ใครๆก็รู้จักในฐานะผู้นำจัดงานเชียงใหม่ไพรด์ ผู้ผ่านเส้นทางการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศต้นเป็นนักปกป้องสิทธิความหลากหลายทางเพศและสิทธิมนุษยชนในระดับภูมิภาคเอเชียและนานาชาติที่มีผลงานการรณรงค์ประเด็นทางสังคมอย่างโดดเด่น และปัจจุบันขยายพื้นที่รณรงค์ไปสู่ Tiktoker ที่นำเสนอปัญหาสังคมที่ต้องได้รับการแก้ไขได้อย่างถึงใจ ต้นจึงได้สวมใส่ชุด ดปัญญา (Wise)หนึ่งในความหมายของดอกไอริส ที่มีดีไซน์ในส่วนของโครงเส้นชุดให้ดูเหมือนมีรัศมีของปัญญาเปล่งออกมาจากศีรษะ การมองเห็นคุณค่าของปัญญาจากชุดประสบการณ์ชีวิตที่มีต้นทุนแตกต่างกันคือสิ่งที่จะทำให้เราหันมามองเห็นคุณค่าของมนุษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียมซึ่งการปรากฏตัวทุกครั้งของต้นคือการบันทึกประวัติศาสตร์สำคัญของการขับเคลื่อนเรื่องสิทธิมนุษยชนและสิทธิความหลากหลายทางเพศ

มุ้ย (Muii) กับการสวมใส่ชุดชุดที่ชื่อว่า แพนนี่ (Panny) ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากดอกไอริสและสีธงของรสนิยมทางเพศแบบ pansexual และ panromantic คาแรกเตอร์ที่ดีไซเนอร์ต้องการสะท้อนความเมตตา การเปิดใจ เป็นคาแรกเตอร์ที่อ่อนนุ่มแต่รัศมีแผ่ขยาย เพื่อสื่อสารความรักและรูปแบบความสัมพันธ์ที่หลากหลายเพราะมุ้ย คือ ผู้นำและเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้เรื่องความเท่าเทียมทั้งเพศทั้งในบ้าน ที่ทำงานและสังคม มุ้ยเคยเป็นผู้นำหลักในการดำเนินนโยบายยุติรุนแรงทางเพศในสภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ปัจจุบันเธอมุ่งมั่นในการทำงานสิทธิด้านการมีสุขภาวะที่ดี (well-being) ของนักกิจกรรม และเธอจะเป็นผู้เย็บธงรุ้งแห่งความภาคภูมิใจผืนใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่จะนำมาร่วมขบวนในงานบางกอกไพรด์

ยัด (Yahya) ชุดดอกไอริสสีเขียวที่มีความสุขุม เทห์ แต่มาพร้อมกับ ความหวัง (Hope) เพราะตามธรรมชาติดอกไอริสสีเขียวหายากมาก  ดังนั้นยัดจึงเป็นตัวแทนที่เปรียบเสมือนความหวังที่พบเจอยากแต่สำคัญที่สุดในการเคลื่อนไหวทางสังคม และยัด ผ่านเส้นทางการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศ กับการเป็นเยาวชนข้ามเพศ เขาเป็นนักกิจกรรมรณรงค์สิทธิของเยาวชนข้ามเพศในชุมชนคนไทยเชื้อสายอินเดีย และเป็นส่วนหนึ่งในการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อรณรงค์ประเด็นพื้นที่ปลอดภัยของเยาวชนความหลากหลายทางเพศในพื้นที่ครอบครัว โรงเรียนและชุมชน การปรากฏตัวของยัดในบทบาททูตบางกอกไพรด์ประจำปีนี้จึงเป็นการเปิดพื้นที่ต้อนรับเยาวชนที่มีอัตลักษณ์ทับซ้อนและหลากหลายให้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนความหลากหลาย เพื่อถ่ายทอดความหวังในการยืนยันอัตลักษณ์คือความหวังที่ทรงพลังที่สุด

ชาร์ล็อต (charlotte) ชุดสีม่วงในชื่อโนบี้ (Nobie) ผู้ผ่านเส้นทางการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศชาร์ล็อตคือ      นักกิจกรรมเยาวชนนอนไบนารี่ (Nonbinary) เป็นผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิความเท่าเทียมทางเพศภายใต้ชื่อลุ่ม Feminist ณ ภาคใต้ และชาร์ล็อตมีความสนใจในประเด็นสุขภาวะ (Well-being) และการพัฒนาศักยภาพด้านจิตวิญญาณ ชุดโนบี้ที่สวมใส่จึงได้แรงบันดาลใจมาจากรูปทรงดอกไอริสและสีธงนอนไบรี่ สื่อถึงความเป็นกลาง (Neutrality) ความความเป็นหนึ่งเดียวของสรรพสิ่ง ดีไซน์ชุดจึงตั้งใจสร้างสรรค์ออกมาให้ดูสนุก ลื่นไหล ยืนหยุ่น ทรงชุดจึงดูเหมือนสมมาตรแต่ก็ไม่สมมาตรและไม่คงรูปชัดเจน

ทาทา (Tata) ผู้ผ่านเส้นทางการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศเป็นนักรณรงค์สิทธิ และสวัสดิการเพื่อคนไร้บ้าน และนักรณรงค์สิทธิของผู้ขายบริการทางเพศ (sex worker) รวมถึงสิทธิความหลากหลายในอีกหลายประเด็น เธอได้สวมใส่ชุดทีโฟ (T-fo) สีฟ้าทรงดอกไอริสที่เบ่งบานอย่างเต็มที่ ชุดนี้ต้องการสะท้อนแนวคิดการ “ยืนยันตัวตนของคนข้ามเพศ” การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องธรรมชาติ ทุกการเปลี่ยนจะทำให้เรามองเห็นตัวตนชัดขึ้น ละวางจากสิ่งที่ไม่ใช่ตัวเองเพื่อพบกับตัวตนที่แท้จริงและพลังภายใน นั่นคือความเบ่งบานสวยงาม

หากช่วงนี้ใครพบเห็น 6 ทูตนฤมิตบางกอกไพรด์ 2023 เดินเฉิดฉาย เจิดจรัส อยู่ในสตรีท ก็สามารถแวะเข้าไปถ่ายรูปกับทุกคน เพราะพวกเค้าพร้อมโอบรับเพื่อนที่จะร่วมเดินบนสีรุ้งด้วยกันในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ ตั้งแต่บริเวณแยกปทุมวัน ถนนพระราม 1 ฝั่งสยามพิวรรธน์ จนถึงแยกราชประสงค์ บริเวณลานเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมด้วยธงสีรุ้งยาวที่สุดในประเทศไทย ที่จะโบกสะบัดเพื่อประกาศชัดถึงความเท่าเทียมกันของผู้มีความหลากหลายทางเพศ พร้อมทั้งไฮไลท์กิจกรรมงานตลอดเส้นทาง ในวันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน 2566 ตั้งแต่เวลา 14:00 –  20:00 น.

-(016)