เปิดเว็บโชว์รูปลับลูก “โจ ไบเดน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699032

เปิดเว็บโชว์รูปลับลูก "โจ ไบเดน"

3 มิ.ย. 2566 10:12 น.

เปิดเว็บโชว์รูปลับลูก “โจ ไบเดน”

สำนักข่าวฟ็อกซ์นิวส์รายงานว่า นายแกร์เรตต์ ซีเกลอร์ อดีตผู้ช่วยของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และเป็นผู้ก่อตั้งมาร์โค โปโล องค์กรไม่แสวงผลกำไร เผยว่า ภาพถ่ายกิจกรรมลับสุดเหวี่ยงราว 10,000 รูป จากแล็ปท็อปของฮันเตอร์ ไบเดน บุตรชายของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ได้ถูกนำมาเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ใหม่ BidenLaptopMedia.com เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. เพื่อให้สาธารณชนได้รับรู้เห็นความเป็นอยู่เชิงลึกของสมาชิกครอบครัวหมายเลข 1 อย่างโปร่งใส หลังจากทีมงานใช้เวลา 2-3 เดือน ตรวจสอบภาพถ่ายทั้งหมด

แล็ปท็อปดังกล่าวถูกนำไปซ่อมที่ร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ของจอห์น ไอแซค ในรัฐเดลาแวร์ เมื่อเดือน เม.ย.2562 และไม่เคยมารับกลับ ไอแซค จึงอ้างว่าแล็ปท็อปตกเป็นทรัพย์สินของร้านตามสัญญาที่ฮันเตอร์ลงนาม ขณะที่ซีเกลอร์เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้รับสำเนาภาพจากแล็ปท็อป ซึ่งเต็มไปด้วยกิจกรรมทางเพศ ภาพโป๊เปลือย การใช้ยาเสพติด รวมทั้งข้อตกลงลับตั้งแต่ปี 2551-2562 ซึ่งยืนยันว่าไม่มีเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวต่างๆ และยังเซ็นเซอร์อวัยวะเพศ ย้ำว่าไม่ใช่การโจมตีครอบครัวไบเดน ชาวอเมริกันตัดสินเองได้ว่ารู้สึกอย่างไรกับครอบครัวหมายเลข 1 ผ่านรูปเหล่านี้.

พุ่งไม่หยุด เหยื่อรถไฟชนกันในอินเดียทะลุ 120 ศพ บาดเจ็บอีก 850 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699006

พุ่งไม่หยุด เหยื่อรถไฟชนกันในอินเดียทะลุ 120 ศพ บาดเจ็บอีก 850 คน

3 มิ.ย. 2566 05:25 น.

พุ่งไม่หยุด เหยื่อรถไฟชนกันในอินเดียทะลุ 120 ศพ บาดเจ็บอีก 850 คน

จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุรถไฟหลายขบวนชนกันในภาคตะวันออกของอินเดีย เพิ่มขึ้นจนมากกว่า 120 ศพแล้ว ขณะที่มีผู้บาดเจ็บอีกถึง 850 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย สุธันชู ซารางกี เจ้าหน้าที่สำนักงานดับเพลิงรัฐโอดิชา ของอินเดีย บอกกับผู้สื่อข่าวท้องถิ่นว่า ตอนนี้พวกเขาพบศพผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 120 ศพ หลังเกิดเหตุรถไฟชนกันใกล้เมืองบาลาซอร์ เมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ที่ 2 มิ.ย. 2566 ที่ผ่านมา และจำนวนอาจเพิ่มสูงขึ้นอีกเมื่อกระบวนการตรวจสอบเสร็จสิ้น

ด้านนายประทีป เชนา มุขมนตรีรัฐโอดิชา กล่าวว่า จำนวนผู้บาดเจ็บในเหตุการณ์นี้อยู่ที่ประมาณ 850 ราย ทางการต้องส่งรถพยาบาลมากกว่า 200 คันไปช่วยขนย้ายผู้บาดเจ็บ และส่งแพทย์มากกว่า 100 คนมาสมทบ ขณะที่ปฏิบัติการกู้ภัยกำลังดำเนินไปอย่างเต็มรูปแบบ

นอกจากนั้น บริษัทผู้ให้บริการรถบัสท้องถิ่น ก็ร่วมส่งรถไปช่วยเหลือในการขนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บไปโรงพยาบาลด้วย

ทั้งนี้ อุบัติเหตุเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเชื่อว่ารถไฟสาย Coromandel Express ประสบอุบัติเหตุตกรางในพื้นที่ใกล้เมืองบาลาซอร์ ก่อน ทำให้ตู้รถไฟหลายตู้ไปกองอยู่บนรางรถไฟฝั่งตรงข้าม จากนั้น รถไฟสาย Howrah Superfast Express ซึ่งกำลังเดินทางจากเมือง เยสวานต์ปูร์ ไปยังเมือง ฮาว์ราห์ จะวิ่งมาชนตู้รถไฟที่กีดขวาง

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อินเดียหลายคนบอกด้วยว่า รถไฟบรรทุกสินค้าขบวนหนึ่งซึ่งจอดอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ก็เข้าไปมีส่วนพัวพันกับอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย แต่ไม่ให้รายละเอียดว่าเกี่ยวข้องอย่างไร

ผู้โดยสารชายคนหนึ่งซึ่งรอดชีวิตมาได้ เล่าว่า “คนอื่นๆ ประมาณ 10-15 คนกระเด็นมาทับผมในตอนเกิดอุบัติเหตุ และทุกอย่างก็ยุ่งเหยิงไปหมด ผมถูกทับอยู่ด้านล่างสุด” “ผมบาดเจ็บที่มือและท้ายทอย พอออกมาจากตู้โดยสารได้ผมก็เห็นบางคนเสียมือ บางคนเสียขา บางคนใบหน้ายับเยิน”

ที่มา : bbc

Puppers สตรีมเมอร์คนดัง ผู้ป่วยโรค MND เสียชีวิตแล้วในวัย 32 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699005

Puppers สตรีมเมอร์คนดัง ผู้ป่วยโรค MND เสียชีวิตแล้วในวัย 32 ปี

3 มิ.ย. 2566 05:01 น.

Puppers สตรีมเมอร์คนดัง ผู้ป่วยโรค MND เสียชีวิตแล้วในวัย 32 ปี

Puppers สตรีมเมอร์คนดังบนแพลตฟอร์ม ทวิตช์ เสียชีวิตแล้วขณะมีอายุเพียง 32 ปี หลังจากเขาได้รับการวินิจฉัยว่า ป่วยโรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อมเมื่อ 3 ปีก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า Puppers หรือ แม็กซ์ สตรีมเมอร์คนดังชาวอเมริกันอ ผู้โด่งดังจากการสตรีมการเล่มเอาชีวิตรอดอย่าง Dead by Daylight ผ่านแพลตฟอร์มทวิตช์ (Twitch) เสียชีวิตแล้วเมื่อ 2 มิ.ย. 2566 ขณะมีอายุเพียง 32 ปี ท่ามกลางความเสียหายของแฟนๆ และผู้ติดตามกว่า 2.1 แสนคนของเขา

มูลนิธิ ‘Light in the Fog’ ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยแฟนๆ และชุมชนนักเล่นเกมรอบตัวของ Puppers หลังจากที่เขาได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (ALS) ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบบ่อยที่สุดของกลุ่มอาการเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อมอย่างต่อเนื่อง (MND) เพื่อระดมทุนช่วยค่ารักษา เป็นผู้ออกมาเปิดเผยข่าวการเสียชีวิตของ Puppers

Puppers เป็นที่รู้จักอย่างมากในด้านความเป็นคนมองโลกในแง่ดี เขามักจบการสตรีมของเขาด้วยการขอให้แฟนๆ สุขสบายใจ (comfy) อยู่เสมอ “เพราะเมื่อคุณอยู่อย่างสุขสบายใจ คุณกำลังเป็นผู้ชนะ” ซึ่งมูลนิธิก็ใช้คำพูดติดปากของ Puppers ไปใช้ในการแสดงความอาลัยต่อสตรีมเมอร์หนุ่มรายนี้ว่า “อยู่ในใจเราตลอดไป สุขสบายใจชั่วนิรันดร์”

ทั้งนี้ หลังจาก Puppers ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค ALS เพื่อของเขาซึ่งใช้ชื่อบนโลกออนไลน์ว่า Eshleee, Sunshine และ Silver ก็เดินทางข้ามประเทศมาเพื่อช่วยดูแลและให้การสนับสนุน และก่อตั้งมูลนิธิ Light in the Fog และร่วมกับสตรีมเมอร์นักเล่นเกม Dead by Daylight อีกกว่า 150 คนจนระดมทุนช่วยค่ารักษาได้ถึง 2.7 แสนดอลลาร์สหรัฐ

“การได้เป็นผู้ดูแลเขาในขณะที่เขากำลังต่อสู้อย่างเต็มที่กับโรคร้ายนี้ เป็นบททดสอบที่ยิ่งใหญ่และความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิตฉัน” Sunshine บอกกับสำนักข่าว บีบีซี “ฉันจะไม่มีวันลืมเขา และส่วนหนึ่งของหัวใจฉันจะคงว่างเปล่าต่อไปเมื่อไม่มีเขา”

ที่มา : bbc

ตร.เม็กซิโกพบถุงใส่ชิ้นส่วนศพ คาดเป็น 7 พนง.คอลเซ็นเตอร์ที่หายตัวไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699004

ตร.เม็กซิโกพบถุงใส่ชิ้นส่วนศพ คาดเป็น 7 พนง.คอลเซ็นเตอร์ที่หายตัวไป

3 มิ.ย. 2566 04:05 น.

ตร.เม็กซิโกพบถุงใส่ชิ้นส่วนศพ คาดเป็น 7 พนง.คอลเซ็นเตอร์ที่หายตัวไป

ตำรวจเม็กซิโกพบถุงพลาสติกหลายสิบใบ ภายในบรรจุชิ้นส่วนศพจำนวนมาก คาดเป็นของพนักงานคอลเซ็นเตอร์ 7 คนที่หายตัวไปก่อนหน้านี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 2 มิ.ย. 2566 ว่า สำนักงานอัยการรัฐฮาลิสโก ในประเทศเม็กซิโก เปิดเผยว่า ตำรวจพบถุงพลาสติกจำนวน 45 ถุงซึ่งภายในบรรจุชิ้นส่วนศพมนุษย์เอาไว้ ถูกนำมาทิ้งที่หุบเขาแห่งหนึ่งในเมืองกัวดาลาฮารา โดยการตรวจสอบรูปพรรณเบื้องต้นพบว่าตรงกับพนักงานคอลเซ็นเตอร์ 7 คนที่หายตัวไปก่อนหน้านี้

พนักงานทั้ง 7 คนหายตัวไปจากย่านกลางเมืองกัวดาลาฮารา ทางตะวันตกของเม็กซิโกระหว่างวันที่ 20-22 พ.ค. โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ชิ้นส่วนศพที่พบตรงกับพนักงานบางคนที่หายตัวไป แต่ต้องรอการชันสูตรอย่างเป็นทางการว่า ชิ้นส่วนศพที่พบเป็นของทั้ง 7 คนหรือไม่

ทั้งนี้ เม็กซิโกกำลังประสบปัญหาการหายตัวไปอย่างลึกลับของผู้คน เนื่องจากการลักพาตัวหรือการลักลอบค้ามนุษย์เกิดขึ้นบ่อยครั้งในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะบริเวณชายแดน เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็มีชาวอเมริกัน 4 คนถูกลักพาตัวในเม็กซิโก ก่อนที่ 2 คนในจำนวนนี้จะถูกพบเป็นศพ ส่วนอีก 2 คนได้รับความช่วยเหลือ

จนถึงตอนนี้ยังมีชาวเม็กซิโกหรือผู้อพยพมากกว่า 100,000 คนที่ยังหาตัวไม่พบ ขณะที่มีการพบศพผู้ที่หายตัวไปในรัฐฮาลิสโกมากกว่า 1,500 ศพนับตั้งแต่ปี 2561 โดยในปี 2563 พบศพแล้ว 147 ศพ

ปัจจุบัน เม็กซิโกถูกจัดเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการฆาตกรรมมากที่สุดในโลก แต่ประธานาธิบดี อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ เคยออกมากล่าวว่า เม็กซิโกเป็นประเทศที่ปลอดภัยมากกว่าสหรัฐอเมริกา

ที่มา : cnn

สลด รถไฟอินเดียตกรางชนกัน ตายแล้ว 50 ศพ เจ็บกว่า 500 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699003

สลด รถไฟอินเดียตกรางชนกัน ตายแล้ว 50 ศพ เจ็บกว่า 500 ราย

3 มิ.ย. 2566 03:12 น.

สลด รถไฟอินเดียตกรางชนกัน ตายแล้ว 50 ศพ เจ็บกว่า 500 ราย

เกิดอุบัติเหตุรถไฟหลายขบวนชนกันในภาคตะวันออกของอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 50 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 500 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถไฟอย่างน้อย 2 ขบวนชนกันที่เมืองบาลาซอร์ รัฐโอดิชา ทางภาคตะวันออกของประเทศอินเดีย เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 2 มิ.ย. 2566 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายร้อยคน และยังมีผู้โดยสารอีกมากที่ติดอยู่ภายในตู้โดยสาร ซึ่งปฏิบัติการช่วยเหลือจะดำเนินไปตลอดทั้งคืน

การรถไฟอินเดีย ยืนยันว่า รถไฟที่ประสบเหตุคือรถไฟโดยสารสาย Coromandel Express ซึ่งวิ่งระหว่างเมืองชาลิมาร์กับเมืองเชนไน กับรถไฟสาย Howrah Superfast Express ขณะที่รายงานข่าวบางกระแสระบุว่า มีรถไฟบรรทุกสินค้าเกี่ยวข้องในการชนครั้งนี้ด้วย แต่ยังไม่มีการยืนยัน

ทั้งนี้ อุบัติเหตุเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเชื่อว่ารถไฟสาย Coromandel Express ที่ประสบอุบัติเหตุตกรางในพื้นที่ใกล้เมืองบาลาซอร์ ก่อน ทำให้ตู้รถไฟหลายตู้ไปกองอยู่บนรางรถไฟฝั่งตรงข้าม จากนั้นรถไฟสาย Howrah Superfast Express ซึ่งกำลังเดินทางจากเมืองเยสวานต์ปูร์ไปยังเมืองฮาว์ราห์ จะวิ่งมาชนตู้รถไฟที่กีดขวาง

นายประทีป เชนา มุขมนตรีรัฐโอดิชา กล่าวว่า เขาได้รับรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตประมาณ 50 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 500 คน โดยสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญที่สุดตอนนี้คือ การช่วยเหลือเหล่าผู้ประสบเหตุ และให้การสนับสนุนทางการแพทย์แก่ผู้บาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม นายประทีป เตือนว่า พวกเขาต้องการทรัพยากรมากกว่านี้ในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ “รถพยาบาลเกือบ 50 คันถูกส่งไปแล้ว แต่ผู้บาดเจ็บมีจำนวนเยอะเกินไปมาก รถบัสขนาดใหญ่หลายคันกำลังถูกส่งไปช่วยขนย้ายผู้บาดเจ็บไปโรงพยาบาล”

ด้านนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย ทวีตข้อความระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติการกู้ภัยในที่เกิดเหตุ และกำลังให้ความช่วยเหลือทุกอย่างที่เป็นไปได้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ.

ที่มา : bbccnn

เบลโกรอด แคว้นชายแดนรัสเซียโดนโจมตีต่อเนื่อง ดับ 2 ศพ เจ็บหลายราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2699002

เบลโกรอด แคว้นชายแดนรัสเซียโดนโจมตีต่อเนื่อง ดับ 2 ศพ เจ็บหลายราย

3 มิ.ย. 2566 02:42 น.

เบลโกรอด แคว้นชายแดนรัสเซียโดนโจมตีต่อเนื่อง ดับ 2 ศพ เจ็บหลายราย

ผู้ว่าแคว้นเบลโกรอดกล่าวหายูเครน โจมตีข้ามพรมแดนทำประชาชนตาย 2 ศพ เจ็บอีกหลายราย ขณะที่กลุ่มติดอาวุธอ้าง รัสเซียยิงพวกเดียวกันเองเพราะความผิดพลาด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย วยาเชสลาฟ กลาดคอฟ ผู้ว่าการแคว้นเบลโกรอด ทางตะวันตกของรัสเซียและมีชายแดนติดกับยูเครน ออกมากล่าวหากองทัพยูเครนว่า ยิงปืนใหญ่โจมตีเข้าใส่เมืองของพวกเขาอีกครั้งในวันศุกร์ที่ 2 มิ.ย. 2566 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บอีกหลายราย

นายกลาดคอฟระบุว่า ผู้เคราะห์ร้ายทั้งสองคนเสียชีวิตหลังจากสะเก็ดระเบิดมาโดนรถของพวกเขา ขณะกำลังแล่นอยู่ในหมู่บ้าน มาสโลวา พริสตัน นอกจากนั้น ชาย 2 คนที่กำลังเดินทางบนรถอีกคันก็ได้รับบาดเจ็บ ทำให้ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีแล้วอย่างน้อย 9 ราย

เจ้าหน้าที่ในแคว้นข้างเคียงอย่าง บรียานสก์ และเคิร์สก์ ระบุว่า เมืองของพวกเขาก็ถูกโจมตีในช่วงข้ามคืนด้วยปืนใหญ่และโดรนติดอาวุธ ทำให้อาคารหลายแห่งได้รับความเสียหาย

ด้านรัฐบาลยูเครนยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาของฝ่ายรัสเซีย แต่พวกเขาปฏิเสธการมีส่วนร่วมในการโจมตีข้ามพรมแดนไปยังรัสเซียครั้งก่อนๆ และว่าเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธชาวรัสเซียที่ต่อต้านรัฐบาลของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

ขณะเดียวกัน กลุ่มติดอาวุธ Liberty of Russia Legion (FRL) กองกำลังกึ่งทหารฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเครมลิน โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันศุกร์ อ้างว่า พวกเขามีปฏิบัติการทางทหารที่หมู่บ้านโนวายา ตาโวลซานกา ซึ่งอยู่ใกล้กับหมู่บ้าน มาสโลวา พริสตัน

กลุ่ม FRL อ้างอีกว่า มีพลเรือน 2 คนถูกสังหารหลังจากรัสเซียยิงปืนใหญ่เข้าใส่รถของทั้งคู่ เนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่าเป็นรถของสมาชิกกลุ่ม FRL และว่าการต่อสู้ที่โนวายาฯ ยังดำเนินต่อไป และมีนักรบของพวกเขาหลายรายได้รับบาดเจ็บ

ที่มา : bbc

ศาลสูงจีนชี้หนุ่มจีนถูกไล่ออก โทษฐานนั่งส้วมนานกว่า 6 ชั่วโมงต่อวันเหมาะสมแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698847

ศาลสูงจีนชี้หนุ่มจีนถูกไล่ออก โทษฐานนั่งส้วมนานกว่า 6 ชั่วโมงต่อวันเหมาะสมแล้ว

2 มิ.ย. 2566 14:35 น.

ศาลสูงจีนชี้หนุ่มจีนถูกไล่ออก โทษฐานนั่งส้วมนานกว่า 6 ชั่วโมงต่อวันเหมาะสมแล้ว

ชาวเน็ตเสียงแตก หลังศาลจีนพิพากษาคดี พนักงานหนุ่มจีนถูกบริษัทไล่ออก เนื่องจากใช้เวลาเข้าห้องน้ำนานถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน โดยเห็นว่าเหตุผลในการไล่ออกมีความเหมาะสมแล้ว

ในที่สุดศาลจีนก็มีคำพิพากษาชี้ขาด ในคดีที่บริษัทแห่งหนึ่งไล่พนักงานออก ด้วยเหตุผลเพราะเขาเข้าห้องน้ำนานเกินไป จนกลายเป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยระบุว่าการไล่พนักงานหนุ่มออกเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและไม่สามารถคืนตำแหน่งงานให้แก่เขาได้

คดีนี้เกิดขึ้นย้อนไปตั้งแต่ปี 2015 หลังจากที่ทางบริษัทได้ตัดสินใจไล่พนักงานชาย คือนายหวัง ออกในเดือนกันยายน เนื่องมาจากพนักงานคนดังกล่าวใช้เวลาเข้าห้องน้ำในขณะที่มาทำงานนานถึงกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน แม้ว่าพนักงานคนดังกล่าวจะชี้แจงว่าเขามีปัญหาสุขภาพก็ตาม โดยรายงานระบุว่าพนักงานชายคนนี้เข้ารับการผ่าตัดทวารหนักเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2014 แต่ยังคงมีอาการเรื้อรังต่อเนื่อง ทำให้ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยครั้งทุกๆ วัน นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2015 เป็นต้นมา โดยจะใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำราวๆ 3-6 ชั่วโมง

โดยข้อมูลของทางบริษัท ระบุว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 7 กันยายน จนถึง 17 กันยายน ปี 2015 นายหวัง ไปเข้าห้องน้ำถึง 22 ครั้ง หรือเท่ากับไปห้องน้ำ 2-3 ครั้งต่อวัน และแต่ละครั้งก็ต้องใช้เวลานานราว 47 นาที ไปจนถึง 196 นาที หรือมากกว่า 3 ชั่วโมง จนกระทั่งนำไปสู่การถูกไล่ออก โดยทางนายจ้างให้เหตุผลว่าเป็นการกระทำเข้าข่ายละเมิดต่อข้อปฏิบัติของพนักงาน ทั้งการมาสาย การออกจากงานก่อนกำหนด และการขาดงาน

ด้านนายหวังหลังจากถูกไล่ออกก็ได้ยื่นฟ้องต่อศาลในเดือนตุลาคม ปี 2015 เพื่อให้ทางบริษัทคืนตำแหน่งงานให้แก่เขา จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็สู้คดีกันมาจนกระทั่งศาลสูงเทียนจินมีคำพิพากษาออกมาในวันนี้

ทั้งนี้ ข่าวเรื่องนี้ยังคงได้รับความสนใจจากชาวเน็ตจำนวนมาก หลังจากมีการนำมารีโพสต์ โดยชาวเน็ตแตกเป็นสองฝ่าย ทั้งเห็นใจนายหวังที่มีปัญหาสุขภาพ ขณะที่บางส่วนก็มองว่าการเข้าห้องน้ำของเขามันนานเกินไปจริงๆ.

ที่มา : businessinsider

คุณแหน : 3 มิถุนายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734881

วันเสาร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าฯถวายพระพรชัยมงคลขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานมีพระพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรงทรงพระเกษมสำราญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้าผู้บริหาร คณะกองบรรณาธิการ และพนักงานหนังสือพิมพ์แนวหน้า…

ll 5 มิ.ย.เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก(World Environment Day) ปีนี้มีแนวคิดที่ว่า “Beat PlasticPo

llution” รักษ์โลก ลดพลาสติก…ส่วนการรณรงค์จัด 11 มิ.ย. 05.00 น. มีการเดิน วิ่ง รักษ์โลกณ ลานกิจกรรม สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ นนทบุรี…

ll วันนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) จัด “รับน้องรถไฟ” ที่หัวลำโพงอีกวันหนึ่ง พี่ๆ มช.แจ้งมาว่า เมื่อถึงร่มแดนช้าง น้องๆ จะทันได้พบ “ดอกคูนสายรุ้ง” ที่ออกดอกสวยงาม ณ รอบอ่างตาดชมพู หน้าตึกคณะนิติศาสตร์มช. …ทั้งนี้ สมาชิกชมรม NordicWalking มช. ซึ่งทำกิจกรรมเดินออกกำลังตอนเช้ารอบอ่างแก้วและอ่างตาดชมพู ได้ร่วมกันปลูก “ต้นคูนสายรุ้ง” ไว้ เมื่อ 27 มิ.ย. 2563 จำนวน 50 ต้น รอบอ่างตาดชมพู (3 ปีแล้ว) ในปีนี้ เป็นปีแรกที่ “ดอกคูนสายรุ้ง” เติบโตเต็มที่ ออกดอกสวยงาม ให้ผู้มาเที่ยวและออกกำลังกายได้ชื่นชม พร้อมถ่ายรูป…น้องใหม่จะได้เห็นกันอย่างเต็มตา ส่วนผู้ที่ผ่านมาก็เข้าชักภาพกับดอกไม้เป็นที่ระลึกกันได้ตามใจประสงค์…

ll ข่าวดีจาก สถาบันการบินพลเรือน กระทรวงคมนาคมเปิดรับสมัครสอบคัดเลือกเข้าศึกษาหลักสูตรวิชาภาคพื้น หลักสูตรประกาศนียบัตรทักษะช่างอากาศยานสาขาวิชาเทคโนโลยีระบบอากาศยานประจำปีการศึกษา 2566 รอบ 4 :รับตรงอิสระ (On-site) ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 6 มิ.ย. ภายในเวลา 09.00-15.00 น. …สอบถามรายละเอียดได้ที่ http://www.catc.or.th หรือโทร 02-2725741 ต่อ 4…

llประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาลูกเสือไทย จำนวน 77 คน ได้แก่ ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนาทาบูกานอน, อนุชา บูรพชัยศรี,ธีรภัทร ประยูรสิทธิ, จตุพรบุรุษพัฒน์ ฯลฯ ประกาศ ณ 1 มิ.ย….ตาม พ.ร.บ. ต้องมีการประชุมทุกปีเพื่อสรุปคำแนะนำให้คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติต่อไป…

ll วันเกิดปีนี้ ภัสสร์ ลีละพัฒนะ เชิญเพื่อนฝูงร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อจัดซื้อที่ดินและจัดสร้างสถานปฏิบัติธรรม สาขาวัดป่าประชาวัง ในเนื้อที่ 26 ไร่ที่อุทัยธานี เชิญบริจาค บัญชีธนาคารกรุงเทพ 735-710-008-5พระทวีศักดิ์ วิชาผา…

llตวงพร เลาหะบุตร เชิญชวนเพื่อนๆ ราชินีร่วมรุ่นไปร่วมเปิดธุรกิจใหม่งาน Docter talk ที่ KK City บางบัวทอง เกี่ยวกับสุขภาพ และ การชะลอวัย 10 มิ.ย. 09.00 น. …

ll มิตรสหายคิดว่าจะไปอยู่นาน เทอดขวัญ กำภู บินกลับมาจากวอชิงตัน ดี.ซี. ถึงเมืองไทยแล้ว หลังไปพักผ่อนกับ ชลทิพย์แสงรัตน์ บุตรสาวคนโต เมื่อเดือนก่อน !!…ll

บารอนเนส

ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 29 ศึกษาแนวทางเสริมสร้างอาชีพด้วยกาแฟขี้ชะมด น้อมรำลึก 100 ปี กรมหลวงชุมพรฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734911

ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 29 ศึกษาแนวทางเสริมสร้างอาชีพด้วยกาแฟขี้ชะมด น้อมรำลึก 100 ปี กรมหลวงชุมพรฯ

ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 29 ศึกษาแนวทางเสริมสร้างอาชีพด้วยกาแฟขี้ชะมด น้อมรำลึก 100 ปี กรมหลวงชุมพรฯ

วันเสาร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะผู้บริหารและคณะครูอาจารย์ ณ โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ จ.ชุมพร

ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลง เพื่อเดินหน้าสู่ความเจริญและแข็งแกร่งทัดเทียมนานาอารยประเทศ นับว่าเป็นความสอดคล้องต่อการเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามเป้าหมายของ UNSDGs ที่ตั้งเป้าหมายไว้เพื่อให้บรรลุภายในปีค.ศ.2030 หรือ พ.ศ.2573

โครงการทิพยสืบสานรักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา มุ่งมั่นเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่องจนถึงครั้งที่ 29 โดยครั้งนี้เป็นการนำครูอาจารย์และผู้ที่สนใจศึกษาในเรื่องการพัฒนาอาชีพกับกิจกรรมการเลี้ยงชะมด ชมแหล่งผลิตกาแฟขี้ชะมดเพื่อเพิ่มมูลค่ากาแฟสำหรับผู้ที่สนใจเพื่อสร้างอาชีพ จากข้อมูลรายงานตลาดอาหารในประเทศไทย ระบุว่า แนวโน้มตลาดเครื่องดื่มกาแฟของไทยจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566คาดว่าจะมีมูลค่าตลาด 64,517 ล้านบาทและมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 3.8 ต่อปี แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการสร้างความเจริญเติบโตในตลาดกาแฟ นอกจากนี้ ยังพาศึกษาการปลูกดอกหน้าวัวพันธุ์ “ชมพูชุมพร” ที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างต่อเนื่อง ณ โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ จังหวัดชุมพร พร้อมการเดินศึกษาธรรมชาติ และพืชพันธุ์สันทรายริมทะเล เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้นที่สันทรายที่มีความสมบูรณ์และสูงที่สุดในประเทศไทย

สมพร ปัจฉิมเพ็ชร

โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ จ.ชุมพร มีเนื้อที่ประมาณ 488 ไร่เป็นพื้นที่อยู่ติดทะเล มีสภาพเป็นดินทรายชายทะเลที่ถูกคลื่นซัดทับถมเป็นเวลานานจนกลายสภาพเป็นเนินทราย (Sand Dune) กระจายอยู่ทั่วไป และภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จมาเยือนในปี 2541 ได้ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้อนุรักษ์สภาพแวดล้อมเดิมที่มีสภาพเป็นสันทรายป่าชายหาด พัฒนาเป็นพื้นที่เพื่อการเกษตรโดยการปรับปรุงดินตามความเหมาะสม เพื่อให้เป็นแหล่งวิจัยและพัฒนาส่งเสริมอาชีพและแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรเนื่องจากมีศักยภาพเหมาะสมทุกด้าน เป็นตัวอย่างให้เกษตรกรเข้ามาศึกษาหาความรู้ฝึกปฏิบัติงานจนนำไปประกอบอาชีพได้ (ข้อมูลจากโครงการพัฒนาส่วนพระองค์ จ.ชุมพร)

นายสมพร ปัจฉิมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ประธานในพิธีเปิดโครงการ กล่าวแสดงความยินดีคณะครูและผู้บริหาร พร้อมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพัฒนาพื้นแผ่นดินในจังหวัดชุมพร ด้วยการสร้างโครงการแก้มลิงหนองใหญ่ สำหรับพักเก็บน้ำไว้ในแก้มลิง ช่วยไม่ให้เกิดน้ำท่วมใหญ่อย่างที่ชุมพรเคยประสบมาโดยตลอด ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณจึงขอฝากให้ครูได้น้อมนำเอาคำสอนและคุณานุปการของพระองค์ไปถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ พร้อมเน้นย้ำว่า ครูเป็นคนสร้างคน ขอให้มีความภาคภูมิใจ เพราะครูเป็นอาชีพที่อยู่ในหัวใจของคนตลอดไป

ดร.สมพร สืบถวิลกุล

และเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี สิ้นพระชนม์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ “องค์บิดาของทหารเรือไทย” ต้นราชสกุล “อาภากร” ผู้ทรงสถาปนาและวางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือให้กับประเทศไทย ทางโครงการฯ จึงได้จัดพิธีบวงสรวงใหญ่ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ ศาลกรมหลวงชุมพรฯ หาดทรายรี โดยได้รับเกียรติจาก ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทิพย กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทิพยประกันภัย เป็นประธานในพิธี

ทั้งนี้ ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัททิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า “ทิพยประกันภัย มีความยินดีที่ได้สนับสนุนกิจกรรม ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา มาตั้งแต่ ปี 2561 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 6 ปี เพราะเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ที่ร้อยเรียงเรื่องราวของ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจของคนไทย ให้ได้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเอง ครอบครัว สังคม ก่อให้เกิดความรู้รักสามัคคี กตัญญู รู้คุณต่อแผ่นดินซึ่งเราควรต้องดำรงรักษาไว้เพื่อความยั่งยืนของประเทศชาติสืบต่อไป”

วิชชุดา ไตรธรรม

นางวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า“DNA ของทิพยประกันภัย คือสีธงชาติ เรามีความตั้งใจจัดโครงการนี้ขึ้นมาเพื่ออนาคตของชาติไทย เราต้องการสร้างคนดี เพื่อขยายพื้นที่ให้คนดีมาทำกิจกรรมและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ร่วมกัน การลงพื้นที่และลงมือทำกิจกรรมในโครงการต่างๆ เป็นการเรียนรู้จากสถานที่จริง ซึ่งประเทศไทยเรามีแหล่งเรียนรู้มากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการในพระราชดำริ 5,151 โครงการทั่วประเทศ จึงอยากให้ครูอาจารย์ที่เข้าโครงการได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดีและนำไปสอนต่อเยาวชน กิจกรรมของเราเป็นการสอนโดยไม่สอน คือ การสอนแบบลงมือทำให้ดู เพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และสามารถนำไปใช้กับชีวิตจริงได้”

โครงการ “ทิพยสืบสาน รักษาต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา จัดโดย บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) คุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ สำนักโครงการและจัดการความรู้ (OKMD) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย และมูลนิธิธรรมดี โดยกิจกรรมทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 30 ได้กำหนดเดินทางไปยัง ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว 3 วัฒนธรรม จังหวัดตราด ในวันที่ 24-25 มิถุนายน 2566 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ คุณจารุกัญญ์ โทรศัพท์ 099-3975333 FB : ตามรอยพระราชา-The King’s Journey LINE :The King’s Journey

กาแฟชะมด

ดอกหน้าวัว พันธุ์ชมพุชุมพร

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี พระอัครมเหสีคู่พระราชหฤทัย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734916

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี  พระอัครมเหสีคู่พระราชหฤทัย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี พระอัครมเหสีคู่พระราชหฤทัย พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

วันเสาร์ ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณพระบรมราชินี พระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พุทธศักราช 2521 ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชินี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ต่อมาเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการ ได้โดยเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ตลอดจนพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ทั้งปวงเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎร โดยมิได้ทรงเหน็ดเหนื่อยและย่อท้อแต่อย่างใด ดั่งพระราชดำรัสเปิดงานวันสตรีไทย ประจำปี 2562 ความว่า “…ข้าพเจ้ามีความตั้งมั่นที่จะสนองพระเดชพระคุณ พระมหากรุณาธิคุณ ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เหมือนดั่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด และแผ่ขยายพระบารมีแห่งสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี…”

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงใส่พระราชหฤทัยในสุขทุกข์ของประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญที่จะดูแลประชาชนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและบรรเทาความทุกข์ยากเดือดร้อนให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ซึ่งเริ่มรุนแรงขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 นั้น ได้โดยเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณและพระราชทานความช่วยเหลือในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ถุงยังชีพ หน้ากากอนามัย และสิ่งของอื่นๆ ที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดหาและพระราชทานไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ และชุมชนแออัด รวมทั้งทรงเย็บหน้ากากผ้าด้วยพระองค์เอง ซึ่งประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นเกล้าล้นกระหม่อม

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงตั้งพระราชหฤทัยที่จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงพระวิริยอุตสาหะปฏิบัติพระราชกรณียกิจยาวนานกว่า 6 ทศวรรษในการพัฒนาส่งเสริมเรื่อง “ผ้าไทย” จากสิ่งทอของชาวบ้านที่เกือบสูญหายให้กลับมาเป็นอาภรณ์อันทรงคุณค่า เป็น“มรดกแห่งภูมิปัญญา ท้องถิ่น” ที่คนไทยและคนทั่วโลกยอมรับถึงคุณค่าและความงดงามอันประเมินค่ามิได้

ทุกครั้งที่ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการประกอบพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ หรือเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ จะทรงฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บด้วย “ผ้าไหมไทย” ที่มีลวดลายงดงามและเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นฉลองพระองค์ชุดไทยแบบพระราชนิยม หรือฉลองพระองค์ชุดไทยที่ตัดเย็บแบบร่วมสมัย รวมถึง “กระเป๋าทรงถือ” ที่เข้าชุดกับฉลองพระองค์ ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมที่ทำมาจากเศษผ้าไหมที่เหลือจากการตัดฉลองพระองค์ ทรงใช้ทักษะด้านการออกแบบเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งของเหลือใช้ ด้วยทรงตระหนักถึงการจัดการสิ่งของเหลือใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและไม่เหลือทิ้งเป็นเศษขยะ

ในระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหราชอาณาจักรของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี ตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ เพื่อทรงร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน ระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมานั้น

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ซึ่งตัดเย็บด้วย “ผ้าไทย” งามสมพระเกียรติเป็นที่จับตายิ่ง ตามที่ทรงตั้งพระราชหฤทัยแน่วแน่ที่จะสืบสานพระราชปณิธานใน “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ในการเผยแพร่ความงามอันมีเอกลักษณ์ของผ้าทอจากภูมิปัญญาคนไทย และส่งเสริมผ้าไทย ตลอดจนงานหัตถกรรมไทยให้ชาวโลกรู้จักไปทั่วโลก นอกจากฉลองพระองค์แล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังทรงเลือก “กระเป๋าทรงถือ” ที่เข้าชุดกันกับฉลองพระองค์ จนเป็นที่กล่าวขานถึงในนิตยสารต่างประเทศชื่อดังหลายฉบับ

ด้วยพระราชจริยวัตรอันงดงามจึงทรงเป็น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี คู่พระราชหฤทัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงสง่างามยิ่ง ในโอกาสอันเป็นมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2566 ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออานุภาพแห่งพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล ปกอภิบาลประทานพรให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เจริญด้วยจตุรพิธพรพิพัฒน์สวัสดิมงคล พระชนมพรรษายิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ สถิตเป็นมิ่งขวัญแห่งปวงประชาสถาพรตราบกาลนานเทอญ

พระราชประวัติด้านหลักสูตรการอบรมด้านการทหาร

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงสำเร็จการฝึกหลักสูตรวิชาทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ของโรงเรียน และศูนย์ฝึกหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พุทธศักราช 2553 ทรงสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ชั้นนายร้อย-ชั้นนายพัน หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ของโรงเรียนทหารราบ ศูนย์การทหารราบ เมื่อวันที่10 ธันวาคม พุทธศักราช 2554ทรงสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรหลักประจำ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก ชุดที่ 91 ในปีการศึกษา 2556 ทรงสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรหลักประจำ วิทยาลัยการทัพบก ชุดที่ 59 ในปีการศึกษา 2557 ทรงสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร ส่งทางอากาศ ของโรงเรียนสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พุทธศักราช 2559 ทรงสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรส่งทางอากาศนาวิกโยธิน ของโรงเรียนทหารนาวิกโยธิน เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พุทธศักราช 2559 ทรงสำเร็จการศึกษาหลักสูตร Combat Qualifying Course Jungle Warfare ของหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พุทธศักราช 2559 ทรงจบหลักสูตรการยิงปืนพกในระบบต่อสู้ภายใต้สภาวะกดดันของกองบังคับการปราบปราม เมื่อเดือนมีนาคม พุทธศักราช 2561

พระราชประวัติด้านหลักสูตรการอบรมด้านการบิน

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงสำเร็จการฝึกและศึกษาตามหลักสูตรการบินของหน่วยการบินการพลเรือน กองทัพอากาศ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พุทธศักราช 2553 ทรงทำการบินกับเครื่องบินแบบ Cessna T 41 และทรงสำเร็จการฝึกและศึกษาตามหลักสูตรศิษย์การบินทหารบกอากาศยานปีกติดลำตัว ชั้นมัธยม ของโรงเรียนการบินทหารบก เมื่อวันที่ 16 มกราคม พุทธศักราช 2554 ทรงทำการบินกับเครื่องบินแบบ Cessna T 41 ทรงสำเร็จการฝึกและศึกษาตามหลักสูตรการบินของโรงเรียนการบิน กองทัพอากาศ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พุทธศักราช 2555 ทรงทำการบินกับเครื่องบิน แบบ CT-4E และ PC-9

จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปทรงฝึกและศึกษาการบินเพิ่มเติม ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ทรงผ่านการทดสอบและได้รับใบอนุญาตนักบินของสหภาพยุโรป ออกใบอนุญาตโดยสำนักงานการบินพลเรือน แห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ดังนี้ ใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคล PPL(A) ทรงทำการบินกับเครื่องบินแบบ Cessna 172, Mooney M-20, Piper PA-34 Seneca ใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ตรี CPL (A) โดยมี Type Rating ของเครื่องบินแบบ Boeing 737 300-900 และใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก (ATPL-Theory) อีกทั้ง ทรงได้รับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอก จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ปัจจุบันทรงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนักบินผู้ช่วย ทำการบินกับเครื่องบินพระราชพาหนะ Boeing 737-400 และ Boeing 737-800

การทรงงานทางราชการ

ปี 2553 พุทธศักราช ทรงดำรงตำแหน่งรักษาราชการนายทหารยุทธการ ฝ่ายยุทธการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองกิจการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ สำนักงานฝ่ายเสนาธิการในพระองค์สมเด็จพระบรม
โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สน.ผบ.ทสส.

ปีพุทธศักราช 2555 ทรงดำรงตำแหน่ง รองผู้บังคับกองพันทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สน.ผบ.ทสส. ทรงดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับกองพันฝึกทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยฝึกทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สน.ผบ.ทสส.

ปีพุทธศักราช 2556 ทรงดำรงตำแหน่ง รองผู้บังคับการโรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (2)/ ผู้บังคับการหน่วยฝึกทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สน.ผบ.ทสส. อีกทั้ง ทรงดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ และทรงดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการโรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

ปีพุทธศักราช 2557 ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ต่อมาปีพุทธศักราช 2559 ทรงดำรงตำแหน่ง นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ และทรงดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลเอก) และปีพุทธศักราช 2560 ทรงดำรงตำแหน่ง รองสมุหราชองครักษ์ กรมราชองครักษ์ (อัตรา พลเอกพิเศษ) และทรงดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอกพิเศษ)