เปิดตัวคอลเลคชั่นน้ำหอมระดับลักซ์ชัวรี่ ‘BOROM Textile Collection’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740048

เปิดตัวคอลเลคชั่นน้ำหอมระดับลักซ์ชัวรี่  ‘BOROM Textile Collection’

เปิดตัวคอลเลคชั่นน้ำหอมระดับลักซ์ชัวรี่ ‘BOROM Textile Collection’

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บรม (BOROM) แบรนด์น้ำหอมหรูสุดพรีเมียม จากผู้เชี่ยวชาญที่หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของกลิ่นหอมมาอย่างยาวนาน ไปป์-บรม วิชญะเดชา หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ BOROMV กูรูด้านน้ำหอมชื่อดัง เปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการด้วย BOROM Textile Collection นำเสนอน้ำหอมที่ชวนให้นึกถึงผืนผ้าแต่ละชนิดบนตัวผู้สวมใส่ ผ่านจินตนาการแห่งกลิ่นได้อย่างลงตัว

บรม วิชญะเดชา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ BOROM กล่าวถึง เส้นทางแห่งแรงบันดาลใจกว่าจะมาเป็นแบรนด์ BOROM ในวันนี้ว่า“จุดเริ่มต้นเกิดจากการที่เราชื่นชอบและหลงใหลในเรื่องของน้ำหอม ซึ่งกลิ่นหอมแต่ละกลิ่นนั้นสามารถส่งเสริมเสน่ห์และอารมณ์ที่แตกต่างกันออกไปตามโอกาสต่างๆ รวมถึงเสริมสร้างบุคลิกภาพของผู้ใช้ให้ดีขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ จนทำให้มีโอกาสได้เข้ามาอยู่ในวงการน้ำหอมเต็มตัว และมีคนรู้จักมากขึ้น จึงเกิดแรงบันดาลใจที่อยากนำเสนอน้ำหอมนิช (NichePerfume)* ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบของเราเอง พร้อมผลักดันให้แบรนด์ของเราเป็นที่รู้จักในระดับโลกให้ได้ภายใน 3 ปี ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 100 ล้านบาท

สำหรับ BOROM Textile Collection เราได้ผสมผสานสิ่งที่เราหลงใหล ทั้งเรื่องของสิ่งทอและน้ำหอมเข้าไว้ด้วยกันผ่านเรื่องราวของกลิ่น ที่ชวนให้จินตนาการถึงเสื้อผ้าบนตัวของผู้ใช้เพื่อสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของแบรนด์ด้วยน้ำหอมที่มีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร โดยก่อนหน้านี้ เราได้มีการทดลองขายน้ำหอมไปแล้ว 2 กลิ่น ได้แก่ MYSTERIOUS WOOL และ NAKED SATIN ซึ่งได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดี สามารถขายได้กว่า 300 ขวดภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน ในครั้งนี้เราจึงได้เปิดตัวน้ำหอมทั้ง 9 กลิ่นครบทั้งคอลเลคชั่นเพื่อให้ BOROM Textile Collection เป็นน้ำหอมที่เหมาะสำหรับทุกโอกาส และความทรงจำสุดพิเศษของทุกคน”

โดยน้ำหอมทั้ง 9 กลิ่น ของ BOROM Textile Collection ประกอบด้วย IRISH LINEN ผ้าไอริชลินิน ที่แสดงออกถึงความเป็นธรรมชาติได้อย่างมีระดับ, GENTLE OXFORD ผ้าออกซ์ฟอร์ด สื่อถึงความเรียบง่าย ความสะอาดและความอเนกประสงค์, NAKED SATIN ผ้าซาติน อันทรงเสน่ห์ หรูหรา น่าหลงใหลกับความงามนุ่มลื่น, MYSTERIOUS WOOL ผ้าขนสัตว์ เป็นหนึ่งในสิ่งทอยอดนิยมที่ใช้ในการผลิตเสื้อผ้าและมักจะเป็นตัวเลือกแรกๆ, CLASSIC CORDUROY ผ้าลูกฟูกความสง่างามแบบวินเทจที่มีมนต์ขลังข้ามผ่านกาลเวลาทุกยุคทุกสมัย, RED VELVET ผ้ากำมะหยี่สีแดงที่บ่งบอกถึงความแวววาวหรูหรา และสูงศักดิ์, CASHMERE UNNAMED ผ้าแคชเมียร์ อันอบอุ่นด้วยกลิ่นหอมของอำพัน, SWEET TWEED ผ้าทวีด หรูหรามีสไตล์และ JAPANESE COTTON ผ้าฝ้ายญี่ปุ่น คือภาพสะท้อนของความเรียบง่ายบนงานหัตถกรรมอันแสนวิจิตร

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความงามเหนือกาลเวลา ผ่าน BOROM Textile Collection ได้ที่ https://www.boromofficial.com/

เครื่องฟอกอากาศ ‘โอโซนชิลล์ รินน้ำใจให้อนาคตน้อง’ รายได้จากการจำหน่ายมอบให้กับรร.เฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740056

เครื่องฟอกอากาศ  ‘โอโซนชิลล์ รินน้ำใจให้อนาคตน้อง’  รายได้จากการจำหน่ายมอบให้กับรร.เฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ

เครื่องฟอกอากาศ ‘โอโซนชิลล์ รินน้ำใจให้อนาคตน้อง’ รายได้จากการจำหน่ายมอบให้กับรร.เฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท อิลีท แกร๊นซ์ จำกัด, บริษัทเวฬาดี 1919 จำกัด, บริษัท เอชดับบิวซีไซเอินซ์ เทค จำกัด, โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ และโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดงานแถลงข่าวโครงการ “โอโซนชิลล์ รินน้ำใจให้อนาคตน้อง” โดยจะหักรายได้จากการจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศ OzoneShield (โอโซนชิลล์) ทุก 1 เครื่อง จำนวน 5,900 บาท มอบให้กับโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อใช้เป็นทุนจัดซื้อ ข้าวสาร และอาหารสามมื้อ รวมทั้งอุปกรณ์การเรียนต่างๆ

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2566 เวลา 14.00 น. สมโภช รัตนพัฒนากุลประธานกรรมการบริหาร และผู้ก่อตั้งบริษัท อิลีท แกร๊นซ์ จำกัด พร้อมด้วยสายสม วงศาสุลักษณ์ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี,ธัญญพัทธ์ สายศิริวิทย์ กรรมการ ผู้จัดการบริษัท เวฬาดี 1919 จำกัด และ ขวัญเรือน เหลียวตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ แถลงข่าวโครงการ “โอโซนชิลล์ รินน้ำใจให้อนาคตน้อง”ณ ห้องแกรนด์พาโนรามาชั้น 14 โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ รัชดาภิเษก 

สมโภช รัตนพัฒนากุล ประธานกรรมการบริหาร และ ผู้ก่อตั้ง บริษัท อิลีท แกร๊นซ์ จำกัด กล่าวว่า “ปณิธานของบริษัทเราให้ความสำคัญของการช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด และโดยเฉพาะ เด็กด้อยโอกาส บริษัทมีความตั้งใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่เปิดโอกาสให้น้องๆ เหล่านี้ ได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าสู่ระบบการศึกษาไทยอย่างเท่าเทียมกับเด็กทั่วๆ ไป เพราะพวกเขา
เหล่านี้จะเติบโตกลายเป็นเยาวชนของชาติที่เพิ่มพูนไปด้วยความรู้ ความสามารถศักยภาพในการพัฒนาชาติไทยในอนาคต ทางบริษัทเล็งเห็นว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมากๆ ที่ให้โอกาสเด็กๆ จึงตัดสินใจว่า เราจะนำผลิตภัณฑ์ ที่เรามีและตอบโจทย์คือต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะด้านสุขภาพให้กับผู้คน มาเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสนับสนุนโครงการนี้ โดยนำเครื่องฟอกอากาศ โอโซนชิลล์ ที่มีประสิทธิภาพในการดูแลทุกๆ ลมหายใจได้อย่างดีเยี่ยม มาจำหน่าย

โดยทุกๆ 1 เครื่อง เราจะร่วมบริจาคเงิน จำนวน ห้าพันเก้าร้อยบาท ให้กับโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อใช้เป็นทุนจัดซื้อ ข้าวสาร และอาหารสามมื้อ รวมทั้งอุปกรณ์การเรียนต่างๆให้กับน้องๆในโรงเรียน โดยเราจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2566 ถึง 31 ธันวาคม 2566 ทั้งนี้ ทางบริษัท และโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ จะมอบใบเสร็จเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้จำนวนสองเท่าให้กับผู้ซื้อเครื่องฟอกอากาศ โอโซนชิลล์ ทุกท่าน”

ด้าน สายสม วงศาสุลักษณ์ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ กล่าวว่า “สำหรับโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ๔๘ พรรษา เดิมชื่อ โรงเรียนร่วมน้ำใจ เป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2545 โดยมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ มีตนเป็น ประธานมูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ ร่วมกับกรรมการผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ ท่านอื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับเด็กหญิงกำพร้าที่บิดา มารดา เสียชีวิตจากโรคเอดส์ เด็กที่ขาดผู้อุปการะเลี้ยงดูรวมถึงเด็กด้อยโอกาสจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ ที่จบชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อให้ได้รับการศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 เป็นโรงเรียนประจำกินนอนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นซึ่งต้องใช้งบประมาณปีละ ประมาณ 22-23 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณดังกล่าวได้มาจากผู้มีจิตเมตตาบริจาคทั้งสิ้นและทางโรงเรียนยังได้รับพระเมตตาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม จาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานความช่วยเหลือแก่เด็กที่น่าสงสารเหล่านี้มาโดยตลอด ปัจจุบันมีนักเรียนทั้งสิ้น250 คน โดยมีครูและบุคลากรทั้งสิ้น 40 คน ด้วยกัน”

ส่วน ธัญญพัทธ์ สายศิริวิทย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เวฬาดี 1919 จำกัด กล่าวถึงเครื่องฟอกอากาศ  โอโซนชิลล์ ว่า “ด้วยแนวคิดของบริษัท เราคิดเสมอว่าจะทำอย่างไรให้เราสามารถก้าวนำหน้าผู้อื่นทั้งการบริหารธุรกิจ และการสนับสนุนต่อสังคม ในเชิงธุรกิจเพื่อสุขภาพเราระดมความคิดร่วมกับนักพัฒนา ทีม R&D คิดค้นเพื่อผลิตสินค้าที่ยังไม่มีใครสามารถผลิตได้ ณ ปัจจุบันหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของเราที่ยังไม่มีใครมีนวัตกรรมนี้คือ “เครื่องฟอกอากาศโอโซนชิลล์” ที่ผสมผสานเทคโนโลยีการกรอง ดูดซับ ดักจับ และฆ่าเชื้อ พร้อมการออกแบบที่สวยงามและทันสมัย คุ้มค่ากับจัดการความเสี่ยงทั้งฝุ่น ควัน ไอระเหย และเชื้อโรคได้ในเครื่องเดียว และยังสามารถควบคุมผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือได้

และ ขวัญเรือน เหลียวตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ ในฐานะผู้สนับสนุนโครงการเผยว่า “ที่ผ่านมาก็ได้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมการกุศลช่วยเหลือมูลนิธิฯ ที่อยู่ภายใต้การดูแลหลายครั้งเสมอมา สำหรับในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ที่ทางโรงแรมจะมีส่วนช่วยเหลือน้องๆ ในโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาฯ ให้ได้รับอาหารและอุปกรณ์การเรียนต่างๆ ครบถ้วนเราคนไทยที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีนิสัยโอบอ้อมอารีมีน้ำใจในการช่วยเหลือเกื้อกูลกันหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากทุกๆ ท่านช่วยกันบอกต่อและร่วมกันซื้อเครื่องฟอกอากาศ ซึ่งนอกจากจะได้ใช้ประโยชน์แล้วยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมบริจาค”

เครื่องฟอกอากาศ โอโซนชิลล์ วางจำหน่ายทั่วไป ในราคาเครื่องละ25,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร.096-8497089 หรือ ID LINE : Tanyapat07

และสำหรับผู้ที่ประสงค์อยากร่วมบริจาคเครื่องอุปโภค-บริโภค เสื้อผ้า ชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือบริจาคเป็นทุนทรัพย์ สามารถบริจาคเงินโดยวิธีการโอนเข้าบัญชี  “มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์” ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาสุขุมวิท 23 เลขที่ 204-1-09259-5,โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางกะปิ เลขที่ 105-4-71544-4 และโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา (เงินบริจาค) ธนาคารกรุงไทย สาขาลำพูน เลขที่ 511-0-47135-5

หรือสามารถติดต่อบริจาคได้ที่โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ๔๘ พรรษาในพระราชูปถัมภ์ฯ เลขที่ 5 หมู่ 9 ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000 โทรศัพท์ 053-092444 โทรสาร
053-092444

คุณแหน : 28 มิถุนายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740124

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ดอน ปรมัตถ์วินัย เปิดงานสตาร์ทอัพและอินโนเวชั่น ไทยแลนด์ เอ็กซ์โป 2023 ภายใต้แนวคิดร่วมสร้าง“หุ้นส่วนนวัตกรรม”เพื่อนำไทยสู่ชาตินวัตกรรม โดยมี รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม และ ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ต้อนรับ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์..

ll การแสดงดนตรีคลาสสิก น้อมรำลึกพระกรุณาคุณ วาระครบ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ของทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ โดยมี Sir Stephen Hough นักเปียโนระดับโลกชาวอังกฤษ แสดงร่วมกับวง RBSO ที่ผ่านมาผู้ที่ได้ไปร่วมงานกว่า 1,100 คน รวมคณะทูตานุทูต66 คน จาก 46 ประเทศ ล้วนให้ความชื่นชมกับความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทั้งดนตรีไพเราะมากๆวีดิทัศน์และนิทรรศการพระกรุณาคุณครบถ้วนสวยงามสมพระเกียรติยิ่ง งานนี้ต้องปรบมือรัวๆให้กับคณะกรรมการทุนฯทุกท่าน โดยเฉพาะจุมพจน์ เชื้อสาย,พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์ และ อัจฉรา เตชะไพบูลย์ ที่เป็นแม่งานหลัก..

ll มิตรสหายยินดีกับ วัลยา จิราธิวัฒน์ กก.ผจก.ใหญ่และซีอีโอเซ็นทรัลพัฒนา คว้ารางวัลสุดยอดผู้นำองค์กรแห่งปี“Thailand Top CEO of The Year 2023”ประเภทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากนิตยสาร Business+ ร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ โดยมี นุรักษ์ มาประณีต เป็นประธานในพิธี..

ll หลังเกษียณอายุราชการ สฤษดิ์ วิฑูรย์ ผันตัวเป็นเกษตรกรไร่นาสวนผสม ปลูกทั้งกล้วยไข่ กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า เลี้ยงไก่ไข่ ปลูกตะไคร้ พร้อมทุเรียน 56 ต้น ตั้งชื่อว่าสวนเพียรรู้ อยู่ที่ อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลฯ ยามนี้ท่านผู้ว่าฯตุ้มเลยไปช่วยคัดทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ให้มิตรสหายชาว Digital CEO#2 ได้กินไปพลางๆ ก่อน เพราะอีก 2 ปีทุเรียนที่สวนถึงออกลูกแล้ว..

ll จารุพรรณ อินทรรุ่ง วันเกิดนอกจากจะไปทำบุญถวายอาหารเพลพระและเลี้ยงอาหารผู้ปฏิบัติธรรมที่ยุวพุทธิกสมาคมฯ ก็ไปบริจาคโลหิตที่ รพ.รามาและร่วมบริจาคช่วยเด็กพิเศษอีกด้วย..

ll แจ้งข่าว ชาว CDA#2 ได้คณะกรรมการรุ่นใหม่ปี’66 ดังนี้ ประธานป้ายแดง ธำรงเกียรติ อุทัยสาง,เลขาฯรุ่นสุวิทัศท์ สุรสิงห์โตทอง โดยมี ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล,นราพัฒน์ แก้วทอง,ระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์,ดร.จิราพร ศิริคำ,เสกสรรค์ จันทร์ขวาง เป็นที่ปรึกษา..

ll น่าภาคภูมิใจอีกครั้งที่ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมสภาเศรษฐกิจโลก(World Economic Forum 2023)หรือ Summer Davos Forum ครั้งที่ 14 ณ เมืองเทียนจิน ทั้งจะได้แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ“Education Disrupt-Ed”และ “Beyond the Hype : Non-Fungible Tokens for Business”ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติ..

ll วันเกิดปีนี้ของ นพ.ณรงค์ ธาดาเดช ได้ไปปฏิบัติธรรม 5 วัน ณ วัดป่าดานวิเวก(หลวงปู่ทุย) จ.บึงกาฬ..

ll ชื่นชมฟาร์มสร้างประสบการณ์เกษตรสมัยใหม่ คูโบต้าฟาร์ม ที่ได้มอบผลิตผลทางการเกษตรช่วยเด็กผู้พิการในการดูแลของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ..

ll ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง เลขาธิการกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ฯ ชวนร่วมช่วยเหลือเด็กป่วยโรคมะเร็งยากไร้ทั่วประเทศ โดยบริจาคที่ บ/ช.SCB อ่อนนุช 133-2-08742-3 ใบเสร็จรับเงินนำไปลดหย่อนภาษีได้ โทร.02-7183800 ต่อ 123..ll 

น้องใหม่

‘S&P ฟื้นฟูระบบนิเวศ คืนคุณค่าสู่ท้องทะเล’ ชวนพนักงานจิตอาสาปลูกหญ้าทะเล เสริมความสมบูรณ์ระบบนิเวศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740027

‘S&P ฟื้นฟูระบบนิเวศ คืนคุณค่าสู่ท้องทะเล’  ชวนพนักงานจิตอาสาปลูกหญ้าทะเล เสริมความสมบูรณ์ระบบนิเวศ

‘S&P ฟื้นฟูระบบนิเวศ คืนคุณค่าสู่ท้องทะเล’ ชวนพนักงานจิตอาสาปลูกหญ้าทะเล เสริมความสมบูรณ์ระบบนิเวศ

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ผู้นำทางด้านธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ ซึ่งกำลังจะก้าวสู่ปีที่ 50 นำโดย มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร และพนักงานจิตอาสา 33 คน ร่วมกับ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตะวันออก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตะวันออก สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สุรศักดิ์ ทองสุกดีผู้อำนวยการ พร้อมกันนี้ ยังได้รับเกียรติจาก บรรณรักษ์ เสริมทอง รองอธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกิจกรรมปลูกหญ้าทะเลในโครงการ “S&P ฟื้นฟูระบบนิเวศ คืนคุณค่าสู่ท้องทะเล” เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกและวันทะเลโลก ด้วยการร่วมกัน “ปลูกหญ้าทะล” อันเป็นการช่วยสร้างสมดุลให้ระบบนิเวศอย่างยั่งยืน ณ หาดน้ำแดง จ.ระยอง เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566

มณีสุดา ศิลาอ่อน กล่าวว่า “ปีนี้ เอส แอนด์ พี ก้าวสู่ปีที่ 50 ด้วยการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย ตลอดจนสังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยบริษัทมีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของสหประชาชาติ คือ เป้าหมายที่ 13 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) บริษัทตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์สิ่งมีชีวิตต่างๆ สิ่งแวดล้อม และยังกระทบต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของฤดูกาล การเกิดภัยพิบัติ และการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตที่เราพบเห็นกันตามข่าวมากขึ้น จึงได้จัด “โครงการ S&P ฟื้นฟูระบบนิเวศ คืนคุณค่าสู่ท้องทะเล” เพื่อสร้างจิตสำนึกให้แก่พนักงานของเรา ในการร่วมดูแล ฟื้นฟู และปกป้องทรัพยากรสิ่งแวดล้อม เนื่องจากทุกวันนี้มนุษย์
ใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมในการดำรงชีวิต อีกทั้งพฤติกรรมของมนุษย์ยังก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ เราตั้งใจที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมฟื้นฟูระบบนิเวศเพื่อตอบแทนคืนสู่ธรรมชาติ ด้วยการปลูกหญ้าทะเล เสริมสร้างระบบนิเวศตามแนวชายฝั่งทะเล เพื่อเป็นแหล่งอาหาร แหล่งพักพิงของสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล และเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญ เมื่อสัตว์ทะเลมีคุณภาพชีวิตที่ดีก็จะส่งผลดีต่อการขยายพันธุ์ นอกจากนี้ หญ้าทะเลยังมีคุณสมบัติสำคัญสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สาเหตุของภาวะโลกร้อนได้ดีกว่าป่าบกถึง 4 เท่า อันเป็นการช่วยสร้างสมดุลให้ระบบนิเวศอย่างยั่งยืน”

S&P ขอเป็นส่วนหนึ่งในการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ พลังเล็กๆ เมื่อรวมกันจะเป็นพลังยิ่งใหญ่ช่วยกอบกู้วิกฤตแห่งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Crisis) ไปด้วยกัน

ซันโทรี่ เวลเนส เปิดตัวสกินแคร์ชื่อดังจากญี่ปุ่น ‘VARON’ ‘เปิด ซึม ล็อก’ ในขั้นตอนเดียว ตอบโจทย์ปัญหาผิวของผู้ชาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740069

ซันโทรี่ เวลเนส เปิดตัวสกินแคร์ชื่อดังจากญี่ปุ่น ‘VARON’  ‘เปิด ซึม ล็อก’ ในขั้นตอนเดียว ตอบโจทย์ปัญหาผิวของผู้ชาย

ซันโทรี่ เวลเนส เปิดตัวสกินแคร์ชื่อดังจากญี่ปุ่น ‘VARON’ ‘เปิด ซึม ล็อก’ ในขั้นตอนเดียว ตอบโจทย์ปัญหาผิวของผู้ชาย

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปฏิวัติการดูแลผิวของสุภาพบุรุษ บริษัท ซันโทรี่ เวลเนส บริษัทเพื่อสุขภาพและความงามชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวสกินแคร์ใหม่ VARON Intensive in One Serum (วารอน อินเทนซีฟ อิน วัน เซรั่ม) ผลิตภัณฑ์ยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อดูแลผิวคุณสุภาพบุรุษในประเทศไทย ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงปัญหาผิวของผู้ชายที่ต้องได้รับการดูแลที่แตกต่างจากผิวผู้หญิง ชูเทคโนโลยี WOW (Water-in-Oil-in-Water) สิทธิบัตรเฉพาะของซันโทรี่ ซึ่งเป็นการผสานโลชั่น เซรั่ม และครีมเข้าด้วยกันเพื่อการดูแลผิวแบบ “เปิดซึม ล็อก” ครบจบในขั้นตอนเดียว ช่วยลดเลือนริ้วรอย ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ เรียกความมั่นใจ และเสริมภาพลักษณ์ของคุณผู้ชายให้ดูดียิ่งขึ้น

VARON (วารอน อินเทนซีฟ อิน วัน เซรั่ม) ผลิตในประเทศญี่ปุ่น รังสรรค์มาเพื่อผิวหน้าของสุภาพบุรุษโดยเฉพาะ พร้อมส่วนประกอบสุดเอ็กซ์คลูซีฟของซันโทรี่ อาทิ สารสกัดจากถังบ่มวิสกี้ (Whisky Barrel Wood Extract) หรือสแปนิช/อิงลิชโอ๊ควู้ดที่นำมาผลิตถังซันโทรี่วิสกี้ มีความสามารถในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยยับยั้งปัญหาผิว พร้อมด้วยสารสกัดจากชาอู่หลง (Oolong Tea Extract) เป็นสารต้านออกซิเดชัน อีกทั้งยังเปี่ยมด้วยสารสกัดอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผิว เช่น อะซีทิล เฮกซาเปปไทด์-8 ช่วยลดการยึดตัวของกล้ามเนื้อซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอย พร้อมช่วยให้ผิวแข็งแรง กระชับ ยืดหยุ่น และยังมีสารอิโนซิทอล ที่ช่วยปรับสมดุลให้กับผิว ลดความมันส่วนเกินบริเวณ T-Zone ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวที่มีความแห้งบริเวณ U-Zone ช่วยให้ผิวแลดูกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ รวมถึงสารสกัดจากพืชสควาเลนซึ่งเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีเนื้อสัมผัสบางเบา ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่ทำร้ายผิว ล็อกความชุ่มชื้นให้ผิว ชะลอวัย ช่วยให้ผิวนุ่มลื่น เรียบเนียน

นอกจากนี้ VARON ยังใช้อิมัลซิฟิเคชั่นเทคโนโลยี หรือ WOW (Water-in-Oil-in-Water) ซึ่งซันโทรี่คิดค้นและจดสิทธิบัตร รวมโลชั่นเซรั่ม และครีมครบจบในขั้นตอนเดียว ช่วยบำรุงผิวแบบ “เปิด ซึม ล็อก” โดยโลชั่นเนื้อสัมผัสน้ำ เปิดและเติมเต็ม
ความชุ่มชื้น เซรั่มเนื้อสัมผัสน้ำซึมลึกเข้าบำรุงผิว และครีมเนื้อสัมผัสออยล์ล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวให้ดูอิ่มน้ำช่วยตอบโจทย์ปัญหาผิว 4 ประการ ได้แก่ 1.ริ้วรอยและความหย่อนคล้อยแลดูลดเลือนลง 2.ลดเลือนจุดด่างดำและความหมองคล้ำ 3.ผิวแลดูกระชับและเรียบเนียน 4.เติมเต็มและล็อกความชุ่มชื้นให้ผิว

ทั้งนี้ ภายในงาน ซันโทรี่ เวลเนส เชิญชวนร่วมแคมเปญ10 Days Challenge (ท้าลอง10 วัน) Lucky Draw Japan Tour ที่ได้รับเกียรติจากสุภาพบุรุษหนุ่มใหญ่แนวหน้าจากวงการบันเทิงไทย อย่าง “อ่ำ” อัมรินทร์ นิติพน, ไบรอน บิชอพ และ “เชน” ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ มาร่วมเป็นตัวแทนสุภาพบุรุษไทยกลุ่มแรกที่ได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า VARON จากประเทศญี่ปุ่น พร้อมตัวแทนผู้ใช้จริง อายุระหว่าง 40-70 ปี อีก 17 คน ที่ได้เข้าร่วมแคมเปญใช้ VARON เพื่อดูแลผิวหน้า ให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์ได้ใน 10 วัน

อีกทั้งยังเชิญชวนหนุ่มๆที่สนใจเข้าร่วมแคมเปญ 10 Days Challenge (ท้าลอง 10 วัน) Lucky Draw Japan Tour เพื่อเปลี่ยนแปลงตนเองให้ดูดียิ่งขึ้นไปพร้อมกันได้ตั้งแต่วันนี้-31 กรกฎาคม 2566 ที่ www.varon10dayschallenge.brandstrynow.com ลุ้นรับโบนัสพิเศษมากมาย รวมถึงรางวัลใหญ่ทริปเที่ยวญี่ปุ่น 10 วัน ทัวร์ 3 เมืองดัง นารา-เกียวโต-โอซาก้า รับฟรีตั๋วเครื่องบิน ที่พัก โปรแกรมพาเที่ยว รางวัลละ 2 ที่นั่ง มูลค่า 300,000 บาท จำนวน 3 รางวัล

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VARON การสั่งซื้อสินค้า และข้อมูลที่น่าสนใจอื่นๆ สามารถติดตามได้ที่ Website : https://store.brandsworld.co.th//ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า/Varon/c/500002 หรือ Facebook : Suntory Skincare และ Line Official Account : @suntoryskincare

บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมที่ไม่ป่วยตายด้วยไข้เลือดออก โชว์นวัตกรรมชุดตรวจหาไข้เลือดออกที่มีความไวสูงด้วยเทคโนโลยี Silver Amplification ที่ช่วยในการตรวจวินิจฉัยไข้เลือดออกตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรง ช่วยลดอัตราการเสียชีวิต และสร้างสุขภาวะที่ดีให้คนไทย ในงาน “ASEAN DENGUE DAY 2023” จัดโดยกรมควบคุมโรค ร่วมกับบริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ทาเคดา (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมมือกับพันธมิตรทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Moving Forward to Zero Dengue Death-ก้าวสู่สังคมไทย ไม่ป่วยตายด้วยไข้เลือดออก” โดยมีหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมประกาศเดินหน้าต้านภัยไข้เลือดออก มุ่งเน้นสร้างการรับรู้และรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงการป้องกันโรคไข้เลือดออก เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตในอนาคต

มร.โซ มารูโอะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โรคไข้เลือดออก เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ แต่ยังคงพบผู้เสียชีวิตในประเทศไทย ทางฟูจิฟิล์มจึงเล็งเห็นความสำคัญของการรณรงค์เพื่อให้คนในสังคมได้ตระหนักถึงความรุนแรงของโรค ตลอดจนความสำคัญของการป้องกันเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดโรค ขณะเดียวกันฟูจิฟิล์ม
ในฐานะผู้นำด้านการใช้นวัตกรรมล้ำสมัยที่เป็นกรรมสิทธิ์ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม พร้อมเดินหน้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนให้คนไทยและทั่วโลกมีสุขภาวะที่ดีขึ้นเราจึงไม่หยุดนิ่งในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ล่าสุดเรานำเสนอนวัตกรรมชุดตรวจที่มีความไวและความแม่นยำสูงด้วยเทคโนโลยี Silver Amplification โซลูชั่นของเราพัฒนาขึ้นจากองค์ความรู้ด้านภาพถ่ายเพื่อช่วยตรวจวินิจฉัยไข้เลือดออกตั้งแต่ระยะเริ่มแรกเพื่อป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรง”

สำหรับนวัตกรรม Rapid Test ชุดตรวจที่มีความไวสูงที่ฟูจิฟิล์มได้นำมาโชว์ศักยภาพในงาน “ASEAN DENGUE DAY 2023” ถือเป็นนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัยเชื้อไข้เลือดออก ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Silver Amplification นำเสนอโซลูชั่นชุดทดสอบแบบ Point of Care (POC) Antigen Test ใช้งานสะดวกทุกที่ทุกเวลา ช่วยวินิจฉัยได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น ด้วยวิธีตรวจที่สะดวก ง่าย สามารถทำได้ทุกที่
ทุกเวลา โดยไม่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางหรืออาศัยเครื่องมือพิเศษอื่นๆ สามารถรู้ผลภายใน 15-20 นาที จึงช่วยให้แพทย์ตรวจพบผู้ป่วยไข้เลือดออกได้เร็วและแม่นยำมากขึ้นได้สอดคล้องกับเป้าหมายในการลดการป่วยและการตายจากโรคไข้เลือดออกให้แก่ผู้คนในวงกว้าง ช่วยขับเคลื่อนการตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การมอบผลการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ลดค่าใช้จ่ายในการตรวจด้วยชุดอุปกรณ์ตรวจที่ใช้ง่ายสำหรับทุกคน

โรคกลุ่มหนึ่งที่อาจลืมไม่ได้ในช่วงหน้าฝนคือ โรคติดต่อที่มียุงเป็นพาหะนำโรค เนื่องจากในช่วงนี้มีฝนตกชุกทำให้มีน้ำขังตามพื้นที่รวมถึงในภาชนะต่างๆ ที่อาจเอื้อต่อการวางไข่และเพิ่มจำนวนประชากรยุงที่อาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคติดต่อที่มียุงเป็นพาหะได้ ข้อมูลจาก ผศ.ดร.ทนพ.เมธี ศรีประพันธ์ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้นำเสนอโรคที่พบบ่อยในประเทศไทย ได้แก่

1.โรคติดเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus infection) เป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus) ปัจจุบันพบการระบาดในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เชื้อที่ทำให้เกิดโรคในคนมีทั้งสิ้น 4 สายพันธุ์ ได้แก่ ไวรัสเดงกีซีโรไทป์ 1, ซีโรไทป์ 2, ซีโรไทป์ 3 และซีโรไทป์ 4 โดยมีพาหะคือยุงลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) และยุงลายสวน (Aedes albopictus) ผู้ป่วยที่ติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ แต่อาจพบผู้ป่วยที่มีอาการได้ร้อยละ 10-25 ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อซ้ำครั้งที่ 2 โดยไวรัสต่างซีโรไทป์กันในผู้ที่มีอาการของโรคสามารถจำแนกได้เป็นไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ ไข้เดงกี และไข้เลือดออกเดงกี ในรายที่มีไข้เลือดออกรุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะช็อก นอกจากนี้ อาจพบผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนในระบบอื่นๆ ได้ อาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยได้แก่ มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อาจมีอาการอาเจียน ปวดท้อง เบื่ออาหาร มีผื่นตามผิวหนัง ในผู้ป่วยบางรายอาจมีจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน เลือดออกในระบบทางเดินอาหาร หลังจากนั้นไข้จะลงและมีอาการดีขึ้น ในรายที่รุนแรงจะมีอาเจียนมาก ปวดท้องรุนแรงความดันเลือดต่ำ อาจเกิดภาวะช็อกจนนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคนี้แล้ว

2.โรคชิคุนกุนยา (Chikungunya) หรือโรคไข้ปวดข้อยุงลาย ไข้ญี่ปุ่น เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา (Chikungunya virus) โดยมียุงลาย (Aedes) ซึ่งเป็นยุงชนิดเดียวกันกับนำโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีเป็นพาหะนำโรคอาการของผู้ป่วยส่วนใหญ่จะคล้ายโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีแต่สิ่งที่ต่างกันคือ ผู้ป่วยจะไม่มีการรั่วของพลาสมาหรือน้ำเลือดออกจากหลอดเลือด โดยอาการที่เด่นชัดของผู้ป่วยโรคนี้คือปวดข้อ มีไข้ และออกผื่น ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ป้องกันโรค

3.โรคไข้ซิกา (Zika fever) มีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสซิกา (Zika virus) โดยมียุงลาย (Aedes) ซึ่งเป็นยุงชนิดเดียวกันกับนำโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีและนำโรคชิคุนกุนยาเป็นพาหะนำโรค ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการและสามารถหายจากโรคได้เอง อาการสำคัญที่พบในผู้ป่วยได้แก่ ไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ มีผื่นแดง ตาแดง ปวดข้อ การติดเชื้อในหญิงตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ให้มีความพิการได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งศีรษะเล็กกว่าปกติ(microcephaly) ตัวเล็ก พัฒนาการช้า รวมถึงอาจส่งผลทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของระบบประสาทที่เรียกว่าภาวะ Guillain-Barre Syndrome ที่ทำให้มีการอักเสบของเส้นประสาทได้ ปัจจุบัน โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนในการป้องกัน

4.โรคมาลาเรีย (Malaria) หรือที่รู้จักกันในชื่อโรคไข้จับสั่น ไข่ป่า ไข่ดอกสัก ไข้ร้อนเย็น เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อโปรโตซัวชนิดหนึ่งที่เรียกว่าเชื้อพลาสโมเดียม (Plasmodium) โดยปัจจุบันมี 5 ชนิด ที่ก่อโรคในคน ยุงพาหะของโรคนี้ คือ ยุงก้นปล่อง (Anopheles) การระบาดในประเทศไทยจะพบในจังหวัดหรือพื้นที่ป่าเขาที่อยู่แนวชายแดนติดต่อกับประเทศเมียนมา ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ผู้ป่วยมักมีอาการหลังได้รับเชื้อประมาณ 10-14 วัน อาการที่สำคัญ ได้แก่ ไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัวและกล้ามเนื้อ อาจพบอาการคลื่นไส้และเบื่ออาหาร เหงื่อออกง่าย ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อสายพันธุ์ฟัลซิปารัม (Plasmodium falciparum) อาจมีอาการรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้ ปัจจุบันวัคซีนป้องกันโรคนี้อยู่ในระหว่างการพัฒนาและเริ่มมีการทดลองใช้ในประเทศแถบทวีปแอฟริกาที่มีการระบาดของโรคดังกล่าว

5.โรคเท้าช้าง (Elephantiasis หรือ lymphatic filariasis) เกิดจากการติดเชื้อหนอนพยาธิที่เรียกว่าเชื้อฟิลาเรีย (Filarial worm) โดยพบการระบาดในประเทศไทย 2 ชนิด ได้แก่ Wuchereria bancrofti ซึ่งพบทางภาคตะวันตก
ของประเทศ และ Brugia malayi ที่พบทางภาคใต้ของประเทศ ยุงพาหะที่สำคัญ คือยุงรำคาญ (Culex) ยุงเสือ (Mansonia) และยุงลาย (Aedes) รวมถึงยุงก้นปล่อง (Anopheles) บางชนิด อาการของผู้ป่วยที่สำคัญ ได้แก่ ท่อน้ำเหลืองอักเสบ (tymphangitis) ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ (lymphadenitis) มีอาการไข้เท้าช้าง มีการอุดตันในทางเดินน้ำเหลือง น้ำเหลืองคั่ง อวัยวะที่เป็นโรคจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรียกว่าภาวะโรคเท้าช้าง โดยผู้ป่วยที่ติดเชื้อ Wuchereria bancrofti มักเกิดโรคบริเวณต่อมน้ำเหลืองบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ในขณะที่ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ Brugia malayi มักทำให้เกิดโรคบริเวณขา ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคนี้

6.โรคไข้สมองอักเสบเจอี (JE encephalitis) เป็นโรคไข้สมองอักเสบที่เกิดจากไวรัสที่เรียกว่า Japanese encephalitis virus หรือ JE virus พาหะนำโรคที่สำคัญ คือยุงรำคาญ (Culex) อาการสำคัญของผู้ป่วย ได้แก่ ปวดศีรษะ ไข้สูง จากนั้นจะมีภาวะคอแข็ง เพ้อ ไม่รู้ตัว ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจส่งผลต่อการทำงานของสมองที่อาจทำให้เกิดภาวะพิการหรือเสียชีวิตได้ ปัจจุบันการป้องกันสามารถทำได้โดยการฉีดวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี

ถึงแม้ว่าโรคติดต่อที่มียุงเป็นพาหะบางโรคมีวัคซีนป้องกันและอีกบางโรคยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่สิ่งสำคัญที่จะช่วยในการป้องกันหรือลดการแพร่ระบาดและการติดเชื้อจากโรคที่มียุงเป็นพาหะ ได้แก่ การมีสุขอนามัยที่ดีในการดำเนินชีวิต การป้องกันไม่ให้ยุงกัดการควบคุมและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงการใช้ยากันยุง การสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายจากยุงกัด การหลีกเลี่ยงการไปในแหล่งระบาดของยุงพาหะ นอกจากนี้ ในผู้ที่มีประวัติเดินทางไปในแหล่งที่มีการระบาดของยุงนำโรคอาจต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคหรือควรหมั่นสังเกตอาการของตนเองภายหลังกลับจากพื้นที่ที่มีการระบาดของยุงพาหะ ถ้ามีอาการป่วยเกิดขึ้นควรรีบพบแพทย์ทันที

สำหรับผู้สนใจข้อมูลสุขภาพและการใช้ยาของคณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล สามารถติดตามได้ที่ https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/service-knowledge.php

Life & Health : หน้าฝนนี้..ระวังโรคติดต่อที่นำโดยยุง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740072

Life & Health :  หน้าฝนนี้..ระวังโรคติดต่อที่นำโดยยุง

Life & Health : หน้าฝนนี้..ระวังโรคติดต่อที่นำโดยยุง

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 05.45 น.

โรคกลุ่มหนึ่งที่อาจลืมไม่ได้ในช่วงหน้าฝนคือ โรคติดต่อที่มียุงเป็นพาหะนำโรค เนื่องจากในช่วงนี้มีฝนตกชุกทำให้มีน้ำขังตามพื้นที่รวมถึงในภาชนะต่างๆ ที่อาจเอื้อต่อการวางไข่และเพิ่มจำนวนประชากรยุงที่อาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคติดต่อที่มียุงเป็นพาหะได้ ข้อมูลจาก ผศ.ดร.ทนพ.เมธี ศรีประพันธ์ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้นำเสนอโรคที่พบบ่อยในประเทศไทย ได้แก่

1.โรคติดเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus infection) เป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus) ปัจจุบันพบการระบาดในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เชื้อที่ทำให้เกิดโรคในคนมีทั้งสิ้น 4 สายพันธุ์ ได้แก่ ไวรัสเดงกีซีโรไทป์ 1, ซีโรไทป์ 2, ซีโรไทป์ 3 และซีโรไทป์ 4 โดยมีพาหะคือยุงลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุงลายบ้าน (Aedes aegypti) และยุงลายสวน (Aedes albopictus) ผู้ป่วยที่ติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ แต่อาจพบผู้ป่วยที่มีอาการได้ร้อยละ 10-25 ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อซ้ำครั้งที่ 2 โดยไวรัสต่างซีโรไทป์กันในผู้ที่มีอาการของโรคสามารถจำแนกได้เป็นไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ ไข้เดงกี และไข้เลือดออกเดงกี ในรายที่มีไข้เลือดออกรุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะช็อก นอกจากนี้ อาจพบผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนในระบบอื่นๆ ได้ อาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยได้แก่ มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อาจมีอาการอาเจียน ปวดท้อง เบื่ออาหาร มีผื่นตามผิวหนัง ในผู้ป่วยบางรายอาจมีจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง เลือดกำเดาไหล เลือดออกตามไรฟัน เลือดออกในระบบทางเดินอาหาร หลังจากนั้นไข้จะลงและมีอาการดีขึ้น ในรายที่รุนแรงจะมีอาเจียนมาก ปวดท้องรุนแรงความดันเลือดต่ำ อาจเกิดภาวะช็อกจนนำไปสู่การเสียชีวิตได้ ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคนี้แล้ว

2.โรคชิคุนกุนยา (Chikungunya) หรือโรคไข้ปวดข้อยุงลาย ไข้ญี่ปุ่น เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา (Chikungunya virus) โดยมียุงลาย (Aedes) ซึ่งเป็นยุงชนิดเดียวกันกับนำโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีเป็นพาหะนำโรคอาการของผู้ป่วยส่วนใหญ่จะคล้ายโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีแต่สิ่งที่ต่างกันคือ ผู้ป่วยจะไม่มีการรั่วของพลาสมาหรือน้ำเลือดออกจากหลอดเลือด โดยอาการที่เด่นชัดของผู้ป่วยโรคนี้คือปวดข้อ มีไข้ และออกผื่น ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ป้องกันโรค

3.โรคไข้ซิกา (Zika fever) มีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสซิกา (Zika virus) โดยมียุงลาย (Aedes) ซึ่งเป็นยุงชนิดเดียวกันกับนำโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีและนำโรคชิคุนกุนยาเป็นพาหะนำโรค ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการและสามารถหายจากโรคได้เอง อาการสำคัญที่พบในผู้ป่วยได้แก่ ไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ มีผื่นแดง ตาแดง ปวดข้อ การติดเชื้อในหญิงตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ให้มีความพิการได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งศีรษะเล็กกว่าปกติ(microcephaly) ตัวเล็ก พัฒนาการช้า รวมถึงอาจส่งผลทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของระบบประสาทที่เรียกว่าภาวะ Guillain-Barre Syndrome ที่ทำให้มีการอักเสบของเส้นประสาทได้ ปัจจุบัน โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนในการป้องกัน

4.โรคมาลาเรีย (Malaria) หรือที่รู้จักกันในชื่อโรคไข้จับสั่น ไข่ป่า ไข่ดอกสัก ไข้ร้อนเย็น เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อโปรโตซัวชนิดหนึ่งที่เรียกว่าเชื้อพลาสโมเดียม (Plasmodium) โดยปัจจุบันมี 5 ชนิด ที่ก่อโรคในคน ยุงพาหะของโรคนี้ คือ ยุงก้นปล่อง (Anopheles) การระบาดในประเทศไทยจะพบในจังหวัดหรือพื้นที่ป่าเขาที่อยู่แนวชายแดนติดต่อกับประเทศเมียนมา ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ผู้ป่วยมักมีอาการหลังได้รับเชื้อประมาณ 10-14 วัน อาการที่สำคัญ ได้แก่ ไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัวและกล้ามเนื้อ อาจพบอาการคลื่นไส้และเบื่ออาหาร เหงื่อออกง่าย ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อสายพันธุ์ฟัลซิปารัม (Plasmodium falciparum) อาจมีอาการรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้ ปัจจุบันวัคซีนป้องกันโรคนี้อยู่ในระหว่างการพัฒนาและเริ่มมีการทดลองใช้ในประเทศแถบทวีปแอฟริกาที่มีการระบาดของโรคดังกล่าว

5.โรคเท้าช้าง (Elephantiasis หรือ lymphatic filariasis) เกิดจากการติดเชื้อหนอนพยาธิที่เรียกว่าเชื้อฟิลาเรีย (Filarial worm) โดยพบการระบาดในประเทศไทย 2 ชนิด ได้แก่ Wuchereria bancrofti ซึ่งพบทางภาคตะวันตก
ของประเทศ และ Brugia malayi ที่พบทางภาคใต้ของประเทศ ยุงพาหะที่สำคัญ คือ ยุงรำคาญ (Culex) ยุงเสือ (Mansonia) และยุงลาย (Aedes) รวมถึงยุงก้นปล่อง (Anopheles) บางชนิด อาการของผู้ป่วยที่สำคัญ ได้แก่ ท่อน้ำเหลืองอักเสบ (tymphangitis) ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ (lymphadenitis) มีอาการไข้เท้าช้าง มีการอุดตันในทางเดินน้ำเหลือง น้ำเหลืองคั่ง อวัยวะที่เป็นโรคจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรียกว่าภาวะโรคเท้าช้าง โดยผู้ป่วยที่ติดเชื้อ Wuchereria bancrofti มักเกิดโรคบริเวณต่อมน้ำเหลืองบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ในขณะที่ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ Brugia malayi มักทำให้เกิดโรคบริเวณขา ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคนี้

6.โรคไข้สมองอักเสบเจอี (JE encephalitis) เป็นโรคไข้สมองอักเสบที่เกิดจากไวรัสที่เรียกว่า Japanese encephalitis virus หรือ JE virus พาหะนำโรคที่สำคัญ คือยุงรำคาญ (Culex) อาการสำคัญของผู้ป่วย ได้แก่ ปวดศีรษะ ไข้สูง จากนั้นจะมีภาวะคอแข็ง เพ้อ ไม่รู้ตัว ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงอาจส่งผลต่อการทำงานของสมองที่อาจทำให้เกิดภาวะพิการหรือเสียชีวิตได้ ปัจจุบันการป้องกันสามารถทำได้โดยการฉีดวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี

ถึงแม้ว่าโรคติดต่อที่มียุงเป็นพาหะบางโรคมีวัคซีนป้องกันและอีกบางโรคยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แต่สิ่งสำคัญที่จะช่วยในการป้องกันหรือลดการแพร่ระบาดและการติดเชื้อจากโรคที่มียุงเป็นพาหะ ได้แก่ การมีสุขอนามัยที่ดีในการดำเนินชีวิต การป้องกันไม่ให้ยุงกัดการควบคุมและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงการใช้ยากันยุง การสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายจากยุงกัด การหลีกเลี่ยงการไปในแหล่งระบาดของยุงพาหะ นอกจากนี้ ในผู้ที่มีประวัติเดินทางไปในแหล่งที่มีการระบาดของยุงนำโรคอาจต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคหรือควรหมั่นสังเกตอาการของตนเองภายหลังกลับจากพื้นที่ที่มีการระบาดของยุงพาหะ ถ้ามีอาการป่วยเกิดขึ้นควรรีบพบแพทย์ทันที

สำหรับผู้สนใจข้อมูลสุขภาพและการใช้ยาของคณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล สามารถติดตามได้ที่ https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/service-knowledge.php

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

สร้างผู้นำ สร้างธุรกิจที่ยั่งยืน ตามแบบฉบับ ‘ทอม ธเนศ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740146

สร้างผู้นำ สร้างธุรกิจที่ยั่งยืน ตามแบบฉบับ ‘ทอม ธเนศ’

สร้างผู้นำ สร้างธุรกิจที่ยั่งยืน ตามแบบฉบับ ‘ทอม ธเนศ’

วันอังคาร ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 20.29 น.

ผู้นำที่ดี นอกจากจะต้องทำงานในหน้าที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล ทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อสร้างให้องค์กรเติบโตแล้ว หลักการสำคัญที่ผู้นำยุคใหม่ควรมีเพื่อพาธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ตามแบบฉบับของ ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ Founder & CEO ของ ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ TTI ซึ่งให้ข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจในงาน Creative Talk 2023 Festival “The Next Big Things” มี 4 ประการ นั่นคือ 1. Move with Vision ผู้นำต้องเดินทางด้วยวิสัยทัศน์ 2. Mission to the Dream ผู้นำต้องรู้ว่า ต้องทำภารกิจอะไรเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย 3. Culture Creation ผู้นำต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กร และสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม หากลุ่มบุคคลที่จะมาช่วยสนับสนุน 4. System Automation การสร้างระบบในการทำงาน เพื่อพัฒนาให้เกิดผู้นำรุ่นต่อไป

ทอม – ธเนศ ลีลาภรณ์

ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ TTI (Tom Thanet Incubator) ก่อตั้งและบริหารงานโดย ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ ภายใต้แนวคิด ‘ความรู้ของผู้นำคือความยั่งยืนขององค์กร’ โดยปัจจุบันทำหน้าที่ให้คำปรึกษาธุรกิจ SMEs และเทรนนิ่งผู้ประกอบการตลอดจนพนักงาน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน กล่าวว่า “ TTI มีวิสัยทัศน์ในการเป็นศูนย์กลางเครือข่ายให้แก่ผู้ประกอบการ ผ่าน Vision ของ TTI ที่ประกอบไปด้วย 4C โดยจะเน้นหลักสูตรที่ให้ความรู้และคุณธรรมในการทำธุรกิจ (Class) เน้นสร้างเครือข่ายให้ผู้ประกอบการแต่ละแขนงได้แลกเปลี่ยนความรู้และเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ (Community) ร่วมมือกับคู่ค้า หาความรู้ที่ดีและเป็นประโยชน์มานำเสนอต่อผู้ประกอบการ (Collaboration) และในอนาคตเรายังได้วางแผนด้านการสนับสนุนเงินทุน (Capital) ให้กับผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ขาดเงินทุน ให้ได้มาเรียนรู้กับ TTI และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนเก่งๆ เพื่อให้เติบโตมาเป็นผู้ประกอบการที่ดี มีคุณธรรม มีความสามารถ และหากเขาต้องการขยายธุรกิจให้โตขึ้น เราก็พร้อมที่จะร่วมลงทุนไปกับเขา เพื่อให้การสนับสนุนธุรกิจที่มีศักยภาพได้เติบโตอย่างยั่งยืน”

ภายในงานคุณทอม ธเนศ ได้มีการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ ‘4 Principles of Building Leaders to Sustain the Business’ เพื่อเป็นแนวทางการบริหารคน Gen Z เจาะอินไซต์การสร้างผู้นำมืออาชีพ เพื่อสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยระบุ 4 หลักการสำคัญได้แก่

Principle 1 : Move with Vision ผู้นำเดินทางด้วยวิสัยทัศน์

ผู้นำต้องมีเป้าหมาย และผู้นำต้องรู้ว่าเป้าหมายของตนนั้น มีปัญหา หรืออุปสรรคอะไรที่ขวางกั้นระหว่างตัวผู้นำกับเป้าหมาย และยอมรับในการเผชิญปัญหา โดยมีความเชื่อที่ว่าการเดินทางผ่านปัญหา จึงจะทำให้เก่งขึ้น เติบโตขึ้นและได้ขยายพื้นที่ของ Comfort Zone ออกไป หลักการนี้จะเป็นการถามหา WHY ที่ชัดเจน ว่าเป้าหมายของผู้นำหรือ Vision คืออะไร และปัญหาและอุปสรรคคืออะไร

Principle 2 : Mission to the Dream ทำภารกิจให้สำเร็จด้วยตัวตนใหม่

สิ่งที่ผู้นำต้องทำหลังมีเป้าหมาย หรือ Vision นั่นคือการตั้ง Mission ของตัวเองและองค์กร ซึ่งสิ่งสำคัญคือภารกิจที่จะทำนั้น ต้องสอดคล้องกับ Vision ที่ตั้งเอาไว้ และเรียนรู้ว่าอะไรคือ Key solutions ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเพื่อให้เราไปถึงเป้าหมาย

Principle 3 : Culture Creation

ช่วงแรกตัวเจ้าของกิจการจะเป็นเหมือนวัฒนธรรมองค์กรและเจ้าของต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเกิดวัฒนธรรมองค์กรนั้น รวมไปจนถึงหากลุ่มผู้คน เช่น ทีมงาน หรือ พนักงาน ที่พร้อมจะสนับสนุนให้เกิดวัฒนธรรรมองค์กรนั้นๆ ขึ้นมา

Principle 4 : System Automation

เมื่อวัฒนธรรมองค์กรเกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง จำเป็นต้องมีการสร้างระบบในการทำงาน ระบบในการพัฒนาเพื่อให้เกิดผู้นำ
ในองค์กร และการหาผู้นำที่จะเป็นผู้นำตัวอย่างที่ใช้ระบบขององค์กรเพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีที่มีค่ากว่าคำสอนต่อคนในองค์กร

โดยสรุป 4 Principles of Building Leader to Sustain Business คือ ผู้นำต้องเริ่มต้นที่ Why มีเป้าหมาย นำคนด้วย Vision รู้ว่าปัญหาคืออะไร รู้  ‘What’  ว่าอะไรคือ Mission สิ่งที่เราต้องทำ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย แล้วอะไรคือ Key Solutions ที่จำเป็นต้องเรียนรู้ เปลี่ยนแปลงเพื่อแก้ปัญหา รู้ ‘How และ Who’ ว่าการจะสร้างบรรยากาศ สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมในองค์กร (Culture Environment) ทำได้อย่างไร  ใครคือกลุ่มคน (People) ที่จะมาช่วยสนับสนุนให้เกิดขึ้น  รู้ว่าจะต้องสร้างระบบ สรรหาเครื่องมือที่จะพัฒนาผู้นำอย่างไร แล้วใครคือผู้นำต้นแบบที่ใช้ระบบของเรา

“TTI จะยึดมั่นปรัชญาในการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยโปรแกรมเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความพร้อมทุกด้าน ผ่านการออกแบบการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีการพัฒนาตัวเองได้ดีที่สุดเราให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนให้พร้อมทั้งความรู้ ความสามารถ และใจที่รักการส่งมอบคุณค่า เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้มีธุรกิจที่เติบโตยั่งยืนได้อย่างแท้จริง” คุณทอม ธเนศ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถทดลองเรียนคอร์สการสร้างธุรกิจให้ยั่งยืนได้ โดยจะเป็นคอร์สออนไลน์เรียนฟรี
2 ชั่วโมง ลงทะเบียนได้ที่ https://bit.ly/ttifreecourse และผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหว เคล็ดลับการทำธุรกิจ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในองค์กร ให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนได้ทาง https://www.facebook.com/tomthanetincubator/

ครบรอบวันสถาปนา ‘ธรรมศาสตร์’ ก้าวสู่ปีที่ 90 ยืนหยัดเพื่อประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740137

ครบรอบวันสถาปนา ‘ธรรมศาสตร์’ ก้าวสู่ปีที่ 90 ยืนหยัดเพื่อประชาชน

ครบรอบวันสถาปนา ‘ธรรมศาสตร์’ ก้าวสู่ปีที่ 90 ยืนหยัดเพื่อประชาชน

วันอังคาร ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 20.02 น.

เฉลิมฉลองปีที่ 89 ก้าวเข้าสู่ปีที่ 90 อย่างเต็มภาคภูมิ ธรรมศาสตร์ จัดงาน วันสถาปนาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตรงกับวันที่ 27 มิถุนายนของทุกปี พร้อมมอบรางวัลเข็มเกียรติยศ รางวัลอันทรงคุณค่าสูงสุดประจำปี 2565 ให้แก่ นายประกิต อภิสารธนรักษ์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงาน “วันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบรอบปีที่ 89” ขึ้น เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2566 เพื่อเฉลิมฉลองและเชิดชูเกียรติบุคคลที่ทำคุณงามความดีต่อสังคมและประเทศชาติ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักศึกษา คณาจารย์ ศิษย์เก่า และผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 500 ราย

สำหรับกิจกรรมในงานวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งตรงกับวันที่ 27 มิถุนายนของทุกปี เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงเช้าด้วยพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถัดจากนั้นเป็นพิธีมอบเข็มเกียรติยศ โล่เกียรติยศ โล่เกียรติคุณ ตลอดจนประกาศยกย่องผู้ประกอบคุณงามความดีให้เป็น “กีรตยาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์”  “ครูดีเด่นของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” และ “บุคลากรดีเด่น” ประจำปี 2565

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ธรรมศาสตร์ถือกำเนิดจากการให้โอกาส จากอุดมการณ์ที่หยิบยื่นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับคนไทย ซึ่งก็คือโอกาสทางการศึกษาสำหรับทุกคนอย่างเท่าเทียม ธรรมศาสตร์มีโครงการต่างๆ ที่มีจุดมุ่งหมายให้กลุ่มคนที่ขาดโอกาสสามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้ไม่ว่าจะเป็นโครงการนักศึกษาเรียนดีจากชนบท โครงการนักศึกษาพิการ โครงการช้างเผือก เป็นต้น ซึ่งธรรมศาสตร์ได้สนับสนุนทุนการศึกษาให้ สิ่งเหล่านี้ทำให้ธรรมศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยที่ให้โอกาสแก่ผู้คนอยู่เสมอ

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า กว่า 89 ปีของการเดินทางที่ยาวนานของธรรมศาสตร์ เราพร้อมแล้วที่จะก้าวไปให้ไกลขึ้น กับการยืนหยัดในวิถีและจิตวิญญาณในการรับใช้ประชาชนในระดับพลเมืองของโลก ในปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นปีที่พวกเราได้ก้าวข้ามผ่านวิกฤตมาได้ โดยมีการเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป ทั้งยังพัฒนาสิ่งที่ยังขาด รักษาสิ่งที่ดีงาม ควบคู่กันไป เมื่อสถานการณ์อันหนักหน่วงผ่านพ้นไปแล้ว เราจึงมีหน้าที่ที่จะมุ่งไปข้างหน้าอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อสร้างมหาวิทยาลัย สังคม และโลกใบนี้ให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น

นัสรี พุ่มเกื้อ ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวสุนทรพจน์ตอนหนึ่งว่า สิ่งที่กล่าวในวันนี้เกี่ยวข้องกับวาทกรรม 2 ประโยค คือธรรมศาสตร์เป็นศูนย์กลางของการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทย และฉันรักธรรมศาสตร์เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน ซึ่งท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม หน้าที่ของเราคือการทบทวนหลักการที่เราอ้างและวาทกรรมที่เราบอกว่าเป็นภาพสะท้อนของธรรมศาสตร์ว่าสิ่งนั้นยังคงเป็นจริงหรือไม่ การเฉลิมฉลองการสถาปนามิควรเป็นแค่การที่เราหันมองไปเพื่อแสดงความยินดีกับเรื่องราวในอดีต แต่ควรเป็นการตระหนัก ทบทวน และกำหนดถึงอนาคตว่าธรรมศาสตร์ควรเป็นอย่างไร และมีสถานะอย่างไรในสังคมไทย

คุณากร ตันติจินดา นายกองค์การนักศึกษา กล่าวว่า วันนี้ธรรมศาสตร์ไม่ใช่เพียงมหาวิทยาลัย ที่มีไว้เพียงเพื่อจะดับความกระหายใคร่รู้ของหมู่ราษฎร หากแต่ในสายตาของใครหลายคน ธรรมศาสตร์เปรียบเสมือนหลักชัยแห่งการต่อสู้ทางประชาธิปไตยของชนชั้นไพรในประเทศไทย ซึ่งในอนาคตมหาวิทยาลัยจะมีตึกใหญ่โต มีหลายศูนย์การศึกษา มีองค์ความรู้ทางวิชาการที่เข้มข้น แต่ทั้งหมดจะหมดสิ้นความหมายหากเราลืมรากเหง้าของตัวเราเอง

ทั้งนี้ ภายในงาน มธ. มีมติมอบเข็มเกียรติยศ ซึ่งถือเป็นรางวัลอันทรงคุณค่าสูงสุด ให้แก่ นายประกิต อภิสารธนรักษ์  ประธานกรรมการ บริษัท ประกิต โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ขับเคลื่อนสังคมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ บริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล

พร้อมกันนี้ มธ. ยังได้มอบรางวัลอันทรงเกียรติในด้านต่างๆ แก่บุคลากรซึ่งได้สร้างสรรค์ผลงานและคุณงามความดี ควรค่าแก่การยกย่อง ประกอบด้วย รางวัลกีรตยาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2565 ในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่ ศ.ดร.นุรักษ์ กฤษดานุรักษ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์และสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้แก่ ศ.นพ.ก้องเกียรติ กูณฑ์กันทรากร คณะแพทยศาสตร์

รางวัลครูดีเด่น ประจำปี 2565 มอบให้ผู้ที่มีความเสียสละ อุทิศตนให้แก่การสอน มีจริยธรรมและเมตตาธรรม เป็นแบบอย่างความเป็นครูที่ดี จำนวน 4 ท่าน 4 สาขา ได้แก่ รศ.ดร.ศุภกร ภู่เจริญศิลป์ สถาบันภาษา ครูดีเด่นสาขามนุษยศาสตร์ ศ.ดร.ศากุน บุญอิต คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ครูดีเด่นสาขาสังคมศาสตร์ ศ.ดร.นคร ภู่วโรดม คณะวิศวกรรมศาสตร์ ครูดีเด่นสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รศ.นพ.อดิศัย บัวคำศรี คณะแพทยศาสตร์ ครูดีเด่นสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ

ในโอกาสนี้ ยังมีพิธีมอบ โล่เกียรติยศ ให้แก่ศิษย์เก่าดีเด่นและผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัย จำนวน 58 ท่าน สำหรับศิษย์เก่าดีเด่น ได้แก่ 1. นายกิตติศักดิ์ กล่อมจิตต์ 2. ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ 3. น.ส.ฉวีวรรณ อุทัยพิบูลย์ 4. นายชัยวัฒน์ ศุภดิลกลักษณ์ 5. นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ 6. ผศ.ดร.ฐปน ชื่นบาล 7. นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ 8. น.ส.ณัฐกานต์ โนรี 9. นายเดชบุญ มาประเสริฐ 10. ร้อยโททศพล ไชยโกมินทร์ 11. นางทีนามารี (โชติรวี) ผลาดิกานนท์ 12. นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี 13. นายบัญชา เชาวรินทร์ 14. ดร.เบญจรัตน์ บรรเทิงสุข 15. พญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ 16. นางพรทิภา ไสวสุวรรณวงศ์  17. น.ส.พรรณนลิน มหาวงศ์ธิกุล 18. น.ส.พัชรี พุ่มพชาติ 19. นายพินิต พงษ์เพชร 20. นายภักดี จันทร์เกษ 21. พลเอกยศนันท์ หร่ายเจริญ 22. ดร.รุ่งโรจน์ โชคงามวงศ์ 23. นางวราลักษณ์ อภิกุลวณิช 24. นายวีระ  แสงสมบูรณ์ 25. รศ.ศรีสุดา อาชวานันทกุล 26. ดร.ศุภเกียรติ คำบุทอง 27. นายศุภมิตร ชิณศรี 28. นายศุภวุฒิ จิรมนัสนาคร 29. นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ 30. ศ.ดร.สมเกียรติ วันทะนะ 31. รศ.ดร.สราวุธ เทพานนท์ 32. รศ.สวาท แย้มวงษ์ศรี 33. นายสัมฤทธิ์ สำเนียง 34. ดร.สุนีย์ ศรไชยธนะสุข 35. ผศ.ดร.สุรศักดิ์ มณีศร 36. นพ.อนุสรณ์ ศิริโชติ 37. นางอาริยา หยาง 38. นายอุเทน ชนะกุล

ในส่วน ผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่มหาวิทยาลัย ได้แก่ 1. น.ส.กัลยาณี คงสมจิตร 2. ดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ 3. นายนคร มุธุศรี 4. รศ.ดร.นิยม รัฐอมฤต 5. ผศ.ประภัสสร เลียวไพโรจน์ 6. พญ.พนิดา  มุกดีพร้อม 7. นายไพบูลย์ นลินทรางกูร 8. นางมธุรดา วงศ์ไวโรจน์ 9. นายวิชิต ลือชัยประสิทธิ์ 10. พญ.ศิริวรรณ ฮุ่นตระกูล 11. น.ส.ศุกร์ศิริ อภิญญานุวัฒน์ 12. นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ 13. นายสุเทพ วงศ์รื่น 14. นายอรุณ ลีลาพัฒนภูติ 15. รศ.อัญชลี พิพัฒนเสริญ 16. Mr. TSANG KEUNG CHEUNG 17. มูลนิธิสิทธิอิสรา 18. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 19. สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา (สำนัก 11) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 20. สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

อนึ่ง นับตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2477 ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการเมืองการปกครอง 2 ปี ซึ่งเป็นยุคที่ประชาชนกระหายใคร่รู้และตื่นตัวกับประชาธิปไตย ขณะนั้นมีได้มีการสถาปน “มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง” (มธก.)ขึ้น โดยมีหลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) เป็นผู้ประศาสน์การ อันมุ่งหมายสร้างสถาบันการศึกษา ให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องประชาธิปไตย นั่นทำให้ทุกวันที่ 27 มิถุนายนของทุกปี ถือเป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Celebrate12 ปี ‘Plastic Plastic’สองพี่น้องคู่หูถ่ายทอดคำขอบคุณผ่านเพลงใหม่’Dear Friends’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/740285

Celebrate12 ปี 'Plastic Plastic'สองพี่น้องคู่หูถ่ายทอดคำขอบคุณผ่านเพลงใหม่'Dear Friends'

Celebrate12 ปี ‘Plastic Plastic’สองพี่น้องคู่หูถ่ายทอดคำขอบคุณผ่านเพลงใหม่’Dear Friends’

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.02 น.

“Plastic Plastic”ศิลปินดูโอ้พี่น้องอินดี้ป็อปมากความสามารถ ประกอบด้วย“เพลง – ต้องตา จิตดี” (ร้องนำ, คีย์บอร์ด)และ“ป้อง – ปกป้อง จิตดี” (กีตาร์)สังกัดค่ายเพลงWhat The Duck (วอท เดอะ ดัก)เจ้าของเพลงฟังสบาย อาทิ “วันศุกร์”,”ฮัม”“With Me”และ“hate you, love you”รวมถึงผลงานล่าสุด “love is growing”ที่พูดถึงการเติบโตและการเรียนรู้เรื่องความรักจากหลาย ๆ มุมมอง

ฉลองครบรอบ 12 ปี เพลงและปกป้อง ขอมอบเพลง“Dear Friends”ซิงเกิลใหม่ล่าสุดที่พูดถึงความรัก ความอบอุ่นที่มีต่อเพื่อน ๆ เพราะทั้งคู่เชื่อว่าการมีเพื่อนคอยซัพพอร์ตซึ่งกันและกันเป็นสิ่งที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจให้เราก้าวผ่านวันยาก ๆ อย่างไม่โดดเดี่ยว และเมื่อเราอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่างคนก็ต่างมีเรื่องให้โฟกัสมากขึ้นหรือแยกย้ายกันไปเติบโต แต่ก็ยังคอยส่งต่อความห่วงใยความหวังดีให้กันเสมอ แม้จะไม่ได้คุยกันทุกวันแต่ความสัมพันธ์ของคำว่า “มิตรภาพ” นั้นยังเหมือนเดิม  “Dear Friends”จึงเปรียบเหมือนคำขอบคุณที่ Plastic Plasticอยากมอบให้กับแฟนเพลงที่เปรียบเสมือนเพื่อนรักที่เฝ้าดูการเติบโตและคอยเอาใจช่วยพวกเขาเสมอมา อีกทั้งเพลงนี้ยังเป็นชื่อคอนเสิร์ตครบรอบ 12 ปีครั้งแรกที่มีชื่อว่า “Plastic Plastic Dear Friends’ Concert”อีกด้วย

 ในพาร์ทของดนตรี“Plastic Plastic” ส่งต่อความจริงใจผ่านทุกท่วงทำนอง และเติมเต็มความกลมกล่อมที่ผสมผสานอยู่ในเสียงดนตรีออกมาเป็นอีกหนึ่งผลงานคุณภาพตามแบบฉบับของ Plastic Plastic และอีกหนึ่งความพิเศษคือแฟนเพลงจะได้ฟังเพลงนี้ครั้งแรกในคอนเสิร์ต “Plastic Plastic Dear Friends Concert”ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 9 กรกฎาคม นี้

อย่างไรก็ตามแฟนเพลง“Plastic Plastic”​สามารถฟังและรับชมมิวสิควิดีโอเพลง “Dear Friends”พร้อมกันทาง YouTube:https://youtu.be/BJ3vbzcVuCwและสามารถติดตามข่าวสารต่างๆของ “Plastic Plastic” ได้ทางwww.facebook.com/whattheduckmusicและhttps://www.facebook.com/plasticplasticmusic

‘Hamonize(ฮาโมไนซ์)’จาก3ศิลปินสาว ‘Triads (ไทรแอดส์)’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/740286

'Hamonize(ฮาโมไนซ์)'จาก3ศิลปินสาว 'Triads (ไทรแอดส์)'

‘Hamonize(ฮาโมไนซ์)’จาก3ศิลปินสาว ‘Triads (ไทรแอดส์)’

วันพุธ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.04 น.

“Triads”ศิลปินน้องใหม่จากค่าย “Plengthaii Records”กับการDebut 1st Single ด้วยเพลง “HARMONIZE”กับ 3 สาว 3 คาแรคเตอร์ที่ลงตัว

ศิลปิน Girls Groupน้องใหม่ วงแรกจากค่าย Plengthaii Recordsที่จะทำให้ทุกคนรู้จักกับความสดใสและความสามารถพวกเธอ โดยมีสมาชิกทั้งหมด 3 คน ตามชื่อวง Triadsที่ตรงตัวประกอบไปด้วย

1. แผ่นเพลง (Panpleng)น้องเล็กสุดในวง เพียบพร้อมด้วยทักษะการเต้นและร้องด้วยความที่แผ่นเพลงมีบุคลิกที่นิ่ง จริงจัง และกล้าตัดสินใจ ทำให้แผ่นเพลงที่เป็นน้องเล็กได้รับตำแหน่ง LEADER ของวง

2. มาลิสสา (Malissa)มาพร้อมกับความสามารถในด้านPerformanceและคาแรคเตอร์ที่ผสมผสานกันระหว่างความหวานและเซ็กซี่อย่างลงตัวและชัดเจน

3. มิกิ(Miqi)พี่ใหญ่ของวงที่มาพร้อมกับความเซ็กซี่ และใบหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ ด้วยใบหน้าที่ดูเฟียส ทำให้ดูเหมือนจะเข้าถึงยาก แต่บุคลิกจริงๆ แล้ว มิกิเป็นคนที่สุขุมและยิ้มแย้มทั้ง 3 มีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกัน มีความสามารถ ร้อง เต้น เล่น แร๊ป เรียกได้ว่าครบเครื่อง

“Triads”ได้Debut 1st Singleด้วยเพลงที่มีชื่อว่า “HARMONIZE”เป็นเพลงแนว Pop Danceที่พูดถึงการเชิญชวนให้ลองมาฟัง ลองมารักกันดู และลองเปิดใจให้กับสามสาว Triadsนั่นเองที่มีความสนุกและสามารถเต้นตามได้ มีเนื้อเพลงที่ติดหู และท่อนบริดจ์ที่แปลกใหม่และน่าตื่นเต้นโดยเพลงนี้ได้ Titleอดีตสมาชิกวงiwishเป็นคนเขียนเนื้อและ Mickhwaจากวง Wishเป็นคนเรียบเรียงดนตรีเพลงนี้ บวกกับเอ็มวีที่โชว์ด้านPerformanceของทั้งสามสาวให้ทุกคนได้หลงเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

TRIADS “HARMONIZE” M/V
https://www.youtube.com/watch?v=ZpujZEhK5-M

Follow Artist
IG Panpleng :
panpxxvii
IG Malissa : malissa_dd
IG Miqi : miqiway

Follow TRIADS
Instagram: 
triads.official
Twitter: @Triadsworld
TikTok: @triads.official