‘Aura Bangkok Clinic’ คอลแลป ‘Rapi-rabi’ แจกทำผม-ฉีดหน้าฟรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734724

‘Aura Bangkok Clinic’ คอลแลป ‘Rapi-rabi’ แจกทำผม-ฉีดหน้าฟรี

‘Aura Bangkok Clinic’ คอลแลป ‘Rapi-rabi’ แจกทำผม-ฉีดหน้าฟรี

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 18.48 น.

Aura Bangkok Clinic คลินิกเสริมความงามที่มาแรงที่สุด จับมือกับร้านทำสีผมชื่อดังอย่าง  Rapi-rabi แจกทำผมและฉีดหน้าฟรีให้สาว ๆ ทั่วกรุงเทพกว่า 6,000 คน

ในทุกปี Aura Bangkok Clinic คลินิกเสริมความงามที่ให้ความสำคัญกับ Consumer Lifestyle จะมีการคอลแลปกับแบรนด์ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ความสวยดี ๆ ให้กับลูกค้า เน้นไปที่ความสนุกของแคมเปญ หลุดจากกรอบของความเป็นคลินิกเสริมความงามทั่วไป โดยในปีนี้ Aura Bangkok Clinic ได้ประเดิมปีกระต่ายทองด้วยการร่วมมือกับร้านทำสีผมสไตล์ญี่ปุ่นชื่อดัง ที่มีโลโก้รูปกระต่ายอย่าง ‘Rapi-rabi’

ทั้ง Aura Bangkok Clinic และ Rapi-rabi มีความเชื่อว่าการดูแลตัวเองทั้งการเข้าคลินิกเสริมความงาม การเข้าร้านทำผม หรือการดูแลตัวเองทุกรูปแบบ จะส่งผลต่อความมั่นใจในตนเอง เมื่อเติมความมั่นใจแล้วก็จะพร้อมที่จะก้าวออกไปใช้ชีวิต ไปพบเจอกับประสบการณ์ใหม่ ๆ จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้ Aura Bangkok Clinic และ Rapi-rabi จับมือกันทำแคมเปญ “Extra Ordinary หน้าสวยปัง ผมสวยเป๊ะ” ซึ่งเป็นแคมเปญที่จะทำให้ทุก คนได้เติมความมั่นใจ ให้ชีวิตที่ “Ordinary” ได้มีความ “Extra” มากยิ่งขึ้น

ตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 18 มิ.ย. นี้ ลูกค้าที่มาใช้บริการที่ Aura Bangkok Clinic จะได้รับ Limited Gift Set ซึ่งประกอบไปด้วย หวีกระจกพกพา กิ๊บหนีบผมลายพิเศษ แชมพูและทรีตเมนต์พรีเมียมสำหรับผมทำสีจาก dot.care อีกทั้งบัตรกำนัลสำหรับทำผมที่ร้าน Rapi-rabi ฟรี ในส่วนของลูกค้า Rapi-rabi ที่เข้ารับบริการภายในช่วงแคมเปญ ก็จะได้รับส่วนลดทำสวยที่ Aura Bangkok Clinic และหากทำสีผมครบ 3,500 บาท จะได้เลือกรับหัตถการ อาทิ ดริปวิตามินผิว ฉีดหน้าใส และ มาเด้ คอลลาเจน มูลค่า 1,800 บาทฟรี

การจับมือร่วมงานในครั้งนี้มุ่งเติมความมั่นใจให้กับสาว ๆ ทั่วกรุงเทพฯ โดย Aura Bangkok Clinic และ Rapi-rabi ได้ร่วมมอบประสบการณ์ทำสวย ‘ฉีดหน้า-ทำผม’ ฟรีกว่า 6,000 คน รวมมูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท

ใครที่อยากสวยมั่นใจคูณสองก็ต้องเข้าร่วมแคมเปญ Aura Bangkok Clinic x Rapi-rabi “Extra•Ordinary” ได้ที่ Aura Bangkok Clinic ทั้ง 8 สาขา ได้แก่ สาทร ดองกี้มอลล์ทองหล่อ เดอะมอลล์งามวงศ์วาน บางแค เดอะพรอมานาด ปู่เจ้า รัชดา และสยาม รับรองหน้าสวยปัง ผมสวยเป๊ะ! สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญได้ที่

โทร 02-024-2222 เว็บไซต์ aurabangkokclinic.com Line @botox Instagram @aurabangkokclinic Facebook Aura Bangkok Clinic

นักออกแบบไทย-เทศ ร่วมส่งผลงานประกวด ‘GIT World’s Jewelry Design Award’ มากที่สุดในรอบ 5 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734721

นักออกแบบไทย-เทศ ร่วมส่งผลงานประกวด 'GIT World’s Jewelry Design Award' มากที่สุดในรอบ 5 ปี

นักออกแบบไทย-เทศ ร่วมส่งผลงานประกวด ‘GIT World’s Jewelry Design Award’ มากที่สุดในรอบ 5 ปี

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 18.41 น.

ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม กับ โครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 17 ภายใต้แนวคิดนี้ “Glitter & Gold – The Brilliant Way of Gold Shine” เครื่องประดับที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีทองอร่ามกับประกายระยิบระยับของอัญมณีหลากชนิดที่ผสมผสานเข้ากันจนเป็นงานสร้างสรรค์ที่ลงตัว ซึ่งปีนี้นักออกแบบทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมส่งผลงานเข้าชิงรางวัลมากถึง 770 ผลงาน จาก 30 ประเทศทั่วโลก มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในการจัดการประกวดออกแบบเครื่องประดับระดับโลกของไทย ในรอบ 5 ปี

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบัน เปิดเผยว่า จากจำนวนผลงานที่ส่งเข้าร่วมประกวดออกแบบเครื่องประดับกับสถาบันในครั้งนี้ ถือได้ว่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเป็นอย่างมาก โดยเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 มากกว่าปี 2565 การประกวดออกแบบเครื่องประดับของสถาบันได้รับการยอมรับและมีต่างชาติเข้าร่วมส่งผลงานมากขึ้นทุกๆ ปี และในครั้งนี้เรียกได้ว่า เรามีนักออกแบบจากทั่วทุกมุมโลกให้ความสนใจส่งผลงานเข้าประกวด ทั้ง เอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป รัสเซีย อเมริกา และ ประเทศแถบอเมริกาใต้ ทำให้เราได้เห็นถึงมุมมองอันหลากหลายของนักออกแบบ รวมถึงทิศทาง เทรนด์ของเครื่องประดับในประเทศต่างๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนจากแบบวาดที่ส่งเข้าร่วมประกวด โดยในปีนี้มีนักออกแบบต่างชาติส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวน 497 ชิ้นงาน และจากประเทศไทย 273 ชิ้นงาน รวมผลงานทั้งหมดถึง 770 ผลงาน  โดย จำนวนผลงานที่เข้าร่วมประกวดสูงสุด มาจาก ไทย จีน อิหร่าน ไต้หวัน และอินเดีย ซึ่งถือได้ว่าเป็นตลาดส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของไทยอีกด้วย ซึ่งเทรนด์ต่างๆ เหล่านี้จะเป็นตัวช่วย และ เป็นโอกาสที่ดีที่นักออกแบบไทยจะนำมาปรับใช้เป็นแนวทางในการออกแบบ และสร้างแบรนด์ของตนเอง เพื่อเข้าสู่ตลาดสากลในที่สุด

สำหรับรอบการตัดสินแบบวาด สถาบันได้รับเกียรติจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากทั่วโลก อาทิ
คุณสิริน ศรีอรทัยกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการขาย บริษัท บิวตี้เจมส์ แฟคตอรี่ จำกัด, ม.ล. ภาวินี สันติศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อโยธยาเทรด (93) จำกัด, คุณธนิษฐ์ ดุรงคพิทยา กรรมการบริหาร บริษัทพรีเมียร์เจมส์เทรดดิ้ง จำกัด, ดร.ธัชวิน สุรเศรษฐ กรรมการผู้จัดการ L.S Jewelry Group (ห้างเพชรหลีเสง) ,คุณเกศณี ศิริวัฒนสกุล Head of New Product Development, Swarovski Manufacturing (Thailand), Mr. Yutaka Fukasawa, Japan Precious Magazine Director & Chief Editor ประเทศญี่ปุ่น คุณวรรณพร โปษยานนท์ บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร ฮาร์เปอร์ส บาซาร์ ประเทศไทย และ Ms. Fie Ling Tjia, Senior Lecturer at Raffles College of Higher Education ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลการศึกษาสถาบันแฟชั่น Marangoni ประเทศสิงคโปร์ โดยคัดเลือกผลงานทั้งหมดจาก 770 ผลงาน เหลือเพียง 31 ผลงาน และเลือกเฟ้นหาแบบวาดที่มีคะแนนสูงสุด 4 ผลงาน เพื่อนำไปผลิตเป็นเครื่องประดับขึ้นโชว์ผลงานพร้อมเหล่านางแบบในรอบชิงชนะเลิศ โดยจะประกาศผลการตัดสินรอบคัดเลือกอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 มิถุนายน 2566 พร้อมเปิดให้ผู้สนใจร่วมลงคะแนนโหวตให้กับผลงานที่ชื่นชอบ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผลงานที่ชื่นชอบ และลุ้นรับรางวัล GIT Popular Design Award  ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2566 จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2566

สำหรับการตัดสินรอบชิงชนะเลิศ และการประกาศรางวัล มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 30 สิงหาคม 2566 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน จากนั้นสถาบันจะนำผลงานการออกครั้งนี้ไปจัดแสดงในงานแสดงสินค้าต่างๆ รวมถึงการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ GIT Gem and Jewelry Museum เพื่อเป็นการตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณีและเครื่องประดับโลกของประเทศไทย (Gems and Jewelry Hub of The World)

ผู้ที่สนใจ สามารถเข้าไปชมผลงานผู้ที่ผ่านรอบแรก และร่วมโหวต ได้ที่ www.facebook.com/gitwjda

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทร. 02 634 4999 ต่อ 311-313

-(016)

‘หมอเฉลิม’ ได้รับคัดเลือกเป็น ‘พ่อตัวอย่างแห่งชาติ’ ประจำปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734718

‘หมอเฉลิม’ ได้รับคัดเลือกเป็น ‘พ่อตัวอย่างแห่งชาติ’ ประจำปี 2566

‘หมอเฉลิม’ ได้รับคัดเลือกเป็น ‘พ่อตัวอย่างแห่งชาติ’ ประจำปี 2566

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 18.34 น.

ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ได้รับเกียรติจากสมาคมผู้อาสาสมัคร ช่วยการศึกษาและคัดเลือกพ่อตัวอย่างแห่งชาติเป็น “พ่อตัวอย่างแห่งชาติ” ประจำปี 2566

ซึ่งรางวัลดังกล่าวถือเป็นรางวัลที่ยกย่อง สรรเสริญบุคคลซึ่งเป็นพ่อที่ดี สมควรได้รับเกียรติบัตรเป็นพ่อตัวอย่างแห่งชาติ โดยการจัดการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดี แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เซ็นทารา สานต่อโครงการกระตุ้นสำนึกรักสิ่งแวดล้อม กับเจ้าปลาน้อย ‘P-O-P Fish’ สะท้อนปัญหาขยะพลาสติก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734715

เซ็นทารา สานต่อโครงการกระตุ้นสำนึกรักสิ่งแวดล้อม กับเจ้าปลาน้อย ‘P-O-P Fish’ สะท้อนปัญหาขยะพลาสติก

เซ็นทารา สานต่อโครงการกระตุ้นสำนึกรักสิ่งแวดล้อม กับเจ้าปลาน้อย ‘P-O-P Fish’ สะท้อนปัญหาขยะพลาสติก

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 18.26 น.

เซ็นทาราเดินหน้าสานต่อโครงการกระตุ้นสำนึกรักสิ่งแวดล้อม กับเจ้าปลาน้อย ‘P-O-P Fish’ สะท้อนปัญหาขยะพลาสติก หนุนแผนความยั่งยืน เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกและวันทะเลโลก

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ประกาศสานต่อโครงการด้านสิ่งแวดล้อม Plastics Only, Please’ (P-O-P) ที่เคยจัดไปเมื่อปีพ.ศ. 2562 และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โครงการนี้เป็นหนึ่งในแผนเพื่อความยั่งยืนของเซ็นทารา ที่ต้องการรณรงค์ให้ทุกคนเล็งเห็นถึงความสำคัญและร่วมมือกันจัดการกับปัญหาขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก และเพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและเจตต์จำนงด้านความยั่งยืน ในปีนี้โรงแรมและรีสอร์ทภายในเครือเซ็นทาราทุกแห่งที่เปิดให้บริการ จะจัดให้มีถังขยะรูปทรงสัตว์ทะเลน่ารักๆ ไว้ภายในพื้นที่ของโรงแรม เพื่อให้เป็นพิกัดที่แขกผู้เข้าพักจะสามารถนำขยะพลาสติกไปหย่อนเสมือนกับการให้อาหารแก่เจ้าสัตว์ทะเลน้อยใหญ่เหล่านี้ได้ตลอดทั้งเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2566

สำหรับโครงการ P-O-P นั้น ทั้งแขกผู้เข้าพักและพนักงานของเซ็นทาราจะสามารถนำเอาขยะพลาสติกต่างๆ ไปป้อนให้กับถังขยะที่มีรูปร่างเหมือนสัตว์ทะเลได้ด้วยตัวเอง และในแต่ละอาทิตย์ ทีมเจ้าหน้าที่จัดการขยะของเซ็นทาราจะมารวบรวมและทำการคัดแยก เพื่อนำเอาขยะพลาสติกเหล่านั้นไปส่งมอบให้กับองค์กรที่รับผิดชอบเรื่องการรีไซเคิลประจำท้องที่ต่อไป โครงการนี้ได้เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2562 โดยในครั้งนั้น สามารถรวบรวมปริมาณขยะได้มากกว่า 400 กิโลกรัม ถือเป็นการช่วยลดภาระที่จะส่งต่อไปยังสถานที่ฝังกลบขยะมูลฝอย และช่วยทำให้มั่นใจได้ว่าขยะพลาสติกทั้งหมดนั้นถูกนำไปรีไซเคิลอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามขั้นตอนต่อไป

“จากความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรับผิดชอบสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมเรื่องความยั่งยืน เซ็นทาราต้องการแสดงให้เห็นว่านอกจากในส่วนของนโยบายที่เรามีอยู่แล้ว เรายังตั้งใจทำและจะนำมาใช้ปฏิบัติจริง โดยหลังจากที่ได้เห็นผลลัพท์ของโครงการ Plastics Only, Please เมื่อปีพ.ศ.2562 ที่เราจัดขึ้น ณ โรงแรมและรีสอร์ทริมทะเลของเราในครั้งนั้น เราจึงจัดโครงการนี้ขึ้นอีกครั้งหนึ่งในปีนี้ โดยมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม เพราะครั้งนี้เราจะจัดให้มีในทุกๆ โรงแรมและรีสอร์ททุกแห่งของเราทั่วโลก เราจึงอยากขอเชิญชวนแขกผู้เข้าพักและเพื่อนพนักงานของเราทุกท่าน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ และจับมือร่วม #BeatPlasticPollution ไปด้วยกัน” เดวิด กู๊ด รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา  กล่าว

แนวคิดของโครงการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงของวันทะเลโลกและวันสิ่งแวดล้อมโลกปีนี้ คือ #BeatPlasticPollution นั่นคือการลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากพลาสติก ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีมานี้ โดยภายในปีพ.ศ. 2568 เซ็นทารามุ่งมั่นให้โรงแรมและรีสอร์ททุกแห่งในเครือ ได้รับการรับรองมาตรฐานโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในระดับนานาชาติ เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความตั้งใจของบริษัทฯ ที่มีต่อการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังตั้งใจลด-ละ-เลิกการใช้พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง อาทิ หลอดดูดน้ำ ถุงพลาสติกสำหรับส่งผ้าซัก บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารแบบห่อกลับบ้าน น้ำดื่มที่มีให้บริการภายในฟิตเนสและบริเวณสระว่ายน้ำ ของใช้ในห้องน้ำภายในห้องพัก เพื่อเป็นการช่วยลดประมาณขยะที่จะเกิดขึ้นระหว่างการเข้าพักของแขกแต่ละคน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนของเซ็นทาราได้ที่ www.centarahotelsresorts.com/sustainability   

-(016)

กระแสคราฟต์ไทยแรงต่อเนื่อง ทัวร์ริสต์แห่ร่วม ‘เพลิน Craft 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734683

กระแสคราฟต์ไทยแรงต่อเนื่อง ทัวร์ริสต์แห่ร่วม ‘เพลิน Craft 2023’

กระแสคราฟต์ไทยแรงต่อเนื่อง ทัวร์ริสต์แห่ร่วม ‘เพลิน Craft 2023’

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.23 น.

sacit ปักหมุดปลุก Passion เอาใจคนรักงานอาร์ต จัด “sacit เพลิน Craft 2023” ครั้งที่ 1 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่แอร์พอร์ต นักท่องเที่ยวไทย – เทศ ตบเท้าเข้าร่วมแห่ซื้อของฝากของขวัญ สร้างเงินสะพัด 2 วันมากกว่า 1.6 ล้านบาท 

นายภาวี โพธิ์ยี่ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย หรือ sacit เปิดเผยว่า จากเป้าหมายของการสนับสนุนหัตถกรรมไทยที่มีเอกลักษณ์ให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงการเสริมสร้างองค์ความรู้ให้กับผู้สร้างสรรค์งานหัตกรรมไทยให้เข้มแข็ง มีรายได้และสร้างอาชีพอย่างยั่งยืน ขณะนี้ sacit ได้สานต่อกิจกรรม “sacit เพลิน Craft 2023” เพื่อเป็นอีกหนึ่งเวทีสร้างการรับรู้ และกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนในกลุ่มสินค้าหัตถกรรมไทย

โดยในปีนี้ sacit เดินหน้าจัดกิจกรรมดังกล่าวภายใต้แนวคิด Craft at First Crush คราฟต์ไทยใครๆ ก็ชอบ ที่ถ่ายทอดถึงความรู้สึกของการตกหลุมรักในงานคราฟต์ ความรักในสิ่งที่ทำ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งใจความสำคัญของการสร้างสรรค์หัตถกรรมไทยที่ประณีตและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2566

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันได้เริ่มจัด sacit เพลิน Craft 2023 ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 5 มิถุนายน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่แอร์พอร์ต ซึ่งตลอด 2 วันแรกของการจัดงาน พบว่ามีนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ โดยฉพาะจีน และยุโรป เลือกซื้อสินค้าภายในงานเพื่อเป็นของฝากของขวัญ อีกทั้งยังเห็นเทรนด์ใหม่ที่เกิดขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยว มีการถ่ายทอดสด (Live) ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ จำหน่ายสินค้าให้แก่กลุ่มผู้คนที่รักงานคราฟต์ไทย แต่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานดังกล่าวได้

ขณะที่ภาพรวมของการจัดงานพบรายการสินค้ายอดนิยมจากนักท่องเที่ยว อาทิ B.K.Y. บ้านคุณยาย ที่ผลิตสินค้าจากผ้าฝ้ายทอ ทำมาตัดต่อแปรูปเป็นเสื้อ ชุดเดรส กางเกง กระเป๋า หมวก และของฝากของที่ระลึก รวมไปถึงวิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์ใยกัญชงทรายทอง, สินค้าผ้าครามแปรรูป 2 อ้ายน้อง, ร้านบุษกรผ้าฝ้าย และผลิตภัณฑ์ถูกใจสายรักษ์โลก จากร้าน Her hemp แฟชั่นเสื้อผ้าใยกันชงทอมือ เป็นต้น

นายภาวี กล่าวด้วยว่า นักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างชาติที่เข้าร่วมกิจกรรมและเลือกซื้อสินค้าภายในงานขณะนี้สะสมรวมกว่า 2,500 คน สร้างเงินสะพัดภายในงานแล้วกว่า 1.6 ล้านบาท โดยไฮไลต์ภายในงานนี้ไม่เพียงสินค้าประเภทเสื้อผ้าเครื่องนุ่มห่มที่มีดีไซน์ร่วมสมัยตอบตอบโจทย์คนรักงานคราฟต์ แต่ยังมีสินค้าไลฟ์สไตล์ ของตกแต่งบ้าน เครื่องประดับ เครื่องปั้นดินเผา เครื่องหนัง และงานฝีมือประเภทต่างๆ ที่ถูกคัดสรรคุณภาพจากหลากหลายจังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศมาจัดแสดงและจำหน่ายมากกว่า 40 ร้านค้า

อีกทั้งภายในงานยังมีกิจกรรม Workshop งานคราฟต์ที่จะผลัดเปลี่ยนมาให้ร่วมสนุกในแต่ละวัน รวมไปถึงการแสดงและกิจกรรมบนเวทีจากศิลปินดาราชื่อดังจะมาร่วมสร้างความบันเทิงครบรส พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตกหลุมรักงานคราฟต์ โดย sacit ขอเชิญชวนคนรักงานคราฟต์ไทย หรือผู้ที่ต้องการหาไอเดียใหม่ๆ ต่อยอดอาชีพเข้าร่วมงานครั้งนี้ ที่จะจัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 5 มิ.ย.2566 

ขณะเดียวกัน ยังจะมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดจัดครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 22 – 28 มิถุนายน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 2, ครั้งที่ 3 วันที่ 30 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยาบีช และครั้งที่ 4 วันที่ 24 – 30 กรกฎาคม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด 

โดย sacit คาดการณ์ว่าการจัดงานในครั้งนี้ จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้รักงานคราฟต์เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 15,000 คน และสร้างเงินสะพัดภายในงานไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท และสิ่งสำคัญจะสามารถตอกย้ำให้หัตถกรรมไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนจากการสืบสาน สร้างสรรค์ และส่งเสริมผลงานให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดรับต่อไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในทุกยุคสมัย แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของงานคราฟต์ไทยที่ใครๆ ก็ชอบ

ทั้งนี้ คนรักงานคราฟต์ไทย หรือผู้ที่ต้องการหาไอเดียใหม่ๆ ต่อยอดอาชีพ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ facebook : สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย หรือ โทร. 1289

-(016)

‘กัน-ณภัทร’ไม่กลัวคนติดภาพ‘นายเอก’ เล่น‘แสงส่องรัก The Luminous Solution’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/734622

‘กัน-ณภัทร’ไม่กลัวคนติดภาพ‘นายเอก’  เล่น‘แสงส่องรัก The Luminous Solution’

‘กัน-ณภัทร’ไม่กลัวคนติดภาพ‘นายเอก’ เล่น‘แสงส่องรัก The Luminous Solution’

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เรียกได้ว่าเป็น “นักแสดง” ที่แจ้งเกิดจากซีรี่ส์วายก็คงไม่ผิดนัก!!! สำหรับนักแสดงหนุ่มหน้าใส กัน-ณภัทร ณ ระนอง ที่ค่อนข้างจะคุ้นเคยกับบท “นายเอก” เสียเป็นส่วนใหญ่ และผ่านการแสดงมาแล้วหลายเรื่อง จนใครหลายๆ คนยกให้เป็น “ตัวแม่ของซีรี่ส์วาย” ไปแบบเต็มตัว!!!

ล่าสุด กัน-ณภัทร เจอบทบาทที่ท้าทายอีกครั้งในบทของ “ภาทิศ” คุณหมอหนุ่มวัย 26 ปี ที่กำลังไปได้ดีกับหน้าที่การงาน แต่ชีวิตส่วนตัวกลับจืดชืด เมื่อความรักของเขาและ “ธนา” (มิก-ธีรภัทร โปร่งอรุณ) ขาดสีสันไม่เหมือนแต่ก่อน ด้วยหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ทำให้เขาบกพร่องให้กับหน้าที่ของคนรักไป ซึ่งเขานั้นต้องแก้ไขมัน ในซีรี่ส์วายเรื่อง “แสงส่องรัก The Luminous Solution” ผลิตโดย บริษัท พีทีจี เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ที่แค่ออนแอร์ EP1 ก็ได้การตอบรับอย่างล้นหลาม ด้วยเนื้อหาที่แปลกใหม่ซึ่งไม่ค่อยเห็นในซีรี่ส์วายเรื่องอื่นๆ มากนัก ด้วยคอนเซ็ปต์โรแมนติกแฟนตาซี ทำให้แฟนๆ สายวายติดอกติดใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ FC ของหนุ่มกัน เรียกได้ว่ากระแสฮิตติดลมบนเลยล่ะ!!!

“สำหรับ EP แรกที่ออนแอร์ไป ฟีดแบ๊กสำหรับตัวผม ก็ดีใจครับ เพราะเราเคยโม้ไว้ก่อนซีรี่ส์ออนแอร์ มันเห็นภาพนะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้แสง สี เนื้อเรื่องต่างๆ เป็นการถ่ายทำที่ยากมาก ท้าทายผมมาก เห็นภาพที่ออกมา มันสวยงามมากๆ แล้วผมก็ภูมิใจมากๆ ด้วยนอกจากทีมเราแล้ว ทีมพี่เจน (ผู้กำกับฯ) ทีมตัดต่อทีมอาร์ทเวิร์ก ที่เค้าดูแลองค์ประกอบศิลป์เค้าทำงานอย่างตั้งใจอย่างที่พูดไว้กับเรา ที่เค้าสัญญาไว้กับเราจริงๆ  ซึ่งหลังจาก EP1 เราจะเริ่มเข้าเนื้อเรื่องที่มันดาร์กกว่านี้ แฟนตาซีกว่านี้ ซับซ้อนกว่านี้ และอาจจะหักมุมกว่านี้ได้ด้วยครับ ในส่วนของแฟนคลับหลายคนก็พูดถึงบทบาท ภาทิศ ซึ่งเขาก็เห็นความแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ ส่วนตัวผมก็ติดตามอ่านในทวิตเตอร์ อยากได้คอมเม้นท์ของทุกคน ทั้งหน้าใหม่ และคนที่ติดตามกันอยู่แล้วก็หวังว่าจะชอบกันนะครับ” 

ด้วยความที่เล่นบท “นายเอก” ติดต่อกันทำให้ถูกมองว่าจะติดภาพเล่นแต่บท “นายเอก”

“อืมมม…จริงๆ ผมไม่ได้กลัวนะ คือถ้าเทียบกัน ผมว่ามันเป็นการเดินทางของชีวิตในสายอาชีพนี้ของผมดีกว่า ถ้าใครอยู่กับผมมาเมื่อ 4-5 ปีก่อน ก็จะเห็นผมเล่นซีรี่ส์วายครั้งแรกเล่นเป็นคู่ 2 คู่ 3 ซึ่งตอนนั้นก็เป็นเรื่องราวดีๆ เป็นประสบการณ์ดีๆ ในชีวิตของผมนะ และก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมตั้งมั่นแน่วแน่ว่า ผมต้องไปต่อ ค่อยๆ สะสมประสบการณ์ ค่อยๆ เรียนรู้ และรับบทอะไรมากขึ้น อีกมุมก็เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่เห็นศักยภาพเวลาเราไปแคส ถ้าสังเกตดีๆ ทุกๆ ปีที่เล่นวาย ผมจะพยายามจะหาสิ่งใหม่ๆ ที่มันท้าทาย แต่ไม่ใช่สิ่งที่ผมดังมาจากตรงนั้นนะ อย่างเช่น ตอนนั้นเล่นซีรี่ส์วายครั้งแรก ผมอยากจะพัฒนาและทำสิ่งที่ตัวเอง รักอีกอย่างหนึ่งคือ งานดนตรี มีการทำวงดนตรี ร้องเพลงประกอบซีรี่ส์ ก่อนหน้านี้ก็มีซีรี่ส์ที่เราเล่นฉีกไปเลย เล่นเป็นตัวร้ายไปเลย เรื่อง Junk Mail จดหมายที่ไม่ถูกเปิด ของ ThaiPBS อันนี้ก็ฉีกไปเลย ก็ลองไปแคส ทางผู้จัดฯ ก็ไม่ติดที่เราเล่นเป็นคุณหนู เล่นบทรวยหรูมาก่อน เขาตัดสินจากทักษะการแสดงของเรา ที่เราสามารถเล่นได้ในบทที่แตกต่าง และอีกเรื่องเป็นซีรี่ส์จีน เรื่อง A Summer Odyssey รอออนแอร์อยู่ครับ อันนั้นก็เป็นตัวร้ายเหมือนกันสนุกมาก เรียนเต้น ใช้ทักษะต่างๆ ในอนาคตผมก็แพลนไว้ว่าจะมีผลงานต่อๆ ไป เป็นซีรี่ส์ที่ไม่ใช่วายก็มีอีกแน่นอน เป็นบทที่ผมชอบ ก็สนใจไปแคสอยู่ เชื่อว่าแฟนๆ จะไม่ผิดหวังแน่นอน บทบาทที่ผมเล่นได้มีมากกว่านี้ ก็อยากจะโชว์ให้ทุกคนดูครับ”

เรียกได้ว่าเป็น “นักแสดงคุณภาพ” อีกคนหนึ่งของวงการบันเทิง ที่พัฒนาฝีมือด้านการแสดงและต่อยอดให้กับตัวเอง ซึ่งขอบอกว่าอนาคตด้านการแสดงของหนุ่มคนนี้สดใสแน่นอน 

และอย่าลืมไปติดตามชมบทบาทสุดท้าทายของหนุ่มกัน ในซีรี่ส์เรื่อง “แสงส่องรัก -Series the Luminous Solution”  ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 22.30 น. ทางอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 และอัปเดตทุกความเคลื่อนไหวและรับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube : PTG Entertainment เวลา 23.30 น. https://youtube.com/@ptg_entertainment Facebook & Twitter & IG & Tiktok : @Luminous.series.official @ptgentertainment.th

‘เกรซ ฮาเปอร์’ปลื้มแฟนละครชมสอบผ่านฉลุย ลุยบู๊ครั้งแรกเต็มเหนี่ยวใน‘กล้า ผาเหล็ก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/734621

‘เกรซ ฮาเปอร์’ปลื้มแฟนละครชมสอบผ่านฉลุย  ลุยบู๊ครั้งแรกเต็มเหนี่ยวใน‘กล้า ผาเหล็ก’

‘เกรซ ฮาเปอร์’ปลื้มแฟนละครชมสอบผ่านฉลุย ลุยบู๊ครั้งแรกเต็มเหนี่ยวใน‘กล้า ผาเหล็ก’

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เปิดตัวด้วยการโชว์ผลงานเรื่องแรกอย่างดีงามทีเดียว สำหรับ เกรซ ฮาเปอร์ น้องใหม่แกะกล่องจากโครงการ 7HD NEW STARS ที่มาในมาดสาวสวยบู๊เก่งในละคร
แอ๊กชั่นดราม่าสุดมันเรื่อง กล้า ผาเหล็ก ที่เรตติ้งสุดแรงในขณะนี้ สัปดาห์ล่าสุดคว้าเรตติ้งกระฉูด เรตติ้ง 15+ทั่วประเทศ ได้ 4.6 งานนี้น้องใหม่มาแรงยิ้มเป็นปลื้ม และหน้าบานสุดฤทธิ์ เพราะนอกจากดีใจกับเรตติ้งแล้วยังภูมิใจสุดๆ เมื่อได้รับกระแสจากแฟนละครว่า แสดงได้ดีจนคาดไม่ถึงเลยว่านี่คือละครเรื่องแรกของเธอ กับบท โอลิเวีย ที่แสดงบทลุยต่อสู้กับผู้ร้ายแบบแคล่วคล่อง โดย เกรซ เปิดใจว่า “เกรซต้องขอขอบคุณแฟนละครทุกคนมากนะคะ ที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กับละครมาตั้งแต่อีพีแรกที่ออกอากาศจนเรตติ้งแรงต่อเนื่อง แล้วก็ยังมีฟีดแบ๊กที่พูดถึงเกรซด้วย เกรซต้องบอกว่าเกรซอยากยกคำชมต่างๆ ที่มีให้ผลงานละครเรื่องแรกของเกรซ ให้ที่พี่เอก-รังสิโรจน์ ทั้งหมดเลยจริงๆ ค่ะ ด้วยความที่เกรซเป็นน้องใหม่ในเรื่องนี้แล้วมาเจอละครบู๊ ซึ่งโอ้โห ไหนจะเรื่องทักษะ เรื่องการจำบท ไหนจะต้องจำคิวบู๊ จำมุมกล้องเกรซยอมรับเลยว่าเรางงและกดดันมาก เพราะเราไม่อยากเป็นตัวถ่วงพี่ๆ เราก็พยายามทำการบ้านพยายามตามให้ทัน ซึ่งโชคดีมากที่พี่ๆ นักแสดงทุกคนตอบทุกความสงสัยสอนในเรื่องต่างๆ ให้เกรซแบบไม่มีกั๊กและใจเย็นกับเกรซมาก โดยเฉพาะพี่เอก ที่ให้โอกาสเกรซจริงๆ พี่เอกรู้ว่าเราใหม่บางทีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราไม่รู้และบางทีก็คิดไม่ถึงแม้จะเป็นเรื่องการใช้ชีวิตในกองถ่าย พี่เอกเห็นเราเป็นน้องใหม่ก็จะคอยชวนคุยให้เราไม่เกร็ง คอยทำให้บรรยากาศกองถ่ายกันเอง แล้วพี่เอกยังดูแลทั้งอาหารการกินความเป็นอยู่ ความปลอดภัยทั้งในการแสดงและตลอดเวลาในกอง หรือจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆพี่เอกทำให้เกรซและพี่ๆ นักแสดงอุ่นใจและมีความสุขทุกวันที่มาทำงาน อะไรที่เป็นมุขสนุกพี่เอกจะเพิ่มเลยสดๆ ตอนนั้น แล้วพอมาดูตอนที่ออกอากาศ ก็ทำให้ละครสนุกขึ้นจริงๆ เกรซต้องขอขอบคุณพี่เอกและพี่ๆ นักแสดงทุกคนมากนะคะ ที่ให้โอกาสกับละครบู๊ครั้งแรกของเกรซดีขนาดนี้ ซึ่งโอลิเวียจะมีความพีคและปมอะไรที่เกี่ยวพันกับใครหรือไม่ อันนี้อยากให้ลุ้นไปด้วยกันถึงตอนจบเลยนะคะ ห้ามพลาดจริงๆ ค่ะ”มาเป็นกำลังใจให้กับ โอลิเวีย และเรื่องราวสนุกในบ้านผาเหล็ก ในละคร “กล้า ผาเหล็ก” ทุกวันพุธ พฤหัสบดี เวลา 20.30 น.ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, Twitter, TikTok : Ch7HD เว็บไซต์: www.ch7.com

‘DABOYWAY x BPM PLUS ASIA’ คอลแลปส์ ศิลปินดัง ‘Repezen Foxx’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/734624

‘DABOYWAY x BPM PLUS ASIA’ คอลแลปส์ ศิลปินดัง ‘Repezen Foxx’

‘DABOYWAY x BPM PLUS ASIA’ คอลแลปส์ ศิลปินดัง ‘Repezen Foxx’

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เรื่องราวดีๆ ที่ศิลปินฮิปฮอปสุดเท่อย่าง DABOYWAY (ดาบอยเวย์ หรือ ปริญญา อินทชัย) ได้ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดอย่าง BAKA (บาก้า) ที่ได้ไปร่วมคอลแลปส์กับศิลปินฝั่งประเทศญี่ปุ่นอย่าง Repezen Foxx (เรปพีเซน ฟอกซ์) แถมยังบอกอีกว่างานนี้ไม่ใช่มากันแค่เพลงเดียว แต่เป็นการจัดมือร่วมกันทางดนตรีระหว่าง DABOYWAY (ดาบอยเวย์) และค่ายเพลงของญี่ปุ่นอย่าง BPM PLUS ASIA (บีพีเอ็ม พลัส เอเชีย) ที่ DABOYWAY (ดาบอยเวย์) รับหน้าที่เป็น EXECUTIVE PRODUCER (เอ็กเซ็กคิวทีฟ โปรดิวเซอร์) ฝั่งไทยที่ดูแลการผลิตทุกเพลงทุกขั้นตอนรวมถึงการเลือกศิลปินไทยมาร่วมงานในโปรเจกท์นี้ โดยโปรเจกท์ไร้พรมแดนระหว่างไทยกับญี่ปุ่นนี้ตั้งใจทำขึ้นเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางดนตรีผ่านดนตรี Hip Hop (ฮิปฮอป) แนวดนตรีที่ไร้ขีดจำกัด ที่จะแสดงให้เห็นถึงการก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดทางภาษา ที่สามารถเชื่อมโยงกันได้ผ่านดนตรี Hip Hop (ฮิปฮอป) ซึ่งโปรเจกต์นี้จะมีด้วยกันถึง 11 ศิลปินไทยและ 11 ศิลปินญี่ปุ่น

โดย DABOYWAY (ดาบอยเวย์)ได้เล่าให้ฟังถึงโปรเจกท์พิเศษนี้ว่า “ก่อนอื่นต้องบอกเลยครับว่าเป็นเรื่องโชคดีของผมอีกเรื่องนะ ที่ได้มีโอกาสทำโปรเจกท์ร่วมกันกับเหล่าศิลปินฮิปฮอปของประเทศญี่ปุ่น โดยค่ายเพลงชื่อ BPM PLUS ASIA มีจุดมุ่งหมายเพื่อรวมวงการเพลงเอเชียและถ่ายทอดเพลงจากเอเชียไปยังทั่วทุกมุมโลก เพื่อขยายฐานแฟนๆ ที่ชอบงานฮิปฮอปให้เข้าถึงเพลงได้อย่างวงกว้าง ผ่านโปรเจกท์ BPM PLUS ASIA presents Thai Japan Music Camp และ HOKT โปรดิวเซอร์ฝั่งญี่ปุ่นที่มาร่วมงานกันครับ ซึ่งในสิ่งที่ผมได้วางแผนร่วมกับทาง bpm plus asia. คือเราต้องการทำเพลงฮิปฮอปที่มีความหลากหลายทางดนตรีผ่าน 11 แร็พเปอร์ไทยที่จะมาคอลแลปส์ร่วมกับ 11 แร็พเปอร์ญี่ปุ่น ถือได้ว่าเป็นอีกมิติความสนุกทางดนตรีที่แฟนคลับทุกๆ คนจะได้ฟังแบบเต็มอิ่มจุใจอย่างแน่นอน”

“โดยผมและทีมเราได้เปิดตัวโปรเจกท์นี้ด้วยซิงเกิ้ลแรกที่ผมและกลุ่มศิลปิน Repezen Foxx ได้ทำงานร่วมกันในเพลง BAKA แนวเพลงของเพลงนี้ค่อนข้างมีหลากหลายส่วนผสมลงไปในเพลงทั้ง เฮ้าท์, แดนซ์, เทคโน, ป๊อป และฮิปฮอป ใส่ท่อนแร็ปสนุกๆ เน้นดนตรีโทนอารมณ์ที่ฉูดฉาดสนุกสนานให้เกิดมิติในเพลงนี้ สำหรับ Repezen Foxx เป็นกลุ่มศิลปินและยังเป็นยูทูบเบอร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากในประเทศญี่ปุ่น และมียอดติดตามในช่องยูทูบมากว่า 4 ล้านคน มันเริ่มต้นจากที่ผมได้มีโอกาสเจอหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มนี้ที่เมืองไทยชื่อ คินตะ ช่วงนั้นผมกำลังปล่อยเพลง Cake Diet (เค้กไดเอท) ใหม่ๆ คินตะ ก็เดินเข้ามาหาผมแล้วบอกว่าเขาเป็นแฟนเพลงของผม เขาชอบเพลง Cake Diet มากๆ ถ้ามีโอกาสเป็นไปได้เขาก็อยากจะทำงานร่วมกับผม หลังจากนั้นเราติดต่อกันมาเรื่อยๆ จนได้มาทำโปรเจกท์นี้ด้วยกัน เพลง BAKA นี้ เราถ่ายทำมิวสิกวีดีโอกันที่ประเทศญี่ปุ่นในเมืองโตเกียว ถ่ายกันตั้งแต่สิบโมงเช้าจนถึงสี่ทุ่ม ซึ่งคอนเซ็ปของมิวสิกวีดีโอก็เป็นเหมือนภาคต่อของเพลง Cake Diet เป็นรถบัสอีกคันมารับเราไปปาร์ตี้พาเราไปผจญภัยกับเสียงเพลงของ BAKA มันเป็นการทำงานที่เพอร์เฟกท์มากสำหรับผมเลยครับ ผมตั้งใจใช้ชื่อเพลงนี้ว่า BAKA คือความสนุกสนาน คำว่า BAKA ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า บ้าทะเล้นๆ บวกเข้าด้วยกับดนตรีที่สนุกสนาน อยากให้ทุกคนปลดปล่อยความเป็นตัวเองออกมาอย่างเต็มที่มาสนุกกันให้เต็มที่ไปกับเสียงเพลง อยากให้ทุกคนได้ฟังเพลงนี้แล้วมาสนุกด้วยกันนะครับ”

‘โทนี่-เฌอปราง’นำทัพจัดงาน ‘ยํ่าคํ่า ลำนำศิลป์ บุษบาลุยไฟ’ พร้อมส่งละคร‘บุษบาลุยไฟ’ลงจอ!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/734628

‘โทนี่-เฌอปราง’นำทัพจัดงาน  ‘ยํ่าคํ่า ลำนำศิลป์ บุษบาลุยไฟ’  พร้อมส่งละคร‘บุษบาลุยไฟ’ลงจอ!

‘โทนี่-เฌอปราง’นำทัพจัดงาน ‘ยํ่าคํ่า ลำนำศิลป์ บุษบาลุยไฟ’ พร้อมส่งละคร‘บุษบาลุยไฟ’ลงจอ!

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส นำโดย รศ. ดร.วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ร่วมกับ รติวัลคุ์ ธนาธรรมโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ฐิติ สุทธิกุลพานิช กรรมการบริหาร บริษัท จูเวไนล์ จำกัด พร้อมยกทีมผู้กำกับ ผู้ประพันธ์ และนักแสดงจากละครเรื่อง “บุษบาลุยไฟ” นำโดย พ่ออี๊ด-สุประวัติ ปัทมสูตศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ผู้กำกับ ปราณประมูล ผู้ประพันธ์บทละคร พร้อมด้วยคู่พระ-นาง โทนี่ รากแก่น และ เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48) และทัพนักแสดงอีกคับคั่ง ได้ฤกษ์จัดงาน “ย่ำค่ำ ลำนำศิลป์ บุษบาลุยไฟ” ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)

ภายในงานเต็มอิ่มกับงานเปิดตัวละคร “บุษบาลุยไฟ” ละครอิงประวัติศาสตร์ สะท้อนคุณค่าของผู้หญิงในแผ่นดินยุคทอง โดยเล่าผ่านเรื่องราวของ “ลำจวน” สตรีผู้มาก่อนกาล และนอกความบันเทิงในละครแล้ว ผู้ชมจะได้รับสาระความรู้เกี่ยวกับผลงานศิลปะในสมัยรัชกาลที่ 3 ทั้งวรรณกรรม นาฏกรรม และวัฒนธรรมประเพณี และเพื่อให้ทุกคนได้ไปสัมผัสกลิ่นอายบรรยากาศสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และเบื้องลึกเบื้องหลังกว่าจะมาเป็นละครบุษบาลุยไฟไปพร้อมกัน อีกทั้งยังมีการแสดงสุดเซอร์ไพรส์อีกเพียบ

เฌอปราง อารีย์กุล เล่าว่า “รู้สึกตื่นเต้นมากๆ เหมือนกันค่ะ ที่จะได้ชมกันแล้ว เราในฐานะคนแสดงก็อยากเห็นว่าเมื่อเขาเอาฉากที่เราถ่ายทำกันมามาร้อยเรียงแล้วจะสนุกขนาดไหน เพราะถึงชื่อเรื่องจะบุษบาลุยไฟ แต่หนูว่าจริงๆ คือลุยทุกอย่าง ทั้งน้ำ โควิด ฝน ร้อน เราลุยกันมาหมด และอยากดูตัวเองว่า สักวาแล้วจะเป็นยังไง ก็อยากฝากให้ทุกคนร่วมลุ้นไปด้วยกันค่ะ อยากบอกว่าทุกคนตั้งใจมากๆ ฝากละครเรื่องนี้ด้วยนะคะ”

โทนี่ รากแก่น เผยว่า “ถ้าไม่มีบทฮุนในเรื่องนี้ผมคงไม่มีโอกาสได้เล่นละครพีเรียดแน่ๆ บรรยากาศการทำงานสนุกมาก ได้เรียนรู้อะไรเยอะ ได้เติบโตและพัฒนาไปกับตัวละครจากการได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรดักชั่นที่ยิ่งใหญ่มากๆ สวยงามมากๆ บทประพันธ์ก็คลาสสิกมากแบบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นการประพันธ์ขึ้นมาใหม่ ผมภูมิใจมาก จนอยากให้มีภาค 2 อยากให้ติดตามชมกันครับ เพราะเรื่องนี้จะเป็นละครพีเรียดอีกเรื่องที่ทุกคนน่าจะประทับใจแน่นอนครับ”

พ่ออี๊ด-สุประวัติ ปัทมสูต เปิดเผยว่า “เรื่องนี้การทำงานยากมาก เคยถึงขั้นจะถอดใจ แต่สุดท้ายก็ไปต่อ ขอฝากสั้นๆ กับทุกท่านว่าขอให้เชื่อ นักแสดงเวลาแสดงเราเชื่อไหมเวลานักแสดงพูดให้นักแสดงอีกคนฟังแล้วนักแสดงที่ฟังเชื่อไหมที่อีกคนเขาพูด แล้วเราเชื่อไหมว่าสิ่งที่เราพูดเราเชื่อ กลับไปถึงผู้ชมว่าถ้าพวกเราทีมงานนักแสดงสามารถทำให้ท่านเชื่อได้จากการถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ผ่านละครเรื่องนี้ได้ว่า รักจริงๆ นะ ขมขื่นจริงๆ นะ เจ็บปวดจริงๆ นะและงดงามจริงๆ นะ ถ้ามีความเชื่อเกิดขึ้นอย่างแน่นๆ แล้วผู้ชมจะสนุกไปกับละครเรื่องนี้แน่นอนครับ ขอบพระคุณครับ” เตรียมพบกับความสนุกแฝงความรู้มากมายในละคร “บุษบาลุยไฟ” ตอนแรกวันที่ 23 มิถุนายน นี้ และรับตอนพิเศษ “สรรค์สร้างร่างภาพบุษบาลุยไฟ” วันที่ 18 มิถุนายน นี้ ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 รับชมอีกครั้งทางแอปพลิเคชั่น VIPA หรือ www.VIPA.me และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.thaipbs.or.th/BudsabaLuiFire หรือรับชมเบื้องหลังกองถ่ายสนุกๆทาง Facebook : ละครไทยพีบีเอสและทุกช่องทางออนไลน์ของ JUVE9

‘ณิชา’อาหมวยสายคิ้วท์!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/734626

‘ณิชา’อาหมวยสายคิ้วท์!

‘ณิชา’อาหมวยสายคิ้วท์!

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รายการ “RUSH In Campus” (รัช อิน แคมปัส) สัปดาห์นี้พบกับ “ณิชา-ณิชาพัชร์ สุจิภิญโญ” สาวสวยหน้าหมวยสายคิ้วท์ กับแฟชั่นเซตแบบจัดเต็มความน่ารักปนความเซ็กซี่เบาๆ มองแล้ว เรียกความกระชุ่มกระชวยหัวใจต้อนรับหน้าฝนได้ดียิ่งนัก! งานนี้หนุ่มๆ คนไหนที่อยากทำความรู้จัก “สาวณิชา” มากกว่านี้ อย่าพลาดชมรายการ “RUSH In Campus” (รัช อิน แคมปัส)วันเสาร์ที่ 3 มิ.ย.นี้ เวลา 20.00 น. ทางช่อง RUSH Stories กด 203 บนกล่อง 3BB GIGATV พร้อมช่องทางการติดตามอื่นๆ ทาง เพจเฟซบุ๊ก และช่องยูทูบ RUSH Stories