‘บีอีซี สตูดิโอ’ติดปีกนักเขียนบทรุ่นใหม่ จากโครงการ‘นักคิดมากเรื่องกับนักเขียนเรื่องมาก’ปีที่2สู่วงการบันเทิง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/734630

‘บีอีซี สตูดิโอ’ติดปีกนักเขียนบทรุ่นใหม่  จากโครงการ‘นักคิดมากเรื่องกับนักเขียนเรื่องมาก’ปีที่2สู่วงการบันเทิง

‘บีอีซี สตูดิโอ’ติดปีกนักเขียนบทรุ่นใหม่ จากโครงการ‘นักคิดมากเรื่องกับนักเขียนเรื่องมาก’ปีที่2สู่วงการบันเทิง

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท บีอีซี สตูดิโอ จำกัด หนึ่งในบริษัทย่อยของ บมจ.บีอีซี เวิลด์ ผู้ดำเนินการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 จัดการฝึกอบรมหลักสูตรพิเศษที่เฟ้นหานักคิดและนักเขียนบทรุ่นใหม่มาเข้าร่วมอบรมในโครงการBEC Creator Program หรือโครงการ“นักคิดมากเรื่องกับนักเขียนเรื่องมาก” ที่มีการให้ความรู้รวมถึงเทคนิคการคิดและการเขียนบทละคร เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับนักเขียนบทให้เข้าใจการคิดพล็อตและเขียนบทที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และเพื่อจะเป็นการแจ้งเกิดไปสู่การเป็นนักเขียนบทที่ประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคต โดยการอบรมในปีนี้เป็นปีที่ 2 มีผู้เข้าร่วมอบรม 24 คน ซึ่งได้ผ่านพ้นไปอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ตลอด 7 วันต่อเนื่อง และผู้เข้าอบรมพร้อมแล้วที่จะร่วมสร้างสรรค์ผลงานสุดชิคบนสายบันเทิงไทยต่อไป

การอบรมอยู่ในระหว่างวันที่ 15 ถึง 23 พฤษภาคม 2566 ในหลักสูตรจะมุ่งเน้นผู้เข้าร่วมอบรมซึ่งมีความสนใจในการเขียนบทละครอยู่แล้วให้ได้เรียนรู้การคิดพล็อตและเทคนิคการเขียนบทละครให้น่าสนใจ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมนำผลงานของตนเองมานำเสนอหน้าชั้นเรียนเพื่อบอกเล่าถึงแนวคิดและเพื่อรับคำแนะนำจากนักเขียนบทมืออาชีพ ที่จะนำไปเป็นพื้นฐานในการพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้นในอนาคตซึ่งในบางชิ้นงานของผู้เข้าอบรมอาจถูกนำไปพิจารณาต่อยอดสร้างเป็นละครได้อีกด้วยถือเป็นหลักสูตรพิเศษอัดแน่นไปด้วยคุณภาพโดยผู้เข้าร่วมอบรมได้รับมอบประกาศนียบัตรเป็นเกียรติในวันจบหลักสูตรอย่างสมบูรณ์

สำหรับความพิเศษในการอบรมซีซั่น 2ครั้งนี้ บีอีซี สตูดิโอ ได้พันธมิตรสำคัญอย่างKAKAO WEBTOON แพลตฟอร์มอ่านการ์ตูนอันดับหนึ่งจากเกาหลี เข้าร่วมให้ความรู้และเปิดประตูแห่งโอกาสให้ผู้อบรมได้ส่งผลงานเข้าคัดเลือกเพื่อนำไปผลิตเป็น KAKAO WEBTOON Thailand Original อีกด้วย

โดย นายอภิชาติ์ หงษ์หิรัญเรือง กรรมการผู้อำนวยการสายงานธุรกิจบีอีซี สตูดิโอบมจ.บีอีซี เวิลด์ กล่าวถึงโครงการ BEC Creator Program ในครั้งนี้ว่า “จากซีซั่น 1ที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมอบรมหลายคนได้นำเอาความรู้ไปสร้างสรรค์ผลงานเพื่อนำไปเสนอในหลายช่องทาง ทั้งละคร ภาพยนตร์ และซีรี่ส์ ซึ่งมีเสนอมาทางช่อง 3 และกับอีกหลายที่ทั้งในและต่างประเทศ นั่นคือสิ่งที่ดี เพราะถ้าพวกเขาสามารถเติบโตในอุตสาหกรรมบันเทิงได้ก็จะทำให้อุตสาหกรรมนี้แข็งแรงขึ้นเรื่องของการครีเอทีฟมันมีอะไรใหม่ๆที่น่าสนใจอยู่เสมอ ทางเราคาดหวังว่าการอบรมครั้งนี้จะสามารถพัฒนาคนเขียนบทที่ดีเพิ่มขึ้นอีกหลายคน

ซึ่งเราก็ได้พันธมิตร คือ KAKAO WEBTOON มาช่วยคัดเลือกผลงานของผู้เข้าอบรมไปทำเป็นการ์ตูนลงใน WEBTOON อีกด้วย ผมมองว่าในอนาคตวงการบันเทิงจะมีนักคิดนักเขียนที่มีคุณภาพยิ่งขึ้นต่อไป และเราจะเปิดซีซั่น 3 แน่นอนครับ”

ทางด้านผู้เข้าร่วมอบรม “นักคิดมากเรื่องกับนักเขียนเรื่องมาก” ปีที่ 2 “นพ.ภิญโญ ศรีวีระชัย” หรือ คุณหมอโญ ซึ่งเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายโรงพยาบาลศิริราช ได้ให้ความคิดเห็นถึงการมาร่วมเรียนในคลาสให้ฟังว่า “ตัวหมอได้มาเรียนเพราะชอบเรื่องการคิดสร้างเรื่องและถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ที่คิดออกไปว่าจะถ่ายทอดอย่างไรให้น่าสนใจและน่าประทับใจคนดู และที่หมอประทับใจอีกอย่างตรงการสร้างตัวละคร เพราะหลายครั้งที่เราได้ดูละครหรืออ่านหนังสือเขาจะมีตัวละครที่ทำให้เราอยากติดตาม คือเราไม่เคยรู้เลยว่าทำไมตัวละครตัวนี้ จึงเป็นแบบนี้ มีสาเหตุเป็นมาอย่างไรและทำอย่างไรถึงสามารถดึงดูดความสนใจจนเกิดความหลงใหลได้ขนาดนี้ก็มาเรียนรู้จากการอบรมนี้ครับ และจะนำไปพัฒนาผลงานของตัวเองให้ดีต่อไป”

ส่วนทางด้าน “นางสาวจาจา-จุฬาลักษณ์ เดชะ” นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวารสารสนเทศและสื่อใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเป็นตัวแทนกลุ่มคนวัยเรียนที่มีความสนใจงานเขียนครั้งนี้ว่า “จาจาเป็นคนชอบอ่านนิยาย ดูซีรี่ส์ และชอบงานเขียน ส่วนใหญ่งานที่ทำอยู่จะเป็นประเด็นสังคม เลยอยากพัฒนางานของตัวเองไปเป็นสกิลอื่นดูบ้าง สิ่งที่ชอบมาก ในการเรียนครั้งนี้ จะเป็นการคิดพล็อตที่เราอยากทำและนำไปคุยกับผู้สอน มันเหมือนเราได้ทำงานจริงประสบการณ์ของพี่ๆ ที่มาสอนเยอะมากทำให้เราได้รู้ว่าตัวเองจะเดินอย่างไรต่อไป อยากให้มีซีซั่นอื่นๆ ต่อ น่าจะมีคนที่สนใจอีกเยอะเลย”

โครงการ BEC Creator Program เกิดจากการเล็งเห็นถึงความสำคัญของอาชีพนักคิดและนักเขียนบทละครที่ยังขาดแคลนในวงการบันเทิง บีอีซี สตูดิโอ จึงได้เปิดการอบรมหลักสูตรพิเศษนี้ขึ้นเพื่อเป็นการมอบความรู้ด้านการเขียนบทละครตลอดจนแนะนำเทคนิคต่างๆ ที่จะทำให้ผู้สนใจการเขียนบทละคร ได้รับการบ่มเพาะให้เป็นนักคิดนักเขียนบทละครที่มีคุณภาพ เพื่อป้อนให้กับอุตสาหกรรมบันเทิงของประเทศไทยโดยตลอดการอบรมจะอยู่ภายใต้การดูแลและให้ความรู้โดยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาวิชาการด้านการผลิตละคร นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างเครือข่ายนักเขียนบทละครของไทยให้ขยายกว้างขึ้น

‘ไมค์-ภัทรเดช’ชวนร่วมสนุกเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ในกิจกรรม‘เที่ยวเกาะหมาก สร้างรอยยิ้มให้ชุมชน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/734629

‘ไมค์-ภัทรเดช’ชวนร่วมสนุกเที่ยวเชิงอนุรักษ์  ในกิจกรรม‘เที่ยวเกาะหมาก สร้างรอยยิ้มให้ชุมชน’

‘ไมค์-ภัทรเดช’ชวนร่วมสนุกเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ในกิจกรรม‘เที่ยวเกาะหมาก สร้างรอยยิ้มให้ชุมชน’

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลุ่ม ปตท. จับมือ ช่อง 7HD ชวนประชาชนที่สนใจ เตรียมแพ็กกระเป๋าบินลงใต้ไปกับพระเอกหนุ่มสุดฮอต “ไมค์-ภัทรเดช สงวนความดี” ที่อาสาเป็นไกด์พาท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในกิจกรรม “เที่ยวเกาะหมาก สร้างรอยยิ้มให้ชุมชน”ที่ ต.เกาะหมาก อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ในวันที่ 24-25 มิถุนายนนี้

ไมค์-ภัทรเดช พระเอกหนุ่มสุดฮอตเชิญชวนสมัครร่วมกิจกรรม “เที่ยวเกาะหมาก สร้างรอยยิ้มให้ชุมชน” ชวนสัมผัสวิถีชาวเล ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น สร้าง “รอยยิ้ม” ให้ชุมชนเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน ร่วมทำกิจกรรม Work shop เรียนรู้ และทดลองทำไข่ในหิน และน้ำพริกเจ๊ะสะ เดินทางด้วยพาหนะประจำถิ่นขนำติดล้อ ไปไทรโอบรักและไปสักการะเจดีย์ทอง ที่ชมดาว ลานยออิ่มท้องไปกับอาหารพื้นบ้าน วัตถุดิบสดๆ เช่น กุ้งก้ามกราม ปลาทะเลตามฤดูกาล ชมทิวทัศน์เวิ้งอ่าวในทะเลสาบสงขลารับฟังเรื่องราวในหมู่เกาะ ที่หมู่เกาะสี่-เกาะห้า ปิดท้ายด้วยกิจกรรมปล่อยกุ้งคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อรักษาและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำในพื้นที่ให้อยู่คู่ชุมชนต่อไป มาร่วมสนุกกันเยอะๆ นะครับ ผมรอเที่ยวกับแฟนๆ อยู่นะครับ

เหมือนฝัน ประสานพานิช คนข่าวช่อง 7HD ย้ำวิธีสมัครร่วมกิจกรรม “เที่ยวเกาะหมาก สร้างรอยยิ้มให้ชุมชน” เพียงกดไลค์และคอมเม้นท์ใต้โพสต์รับสมัครว่า “ทำไมจึงอยากไปเที่ยวเกาะหมากกับเรา” พร้อมแท็กเพื่อนที่อยากชวนไปเที่ยวด้วย จำนวน 1 คน คอมเม้นท์ใดได้รับการกดไลค์เยอะที่สุด 10 คู่ (20 คน) จะได้รับสิทธิ์ไปร่วมกิจกรรมกับไมค์-ภัทรเดช ที่เกาะหมาก จ.พัทลุง สมัครร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้-11 มิถุนายน 2566 ติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ Facebook: Ch7HD หรือสอบถามโทร.02-495 8999อย่าพลาดนะคะ” สามารถติดตามความพิเศษที่ช่อง 7HD มอบให้ผู้ชมทุกวัน ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TVและช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, Twitter, TikTok : Ch7HD เว็บไซต์ : www.ch7.com

อัปเดตความสวย‘มีนตรา อินทิรา’เวอร์ชั่น 2023 บอกเลยว่าดี!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/734632

อัปเดตความสวย‘มีนตรา อินทิรา’เวอร์ชั่น 2023 บอกเลยว่าดี!

อัปเดตความสวย‘มีนตรา อินทิรา’เวอร์ชั่น 2023 บอกเลยว่าดี!

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เรียกว่าไปเหยียบทะเลกี่ครั้งก็ทำเอาแฟนๆฮือฮากับนักร้องลูกทุ่งรุ่นใหม่ “มีนตรา อินทิรา” จากค่ายแกรมมี่โกลด์ ที่ครั้งนี้เธอถือโอกาสพักร้อนไปเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ต ใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อน ทะเล และแสงอาทิตย์ แถมเธอยังมีภาพบรรยากาศสวยๆ พร้อมอวดหุ่นแซบมาฝากแฟนๆ ในโซเชียลด้วย ที่บอกเลยว่าทำเอายอดไลค์พุ่งหลักแสน! จะปังปั๊วะขนาดไหน เราเอาภาพมาฝากให้ทุกคนชมกันแต่ถ้าใครไม่อยากพลาดความสวย แซ่บและแฝงความเท่ของสาว “มีนตรา อินทิรา”ก็สามารถไปกดติดตามเธอได้ที่ Facebook :มีนตรา อินทิรา IG : @ms.meentra หรือ TikTok @ms.meentr เลยจ้า

‘เจมส์-จิรายุ’หลงเสียงเสน่ห์ของตัวเอง งัดทุกสกิลถ่ายทอดเพลง ‘ถ้าฉันเปิดโหมดรักให้กับหัวใจ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/734637

‘เจมส์-จิรายุ’หลงเสียงเสน่ห์ของตัวเอง งัดทุกสกิลถ่ายทอดเพลง ‘ถ้าฉันเปิดโหมดรักให้กับหัวใจ’

‘เจมส์-จิรายุ’หลงเสียงเสน่ห์ของตัวเอง งัดทุกสกิลถ่ายทอดเพลง ‘ถ้าฉันเปิดโหมดรักให้กับหัวใจ’

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข” พระเอกหนุ่มแถวหน้าของช่อง 3 ความสามารถครบเครื่องเรื่องการแสดง ที่ทำให้ทุกคนหลงรักหัวปักหัวปำไม่พอ ยังมีดีด้านร้องเพลง มีอัลบั้มเดี่ยวอย่าง SEE MORE ที่เจ้าตัวมีส่วนร่วมทุกขั้นตอนและมีความเป็นตัวเองสุดๆ ล่าสุดได้กลับมาจับไมค์ร้องเพลงอีกครั้งให้กับละครเรื่องใหม่ “มาตาลดา” เพลงประกอบละครชื่อชวนฟิน “ถ้าฉันเปิดโหมดรักให้กับหัวใจ” ซึ่งเจ้าตัวรับบทพระเอกคู่กับ “เต้ย-จรินทร์พร” โดยเนื้อหาได้ถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละคร“ปุริม” ที่เจ้าตัวเล่นเอง ถึงกับเอ่ยปากว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะได้รับโจทย์สุดหินมาก

“เพลงนี้ร้องยากมากครับ เพราะความตั้งใจของพี่หนึ่ง (หนึ่ง-ณรงค์วิทย์) ที่ต้องการจะแงะเสียงออกมา มันก็กลายเป็นว่าต้องปรับจูนกับตรงนั้นเยอะและก็ต้องถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครปุริม ที่เป็นคนปิดหัวใจไม่เคยสนใจเรื่องความรักเลย แต่อยู่ดีๆ วันหนึ่งก็มีมาตาลดาเข้ามา ทำให้ผู้ชายคนนี้จากที่เคยแห้งแล้งในความรักกลับมาสดชื่นอีกครั้งมันมีเรื่องให้คิดตอนที่ร้องหลายอย่าง เพราะผมอยากทำออกมาให้ดีที่สุดเลยใช้เวลาในการอัดเสียงนานพอสมควรเลยครับ”

ด้านโปรดิวเซอร์มือทอง “หนึ่ง- ณรงค์วิทย์” ที่เป็นผู้แต่งและกำกับการร้องเพลงให้กับ “เจมส์-จิรายุ” เล่าถึงการทำงานครั้งนี้ว่า “ยอมรับว่าโยนโจทย์ยากให้เจมส์เลย คือ เขาจะติดวิธีการร้องแบบหนึ่งมา เราก็อยากจะแก้ไขอะไรบางอย่างให้นิดนึง เพื่อให้เขาร้องได้เป็นธรรมชาติมากขึ้นแล้วก็เข้ากับเพลงนี้มากขึ้น เรารู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ชอบร้องเพลงอยู่แล้ว เลยคิดว่าโจทย์ยากแค่ไหนเขาต้องสู้และทำได้แน่ๆและมันก็จะเป็นผลดีกับตัวเขาด้วย ก็เลยไม่ค่อยเป็นห่วงเท่าไหร่ ซึ่งเขาก็ทำออกมาได้ดีอย่างที่คิดไว้จริงๆ ครับ”

งานนี้ถึงจะยาก แต่ “เจมส์ จิรายุ”ก็ชอบมากพร้อมเผยเสน่ห์ของเพลงนี้ให้ฟังอีกว่า “ผมว่าเสน่ห์ของเพลงนี้มันอยู่ที่เนื้อหาและดนตรีของมันนะ เอาจริงก็อยากจะบอกว่าด้วยเสียงของผมด้วยแต่ก็ไม่กล้า(ยิ้ม) ยังไงก็ขอฝากเพลง ถ้าฉันเปิดโหมดรักให้กับหัวใจ ไว้ด้วยนะครับ เป็นเพลงที่พวกเราตั้งใจทำมากๆ ก็อยากให้ทุกคนไปฟังเพลงนี้ พร้อมกับติดตามชมละคร มาตาลดา กันด้วยนะครับ” มั่นใจได้เลยว่าหนุ่ม “เจมส์-จิรายุ” จับไมค์ทั้งทีไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน กดลิงก์ฟังเพลงได้เลย “ถ้าฉันเปิดโหมดรักให้กับหัวใจ” Ost.“มาตาลดา”https://www.youtube.com/watch?v=AN4t5y56W5E ทาง YouTube : Ch3Thailand Music และห้ามพลาดชมละครฟีลกู๊ด “มาตาลดา” ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 6 มิถุนายนนี้ ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus

ศธ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เฉลิมพระชนมพรรษา’สมเด็จพระราชินี’3 มิ.ย.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734781

ศธ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เฉลิมพระชนมพรรษา'สมเด็จพระราชินี'3 มิ.ย.

ศธ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เฉลิมพระชนมพรรษา’สมเด็จพระราชินี’3 มิ.ย.

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 10.33 น.

ศธ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา “สมเด็จพระราชินี” 3 มิถุนายน 2566

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2566 เวลา 7.00 น. กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2566

โดยมี คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ และข้าราชการ เข้าร่วม ณ บริเวณสนามหญ้าหน้ากระทรวงศึกษาธิการ 

คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท วันที่ 3 มิถุนายน พุทธศักราช 2566 ข้าพระพุทธเจ้า คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

ล้วนมีความปีติยินดีและชื่นชมโสมนัสเป็นล้นพ้น ที่ได้มาร่วมกันแสดงความจงรักภักดี เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษาของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่ได้เวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่ง ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ ปฏิบัติงานถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะและความจงรักภักดี เป็นที่ประจักษ์แก่ผองพสกนิกร

ในโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออานุภาพแห่งพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล ปกอภิบาลประทานพร ให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เจริญด้วยจตุรพิธพรพิพัฒน์สวัสดิมงคล พระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญสถิตเป็นมิ่งขวัญแห่งปวงประชาสถาพรตราบกาลนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม.012

‘สมเด็จพระสังฆราช’เสด็จไปเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติ ครั้งที่ 18

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734711

'สมเด็จพระสังฆราช'เสด็จไปเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติ ครั้งที่ 18

‘สมเด็จพระสังฆราช’เสด็จไปเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติ ครั้งที่ 18

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.49 น.

เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติ ครั้งที่ 18 เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2566 ภายใต้หัวข้อ “พุทธปัญญากับการรับมือวิกฤตโลก”

วันนี้ (1 มิ.ย. 66) เวลา 09.00 น.ที่อาคารหอประชุม มวก.48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติ ครั้งที่ 18 เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2566 ภายใต้หัวข้อ “พุทธปัญญากับการรับมือวิกฤตโลก” โดยมี พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อุปนายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประธานสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก และประธานสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ  พระเถรานุเถระ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนจากทั่วโลก ร่วมพิธี โดยได้รับเกียรติจาก นายดิเนช คุณวาระเดนะ (H.E. Dinesh Gunawardena) นายกรัฐมนตรีศรีลังกา ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “พุทธปัญญากับการรับมือวิกฤตโลก” ในครั้งนี้ด้วย

การนี้ เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานสัมโมทนียกถาเปิดงาน ความโดยสรุปว่า “พระพุทธศาสนา” เป็นศาสนาอเทวนิยม มุ่งเน้นสั่งสอนว่าสิ่งทั้งหลายล้วนมีเหตุปัจจัยในการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปหาใช่เกิดจากการดลบันดาลของอำนาจลี้ลับเหนือธรรมชาติแต่อย่างใด เพราะฉะนั้น ถ้าท่านพิจารณาถึงอริยสัจสี่ ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ และทรงพระมหากรุณาประทานให้แก่เราทั้งหลายผู้เป็นพุทธบริษัท ได้ศึกษาใคร่ครวญ และน้อมนำไปเป็นวิถีทางแห่งการรับมือกับวิกฤตการณ์ต่างๆ นั้น ย่อมเห็นประจักษ์ได้ว่า ถ้าต้องการไม่ให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น สรรพสัตว์ทั้งหลายคงมีทางเลือกสองทาง กล่าวคือ กําจัดเหตุ 1 และกําจัดเงื่อนไข 1 เมื่อทําได้ดั่งว่าแล้วทั้งสองประการ ผลที่ไม่พึงปรารถนาก็จะไม่บังเกิดอย่างแน่แท้ อันความตระหนักรู้แจ้งในหลักการเหล่านี้ ย่อมทำให้ไวเนยสัตว์ตื่นรู้ พร้อมความระมัดระวังโดยรอบคอบมากยิ่งขึ้น มีนัยประมวลสรุปรวมหมายถึง “ความไม่ประมาท” ซึ่งเป็นที่สุดแห่งพระบรมพุทโธวาททั้งปวงนั้นเอง โดยการที่ท่านทั้งหลายมาประชุมกันเพื่อร่วมขบคิดใคร่ครวญในหัวข้อ “พุทธปัญญากับการรับมือวิกฤตโลก” นับเป็นเรื่องที่น่าอนุโมทนา เพราะเสมอด้วยการทำให้พระพุทธศาสนา ปลูกฝังหยั่งรากลงลึกสู่จิตใจของมวลมนุษยชาติ ในฐานะศาสนาแห่งเหตุและผล ที่สมบูรณ์พร้อมทั้งภาคปริยัติ และภาคปฏิบัติ เป็นยอดศาสนา ที่ช่วยเกื้อกูลให้โลกนี้ สามารถก้าวข้ามพ้นวิกฤตการณ์ ไปสู่ภาวะแห่งศานติสุขได้อย่างแท้จริง

ด้านท่านเจ้าคุณพระพรหมบัณฑิต กล่าวถวายรายงานความโดยสังเขปว่า เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2542 ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ได้ประกาศรับรองให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของโลก ต่อมาได้มีการจัดงานฉลองวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก โดยผู้นำชาวพุทธ ณ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เมื่อ พ.ศ.2547 นับเป็นจุดเริ่มต้นที่มีการจัดกิจกรรมนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก และได้จัดกิจกรรมนานาชาติต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลและมหาเถรสมาคมได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในการจัดงาน โดยได้อาราธนา/เชิญสมเด็จพระสังฆราช ประมุขสงฆ์ ผู้นำชาวพุทธ นักปราชญ์ด้านพระพุทธศาสนา และชาวพุทธจากนานาประเทศ มาร่วมประชุมพร้อมกัน ซึ่งการจัดประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลกปีนี้เป็นครั้งที่ 18 คณะกรรมการบริหารของสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก ซึ่งมีสถานะเป็นองค์กรที่ปรึกษาพิเศษของคณะมนตรี เศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ มีฉันทามติร่วมกันให้จัดงานประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปีพุทธศักราช 2566 ภายใต้หัวข้อเรื่อง พุทธปัญญากับการรับมือวิกฤตโลก ระหว่างวันที่ 1-2 มิถุนายน พุทธศักราช 2566 ซึ่งมีผู้นำชาวพุทธและนักปราชญ์ด้านพระพุทธศาสนาทั้งฝ่ายเถรวาทและมหายาน จาก 55 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมประชุม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานวันสำคัญทางพระพุทธศาสนามาอย่างเสมอต้นเสมอปลายในทุกโอกาส ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจในการสนองงานคณะสงฆ์ผู้เป็นหลักชัยของสังคมไทย โดยการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาหรือสัปดาห์วิสาขบูชาโลก ประจำปี 2566 นี้ กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย ที่มีอยู่ทั้ง 76 จังหวัด 878 อำเภอ รวมถึงกรุงเทพมหานคร เชิญชวนและประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ เสริมสร้างพลังการมีส่วนร่วมของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ รวมถึงศาสนิกชนอื่น ๆ ได้ร่วมกิจกรรม ได้แก่ 1) เชิญชวนส่วนราชการ ห้าง ร้าน มูลนิธิ สมาคม บริษัทเอกชน ตลอดจนพี่น้องประชาชนทุกครัวเรือน ร่วมกันประดับธงชาติและธงธรรมจักร อันเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญเพื่อสร้างบรรยากาศที่คึกคักของสัปดาห์วันวิสาขบูชาโลกทั่วประเทศ และเป็นสัญลักษณ์ว่าพวกเราคนไทยมีความเป็นสิริมงคลในห้วงของการเฉลิมฉลองจัดงานสัปดาห์วิสาขบูชาโลก 2) ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเป็นผู้นำการบูรณาการทุกภาคส่วน นำพุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้ร่วมกันทำบุญใส่บาตรและประกอบกิจกรรมที่เป็นสรรพสิริมงคล เช่น การไถ่ชีวิตโค กระบือ ปล่อยปลา ปล่อยนก ปล่อยเต่า ปลูกต้นไม้ ปลูกป่า และกิจกรรมสาธารณประโยชน์อื่น ๆ เพิ่มพูนขึ้นตามภูมิสังคมของแต่ละพื้นที่ เพื่อที่จะให้เราได้ดำเนินการที่เรียกว่าเป็นการปฏิบัติบูชาให้เพิ่มพูนมากขึ้น นอกเหนือจากการประดับธงที่ถือเป็นอามิสบูชา 3) ทุกจังหวัดและทุกอำเภอเชิญชวนเด็ก เยาวชน และพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป ร่วมประกาศตนเป็นพุทธมามกะต่อคณะสงฆ์ และพิจารณาห้ามมีการอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันตามกฎหมายว่าด้วยการพนันทั้งปวงตลอดสัปดาห์วิสาขบูชาโลก และตรวจตราไม่ให้มีการจำหน่ายสุรายามึนเมาแอลกอฮอล์ และขอความร่วมมืองดให้บริการสถานบริการในวันวิสาขบูชา เพื่อลดโอกาสคนจะไปมึนเมาทำผิดศีลธรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ช่วยกันขยายผลเผยแพร่หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมราชบพิตร ที่กระทรวงมหาดไทยได้รับเมตตาจากคณะสงฆ์เป็นหลักชัยขับเคลื่อนจนประสบผลสำเร็จเป็นบริบูรณ์ในหลายพื้นที่ อันเป็นแนวทางที่สำคัญที่ทำให้คนไทยอยู่รอด คนไทยไม่เป็นหนี้เป็นสิน สามารถช่วยเหลือพึ่งพากันในครัวเรือน ในชุมชน และช่วยเหลือชุมชนอื่นๆ ทำให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

“เนื่องในโอกาสวันวิสาขบูชาและการจัดงานวิสาขบูชานานาชาติ ครั้งที่ 18 เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2566 ขอเชิญชวนพี่น้องพุทธศาสนิกชนคนไทยทั่วประเทศ ได้ร่วมกันน้อมรำลึกถึงหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รักษาศีล ปฏิบัติสิ่งที่ดีงาม เข้าวัด ทำบุญตักบาตร บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ร่วมกับสมาชิกในครอบครัว ชุมชน และสังคม ตลอดสัปดาห์วันวิสาขบูชา 1 – 7 มิถุนายน 2566 และทุกโอกาสของชีวิต โดยพร้อมเพรียงกัน” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

โอกาสนี้ นายดิเนช คุณวาระเดนะ (H.E. Dinesh Gunawardena) นายกรัฐมนตรีศรีลังกา ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “พุทธปัญญากับการรับมือวิกฤตโลก” (Buddhist Wisdom Coping with Global Crises) ความโดยสรุปว่า วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ประสูติตรัสรู้ และปรินิพพาน ท่านไม่ได้เกิดมาเป็นพระพุทธเจ้า แต่ความเป็นพุทธะ เกิดจากการฝึกฝนและปฏิบัติ พระองค์ได้เผยแผ่หลักธรรมคำสอนไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวันวิสาขบูชาโลกนี้ เป็นโอกาสในการมารวมกันเพื่อนำคำสอนมาประยุกต์ใช้ในช่วงสถานการณ์วิกฤตของโลก นอกจากนี้ในอดีตที่ผ่านมา พระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 9 และรัชกาลปัจจุบันของไทย ได้เสด็จไปเยือนเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-ศรีลังกา โดยมีพระพุทธศาสนาเป็นสิ่งเชื่อมโยงความสัมพันธ์ เกิดนิกาย สยามวงศ์ รวมทั้งเน้นการนำหลักธรรมคำสอนพระพุทธศาสนาไปพัฒนาสังคม ให้ยั่งยืนแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้สอดคล้องกับความเป็นจริงตามธรรมชาติ เน้นทางสายกลางในการแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการสู่การปฏิบัติ  การพบกันในครั้งนี้เป็นช่วงสถานการณ์วิกฤตที่มีผู้คนได้รับผลกระทบมากมาย เป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกส่วนงานของสังคมต้องร่วมด้วยช่วยกันในการแก้ปัญหา และหาทางออก เช่น ปัญหาเรื่อง อาหาร ยารักษาโลก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องช่วยเหลือกัน โดยสำหรับศรีลังกา ในช่วงที่ผ่านมาได้ให้ความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน ขอยกตัวอย่างหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา สำหรับคฤหัสถ์ เรียกว่าความสุขของคฤหัสถ์ 4 ประการ คือ 1) สุข เกิดจากการมีทรัพย์ 2) สุข เกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์ 3) สุข เกิดจากการไม่มีหนี้ และ 4) สุข เกิดจากการมีอาชีพสุจริต และจากสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น ได้ยกตัวอย่างหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่เน้นเชื่อมโยงหลักธรรมทางพระพุทธศาสนากับการดำเนินชีวิต เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ทางด้านเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการนำแนวทางปฏิบัติแบบเถรวาท คือ วิปัสสนาสมาธิ ในกลุ่มพระพุทธศาสนาเถรวาท และในโรงเรียนสอนการปฏิบัติธรรมในเน้นการฝึกฝนผู้เรียนตามแนวทางการฝึกสติ (Mindfulness)

– 006

‘ในหลวง-พระราชินี’พระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่สถานสงเคราะห์ต่างๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734661

'ในหลวง-พระราชินี'พระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค เวชภัณฑ์ทางการแพทย์  แก่สถานสงเคราะห์ต่างๆ

‘ในหลวง-พระราชินี’พระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่สถานสงเคราะห์ต่างๆ

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.48 น.

“ในหลวง-พระราชินี” พระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่สถานสงเคราะห์ต่างๆเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา “สมเด็จพระราชินี”  3 มิถุนายน 2566

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยและทรงให้ความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่ สุขอนามัยพื้นฐาน และการมีโภชนาการที่ดีของประชาชน
ทุกหมู่เหล่า รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (COVID-19) ที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์แก่สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2566

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2566 เวลา 09.10 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ จำนวน 3 แห่ง ดังนี้

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศตรี ธีระ  เชียงทอง  เชิญสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคพระราชทานและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่เด็ก และเยาวชนผู้พิการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ จำนวน 430 คน ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายพิธาน  เหี้ยมโท้  เชิญสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคพระราชทานและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่ผู้พิการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ จำนวน 667 คน ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (ชาย)อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ คุณหญิงจันทนี  ธนรักษ์  เชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภคพระราชทานและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่เด็กพิการในอุปการะ รวมถึงเจ้าหน้าที่ จำนวน 501 คน ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (หญิง) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญ ในการบำบัดทุกข์ และบำรุงสุขแก่ประชาชน
ทุกหมู่เหล่าให้มีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์แข็งแรง และมีโภชนาการที่ดี อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี  และทรงให้ความสำคัญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงิน สิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่โรงพยาบาล วัด และสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันคล้ายวันพระราชสมภพ วันคล้ายวันประสูติ และวันสำคัญต่าง ๆ มาโดยตลอด ยังความปลื้มปีติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้

โรงเรียนดัง ปรับเวลาเรียน ปล่อยกลับบ้านเวลา 14.30 น. ชี้อากาศร้อน ส่งผลเสียสุขภาพเด็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734641

โรงเรียนดัง ปรับเวลาเรียน ปล่อยกลับบ้านเวลา 14.30 น. ชี้อากาศร้อน ส่งผลเสียสุขภาพเด็ก

โรงเรียนดัง ปรับเวลาเรียน ปล่อยกลับบ้านเวลา 14.30 น. ชี้อากาศร้อน ส่งผลเสียสุขภาพเด็ก

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.13 น.

วันที่ 1 มิถุนายน 2566  โรงเรียนไทรงามพิทยาคม ได้ออกประกาศโรงเรียน เรื่อง เลื่อนเวลาการจัดการเรียนการสอน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โดยระบุว่า 

ด้วย สภาพอากาศในปัจจุบัน ที่มีอุณหภูมิสูงและมีแสงแดดจ้ามาก ในขณะทำกิจกรรมเข้าแถวเคารพธงชาติหน้าเสาธงของนักเรียน และมีอุณหภูมิสูงมากขึ้นในภาคบ่าย ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของนักเรียนได้ นั้น

โรงเรียนไทรงามพิทยาคม จึงแจ้งเปลี่ยนแปลงเวลาเวลาจัดการเรียนการสอน ในภาคเรียนที่ 1/2566 โดยให้นักเรียนเข้าเรียนคาบเรียนที่ 1 ในเวลา 8.00 น.สิ้นสุดคาบเรียนที่ 7 ในเวลา 13.50 น. หลังจากเวลา 13.50 น. ให้ใช้การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ On Hand และปล่อยนักเรียนกลับบ้านในเวลา 14.30 น. โดยเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 29 พฤษภาคม 2566 ถึงวันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน 2566 หรือสภาพอากาศอุณหภูมิลดลง จะกลับมาใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบเดิม

ปรับเวลาเรียนใหม่ ดังนี้

คาบที่ 1 (เวลา 8.00 – 8.50 น.)

คาบที่ 2 (เวลา 8.50 – 9.40 น.)

คาบที่ 3 (เวลา 9.40 – 10.30 น.)

คาบที่ 4 (เวลา 10.30 – 11.20 น.)

คาบที่ 5 (เวลา 11.20 – 12.10 น.)

คาบที่ 6 (พักรับประทานอาหารกลางวัน)

คาบที่ 7 (เวลา 13.00 – 13.50 น.)

คาบที่ 8 (เวลา 13.50 – 14.30 น.) การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ On Hand

หลังจากนั้นมีคนจำนวนไม่น้อย เข้ามาคอมเมนต์แสดงความชื่นชม อย่างไรก็ตาม หลายคนก็ระบุว่า เวลาบ่าย 2 ยังเป็นเวลาที่อากาศร้อนอยู่ดี

‘พิธา’ ชนสว.รายวันเจอเขย่าขวัญขึ้นนายกฯ บ้านเมืองลุกเป็นไฟ – ไทยฆ่าไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550188

01 มิ.ย. 2566

'พิธา' ชนสว.รายวันเจอเขย่าขวัญขึ้นนายกฯ  บ้านเมืองลุกเป็นไฟ - ไทยฆ่าไทย

ต้องชี้แจงแบบรายวัน คราวนี้ว่าที่นายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เจอคำขู่รับน้อง จากสว.กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ เตือนขึ้นสู่ตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” สุดท้าย บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ หนักข้อถึงขั้น “ไทยฆ่าไทย” ด้าน”พิธา” ระบุขึ้นผู้นำจะมีแต่สิ่งดีเกิดขึ้น

 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ว่า  การที่นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา ( สว.) ระบุว่า หากตนเป็นนายกรัฐมนตรี บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ  และขณะนี้กระแสจงรักภักดีสถาบันพร้อมมากที่จะเข้ากรุงเทพฯ และจะนำไปสู่การนองเลือดของคนไทยด้วยกันคือ “ไทยฆ่าไทย”   โดยนายพิธา ระบุว่า ไม่เป็นความจริง ถ้าเคารพมติ เคารพประชาชน และมีทางออกร่วมกัน ก็น่าจะทำให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองมากกว่า มีแต่สิ่งดี ๆ เกิดขึ้น และควรร่วมกันทำงาน ท่ามกลางความท้าทายของโลกในขณะนี้   ทั้งหมดไม่ใช่เพื่อตนแต่เพื่อเป็นการรักษาระบบให้กับประเทศไทย 


ส่วนกระแสโจมตีที่ว่าอเมริกาอยู่เบื้องหลังพรรคก้าวไกล นายพิธา   กล่าวว่าไม่เป็นความจริง คนที่อยู่เบื้องหลังพรรคก้าวไกลคือประชาเท่านั้น  ในเรื่องของต่างประเทศจำเป็นที่จะต้องหาสมดุล ระหว่างมหาประเทศ ระหว่างความเชี่ยวกราก และเอาผลประโยชน์ของคนไทยเป็นที่ตั้ง ถ้าอิงกับชาติใดชาติหนึ่ง หรือไม่คิดถึงนโยบายการต่างประเทศ  ปัญหาจะตกกับประชาชน ทั้งหมดต้องวางบริบทของประเทศที่อยู่ในพื้นที่ตามกฎกติกาของโลก และยึดผลประโยชน์ของชาติ ประชาชนของทั้ง 2 ฝ่าย เป็นตัวตั้ง 

อดีตพระพุทธะอิสระ ชี้ แฟนคลับด้อมส้มควรใจใหญ่ ย้ำมีสิทธิวิจารณ์ ก้าวไกล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550184

01 มิ.ย. 2566

อดีตพระพุทธะอิสระ ชี้ แฟนคลับด้อมส้มควรใจใหญ่ ย้ำมีสิทธิวิจารณ์ ก้าวไกล

อดีตพระพุทธะอิสระ โพสต์ร่ายยาว ขอแฟนคลับพรรค ก้าวไกล ใจกว้าง ระบุตนเป็นประชาชน มีสิทธิวิจารณ์นโยบายพรรค เหตุเป็นประชาธิปไตย

การเมืองร้อนแรง การตอบโต้ของการแตกต่างทางความคิดเป็ดร้อนไม่ต่างกัน ล่าสุด อดีตพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อยและอดีตแกนนำกปปส. ได้โพสต์ข้อความตอบโต้ผื้ที่มีความเห็นทางการเมือง ผ่านทางแฟนเพจ พุทธะอิสระ ได้แสดงความเห็นต่อคอมเม้นต์ที่เข้ามาพาดพิงว่า ไหนว่า ผู้ก่อตั้งพรรคก้าวไกลและหัวหน้าพรรครวมทั้งลิ่วล้อของพรรคคุยนักคุยหนาว่า ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในทุกนโยบายของพรรค แล้วสลิ่มอย่างพวกเราไม่ใช่ประชาชนหรือ ?  หรือเป็นได้แค่ประชาชนชั้น 2 ?

อดีตพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อยและอดีตแกนนำกปปส. อดีตพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อยและอดีตแกนนำกปปส.
อดีตพระพุทธะอิสระ กล่าวต่อไปในข้อความว่า พุทธะอิสระไม่ใช่ประชาชนหละหรือ การนำนโยบายที่ว่าของรัฐบาลก้าวไกลจะนำมาใช้บริหารบ้านเมือง และบริการประชาชนทุกคนในแผ่นดินนี้ ซึ่งต้องได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ประชาชนทุกคนจึงควรที่จะมีสิทธิ์ออกความคิดเห็นไม่ใช่หรือ ?
 

 หรือรัฐบาลของพวกด้อมส้ม จะให้บริการแต่เฉพาะ ๑๔ ล้านเสียงเท่านั้นหรือ นอกนั้นไม่ยุ่งเกี่ยว จะเอาอย่างนั้นหรือ ?
 พุทธะอิสระก็แค่ใช้สิทธิ์และหน้าที่ของประชาชนคนหนึ่งที่จะวิพากษ์วิจารณ์นโยบายที่เห็นว่า มันมีผลดี ผลเสีย ทำไมพวกลิ่วล้อส้มเช้ง ถึงได้เดือดร้อนนัก  ไหนคุยนักคุยหนาว่าเป็นประชาธิปไตยไง

 ประชาธิปไตยแบบไหนกันที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะวิพากษ์วิจารณ์มีส่วนร่วมด้วยไม่ได้  พุทธะอิสระ ก็ไม่ได้คัดค้าน ตะบี้ตะบัน หลายข้อก็เห็นด้วย หลายข้อก็เห็นต่าง และอีกหลายข้อก็ยังมีการเสนอแนะให้ด้วยซ้ำ  จายยย…น่ะกว้างๆ หน่อย ทำเป็นพวกใจมดไปได้ รู้จักฟังผู้เห็นต่างเขาบ้าง
 

 นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นรัฐบาลเลยนะ ยังมีขบวนการเฟคนิวส์ เฟสปลอม ออกมาถล่มคนเห็นต่าง  หากอยากให้เกิดความวุ่นวายในขณะที่รัฐบาลส้มเช้งเป็นนายก ก็ได้เลยเดี๋ยวจะจัดให้แบบจุกๆ จะได้รู้ว่าตอนตนเองมีอำนาจ แล้วเกิดความวุ่นวายจะทำท่าไหน วิธีใด จะเหมือนกับที่ด่ารัฐบาลคุณประยุทธ์เขาไว้หรือเปล่า และขอบอกว่า หากกล้าจริงก็อย่าทำตัวเป็นอีแอบ หลบๆ ซ่อนๆ ไม่กล้าปรากฏตัวจริง

 แบบนี้คนโบราณเขาเรียกว่า อะไรน้า….ดูเหมือนจะมีคำว่าเมียอยู่หลังนี่แหละ ใครรู้ช่วยเติมให้ที