บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2698296

โลกการเงินยุคใหม่ วัชร-จิตสุภา-ธนวลัย วัชรพล เปิดตัว "Thairath Money"

1 มิ.ย. 2566 05:01 น.

โลกการเงินยุคใหม่ วัชร-จิตสุภา-ธนวลัย วัชรพล เปิดตัว “Thairath Money”

การเงิน  –  วัชร-จิตสุภา-ธนวลัย วัชรพล เปิดตัว “Thairath Money” คอนเทนต์การเงินรูปแบบใหม่ทางไทยรัฐออนไลน์ พร้อมเชิญ วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ, ดร.พงศ์ธร ธาราไชย, อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย และ ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ มาให้ความรู้ด้านการเงินด้วย ที่สยามดิสคัฟเวอรี วันก่อน.

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน 2566

  • หลังเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม การจับขั้ว รัฐบาลก้าวไกล เป็นแกนนำ จับมือ เพื่อไทย และ พรรคร่วมฝ่ายค้าน ทันที 8 พรรค 312 ที่นั่ง….ผ่านไป 18 วัน ยังติดกับดัก 376 เสียง เพื่อโหวต พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯคนที่ 30 ของประเทศไทย….กระแสดีลลับ ลังกาวี ที่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เตือนสติ …..รัฐบาลขั้วประชาธิปไตย…ประชาชนที่เลือก ก้าวไกล และ เพื่อไทย กว่า 25 ล้านเสียงจับตาดูอยู่…..ระวังการเมืองจะติดหล่มจมปลักอีกระลอก
  • การออกมา ปั่น ให้เกิดวิกฤติ การจับขั้วรัฐบาล….ถีบ ก้าวไกล ไป เป็นฝ่ายค้าน….ดันให้ เพื่อไทย เป็นแกนนำรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ยอมให้ เศรษฐา ทวีสิน นั่งเก้าอี้นายกฯ…เป็นรัฐบาล เพื่อไทย 141 เสียง….ภูมิใจไทย 71 เสียง…พลังประชารัฐ 40 เสียง…ประชาธิปัตย์ 25 เสียง และ ชาติไทยพัฒนา 10 เสียง….เป็นรัฐบาล 287 เสียง…..โดยไม่มี รวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง ร่วมรัฐบาล…เพื่อหลีกเลี่ยง กระแสต่อ ต้าน….ในเวลาเดียวกับที่ อนุทิน และ เศรษฐา ไปดูฟุตบอล อังกฤษ สนามเดียวกัน…และเป็นเวลาเดียวกับที่ ทักษิณ ชินวัตร…บินมาพักผ่อนที่ สิงคโปร์…สร้างสถานการณ์ที่เหมาะเจาะ…..ถ้าไม่ใช่ นักปั่นมืออาชีพ…คงทำไม่ได้ระดับนี้….ประเด็นอยู่ที่ว่า ทำไมกระแสข่าวลือ ถึงไปสอดคล้องกับรอยร้าว การขอตำแหน่ง ประธานสภา ของ เพื่อไทย กับ ก้าวไกล ถึงขั้นมี เอฟซี เสื้อแดง ยื่นหนังสือให้ เพื่อไทย ถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล….และเป็นจังหวะที่ กกต.เกิดฟิต เรียก เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เข้าชี้แจงเพิ่มเติม คดี การถือหุ้นสื่อ ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก่อนที่จะมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง…..ระหว่างข่าวลือกับข่าวจริง ห่างกันแค่เส้นยาแดงผ่าแปด
  • หนีไม่พ้น เพื่อไทย กลายเป็นตำบลกระสุนตก….นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค…ต้องออกมาแถลงข่าว ดับกระแสข่าวลือ…ข้อเสนอของ FC เสื้อแดง ให้ เพื่อไทยถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาล นั้น คณะกรรมการบริหารพรรค มีมติและประกาศชัดเจนไปแล้วว่า ยืนยันเข้าร่วมรัฐบาลกับก้าวไกล ได้ทำ MOU ร่วมกันแล้ว…..เพื่อไทยน้อมรับมติมหาชน 25 ล้านเสียง ที่มุ่งหวังให้รัฐบาลที่เกิดจาก ฝ่ายเสรีประชาธิปไตย ปิดกั้นการสืบทอดอำนาจ รัฐบาลชุดเดิม…และจะสนับสนุน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ….และกรณีที่ พรรคเพื่อไทย ได้สิทธิ เป็นพรรคอันดับ 2 จัดตั้งรัฐบาล….จะนำนโยบายมาผลักดันให้เป็นรูปธรรมต่อไป ยังยืนยันเจตจำนงยึดมั่นจัดตั้งรัฐบาลร่วม 8 พรรค ให้สำเร็จลุล่วงให้ได้…..เขียนแปะข้างฝาไว้เลย
  • เช่นเดียวกับ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล….ย้ำจุดยืนเดียวกับ เพื่อไทย ในการจับมือตั้งรัฐบาล ฝั่งประชาธิปไตย…ส่วนตำแหน่ง รมต. บางตำแหน่ง ยอมรับว่า ก้าวไกล มีแนวโน้มที่จะ เชิญคนนอก มาบริหาร ในกระทรวงที่สำคัญ อาทิ กระทรวงมหาดไทย ที่จะผลักดัน นโยบายกระจายอำนาจ….ส่วน รมว.กลาโหม ชื่อของ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค ติดโผ เพราะเจตนาของ ก้าวไกล ต้องการได้ พลเรือนมาบริหาร เช่นเดียวกับในต่างประเทศ….ท้ายที่สุดอาจต้องหา คนนอก ที่เหมาะสมกว่า เข้ามาบริหาร….รวมทั้งตำแหน่ง โฆษกรัฐบาล ที่ตั้งใจจะให้ พริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เข้ามาทำหน้าที่นี้…ติดที่ว่า จะต้องลาออกจาก ส.ส. ในขณะที่ ไอติม มีภารกิจสำคัญในสภาเกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมายหลายฉบับ…โดยเฉพาะ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ อีกกระทอก
  • ที่เป็นพันธกิจ ก้าวไกล จะต้องทำให้เสร็จภายใน 100 วันหลังจากเป็นรัฐบาล….การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท….สนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทย อยากให้รัฐบาลมองในภาพรวมด้านเศรษฐกิจ…ค่าแรง ค่าไฟ ค่าพลังงาน กฎระเบียบ กฎหมาย เทคโนโลยี ดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่น ลดการผูกขาด…ไม่อยากให้มองแค่เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ เท่านั้น……เพราะถ้า จีดีพี ขยายตัวไปถึงร้อยละ 5 ค่าแรงขั้นต่ำก็ต้องขยับตามอยู่ดี จบข่าว
  • เปลี่ยนจาก วิโรจน์ไข่ต้ม เป็น วิโรจน์ อุกกาบาต…ทันทีที่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ ส.ส.ก้าวไกล ออกมาเปิดโปงเรื่อง ส่วยสติกเกอร์….หลายภาคส่วนตื่นตัว ออกมาแฉ ปมสติกเกอร์ส่วยทางหลวง ที่มีมายาวนานตั้งแต่ปี 2539….พล.ต.ท. อาชยน ไกรทอง โฆษก สตช. ต้องรีบออกมาแถลงข่าว พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. รับทราบแล้วไม่ ได้นิ่งนอนใจ สั่งการให้ตำรวจทางหลวง ดำเนินการตรวจสอบโดยด่วน…..หากพบว่าข้าราชการตำรวจทำผิดตามหลักฐาน จะดำเนินการเด็ดขาดทั้งอาญา วินัยและปกครอง….ท่องจำ สคริปเดิมๆ เป็นสูตรสำเร็จ ตั้งแต่เว็บพนันออนไลน์ สารวัตรซัว…จนถึงพฤติกรรม รีดไถนักท่องเที่ยว และคดีที่เกี่ยวข้องกับ ทุนจีนสีเทา….ไม่เคยมีการแสดงความรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น พับผ่า
  • ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ ยกเลิกลดภาษีน้ำมันดีเซล ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.นี้เป็นต้นไป…โดยจะเก็บในอัตราปกติ ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลที่ถูกลงลิตรละ 5 บาท จะถูกปรับให้เป็นไปตามราคาตลาด…สรรพสามิต จะจัดเก็บ ภาษีน้ำมันดีเซล ปริมาณกำมะถันเกิน 0.005% ตามภาษีเดิม 6.44 บาทต่อลิตร…น้ำมันดีเซลที่มี ไบโอดีเซล ประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมันผสมเกิน 4% แต่ไม่เกิน 7% หรือ ดีเซล บี 7 ภาษีเดิมที่ 5.9 บาทต่อลิตร เป็นต้น…..คาดว่าราคาดีเซลจะปรับขึ้นไปที่ลิตรละ 37 บาททันที….แนวโน้ม ราคาน้ำมันในตลาดโลก จะบวกเพิ่มขึ้น 1.12-1.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล….อ่วมอรทัย…..ข่าวประชาสัมพันธ์ สุวิชชา สุดใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีวี มีพลัส จับมือ โทรณ หงศ์ลดารมภ์ ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจ EV Charger พร้อมด้วย ออน-ไอออน ภายใต้บริษัทอรุณ พลัส ขยายเครือข่ายสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า ที่ ศูนย์การค้าสยามพารากอน พร้อมเปิดให้บริการวันนี้เป็นวันแรก…นิธิ สีแพร รองผู้ว่าการด้านดิจิทัล วิจัย และพัฒนา ททท.จับมือ แกร็บ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ อะเมซิ่งทั่วไทย มั่นใจไปกับแกร็บ หลังยอดนักท่องเที่ยวสะสมที่ 9.9 ล้านคนแล้ว…ผ่าน 3 กิจกรรมหลัก ไกด์บุ๊ค Grab&Go คู่มือท่องเที่ยว 2 ภาษา พัฒนาอบรมออนไลน์ให้พาร์ตเนอร์ขับแกร็บ และจัดกิจกรรมเที่ยวมั่นใจไปกับแกร็บ

“อินทรีเหล็ก”

อึ้ง นาซาเผยคลิป วัตถุโลหะทรงกลมปริศนา บินได้ ขณะประชุมเรื่อง UFO ครั้งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698592

อึ้ง นาซาเผยคลิป วัตถุโลหะทรงกลมปริศนา บินได้ ขณะประชุมเรื่อง UFO ครั้งแรก

1 มิ.ย. 2566 15:28 น.

อึ้ง นาซาเผยคลิป วัตถุโลหะทรงกลมปริศนา บินได้ ขณะประชุมเรื่อง UFO ครั้งแรก

นาซา เผยคลิป วัตถุโลหะทรงกลมปริศนา กำลังบินเหนือทะเลทรายในตะวันออกกลาง ที่จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่ามันคืออะไร ขณะจัดประชุมเรื่อง UFO ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

เมื่อ 1 มิ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กลุ่มผู้เชี่ยวชาญอิสระที่กำลังศึกษาเกี่ยวกับ วัตถุบินที่ไม่อาจระบุอัตลักษณ์ได้ หรือ UFO เผยคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นหนึ่งในวัตถุบินได้ปริศนาที่ไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ได้ ต่อที่ประชุมขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) หารือเรื่อง UFO และปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้ หรือ UAP (Unidentified Aerial Phenomena) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อวันพุธที่ 31 พ.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น โดยให้ผู้เชี่ยวชาญเปิดเผยข้อมูลและสาธารณชนสามารถสอบถามข้อสงสัยได้

ดร.ฌอน เคิร์กแพทริก ผู้อำนวยการสำนักงาน All-Domain Anomaly Resolution Office (AARO) ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่ง AARO เป็นสำนักงานทำหน้าที่ตรวจสอบ สืบสวน และระบุวัตถุที่ไม่สามารถระบุได้ รวมถึงวัตถุบินเหนืออากาศ และใต้น้ำ ที่อาจเป็นภัยคุกคาม เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของชาติ ได้เผยคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่า มีลูกโลหะทรงกลมลูกหนึ่งกำลังบินอยู่เหนือทะเลทรายแห่งหนึ่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเวลาประมาณปี 2565 โดยคลิปวิดีโอนี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความสงสัยมากที่สุดว่าลูกโลหะทรงกลมนี้คืออะไร

‘นี่คือตัวอย่างหนึ่งของสิ่งที่พวกเราได้เห็นมาและมีความสงสัยมากที่สุด พวกเราได้เห็นวัตถุโลหะทรงกลมปริศนาแบบนี้ทั่วโลก’ ดร.ฌอน เคิร์กแพทริก กล่าวต่อที่ประชุม พร้อมกับบอกว่า เขาไม่สามารถอธิบายได้มากนักเกี่ยวกับลูกโลหะทรงกลมประหลาดนี้ เพราะจนถึงขณะนี้ เขายังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับลูกโลหะทรงกลมปริศนามากกว่านี้

ที่มา : Metro

ทหารชื่อดังออสซี่แพ้คดีหมิ่นประมาท ถูกสื่อกล่าวหาเป็นอาชญากรสงคราม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698605

ทหารชื่อดังออสซี่แพ้คดีหมิ่นประมาท ถูกสื่อกล่าวหาเป็นอาชญากรสงคราม

1 มิ.ย. 2566 15:22 น.

ทหารชื่อดังออสซี่แพ้คดีหมิ่นประมาท ถูกสื่อกล่าวหาเป็นอาชญากรสงคราม

ทหารที่ได้รับการประดับยศมากที่สุดคนหนึ่งของออสเตรเลียแพ้คดีหมิ่นประมาทหนังสือพิมพ์รายใหญ่ในวันพฤหัสบดี ภายหลังการพิจารณาคดีอันชอกช้ำซึ่งมีการกล่าวหาการฆาตกรรม ความรุนแรงในครอบครัว การข่มขู่พยาน และอาชญากรรมสงคราม

เบ็น โรเบิร์ตส-สมิธ อดีตสมาชิกหน่วยบริการพิเศษทางอากาศ หรือ เอสเอเอส ของกองทัพอากาศออสเตรเลีย ยื่นฟ้องหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับหลังจากรายงานในปี 2561 กล่าวหาว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารนักโทษที่ปราศจากอาวุธ 6 คนในอัฟกานิสถาน โรเบิร์ตส-สมิธ ปฏิเสธข้อกล่าวหา และยื่นฟ้องคดีหมิ่นประมาทมูลค่าหลายล้านดอลลาร์เพื่อเป็นการตอบโต้

แต่หลังจากการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเป็นเวลา 2 ปี ผู้พิพากษาแอนโธนี เบสคาโน กล่าวว่า เอกสารดังกล่าวได้พิสูจน์แล้วว่าข้อกล่าวหาส่วนใหญ่ของพวกเขา “เป็นความจริงอย่างมาก” และยกฟ้องคดีนี้

คำตัดสินดังกล่าวได้รับการยกย่องว่าเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของเสรีภาพสื่อของออสเตรเลีย โดยนิค แมคเคนซี นักข่าวและจำเลยในคดีนี้ ทวีตข้อความว่า “ความยุติธรรม”

ก่อนการพิจารณาคดี โรเบิร์ตส-สมิธ เคยเป็นทหารที่มีชื่อเสียงและโดดเด่นที่สุดของออสเตรเลีย เขาได้รับเหรียญ “วิกตอเรีย ครอส” (Victoria Cross) ซึ่งเป็นเกียรติยศทางทหารสูงสุดของออสเตรเลีย สำหรับ “ความกล้าหาญที่เด่นชัด” ในอัฟกานิสถาน ซึ่งหน่วยของเขาได้ปฏิบัติภารกิจตามล่าผู้บัญชาการอาวุโสของกลุ่มตาลีบัน

เขายังได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และภาพถ่ายของเขาถูกแขวนอยู่ในอนุสรณ์สถานสงครามออสเตรเลียในกรุงแคนเบอร์รา

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวจากหนังสือพิมพ์ เดอะ เอจ, เดอะ ซิดนีย์ มอร์นิง เฮรัลด์ และ เดอะ แคนเบอร์รา ไทมส์ กล่าวหาว่า เบื้องหลังตัวตนที่ได้รับการยกย่องของโรเบิร์ตส-สมิธ กลับแฝงไว้ด้วยพฤติกรรมของอาชญากร

ในระหว่างการพิจารณาคดี ทหารรายนี้แย้งว่าการสังหาร 5 ครั้งที่หนังสือพิมพ์รายงานนั้น เกิดขึ้นอย่างถูกกฎหมายระหว่างการสู้รบ และครั้งที่ 6 ไม่ได้เกิดขึ้นเลย ผู้พิพากษาพบว่าสื่อทั้งสามแห่ง ไม่ได้พิสูจน์ข้อกล่าวหาสองข้อ แต่ยืนยันการรายงานของพวกเขาเกี่ยวกับการฆาตกรรมสี่ครั้ง ซึ่งรวมถึง:

-ชาวนาที่ถูกใส่กุญแจมือซึ่งทหารได้ถีบตกจากหน้าผา ซึ่งทำให้ฟันของชายคนนั้นหัก ก่อนที่เขาจะถูกยิงเสียชีวิตในเวลาต่อมา

-นักรบตาลีบันที่ถูกจับตัวได้ ซึ่งถูกยิงที่หลังอย่างน้อย 10 นัด ก่อนที่ขาเทียมของเขาจะถูกนำกลับไปยังออสเตรเลียเพื่อเป็นถ้วยรางวัล และต่อมากองทหารใช้เป็นภาชนะสำหรับดื่มเบียร์

-โรเบิร์ต-สมิธกดดันทหารออสเตรเลียระดับล่างให้สังหารชาวอัฟกันวัยชราที่ไม่มีอาวุธ

ทหารผ่านศึกรายนี้ยังถูกกล่าวหาว่าใช้ความรุนแรงในครอบครัวกับผู้หญิงในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงแคนเบอร์รา และมีส่วนร่วม “ในการร่วมกันกลั่นแกล้ง” ต่อเพื่อนทหาร อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษากล่าวว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวยังไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างสมบูรณ์

คดีนี้กลายเป็นหนึ่งในการพิจารณาคดีหมิ่นประมาทที่ดำเนินมายาวนานที่สุดของออสเตรเลีย โดยมีพยาน 40 คนให้หลักฐานที่น่าสะเทือนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของหน่วยรบพิเศษของออสเตรเลีย

สื่อออสเตรเลียประเมินว่าค่าใช้จ่ายทางกฎหมายของคดีนี้สูงถึง 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 544 ล้านบาท ทำให้เป็นคดีหมิ่นประมาทที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดคดีหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศ

ทั้งนี้ ออสเตรเลียส่งกองทหาร 39,000 นาย ไปยังอัฟกานิสถานตลอด 2 ทศวรรษ โดยเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการที่นำโดยสหรัฐฯ และนาโต ในการต่อต้านกลุ่มตาลีบันและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ

เมื่อทหารผ่านศึกเดินทางกลับบ้าน การกระทำของทหารบางกลุ่มกลายเป็นจุดสนใจทางกฎหมายอย่างชัดเจน โดยการสืบสวนภายในของทหารในปี 2563 พบว่าเจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษ “สังหารพลเรือนและนักโทษชาวอัฟกานิสถาน 39 คนอย่างผิดกฎหมาย” การไต่สวนได้เปิดเผยข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการประหารชีวิตแบบรวบรัด การแข่งขันนับศพ และการทรมานโดยกองกำลังออสเตรเลีย

ออสเตรเลียเป็นผู้ลงนามในเอกสารการก่อตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่ในการสอบสวนและดำเนินคดีกับอาชญากรสงคราม ด้านสหรัฐฯ พันธมิตรระดับสูงของออสเตรเลียเตือนว่า การไม่ดำเนินคดีกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอาจส่งผลให้ถูกระงับความช่วยเหลือทางทหารและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่ถูกกล่าวหา

ภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลได้แต่งตั้งผู้สอบสวนพิเศษเพื่อสอบสวนว่าทหารปัจจุบันและอดีตทหารควรถูกตั้งข้อหาทางอาญาหรือไม่ กระบวนการดังกล่าวส่งผลให้ชายคนหนึ่งในวัย 40 ปีถูกตั้งข้อหา “อาชญากรรมสงครามและการฆาตกรรม” ซึ่งเป็นทหารหรืออดีตสมาชิกกองกำลังป้องกันประเทศของออสเตรเลียคนแรกที่ต้องเผชิญข้อหาดังกล่าว.

เอลิซาเบธ โฮล์มส์ เริ่มรับโทษจำคุก 11 ปี คดีชุดตรวจเลือดลวงโลก (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698484

เอลิซาเบธ โฮล์มส์ เริ่มรับโทษจำคุก 11 ปี คดีชุดตรวจเลือดลวงโลก (คลิป)

1 มิ.ย. 2566 13:07 น.

เอลิซาเบธ โฮล์มส์ เริ่มรับโทษจำคุก 11 ปี คดีชุดตรวจเลือดลวงโลก (คลิป)

เอลิซาเบธ โฮล์มส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท เทรานอส เริ่มรับโทษจำคุกเป็นเวลา 11 ปีแล้ว จากคดีชุดตรวจเลือดลวงโลก ที่ทำให้อนาคตของเธอกับบริษัทต้องล่มสลาย

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เอลิซาเบธ โฮล์มส์ เข้ารายงานตัวที่ทัณฑสถานกลางในเมืองไบรอัน รัฐเทกซัสแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 30 พ.ค. 2566 ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลา 11 ปี ในข้อหาฉ้อโกงอันเกี่ยวข้องกับชุดตรวจเลือดของบริษัท เทรานอส ที่เธอโฆษณาว่าสามารถตรวจหาโรคได้จากเลือดไม่กี่หยด แต่ที่จริงทำไม่ได้

โฮล์มส์ในวัย 39 ปี ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงในข้อหาสมคบคิดหลอกลวงนักลงทุน 1 กระทง และข้อหาเกี่ยวกับการฉ้อโกงเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อีก 3 กระทง ในการพิจารณาคดีเมื่อต้นปี 2565 และเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ศาลปฏิเสธคำร้องของเธอที่ยื่นขอประกันตัวเพื่อสู้คดี

นอกจากนั้นเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม ศาลยังมีคำสั่งให้โฮล์มส์กับนาย ราเมศ “ซันนี” บัลวานี อดีตคนรัก, หุ้นส่วนทางธุรกิจ และอดีตประธานของบริษัท เทรานอส จ่ายค่าเสียหายให้เหยื่อจำนวน 452 ล้านดอลลาร์สหรัฐด้วย อนึ่ง ปัจจุบัน บัลวานีกำลังรับโทษจำคุก 13 ปีที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ในข้อหาฉ้อโกงจากคดีเดียวกัน

ทั้งนี้ โฮล์มส์กับบัลวานีถูกกล่าวหาว่า หลอกลวงมหาเศรษฐีและนักลงทุนผู้มีอิทธิพลหลายคน รวมถึง รูเพิร์ด เมอร์ด็อก เจ้าพ่อสื่อ และนายจอร์จ ชูลซ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ให้มาร่วมลงทุนกับบริษัท เทรานอส เพื่อพัฒนาชุดตรวจเลือดที่สามารถระบุโรคได้ด้วยตัวอย่างเลือดเพียงไม่กี่หยด ซึ่งจะพลิกโฉมวงการแพทย์อย่างมาก

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีที่เทรานอสอวดอ้างนั้นไม่เคยใช้การได้จริง พวกเขาถูกสื่อในสหรัฐฯ ออกมาแฉ นำไปสู่การฟ้องร้อง และทำให้บริษัท เทรานอส ที่เคยเป็นดาวจรัสแสงของซิลิคอนวัลเลย์ และมีมูลค่าทางการตลาดถึง 9 พันล้านดอลลาร์ ต้องปิดตัวลงในปี 2561

หลังถูกตัดสินจำคุก โฮล์มส์พยายามต่อสู้เพื่อให้เธอได้อยู่นอกเรือนจำระหว่างกระบวนการยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำตัดสิน โดยให้เหตุผลว่า จะทำให้เธอสามารถตั้งคำถามสำคัญเกี่ยวกับคดี ที่อาจทำให้ต้องมีการไต่สวนใหม่ ขณะที่ทีมทนายของเธอระบุว่า โฮล์มส์ควรเป็นอิสระเพื่อดูแลลูกน้อยอายุเกือบ 2 ขวบกับอายุ 3 เดือน แต่ศาลปฏิเสธ

ตามรายงานของสำนักข่าว วอลล์สตรีทเจอร์นัล ทัณฑสถานกลางเมืองไบรอันเป็นเรือนจำความมั่นคงต่ำ สำหรับจำคุกผู้ทำความผิดที่ไม่ใช่ความรุนแรง, อาชญากรรมที่ก่อเหตุโดยบุคคลที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานดี หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในระดับต่ำ นอกจากนั้นยังมีงานให้ทำแลกเงิน มีกิจกรรมนอกหลักสูตร เช่น เรียนภาษา, วิชาคอมพิวเตอร์ หรือธุรกิจ

ที่นั่นผู้ต้องขังยังสามารถจัดงานรวมตัวขึ้นภายใน และสามารถให้เด็กๆ มาเล่นได้ โฮล์มส์กับแม่ๆ คนอื่นได้รับอนุญาตให้อุ้มลูกของตัวเองบนตัก และให้นมได้.

ที่มา : bbc

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698560

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้

1 มิ.ย. 2566 12:35 น.

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายเพิ่มเพดานหนี้

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายการขยายเพดานหนี้ด้วยมติ 314 ต่อ 117 เสียง เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ครั้งใหญ่

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีมติผ่านร่างกฎหมายการขยายเพดานหนี้ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1,000 ล้านล้านบาท ผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 314 ต่อ 117 โดยได้รับเสียงสนับสนุนจากเสียงส่วนใหญ่จากทั้งจากสมาชิกพรรครีพับลิกัน 149 คนและพรรคเดโมแครต 165 คนที่ลงคะแนนให้ร่างกฎหมายนี้

ขณะที่สมาชิกพรรครีพับลิกัน 71 คน และพรรคเดโมแครต 46 คน ลงคะแนนเสียงไม่เห็นด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำหนี้ครั้งใหญ่ของรัฐบาลที่จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อประเทศ และเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ร่างกฎหมายดังกล่าวมีชื่อว่า พ.ร.บ.ความรับผิดชอบทางการคลัง (Fiscal Responsibility Act) ที่จะส่งต่อเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาสหรัฐฯ และหากวุฒิสภาให้ความเห็นชอบ ก็จะส่งต่อให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามเป็นกฎหมายเพื่อให้มีผลบังคับใช้ก่อนกำหนดเส้นตายในวันที่ 5 มิถุนายนนี้

กฎหมายนี้จะกำหนดข้อจำกัดการใช้จ่ายของรัฐบาลตลอดการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2567 และป้องกันการผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐฯ ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ คาดว่าจะเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ หากไม่มีการขยายหรือระงับเพดานหนี้

กฎหมายฉบับนี้จะระงับวงเงินกู้ยืมของรัฐบาลกลางชั่วคราวจนถึงวันที่ 1 มกราคม 2568 โดยจะอนุญาตให้นายไบเดนและสภาคองเกรสแยกประเด็นที่มีความเสี่ยงทางการเมืองออกไปจนถึงหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายน 2024

นอกจากนี้ยังจะจำกัดการใช้จ่ายของรัฐบาลในช่วง 2 ปีข้างหน้า เร่งกระบวนการอนุญาตสำหรับโครงการพลังงานบางโครงการ เรียกคืนกองทุนโควิดที่ไม่ได้ใช้ และขยายข้อกำหนดการทำงานสำหรับโครงการช่วยเหลือด้านอาหารไปยังผู้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ด้านประธานาธิบดีไบเดน กล่าวชื่นชมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทั้งสองพรรคที่ลงมติผ่านร่างกฎหมาย และเรียกร้องให้วุฒิสภาผ่านร่างนี้โดยเร็วที่สุด เพื่อที่ตัวเขาเองในฐานะประธานาธิบดีจะได้ลงนามเพื่อออกกฎหมาย

ด้านสำนักงานงบประมาณแห่งสภาคองเกรสสหรัฐฯ คาดการณ์ว่า ยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ จะลดลงราว 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วง 10 ปีข้างหน้า หากร่างกฎหมายขยายเพดานหนี้ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรสและมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย

ส่วนในวุฒิสภา ผู้นำของทั้งสองฝ่ายกล่าวว่า พวกเขาหวังว่าจะสามารถผ่านกฎหมายได้ก่อนสุดสัปดาห์นี้ แต่ความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นจากการลงมติแก้ไขอาจทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้น

พรรครีพับลิกันกล่าวว่า นายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา และนายมิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาอาจจำเป็นต้องอนุญาตให้มีการลงมติในการแก้ไขเพิ่มเติมของพรรครีพับลิกันเพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว

ขณะที่การอภิปรายและการลงคะแนนในวุฒิสภาอาจยืดเยื้อไปจนถึงสุดสัปดาห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากวุฒิสมาชิกคนใดคนหนึ่งใน 100 คนพยายามชะลอการผ่านกฎหมาย

กฎหมายฉบับนี้ ไม่ส่งงผลกระทบต่อนโยบายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของนายไบเดนและกฎหมายพลังงานสีเขียว และการลดค่าใช้จ่ายและข้อกำหนดในการทำงานนั้นน้อยกว่าที่พรรครีพับลิกันต้องการอย่างมาก

พรรครีพับลิกันแย้งว่า การลดค่าใช้จ่ายจำนวนมากเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อควบคุมการเติบโตของหนี้ของประเทศซึ่งอยู่ที่ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์โดยประมาณเท่ากับผลผลิตทางเศรษฐกิจต่อปี

การจ่ายดอกเบี้ยสำหรับหนี้สินนั้น คาดว่าจะกินส่วนแบ่งงบประมาณที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากประชากรสูงอายุทำให้ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการเกษียณอายุสูงขึ้นตามการคาดการณ์ของรัฐบาล ขณะที่การลดการใช้จ่ายส่วนใหญ่จะมาจากการจำกัดการใช้จ่ายในโครงการภายในประเทศ เช่น ที่อยู่อาศัย การศึกษา การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และรูปแบบอื่นๆ ของการใช้จ่ายตาม “ดุลยพินิจ” การใช้จ่ายทางทหารจะได้รับอนุญาตให้เพิ่มขึ้นในอีกสองปีข้างหน้า.

บรูซ สปริงทีนส์ ร็อกเกอร์รุ่นใหญ่ พลาดหกล้มบนเวทีขณะแสดงคอนเสิร์ต (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698580

บรูซ สปริงทีนส์ ร็อกเกอร์รุ่นใหญ่ พลาดหกล้มบนเวทีขณะแสดงคอนเสิร์ต (คลิป)

1 มิ.ย. 2566 13:49 น.

บรูซ สปริงทีนส์ ร็อกเกอร์รุ่นใหญ่ พลาดหกล้มบนเวทีขณะแสดงคอนเสิร์ต (คลิป)

บรูซ สปริงทีนส์ ร็อกเกอร์รุ่นใหญ่ชาวอเมริกัน พลาดสะดุดบันไดหกล้มบนเวที ขณะแสดงคอนเสิร์ตที่อัมสเตอร์ดัม แต่ยังแสดงสปิริตลุกขึ้นแสดงต่อจนจบคอนเสิร์ต

อุบัติเหตุไม่คาดคิดดังกล่าวเกิดขึ้นบนเวทีคอนเสิร์ต ที่จัดขึ้นที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยในขณะที่ บรูซ สปริงทีนส์ ร็อกเกอร์ในตำนานวัย 73 ปี กำลังถือกีตาร์เดินก้าวขึ้นบันไดบนเวทีคอนเสิร์ต จู่ๆ เท้าของเขาก็ไปสะดุดเกี่ยวกับขั้นบันไดจนล้มลงกับพื้น ท่ามกลางเพื่อนนักดนตรีคนอื่นๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่กำกับเวทีที่รีบเข้ามาช่วยพยุงเข้าขึ้นมา โดยบรูซได้คว้าไมค์มาพูดเล่นว่า ฝันดีนะทุกคน ก่อนที่จะทำการแสดงต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนจบคอนเสิร์ต

ชมคลิป ที่นี่ 

ด้านผู้ชมคอนเสิร์ตครั้งนี้ต่างแสดงความชื่นชมในสปิริตของความเป็นศิลปิน ที่เขายังคงแสดงต่อไปจนจบได้ และดีใจที่นักร้องรุ่นใหญ่ไม่เป็นอะไรมาก

ในเวลานี้ สปริงทีนส์ และ เดอะ อี สตรีท แบนด์ กำลังอยู่ในระหว่างเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตอยู่ในยุโรป โดยจะไปแสดงที่ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี ซูริก เบอร์มิงแฮม ออสโล ลอนดอน เวียนนา มิวนิก และอังกฤษ

ส่วนในเดือนสิงหาคมนี้จะแสดงที่สหรัฐอเมริกา ก่อนจะทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศ ก่อนจะปิดท้ายการแสดงในวันที่ 10 ธันวาคม ที่เชส เซ็นเตอร์ ซานฟรานซิสโก.

ที่มา : CNN

รัสเซียยิงมิสไซล์โจมตีกรุงเคียฟ คร่าชีวิตเด็กอีก 2 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698538

รัสเซียยิงมิสไซล์โจมตีกรุงเคียฟ คร่าชีวิตเด็กอีก 2 ศพ

1 มิ.ย. 2566 11:43 น.

รัสเซียยิงมิสไซล์โจมตีกรุงเคียฟ คร่าชีวิตเด็กอีก 2 ศพ

รัสเซียยังโจมตีไม่หยุด ล่าสุดยังมิสไซล์โจมตีกรุงเคียฟตลอดทั้งคืน ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และมีเด็กเสียชีวิต 2 ศพและผู้ใหญ่เสียชีวิตอีก 1 ศพ

ทางการยูเครนเปิดเผยเหตุโจมตีด้วยจรวดมิสไซล์และโดรนที่มุ่งเป้าโจมตีกรุงเคียฟเมืองหลวงของประเทศเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้มีเด็กเสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ หนึ่งในนั้นอายุเพียง 5-6 ปี ขณะที่อีกรายอายุระหว่าง 12-13 ปี และผู้ใหญ่อีก 1 ศพ นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคนแต่ยังไม่สามารถระบุตัวเลขที่แน่ชัดได้ โดยการโจมตีครั้งล่าสุดเกิดขึ้นทางตะวันออกของเขตเดสซินยานสกี และดนีโปรพสกี

นับว่าการโจมตีของรัสเซียครั้งนี้เป็นรอบที่ 4 ภายในสัปดาห์เดียว หลังจากที่ตลอดเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีการพุ่งเป้าโจมตีมายังเมืองหลวงของยูเครนแล้วถึง 17 ครั้ง โดยส่วนใหญ่มุ่งโจมตีช่วงกลางคืน มีเพียงครั้งเดียวที่โจมตีในช่วงกลางวัน และมักจะใช้โดรนกามิกาเซ่ และขีปนาวุธทิ้งตัวเป็นอาวุธโจมตีหลัก

ทั้งนี้ ภาพถ่ายที่มีการเผยแพร่โดยทางกองทัพแสดงให้เห็นทีมกู้ภัยกำลังเร่งช่วยเหลือประชาชนและเห็นอาคารที่ถูกถล่มเสียหายจำนวนมาก

ด้านนายวิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีของกรุงเคียฟ ระบุว่า มีการโจมตีและเกิดการระเบิดต่อเนื่องหลายระลอกภายในเมือง ทำให้หน่วยกู้ภัยต้องทำงานอย่างหนักเพื่อเร่งรับมือกับซากปรักหักพังที่พังลงมาและไฟไหม้ โดยเบื้องต้นมีรายงานผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 14 คน ในจำนวนนี้มี 9 คนที่ต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล.

ที่มา : BBC

กองทัพทัพจีนกระชับมิตรเมียนมา-ซ้อมรบร่วมอิเหนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698524

กองทัพทัพจีนกระชับมิตรเมียนมา-ซ้อมรบร่วมอิเหนา

1 มิ.ย. 2566 10:37 น.

กองทัพทัพจีนกระชับมิตรเมียนมา-ซ้อมรบร่วมอิเหนา

เมื่อวันที่ 31 พ.ค. สื่อท้องถิ่นเมียนมารายงานว่า พล.อ.อาวุโส โซ วิน ผู้นำเบอร์ 2 ของกองทัพเมียนมาและตัวแทนของรัฐบาลเมียนมา ได้ให้การต้อนรับ พล.ต.หยาง หยาง รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรอง สังกัดคณะกรรมาธิการกองทัพส่วนกลาง สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่กรุงเนปิดอว์ โดยถือเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนคณะแรกที่เดินทางเยือนเมียนมา นับตั้งแต่เหตุรัฐประหาร 1 ก.พ.2564

ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวทางตัวแทนเมียนมาและจีนได้เจรจากันในเรื่องความร่วมมือในการสร้างสันติภาพ ความสงบ และโครงการพัฒนาสำหรับพื้นที่พรมแดน นับเป็นการพบปะระดับสูงอีกครั้ง หลังช่วงต้นเดือน พ.ค. นายฉิน กัง รมว.ต่างประเทศจีน ได้เดินทางเข้าพบ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลเมียนมา และประกาศเรียกร้องให้ประชาคมนานาชาติเคารพอธิปไตยของเมียนมา

ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ในขณะที่รัฐบาลเมียนมาถูกนานาชาติรังเกียจ ทางการจีนกลับรักษาสัมพันธ์กับเมียนมาอย่างต่อเนื่อง จีนมีโครงการความร่วมมือกับเมียนมาหลายโครงการภายใต้กรอบหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง เพื่อเชื่อมมณฑลยูนนานของจีนกับมหาสมุทรอินเดีย ขณะที่กลุ่มสิทธิอ้างว่า กองทัพเมียนมาได้นำเข้าอาวุธและยุทโธปกรณ์จากจีนนับตั้งแต่เหตุรัฐประหารเป็นมูลค่าแล้วกว่า 267 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 9,078 ล้านบาท และจีนยังให้การสนับสนุนกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังพยายามเป็นตัวกลางช่วยไกล่เกลี่ยระหว่างรัฐบาลเมียนมากับบังกลาเทศในเรื่องโครงการนำร่องนำชาวมุสลิมโรฮีนจา ผู้ลี้ภัยออกจากเมียนมาตั้งแต่ปี 2560 กลับสู่ภูมิลำเนาในรัฐยะไข่

วันเดียวกัน กระทรวงกลาโหมจีนเปิดเผยว่า กองทัพเรือจีนจะทำการส่งเรือพิฆาตจานเจียงและเรือฟริเกตซู่ชางรวม 2 ลำ เข้าร่วมปฏิบัติการฝึกซ้อมทางทะเลโคโมโด ระหว่างวันที่ 4-8 มิ.ย. ที่ประเทศเจ้าภาพอินโดนีเซีย บริเวณเกาะสุลาเวสี ทางภาคตะวันออก ขณะที่ทางการอินโดนีเซียเปิดเผยว่า ได้เชิญกองทัพเรือจาก 47 ประเทศเข้าร่วมการฝึกซ้อม ซึ่งรวมถึงประเทศสหรัฐฯ เกาหลีใต้ รัสเซีย และเกาหลีเหนือ

การฝึกซ้อมร่วมดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การเผชิญหน้าทางอิทธิพลระหว่างสหรัฐฯ-จีน โดยเฉพาะในพื้นที่ช่องแคบไต้หวันและทะเลจีนใต้ ซึ่งไม่นานมานี้ กองทัพสหรัฐฯได้แสดงความไม่พอใจความก้าวร้าวของจีน หลังเครื่องบินรบอเนกประสงค์จีนบินปาดหน้าเครื่องบินลาดตระเวนของสหรัฐฯ เหนือน่านฟ้าทะเลจีนใต้.

“ปูติน” รับระบบป้องกันต้องปรับปรุง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698521

"ปูติน" รับระบบป้องกันต้องปรับปรุง

1 มิ.ย. 2566 10:33 น.

“ปูติน” รับระบบป้องกันต้องปรับปรุง

จากกรณีเหตุการณ์โดรนฆ่าตัวตายโจมตีกรุงมอสโกของรัสเซียรอบใหม่ ซึ่งเป็นการโจมตีครั้งที่ 2 ต่อจากการโจมตีพระราชวังเครมลินช่วงต้นเดือน พ.ค. นั้น นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้กล่าวว่า เป็นการโจมตีเพื่อข่มขู่พลเมืองชาวรัสเซีย ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าเป็นการก่อการร้ายของทางยูเครน แต่รัสเซียไม่เหมือนกับยูเครนที่โจมตีอาคารพลเรือน เราโจมตีเป้าหมายทางการทหารด้วยอาวุธที่แม่นยำ

นายปูตินยังยอมรับว่าระบบต่อต้านอากาศยานของรัสเซียทำหน้าที่ได้ในระดับพอใช้ระหว่างการโจมตีครั้งล่าสุดนี้ ยังมีจุดที่ต้องพัฒนากันอีก ส่วนตัวมองว่า ยูเครนต้องการให้เราทำการตอบโต้ในลักษณะเดียวกัน รัสเซียขอดูก่อนว่าจะทำอะไรได้บ้าง แต่สำหรับชาวยูเครนที่ไม่สามารถออกความเห็นอะไรได้ก็คงรับรู้กันดีว่ารัฐบาลยูเครนที่อยู่ในอำนาจต้องการจะนำประเทศไปสู่จุดใด ส่วนกรณีที่มีรายงานว่า กองทัพรัสเซียได้ตอบโต้ด้วยการยิงจรวดถล่มศูนย์บัญชาการข่าวกรองของยูเครนในกรุงเคียฟนั้น นายปูตินกล่าวว่า เราได้มีการหารือความเป็นไปได้ที่จะทำการโจมตีใส่หน่วยงานที่มีอำนาจตัดสินใจของยูเครน และแน่นอนว่าย่อมรวมถึงศูนย์บัญชาการหน่วยข่าวกรอง ซึ่งเท่าที่ทราบก็คือศูนย์ดังกล่าวถูกยิงถล่มไปแล้ววันก่อน.

ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ท้ารบ Woke

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2698517

ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ท้ารบ Woke

1 มิ.ย. 2566 10:25 น.

ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ท้ารบ Woke

เมื่อวันที่ 31 พ.ค. นายรอน ดีซานติส ผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรคฝ่ายค้านรีพับลิกัน คู่แข่งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า จะได้รับคะแนนเสียงจากกลุ่มคนที่ปกติแล้วจะไม่เลือกพรรครีพับลิกัน พร้อมประกาศจุดยืนว่า จะทำการกำราบแนวคิดเสรีนิยมซ้ายจัดในสหรัฐฯ และจะทำให้อุดมการณ์ “เบิกเนตร” หรือโว้ค (Woke) หรือแนวคิดสนับสนุนอย่างสุดโต่งและเกินพอดีในเรื่องคนข้ามเพศ ผิวสี เชื้อชาติอยู่ยัดใส่ถังขยะประวัติศาสตร์ อีกทั้งเชื่อว่าจะชนะนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯจากพรรคเดโมแครตในศึกเลือกตั้ง 2567 และตนจะเป็นผู้นำสหรัฐฯจนครบ 2 สมัย 8 ปี.