ละครเวทีเฉลิมพระเกียรติ 100 ปี สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734449

ละครเวทีเฉลิมพระเกียรติ 100 ปี สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ

ละครเวทีเฉลิมพระเกียรติ 100 ปี สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เนื่องในโอกาสครบปีที่ 100 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ วัดป่าสิริ
วัฒนวิสุทธิ์ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ร่วมกับ วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จัดแสดงละครเวทีเฉลิมพระเกียรติ เพื่อน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงรับวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ เป็นวัดในพระองค์ รวมทั้งองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศยกย่องทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก

ในวาระอันเป็นมงคลทั้ง 2 ประการที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงมีพระชันษาครบ 100 ปี และทรงได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกในครั้งนี้ คณะกรรมการวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ น้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย จึงได้จัดโครงการละครเวทีเฉลิมพระเกียรติขึ้น โดยสานต่อพระจริยวัตรด้านวรรณกรรม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการพัฒนาเยาวชนนักเขียนจากโครงการอโณทัยและโครงการชิดตะวัน ของวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ โดยนำเนื้อหาจากบทนวนิยายเรื่อง Moowis ตำรวจออนไลน์กับหลากหลายคดีพิศวง ดัดแปลงวรรณกรรมที่ได้รับการประพันธ์ขึ้นใต้ร่มบวร โดย กรวิก จันทรวงศ์ สู่การสร้างสรรค์ละครเวทีเฉลิมพระเกียรติ เรื่อง “Moowis จิต.อสูญ” จัดแสดงรอบปฐมทัศน์ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2566 เวลา 15.00 น. โดยมี พลตำรวจโทประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์, สุมนา อภินรเศรษฐ์ รองประธานวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ พร้อมคณะกรรมการ, ดร.เริงศักดิ์ แก้วเพ็ชร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาสังคม ศิลปวัฒนธรรม และสิทธิประโยชน์ มหาวิทยาลัยรังสิต, ศัลยา สุขะนิวัตติ์, พัชรา มาดล, พันเอกหญิงอุษากรณ์ จันทรวงศ์ กรรมการและเลขานุการวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ พร้อมด้วยคณะศิษย์วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ ฯลฯ มาร่วมชม ณ ห้องออดิทอเรียม อาคาร 15 วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

ละครเวทีเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ เกิดจากการประสานงานร่วมกันของคณะกรรมการโครงการอโณทัยและโครงการ
ชิดตะวันของวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯดัดแปลงวรรณกรรมของโครงการเข้าสู่บทละครเวที โดยคณาจารย์วิทยาลัยคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นผู้วางแผนกระบวนการทำงาน ปฏิบัติการ ตลอดจนการฝึกซ้อมและกำกับ นำแสดงโดย ไมค์-ปณิธาน พลัดเต้ ฟลุ๊คจ์-พงศภัทร์ กันคำ และ ดิน-ธีระภัทร์ เรืองฤทธิ์กุล ดัดแปลงบทและกำกับการแสดงโดย อภิสิทธิ์ สี่ และเป็นครั้งแรกของละครเวทีที่สื่อสารด้วยกลิ่นให้ผู้ชมเปิดสัมผัสจินตนาการการรับรู้แห่งสภาวะธรรมโดย 3 นักปรุงกลิ่นระดับประเทศจากสมาคมสุคนธกรไทย (Thai Perfumer)

ละครเวทีเฉลิมพระเกียรติ “Moowis จิต.อสูญ” จัดแสดงเสร็จสิ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 26-28 พฤษภาคม 2566 รายได้จากการจำหน่ายบัตรจะนำไปสมทบทุนบริจาคเพื่อการกุศลต่อไป

สุมนา อภินรเศรษฐ์ รองประธานวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะหน้าพระรูป

สุมนา อภินรเศรษฐ์ รองประธานวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะหน้าพระรูป

สุมนา อภินรเศรษฐ์ มอบของที่ระลึกแก่ พลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์

สุมนา อภินรเศรษฐ์ มอบของที่ระลึกแก่ พลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์

พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์, พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข, สุมนา อภินรเศรษฐ์

พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์, พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข, สุมนา อภินรเศรษฐ์

สุมนา อภินรเศรษฐ์ มอบพระพุทธเมตตาโสทรเชษฐภคินี แก่ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

สุมนา อภินรเศรษฐ์ มอบพระพุทธเมตตาโสทรเชษฐภคินี แก่ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

สุมนา อภินรเศรษฐ์ มอบพระพุทธโสธร แก่ ดร.เริงศักดิ์ แก้วเพ็ชร
ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยรังสิต

สุมนา อภินรเศรษฐ์ มอบพระพุทธโสธร แก่ ดร.เริงศักดิ์ แก้วเพ็ชร ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยรังสิต

กรวิก จันทรวงศ์, ดร.เริงศักดิ์ แก้วเพ็ชร, สมนึก งามนิธิพร, พล.อ.เทพพงศ์
ทิพยจันทร์, พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข, สุมนา อภินรเศรษฐ์, ฉัตรนิธิศวร์ จันทาพูน, ชลิดา คุณาลัย, รุจิรา ตระกูลยิ่งเจริญ, ผศ.วรวุฒิ อ่อนน่วม

กรวิก จันทรวงศ์, ดร.เริงศักดิ์ แก้วเพ็ชร, สมนึก งามนิธิพร, พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์, พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข, สุมนา อภินรเศรษฐ์, ฉัตรนิธิศวร์ จันทาพูน, ชลิดา คุณาลัย, รุจิรา ตระกูลยิ่งเจริญ, ผศ.วรวุฒิ อ่อนน่วม

ณภาภัทร เจริญพฤกษาชาติ, นิตย์ นาครัตน์, พ.อ.หญิง อุษากรณ์ จันทรวงศ์,
ผศ.วรวุฒิ อ่อนน่วม, สุมนา อภินรเศรษฐ์, พัชรา มาดล, วงสินี เรืองเล็ก, รัศมี นนทะสินธุ์, พ.ต.ท.ธงไชย วัฒนะกีวงศ์

ณภาภัทร เจริญพฤกษาชาติ, นิตย์ นาครัตน์, พ.อ.หญิง อุษากรณ์ จันทรวงศ์, ผศ.วรวุฒิ อ่อนน่วม, สุมนา อภินรเศรษฐ์, พัชรา มาดล, วงสินี เรืองเล็ก, รัศมี นนทะสินธุ์, พ.ต.ท.ธงไชย วัฒนะกีวงศ์

สุกุลพัฒน์ สุคันธารุณ, พ.อ.หญิง อุษากรณ์ จันทรวงศ์,
นาตยา สุคันธารุณ, สุมนา อภินรเศรษฐ์, ศัลยา สุขะนิวัตติ์,
พัชรา มาดล

สุกุลพัฒน์ สุคันธารุณ, พ.อ.หญิง อุษากรณ์ จันทรวงศ์, นาตยา สุคันธารุณ, สุมนา อภินรเศรษฐ์, ศัลยา สุขะนิวัตติ์, พัชรา มาดล

กรวิก จันทรวงศ์,จิรภาส โอภาสเพิ่มพงศ์, พงศภัทร์ กันคำ, ธีระภัทร์ เรืองฤทธิ์กุล, ปณิธาน พลัดเต้,
อภิสิทธิ์ สี่, สุมนา อภินรเศรษฐ์, ผศ.วรวุฒิ อ่อนน่วม, เกียรติสุดา ภิรมย์, ฉัตรนิธิศวร์ จันทาพูน,
ชลิดา คุณาลัย,รุจิรา ตระกูลยิ่งเจริญ,อ.อรรจน์ จินดาพล

กรวิก จันทรวงศ์,จิรภาส โอภาสเพิ่มพงศ์, พงศภัทร์ กันคำ, ธีระภัทร์ เรืองฤทธิ์กุล, ปณิธาน พลัดเต้, อภิสิทธิ์ สี่, สุมนา อภินรเศรษฐ์, ผศ.วรวุฒิ อ่อนน่วม, เกียรติสุดา ภิรมย์, ฉัตรนิธิศวร์ จันทาพูน, ชลิดา คุณาลัย,รุจิรา ตระกูลยิ่งเจริญ,อ.อรรจน์ จินดาพล


สุมนา อภินรเศรษฐ์ กับ คณะหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หน่วยตำรวจพลร่มนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มาชมการแสดง

สุมนา อภินรเศรษฐ์ กับ คณะหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หน่วยตำรวจพลร่มนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี มาชมการแสดง

กรรณิการ์ ไผทฉันท์ ผอ.รร.สตรีศรีสุริโยทัย พร้อมด้วย สมบัติ
เอกเชี่ยวชาญ รองผอ. และ สุทธิชัย รักษ์เกียรติสกุล ที่ปรึกษาสภา นร.
นำกลุ่มสภานักเรียนโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย มาชมการแสดง

กรรณิการ์ ไผทฉันท์ ผอ.รร.สตรีศรีสุริโยทัย พร้อมด้วย สมบัติ เอกเชี่ยวชาญ รองผอ. และ สุทธิชัย รักษ์เกียรติสกุล ที่ปรึกษาสภา นร. นำกลุ่มสภานักเรียนโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย มาชมการแสดง

นักแสดง ภักดิ์ภูมิ จิตต์พิสุทธิ์สิริ (ริว), จันทณิสา
เตมิยาคาร (นีน่า), ขวัญตา ขันธ์รัตน์ กับ สุมนา
อภินรเศรษฐ์ และ อภิสิทธิ์ สี่ ผู้กำกับการแสดง

นักแสดง ภักดิ์ภูมิ จิตต์พิสุทธิ์สิริ (ริว), จันทณิสา เตมิยาคาร (นีน่า), ขวัญตา ขันธ์รัตน์ กับ สุมนา อภินรเศรษฐ์ และ อภิสิทธิ์ สี่ ผู้กำกับการแสดง

สุมนา อภินรเศรษฐ์ แจกหนังสือแก่นักเรียนที่เข้าชมละครเวทีเฉลิมพระเกียรติฯ

สุมนา อภินรเศรษฐ์ แจกหนังสือแก่นักเรียนที่เข้าชมละครเวทีเฉลิมพระเกียรติฯ

สุมนา อภินรเศรษฐ์ มอบช่อดอกไม้แก่
อ.อรรจน์ จินดาพล

สุมนา อภินรเศรษฐ์ มอบช่อดอกไม้แก่ อ.อรรจน์ จินดาพล

สยามยอชท์คลับเปิดประสบการณ์ 4 Hands Dinner กับ 2 เชฟดัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734417

สยามยอชท์คลับเปิดประสบการณ์ 4 Hands Dinner กับ 2 เชฟดัง

สยามยอชท์คลับเปิดประสบการณ์ 4 Hands Dinner กับ 2 เชฟดัง

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สยามยอชท์คลับ ร้านอาหารและบาร์แห่งใหม่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โรงแรม รอยัล ออคิด เชอราตัน ชวนเหล่านักชิมมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างของการรับประทานอาหาร กับเซตเมนูสุดพิเศษในงาน “4 Hands Dinner Collaboration” จาก 2 เชฟดังด้านอาหารตะวันตกมากประสบการณ์ ที่จะมาแท็กทีมกับ เชฟนุ-ณัฐชยพงษ์ หอมสมบัติโชตหัวหน้าพ่อครัวของสยามยอชท์คลับ เพื่อนำเสนอความอร่อยรูปแบบใหม่ ในวันที่ 8 มิถุนายน และที่ 22 มิถุนายน 2566 เพียงสองวันเท่านั้น

วันที่ 8 มิถุนายน 2566 จะเป็นการร่วมมือกันระหว่าง เชฟนุ จากสยามยอชท์คลับ กับ เชฟจูเลี่ยน เลอ เบรตัน (Julien Le Breton) Executive Chef จากร้านคลองไผ่ฟาร์ม และผู้ชนะการแข่งขันด้านอาหารตะวันตก ในรายการเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย ปี 2563 ทั้งคู่จะมารังสรรค์อาหารมื้อค่ำสุดพิเศษในรูปแบบเซตดินเนอร์ 5 คอร์ส แบบจานต่อจานให้ได้ลิ้มลอง

เริ่มต้นเรียกน้ำย่อยด้วยเมนูไฮไลท์จาก เชฟนุ กับ SYC of Smoked Trout Beignets (เนื้อปลาเทราท์รมควันเสิร์ฟกับตะไคร้ คาเวียร์ ขิงและซิตรัสเจล) และ Ravioli จาก เชฟจูเลี่ยน ต่อด้วยอาหารจานหลักโดยเชฟนุ กับเมนู Monk fish and Foie Gras Torchon และเมนู Klong Phai Farm Green Label Chicken Breast (อกไก่ราดซอสมะขามเสิร์ฟกับฟักทองบัตเตอร์นัทและซอสไก่) โดยเชฟจูเลี่ยน ตบท้ายด้วยของหวานแสนอร่อยในสไตล์สยามยอชท์คลับกับ SYC TropicalPavlova (พัฟโลวาผลไม้รวม)

นอกจากนี้ ยังเอาใจคอไวน์ด้วย Wine Pairing ที่จับเข้าคู่แต่ละเมนูเพื่อเพิ่มอรรถรสของอาหารมากยิ่งขึ้นกับไวน์ Pete’s Pure ไวน์โลกใหม่นำเข้าจากออสเตรเลียที่เป็นซิกเนเจอร์ของสยามยอชท์คลับ ได้แก่ โปรเซคโก้ (Prosecco) โซวีญง บล็อง (Sauvignon Blanc) กาแบร์เน โซวีญง(Cabernet Sauvignon) และ มอสคาโต้ (Moscato)

สำหรับในวันที่ 22 มิถุนายน 2566 พบกับเชฟ Freddy Loaec (เชฟเฟรดดี้) Executive Chef จากร้าน Victoria by Cocotte (วิคทอเรีย บาย โคคอต) ที่มาร่วมกับเชฟนุ แห่งสยามยอชท์คลับ เพื่อเนรมิตเมนูสุดพิเศษได้มาเปิดประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ไม่เหมือนใคร

4 Hands เซตดินเนอร์ 5 คอร์ส ราคา 2,500++ บาท/ท่าน (เฉพาะอาหาร) สำหรับ Wine Pairing ราคา 1,000++บาท/ท่านข้อเสนอพิเศษสำหรับการสั่งซื้อออนไลน์ ในราคา 2,000 บาทสุทธิต่อท่าน เมื่อสั่งซื้อผ่านทาง LINE MyShop และสั่งซื้อสำหรับ 4 ท่านในราคาปกติผ่านทาง Megatix รับฟรีWine Pairing สำหรับทุกคน สมาชิกคลับแมริออทรับส่วนลดพิเศษ 20% เฉพาะค่าอาหาร สั่งซื้อออนไลน์หรือจองที่นั่งล่วงหน้าได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 7 มิถุนายน 2566 (เซตดินเนอร์มื้อค่ำเริ่มเสิร์ฟเวลา 18.00 น.) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือ สำรองที่นั่ง 02-2660123 หรือ https://www.sycbangkok.com/
อีเมล siamyachtclub@sheraton.com

เปิดสัปดาห์โรคหลอดลมเรื้อรัง จุฬาฯ 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734428

เปิดสัปดาห์โรคหลอดลมเรื้อรัง จุฬาฯ 2566

เปิดสัปดาห์โรคหลอดลมเรื้อรัง จุฬาฯ 2566

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทย ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยหน่วยโรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤต ฝ่ายอายุรศาสตร์ ได้จัดกิจกรรม “สัปดาห์โรคหลอดลมเรื้อรัง จุฬาฯ 2566” ณ โถงชั้น M อาคารัตนวิทยาพัฒน์

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยหน่วยโรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤต ฝ่ายอายุรศาสตร์ ได้จัดกิจกรรม “สัปดาห์โรคหลอดลมเรื้อรัง จุฬาฯ2566” พร้อมทั้งมีงานเสวนาให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับโรคหลอดลมเรื้อรัง เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าใจเกี่ยวกับโรคและการรักษาที่เหมาะสม รวมไปถึงการปฏิบัติตนอย่างถูกวิธีในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีปัญหามภาวะทางอากาศ และการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อันเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในกลุ่มหลอดลมเรื้อรังมากขึ้น และกลุ่มโรคเหล่านี้มีความสำคัญ ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมจะทำให้ผู้ป่วยมีสมรรถภาพปอดแย่ลงในระยะยาว ดังนั้นเราจึงให้ความสำคัญในการให้ความรู้แก่ประชาชนได้เข้าใจเกี่ยวกับตัวโรคอันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไปในวงกว้าง

ศ.นพ.ณัฐพงษ์ เจียมจริยธรรม หัวหน้าหน่วยโรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตการหายใจ ฝ่ายอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์กล่าวว่า

โรคหลอดลมเรื้อรัง คือกลุ่มโรคที่เกิดจากความผิดปกติของหลอดลม อาจจะเกิดจากการอักเสบเรื้อรัง หรือเกิดจากการที่ผนังหลอดลมผิดปกติ หรือมีการอุดกั้นของหลอดลม คนไข้กลุ่มนี้เมื่อได้รับมลพิษทางอากาศ หรือติดเชื้อโควิด จะทำให้มีอาการเด่นชัดขึ้นหรืออาการกำเริบได้ ตัวอย่างโรคหลอดลมเรื้อรังที่พบบ่อย เช่น โรคหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดลมโป่งพอง อาการของโรคหลอดลมเรื้อรัง ที่พบบ่อยคือ ไอ อาจจะมีหรือไม่มีเสมหะ เหนื่อย ทำกิจวัตรประจำวันได้ลดลง บางครั้งได้ยินเสียงหวีดออกจากทรวงอก ถ้ามีอาการติดต่อกันควรมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติม

สำหรับการจัดงาน สัปดาห์โรคหลอดลมเรื้อรัง จุฬาฯ 2566 ที่ผ่านมา มีนิทรรศการให้ความรู้ และเปิดให้ประชาชนได้ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย มีการแข่งขันตอบปัญหาวิชาการเรื่องโรคหลอดลมในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ครั้งที่ 1 และเสวนาเกี่ยวกับเรื่องโรคหลอดลมเรื้อรังในหัวข้อ“รู้ไว้ ใส่ใจ ป้องกัน” จากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และมีบริการตรวจวัดมวลกล้ามเนื้อ-ไขมัน ตรวจสมรรถภาพปอดฟรี เป็นต้น

นวัตกรรม Anting-Aging ตอบโจทย์สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734425

นวัตกรรม Anting-Aging ตอบโจทย์สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นวัตกรรม Anting-Aging ตอบโจทย์สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แพทย์เผยปัญหาน้ำหนักตัวพุ่งในกลุ่มประชากรอายุน้อยมีแนวโน้มสูงขึ้นรวมถึงปัญหาด้านสุขภาพที่มาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันน่าเป็นห่วง พร้อมแนะนวัตกรรม Anting-Aging ตอบโจทย์สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ใช้แค่ Lifespan แต่ต้องมี Healthspan ที่ดี

นายแพทย์ต่อศักดิ์ ทิพย์ไพโรจน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพิเศษการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม แห่ง APEX Wellness แชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับ เทรนด์สุขภาพครบวงจรแบบยั่งยืนที่สอดคล้องกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเปิดเผยว่า “หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พบว่าแนวโน้มด้านการดูแลสุขภาพมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกพฤติกรรมประชาชนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น เริ่มจากการดูแลภายในเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงเพื่อป้องกันจากไวรัสใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นศาสตร์การชะลอวัยหรือ Anti-Aging จึงเป็นศาสตร์ทางการแพทย์ที่หลายคนหันมาสนใจมากขึ้น เนื่องจากเป็นการดูแลสุขภาพจากภายใน ไม่ใช่ได้ผลแค่การชะลอวัยแต่เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่มีคุณภาพต่อชีวิต

โดยนพ.ต่อศักดิ์ ได้เผยถึงแนวทางการฟื้นฟูสุขภาพแนวใหม่ว่า มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพโดยหาสาเหตุของโรคและปัญหาสุขภาพ ไม่ใช่แค่การรักษาอาการที่แสดงออกมาในขณะนั้น ต้องพิจารณาดูรายละเอียดประกอบ อาทิ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างละเอียด การรับประทานอาหาร รูปแบบการดำเนินชีวิตและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยสร้างแผนการดูแลสุขภาพให้เหมาะสมกับตนเองนำไปสู่การวินิจฉัยและวางแผนแนวทางในการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคลด้วยนวัตกรรมด้านการฟื้นฟูสุขภาพนำสมัย รวมถึงแนวทางอื่นๆ ในการชะลอวัยและดูแลสุขภาพโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง อาทิ การใช้เทคโนโลยีออกซิเจนบำบัดเพื่อเติมเต็มความสดชื่น ฟื้นฟูเซลล์ในร่างกายระดับลึก หรือการใช้วิตามินและสารอาหารเฉพาะบุคคลเพื่อเติมเต็มสารอาหารในร่างกายที่พร่องไปให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่เป็นการดูแลสภาวะความเป็นอยู่อย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีในร่างกายที่สมบูรณ์”

“และในส่วนที่เป็นปัญหาของหลายๆ คนที่เชื่อมโยงกับสุขภาพ นั่นคือการมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน และที่น่าตกใจ ประชากรอายุน้อยมีแนวโน้มน้ำหนักตัวสูงขึ้น สาเหตุมาจากหลากหลายปัจจัย อาทิ พันธุกรรม พฤติกรรมการรับประทานอาหาร ไม่เลือกรับประทาน กินตามรีวิวหรือสิ่งที่ชอบ ขาดการใส่ใจสุขภาพ สำหรับปัญหาน้ำหนักตัวเกินจึงเกิดขึ้น โดยบางคนก็มีสภาวะลดยากไม่ประสบความสำเร็จ นับเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตประจำวัน และยังก่อให้เกิดโรคหลากหลายชนิดตามมา โดยรวมกลุ่มที่มีปัญหาจะมีน้ำหนักตัวเกินมากกว่า 27 BMI ซึ่งจะก่อเกิดโรคเรื้อรัง อาทิ ไขมันในเลือดสูง โรคความดันสูง การสะสมไขมันในตับ โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ระบบเสื่อมระบบประสาท โรคข้อ รวมไปถึงโรคมะเร็ง”

นายแพทย์ต่อศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ในปี 2023 นวัตกรรมการฟื้นฟูสุขภาพองค์รวมเทคโนโลยีเข้ามาเสริมทัพเพื่อดูแลสุขภาพรอบด้าน ส่วนน้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐาน มีการพัฒนาเข้ามาตอบโจทย์ การลดน้ำหนักภายใต้การดูแลโดยแพทย์ จึงเป็น จิ๊กซอว์สำคัญขั้นตอนการรักษาตามศาสตร์ Anti-Aging แพทย์จะเริ่มสอบถามประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้นเพื่อหาสาเหตุให้ได้ก่อน จากนั้นมีการตรวจร่างกาย การตรวจทางห้องปฏิบัติการและการใช้เทคโนโลยีในการตรวจวิเคราะห์ และสู่ขั้นตอนการเริ่มวางแผนการรักษา ซึ่งจะต้องดูแลตั้งแต่การให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ นับว่าเป็นการดูแลสุขภาพและรูปร่างแบบองค์รวมอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์การทำงานของผม แนวทางรักษาชะลอวัยเพื่อไม่ให้อวัยวะในร่างกายเสื่อมควบคู่กับปัญหาน้ำหนักตัวเกิน ในยุคนี้การดูแลรักษาไม่ใช่แค่เฉพาะโรค สามารถเชื่อมโยงองค์ประกอบด้านAnti-Aging ควบคู่เพื่อวิเคราะห์การรักษาปัญหาของโรคได้อย่างเชิงลึก ทุกท่านสามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ชีวิตมีความสุขและมีอายุยืนยาวแบบยั่งยืน”

คณะวิทย์ มธ. เขย่าวงการแฟชั่นสิ่งทอ สู่แฟชั่นไอคอนบนรันเวย์ กับผลงาน‘De (Sign) Scientist นักวิทย์แฟชั่นสิ่งทอยุคเป็ดพรีเมียม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734372

คณะวิทย์ มธ. เขย่าวงการแฟชั่นสิ่งทอ สู่แฟชั่นไอคอนบนรันเวย์  กับผลงาน‘De (Sign) Scientist นักวิทย์แฟชั่นสิ่งทอยุคเป็ดพรีเมียม’

คณะวิทย์ มธ. เขย่าวงการแฟชั่นสิ่งทอ สู่แฟชั่นไอคอนบนรันเวย์ กับผลงาน‘De (Sign) Scientist นักวิทย์แฟชั่นสิ่งทอยุคเป็ดพรีเมียม’

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะวิทย์ มธ. เขย่าวงการแฟชั่นสิ่งทอ สู่แฟชั่นไอคอนบนรันเวย์

กับผลงาน‘De (Sign) Scientist นักวิทย์แฟชั่นสิ่งทอยุคเป็ดพรีเมียม’

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SCI-TU) หรือคณะวิทย์ มธ. เผยความงดงามสุดวิจิตรของ 3 งานศิลป์ชุดผ้าพื้นถิ่นผลงานการรังสรรค์โดย “De (Sign) Scientist-นักวิทย์สิ่งทอยุคเป็ดพรีเมียม” โดยนักศึกษาจากสาขาวิชาเทคโนโลยีวัสดุและสิ่งทอ ที่ขมวดรวมความรู้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสิ่งทอ และการออกแบบแฟชั่น มาสร้างสรรค์ผลงานตั้งแต่การคิดค้นเนื้อผ้า การออกแบบที่อัดแน่นด้วยไอเดียการสวมใส่ ให้คงความเอกลักษณ์พื้นถิ่น แต่มีความร่วมสมัย ซึ่งกวาดหลายรางวัลจากเวทีแฟชั่นผ้าพื้นถิ่นระดับประเทศมาแล้ว

อาจารย์ ดร.ธนิกา หุตะกมล อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีวัสดุและสิ่งทอคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SCI-TU) หรือคณะวิทย์ มธ. กล่าวว่า สาขาวิชาเทคโนโลยีวัสดุและสิ่งทอ คณะวิทย์ มธ. เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ที่ใช้ผ้าไทยพื้นถิ่นเป็นโจทย์ให้นักศึกษาได้ค้นคว้าตามความสนใจ โดยใช้องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และแฟชั่นสิ่งทอ ที่มีจุดเด่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้เรียนสาขาวิชาเทคโนโลยีวัสดุและสิ่งทอคณะวิทย์ฯ มธ. คือ “De (Sign) Scientist-นักวิทย์สิ่งทอยุคเป็ดพรีเมียม” ที่ผสานความรู้ที่หลากหลาย นำไปออกแบบผลงานและมีเรื่องราวที่น่าสนใจ ซึ่งจากโจทย์ในห้องเรียนดังกล่าว ทำให้ได้ 3 ผลงานเด่นคือ “เพชรเมืองรอง” ผลงานการเจียระไนเพชรน้ำงาม “ผ้าทอลายแพรวา” เสน่ห์แห่งผ้าพื้นถิ่นกาฬสินธุ์สู่ผ้าไทยสไตล์โมเดิร์น หวังกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง พร้อมเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ใส่ได้ทุกวัน ผลงาน “Iconic of Female Warrior” ความลงตัวของการออกแบบและถักทอสุดวิจิตร ยกระดับผ้าไทยพื้นถิ่นให้เรียบหรู-นุ่มนวลเมื่อสวมใส่ และ “River of Glory” ผลงานการขมวดรวมของวิทย์และศิลป์ บนผ้าผืน ฉายภาพ “แม่น้ำแห่งความรุ่งโรจน์” สมัยการทำพันธมิตรทางการค้าไทย-ยุโรป สมัยรัชกาลที่ 5

นายพอร์ชพิพัชญ์ สอนชัยภูมิ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาเทคโนโลยีวัสดุและสิ่งทอ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SCI-TU) เผยถึงผลงาน “เพชรเมืองรอง” ว่า ด้วยเล็งเห็นถึงเสน่ห์ของ “ผ้าทอลายแพรวา” เพชรน้ำงามของผ้าผืนถิ่นในเมืองรองอย่าง จ.กาฬสินธุ์ จึงตั้งใจหยิบยกผ้าดังกล่าวมาออกแบบในสไตล์โมเดิร์น ผ่านการนำผ้าทอพื้นมาออกแบบให้มีความเหลื่อมของลายผ้า เพื่อให้เกิดเส้นนำสายตาและเสริมบุคลิกแก่ผู้สวมใส่ โดยตั้งใจเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ในการเลือกสวมใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวันพร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในเมืองรอง อย่างไรก็ดี สำหรับการเรียนในหลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสิ่งทอ ถือเป็นความลงตัวของศาสตร์ด้าน “วิทย์-ศิลป์-ดีไซน์” ทำให้ตนรู้ลึกเรื่องถิ่นที่มาของเส้นใย วัสดุสิ่งทอ เทคนิคการย้อม ความยั่งยืนและทางรอดของสิ่งทอ ตลอดจนได้รับกระบวนการคิดและวางแผนการทำงานที่เป็นระบบ ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับการเรียนและการใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี

นางสาวอุษณียาภรณ์ ลุนกำพี้ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาเทคโนโลยีวัสดุและสิ่งทอ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SCI-TU) เผยว่า ผลงาน “Iconic of Female Warrior” ได้รับแรงบันดาลใจจากการแต่งกายของวีรสตรียุคกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่สมัยนั้นผู้หญิงไทยเน้นสวมใส่ตะเบงมานเพื่อความคล่องตัวเสมือนนักรบ ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังภาวะสงคราม โดยได้เลือกใช้ผ้าลายประยุกต์ อัตลักษณ์ของผ้าพื้นถิ่นในภาคอีสาน มาผ่านกระบวนการการหมักโคลน เพื่อลดทอนความกระด้างของผ้า พร้อมถักทอด้วยลวดลายวิจิตรตระการตาและอ่อนช้อย จากนั้นใช้การจับหน้านางด้วยผ้าผืนเดียวที่ให้ความรู้สึกเรียบหรูและไม่ระคายผิวเมื่อสวมใส่โดยมี นายพอร์ชพิพัชญ์ สอนชัยภูมิ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 เป็นเพื่อนร่วมทีม ทั้งนี้ ผลงานดังกล่าวสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จากโครงการ “รัตนาศรีแผ่นดินเทิดพระเกียรติ” ในการสืบสาน รักษา อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม การแข่งขัน 3 ศาสตร์ 2 ระดับครั้งที่ 1 ในหัวข้อ “การแข่งขันเครื่องนุ่งห่ม(ผ้าพื้นถิ่น)” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา

ด้าน นางสาวแก้วทิพย์ เรืองฉาย นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาเทคโนโลยีวัสดุและสิ่งทอ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SCI-TU) เผยว่าผลงาน River of Glory หรือ “แม่น้ำแห่งความรุ่งโรจน์” ผ่านการ
คิดค้นและออกแบบร่วมกับ นางสาวธนภรณ์ ฉิมนาม นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการแต่งกายของชาวบ้านในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่มีการจับจีบผ้าส่วนหน้า ม้วนเข้ากับผ้าบริเวณอกพาดผ้าที่บ่าและทิ้งชายผ้าลงคล้ายกับสายน้ำที่ไหลแบบไม่มีที่สิ้นสุด เปรียบเสมือน “อู่ข้าวอู่น้ำ” นับเป็นการแต่งกายเชิงสัญลักษณ์ของการทำพันธมิตรทางการค้าร่วมกับยุโรป ในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่มีการค้าขายด้วยการเดินเรือมาทางน้ำ ทั้งนี้ สิ่งที่ได้รับจากการเรียนในหลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสิ่งทอ ทำให้ได้ทักษะการเป็นคนช่างสังเกต มีเทคนิคการจับจีบผ้า มีพื้นฐานความรู้ในการเลือกเนื้อผ้าให้พลิ้วไหวและตรงคอนเซ็ปต์มากขึ้น

“สิ่งทอไทย ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมทรงคุณค่า ยกระดับวัตถุดิบพื้นถิ่นไทย กระจายรายได้สู่ชุมชนทั้งยังเป็นหนึ่งใน Soft Power สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ได้ต่อเนื่อง ด้วยความสมบูรณ์ในกระบวนการผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมถึงแรงงานฝีมือศักยภาพสูง จึงเป็นผลให้ผลิตภัณฑ์สิ่งทอไทยได้รับการยอมรับมาตรฐานระดับนานาชาติ” อาจารย์ ดร.ธนิกา กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สนใจศึกษาต่อใน “หลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสิ่งทอ” สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.tuadmissions.in.th, https://www.facebook.com/SciTU/ หรือติดต่อ 02-5644490 ต่อ 2094 และเตรียมพบกับโฉมใหม่ของการเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่คณะวิทย์มธ. พร้อมจับมือคนรุ่นใหม่ก้าวสู่ปรากฏการณ์การเรียนวิทย์ยุคใหม่ เร็วๆ นี้

ไฟเซอร์ ประเทศไทย ลงนามMOUศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของแพทย์ ยกระดับพร้อมขับเคลื่อนวิชาชีพเวชกรรมยุคดิจิทัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734427

ไฟเซอร์ ประเทศไทย ลงนามMOUศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของแพทย์  ยกระดับพร้อมขับเคลื่อนวิชาชีพเวชกรรมยุคดิจิทัล

ไฟเซอร์ ประเทศไทย ลงนามMOUศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของแพทย์ ยกระดับพร้อมขับเคลื่อนวิชาชีพเวชกรรมยุคดิจิทัล

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในบริษัทผู้วิจัยยาและชีวเวชภัณฑ์ระดับโลกลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของแพทย์ แพทยสภา ในการสนับสนุนการพัฒนาเนื้อหาทางวิชาการ ซึ่งรวมถึง
บทความทางวิทยาศาสตร์ และหลักสูตรการแพทย์ด้านต่างๆ ในแพลตฟอร์มการศึกษาต่อเนื่องของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผ่านแอปพลิเคชั่นMedXและ PfizerPro เพื่อให้แพทย์ฝึกหัด แพทย์ประจำบ้าน และแพทย์ประจำบ้านต่อยอด ได้เข้าถึงองค์ความรู้ ข้อมูลล่าสุดต่างๆ ที่เป็นประโยชน์เสริมสร้างการเรียนรู้และศักยภาพให้มีบทบาทที่สามารถสร้างประโยชน์แก่ประชาชนได้อย่างสูงสุดในยุคดิจิทัล

ศ.นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของแพทย์แพทยสภา กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพวิชาชีพเวชกรรม โดยได้รับการสนับสนุนจาก ไฟเซอร์ ประเทศไทย ซึ่งถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญในการสนับสนุนศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของแพทย์ แพทยสภา เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์เนื้อหาทางวิชาการด้านการแพทย์ และผลงานตีพิมพ์ สำหรับการศึกษาต่อเนื่องของแพทย์ ผ่านการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มและการเข้าใช้แอปพลิเคชั่นของทั้งสองฝ่าย เพื่อเอื้อต่อการเข้าถึงองค์ความรู้ ข้อมูลต่างๆ การเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญที่เป็นประโยชน์ให้สอดคล้องกับแพทย์ผู้ใช้งาน บนดิจิทัลแพลตฟอร์ม สะดวก รวดเร็ว สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานซึ่งสอดคล้องกับภารกิจหลักของแพทยสภาในการทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เหมาะสม การส่งเสริมคุณภาพชีวิตของแพทย์และประชาชน โดยเน้นการมีส่วนร่วม อาทิ การจัดการฝึกอบรม ส่งเสริม สนับสนุน และเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการบูรณาการความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับและผลักดันพัฒนาวิชาชีพเวชกรรมให้มีความเข้มแข็ง และนำพางานด้านการแพทย์ของประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ก้าวหน้าต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน”

ดร.นพ.นิรุตติ์ ประดับญาติ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ไฟเซอร์ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาความรู้และความสามารถอย่างต่อเนื่องของบุคลากรการแพทย์เพื่อประโยชน์ในการรักษา และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ด้วยการเข้าถึงข้อมูล และองค์ความรู้ทางการแพทย์ด้านต่างๆ บริษัทจึงได้ร่วมกับศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของแพทย์ แพทยสภาในการสร้างสรรค์เนื้อหาวิชาการ ซึ่งรวมถึง บทความวิทยาศาสตร์ การประชุมวิชาการ อบรมเชิงปฏิบัติการ บทความฟื้นฟูวิชาการและสื่อการสอนในรูปแบบต่างๆ ครอบคลุมเนื้อหาด้านการแพทย์สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ฝึกหัด แพทย์ประจำบ้าน แพทย์ประจำบ้านต่อยอดแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปและแพทย์เฉพาะทางด้านต่างๆ โดยมุ่งเน้นความรู้ด้านการแพทย์ที่เป็นปัจจุบันหรือเป็นความก้าวหน้าและแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศด้านต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับโรคโควิด-19 วัคซีนสำหรับการป้องกันโรคมะเร็งวิทยา โรคติดเชื้อโรคหัวใจและหลอดเลือดโรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันและการอักเสบ รวมไปถึงโรคหายากเพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาต่อเนื่องรวมถึงเพิ่มพูนความรู้ความสามารถตลอดจนทักษะและเจตคติทางวิชาชีพตามเกณฑ์มาตรฐานของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมผ่านการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มและการเข้าใช้แอปพลิเคชั่นMedX และ PfizerPro ซึ่งไฟเซอร์รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของแพทย์แพทยสภา ในครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายสูงสุดของบริษัทในการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีให้กับสังคมไทย”

ด้าน เภสัชกรชัชสิน มุดเจริญ หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรม และการตลาดดิจิตัล บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการพัฒนาแพลตฟอร์มเพิ่มเติมว่า “แอปพลิเคชั่นMedX ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของแพทย์ แพทยสภา และ PfizerPro ของไฟเซอร์ จะเป็นช่องทางในการเผยแพร่เนื้อหาหลักสูตร ผลงานวิจัย และบทความด้านการแพทย์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของบุคลากรการแพทย์ การเชื่อมโยงแอปพลิเคชั่นMedXและ PfizerPro และการสร้างการลงชื่อเข้าใช้ให้เป็นจุดเดียวจะช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับผู้เข้าใช้และจูงใจให้เข้ามาศึกษา ค้นคว้า และเรียนรู้ข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง”

อิเกียชวนพ่อแม่ร่วมเวิร์กช็อปส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่น ดึงนักออกแบบภายในแชร์ทริคการจัดบ้านเสริมสร้างพัฒนาการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734419

อิเกียชวนพ่อแม่ร่วมเวิร์กช็อปส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่น  ดึงนักออกแบบภายในแชร์ทริคการจัดบ้านเสริมสร้างพัฒนาการ

อิเกียชวนพ่อแม่ร่วมเวิร์กช็อปส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่น ดึงนักออกแบบภายในแชร์ทริคการจัดบ้านเสริมสร้างพัฒนาการ

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เพราะอิเกียเชื่อว่าการเล่น คือการเรียนรู้ อิเกีย ประเทศไทยจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดพิเศษสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นสมาชิก IKEA Family มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็กๆ ผ่านการเล่นอย่างมีคุณภาพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Learning by playing” โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กจากสถาบันแห่งชาติ เพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล มาร่วมแบ่งปันความรู้ด้านการเล่นของเด็กในแต่ละช่วงวัย เพื่อให้ผู้ปกครองได้เข้าใจและมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะต่างๆ ของเด็กๆ อย่างเหมาะสมพร้อมรับฟังเคล็ดลับอีกมากมายในการสร้างสภาพแวดล้อมการเล่นที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ยังได้เชิญนักออกแบบตกแต่งภายในจากอิเกียมาร่วมแชร์เทคนิคการจัดบ้านให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้อีกด้วย

พ่อแม่และสมาชิกในครอบครัวที่ใกล้ชิดนับเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กๆ ตั้งแต่วัยแรกเกิดจนถึงปฐมวัย โดยกลุ่มคนเหล่านี้มีหน้าที่หมั่นดูแล สังเกตและพัฒนากระบวนการการเรียนรู้เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ในทุกๆ ด้านและเจริญเติบโตแข็งแรงอย่างสมวัย ในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ มีบทบาทสำคัญในชีวิตของทั้งพ่อแม่และเด็กๆ ในขณะเดียวกัน การเล่นที่กระตุ้นให้เด็กได้เคลื่อนไหวร่างกายและเสริมพัฒนาการด้านอื่นๆ อย่างครบถ้วนก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ควรมองข้าม

อาจารย์ ดร.ประภัสสร พวงสำลี ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กจากสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “พ่อแม่ที่กำลังเลือกซื้อของเล่นให้เด็กๆ นอกจากจะเลือกตามความสนใจของเด็กๆ แล้ว อาจจะเลือกของเล่นที่พ่อแม่สามารถร่วมเล่นด้วยได้ เพราะจะช่วยสร้างความอบอุ่นแน่นแฟ้นในครอบครัว ส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดปัญหาการติดหน้าจอของเด็กๆ และเมื่อถ้าพ่อแม่เล่นอย่างสนุกสนานพร้อมเสียงที่ดังสมจริง ประกอบกับสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างกัน จะทำให้เด็กๆ รู้สึกสนุกกว่าการดูหน้าจอ”

นอกจากนี้ อาจารย์ ดร.ประภัสสร ยังให้คำแนะนำสำหรับพ่อแม่เรื่องการติดหน้าจอของเด็กๆ เพิ่มเติมว่า “การที่เด็กๆ ดูหน้าจอจนติดเป็นนิสัยจะทำให้ไม่เกิดการโต้ตอบ ไม่สร้างการมีส่วนร่วมของเด็กๆ และอาจทำให้พัฒนาการไม่ดีเท่าที่ควร ทั้งนี้ พ่อแม่สามารถแก้ปัญหาได้โดยการเริ่มเข้าไปมีส่วนร่วมกับเด็กๆ ระหว่างการดูหน้าจอ เพื่อกดหยุดหน้าจอและอธิบายเพิ่มเติมหรือพูดคุยกับเด็กๆ ถึงสิ่งที่กำลังดู เพื่อสร้างการเรียนรู้และการโต้ตอบสองทางนอกจากนี้ พ่อแม่ยังสามารถลดการใช้หน้าจอของเด็กๆ ได้ด้วยการเชื่อมโยงสิ่งที่พวกเขากำลังรับชมกับสิ่งของรอบตัวที่สามารถหยิบจับได้ เพื่อที่เด็กๆ จะได้ฝึกประสาทสัมผัส เรียนรู้ลักษณะพื้นผิวของสิ่งนั้นจริงๆ และเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ไปพร้อมกัน”

ด้าน พรรณิสา จันทเสนา นักออกแบบตกแต่งภายใน สโตร์อิเกีย บางนา กล่าวเสริมว่า สภาพแวดล้อมโดยรอบเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเด็กอย่างสมบูรณ์ ดังนั้น การจัดสรรพื้นที่ในบ้านให้ปลอดภัยและมีสุขภาวะที่ดีจะช่วยเอื้อต่อพัฒนาการของเด็กอย่างมีนัยสำคัญ

“อิเกียยินดีที่ได้เห็นการต้อนรับเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปจากสมาชิก IKEA Family ทั้งนี้ อิเกียเชื่อว่าการเล่นเป็นส่วนสำคัญในการเดินทางของเด็กไปสู่การค้นพบและการเรียนรู้ และยังเป็นการฝึกฝนทักษะที่สำคัญ การจัดเวิร์กช็อปในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้พ่อแม่และผู้ปกครองได้เข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับพัฒนาการของลูกในแต่ละช่วงวัย ตลอดถึงความสำคัญจากการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ในการเรียนรู้ของเด็กๆ โดยอิเกียมุ่งมั่นที่จะออกแบบเฟอร์นิเจอร์และของเล่นเพื่อให้รองรับการเล่นของเด็กๆ ทุกวัย เพื่อให้พวกเขาได้ปลดปล่อยศักยภาพอย่างเต็มที่ผ่านการเล่น พร้อมเสริมสร้างการเล่นตามจินตนาการและกระตุ้นการเรียนรู้ อิเกียหวังเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อพัฒนาการและเพิ่มความเป็นอยู่ที่ดีโดยรวมของเด็กๆ ทุกคน”

สำหรับเคล็ดลับจากอิเกีย เพื่อช่วยจัดสรรพื้นที่สำหรับการเล่นในบ้านและการจัดบ้านที่ส่งเสริมการเล่นของเด็กๆ อย่างเหมาะสม โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นหลัก มีดังนี้ แยกของเล่นออกจากข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ ในบ้านที่อาจเป็นอันตราย หรืออาจะเลือกใช้ที่ครอบปลั๊กไฟในบริเวณที่เด็กๆ เล่น เพื่อป้องกันไฟฟ้าช็อต, ความสว่างที่เพียงพอและมีอุณหภูมิที่เหมาะสม แนะนำให้จัดวางเฟอร์นิเจอร์โดยคำนึงถึงความปลอดภัย มีแสงสว่างและอากาศถ่ายเท
ในห้องที่เพียงพอ,

แยกพื้นที่สำหรับการเรียนและเล่นออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อเสริมสร้างวินัยสำหรับเด็ก เช่น บริเวณสำหรับเรียนหนังสือ ควรมีโต๊ะเก้าอี้ที่เหมาะสมสำหรับสรีระของเด็กๆ มีชั้นวางหรือตู้เก็บของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนปลอดโปร่งและมีสมาธิ ในขณะที่พื้นที่สำหรับการเล่นนั้นควรมีพื้นที่ให้เด็กๆได้ขยับตัวอย่างเต็มที่, พื้นที่สำหรับของเล่นบทบาทสมมุติ การเล่นบทบาทสมมุติจะช่วยเสริมสร้างจินตนาการและการส่งเสริมการขยับร่างกาย เช่น ชุดเครื่องครัวของเล่น ที่สามารถวางไว้ใกล้ห้องครัว เพื่อที่เด็กๆ จะได้ร่วมเล่นทำอาหารไปพร้อมกับพ่อแม่ที่กำลังทำอาหาร สร้างการเรียนรู้ พูดคุยถึงสิ่งที่กำลังเล่น เพื่อฝึกจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ทั้งนี้ ผู้ปกครองต้องจัดสรรพื้นที่โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักอยู่เสมอ

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดพิเศษที่จัดขึ้นในหัวข้อที่หลากหลายตลอดปี เพียงสมัครสมาชิก IKEA Family ที่ https://family.ikea.co.th/th/login พร้อมรับสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

ฉลอง 4 ทศวรรษ พลังบ้านปู สู่พลังงานที่ยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734388

ฉลอง 4 ทศวรรษ พลังบ้านปู สู่พลังงานที่ยั่งยืน

ฉลอง 4 ทศวรรษ พลังบ้านปู สู่พลังงานที่ยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จากบริษัทเช่าช่วงการทำเหมืองถ่านหินที่ก่อตั้งในปี 2526 จนถึงวันนี้กลายเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจพลังงานของประเทศไทยสำหรับ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) โดยในปี 2566 ครบรอบ 40 ปี แห่งการก่อตั้ง จึงได้จัดงาน “BANPU 40th Anniversary Celebration Dinner” ภายใต้แนวคิด 40 Years & Our Way Forward to Power the Better Living for All โดย 2 ผู้บริหารใหญ่อย่างชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ และ สมฤดี ชัยมงคลประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คอยต้อนรับพันธมิตรคู่ค้าที่มาร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2566 ณ คริสตัล ฮอลล์ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก

ชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ บมจ.บ้านปู กล่าวว่า “ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทบ้านปู เรามีปณิธานในการดำเนินธุรกิจว่า “อุตสาหกรรมที่ดีจะต้องพัฒนาควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม” ซึ่งเป็นเข็มทิศที่ใช้กำหนดแนวทางการดำเนินธุรกิจของเรา และแสดงถึงตัวตนของบ้านปูซึ่งเป็นพลเมืองที่ดีต่อสังคมในทุกที่ที่เราเข้าไปดำเนินธุรกิจ และปณิธานนี้ก็สอดคล้องกับแนวทาง ESG ซึ่งบ้านปูยึดถือในการดำเนินงานของเรา เมื่อธุรกิจขยายตัวมากขึ้น เราได้เรียนรู้และสร้างประสบการณ์ที่มีค่าจากการทำงานร่วมกับพันธมิตรและครอบครัวบ้านปูในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และเช่นเดียวกับองค์กรที่มีอายุยาวนานอื่นๆ เราได้พบเจอความท้าทายมากมายในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจึงขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อการสนับสนุนที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงของท่าน ความเชื่อมั่นและความร่วมมือของท่านได้ช่วยให้เราสามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างเข้มแข็งและกลายเป็นองค์กรระดับนานาชาติที่ดำเนินธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในปัจจุบัน ผมขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาสำคัญกับเราในคืนนี้ เราขอสัญญาว่าจะดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นในการส่งมอบความยั่งยืนด้านพลังงานสำหรับทุกคน พร้อมมีความรับผิดชอบต่อโลกสิ่งแวดล้อม และสังคม เพื่อสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน”

สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บ้านปู กล่าวว่า “ดิฉันรู้สึกภาคภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางของบ้านปูตั้งแต่เริ่มแรก ซึ่งเป็นเวลา 40 ปีแล้ว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บ้านปูเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนมากมายทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ผ่านการเสริมสร้างความยั่งยืนด้านพลังงาน ในปี 2559 เราเริ่มดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์ Greener & Smarter เพื่อเร่งเปลี่ยนผ่านสู่การสร้างสรรค์พลังงานที่ยั่งยืนขึ้น โดยเร่งขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน จนในวันนี้ บ้านปูกลายเป็นผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายซึ่งดำเนินธุรกิจใน 9 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ท่ามกลางบริบทของโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน รวมทั้งเมกะเทรนด์ด้านพลังงาน 3D คือ Decarbonization
(การใช้พลังงานที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์) Decentralization (การกระจายตัวการผลิตและจำหน่ายพลังงานแบบไม่รวมศูนย์) และ Digitalization (การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล) เราจึงวางยุทธศาสตร์เพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่งพร้อมความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้นั่นคือแนวทาง 3A ได้แก่ Augmentation-ต่อยอดธุรกิจเพื่อเพิ่มกำลังให้กับธุรกิจหลักของเราที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำมากขึ้นโดยเฉพาะธุรกิจก๊าซและ Banpu NEXT Acceleration-เร่งการเปลี่ยนผ่านของกลุ่มบ้านปูทั้งหมดสู่ระดับที่ลึกลงขึ้นเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว และ Antifragile-พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายต่างๆ ผ่านโซลูชั่นด้านพลังงานที่ครบวงจรทำให้ธุรกิจของบ้านปูแข็งแกร่งขึ้น ตามพันธสัญญา“พลังบ้านปู สู่พลังงานที่ยั่งยืน : Our Way in Energy” เราอยากสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้คน ทั้งโดยการสร้างระบบนิเวศของพลังงานแห่งอนาคต และการลงทุนในรูปแบบใหม่ที่เน้นพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน”

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2526 ภายใต้ชื่อ บริษัท เหมืองบ้านปู จำกัด เพื่อเข้าทำสัญญาเช่าช่วงการทำเหมืองถ่านหินที่เหมืองบ้านปู อ.ลี้ จ.ลำพูน จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ต่อมาในปี 2536 ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน จำกัด โดยเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)” ดำเนิน 3 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจแหล่งพลังงาน กลุ่มธุรกิจผลิตพลังงาน และกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีพลังงาน ด้วยประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา บ้านปู ในฐานะผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย อินโดนีเซีย จีน ออสเตรเลีย สปป.ลาว มองโกเลีย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม ยังคงมุ่งมั่นสร้างผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้รวมถึงสร้างผลประโยชน์อย่างยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ตามพันธสัญญา “Our Way in Energy : พลังบ้านปู
สู่พลังงานที่ยั่งยืน”

ผู้ร่วมก่อตั้งและคณะผู้บริหาร บมจ.บ้านปู ดื่มฉลองในโอกาสครบรอบ 40 ปี บ้านปู

ผู้ร่วมก่อตั้งและคณะผู้บริหาร บมจ.บ้านปู ดื่มฉลองในโอกาสครบรอบ 40 ปี บ้านปู

ชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ
บมจ.บ้านปู กล่าวต้อนรับ

ชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ บมจ.บ้านปู กล่าวต้อนรับ

สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บ้านปู ขึ้นกล่าววิสัยทัศน์และก้าวต่อไปของบ้านปู

สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บ้านปู ขึ้นกล่าววิสัยทัศน์และก้าวต่อไปของบ้านปู

ฐิติ เมฆวิชัย ผช.ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ, กิรณ ลิมปพยอม ประธานเจ้าหน้าที่
บริหาร บมจ. บ้านปู เพาเวอร์, เมธี เอื้ออภิญญกุล กรรมการ, ชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ, สมฤดี
ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, องอาจ เอื้ออภิญญกุล กรรมการ, สมศักดิ์ สิทธินามสุวรรณ ผช.
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ธุรกิจเหมือง และ สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจก.บ้านปู เน็กซ์

ฐิติ เมฆวิชัย ผช.ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ, กิรณ ลิมปพยอม ประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บมจ. บ้านปู เพาเวอร์, เมธี เอื้ออภิญญกุล กรรมการ, ชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ, สมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, องอาจ เอื้ออภิญญกุล กรรมการ, สมศักดิ์ สิทธินามสุวรรณ ผช. ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-ธุรกิจเหมือง และ สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจก.บ้านปู เน็กซ์

เมธี เอื้ออภิญญกุล, ชนินท์ ว่องกุศลกิจ, องอาจ เอื้ออภิญญกุล ร่วมย้อนรอยความสำเร็จตลอด 40 ปีบ้านปู โดยมี ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ดำเนินรายการ

เมธี เอื้ออภิญญกุล, ชนินท์ ว่องกุศลกิจ, องอาจ เอื้ออภิญญกุล ร่วมย้อนรอยความสำเร็จตลอด 40 ปีบ้านปู โดยมี ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ดำเนินรายการ

คณะกรรมการบริหารกลุ่มมิตรผล อาทิ สุนทร ว่องกุศลกิจ ประธานกิตติมศักดิ์, วิฑูรย์ ว่องกุศลกิจ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และ บรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการบริหาร ร่วมแสดงความยินดีกับ ชนินท์ ว่องกุศลกิจ และผู้บริหารในโอกาสครบรอบ 40 ปี บ้านปู

คณะกรรมการบริหารกลุ่มมิตรผล อาทิ สุนทร ว่องกุศลกิจ ประธานกิตติมศักดิ์, วิฑูรย์ ว่องกุศลกิจ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และ บรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการบริหาร ร่วมแสดงความยินดีกับ ชนินท์ ว่องกุศลกิจ และผู้บริหารในโอกาสครบรอบ 40 ปี บ้านปู

บมจ.ผลิตไฟฟ้า หรือ เอ็กโก กรุ๊ป นำโดย เทพรัตน์ เทพพิทักษณ์ กก.ผจก.ใหญ่, ประสิทธิ์ เลาหวิรภาพ รอง.กกม.ผจก.ใหญ่ และ สุภดี
อนันตรังสี ร่วมแสดงความยินดี

บมจ.ผลิตไฟฟ้า หรือ เอ็กโก กรุ๊ป นำโดย เทพรัตน์ เทพพิทักษณ์ กก.ผจก.ใหญ่, ประสิทธิ์ เลาหวิรภาพ รอง.กกม.ผจก.ใหญ่ และ สุภดี อนันตรังสี ร่วมแสดงความยินดี

บจก.เอเพ็กซ์กรีน อินดัสเตรียลเอสเตส นำโดย รพี ผ่องบุพกิจ ประธาน กก.บริหาร และ นันต์ทิกานต์ ดำเนินชาญวณิชย์
รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ พัสกร บุญเจริญ ผจก.โครงการ
ร่วมแสดงความยินดีกับ ชนินท์ ว่องกุศลกิจ และ สมฤดี ชัยมงคล

บจก.เอเพ็กซ์กรีน อินดัสเตรียลเอสเตส นำโดย รพี ผ่องบุพกิจ ประธาน กก.บริหาร และ นันต์ทิกานต์ ดำเนินชาญวณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ พัสกร บุญเจริญ ผจก.โครงการ ร่วมแสดงความยินดีกับ ชนินท์ ว่องกุศลกิจ และ สมฤดี ชัยมงคล

รศ.อรชุมา ยุทธวงศ์ มาร่วมแสดงความยินดี โดยมีผู้บริหาร
บ้านปู ชนินท์ ว่องกุศลกิจ, สมฤดี ชัยมงคล, ดร.กิรณ ลิมปพยอม และ วิธพล เจาะจิตต์ ต้อนรับ

รศ.อรชุมา ยุทธวงศ์ มาร่วมแสดงความยินดี โดยมีผู้บริหาร บ้านปู ชนินท์ ว่องกุศลกิจ, สมฤดี ชัยมงคล, ดร.กิรณ ลิมปพยอม และ วิธพล เจาะจิตต์ ต้อนรับ

สินนท์-ชนินท์-
สิรินันท์ ว่องกุศลกิจ, อรัญญา-เมธีนาถ เอื้ออภิญญกุล และ สมฤดี ชัยมงคล

สินนท์-ชนินท์- สิรินันท์ ว่องกุศลกิจ, อรัญญา-เมธีนาถ เอื้ออภิญญกุล และ สมฤดี ชัยมงคล

ดร.พสุ โลหารชุน ประธานกรรมการ EXIM BANK

ดร.พสุ โลหารชุน ประธานกรรมการ EXIM BANK

ดร.ธีรชัย เชมนะศิริ ประธานกรรมการสรรหา บมจ.ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ ร่วมแสดงความยินดี

ดร.ธีรชัย เชมนะศิริ ประธานกรรมการสรรหา บมจ.ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ ร่วมแสดงความยินดี

กษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย จินตนา-แพร ภิรมย์ มาร่วมแสดงความยินดี โดยมี องอาจ เอื้ออภิญญกุล ร่วมต้อนรับ

กษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย จินตนา-แพร ภิรมย์ มาร่วมแสดงความยินดี โดยมี องอาจ เอื้ออภิญญกุล ร่วมต้อนรับ

รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม, รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร, สุภดี อนันตรังสี โดยมี เมธี เอื้ออภิญญกุล ต้อนรับ

รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม, รศ.ดร.นริศ ชัยสูตร, สุภดี อนันตรังสี โดยมี เมธี เอื้ออภิญญกุล ต้อนรับ

เปิดเวทีเฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรม ชิงสุดยอด ‘Startup Thailand League 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734498

เปิดเวทีเฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรม ชิงสุดยอด ‘Startup Thailand League 2023’

เปิดเวทีเฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรม ชิงสุดยอด ‘Startup Thailand League 2023’

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 19.22 น.

Startup Thailand League 2023 เวทีที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาทั่วประเทศที่มีไอเดียทางด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยี มานำเสนอผลงานแข่งขัน STARTUP THAILAND LEAGUE 2023 เวทีที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาทั่วประเทศที่มีไอเดียทางด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยี มานำเสนอผลงานแข่งขันเพื่อชิงรางวัล ที่จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยี รวมถึงการพัฒนาทางด้านไอเดียซึ่งจะสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อมาพัฒนาประเทศต่อไป นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาความเป็น “มหาวิทยาลัยแห่งการประกอบการ” (Entrepreneurial University) และมุ่งเน้นการสร้างภาวะความเป็นผู้ประกอบการ พัฒนาศักยภาพของ อาจารย์ นักศึกษา รวมถึงบุคคลากรในรั้วมหาวิทยาลัย

 โครงการ STARTUP THAILAND LEAGUE จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยในทุกปีจะมีผลงานของนักศึกษาเข้าร่วมแข่งขันไม่น้อยกว่า 200 ผลงาน สำหรับ STARTUP THAILAND LEAGUE 2023 ในระดับภูมิภาค จะมีการจัดแข่งขันใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยเฟ้นหาผลงานสุดยอดนวัตกรรมแห่งปี เพื่อร่วมชิงตำแหน่ง ‘สุดยอด Startup Thailand League 2023’ ในปีนี้มีทีมนักศึกษาจาก 48 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการ สำหรับเวทีชิงชัยระดับภูมิภาคของภาคเหนือ ได้จัดขึ้น ณ จังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นระหว่างวันที่ 26-27 พฤษภาคมที่ผ่านมา

 เบื้องหลังการจัดงานอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานานนั้น เกิดจากการสร้างสรรค์ของบริษัทออแกไนเซอร์ชั้นนำระดับประเทศ ภายใต้การจัดงานโดย บริษัท อินทิเกรเต็ด โปรโมชัน เทคโนโลยี จำกัด ที่เล็งเห็นประโยชน์ที่จะเกิดอีกมากมายเพื่อให้ประเทศพัฒนาไปด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี จึงให้ความสำคัญในการสนับสนุนให้เกิดโครงการด้านการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาเพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการไปเป็นบุคลากรชั้นนำของประเทศต่อไป

นายปรีชา ธนาวิวัชชัย กรรมการผู้จัดการบริษัท อินทิเกรเต็ด โปรโมชัน เทคโนโลยี จำกัด หรือ ไอพีที (IPT) เปิดเผยว่า การจัดงานที่มีประโยชน์ต่อเยาวชน นิสิต นักศึกษานั้นเป็นหนึ่งในนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ฝึกให้นิสิต นักศึกษา เกิดการตื่นตัวในการเตรียมพร้อมที่จะมีธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ทางด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงการบริการด้านต่างๆ เพื่อนำมาเป็นโอกาสที่เริ่มต้นในฐานะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เป็นการกระตุ้นการสร้างสรรค์และแสดงออก สร้างผลงานนวัตกรรม อันจะส่งผลทางเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต

 “บริษัท อินทิเกรเต็ด โปรโมชัน เทคโนโลยี จำกัด” หรือ “ไอพีที (IPT)” เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานอีเวนท์ราชการแถวหน้าของประเทศไทย ด้วยจุดแข็งของบริษัทที่พร้อมการันตีให้กับลูกค้าได้ นอกจากนั้นยังมีผลงานระดับชาติที่ IPT ได้รับเลือกจากกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้จัดงานประชุมเอเปค 2022 (APEC 2022 Thailand) ที่ผ่านมา ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ไอพีที (IPT) เป็นบริษัทรายเดียวที่ได้จัดการประชุมระดับผู้นำประเทศทั้งหมดที่เกิดขึ้นในไทย คือมากกว่า 5 การประชุมผู้นำ อาทิ ในปี 2559 กับการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย ครั้งที่ 2 (2nd Asia Cooperation Dialogue: 2nd ACD Summit) ตามมาด้วยในปี 2561 กับการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ครั้งที่ 8 (8th ACMECS) และในปี 2563 ปีที่ประเทศไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ก็ได้รับความไว้วางใจให้จัดงานการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 (34th ASEAN SUMMIT) และการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 (35th ASEAN SUMMIT) จากการสั่งสมการทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการมายาวนาน ลงลึกในทุกรายละเอียด ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่อีเวนท์ เอเจนซี่ เจ้าอื่นๆ ไม่สามารถให้กับลูกค้าได้ และเป็นความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมไทยแลนด์ ที่เป็นฟันเฟืองหนึ่งกับความสำเร็จของการจัดงานใหญ่ระดับประเทศทุกครั้ง

-(016)

มากกว่าแค่ ‘ลบรอยสัก’ คืนชีวิตใหม่ ‘นิกกี้’สร้างโอกาสธุรกิจ-เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734431

มากกว่าแค่ 'ลบรอยสัก' คืนชีวิตใหม่ 'นิกกี้'สร้างโอกาสธุรกิจ-เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก

มากกว่าแค่ ‘ลบรอยสัก’ คืนชีวิตใหม่ ‘นิกกี้’สร้างโอกาสธุรกิจ-เป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 17.16 น.

หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า คนที่ต้องการลบรอยสัก รอยแผลเป็น เพื่อให้มีโอกาสที่ดีในสังคมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการงาน การเป็นที่ยอมรับ หรือด้วยเหตุผลต่างความจำเป็นนั้น มีอยู่ตลอดเวลารวมไปถึงคนในวงการบันเทิงก็เช่นกัน นพ.นัทธพงศ์ จิรุระวงศ์ หรือ “หมอหนุ่ม” ประธานบริษัทและผู้ก่อตั้ง Dr.TATTOF Clinicแพทย์ผิวหนังและเลเซอร์เล็งเห็นและตระหนักถึงความสำคัญของปัญหานี้ พร้อมระบุการทำลบรอยสักไม่ได้ง่ายๆ ยิ่งต้องทำหลายที่ อาจจะเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงได้ ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในระดับหนึ่ง ชูคอนเซปท์ “The Expert เพราะประสบการณ์ ทำให้เราเชี่ยวชาญ” ศูนย์เลเซอร์ลบรอยสักโดยเฉพาะ คลินิกลบรอยสักแห่งแรกแห่งเดียวที่มีประสบการณ์เยอะที่สุดในประเทศไทยและในเอเชีย พร้อมรังสรรค์นวัตกรรมเลเซอร์ที่ดีที่สุดมาให้บริการ เมื่อคนไข้มีความมั่นใจกลับมามีโอกาสที่ดีในสังคมได้ คือ ความสำเร็จของ Dr.TATTOF

สำหรับคนดังในแวดวงบันเทิงที่ผ่านประสบการณ์ “ลบรอยสัก” เปลี่ยนชีวิตนั้น ลูซิเฟอร์ นิราย พลิ้ม หรือ นิกกี้ พิ้ม ศิลปินและนักแสดงชาวไทย เปิดเผยว่า เริ่มสักตั้งแต่อายุ 16 ปี สมัยนั้นวัฒนธรรมไทยยังไม่เปิดกว้างเท่าปัจจุบัน และเราเติบโตที่ต่างประเทศ พอกลับมาไทยก็นำวัฒนธรรมการสักจากต่างประเทศเข้ามา รู้สึกว่าเราเกิดมาต้องมีรอยสัก ผมสักบริเวณหน้า และลำคอ 3 จุด คือ คอด้านซ้ายทั้งแถบเป็นรูปหน้ากากสองอัน หน้าผากเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ และใต้ตาด้านขวารูปสายฟ้า คุณหมอหนุ่มช่วยเปลี่ยนชีวิตผมช่วยเหลือผู้คนที่อยากลบรอยสัก หรืออยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง อยากให้คนอื่นมองเราในภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น ถ้าเกิดทำผิดพลาดไปแล้ว ก็ไม่ต้องกลัว

“ก่อนหน้านี้ทุกการตัดสินใจของเรา ไม่ใช่เป็นการตัดสินใจแบบ 100% หรือคิดถึงอนาคต แต่เมื่อภรรยาตั้งท้องและรู้ว่าได้ลูกสาว ทำให้อยากเป็นแบบอย่างให้กับลูก และอยากลบในสิ่งที่ไม่อยากให้ลูกทำตาม คิดว่าวันหนึ่งเขาต้องถามเราว่าหนูไปสักที่หน้าได้ไหม เพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ในครอบครัวที่กำลังจะลืมตาดูโลก ในวันนั้นจึงตัดสินใจลบรอยสักบริเวณใบหน้าและลำคอ ตั้งแต่ลบรอยสักมาธุรกิจผมเติบโตขึ้นมาก เนื่องจากทำธุรกิจขายออนไลน์ด้วย การเข้าไปเป็นนักธุรกิจต้องไปประชุมเจอผู้ใหญ่มากขึ้น หน้าตาต้องดูน่าเชื่อถือ โหงวเฮ้งต้องมา จะเป็นผู้บริหารที่มีรอยสักที่หน้าอยู่คนเดียวไม่ได้ เมื่อก่อนมีความคิดว่าคุณเอาเราไปทำงานต้องรับบุคลิกภาพของเราได้ แต่เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น การสร้างความน่าเชื่อถือมันยากมาก พอเราไม่มีรอยสักที่หน้า ใคร ๆ ก็อยากคบหาเรา จึงทำให้ธุรกิจเริ่มโตขึ้น ตอนนี้รอยสักส่วนที่คอและใต้ตาหายไปหมดแล้ว ส่วนที่หน้าผากสักสีเหลือแค่ประมาน 5 เปอร์เซ็นต์”

ทั้งนี้ ด้วยการใช้โปรแกรม PicoWay Laser นวัตกรรมระดับ Picosecond ที่ได้มาตรฐานรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US-FDA) และประเทศไทย (THAI-FDA) ที่มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพระดับสากล ในการรักษาลบรอยสัก รอยแผลเป็นให้หายได้ ถือเป็นผู้นำอันดับ 1 ของทวีปเอเชียแปซิฟิก ได้รับรางวัล Best Achieve Tattoo Removal Treatment Award in Asia รางวัลด้านการลบรอยสักที่ดีที่สุดและรางวัล Best Achieve PicoWay Treatment Award รางวัลประสบความสำเร็จสูงสุดในการรักษาด้วยนวัตกรรมเลเซอร์ PicoWayจากบริษัท Candela Medical ผู้ผลิตเลเซอร์ทางการแพทย์