ทบ.-ททท.-ทีเส็บ ปลุกระแสท่องเที่ยวเขตทหาร เปิด 10 วิชาชีวิต Unseen ArmyLand กับ 10 ภารกิจสุดมันทั่วไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734374

ทบ.-ททท.-ทีเส็บ ปลุกระแสท่องเที่ยวเขตทหาร เปิด 10 วิชาชีวิต Unseen ArmyLand กับ 10 ภารกิจสุดมันทั่วไทย

ทบ.-ททท.-ทีเส็บ ปลุกระแสท่องเที่ยวเขตทหาร เปิด 10 วิชาชีวิต Unseen ArmyLand กับ 10 ภารกิจสุดมันทั่วไทย

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 16.10 น.

กองทัพบก ร่วมกับ ททท.และทีเส็บ เชิญชวนคนไทยท่องเที่ยวในเขตทหาร ดินแดนแห่งการท่องเที่ยวและเรียนรู้กับ โครงการ Unseen ArmyLand : ดินแดนสุดมัน มหัศจรรย์ฐานทัพไทย เดินหน้าจัดทำ E-book : 10 วิชาชีวิต Unseen ArmyLand กับ 10 ภารกิจสุดมันทั่วไทย พร้อมจัดกิจกรรม “ปั่นติดปีก Bike For Wing” ดึง 600 คน แข่งปั่นจักรยานทางไกล ระยะทาง 130 กิโลเมตร และ 67 กิโลเมตร พร้อมโดดหอสูง 34 ฟุต ณ วังบ้านปืน จ.เพชรบุรี หวังกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง

พล.ท.พิชญ์ โชติสุต ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬากองทัพบก เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬากองทัพบก (ทบ.)​ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ องค์การมหาชน หรือ ทีเส็บ​ จัดโครงการ Unseen ArmyLand : ดินแดนสุดมันมหัศจรรย์ฐานทัพไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมการท่องเที่ยวในเขตทหารที่หลากหลาย นำเสนอภายใต้แนวคิด “สนุกสนาน ท้าทาย คุ้มค่า และ ปลอดภัย” ที่ทาง กองทัพบก (ทบ.) ได้พัฒนาและคัดสรรแหล่งท่องเที่ยวในเขตทหารที่มีอยู่ทั่วประเทศ ครอบคลุมกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลายสไตล์ อาทิ การท่องเที่ยวเพื่อการนันทนาการและผจญภัย การท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ การท่องเที่ยวเพื่อฝึกอบรม การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพและการกีฬา การท่องเที่ยวเพื่อการประชุมและนิทรรศการ เป็นต้น ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย ทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงกลุ่มบริษัท หน่วยงาน องค์กร

ด้วยเหตุนี้ ทบ.จึงได้รวบรวมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวทหารที่น่าสนใจในรูปแบบของ e-book และ content online ภายใต้แนวคิด “10 วิชาชีวิต Unseen ArmyLand”  โดยโครงการนี้ได้คัดเลือกเข้ามา 10 สถานที่ 10 วิชาชีวิตในเขตทหารที่เปรียบเหมือนวิชาที่ให้เราเรียนรู้ พร้อมด้วยแนะนำแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียง ประกอบด้วย

1. วิชาพึ่งพาตนเอง: เรียนรู้การทำโคกหนองนา และทำกิจกรรมผจญภัย ไต่หน้าผา โรยตัว เพ้นท์บอล ณ ศูนย์การกำลังสำรองสาขาปราณบุรี ค่ายธนะรัชต์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

2. วิชาโบราณคดี: ตามหาภาพเขียนโบราณ และกิจกรรมปีนหน้าผา ณ กองร้อยฝึกรบพิเศษที่3 ค่ายประตูผา ดอยผาก้าน จังหวัดลำปาง

3. วิชาสายลับ ศิลปะด้านการข่าว: เรียนรู้วิชาสายลับจากอดีตสถานีเรดาร์ของกองทัพสหรัฐฯ ณ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ค่ายรามสูร จังหวัดอุดรธานี

4. วิชาพิษวิทยา: เรียนรู้เกี่ยวกับความมหัศจรรย์ของ “งู” เจ้าแห่งสัตว์มีพิษ พร้อมล่องเรือยางชมธรรมชาติ ณ ค่ายฝึกรบพิเศษแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

5. วิชาต้องรอด: การดำรงชีพเอาตัวรอดในป่า พร้อมกิจกรรมทดสอบกำลังใจ ณ กองร้อยฝึกรบพิเศษที่4 ค่ายฝึกการรบพิเศษ สิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช

6. วิชาสหาย: เรียนรู้การอยู่ร่วมกับสหาย4ขา เพื่อนคู่ใจของมนุษย์ ณ ศูนย์การสุนัขทหาร กรมการสัตว์ทหารบกจังหวัดนครราชสีมา

7. วิชาล่องไพร: ทดลองขี่ม้าสำรวจป่า ณ กองพันสัตว์ต่าง(ค่ายตากสิน) จังหวัดเชียงใหม่
วิชาทหาร: เรียนรู้เกี่ยวกับยุทธการรบ การยิงปืนสั้น-ยาว และกิจกรรมทดสอบกำลังใจ ณ โรงเรียนนายร้อย จปร.

8. วิชาประวัติศาสตร์: เรียนรู้เรื่องราวในอดีตของมนุษยชาติ ชมเมืองจำลองและอุทยานประวัติศาตร์สงคราม 9 ทัพ ณ ค่ายสุรสีร์ จังหวัดกาญจนบุรี

9. วิชาใต้น้ำ: เรียนรู้การดำน้ำอย่างถูกวิธีจากทหารผู้เชียวชาญทางน้ำ ณ ค่ายนวมินทราชินี จังหวัดชลบุรี

นอกจากนี้ยังมีการจัด “กิจกรรรมปั่นติดปีก Bike For Wing” เพื่อเป็นตัวอย่างการจัดงานในพื้นที่ของเขตทหารในรูปแบบของกิจกรรมกีฬา พร้อมเชิญชวนประชาชนที่สนใจหรืออยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงร่วมกิจกรรม ในวันที่ 22 – 23 กรกฎาคม 2566 ณ ค่ายพระรามราชนิเวศน์ (วังบ้านปืน) อ.เมืองเพชรบุรี    จ.เพชรบุรี โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 600 คน

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า “กิจกรรมปั่นติดปีก Bike For Wing นี้ เป็นการแข่งขันจักรยานทางไกล ระยะทาง 130 กิโลเมตร และ 67 กิโลเมตร โดยจะเริ่มต้นปั่นในเมืองประวัติศาสตร์ “ค่ายพระรามราชนิเวศน์ (วังบ้านปืน)” ผ่านเส้นทางธรรมชาติที่สวยงามของจังหวัดเพชรบุรี ไปจนถึง “แก่งกระจาน” พร้อมกิจกรรมปิดท้าย โดดหอสูง 34 ฟุต ณ ค่ายฝึกการรบพิเศษแก่งกระจาน ให้นักปั่นได้สัมผัสความตื่นเต้นท้าทาย โดยจะได้รับปีกแสดงความสามารถจากหน่วยรบพิเศษของกองทัพเป็นที่ระลึก เป็นการเปิดประสบการณ์ของการท่องเที่ยวและออกกำลังกายพร้อมกับการเรียนรู้มิติด้านประวัติศาสตร์และมิติทางทหาร เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตทหารอื่นๆต่อไป

นายวิศณุ อรุณบำรุงวงศ์ รองผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)​ กล่าวเสริมว่า ททท. ในฐานะที่มีบทบาทในการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว การนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในเขตทหาร โดยโครงการ Unseen Army Land นับเป็นโครงการที่ช่วยกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนและสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Armylandสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬากองทัพบก และ Twitter: สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬากองทัพบก @Armyland2022

-(016)

คณะแพทย์ รามาธิบดี ประกาศนโยบายรามาธิบดีปลอดบุหรี่ รณรงค์ไม่เอาทั้งบุหรี่ธรรมดาและบุหรี่ไฟฟ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734356

คณะแพทย์ รามาธิบดี ประกาศนโยบายรามาธิบดีปลอดบุหรี่ รณรงค์ไม่เอาทั้งบุหรี่ธรรมดาและบุหรี่ไฟฟ้า

คณะแพทย์ รามาธิบดี ประกาศนโยบายรามาธิบดีปลอดบุหรี่ รณรงค์ไม่เอาทั้งบุหรี่ธรรมดาและบุหรี่ไฟฟ้า

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 15.12 น.

คณะแพทย์รามาธิบดี ประกาศนโยบายนักศึกษารามาธิบดีปลอดบุหรี่ ร่วมเดินหน้ารณรงค์ไม่เอาทั้งบุหรี่ธรรมดาและบุหรี่ไฟฟ้า

31 พฤษภาคม 2566 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีจัดงานวันงดสูบบุหรี่โลกประจำปี 2566 “บุหรี่ไฟฟ้า มีสารพิษ เสพติด อันตราย” ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า คณะแพทย์รามาธิบดีเป็นสถาบันผลิตแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เพื่อทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของประชาชน จึงให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมสุขภาพ อีกทั้งรามาธิบดียังเป็นผู้นำด้านการรณรงค์เรื่องการไม่สูบบุหรี่มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ดังนั้นเพื่อให้บัณฑิตแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ทุกหลักสูตรเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชน สร้างค่านิยมไม่สูบบุหรี่ทั้งบุหรี่ธรรมดาและบุหรี่ไฟฟ้า และพร้อมเป็นผู้นำสังคมไทยสู่สังคมปลอดบุหรี่ คณะแพทย์รามาธิบดีจึงได้กำหนดนโยบาย “นักศึกษารามาธิบดีปลอดบุหรี่” และประกาศจุดยืน “รามาธิบดี ไม่สนับสนุนทั้งบุหรี่ธรรมดาและบุหรี่ไฟฟ้า” พร้อมย้ำว่าบุหรี่ไฟฟ้า มีสารนิโคตินที่เป็นสารเสพติด และอันตรายเช่นเดียวกับบุหรี่ธรรมดา

“จากที่มีข้อมูลว่าพบนักศึกษาแพทย์สูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ในฐานะโรงเรียนแพทย์จึงยิ่งต้องเร่งดำเนินการรณรงค์เรื่องนี้อย่างจริงจัง นโยบายนักศึกษารามาธิบดีปลอดบุหรี่นี้ สอดคล้องกับนโยบาย “นักศึกษาแพทย์ไทยปลอดบุหรี่” ของสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยรวม 26 คณะแพทยศาสตร์ ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาณให้นักศึกษาแพทย์หรือนักเรียนที่จะเตรียมเข้าเรียนแพทย์และวิชาชีพด้านสุขภาพตระหนักและทำตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม เร่งหาความรู้และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าให้กับประชาชน โดยขอเชิญชวนให้คณะแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ทุกสถาบันที่เป็นเสาหลักด้านสุขภาพของประเทศร่วมรณรงค์ไม่สนับสนุนทั้งบุหรี่ธรรมดาและบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วยกัน” คณบดีคณะแพทย์รามาธิบดี กล่าวทิ้งท้าย

ด้านรองศาสตราจารย์ นายแพทย์ศิริไชย หงษ์สงวนศรี รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้าเริ่มถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในสังคม แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ข้อมูลหลายอย่างที่มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ถูกบิดเบือนและสร้างหลักฐานลวงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้บุหรี่ไฟฟ้าเปลี่ยนจากสิ่งเสพติดที่อันตรายให้กลายเป็นทางเลือกในการสูบบุหรี่ ทั้งที่เมื่อดูจากข้อมูลที่แท้จริงแล้ว บุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่ทางเลือกของคนที่สูบบุหรี่อยู่แล้ว แต่กลับเป็นจุดเริ่มต้นให้เด็กและเยาวชนเข้ามาสนใจและริลองสูบบุหรี่ไฟฟ้า จนเกิดการเสพติดนิโคตินในที่สุด

“วัยรุ่นรวมทั้งในหมู่นักศึกษาแพทย์ยังมีความเข้าใจผิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีอันตราย โดยคิดว่าควันไอละอองจากบุหรี่ไฟฟ้า เป็นเพียงละอองไอน้ำ มีเพียงสารปรุงแต่งให้มีกลิ่นหอม อ้างว่าสูบชนิดที่ไม่มีนิโคติน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นมายาคติที่ถูกปั้นแต่งโดยธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้าทั้งสิ้น โดยความจริงคือ ไอระเหยของบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่ไอน้ำ แต่เป็นไอระเหยของสารเคมีที่มีอันตรายจำนวนมากรวมทั้งสารก่อมะเร็ง การเร่งให้ความรู้เท่าทันแก่นักศึกษาแพทย์มีความสำคัญ เพราะนักศึกษาแพทย์เป็นคนรุ่นใหม่ที่จะมีเทคนิคในการสื่อสารไปถึงเด็กและเยาวชนถึงโทษพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าได้ดี” รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ศิริไชย กล่าว

อาจารย์แพทย์หญิง นภารัตน์ อมรพุฒิสถาพร หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและเวชบำบัดวิกฤตระบบการหายใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวเพิ่มเติมว่า ไอระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้าประกอบด้วยฝุ่นขนาดเล็ก PM 1.0 PM 2.5 มีสารเคมีที่เป็นอันตราย เช่น ฟอร์มาร์ลดีไฮด์ ไดอะซิทิล และอโครลิน รวมทั้งโลหะหนักที่เป็นพิษ เช่น นิกเกิล ดีบุก และตะกั่ว ซึ่งที่มาของโลหะหนักอาจจะมาจากน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า หรือ อุปกรณ์สูบที่โลหะหนักหลุดลอยจากขดลวดที่ชุบน้ำยา สารเคมีเหล่านี้มีผลกระทบต่อการเกิดโรคปอด ทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบเฉียบพลันซึ่งมีแนวโน้มพบบ่อยขึ้นในกลุ่มวัยรุ่นที่มีประวัติสูบบุหรี่ไฟฟ้า และแม้จะรักษาหายแต่ปอดจะไม่กลับมาเหมือนเดิม 100% บางรายอาจจำเป็นต้องใช้ยาพ่น หรืออุปกรณ์ช่วยการหายใจไปตลอด นอกจากภาวะปอดอักเสบแล้วการสูบบุหรี่ไฟฟ้ายังเพิ่มความเสี่ยงเกิดหอบหืดเฉลี่ย 2 เท่า

“กลุ่มธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้ามักอ้างว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ตามหลักการลดอันตราย (Harm Reduction) แต่แท้จริงแล้วเป็นการอ้างแบบผิด ๆ เพราะสิ่งที่ธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้ากำลังดำเนินการขัดต่อหลักการลดอันตรายโดยสิ้นเชิง คือ มีกลยุทธ์ส่งเสริมการตลาดพุ่งเป้าไปที่เด็กและเยาวชน ซึ่งหากแค่มีเยาวชนที่ไม่เคยสูบบุหรี่เข้ามาใช้บุหรี่ไฟฟ้าก็ถือเป็นอันตรายที่ประเมินค่าไม่ได้แล้ว นอกจากนี้ธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้ายังสนับสนุนให้ผู้สูบใช้ทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่ธรรมดาหรือ dual user ที่มีอันตรายมากกว่าการสูบบุหรี่เพียงประเภทเดียว” อาจารย์แพทย์หญิงนภารัตน์ กล่าว

ด้านรองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงเริงฤดี ปธานวนิช อาจารย์ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่าปัจจุบันมีงานวิจัยออกมาจำนวนมากที่ยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายต่อสุขภาพแทบจะไม่ต่างจากบุหรี่ธรรมดา โดยเฉพาะผลกระทบต่อโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด ล่าสุดมีงานวิจัยจากสมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกา เผยแพร่เมื่อเดือนเมษายน 2566 ระบุว่า ข้อมูลเริ่มแสดงให้เห็นว่าบุหรี่ไฟฟ้าสามารถก่อให้เกิดปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวเกี่ยวกับการทำงานของหัวใจ ความสมบูรณ์ของหลอดเลือด และปัญหาเกี่ยวกับระบบเผาผลาญในร่างกายที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เช่น เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน 2 เท่า นอกจากนี้การสูบบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและความดันโลหิตสูงขึ้นทันที รวมทั้งการสูบบุหรี่ไฟฟ้ายังส่งผลให้หลอดเลือดแข็งตัวและตีบตันขึ้น ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้นซึ่งหากมีภาวะดังกล่าวเป็นเวลานานจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ จึงอยากเตือนวัยรุ่นที่คิดริลองบุหรี่ไฟฟ้าโดยเชื่ออย่างผิด ๆ ว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่อันตราย ว่าบุหรี่ไฟฟ้าอาจจะทำอันตรายถึงชีวิต ปัจจุบันเริ่มมีแพทย์ตามโรงพยาบาลต่าง ๆ แชร์ข้อมูลมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าพบคนไข้กลุ่มวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 30 ปีเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน โดยที่คนไข้กลุ่มนี้มีประวัติสูบบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งภาวะดังกล่าวหากเข้ารับการรักษาไม่ทันการณ์จะเสียชีวิต

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีและประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ แสดงความกังวลว่า บุหรี่ไฟฟ้าจะมาทำให้การควบคุมยาสูบของประเทศไทยที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน หยุดชะงักและดำเนินการได้ยากขึ้น ที่สำคัญบุหรี่ไฟฟ้าจะทำให้เกิดการระบาดของการเสพติดนิโคตินในเด็กและเยาวชน ซึ่งนิโคตินมีอำนาจเสพติดที่รุนแรงเทียบเท่าเฮโรอีน ติดง่ายแต่เลิกยาก พบว่ามีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ไม่ใช่เด็กกลุ่มเสี่ยงที่จะสูบบุหรี่แต่เข้ามาลองสูบบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะวัยรุ่นผู้หญิง มีตัวอย่างให้เห็นแล้วในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ จึงอยากฝากไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ให้พิจารณานโยบายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างรอบคอบ ควรคิดถึงผลที่จะกระทบต่อเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ โดยควรจะนำข้อมูลที่ถูกต้องจากสถาบันการแพทย์ และนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญด้านการควบคุมยาสูบประกอบการพิจารณา ที่สำคัญควรจะป้องกันไม่ให้ฝ่ายธุรกิจที่แสวงหาผลประโยชน์จากบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาแทรกแซงการกำหนดนโยบาย

ด้านตัวแทนนักศึกษาแพทย์ นางสาวสิตาธรรม พืชกมุทร นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 คณะทำงานโครงการนักศึกษารามาธิบดีปลอดบุหรี่ แสดงความเห็นว่า “การสูบบุหรี่ไฟฟ้าเหมือนเอาตัวเองไปเป็นหนูทดลองว่าอีก 10-20 ปีข้างหน้าบุหรี่ไฟฟ้าจะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงแค่ไหน ถ้าเราต้องเลือกโดยสารเครื่องบินเพื่อเดินทางไปยังจุดหมาย แล้วรู้แน่ ๆ ว่าเครื่องบินลำนั้นจะตกและมีคนต้องเสียชีวิตเกินครึ่งลำ เรายังจะเลือกเดินทางไปกับเครื่องบินลำนั้นอีกไหม ชีวิตเรายังมีความสนุกมากมายรออยู่ มีโลกกว้างให้ผจญภัย อย่าทำร้ายตัวเอง ทำลายอนาคตด้วยการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเลย”

อ้างอิง

Association of Electronic Cigarette Exposure on Cardiovascular Health: A Systematic Review and Meta-Analysis: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/37088177/

Electronic Nicotine Delivery Systems and Cardiovascular/Cardiometabolic Health: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/37104558/

What are the respiratory effects of e-cigarettes?: https://www.bmj.com/content/366/bmj.l5275

-(016)

คดีพลิกหรือไม่? ‘โบว์ เมลดา-หมาก ปริญ’ ชวนคนดูลุ้นตอนสุดท้าย ‘ใต้เงาตะวัน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/734437

คดีพลิกหรือไม่? ‘โบว์ เมลดา-หมาก ปริญ’ ชวนคนดูลุ้นตอนสุดท้าย ‘ใต้เงาตะวัน’

คดีพลิกหรือไม่? ‘โบว์ เมลดา-หมาก ปริญ’ ชวนคนดูลุ้นตอนสุดท้าย ‘ใต้เงาตะวัน’

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แรงตั้งแต่เริ่มจนถึงช่วงโค้งสุดท้ายกับละคร “ใต้เงาตะวัน” ช่อง 3 ที่ตอนนี้ความเข้มข้นหนักหน่วง ชวนลุ้นตาไม่กะพริบ ทำเอาฟีดแบ๊กดีเกินคาด และยอดดูสดออนไลน์ยังพุ่งขึ้นอีกด้วยล่าสุดใกล้ ตอนสุดท้ายแล้วความจริงต่างๆ และความสัมพันธ์ของแต่ละครอบครัว ใกล้ถึงบทสรุปเต็มที งานนี้นางเอกของเราสาว “โบว์-เมลดา” จึงขอเป็นตัวแทนนักแสดงขอบคุณแฟนๆ และชวนมาลุ้น ตอนสุดท้ายพร้อมกันของ “ใต้เงาตะวัน” ว่าจะเข้มข้นสมใจแค่ไหน

“ก่อนอื่นโบว์ต้องขอบคุณพี่ป้าน้าอาทุกคนเลยนะคะ และแฟนคลับของทุกคนเลย ที่ติดตามละครเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนเขาก็บอกว่าละครสนุกมาก ถ้าได้ดูแล้วติดใจมาก ส่วนโบว์ก็ได้เข้าไปเลื่อนฟีดทวิตเตอร์ดูตลอด แฟนๆ ก็จะชมรีน่าว่าสวยน่ารักไปหมดเลย กรณ์ก็หล่อละมุน แต่ส่วนใหญ่จะด่ากานต์เยอะมาก ว่าร้ายมากทำไมถึงทำกับน้องแบบนี้ โบว์อยากให้ทุกคนโฟกัสกับทั้งเรื่องเลย คู่พี่-น้อง พระ-นาง พ่อลูก ครอบครัวของกรณ์ของก๋า เพราะมีปมปัญหากันทุกบ้านเลย ยิ่งกานต์กับกรณ์เดี๋ยวเขาก็จะมีซีนทะเลาะกันอีก ต้องมาดูกันว่าจะคลี่คลายปมยังไง กานต์จะโดนตำรวจจับไหม หรือจะตายเลย ต้องดูเพราะว่ามันจะพลิกเรื่องเลยแหละอีกอย่างคือตอนจบภาพสวยๆ มีเยอะมากค่ะห้ามพลาดเด็ดขาด ใต้เงาตะวัน ค่ะ” การันตีความเข้มข้นขนาดนี้แล้วใครที่ไม่อยากพลาดตอนสุดท้าย “ใต้เงาตะวัน ”มาร่วมลุ้นบทสรุปพร้อมวันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน 2566 เสนอเป็นตอนจบเวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus

บอย YourMOODถ่ายทอดอารมณ์ผ่านบทเพลง “วันใหม่” ในงานเปิดตัวโครงการ “อมรินทร์ อาสา”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/734438

บอย YourMOODถ่ายทอดอารมณ์ผ่านบทเพลง “วันใหม่” ในงานเปิดตัวโครงการ “อมรินทร์ อาสา”

บอย YourMOODถ่ายทอดอารมณ์ผ่านบทเพลง “วันใหม่” ในงานเปิดตัวโครงการ “อมรินทร์ อาสา”

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บอย YourMOOD หรือ สุรัตน์ รุ่งพุทธิกุล ตัวแทนศิลปินจากค่ายเพลง WHAT THE DUCK ร่วมถ่ายทอดอารมณ์ผ่านบทเพลงแห่งการช่วยเหลือ “วันใหม่ (One Heart)” ในงานเปิดตัวโครงการเพื่อสังคม “อมรินทร์ อาสา” โครงการที่ช่วยสนับสนุนและช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ บริษัท อมรินทร์คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมมือกับบริษัทซีเจเวิร์ค จำกัด (CJ WORX) และค่ายเพลง WHAT THE DUCK ช่วยกันระดมทุน 50 ล้านบาท ช่วยเหลือเด็กทารกที่ป่วยด้วยโรคหัวใจพิการขั้นวิกฤตกับ โครงการ “หนึ่งหัวใจ สู่ชีวิตใหม่” ใน มูลนิธิโรงพยาบาลเด็กโดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ผ่านรูปแบบมิวสิกแคมเปญ บอย YourMOOD เผยความรู้สึกว่า

“รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำความดีครั้งนี้ ที่จะได้ช่วยเหลือน้องๆ ที่ป่วยด้วยโรคหัวใจพิการขั้นวิกฤต ผ่านการร้องเพลงวันใหม่ร่วมกับพี่ๆ ศิลปินอีก 5 ท่าน คือ มอร์-วสุพร หรือ Morvasu, มาร์ค-ธัชพล หรือMARC, เป้-อารักษ์ และ พลอย-วาเลนติน่าซึ่งเนื้อหาของเพลงวันใหม่ถูกแต่งขึ้นจากเรื่องจริงของน้องที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับโอกาสในการช่วยเหลือ เพลงเพราะและซึ้งกินใจมากๆ ครับ ตอนที่อัดเพลงนี้ผมคิดเพียงว่าจะต้องถ่ายทอดออกมาให้ดีที่สุด ร้องให้เข้าถึงใจคนฟังให้มากที่สุด นอกจากนี้ศิลปินที่ร่วมร้องเพลงวันใหม่ยังได้ออกแบบเสื้อทีเชิ้ตลิมิเตดเอดิชั่นร่วมกัน “ONE HEART T-SHIRT” ที่มีเพียง 300 ตัว เพื่อหารายได้ระดมทุนมอบให้แก่โครงการ จึงอยากเชิญชวนทุกคนร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือน้องๆ ที่รอคอยโอกาสนี้กันนะครับ” ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการซ่อมแซมหัวใจของน้องๆ ด้วยการร่วมบริจาคนี้ได้ที่มูลนิธิโรงพยาบาลเด็กธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 051-3-00051-5 หรือธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 661-0-55841-8

‘แจสซี่’ พร้อมชิงมงสาม!! สวมมงรับตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ แม่ฮ่องสอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/734430

‘แจสซี่’ พร้อมชิงมงสาม!! สวมมงรับตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ แม่ฮ่องสอน

‘แจสซี่’ พร้อมชิงมงสาม!! สวมมงรับตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ แม่ฮ่องสอน

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อีกหนึ่งตัวเต็งที่ทุกคนรอคอย “แจสซี่-กิระนา จัสมิน ชูว์เทอร์” หรือ แจสซี่ เดอะเฟซ สาวสวยมากความสามารถที่ล่าสุดได้รับเลือกดำรงตำแหน่ง “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ แม่ฮ่องสอน” จาก City Director : Miss Universe Thailand –
MUT Mae Hong Son ภายใต้ผู้ถือสิทธิ์และบริหารงานโดย Jade for you เจ้าของอาณาจักรหยก ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยบริหารโดย คุณไม้-ชานนท์ ผ่องเจริญกุล, คุณไผ่-ดร.ชนะ ผ่องเจริญกุล และ คุณเหมย-ทิพาวาดี ทวีอภิรดีวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทที่งานนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาพร้อมภารกิจพิชิตมงกุฎจักรวาล สร้างความมั่นใจให้เหล่าแฟนคลับและคอนางงาม พร้อมสนับสนุนแบบจัดหนักจัดเต็ม ให้สายสะพายจังหวัดแม่ฮ่องสอนโดดเด่นไม่แพ้ใคร ตลอดการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 โดยได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ แม่ฮ่องสอน พร้อมสวมมงกุฎอย่างเป็นทางการ ให้กับ แจสซี่ โดยมีแขกผู้มีเกียรติและเหล่าเซเลบริตี้ให้เกียรติมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ ร้าน JADE FOR YOU ซอยหลังสวนลุมพินี ถนนสารสิน เมื่อวันจันทร์ที่ 29 พฤษภาคม 2566

แจสซี่-กิระนา จัสมิน ชูว์เทอร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ แม่ฮ่องสอน ประจำปี 2023 เผยความรู้สึกว่า “รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากที่ได้รับดำรงตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ แม่ฮ่องสอน ประจำปี 2023 รวมถึงได้รับภารกิจหน้าที่ที่จะต้องเข้าร่วมประกวดเพื่อชิงมงกุฎมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 ซึ่งก่อนอื่นต้องขอขอบคุณแฟนคลับ และพี่ๆ ในแวดวงนางงามทุกท่านที่นึกถึงแจสซี่ และคอยติดตามถามแจสซี่มาตลอดในหลายปีที่ผ่านมา ต้องบอกเลยว่านี่เป็นอีกหนึ่งในความฝันของแจสซี่เหมือนกันที่อยากจะสวมมงกุฎนางงาม และอยากจะเป็นตัวแทนสายสะพายของประเทศไทยไปทำหน้าที่ประกวดเพื่อชิงมงกุฎนางงามจักรวาลมงที่สามให้กับคนไทย ดังนั้นในหลายปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่า แจสซี่ ได้ไปทำการบ้าน เก็บประสบการณ์และคอยพัฒนาทักษะต่างๆ เพื่อการเป็นนางงาม จนรู้สึกว่าพร้อมและมั่นใจ เลยตั้งใจเข้าร่วมประกวดในปีนี้ และอยากขอฝากแฟนคลับช่วยติดตามและส่งกำลังใจเชียร์แจสซี่ด้วยนะคะ ซึ่งบอกเลยว่าทำเต็มที่ทุกวันแน่นอนค่ะ”

‘The Way Artist Intern Camp ชวนเหล่าเอฟซี ร่วมโหวตวงดนตรี อาร์ตติสวัยมัธยม 32 วงรอบออดิชั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/734440

‘The Way Artist Intern Camp ชวนเหล่าเอฟซี ร่วมโหวตวงดนตรี อาร์ตติสวัยมัธยม 32 วงรอบออดิชั่น

‘The Way Artist Intern Camp ชวนเหล่าเอฟซี ร่วมโหวตวงดนตรี อาร์ตติสวัยมัธยม 32 วงรอบออดิชั่น

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

The Way Artist Intern Camp ชวนเหล่าเอฟซีร่วมโหวตให้วงดนตรี อาร์ติสท์วัยมัธยม 32 วงที่ผ่านเข้ารอบออดิชั่น ชอบวงไหน เชียร์โรงเรียนอะไร! สามารถกดโหวตโชว์เลิฟกันรัวๆ ได้ที่ลิงก์นี้เลย https://bit.ly/FBLinepoll โหวตได้ 1 ครั้ง/วัน ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 4 มิ.ย. นี้แล้วมารอลุ้นกันว่า วงไหนจะได้เป็น Popular Vote ประจำแคมป์ศิลปินอินเทิร์น

โอ๋-เจษฎา สุขทรามร หรือ “โอ๋ ดูบาดู” Camp Master ของโปรเจกท์ ฝากชวนแฟนๆ ของน้องๆ ทุกสถาบันทั่วประเทศร่วมกันโหวตค้นหาตำแหน่ง Popular Vote และยังมีสิทธิ์ลุ้นของรางวัลมูลค่ากว่า 1 แสนบาท สำหรับใครที่อยากเห็นฝีมือและอยากมาให้กำลังใจน้องๆ ทั้ง 32 วงแบบสดๆ สามารถมาหวีดกันได้ที่สยามสแควร์ ในวันที่ 3-4 มิ.ย. 2566 เวลา 10.00-21.00 น. ณ Siam Square Block K

ติดตามความคืบหน้าและความสนุกของ THE WAY Artist Intern Camp ได้ทางOfficial Website:https://www.TheWayArtistInternCamp.com FacebookFanpage : https://www.facebook.com/TheWayArtistInternCamp

‘ตาต้า’ออร่าพุ่งในฐานะดาวรุ่งดวงใหม่ สวยเตะตา!!! ทำเพื่อนแตกคอในภาพยนตร์ ‘บักจ่อย สแว็กแก๊ก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/734436

'ตาต้า'ออร่าพุ่งในฐานะดาวรุ่งดวงใหม่ สวยเตะตา!!! ทำเพื่อนแตกคอในภาพยนตร์ 'บักจ่อย สแว็กแก๊ก'

‘ตาต้า’ออร่าพุ่งในฐานะดาวรุ่งดวงใหม่ สวยเตะตา!!! ทำเพื่อนแตกคอในภาพยนตร์ ‘บักจ่อย สแว็กแก๊ก’

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อีกหนึ่งสาวสวยที่มีฝีมือทางการแสดงที่น่าจับตา คนหนึ่ง คงหนีไม่พ้นนักแสดงสาวดาวรุ่ง ตาต้า-ปุณณวรรณ ลีลาบูรณธนกูร ในบท “น้องดรีม” นักเรียนสาวที่เพิ่งย้ายมาจากกรุงเทพฯ และมาป่วนหัวใจหนุ่มๆ ให้สั่นไหวในภาพยนตร์ไทยเรื่อง บักจ่อย สแว็กแก๊ก” (LA LA BOY)ภาพยนตร์ Exclusive By MONOMAX กำกับการแสดงโดยผู้กำกับอารมณ์ดี ดัมมี่-ธนาบดินทร์ ยงสืบชาติ ทาง MONOMAX” (โมโนแมกซ์) สุดยอดหนังดีซีรี่ส์ดังพากย์ไทยครบทุกเรื่อง

“ตาต้า” เผยว่า “ตอนนี้หนูเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัดโมโนแล้วค่ะ ทำงานวีเจ และงานแสดง ซึ่งภาพยนตร์เรื่อง บักจ่อย สแว็กแก๊ก เป็นผลงานแสดงเรื่องแรกในชีวิตของหนูเลยค่ะ กับบท น้องดรีม เขาเป็นคนสวย ทำอะไรก็สวยไปหมด เป็นดาวโรงเรียน เป็นเด็กกรุงเทพฯ ที่เพิ่งย้ายมาเรียนต่างจังหวัดสวยเด่นจนไปเตะตาพระเอก พี่บักจ่อย แต่น้องดรีมไม่ชอบพี่บักจ่อยนะคะ กลับไปชอบเพื่อนของพี่บักจ่อยแทน น้องดรีมจึงเป็นตัวแปรที่ทำให้เพื่อนสองคนทะเลาะกันจนบานปลายซึ่งหนูชอบบทดรีมมากนะคะเพราะหนูมองว่าเขาเป็นผู้หญิงที่ดูเรียบร้อย แต่ก็แอบมีความแซ่บ มีความคล้ายตัวหนูอยู่เหมือนกัน ในเรื่องของความแก่นๆ ซนๆ สไตล์เด็กกรุงเทพฯ ถ้าน้องดรีมมีอยู่จริงหนูก็คงเป็นเพื่อนกับเขาล่ะค่ะ เขาน่ารักดี หนูจำความรู้สึกของการทำงานได้ค่ะ…ตื่นเต้น ดีใจทุกครั้งที่ได้มีโอกาสไปทำงาน ออกกอง ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ค่ะ ทุกคนซัพพอร์ตช่วยเหลือกัน ทุกคนน่ารักจริงๆ ค่ะ ทำให้งานทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ไม่กดดัน และหนูก็มีเพื่อนในกองฯ เพิ่มขึ้นเยอะเลย เพราะอายุรุ่นราวเดียวกัน 15-16 ปี รวมถึง พี่เอิร์ธ (เอิร์ธ-อติคุณ), พี่โมสต์ (โมสต์-วิศรุต) เขาก็แสดงเก่งและเป็นพี่ที่ดีช่วยเหลือเวลาเข้าฉากได้มากทีเดียวค่ะ อยากฝากให้ติดตามเป็นกำลังใจให้น้องดรีม บทบาทที่หนูเล่นด้วยนะคะ ทาง โมโนแมกซ์ ค่ะ”

อีเวนท์สุดฮอต!! พบกับสองหนุ่มวอทช์เลิฟเวอร์ ‘ติวเตอร์ กรภัทร์’ และ ‘ยิม ปริญญากรณ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/734516

อีเวนท์สุดฮอต!!  พบกับสองหนุ่มวอทช์เลิฟเวอร์ ‘ติวเตอร์ กรภัทร์’ และ ‘ยิม ปริญญากรณ์’

อีเวนท์สุดฮอต!! พบกับสองหนุ่มวอทช์เลิฟเวอร์ ‘ติวเตอร์ กรภัทร์’ และ ‘ยิม ปริญญากรณ์’

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 21.11 น.

กรี๊ดสิครับกรี๊ด! เมื่อห้างโรบินสัน แท็กทีมสองหนุ่มฮอตวอทช์เลิฟเวอร์ตัวยง อย่าง “ติวเตอร์-กรภัทร์ ลำน้อย” และ “ยิม-ปริญญากรณ์ ขันสวะ” มารับบทเป็นไกด์พาครอบครัววอทช์เลิฟเวอร์ไปไลฟ์สดสัมผัสกับการกลับมาอีกครั้งของงานมหกรรมนาฬิกาสุดปังแห่งปี “ROBINSON THE ULTIMATE WATCH FAIR 2023” (โรบินสัน ดิ อัลติเมท วอทช์ แฟร์ 2023) ที่ยังคงคอนเซ็ปต์สุดเก๋ “THE WATCH GALLERY” ที่ผสมผสานความสวยงามของภาพถ่ายเชิงศิลปะของนาฬิกาไฮไลต์ และความมีเอกลักษณ์ที่ทรงคุณค่าจากแบรนด์นาฬิกา ชั้นนำทั้งกลุ่มลักชัวรี่ แฟชั่น สมาร์ทวอทช์ คอลเลกชันใหม่ล่าสุด และลิมิเต็ด อิดิชั่น มาให้อัปเดตเทรนด์กันแบบจุก ๆ พร้อมดีลแบบสับ ๆ และกิจกรรมแบบฟิน ๆ ให้ช้อปสนุกมากมายเฉพาะงานนี้เท่านั้น!

ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. 66 – 11 มิ.ย. 66 ณ ลานเวิร์ค แอนด์ เพลย์ ชั้น 1 เซ็นทรัลพระรามเก้า และหลากหลายช่องทางการช้อปปิ้งสุดสะดวกของห้างโรบินสัน…งานนี้ขอบอกว่าไม่ธรรมดา! เพราะสองหนุ่มจะมีแจกของรางวัลแบบจัดเต็มในไลฟ์สดวันที่ 1 มิ.ย. 66 ตั้งแต่เวลา 16.00 – 17.00 น. อีกด้วย เอฟซีและครอบครัววอทช์เลิฟเวอร์เฝ้าหน้าจอกันได้ที่ Facebook Fanpage: Robinson Department Store ได้เลย…

‘โก้ ธีรศักดิ์’เปิดตัวครั้งแรก หลานชายสุดหล่อในฝัน ผลักดันเข้าวงการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/734501

'โก้ ธีรศักดิ์'เปิดตัวครั้งแรก หลานชายสุดหล่อในฝัน ผลักดันเข้าวงการ

‘โก้ ธีรศักดิ์’เปิดตัวครั้งแรก หลานชายสุดหล่อในฝัน ผลักดันเข้าวงการ

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 19.37 น.

“โก้ ธีรศักดิ์” เปิดตัวครั้งแรก หลานชายสุดหล่อในฝัน ผลักดันเข้าวงการ ที่ถูกเพื่อนบ้านมหาภัยคุกคาม 5 ปีจนจิตตก!  

“ดร.โก้ ธีรศักดิ์” นักแสดงมากความสามารถ วันนี้ควง “น้องกร ณัฐวัฒน์” หลานชายสุดหล่อสไตล์โอปป้า มาเปิดใจดันเข้าวงการ พร้อมเคลียร์ดราม่า หลานชายถูกเพื่อนบ้านมหาภัย สาดน้ำปัสสาวะใส่ ก่อกวนมานานกว่า 5 ปี ตอนนี้หลานกลายเป็นโรคจิตตกไปแล้ว ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และ เป็กกี้ ศรีธัญญาเป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ตอนนี้มีผลงานคือละครเพื่อนบ้านมหาภัย?

โก้ : ใช่ค่ะ เป็นเพื่อนบ้านตัวตึง

ย้อนเล่าว่าเกิดอะไร?

โก้ : เหตุการณ์เกิดประมาณ 5 ปี แห่งความรำคาญใจ ที่เขามาเป็นหนักๆ ประมาณหนึ่งปี ที่เป็นข่าวเลยคือครึ่งปีที่แล้วเขามีมาสาดน้ำกรดบ้าง เอามีดไล่ฟันคนอื่นโน่นนี่นั่น เอาก้อนดิน น้ำปัสสาวะ อุจจาระ ทุบรถคนบ้าง จนตอนนี้ 7 ตึกขายออก เหลือแค่ 3 ครอบครัวเขา เขาทำทุกคน เวลาเราจะเข้าบ้านก็ต้องระวังว่าเขาจะสาดอะไรหรือเปล่า ไม่รู้น้ำฉี่จะสาดมาหรือเปล่า บางคนบอกว่าเฮ้ย เรื่องจริงหรือแต่งเรื่อง แต่มีจริงค่ะ อยู่แถวๆ วังทองหลาง ถามหลานชายดีกว่าเพราะคนนอนบ้านหลังนั้นตลอดเวลาคือตัวน้องกร กรไม่ได้ย้ายออก

กร : เหตุการณ์ตอนนี้ยังมีเสียงทุบกำแพงอยู่ ทุบยาวจนถึงตีสองตีสาม

โก้ : เราไม่รู้เขาทำอะไรตอนกลางคืน เมื่อก่อนชอบทุบตอนตีสามตีสี่ ทางนี้ก็นอนไม่หลับ กระส่ายกระสับ ไปคุยกับแม่เขา เขาบอกเดี๋ยวดูให้ ต้องบอกว่าตัวละครมี 4 คน แม่ ลูกชายคนโต ลูกสาวคนโตและลูกสาวคนเล็ก ลูกชายคนตัวถือขวานถือมีด แต่เพลาแล้ว เพราะได้มงไปปี 22 แต่ลูกสาวได้มงปี 23 แม่เขาบอกว่าลูกไม่ได้เป็นบ้า แต่บ้านเรามีคนไปทำของใส่ลูกเขา เราก็งงเลย ว่าตกลงผิดที่เรา เราบอกไปแล้วว่าเราถนัดทำหน้า ไม่ได้ถนัดทำของ แต่เขาไม่เชื่อ(หัวเราะ)

เสียงทุบดังขนาดไหน?

กร : เวลานอนต้องปิดไฟ เงียบ เป็นเวลาส่วนตัว พอเราจะนอน ได้ยินเสียงทุบยาวๆ ถามว่าหลอนมั้ย หลอนตอนเข้าบ้านที่สุดแล้ว เวลาจะเข้าบ้านจะคิดว่าเขาอยู่เปล่า ต้องรีบวิ่งเข้าบ้าน

โก้ : เขาเขวี้ยงระเบิดฉี่ ตอนนี้ทุกบ้าน กล้องวงจรปิดขายดีเลยนะ บางคนติดจากชั้น 4 ส่องมาชั้น 2 บ้านเขาเลย เพราะหนึ่งบางทีไปแจ้งความแล้วไม่มีหลักฐาน อย่างพี่เขยโดนเอาไม้ตี ไปแจ้งความไม่มีหลักฐาน เวลาโดนอย่างนี้ทุกคนต้องรู้เลยว่าเราต้องไปรพ.ก่อนไปโรงพัก มีกล้องวงจรปิดด้วย มีพยานบุคคลด้วยยิ่งดี ล่าสุดต้องขอบคุณมากเลย มีร้านอาหารปักษ์ใต้มาเปิดข้างๆ เขาเพิ่งเป็นเจ้าภาพใหม่ ทางมือวางอันดับหนึ่งไปสาดน้ำปัสสาวะใส่เขา เขาออกจากบ้านเลยค่ะ รวบตึง ช่วยกันจับ จนเป็นคลิปล่าสุด จับส่งตร.ไปหาหมอ อีกวันเขาก็กลับมาใหม่ ไปโรงพักก่อนเพื่อเกลี้ยกล่อมแม่เขาว่าลูกต้องรักษานะ ต้องพาไปส่งรพ. วันนั้นเป็นครั้งแรกที่แม่เขาในรอบ 5 ปียอมให้ไปรพ.กลางเพื่อตรวจร่างกาย เขาบอกจะส่งไปรพ.สมเด็จเจ้าพระยาต่อ เราก็ถามผกก.ไปแล้วใช่มั้ย ลงโพสต์เลยจ๊ะดีใจเหมือนถูกหวย เราจะได้มีความสุข ดีใจได้แป๊บนึง อ้าว ทำไมตอนเช้า 9 โมงมาแล้ว เราเลยโทรหาผกก.ต่อ ทางตร.พยายามเต็มที่แล้วพาส่งรพ.แล้ว แต่เขาโวยวายจนหมอจะเจาะเลือดแล้วทำอะไรไม่ได้เลย เขาไม่ยินยอมให้ตรวจ สุดท้ายก็ปล่อยกลับบ้าน เราก็คิดว่าถ้าเขาเป็นปกติเขาจะไม่ให้ตรวจทำไม สุดท้ายก็เวลคัมแบ็กกลับบ้าน

กรเคยโดนทำร้ายร่างกายมั้ย?

กร : เคยโดนสาดปัสสาวะ เคยสั่งของกินมาแล้วต้องทิ้งหมดเลย เพราะโดนน้ำปัสสาวะเขานี่แหละครับ นอกจากนี้เวลาเดินเข้าบ้านเหมือนเป็นโรคจิต หวาดระแวง ต้องส่อง ได้ยินเสียงก็ระแวงไปหมดเลย

โก้ : เราอยากให้เขาออกมา เพราะเรากลัวเขาเสียสุขภาพจิต คนโดนกดโดนย้ำ 5 ปี เขาเครียด แล้วเขาปลูกไม้ด่างด้วยนะ

กร : ปลูกเป็นกิจวัตร ยามว่าง ทำมาสักพักแล้ว ตั้งแต่ไม้ด่างที่เป็นกระแส จนช่วงนี้ไม่ได้ขายไม่ได้ทำอะไรเลย แค่เดินไปหน้าบ้านยังได้กลิ่น ไม่ไหว สาดน้ำกรดมาโดนต้นไม้เสียหายไป 5 หมื่น แจกแจงไปแล้ว แต่ก็ไม่มีใครชดใช้

โก้ : ต้องจ้างทนายและฟ้องตรงเลย แต่ไปๆ มาๆ เสียมากกว่าต้นไม้เนอะ ก็บวกลบคูณหาร

5 ปีแล้วไม่สามารถทำอะไรกับเพื่อนบ้านมหาภัยได้เลย น้อยใจกฎหมายมั้ย เราถูกกระทำมาตลอด?

กร : น้อยใจมาก เราไม่รู้จะให้ใครช่วยเราได้ คนช่วยได้คือตร. พอเราปรึกษาตร.บอกว่าไม่มีหลักฐาน ไม่มีโน่นนี่นั่นเราก็เลยติดกล้องวงจรปิด พอเราเอาหลักฐานให้ตร. ตร.บอกเป็นลหุโทษนะ ต้องส่งไปตรวจตามกระบวนการ ผมได้คุยกับตร.ก่อนส่งหมายเรียก ผมบอกว่าผมรับประกันเลยว่าต้องมีอาละวาดอีกแน่ แล้วพวกผมจะอยู่กันยังไง ตร.ก็บอกว่าต้องเป็นไปตามกฎหมาย

โก้ : วันนี้เขาทุบรถ ถ้าวันนึงเขาทุบหัวเด็กเสียชีวิตไปล่ะ จะเป็นเรื่องเป็นความ กรเองไม่เคยเห็นในสื่อเลย 6 เดือนที่ผ่านมาโก้เองที่เป็นคนพูด เราบอกว่ากรกำลังจะมีผลงาน อย่าเพิ่งออกมาเลย เขามีผลงานกับช่องวันด้วย ก็เลยพามาเปิดตัวเลยวันนี้

เพื่อนบ้านตอนนี้เป็นยังไง?

กร : หลังเขากลับมาแล้ว ไม่ทราบอยู่ในบ้านหรืออยู่ไหน เพราะไม่เห็นตัวเลย

โก้ : เขารูดกรงเหล็กลงมา ปกติไม่มีกรงเหล็ก แต่มีคนเห็นบ้างว่าให้น้องคนเล็กย่องไปซื้อข้าว แล้วกลับเข้าบ้านรูดประตูเหล็กลง ตอนนี้มีเจ้าภาพใหม่ซึ่งเราต้องขอบคุณเขาเลย เขาคือหน่วยสวาทตัวจริง ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็ไปบอกร้านอาหารปักษ์ใต้

เราย้ายบ้านได้มั้ย?

กร : ก็อยากย้ายบ้านนะครับ แต่เศรษฐกิจช่วงนี้ก็ไม่ค่อยดี แล้วถามกลับคำนึงว่าเราจะย้ายทำไม เราไม่ใช่คนมีปัญหาอะไรเลย เราเป็นคนได้รับผลกระทบด้วยซ้ำ ทำไมเราต้องย้ายหนีคนบ้า ขอตั้งคำถามว่าถ้ากรขายบ้านไป คนมาซื้อเราแล้วเจอข้างบ้านเป็นแบบนี้ ใครจะอยากซื้อ

โก้ : มันยาก ไม่เหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า บ้านมีโฉนด มีนิติกรรมเยอะแยะมากมาย สุดท้ายเราอยากให้เขาหายนะ ไม่ได้อยากโกรธจนวันตาย เราเป็นเพื่อนบ้านกัน วันนี้เขาป่วยก็ไปรักษาเถอะ กลับมาก็เป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันได้

กร : เราช่วยเหลือซึ่งกันและกันดีกว่า

พี่โก้ดวงไม่ดีเรื่องเพื่อนบ้าน แต่ดวงดีเรื่องดีเอ็นเอ เป็นหลานจริงหรือเปล่า แอ๊บหรือเปล่า พี่โก้รักหลานมาก เห็นว่าเป็นหลานในฝัน?

กร : ต้องบอกก่อนที่บ้าน บางคนนึกว่าเปิดบาร์โฮส มีหลานชาย 8 คน เวลาออกมาเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวหล่อ ทุกคนเห็น แต่นี้ย้อนไป 20 กว่าปี เราไปเรียนที่อังกฤษและมีความฝันว่ามีเด็กคนนึงขอมาเกิดเป็นลูกเรา หรือเราจะท้อง (หัวเราะ) ไม่ใช่ เขาบอกว่าจะขอมาเกิดเป็นลูกพี่สาวเพราะเราไม่ท้องซะที เราตื่นก็ถามพี่สาวว่าฝันว่ามีเด็กผู้ชายอยากเกิดมาเป็นลูกเรา แต่เขาจะไปเกิดที่ท้องยูก่อนนะ ปรากฏว่าคลอดมาปุ๊บเป็นผู้ชายจริงๆ ในฝันเราเห็นว่าเขาสูงยาวเข่าดีเหมือนเทพบุตร คือหล่อ พอออกมาปุ๊บทำไมอ้วนขนาดนี้วะ ตอนเด็กดูปุ๊กๆ ก็คิดว่าฝันพลาดแน่ แต่ในฝันสูงใหญ่เลยนะ ไปๆ มาๆ ในหลาน 8 คน เขาสูงที่สุดเลย เขาสูง 193 ซม. อายุ 22 ขนาดโก้สูงที่สุดในบ้าน ตอนนี้เขา 193 มะม่วงออกผลไม้ไม่ต้องใช้ไม้สอย

เป็นหลานในฝันเหมือนที่ฝัน?

โก้ : ใช่ พอคลอดมาปุ๊บเรารักและเอ็นดูเขาเนอะ

เห็นบอกเคยครั้งนึงถึงขั้นลงไม้ลงมือ เกิดอะไรขึ้น?

โก้ : เด็กๆ เรามีการสอนด้วย เราเป็นคนค่อนข้างดุกับหลานนะ เสียงเราจะไม่สปอยเด็ดขาด เรารู้สึกว่าเด็กต้องต่อสู้ด้วยตัวเอง ล่าสุดโดนซัดร้องไห้ไปทีนึง ล่าสุดนี่แหละ เราใช้มือตีนี่แหละค่ะ แต่ลักษณะเราสอนเขาเรื่องแอ็กติ้ง เพราะเขาเข้าวงการมาเป็นนักแสดงแล้ว

กรเล่า เขาทำอะไร?

กร : อีกสองวันจะถ่ายทำซีรีส์ กรก็ไปทบทวนบทเรียนกับน้า พอน้าสอนปุ๊บกรเหมือนมีกำแพงของตัวเองอยู่ เขาสอนอะไรมาก็ไม่ยอมทำตามที่เขาพูด ความคิดเราตอนนั้นมันผิด เขาอยู่วงการมา 30 ปี เขามีประสบการณ์มากกว่า เขามองมุมเดียวก็เข้าใจแล้ว ต่างจากเรา พอเขาสอนเราก็ไม่ยอมรับเหมือนมีกำแพง เขาพูดเท่าไหร่เราก็ไม่ฟัง ทุบตรงไหล่เลย บ่อน้ำตาแตกเลย (หัวเราะ)

โก้ : เขาประสบการณ์น้อย ให้ทำอะไรไม่มีสมาธิเลย มีกำแพงว่าทำไม่ได้ ก็บอกว่ากำแพงเยอะใช่มั้ย ปั๊วะ กำแพงทลายหรือยัง หลังจากนั้นน้ำตาแตก ทุกอย่างทำได้หมดเลย (หัวเราะ) เราก็บอกว่าเนี่ยแหละเราต้องใส่ใจ เราก็โตมาแบบนี้เนอะ ตอนอยู่กองถ่าย บางทีทำไม่ได้สักที เขาก็ทลายกำแพงให้ แต่เราไม่ได้ไปตบหน้าเขานะ ต้องมีสมาธิสิ บทก็ต้องจำให้ได้

กร : ตบปุ๊บบทจำได้ ซ้อมเดินแบบกับเขาก็เดินตรง ทุกอย่างกลับตัวหมดเลย

โก้ : จากที่เดินเป็นหุ่นยนต์

โชคดีแค่ไหนที่มีน้าคอยประกบจัดแจงให้ก่อนมาทำงานจริง ถ้าทำงานจริงแล้วทำไม่ได้ กรเองจะเครียด นี่จัดไปก่อนเลย เหมือนได้ครูที่จริงใจ?

โก้ : ตอนเราเข้าไปใหม่ๆ เรารู้สึกว่าเราอยากออกจากวงการ เพราะเรารู้สึกว่าเราไม่ใช่ดารา เราเล่นไม่ได้ เพราะเราไม่เข้าใจการเล่นละคร ยุคเราไม่มีเรียน ไปถึงก็เล่นและไปตายหน้างาน เขาด่าก็ด่าตรงนั้น เล่นประสาอะไร วันนี้ก็ให้เขาเคลียร์ที่บ้านก่อน เราพร้อมส่งเขา แต่สุดท้ายแล้วความสามารถเท่านั้นที่จะพิสูจน์ตัวเขาเอง

กร : เมื่อก่อนเป็นเด็กเกเรมาก่อน ไม่ได้เป็นผู้เป็นคนแบบทุกวันนี้ กว่าจะผ่านมาได้ถึงวันนี้ก็โดนตบโดนตี ผ่านมาหลายเรื่องมากเลยครับ

พี่โก้ไปร้องไห้ได้ไง?

กร : เป็นอุบัติเหตุ เรื่องการเรียน ไปอยู่ในโลกของตัวเอง ตัดทิ้งทุกอย่างไปเลย

โก้ : เป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ อายุสัก 17 เขาบอกอยากทำธุรกิจ ลงทุนต้องใช้เงิน ที่บ้านเขาพ่อแม่ค่อนข้างสปอย เราก็บอกว่าอย่า ไม่ได้ ทำไปก็เจ๊ง ศึกษาหรือยัง เราพูดไปด้วยความเป็นห่วง เขาตอบเรามาคำเดียวว่าเล่าให้ฟังเฉยๆ ไม่ได้ให้ออกความคิดเห็น ประโยคนั้นโอ้โห ขนาดเราไม่ใช่พ่อแม่เขาแท้ๆ เขาพูดนิ่งๆ เราก็คิดว่าเราเผือกใช่มั้ย เราสะเทือนใจก่อน ความเสียใจมีอยู่แล้ว เราก็ไม่คุยกับเขา เราก็ใจแข็งเลยนะ ถ้าเกิดเราพูดแล้วเขาไม่ได้อยากฟัง ต่อไปจะไม่พูด

ไม่พูดกันนานมั้ย?

กร : เป็นปีๆ ก็เริ่มจากกรที่คิดได้ว่าที่ผ่านมาทำตัวไม่ดีจริง เราจะมีปัญหาแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ก็คุยกับพ่อแม่ พ่อแม่ก็ให้คำปรึกษา ก็อยู่ที่เรา เราเข้าไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเข้าไปหาเขา ขอโทษเขา ปรับความเข้าใจ ก็กลับมาเป็นน้าหลานกันเหมือนเดิม

ทำไมถึงใจอ่อน?

โก้ : เนื่องจากมีหลานเยอะ 8 คน ถ้าหลานคนนึงทำตัวไม่ดี ฉันก็พร้อมดูแลคนอื่นต่อ ตอนนั้นคิดแบบนี้เพื่อปลอบใจตัวเอง แต่จริงๆ เราผูกพันกับเขาที่สุด เพราะเราเจอเขานานที่สุด หลังจากเขาขอโทษ เราก็คิดว่าเราก็เคยเป็นวัยรุ่น ดื้อถ้าสามารถกลับมาได้ โอกาสเท่านั้นเป็นสิ่งสำคัญ ก็พยายามสอน แต่เขามีการระวังตัวนะ เราก็ไม่ต้องสอนมาก เราลงมือเลย (หัวเราะ)

ซัดซะเลย?

โก้ : พูดว่าทุกอย่างต้องใช้เวลาแหละ แต่ดีใจที่หลานโตขึ้น และรู้จักรับผิดชอบเรื่องการงาน เพราะเราเข้าวัยรุ่นตอนอายุน้อย เขาก็อายุน้อย

ตอนนี้เข้าวงการบันเทิงแล้ว มีคนเม้าธ์ หล่อสูง แต่เข้าวงการได้เพราะใช้เส้นหรือเปล่า?

โก้ : คอนเนกชั่นเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่เราต้องถามความสมัครใจของเขาด้วย ว่าเขาอยากเป็นมั้ย จริงๆ หลานมี 8 คน มีหลายคนที่หน้าตาดี แต่เขาไม่ได้สนใจ แต่กรสนใจ เขาบอกอยากทำงานในวงการบันเทิง เราดูปุ๊บเขาสูงตั้ง 193 ไม่ธรรมดา เดินแบบได้ เราก็ไปหาโมเดลลิ่งก่อน ไม่ได้ยัดๆ เขาเข้าไป ให้เขาไปแคสงานก่อน ไปทำงานตามสเต็ป เขาแคสครั้งแรกเล่นซีรีส์ช่องวัน เรื่อง House Of Stars เขาก็ได้เลย เราก็ตกใจ ตอนแรกคิดว่าอย่าทำให้เราต้องเดือดร้อนนะ เพราะกลัวว่าถ้าทำไม่ดีจะกลับมาที่เรา ว่าเป็นน้าทำไมไม่ดูแลหลาน จากนั้นเขาก็เคสไปเดินแบบได้ เราก็รู้สึกว่าเออ แววเขามาแล้ว ถามว่าเส้นมั้ย เรียกว่าคอนเนกชั่นดีกว่า ทั้งหมดต้องอยู่ที่เด็กที่ตั้งใจและอยากทำด้วย

กร : ตอนนี้กำลังออนแอร์ ก็ฝากติดตามด้วยนะครับ House Of Stars สถาบันปั้นดาว รับชมได้ที่ช่องวันทุกวันจันทร์เวลาห้าทุ่ม ทางช่องวัน 31 กรมีสองคาแรกเตอร์ ก็อยากให้ติดตามดูในซีรีส์เลย

คุณน้าดูแลหลานอย่างดี อยากให้พูดอะไรถึงน้าคนนี้?

กร : อยากขอขอบคุณน้าที่ดูแลกรมาตลอดที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ไม่ทิ้งกรไปไหน คอยตบซ้ายตบขวาไม่เคยห่างขอบคุณมากที่สั่งสอนประสบการณ์มาจนถึงวันนี้

โก้ : ขอให้โด่งดัง เฮงๆ รักษาสุขภาพ มีวินัยนะลูกนะ จะได้ไม่ทำให้น้าเดือดร้อน เป็นกำลังใจให้น้องด้วยนะคะ

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

‘กิ๊ฟซ่า’เฉลยแล้ว!! ตำนาน ‘Girly Berry เต้นไม่พร้อม แต่จบพร้อม’เกิดจากใคร!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/734429

'กิ๊ฟซ่า'เฉลยแล้ว!! ตำนาน 'Girly Berry เต้นไม่พร้อม แต่จบพร้อม'เกิดจากใคร!

‘กิ๊ฟซ่า’เฉลยแล้ว!! ตำนาน ‘Girly Berry เต้นไม่พร้อม แต่จบพร้อม’เกิดจากใคร!

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 17.13 น.

เป็นคลิปที่เป็นไวรัลสุดๆ สำหรับคลิปการโชว์ร้อง โชว์เต้นของสาวๆ วง Girly Berry แม้คลิปจะนานมาแล้ว แต่กระแสกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับตำนาน “Girly Berry เต้นไม่พร้อม แต่จบพร้อม”

ล่าสุด “กิ๊ฟซ่า” และ “แนนนี่” สองสาวจากวง Girly Berry ที่ได้มานั่งเผาเพื่อนๆ  ในรายการ “โต๊ะแชร์มหาชน คน(ไหม้)สนิท” ก็ไม่พลาดที่จะพูดถึงประเด็นนี้ โดยสาวกิ๊ฟซ่าบอกว่า ตอนได้ยินคนบอกวงเราเต้นไม่พร้อม ก็เกิดข้อสงสัยที่มันดูไม่พร้อม เพราะใครกันแน่?  เลยลองหาความจริงเรื่องนี้ด้วยการเปิดคลิปเต้นของวงดูหลาย ๆ คลิป และแล้วก็ถึงบางอ้อ บทสรุปคนที่ทำให้วงดูเต้นไม่พร้อมกันคือ “เบลล์” กับ “แนนนี่” งานนี้ “แนนนี่” รีบออกตัว ถึงเต้นไม่พร้อม แต่มันก็เป็นเอกลักษณ์ของวงจนกลายเป็นตำนาน “เต้นไม่พร้อม แต่จบพร้อม” 

เรื่องราวน่ารักๆ ของเกิร์ลกรุ๊ปตัวแม่ในตำนานอย่าง Girly Berry มีเยอะมากๆ และสามารถติดตามได้ในรายการ“โต๊ะแชร์มหาชน คน(ไหม้)สนิท” รายการที่เหล่าซุปตาร์ จะมาแชร์ความสนุกในรูปแบบของเพื่อนซี้ คนรู้ใจ พร้อมที่จะมาพูดคุย ล้วงลับ เผา(ไหม้)กันแบบหมดเปลือก เรื่องตัวเองไม่ต้องเล่า ไปฟังจากปากเพื่อน ออกอากาศทางช่อง 3 HD ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.55 น.