กรมข้าวการันตีกข 85-กข 95ข้าวดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734455

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า จากกระแสข่าวที่มีการให้งดปลูกข้าวพันธุ์ กข 95 (ดกเจ้าพระยา) และกข 85 (เบา อายุสั้น) เนื่องจากเป็นข้าวคุณภาพต่ำ ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดนั้น จากประเด็นดังกล่าวอันที่จริงแล้วข้าวพันธุ์ กข 95 (ดกเจ้าพระยา) จากการวิจัยพบว่าเป็นพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพการสีดีมาก ท้องไข่น้อย นอกจากนั้นยังให้ผลผลิตเฉลี่ย 885 กก./ไร่ มีศักยภาพการให้ผลผลิตสูงสุดถึง 1,213 กก./ไร่ ซึ่งจากประเด็นดังกล่าวยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกษตรกรที่นำข้าวพันธุ์ กข 95 (ดกเจ้าพระยา) ไปปลูกขายให้โรงสีนั้นแท้จริงแล้วใช่พันธุ์แท้หรือไม่ ในส่วนของข้าวพันธุ์ กข 85 นั้นมีลักษณะทั่วไป คือ เป็นข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้ทั้งนาปี และนาปรัง ความสูง 104 เซนติเมตร กอตั้ง ลำต้นแข็งใบสีเขียวเข้ม ใบธงตั้ง อายุเก็บเกี่ยว115-120 วัน ผลผลิต 862 กิโลกรัมต่อไร่เมล็ดเรียวยาว ข้าวเปลือกสีฟาง เมล็ดข้าวกล้องยาว 8.0 มิลลิเมตร ปริมาณอมิโลส 27-28 เปอร์เซ็นต์ มีลักษณะเด่น คือ ให้ผลผลิตสูง ค่อนข้างต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและโรคไหม้ ทนต่อสภาพอากาศเย็น คุณภาพการสีดีมาก ท้องไข่น้อย

นายณัฏฐกิตติ์ กล่าวต่อว่า ได้มอบหมาย น.ส.ชวนชม ดีรัศมี ผอ.ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก อีกทั้งยังถือเป็นผู้วิจัยข้าวพันธุ์ กข 85 และกข 95 (ดกเจ้าพระยา) ลงพื้นที่พบโรงสี ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ทำความเข้าใจ สร้างการรับรู้ ถึงข้อมูลลักษณะประจำพันธุ์ของข้าว กข 95 (ดกเจ้าพระยา) และฝากให้ทางโรงสีช่วยประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ชาวนาที่เข้ามาใช้บริการ

“จากการพูดคุยกับทางโรงสีพบว่าโรงสีเองก็ยังไม่เคยเห็น กข95 (ดกเจ้าพระยา) ที่เป็นพันธุ์แท้ ทำให้เวลาเกษตรกรนำข้าวมาขายก็เลยคิดว่าเป็นพันธุ์ กข 95 (ดกเจ้าพระยา) ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดตามมา ซึ่งแท้จริงแล้วพันธุ์ที่เกษตรกรนำมาขาย ไม่ใช่พันธุ์แท้ จึงมีลักษณะประจำพันธุ์ที่ไม่ได้คุณภาพ ตามมาตรฐานของกรมการข้าวที่ได้รับรองไว้” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

‘เฉลิมชัย’ชูดินดีน้ำสมบูรณ์ฯ ร่วมงานครบ 60 ปีกรมพัฒนาที่ดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734456

‘เฉลิมชัย’ชูดินดีน้ำสมบูรณ์ฯ  ร่วมงานครบ 60 ปีกรมพัฒนาที่ดิน

‘เฉลิมชัย’ชูดินดีน้ำสมบูรณ์ฯ ร่วมงานครบ 60 ปีกรมพัฒนาที่ดิน

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานงานวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ60 ปี ภายใต้หัวข้อ “ดินดี น้ำสมบูรณ์ เกื้อกูลชีวิต” พร้อมมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติแก่หน่วยงาน บุคคลดีเด่นและหมอดินอาสาดีเด่น ประจำปี 2566 รวมทั้งเยี่ยมชมนิทรรศการความก้าวหน้า เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการพัฒนาที่ดิน และพบปะเกษตรกร หมอดินอาสา ที่มาร่วมจัดแสดงผลผลิตทางการเกษตร โดยมี นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการ รมว.เกษตรฯ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่กรมพัฒนาที่ดิน กทม.

ดร.เฉลิมชัยกล่าวว่า ขอแสดงความยินดีและชื่นชมในความสำเร็จของกรมพัฒนาที่ดินในวาระครบรอบวันคล้ายวันสถาปนาเป็นปีที่ 60 ซึ่งกรมพัฒนาที่ดิน มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเกษตรของประเทศไทย ดำเนินงานสอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ เช่น การกำหนดพื้นที่เหมาะสมในการปลูกพืชเศรษฐกิจผ่านข้อมูลจาก Agri-Map การปรับปรุงดิน การอนุรักษ์ดินและน้ำ การวางแผนขับเคลื่อนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “ตลาดนําการผลิต” อีกทั้งยังสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรและส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน โดยมีหมอดินอาสาเป็นผู้ช่วยสำคัญ เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน สร้างรายได้และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ตามยุทธศาสตร์ “3’S เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคง และ เกษตรยั่งยืน”

“กระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนด 5 ยุทธศาสตร์และ 15 นโยบายหลัก เป็นกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างเป็นระบบ โดยใช้หลักตลาดนำการผลิต เน้นการผลิตสินค้าทางการเกษตรให้ปริมาณสอดคล้องกับความต้องการของตลาด อีกทั้งยังมุ่งเน้นการลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ ซึ่งกรมพัฒนาที่ดิน มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ด้านนายปราโมทย์กล่าวว่า กรมพัฒนาที่ดิน มีวิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรอัจฉริยะ ทางดิน ขับเคลื่อนการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม 15 ล้านไร่ ภายในปี 2570” ซึ่งปีที่ผ่านมา ได้ดำเนินงานพัฒนาทรัพยากรดินและที่ดินและวางแผนการใช้ที่ดินอย่างเป็นระบบ พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการพัฒนาที่ดิน ปรับปรุงบำรุงดิน อนุรักษ์ดินและน้ำ รวมถึงพัฒนาเครือข่ายการพัฒนาที่ดิน หมอดินอาสา กลุ่มเกษตรกร และสนับสนุนการพัฒนาศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดินทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน ได้ขับเคลื่อนค่านิยม “TEAM For Soils ทีมดี ดินดี” เพื่อให้บุคลากรมีวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม ทำงานเชิงรุก คล่องแคล่ว รวดเร็ว และมีเป้าหมายเดียวกัน ในการสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนมีความมั่นคงทางอาหาร และรักษาสมดุลของระบบนิเวศ ดิน น้ำ ป่าไม้ ไปพร้อมกัน

คุณแหน : 1 มิถุนายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734448

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●●สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชน ร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาส
วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2566 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 2-4 มิ.ย. โดยในวันเสาร์ที่ 3 มิ.ย. สำนักพระราชวัง ได้จัดเตรียมสถานที่สำหรับลงนามถวายพระพร ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ที่พระบรมมหาราชวัง (ตั้งแต่เวลา 08.00-12.00 น.), พระราชวังบางปะอิน,วังไกลกังวล, พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์,พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์, พระตำหนัก ทักษิณราชนิเวศน์..

●● คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล เชิญร่วมบริจาคและเช่าบูชา “พระพุทธเมตตาศิริราชคุณากร” เพื่อสมทบทุนการก่อสร้างศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีพุทธาภิเษกและได้รับพระเมตตาจาก สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธาน จุดเทียนชัย และได้รับความเมตตาจากพระเกจิอาจารย์จำนวน 30 รูปร่วมประกอบพิธี ผู้มีจิตศรัทธา สอบถามเพิ่มเติมที่งานองค์กรสัมพันธ์และกิจการพิเศษ 02-4141555..

●● ศ.กิตติคุณ ดร.ชนิตา สาลีรัฐวิภาค รักษ์พลเมือง พี่สาว พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้รับเลือกเป็นหนึ่งในคณะกก.อำนวยการ สมาคมสภาสังคมสงเคราะห์ฯ อีกวาระนอกเหนือจากนายกสมาคมนักเรียนเก่าราชินีฯ..

●● กฤษณา จรรยาสกุลวงศ์ ผู้บริหาร รอยัล พารากอน ฮอลล์ จับมือวิวรรณ กรรณสูต แห่ง แม็กซ์อิมเมจ เอาใจแฟนเพลง เดวิด ฟอสเตอร์ ปรมาจารย์วงการเพลงระดับโลก จัดคอนเสิร์ตแห่งปี ธนบุรีพานิช กรุ๊ป พราวด์ลี่พรีเซนท์ “HITMAN DAVID FOSTER AND FRIENDS BANGKOK 2023” รวมพลศิลปินดัง อาทิ ไมเคิล บอลตัน,ลอเรน อัลเรด, แคทารีน แมคฟี, พีโบ ไบรสัน,และ บิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล ในคอนเสิร์ตวันที่ 5 ส.ค. เวลา 19.00 น. ณ รอยัล พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน จองบัตรได้ตั้งแต่วันที่ 3 มิ.ย.นี้ ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขาสอบถามโทร. 02-2623456, www.thaiticketmajor.com …

●● พัชรินทร์ พูนศิริวงศ์ กราบลาพระสงฆ์ครูอาจารย์ ไปทำภารกิจที่อังกฤษและยุโรป 30 พ.ค.-16 มิ.ย. ส่วน
ช่อพิภพ โอสถานุเคราะห์ ถือโอกาสไปส่งลูกรักที่อังกฤษ เมื่อ 29 พ.ค. โดยแวะเที่ยวที่เวียนนาก่อน..

●● สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จัดจำหน่ายเข็มที่ระลึกงานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 26 มิถุนายน 2566 ในราคาเข็มละ 300 บาท ได้ที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. https://bit.ly/44lT19T..

●● ขอแสดงความยินดีกับ อัมพร ดิศกุล ณ อยุธยา ศรีภรรยาผู้แสนดีของ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ “ภูมิปัญญาผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร” ในงานเชิดชูเกียรติ ที่รร.ปรินซ์พาเลซ..●●
 

น้อง

มล.ปนัดดา ดิศกุล บรรยายพิเศษ เรื่อง ‘สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ : ต้นแบบของการเป็นนักปกครองที่ดี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734631

มล.ปนัดดา ดิศกุล บรรยายพิเศษ เรื่อง ‘สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ : ต้นแบบของการเป็นนักปกครองที่ดี’

มล.ปนัดดา ดิศกุล บรรยายพิเศษ เรื่อง ‘สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ : ต้นแบบของการเป็นนักปกครองที่ดี’

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.59 น.

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา, รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์, รองประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม และกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา บรรยายพิเศษ เรื่อง “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ : ต้นแบบของการเป็นนักปกครองที่ดี” ให้แก่ ผู้เข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส.) รุ่นที่ 80 จัดโดย สถาบันดำรงราชานุภาพ กระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมอัษฎางค์ ชั้น 5 อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย ถนนอัษฎางค์ เขตพระนคร

หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล กล่าวในความตอนหนึ่งว่า “ทุกท่านต่างมีหน้าที่ความรับผิดชอบสำคัญอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของระบบราชการซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการดูแลรักษา พัฒนาชาติบ้านเมือง และการดำรงชีวิตของประชาชน ทุกท่านจึงพึงน้อมนำพระดำรัสคำสอนที่สำคัญของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย มาเป็นแนวทางในการประพฤติตนและปฏิบัติหน้าที่ราชการ ได้แก่ :

“จิตวิญญาณของผู้เป็นข้าราชการของแผ่นดิน คือ ความจงรักภักดีเหนือสิ่งอื่นใด ที่จะให้ผู้ใดมาลบหลู่ดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ได้”

“สิ่งที่นำพาความเจริญรุ่งเรืองสู่ชาติบ้านเมือง คือ ความสำนึกของผู้เป็นข้าราชการที่ดี ฉันนั้นกับความมั่นคงของสยามแผ่นดิน ความร่มเย็นเป็นสุขแก่ปวงประชาราษฎร์ นั่นคือ ความรับผิดชอบของข้าราชการผู้เป็นข้าพระบาทของในหลวง จะคิด จะกระทำการใด ๆ ทั้งหลายทั้งปวง คือ ความอยู่รอดปลอดภัยของประเทศชาติ ตามพระราชประสงค์นั้น” และ 

“ข้าราชการมิใช่อภิสิทธิ์ชน หากแต่จะต้องบำเพ็ญตนให้เป็นแบบอย่างของคนดีแก่สังคม”

ซึ่งถือเป็น ‘ต้นแบบความคิด’ ที่สำคัญของการปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการของแผ่นดินต่างพระเนตรพระกรรณพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์, ปฏิบัติหน้าที่ในนามรัฐบาล ส่วนราชการและหน่วยงานที่แต่ละท่านสังกัด และในฐานะข้าราชการที่ทำหน้าที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้แก่ประชาชน ทุกท่านพึงน้อมนำศาสตร์พระราชาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องของความกตัญญูกตเวที ความซื่อสัตย์สุจริต ความมีวินัย ความพอเพียง ความเพียร ความอดทนเสียสละ ความรับผิดชอบ ความรู้รักสามัคคี เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา คิดดี พูดดี ทำดี และมีจิตอาสา อันเป็นเครื่องหมายของ “คนดี” ร่วมกันสร้างความตระหนักรู้ ยึดมั่นในการทำหน้าที่ตามพระราชดำรัส เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และร่วมกันสืบสาน รักษา ในสิ่งที่พระมหากษัตริย์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานไว้ พร้อมทั้งปรับใช้นวัตกรรมสมัยใหม่เพื่อต่อยอดในการบริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ช่วยกันป้องกันและขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบทุกรูปแบบ เสริมสร้างความรู้รักสามัคคีของผู้คนในชาติ พร้อมทั้งดำรงตนเป็นแบบอย่างของการน้อมนำคุณธรรมจริยธรรมตามรอยพระยุคลบาทให้แก่ลูกหลานเยาวชนได้ดำรงตนอยู่ในหลักสุจริตธรรม อาศัยสติและปัญญานำหน้าชีวิตสู่ความสำเร็จ เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมส่วนรวม ซึ่งจะเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งในการดูแลรักษาและพัฒนาประเทศชาติให้มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมั่นคง” ทัศนคติสำคัญดังกล่าวนี้ คือ หัวใจของผู้เป็นข้าราชการในทุกยุคทุกสมัย

-(016)

กรมพัฒน์ฯ ชวนช้อปของเด่นพื้นที่ ของดีพื้นถิ่น ในงาน ‘SMART Local FAIR’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734581

กรมพัฒน์ฯ ชวนช้อปของเด่นพื้นที่ ของดีพื้นถิ่น ในงาน ‘SMART Local FAIR’

กรมพัฒน์ฯ ชวนช้อปของเด่นพื้นที่ ของดีพื้นถิ่น ในงาน ‘SMART Local FAIR’

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 12.08 น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยกทัพสินค้าที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นทั่วไทยมารวมไว้ในงาน “SMART Local FAIR : ของเด่นพื้นที่ ของดีพื้นถิ่น” ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน 2566 ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจให้คึกคัก คาดยอดซื้อขายสะพัดกว่า 40 ล้านบาท

นางรวีพรรณ  ช้างเย็นฉ่ำ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การจัดงาน SMART Local FAIR หรือ ของเด่นพื้นที่ ของดีพื้นถิ่น เป็นการคัดสรรสินค้าภูมิปัญญาไทยจากชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศที่มีศักยภาพทางการตลาดมาจำหน่ายให้พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครได้มีโอกาสเลือกซื้อแบบไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงแหล่งกำเนิดของสินค้านั้นๆ ให้สิ้นเปลืองทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย เป้าหมายเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการหมุนเวียน และขยายโอกาสทางการค้าให้แก่ผลิตภัณฑ์ชุมชนของไทยได้เข้าสู่ช่องทางการตลาดที่มีความหลากหลาย มีสินค้ามากมาย ที่พร้อมให้ผู้บริโภคเลือกซื้อครบทุกชนิดทั้งของกิน ของใช้ ของตกแต่งบ้าน เสื้อผ้า และเครื่องแต่งกาย ซึ่งแต่ละประเภทล้วนเป็นร้านค้า และผลิตภัณฑ์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้การส่งเสริม มีเอกลักษณ์และสไตล์ที่โดดเด่น คุณภาพเกินเบอร์

“รูปแบบการจัดงานในครั้งนี้ มีถึง 4 กิจกรรม ประกอบด้วย 1) การแสดงสุดยอดผลิตภัณฑ์ “ของเด่นพื้นที่ ของดีพื้นถิ่น” ผ่าน TOP 100 SMART Local By DBD ซึ่งเป็นการนำเสนอสินค้าที่มีศักยภาพ โดดเด่นได้รับการคัดเลือกจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า 2) การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของเด่นพื้นที่ ของดีพื้นถิ่น ผ่าน Smart Local SHOP กว่า 70 รายการ 3) การจำหน่ายสินค้าที่มีอัตลักษณ์เฉพาะจากผู้ประกอบการที่ผ่านการบ่มเพาะและพัฒนาด้านการตลาด 24 ราย และ 4) การเจรจาธุรกิจกับกลุ่มผู้จัดจำหน่าย เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง คาดว่าเมื่อสิ้นสุดการจัดงานจะสามารถสร้างมูลค่าการซื้อขายได้กว่า 40 ล้านบาท”

“ขอเชิญชวนพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร คนรุ่นใหม่ รวมไปถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาช็อปปิ้งในงาน “SMART Local FAIR : ของเด่นพื้นที่ ของดีพื้นถิ่น” เพื่อเลือกซื้อสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากจะได้ของดีมีคุณภาพติดไม้ติดมือเป็นของฝากแล้ว ยังได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้คึกคักอีกครั้ง เป็นการส่งเสริมสนับสนุนสินค้าของคนไทยอีกด้วย พบกันที่ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันพุธที่ 31 พฤษภาคม – วันอาทิตย์ที่ 4 มิถุนายน 2566” รองอธิบดีกล่าวในตอนท้าย

​สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กองธุรกิจภูมิภาคและชุมชน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า โทร. 0 2547 4445 และสายด่วน 1570 หรือดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.dbd.go.th และ Facebook Fanpage : SMART Local by DBD

-(016)

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ออกเยี่ยมบ้านคนไข้ผู้สูงอายุ – ติดเตียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734563

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ออกเยี่ยมบ้านคนไข้ผู้สูงอายุ – ติดเตียง

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ออกเยี่ยมบ้านคนไข้ผู้สูงอายุ – ติดเตียง

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 10.51 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยฝ่ายโครงการตามพระดำริฯ สืบสานพระปณิธานขององค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงมีพระเมตตามุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขให้กับประชาชนชาวไทยทั่วทุกถิ่นฐาน โดยออกเยี่ยมบ้านคนไข้ ผู้สูงอายุ ติดบ้านติดเตียง ในพื้นที่ชุมชนต่างๆ ของเขตดอนเมือง จำนวน 2 ชุมชน ( 6 หลังคาเรือน ) โดยแบ่งเป็น 1.ชุมชนหลังวัดไผ่เขียว จำนวน 1 ราย 2.ชุมชนบูรพา จำนวน 5 ราย ปัญหาสุขภาพที่พบในชุมชน พบว่าคนไข้ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส กลุ่มเปราะบาง ส่วนมากจะป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง โรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน ทั้งนี้ได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น โดยให้คำแนะนำด้านสุขภาพและมอบสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้อย่างเหมาะสมแก่ประชาชนในแต่ละราย พร้อมมอบกระเป๋ายาสามัญประจำบ้านพระราชทาน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ประชาชน สนองพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงมีพระสงค์ให้ประชาชนมีสุขภาพอนามัยที่ดี

-(016)

‘ดีป้า’ มอบสัมฤทธิบัตรแก่ผู้สำเร็จหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รุ่นที่ 6

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734562

‘ดีป้า’ มอบสัมฤทธิบัตรแก่ผู้สำเร็จหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รุ่นที่ 6

‘ดีป้า’ มอบสัมฤทธิบัตรแก่ผู้สำเร็จหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รุ่นที่ 6

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 10.47 น.

ดีป้า มอบสัมฤทธิบัตรแก่ 109 ผู้สำเร็จหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รุ่นที่ 6 และกิจกรรมนำเสนอผลงานของผู้เข้ารับการอบรม เชื่อผู้บริหารระดับสูงที่ผ่านการอบรมจะสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ต่อยอดและพัฒนาธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศต่อไป

​พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง เป็นประธานในพิธีมอบสัมฤทธิบัตรแก่ ผู้สำเร็จหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 6 จำนวน 109 ราย จัดโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ซึ่งได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร รองประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว วุฒิสภา, รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ สรนิต ศิลธรรม ,คุณสมัย ลี้สกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ,คุณนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำเกษตรและสหกรณ์, ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ,คุณอรนุช ศรีนนท์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, คุณภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, คุณธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานกรรมการกำกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ,ลักขณา ลีละยุทธโยธิน กรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน) ,ดร. ปิยะนุช สัมฤทธิ์ นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย และคุณวัลภา สถิรชวาล ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ฯลฯ พร้อมแลกเปลี่ยนทัศนะและมอบข้อเสนอแนะ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับผลงาน ซึ่งจะสามารถต่อยอดไปสู่เครื่องมือเปลี่ยนผ่านประเทศด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล อีกทั้งเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคมดิจิทัลในอนาคต

​พลอากาศเอก ประจิน เปิดเผยว่า การผลักดันประเทศไทยให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในโลก ยุคใหม่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่การเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่ทันสมัยและครอบคลุม ส่งเสริมให้เกิดการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนและยกระดับเศรษฐกิจโดยภาพรวมของประเทศ ควบคู่ไปกับการให้ความรู้แก่ภาคประชาชนเพื่อยกระดับทักษะดิจิทัล ซึ่งไม่ใช้แค่ “รู้” แต่ต้อง “เข้าใจ” “ทำได้” และ “ทำเป็น” ตลอดจนการดึงดูดการลงทุน และการใช้นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ซึ่งคาดหวังว่า ผู้นำยุคใหม่จากหลักสูตร Digital CEO จะเป็นบุคลากรสำคัญที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศในระยะต่อไป

ด้าน ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า หลักสูตร Digital CEO ดำเนินการ มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 สร้างผู้นำยุคดิจิทัลรวมกว่า 500 ราย โดยหลักสูตรดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้นำองค์กรในทุกมิติ เน้นต่อยอดองค์ความรู้ การบริการจัดการและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ในการบริหารจัดการองค์กร รวมถึงการสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์เศรษฐกิจสังคมยุคใหม่ เพื่อสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารภาครัฐและเอกชนที่เป็นเครือข่ายอันเข้มแข็งในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป

“หลักสูตร Digital CEO ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องถึง 6 ปีนับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลแก่บุคลากรระดับผู้นำทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับองค์กร เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศต่อไป” ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

ล่าสุด คณะผู้บริหารทั้งจากภาครัฐและเอกชนที่เข้ารับการอบรมในหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่6 มีจำนวน 109 คน อาทิ คือ นายกฤษณ์  พันธ์รัตนมาลา ,นางกิ่งโพธิ์เงิน ภูมิมศักดิ์ ,นางสาวกีรตยา เลิศธภัทรกุล ,นางสาวกุลณภัทร  ยอดวิเศษ ,นางกุลปรียา พุทธฤดีสุข , นายเกรียงศักดิ์ สมนิมิต , นางสาวเกศนรี  จองโชติศิริกุล  , นางสาวไขแข  เชิดวิศวพันธุ์ , นายคงพันธ์ ฉมารัตน์ , นายครองชัย ตรีสัตย์ , นางจารุพรรณ  อินทรรุ่ง , นายจิรพล  ตังทัตสวัสดิ์ , นางสาวจีรพัชรินทร์  อรรถจินดา , นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ , นางสาวเจตต์ปรียา ประภาเพ็ญสุข  , นางสาวชญานันท์ ศรีสกุลเตียว , นางสาวชมนาถ  พรสมผล , ดร.ชวลิต นิ่มลออ , นายชาคริต  ทีปกรสุขเกษม , นายช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา , นางชุติลักษณ์ พานิชชีวะ , นายเชษฐา  ศุภวราสุวัฒน์ , นายฐิตกร อุษยาพร , นายณรงค์ ขันติวิริยะกุล , ดร.ณรงค์พนธ์  บุญทรงไพศาล , นายณัฐ  เหลืองนฤมิตชัย , นางสาวณัฐฐินี แก้วสะอาด , นายณัฐพงศ์ ดิษยบุตร , นายณัฐพล สืบอ่ำ , นายดอน  เกษมธนโชติ , นายทวีศักดิ์ นิลวัชรมณี , นางสาวทิพวรรณ ตั้งจิตพิบูล , นายธนพงษ์  จิรธนาคุณ , นายธนพล  กองบุญมา , นายธนศักดิ์ รัตนหิรัญภรณ์ , นายแพทย์ธวัชชัย  ใจคำวัง , นายธวัชชัย ศรีทอง , นายธวัชชัย เสรีวัฒนพงษ์ , นายธานินทร์ พานิชชีวะ , นายธานี ศรีกุญชร , นายธีรพันธ์ ดิษยบุตร , นายธีรัส  บุญ-หลง  , นางสาวนวลศิริ วรเมธาวิวัฒน์ , นางสาวนารีมาลย์ เจียงประดิษฐ์ , นายนิติ  เมฆหมอก , นางสาวนิลรัตน์ จารุมโนภาส , นางบัณจง ธนะแพสย์ , ผศ.นพ.บุญชัย  หวังศุภดิลก , นางบุปผา กวินวศิน , ดร.ปณิตา ชินวัตร , นายประเทือง  เผ่าดิษฐ , นายปริสุทธิ์  ชินอมรพงษ์ , นายพงษ์ชัย วงศ์ชัยชินศรี , ผศ.ดร.พร  วิรุฬห์รักษ์ , นายพีรพงศ์ กรินชัย , นางภัทรพร มิลินทสูต , นางสาวภัทรา สุวรรณเดช , นายมณฑล นุ่นละออง , ดร.มนธ์สินี  กีรติไกรนนท์ , นายมนยศ  วรรธนะภูติ , นายมนินทร์ อินทร์พรหม , นางมรกต  ยิบอินซอย , นางมาลินี  ภาวิไล , นายยศกร  ฟอลเล็ต , นางยอดฤดี  สันตติกุล , นายรังสรรค์  พวงปราง , นายรัชฏ จิรโชติกำจร , นางสาวรัศมี ตรีพรเจริญ , นางสาวรุ้งเพชร ลิ้มสวัสดิ์วงศ์ , ดร.ฤทธิกร ภูมิมศักดิ์  , นางสาวลักษณ์ชฎา หวังพนาวงศ์ , ดร.วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์ , นายวรการ จงพิพัฒนสุข , นายวรเศรษฐ์  องค์สรานนท์ , นางสาววราภรณ์ ชมกลิ่น , นางวริชยา ตำนานจิตร , นายแพทย์วริศ วิมลเฉลา , นายวสวัต  ชวลิตธำรง , นายวิชัย  สุขในใบบุญ , นายศานิตย์ ภู่บุบผา , นางสาวศิราณี ธนาวัฒนวิภาค , ดร.ศิรินทร์  นิติเนาวรัตน์ , นายศิริพงค์  สิทธิ์บูรณะ , นางสาวศิริพร วงศ์ตรีภพ , นายศุภวิทย์ ภาษิตนิรันดร์ , รศ.ดร.สถาพร  เชื้อเพ็ง , นายสมเกียรติ  วิริยะกุลนันท์ , นายสมชาย ตรีรัตนนุกูล , นายสมศักดิ์ กุญชรยาคง , พันเอกสรไชย์ ปานเจริญ , นายสิทธิชัย เทพไพฑูรย์ , นางสาวสินีนุช โกกนุทาภรณ์ , นางสาวสิริน  ธนศรีวนิชชัย , นางสุกัญญา วนิชจักรวงศ์ , นางสาวสุปริญญา เทียนกิ่งแก้ว , ภญ.สุนทรี ตันติทวีวัฒน์ , นายสุเมธ  สุรบถโสภณ , นางสาวสุวรรณี  ลิมปนวงศ์แสน , นายเสน่ห์ ตรีขันธ์ , ภญ.โสภา พิมพ์สิริพานิชย์ , นางอติพร ประทีปมงคล , นายแพทย์อภิชาต  วชิรพันธ์ , นายอภิเสต พงษ์สุวรรณ ,  นายอรรถวิทย์  เฉลิมทรัพยากร  , พันเอกอรรถวุฒิ  จันทร์ศุภฤกษ์ , นางสาวอรอุมา  มั่นศิลป์ , ผศ.นพ.อาทิตย์  บุญยรางกูร , นายอุกฤษฎ์ ตั้งสืบกุล , นางสาวเอษรา วิมลเฉลา

​“ดีป้า” มุ่งมั่นเสริมแกร่งผู้นำดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้บริหารระดับสูงทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ที่สนใจเข้ารับการอบรมในหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 7 สามารถติดตามกำหนดการเปิดรับสมัครได้ที่ http://www.depa.or.th

-(016)

หอฟอกอากาศ‘ฟ้าใสมินิ’คืนคุณภาพชีวิตคนเมือง สร้างพื้นที่ปลอดภัยนอกอาคาร ป้องภัยร้ายจากฝุ่น PM2.5 และเชื้อโรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734375

หอฟอกอากาศ‘ฟ้าใสมินิ’คืนคุณภาพชีวิตคนเมือง  สร้างพื้นที่ปลอดภัยนอกอาคาร ป้องภัยร้ายจากฝุ่น PM2.5 และเชื้อโรค

หอฟอกอากาศ‘ฟ้าใสมินิ’คืนคุณภาพชีวิตคนเมือง สร้างพื้นที่ปลอดภัยนอกอาคาร ป้องภัยร้ายจากฝุ่น PM2.5 และเชื้อโรค

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) ภายใต้ MQDC (บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด) มั่นใจหอฟอกอากาศอัตโนมัติ แบบไฮบริด “ฟ้าใสมินิ” รุ่นใหม่ ล่าสุด ช่วยสร้างพื้นที่ปลอดภัยด้วยประสิทธิภาพสูงในการลดฝุ่น PM2.5 และฆ่าเชื้อโรค ตอบโจทย์คนเมืองที่กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพให้มีอากาศดีหายใจ และใช้พื้นที่นอกอาคารได้อย่างสบายใจ ปลอดภัย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว เช่น เป็นโรคปอด โรคหัวใจ

นอกจากนี้ จากหลายงานวิจัยค้นพบว่า PM2.5 สามารถนำไปสู่ความเสี่ยงให้เกิดโรคอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โรคเบาหวานเนื่องจากฝุ่นมลพิษดังกล่าว เมื่อเข้าสู่ร่างกาย สามารถไปทำลายเซลล์ภายใน ทำให้เกิดการอักเสบและส่งผลต่อสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด และทำให้เกิดโรคไต เนื่องจาก PM2.5 สามารถเข้าถึงภายในร่างกายได้ในระดับเส้นเลือดได้ ทำให้ไตต้องทำงานหนัก หรือแม้แต่โรคจิตเวช ที่ส่งผลให้เกิดภาวะซึมเศร้า (Depression) โรควิตกกังวล (Anxiety) พฤติกรรมเกเรรุนแรง (Conduct Disorder) และโรคสมาธิสั้น (ADHD)

รศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าคณะที่ปรึกษาศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC by MQDC) เปิดเผยว่า “หนึ่งในภารกิจหลักและความมุ่งมั่นของ RISC คือ การจุดประกายความคิดและพัฒนานวัตกรรมที่จะตอบสนองต่อโลกอนาคตและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกชีวิต หอฟอกอากาศนอกอาคาร “ฟ้าใสมินิ รุ่นใหม่” เป็นหนึ่งในผลงานที่เป็นรูปธรรมของ RISC ที่เราพัฒนาอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเมือง รวมถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม

หอฟอกอากาศระดับเมืองอัตโนมัติแบบไฮบริด “ฟ้าใส” เป็นนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนจากการวิจัย และพัฒนาของ RISC ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2562 เพื่อช่วยลดมลภาวะทางอากาศและฝุ่น ซึ่งเป็นปัญหาของเมืองต่อเนื่องมายาวนาน และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ซึ่งมีความรุนแรงมากในปีนี้จนทำให้กรุงเทพมหานครและหลายๆ จังหวัดกลายเป็นเมือง ที่มีมลพิษทางอากาศสูงติดอันดับโลกรวมถึงส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพของประชาชนในระยะยาว เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง มะเร็งปอด โรคหอบหืด โรคหลอดเลือดหัวใจ และภาวะหัวใจล้มเหลว เป็นต้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กที่ใช้เวลาทำกิจกรรมกลางแจ้งมาก และมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหอบหืดและโรคระบบทางเดินหายใจที่รุนแรงมากกว่าผู้ใหญ่

“ฟ้าใสมินิ รุ่นใหม่” ถูกปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยผลการวิจัยของเรายืนยันว่า สามารถลดฝุ่น PM2.5 ได้ถึง 70% นอกจากนี้ยังฆ่าเชื้อโรคได้ทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัส มีต้นทุนการผลิตที่ลดลงทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นตลอดจนมีดีไซน์ที่ทันสมัยมากขึ้นทั้งรูปลักษณ์ และสีสันในโทนสีพาสเทลสดชื่น สอดคล้องกับความต้องการและเทรนด์การออกแบบในยุคปัจจุบัน “ฟ้าใสมินิ” รุ่นใหม่ จึงเป็นนวัตกรรมเพื่ออากาศสะอาดปลอดภัยที่จะเปลี่ยนโฉมและทำให้เมือง น่าอยู่มากขึ้น” รศ.ดร.สิงห์ กล่าว

ตัวเครื่องหอฟอกอากาศรุ่นล่าสุด ถูกออกแบบให้มีขนาดเล็กลงจากเดิมสูง 5.10 เมตร เหลือความสูงเพียง 3.20 เมตร และฐานกว้าง 1.35 เมตร เพื่อให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายและติดตั้ง สามารถเข้าถึงพื้นที่แออัดในเมืองได้ โดยมีกำลังขนาดของพัดลมขาเข้าและขาออกรวมเป็น 60,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ครอบคลุมพื้นที่เท่ากับครึ่งสนามฟุตบอลโดยประมาณ

หลักการทำงานของหอฟอกอากาศฟ้าใสมินิเริ่มต้นจากการดูดอากาศจากด้านล่างด้วย พัดลม ดึงอากาศเข้าไปในระบบ ผ่านหัวพ่นละอองน้ำความเร็วสูง 2 ชั้น (ตามวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน) ผสมกับการออกแบบแผ่นโครงสร้างดักฝุ่นละอองและเพิ่มแรงตึงผิวให้กับน้ำ สามารถจับอนุภาคขนาดตั้งแต่ 0.3 ไมครอนขึ้นไป อากาศจากหอฟอกอากาศนี้จะผ่านการฆ่า เชื้อโรคด้วยระบบ UVGI เพื่อทำให้สะอาดอย่างแท้จริง และจะปล่อยออกมาในระดับความสูงที่ คนหายใจพอดี โดยมีใบพัดช่วยดึงให้ได้ปริมาตรตามต้องการ ฟ้าใสมินิรุ่นใหม่ใช้ปริมาณน้ำ ในระบบเพียง 50 ลิตรต่อวันเพื่อกำจัดฝุ่นและสิ่งปนเปื้อนในอากาศ รวมถึงมีระบบหมุนเวียนน้ำ บางส่วนให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยเทคโนโลยีโอโซนในน้ำและระบบกรองน้ำ ส่วนระบบอัตโนมัติแบบไฮบริด เป็นการนำพลังงานที่ได้จากแผงโซลาร์เซลล์ มาใช้ร่วมกันกับระบบ พลังงานไฟฟ้าทั่วไป เพื่อลดภาระการใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวัน

จากการทดสอบประสิทธิภาพของหอฟอกอากาศฟ้าใสที่ผ่านมาพบว่า เมื่อมีการติดตั้งใช้งานฟ้าใสในบริบทของเมืองที่มีอาคารและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองลดลงและสร้างขอบเขตพื้นที่ปลอดภัยได้อย่างชัดเจน โดยมีประสิทธิภาพที่ 50-70% โดยคิดจากวันที่มีฝุ่นสะสมในพื้นที่เมืองที่ 100-150 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่ง RISC มีความมั่นใจว่า “ฟ้าใสมินิ” รุ่นใหม่จะทำหน้าที่การสร้างพื้นที่ปลอดภัยได้ไม่แตกต่างจากรุ่นพี่ฟ้าใสเดิม และสามารถติดตั้งในบริเวณพื้นที่ที่มีความหนาแน่นของอาคารสูง ถนนเล็กในเขตชุมชน และตรอกซอยได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีการสะสมของฝุ่นในปริมาณที่มากกว่ากรุงเทพมหานครถึง 5 เท่า (500-750 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) และมีลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ที่แตกต่างจากเมือง ยกตัวอย่าง มหาวิทยาลัยพะเยาที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ เมื่อเกิดการเผาในบริเวณรอบฝุ่นละอองก็จะตกลงมาและสะสมในพื้นที่เหล่านี้ได้โดยง่าย ซึ่ง RISC อยู่ระหว่างทำวิจัยและทดสอบประสิทธิภาพของฟ้าใสอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้เกิดประบวนการเรียนรู้และต่อยอดในการพัฒนานวัตกรรมอากาศสะอาดในอนาคตต่อไป

นอกจากนี้ RISC ได้ร่วมกับ บริษัท ดี ซูพรีม จำกัด ในการจำหน่ายหอฟอกอากาศนอกอาคาร “ฟ้าใสมินิ” รุ่นใหม่ ล่าสุดมีการวิจัยเกี่ยวกับการสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการใช้ชีวิตนอกอาคาร เพื่อลดการสัมผัส PM2.5 และประเมินการรับรู้การป้องกันตนเองของประชาชนในพื้นที่ที่ประสบ ปัญหาการเผาหญ้าและขยะในที่โล่ง ซึ่งการวิจัยจะแล้วเสร็จในปลายปีนี้

รศ.ดร.สิงห์กล่าวเสริมว่า “RISC จะเดินหน้าทำงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ เพื่อคิดค้นนวัตกรรมบนแนวคิดการดำเนินงานเพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนให้กับสรรพสิ่งบนโลก หรือ “For All Well-Being” ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals) เพราะเรามุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา มลพิษทางอากาศ และสร้างประโยชน์ให้กับหลายพื้นที่ให้มากยิ่งขึ้น”

‘เบลล่า มหาราณี’ เปิดตัว GrabUnlimited พร้อมสิทธิประโยชน์สุดปัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734414

‘เบลล่า มหาราณี’ เปิดตัว GrabUnlimited พร้อมสิทธิประโยชน์สุดปัง

‘เบลล่า มหาราณี’ เปิดตัว GrabUnlimited พร้อมสิทธิประโยชน์สุดปัง

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เจ้าแม่พรีเซ็นเตอร์ตัวท็อปอย่าง “เบลล่า-ราณี” ที่ล่าสุดยอมแปลงโฉมเป็น “มหาราณี” ควงสองคู่จิ้นแห่งปี “ซี-นุนิว” และเซเลบฯตัวตึงอย่าง “จุ๊มเหม่ง” ร่วมงาน “Grab Unlimited อินตะละดีล ลดปัง  อลังการ” เพื่อเปิดตัวแพ็กเกจสมาชิก GrabUnlimited โฉมใหม่ งานนี้เรียกได้ว่าแกร็บจัดใหญ่ เนรมิตลานโปรโมชั่นห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวให้กลายเป็นดินแดนภารตะที่อัดแน่นไปด้วยความมหัศจรรย์แบบอันลิมิเต็ด ตอกย้ำความอลังการของ GrabUnlimited ที่มาพร้อมส่วนลดสุดปังครอบคลุมทุกบริการของแกร็บ ไม่ว่าจะเป็น บริการเรียกรถ สั่งอาหาร สั่งซื้อสินค้า และส่งพัสดุ ที่ช่วยประหยัดสูงสุดถึง 1,700 บาทต่อเดือน แถมด้วยการสะสมคะแนน GrabRewards ที่คุ้มค่ายิ่งขึ้น พร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ อาทิ เอสเอฟ ซีเนม่า (SF Cinema) อโกด้า (Agoda) ลาซาด้า (Lazada) สตาร์บัคส์ (Starbucks) มิสเตอร์โดนัท(Mister Donut) และ อานตี้ แอนส์ (Auntie’s Anne)

ภายในงาน สองหนุ่ม “ซี-นุนิว” ที่มาในลุคเจ้าชายอินตะละดีล ยังเรียกเสียงกรี๊ดจากชาวซนซน(แฟนด้อมของซีและนุนิว) ที่ทั้งคู่มาเล่นเกมทายเมนูสุดโปรดและเกมเก้าอี้ดนตรีหรรษา พร้อมชวนเหล่าแฟนคลับอิ่มฟินไปกับแคมเปญ “GrabFood MEGA Sale อินตะละดีล ลดปัง อลังการ” ที่มอบส่วนลดสูงสุดถึง 60% เมื่อสั่งอาหารผ่าน GrabFood จากร้านค้าทั่วประเทศที่เข้าร่วมแคมเปญ พร้อมด้วยส่วนลดออนท็อปอีก 25% สำหรับสมาชิก GrabUnlimited โดยเฉพาะเพียงใส่โค้ด GUMEGA เมื่อสั่งอาหารขั้นต่ำ 200 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 2 กรกฎาคม 2566 ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตที่เรียกรอยยิ้มและความสุขแบบอันลิมิเต็ดให้ทุกคนได้เต็มอิ่มกลับบ้าน

NGG JEWELLERY ดึง ‘ลีเดีย’ และ ‘น้องเดมี่’ ถ่ายทอดความงามเครื่องประดับคอลเลคชั่นพิเศษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/734416

NGG JEWELLERY ดึง ‘ลีเดีย’ และ ‘น้องเดมี่’  ถ่ายทอดความงามเครื่องประดับคอลเลคชั่นพิเศษ

NGG JEWELLERY ดึง ‘ลีเดีย’ และ ‘น้องเดมี่’ ถ่ายทอดความงามเครื่องประดับคอลเลคชั่นพิเศษ

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

NGG JEWELLERY อาณาจักรเครื่องประดับ ทอง เพชร อัญมณี และนาฬิกา นำโดย นายวิชา วัฒนเมธา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) บริษัท เอ็นจีจี เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ชวนคุณแม่คนสวย ลีเดีย-ศรัณย์รัชต์ และลูกสาวน้องเดมี่ ถ่ายทอดความงามของเครื่องประดับและอัญมณีสุดล้ำค่า The Little Mermaid Special Collection by NGG โดยร่วมมือกับ บริษัทเดอะ วอล์ท ดิสนีย์ ประเทศไทย คอลเลคชั่นสุดพิเศษสำหรับภาพยนตร์ The Little Mermaid Live Action ที่ถูกออกแบบมาอย่างละเมียดละไมล้ำค่าบ่งบอกถึงความเป็นเจ้าหญิงที่สาวๆ ใฝ่ฝันมาให้ทั้ง 2 สาวสวมใส่ งานนี้ใครอยากเป็นเจ้าหญิงแอเรียล เสมือนว่าอยู่โลกใต้ทะเล ทาง NGG JEWELLERY ได้จัดแสดง NGG : The World Under the Sea
@Siam Paragon ที่มีทั้ง Exhibition Booth ห้องถ่ายรูปแสงสะท้อนคล้ายว่าอยู่โลกใต้น้ำแบบสมจริง ณ ชั้น 5 พารากอน ซีนีเพล็กซ์ @สยามพารากอน จนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2566