‘เด่นชัย’จับมือ ‘ดำรงร่วมรำวง’กับ’พันธุรัตน์ คอมโบ้’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739959

'เด่นชัย'จับมือ 'ดำรงร่วมรำวง'กับ'พันธุรัตน์ คอมโบ้'

‘เด่นชัย’จับมือ ‘ดำรงร่วมรำวง’กับ’พันธุรัตน์ คอมโบ้’

วันอังคาร ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 12.58 น.

ประสบความสำเร็จเกินคาดขนาดเจ้าอาวาสยังต่อสายตรงถึง ดำรง วงศ์ทอง จองคิวการแสดงของวงพันธุรัตน์ คอมโบ้ เพื่อมาโชว์ผลงานในเทศกาลทำบบุญประจำปีที่มีบรรดาแม่ยกพร้อม ส.ว.(สูงวัย) 250เสียงรวมทั้งแฟนเพลงต่างยกมือฟันธงลงไปที่ รำวงของวงพันธุรัตน์ คอมโบ้เพียงเท่านั้น

ไม่ใช่เรื่องธรรดาที่จะมาพูดกันเล่นๆเพราะการที่ เห็น เด่นชัย สายสุพรรณ หันมาจับมือกับ ดำรง วงศ์ทอง นักร้องน้องเลิฟของคอลูกทุ่งทั่วทั้งประเทศ ผนึกกำลังเดินนำหน้าบรรดานักร้อง GEN-Yของค่าย พันธุรัตน์ เรคคอร์ดรวมเปิดวงพันธุรัตน์ คอมโบ้  พร้อมจัดช่วงเวลาในการแสดงรำวง ย้อนยุคมาให้ผู้เข้าชมงานได้ร่วมสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงใจไปกับงานประจำที่นับวันจะหาดูได้ยากยิ่งนัก

อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วนะครับว่าทางค่ายพันธุรัตน์ เรคคอร์ดเป็นหัวหอกในการรณรงค์เพื่ออนุรักษ์ส่งเสริมและสร้างสรรค์มรดกทางวัฒนธรรมไทยโดยเฉพาะเพลงลูกทุ่งซึ่งถือได้ว่าเป็นศิลปะวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของคนไทยมาช้านาน งานนี้ผมต้องขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับ ดร.เอนก พันธุรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร ค่ายเพลง พันธุรัตน์ เรคคอร์ด  และศิลปินทุกๆท่านที่มุ่งมั่นและยืนยันจะร่วมสร้างความสุขความสนุกสนานกับผลงานช่วง รำวงย้อนยุค”กับ วงพันธุรัตน์ คอมโบ้ในเทศกาล ต่างไม่ว่าจะเป็น ประเพณีวันสงกรานต์และงานวัด โดยเฉพาะประเพณีงานวันลอยกระทงที่จะถึงนี้อีกด้วย

สำหรับวงพันธุรัตน์ คอมโบ้นำทีมโดย เด่นชัย สายสุพรรณ,ดำรง วงศ์ทอง และดารานักร้องจากค่ายพันธุรัตน์ เรคคอร์ดฟิวส์-กิติกร,มิ้น-มินท์ธวรรณ,ส้ม-นวรัตน์,ตะวันพันธุรัตน์, พันฤทธิ์ พันธุรัตน์, ควบคุมวงดนตรีแสดงสดโดย อ.สมชาย วงSC.BANDและอ.เบิ้ม เวทีไท-เอาใจจ้าภาพโดย อ.อ้วน-สุพรรณ ป๋าดันตัวจริงส่วนท่านที่ต้องการติดต่อโดยตรงกับวงพันธุรัตน์คอมโบ้ ไปโชว์กันสดๆต้องกดที่ 08-2591-2591

หมึก มายารายงาน

‘วงดุริยางค์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย’เข้าร่วมการประกวดวงดุริยางค์นั่งบรรเลงระดับนานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739954

'วงดุริยางค์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย'เข้าร่วมการประกวดวงดุริยางค์นั่งบรรเลงระดับนานาชาติ

‘วงดุริยางค์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย’เข้าร่วมการประกวดวงดุริยางค์นั่งบรรเลงระดับนานาชาติ

วันอังคาร ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 12.40 น.

สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยสำหรับ วงดุริยางค์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย Krungthep Christian Wind Symphony ที่ล่าสุด เมื่อวันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน 2566ได้เข้าร่วมการประกวดวงดุริยางค์นั่งบรรเลงระดับนานาชาติ ในงานเทศกาลดนตรี ในงานเทศกาลดนตรี The 24th International Festival of Wind Orchestras Prague ณ โรงแรม Olsanka Congress Hall กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ได้รับรางวัลทั้งหมด 4 รางวัล ดังนี้

1. รางวัลระดับเหรียญทองเกียรติยศ จากวงเข้าเเข่งขันทั้งหมด 11 วง 5 ประเทศ ด้วยคะแนน 95.3 คะแนน

2. รางวัลชนะเลิศอับดับ 1 ในรุ่น Middle Class

3. รางวัลเพลงบังคับยอดเยี่ยมในรุ่น Middle Class

4. รางวัล Best Conducting Performance วาทยากรบทเพลงยอดเยี่ยม โดยอาจารย์เมธา ยวนเขียว

โดยบทเพลงที่ใช้ในการประกวด คือ

1. The Gift of Spring by Satoshi Yagisawa

2. The Great Locomotive Chase by Robert W. Smith

3. Moravské Impresse (Moravian Impressions) by Pavel Staněk

4. Illumination by David Maslanka

แฟนคลับใจหาย! ‘ก้อย-นัตตี้-ดรีม’ประกาศยุติรายการ’ถ้าหนูรับพี่จะรักป่ะ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739949

แฟนคลับใจหาย! 'ก้อย-นัตตี้-ดรีม'ประกาศยุติรายการ'ถ้าหนูรับพี่จะรักป่ะ'

แฟนคลับใจหาย! ‘ก้อย-นัตตี้-ดรีม’ประกาศยุติรายการ’ถ้าหนูรับพี่จะรักป่ะ’

วันอังคาร ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 12.13 น.

27 มิ.ย.66 เป็นรายการที่เหล่าแฟนคลับต่างติดตามจำนวนมาก สำหรับยูทูบ ช่อง GoyNattyDream Channel ของ 3 สาวเพื่อนสนิท “ก้อย อรัชพร โภคินภากร” “นัตตี้ นันทนัท ฐกัดกุล” และ “ดรีม อภิชญา พานิชตระกูล” 

ล่าสุด ก็ทำเอาแฟนคลับต่างใจหายเลยทีเดียว เมื่อทั้ง 3 สาวได้ประกาศยุติทำรายการ ถ้าหนูรับพี่จะรักป่ะ หลังร่วมสร้างสรรค์กันมากว่า 3 ปีด้วยกัน ซึ่ง 3 สาวพูดไปน้ำตาซึมพร้อมกับเผยเหตุผลกับการเลิกทำรายการ

โดย ก้อย นัตตี้ ดรีม ได้เปิดใจถึงสาเหตุของการเลิกทำรายการว่า  “พวกเราทั้งสามคนมีเรื่องจะบอกว่า ภายในปีนี้พวกเราจะยุติทำรายการถ้าหนูรับพี่จะรักป่ะ (น้ำตาซึม) 

นอกจากนี้ ก้อย นัตตี้ ดรีม บอกถึงสาเหตุว่าทำไมถึงเลิกทำ “ต้องบอกว่ารายการนี้เป็นรายการสร้างพวกเราจริงๆ ที่ทำให้พวกเรามีวันนี้ และรายการนี้ครบรอบ 3 ปีแล้ว รายการเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ถึงเวลาที่เราอยากจะออกจากเซฟโซนแล้ว บวกกับ นัตตี้ กำลังจะแต่งงานแล้วด้วย พวกเราก็รู้สึกว่าพอถึงจุดนึงของชีวิต พวกเราจะมาทำตัวน่ารักกับผู้ชายไปตลอดไม่ได้ (หัวเราะ) เราก้าวออกจากเซฟโซนของเราเพื่อที่จะก้าวไปอีกสเต็ปของชีวิต เราก็รู้สึกว่าไทม์มิ่งนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุด ขอบคุณรายการนี้ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามและซัพพอร์ตพวกเรา”

“อย่างที่ทุกคนพูดว่าเรามีวันนี้ได้เพราะรายการนี้ เราอยากจะขอบคุณจริงๆ ค่ะ ขอบคุณแขกรับเชิญทุกคนที่มาออกรายการ รวมถึงคนดูทุกคนด้วย เรากำลังจะเลิกทำภายในปีนี้ ที่ต้องรีบมาบอกเพราะว่าพวกเราสามคนกำลังจะจัด ก้อย นัตตี้ ดรีม แฟนมีตคอนเสิร์ตฉลองด้วย เราจะก้าวไปสู่อีกสเต็ปนึง ซึ่งเราตั้งใจทำขึ้นเพื่อที่จะบอกลารายการ เป็นการเฉลิมฉลองเส้นทางที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ต่อๆ ไปอีกยาวๆ ไปด้วยกัน เราจะไม่หยุดแค่นี้ เราจะไปต่อด้วยกันค่ะ”

‘มาร์กี้ ราศรี’โชว์สกิลเล่นเวกเซิร์ฟ โชว์เรียวขาสุดเซ็กซี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739941

'มาร์กี้ ราศรี'โชว์สกิลเล่นเวกเซิร์ฟ โชว์เรียวขาสุดเซ็กซี่

‘มาร์กี้ ราศรี’โชว์สกิลเล่นเวกเซิร์ฟ โชว์เรียวขาสุดเซ็กซี่

วันอังคาร ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 11.28 น.

เป็นซีนที่ทำหลายคนฮือฮาไม่น้อย สำหรับคุณแม่ลูกแฝด อย่าง “มาร์กี้ ราศรี” ภรรยาคนสวยของ “ป๊อก ภัสสรกรณ์” ที่ล่าสุดได้โพสต์คลิปโชว์ลีลาเล่นเวกเซิร์ฟ พร้อมแคปชั่นว่า “ครั้งแรกก็จัดซะปวดตัวเลย” โดยเจ้าตัวได้สวมบิกินี ทำเอาแฟนคลับถึงกับโฟกัสผิดจุด กับเรียวขาวที่ทั้งยาวและขาวออร่าแย่งซีนเป็นที่เรียบร้อยจริงๆ

‘แอร์ ภัณฑิลา’นุ่งชุดว่ายน้ำแหวกเว้าอวดท้อง 7 เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739789

'แอร์ ภัณฑิลา'นุ่งชุดว่ายน้ำแหวกเว้าอวดท้อง 7 เดือน

‘แอร์ ภัณฑิลา’นุ่งชุดว่ายน้ำแหวกเว้าอวดท้อง 7 เดือน

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.15 น.

26 มิ.ย.66 เผลอแปบเดียวที่ว่าที่คุณแม่ “แอร์ ภัณฑิลา” ตั้งท้องได้ 7 เดือนแล้ว ซึ่งทริปล่าสุด แอร์ ได้จัดทริปอุ้มท้องลูกน้อยบินไปเที่ยวญี่ปุ่น โดยได้เผยภาพที่เห็นท้องที่ขยายใหญ่มากขึ้นให้เห็นแบบเต็มๆ ตา โดยสาวแอร์ได้สวมชุดว่ายน้ำที่แหวกเว้าทั่วตัว อวดผิวขาวสวย แชะภาพกับวิวฟูจิ โดยได้แซวตัวเองด้วยว่า “พุงแอร์กับภูเขาอันไหนใหญ่กว่า… 5555 คุณลูกพองค่ะ”

.-011

‘เก้า สุภัสสรา’สวมบิกินี่สีหวานแหวว อวดหุ่นเซ็กซี่เบาๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/739751

'เก้า สุภัสสรา'สวมบิกินี่สีหวานแหวว อวดหุ่นเซ็กซี่เบาๆ

‘เก้า สุภัสสรา’สวมบิกินี่สีหวานแหวว อวดหุ่นเซ็กซี่เบาๆ

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.57 น.

26 มิ.ย.66 เป็นนักแสดงสาวสวยขวัญใจหนุ่มๆ อีกคนหนึ่ง สำหรับ “เก้า สุภัสสรา ธนชาต” ที่ล่าสุดก็ทำเอาแฟนคลับใจสั่นอีกแล้ว เมื่อเจ้าตัวได้อวดความแซ่บในชุดบิกินีสีชมพู ขณะไปเที่ยวที่ประเทศอิตาลี ที่แม้จะมีเสื้อคลุมมาสวมทับไว้อีกชั้น แต่ก็ไม่อาจบดบังความเซ็กซี่ได้มิดจริงๆ ทำเอาหลายคนต้องกดไลค์กันรัวๆ เลยทีเดียว

เปิดกฎเหล็ก!ศธ.สังคายนาบทลงโทษ‘ครูหื่น’ ระบุชัดพฤติกรรมผิดร้ายแรง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/740024

เปิดกฎเหล็ก!ศธ.สังคายนาบทลงโทษ‘ครูหื่น’ ระบุชัดพฤติกรรมผิดร้ายแรง

เปิดกฎเหล็ก!ศธ.สังคายนาบทลงโทษ‘ครูหื่น’ ระบุชัดพฤติกรรมผิดร้ายแรง

วันอังคาร ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.18 น.

เปิดกฎเหล็ก!ศธ.สังคายนาบทลงโทษ‘ครูหื่น’ ระบุชัดพฤติกรรมผิดร้ายแรง

27 มิถุนายน 2566 น.ส.ตรีนุช  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 7/2566 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่างแนวการพิจารณาโทษข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากระทำผิดวินัย กรณีกระทำการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียน หรือนักศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในความรับผิดชอบของตนหรือไม่

ทั้งนี้นโยบายเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาถือเป็นหัวใจสำคัญ โดยขณะนี้ต้องยอมรับว่า มีกรณีนักเรียนถูกล่วงละเมิดทางเพศเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นทางก.ค.ศ. จึงออกระเบียบเพิ่มมาตรฐานโทษให้รุนแรงขึ้น เนื่องจากการดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการครูที่ผ่านมา ต้องนำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน มาบังคับใช้โดยอนุโลม แต่กฎหมายดังกล่าวไม่มีบทบัญญัติกรณีข้าราชการครูล่วงละเมิดทางเพศผู้เรียนหรือนักศึกษากำหนดไว้ ดังนั้น ในกรณีที่ข้าราชการครูกระทำการล่วงละเมิดทางเพศผู้เรียนหรือนักศึกษา จึงปรับบทความผิด ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วหรือเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาได้กำหนดแนวการพิจารณาโทษข้าราชการครูกระทำผิดวินัย 6 กรณี แต่แนวปฏิบัติดังกล่าวมีส่วนที่ไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติตาม พ.ร.บ.ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 เนื่องจาก พ.ร.บ. ดังกล่าว กำหนดกรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากระทำการล่วงละเมิดต่อผู้เรียนและนักศึกษา ไม่ว่าจะอยู่ในความรับผิดชอบของตนหรือไม่ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 94 วรรค 3 ก.ค.ศ. จึงพิจารณากำหนดแนวการพิจารณาโทษข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากระทำผิดวินัย กรณีกระทำการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษาไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของตนหรือไม่ โดยพฤติกรรมที่มีระดับความผิดที่ร้ายแรงมาก สมควรลงโทษไล่หรือปลดออกออกจากราชการ ดังนี้

1. ใช้อำนาจในหน้าที่บังคับ หรือทำให้ผู้เรียนหรือนักศึกษาต้องจำยอมให้ร่วมประเวณี เช่น ให้นักศึกษาที่ติด ร แก้ ร โดยยอมให้ร่วมประเวณี

2. หลอกลวงพาผู้เรียนหรือนักศึกษาไปเพื่อกระทำชำเรา หรือร่วมประเวณี

3. ร่วมประเวณีหรือพยายามร่วมประเวณีกับผู้เรียนหรือนักศึกษา หรือให้ผู้เรียนหรือนักศึกษาบำบัดความใคร่ ไม่ว่าผู้เรียนหรือนักศึกษาจะสมัครใจหรือไม่

4. กระทำการอนาจารผู้เรียนหรือนักศึกษาคนเดียวหรือหลายคนเป็นประจำ

5. กระทำการถ่ายภาพหรือคลิปผู้เรียนหรือนักศึกษาที่ไม่สมควรทางเพศ หรือให้ผู้เรียนหรือนักศึกษา เปลือย หรือเปิดเผยร่างกายที่ไม่สมควร หรือกระทำการอื่นใดในลักษณะคล้ายคลึงกัน

ส่วนพฤติกรรมการล่วงละเมิดทางเพศผู้เรียนหรือนักศึกษา นอกจากกรณีตามข้อ 1-5 เป็นพฤติกรรมที่มีระดับความผิดที่ร้ายแรงมาก หรือร้ายแรง แล้วแต่กรณี ระดับโทษไล่ออก หรือปลดออก แล้วแต่กรณี

ด้านนายประวิต  เอราวรรณ์ เลขาธิการก.ค.ศ. กล่าวว่า สำหรับแนวการพิจารณาโทษข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากระทำผิดวินัยฯนั้นของเดิมจะไม่มีการระบุชัดว่าพฤติกรรมลักษณะใดบ้างที่ถือว่า เป็นความผิด การพิจาณาโทษจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการสอบสวน ดังนั้นเพื่อให้ความเป็นธรรมกับนักเรียน นักศึกษา ก.ค.ศ. จึงกำหนดพฤติกรรมที่ต้องรับโทษร้ายแรงถึงร้ายแรงมากให้มีความชัดเจนขึ้น  เพื่อให้สามารถตัดสินโทษลงโทษได้อย่างเป็นธรรม

นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู สังกัด ศธ. โดยหลักเกณฑ์และวิธีการฯดังกล่าว กำหนดให้มีการพิจารณาย้ายกรณีปกติ 2 รอบ คือ รอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน และรอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 31 ตุลาคม เพื่อให้สถานศึกษามีข้าราชการครูก่อนเปิดภาคเรียน ซึ่งจากการดำเนินการพิจารณาย้ายกรณีปกติรอบที่ 1 ที่ผ่านมา พบว่า สถานศึกษาบางแห่งมีครูย้ายออก แต่ไม่มีครูย้ายเข้ามาทดแทน การบรรจุและแต่งตั้งทดแทนไม่สามารถทำได้ทันที เนื่องจากปฏิทินการสอบแข่งขัน/คัดเลือก กำหนดไว้หลังปฏิทินการย้าย นอกจากนี้ครูที่ต้องการยื่นคำขอย้ายต้องทิ้งห้องเรียนเพื่อมายื่นเอกสารหลักฐานจำนวนมากที่สำนักงานเขตพื้นที่ รวมถึงองค์ประกอบในการพิจารณาการย้าย มุ่งพิจารณาครูที่มีผลงานดีออกจากสถานศึกษา และการพิจารณาย้ายของแต่ละ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มีความแตกต่างกัน

“จากประเด็นปัญหาดังกล่าว ก.ค.ศ. จึงได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การย้ายข้าราชการครูฯ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรมและตรวจสอบได้ จึงเห็นควรให้ส่วนราชการดำเนินการ ดังนี้ 1. ให้ส่วนราชการกำหนดปฏิทินการบริหารงานบุคคลในภาพรวมประจำปีงบประมาณ โดยการย้ายจะกำหนดให้ยื่นคำร้องขอย้าย 2 รอบ รอบที่ 1 ยื่นเดือนมกราคม พิจารณาย้ายได้มากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ให้ออกคำสั่งมีผลพร้อมกัน คือ วันที่ 1 พฤษภาคม และในวันเปิดภาคเรียนที่ 1 คือ 16 พฤษภาคม สถานศึกษาต้องมีครู  สำหรับรอบที่ 2 ยื่นเดือนกรกฎาคม พิจารณาย้ายได้มากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ให้ออกคำสั่งมีผลพร้อมกัน คือ วันที่ 15 ตุลาคมและในวันเปิดภาคเรียนที่ 2 คือ 1 พฤศจิกายน สถานศึกษาต้องมีครู” นายประวิต กล่าว

วุ่น!ยกฐานะ‘กศน.’สู่‘สกร.’กระทบสิทธิวิทยฐานะบุคลากร-มึนสถานะ‘ท้องฟ้าจำลอง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739955

วุ่น!ยกฐานะ‘กศน.’สู่‘สกร.’กระทบสิทธิวิทยฐานะบุคลากร-มึนสถานะ‘ท้องฟ้าจำลอง’

วุ่น!ยกฐานะ‘กศน.’สู่‘สกร.’กระทบสิทธิวิทยฐานะบุคลากร-มึนสถานะ‘ท้องฟ้าจำลอง’

วันอังคาร ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 12.48 น.

วุ่น!ยกฐานะ‘กศน.’สู่‘สกร.’กระทบสิทธิวิทยฐานะบุคลากร-มึนสถานะ‘ท้องฟ้าจำลอง’

27 มิถุนายน 2566 นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้าในการจัดทำกฎหมายลูก 13 ฉบับของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ คงต้องมีการพิจารณาในหลายเรื่อง และหนึ่งในเรื่องสำคัญ คือ การดูรายละเอียดสิทธิที่บุคลากรจะได้รับ โดยพบว่ามีปัญหากรณีการเปลี่ยนชื่อจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เดิม มาเป็น สกร. ที่พบว่าจะไปกระทบสิทธิในเรื่องวิทยฐานะของข้าราชการ กศน. เพราะระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กำหนดชื่อหน่วยงานที่จะสามารถขอมีและเลื่อนวิทยฐานะไว้ชัดเจน ดังนั้นเมื่อเปลี่ยนชื่อหน่วยงานใหม่ทำให้สิทธิการได้วิทยาฐานะ ไม่สอดคล้องกับระเบียบของสำนักงาน ก.ค.ศ. จึงต้องไปปรับแก้ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตรงนี้เป็นปัญหาบางส่วนที่อยู่ระหว่างการแก้ไข

นอกจากนี้ยังมีปัญหาภายในอีกบางส่วน เช่น หน่วยงานในสังกัด อย่างศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา หรือ “ท้องฟ้าจำลอง” กรุงเทพฯ ยังมีข้อถกเถียงถึงสถานะ เพราะส่วนหนึ่งอยากให้ปรับเป็นสถานศึกษา เพื่อให้บุคลากรที่ทำงานในศูนย์ดังกล่าวมีโอกาสก้าวหน้า สามารถขอมีและเลื่อนวิทยฐานะได้เช่นเดียวกับข้าราชการสังกัดอื่น แต่ติดปัญหาตรงที่ท้องฟ้าจำลองไม่มีนักเรียน ดังนั้นความเป็นไปได้จึงอาจให้ปรับเป็นสถาบันฯ ซึ่งคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายอยู่ระหว่างการแก้ไข

“คาดว่าการจัดตั้ง สกร.กว่าจะเข้าที่เข้าทาง ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี เรื่องนี้คณะกรรมการฝ่ายกฎหมาย จะเป็นผู้ที่รับหน้าที่หนัก เพราะ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ.2566 ฉบับนี้ ไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่จะไปสอดคล้องกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .. ที่ค้างการพิจารณาอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นคงต้องฝากรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะเข้ามาบริหารงาน เมื่อเปิดสภาฯแล้วขอให้เร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เป็นลำดับแรก ๆเพราะถือเป็นกฎหมายสำคัญ ซึ่งหากร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้แล้ว การดำเนินการต่าง ๆก็จะมีความสอดคล้องกันมากขึ้น” นายอรรถพล กล่าว 

ปลัด ศธ. กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้ากฎหมายลูก 13 ฉบับนั้น อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ยังติดประเด็นที่เกี่ยวข้อง กับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)  บางส่วนต้องอาศัยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งกรณีการเปลี่ยนชื่อสถานศึกษา ความชัดเจนว่าหน่วยงานใดจะจัดตั้งเป็นสถาบัน หรือหน่วยงานใดจะเป็นสถานศึกษา และความเชื่อมโยงกับระเบียบ ก.พ. และมติครม.ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีมติไม่ให้มีการตั้งหน่วยงานใหม่ จึงได้ทำหนังสือหารือไปยัง ก.พ. เพื่อขอความเห็น และเสนอ ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบจัดตั้ง สกร.อย่างเป็นทางการต่อไป 

“สาเหตุที่ต้องเสนอเข้า ครม.เพราะอนาคตจะต้องมีการตั้งสถานศึกษาใหม่ รวมถึงต้องมีการเพิ่มอัตราบุคลากร ซึ่งทั้งหมดมีผลผูกพันกับงบประมาณในระยะยาว  ทั้งหมดนี้คงต้องรอให้รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารงาน โดยสิ่งสำคัญที่ต้องเร่งทำขณะนี้คือ การจัดทำคำของบประมาณ 2567 และการพัฒนาหลักสูตรที่จะต้องครอบคลุมทุกช่วงวัย ตามกฎหมายใหม่ โดยจะต้องเป็นหลักสูตรที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน” ปลัด ศธ. กล่าว 

ม.สวนดุสิตอบรมบุคลากรสปป.ลาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739888

ม.สวนดุสิตอบรมบุคลากรสปป.ลาว

ม.สวนดุสิตอบรมบุคลากรสปป.ลาว

วันอังคาร ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อบรมเชิงปฏิบัติการการเสริมสร้างศักยภาพแรงงาน SME สาขางานบริการ “การเสริมสร้างทักษะให้กับแรงงานของหน่วยแรงงานร้านอาหารและโรงแรมใน สปป.ลาว” ให้กับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงานและพัฒนาสังคม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมี ผศ.ดร.พิทักษ์ จันทร์เจริญ รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร ร่วมกับ ดร.บุญมา สิทธิโสม ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงานและพัฒนาสังคมของสปป.ลาว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่ง ร่วมเปิดงาน ณ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

CMMU เปิดหลักสูตรตรีควบโท 4+1 เพิ่มทักษะบริหารจัดการและนวัตกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739890

CMMU เปิดหลักสูตรตรีควบโท 4+1  เพิ่มทักษะบริหารจัดการและนวัตกรรม

CMMU เปิดหลักสูตรตรีควบโท 4+1 เพิ่มทักษะบริหารจัดการและนวัตกรรม

วันอังคาร ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ CMMU ร่วมกับ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดสอนโครงการปริญญาตรีควบปริญญาโท หรือหลักสูตร 4+1 โดยนำจุดแข็งการเป็นสถาบันการศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรด้านการจัดการหลายสาขาวิชาในระดับปริญญาโท พร้อมทั้งได้รับการรับรองจาก AACSB สถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาทางด้านบริหารจัดการธุรกิจนานาชาติ ซึ่งมีเพียง 5% ของมหาวิทยาลัยทั่วโลก มาสอนด้านทักษะการบริหารจัดการและนวัตกรรมให้เด็กรุ่นใหม่ นอกเหนือจากทักษะด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือศิลปศาสตร์

รศ.ดร.วิชิตา รักธรรม คณบดีวิทยาลัยการจัดการ CMMU กล่าวว่า โครงการปริญญาตรีควบปริญญาโท หรือหลักสูตร 4+1 มีระยะเวลาเรียน 4 ปี กับ 1 ภาคการศึกษา โดยนักศึกษาที่เรียนหลักสูตรปริญญาตรีใน คณะสายศิลป์และคณะสายวิทย์ จะได้เรียนควบคู่กับหลักสูตรปริญญาโท ด้านการจัดการในหลายสาขาวิชาของ CMMU ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้จะสร้างบัณฑิตให้มีความรู้และความสามารถแบบบูรณาการ ทั้งทักษะด้านสังคมศาสตร์ ศิลปศาสตร์ วิทยาศาสตร์การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการบริหารอย่างไม่เป็นรองใคร

“เด็กสายวิทย์” จะมีการเรียนรู้เรื่องการคิดอย่างเป็นระบบ ซึ่ง CMMU จะเข้ามาช่วยเสริม Soft Skill ด้านการบริหารจัดการ ใน 4 คณะ ได้แก่ คณะเทคนิคการแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะสาธารณสุขศาสตร์ โดยหลักสูตรนี้จะทำให้ผู้เรียนมีทักษะโดดเด่นใน 3 ด้านหลักๆ คือ การบริหารจัดการธุรกิจ, การประยุกต์ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน รู้จักบริหารความรู้ เครื่องมือเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาผนวกกับเทรนด์ความยั่งยืน และการต่อยอดบูรณาการความรู้ครบทุกศาสตร์ ที่นอกจากจะมีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพแล้ว ยังสามารถต่อยอดการบริหารธุรกิจด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

“เด็กสายศิลป์ จะมีความคิดสร้างสรรค์ และสิ่งที่น่าสนใจคือ เด็กกลุ่มนี้เริ่มสนใจทำธุรกิจส่วนตัวมากขึ้นทั้งแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ CMMU จะเข้าไปช่วยขยายศักยภาพให้ผู้เรียนแข็งแกร่งขึ้นในทักษะการจัดการ การเป็น
ผู้ประกอบการและเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมได้แก่ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ที่มาพร้อมหลักสูตรนักดนตรีผู้ประกอบการและ
นวัตกรรม และวิทยาลัยศาสนศึกษา ที่มีเป้าหมายในการบูรณาการระหว่างศาสตร์ในด้านสังคมศาสตร์ ศาสนศึกษา และศิลปศาสตร์แขนงต่างๆ กับศาสตร์ด้านการบริหารจัดการ ขณะเดียวกัน ยังสามารถเข้าใจความหลากหลายของสังคมและโลกปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีคณะศิลปศาสตร์ และคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ที่กำลังพัฒนาหลักสูตรเพื่อรองรับหลักสูตร 4+1 เพิ่มเติมในเร็วๆ นี้” รศ.ดร.วิชิตา กล่าว