กกต.แจงรับรองสส. ‘ก้าวไกล’ เมาแล้วขับ ชี้ ลาออกได้หลัง ปฏิญาณตน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551679

21 มิ.ย. 2566

กกต.แจงรับรองสส. ‘ก้าวไกล’ เมาแล้วขับ ชี้ ลาออกได้หลัง ปฏิญาณตน

กกต. แจงแถลงลาออกของ ‘ณธีภัสร์’ สส.ก้าวไกล เซ่น ปมเมาแล้วขับ ไม่มีผลตามกฎหมาย เหตุเจ้าตัวเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ไม่สามารถถอดชื่อได้ ชี้ ลาออกได้หลังปฏิญาณตน

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ชี้แจงกรณี น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ได้ประกาศลาออกแต่ยังมีชื่ออยู่ในใบรับรองของ กกต. ตามที่เว็บไซต์ https://www.bangkokbiznews.com/ ได้โพสต์ข้อความว่า “ชื่อ “ณธีภัสร์” โผล่เป็น 1 ใน สส. บัญชีรายชื่อ ก้าวไกล ที่ถูกรับรอง จาก “กกต.” เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ได้แถลงขอลาออกจาก สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตามที่สาธารณชนได้รับทราบแล้วนั้น

กกต. ขอเรียนชี้แจงว่า ก่อนที่ กกต. จะประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ มีสถานะเป็น “ผู้สมัคร” ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 และ ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2566 โดยไม่สามารถถอนการสมัครหรือเปลี่ยนแปลงผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อตามที่ได้ยื่นไว้ต่อ กกต. ในวันยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ได้

การแถลงขอลาออก ขณะที่ กกต. ยังไม่ได้ประกาศผลการเลือกตั้ง จึงไม่มีผลตามกฎหมาย และไม่ส่งผลกระทบต่อบัญชีรายชื่อ แต่อย่างใด

กกต.ชี้แจงรับรองสส.เมาแล้วขับกกต.ชี้แจงรับรองสส.เมาแล้วขับ

ลาออกได้หลังปฏิญาณตน

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2566 กกต. ประกาศผลการเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ จึงปรากฏรายชื่อของบุคคลดังกล่าว ลำดับที่ 27 ของพรรคก้าวไกล โดยให้ถือว่า เป็น สส. ตั้งแต่วันเลือกตั้ง เป็นไปตามมาตรา 100 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

หากประสงค์ที่จะขอลาออกจาก สส.แบบบัญชีรายชื่อ สามารถกระทำได้หลังจากที่ได้กล่าวคำปฏิญาณตน ต่อที่ประชุมแห่งสภาผู้แทนราษฎร เรียบร้อยแล้ว

ดังนั้น การประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราฎร แบบบัญชีรายชื่อ ของ กกต. จึงชอบด้วยกฎหมาย

สัมมนา ‘สส.พรรคก้าวไกล’ เตือนอย่าทำตัวเหนือประชาชน – รุกยกเลิกเกณฑ์ทหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551695

21 มิ.ย. 2566

สัมมนา 'สส.พรรคก้าวไกล' เตือนอย่าทำตัวเหนือประชาชน -  รุกยกเลิกเกณฑ์ทหาร

สัมมนา   “สส.พรรคก้าวไกล” ซักซ้อมความเข้าใจก่อนเข้าไปทำหน้าที่ในสภา เลขาธิการพรรคก้าวไกล ชัยธวัช ตุลาธน ปราม สส. ต้องไม่ทำตัวอยู่เหนือประชาชน ต้องตระหนักอยู่เสมอว่าได้เข้าสภา ด้วยแรงหนุนจากประชาชน เตรียมร่างกฎหมาย เสนอเข้าสภา รวมถึงร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกเกณฑ์ทหาร

ที่สนามกอล์ฟพัฒนาสปอร์ต รีสอร์ท อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พรรคก้าวไกล ได้จัดการสัมมนา   “สส.พรรคก้าวไกล”  ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ  โดยมี   นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล   กล่าวเปิดการสัมมนา  การสัมนาดังกล่าว  จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 มิ.ย. เพื่อให้สส.พรรคก้าวไกล ทั้ง 151 คน มีความพร้อมในการทำงานมากที่สุด ทันทีที่เปิดประชุมสภา   โดยพรรคก้าวไกลได้เตรียมเสนอร่างกฎหมายทันทีที่สภาเปิด มากกว่า 40 ฉบับ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ สส. จะได้รับทราบ ทำความเข้าใจเนื้อหาร่างกฎหมายแต่ละฉบับ เพื่อให้ทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

โดยรายละเอียดกิจกรรมของการเสวนา ประกอบด้วยการอบรมข้อปฏิบัติ การครองตัวของ  “สส.พรรคก้าวไกล”  ซึ่งนายชัยธวัช เน้นย้ำว่าพรรคมีนโยบาย zero tolerance หรือไม่ทนต่อการทุจริตคอรัปชั่น การมีผลประโยชน์ทับซ้อนทุกชนิด ไม่ว่าในทางตรงหรือทางอ้อม และ สส. ต้องไม่ทำตัวอยู่เหนือประชาชน ต้องตระหนักอยู่เสมอว่าได้เข้าสู่สภา ด้วยแรงสนับสนุนจากประชาชน ได้รับเงินเดือนจากภาษีประชาชน 

นอกจากนี้ยังมีการบรรยายเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณางบประมาณแผ่นดิน และมีการจัดเวิร์คชอปศึกษาเนื้อหาร่างกฎหมายกว่า 40 ฉบับ ที่จะเสนอเข้าสภา รวมถึงร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกเกณฑ์ทหาร, พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ (open data), พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม, พ.ร.บ. อากาศสะอาด, ประมวลกฎหมายที่ดิน, พ.ร.บ. ตำรวจ, พ.ร.บ. ป้องกันการใช้กฎหมายปิดปาก (anti- SLAPP) และ พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า

ทั้งนี้ ในการสัมนายังมีการเชิญ ศ.ธงทอง จันทรางศุ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม มาให้ความรู้กับ ส.ส เกี่ยวกับกระบวนการนิติบัญญัติ และเล่าประสบการณ์การทำงานในแวดวงการเมืองด้วย

สัมมนา 'สส.พรรคก้าวไกล' เตือนอย่าทำตัวเหนือประชาชน -  รุกยกเลิกเกณฑ์ทหาร
สัมมนา 'สส.พรรคก้าวไกล' เตือนอย่าทำตัวเหนือประชาชน -  รุกยกเลิกเกณฑ์ทหาร
สัมมนา 'สส.พรรคก้าวไกล' เตือนอย่าทำตัวเหนือประชาชน -  รุกยกเลิกเกณฑ์ทหาร

พรรคก้าวไกล จัดการสัมมนา  “สส.พรรคก้าวไกล”  ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ  โดยมี ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล   กล่าวเปิดการสัมมนา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 มิ.ย. ที่สนามกอล์ฟพัฒนาสปอร์ต รีสอร์ท อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 

เลือกตั้ง66 หน้าใหม่นั่ง สส.เพียบ แต่พลังบ้านใหญ่เสื่อมมนต์ขลัง?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551693

21 มิ.ย. 2566

เลือกตั้ง66 หน้าใหม่นั่ง สส.เพียบ แต่พลังบ้านใหญ่เสื่อมมนต์ขลัง?

เตรียมเปิดสภาฯ พบ สส.หน้าใหม่เกือบครึ่ง ทำบ้านใหญ่-หน้าเก่าเสื่อมมนต์ขลัง- ‘เพื่อไทย’ เร่งรีแบรนด์ตัวเองหวังสู้เลือกตั้งครั้งหน้า

ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาได้ชี้ให้เห็นถึงภาวะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเป็นอย่างมากในสังคมไทย แม้แต่นักการเมืองหลายคนก็ช็อกกับผลที่ออกมาว่าพรรคใหม่อย่าง ‘ก้าวไกล’ กลับผงาดขึ้นมาเป็นพรรคอันดับ 1 ได้จากยุทธศาสตร์ ‘หัวคะแนนธรรมชาติ’ ที่ทำเอาเหล่าบ้านใหญ่ล้มกันไปไม่เป็นท่า

คมชัดลึก ขอนำตัวเลขจากเว็ปไซต์ Roket Media Lab พบว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้มี สส.หน้าใหม่ที่ได้รับการเลือกตั้งแบบเขตมากที่สุดถึง 179 คน คิดเป็น 44.75% รอมาคืนแชมป์เก่าหรือผู้สมัครเดิมจากพรรค 154 คนคิดเป็น 38.5% และอีกกลุ่มคือ อดีต สส.ที่ย้ายมาลงสมัครพรรคใหม่ 67 คน คิดเป็น 16.75%

เมื่อพิจารณาในส่วนของอดีต สส. จากปี 2562 จะพบว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีอดีต สส. จากปี 2562 ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเดิมเป็นจำนวน 209 คน ซึ่งได้รับเลือกตั้งเพียง 103 คน โดยพรรคที่อดีต สส. ได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นจำนวนมากที่สุดก็คือ พรรคเพื่อไทย 40 คน รองลงมาก็คือภูมิใจไทย 23 คน พลังประชารัฐ 15 คน ก้าวไกล 8 คน ประชาธิปัตย์ 7 คน ชาติไทยพัฒนา 6 คน และประชาชาติ 4 คน 

แต่หากคิดเป็นสัดส่วนจะพบว่า พรรคที่อดีต สส. จากปี 2562 ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเดิม ในปี2566 และได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นสัดส่วนมากที่สุดก็คือพรรคก้าวไกลและพรรคชาติไทยพัฒนา คิดเป็น100% โดยพรรคก้าวไกลมีอดีต สส. เดิมจากปี 2562 ลงสมัครในนามพรรคเดิมเพียงแค่ 8 คน และได้รับการเลือกตั้งกลับมาทั้งหมด และพรรคชาติไทยพัฒนามีอดีต สส. เดิมจากปี 2562 ลงสมัครในนามพรรคเดิม 6 คนและได้รับการเลือกตั้งกลับมาทั้งหมด ในขณะที่พรรคที่มีอดีต สส. เดิมจากปี 2562 ลงสมัครในนามพรรคเดิมและได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นสัดส่วนน้อยที่สุดก็คือพรรคประชาธิปัตย์ คิดเป็น 30.43% 

ในขณะเดียวกัน อดีต สส. จากปี 2562 ที่ลงสมัครในนามพรรคเดิมในปี 2566 ที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งกลับมานั้น มีจำนวน 106 คน เป็นพรรคเพื่อไทยมากที่สุด จำนวน 53 คน รองลงมาก็คือพรรคพลังประชารัฐ 22 คนพรรคประชาธิปัตย์ 16 คน พรรคภูมิใจไทย 12 คน พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนากล้า และพรรคประชาชาติ พรรคละ 1 คน

แต่หากคิดเป็นสัดส่วนจะพบว่า พรรคที่อดีตผู้สมัคร สส. จากปี 2562 ลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเดิมในปี 2566 และได้รับการเลือกตั้งกลับมาเป็นสัดส่วนมากที่สุดก็คือพรรคภูมิใจไทย คิดเป็น 27.59% และน้อยที่สุดก็คือพรรคประชาธิปัตย์ คิดเป็น 3.37%

จะเห็นได้ว่าพรรคที่ได้รับผลกระทบจากปรากฎการณ์ ‘ก้าวไกลฟีเวอร์’ ก็คือ ‘เพื่อไทย’ ที่เคยคาดหวังว่าจะได้ถึง310 ที่นั่งไม่แบ่งใคร แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกมากลับไม่เป็นดั่งใจหวัง

ยิ่งมองดูตัวเลขก็จะพบว่าพรรคที่ส่งผู้สมัครหน้าเดิมแล้วชนะกลับมาเพื่อไทยมีเพียง 103 คนและคนไม่ได้รับเลือกกลับมามากถึง 53 คนด้วยกัน ซึ่งฐานค้ำบัลลังก์ของ ‘เพื่อไทย’ ส่วนใหญ่ก็คือบรรดาเหล่าบ้านใหญ่ในพื้นที่ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นบ้านใหญ่ชลบุรี บ้านเชียงใหม่ สองมิตร บ้านริมน้ำ จนทำให้นายใหญ่คนแดนไกลอย่าง‘ทักษิณ ชินวัตร’ พูดกลางคลับเฮาส์เลยว่า ‘คนเก่าๆ แก่ๆ ถอยไปได้ไหม อย่ารอให้ต้องสอบตกก่อนแล้วถึงจะถอย’ คล้ายเป็นสัญญาณคำสั่งแล้วว่าจะต้องมีการรีแบรนด์พรรคครั้งใหญ่และต้องมีการแปรเปลี่ยนพลังงานกระสุนให้กลายเป็นกระแสให้ได้เพื่อการอยู่รอดครั้งต่อไป

อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องที่น่าติดตามเมื่อ สส.ชุดนี้จะมีคนหน้าใหม่ในสภาฯไม่น้อยเลย อีกทั้งไม่ว่า ประธานสภาฯ หรือ รัฐมนตรีเอง ก็เช่นกัน ดังนั้นเหล่าคนการเมืองหน้าใหม่ต้องทำงานหนักและพิสูจน์ตัวเองไม่น้อยว่าจะเก๋าเกมพอที่จะขับเคี้ยวกับเหล่าบรรดารุ่นใหญ่ได้หรือไม่คงต้องติดตามต่อไป

สว.สมชาย จี้ ‘กกต.’ ตรวจสอบสถานะไอทีวี บี้คุณสมบัติ’พิธา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551685

21 มิ.ย. 2566

สว.สมชาย จี้ 'กกต.' ตรวจสอบสถานะไอทีวี บี้คุณสมบัติ'พิธา'

แนะ ‘กกต.’ ตรวจสอบคำวินิจฉัย คณะอนุญาโตตุลาการกรณีพิพาท itv กับ สปน. สรุปสำนวน ส่งศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบคุณสมบัติ ‘พิธา’

สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊ก เรียกร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เร่งตรวจสอบสถานะไอทีวี  จากคำวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ กรณีพิพาทกับสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อสรุปคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยสถานะพิธา หลังกกต.รับรอง สส.ครบทั้ง 500 คนแล้ว 

หลักฐานที่ สว. สมชาย แนะให้ กกต. เร่งตรวจสอบ  คำวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเรื่องที่บริษัทitv จำกัด(มหาชน)ฟ้องร้องกับสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่มีคำวินิจฉัยชี้ขาดเมื่อวันที่14มค2559 ในข้อพิพาทที่46/2550  เป็นข้อพิพาทหมายเลขแดงที่1/2559 ระหว่างบริษัทกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

ที่บริษัทขอเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายและขอให้บริษัทกลับเข้าดำเนินการสถานีโทรทัศน์ ระบบ ยูเอช เอฟ  โดยใช้คลื่นความถี่และทรัพย์สินอุปกรณ์เครือข่ายเดิมต่อไปจนครบกำหนดระยะเวลาในสัญญาอนุญาตที่อนุญาโตตุลาการมีคำวินิจฉัยชี้ขาดว่า การบอกสัญญาอนุญาตของสำนักงานปลัดฯ นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

คำวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเรื่องนี้ และคำพิพากษาศาลปกครอง จึงมีความสำคัญที่ต้องพิจารณาประกอบว่า itv ชนะคดีจากสำนักปลัดฯแล้ว และการขอให้เข้าดำเนินการในสถานีโทรทัศน์ ยูเอชเอฟเดิมนั้น  เป็นการที่ทำให้บริษัทไอทีวีที่ยังมีการประกอบธุรกิจสื่อ มีวัตถุประสงค์สื่อชัดเจนและยังไม่ได้จดทะเบียนเลิกกิจการได้รับชัยชนะในคำวินิจฉัยชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการให้ itv กลับเข้าดำเนินการในสถานีโทรทัศน์ยูเอชเอฟ เดิมได้

จึงมีประเด็น1ในข้อพิจารณาว่า บริษัทitv น่าจะยังเป็นผู้การประกอบกิจการหรือเตรียมประกอบกิจการสื่อมวลชนที่ยังไม่ได้ยกเลิก ใช่หรือไม่

รัฐธรรมนูญ2560 มาตรา82วรรคท้ายระบุว่า ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง เห็นว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาคนใดคนหนึ่งมีเหตุสิ้นสุดลงตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย

เมื่อ กกต. รับรองสมาชิกภาพของ สส.แล้ว  มีเหตุผู้ร้องเรียนและกกต ตั้งคณะกรรมการไต่สวน   จึงควรเร่งพิจารณาดำเนินการส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ว่า นายพิธามีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา98(3) ห้ามถือหุ้นสื่อมวลชนใดๆอันเป็นการขาดสมาชิกภาพสส. ตามมาตรา101(6) มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98หรือไม่  โดยยึดหลักเดียวกันกับการยื่นคดีนายธนาธรคือ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยและสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างรอคำวินิจฉัยด้วย 

ส่วนเรื่องแคนดิเดทผู้สมัครนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 88 89 ที่ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา160 และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา98 หรือไม่นั้น  กกต ควรจะร้องไปศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย ก็น่าจะเป็นประโยชน์ในการยื่นฟ้องเสียในคราวเดียวกัน

‘อนุทิน’ ลั่นเลือก ‘ประธานสภา’ ต้องเป็นมติพรรค ไม่มีฟรีโหวต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551674

21 มิ.ย. 2566

‘อนุทิน’ ลั่นเลือก ‘ประธานสภา’ ต้องเป็นมติพรรค ไม่มีฟรีโหวต

‘อนุทิน’ เตรียมขนทัพ สส.รายงานตัวสภา 26 มิ.ย. ย้ำหากเปิดโหวต ‘ประธานสภา’ ภูมิใจไทยไม่มีฟรีโหวต ต้องเป็นมติพรรค ขณะเดียวกันให้กำลังใจ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ

นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเข้าไปรับหนังสือรับรองจาก กกต.และรายงานตัวที่รัฐสภา ว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย(ภท.) การรับใบรับรองจาก กกต. โดยสส. จะแยกกันไปรับใบรับรอง เนื่องจากแต่ละคนมีภารกิจหลายอย่าง

ส่วนในวันที่จะไปรายงานตัวที่รัฐสภา นัดหมายไปพร้อมกันในวันที่ 26 มิ.ย. 2566 เนื่องจากวันที่ 25 มิ.ย. นี้ พรรคภูมิใจไทยจัดสัมมนา สส.ที่ได้รับการเลือกตั้งจากพรรคภูมิใจไทย ก็จะใช้โอกาสนี้ รวมตัวกันไปรายงานตัวที่รัฐสภาเลย

25 มิ.ย.สัมมนาพรรคภูมิใจไทย

โดยการสัมมนา สส.ของพรรคภูมิใจไทย วันที่ 25 มิ.ย. นายอนุทิน ระบุว่า วาระการพูดคุยถึงนโยบายที่ได้หาเสียง จะดำเนินตามที่หาเสียงไว้อย่างไร ให้เป็นรูปธรรมมากที่สุด รวมถึงมีการถอดบทเรียนการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ว่าพรรคภูมิใจไทยมีจุดแข็ง จุดอ่อนตรงไหน และทำเนียบปฏิบัติ ของการเป็น สส. ภายในพรรคภูมิใจไทย

ส่วนกรณีที่ กกต.รับรอง สส.บัญชีรายชื่อ และ สส.บัญชีเขตทั้ง 500 คน แต่ก่อนหน้านี้มีเอกสารจาก กกต.หลุดออกมาปรากฎว่า มีว่าที่ สส.พรรคภูมิใจไทย 21 คน กังวลว่าจะกระทบตัวเลข สส. นายอนุทิน ระบุว่า การร้องเรียนระหว่างคู่แข่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ คนที่ได้รับการร้องเรียนก็จะไปชี้แจง ซึ่งถ้าหากเป็นเรื่องจริงก็ถือว่ามีความผิด ถ้าหากเป็นการกลั่นแกล้งใช้ช่องโหว่ทางกฎหมาย ร้องไว้ก่อน ให้เป็นอุปสรรค ก็ไม่น่าจะมีปัญหา พร้อมย้ำว่า ขณะนี้ กกต.รับรอง สส. แล้วทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อ

ไม่มีฟรีโหวตเลือก ประธานสภา

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าว ถึงฝั่งรัฐบาลเดิมจะมีการเสนอชื่อ นายสุชาติ ตันเจริญ โหวตเป็นประธานสภา นายอนุทิน ตอบว่า พรรคภูมิใจไทย จะมีความเห็นอย่างไรบ้างก็ต้องให้เกียรติกัน และท่าทีต่างๆของพรรคภูมิใจไทย ขอให้รอ การสัมนาสส.พรรคภูมิใจไทย ในวันอาทิตย์ที่ 25 มิ.ย. นี้ก่อน

เมื่อถามย้ำว่า หากมีการเปิดให้โหวตประธานสภา พรรคภูมิใจไทยจะยึดติดพรรค หรือให้เอกสิทธิ์ สส.ในการโหวต นายอนุทิน บอกว่า ไม่มีการปล่อยฟรีโหวต ย้ำว่า สส.ทุกคนมีเอกสิทธิ์ แต่ตามหลักการแล้ว ก่อนที่จะมีการลงมติ ต้องมีการหารือกันก่อน ซึ่งสิ่งสำคัญ คือความมีเอกภาพ และพรรคภูมิใจไทยต้องพยายามอย่างเต็มที่ 

เช่น ในอดีตแม้จะมี สส. 30 -40 คน และขณะนี้มี สส. 70 กว่าคน ก็ต้องมั่นใจ จึงเป็นเหตุผลที่จะต้องมีการจัดสัมนา สส.ใหม่ เพื่อให้รู้ว่า วัฒนธรรมของพรรคภูมิใจไทยเป็นอย่างไร เพื่อให้เคารพที่ประชุม และเสียงส่วนใหญ่ ซึ่งถือเป็นการแสดงสปริตแต่เอกสิทธิ์ สส.แต่ละคนไม่สามารถก้าวก่ายได้

ส่วนการโหวตนายกรัฐมนตรีจะมีการพูดคุยในวันสัมนา สส. วันที่ 25 มิ.ย.นี้หรือไม่ นายอนุทิน ปฏิเสธว่า น่าจะไม่มีการพูดคุยขอให้เป็นไปทีละขั้นตอนและอย่างเพิ่งคาดการณ์ล่วงหน้า ซึ่งพรรคภูมิใจไทยยังไม่ดำเนินการใดๆ ในช่วงนี้

เมื่อถามย้ำว่า ขณะนี้พรรคภูมิใจไทยจะยังไม่มีท่าทีจนกว่า 8 พรรคร่วมจะจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า เป็นไปตามที่เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ ว่าพรรคที่มีคะแนนเสียงมากที่สุดก็จัดตั้งรัฐบาลไป ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่เห็นว่ามีอุปสรรคว่าจะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นไม่ได้

ให้กำลังใจตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ

เมื่อถามย้ำว่า ถ้าหากพรรคอันดับ 1 อันดับ 2 จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ พรรคภูมิใจไทยที่เป็นพรรคอันดับ 3 จะทำอย่างไรต่อ นายอนุทิน ระบุว่า รอให้ถึงวันนั้นก่อน แต่วันนี้ยังไม่ถึง ต้องให้กำลังใจให้จัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ เพราะถ้าหากมีรัฐบาลเร็วก็จะเป็นผลดีต่อประเทศ ทำให้การทำงานต่อเนื่อง

เมื่อถามว่า ถ้าหากถึงที่สุด ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคภูมิใจจะเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อไม่ให้ประเทศถึงทางตันหรือไม่ นายอนุทิน ตอบสั้นๆว่า ถึงวันนั้นค่อยตอบ

ทั้งนี้ หลังจบการสัมภาษณ์ได้ ถามกรณีที่ พลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ พรรคพลังประชารัฐเดินทางไปประเทศอังกฤษ จะเป็นดีลลับหรือไม่ นายอนุทิน บอกว่า มีแต่ดิวเลิฟ

เจ้าคุณประสาร อวยพรวันเกิด ‘อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์’ ได้กลับประเทศไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551673

21 มิ.ย. 2566

เจ้าคุณประสาร อวยพรวันเกิด 'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' ได้กลับประเทศไทย

ศุภเสกข์ อมรฉัตร  “ไปป์”  ทายาท ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  ทำบุญวันคล้ายเกิดเกิด “อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์” อายุครบ 56 ปี พระราชวัชรสารบัณฑิต หรือ “เจ้าคุณประสาร” อวยพร ขอให้บุญกุศลที่ได้ทำเกื้อหนุนให้ได้รับแต่สิ่งที่เป็นมงคล ได้กลับประเทศไทยด้วยความสวัสดิภาพ

ที่วัดราชาธิวาสวรวิหาร    แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ   นายศุภเสกข์ อมรฉัตร  “ไปป์”  บุตรชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  พร้อมบุคคลที่เคยร่วมงานกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์  อาทิ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  , นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตรัฐมนตรี  และสส.จังหวัดแพร่ เขต 2 พรรคเพื่อไทย ,  นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านพื้นที่กรุงเทพมหานคร    , ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ และนายคณาพจน์ โจมฤทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ  ได้ร่วมทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 56 ปี    “อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์” 

โดย นายศุภเสกข์ อมรฉัตร  “ไปป์”  บุตรชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นำคณะได้ร่วมกันปล่อยปลามงคล 9 ชนิด จำนวน 59 ตัว   ให้กับ  “อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์”   ก่อนจะเข้าพระอุโบสถเพื่อถวายสังฆทาน ผ้าไตร และจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์จำนวน 59 รูป    ทั้งนี้ เจ้าอาวาสได้นำอวยพร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ผ่านทางนายศุภเสกข์เป็นการส่วนตัว ขณะที่   พระราชวัชรสารบัณฑิต หรือ “เจ้าคุณประสาร” รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร    กล่าวอวยพร  น.ส.ยิ่งลักษณ์  ว่า ขอให้ประสบแต่ความสุข ความเจริญ ขอให้มีอิสรภาพ ขอให้บุญกุศลที่ได้ทำวันนี้เกื้อหนุนให้ได้รับแต่สิ่งที่เป็นมงคล ให้ได้รับสิ่งที่ประเสริฐ ให้ได้กลับประเทศไทยด้วยความสวัสดิภาพ และกลับมาพัฒนาบ้านเมือง ประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า

ขณะเดียวกัน  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้โพสต์ ภาพ และข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว https://www.facebook.com/Y.Shinawatra
 โดยเป็นการบอกเล่าเรื่องราววันเกิด 6 ปีที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ภายแนวคิด   ” 6 เรื่องราว 6 ภาพแห่งความคิดถึงและแรงบันดาลใจ ”   ข้อความที่ โพสต์พร้อมภาพคือ

 
วันคล้ายวันเกิดปีนี้ของดิฉันเป็นวันคล้ายวันเกิดปีที่ 6 แล้วที่ดิฉันต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนอันเป็นที่รักมาใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ ดิฉันเชื่อว่า 6 ปี ของหลายคนคงมีเรื่องราวผ่านเข้ามาในชีวิตกันมากมาย เช่นเดียวกับตัวดิฉันจึงขอใช้โอกาสนี้นำ 6 เรื่องราว 6 ภาพแห่งความคิดถึงที่ไม่เคยบอกเล่าที่ไหนมาก่อนมาแบ่งปันให้ทุกท่านได้ฟังกันค่ะ ดิฉันหวังว่าจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ใครต่อใครที่อาจจะท้อแท้หรือสิ้นหวังอยู่ ให้มีแรงลุกขึ้นและก้าวเดินต่อไปนะคะ


ซึ่งสิ่งที่เล่าไปทั้งหมดเป็นทั้งความคิดถึงและแรงบันดาลใจให้กับดิฉันตลอด 6 ปีที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ซึ่งดิฉันไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อน ทำให้ดิฉันได้ตกผลึกทางความคิดและความรู้สึกว่า “ชีวิตคนเรามีโอกาส และมีทางเดินเพื่อเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ”   เช่นเดียวกับชีวิตของพี่น้องประชาชนค่ะ เพราะสิ่งที่ดิฉันเผชิญคงเทียบไม่ได้กับความทุกข์ยากของพี่น้องคนไทยที่ตลอด 9 ปีที่ผ่านมาต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้รัฐบาลเผด็จการทหาร วันนี้ดิฉันดีใจมากค่ะ ที่พี่น้องคนไทยได้ใช้อำนาจจากปลายปากกานำพาประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับสู่ประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา  เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดปีนี้ ดิฉันขอเปลี่ยนความคิดถึงเป็นกำลังใจส่งไปให้พี่น้องคนไทยทุกคนนะคะ

.

เจ้าคุณประสาร อวยพรวันเกิด 'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' ได้กลับประเทศไทย
เจ้าคุณประสาร อวยพรวันเกิด 'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' ได้กลับประเทศไทย
เจ้าคุณประสาร อวยพรวันเกิด 'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' ได้กลับประเทศไทย
เจ้าคุณประสาร อวยพรวันเกิด 'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' ได้กลับประเทศไทย
เจ้าคุณประสาร อวยพรวันเกิด 'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' ได้กลับประเทศไทย
เจ้าคุณประสาร อวยพรวันเกิด 'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' ได้กลับประเทศไทย
เจ้าคุณประสาร อวยพรวันเกิด 'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' ได้กลับประเทศไทย
เจ้าคุณประสาร อวยพรวันเกิด 'อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์' ได้กลับประเทศไทย

ศุภเสกข์ อมรฉัตร  “ไปป์”  บุตรชาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  พร้อมบุคคลที่เคยร่วมงานกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ร่วมทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 56 ปี    อดีตนายกรัฐมนตรี ที่วัดราชาธิวาสวรวิหาร    แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ

‘กัณวีร์’ ไม่หวั่นปม ‘แบ่งแยกดินแดน’ อาจถูกยื่นยุบพรรคร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551669

21 มิ.ย. 2566

‘กัณวีร์’ ไม่หวั่นปม ‘แบ่งแยกดินแดน’ อาจถูกยื่นยุบพรรคร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’

‘กัณวีร์’ ดีใจ เป็นสส.สมัยแรก ไม่หวั่นปม ‘แบ่งแยกดินแดน’ ทำฝั่งตรงข้ามยื่นยุบ 8 พรรคร่วม ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ย้ำยังต้องทำความเข้าใจเชื่อเป็นเกมล้มรัฐบาลแน่นอน

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.นายกัณวีร์ สืบแสง เลขาธิการพรรคเป็นธรรม เดินทางเข้ารับเอกสารรับรองสส. พร้อมกล่าวว่า ตนเป็นสส.ครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้น แต่เป็นความรู้สึกดี ที่ประชาชนไทย เห็นว่าการเมืองต้องพลิกโฉมจริงๆ ซึ่งพรรคก้าวไกลได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่ง 14 ล้านเสียง และพรรคเป็นธรรมก็มีชื่อเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล

“ถือเป็นการเปลี่ยนโฉมประชาธิปไตยในประเทศ เป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ที่ประเทศไทยต้องเดินหน้าต่อไป ผมต้องขอขอบคุณกกต. ที่รีบรับรอง สส.ทั้ง 500 คน และหลังจากรับเอกสารกกต.แล้วจะไม่ได้เดินทางไปที่สภาฯทันที ขอเคลียร์เอกสารก่อน”

สำหรับบรรยากาศการจัดตั้งรัฐบาลขณะนี้ ล่าสุดมีการพูดคุยคณะเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ซึ่งเป็นการพูดคุยตัวนโยบายเท่านั้น นำโดยพรรคก้าวไกล หลังจากนี้จะมีการประชุมหัวหน้าพรรคทั้ง 8 พรรค แต่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลติดโควิดเสียก่อน ทำให้อาจจะมีการเลื่อนการประชุมเป็นสัปดาห์หน้า

ส่วนเรื่องปัญหาชายแดนใต้จะทำให้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ สว.ไม่โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่มาจากฝั่งพรรคร่วมรัฐบาล นายกัณวีร์ กล่าวว่าตอนแรกอาจจะมีความเข้าใจผิดเกิดขึ้น แต่ช่วงหลังได้มีคำอธิบายจากพรรคการเมืองทั้ง 3 พรรค ที่ดูแลเรื่องนี้ แล้วได้ชี้แจงไปแล้วว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำไป สนับสนุนการให้สิทธิเสรีภาพ การแสดงออกของพี่น้องประชาชน จำเป็นจะต้องได้รับความคุ้มครองจากรัฐบาล จำเป็นต้องอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งส่วนนี้เองทำให้ส.ว.ทุกคนเข้าใจมากขึ้น 

“ไม่หวั่นครับ ว่าจะมีการฟ้องร้องกันเกิดขึ้น เราก็ยังยืนหลักของพวกเรา ที่อยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญทั้งหมด”

สำหรับกระแสข่าวที่จะมีการยื่นยุบพรรคร่วมรัฐบาลกรณีการแบ่งแยกดินแดนนั้น เราได้ชี้แจงไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเกิดความเข้าใจผิดต่อการทำแบบสอบถามการทำประชามติ แบ่งแยกดินแดน แต่แบบสอบถามนั้นคือการสอบถามว่าจะทำประชามติเรื่องแบ่งแยกดินแดนหรือไม่ โดยอยู่ในกรอบเชิงวิชาการเท่านั้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้เคยมีการทำมาในสมัยก่อนแล้ว

แต่เรื่องนี้มีประเด็นขึ้นมาเพราะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ตนมองว่าต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาในปาตานี หรือ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในพื้นที่ปัญหาหลักคือการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออก โดยต้องทำความเข้าใจให้ทุกคนเห็นตรงกัน

ส่วนแนวคิดสิทธิในการกำหนดชะตากรรมอนาคตตนเอง (RSD)จะเป็นเกมในการล้มรัฐบาลหรือไม่ นายกัณวีร์ ยืนยันว่าแน่นอน ซึ่งมีทั้งหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานในพื้นที่ พยายามนำประเด็นนี้ขึ้นมาโค่นล้มรัฐบาล

‘เฉลิมชัย’ ยันไม่มีล๊อบบี้หัวหน้าพรรค ลั่นหยุดเพ้อเจ้อปมโหวตตั้งรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551666

21 มิ.ย. 2566

'เฉลิมชัย'  ยันไม่มีล๊อบบี้หัวหน้าพรรค ลั่นหยุดเพ้อเจ้อปมโหวตตั้งรัฐบาล

‘เฉลิมชัย’ ลั่นอย่าเพ้อเจ้อหลังมีคนให้ข่าวปชป. เตรียมโหวตหนุน 8 พรรคตั้งรัฐบาล พร้อมวอนคนให้ข่าวบล็อคโหวต ‘หัวหน้า ปชป.’ หยุดทำร้ายพรรค ไม่มีใครคิดทรยศ

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ในวันนี้ ว่าเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ เตรียมงานด้านธุรการในการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ เช่น องค์ประชุม -คณะกรรมการดำเนินการประชุม ตามข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องส่งหนังสือถึงสมาชิกที่เป็นองค์ประชุมร่วม ภายในกรอบเวลา 

พร้อมระบุว่าไม่ได้คุยกับใคร ว่ามีใครแสดงเจตจำนงค์ที่จะลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และปฏิเสธกระแสข่าวว่ามีการทาบทามบุคคล หรือมีการล็อคตัวบุคคล ซึ่งถือว่าเป็นการทำร้ายพรรค ไม่เป็นประโยชน์  

ส่วนตัวเห็นว่าทุกคนในพรรคประชาธิปัตย์มีความเห็นตรงกันคือต้องมีการเปลี่ยนแปลงในพรรคประชาธิปัตย์ และชี้ให้องค์ประชุมเป็นคนกำหนดว่าบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งจะเป็นบุคคลหน้าใหม่หรือหน้าเก่า เนื่องจากเพิ่งมีการรับรอง สส. และต้องรอความเห็นจาก สส. ว่าต้องการเห็นพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างไร และจะเดินไปในทิศทางไหน 

นายเฉลิมชัย กล่าวด้วยว่าต้องให้เกียรติกัน อย่าพึ่งเดามั่ว ถ้ากระแสข่าวออกจากภายนอก ขอบอกไว้เลยว่าขอให้พรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำงานและมีโอกาสได้สร้างองค์กร สร้างพรรคอีกครั้งหนึ่ง ไม่มีประโยชน์ที่จะมาวิจารณ์ ขอเป็นองค์กรภายในของเราเอง หากข่าวออกจากภายใน ฝากไปถึงคนที่ให้ข่าวว่าให้หยุดทำร้ายพรรค อย่าไปกลัวความเปลี่ยนแปลง

ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังเดินไปข้างหน้า ไม่มีใครทรยศพรรค หลักการอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ยังคงอยู่เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นการทำอะไรที่ทำให้พรรคเสียหายเป็นการทำร้ายพรรคอย่าทำเลย 

นายเฉลิมชัย ระบุด้วยว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยคุยกัน รอการรับรอง สส. อย่างเป็นทางการ หลังจากนี้การขับเคลื่อนบทบาทในพรรคและสภาฯ จะเป็นหน้าที่ สส. ซึ่งจะต้องให้เกียรติกันในการทำงานทั้ง สส.ใหม่ สส.เก่า 

ส่าวนกระแสข่าวจากพรรคเสรีรวมไทยที่อ้างถึงพรรคประชาธิปัตย์จะไปยกมือโหวตสนับสนุน 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลนั้น ไม่มีทางเป็นไปได้ อย่านำสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นมาพูด และยังให้เกียรติพรรคที่ได้รับการเลือกตั้ง จะไม่มีการเข้าไปยุ่ง สนับสนุนหรือขัดขวาง

รักษาการเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ยังระบุว่าไม่ทราบกรณีกระแสข่าวจะมีคนในขั้วตรงข้ามพรรคจัดตั้งรัฐบาลเสนอชื่อ สส.พรรคเพื่อไทยชิงเก้าอี้ประธานสภา และส่วนตัวไม่ได้เป็น สส. แล้ว แต่ยังรักพรรคประชาธิปัตย์ 

‘ชลน่าน’ เผย สส.เพื่อไทยหนุน ให้ขอตำแหน่ง ‘ประธานสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551657

21 มิ.ย. 2566

'ชลน่าน' เผย สส.เพื่อไทยหนุน ให้ขอตำแหน่ง 'ประธานสภา'

‘ชลน่าน’ เผย สส.ส่วนใหญ่ในพรรคเพื่อไทย หนุนให้เพื่อไทยขอตำแหน่ง ‘ประธานสภา’ มั่นใจโหวตชนะแน่ แต่ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรค

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายหลังการรับฟังความเห็นของ สส. ถึงประเด็นตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า การพูดคุยวันนี้ได้ข้อยุติ สส.ของพรรคเพื่อไทยเข้าใจกันดีอยู่แล้ว

ซึ่งส่วนใหญ่มีความเห็นว่าพรรคเพื่อไทยควรจะได้ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร แต่สมาชิกบางส่วนก็เห็นด้วยกับหลักการที่ต้องฟังเสียงประชาชน จึงมีความเห็นหลากหลายกันอยู่

เมื่อถามว่า ต้องนำเรื่องตำแหน่งประธานสภา เข้าหารือในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมสัมมนาพัฒนาศักยภาพ สส. และบุคลากรทางการเมืองของพรรค ไม่ใช่ที่ประชุมพรรค 

ดังนั้นข้อเสนอต่างๆที่ได้จากวันนี้ ก็เอามาประมวลดูถ้ามีความจำเป็นที่ต้องขอมติหรือขอความเห็นชอบ ก็ต้องจัดประชุมพรรคให้เป็นทางการ เพื่อมตินั้นจะได้สมบูรณ์ และต้องดูสถานการณ์ต่อไป

“แต่เสียงส่วนใหญ่ สส ของพรรคก็เห็นว่าพรรคเพื่อไทยควรจะเสนอขอตำแหน่งประธานสภาฯ และเชื่อมั่นว่าถ้ามีการโหวตในสภาเพื่อไทยจะชนะ นี่คือเหตุผลที่เขาพูดมา”นพ.ชลน่าน กล่าวสรุป

‘พิธา’ ติดโควิดครั้งที่ 3 อาการไม่รุนแรง คาดหายทัน ‘รายงานตัว’ 27 มิ.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551655

21 มิ.ย. 2566

‘พิธา’ ติดโควิดครั้งที่ 3 อาการไม่รุนแรง คาดหายทัน 'รายงานตัว' 27 มิ.ย.นี้

‘พิธา’ ติดโควิดครั้งที่ 3 แม้รับวัคซีน 6 เข็ม แต่อาการโควิดไม่รุนแรง มีไอ-มีไข้เล็กน้อย กักตัวที่บ้าน คาดหายทันวัน รายงานตัวต่อสภา 27 มิ.ย.66

ความเคลื่อนไหวของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ภายหลังติดโควิด-19 เป็นครั้งที่ 3 แม้รับวัคซีนโควิดไปแล้ว 6 เข็ม จนต้องขอ งดทุกภารกิจ และเลื่อนการประชุม 8 แกนนำพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลนั้น

วันนี้ (21 มิ.ย. 2566) มีรายงานว่า อาการป่วยโควิด ของนายพิธา ขณะนี้อาการไม่รุนแรง มีอาการไข้เพียงเล็กน้อย แต่ยังมีอาการไอ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนสถานที่กักตัวของนายพิธา คาดว่า น่าจะเป็นที่บ้านพัก เนื่องจากอยู่ใกล้โรงพยาบาล เดินทางได้สะดวก และคาดว่าน่าจะหายทันในวันที่ 27 มิ.ย. 2566 ซึ่งเป็นวันที่ สส.พรรคก้าวไกล นัดรวมตัวกันไปรายงานตัวต่อสภาฯ พร้อมกัน