ตำรวจก็โดน เวียดนามจำคุก 6 ผู้ต้องหา คดีไฟไหม้คาราโอเกะ 32 ศพ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822889

ตำรวจก็โดน เวียดนามจำคุก 6 ผู้ต้องหา คดีไฟไหม้คาราโอเกะ 32 ศพ

31 ต.ค. 2567 03:20 น.

ตำรวจก็โดน เวียดนามจำคุก 6 ผู้ต้องหา คดีไฟไหม้คาราโอเกะ 32 ศพ

ศาลเวียดนามตัดสินจำคุกจำเลย 6 คน รวมตำรวจ 4 นาย จากความผิดที่เกี่ยวข้องกับเหตุไฟไหม้คาราโอเกาะ เมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 32 ศพ

เมื่อวันพุธที่ 30 ต.ค. 2567 ศาลในจังหวัด บินห์เซือง ทางใต้ของเวียดนาม ตัดสินจำคุก เจ้าของคาราโอเกะ, ผู้รับเหมาด้านระบบป้องกันไฟไหม้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 4 นาย ในข้อหา ละเมิดมาตรฐานการป้องกันอัคคีภัย และปล่อยปละละเลย จนทำให้เกิดเหตุเพลิงไหม้คาราโอเกะ เมื่อปี 2565 จนมีผู้เสียชีวิตถึง 32 ศพ

นายเล อันห์ ซวน เจ้าของคาราโอเกะถูกศาลสั่งจำคุกเป็นเวลา 8 ปี ขณะที่ผู้รับเหมาถูกตัดสินจำคุก 5 ปี ส่วนตำรวจอีก 4 นาย ซึ่งถูกจับฐานมีส่วนเกี่ยวข้องกับการออกแบบและอนุมัติระบบป้องกันเพลิงไหม้ของคาราโอเกะแห่งนี้ ซึ่งไม่ได้มาตรฐาน ถูกตัดสินจำคุกระหว่าง 4 ปี ถึง 7 ปีครึ่ง

คำพูดส่งท้ายของนายเลในการไต่สวนเมื่อสัปดาห์ก่อน เขากล่าวขอโทษต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัว โดยยอมรับว่า “ความผิดพลาดของผมสร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง”

ทั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายน 2565 เกิดไฟไหม้รุนแรงบริเวณชั้น 2 ของตึกคาราโอเกาะขนาด 30 ห้อง ที่จังหวัด บินห์เซือง ขังลูกค้าและพนักงานหลายคนไว้ด้านใน ขณะที่ควันไฟหนาทึบปกคลุมบันไดและปิดกั้นทางหนีไฟ ส่งผลให้คนจำนวนมาก แห่มาที่ระเบียงเพื่อหนีไฟไหม้ หลายคนตัดสินใจกระโดดจากอาคารเพื่อเอาตัวรอด

จำนวนผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการในเหตุการณ์นี้อยู่ที่ 32 ศพ เป็นชาย 17 ศพ หญิง 15 ศพ

เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้สร้างความตกตะลึงไปทั่วเวียดนาม ณ ขณะนั้น และนำไปสู่การปิดคาราโอเกะหลายพันแห่งทั่วประเทศ เนื่องจากไม่ผ่านมาตรฐานการป้องกันอัคคีภัย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

UK พบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงสายพันธุ์ใหม่ รายแรกของประเทศ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822892

UK พบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงสายพันธุ์ใหม่ รายแรกของประเทศ

31 ต.ค. 2567 02:30 น.

UK พบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงสายพันธุ์ใหม่ รายแรกของประเทศ

สหราชอาณาจักรพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงสายพันธุ์ใหม่ รายแรกของประเทศ โดยเป็นผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากแอฟริกา และตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างรักษาตัว

เมื่อวันพุธที่ 30 ต.ค. 2567 สำนักงานความมั่นคงสุขภาพแห่งสหราชอาณาจักร (UKHSA) เปิดเผยว่า พวกเขาตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัส “ฝีดาษลิง” หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ “เอ็มพ็อกซ์” สายพันธุ์ใหม่ เป็นรายแรกของประเทศ แต่ยืนยันว่า ความเสียงต่อประชากรคนอื่นๆ ยังอยู่ในระดับต่ำ

เอ็มพ็อกซ์สายพันธุ์ใหม่ดังกล่าว หรือ “เคลด 1บี” (clade 1b) เป็นลูกหลานของเชื้อสายพันธุ์ “เคลด 1” โดยเพิ่งถูกพบเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายนปีก่อน ในแอฟริกา ซึ่งกำลังเผชิยการแพร่กระจายอย่างหนักของเชื้อฝีดาษลิง และทำให้องค์การอนามัยโลก ต้องประกาศให้ไวรัสเอ็มพ็อกซ์ เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขโลก ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

UKHSA ระบุว่า ผู้ป่วยที่พบในสหราชอาณาจักร เพิ่งเดินทางไปยังประเทศในทวีปแอฟริกาเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนจะมาตรวจพบโรคขณะอยู่ในกรุงลอนดอน ซึ่งผู้ติดเชื้อรายนี้ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเฉพาะทางแล้ว และเจ้าหน้าที่กำลังสังเกตการณ์ผู้สัมผัสใกล้ชิด ว่ามีการแพร่กระจายของเชื้อหรือไม่

ตอนนี้ เชื้อ เคลด 1บี แพร่กระจายเป็นหลักในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ ดีอาร์คองโก นอกจากนั้นยังพบเชื้อในประเทศแอฟริกาอื่นๆ อย่าง บุรุนดี, รวันดา, ยูกันดา และเคนยา ก่อนจะเริ่มมีรายงานการพบผู้ติดเชื้อใน สวีเดน, อินเดีย และเยอรมนี โดยเกือบทุกราย เป็นการเดินทางมาจากประเทศในแอฟริกา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ไบเดนแก้ตัว ปัดเรียกคนหนุนทรัมป์เป็นขยะ โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822887

ไบเดนแก้ตัว ปัดเรียกคนหนุนทรัมป์เป็นขยะ โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

31 ต.ค. 2567 02:05 น.

ไบเดนแก้ตัว ปัดเรียกคนหนุนทรัมป์เป็นขยะ โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง

โจ ไบเดน แก้ตัวพัลวัน หลังเขาถูกกล่าวหาว่า เรียกผู้สนับสนุน โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นขยะ ในขณะที่การหาเสียงเลือกตั้งเข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กำลังถูกกล่าวหาว่า เรียกผู้สนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็นขยะ ซึ่งเจ้าตัวโพสต์ข้อความเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ในวันพุธที่ 30 ต.ค. 2567 ยืนยันว่า เป็นการตีความคำพูดของเขาอย่างไม่ถูกต้อง

ก่อนหน้านี้ที่งานอีเวนต์ซึ่งจัดโดยกลุ่มฮิสแปนิก “Voto Latino” เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ไบเดนได้แสดงความเห็นเรื่องที่ นายโทนี ฮินช์คลิฟฟ์ นักแสดงตลกชื่อดัง เรียกเปอร์โตริโกว่า “เกาะขยะลอยได้” ที่งานหาเสียงของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เมดิสัน สแควร์ การ์เดน ในนครนิวยอร์ก

นายไบเดนกล่าวว่า “ขยะเดียวที่ผมเห็นลอยอยู่ตรงนั้นคือผู้สนับสนุนของเขา การป้ายสีชาวลาตินให้ชั่วร้ายของเขานั้น เป็นเรื่องไร้จิตสำนึก และไม่เป็นอเมริกัน ตรงข้ามกับทุกสิ่งที่เราทำมา และทุกอย่างที่เราเป็นอย่างสิ้นเชิง”

คำพูดดังกล่าวของไบเดนกลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันที โดยหลายคนกล่าวหาประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าเรียกผู้สนับสนุนนายทรัมป์เป็นขยะ แต่นายแอนดรูว์ เบตส์ โฆษกทำเนียบขาวยืนยันว่า นายไบเดนพูดถึงวาทกรรมสร้างความเกลียดชัง ที่เกิดขึ้นในงานหาเสียงที่ เมดิสัน สแควร์ การ์เดน ไม่ได้หมายถึงผู้สนับสนุนนายทรัมป์

ก่อนที่นายไบเดนจะโพสต์ข้อความชี้แจงผ่านบัญชีผู้ใช้ X อย่างเป็นทางการของตัวเอง โดยระบุว่า “ก่อนหน้านี้ในวันนี้ ผมสื่อถือวาทกรรมสร้างความเกลียดชังเกี่ยวกับเปอร์โตริโก ที่พูดออกมาโดยผู้สนับสนุนของนายทรัมป์ ที่เมดิสัน สแควร์ การ์เดน ซึ่งนั้นเป็นคำเดียวที่คิดออกเพื่อบรรยายมันออกมา”

“การป้ายสีชาวลาตินให้ชั่วร้ายของเขานั้น เป็นเรื่องไร้จิตสำนึก ผมต้องการจะพูดเพียงเท่านั้น การแสดงความเห็นที่งานหาเสียงนั้นไม่ได้สะท้อนว่าพวกเราทั้งประเทศเป็นใคร”

ทั้งนี้ ข้อครหาของไบเดนเกิดขึ้นในขณะที่การหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2024 เข้าสู่สัปดาห์สุดท้ายแล้ว ในขณะที่คะแนนนิยมของทั้ง 2 ฝ่ายยังคงสูสีกันมาก จนยากจะบอกได้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุด

ในวันพุธ คามาลา แฮร์ริส ตัวแทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต ให้สัมภาษณ์กับสื่อเรื่องคำพูดของนายไบเดนว่า “ฟังนะ ก่อนอื่นฉันคิดว่า เขาได้ชี้แจงคำพูดของเขาไปแล้ว แต่ขอฉันพูดให้ชัดอีกครั้ง ฉันไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง กับการวิพากษ์วิจารณ์ใครโดยดูจากคนที่พวกเขาโหวตเลือก”

“ฉันเชื่อว่า งานที่ฉันทำคือการเป็นตัวแทนคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าพวกเขาจะสนับสนุนฉันหรือไม่ก็ตาม” แฮร์ริสกล่าว ขณะอยู่ที่ฐานทัพร่วม แอนดรูว์ และย้ำอีกครั้งว่า หากได้รับเลือก เธอจะเป็นตัวแทนของชาวอเมริกันทุกคน และจะพยายามหาทางทำตามความปรารถนาของพวกเขา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ติดตามการเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ได้ที่ ไทยรัฐออนไลน์ https://www.thairath.co.th/uselection2024

ที่มา : apnews

สเปนน้ำท่วมหนักสุดในรอบ 30 ปี ดับพุ่ง 64 ศพ จนท.เร่งช่วยผู้ประสบภัย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822885

สเปนน้ำท่วมหนักสุดในรอบ 30 ปี ดับพุ่ง 64 ศพ จนท.เร่งช่วยผู้ประสบภัย

30 ต.ค. 2567 22:37 น.

สเปนน้ำท่วมหนักสุดในรอบ 30 ปี ดับพุ่ง 64 ศพ จนท.เร่งช่วยผู้ประสบภัย

สเปนกำลังเผชิญเหตุน้ำท่วมที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบกว่า 30 ปี หลังจำนวนผู้เคราะห์ร้ายเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 64 ศพแล้ว

สำนักขาวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุน้ำท่วมใหญ่ที่สเปน เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 64 ศพแล้ว วันที่ 30 ต.ค. 2567 หลังเกิดฝนตกหนักในแคว้นบาเลนเซีย ทางตะวันออกของประเทศ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จนทำให้ถนนและเมืองหลายแห่งถูกน้ำท่วมขัง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เรือบดขนาดเล็ก ตระเวนไปตามพื้นที่น้ำท่วม เพื่อช่วยอพยพผู้คน และพวกเขากำลังพยายามหาทางเพื่อเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากที่สุด

ภาพความเสียหายที่เมืองเลตูร์ หลังเกิดฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน

นายคาร์ลอส มาซอน ประธานบริหารแคว้นบาเลนเซีย กล่าวในการแถลงข่าวว่า ผู้ประสบภัยบางคนยังถูกโดดเดี่ยวอยู่ในพื้นที่ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ “หากหน่วยฉุกเฉินยังไม่มา นั่นไม่ใช่เพราะขาดวิธีการหรือการจัดการล่วงหน้า แต่เป็นปัญหาด้านการเข้าถึง” “บางพื้นที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างสิ้นเชิง”

ทั้งนี้ แคว้นบาเลนเซียเป็นจุดที่มีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมมากที่สุด โดยตอนนี้พบแล้ว 62 ศพ ขณะที่ทางการแคว้นกัสติยา-ลามันชา ตอนกลางของสเปน ระบุว่า พายุฝนทำให้มีผู้เสียชีวิตภายในแคว้นแล้ว 2 ศพ และสูญหายอีกหลายราย

บางเมืองในแคว้นบาเลนเซีย เช่นเมืองตูริส, ชิวา และ บูนอล เผชิญฝนตกวัดปริมาณน้ำได้มากกว่า 400 มม. ซึ่งเทียบเท่ากับฝนที่ตกตลอดทั้งปีในสภาวะปกติ ทำให้สำนักงานสภาพอากาศ AEMET ต้องประกาศเตือนภัยระดับสีแดงเมื่อวันอังคาร ก่อนจะลดระดับเป็นสีอำพัน (amber) ในเวลาต่อมา เนื่องจากฝนลดลง

โคลนถล่มลงมาซัดรถยนต์จนเกยทับกัน ที่เมืองพิคันยา ใกล้เมืองบาเลนเซีย

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พายุฝนกำลังมุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้หน่วยงานสภาพอากาศของแคว้นกาตาลุญญา ประกาศเตือนภัยสีแดงในพื้นที่โดยรอบเมืองบาร์เซโลนา และเตือนให้ประชาชนระวังลมกระโชกแรงกับลูกเห็บด้วย

อิทธิพลของพายุยังทำให้บริการรถไฟไปยังเมืองมาดริดและบาร์เซโลนา ต้องถูกยกเลิก เนื่องจากน้ำท่วม ส่วนโรงเรียนกับหน่วยบริการสำคัญอื่นๆ ก็ต้องระงับให้บริการ

อนึ่ง เหตุน้ำท่วมครั้งล่าสุดนี้ ถือเป็นหุตอุทกภัยครั้งที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดของสเปน นับตั้งแต่ปี 2539 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 87 ศพ บริเวณเทือกเขาพิเรนีส

ขณะที่ ASAJA หนึ่งในกลุ่มสหภาพชาวสวนขนาดใหญ่ที่สุดของสเปนคาดว่า จะมีพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก โดยสเปนเป็นผู้ส่งออกส้มสดและส้มตากแห้งรายใหญ่ที่สุดของโลก และแคว้นบาเลนเซียก็เป็นแคว้นที่ผลิตซิตรัสกว่า 60% ของกำลังผลิตทั้งประเทศ

เมืองย็อมไบ ในแคว้นบาเลนเซีย ยังมีน้ำท่วมขัง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

สเปนอ่วม น้ำท่วมรุนแรง ลูกเห็บตก พบศพติดในรถเพียบ (คลิป)

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822755

สเปนอ่วม น้ำท่วมรุนแรง ลูกเห็บตก พบศพติดในรถเพียบ (คลิป)

30 ต.ค. 2567 12:16 น.

สเปนอ่วม น้ำท่วมรุนแรง ลูกเห็บตก พบศพติดในรถเพียบ (คลิป)

พบศพหลายศพติดอยู่ภายในรถ ในพื้นที่แถบชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของสเปน หลังเผชิญน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนัก มีรถยนต์จำนวนมากถูกพัดพาไปกับกระแสน้ำเชี่ยวกราก ในขณะที่มีรายงานผู้สูญหายหลายราย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยสเปนต้องทำงานแข่งกับเวลา หลังฝนตกที่ตกหนักต่อเนื่องในภูมิภาคบาเลนเซีย ทางตะวันออกของสเปน รวมถึงภูมิภาคอันดาลูเซียและภูมิภาคมูร์เซีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสเปน ซึ่งมีสาเหตุมาจากมวลอากาศเย็นเคลื่อนเข้าไปเหนือน่านน้ำที่อุณหภูมิสูงกว่าของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ส่งผลให้อากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจนเกิดฝนตกหนักทำให้น้ำในแม่น้ำหลายสายเอ่อล้นทะลักเข้าท่วมพื้นที่กระแสน้ำเชี่ยวกราก ยังพัดพารถยนต์จำนวนมากไหลไปตามกระแสน้ำช่วงกลางดึกนอกจากนี้ยังมีรายงานพายุลูกเห็บขนาดเท่าลูกกอล์ฟ พัดถล่มทั่วเมืองเอลเอฆิโด ในภูมิภาคอันดาลูเซียด้วย ทำให้ยวดยานหลายคันได้รับความเสียหาย

ด้านสำนักงานป้องกันภัยพิบัติของสเปนได้ประกาศเตือนประชาชนให้อยู่แต่ในบ้านพัก และหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน โดยเบื้องต้นพบศพผู้เสียชีวิตแล้วหลายราย แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ ขณะที่ก่อนหน้านี้มีรายงานผู้สูญหายอย่างน้อย 5 คน เนื่องจากติดอยู่ในรถที่ถูกกระแสน้ำพัดจมหายในเมืองอัลซีราและเมืองอัลกูเดียของภูมิภาคบาเลนเซีย ขณะที่หน่วยงานพยากรณ์อากาศของสเปนได้ประกาศเตือนภัยในระดับสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในภูมิภาคบาเลนเซีย และระดับสีส้มในภูมิภาคอันดาลูเซีย หลังจากที่ในบางพื้นที่มีปริมาณฝนสูงถึง 200 มิลลิเมตร

ทั้งนี้ ในโลกโซเชียลมีเดีย มีการเผยคลิปภาพที่ประชาชนจำนวนมากติดอยู่ท่ามกลางน้ำท่วม หลายคนต้องกอดต้นไม้ไว้เพื่อไม่ให้ถูกพัดพาไปกับกระแสน้ำ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ออกช่วยเหลือชาวบ้านจำนวนมากที่ติดอยู่ท่ามกลางน้ำ หรือติดอยู่ในรถที่จมน้ำ นอกจากนี้ยังมีคลิปไวรัลเผยให้เห็นทอร์นาโด ซึ่งนับเป็นปรากฏการณ์ที่แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นในสเปน แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดถึงแหล่งที่มาของคลิปทอร์นาโดยนี้

ด้านสถานีโทรทัศน์ และวิทยุท้องถิ่นต่างได้รับโทรศัพท์แจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือจากประชาชนจำนวนมาก ส่วนใหญ่เดือดร้อนเนื่องจากติดอยู่ท่ามกลางน้ำ รวมทั้งร้องขอให้ช่วยตามหาครอบครัวที่สูญหาย เนื่องจากหน่วยงานฉุกเฉินไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ โดยมีรายงานว่ามีรถไฟโดยสารขบวนหนึ่งตกราง และสะพานข้ามแม่น้ำสายหนึ่งถูกกระแสน้ำพัดตัดขาด ขณะที่โรงเรียน และบริการด้านอื่นๆในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ต่างปิดทำการชั่วคราว.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สเปน

“โทนี่” ลูกฮิปโปแคระสวนสัตว์เบอร์ลิน อายุครบ 5 เดือน ลงว่ายใต้น้ำครั้งแรกอวดโฉมนักท่องเที่ยว

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822736

"โทนี่" ลูกฮิปโปแคระสวนสัตว์เบอร์ลิน อายุครบ 5 เดือน ลงว่ายใต้น้ำครั้งแรกอวดโฉมนักท่องเที่ยว

30 ต.ค. 2567 11:20 น.

“โทนี่” ลูกฮิปโปแคระสวนสัตว์เบอร์ลิน อายุครบ 5 เดือน ลงว่ายใต้น้ำครั้งแรกอวดโฉมนักท่องเที่ยว

“โทนี่” ลูกฮิปโปแคระ วัย 5 เดือนแห่งสวนสัตว์เบอร์ลิน เยอรมนี ลงว่ายใต้น้ำในบ่ออวดโฉมนักท่องเที่ยวเป็นครั้งแรก สวนสัตว์ทำถึงติดกำแพงกระจกใสข้างบ่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นกันชัดๆ

วันที่ 30 ตุลาคม 2567 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า “โทนี่” ฮิปโปโปเตมัสแคระเพศเมีย วัย 5 เดือน ดาวเด่นของสวนสัตว์ในกรุงเบอร์ลิน เยอรมนี ได้ลงว่ายน้ำในบ่อ อวดให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันแบบชัดๆผ่านกำแพงกระจกใส ที่ทางสวนสัตว์นำมาติดไว้ข้างบ่อ  

ฟลอเรียน ซิก ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ประจำสวนสัตว์เบอร์ลินกล่าวว่า ตอนนี้นักท่องเที่ยวมีโอกาสดีในการเยี่ยมชมฮิปโปแคระ และฮิปโปตัวใหญ่ใต้น้ำ ซึ่งโทนี่จะได้ปรากฏตัวให้สาธารณชนได้เห็นใต้น้ำเป็นครั้งแรก ในบ้านฮิปโปโปเตมัสที่สวยงาม นับเป็นโอกาสดีของนักท่องเที่ยวที่จะได้ชมฮิปโปแคระและฮิปโปตัวใหญ่ใต้น้ำ เนื่องจากโทนี่เคลื่อนไหวแบบแทบไม่มีแรงดึงดูด ดูพร้ิวขณะหมุนตัวในน้ำ ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากประสบการณ์ที่คุณเคยสัมผัสเวลาดูฮิปโปจากกรงกลางแจ้ง

ผู้ดูแลกล่าวว่า ตอนนี้โทนี่อายุ 5 เดือนแล้ว มันชอบเล่นซุกซน และมีพัฒนาการที่ดีเยี่ยมตามที่คาดไว้สำหรับฮิปโปโปเตมัสแคระ ตอนนี้โทนี่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเกือบสิบเท่า หรือมากกว่าสิบเท่า นอกจากนี้ฟันซี่แรกก็โผล่ออกมา โดยมันชอบกินหญ้า และเคี้ยวถั่วลิสงบ้าง แต่ยังต้องพึ่งนมแม่มากกว่า 

ฮิปโปน้อย โทนี่ เกิดเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งชื่อนี้ชนะการโหวตจากบรรดาชื่อที่ผู้คนเสนอเข้าไปมากกว่า 20,000 ชื่อ และน้องได้กลายเป็นดาวเด่นของสวนสัตว์ แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมโทนี่เป็นจำนวนมาก 

แอนเดรียส คนิเอเรียม ผู้อำนวยการสวนสัตว์เบอร์ลินกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ “เด็บบี้” แม่ของโทนี่ ให้กำเนิดลูกน้อยมาแล้วในปี 2004 2007 และ 2008 ซึ่งทำให้ทางสวนสัตว์ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ฮิปโปแคระ (pygmy hippo) มาตั้งแต่ปี 1921 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในยุโรป


นอกจากนี้ยังระบุว่า ฮิปโปโปเตมัสแคระ เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ และปัจจุบันเหลืออยู่เพียงไม่ถึง 2,500 ตัวในไอวอรีโคสต์ กินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน ก่อนหน้านี้ฮิปโปโปเตมัสแคระสูญพันธุ์ไปแล้วในไนจีเรีย และกำลังเผชิญกับการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยครั้งใหญ่ เนื่องจากป่าในแอฟริกาตะวันตกถูกทำลายเพื่อใช้ทำเหมืองและทำการเกษตร.

นักบินอวกาศจีนที่อายุน้อยที่สุดออกเดินทางสู่อวกาศพร้อมยานเสินโจว-19 แล้ว

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822731

นักบินอวกาศจีนที่อายุน้อยที่สุดออกเดินทางสู่อวกาศพร้อมยานเสินโจว-19 แล้ว

30 ต.ค. 2567 10:43 น.

นักบินอวกาศจีนที่อายุน้อยที่สุดออกเดินทางสู่อวกาศพร้อมยานเสินโจว-19 แล้ว

ยานเสินโจว-19 พร้อมนักบินอวกาศ 3 คน ซึ่ง ในจำนวนนี้เป็นนักบินอวกาศรุ่นใหม่ที่มีอายุน้อยที่สุด ได้ทะยานออกจากฐานปล่อยจรวดที่ทะเลทรายโกบีแล้ว โดยพวกเขาจะขึ้นไปประจำการอยู่ที่สถานีอวกาศเทียนกงเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อปฏิบัติการทดลองทางวิทยาศาสตร์

ไช่ ซวี่เจ๋อ (Cai Xuzhe) ซ่ง ลิ่งตง (Song Lingdong) และหวัง เฮ่าเจ๋อ (Wang Haoze) 3 นักบินอวกาศของจีน ออกเดินทางจากโลกไปยังสถานีอวกาศเทียนกงแล้ว เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาตามเวลาในประเทศไทยโดย ไช่ ซวี่เจ๋อ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการ เคยร่วมปฏิบัติภารกิจเสินโจว-14 ในปี 2022 ส่วน ซ่ง ลิ่งตง และ หวัง เฮ่าเจ๋อ เป็นนักบินอวกาศของจีน ชุดที่ 3 ที่เกิดในทศวรรษ 1990 ที่ได้เดินทางสู่อวกาศเป็นครั้งแรก โดย ซ่ง ลิ่งตง เป็นอดีตนักบินของกองทัพอากาศก่อนได้รับคัดเลือกเป็นนักบินอวกาศ ส่วนหวังเป็นวิศวกรหญิงด้านการบินในอวกาศเพียงคนเดียวของจีน และจะเป็นผู้หญิงจีนคนที่ 3 ที่ได้ร่วมปฏิบัติภารกิจการบินในอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุม ซึ่งนับเป็นทีมนักบินอวกาศที่อายุน้อยที่สุดของจีนจนถึงปัจจุบัน

นายไช่ ซวี่เจ๋อ อดีตทหารผ่านศึก ซึ่งเป็นผู้บัญชาการของภารกิจนี้ระบุก่อนที่จะออกเดินทางว่า พลังงานของคนรุ่นใหม่ทำให้ผมรู้สึกหนุ่มขึ้นและมีความมั่นใจมากขึ้น และด้วยแรงบันดาลใจจากความฝันที่จุดประกายความรุ่งโรจน์ พวกเขายืนยันกับพรรคและประชาชนว่าจะมุ่งมั่นต่อภารกิจ ด้วยหัวใจและจิตใจที่อุทิศให้เต็มที่ และจะพยายามเพื่อให้บรรลุความสำเร็จใหม่ ๆ ในโครงการอวกาศของจีน

ด้านซ่ง หลิงตง เปิดใจว่าเคยดูภารกิจสถานีอวกาศครั้งแรกของจีนตอนอายุ 13 ปี ด้วยความตื่นเต้นแลตกตะลึง และเขาตัดสินใจเป็นนักบินด้วยความหวังที่จะรับใช้ชาติ โดยมีรายงานว่าจีนได้เลือกนักบินอวกาศกลุ่มถัดไปแล้ว และพวกเขาจะถูกฝึกฝนเพื่อเตรียมภารกิจไปยังดวงจันทร์และปฏิบัติหน้าที่ในสถานีอวกาศต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อสองปีก่อน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ประกาศว่า การสำรวจจักรวาลอันกว้างใหญ่ พัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศ และสร้างจีนให้เป็นมหาอำนาจด้านอวกาศ เป็นความฝันอันเป็นนิรันดร์ของจีน โดยได้ตั้งเป้าหมายในการส่งมนุษย์จากจีนไปยังดวงจันทร์ภายในปี 2030 ขณะที่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาประเทศจีนเพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ ในการเก็บตัวอย่างหินและดินจากด้านไกลของดวงจันทร์กลับมายังโลกได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าในการสำรวจอวกาศและดวงจันทร์ครั้งสำคัญของมนุษยชาติเลยทีเดียว.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ จีน

ตะลึง งูหลามตัวใหญ่ 4.5 เมตร ขดตัวพันรอบยอดพระเจดีย์ ที่เมียนมา

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822729

ตะลึง งูหลามตัวใหญ่ 4.5 เมตร ขดตัวพันรอบยอดพระเจดีย์ ที่เมียนมา

30 ต.ค. 2567 10:39 น.

ตะลึง งูหลามตัวใหญ่ 4.5 เมตร ขดตัวพันรอบยอดพระเจดีย์ ที่เมียนมา

งูหลามตัวใหญ่ ขดตัวพันอยู่รอบฉัตรบนยอดพระเจดีย์ทองคำ ในวัดพุทธ “ชเว มินต์ ซู เล็ต” ในรัฐคะฉิ่น ของเมียนมา หลายคนบอกว่าดูเนียนมาก หากไม่สังเกตุก็คงไม่เห็น ชาวบ้านรีบแจ้งกู้ภัยมาจับลงไปปล่อย เพราะเกรงว่าอาจเป็นลางร้ายบอกเหตุ

วันที่ 30 ตุลาคม 2567 สำนักข่าวเอพี รายงานว่า ชาวเมียนมาเห็นงูหลามตัวใหญ่ กำลังขดตัวพันอยู่รอบฉัตรบนยอดพระเจดีย์ทองคำ ในวัดพุทธ “ชเว มินต์ ซู เล็ต” ในรัฐคะฉิ่น หลายคนบอกว่าดูเนียนๆ หากไม่สังเกตุก็คงไม่เห็น และไม่รู้ว่าเจ้างูมานานอยู่แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

ด้านสื่อท้องถิ่นของเมียนมา รายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยงูหลามตัวนี้มีความยาวลำตัวกว่า 4.5 เมตร และต่อมาเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้มาช่วยกันจับงูออกไปปล่อยในป่าด้านนอกวัดแล้ว เพราะชาวบ้านโทรฯไปแจ้ง เนื่องจากเกรงว่าเจองูพันรอบพระเจดีย์จะเป็นลางร้าย

นายขิ่น ซาร์ เจ้าของคลิปบอกว่า งูตัวนี้เลื้อยขึ้นไปถึงยอดเจดีย์ ซึ่งเชื่อว่าเป็นลางไม่ดี ที่เตือนว่าจะเกิดภาวะอดอยากยากไร้ ในเมียนมา

ทั้งนี้ พระเจดีย์ “ชเว มินต์ ซู เล็ต” เป็นเจดีย์ที่มีสถาปัตยกรรมพุทธแบบดั้งเดิม ที่มีการออกแบบซับซ้อน การตกแต่งหลากสีสัน และการใช้แผ่นทองคำเปลว โดยนักท่องเที่ยวมักนั่งเรือล่องไปตามทะเลสาบอินดอจี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์เต็มดวง ซึ่งสามารถชมบริเวณวัดและพระเจดีย์ได้อย่างชัดเจนสวยงาม.

UNRWN คืออะไร องค์กรช่วยเหลือหรือผู้ก่อการร้าย ทำไมอิสราเอลสั่งแบน?

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822723

UNRWN คืออะไร องค์กรช่วยเหลือหรือผู้ก่อการร้าย ทำไมอิสราเอลสั่งแบน?

30 ต.ค. 2567 10:30 น.

UNRWN คืออะไร องค์กรช่วยเหลือหรือผู้ก่อการร้าย ทำไมอิสราเอลสั่งแบน?

  • อิสราเอลผ่านกฎหมายใหม่ ห้าม UNRWA ปฏิบัติงานในดินแดนของพวกเขา และห้ามติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่อิสราเอล
  • หลายประเทศออกมาประณามอิสราเอลที่ผ่านกฎหมายฉบับนี้ โดยแสดงความกังวลว่า มันอาจกระทบต่อการกระจายความช่วยเหลือในฉนวนกาซาอย่างรุนแรง
  • อิสราเอลกับ UNRWA มีปัญหากันมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้นหลังเกิดสงครามในกาซา ซึ่งอิสราเอลกล่าวหาว่า ลูกจ้างของ UNRWA หลายร้อยคนเป็นสมาชิกกลุ่มก่อการ้าย

รัฐสภาอิสราเอลลงมติผ่านร่างกฎหมาย ห้ามองค์กร UNRWA ปฏิบัติการหรือดำเนินงานในดินแดนอิสราเอล และเยรูซาเลมตะวันออกแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ 28 ต.ค. 2567 ท่ามกลางเสียงประณามว่านี่อาจเป็นการ บั่นทอนการกระจายความช่วยเหลือในฉนวนกาซา ซึ่งประชาชนนับล้านกำลังรับเคราะห์จากสงครามที่ดำเนินมานาน 1 ปีแล้ว

UNRWA หรือ สำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานของสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ เป็นองค์กรของสหประชาชาติเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในกาซา, เขตเวสต์แบงก์, เยรูซาเลมตะวันออก รวมทั้งในประเทศข้างเคียง

แต่พวกเขากลับมีปัญหากับรัฐบาลอิสราเอล ซึ่งกล่าวหาว่า ลูกจ้างของ UNRWA หลายคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีครั้งใหญ่ของกลุ่มฮามาส เมื่อ 7 ต.ค. 2566 อันเป็นจุดเริ่มต้นสงครามในกาซา และสหประชาชาติเองก็ยอมรับว่า มีพนักงานบางคนถูกไล่ออก เพราะอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

ความขัดแย้งระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย สามารถย้อนกลับไปได้นานหลายสิบปี UNRWA เป็นองค์กรอะไรกันแน่ ทำไมพวกเขาจึงมีปัญหากับรัฐบาลอิสราเอลมาตลอด?

UNRWA คือองค์กรอะไร?

UNRWA ก่อตั้งขึ้นในปี 2492 เพื่อช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์กว่า 700,000 คน ที่ถูกบีบให้อพยพหรือหนีจากบ้านเกิด ไปอยู่ที่ฉนวนกาซา, เวสต์แบงก์ ซีเรีย, เลบานอน และจอร์แดน หลังการก่อตั้งประเทศอิสราเอล แต่ปัจจุบัน พวกเขากำลังให้ความช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์เกือบ 6 ล้านคน

ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา UNRWA เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นองค์ใหญ่ที่สุดของสหประชาชาติที่เคลื่อนไหวอยู่ในฉนวนกาซา มีลูกจ้างประมาณ 13,000 คนอยู่ที่นั่น และเป็นกุญแจสำคัญในปฏิบัติการด้านมนุษยธรรมในดินแดนเล็กๆ แห่งนี้

งบประมาณหลักขององค์กรมากจากเงินบริจาคโดยสมัครใจจากชาติสมาชิกสหประชาชาติ โดยที่ UN อัดฉีดเงินทุนให้โดยตรงจำนวนหนึ่ง จากนั้น UNRWA ก็จะนำงบประมาณไปใช้จัดหาและกระจายความช่วยเหลือ กับเปิดที่พักชั่วคราวและสร้างโครงสร้างพื้นฐานจำเป็น เช่นศูนย์พยาบาล, ศูนย์ฝึกครู และโรงเรียนประถมกว่า 300 แห่ง

หลังจากสงครามในกาซาเริ่มขึ้น UNRWA เปิดเผยว่า พวกเขามอบถุงบรรจุอาหารให้ประชาชนในกาซาไปแล้ว 1.9 ล้านคน และให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ทั่วกาซาอีกเกือบ 6 ล้านครั้ง ตลอดช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนั้น มีเจ้าหน้าที่ UNRWA ถูกสังหารในสงครามไปแล้วมากกว่า 200 ศพ

อิสราเอลกับ UNRWA ทะเลาะอะไรกัน?

อิสราเอลวิพากษ์วิจารณ์ UNRWA มานานแล้ว เนื่องจากชาวอิสราเอลจำนวนมากต่อต้านการตั้งองค์กรนี้

เรื่องชะตากรรมของผู้อพยพเป็นปัญหาหลักในความสัมพันธ์ระหว่างชาติอาหรับกับอิสราเอล ชาวปาเลสไตน์ยังคงหวังที่จะได้กลับไปยังดินแดนบ้านเกิด ที่ตอนนี้หลายส่วนถูกยึดครองและอยู่ภายในดินแดนอิสราเอล

แต่ฝ่ายอิสราเอลปฏิเสธความหวังที่จะได้กลับบ้านของชาวปาเลสไตน์ และวิพากษ์วิจารณ์การก่อตั้ง UNRWA โดยโจมตีว่า การมีอยู่ขององค์นี้ ทำให้สถานะผู้ลี้ภัยของชาวปาเลสไตน์สืบทอดต่อกันไปรุ่นสู่รุ่น ผูกติดชาวปาเลสไตน์กับสภานะผู้ลี้ภัย และทำให้พวกเขายังมีความหวังที่จะได้กลับบ้าน

นอกจากนั้น รัฐบาลอิสราเอลยังประณามบทเรียนและหนังสือเรียนที่ UNRWA ใช้สอนเด็กๆ ชาวปาเลสไตน์ด้วย เพราะพวกเขามองว่า เป็นการปลูกฝังมุมมองต่อต้านอิสราเอล และอ้างด้วยว่า สื่อการสอนหนึ่งของ UNRWA สอนเด็กว่า อิสราเอลกำลังพยายามลบตัวตนของชาวปาเลสไตน์

คณะกรรมาธิการยุโรปเคยยอมรับก่อนหน้านี้ว่า พวกเขาพบบทเรียนที่มีแนวคิดต่อต้านชาวยิว และปลุกปั่นให้ใช้ความรุนแรงอยู่ภายในหนังสือเรียน ซึ่งรัฐสภายุโรปก็เรียกร้องมาตลอดว่า การบริจาคเงินของสหภาพยุโรป (EU) แก่ องค์การบริหารแห่งชาติปาเลสไตน์ ควรมีเงื่อนไขกำหนดให้กำจัดเนื้อหาเหล่านี้ออกไป

ทำไมอิสราเอลแบน UNRWA?

UNRWA เคยถูกรัฐบาลอิสราเอลกดดันมาแล้วหลายครั้ง รวมถึงเมื่อเดือนมกราคม อิสราเอลอ้างว่า ลูกจ้างของ UNRWA กว่า 450 คน เป็นสมาชิกขององค์กรก่อการร้าย และหลายคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีครั้งใหญ่ของกลุ่มฮามาส เมื่อ 7 ต.ค. 2566 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลร่วม 1,200 ศพ และอีก 250 คนถูกจับไปเป็นตัวประกัน

ข้อกล่าวหนานี้ ทำให้หลายประเทศรวมถึง ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, อังกฤษ, แคนาดา, เอสโตเนีย, ฟินแลนด์, เยอรมนี, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เนเธอร์แลนด์, โรมาเนีย, สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐฯ ประกาศระงับการบริจาคเงินทุนให้แก่ UNRWA

หลังจากนั้น สหประชาชาติก็ดำเนินการสืบสวนเพื่อหาความเกี่ยวข้องระหว่างลูกจ้างของ UNRWA กับการโจมตีของฮามาส และในเดือนสิงหาคม พวกเขาออกมาเปิดเผยว่า ลูกจ้าง UNRWA 9 คน ถูกไล่ออกแล้ว เนื่องจากอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีดังกล่าว ทำให้ประเทศส่วนใหญ่กลับมาบริจาคทุนให้แก่องค์กรนี้อีกครั้ง

เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา (28 ต.ค.) นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ออกมาย้ำข้อกล่าวหาอีกครั้งว่า พนักงานของ UNRWA เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายต่ออิสราเอล และต้องถูกนำตัวมาลงโทษ

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ภายใต้กฎหมายใหม่ การติดต่อกันระหว่างเจ้าหน้าที่อิสราเอลกับ UNRWA จะถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย นอกจากนั้นยังห้าม UNRWA ทำกิจกรรมใดๆ ภายในดินแดนของอิสราเอล โดยกฎหมายจะเริ่มมีผลบังคับใช้ใน 3 เดือนข้างหน้า

ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า กฎหมายนี้อาจส่งผลกระทบต่องานของ UNRWA อย่างหนัก เพราะถึงแม้ว่าโครงการเกือบทั้งหมดของพวกเขาจะอยู่ในกาซา และเวสต์แบงก์ พวกเขาก็ต้องขอความยินยอมจากอิสราเอลเพื่อปฏิบัติงาน รวมถึงเพื่อเคลื่อนย้ายสิ่งของช่วยเหลือผ่านด้านตรวจต่างๆ ระหว่างอิสราเอลกับกาซา

นายวิลเลียม เดียร์ ผู้อำนวยการของ UNRWA บอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า การถูกห้ามติดต่อสื่อสารหมายความว่า การขออนุญาตจะเป็นไปไม่ได้ และเมื่อขออนุญาตไม่ได้ UNRWA ก็จะไม่สามารถปฏิบัติงานในกาซา หรือเขตเวสต์แบงก์ได้ รวมถึงการขนเสบียงอาหารผ่านดินแดนของอิสราเอลไปให้ชาวปาเลสไตน์ด้วย

“เราจะไม่สามารถเดินทางเข้าสู่กาซา โดยไม่ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีได้ ขณะที่พนักงานระหว่างประเทศก็จะไม่สามารถขอวีซ่าได้อีกต่อไป”

และเนื่องจากที่ผ่านมา UNRWA กับองค์กรเสี้ยววงเดือนแดง รับหน้าที่กระจายความช่วยเหลือเกือบทั้งหมดในกาซา น.ส.ซินดี แมคเคน ผู้อำนวยการโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ จึงเกรงว่า หากไม่มี UNRWA ในกาซา องค์กรช่วยเหลือต่างๆ ที่เหลืออยู่จะไม่สามารถกระจายเสบียงอาหารและยาที่จำเป็นแก่ผู้ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : bbc , aljazeera

พลุระเบิดรุนแรงกลางงานวัดฮินดู ที่อินเดีย บาดเจ็บกว่า 150 ราย (คลิป)

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2822707

พลุระเบิดรุนแรงกลางงานวัดฮินดู ที่อินเดีย บาดเจ็บกว่า 150 ราย (คลิป)

30 ต.ค. 2567 09:43 น.

พลุระเบิดรุนแรงกลางงานวัดฮินดู ที่อินเดีย บาดเจ็บกว่า 150 ราย (คลิป)

เกิดเหตุระทึก พลุ ดอกไม้ไฟหลายร้อยนัดระเบิดกลางงานวัดฮินดู ระหว่างที่ประชาชนกำลังร่วมงานเทศกาลบูชาเทพเจ้า ส่งผลให้ผู้คนแตกตื่นวิ่งหนี มีผู้บาดเจ็บกว่า 150 ราย

วันที่ 30 ตุลาคม 2567 เว็บไซต์ข่าวเอพี รายงานว่า เกิดการระเบิดของพลุ ดอกไม้ไฟหลายร้อยนัด ขณะที่ประชาชนนับพันคนกำลังเข้าร่วมงานฉลองรื่นเริงในเทศกาล “เทย์ยัม” (Theyyam) ที่วัดวีราร์คาวู ในเมืองกษโกฐ ใกล้กับเมืองเอกของรัฐเกรละ ทางตอนใต้ของอินเดีย เมื่อคืนวันจันทร์ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 150 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 8 ราย 

คลิปวิดีโอขณะเกิดการระเบิดถูกแชร์ในโลกโซเชียล แสดงให้เห็นว่าประชาชนจำนวนหลายร้อยคนต่างวิ่งหนีตายอลหม่าน หลังประกายไฟจากพลุกระเด็นไปทางฝูงชน  

ทางด้านสื่อท้องถิ่นของอินเดีย รายงานว่า ประกายไฟของดอกไม้ไฟ กระเด็นไปโดนพลุดอกไม้ไฟที่เก็บอยู่ในโกดัง ทำให้เกิดการระเบิดรุนแรง ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล กล่าวว่าการแสดงดอกไม้ไฟเกิดขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง และต่อมาตำรวจได้ควบคุมตัวประธานและเลขานุการคณะกรรมการวัดไปสอบสวน

ทั้งนี้ อินเดียมีความต้องการใช้พลุและดอกไม้ไฟซึ่งใช้ในเทศกาลทางศาสนาและงานแต่งงานเป็นจำนวนมาก ขณะที่มักเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงเกือบทุกปี เนื่องจากผู้คนทำงานในโรงงานชั่วคราวโดยไม่มีมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสม โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว เกิดเหตุระเบิดที่โรงงานผลิตดอกไม้ไฟในภาคใต้ของอินเดีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ศพ และเมื่อ 3 ปีก่อน เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่โรงงานผลิตดอกไม้ไฟในกรุงนิวเดลี ส่งผลให้คนงานเสียชีวิต 17 ศพ.