ม.เกษตรฯ เปิดหลักสูตรแห่งปี ‘KU VIPS 3’ พัฒนาความรู้ด้านการบริหารความรับผิดชอบต่อสังคม

ม.เกษตรฯ เปิดหลักสูตรแห่งปี ‘KU VIPS 3’ พัฒนาความรู้ด้านการบริหารความรับผิดชอบต่อสังคม

ม.เกษตรฯ เปิดหลักสูตรแห่งปี ‘KU VIPS 3’ พัฒนาความรู้ด้านการบริหารความรับผิดชอบต่อสังคม

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.25 น.

ผู้ข่วยศาสตราจารย์ นาวาอากาศโทหญิง ดร.งามลมัย ผิวเหลือง คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประธานกรรมการอำนวยการหลักสูตร KU VIPS กล่าวว่า คณะสังคมศาสตร์  เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของยุทธศาสตร์ชาติ และยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ฯ จึงได้จัดทำหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้บริหารระดับสูงด้านการสร้าง คุณค่า นวัตกรรมสังคม และความรับผิดชอบสังคมอย่างยั่งยืน  Kasetsart University Value Creation & Innovation for Professionals and Sustainability (KU VIPS) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 เป็นต้นมา และในปี 2568 เปิดรับสมัคร KU VIPS รุ่นที่ 3 จนถึงวันที่ 20 ม.ค.68  ทั้งนี้ หลักสูตรดังกล่าว มีเป้าหมายในการพัฒนาความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารความรับผิดชอบต่อสังคมของกิจการหรือองค์กร และคาดหวังจะให้ผู้บริหารในภาคส่วนต่างๆ นำความรู้เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมและความยั่งยืนไปปฏิบัติ และบูรณาการกับบริหารจัดการองค์กรอย่างจริงจัง อันนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดของประเทศต่อไป

คุณสมบัติผู้เข้าอบรม ได้แก่ ผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมข้าราชการ ทหาร ตำรวจระดับสูง ผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการ นักวิชาการ นักการเมืองสื่อมวลชน ศิลปิน ดารา/นักแสดง  สิ่งที่ได้รับจากการอบรม คือ 1.ความรู้ความเข้าใจการดำเนินกลยุทธ์ด้านการสร้างคุณค่า นวัตกรรมสังคมและความยั่งยืนขององค์กร 2. แนวคิดนวัตกรรมสังคมเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืนในทุกมิติ 3. สร้างเครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านนวัตกรรมสังคม เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและองค์กร

เรียนทุกวันศุกร์ เวลา 13.00 -17.00 น. เริ่มเรียนวันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ – 20 มิถุนายน 2568          ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ และคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีรูปแบบการบรรยายในชั้นเรียน นอกชั้นเรียน การเสวนาวิชาการ การศึกษาดูงานในประเทศ และต่างประเทศ            ( ประเทศจอร์เจีย) ออกแบบและอำนวยการหลักสูตร โดยการบูรณาการความรู้ นําศักยภาพที่มีความโดนเด่นของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ “ศาสตร์แห่งแผ่นดิน” ทั้งความพร้อมด้านบุคลากร นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นาวาอากาศโทหญิง ดร.งามลมัย ผิวเหลือง คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ และประธานกรรมการอำนวยการหลักสูตร KU VIPS ร่วมด้วยบุคลากรที่มีความรู้และความสามารถคอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมอํานวยการหลักสูตร และเสริมทัพกับวิทยากรชั้นนำระดับประเทศเพื่อเติมเต็มความรู้ และถ่ายทอดประสบการณ์ทั้งทางตรงและทางอ้อมตลอดระยะเวลา  4 เดือน ของการอบรม

ผู้เข้าร่วมอบรม KU VIPS รุ่นที่ 1 และ รุ่นที่ 2 ที่ผ่านมา เป็นผู้บริหารและผู้นำที่มีคุณสมบัติ โดดเด่น ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรธุรกิจชั้นนำของประเทศ สถาบันการศึกษา สื่อมวลชนและนักแสดง  อาทิ พลเรือเอก พาสุกรี วิลัยรักษ์ อดีตเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือกองทัพเรือ (KU VIPS รุ่นที่ 1) พลเอก อภิชัย บุญช่วยเหลือ อดีตเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารบก (KU VIPS รุ่นที่ 1) นายนำพล โพธิวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ความยั่งยืน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (KU VIPS รุ่นที่ 1) “หมอก้อง” พันโท นายแพทย์สรวิชญ์ สุบุญ นักแสดง และนายแพทย์ปฏิบัติงานพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (KU VIPS รุ่นที่ 1)  นางสาวภคนันท์ ศิลาอาสน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำด้านประสานกิจการภายในประเทศ (KU VIPS รุ่นที่ 1) นางสาวบุษบรรณ จีนเจริญ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (KU VIPS รุ่นที่ 2) นางบุญรักษ์ อุดมอิทธิพงศ์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน (กลุ่มทรัพยากรบุคคล) ธนาคารออมสิน (KU VIPS รุ่นที่ 2) นายอาชัญ รุจิระชุณห์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (KU VIPS รุ่นที่ 2) นาย ธนินวัฒน์ พัฒนวีรคุณ ประธานบริหาร บริษัท 360 องศา เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (KU VIPS รุ่นที่ 2) ดร. ตระการ พันธุมเลิศรุจี ดารา/นักแสดง และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลันต์ จำกัด (KU VIPS รุ่นที่ 2) นางสาวัน ตัน กรรมการผู้จัดการ บจก. ไทยอินโดปาล์มออยล์ แฟคทอรี่ KU VIPS รุ่นที่ 2)

“ขอเชิญทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเครือข่ายผู้นำในการเปลี่ยนแปลงสังคมในทุกมิติ ด้วยการนำแนวคิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมสังคมเป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนาให้เกิดความยั่งยืนอย่างจริงจัง” สมัครผ่านทางช่องทางออนไลน์ : https://forms.gle/nGpknfCpUEGWxaSm9 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตรฯ โทรศัพท์ 065-565-9452 (คุณธัญธรณ์) , 084-285-9964  Line id : meorok หรือ kuvips E-mail : kuvips.soc@ku.th Facebook : KUVIPS

สสส.-มช. เดินหน้าโครงการ ‘Chiang Mai Greentopia’ ต้นแบบอาหารเกษตรอินทรีย์เพื่อสุขภาวะ

สสส.-มช. เดินหน้าโครงการ 'Chiang Mai Greentopia' ต้นแบบอาหารเกษตรอินทรีย์เพื่อสุขภาวะ

สสส.-มช. เดินหน้าโครงการ ‘Chiang Mai Greentopia’ ต้นแบบอาหารเกษตรอินทรีย์เพื่อสุขภาวะ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.08 น.

ชาวเชียงใหม่อุ่นใจ สสส.-มช. เดินหน้าโครงการ “Chiang Mai Greentopia” ช่วยลดสารเคมีตกค้างในเลือดได้สูง ภายใน 2 ปี ลดเหลือ 66% จาก 90% ยกระดับเป็น “ต้นแบบระบบอาหารเกษตรอินทรีย์เพื่อสุขภาวะตลอดห่วงโซ่” ทวงคืนนิเวศเกษตรไร้สารเคมีตกค้าง สร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ ปลูก ขาย เสิร์ฟถึงผู้บริโภค เตรียมขยายผล ภาคเหนือไร้สารเคมี 50% ภายในปี 68 เน้นลดเผาภาคการเกษตร ต้นเหตุ PM2.5

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ตัวแทนเกษตรกร ภาคีเครือข่าย และสื่อมวลชน ติดตามการดำเนินงานโครงการ Chiang Mai Greentopia : ต้นแบบการสร้างความมั่นคงทางอาหาร สู่วิถีการบริโภคอาหารอินทรีย์เพื่อสุขภาพอย่างมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนา “ระบบอาหารเพื่อสุขภาวะตลอดห่วงโซ่” ส่งเสริมให้หมุนเวียนสินค้าการเกษตรในพื้นที่ไปสู่การบริโภคที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน พร้อมเยี่ยมชมแปลงผักสาธิต และสุ่มวัดสารเคมีจากตัวอย่างผักผ่านนวัตกรรม “Lab ทดสอบสารเคมีในพืชผัก”

ศ.ดร.พวงรัตน์ แก้วล้อม อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มช. ในฐานะผู้จัดการโครงการ Chiang Mai Greentopia สสส. กล่าวว่า โครงการ Chiang Mai Greentopia ดำเนินการตั้งแต่ปี 2565 ตามยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนนโยบายด้านอาหารเพื่อสุขภาวะของ สสส. 4 ด้าน 1.สร้างความรอบรู้ด้านอาหารเพื่อสุขภาวะ (Food Literacy) ส่งต่อความรู้ด้านอาหารเพื่อสุขภาวะให้เครือข่ายเกษตรกรอินทรีย์ นำไปสู่การพัฒนาแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยในชุมชน เกิดพลเมืองอาหารและชุมชนอาหารกว่า 500 ราย 2.สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาวะ (Food Environment) เกิดเครือข่ายตลาด ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร โรงแรม กระจายผลผลิตสู่ผู้บริโภคกว่า 200 แห่ง

ศ.ดร.พวงรัตน์ กล่าวต่อว่า 3.ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจอาหารชุมชน (Food Economy) เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเอง และสร้างระบบเศรษฐกิจ สร้างรายได้ที่ยั่งยืนในภาคบริการอาหารให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากกลุ่มคนรักสุขภาพ และนักท่องเที่ยว 4.ส่งเสริมการขับเคลื่อนนโยบายด้านอาหาร (Food Policy Advocacy) ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ เปลี่ยนจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยวเป็นเกษตรผสมผสาน สร้างระบบนิเวศเกษตรไร้สารเคมีการเกษตร ลดการเผาภาคเกษตรต้นเหตุ PM2.5 เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพความปลอดภัยตามมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ PGS และมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 9002-2559

“ผลจากการขับเคลื่อนประสบความสำเร็จ จากผลสุ่มตรวจเลือดของชาวเชียงใหม่ 400 คน ล่าสุด เมื่อเดือน ธ.ค. ปี 2567 พบสารเคมีตกค้างในเลือดลดเหลือ 66% จากเดิม 90% ในปี 2565 และพบสารเคมีตกค้างในเลือดอยู่ในระดับที่ปลอดภัยเพิ่มเป็น 34% จากเดิม 10% ในปี 2565  ส่งผลให้การจัดอับดับจังหวัดที่ประชากรมีสารเคมีตกค้างในเลือดของ จ.เชียงใหม่ ลดลงมาอยู่อับดับ 4 จากเดิมสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ทั้งนี้  ได้ตั้งเป้าขยายผล โดยเพิ่มระดับปลอดภัยของสารเคมีตกค้างในเลือดให้อยู่ที่ 50% ภายในปี 2568 พร้อมเร่งสร้างความตระหนักรู้ให้ข้อมูลชุมชนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสุขภาพจากมลพิษและประโยชน์ของการเกษตรอินทรีย์ และขยายผลสร้างพลเมืองอาหารและพื้นที่กระจายผลผลิตที่ปลอดภัยสู่ผู้บริโภคในพื้นที่อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง” ผู้จัดการโครงการ Chiang Mai Greentopia สสส. กล่าว

พญ.วิมาลา วิวัฒน์มงคล แพทย์ประจำศูนย์การแพทย์ศรีพัฒน์ มช. กล่าวว่า สารเคมีการเกษตรที่ใช้ฉีดพ่นพืชผักหลายชนิดสามารถซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ทั้งจากสัมผัส รับประทาน และสูดดม หากได้รับพิษแบบเฉียบพลันจะมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ท้องร่วง หายใจติดขัด ตาพร่า ซึ่งอาการจะเกิดเร็วหรือมาก ขึ้นอยู่กับปริมาณสารเคมีที่ได้รับ หากมีอาการต้องเร่งพบแพทย์ เพื่อวินิจฉัยโดยทันที หรือหากสะสมสารพิษระยะยาวจะส่งผลอาจทำให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพ ขาดความยืดหยุ่น ความดันโลหิตผิดปกติ เสี่ยงเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจขาดเลือด หัวใจเต้นผิดจังหวะ ภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งเป็น 1 ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อ (NCDs) สาเหตุของการเสียชีวิตสูงสุดของโลก

“การเลือกปลูก/บริโภคผักพื้นบ้านอินทรีย์ที่อุดมไปด้วยสารอาหารและปราศจากสารเคมีการเกษตรเป็นวิธีช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาอาการของกลุ่มโรค NCDs อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งตำลึง มะระขี้นก ใบย่านาง กระเจี๊ยบเขียว ฟักทอง ชะพลู มีสารอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ และส่งเสริมสุขภาพ เช่น วิตามินซี วิตามินเอ แร่ธาตุ ที่ช่วยลดระดับน้ำตาลและความดันโลหิต มีใยอาหารสูง ช่วยลดน้ำหนักและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ถือเป็นวิธีที่ปลอดภัย รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลระดับครัวเรือนและระดับประเทศ” แพทย์ประจำศูนย์การแพทย์ศรีพัฒน์ มช. กล่าว

-(016)

‘แต้ว ณฐพร’สวมชุดไทยงดงาม ควงว่าที่เจ้าบ่าวเข้าพิธีรับน้ำพระพุทธมนต์

'แต้ว ณฐพร'สวมชุดไทยงดงาม ควงว่าที่เจ้าบ่าวเข้าพิธีรับน้ำพระพุทธมนต์

‘แต้ว ณฐพร’สวมชุดไทยงดงาม ควงว่าที่เจ้าบ่าวเข้าพิธีรับน้ำพระพุทธมนต์

วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.02 น.

ทำเอาแฟนๆ อดใจรอชมภาพของนางเอกสาว “แต้ว ณฐพร” อย่างใจจดจ่อ หลังจากที่เมื่อวานนี้ (16 ม.ค.67) แต้ว และ “ไฮโซณัย ประณัย พรประภา” แฟนหนุ่มนักธุรกิจ เข้าพิธีรับน้ำพระพุทธมนต์ ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ก่อนเข้าพิธีวิวาห์ในวันที่ 24 มกราคมนี้ 

โดย ว่าที่เจ้าสาว แต้ว ณฐพร ได้โพสต์ภาพสวมใส่ชุดไทยแบบจัดเต็ม สวยสง่าแบบสุดๆ ควงคู่ว่าที่เจ้าบ่าวเข้าพิธีทำบุญที่วัดก่อนเริ่มต้นชีวิตคู่ หลังจากที่แฟนๆ ได้เห็นภาพเซ็ตดังกล่าว ต่างเข้ามาคอมเมนต์แสดงความยินดีและชมในความสวยของว่าที่เจ้าสาวในชุดไทยอย่างล้นหลาม

อำนวยการผลิต: สายทิพย์  มนตรีกุล ณ อยุธยา , วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย

เรื่องย่อตอน'ทฤษฎี 21 วัน'

เรื่องย่อตอน’ทฤษฎี 21 วัน’

วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2568, 14.13 น.

อำนวยการผลิต: สายทิพย์  มนตรีกุล ณ อยุธยา , วรฤทธิ์ ไวยเจียรนัย

แนว: โรแมนติก ดราม่า

บทประพันธ์โดย : ศิวรัฐ หาญพานิช

กำกับการแสดงโดย : CHANGE2561

ช่องออกอากาศ : สถานีโทรทัศน์ ช่องวัน31

นักแสดงนำ: ฟรัง-นรีกุล เกตุประภากร , ท๊อปเทน-ศุภกรณ์ เสาร์ขอ , ป็อป-ภัทรพล วัลลภศิริ , ดอม เหตระกูล

CLUB FRIDAY THE SERIES : HOT LOVE ISSUE  THEORY OF LOVE  “ไม่มีทฤษฎีไหนใช้ได้กับทุกความรัก !!!”

CLUB FRIDAY THE SERIES ซีรีส์เรื่องจริงของความรักที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 12 ปี และได้รับรางวัลนาฏราชสาขาละครชุดยอดเยี่ยมถึง 6 ครั้ง ได้รวบรวมทฤษฎีความรักที่ผู้คนในปี 2025 ยังคงพูดกันอยู่ เกิดเป็นซีซั่นใหม่ THEORY OF LOVE ด้วยความเชื่อที่ว่า “ไม่มีทฤษฎีไหนใช้ได้กับทุกความรัก!!” เพื่อให้ผู้ชมได้เรียนรู้ความรักผ่านเรื่องจริงของคนที่เข้ามาพูดคุยกับ พี่อ้อยพี่ฉอด ผ่านช่องทางต่างๆ จำนวน 12 เรื่อง, 12 อารมณ์, 12 ทฤษฎีความรัก ตลอดปี 2025

ซึ่งแต่ละทฤษฎี ล้วนเป็นที่รู้จัก ถูกพูดถึง และใช้ปฏิบัติมาตลอดระยะเวลาอันยาวนาน คนที่ใช้ได้ผลก็คงเชื่อว่าทฤษฎีนั้นเป็นจริง ส่วนคนที่ใช้แล้วไม่ได้ผลก็คงจะเถียงว่าไม่จริงเพราะแต่ละคู่ แต่ละความรักความสัมพันธ์ ยังมีรายละเอียด และองค์ประกอบอื่นๆ อีกมากมายจนเป็นความท้าทายว่า มีทฤษฎีไหนบ้างไหมที่จะใช้ได้กับทุกความรัก?

เรื่องย่อตอน ทฤษฎี 21 วัน

ทฤษฎีทางจิตวิทยามีการค้นพบว่าการทำสิ่งใดซ้ำๆ ติดต่อกันเป็นเวลา 21วัน สามารถช่วยเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมของคนได้ เช่น การลดน้ำหนัก การตื่นเช้า การออกกำลังกาย ต่อมาถูกนำมาใช้กับเรื่องความรัก จนกลายเป็น ทฤษฎี 21วัน ที่เชื่อว่า หากคิดจะจีบใครให้จีบติดต่อกัน 21 วันแล้วจะสำเร็จพาย (ฟรัง) ติวเตอร์สาวที่เพิ่งเลิกกับแฟนที่คบกันมาหลายปีเพราะแฟนมีนิสัยชอบทำร้ายร่างกาย พายบังเอิญมาเจอกับบอส (ท๊อปเทน ศุภกรณ์ เสาร์ขอ) ครูสอนเต้นที่ต้องปกปิดตัวตนที่แท้จริงเพราะพ่ออย่างบารมี (ดอม เหตระกูล) ไม่ยอมรับ แถมยังชอบทุบตีทำร้ายบอสในเวลาที่ไม่พอใจด้วยความที่ทั้งคู่เผชิญประสบการณ์เลวร้ายในอดีตมาคล้ายๆ กันทำให้เกิดความเห็นใจและพยายามจะพัฒนาความสัมพันธ์ด้วยการทดลองใช้ทฤษฎี 21 วัน เพื่อจะดูว่าจะรักกันได้ไหม? รวมถึงจะช่วยให้พายลืมแฟนเก่า และ บอส ลืมเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อที่กำลังจะแต่งงานอย่าง ยูโร (ป็อป ภัทรพล วัลลภศิริ) ได้หรือไม่ “ทฤษฎี 21 วัน” เปลี่ยนแปลง “ตัวตน” เป็น “คนใหม่” เมื่อทฤษฎีถูกทดสอบ… คำตอบสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ?! ติดตามชมพร้อมกันใน ใน CLUB FRIDAY THE SERIES : HOT LOVE ISSUE “เรื่องรัก เรื่องร้อน” ตอน นอกใจหรือนอกกาย เริ่มวันศุกร์ที่ 17 มกราคม นี้ และทุกวันศุกร์ เวลา 21:15 น. ทางช่องวัน31 และเวลา 22:15 น. รับชมย้อนหลังทาง Viu (วิว)

‘M STUDIO’ผงาดขึ้นอันดับ1บริษัทผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ในประเทศไทย2ปีซ้อน

'M STUDIO'ผงาดขึ้นอันดับ1บริษัทผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ในประเทศไทย2ปีซ้อน

‘M STUDIO’ผงาดขึ้นอันดับ1บริษัทผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ในประเทศไทย2ปีซ้อน

วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2568, 13.57 น.

เริ่มต้นปีกับความสำเร็จที่การันตีถึงคุณภาพและความมุ่งมั่นของ M STUDIO บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ไทยรายใหญ่ของประเทศ โดยมีผลงานภาพยนตร์ไทยหลากหลายแนวออกสู่ตลาดภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง และสามารถทำรายได้ภาพยนตร์ไทยรวมสูงสุดถึงสองปีซ้อน ผงาดขึ้นแท่นเป็นบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ไทยอันดับ 1 โดยในปี 2566 มียอดรายได้รวมกว่า 890 ล้านบาท ติด 2 ใน 5 อันดับ ภาพยนตร์ทำเงินในปีนั้น และ ปี 2567 ทำรายได้รวมไปถึง 1,300 ล้านบาท ในประเทศไทย มีภาพยนตร์ที่ทำรายได้เกิน 100 ล้านบาท ถึง 3 เรื่องจาก 8 เรื่อง สัดส่วนการตลาด (Market Share) ภาพยนตร์ไทยปี 2567 สูงเป็นอันดับ 1 คือ 54% เติบโตขึ้นจากปี 2566 ถึง 38%  (สัดส่วนการตลาด ปี 2566 อยู่ที่ 39%) ซึ่งหนึ่งในความสำเร็จของ M STUDIO คือที่สุดแห่งปรากฏการณ์ภาพยนตร์ไทย กับความสำเร็จของภาพยนตร์ ธี่หยด และ ธี่หยด 2 ที่ทำลายทุกสถิติในประเทศไทยและทั่วโลก โดยมีจำนวนตั๋วชมภาพยนตร์ในประเทศไทยรวมกว่า 10 ล้านใบ

ซึ่งทาง M STUDIO ไม่หยุด ที่จะสร้างสถิติใหม่ และสร้างความหลากหลายกับโปรเจคใหม่ใน ปี 2568คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร M STUDIO ประกาศโปรเจคปีนี้อีกกว่า 20 เรื่อง ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจหลากหลาย ทั้ง ช่อง 3, Workpoint, Mono Group, Kantana, Karman Line Studio, Plan B ที่สร้างสรรค์ผลงาน อาทิ ธี่หยด 3 ที่ปีนี้กลับมาแน่นอน, นาคี 3 ที่ได้ ออฟ พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง มาลงมือทำด้วยตัวเอง, อนงค์ 2 ก็ยังได้ทีมเดิมโดย เอส คมกฤษ ตรีวิมล พร้อมนักแสดงนำ จี๋ สุทธิรักษ์ และ โบ เมลดามือปืน ผลงานมาสเตอร์พีซกับการมาร่วมค่ายของ พุฒิพงษ์ นาคทองMillion Ways To Love การทำงานร่วมกัน ระหว่าง บอย โกสิยพงษ์ และ มุก ปิยะกานต์ บุตรประเสริฐ ที่เคยสร้างความประทับใจมาแล้วจาก ภ. ลอง ลีฟ เลิฟว์!, The Stone พระแท้ คนเก๊ ผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกที่ตั้งใจทำมาก ของ เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริสุสานคนเป็น การกลับมาสู่จอภาพยนตร์อีกครั้ง ของ นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี โดยทีมงานสร้าง ซีรีส์ สืบสันดาน นอกจากนี้ยังมี อีเรียมซิ่ง 2, เหมรย 2, ป่าช้าผีแขก, สาปเมือง, Ghost Board, Ring a Bell, Exchange และภาพยนตร์โดย พชร์ อานนท์ หมู่บ้านโคกะโหลกหอแต๋วแตก แหกหัวกับไส้นางฟ้าขาแดนซ์ ระเบียบวาทะศิลป์ เป็นต้น

ระเบิดอารมณ์ไปกับ ‘guncharlie’ ใน Thailand Music Countdown วันอาทิตย์นี้!

ระเบิดอารมณ์ไปกับ ‘guncharlie’ ใน Thailand Music Countdown วันอาทิตย์นี้!

ระเบิดอารมณ์ไปกับ ‘guncharlie’ ใน Thailand Music Countdown วันอาทิตย์นี้!

วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2568, 13.46 น.

Thailand Music Countdown วันอาทิตย์นี้ เตรียมปลดปล่อยอารมณ์ไปกับ ‘guncharlie’ ศิลปินหนุ่มหล่อขวัญใจสาว ๆ ที่จะมาถ่ายทอดบทสรุปของความสัมพันธ์ผ่านเพลงสุดเศร้ากินใจ พร้อมสะกดทุกความรู้สึกด้วยพลังเสียงที่เข้าถึงอารมณ์คนเศร้าแบบสุด ๆ

เอาใจคนเศร้าแบบต่อเนื่องไปกับ ‘LOMOSONIC’ วงดนตรีร็อกระดับตำนานที่จะพาทุกคนดิ่งลึกไปกับอารมณ์เพลงสุดเจ็บปวด และ ‘Little John’ วงดนตรีร็อกน้องใหม่ มาพร้อมกับซิงเกิ้ลล่าสุดแสนกินใจ นอกจากนี้ยังมีโชว์จาก ‘PRETZELLE’ เกิร์ลกรุ๊ปสุดน่ารัก ที่ชวน ‘DEPT’ (뎁트) ศิลปินและโปรดิวเซอร์ชาวเกาหลี เจ้าของผลงานเพลงฮิตติดหูมากมาย มาร่วมสร้างสีสันและเติมความสดใสให้กับเวที TMC ผ่านเพลงสุดคิ้วท์ ปิดท้ายด้วย ‘PROXIE’ ที่กลับมาเยือนรายการอีกครั้ง ในฐานะผู้ชนะ Spotify T-Pop Now ‘Hottest of the Month’ ประจำเดือนธันวาคม

สามารถติดตามชมรายการ Thailand Music Countdown Presented by PEPSI ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 17:30 – 18:20 น. ทางช่อง 3 และสามารถรับชมคลิปการแสดงทางออนไลน์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของรายการ โดยจะได้พบกับเอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนต์ต่าง ๆ มากมายที่มีเฉพาะช่องทางออนไลน์เท่านั้น สามารถรับชมทางออนไลน์และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของรายการ Thailand Music Countdown Presented by PEPSI ได้ที่ : Youtube : Thailand Music Countdown, TikTok :  tmccountdown, Facebook : Thailand Music Countdown, Instagram : tmccountdown และ X : @TMCcountdown

ที่สุดของความลงตัว! Tilly Birds x POLYCAT ส่งเพลง ‘ล้มแชมป์’

ที่สุดของความลงตัว! Tilly Birds x POLYCAT ส่งเพลง 'ล้มแชมป์'

ที่สุดของความลงตัว! Tilly Birds x POLYCAT ส่งเพลง ‘ล้มแชมป์’

วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2568, 13.38 น.

กลับมาเขย่าวงการเพลงไทยอีกครั้งกับการ collab ของสองวงดนตรีที่ทำวัยรุ่นร้องไห้กันมาแล้วทั้งประเทศ อย่าง Tilly Birds สังกัดค่าย GeneLab ในเครือ GMM MUSIC และ POLYCAT จากค่าย smallroom แต่ครั้งนี้พวกเขาจะมาทำให้เรายิ้มและโยกไปกับ ‘ล้มแชมป์ (Only You Can)’ เพลงรัก Synth Pop / R&B ที่จะพาคนฟังมูฟออนจากรักครั้งเก่าได้อย่างเต็มตัวและพร้อมเปิดใจให้ความรักอีกครั้งซึ่งเพลงนี้เป็นครั้งแรกที่ Tilly Birds และ POLYCAT ได้ทำงานร่วมกัน โดยทั้งสองวงได้ร่วมกันโปรดิวซ์, ร่วมเขียนเนื้อร้อง-ทำนอง, ร่วมกันเรียบเรียง โดยเนื้อหาของเพลงพูดถึงการที่เราได้เจอใครสักคนที่ดีกับเรามาก ๆ มากพอที่จะทำให้เราลืมความเศร้าในอดีตได้และยอมที่จะเปิดรักใครอย่างหมดหัวใจอีกครั้ง จนต้องยกให้เขาเป็นที่ 1 เรียกได้ว่าเป็นเธอนี่แหละคือคนเดียวบนโลกที่ยกให้เข้ามา ‘ล้มแชมป์’ คนเก่าที่เขาเคยทำไว้ได้หมดเลย! และนอกจากเสียงร้องที่เข้ากันของ เติร์ด (ร้องนำ Tilly Birds) และ นะ (POLYCAT) เพลงนี้ได้ใส่ท่อนแรปของ “ไมโล (มือกลอง Tilly Birds)” และเสียงพากษ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ “เพียว วาตานาเบะ (มือเบส POLYCAT)”ลงไปในเพลงอีกด้วย เรียกว่าเป็นการผสมผสานสไตล์ของทั้งสองวงออกมาได้ชัดเจนและลงตัวมากเลยทีเดียว

วง Tilly Birds เล่าถึงการทำเพลงร่วมกับ POLYCAT ว่า… “POLYCAT เป็นหนึ่งในวงที่พวกเรารู้สึกนับถือและยกย่อง พวกเราติดตามผลงานเค้ามาตลอด จนเมื่อประมาณเกือบ 3 ปีที่แล้ว พี่นะทักมาชวนว่าอยากทำเพลงด้วยกัน พวกผมดีใจมากก็ตกลงทำเพลงด้วยกันเลย แต่เพราะตารางการทำงานของพวกเราทั้งสองวงที่ค่อนข้างแน่นเลยใช้เวลาพอสมควรกว่าจะได้ปล่อยเพลงออกมาให้ทุกคนได้ฟังครับ ซึ่งเพลงนี้เริ่มจากเดโม่ที่พี่นะเป็นคนเริ่มดนตรีมา แล้วเราทั้ง 2 วงก็มานั่งเขียนเนื้อเพลงและทำนองด้วยกัน มันเลยจะมีส่วนประกอบของทุกคน มีความเป็น Tilly Birds และ POLYCAT อยู่ในเพลงนี้ เป็นการทำงานร่วมกันที่รู้สึกดีมากๆ เหมือน full Circle ประมาณนึง ด้วยเส้นทางที่เราเจอใกล้ ๆ กัน แล้วตำแหน่งในวงที่ Tilly Birds ขาดมือคีย์บอร์ดกับมือเบส  ส่วน POLYCAT ขาดมือกีต้าร์กับมือกลอง พอมารวมกันแล้วมันลงตัวพอดี มันเหมือนโชคชะตาเหมือนกันนะครับ (หัวเราะ)”

และขอฝากเพลงนี้กับแฟนเพลงว่า .. “สำหรับคนที่ยังถอดใจจากแชมป์เก่าไม่ได้ พวกเรายังมีวันพรุ่งนี้เสมอนะครับ สักวันนึงเราจะได้เจอแชมป์ใหม่ ขึ้นอยู่กับว่าเราพร้อมแค่ไหน รอได้นานแค่ไหน เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่แชมป์เก่ายังคงเหนียวแน่นอยู่ในใจ ขอให้ได้เจอแชมป์ใหม่ที่มาทำให้ชีวิตได้เริ่มรักครั้งใหม่สักที และอย่าลืมสนุกไปกับเพลงนะครับ ขอให้มีความสุขกับปีใหม่ คนใหม่ และเพลงใหม่จาก Tilly Birds x POLYCAT ครับ”ติดตามชม ติดตามมิวสิกวิดีโอ ‘ล้มแชมป์ (Only You Can) – Tilly Birds x POLYCATทาง YouTube GeneLab:  https://youtu.be/JQqeRJQkVrQ?si=3_J9O5MJweY4aC_F และฟังออนไลน์ได้ใน Streamingทุกแพลตฟอร์ม  แล้วมาร้องเพลงรักเพลงนี้ในปี 2025 กับคนรู้ใจที่ล้มแชมป์คนเก่ากัน!
#ล้มแชมป์ #TillyBirdsXPOLYCAT #TillyBirds #POLYCAT #GeneLab #Smallroommusic

‘ปอ’ชวน’เมฆ’ลุยกิจกรรมเฟี้ยวกลางน้ำ

'ปอ'ชวน'เมฆ'ลุยกิจกรรมเฟี้ยวกลางน้ำ

‘ปอ’ชวน’เมฆ’ลุยกิจกรรมเฟี้ยวกลางน้ำ

วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2568, 13.16 น.

พิธีกรอารมณ์ดี ปอ-อรรณพ ทองบริสุทธิ์ พานักแสดงหนุ่มหล่อ เมฆ-จุติ จำเริญเกตุประทีป เพื่อนซี้ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน มาพูดคุยย้อนวันวาน และด้วยความซี้เป็นทุนเดิม งานนี้เลยรู้ไส้ รู้พุงกันหมดเปลือก  และปอขอจัดกิจกรรมให้เพื่อนรัก ด้วยการพาย Sup Board คือการยืนพายเรืออยู่บนแผ่นกระดาน ที่ Sup station Thailand ปทุมธานี  

ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ ยังพ่วงด้วยภารกิจเพื่อสุขภาพ กับการทำโยคะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา รับรองว่าสนุกแน่ ๆ ส่วนใครจะหมู่ หรือจ่า แฟน  ๆ ปักหมุดมารอติดตามไปพร้อม ๆ กันได้เลยเตรียมพบกับความสดใส ความหล่อแพ็กคู่ของเพื่อนซี้คู่นี้ได้ ในรายการ ภารกิจสุดคิดถึง : Let’s go my friends  วันเสาร์ที่ 18 มกราคมนี้ เวลา 12.05 น. ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube)  และ Ch7HD Entertainment  (Facebook, IG)  และเว็บไซต์   www.ch7.com  

‘กลัฟ – คณาวุฒิ’ชวนฉลองต้อนรับตรุษจีนปีมะเส็ง

'กลัฟ - คณาวุฒิ'ชวนฉลองต้อนรับตรุษจีนปีมะเส็ง

‘กลัฟ – คณาวุฒิ’ชวนฉลองต้อนรับตรุษจีนปีมะเส็ง

วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2568, 13.06 น.

ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ขอเชิญร่วมพิธีเปิดศักราชฉลองตรุษจีนปีมะเส็ง กับ “กลัฟ – คณาวุฒิ ” ในงาน “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2025 ปีมะเส็ง เฮงมาหา” ในวันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2568 ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค

เพื่อร่วมต้อนรับเปิดศักราชปีมะเส็งในเทศกาลตรุษจีน ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ได้จัดพิธีฉลองเทศกาลตรุษจีน ด้วยกิจกรรมมงคลจากศิลปินดาราสุดฮอต “กลัฟ – คณาวุฒิ  ไตรพิพัฒนพงษ์” ซึ่งจะทำการแสดงสุดเซอร์ไพรส์ ร่วมกับคณะวัฒนธรรมจีนมากกว่า 500 ชีวิต ในวันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2568 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ที่เอ็มแกรนด์ ฮอลล์ ชั้นจี เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแคผู้สนใจสามารถร่วมงาน “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ JOY LUCK LOVE CHINESE NEW YEAR 2025 ปีมะเส็ง เฮงมาหา” ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมร่วมชมขบวนพาเหรดมังกรสุดยิ่งใหญ่   และการแข่งขันเชิดมังกรเรืองแสงจากผู้ร่วมแข่งขันทั่วประเทศ รวมทั้งชิมช็อป เมนูอาหารเลิศรสและสินค้ามงคลที่ “HAPPY CHINESE MARKET” สามารถติดตามบรรยากาศการ Live สดได้ที่ Facebook : The Mall Group  https://www.facebook.com/themallgroup  

‘ตั๊ก มยุรา’ชวน‘เช็กอัลไซเมอร์’รู้ล่วงหน้า10ปี!

'ตั๊ก มยุรา'ชวน‘เช็กอัลไซเมอร์’รู้ล่วงหน้า10ปี!

‘ตั๊ก มยุรา’ชวน‘เช็กอัลไซเมอร์’รู้ล่วงหน้า10ปี!

วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2568, 12.06 น.

รายการ Tuck Talk สัปดาห์นี้พบกับ “นพ.ฐานุตร์ ถมังรักษ์สัตว์ หรือ ด็อกเตอร์ไมค์ หมอสมอง” เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสมองที่มาแชร์ความรู้เรื่องการ เช็กอัลไซเมอร์รู้ล่วงหน้า 10 ปี! หลงลืม หลงผิด 2 อาการที่รู้ไวไหวตัวทัน ยืดเวลารักษาความจำก่อนติดเตียง โรคความดันต้นเหตุหลักของอัลไซเมอร์ พร้อมรู้วิธีดูแลผู้สูงวัยให้ห่างไกลการหลงลืม

สมองเสื่อมกับโรคอัลไซเมอร์ ถือว่าเป็นโรคเดียวกันเปล่า ?

หมอฐานุตร์ : ถ้าเปรียบเทียบง่าย ๆ นะครับ สมองเสื่อมคือมะม่วง อัลไซเมอร์คือเขียวเสวย มะม่วงทั้งหมดคือสมองเสื่อมแต่โรคอัลไซเมอร์ คือส่วน ๆ หนึ่งของสมองเสื่อม คำว่าสมองเสื่อมคืออาการ ไม่ใช่ชื่อโรค แต่ว่าในกลุ่มอาการสมองเสื่อม ก็จะมีหลาย ๆ โรคแยกออกมาและ 80 กว่าเปอร์เซ็นต์คือโรคอัลไซเมอร์ ที่เหลือ เช่น เนื้องอกในสมอง ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยลง หรือว่าขาดวิตามินบี12 ในร่างกาย หรือว่าเป็นโรคติดเชื้อซิฟิลิสในสมอง หรือแม้กระทั่งติดเชื้อ HIV ทำให้เกิดภาวะสมองเสื่อมได้ เปรียบเทียบง่าย ๆ เหมือนเราเป็นไข้ แต่คำว่าไข้ไม่ใช่ชื่อโรคครับ ชื่อโรคของไข้ เช่น เป็นมาลาเรียไหม เป็นไข้เลือดออกไหม โควิดหรือเปล่า หรือเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง คำว่าสมองเสื่อมมันเป็นเพียงแค่ชื่ออาการ แต่ว่ากลุ่มอาการสมองเสื่อมก็จะมีอาการเช่น หลงลืม พฤติกรรมผิดปกติ มีเห็นภาพหลอน บางคนไม่หลับไม่นอน มีหูแว่ว บางคนถึงขั้นมีปัญหาเรื่องการเข้าสังคม เช่น เดิมไปปาร์ตี้กับเพื่อน ๆ ได้ วันดีคืนร้ายเกิดไปเข้าสังคมแล้วมีความผิดปกติ จนเพื่อนสังเกตได้ว่าไม่เหมือนเดิม เช่น เป็นคนชอบร้องเพลง แต่วันนี้ดูนิ่ง ๆ หรือว่ายังไม่ถึงคิวตัวเองร้อง ไปแย่งไมค์คนอื่นร้องทั้งที่ตัวเองก็เป็นอาจารย์อาวุโสอะไรอย่างงี้ ไม่สามารถควบคุมสติอารมณ์ตัวเองได้ อันนี้ก็เป็นกลุ่มอาการของสมองเสื่อมได้เหมือนกัน

ซึ่งที่พูดมานี้ ไม่ได้บอกว่าเป็นอัลไซเมอร์ แต่เป็นโรคเกี่ยวกับสมอง ?

หมอฐานุตร์ : ใช่ เป็นภาวะสมองเสื่อม

มีหลายคนพออายุมากขึ้น บางจะคุยโทรศัพท์เตรียมไว้แล้วว่าจะพูดเรื่องนี้ พอโทรไปกลับนึกไม่ออก อาการเหล่านี้มันพอจะบอกอะไรได้บ้าง ?

หมอฐานุตร์ : เกิดขึ้นกับทุกคน แต่ถ้าเป็นสมองเสื่อมไหม อัลไซเมอร์หรือเปล่า ให้ลองสังเกตอย่างนี้ครับ ให้ทุกคนดูว่าตัวเองเป็นคนขี้ลืมหรือหลงลืม ขี้ลืมมักจะเกิดกับวัยทำงานมีสิ่งหลายอย่างต้องจำและต้องทำ อะไรที่ไม่สำคัญเราก็ลบออก เพราะสมองคนเราก็เหมือนคอมพิวเตอร์ที่มีแรมจำกัดจำนวนหนึ่ง เช่น สมมติว่าเรากำลังนั่งทำงานอยู่ น้องสาวเดินมาบอกพี่อย่าลืมจ่ายค่าโทรศัพท์นะแล้วเราก็นั่งทำงานต่อ จนสุดท้ายเราก็ลืมจ่ายค่าโทรศัพท์ เพราะเราโฟกัสคอมพิวเตอร์ อันนี้ถือว่าขี้ลืม แต่หลงลืมคือลืมทั้งเหตุการณ์ทั้งสิ่งแวดล้อมที่เคยทำอยู่นั้น แล้วกลับไปนั่งคิดต่อจำไม่ได้สักอย่าง ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น สมมติว่าคุณพ่อตอนเช้าตื่นมาทานข้าวกับครอบครัว มีลูกชายมีหลานสาวมีภรรยานั่งกินด้วย แล้วก็ดูทีวีตอนเช้า อาจจะดูข่าวช่องหนึ่งอยู่ ก็นั่งหัวเราะเฮฮากัน แล้วพอถึงเที่ยงปุ๊ป ลูกชายถามพ่อเมื่อเช้ากินอะไร พ่อตอบกินแล้วหรอ กินอะไร ละเมื่อเช้าพ่อนั่งตรงไหน ยังไง ดูอะไร จำไม่ได้ อันนี้แปลว่าลืมทั้งเหตุการณ์

สมมติว่า 1-2 อาทิตย์จำไม่ได้ เพราะมันมีเรื่องตั้งเยอะแยะ ?

หมอฐานุตร์ : แต่เราจะสามารถ Re Call ได้ คุ้น ๆ อย่างงั้นอย่างงี้ อันนี้คือขี้ลืม ยกตัวอย่างเช่น เรามานั่งทำงานในออฟฟิศ รถเราก็จอดที่ออฟฟิศนั่นแหละ ทักทายคนนั้นคนนี้ วางกุญแจตรงไหนไม่รู้ พอจะกลับบ้าน ไปถึงรถแล้วหากุญแจไม่เจอ ก็กลับมาออฟฟิศหาไม่เจอ พยายามคิด ว่าทำอะไรก่อน ละอ๋อ ฉันไปห้องนี้ก่อน ไปหาละเจอว่ากุญแจอยู่ตรงนั้น อันนี้เรียกว่าขี้ลืม เป็นกลุ่มคนที่มีงานหลายอย่างต้องทำ อะไรไม่สำคัญก็ไม่จำ แก้ง่าย ๆ คือจำไม่ได้ก็จด

อาการของคนที่เป็นอัลไซเมอร์มีกี่ระยะ แล้วแต่ละระยะมันบอกอะไรได้บ้าง ?

หมอฐานุตร์ : ผมเล่าประวัติศาสตร์ก่อน อัลไซแมอร์ทำไมถึงต้องตั้งชื่อว่าเป็นอัลไซเมอร์ เป็นชื่อคุณหมอท่านหนึ่งครับ ช่วงปี 1906 ท่านเป็นจิตแพทย์ มีความสนใจในเรื่องของจิตประสาททั้งหลาย และสนใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับเซลล์สมองด้วย เวลามีผู้ป่วยเสียชีวิต ขอญาติเอามาผ่าศึกษา จนกระทั่งตีพิมพ์ผู้ป่วยหญิงคนหนึ่ง อายุประมาณ 45 มีอาการประสาทวุ่นวาย เห็นภาพหลอน ความจำก็ไม่ดี คุณหมอขอญาติเอาไว้ว่าถ้าเธอเสียชีวิต ขอเอาสมองมาผ่าพิสูจน์ จนไปเจอคราบในสมองกับเส้นใยบางอย่างผิดปกติ เขาก็บรรยายในที่ประชุมจิตแพทย์ทั่วเยอรมัน ผ่านไป 4-5 ปี ทูตเยอรมันก็เรียกโรคที่เจอแบบนี้ว่า โรคอัลไซเมอร์ จะสังเกตุว่าไม่ได้แปลว่าจะเป็นผู้สูงวัย ผู้ป่วยรายแรกที่คุณหมออัลไซเมอร์ได้บรรยายไว้ ก็อายุเพียงแค่ 45 ปีที่เริ่มมีอาการ หลังจากนั้นก็จากไปตอนอายุ 50 ปี รุ่นหลังก็ไปทำการศึกษาเพิ่มเติมว่า ตัวที่เป็นคราบ กับเส้นใยที่ผิดปกติ มันเกิดจากสารพิษบางอย่าง

จะมีคราบทุกคนไหม ?

หมอฐานุตร์ : ไม่ทุกคน จะมีเฉพาะคนที่เป็นโรคนี้ คราบอันนี้ปัจจุบันเราเรียกว่า อะไมลอยด์เบต้า อีกตัวหนึ่งคือชื่อ โปรตีนทาว (tau)

พวกนี้มันเกิดขึ้นมาได้ไงคะหมอ ?

หมอฐานุตร์ : ปัจจุบันคราบอันนี้ยังไม่ทราบว่ามาจากไหน แต่เราเชื่อว่ามาจากโรคประจำตัวบางอย่างที่เราดูแลไม่ดี เช่น ความดัน ไชมันโลหิตสูง สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ สารเคมีต่าง ๆ อาหารการกิน คือมันหลาย ๆ อย่างร่วมกัน ก็เกิดสารพิษอันนั้นค่อย ๆ เยอะขึ้น แต่ก็มักจะเกิดกับกลุ่มคนที่ไม่ค่อยดูแลสุขภาพ แต่บุคคลที่ดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายบ่อย ๆ สารพิษนี้มันจะค่อยๆย่อยสลายของมันไปเองได้ อันนั้นคือต้นเหตุที่แท้จริงของโรคอัลเมอร์ ซึ่งกระบวนการการเกิดสารพิษอันนี้เกิดมาล่วงหน้า 10-20 ปี ก่อนจะมีอาการ แล้วระยะของโรคมันมีหลายระยะมาก ทางการแพทย์ เอาแบบง่าย ๆ สำหรับประชาชน มี 3 ระยะ หนึ่งคือระยะหลงลืม ลืมอะไรที่พึ่งทำไปเมื่อสักครู่นี้หรือระยะสั้น ๆ ไม่เกินวันก็ลืมแล้ว เมื่อกี้นี้พูดอะไรไป ลืมแล้ว

แล้วบางคนที่พูดเรื่องอดีต จำเรื่องอดีตได้ล่ะ ?

หมอฐานุตร์ : อันนั้นก็คือเป็นอัลไซเมอร์ครับ เพราะว่าที่ขำไม่พูดเรื่องปัจจุบันเพราะจำไม่ได้ เขาก็จะไปรื้อฟื้นอดีต โดยเฉพาะเรื่องที่อาจจะไม่ค่อยดี นี่ก็เป็นอาการหนึ่งของคนใกล้เป็นอัลไซเมอร์ ซึ่งระยะแรก ๆ จะเรียกว่าหลงลืม ณ ตรงนี้ยาก หรือว่าคนดูแลคงจะคิดว่า คงแก่ตามวัย ซึ่งมันเลยทำให้ ระยะนี้เลยเวลาผ่านไป เลยจุดที่ควรจะต้องรักษาไป

หมอจะบอกว่าให้สังเกตระยะตรงนี้ให้ดี ?

หมอฐานุตร์ : ถูกต้อง แต่คนที่จะหลงลืมทุกคนจะเป็นอัลไซเมอร์ไหม ไม่ มันจะมีระยะก่อนที่จะเป็นอัลไซเมอร์ ก็คือมีอาการหลงลืม แต่ยังเข้าสังคมได้โดยปกติ เป็นบ้างไม่เป็นบ้าง แต่ลืมทั้งเหตุการณ์ แต่ว่าเข้าสังคมได้ แต่เพียงแค่หลงลืมนิด ๆ หน่อย ๆ มักจะเกิดในวัย 60-70 แต่อย่าลืมว่าคนไข้คนแรกของคุณหมอคืออายุ 45 ซึ่งมันควรจะมีเหตุการร์บางอย่างเข้ามาเกี่ยวข้องเช่น พันธุกรรม นอกจากอาการหลงลืมในระยะแรก ๆ อาจจะมีอาการที่เราพยายามค้นหา เช่น คุณแม่ทำอาหารรสชาติเปลี่ยน เพราะลืมว่าต้องปรุงอาหารด้วยอะไรก่อน หรือว่า ต้มน้ำต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไว้ หม้อไหม้ไปสามหม้อ เพราะว่าลืม หรือลืมล็อคประตูบ้านบ่อย ๆ อันนี้ก็เป็นสัญญาณเตือนเหมือนกัน แต่ว่ากลับกัน ถ้าสมมติต้มน้ำไว้ แต่พอถามทำไมไม่ไปปิด กลับตอบว่า ไม่ได้ต้มไว้ นี่คือลืมทั้งเหตุการณ์ อันนี้เรียกว่าหลงลืม อาการเริ่มต้นอัลไซเมอร์

แล้วระยะต่อไปหลังจากที่เราหลงลืมแล้ว เป็นยังไง ?

หมอฐานุตร์ : สองคือ หลงผิด หลงลืมเนี่ยจะกินระยะเวลา 1-3 ปี จากนั้นจะเข้าสู่อาการหลงผิด แปลว่า เข้าใจผิดเป็นถูก หรือเข้าใจถูกเป็นผิด เช่น เข้าใจว่าสามีมีคนใหม่ เข้าใจว่าภรรยามีชู้ หรือเข้าใจว่าคนในบ้านคือผู้ร้าย หรือในบางคนจะมีพฤติกรรมผิดปกติ โดยที่สารพิษอะไมลอยด์เบต้าค่อย ๆ กระจายไปจากสมองส่วนความจำกระจายไปสมองส่วนทักษะ สมองส่วนการคิดเหตุคิดผล การยับยั้งชั่งใจก็จะแย่ลงด้วย นอกจากจะหลงผิดก็จะมีพฤติกรรมที่แปลก ๆ เช่น ผู้ชายหลายคนอาจจะไปจับก้นสาว แท้จริงแล้วมันคือระยะของโรคอัลไซเมอร์ นอกจากจะมีอาการเหล่านี้แล้ว หลงลืมก็จะเริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งเขาอาจจะเริ่มไปส่องกระจกแล้วจำตัวแองไม่ได้ เพราะว่าในความคิดของเขา เขาก็จะรู้สึกว่าอายุเขาไม่ใช่ ณ ตอนนี้ สมมติว่าเวลาตรวจคนไข้ แล้วถามว่าอายุเท่าไหร่แล้ว จริง ๆ คืออายุ 70 แต่บอกหมอว่าปีนี้ 60 แล้ว แปลว่าหลัง 60 จำไม่ได้แล้ว 10 ปีหลังนี่จำไม่ได้แล้ว ตรงระยะ 2 จะกินเวลา 3-5 ปปี ญาติจะเริ่มไม่ไหว เพราะคนไข้ส่วนหนึ่งก็จะวุ่นวาย ไม่หลับไม่นอน เห็นภาพหลอน ส่วนมากก็จะเห็นแบบว่าเด็กเล็ก ๆ วิ่งไปมา ตอนตีสอง วิ่ทะลุกำแพงไปห้องนู้นห้องนี้ หรือเห็นบุพการีที่ตายไปแล้วมาหา แต่ว่าเขาไม่รู้ว่ามันคือภาพสมมติ หลายคนก็จะกลัว แม่คุยคนเดียว ไม่หลับไม่นอน

ถ้าไม่รักษาเลยเข้าสู่ระยะที่สาม ?

หมอฐานุตร์ : ความจริงคือแม้รักษามันก็จะเข้าสู่ระยะที่สามเมื่อถึงจุดหนึ่ง แต่คุณภาพชีวิตจะดีขึ้น

ดีขึ้นยังไง ?

หมอฐานุตร์ : สมมติว่าระยะโรค 1-10 ปี ระยะที่สามคือติดเตียง หลงลืม หลงผิดด ติดเตียง ระยะติดเตียงคือปีที่ 8-10 พอถึงระยะท้าย ๆ แล้ว เขาก็จะไม่ด่าใคร ไม่มีแรงจะด่า สารพิษอะไมลอยด์เบต้า กับทาวโปรตีน ก็จะกระจายไปเรื่อย ๆ คือมันค่อย ๆ แย่ลง จากเดินได้กลายเป็นคลาน จากกินได้เองกลายเป็นต้องป้อน จากป้อนเริ่มกลืนไม่ได้ เริ่มกลืนไม่ได้ ก็ต้องใส่สายยางในจมูก แล้วก็ติดเตียง หลังจากติดเตียงก็จะเจออีก 4 อย่าง ติดเตียง ติดเชื้อ โดดเดี่ยว ลูกหลานติดหนี้แล้วก็จากไป ติดเชื้อคืออะไร คนที่ติดเตียงเนี่ย เชื้อโรคเริ่มชอบ เริ่มมีก้นเป็นแผล ติดเชื้อที่ก้น ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ สำลักอาหารเข้าปอด ปอดติดเชื้อ สุดท้ายก็ติดเชื้อกระแสโลหิต ตรงจุดนี้ก็ต้องเข้า ICU ลูกหลานเยี่ยมไม่ได้ แล้วก็โดดเดี่ยวใน ICU

มีไหมที่จะไปก่อนระยะสุดท้าย เขาทนอะไรไม่ไหวเขาถึงไป ?

หมอฐานุตร์ : มีครับ ส่วนหนึ่งคนที่เป็นโรคอัลไซเมอร์มันจะมีซึมเศร้าแฝงอยู่ เพราะว่าคนรอบข้างไม่เข้าใจ บางทีก็ไม่เข้าใจแบบ เมื่อกี้เพิ่งบอกไปถามอีกแล้ว กำลังใจในการดูแลเค้ามันจะน้อยลงเรื่อย ๆ ซึ่งตรงนี้พอครอบครัวไม่รู้ว่าอาการของโรคเป็นแบบนี้ ก็จะเริ่มมีการต่อว่ากัน ก็เริ่มเกิดซึมเศร้า จนไปถึงฆ่าตัวตายก็มีเยอะแยะ

ขอย้อนกลับไปที่สาเหตุของการเกิดอัลไซเมอร์ หมอคิดว่ามันเกิดจากอะไร ?

หมอฐานุตร์ : พันธุกรรมส่วนหนึ่งแต่ไม่เยอะ

บางคนบอกว่าคนที่ไม่ทำงานใช้สมองเลย เช่น อาจจะเป็นแม่บ้านพ่อบ้านเฉย ๆ ไม่ได้คิดเลข ก็ทำให้สมองเป็นอัลไซเมอร์ได้ จริงไหม ?

หมอฐานุตร์ : ถือว่าเป็นความโชคร้ายที่มีโอกาสเกิดขึ้นในสถิติของทั่วโลก ในประเทศไทยเนี่ยพบว่าประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของทั่วโลกของผู้สูงวัยจะเป็นอัลไซเมอร์ ในปัจจุบันสังคมประเทศไทยเป็นสังคมสูงวัย ตามสถิติที่ได้รับฟังมา ก็ประมาณ 7-8 ล้านคน ดังนั้น 10 เปอร์เซ็นต์ก็แปลว่าประมาณ 8 แสน ที่มีโอกาสเป็นโรคอัลไซเมอร์ อันนี้ข้อมูลเมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อน แปลว่า ณ ปัจจุบันนี้อาจจะเพิ่มมาเป็นล้านคนแล้วก็ได้ ทุกหนึ่งครอบครัวต้องมีหนึ่งคนโดยประมาณ

อายุน้อยเป็นไหม ?

หมอฐานุตร์ : โอกาสน้อยมาก เขาอาจจะสมองเสื่อมจากเหตุการณ์อื่น ที่ไม่ได้เรียกอัลไซเมอร์ เช่น อุบัติเหตุแข่งกีฬา ทำให้เส้นใยความจำมันตัดขาด บางคนอาจจะเป็นชั่วคราวหรือถาวร

เคมีบำบัดมีผลข้างเคียงที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโลกอัลไซเมอร์ไหม ?

หมอฐานุตร์ : เคมีบำบัดมีผลข้างเคียง แต่ถ้ากับอัลไซเมอร์นี่น้อยมาก อาจจะเป็นเรื่องไขกระดูก ติดเชื้อ อะไรนู่นนี่นั่น แต่ถ้าเกี่ยวกับอัลไซเมอร์โอกาสน้อยมาก

ปัจจุบันมีเจาะเลือดเพื่อดูมะเร็ง ส่วนอัลไซเมอร์ดูได้ไหม ?

หมอฐานุตร์ : ปัจจุบันมี พึ่งมีเทสนี้ในเมืองไทยมาไม่ถึงปี พวกสารอะไมลอยด์เบต้าเราสามารถเช็กได้ล่วงหน้าก่อนจะมีอาการ 10-20 ปี สมมติว่าคนที่วัย 30 40 กลัวว่าจะเป็นแต่ไม่มีอาการอะไรเลย โอกาสถูกต้อง 80 เปอร์เซ็นต์  เป็นช่วงที่สมองกำลังจะผลิตสารพิษตัวนี้ แต่มันโผล่มาในเลือดเขาก็เอาเลือดไปวิเคราะห์ได้

พี่อายุเยอะแล้ว ไม่ใช่ 30 40 พี่สามารถเช็กได้ไหม ?

หมอฐานุตร์ : เช็กได้ก่อนมีอาการ 10 – 20 ปี โอกาสถูกต้อง 80 เปอร์เซ็นต์

สมมติมันมีอาการแล้ว มันมีแนวโน้มอาจจะถึงระยะหนึ่งอยู่ มันจะรู้ไหม ?

หมอฐานุตร์ : รู้ครับ แต่ว่ามันเป็นสถิติ มันไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่โอกาสถูกเกิน 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเมื่อไหร่เป็นอัลไซเมอร์ไปแล้ว เจาะเลือดมักจะไม่เห็นแล้ว เพราะมันกลายเป็นคราบไปแล้ว แต่คำถามคือ ถ้าเราเจาะแล้ว สมมติอายุประมาณ 30 40 ปี ไปเจาะแล้วเกิดบอกว่า โอกกาสใช่แปดสิบเปอร์เซ็นต์ โอกาสเป็นตอนอายุ 60 แล้วเราจะทำอย่างไรต่อ ระยะที่มันจะไม่เป็นคราบในสมองเนี่ย เราเปลี่ยนแปลงได้ ดูแลตัวเอง ออกกำลังกาย รักษาความดัน เลิกเหล้า เลิกบุหรี่

ความดันมีผลเหรอคะ ?

หมอฐานุตร์ : คือโรคอะไรที่ทำให้เกิดหลอดเลือดในสมองไม่ดีทั้งหมด ส่งผลเรื่องอัลไซเมอร์ทั้งหมด

บางคนที่เป็นความดัน แล้วต้องกินยา การกินยามันไม่ได้เป็นการหลอกตัวเองเหรอ ?

หมอฐานุตร์ : ไม่หลอกครับ เพราะว่าการกินยาก็เพื่อให้ลดความดัน เพราะว่าความดันที่สูง ๆ ลองนึกสภาพหลอดเลือดคนเราก็เหมือนสายยาง ถ้าเราเปิดด้วยแรงดันน้ำเยอะ ๆ วันนึงมันก็ปลิ มันก็รั่ว หลอดเลือดคนเราเช่นเดียวกัน ถ้ามันอยู่ภายใต้แรงดันเยอะ ๆ แรงดันที่มันกระทบหลอดเลือด เมื่อวันนึงหลอดเลือดเริ่มปริ เริ่มแตก ไปอยู่ตำแหน่งความจำ เป็นต้นเหตุอันหนึ่งทำให้อัลไซเมอร์ในอนาคตได้ ควรรีบรักษาให้ความดันอยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ เพราะถ้ามันสูงหลอดเลือดเราจะปลิแตกตีบง่าย กระบวนการที่มันเกิดร่องรอยผิดปกติในสมองมันเกิดตลอดเวลา แต่บังเอิญไปเกิดในตำแหน่งที่ยังไม่เกิดอาการกับเรา ถ้าเราดูแลตัวเองได้ดีเรื่องความดัน โอกาสที่เกิดมันก็จะน้อยลง แต่จริง ๆ เรื่องความดัน กินยาแล้วหยุดได้ไหม มันก็มีใช้วิธีการธรรมชาติเยอะแยะมากมาย บางคนก็ใข้กลุ่มอาหาร อย่างพวกผักใบเขียว ผลไม้กลุ่มแบอร์รี่ ธัญพืช เป็นอาหารที่ช่วยเกี่ยวกับเรื่องของหลอดเลือด ปลาที่มีโอเมก้า3ปริมาณสูง เช่น พวกปลาแซลมอน ปลาทู เรียกว่า DASH Diet มันก็จะไปสอดคล้องกับ Mediterranean Diet มันก็จะไปรวมกับ DASH Diet มันจะเพิ่มขึ้นมา ก็คือน้ำมันมะกอกกกับไวน์แดง แต่ไวน์แดงต้องกินปริมาณวันละไม่ถึงแก้ว ถ้าเทียบแก้วไวน์ ก็หนึ่งในสี่ แต่ว่าจริง ๆ แล้ว ที่เราไม่ค่อยสนับสนุนเรื่องไวน์ เพราะว่าบ้านเราอ้างว่าเขาบอกกินแล้วชีวิตจะดี ก็กินไปเรื่อย ๆ ต้องกินเป็นปริมาณที่เหมาะสม เพราะว่า เหล้าเบียร์ก็จะไปทำให้สมองส่วนหนึ่งความจำยิ่งเสื่อมอีก ถ้ากินในปริมาณที่เหมาะสมมันจะเป็นผลดี

มาถึงคำถามสำคัญ แล้วถ้าเป็นอัลไซเมอร์มันจะรักษาได้ไหม ?

หมอฐานุตร์ : อัลไซเมอร์ในปัจจุบันยังรักษาไม่หายขาด ระยะเวลาดำเนินโรค คือ 5-10 ปี แปลว่ายังไงก็ตามเราเห็นอนาคตอยู่แล้วที่ 10 ปีติดเตียง แต่ว่าเริ่มรักษาตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิต วันแรกที่เริ่มมีอาการผ่านไปจะ 10 ปีอาการจะแย่ลงเลยแบบดิ่ง แต่ถ้าเมื่อไหร่มีการรักษามันจะเพิ่มคุณภาพชีวิตแบบค่อย ๆ แย่ ไม่รุงรัง ไม่ค่อยวุ่นวาย

คนที่หลงลืมมาก ๆ กลับบ้านไม่ถูกเรามีวิธีช่วยเขายังไง ?

หมอฐานุตร์ : ผมเล่าประสบการณ์ตรงก่อน วันหนึ่งผมอยู่เวรที่โรงพยาบาล มีผู้ป่วยชาวต่างชาติคนหนึ่งมาแข่งมอเตอร์ไซต์ที่จังหวัดเชียงราย แล้วเขาก็รถล้ม กู้ภัยก็นำส่งมา เขามาคนเดียว กู้ภัยบอกว่าเห็นเขานอนอยู่บนถนน ตามตัวไม่มีอะไรเลยแต่เราไปเห็นสิ่งที่เรียกว่าริชแบรนด์ ข้างหลังเขาสลักชื่อยาด้วยว่ากินยาอะไรอยู่ ง่ายเลยครับ คนไข้คนนี้น่าจะแข่งเยอะ แล้วก็ชักกำเริบ ก็เลยได้ไอเดีย ก็เลยแนะนำผู้ป่วยหลายคน ถ้าเธอไม่รู้จะทำยังไงกลัวพ่อหายนะ เธอสลักริชแบรนด์ไว้หลาย ๆ อัน สลักว่าพ่อชื่ออะไร ผู้ดูแลชื่ออะไร เบอร์โทรอะไรพ่อเป็นโรคอะไรเอาไว้หลังริสแบรนด์ เสิร์ชในโซเชียลมีทำหลายเจ้าเลยไม่แพงหรือว่ามีมูลนิธิบางอันรับทำริสแบรนด์ให้ฟรี มี QR Code เสร็จสับรู้เลยว่าเป็นใคร ญาติชื่ออะไรแล้วมีญาติผู้ป่วยหลายคนริสแบรนด์ทำแล้วพ่อดึงทิ้งก็มีโอกาส ไม่รู้เรื่องก็ดึงทิ้งหมดรำคาญนี่ หมอเสื้อทุกตัวของพ่อผมสลักไว้หมดเลยด้านหลัง สกรีนเสื้อเลยครับเสื้อยืดที่พ่อใส่นี่สกรีนเลยครับว่าใครพบเห็นคนผู้นี้เป็นโรคอันนี้ อันนี้ ขอกรุณาติดต่อเบอร์นี้ เพราะไม่ว่าพ่อจะใส่เสื้ออันไหนก็มีสกรีนหมด
 

โรคอัลไซเมอร์มีตัวยาใหม่ ๆ ที่สามารถใช้รักษาให้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมีไหม ?

หมอฐานุตร์ : จริง ๆ การรักษาโรคนี้ มีด้วยกันอยู่หลายอย่างมีทั้งการไม่ใช้ยากับการใช้ยา ยาในกลุ่มเก่า ๆ ที่ปัจจุบันเราใช้นี่ก็มีอยู่ เช่น ยากินช่วยชะลอความเสท่อมสภาพของสมองได้ ชะลอได้แต่สุดท้ายจบเหมือนกันคือติดเตียง แต่ชะลอแปลว่าเพิ่มคุณภาพชีวิต เพิ่มความสุขให้ครอบครัวมีเวลาให้รักษา มีเวลาให้คิดวิเคราะห์อีกหลาย ๆ อย่างว่าจะวางแผนชีวิตยังไงในอนาคตเป็น 7-8 ปีก่อนที่จะติดเตียง แต่ถ้าไม่มีการรักษาใด ๆ เกิดขึ้นสามสี่ปีอาจจะเริ่มติดเตียงละ แต่ในปัจจุบันนี้ต่างประเทศเขามีงานวิจัยใหม่ ๆ เรียกยาพุ่งเป้าหรือบางคนเรียกยามุ่งเป้า แล้วแต่ใครจะเรียกเราเคยได้ยินในการรักษามะเร็งหรือมุ่งเข้าไปที่จุดมะเร็งเลย แต่โรคอัลไซเมอร์ก็เหมือนกันคือยาตัวนี้ไปดักเอาสารพิษอะไมลอยด์เบต้าออกมาเลยจากสมองฉีดเดือนละหนึ่งเข็มไปเรื่อย ๆ

มีแล้วใช่ไหมคะ ?

หมอฐานุตร์ : มีแล้วแต่ปัจจุบันยาตัวนี้ยังไม่เข้าเมืองไทย  แต่ในงานวิจัยก็ระบุว่าคนที่ใช้ยาตัวนี้คุณภาพชีวิตดีขึ้นจริง แล้วก็ตัวอะไมลอยด์สารพิษ มันลดลงจริงในสมองแต่เมื่อไหร่หยุดฉีดก็กลับมาใหม่ นั่นแปลว่ามันต้องใช้ไปเรื่อย ๆ

ฉีดทีคงแพงน่าดูเลย ?

หมอฐานุตร์ : มหาโหด ตอนนี้ยายังไม่เข้าเมืองไทย เท่าที่ผมได้ข่าว ต่อปีน่าจะเกินเจ็ดหลัก สมมติว่าถ้าเขาชะลอการติดเตียง สมมติเขาควรติดเตียงตั้งแต่ห้าปีหลังมีอาการไปติดเตียงที่แปดปี ไอ้สามปีนั้นสมมติเขาเป็นเจ้าสัวหาเงินได้เดือนละร้อยล้านมันก็คุ้ม แต่ในอนาคตถ้าเขามีการพัฒนายาที่มากขึ้น ราคายาอาจจะถูกลงก็ได้ มีหลายบริษัทที่ทำมาแข่งกันราคาก็อาจจะค่อย ๆ ดีขึ้น ซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นยุคเราหรือเปล่านะพี่ตั๊ก

วิธีอื่นที่ไม่ใช้ยา มีวิธีไหนบ้าง ?

หมอฐานุตร์ : อันนี้เป็นเรื่องเด็ดเลยครับที่ทุกคนจะต้องทราบ เป็นวิธีที่คุณทำเองที่บ้านได้ เป้าหมายคือให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตประจำวันได้และเข้าสังคมได้ใกล้เคียงปกติ อันดับแรกจะต้องส่งเสริมการรับรู้ให้เขาดีขึ้นก่อน การรับรู้คืออะไรบ้างก็อย่างเช่นสายตา สมมติว่ามีแบบต้อกระจกมองไม่เห็นก็จะไปรับรู้อะไรเพิ่มเติมไม่ได้นี่ก็ต้องไปทำเรื่องดวงตาให้ดี อันต่อไปคือหู ถ้าหูตึงจะมาช่วยเรื่องอะไรก็ไม่ได้ก็ไปรักษาเรื่องหู หรือโรคทางกายบางอย่างที่เป็นอุปสรรคในการดูแลที่บ้าน เช่น เข่าก็เริ่มไม่ดีกันไปรักษาเข่าให้ดี ทั้งหูทั้งตาทั้งโครงสร้างร่างกายอาจจะต้องดูแลให้ดี ที่สำคัญครับผู้ดูแลซึ่งอาจจะไม่ใช่ญาติก็ได้

อันนี้ต้องมีความรู้ระดับหนึ่งว่าเราต้องมีความอดทน ต้องมีความเคารพในผู้ป่วย แม้เขาจะเป็นโรคพูด ๆ ไปแล้วก็ลืมแต่นั่นคือเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่เราคนหนึ่ง ที่ต้องให้ความเคารพเขาในศักดิ์ศรีและคุณค่าในความเป็นมนุษย์ของเขา ซึ่งอันนี้ที่ต้องเล่าให้ผู้ดูแลฟังก่อนอาจจะไม่ใช่ญาติก็ได้ เวลาผ่านไปสองปีสามปีสี่ปีโรคมันอาจจะรุนแรงขึ้น เขาอาจจะต้องใช้ความอดทนมากขึ้น ซึ่งพอบอกไว้ก่อนเขาจะได้เริ่มเตรียมใจแล้วส่วนหนึ่ง อันนี้คืออันดับแรก จากนั้นเราก็ต้องปรับสิ่งแวดล้อมในบ้านให้เหมาะสม

เช่น คุณพ่ออยู่ชั้นสองต้องเดินขึ้นบันได ก็ลงมาอยู่ชั้นล่างหรืออะไรแบบนี้ก็ต้องปรับสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย ห้องน้ำถ้าลื่น ๆ ก็ต้องหาวิธีให้ไม่ลื่น เปลี่ยนพื้นเปลี่ยนอะไรก็ทำไป ทำบ้านให้สะอาดสะอ้านไม่รกรุงรัง อันนี้คือปรับสิ่งแวดล้อมในบ้านจากนั้นวิธีการที่ไม่ใช้ยานะครับมี 3 อย่าง หนึ่งก็คือเพิ่มการรับรู้ สองจัดการอารมณ์ สามเรื่องพฤติกรรม อันที่รับรู้นะครับเราต้องทำอยู่ 4 อย่างง่าย ๆ เลยนะครับ อันแรกเขาเรียกว่าเรียลลิตี้ออเรนเตชั่น พูดสภาพความเป็นจริงให้ฟังทุกวัน ให้เขาดูทีวี ให้อ่านหนังสือพิมพ์ ดูปฏิทินทุกวัน ก็คือให้รู้ว่าวันนี้วันอะไรเขาอยู่ที่ไหน เหตุการณ์บ้านเมืองเป็นยังไง ให้เขารู้เหตุการณ์ปัจจุบันว่ามันคืออะไรยังไงวันไหน อันที่สองก็คือว่าเรื่องความจำให้เสริมความจำบ่อย ๆ เช่นอาจจะเล่นไพ่ เพราะผู้สูงวัยชอบเล่นไพ่ เล่นเกม เล่นทายเพลงกัน ทางเพลงว่าเนื้อร้องเพลงนี้ชื่อเพลงอะไร เกมอื่น ๆ ฝึกเมมโมรี่แต่อันนี้ต้องไม่เวอร์เกินไป คืออย่าตะบี้ตะบันต้องอย่างนี้ ๆ คนไข้จะเครียด อันที่สามก็คือเรื่องของสกิลทักษะ เช่น ไปฝึกทำอาหารกันแต่อย่าไปเครียดมากว่าต้องทำให้มันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ท่าเต้นรำ อันนี้คือเป็นสกิลในชีวิตประจำวัน ต่อมาอันที่สี่ก็คือเรื่องของการใช้ AI หรือคอมพิวเตอร์มาช่วยให้เล่นเกมบางอย่าง เช่น เล่นเกม ควบคุมเกม โดยใช้ทักษะมือมันมีขายอยู่แล้วอะไรก็ได้ฝึกสมอง จับผิดภาพ เป็นการรักษาแบบไม่ใช้ยาอันนี้อันที่หนึ่งเขาเรียกว่าการรับรู้ อันต่อมาอันที่สองเรียกว่าการควบคุมด้านอารมณ์ อารมณ์นี่ง่ายมากเราเห็นทุกคนทำอยู่แล้วแต่เราไม่รู้อันนี้เรียกว่าอะไร เขาเรียกว่าการทำรีมินิซีน รีคืออีกครั้งหนึ่ง มินิคือเล็ก ๆ ซีนคือฉาก เบื้องหลัง ภาษาง่าย ๆ คือรำลึกความหลังที่เขามีความสุข เช่น เอารูปสมัยเขาแต่งงานมาให้ดู พ่อเล่าให้หน่อยว่าในนี้มีใครบ้าง เขาก็จะฝึกคิด อ๋อเรื่องเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว คิดๆๆ พอเริ่มคิดมันมีสารเคมีสมองหลั่งออกมา มันมีความจำหลั่งออกมามันก็ช่วยได้ การกระตุ้นแบบนี้ทำให้เขารู้สึกมีความสุข เป็นความสุขเล็ก ๆ ณ เวลานั้นมินิซีน อาจจะพ่อช่วยเล่าตอนพ่อจีบแฟนคนแรกให้เราฟังหน่อย ผิดหรือถูกไม่รู้ให้เล่ามา หรือว่าให้เล่าตอนจีบแม่ให้ฟังหน่อย แล้วก็อันที่สามคือพฤติกรรมการควบคุมพฤติกรรมที่อาจจะรุงรังวุ่นวายถ้าเขามีพฤติกรรมแบบนั้นเยอะ อันนี้เราก็ทำการหลีกเลี่ยงความสนใจ เช่นสมมติเขาเคบมีรุงรังอยากออกจากบ้านไปหาใครไม่รู้ เราก็ให้เขาออกกำลังกายบ่อย ๆ ให้ทำอย่างอื่นแทนทำบ่อย ๆ ทุกวัน ๆ จนเขาลืมว่าจะออกนอกบ้านไปเลย

เพราะฉะนั้นก็ต้องมีความอดทนด้วยมีใจที่จะต้องดูแล ?

หมอฐานุตร์ : ถูกต้อง และสุดท้ายคือ Caregiver หรือคนดูแลจะต้องมีเวลาให้ตัวเอง จะต้องดูแลตัวเองให้สุขภาพแข็งแรง จิตใจจะต้องดีถ้าไม่ใช่ญาติหรือญาติหลายคนจะต้องผลัดเวรกัน ให้คนนี้ไปพักบ้าง ให้ไปพักผ่อนสบายจิตใจ

มันเครียดใช่ไหมเลี้ยงผู้ป่วยที่เป็นอัลไซเมอร์ ?

หมอฐานุตร์ : ถูกครับ เครียดเพราะผู้ป่วยเหล่านี้ เมื่อวันหนึ่งก็ต้องจากไปสภาพที่อาจจะโดดเดี่ยว อาจจะติดเตียง แต่เวลาเราเลี้ยงลูก ผู้ป่วยอัลไซเมอร์นี่แหละลูกเราแต่เรารู้แล้วในอนาคตจะโตขึ้น แต่ผู้ป่วยอัลไซเมอร์นี่รู้อยู่แล้วไม่โตขึ้น ค่อย ๆ แย่ลง ๆ อันนี้คนดูแลก็จะเริ่มท้อแท้ บางคนก็ซึมเศร้าไปพร้อม ๆ กับผู้ป่วยก็มีที่สำคัญครับเรื่องสุดท้ายที่จะไม่ใช่เรื่องของการดูแลละแต่เป็นเรื่องของประเด็นด้านกฎหมาย ในแง่ที่เป็นหมอเจ้าของไข้รักษาโรคนี้ พบบ่อย ๆ ว่าวันดีคืนร้ายมีหมายศาลมาแล้ว เชิญไปขึ้นศาล บอกว่าคุณหมอช่วยผู้พิพากษาหน่อยว่าขณะที่พ่อไปเซ็นชื่อยกที่ให้คนนั้นมีสติสัมปชัญญะไหม ถูกซึ่งอันนี้อาจจะเป็นประเด็นที่หลายคนไม่ทันคิด แต่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณหมอบอกแล้วว่ามีผู้ป่วยอัลไซเมอร์ในบ้านประเด็นแรก ๆ ที่ต้องคุยกันในครอบครัวคือเมื่อพ่อไม่รู้เรื่องแล้ว จะจัดแบ่งสมบัติกันอย่างไร ตั้งแต่ระยะแรกที่พ่อยังรู้เรื่อง อาจจะเซ็นด้วยวิธีไหนหรือว่าปรึกษาสำนักงานอัยการมีบริการอยู่ไม่เสียเงิน แต่ถ้ามีเงินหน่อยก็ไปสำนักงานทนายความหรือว่าถ้าตกลงกันไม่ได้ก็คราวนี้แหละให้ผู้พิพากษาช่วย

สามารถติดตาม  “Tuck Talk”  ได้ที่ช่องทาง Podcast : Life Dot , Facebook: Life Dot , Youtube : Life Dot  วันพฤหัสบดี (สัปดาห์เว้นสัปดาห์) เวลา 18.00 น.

คลิกชมรายการย้อนหลัง  :   https://www.youtube.com/watch?v=sHwEiroxLeA

สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสารได้ที่ช่องทาง

Podcast : Life Dot , Facebook: Life Dot , Youtube : Life Dot ,  IG : lifedot.official ,

TikTok : lifedot_official , Spotify : Lifedot_official