ไอคอนสยาม ประกาศสุดยอดภาพถ่ายพลุแห่งปี งาน Amazing Thailand Countdown 2025

ไอคอนสยาม ประกาศสุดยอดภาพถ่ายพลุแห่งปี  งาน Amazing Thailand Countdown 2025

ไอคอนสยาม ประกาศสุดยอดภาพถ่ายพลุแห่งปี งาน Amazing Thailand Countdown 2025

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รางวัลชนะเลิศ – พรรษ บุณยะประภัศร์

จากความสำเร็จอย่างงดงามของงาน Amazing Thailand Countdown 2025 ในปีนี้ ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน TOP 5 ของ Global Countdown Destination ระดับโลก โดยมีจำนวนผู้ส่งภาพถ่ายพลุเข้าประกวดมากเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงการได้รับการยอมรับและความนิยมอย่างต่อเนื่อง

ไอคอนสยาม ร่วมกับ สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดประกวดภาพถ่ายการแสดงพลุรักษ์โลกสุดตระการตา ยาวที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยากว่า 1,400 เมตร โดยการแข่งขันในปีนี้เปิดโอกาสให้ นิสิต นักศึกษา และผู้ที่รักการถ่ายภาพ ได้แสดงฝีมือ ถ่ายทอดความงดงามของการแสดงพลุดอกไม้ไฟรักษ์โลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายใต้หัวข้อ “The Iconic Moments: Capturing the Countdown” ที่รวบรวมภาพประทับใจเพื่อส่งมอบความสุขส่งท้ายปี ซึ่งการประกวดครั้งนี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความสวยงามของการแสดงพลุรักษ์โลก และเป็นการยกระดับงานเคาท์ดาวน์ของประเทศไทยให้โดดเด่นในเวทีโลก สร้างความภาคภูมิใจและจุดประกายแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นใหม่ในวงการถ่ายภาพอย่างแท้จริง

ปีนี้ได้รับเกียรติจาก ตุลย์ หิรัญญลาวัลย์นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, นายจุฬวิศว์ ศานติพงศ์ และวรรณพงศ์ สุรโรจน์ประจักษ์ ร่วมเป็นคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตัดสินการประกวด และได้รับเกียรติจาก สุมา วงษ์พันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ให้เกียรติมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดภาพถ่ายการแสดงพลุรักษ์โลก ในงาน AmazingThailand Countdown 2025 at ICONSIAM จำนวนทั้งสิ้น 13 รางวัล

ผู้ชนะเลิศรางวัลที่ 1 ได้รับเงินสดมูลค่า 100,000 บาท ได้แก่ พรรษ บุณยะประภัศร์ รางวัลที่ 2 เงินสดมูลค่า 50,000 บาท ได้แก่ กุสุมาลย์ วชิรวราการ รางวัลที่ 3 เงินสดมูลค่า 20,000 บาท ได้แก่ ทวีชัย จันทะวงค์ รางวัลชมเชย จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 2,000 VIZ Coins ได้แก่ อรรถพล ด้วงนิ่ม, นันทพันธ์กอบกฤศวัฒน์, ทรงพล เทศกิจ, สันต์ทัศน์บุญสรรค์สร้าง และ ธนพล ตันตินิกร และผู้ชนะจากกิจกรรม Social Media Popular Vote จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 5,000 Coins ได้แก่ ปรีดา เลิศล้ำ, ศิลา ปิยธรรมรัตน์, วรวุฒิ ยิ้มศิริ,ภาคิณ ผู้กำจัด และ ภีมพัฒน์ สวัสดิวณิชย์

ทั้งนี้ ผลงานของผู้ชนะการประกวดทั้งหมดจะจัดแสดงผ่านดิจิทัลมีเดียภายในไอคอนสยาม ไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2568 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ Facebook : ICONSIAM

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 - กุสุมาลย์ วชิรวราการ

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 – กุสุมาลย์ วชิรวราการ

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 - ทวีชัย จันทะวงค์

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 – ทวีชัย จันทะวงค์

โออิชิ อีทโตะ ชวนลองเกี๊ยวซ่าไส้กะเพราหมูไก่ จัดจ้านถึงเครื่องทุกคำ

โออิชิ อีทโตะ ชวนลองเกี๊ยวซ่าไส้กะเพราหมูไก่  จัดจ้านถึงเครื่องทุกคำ

โออิชิ อีทโตะ ชวนลองเกี๊ยวซ่าไส้กะเพราหมูไก่ จัดจ้านถึงเครื่องทุกคำ

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สร้างสรรค์สินค้าออกมาเอาใจนักกินอยู่เสมอๆ สำหรับ “โออิชิ อีทโตะ” (OISHI EATO) ล่าสุดเปิดตัวเมนูเกี๊ยวซ่าฟิวชัน ขอแนะนำ ใหม่!!! โออิชิ อีทโตะ เกี๊ยวซ่า ไส้กะเพราหมูไก่

จัดเต็มเอาใจสายเกี๊ยวซ่า ด้วยเกี๊ยวซ่าญี่ปุ่น สูตรแป้งบางนุ่ม ผสานอย่างลงตัวกับไส้แน่น ๆ อย่าง ไส้กะเพราหมูไก่ ที่คัดสรรเลือกใช้เนื้อหมูและเนื้อไก่คุณภาพดี มาผัดคลุกเคล้ากับซอสผัดกะเพราเข้มข้น หอมกลิ่นพริก กระเทียม และใบกะเพรา ให้รสชาติอร่อยจัดจ้านถึงเครื่องทุกคำ โดยวางจำหน่ายในรูปแบบแช่แข็ง ขนาด 12 ชิ้น จุใจ ราคาแพ็กละ 119 บาท ที่ โลตัส ทุกสาขาใกล้ๆ คุณ ติดตามข้อมูลข่าวสารหรือโปรโมชั่นที่น่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมคลิกแฟนเพจโออิชิอีทโตะ http://www.facebook.com/OishiEatoThailand

แพทย์นักวิจัย ‘รศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล’ คนไทยคนที่ 6 คว้ารางวัลทรงเกียรติระดับโลก GUSI PEACE PRIZE 2024

แพทย์นักวิจัย ‘รศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล’ คนไทยคนที่ 6  คว้ารางวัลทรงเกียรติระดับโลก GUSI PEACE PRIZE 2024

แพทย์นักวิจัย ‘รศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล’ คนไทยคนที่ 6 คว้ารางวัลทรงเกียรติระดับโลก GUSI PEACE PRIZE 2024

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล นายแพทย์นักวิจัยผู้นำทางด้านนวัตกรรมศาสตร์ชะลอวัยและแพทย์ทางเลือก สร้างชื่อเป็น 1 ใน 18 ผู้ทรงเกียรติจากทั่วโลก ที่ได้รับรางวัล Gusi Peace Prize International Awards 2024 หรือ “รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพแห่งเอเชีย” สาขาการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ พิธีรับรางวัลจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่โรงละครเมโทรโพลิแทกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อยกย่องบุคคลและองค์กรจากหลากหลายสาขาที่มีส่วนสนับสนุนสันติภาพโลกและความก้าวหน้าของมนุษยชาติอย่างสำคัญ

รางวัลกูซีเพื่อสันติภาพ (Gusi Peace Prize) ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ ผ่านพระราชกฤษฎีกาหมายเลข 1476 ลงนามโดยอดีตประธานาธิบดี กลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2551 กำหนดให้วันพุธที่ 4 ของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็น “วันมิตรภาพนานาชาติรางวัลกูซีเพื่อสันติภาพ” โดยประเทศไทยมีบุคคลสำคัญที่ได้รับการยกย่องจากรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ได้แก่ นายแพทย์กำพล ศรีวัฒนกุล (พ.ศ.2567)-สาขานวัตกรรมทางการแพทย์ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) (พ.ศ.2558)-สาขาการส่งเสริมศาสนาและวัฒนธรรม สุรภี โรจนวงศ์ (พ.ศ.2552)-สาขาเศรษฐกิจและมรดกทางวัฒนธรรม ดร.เทพ พงษ์พานิช (พ.ศ.2550)-สาขาการวิจัยและการศึกษาด้านการเกษตร ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา (พ.ศ.2553)-สาขานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และการศึกษาคุณค่าของมนุษย์ และล่าสุด พ.ศ.2567 รศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล ในสาขาการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์

Barry Gusi ประธานมูลนิธิรางวัลสันติภาพ Gusi เปิดงานด้วยคำปราศรัยที่สร้างแรงบันดาลใจ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมสันติภาพผ่านการสนับสนุนที่หลากหลายในสาขาต่างๆ เช่น การแพทย์ วิทยาศาสตร์ ธุรกิจ ศิลปะ และงานด้านมนุษยธรรมปีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมูลนิธิในการเชิดชูผู้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติทั้ง 18 คน จากทั่วโลก

รศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล นายแพทย์นักวิจัยผู้นำทางด้านนวัตกรรมศาสตร์ชะลอวัยและแพทย์ทางเลือกมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ศาสตร์แพทย์แผนโบราณผนวกกับนวัตกรรมทางด้านการแพทย์ อีกทั้งแพทย์ทางเลือกในการรักษาโรคต่างๆ เช่น อัลไซเมอร์ พาร์กินสันสโตรก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคนิคการฟื้นฟู ทั้งนี้ รศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล มุ่งมั่นที่จะประยุกต์ใช้งานวิจัยของตนเองในทางปฏิบัติ โดยมักจะทดสอบการบําบัดแบบใหม่กับตัวเองเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพก่อนนําไปใช้ในวงกว้าง การอุทิศตนของ รศ.ดร.นพ.กำพล ไม่เพียงแต่พัฒนาวิทยาศาสตร์การแพทย์เท่านั้น แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับความไว้วางใจและนวัตกรรมในการดูแลผู้ป่วยอีกด้วย

อีกทั้ง รศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุลยังเป็นตัวอย่างที่ดีของนักวิจัยทางการแพทย์ทางเลือกและศาสตร์ชะลอวัย ที่สรรค์สร้างโปรโตคอลด้านสุขภาพ ทําหน้าที่เป็นผู้บูรณาการและค้นคว้าวิจัยทางการแพทย์ ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้การแพทย์ทางเลือกไทยและศาสตร์ชะลอวัยให้เป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ระดับโลก

รศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล กล่าวในขณะขึ้นรับรางวัลว่า “ด้วยกระผมได้รับเกียรติจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ ประธานและคณะกรรมการทุกท่าน รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลบุคคลดีเด่นที่ได้รับคัดเลือกรับรางวัลอันทรงเกียรติ ผู้มีคุณูปการทางด้านการวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ ตลอดระยะเวลาหลังจากได้รับการศึกษาทางการแพทย์ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ผมได้ทุ่มเทการวิจัยทางการแพทย์ ด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทเพื่องานวิจัย นวัตกรรมทางการแพทย์ โดยยึดมั่นคำสอนที่ได้จากคุณพ่อคุณแม่ในความจริงที่ว่า “ปราศจากความซื่อสัตย์ จะไม่มีความเชื่อใจ ปราศจากความไว้เนื้อเชื่อใจ ปราศจากความรัก ปราศจากความรัก จะไม่มีอะไรใดใดเกิดขึ้นในโลกนี้”ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความมุ่งมั่นและตั้งใจจะทำทุกอย่าง เพื่อให้เกิดประโยชน์กับมนุษยชาติ ทำให้มุ่งมั่นยังคงศึกษาหาความรู้ ค้นคว้า วิจัย นวัตกรรมทางการแพทย์ และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่ม โดยเฉพาะแพทย์ทางเลือก

และในวันข้างหน้า แม้จะอายุ 80 ปีผมยังคงตั้งใจจะทำทุกอย่างให้ดีกว่าวันนี้ และจะไม่เสียเวลาแม้แต่นาที และยังจะคงมุ่งมั่นค้นหาวิธีป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียแม้แต่ 1 ชีวิต โดยเฉพาะความเชื่อที่ว่า การหาทางป้องกันไม่ให้เกิดโรคดีกว่ามารักษา โดยเฉพาะโรคที่คร่าชีวิตคนในปัจจุบันมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น โรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน มะเร็ง และโรคอื่นๆ เพื่อสร้างสรรค์ให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น โดยนวัตกรรมทางการแพทย์หาทางป้องกันและลดความสูญเสียของชีวิตมนุษย์เท่าที่ทำได้ และอยากทำให้โลกนี้เป็นโรคที่น่าอยู่กว่าเดิมจากนี้และตลอดไป อีกทั้งจะเป็นตัวกลางในการสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็น Sand Box เป็นศูนย์กลางในการรักษาแพทย์ทางเลือกและศาสตร์ชะลอวัย”

รางวัลกูซีเพื่อสันติภาพ (Gusi Peace Prize) นับเป็นรางวัลทรงเกียรติระดับนานาชาติที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศฟิลิปปินส์ ได้รับการยกย่องให้เป็น “รางวัลโนเบลแห่งเอเชีย” โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงมะนิลา และได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งฟิลิปปินส์ รางวัลอันทรงเกียรตินี้ก่อตั้งขึ้นจากปณิธานของ ร้อยเอกเฆเมเนียโนฮาเวียร์ กูซี (Captain Gemeniano Javier Gusi) วีรบุรุษผู้ต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นในสงครามโลก ครั้งที่ 2 ซึ่งภายหลังได้อุทิศตนเพื่องานด้านสิทธิมนุษยชน โดยมีภริยาคือ มาดาม เทโอดอรา โซเตโฮ กูซี (Madame Teodora Sotejo Gusi) เป็นผู้ร่วมอุดมการณ์ในการช่วยเหลือสตรี เด็ก ผู้ป่วย และผู้ด้อยโอกาสในสังคมฟิลิปปินส์ ปัจจุบัน นายแบร์รี่ กูซี (Barry Gusi)บุตรชายผู้สืบสานเจตนารมณ์ของบิดามารดา ดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิรางวัลกูซีเพื่อสันติภาพ โดยได้ขยายวิสัยทัศน์ของมูลนิธิสู่ระดับนานาชาติ

รางวัล Gusi Peace Prize 2024 มอบรางวัลให้แก่บุคคลผู้โดดเด่นที่มีผลงานต่อมนุษยชาติซึ่งเป็นแบบอย่างของอุดมคติแห่งสันติภาพ ความก้าวหน้า และความรับผิดชอบต่อสังคม งานนี้ซึ่งเรียกกันว่า “รางวัลโนเบลแห่งเอเชีย” ได้รวบรวมบุคคลสำคัญจากทั่วโลกมาเฉลิมฉลองความหลากหลาย นวัตกรรม และการบริการ

คืนแห่งรางวัลสันติภาพ Gusi 2024 วันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 เป็นการพิสูจน์ถึงพลังของความสำเร็จของมนุษย์และจิตวิญญาณที่ยั่งยืนของสันติภาพและความร่วมมือ เมื่อผู้รับรางวัลเดินทางกลับประเทศของตน เรื่องราวและความมุ่งมั่นของพวกเขาจะทำหน้าที่เป็นประภาคารแห่งความหวัง สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นๆ ทำตามพวกเขาในการสร้างโลกที่สันติภาพและความก้าวหน้าไม่ใช่แค่เพียงอุดมคติแต่เป็นความจริง

อย่างไรก็ตาม รางวัลกูซีเพื่อสันติภาพ (Gusi Peace Prize) ยังคงดำเนินภารกิจอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมสันติภาพ การพัฒนามนุษย์ และความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ โดยการมอบรางวัลประจำปีจัดขึ้น ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ช่วงสิ้นปีของทุกปี

LIFE & HEALTH : ธุรกิจจะรับมือกับสภาวะทางเศรษฐกิจในปี 2025 อย่างไร

LIFE & HEALTH : ธุรกิจจะรับมือกับสภาวะทางเศรษฐกิจในปี 2025 อย่างไร

LIFE & HEALTH : ธุรกิจจะรับมือกับสภาวะทางเศรษฐกิจในปี 2025 อย่างไร

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในปี 2568 ธุรกิจจะต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจหลายประการ เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนทางการเมือง และการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยจัดงานวันนักการตลาด Thailand Marketing Day 2025 “The Next Marketing Battle จัดทัพฝ่าสมรภูมิการตลาดยุคใหม่” สุดยอดฟอรั่มการตลาดแห่งปีซึ่งเป็นการรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของผู้นำระดับประเทศทั้งภาครัฐและเอกชนที่จะมาเผยกลยุทธ์การรับมือทุกความท้าทายในปี 2025

ข้อมูลจาก ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ท่ามกลางสภาวการณ์ปัจจุบันที่โลกและประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายในหลากหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิเศรษฐศาสตร์ สภาพคล่องทางการเงิน อัตราดอกเบี้ยและหนี้ครัวเรือนที่สูง ภัยพิบัติทางธรรมชาติจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ การเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี การเข้ามาแข่งขันของผู้เล่นรายใหญ่จากต่างประเทศและในประเทศที่มีเทคโนโลยีสูงกว่าและต้นทุนต่ำกว่า ล้วนทำให้ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องเตรียมตัว ปรับตัวป้องกันผลกระทบอันจะก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมซ้ำเติมเข้าไปอีก

นอกจากนี้ โลกกำลังเข้าสู่ยุคการเติบโตของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ Gen Z จะกลายเป็นกำลังหลักของคนทำงาน ส่วน Gen Alpha กำลังก้าวพ้นวัยเด็ก เข้าสู่วัยรุ่นและวัยทำงาน ขณะที่ 2025 เป็นปีเริ่มต้นของ Gen Beta ที่เกิดและเติบโตมาพร้อมกับ AI ทุกสิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลกระทบต่อแบรนด์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในภาวะเช่นนี้ หลายคนอาจจะเรียกว่าเป็นจุดเปลี่ยนและอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดสงครามทางการตลาด ที่เป็นจังหวะในการต่อสู้ ช่วงชิง แสวงหา จุดต่างและสร้างจุดร่วม ปรับตัว สร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน ทั้งแบรนด์ที่เป็นผู้นำและผู้ตาม จำเป็นจะต้องเปลี่ยน ปรับตัว โดยผสมผสานระหว่างการวางตำแหน่งสินค้า การกำหนดเลือกส่วนตลาดกำหนดยุทธศาสตร์ที่ยืดหยุ่นและจำเป็น โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ ปรับเข้าหาพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งในแง่national branding , corporate branding and product branding

ถ้าการตลาดคือสงคราม “หัวใจสำคัญของสงคราม คือลูกค้า” การเข้าใจความต้องการที่แท้จริงเป็นสิ่งที่จะต้องช่วงชิงมาให้ได้ ขณะเดียวกันการใช้กำลังก็คือการใช้ทรัพยากร และบุคลากร ต้องรู้จักรุกในเวลาควรจะรุก รู้จักถอยในเวลาที่จำเป็นต้องถอย รู้จักรอคอยในเวลาที่โอกาสไม่เอื้ออำนวย เพื่อให้สามารถต่อสู้ได้นานขึ้น และเป็นกลุ่มคนที่อยู่รอด

ธุรกิจยังจำเป็นต้องปรับแนวคิดจาก Conventional Brand เป็น Sustainable Brand โดยกำหนดเป้าหมายของแบรนด์ให้เกิด Net Positive Impact ด้านธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และใช้หลัก Regenerative Marketing ในการปรับปรุง ฟื้นฟู ใช้นวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ธุรกิจเข้มแข็ง โลกและสังคมน่าอยู่ขึ้น

สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย โดยอุปนายกสมาคมฯ คือ ดร.สมชาติ วิศิษฐชัยชาญ และ ผศ.ดร.เอกก์ ภทรธนกุล ได้เปิดเผยผลสำรวจ “Marketing Trends : 2025 Way Forward” ซึ่งสะท้อนมุมมองและแนวโน้มสำคัญในแวดวงการตลาดไทยปี 2025 โดยรวบรวมข้อมูลจาก MAT CMO COUNCIL เครือข่ายผู้บริหารระดับสูงในองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยการตลาดจำนวน 111 ท่าน

ภาพรวมเศรษฐกิจและปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตลาดไทยในปี 2025

จากผลสำรวจพบว่า 55% ของผู้บริหารมองว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2025 จะไม่เติบโต และโดยรวมผู้บริหารระดับสูงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะเจริญเติบโตเพียง 1.65% ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวน ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในภาพรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการตลาดไทยมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เศรษฐกิจโลก ตามด้วยการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล และความต้องการของผู้บริโภค นอกจากนั้นผู้บริหารถึง 77.6% เห็นว่าปีนี้จะไม่เพิ่มงบประมาณการตลาด โดยจะมุ่งเน้นการใช้งบไปในด้าน Content Platform เป็นหลัก ควบคู่ไปกับ Commerce Platform ซึ่งสมาคมฯ เน้นย้ำว่าการใช้งบประมาณการตลาดต้องทำ Content และ Commerce ไปพร้อมๆ กันเนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคเสพ Contentไปพร้อมๆ กับการจับจ่ายซื้อสินค้าออนไลน์ผ่าน Commerce Platforms ต่างๆ

นอกจากนี้ ผู้บริหารมองว่าผู้บริโภคในปี 2025 จะให้ความสำคัญกับ 3 ประเด็นหลักได้แก่ สุขภาพ เทคโนโลยีดิจิทัล คุณภาพของสินค้าและบริการตามลำดับ

สำหรับหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในปี 2025 สมาคมฯ สรุปคาถาการตลาดออกมาในแนวคิด “ABCD” ประกอบด้วย

l AI : ใช้ปัญญาประดิษฐ์ AI ยกระดับ Customer Experience ผ่านการใช้ปัญญาประดิษฐ์และ Personalized Marketing สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าและคู่ค้า

l Balance : ช้า-เร็ว ระวังหลัง สร้างสมดุลระหว่างความรวดเร็วและความรอบคอบในการดำเนินกลยุทธ์และลงทุนกับการจัดการความเสี่ยง ทั้งนี้ต้องเร็วและอยู่บนความเข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง

l Clear : ชัดเจน ไม่สะเปะสะปะวางแผนการใช้งบการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่หว่าน

l Data : ชิงชัยด้วยข้อมูล เก็บ วิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีคุณภาพ เพื่อสร้างความผูกพันทางอารมณ์และความรู้สึกกับลูกค้า เพื่อที่ลูกค้าจะได้รู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจเขาอย่างแท้จริง

มุมมองด้าน 3P : People, Planet, Profit

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจจากการสำรวจคือความสำคัญของ 3P สิ่งที่นักการตลาดและผู้บริหารให้ความสำคัญขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในปี 2025 คือ “Profit” หรือผลกำไร รองลงมาคือ “People” สังคม ชุมชน และลูกค้า ซึ่งลดลงมาจากอันดับ 1 เมื่อปีก่อน และสุดท้ายคือ “Planet” สิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยย้ำว่าการตลาดในปี 2025 นั้นไม่ง่าย เพราะต้องการทั้งความยืดหยุ่น ความพร้อมรับมือ ความชัดเจน การปรับตัวอย่างรวดเร็ว แต่ระมัดระวัง เพื่อสร้างความได้เปรียบในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง และธุรกิจที่สามารถผสาน 3P เข้าด้วยกันอย่างสมดุลจึงจะมีโอกาสอยู่รอดและเติบโตในระยะยาว

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

กรรมการบริหารสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) คืนพื้นที่ คืนความสุขให้ชุมชนถ้ำผาจม และชุมชนตลาดสายลมจอย อ.แม่สาย จ.เชียงราย

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) คืนพื้นที่ คืนความสุขให้ชุมชนถ้ำผาจม และชุมชนตลาดสายลมจอย อ.แม่สาย จ.เชียงราย

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) คืนพื้นที่ คืนความสุขให้ชุมชนถ้ำผาจม และชุมชนตลาดสายลมจอย อ.แม่สาย จ.เชียงราย

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พระพุทธวิชัย เขมิโย และพระรูปสองพระมิ่งขวัญมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย

จากสถานการณ์อุทกภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์จากอิทธิพลของพายุนางิ ที่เกิดขึ้นกับชาวอำเภอแม่สายและชุมชนถ้ำผาจม เมื่อช่วงปลายปี 2567 ที่ผ่านมา ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือน ทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เป็นวงกว้าง และยังต้องเผชิญกับดินโคลนจำนวนมากซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นฟูและการดำรงชีวิตภายหลังน้ำลด ซึ่งในช่วงเกิดอุทกภัยนั้น มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย พร้อมด้วยทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสาปฏิบัติการภัยพิบัติ และเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ต.เกาะขันธ์ จ.นครศรีธรรมราช ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนทั้งในด้านกู้ภัย มอบอาหาร ยา และของใช้ที่จำเป็น ช่วยเหลือทำความสะอาด ซ่อมแซม และฟื้นฟูบ้านเรือน

จนถึงวันนี้ที่เหตุการณ์ได้คลี่คลายจนเข้าสู่สภาวะปกติ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยมี ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิฯ ทำหน้าที่แทนประธานกรรมการมูลนิธิฯ เป็นประธานในพิธี “คืนพื้นที่ คืนความสุขให้ประชาชน” ภายใต้โครงการฟื้นฟูชุมชน บรรเทาทุกข์ บำรุงสุขให้ยั่งยืน โดย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชนได้แก่ หน่วยงานจังหวัดเชียงราย อำเภอแม่สาย เทศบาลตำบลเวียงพางคำ เทศบาลเมืองพะเยา กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย มูลนิธิธรรมนัส มูลนิธิไอแคร์ บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์จำกัด (มหาชน) บริษัทกลุ่มเซ็นทรัล บริษัทเต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด ท่าข้าวสมเกียรติ พร้อมด้วยกรรมการ เจ้าหน้าที่ เครือข่าย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย และประชาชนในพื้นที่ร่วมในงาน เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ชุมชนถ้ำผาจม ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

ภายในงานมีการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระพุทธรูป “พระพุทธวิชัย เขมิโย” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถองค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิฯ พระพุทธรูป “พระพุทธวิชัย เขมิโย” เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวชุมชนถ้ำผาจมในช่วงเกิดอุทกภัยพระพุทธรูปองค์นี้ได้ถูกกระแสน้ำพัดไปทำให้เศียรหักออกจากองค์พระ มูลนิธิฯ จึงขออนุญาตนำพระพุทธรูปมาบูรณะที่กรุงเทพฯ เมื่อบูรณะเรียบร้อยได้นำองค์พระกลับมามอบให้ชุมชนถ้ำผาจมเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธาและสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวแม่สายเหมือนเดิมจากนั้นคณะกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมกันถวายตาลปัตรมูลนิธิฯ ผ้าไตรและจตุปัจจัยไทยธรรมแก่คณะสงฆ์ 9 รูป

พิธีในวันนี้มูลนิธิฯ มอบเงินจำนวน 2,685,000 บาท เพื่อช่วยเหลือชุมชนถ้ำผาจมและตลาดสายลมจอย พร้อมทั้งมอบชุดนักเรียน 2,830 ชุด อุปกรณ์การเรียนการสอนและอุปกรณ์กีฬา ให้กับโรงเรียนในอำเภอแม่สาย จำนวน 10 โรงเรียน นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายมูลนิธิฯ ร่วมมอบอุปกรณ์และของใช้ที่จำเป็น ได้แก่ บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด มอบเสื้อกันหนาว 800 ตัว และกระเป๋านักเรียน 300 ใบ บริษัท เวิร์คพอยท์เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) มอบชุดเครื่องนอน 100 ชุด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด มอบหลังคา60 แผ่น และผนัง 90 แผ่น เพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย อีกด้วย

คณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระพุทธรูป “พระพุทธวิชัย เขมิโย” ถวายเป็นพระราชกุศล

คณะสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์สมโภชพระพุทธรูป “พระพุทธวิชัย เขมิโย” ถวายเป็นพระราชกุศล

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธาน
กรรมการที่ปรึกษามูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิ พล.อ.อ.สมคิด สุขบาง,
ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ, วีระศักดิ์
โควสุรัตน์, สายสม วงศาสุลักษณ์, นฤมล ล้อมทอง, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ,
ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล ร่วมด้วย พล.ต.ท.
รักษ์จิต หม้อมงคล, สันติ สายทิพย์พงษ์, ปาริชาต ธีระศิลป์, มณฑิชา สุขจันทร์ และ ภษกร วัชระประเสริฐ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธาน กรรมการที่ปรึกษามูลนิธิฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิ พล.อ.อ.สมคิด สุขบาง, ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, สายสม วงศาสุลักษณ์, นฤมล ล้อมทอง, ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล ร่วมด้วย พล.ต.ท. รักษ์จิต หม้อมงคล, สันติ สายทิพย์พงษ์, ปาริชาต ธีระศิลป์, มณฑิชา สุขจันทร์ และ ภษกร วัชระประเสริฐ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย กล่าวให้กำลังใจชาวชุมชนถ้ำผาจม และชุมชนตลาดสายลมจอยที่ประสบภัยพิบัติ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย กล่าวให้กำลังใจชาวชุมชนถ้ำผาจม และชุมชนตลาดสายลมจอยที่ประสบภัยพิบัติ

ตัวแทนชุมชนกล่าวขอบคุณมูลนิธิฯ ผ่าน ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ที่ให้การช่วยเหลือจนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง

ตัวแทนชุมชนกล่าวขอบคุณมูลนิธิฯ ผ่าน ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ที่ให้การช่วยเหลือจนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขอีกครั้ง

รองประธานกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิฯ พร้อมด้วยผู้แทนภาคเอกชนภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นทุกข์

รองประธานกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิฯ พร้อมด้วยผู้แทนภาคเอกชนภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นทุกข์

ชาวชุมชนแต่งกายสีสันสดใสด้วยผ้าไทยท้องถิ่นมาร่วมงานคับคั่ง

ชาวชุมชนแต่งกายสีสันสดใสด้วยผ้าไทยท้องถิ่นมาร่วมงานคับคั่ง

รองประธานกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิฯ พร้อมด้วยทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)
อาสาปฏิบัติการภัยพิบัติ และเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชน
เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ต.เกาะขันธ์ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

รองประธานกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิฯ พร้อมด้วยทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสาปฏิบัติการภัยพิบัติ และเครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชน เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ต.เกาะขันธ์ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

คณะกรรมการมูลนิธิฯ และหน่วยงานเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นให้แก่ชาวชุมชนที่มาร่วมงาน

คณะกรรมการมูลนิธิฯ และหน่วยงานเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นให้แก่ชาวชุมชนที่มาร่วมงาน

เกือบเอาชีวิตไม่รอด! ‘อาไท’เล่าวินาทีหนีตายเหตุไฟไหม้บ้าน

เกือบเอาชีวิตไม่รอด! 'อาไท'เล่าวินาทีหนีตายเหตุไฟไหม้บ้าน

เกือบเอาชีวิตไม่รอด! ‘อาไท’เล่าวินาทีหนีตายเหตุไฟไหม้บ้าน

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568, 19.47 น.

สุดระทึก! “อาไท“เล่าวินาทีหนีตายไฟไหม้บ้าน! เผยทำงานหนักจนน็อกเข้าโรงพยาบาลต้องเบรกรับงานเพราะกลัวตาย ?

ตลกหนุ่มอารมณ์ดี อาไท กลมกิ๊ก เล่าเหตุการณ์สุดระทึกไฟไหม้บ้านเกือบเอาชีวิตไม่รอด เผยทำงานหนักแทบไม่ได้พัก จนน็อกคากองถ่ายต้องห้ามส่งโรงพยาบาลเป็นเหตุให้เบรกรับงานร่วม 2 เดือน เพราะกลัวตาย ! อัพเดทสถานะหัวใจที่ตอนนี้ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับนักร้องรุ่นพี่ลดสถานะเหลือแค่พี่น้อง ทุกประเด็นผ่านรายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกร 

ปลายปีที่แล้วบ้านไฟไหม้ เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ?

อาไท : ฉลองคริสมาสต์เลยวันที่ 25 ผมชาร์ตพัดลมปิ๊กนิกที่เราเอาไปกางเต้นท์ไว้ ผมชาร์ตตอนประมาณตี 4 ครึ่งเพราะว่าผมขึ้นห้องนอนตอน 4 ครึ่ง แล้วก็ตอนประมาณ 6 โมงนิดๆผมได้ยินเสียงปังเหมือนคนทะเลาะกัน ผ่านไป 2-3 นาทีตะหงิดเพราะเสียงดังมากก็เลยเปิดประตูออกไปจะลงไปชั้นล่างเราเห็นมีควันอ่อนๆแล้ว มีกลิ่นไหม้แล้ว ไม่ใช่แล้ว ผมเลยปิดประตุโทรหาแม่ แม่อยู่ห้องข้างๆ แม่ผมเพิ่งมาจากสกลนคร แม่ตื่นต้องออกจากบ้านตอนนี้เลย ผมก็เก็บของใส่กระเป๋าเปิดประตูรอบที่ 2 ควันตีหน้าเลย ควันดำ มันมองอะไรไม่เห็นเลย ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากเลย 

แล้วยังไงต่อ ?

อาไท : ผมก็ไปอยู่หัวบันได บอกให้แม่รออยู๋ตรงนี้ก่อน แต่จังหวะนั้นควันมันตีมองไม่เห็นแล้ว ผมก็เปิดแฟลชก้มต่ำเดินลงไปข้างล่างจะไปดูว่าไฟมันใหญ่แค่ไหน ถ้าใหญ่มากจนถึงประตูจะบอกแม่อย่าลงมาเพราะมันออกไม่ได้ผมลงไปดูก่อน ลงไปจังหวะแรกร้อนผ่าวเลย เราเห็นลู่วิ่งเรามันละลายหยดลงมาแต่โชคดียังไม่ถึงประตู เลยบอกแม่ให้ลงมา แม่ต้องหมอบเพราะควันมันอยู่ข้างบน พอทุกคนรอดผมก็ไปบอกพ่อ 

ตอนนั้นพ่ออยู่ไหน ?

อาไท : พ่อผมเตรียมกล้องจะไลฟ์สดอยู่นะตอนนั้น พ่อผมชอบไลฟ์สดตอนเช้า พออยู่ในบ้านอยู่อีกหลังนึง หลังข้างๆเป็นของผม ด้วยความตกใจหาสายยางไม่เจอ ผมจะมีน้ำแพ็คไว้เยอะๆ พ่อผมก็ไปยกมาเปิดแล้วก็สาด 4 แพ็คไม่มีผลอะไรเลย มีแต่น้ำนองพื้น ไฟมันลุกไม่หยุด

แล้วคุมสถานการณ์นั้นได้ยังไง ?

อาไท : พี่ รปภ ขับรถเขาเอาถังดับเพลิงมาให้ แล้วก็พี่เพื่อนบ้านน่ารักมากวิ่งมาจากอีกซอยนึงแล้วเอาถังดับเพลิงมาให้แล้วเขาบอกว่าเอาไว้ก่อนเลยครับเดี๋ยวผมต้องไปส่งลูกก่อน เขาน่ารักมาก พี่ รปภ ก็เข้าไปกดถังดับเพลงประมาณปื้ดสองปื้ดเขาบอกว่าพี่หมดแล้วสงสัยไม่ได้ใช้นาน ก็เลยเปลี่ยนถังเอาถังของเพื่อนบ้านจังหวะนั้นน้องที่ดูแลแม่ผมวิ่งเอาน้ำเข้าไปสาดพี่ รปภ ก็เดินตามไปกดเต็มเลยปื้ด ไอ้นั่นบอกว่าพี่ๆหลังผมๆเต็มหลังน้องผมเลย จังหวะมันชุลมันมันตลกจริงๆ แต่จังหวะนั้นเราไม่ฮาหรอก แต่ว่ามาเล่าแล้วมันฮา 

ตอนนี้บ้านรีโนเวทเสร็จรึยัง ?

อาไท : ตอนนี้ทาสีแล้วเปลี่ยนฝ้าแล้วที่เหลือมีเปลี่ยนพื้นที่เหลือยังไม่ได้ทำ

สาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้เกิดจากพัดลม เราไปซื้อไปเอามาจากไหน ?

อาไท : นำเข้าจากต่างประเทศแต่เราไม่ระบุประเทศนะเดี๋ยวเขาฟ้องร้องสั่งออนไลน์มา ราคาหลักร้อยหรือไม่ก็พันนิดๆ 

อาไทแชร์นิดนึงว่าเราควรซื้อของที่แพงแต่มีคุณภาพดีกว่ามั้ยหรือว่าของถูกแล้วก็ไปลุ้นเอา ?

อาไท : จะเสียตังค์แล้วก็ซื้อของที่มีคุณภาพเลยดีกว่า เราเข้าใจบางคนทุนทรัพย์ไม่ได้จริงๆระวังเอา ชาร์จเมื่ออยู่ถ้าไม่อยู่ก็อย่าชาร์จ อย่างน้อยถ้ามันจะเบิ้มถ้าเราอยู่ก็ยังควบคุมได้ไวก็ยังโอเคดีกว่า 

เห็นว่าหลังจากนั้นติดต่อเป็นพรีเซ็นเตอร์ จริงหรอ ?

อาไท : จริงครับ DM มาหาผม ผมจะมีไลน์รับงาน อยากให้อาไททำคลิปรีวิวเครื่องปั๊มน้ำ ที่ฉีดน้ำแรงดัน ผมก็ต้องดูก่อน ก่อนจะรับงานอะไรก็ต้องดูก่อนเสมอ ผมก็กดเข้าไปดูนี่แบรนด์เดียวกับพัดลมที่ไหม้เลยนี่หว่า หลังจากบ้านผมไฟไหม้ติดต่อมาเลย ผมจะรับดีมั้ยเพราะผมก็ไหม้จากอันนี้ แต่ก็ไม่ได้รับครับ 

เหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนี้ช่วยเตือนสติอะไรเราบ้าง ?

อาไท : ต้องมีถังดับเพลิงอันนี้สำคัญมาก ผมพูดกับทุกคนเลยว่าหลังจากผมมีประสบการณ์แล้วที่ผ่านมาเอาตรงๆผมดื้อมาก พ่อผมบอกว่าเราควรมีมั้ย ผมบอกว่าบ้านเก่ามีไม่เคยได้แตะต้องเลย รู้สึกว่าไม่ต้องมีก็ได้ ผมก็เลยไม่ซื้อ

เรื่องราวความรักตอนนี้มีความรักครั้งใหม่แล้ว ?

 อาไท : เกือบจะมีตอนนี้ก็ไม่มีแล้ว แค่เกือบๆ 

ก่อนหน้านี้แต่งเพลงแล้วก็ให้กับสาวคนหนึ่ง สาวรุ่นพี่นักร้อง ?

อาไท : ใช่ครับ ผมแต่งเพลงแล้วก็ปล่อยเพลง พี่ๆตลกทั้งหลายก็โทรมาบอกว่าจะปล่อยเพลงกลัวกระแสเงียบเลยเผาบ้านตัวเองหรอ เขาโทรมาอำผม 

ชื่อเพลงว่าอะไร ?

อาไท : ชื่อเพลงว่าพี่คำเดียวเลย 

แต่งเพลงนี้แล้วส่งไปให้เขาฟังเขาว่ายังไงบ้าง ?

อาไท : เขาชอบมาก ผมก็บอกเลยว่าตอนที่เรายังคุยกัน จริงๆเพลงนี้เป็นเพลงของเขานะผมก็บอกเขาเลยเขาก็ชอบฟัง เขาก็ฟังอยู่ทุกวันนี้นะ 

สรุปยังคุยกันอยู่ ?

อาไท : ตอนนั้นเราคุยกันดีมาก แต่ว่าด้วยอะไรหลายๆอย่างก็เลยตัดสินใจ งั้นเราก็เป็นพี่น้องกันเหมือนเดิมดีกว่า ทุกวันนี้ก็ยังคุยกันได้เป็นพี่น้องที่ดีต่อกันมากๆ 

พี่คนนั้นคือ ?

อาไท : อยู่ในแวดวงเราเนี่ยแหละ

บางคนเม้าท์ว่าจริงๆแล้วไม่มีตัวตันทำคอนเท้นท์เฉยๆ ?

อาไท : ผมดูเป็นคนเพ้อเจ้อได้ขนาดนั้นเลยหรอ แต่ที่มาเพลงนี้มันเริ่มจากการที่ผมคุยกับเขาแล้วเราก็รู้สึกว่า เราอยากแต่งเพลงให้เขาจังเลย ผมก็เลยเขียนเนื้อเพลงตามที่ตัวเองคิด แล้วผมรู้จักกับพี่ตูน Three  Man Down อยู่แล้ว ก็เลยไปนั่งเล่าให้พี่ตูนฟัง เขาก็บอกว่าเดี๋ยวพี่ทำให้ เขาก็เอาเนื้อไปแก้ทำดนตรี แล้วที่ตั้งชื่อเพลงว่าพี่เพราะ Three Man Down เคยปล่อยเพลงที่ชื่อว่าน้อง แต่อันนั้นเขาชอบเด็กของผมชอบผู้ใหญ่เหมือนเป็นเพลงล้อกัน แล้วพี่ตูนบอกว่าชอบมากเพลงนี้อยากเอาให้เป็นของ Three Man Down เองด้วย มันดีมากพอทำเสร็จแล้ว ขอบคุณพี่ตูน Three Man Down ทีทำให้ 

หนุ่มคนนี้จะมีประโยคนึงเกี่ยวกับเรื่องของความรักที่บอกว่าชีวิตของอาไทผู้หญิงนำทาง ตอนนี้ยังเป็นอยู่มั้ย ?

อาไท : (หัวเราะ) ถ้าผมมีความรักจะจริงจังมาก ถ้าว่าจะให้เขานำก็ได้ เป็นพวกชอบตามมากกว่า เวลามีความรักผมจะตามใจตามทุกอย่าง 

ตอนนี้สเปคเหมือนเดิมมั้ย ?

อาไท : ตอนนี้กลายเป็นผมไม่ได้เอาหน้าตาเป็นหลักแล้ว ผมชอบคนที่เราคุยกันรู้เรื่อง คุยกันได้ทุกเรื่อง มีมุมมองที่คล้ายกัน เป้าหมายคล้ายกัน ส่วนหน้าตาก็เป็นรองแล้ว 

ตอนนี้มีคนคุยหรือยัง ?

อาไท : เพิ่งเลิกคุยไปก็เลยยังหาใหม่ไม่ทัน

งานเยอะมาก แต่มีช่วงนึงหายหน้าหายตาไป ?

อาไท : ใช่ครับ เมื่อไม่นานนี้เองครับ พักเบรคแต่ไม่ถึงกับขั้นประกาศนะครับ 

เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตถึงต้องพักเบรค ?

อาไท : ตอนนั้นผมถ่ายหนังสองเรื่องแล้วถ่ายพร้อมกัน เปิดกล้องพร้อมกัน ปิดกล้องพร้อมกัน แล้วด้วยความที่ผมเป็นคนจัดการตัวเอง ดูคิวเองหมดเลย ผมยกให้อีกเรื่องนึง 2 เดือน ส่วนอีกเรื่องนึงเขาขอสลอตที่ว่างผมเลยเอาสลอตที่ว่างทั้งหมดให้เขาหมดเลย ก็เลยกลายเป็นเต็มหมดเลย มีทั้งรายการประจำและรายการที่ทำอยู่ มันเลยกลายเป็นทุกวันผมไม่มีวันว่างเลย เป็นแบบนี้อยู่ 2 เดือนเต็มๆ มันกลายเป็นผมนอน 3 ชั่วโมงเพราะอีกอันเป็นหนังผีมันจะถ่ายดึก พอถ่ายดึกกลางคืนแล้วมาเช้าอันนี้ มันเลยกลายเป็นนอนน้อยมาก นอน 3-4 ชั่วโมงติดต่อกัน มีช่วงนึงตอนถ่ายผมวูบ กำลังกลับบ้านผมอยู่ดีๆก็เวียนหัวหน้ามืดเลยบอกให้พี่ชายผมเข้าโรงพยาบาลเลยไปแอดมิทเลย หมอก็บอกว่าถ้าอาการดีขึ้นค่อยกลับแอดมิทซักคืน พอผมแอดมิทปั๊ปผมบอกหมอแต่ 8 โมงผมต้องออกแล้วนะ ผมเข้าไปประมาณ 5 ทุ่ม ผมต้องไปถ่ายหนังต่อที่อยุธยา หมอบอกว่าไม่อยากให้ออกต้องพักก่อน ผมบอกว่าต้องออกแล้วถอดน้ำเกลือให้ผมหน่อย หมอก็เลยยอมเพราะผมดื้อมาก ผมก็เปลี่ยนเสื้อที่โรงพยาบาลไปถ่ายหนังต่อไม่เข้าบ้านด้วย รอบแรกก็เป็นอย่างนี้ 

แล้วรอบที่ 2 ?

อาไท : รอบที่สองหนักครับ อันนี้เริ่มอาเจียนแล้ว รอบแรกกับรอบสองห่างกันประมาณ 3 อาทิตย์ อันนี้อาเจียน เวียนหัว หน้ามืด ซม อยู่ที่กองถ่ายด้วยถ่ายที่ต่างจังหวัดด้วย อาเจียนหลายรอบด้วย จนเขาต้องส่งตัวไปโรงพยาบาลเพราะผมดื้อจะไม่ไปเดี๋ยวผมก็ดีขึ้น ไปโรงพยาบาลหมอบอกว่าอาการไม่ดีก็ให้น้ำเกลือ บอกหมอว่าอันนี้เป็นคิวปิดกล้องแล้ว มันฉากสุดท้ายแล้ว ผมเล่นมาตลอดแล้วจะไม่ให้ผมกลับไปถ่ายไม่ได้ เพราะกองถ่ายบอกว่าไม่ต้องกลับไปแล้วพักเลยฉากนี้เปลี่ยนได้ ผมบอกพี่ผมเล่นมาทั้งเรื่องแล้ว แล้วฉากนี้ต้องเป็นผมด้วย เลยบอกหมอว่าผมมีเวลาให้หมอ 1 ชั่วโมง ทำยังไงก็ได้ให้ผมหายแล้วกลับไปถ่ายให้ทัน งั้นต้องเจาะสองฝั่งนะ อีกฝั่งนำ้เกลืออีกฝั่งยา แล้วก็กลับไปถ่ายอีก

ฟังดูก็งานเยอะแล้วทำไมหยุดรับงาน ?

อาไท : กลัวตายครับ พอหลังจากเราปิดกล้อง 2 เรื่องพร้อมกัน ผมก็เลยบอกกับที่บ้านว่าผมขออนุญาตทำตัวเสเพล 1 เดือน ทำแต่งานประจำที่ล็อคไว้อยู่แล้วหรืองานอะไรที่เรารับไว้ก่อนหน้าเราทำ ละครเราขอยังไม่รับ มีละครติดต่อมาก็เลยยังไม่ได้รับ ตอนนั้นติดต่อมาละคร 2 หนัง 1 ผมขอโทษนะครับที่ผมบอกว่าผมคิวไม่ว่าง ถ้านิสัยตัวจริงๆของผมคือถ้างานอะไรที่ผมรับแล้วผมทำได้เต็มที่ผมรับ แต่ถ้างานอะไรที่ผมรับแล้วผมรู้สึกว่าผมไม่เต็มที่หรือทำออกมาได้ไม่ดีหรือร่างกายผมไม่พร้อมผมจะไม่รับ เงินผมอยากได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเราไปเอาตังค์เขาแล้วเหมือนไปเอาเปรียบเขา แล้วตัวเองทำออกมาได้ไม่ดี ไปง่วง ก็ขอไม่รับดีกว่า 

ก็เลยเบรคไป 1 เดือน ?

อาไท : ขออนุญาตครอบครัวเดือนนึงครับ แต่เดือนที่สองมันลาม 

ในการเบรคครั้งนี้เห็นบอกว่าใช้เงินไปกับการเสเพลไปเที่ยวทั้งในไทยแล้วก็ต่างประเทศหลักล้าน ?

อาไท : เกือบๆ ไม่ล้านหรอก แต่ 2 เดือนนั้นก็ขออนุญาตที่บ้านแล้ว เราก็ไม่ได้ทำให้ที่บ้านเดือดร้อน เราก็ขอใช้ชีวิตซักหน่อยนึงให้เราได้ชาร์จแบตร่างกายตัวเองเพื่อให้เราได้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ติดลมไป 2 เดือน แล้วคัมแบ็คกลับมายังไง ?

อาไท : พี่ชายที่น่ารักทั้ง 2 คน คุณแจ็ค แฟนฉันแล้วก็คุณนิกกี้ ณฉัตร ครับ พี่แจ็ค แฟนฉันมาพูดจริงจังกับผมเลย น้องต้องทำงานนะหยุดไม่ได้นะ นิกกี้ บอกว่าน้องต้องทำงาน ทั้งๆที่ผมเรียนแบบเขานะไอ้ที่ผมหยุดใช้ชีวิตใช้ตังค์ผมทำเหมือนเขาเลยนะ แต่เขามาบอกผมว่าน้องต้องทำงานนะ ผมก็ครับพี่ ก็เลยกลับมารับปกติ

แจ็ค : ตอนนั้นน้องอาไทมาปรึกษาผมเกี่ยวกับการไม่รับงานก็ให้คำแนะนำว่าบางทีอยากให้อาไทรับงานเยอะๆ จะได้มีงานมีเงินดูแลครอบครัว ทุกวันนี้งานมันหายาก ก็เลยอยากจะให้อาไทเปลี่ยนความคิดตัวเองใหม่เพื่อจะได้มีเงินเก็บเยอะๆ ในวันข้างหน้าเราไม่รู้ว่าอาชีพต่างๆมันจะเป็นยังไง ยังไงก็เป็นห่วงอาไท 

อาไท : พี่ชายผมน่ารักมากวันที่บ้านผมไฟไหม้เขาโทรมา น้องเดือดร้อนอะไรบอกพี่ ที่เขาบอกผมเพราะของที่บ้านผมส่วนมากเขาให้ผมมา เขากลัวว่าของที่ไหม้มาจากบ้านเขา เขาเลยจะแสดงความรับผิดชอบ 

มีคนเม้าท์ว่าเดี๋ยวนี้กลายเป็นตกติดหล่อไปแล้ว จะแก้ข่าวว่ายังไง ?

อาไท : ความหล่อมาติดผมเองครับ จริงๆไม่ใช่เลย คำว่าติดหล่อคือพี่ๆเขาชอบอำ แต่จริงๆแล้วคือผมเป็นคนขี้เขิน ผมเป็นตลกตั้งแต่เด็กเล่นบนเวทีอะไรได้หมดเลย แต่ถ้าตัวจริงๆแล้วผมเป็นคนขี้เขิน แต่ถ้าเป็นงานเราทำได้ พอในรายการโดนอำต่อหน้าผู้หญิงผมจะแสดงตัวไม่ถูกไม่รู้จะทำตัวยังไง ผมก็จะกึ๊กๆกั๊กๆ เขาก็จะอำว่าเดี๋ยวติดหล่อซะแล้ว อำเล่นไม่ได้แล้ว 

หล่อขึ้นเพราะไปมูหรือเปล่า ?

อาไท : ส่วนมากผมจะมูที่บ้านตัวเอง ด้วยความเป็นตลก 2 อ่ยางหลักๆก็จะเป็นพ่อแก่กับพระพิฆเนศ 

เราขอยังไงเวลาขอ ?

อาไท : ผมท่องบทสวดไม่เป็นเวลาผมขอเหมือนขอญาติผู้ใหญ่ ผมจะเดินเข้าไปแล้วบอกว่าสมมติงานนี้ 7 วันมีวันว่างอยู่วันนึง วันดีคืนดีผมก็จะเดินเข้าไปในห้องพระแล้วก็บอกว่าพ่อว่างอยู่วันนึงขอได้มั้ยให้งานมันลงวันนี้อยากทำงานเต็มอาทิตย์ ขอนะพ่อนะ ก็จะลงวันนั้นพอดี 

อายุ 23 คิดจะเกษียณแล้ว ?

อาไท : ยังครับ วางแผนเกษียณเฉยๆครับ เคยตั้งเป้าว่าอยากเกษียณ 40 ครับ ที่ตั้งเป้าเกษียณผมจะได้ใช้ชีวิตได้ถูกต้อง ผมตั้งเป้าเกษียณ 40 ตั้งเป้าว่าจะตาย 80 แล้วผมก็จะคำนวนว่า 40 ปีนี้จะใช้เงินทั้งหมดเท่าไหร่ มีเวลาหาเท่านี้ แต่คำว่าเกษียณไม่ได้แปลว่าจะหยุดทำงานนะ ลุงรงค์ 60 ยังทำงานอยู่เลย ผมหยุดทำงานไม่ได้หรอก แต่แค่คงจะทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบแล้ว เอาความสนุกเข้าว่าไม่ได้ทำงานทุกอย่างขนาดนั้น 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ภาคต่อมาแล้ว! เจ้าหญิงเมืองเวียดสร้างอวตารตามส่องเมียหลวงไม่หยุด

ภาคต่อมาแล้ว! เจ้าหญิงเมืองเวียดสร้างอวตารตามส่องเมียหลวงไม่หยุด

ภาคต่อมาแล้ว! เจ้าหญิงเมืองเวียดสร้างอวตารตามส่องเมียหลวงไม่หยุด

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568, 18.34 น.

หลังจากที่เพจบันเทิงดัง เจ๊มอย 108 เล่านิทานเจ้าหญิงเมืองเวียด ที่เคยมีข่าวกับเจ้าชายเมืองหนึ่งจนทำเขาเลิกเมีย ล่าสุดยุ่งผัวชาวบ้านอีกแล้ว คราวนี้ยั่วลูกเจ้าพระยา จนเมียจับได้ครั้งแล้วครั้งเล่า จะหย่าก็สงสารลูก สุดท้ายให้ผู้ชายไปเคลียร์ให้จบ แต่เจ้าหญิงก็มารยาตามตื้อ พอลูกเจ้าพระยาดูไม่ใส่ใจ เจ้าหญิงก็ทำเศร้า บอกจะปล่อยไป แต่สุดท้ายมูฟออนเป็นวงกลม

ล่าสุด เจ๊มอย 108 โพสต์ข้อความเล่านิทานภาคต่อของเจ้าหญิงเวียดว่า “ภาคต่อเจ้าหญิงเวียด.. ทำแอคเคาท์อีกอันมาส่องชีวิตเมียหลวง.. ขนลุกจังเลยเว้ย!! #อิพิมเมียลุงป้อม”

หลังจากนั้นเพจบันเทิงดัง อีป้าข้างบ้าน ก็ได้อัดคลิปเล่าถึงภาคต่อของเจ้าหญิงเมืองเวียดไว้ว่า เรื่องข่าวเจ้าหญิงเมืองเวียดตอนนี้ลูกเจ้าพระยานาหมื่นเขารู้แล้ว เหมือนจะสำนึกดี เขาก็เริ่มมาทำดีกับเมียกับลูก ส่วนเจ้าหญิงเวียดจากอาทิตย์ที่แล้วที่บินกลับไปประเทศตัวเอง เหมือนตอนนี้จะบินกลับมาไทยแล้ว

มาทางด้านฝั่งเมียหลวง หลังจากจัดการเคลียร์ผัวแล้ว นางก็ใช้ชีวิตเลิศๆ สวยๆ ขอลงรูปครอบครัว และลงรูปกิจกรรมกับครอบครัวลงในไอจีสตอรี่ แต่พอเข้าไปดูว่าใครเข้ามาดูติดตามบ้าง มีแอคเคาท์หนึ่งที่เมียหลวงรู้สึกว่าน่าจะเป็นเจ้าหญิงเวียดแน่เลย เพราะใช้ชื่อผัวเลิฟกับเจ้าหญิงเวียด และแอคเคาท์ปลอมนี้มาส่องเมียหลวงฉ่ำมาก

พอเป็นข่าวในเพจเจ๊มอยกับเพจอีป้าก็เปลี่ยนชื่อแล้วแอคเคาท์นั้น บางคนก็อาจจะสงสัยว่าทำไมไม่ใช่แอคเคาท์ตัวเองมาส่อง เพราะไอจีเจ้าหญิงเวียดบล็อกเมียหลวงไปแล้ว เพราะมีช่วงนึงที่เมียหลวงเคยโทรไปด่าและแชตไปสั่งสอน ประมาณอย่ายุ่งกับผัวชาวบ้าน จนเจ้าหญิงเวียดต้องบล็อกไอจี แต่ก็ยังโนสนโนแคร์ สร้างอวตารมาส่อง

ตอนนี้ไม่ว่าจะเพื่อนหรือคนรอบข้างก็สงสัยทำไมลูกพระยานาหมื่นหลงเจ้าหญิงเวียดเหลือเกิน ทั้งที่เมียเขาสวยเลิศโปรไฟล์ดี และมีลูกน่ารักมาก เขาก็คิดว่าลูกพระยาโดนของหรือเปล่า ซึ่งทางน้ันเขาเชื่อ ก็เลยให้ลูกพระยานาหมื่นไปอาบน้ำมนต์มาแล้วช่วงก่อนปีใหม่ ไม่รู้จะสลัดเจ้าหญิงเวียดได้หรือเปล่า

พูดถึงเรื่องโดนของ จำได้หรือเปล่าตอนที่เจ้าชายอสูรหลงเจ้าหญิงเวียดมากๆ จนเลิกกับเมีย เจ้าหญิงเวียดจะไปไหนเขาก็ตามไปทั่ว ตอนนั้นก็มีข่าวเหมือนว่าเขาโดนของเหมือนกัน หน้าคล้ำตาดำมาก จริงๆ มันก็คล้ายกรณีลูกพระยานาหมื่นพันล้านคนนี้เหมือนกัน

หนุ่มๆตั้งตารอ! ‘เบียร์ เดอะวอยซ์’เตรียมเปิดช่อง Only fans ลั่นใครจะซัพก็ซัพ

หนุ่มๆตั้งตารอ! 'เบียร์ เดอะวอยซ์'เตรียมเปิดช่อง Only fans ลั่นใครจะซัพก็ซัพ

หนุ่มๆตั้งตารอ! ‘เบียร์ เดอะวอยซ์’เตรียมเปิดช่อง Only fans ลั่นใครจะซัพก็ซัพ

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.39 น.

สร้างความฮือฮาไม่น้อย เมื่อล่าสุด นักร้องสาว “เบียร์ เดอะวอยซ์” ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Bizcuitbeer คล้ายมีแพลนว่าจะเปิด OnlyFans โดยย้ายคอนเทนต์แนวเซ็กซี่ไปไว้ในช่องทางดังกล่าว ใครจะซัพก็ซัพ แต่จะเสิร์ฟคอนเทนต์ตามใจตนเองเป็นส่วนใหญ่ โดยข้อความทั้งหมดมีดังนี้

“ถ้าพูดถึง OnlyFans มันไม่จำเป็นต้องทำ คอนเทนต์เกี่ยวกับ sex เสมอไป มันทำอะไรก็ได้ กินข้าว ถ่ายรูป สอนนู่นนี่

ทั้งนี้เมื่อตามไปส่องโพสต์ก่อนหน้าของ เบียร์ เดอะวอยซ์ ก็พบว่า เจ้าตัวได้โพสต์ระบายเกี่ยวกับระบบของอินสตาแกรม ที่ติดเงินตนเองกว่า 3 แสนบาท เนื่องจากช่วงหลัง ๆ ระบบเริ่มแจ้งว่าจ่ายเงินไม่สำเร็จ แม้ติดต่อซัพพอร์ตแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน ทั้งที่เก็บเงินจากสมาชิกที่ซัพ แต่ไม่ยอมจ่ายเงินให้ครีเอเตอร์ ตนเองก็ไม่ไหว

โดยหลังจากที่ เบียร์ เดอะวอยซ์ โพสต์เกี่ยวกับแพลนทำ OnlyFans ไป เจ้าตัวก็ได้รับการติดต่อจากทีมของ Meta จึงมาอัปเดตในคอมเมนต์ว่า “อัปเดตนะคะ ตอนนี้ทางทีม PR Agency Meta ของไทย ได้ติดต่อเบียร์เพื่อขอประสานงานโดยตรงแล้วนะคะ เป็นอย่างไรต่อไปจะมาอัปเดตค่ะ”

ต่อมาสาวเบียร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงเพิ่มเติมหลังเกิดดราม่าชาวเน็ตวิจารณ์ว่าหากไม่ลงคอนเทนต์ 18+ จะแพ้คนที่เปิด OnlyFans เหมือนกันว่า “ทำไมวะ แค่แทนที่จะลงให้ดูฟรีๆ แต่ไปลงแบบเสียตังค์แทน มันจะอะไรนักหนา มันเป็นวิธีที่ฉลาดกว่าด้วยซ้ำ พวกไม่มีปัญญาจ่าย ก็จะมาบ่นๆๆๆๆ ไอพวกที่มาเม้นว่า การแข่งขันสูงบลาๆ คือมึงไม่ได้อ่านโพสต์หรอวะ ว่ากุจะทำตามใจตัวเอง ใครจะซัพก็ซัพ ไม่ซัพกุไม่ได้ไปบังคับนิ ชัดเจนเลยนะ

ไม่ได้จะไปทำแข่งกับใคร ทำให้คนที่ชอบกุดู กุให้ดูแค่ไหนก็แค่นั้น มีแค่ไหนก็แค่นั้น ไม่ต้องมาทำนายอนาคต เพราะถ้าเป็นแฟนคลับจริง นี่ทำมาตั้งแต่ Subscribtion ของ Instagram แล้วค่ะ แต่พักหลังมีปัญหา และ Subscribtion ของ ig มีการกำหนดขอบเขตความ sexy ที่ละเอียดอ่อนกว่ามาก แต่ข้อดีคือ เบียร์สามารถแชทพูดคุยและได้ใกล้ชิดมากกว่า แต่รูปที่เบียร์จะทำหรือจะลง มันคือ passion ส่วนตัวด้วย สิ่งเหล่านี้ก็เป็นงานศิลปะเหมือนกัน ซึ่งหมายถึงมันเป็นเรื่องของรสนิยม มันเปรียบเทียบคุณค่ากันไม่ได้หรอกค่ะ

ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกอ่านหนังสือไม่เกิน 3 บรรทัด แต่เสนอหน้าอยากจะแสดงความคิดเห็น คนที่ศึกษาความรู้ด้วยตัวเอง กับคนที่รอสื่อไร้จรรยาบรรณคอยป้อนข้อมูลตลอดเวลา ความกว้างไกลของทัศนคติ และสิ่งที่สะท้อนตัวตนออกมามันต่างกันค่ะ”

เดือดเต็มพิกัด ‘ช่อง 7HD’ เปิดศึกมวยมัน 3 เวที

เดือดเต็มพิกัด 'ช่อง 7HD' เปิดศึกมวยมัน 3 เวที

เดือดเต็มพิกัด ‘ช่อง 7HD’ เปิดศึกมวยมัน 3 เวที

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.29 น.

มันสะใจไม่ยั้ง “ช่อง 7HD” จัดโปรแกรมมวยเดือด วันศุกร์พบกับ “ONE ลุมพินี 94” คู่เอก ผึ้งหลวง บ้านแรมบ้า” อาสาดับซ่า “อาคีฟ กูลูซาดา” ด้านคู่เอกภาคอินเตอร์ “โอทิส แว็กฮอร์น” ดวลกับ “เป็นต่อ เอสพี.กันสาดแป๊ะมีนบุรี ขณะที่วันเสาร์มันต่อเนื่องกับ “Fairtex Fight มวยมันพันธุ์ EXTREME” และวันอาทิตย์ “มวยไทย 7 สี” ส่งคู่เอก “ฉัตรพลอยส.พูลสวัสดิ์” ปะทะ “ปานเทพ เอกเมืองนนท์” 

เดือดรับศักราชใหม่ ONE ลุมพินี 93 ที่ระเบิดความมันไปเมื่อวันศุกร์ที่ 10 มกราคม ที่ผ่านมา โดนใจคอมวยสุด ๆรามาดาน ออนดาช ชนะคะแนนเอกฉันท์ ก้องชัย ไฉนดอนเมือง เก็บชัย 3 ไฟต์รวด เปิดศักราชใหม่กวาดเรตติง 4.5(MALE 15+) ยอดคนดูสดออนไลน์พุ่งถึง 1.6 ล้านวิว สัปดาห์นี้พร้อมลุย ! ช่อง 7HD เอาใจแฟนกำปั้น ขนทัพมวยมันลงจอ เริ่มด้วย วันศุกร์ที่ 17 มกราคมนี้ กับศึก ONE ลุมพินี 94 นำโดยคู่เอก ผึ้งหลวง บ้านแรมบ้า มวยบู๊ถึงใจ จากอุบลราชธานี อาสาดับซ่า อาคีฟ กูลูซาดา ตัวตึงจากอาเซอร์ไบจาน ด้านคู่เอกอินเตอร์ โอทิส แว็กฮอร์น นักชกเชิงสวย จากอังกฤษ ปะทะ เป็นต่อ เอสพี.กันสาดแป๊ะมีนบุรี กำปั้นอาวุธแน่น จากสุราษฎร์ธานี ร่วมด้วยคู่มวยมันอีกมากมาย ใครจะเป็นผู้ชนะ ใครจะได้ไปต่อในเส้นทางระดับโลกตามเชียร์พร้อมกัน

ร่วมติดตามชมถ่ายทอดสดจาก สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) แบบ Full HD ทางช่อง 7HD กด 35 สดออนไลน์ทาง BUGABOO.TV  ตั้งแต่เวลา 20.30 น. นอกจากนี้คอกีฬาสามารถเกาะติด LIVE-Streaming ตั้งแต่เวลา 19.30 น.ทาง Facebook : Ch7HD / Ch7HD News / Ch7HD Sports และ YouTube : Ch7HD  สามารถจองบัตรเข้าชมมวยที่สนามล่วงหน้าได้ทาง www.thaiticketmajor.com

 จากนั้น วันเสาร์ที่ 18 มกราคมนี้ พบกับ Fairtex Fight มวยมันพันธุ์ EXTREME เกมการต่อสู้สุดร้อนแรงบนเวทีสนามมวยลุมพินี (รามอินทรา) ยกระดับมวยไทยสู่ระดับอินเตอร์ สัปดาห์นี้มาระเบิดความมันกับคู่มวยในรายการทั้งหมด 7 คู่ โดยมีคู่เอกนำรายการ องค์บาก แฟร์เท็กซ์ ดวลเดือด ศักดิ์ศรี ซุปเปอร์เล็กมวยไทย แฟนหมัดมวยเปิดจอช่อง 7HD รอชมการถ่ายทอดสด ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป หรือเชียร์สด ๆ ผ่านออนไลน์ทาง Facebook : Fairtex Fight  และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : Ch7HD  และ TERO Digital 

ต่อด้วย วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคมนี้ แฟนมวยอย่าพลาดชม มวยไทย 7 สี รายการกีฬามวยไทย ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จากการแข่งขันที่สนับสนุนการออกอาวุธ ด้วยลีลาแม่ไม้มวยไทยที่หลากหลายมาอย่างยาวนาน สัปดาห์นี้พบกับคู่เอกฉัตรพลอย ส.พูลสวัสดิ์ ปะทะ ปานเทพ เอกเมืองนนท์ ร่วมด้วยการประชันหมัดจากนักมวยฝีมือดีอีกหลายคู่ เปิดให้เข้าชมฟรี! เพียง 600 คนแรกเท่านั้น หรือติดตามชมถ่ายทอดสดจากสนามมวยช่อง 7HD ตั้งแต่เวลา 14.30 น. ติดตามได้ทางช่อง 7HD กด 35

และแฟนกีฬาสามารถติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV  ช่องทางออนไลน์ Ch7HD Sports (Facebook, IG, TikTok) และ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และเว็บไซต์  www.ch7.com   

‘มานีมานะ’ไม่มีแผ่ว ..เปิดหน้างวันเด็กแห่งชาติ

'มานีมานะ'ไม่มีแผ่ว ..เปิดหน้างวันเด็กแห่งชาติ

‘มานีมานะ’ไม่มีแผ่ว ..เปิดหน้างวันเด็กแห่งชาติ

วันพุธ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568, 16.23 น.

เรียกว่าไม่มีแผ่วจริงๆ สำหรับภาพยนตร์ ที่กำลังติดกระแสแรง อยู่ในขณะนี้ ทั้งที่ยังไม่เข้าฉายเลย ด้วยซำ  สำหรับ  มานีมานะ TheMovie ล่าสุด เมื่อ วันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2568  ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเด็กแห่งชาติ  “อ้นอังกอร์ ผู้กำกับ/โปรดิวเซอร์  ภาพยนตร์ มานีมานะ TheMovie ยกทีม นักแสดง ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ณ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ จังหวัดลพบุรี  พร้อมเปิดหน้า นักแสดงทุกคน ใครเป็นใคร นำโดย ครีเอเตอร์สาวเก่ง   “สยาโม-สยาภา สิงห์ชู”เล่นเป็น (ครูไพลิน)  พระเอกแห่งช่อง7 สี “ริส วิชญพงศ์ เอี่ยมสะอาด เล่นเป็น (เกษตร อำเภอ ทวีป) ,โอ๊ต สุรศักดิ์โชติทินวัฒน์ (เล่นเป็น ครูกมล) และนักแสดงเด็ก หน้าใหม่ แกะกล่อง จากจังหวัดพลบุรี มีทั้ง มานี, มานะ. ปิติ,ชูใจ,วีระ พร้อมผองเพื่อน ครบทีม เปิดตัวให้ได้เห็นหน้าคาดตา กันเลย  

โดยภายในงาน ยังได้รับเกียรติจาก “นางเขมกร นิ่มดิษฐ์” รองศึกษาธิการจังหวัด รักษาการในตำแหน่ง ศึกษาธิการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดงาน เปิด หน้า มานี มานะ The movie  และเปิดงาน หนังสืออ่านเสริม มานี มานะ ปิติ ชูใจ วีระ ซึงเป็นการมาร่วมมือ ระหว่าง อังกอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ องค์การค้าของ สกสค. ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ พร้อมทั้ง ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ จังหวัดลพบุรี  ร่วมจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ที่ผ่านมา

#มานีมานะTheMovie

#ภาพยนตร์ไทย

#เปิดหน้ามานีมานะ