การบินไทยเผยโฉมชั้นธุรกิจ ‘รอยัล ซิลค์ คลาส’ สุดหรูบนแอร์บัส A320

การบินไทยเผยโฉมชั้นธุรกิจ ‘รอยัล ซิลค์ คลาส’ สุดหรูบนแอร์บัส A320

การบินไทยเผยโฉมชั้นธุรกิจ ‘รอยัล ซิลค์ คลาส’ สุดหรูบนแอร์บัส A320

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.10 น.

ยกระดับการเดินทาง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จัดงาน THAI A320: Elevating Travel Experience แนะนำบริการใหม่บนเครื่องบินแบบแอร์บัส A320 เผยโฉมห้องโดยสารชั้นธุรกิจหรือรอยัล ซิลค์ คลาส (Royal Silk Class) บนเครื่องบินแบบแอร์บัส A320 เพื่อมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่ผู้โดยสาร โดยมี นายปิยสวัสดิ์  อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายเชิดพันธ์ โชติคุณ ประธานเจ้าหน้าที่สายช่าง นายกรกฏ ชาตะสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ และฝ่ายบริหาร ร่วมงาน ณ โรงซ่อมเครื่องบิน (Hangar) การบินไทย สุวรรณภูมิ

นายกรกฏ ชาตะสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับบริการใหม่ในห้องโดยสารชั้นธุรกิจหรือรอยัล ซิลค์ คลาส (Royal Silk Class) บนเครื่องบินแบบแอร์บัส A320 แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการอย่างต่อเนื่องของการบินไทย ที่ตั้งใจพัฒนาให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยยึดหลัก Customer Centric เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร

กรกฏ ชาตะสิงห์

“การยกระดับประสบการณ์การบินครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของการบินไทยในฐานะสายการบินหลักในประเทศไทย ที่ต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ให้การเดินทางทางอากาศ โดยเฉพาะเส้นทางระยะใกล้ ด้วยการนำเสนอบริการแบบฟูลเซอร์วิสที่ครบครัน ทั้งที่นั่งกว้างขวางที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบายสูงสุด ระบบความบันเทิงที่ล้ำสมัย อาหารและเครื่องดื่มระดับพรีเมียม พร้อมสิทธิพิเศษมากมายที่จะทำให้ทุกเที่ยวบิน ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางในประเทศหรือระหว่างประเทศ เป็นการเดินทางที่น่าจดจำสำหรับทุกท่าน โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่มกราคม 2568 และจะทยอยติดตั้งให้ครบทั้ง 20 ลำภายในไตรมาส 2 ของปีนี้”

ห้องโดยสารชั้นรอยัล ซิลค์ คลาสโฉมใหม่นำเสนอ 12 ที่นั่งสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งปัจจุบันมีให้บริการในบางเที่ยวบิน จัดวางแบบ 2-2 ใน 3 แถวแรก โดยผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบพื้นที่ส่วนตัวอันกว้างขวางให้ผู้โดยสาร ทุกที่นั่งสามารถปรับเอนได้อย่างสะดวกสบายพร้อมที่พักศีรษะและที่พักขาที่ปรับระดับได้ นอกจากนี้ ตัวที่นั่งยังมาพร้อมฟังก์ชันครบครันตอบโจทย์การใช้งาน ทั้งโต๊ะอาหารดีไซน์สมาร์ตและแท่นวางอุปกรณ์ส่วนตัวแบบพับเก็บได้อย่างสะดวกสบาย ตลอดจนมุมวางเครื่องดื่มที่ออกแบบมาให้อยู่ใกล้ที่วางแขน

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร

อีกหนึ่งความพิเศษของเครื่องบินแบบแอร์บัส A320 ของการบินไทย คือการให้บริการระบบความบันเทิงแบบไร้สาย ซึ่งการบินไทยนับเป็นสายการบินแรกในประเทศไทยที่นำเสนอระบบความบันเทิงแบบไร้สายครบทุกที่นั่งสำหรับเส้นทางบินภายในประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีให้บริการในบางเที่ยวบินเพื่อให้ผู้โดยสารเพลิดเพลินกับคอนเทนต์หลากหลายผ่านอุปกรณ์ส่วนตัว โดยชั้นรอยัล ซิลค์ คลาส พร้อมเสิร์ฟความอร่อยด้วยอาหารร้อนระดับพรีเมียม เครื่องดื่มชั้นเลิศ และสำหรับเที่ยวบินที่มีระยะเวลาการบินเกิน 3 ชั่วโมงครึ่ง ผู้โดยสารจะได้รับกระเป๋าชุดอำนวยความสะดวก (Amenity Kit) สุดพิเศษที่ออกแบบร่วมกับแบรนด์จิม ทอมป์สัน ที่นำเสนอลวดลาย 12 แบบอันสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างงดงาม

ผู้โดยสารรอยัล ซิลค์ คลาส ของการบินไทย จะได้รับสิทธิพิเศษครบครัน ตั้งแต่บริการ Fast Track ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง, สิทธิ์การขึ้นเครื่องก่อน (Priority Boarding), บริการรับกระเป๋าก่อนใคร (Priority Baggage), สิทธิ์เข้าใช้ห้องรับรองพิเศษ Royal Orchid Lounge, น้ำหนักกระเป๋าฟรี 40 กิโลกรัมพร้อมสัมภาระถือขึ้นเครื่อง 7 กิโลกรัม พร้อมรับไมล์สะสม Royal Orchid Plus เพิ่มขึ้น 125-150%

ที่นั่งรอยัล ซิลค์ คลาส บนเครื่องบินแอร์บัส A320 จะให้บริการใน 8 เส้นทางบินภายในประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินระหว่างกรุงเทพฯ และ เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี ภูเก็ต หาดใหญ่ และกระบี่ พร้อมเส้นทางระหว่างประเทศอีก 22 จุดหมายในเอเชีย ครอบคลุมหลายเส้นทางสำคัญ ได้แก่ เส้นทางบินระหว่างกรุงเทพฯ และ ไต้หวัน, ฮ่องกง, กัมพูชา, ลาว, เมียนมา, เวียดนาม, อินโดนีเซีย มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินเดีย, เนปาล, บังกลาเทศ และศรีลังกา ทั้งนี้ เส้นทางบินอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม

สามารถดูรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการรอยัล ซิลค์ คลาส ตารางการบิน พร้อมทั้งสำรองที่นั่งและออกบัตรโดยสารได้ที่เว็บไซต์ thaiairways.com, สำนักงานขายการบินไทย, ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือ THAI Contact Center 0-2356-1111 (ตลอด 24 ชั่วโมง)

เดอะ ปาร์ค จับมือ ปันดวง เนรมิตพื้นที่มูจัดเต็ม เปิด ‘ร้านดวงสะดวกมู’ เติมพลังปีมะเส็งให้เฮง ไม่มีเซ็ง !!!

เดอะ ปาร์ค จับมือ ปันดวง เนรมิตพื้นที่มูจัดเต็ม เปิด ‘ร้านดวงสะดวกมู’ เติมพลังปีมะเส็งให้เฮง ไม่มีเซ็ง !!!

เดอะ ปาร์ค จับมือ ปันดวง เนรมิตพื้นที่มูจัดเต็ม เปิด ‘ร้านดวงสะดวกมู’ เติมพลังปีมะเส็งให้เฮง ไม่มีเซ็ง !!!

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.45 น.

ต้อนรับปีมะเส็งด้วยความปัง กับงาน “MUNIMART” โดย เดอะ ปาร์ค ร่วมกับ ปันดวง และOUT OF BOX เนรมิตพื้นที่ให้เป็น “ร้านดวงสะดวกมู” ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมและประสบการณ์สำหรับสายมูยุคใหม่โดยเฉพาะ งานนี้จัดเต็มทุกมิติทั้งการช้อปปิ้งสินค้าเสริมดวงสุดชิค การค้นหาความหมายของตัวเองผ่านกิจกรรมสนุก ๆ และการพูดคุยที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ปีมะเส็งของคุณเต็มไปด้วยพลังบวกและความมั่นใจ  จนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568

สายมูตัวจริงห้ามพลาดกับคอมมูนิตี้สะดวกคุยที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ แชร์เคล็ดลับจากที่ความมูเตลูผลักดันชีวิตให้ปังไม่มีเซ็ง วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 (เวลา 12:00-13:00 น.) มาร่วมเจาะลึกเคล็ดลับการใช้พลังความเชื่อร่วมกับการลงมือทำเพื่อให้ประสบความสำเร็จในหัวข้อ ‘มู 30 ทำ 70’ กับ วิว-พาขวัญ ดวงน้อย Brand Development Manager แบรนด์ปันดวง และสายมูตัวจริงอย่าง ปาล์ม-พัชรพรรณ ตันอาวัชนการ เจ้าของปฏิทินเด็กดี ลูกของ “ซินแสมังกร” และ  หมู-ถากูร เชาว์ภาษี เจ้าของแบรนด์และผู้ก่อตั้ง “ไก่บนบาน” ของแก้บนรักษ์โลก

เปิดมิติใหม่ของการดูดวงกับ Horoscope Photo Booth ตู้ถ่ายรูปพร้อมคำทำนายแนวทางชีวิตปี 2568  ที่เพียงแค่ถ่ายภาพ ก็ได้รับคำทำนายดวง พร้อมได้รูปสวยไว้อวดไว้โชว์อีกด้วย มาค้นพบตัวตนและพัฒนาศักยภาพตัวเอง ผ่าน Workshop New Year, Better Me เจาะลึกถึงลักษณะเฉพาะตัวผ่านศาสตร์ Human Design เพิ่มความมั่นใจด้วยศาสตร์ Personal Color และสนุกไปกับการ DIY พวงกุญแจ Lucky Me จากฝาขวดน้ำ นอกจากจะเป็นไอเทมนำโชคส่วนตัวแล้ว ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกวันอีกด้วย

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน  คือการช้อปแบบฟิน ๆ ใน Mutelu multi-brand รวบรวมไอเทมสะดวกมูดีไซน์เก๋ เสริมดวงแบบมีสไตล์เข้ากับชาว Gen ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นกำไลเสริมดวง จาก YVIS, เครื่องประดับที่ช่วยเสริมพลังจากอัญมณี จาก The Peridot, เทียนหอมที่ได้แรงบันดาลใจจากพลังของไพ่ทาโร่ จาก Abloom Candle, เครื่องหอมจาก VINAYAKA สร้างบรรยากาศดี ๆ ให้ทุกมุมบ้าน, การ์ดเทพมงคลจีนที่ผสมผสานความน่ารักและความศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างลงตัว เหมาะทั้งสำหรับการเก็บสะสมและบูชา จาก piecebypeacho และอีกมากมายที่ล้วนออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เหมาะกับทุกโอกาส 

มาบูสต์ประสบการณ์สายมูยุคใหม่ที่ทั้งสนุกและทันสมัย กับกิจกรรมเติมพลังบวก เสริมดวงในแบบของตัวเองที่ปีมะเส็งนี้ไม่มีทางเซ็งอีกต่อไป ในงาน “MUNIMART” อีเวนต์รวมร้านดวงสะดวกมู วันที่ 27 ม.ค. – 1 ก.พ. 2568 ที่ The PARQ Life, ชั้น 1, Q Steps (MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทางออก 2) ติดตามข่าวสารล่าสุดและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน “MUNIMART” ได้ที่ Facebook: The PARQ Instagram: @THEPARQBKK  Website: www.theparq.com โทร. 02-080-5700 

HELLO! Taste Awards 2025 งานประกาศรางวัลสุดยอดร้านอาหารและบาร์แห่งปี

HELLO! Taste Awards 2025 งานประกาศรางวัลสุดยอดร้านอาหารและบาร์แห่งปี

HELLO! Taste Awards 2025 งานประกาศรางวัลสุดยอดร้านอาหารและบาร์แห่งปี

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568, 09.10 น.

นิตยสาร HELLO! ประเทศไทย  เอาใจคนรักความอร่อย จัดงานประกาศรางวัลแห่งปี HELLO! Taste Awards 2025 มอบรางวัลแก่ 32 ร้านอาหารและบาร์ที่ถูกคัดเลือกมาอย่างเข้มข้นโดยกองบรรณาธิการ HELLO! และเหล่ากรรมการ เซเลบริตี้ผู้คร่ำหวอดในวงการอาหาร พร้อมเปิดตัวหนังสือ HELLO! Taste Guide 2025 ที่จับมือร่วมกับบัตร Scarlet M Card, Platinum M Card, บัตรเครดิต Bangkok Bank M Visa และนมตรามะลิ รวบรวมสุดยอดร้านอาหารในหลากหลายหมวดหมู่มากกว่า 270 ร้าน มาไว้ในเล่มเดียว ณ Camellia Ballroom โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ 

ในงานคับคั่งไปด้วยบรรดาเชฟ เจ้าของร้านอาหาร และเซเลบริตี้ มาร่วมเป็นสักขีพยานความอร่อย โดยมี คุณเกษสุดา มาระวิชัย บรรณาธิการบริหารนิตยสาร HELLO! ประเทศไทย ต้อนรับ พร้อมกล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า  นิตยสาร HELLO! ประเทศไทย ตั้งใจจัดทำ HELLO! Taste Guide ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี  2020 เพื่อให้เป็นคัมภีร์ความอร่อยสำหรับเหล่านักชิมทั้งหลายที่ชื่นชอบการสรรหาร้านอาหารใหม่ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศไทย โดยได้รวบรวมสุดยอดร้านอาหารในหลากหลายหมวดหมู่เข้าไว้ด้วยกัน ตั้งแต่ Fine Dining ไปจนถึง Street Food ทั้งร้านระดับตำนานจนถึงร้านใหม่ล่าสุดที่น่าลิ้มลอง

“มาถึงปีนี้ HELLO! Taste Guide 2025 รวมร้านอาหารให้ทุกคนได้ตามไปชิมมากกว่า 270 ร้าน โดยหวังว่าจะเป็นไกด์ที่นำพาเหล่านักชิมไปพบเจอกับประสบการณ์ด้านรสชาติที่แตกต่างและน่าประทับใจ ไม่ว่าจะมองหาร้านอาหารแนวไหน สำหรับโอกาสอะไร เราเชื่อว่า HELLO! Taste Guide 2025 จะเป็นผู้ช่วยในการแนะนำร้านอาหารที่ดีและเหมาะกับทุกโอกาสให้กับทุกคนได้ และเพื่อต่อยอดจาก HELLO! Taste Guide 2025 นิตยสาร HELLO! ประเทศไทยยังร่วมกับ Celebrity Judges ผู้คร่ำหวอดในวงการอาหาร คัดสรรที่สุดของร้านอาหารและบาร์แห่งปี เพื่อมอบรางวัล HELLO! Taste Awards เพื่อยกย่องและยกระดับวงการอาหารของไทยให้พัฒนายิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วย”

รางวัล HELLO! Taste Awards 2025 มอบให้กับร้านอาหารและบาร์จำนวน 32 รางวัล แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มรางวัล ได้แก่ กลุ่มรางวัล Editors’ Choices ที่คัดเลือกโดยกองบรรณาธิการนิตยสาร HELLO! ประเทศไทย ซึ่งปีนี้ มีร้านที่ได้รับรางวัลรวม 18 ร้าน และ กลุ่มรางวัล Celebrities’ Choices ที่ได้รับการโหวตจากเหล่าเซเลบริตี้ผ่านการสำรวจและลงคะแนนให้กับร้านอาหารที่ชื่นชอบในสาขาต่าง ๆ ซึ่งมีร้านที่ได้รับรางวัลรวม 14 ร้าน เหล่านักชิมและคนรักความอร่อย ห้ามพลาด!! ติดตามสุดยอดร้านอร่อยกว่า 270 ร้านได้ในหนังสือ HELLO! Taste Guide 2025 วางจำหน่ายแล้วในร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ

040

EssilorLuxottica เปิดตัวคอลเลคชั่นตรุษจีนจาก Ray-Ban และ Oakley

EssilorLuxottica เปิดตัวคอลเลคชั่นตรุษจีนจาก Ray-Ban และ Oakley

EssilorLuxottica เปิดตัวคอลเลคชั่นตรุษจีนจาก Ray-Ban และ Oakley

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ตรุษจีนปีนี้ มาเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งโชคลาภและความมั่งคั่งด้วยไอเท็มที่ทั้งโดดเด่นและมีเอกลักษณ์จากสองแบรนด์ระดับโลกอย่าง Ray-Ban และ Oakley ที่มาพร้อมคอลเลคชั่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่ผสานความงดงามของศิลปะและความหมายลึกซึ้งของปีงู

Ray-Ban : สไตล์ที่บอกเล่าเรื่องราวแห่งโชคลาภ

Ray-Ban® ชวนคุณสัมผัสกับคอลเลคชั่นแว่นตาและแว่นกันแดดที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อต้อนรับตรุษจีนปีงู คอลเลคชั่นนี้ได้แรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์ของ “งู” ที่สื่อถึงพลัง ความมั่งคั่ง และความสง่างามในวัฒนธรรมจีน ออกแบบโดย Janmei Li ศิลปินชาวจีนผู้เชี่ยวชาญในการนำความหมายทางวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์ผลงานที่ทันสมัยและลงตัวในทุกมิติ ไม่ว่าคุณจะเลือกไอเท็มชิ้นไหนจากคอลเลคชั่นนี้ ก็มั่นใจได้ว่าจะเติมเต็มลุคของคุณให้โดดเด่นไม่ซ้ำใคร พร้อมแล้ววันนี้ ที่ร้าน Ray-Ban ทุกสาขาและร้านแว่นตาชั้นนำที่ร่วมรายการ #rayban @Rayban

Oakley : สัมผัสความลึกลับและพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยและการแสดงออกถึงความมั่นใจ Oakley นำเสนอคอลเลคชั่น Lunar New Year 2025 ที่สะท้อนความลึกลับและพลังแห่ง “งูไม้” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่และโชคลาภในวัฒนธรรมจีน คอลเลคชั่นนี้ไม่ได้มีเพียงแค่แว่นตา แต่ยังรวมถึง อุปกรณ์เล่นหิมะและเครื่องแต่งกายที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้คุณพร้อมสำหรับทุกการผจญภัย โดยทุกชิ้นถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร

ตามไปอัปเดตคอลเลคชั่น Lunar New Year 2025 ได้ที่ร้าน Oakley ตัวแทนจำหน่ายแว่นตาชั้นนำ และทาง Oakley.com

บอกลาปากแห้ง คืนความสวยฉ่ำ ชุ่มชื้นขั้นสุด

บอกลาปากแห้ง คืนความสวยฉ่ำ ชุ่มชื้นขั้นสุด

บอกลาปากแห้ง คืนความสวยฉ่ำ ชุ่มชื้นขั้นสุด

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การที่ริมฝีปากแตกแห้ง ไม่ใช่แค่กวนใจเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดความไม่มั่นใจได้ด้วยเช่นกัน จากบริเวณริมฝีปากที่เกิดการลอกเป็นขุยหรือเป็นแผ่น ยิ่งลอกก็ยิ่งเจ็บ จนทำให้เสียบุคลิกภาพและในบางครั้งริมฝีปากที่แห้งลอกมาก อาจเกิดเลือดไหลได้ ยิ่งในผู้หญิงที่ทาลิปสติก หากริมฝีปากแห้งและแตกมากเกินไป จะทำให้ลิปสติกตกร่องไม่เรียบเนียน จึงควรหมั่นบำรุงริมฝีปากอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดความชุ่มชื้น

ริมฝีปากแห้ง มีหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นได้ อาทิ การดื่มน้ำน้อย ทำให้ริมฝีปากขาดความชุ่มชื้น โดยปกติร่างกายต้องได้รับน้ำอย่างเพียงพอ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของร่างกาย ซึ่งการดื่มน้ำไม่เพียงพอ นอกจากทำให้ร่างกายขาดน้ำอาจทำให้ปากแห้งได้ด้วย, การเลียริมฝีปาก ซึ่งแม้จะเป็นการแก้ปัญหาที่ง่าย เพื่อทำให้เกิดความรู้สึกว่าปากหายแห้งได้ไวขึ้น แต่จริงๆแล้ว เอนไซม์ในน้ำลายจะรบกวนเซลล์ผิวริมฝีปากและดึงเอาความชุ่มชื้นออกไป จึงทำให้ริมฝีปากแห้งลง, อากาศหนาว ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงฤดูหนาว หรือสถานที่ที่เปิดเครื่องปรับอากาศจนเกิดความเย็นมากๆ ทำให้อากาศมีความแห้งกว่าปกติ จึงมีผลกับความชุ่มชื้นในร่างกาย และผิวริมฝีปาก, อากาศร้อน โดยความร้อนจากแสงแดดและรังสีอัลตราไวโอเลต เป็นสิ่งที่ทำลายความยืดหยุ่นของเซลล์ ทำให้ผิวบริเวณริมฝีปากแห้งและแตก รวมทั้งเกิดริ้วรอยบนริมฝีปากได้ รวมทั้งขาดวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินบี มีความสำคัญต่อผิวหนังและเยื่อบุต่างๆ

Giffarine (กิฟฟารีน) ผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย มีตัวช่วยมาบอกลาริมฝีปากแห้ง เสกความฉ่ำนุ่ม เพิ่มความมั่นใจ ให้เป็นริมฝีปากอมชมพู สุขภาพดี ด้วย Giffarine Ultra Nourishing Lip Ampoule Mask (กิฟฟารีน อัลตร้านอริชชิ่ง ลิป แอมพูล มาสก์) หรือ ลิป แอมพูล มาสก์ สูตรเข้มข้น โดดเด่นด้วยความหอมกลิ่นพีชให้ทุกครั้งที่ได้มาสก์กลิ่นหอมหวานเหมือนยกลูกพีชมาทั้งสวนให้ปากเนียนนุ่ม ฉ่ำน้ำ พร้อมเติมเต็มร่องลึกและลดเลือนรอยแตกอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยเนื้อลิปมาสก์ที่มีความเข้มข้นจากสารบำรุงที่จัดเต็มทั้ง Cera-HYA (เซรา-ไฮยา) จากเซราไมด์และไฮยาลูรอน ช่วยเสริมปราการป้องกันผิวเติมความชุ่มชื้น รวมถึง Organic Shea Butter (ออร์แกนิค เชีย บัตเตอร์) ซึ่งเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์คุณภาพสูง จากเชีย บัตเตอร์ เกรด ออร์แกนิก ที่ช่วยฟื้นบำรุงริมฝีปากที่แห้งแตก ให้กลับมาเนียนนุ่ม แลดูเรียบเนียน และ Superfruit Complex (ซุปเปอร์ฟรุ๊ต คอมเพล็กซ์) วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี จากสารสกัดผลไม้อย่าง เลมอน, มะกอก และองุ่น ช่วยลดการระคายเคืองและผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ให้ริมฝีปากสุขภาพดี สามารถใช้ได้ทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน

สมาคมแม่ฯ อุดรธานี และภาคีเครือข่าย เชิดชูสตรีผู้สร้างสรรค์และพัฒนาสังคม

สมาคมแม่ฯ อุดรธานี และภาคีเครือข่าย  เชิดชูสตรีผู้สร้างสรรค์และพัฒนาสังคม

สมาคมแม่ฯ อุดรธานี และภาคีเครือข่าย เชิดชูสตรีผู้สร้างสรรค์และพัฒนาสังคม

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ราชันย์ ซุ้นหั้ว ผวจ.อุดรธานี, นงลักษณ์ ซุ้นหั้ว นายกเหล่ากาชาดอุดรธานี, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ปธ.สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ และ เบญจมาศ ปริญญาพล ปธ.กก.ฝ่ายช่วยเหลือแม่ผู้ยากไร้ทั่วประเทศ พร้อมด้วยสตรีผู้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ

สมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติจังหวัดอุดรธานี นำโดย รศ.ดร.กฤตติกา แสนโภชน์นายกสมาคม, สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดอุดรธานี นำโดย กอบแก้ว คงน้อย นายกสมาคม และ สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย อุดรธานี นำโดย เพ็ญปรียา ประสันนาการ นายกสมาคม ร่วมกันจัดงาน “ดุจดั่งดาว พราวฟ้าสถาพร”ครั้งที่ 10 โดยมี รศ.ดร.กฤตติกา แสนโภชน์นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานคณะกรรมการดำเนินงานจัดขึ้นเพื่อมอบรางวัลและยกย่องเชิดชูเกียรติของสตรีผู้มีผลงานยอดเยี่ยมในการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์และพัฒนาสังคมให้เป็นสังคมที่เป็นสุข มีความสมานฉันท์ มีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็ง ถือได้ว่าเป็นโอกาสสำคัญที่จะกระตุ้นเตือนให้สังคมตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของสตรีไทย จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 ณ โรงแรมเจริญโฮเตล จ.อุดรธานี

ราชันย์ ซุ้นหั้ว ผวจ.อุดรธานี, นงลักษณ์ ซุ้นหั้ว นายกเหล่ากาชาดอุดรธานี และ เบญจมาศ ปริญญาพล ปธ.กก.ฝ่ายช่วยเหลือแม่ผู้ยากไร้ทั่วประเทศ มอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่สตรีผู้สร้างสรรค์และพัฒนาสังคม

ในงานได้รับเกียรติจาก ราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยนงลักษณ์ ซุ้นหั้ว นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดงาน โดยมีเพ็ญพักตร์ ศรีทอง ประธานสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เบญจมาศ ปริญญาพล ประธานกรรมการฝ่ายช่วยเหลือแม่ผู้ยากไร้ทั่วประเทศ สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ เป็นประธานร่วม รวมถึง ณัฐพงศ์ คำวงศ์ปินและ ณฐพล วิถี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย นิตยา คำวงศ์ปิน รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานีร่วมงานด้วย

เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ปธ.สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ มอบสายสะพายให้กับสตรีผู้ได้รับรางวัล

การจัดงานครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของกลุ่มองค์กรสตรีที่มีความเข้มแข็งในจังหวัดอุดรธานี 3 องค์กร ได้แก่ สมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติจังหวัดอุดรธานี สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดอุดรธานี และสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย อุดรธานี ภายใต้การสนับสนุนของสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ และคณะกรรมการฝ่ายช่วยเหลือแม่ผู้ยากไร้ทั่วประเทศ สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ ซึ่งในวันนี้มีการมอบรางวัล จำนวน 13 รางวัลถือเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติของสตรีผู้มีผลงานยอดเยี่ยมในการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ และพัฒนาสังคมให้เป็นสังคมที่เป็นสุข มีความสมานฉันท์ มีภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งถือได้ว่าเป็นโอกาสสำคัญที่จะกระตุ้นเตือนให้สังคมตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของสตรีไทย

กัณฑ์พงศ์ สุระวรรณวิจิตร รอง ปธ.หอการค้าอุดรธานีรับโล่เกียรติคุณในโอกาสรับรางวัลลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่

เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ประธานสมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ กล่าวว่ารู้สึกชื่นชมต่อความสำเร็จของสตรีชาวอุดรธานีที่มีความรู้ ความสามารถมีประสบการณ์ที่ดีงามจนสามารถส่งผลงานเข้ารับการประเมินในระดับประเทศ และได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมาหลายรางวัล นั่นเป็นการการันตีได้ว่า องค์กรสตรีชาวอุดรธานีได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมทุกระดับในสังคม ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชนและประเทศ ดิฉันได้ติดตามความเคลื่อนไหวขององค์กรสตรีในจังหวัดอุดรธานีมาโดยตลอด จึงทราบว่ามีพลังบวกจากบุคลากรผู้ทำงานด้านการพัฒนาศักยภาพของสตรีอยู่หลายท่าน เป็นความงดงามขององค์กรสตรีอุดรธานีที่ได้ร่วมมือร่วมใจกันสร้างผลงานในการพัฒนาสังคม ทุกคนมีความเสียสละ มีความรัก ความสามัคคี มีความผูกพันที่แน่นแฟ้นต่อกันจึงมีผลงานที่ประสบความสำเร็จอันงดงามดั่งที่ปรากฏ ดิฉันขอแสดงความยินดีต่อผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่าน ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมแสดงความยินดีเชิดชูเกียรติแก่สตรีผู้มีผลงานอันโดดเด่นและร่วมยกย่องสตรีผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ ให้เป็นแบบอย่างเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาสตรีให้มีบทบาทนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองแก่ประเทศชาติต่อไป”

รศ.ดร.กฤตติกา แสนโภชน์, กอบแก้ว คงน้อย และ เพ็ญปรียา ประสันนาการ มอบ
ของที่ระลึกให้กับ ราชันย์-นงลักษณ์ ซุ้นหั้ว, เบญจมาศ ปริญญาพล และ เพ็ญพักตร์
ศรีทอง ในโอกาสมาเป็นประธานในงาน

รศ.ดร.กฤตติกา แสนโภชน์, กอบแก้ว คงน้อย และ เพ็ญปรียา ประสันนาการ มอบ ของที่ระลึกให้กับ ราชันย์-นงลักษณ์ ซุ้นหั้ว, เบญจมาศ ปริญญาพล และ เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ในโอกาสมาเป็นประธานในงาน

รอง ผวจ.อุดรธานี ณัฐพงศ์-นิตยา คำวงศ์ปิน
โดยมี กอบแก้ว คงน้อย ต้อนรับ

รอง ผวจ.อุดรธานี ณัฐพงศ์-นิตยา คำวงศ์ปิน โดยมี กอบแก้ว คงน้อย ต้อนรับ

เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ปธ.สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ และกรรมการ อาทิ กอบแก้ว คงน้อย,
ดร.รัตน์มณี ตันยิ่งยง, อโนมา วิจิตรวิกรม, เบญจมาศ ปริญญาพล, รศ.ดร.กฤตติกา แสนโภชน์
และ ยุพา สุภอมรพันธุ์

เพ็ญพักตร์ ศรีทอง ปธ.สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ และกรรมการ อาทิ กอบแก้ว คงน้อย, ดร.รัตน์มณี ตันยิ่งยง, อโนมา วิจิตรวิกรม, เบญจมาศ ปริญญาพล, รศ.ดร.กฤตติกา แสนโภชน์ และ ยุพา สุภอมรพันธุ์

เบญจมาศ ปริญญาพล, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง และ กอบแก้ว คงน้อย

เบญจมาศ ปริญญาพล, เพ็ญพักตร์ ศรีทอง และ กอบแก้ว คงน้อย

ปธ.สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ มอบเงินสนับสนุนการจัดงานให้กับ รศ.ดร.กฤตติกา แสนโภชน์ นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดอุดรธานี

ปธ.สมาคมสภาแม่ดีเด่นแห่งชาติฯ มอบเงินสนับสนุนการจัดงานให้กับ รศ.ดร.กฤตติกา แสนโภชน์ นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดอุดรธานี

แฟชั่นโชว์ผ้าไทยแสดงแบบโดยผู้หญิงเก่งแห่งอุดรธานี

แฟชั่นโชว์ผ้าไทยแสดงแบบโดยผู้หญิงเก่งแห่งอุดรธานี

แฟชั่นโชว์ผ้าไทยแสดงแบบโดยผู้หญิงเก่งแห่งอุดรธานี

แฟชั่นโชว์ผ้าไทยแสดงแบบโดยผู้หญิงเก่งแห่งอุดรธานี

นิทรรศการผู้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติของสตรีผู้มีผลงานยอดเยี่ยมในการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ และพัฒนาสังคมให้เป็นสังคมที่เป็นสุข

นิทรรศการผู้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติของสตรีผู้มีผลงานยอดเยี่ยมในการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ และพัฒนาสังคมให้เป็นสังคมที่เป็นสุข

กทพ.ขอบคุณคนไทย-ต่างชาติร่วมกิจกรรม ‘เดิน-วิ่งลอยฟ้า’ บันทึกภาพประวัติศาสตร์บนสะพานทศมราชัน ก่อนเปิดใช้งานจริง

กทพ.ขอบคุณคนไทย-ต่างชาติร่วมกิจกรรม ‘เดิน-วิ่งลอยฟ้า’  บันทึกภาพประวัติศาสตร์บนสะพานทศมราชัน ก่อนเปิดใช้งานจริง

กทพ.ขอบคุณคนไทย-ต่างชาติร่วมกิจกรรม ‘เดิน-วิ่งลอยฟ้า’ บันทึกภาพประวัติศาสตร์บนสะพานทศมราชัน ก่อนเปิดใช้งานจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผู้ว่าการการทางฯ สุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข เเละเหล่านักวิ่ง Top100

เป็นอีกหนึ่งวันที่คนไทยหลายคนจะจดจำไปตลอดชีวิต กับงาน “เดิน-วิ่งลอยฟ้าสะพานทศมราชัน มหกรรมสุขเต็มสิบ” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดใช้งานสะพานทศมราชันอย่างเป็นทางการ โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 12,000 คนจากทุกมุมของประเทศและต่างประเทศ ที่รวมตัวกันเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ บรรยากาศตั้งแต่เช้าตรู่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความสุข และพลังใจของทุกคนที่มุ่งหน้าสู่จุดเริ่มต้นบนสะพานอันยิ่งใหญ่

ในโอกาสพิเศษเช่นนี้ นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุขผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของสะพานทศมราชันและความร่วมแรงร่วมใจของคนไทย โดยกล่าวว่า “สะพานทศมราชันไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมโยงพื้นที่ต่างๆ เข้าด้วยกัน แต่ยังเป็นสะพานแห่งพลังใจที่เชื่อมโยงคนไทยทุกคนเข้าด้วยกัน การเห็นประชาชนจากทั่วประเทศมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพลังแห่งความสามัคคีและความสุขที่เกิดขึ้นร่วมกัน”

คำนวน ชัยเขียว 

ในงานนี้ ยังมีเรื่องราวความประทับใจจากนักวิ่งหลากหลายกลุ่มที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ อย่างเช่น นายคำนวน ชัยเขียว นักวิ่งชายที่เข้าเส้นชัยคนแรก เล่าว่า “ผมรู้สึกเหมือนได้วิ่งอยู่บนสะพานที่ไม่ได้เป็นแค่ทางเดินแต่เป็นพลังใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนไทยทุกคน ผมฝึกซ้อมมาอย่างหนักเพื่อวันนี้ และพอเข้าเส้นชัยได้ก่อนใคร มันเป็นความสำเร็จที่ทำให้ผมภูมิใจมาก เพราะไม่ใช่แค่ตัวเอง แต่ผมรู้สึกว่าผมได้เป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ที่สะพานแห่งนี้จะจารึกไว้”

ด้าน นางสาวซานตี้ พรประสิทธิ์ นักวิ่งหญิงที่เข้าเส้นชัยคนแรก ยิ้มอย่างภาคภูมิใจพร้อมเล่าว่า “การวิ่งในวันนี้ไม่ใช่การแข่งขันเพื่อเอาชนะใคร แต่เป็นการพิสูจน์ความตั้งใจของตัวเอง ฉันตั้งใจฝึกซ้อมอย่างหนักกับโค้ชและเพื่อนๆ เพื่อให้วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุด และพอได้รู้ว่าตัวเองเป็นคนแรกที่เข้าเส้นชัย มันเหมือนความฝันที่เป็นจริง และสะพานแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ฉันจะไม่มีวันลืม”

ซานตี้ พรประสิทธิ์ 

บรรยากาศความสุขยังถูกเติมเต็มด้วยเรื่องราวของ นายณรงศักดิ์ ปัทมะสังข์ และลูกสาววัย 9 ขวบ ที่ร่วมวิ่งเคียงข้างกันตลอดระยะทาง 10 กิโลเมตร โดย นายณรงศักดิ์กล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจว่า “การวิ่งกับลูกเป็นสิ่งที่เราทำด้วยกันมาโดยตลอดแต่วันนี้มันพิเศษกว่าครั้งไหนๆ เพราะเราวิ่งบนสะพานที่เต็มไปด้วยความหมาย และเมื่อเห็นลูกเข้าเส้นชัยพร้อมรอยยิ้ม ผมรู้ว่าสิ่งที่เราฝึกซ้อมด้วยกันมามันคุ้มค่าเหลือเกิน”

ในส่วนของสีสันงานวิ่ง นายเจริญ สิกพันธ์ นักวิ่งในชุดแดงจากธีม Squid Game ผู้มีประสบการณ์วิ่งมาตั้งแต่อายุ 17 ปี เล่าด้วยความรู้สึกตื้นตันใจว่า “ผมเคยวิ่งเปิดสะพานพระราม 9 มาแล้วเมื่อ 37 ปีก่อน และวันนี้ผมรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับมาเติมเต็มความทรงจำอีกครั้ง สะพานทศมราชันเป็นเหมือนบทประวัติศาสตร์บทใหม่ที่ผมภูมิใจได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่ง และนี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้วิ่งเปิดสะพานแห่งใหม่ เพราะการสร้างสะพานในแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

รงศักดิ์ ปัทมะสังข์ และลูกสาววัย 9 ขวบ 

อีกหนึ่งจุดที่สะดุดตาคือ นายปรีดา กมลชัยวานิชนักวิ่งผู้ถือธงสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเผยว่า “การวิ่งวันนี้คือการแสดงความเคารพต่อสิ่งที่ผมศรัทธา และเป็นโอกาสพิเศษที่ผมตั้งใจมาสร้างสีสันให้กับงาน ผมภูมิใจที่ได้วิ่งไปพร้อมกับธงนี้บนสะพานที่งดงามที่สุดในชีวิต”

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากเหล่าศิลปินดารา เช่น อารดา อารยวุฒิ ดาร์ลิ่ง, เต๋า สมชาย เข็มกลัด, ต๊ะ พิภู พุ่มแก้วและลิลลี่ แม็คกร๊าธ เดียร์ ที่ร่วมสร้างความสุขและพลังบวกให้กับผู้เข้าร่วมงาน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

สะพานทศมราชัน เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา พร้อมรองรับการจราจร 8 ช่องทางและกลายเป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่กว้างที่สุดในประเทศไทย ด้วยเทคโนโลยีการก่อสร้างขั้นสูงที่ผสมผสานความเป็นไทยอย่างงดงาม สะพานแห่งนี้ไม่เพียงแค่เชื่อมโยงพื้นที่ แต่ยังเชื่อมโยงหัวใจของคนไทยทุกคนให้มารวมกันเป็นหนึ่งเดียว

เจริญ สิกพันธ์

เจริญ สิกพันธ์

ปรีดา กมลชัยวานิช

ปรีดา กมลชัยวานิช

ส่วนหนึ่งของดาราและเซเลบริตี้ที่มาร่วมวิ่ง

ส่วนหนึ่งของดาราและเซเลบริตี้ที่มาร่วมวิ่ง

ภาพประวัติศาสตร์ “เดิน-วิ่งลอยฟ้า” บนสะพานทศมราชัน

ภาพประวัติศาสตร์ “เดิน-วิ่งลอยฟ้า” บนสะพานทศมราชัน

สวารอฟสกี้ คอลเลคชั่นฉลอง 130 ปี และปีงูเล็ก ปีแห่งความสุข ความสร้างสรรค์ และการเริ่มต้นใหม่

สวารอฟสกี้ คอลเลคชั่นฉลอง 130 ปี และปีงูเล็ก  ปีแห่งความสุข ความสร้างสรรค์ และการเริ่มต้นใหม่

สวารอฟสกี้ คอลเลคชั่นฉลอง 130 ปี และปีงูเล็ก ปีแห่งความสุข ความสร้างสรรค์ และการเริ่มต้นใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สัญญะแห่งความหมายถือเป็นสิ่งสำคัญสวารอฟสกี้ เฉลิมฉลองปีแห่งงูและวาระครบรอบ 130 ปีแห่งความสุข ด้วยคอลเลคชั่นใหม่ที่เปล่งประกายไปด้วยความหรูหรา และความชำนาญในงานฝีมือ คอลเลคชั่นนี้ได้ถูกตีความอย่างสร้างสรรค์ผ่านสัญลักษณ์หงส์ซิกเนเจอร์ของสวารอฟสกี้ รวมไปถึงเครื่องประดับและตุ๊กตารูปงู ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นปีแห่งการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่

หงส์สวารอฟสกี้ ซึ่งเป็นจุดเด่นในการเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีของบ้าน สวารอฟสกี้ได้รับการออกแบบใหม่ให้โดดเด่น และใช้สีสันสุดพิเศษสำหรับประเทศจีน หงส์ซึ่งเป็นดั่งสัญลักษณ์ดั้งเดิมของความรักนิรันดร์ ความสุขและความสง่างาม มาพร้อมกับรูปลักษณ์อันงดงามไร้กาลเวลา และปีกที่พร้อมจะโบยบินอยู่เสมอ สำหรับคอลเลคชั่นปี 2025 จี้รูปหงส์จะอยู่คู่กันสองตัวเป็นดั่งภาพสะท้อนของตัวเอง โดยที่คอของทั้งสองคล้องกันเป็นรูปหัวใจ

การใช้วัสดุที่หลากหลาย และสีที่ตัดกันสร้างความสดใหม่ให้กับสัญลักษณ์อันแสนคลาสสิกที่เป็นไฮไลท์ของคอลเลคชั่นนี้ โดยหงส์ตัวหนึ่งเคลือบทอง และอีกตัวเคลือบโรเดียม โดยหงส์ทั้งสองตัวประดับด้วยอัญมณี Swarovski Zirconia pavé ที่เปล่งประกายแวววาว แขวนอยู่บนสายโซ่ทองคำโทนอุ่น

งูรับโชค พร้อมโอบรับความงามอันแสนลึกลับไปกับสวารอฟสกี้ พร้อมสรรเสริญปีแห่งงูด้วยเครื่องประดับที่ได้รับการตีความน่าหลงใหลจากบุคลิกของราศีที่เต็มไปด้วยปริศนา และมีเสน่ห์มากที่สุดในจักรราศีจีน

งูเป็นสัญลักษณ์แห่งแรงบันดาลใจพลังชีวิต และการเกิดใหม่ เนื่องจากงูสามารถลอกคราบ และเปิดรับความเป็นไปได้ใหม่ๆสวารอฟสกี้จึงนำเสนอสิ่งเหล่านี้ผ่านคอลเลคชั่นแคปซูลที่เต็มไปด้วยพลัง และการเคลื่อนไหว จี้รูปงูถูกถ่ายทอดออกมาในลักษณะที่กำลังเคลื่อนไหวเป็นเกลียว สะท้อนแสง ขดตัวรอบสมบัติอันล้ำค่าของแบรนด์อย่างงดงาม

คอลเลคชั่นนี้ประกอบไปด้วยจี้ สร้อยข้อมือต่างหู และเข็มกลัด สะท้อนถึงความประณีต และความชำนาญระดับสูงของสวารอฟสกี้ได้ อย่างสมบูรณ์แบบ จุดเด่นของคอลเลคชั่นนี้คือ จี้เคลือบทองรูปงูขดตัวที่ประดับด้วยอัญมณี Swarovski Zirconia ระยิบระยับ และหางของงูที่พันรอบไข่มุกคริสตัลสวารอฟสกี้

เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อความเจริญรุ่งเรือง แต่ก็ยังแฝงด้วยความสนุกสนาน Swarovski เปิดตัวชิ้นงานใหม่สำหรับคอลเลคชั่น
ตุ๊กตาในปี 2025 โดยนำเสนอสองสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์อันเป็นที่รู้จักทั่วโลก นั่นก็คือ เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง และแมวนำโชค ซึ่งเป็นตัวแทนแห่งโชคลาภ และความเจริญรุ่งเรือง

การตีความอันแสนมีชีวิตชีวาต่อสัญลักษณ์ที่เราคุ้นเคยนี้ได้ถูกสื่อออกมาในรูปแบบของคริสตัล ซึ่งสะท้อนถึงการเฉลิมฉลองปีแห่งงู รูปปั้นงูสีเขียวชิ้นนี้ได้รับการเจียระไรกว่า 398 เหลี่ยมมุม ทำให้ดูมีบุคลิกที่ยากจะต้านทาน ด้วยลิ้นโลหะสีแดง กระเป๋าโลหะโทนสีทองแชมเปญ และสัญลักษณ์ฮูลูที่ประดับอยู่บนหน้าผาก

ปีแห่งความสุข ความสร้างสรรค์ และการเริ่มต้นใหม่กำลังรอคอยอยู่ข้างหน้า คอลเลคชั่น The Year of the Snake วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน Swarovski บางสาขาทั้งทางออนไลน์ และออฟไลน์

กลุ่มเซ็นทรัล ส่งต่อพลังรักคนไทยผ่านคาราวานของขวัญ สู่น้องๆ ชายแดนภาคใต้ โครงการ ‘มิลเลี่ยนกิฟต์ มิลเลี่ยนสมายล์ ปีที่ 15’

กลุ่มเซ็นทรัล ส่งต่อพลังรักคนไทยผ่านคาราวานของขวัญ  สู่น้องๆ ชายแดนภาคใต้ โครงการ ‘มิลเลี่ยนกิฟต์ มิลเลี่ยนสมายล์ ปีที่ 15’

กลุ่มเซ็นทรัล ส่งต่อพลังรักคนไทยผ่านคาราวานของขวัญ สู่น้องๆ ชายแดนภาคใต้ โครงการ ‘มิลเลี่ยนกิฟต์ มิลเลี่ยนสมายล์ ปีที่ 15’

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัลร่วมมอบของขวัญในโครงการ “มิลเลี่ยนกิฟต์มิลเลี่ยนสมายล์” ณ ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

สร้างบรรยากาศความรักอบอวลทั่วพื้นที่ชายแดนภาคใต้ด้วยขบวนของขวัญจากใจคนไทยทั่วประเทศที่ส่งถึงมือน้องๆ เยาวชนเนื่องในวันเด็กและเทศกาลปีใหม่ประจำปี 2568 กับโครงการ “มิลเลี่ยนกิฟต์ มิลเลี่ยนสมายล์” (Million Gifts Million Smile) ของขวัญจากใจ เพื่อรอยยิ้มของทุกคน จัดโดยกลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับกองทัพบก ซึ่งได้สานต่อความสุขต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 อย่างอบอุ่นเช่นเคย

สมกมล จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลมีเจตนารมณ์แน่วแน่ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการศึกษาให้กับเยาวชนทั่วประเทศ ภายใต้โครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล “เซ็นทรัล ทำ”-ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ โดยได้ร่วมมือกับกองทัพบก ภายใต้โครงการ มิลเลี่ยนกิฟต์ มิลเลี่ยนสมายล์ เชิญชวนคนไทยทั่วประเทศร่วมกันส่งมอบของขวัญแทนรักและห่วงใยเพื่อเป็นกำลังใจให้น้องๆในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และอำเภอในเขตสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอนาทวี อำเภอเทพา) ผ่านช่องทางต่างๆ ของเครือกลุ่มเซ็นทรัล เช่น จุดรับของขวัญที่เซ็นทรัลเวิลด์, E-Donation ที่เคาน์เตอร์ CenPay, กล่องรับบริจาคในห้างเซ็นทรัลทั่วประเทศ หรือการแลกคะแนน The1 ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคมปี 2567 รวมทั้งยังได้ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดช่องทางร่วมสร้างอนาคตที่สดใสผ่านการมอบทุนการศึกษาเพื่อเด็กยากจนพิเศษ ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาให้น้องๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดตากอีกด้วย

พลตรีกรกฎ ภู่โชติ, สมกมล จิราธิวัฒน์, สุกุลยา เอื้อวัฒนะสกุล ส่งมอบของขวัญให้เด็กๆ

กลุ่มเซ็นทรัล ถือเป็นบริษัทค้าปลีกรายแรกของประเทศไทยที่ริเริ่มกิจกรรมส่งมอบของขวัญให้กับเยาวชนในจังหวัดชายแดนใต้ด้วยการร่วมมือกับกองทัพบกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2553 ตลอดระยะเวลา 15 ปี โครงการดังกล่าวได้ส่งมอบของขวัญที่ได้รับจากคนไทย ลูกค้า คู่ค้า และภาคีเครือข่าย อาทิ อุปกรณ์กีฬา, อุปกรณ์การเรียน, ของเล่นเด็ก, จักรยานและอื่นๆ รวมกว่า 2.3 ล้านชิ้น พร้อมมอบทุนการศึกษาตั้งแต่ปี 2564-2567 จำนวน 868 ทุน ช่วยสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับน้องๆ จังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 48,000 ครัวเรือน เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่สะท้อนความรักและความห่วงใยของคนไทยที่มีต่อกันแม้อยู่ห่างไกลคนละพื้นที่ โดยหวังว่ามวลแห่งความปรารถนาดีนี้จะมีส่วนช่วยจุดพลังความสามัคคีให้เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และเสริมสร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ ได้เติบโตเป็นอนาคตที่ดีของประเทศ สอดคล้องกับคำขวัญวันเด็กปี 2568 ทุกโอกาส คือ การเรียนรู้ พร้อมปรับตัวสู่อนาคตที่เลือกเอง”

สำหรับของขวัญทุกชิ้นในปีนี้ได้ถูกจัดสรรตามช่วงวัยและจังหวัดเป้าหมายอย่างเหมาะสมผ่านการลำเลียงสู่มือน้องๆ โดยความร่วมมือจากกองทัพบก พร้อมจัดพิธีส่งมอบของขวัญในโครงการอย่างเป็นทางการ ณ ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี โดยมีผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัล นำโดย สมกมล จิราธิวัฒน์,สุกุลยา เอื้อวัฒนะสกุล, ธนชาติพงษ์ประสิทธิ์ ร่วมกันส่งมอบของขวัญให้แก่ตัวแทนเหล่าเยาวชนท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น

สมกมล จิราธิวัฒน์ ส่งมอบ จักรยานให้น้องๆ

ทั้งนี้ กลุ่มเซ็นทรัลยังส่งมอบความรักให้กับเยาวชนในกรุงเทพมหานครเนื่องในวันเด็กแห่งชาติด้วยเช่นกัน โดยมอบขนมจากมิสเตอร์โดนัท ในเครือบริษัทเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด จำนวน 2,000 ชิ้น ให้น้องๆ ที่มาร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ณ พื้นที่ภายใน กองบัญชาการกองทัพบก เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร อีกด้วย

ด.ช.อิรฟาน ลูดิง อายุ 10 ปี เผยว่า “ดีใจมากที่ได้รับจักรยานเป็นของขวัญวันเด็ก ใช้ขับขี่ไปโรงเรียนและขับเล่นกับเพื่อนๆ ได้ ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมวันเด็กในครั้งนี้ ขอสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญที่ดีในอนาคต”

สุกุลยา เอื้อวัฒนะสกุล เติมเต็มความสุข ให้น้องๆ

ด.ญ.กัลปภัทร แซ่ภู่ อายุ 11 ปี เล่าว่า “เป็นวันเด็กที่มีความสุขและประทับใจมากกับกิจกรรมครั้งนี้ โชคดีที่ได้จักรยานคันใหญ่เป็นของขวัญวันเด็ก ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่ตั้งใจนำความรักผ่านของขวัญมาให้พวกเราถึงที่นี่ วันข้างหน้าจะเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารักและกตัญญูต่อคุณพ่อคุณแม่”

ทางด้าน พล.ต.กรกฎ ภู่โชติ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า “โครงการมิลเลี่ยนกิฟต์ฯ เป็นตัวอย่างของโครงการเพื่อสังคมที่แสดงพลังน้ำใจของคนไทยที่มีต่อเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการนำของขวัญที่เปี่ยมด้วยความรักมอบให้กับน้องๆ เป็นประจำทุกปี ซึ่งช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้น้องๆ ได้มีรอยยิ้มและความหวัง พร้อมที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ยึดมั่นในคุณธรรมความดี เพื่อพัฒนาถิ่นฐานบ้านเกิดและประเทศชาติต่อไปในอนาคต กองทัพขอขอบคุณกลุ่มเซ็นทรัลและทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมกับโครงการดังกล่าวหวังว่าจะร่วมกันจัดกิจกรรมอันอบอุ่นเช่นนี้ เพื่อเติมเต็มความสุขให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในโอกาสต่อไป”

ด.ญ.กัลปภัทร แซ่ภู่ และ ด.ช.อิรฟาน ลูดิง ดีใจมาก
ที่ได้รับจักรยานเป็นของขวัญวันเด็ก

ด.ญ.กัลปภัทร แซ่ภู่ และ ด.ช.อิรฟาน ลูดิง ดีใจมาก ที่ได้รับจักรยานเป็นของขวัญวันเด็ก

มีความสุขกับจักรยานคันใหญ่เป็นของขวัญวันเด็กในปีนี้

มีความสุขกับจักรยานคันใหญ่เป็นของขวัญวันเด็กในปีนี้

น้องๆ ยิ้มแย้มได้ตุ๊กตาของขวัญวันเด็ก
สุดประทับใจ

น้องๆ ยิ้มแย้มได้ตุ๊กตาของขวัญวันเด็ก สุดประทับใจ

หนูน้อยเล่นตุ๊กตาที่ผู้ใหญ่มอบให้อย่างมีความสุข

หนูน้อยเล่นตุ๊กตาที่ผู้ใหญ่มอบให้อย่างมีความสุข

‘ผู้ใหญ่ทุกคนล้วนเคยเป็นเด็กมาก่อน (แต่มีเพียงไม่กี่คนที่จำได้)’ มาแล้ว‘เจ้าชายน้อย’กับไฮไลท์สร้างแรงบันดาลใจแบบจัดเต็ม !!

‘ผู้ใหญ่ทุกคนล้วนเคยเป็นเด็กมาก่อน (แต่มีเพียงไม่กี่คนที่จำได้)’  มาแล้ว‘เจ้าชายน้อย’กับไฮไลท์สร้างแรงบันดาลใจแบบจัดเต็ม !!

‘ผู้ใหญ่ทุกคนล้วนเคยเป็นเด็กมาก่อน (แต่มีเพียงไม่กี่คนที่จำได้)’ มาแล้ว‘เจ้าชายน้อย’กับไฮไลท์สร้างแรงบันดาลใจแบบจัดเต็ม !!

วันพฤหัสบดี ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในที่สุดการรอคอยก็สิ้นสุดลง! Little Prince Universe – An Immersive Journey ได้เปิดประตูให้สัมผัสประสบการณ์ครั้งแรกในกรุงเทพฯ ที่ไอคอนสยาม ซึ่งเต็มไปด้วยความสวยงาม สนุกสนาน และแรงบันดาลใจฉบับเต็มครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ณ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2568 จนถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2568

“The Little Prince” หรือ “เจ้าชายน้อย” เรื่องราวอันงดงามเกี่ยวกับชีวิต ความรักและมิตรภาพ ผลงานการประพันธ์ของ “อ็องตวนเดอ แซ็งแตกซูว์เปรี” (Antoine de Saint-Exupéry) นักเขียนและนักบินชาวฝรั่งเศส ซึ่งกลายเป็นวรรณกรรมระดับโลกที่ก้าวข้ามกาลเวลาและผสมผสานอยู่ในทุกวัฒนธรรมอย่างแท้จริง ด้วยยอดขายกว่า 800 ล้านเล่มทั่วโลก และถูกแปลไปแล้วมากกว่า 600 ภาษา ทำให้วรรณกรรมชิ้นนี้ถูกจัดเป็นวรรณกรรมคลาสสิกสำหรับเยาวชนที่ทั่วโลกยกย่องว่าเป็นผลงานที่มีความเปล่งประกายที่สุดเรื่องหนึ่ง

“The Little Prince Universe – An Immersive Journey” พร้อมแล้วที่จะพาทุกคนก้าวเข้าสู่โลกแห่ง Immersive งานศิลปะแบบดิจิทัลเพื่อไปพบกับประสบการณ์อันหลากหลายในทุกโสตสัมผัสแบบ 360 องศา กับเรื่องราวของเจ้าชายน้อย

เรามาส่องไฮไลท์ประสบการณ์ที่จะได้พบจากงานต้นฉบับที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ สรรค์สร้างโดย Mad Motion Studio กันเลย

1.The Entrance : ได้แรงบันดาลใจมาจากร้าน The Little Prince ในกรุงปารีส โดยมีการเพิ่มความสนุกสนานตั้งแต่บริเวณด้านหน้า โดยงานแอนิเมชั่นเลเซอร์ของเจ้าชายน้อย จุดเริ่มต้นที่สวยงามสำหรับเรื่องราวที่น่าประทับใจ

2.Story Book Theatre : ที่นี่คุณสามารถนั่งพักผ่อนและเพลิดเพลินกับเรื่องราวฉบับย่อของเจ้าชายน้อยในโรงละครแบบ Mini Theatre ซึ่งจะพาคุณได้กลับมาทบทวนเรื่องราวอันทรงพลังของเจ้าชายน้อยอีกครั้ง ก่อนที่จะพาคุณเริ่มต้นการเดินทาง

3.Meet The Little Prince : การพบกันครั้งแรกกับเจ้าชายน้อยได้เริ่มต้นขึ้น โดยจะมีการจำลองเหตุการณ์เครื่องบินตกในทะเลทราย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัย

4.Asteroid B612 : ยินดีต้อนรับสู่ดาว B612 บ้านของเจ้าชายน้อย สถานที่ที่เขาดูแลกุหลาบของเขาด้วยความรัก สามารถเพลิดเพลินไปกับการชมวิวบนดาวเคราะห์ B612 ได้อย่างเต็มที่ และพบกับดวงอาทิตย์ขึ้นและตก 44 ครั้งในหนึ่งวัน! อย่างน่าอัศจรรย์

5.Travel The Planets : เมื่อเจ้าชายน้อยเริ่มต้นการเดินทาง เขาเดินทางผ่านดาวเคราะห์ต่างๆ ที่สว่างไสวด้วยอุโมงค์แสงที่งดงาม ระหว่างทางเขาได้เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตจากมุมมองต่างๆ ในการค้นหาสิ่งที่เขายังไม่เคยเรียนรู้มากก่อน

6.Hello Earth : ในที่สุดก็มาถึงโลกแล้ว พื้นที่นี้จะเน้นไปที่ต้นบาวบาบ (พืชในสกุล Adansonia) และสุนัขจิ้งจอก มาสนุกกับการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลบนโลก โดยพูดว่า Hello! กับสุนัขจิ้งจอก เพื่อดูเขาปรากฏตัวเมื่อคุณทักทาย หรือสนุกไปกับการเล่นบนไม้กระดกเรืองแสง!

7.Walk with the Roses – An infinity room : อีกหนึ่งจุดไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด เมื่อเจ้าชายน้อยค้นพบว่าบนโลกนี้มีดอกกุหลาบนับพัน และกุหลาบของเขาก็ไม่ใช่กุหลาบเดียวที่มีอยู่ ในห้องนี้คุณจะได้พบกับมุมมองอินฟินิตี้ของดอกกุหลาบที่ส่งกลิ่นหอมสดชื่นเมื่อคุณเดินผ่าน เป็นห้องที่เหมาะสำหรับคนที่มีหัวใจโรแมนติกอย่างแท้จริง

8.The Farewell and Star Gazing Hall : เมื่อการเดินทางของเจ้าชายน้อยใกล้จะสิ้นสุดลง พื้นที่นี้เป็นโอกาสสุดท้ายในการอำลาก่อนที่เขาจะกลับไปยัง B612

9.The Little Prince Playroom : โซนเล่น แบบ Interactive ที่มีกิจกรรมสนุกๆ เช่น เกมส์ “Knock out the Baobabs” และ “Come play with me” กระจกที่เจ้าชายน้อยจะสะท้อนทุกการเคลื่อนไหวของคุณ

10.Hello Bangkok : มุมพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเดินทางของเจ้าชายน้อย ที่ได้มาถึงกรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก เป็นมุมที่น่ารักจนไม่ควรพลาด!

11.The Love Wall : ฝากข้อความแห่งความรัก ความหวัง และแรงบันดาลใจบนกำแพงนี้ เพื่อเตือนตัวเองว่าเราทุกคนล้วนเคยเป็นเด็กมาก่อน 

12.Take a Shot : จุดถ่ายรูปสุดท้ายเพื่อเก็บประสบการณ์นี้ไว้เป็นความทรงจำที่ยาวนาน

13.Paint with The Prince : กิจกรรมสุดพิเศษที่คุณสามารถระบายสีบนผ้าใบขนาดเล็กและนำไปเป็นของที่ระลึกกลับบ้าน

14.The STORE by Mad Motion Studio : ร้านขายสินค้าลิมิเต็ดเอดิชั่น จาก The Little Prince Universe เช่น เสื้อผ้าจาก Mc JEANS กระเป๋าผ้า เครื่องเขียน โปสต์การ์ด และอื่นๆ จาก Sunday Morning by Somjai และอย่าลืมไปลองไอศกรีมซีรี่ส์แรกของ The Little Prince Universe จาก Guss Damn Good ได้ที่นี่!

15.The Little Prince Universe Pop-up by BEARHOUSE : ประสบการณ์พิเศษกับเครื่องดื่มและของสะสมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเจ้าชายน้อย

นอกจากนี้ ยังมีพาร์ทเนอร์สุดพิเศษอย่าง Grab มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจอีกด้วย เรียกได้ว่างานนี้เป็นประสบการณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจอย่างเต็มที่ และจะเต็มไปด้วยช่วงเวลาที่สวยงาม ความรู้สึกดีๆ สำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ขอให้เรารำลึกกันไว้อีกครั้งว่า “ผู้ใหญ่ทุกคนล้วนเคยเป็นเด็กมาก่อน (แต่มีเพียงไม่กี่คนที่จำได้)”

เริ่มต้นการเดินทางของคุณได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ที่ AttractionHall ชั้น 6 ไอคอนสยาม ทุกวัน ตั้งแต่เวลา10.30 น. ถึง 20.30 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page : Mad Motion -The Little Prince Universe และจองบัตรได้ที่ https://www.ticketmelon.com/madmotionstudio/the-little-prince-universe