โรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ กินฟรี! เล่นฟรี! ดูหนังฟรี! และรับฟรี! ของขวัญกว่า 50,000 ชิ้น

โรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ  กินฟรี! เล่นฟรี! ดูหนังฟรี! และรับฟรี! ของขวัญกว่า 50,000 ชิ้น

โรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ กินฟรี! เล่นฟรี! ดูหนังฟรี! และรับฟรี! ของขวัญกว่า 50,000 ชิ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ฉลองเทศกาลวันเด็กปี 2568 ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จัดแคมเปญสุดพิเศษ “Kid’s World : The Power of Imagination” ที่จะเติมเต็มทุกจินตนาการให้กับน้องๆ หนูๆ ได้สนุกสนาน สร้างโมเมนต์สุดประทับใจกันได้ทั้งครอบครัว พร้อมส่งต่อพลังแห่งความสุข “The Power of Happiness” แจกของขวัญสุดเซอร์ไพรส์กว่า 50,000 ชิ้น และต่อยอดจินตนาการความสนุก “Fun of Imagination” ไปกับ Kids Playground ทั้งกิจกรรมเกมสุดสร้างสรรค์ พร้อมลุ้นรับของรางวัลตลอดทั้งงาน โดยน้องๆ สามารถร่วมกิจกรรมได้ระหว่างวันที่ 11-12 มกราคม 2568 ณ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ทั่วประเทศ

นางสาวชนนิกานต์ ไกรธรรมจิตกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า โรบินสันไลฟ์สไตล์มุ่งมั่นในการเป็นผู้นำศูนย์กลางการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบครอบคลุมมากที่สุดทั่วไทย ด้วยแนวคิด “Lifestyle and Experiential Community” นำเสนอประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เหนือระดับ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ทุกกลุ่มลูกค้าในแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง โดยเทศกาลวันเด็กนับเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่ต่อเนื่องมาจากเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ซึ่งทุกครอบครัวยังคงอยู่ในโมเมนต์แห่งการเฉลิมฉลอง เราจึงจัดแคมเปญเฉลิมฉลองเทศกาลวันเด็ก ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Kid’s World : The Power of Imagination” ในโรบินสันไลฟ์สไตล์ทั่วประเทศ จัดโปรโมชั่นร่วมฉลองรับเทศกาลแห่งความสดใส เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขของครอบครัว ทั้งร้านอาหาร ภาพยนตร์ และช้อปปิ้งสินค้าสำหรับเด็กๆ อย่างเต็มที่

ปลุกพลังแห่งจินตนาการของน้องๆ ไปกับกิจกรรมสนุกสนานอย่างสร้างสรรค์ ในงานเทศกาลวันเด็ก “Kid’s World : The Power of Imagination” ได้แก่ ส่งต่อพลังแห่งความสุข “The Power of Happiness” รับฟรี! ของขวัญสุดเซอร์ไพรส์ กว่า ٥٠,٠٠٠ ชิ้น ในวันที่ ١١ ม.ค. 2568 ที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ทั่วประเทศ จากร้านค้าชั้นนำ อาทิ Robinson Department Store, My Little Club by Robinson, Supersports, Power Buy, B2S, OfficeMate, Major Cineplex, Jelly Bunny, Echo, Kidzona, Bonchon, และ Mister Donut

ต่อยอดจินตนาการความสนุก “Fun of Imagination” ไปกับ Kids Playground ในวันที่ 12 มกราคม 2568 กินฟรี! อิ่มอร่อยไปกับป๊อปคอร์นแสนอร่อย และเครื่องดื่มเย็นสดชื่นตลอดทั้งงาน เล่นฟรี! เพลิดเพลินไปกับโชว์จากนักแสดงโบโซ่และนักมายากล ตื่นเต้นไปกับเกมสนุกๆ และลุ้นรับของรางวัลจากกิจกรรม ทั้งขนม ของเล่น เป็นต้น ดูหนังฟรี! กับภาพยนตร์มากมาย พิเศษเฉพาะคุณหนูๆ ในวันที่ 11-12 มกราคม 2568 ได้ที่โรงภาพยนตร์เอส เอฟ ซีเนม่า และ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ทุกสาขาทั่วประเทศ

นอกจากนี้ โรบินสันไลฟ์สไตล์ ยังตกแต่งสถานที่ให้สดใสเข้ากับภาพบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองวันเด็ก โดยมี “22mm.t” หรือ มะเหมี่ยว-ฐิติพร กลิ่นทโชติ ศิลปินนักวาดภาพ
ประกอบรุ่นใหม่ชื่อดังที่มีผลงานระดับโลก เป็นผู้ออกแบบ สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด The Power of Imagination ใช้จินตนาการของความเป็นเด็ก ผสมผสานกับสีสันสดใสและลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ จนเป็นภาพประกอบที่ดูมีชีวิต มีอารมณ์ท่าทาง รวมถึงองค์ประกอบต่างๆ สะท้อนถึงความเป็นศูนย์รวมของไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้า เช่น Dining, Family, Sport, Pet, และ Tourist Destination

4 ศูนย์การค้าในเครือ เอ็ม บี เค เปิดโครงการ ‘ข.ขวดรักษ์โลก แยกขวดช่วยน้อง’ สนองเป้า Net Zero บริหารจัดการขยะอย่างรู้คุณค่า 4 โรงเรียนนำร่อง

4 ศูนย์การค้าในเครือ เอ็ม บี เค เปิดโครงการ ‘ข.ขวดรักษ์โลก แยกขวดช่วยน้อง’  สนองเป้า Net Zero บริหารจัดการขยะอย่างรู้คุณค่า 4 โรงเรียนนำร่อง

4 ศูนย์การค้าในเครือ เอ็ม บี เค เปิดโครงการ ‘ข.ขวดรักษ์โลก แยกขวดช่วยน้อง’ สนองเป้า Net Zero บริหารจัดการขยะอย่างรู้คุณค่า 4 โรงเรียนนำร่อง

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

4 ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ร่วมแสดงเจตนารมณ์และให้ความสำคัญในการลดปริมาณขยะแก้ปัญหาโลกร้อน ร่วมกับพันธมิตร กรุงเทพมหานคร คณะขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมเพื่อการพัฒนาเขตปทุมวัน และโรงเรียนภาคีเครือข่าย ประกาศคิกออฟ โครงการ ข.ขวดรักษ์โลก “แยกขวดช่วยน้อง” โดยร่วมมือ โครงการ GC You เทิร์นของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เขตปทุมวัน เขตประเวศ เขตสวนหลวง และเทศบาลเมืองบางกระดี ในการเสริมสร้างความรู้ด้านการแยกขยะแก่ 4 โรงเรียนนำร่องในแต่ละพื้นที่

พุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้บริษัทสนองเป้าลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ 2593 (Net Zero Emissions 2050) พร้อมตั้งเป้าแยกขยะประเภทขวดพลาสติกให้ได้ 15,000 ขวด เพื่อนำไปทำกระเป๋านักเรียนอัปไซเคิล (Upcycle) จำนวน 500 ใบ

จากข้อมูลปริมาณขยะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบมีขยะพลาสติกมากถึง 1,500 ถึง 1,800 ตันต่อวันซึ่งส่วนมากมาจากขวดน้ำที่ใช้ดื่มโดยเฉพาะเดือนตุลาคม ปี 2563ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการสร้างขยะพลาสติกต่อประชากรสูงติดอันดับ 5ของโลก ดังนั้น ท่ามกลางวิกฤตพลาสติกมีทางออกที่เรียบง่าย สามารถเข้าถึงได้ด้วย โครงการ “ข.ขวดรักษ์โลก แยกขวดช่วยน้อง” ที่ทุกภาคส่วนสามารถมีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะพลาสติก อีกทั้งยังเป็นการแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ในการลดการขยะพลาสติก โดยการนำกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อลดภาวะโลกร้อน และร่วมกันเปลี่ยนพฤติกรรมมาสู่การใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและยั่งยืน

สำหรับ 4 โรงเรียนนำร่อง ได้แก่ โรงเรียนวัดบรมนิวาส โรงเรียนแก่นทองอุปถัมภ์ โรงเรียนสุเหร่าใหม่ และ โรงเรียนชุมชนวัดบางกะดี โดยเป็นการเน้นเสริมสร้างความรู้ด้านการแยกขยะ และบริหารจัดการขยะอย่างรู้คุณค่าต่อยอดไปถึงการสร้างรายได้ในอนาคตอย่างยั่งยืน

BLS ชวนทำดี ภายใต้ธีม ‘บัวหลวงชวนรู้ แบ่งปัน และทำดี’

BLS ชวนทำดี ภายใต้ธีม ‘บัวหลวงชวนรู้ แบ่งปัน และทำดี’

BLS ชวนทำดี ภายใต้ธีม ‘บัวหลวงชวนรู้ แบ่งปัน และทำดี’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) หนึ่งในองค์กรที่มุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจคู่ไปกับการช่วยเหลือสังคมและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาอย่างยาวนาน ในปี 2567 ที่ผ่านมา ชาวหลักทรัพย์บัวหลวงได้ร่วมกันทำกิจกรรมหลายรูปแบบ ครอบคลุมทุกมิติและสอดคล้องกับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นๆ วันนี้เราจะมาเล่าย้อนถึงกิจกรรมบางส่วนที่ผู้บริหารและพนักงานได้ร่วมแรงร่วมใจกันมาตลอดทั้งปี

พิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) หัวเรือใหญ่ในการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของบริษัท เล่าว่า “ในปี 2567 นี้เห็นได้ชัดว่าสภาพอากาศเกิดความแปรปรวนอย่างมาก ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่และเกือบตลอดทั้งปีในประเทศไทยเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ปาสลักพระจ.กาญจนบุรี และเหตุการณ์น้ำท่วมในหลายภูมิภาค ซึ่งหลักทรัพย์บัวหลวงเองได้ส่งความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาทุกข์ให้กับหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่และผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง และจากสภาวการณ์เหล่านี้บริษัทจึงมีความตั้งใจให้พนักงานทุกคนได้ตระหนักรู้ถึงสาเหตุและความสำคัญของการมีส่วนร่วมเพื่อช่วยกันบรรเทาและนำสู่การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม สร้างโอกาสในการแบ่งปันแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือและลงมือทำผ่านกิจกรรมต่างๆ ภายใต้ บัวหลวงชวนรู้ ชวนแบ่งปันและชวนทำดี”

เริ่มที่กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม บัวหลวงชวนรู้และบัวหลวงชวนทำดีเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาจากขยะพลาสติกที่เล็ดลอดลงสู่ทะเล ผ่านกิจกรรม บัวหลวงชวนรู้ “Impact of Marine Plastic Pollution” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.บุญชนิต ว่องประพิณกุล สาวเก่งจาก WWF Thailand องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล มาเป็นวิทยากรให้ทั้งความรู้ในด้านผลกระทบต่อระบบนิเวศและตัวเรา รวมถึงบทบาทและหน้าที่ของผู้บริโภค และวิธีการง่ายๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยกันอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน ต่อเนื่องด้วยกิจกรรม บัวหลวงชวนทำดี
“เพื่อเพื่อนใต้สมุทร” นำผู้บริหารและพนักงานเข้าเรียนรู้ในสถานที่จริง ณ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร จ.เพชรบุรี เพื่อตระหนักถึงความสำคัญของระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ศึกษาสวนป่าชายเลนทูลกระหม่อม ซึ่งเป็นป่าชายเลนที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกไว้เมื่อปี พ.ศ.2537 ก่อนจะร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาวและหอยตลับ เพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำและคืนความสมดุลสู่ท้องทะเล

ในด้านสังคม หลักทรัพย์บัวหลวงดำเนินงานในทิศทางเดียวกัน โดยมุ่งเน้นการสร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี การสร้างโอกาสเพื่อการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุดรวมถึงการแบ่งปันต่อผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือและผู้ด้อยโอกาส โดยกิจกรรมหลักที่ทำต่อเนื่องมาหลายปีและได้รับการต่อยอดในปีนี้ คือ กิจกรรม “บัวหลวงชวนรู้ สำรวจตัวเองและการให้กำลังใจผู้ป่วย” และ “บัวหลวงชวนทำดี กำลังใจเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่บริษัทจัดขึ้นเนื่องในวันมะเร็งเต้านมสากล โดยนำผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับพนักงานเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม วิธีการตรวจด้วยตัวเองและการดูแลใจผู้ป่วยที่ใกล้ชิดอย่างเหมาะสมพร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานร่วมกันเย็บเต้านมเทียม จนสามารถส่งมอบเต้านมเทียมได้มากถึง 100 เต้าให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านม ณ โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคมที่หลักทรัพย์บัวหลวงดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของการสำรองโลหิตโดยสภากาชาดไทย ซึ่งประสบภาวะขาดแคลนโลหิตอย่างมากในปี 2567 กิจกรรม “บัวหลวงชวนทำดี บริจาคโลหิต” ได้ร่วมกับโครงการ ตลาดทุนร่วมใจสร้างกุศลกับ ก.ล.ต. ไม่เพียงเปิดสำนักงานใหญ่เป็นศูนย์บริจาคโลหิตเท่านั้น แต่ยังเพิ่มรอบบริจาคเป็น 3 ครั้งและเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกเข้ามาร่วมบริจาคได้อย่างสะดวก ทำให้สามารถส่งต่อโลหิตที่ได้รับบริจาคให้สภากาชาดไทยได้ถึง 51,350 ซีซีโดยกิจกรรมนี้จะจัดเพิ่มเป็น 4 รอบทุกๆ3 เดือน ได้แก่ เดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม สิงหาคม และพฤศจิกายน ในปี 2568 นี้อีกด้วย

การแบ่งปันนี้ยังมีในอีกหลายรูปแบบผ่านบัวหลวงชวนแบ่งปัน ซึ่งอีกกิจกรรมที่เกิดขึ้นทุกๆ ปี ในช่วงเดือนเมษายน คือ “บัวหลวงชวนแบ่งปัน โบนัสนี้ พี่ให้น้อง” โดยผู้บริหารและพนักงานต่างร่วมกันแบ่งปันเงินโบนัสของตนที่ได้มาจากการทำงานตลอดทั้งปีรวมกว่าสามแสนบาท ในปี 2567 เพื่อมอบให้มูลนิธิโรงพยาบาลเด็กนำเป็นทุนทรัพย์
ในการสร้างโอกาสให้แก่น้องๆ ผู้พิการทางสายตาได้สามารถมองเห็น และมูลนิธิบ้านเด็กเร่ร่อนนำเป็นทุนค่าอาหารและค่าใช้จ่ายอื่นๆ สำหรับเด็กด้อยโอกาส

กิจกรรม บัวหลวงชวนรู้ ชวนแบ่งปันและชวนทำดี เหล่านี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) จัดขึ้นจากความตั้งใจและแน่วแน่ที่จะมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงและสร้างผลกระทบเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตและสังคมที่ดีพร้อมกับการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

COS เปิดตัวคอลเลคชั่นแคปซูล แรงบันดาลใจ จากผลงาน Chris Perani ช่างภาพชาวแคลิฟอร์เนีย

COS เปิดตัวคอลเลคชั่นแคปซูล แรงบันดาลใจ  จากผลงาน Chris Perani ช่างภาพชาวแคลิฟอร์เนีย

COS เปิดตัวคอลเลคชั่นแคปซูล แรงบันดาลใจ จากผลงาน Chris Perani ช่างภาพชาวแคลิฟอร์เนีย

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

COS เปิดตัวคอลเลคชั่นแคปซูลสุดพิเศษ ที่ได้แรงบันดาลใจจากผลงานของ Chris Perani ช่างภาพจากรัฐแคลิฟอร์เนีย เมืองซานราฟาเอล Perani เติบโตขึ้นท่ามกลางป่าไม้และหนองบึงซึ่งทำให้เขาหลงใหลในความงดงามที่ซ่อนอยู่ในธรรมชาติ ด้วยความสนใจในศิลปะการถ่ายภาพ เขาจึงพยายามถ่ายทอดช่วงเวลานั้นๆ ผ่านการทดลองเทคนิคการถ่ายภาพแบบมาโคร (Macro Photography) เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์และเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจจากธรรมชาติรอบตัวเขา

ในคอลเลคชั่นประกอบด้วยผลงาน24 ชิ้น ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ นำเสนอผ่านภาพถ่ายของ Perani ที่ถ่ายทอดรายละเอียดอันซับซ้อนของโครงสร้างต่างๆ เช่น ลวดลายของแร่ธาตุ และปีกผีเสื้อที่เปล่งประกาย หลอมหลวมหลากสีสันราวกับประกายรุ้งเพื่อรังสรรค์ความแม่นยำให้กับผลงานในระดับนี้ Perani มุ่งเน้นไปที่พื้นที่เฉพาะ และใช้เลนส์จากกล้องจุลทรรศน์เพื่อให้ได้ภาพที่มีระยะที่เน้นเพียงส่วนเล็กๆ ของภาพที่คมชัดกระบวนการพิเศษนี้จะสร้างภาพ 350 ภาพ โดยแต่ละภาพจะเน้นโฟกัสในส่วนเล็กๆ ที่แตกต่างกันเมื่อรวมกันแล้วจึงได้ภาพทั้งหมด 2,100 ช็อต ที่ถูกนำมาประกอบกันอย่างประณีต เพื่อสร้างสรรค์เป็นภาพถ่ายที่สมบูรณ์แบบเพียง
ภาพเดียว

ผลงานภาพที่ซับซ้อนของ Perani ถูกนำมารังสรรค์ให้มีชีวิตในรูปแบบของงานพิมพ์หลากหลายซีรี่ส์ สร้างสรรค์บนวัสดุที่มีสัมผัสหลากหลาย รวมถึงเสื้อเชิ้ตสีขาวคลาสสิกที่ประดับด้วยงานปักลูกปัดเป็นรูปปีกอันโดดเด่น การออกแบบเสื้อผ้าที่ถือเป็นแฟชั่นที่สวมใส่ได้อย่างไร้กาลเวลาอย่างเดรสแขนยาวสุดหรูที่ตัดเย็บด้วยผ้าถักขนสัตว์แบบสองชั้น ถูกนำมา
ตีความใหม่ให้กลายเป็นชิ้นงานที่สะดุดตา สีสันฉูดฉาดและลุ่มลึกที่สะท้อนถึงผลงานของ Perani ถูกถ่ายทอดผ่านงานพิมพ์ดิจิทัลที่รังสรรค์ลงบนทั้งสองด้านของผ้า สร้างสรรค์รูปทรงที่มีน้ำหนักแต่ยังให้ความพลิ้วไหว เลียนแบบการเคลื่อนไหวของธรรมชาติ ส่วนไอเทมเดนิมถูกจับคู่เข้าเซตอย่างลงตัว พร้อมด้วยลวดลายของผ้าแจ็คการ์ดที่แฝงความงามอันอ่อนช้อย
ของปีกผีเสื้อ

คอลเลคชั่นสุดพิเศษที่ครอบคลุมทั้งเสื้อผ้าผู้หญิง ผู้ชาย และแอคเซสซอรี่เปิดตัวอย่างเป็นทางการทางออนไลน์และวางจำหน่ายที่ร้าน COS ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

กรมวิทย์ เผยโควิด-19 สายพันธุ์ JN.1* ยังพบมากที่สุดในไทย

กรมวิทย์ เผยโควิด-19  สายพันธุ์ JN.1* ยังพบมากที่สุดในไทย

กรมวิทย์ เผยโควิด-19 สายพันธุ์ JN.1* ยังพบมากที่สุดในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 05.30 น.

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยโควิด-19 สายพันธุ์ JN.1* ยังเป็นสายพันธุ์ที่พบมากที่สุดในไทย แนะกลุ่มเสี่ยงปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการติดเชื้ออย่างสม่ำเสมอ

นายแพทย์ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์ ว่ามีการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาครอนXBC นั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลเก่า

สำหรับสถานการณ์สายพันธุ์โควิด-19 ภาพรวมทั่วโลกจากฐานข้อมูลกลาง GISAID นับตั้งแต่ช่วงวันที่ 14 ตุลาคม ถึง 10 พฤศจิกายน2567 สายพันธุ์ KP.3.1.1* พบมากที่สุด ในสัดส่วน 45.6% มีอัตราการพบลดลงเล็กน้อยในสัปดาห์ที่ 45 ส่วนสายพันธุ์ XEC พบเพิ่มขึ้นในสัดส่วน 28.4% สายพันธุ์ JN.1* พบสัดส่วน 13.1% ขณะที่สายพันธุ์ KP.3*, KP.2*, JN.1.18*, สายพันธุ์ Recombinant และ LB.1* มีแนวโน้มลดลง คิดเป็น 7.7%, 1.5%, 1.3%, 1.2% และ 1% ตามลำดับ

ส่วนสถานการณ์สายพันธุ์โควิด-19 ในไทย ขณะนี้สายพันธุ์โอมิครอน JN.1* เป็นสายพันธุ์ที่พบมากที่สุด จำนวนทั้งหมด 1,480 รายคิดเป็นสัดส่วนสะสม 66.23% ของสายพันธุ์ทั้งหมดที่พบในประเทศไทย ขณะที่ทั่วโลก พบจำนวน 426,852 ราย จาก 131 ประเทศ (อ้างอิงฐานข้อมูล CoV-spectrum ณ วันที่
1 มกราคม-7 มกราคม 2568)

นายแพทย์ยงยศ กล่าวต่ออีกว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังคงเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลการถอดรหัสพันธุกรรมในรอบ 30 วัน (วันที่ 23 พฤศจิกายนถึง 22 ธันวาคม 2567) จำนวน 45 ราย พบเป็นสายพันธุ์ JN.1* มากที่สุดรองลงมาคือ XEC, KP.2* ตามลำดับ ซึ่งการเฝ้าระวังติดตามสายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศ จะช่วยส่งเสริมความพร้อมทางห้องปฏิบัติการในการรับมือในอนาคต โดยประเทศไทยเผยแพร่ข้อมูลการถอดรหัสพันธุกรรมสะสม ในฐานข้อมูลกลาง GISAID จำนวน 47,369 ราย นับตั้งแต่เริ่มสถานการณ์ระบาดโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกยังแนะนำให้บุคคลที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อและมีอาการรุนแรง เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อย 1 เข็มและรับเข็มต่อไปห่างจากเข็มแรก 6-12 เดือน ผู้ที่ต้องติดต่อหรือสัมผัสกับกลุ่มเปราะบาง หรือกลุ่มเสี่ยงควรรับวัคซีน ร่วมกับการปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันการติดเชื้ออย่างสม่ำเสมอ เช่น การสวมหน้ากากอนามัย การปิดปาก ปิดจมูกเมื่อไอหรือจาม และการล้างมือเป็นประจำ

เบื้องหลังคนที่ชอบเรียกร้องความสนใจ ทำตัวเด่น อาจเป็น ‘โรคฮิสทีเรีย’

เบื้องหลังคนที่ชอบเรียกร้องความสนใจ ทำตัวเด่น อาจเป็น ‘โรคฮิสทีเรีย’

เบื้องหลังคนที่ชอบเรียกร้องความสนใจ ทำตัวเด่น อาจเป็น ‘โรคฮิสทีเรีย’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 05.00 น.

ในชีวิตคนเราทุกคนล้วนพบเจอคนหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีอารมณ์แปรปรวนง่าย หรือชอบทำตัวเป็นจุดเด่น เพื่อดึงดูดความสนใจจากคนรอบข้าง โดยบางคนอาจไม่รู้ตัวว่า อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “โรคฮิสทีเรีย” หรือ “บุคลิกภาพแปรปรวนแบบฮิสทริโอนิก” ซึ่งเป็นโรคทางจิตเวชที่ส่งผลต่อการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรมของบุคคล

แพทย์หญิงณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล จิตแพทย์โรงพยาบาล BMHH- Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า คำว่า ฮิสทีเรีย (Hysteria) หมายถึง การแสดงออกทางอารมณ์ และท่าทางมากกว่าปกติ พฤติกรรมลักษณะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงถ้ามีพฤติกรรมนี้ร่วมกับมีปัญหาด้านการควบคุมอารมณ์ ควบคุมความวิตกกังวลของตัวเองไม่ค่อยได้ และไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของตัวเองได้ดีเท่าคนปกติ อาจนึกถึง
โรคบุคลิกภาพแปรปรวนในกลุ่มบี (Cluster B Personality Disorder)

โรคฮิสทีเรียมี 2 ประเภท ดังนี้ 1.โรคประสาทฮิสทีเรีย(Conversion Reaction) คือ เมื่อมีความเครียดหรือความกังวลใจมาก จะทำให้เกิดอาการผิดปกติที่ระบบการเคลื่อนไหว และการรับรู้ เช่น ชาที่แขน ขา พูดไม่มีเสียงตามองไม่เห็น กล้ามเนื้อกระตุก สูญเสียความทรงจำบางเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจ แต่เมื่อผู้ป่วยตรวจร่างกายอาจจะไม่พบความผิดปกติเพราะเกิดจากสภาพจิตใจของผู้ป่วยเอง 2.โรคบุคลิกภาพแปรปรวนแบบฮิสทริโอนิก (Histrionic Personality Disorder) เป็นอาการที่หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นโรคติดเซ็กซ์ ที่ไม่สามารถขาดผู้ชายได้ ซึ่งที่จริงแล้ว ผู้ป่วยแค่ต้องการได้รับความสนใจจากคนอื่นเป็นอย่างมาก โดยมีอาการดังนี้ ต้องการเป็นจุดเด่น หรือจุดสนใจ เช่น พูดจา แสดงท่าทางเกินจริง ซึ่งผู้ป่วยโรคนี้จะรู้สึกอึดอัด และทนไม่ได้ทันทีหากตัวเองไม่ได้รับความสนใจจากคนรอบข้าง การแสดงออกดูเหมือนยั่วยวน พยายามเข้าหาผู้อื่น โดยเฉพาะเพศตรงข้าม ด้วยพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ชอบแต่งตัวยั่วยวนเพื่อให้ตนเองเป็นจุดสนใจ แสดงออกถึงความสนิทสนมกับผู้อื่นมากเกินจริงคิดไปเองว่าสนิทสนมกับอีกฝ่าย ทั้งที่อีกฝ่ายอาจไม่ได้รู้สึกสนิทใจด้วย

นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมดราม่าแสดงอารมณ์รุนแรง แปรปรวนง่าย และชอบสร้างเรื่องราวให้ดูน่าตื่นเต้น ต้องการการเอาใจใส่ : ต้องการได้รับการยกย่อง ชมเชย และสนับสนุนจากผู้อื่น ขาดความมั่นใจในตนเอง : ต้องการการยืนยันจากผู้อื่น กลัวถูกทอดทิ้ง มีความสัมพันธ์ที่ไม่มั่นคง : มักมีความสัมพันธ์ที่สั้น รุนแรง และเต็มไปด้วยความขัดแย้งตัดสินใจโดยใช้อารมณ์ : มักตัดสินใจโดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ อาจมีพฤติกรรมขู่หรือลงมือทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่น

สาเหตุของโรคบุคลิกภาพแบบฮิสทริโอนิก อาจเกิดจากประสบการณ์ในวัยเด็ก เช่น การไม่ได้รับความรัก ความอบอุ่น การถูกทอดทิ้ง ทำให้เด็กเกิดความกังวลที่ต้องแยกจากพ่อแม่ การถูกทารุณกรรม เป็นต้น, มีความเสี่ยงทางพันธุกรรม โดยหากบุคคลในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคนี้ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพฮิสทริโอนิกได้ จนเกิดจากการเลียนแบบพฤติกรรมของคนในครอบครัวที่เป็นโรคฮิสทีเรีย และปัจจัยส่วนบุคคล เช่น ลักษณะทางจิตวิทยา วิธีจัดการกับอารมณ์และความเครียดของแต่ละคน เป็นต้น

การรักษาโรคบุคลิกภาพแปรปรวนแบบฮิสทริโอนิก จิตแพทย์จะเน้นการรักษาด้วยการทำจิตบำบัดเพื่อหาสาเหตุการเกิดโรค พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ปรับความคิดให้ผู้ป่วยมี
มุมมองบวกกับตัวเองและทำให้ผู้ป่วยเกิดความเชื่อมั่นในความรักความสัมพันธ์ของตัวเอง แต่อาจจะมีการรักษาด้วยยาหากผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้า หรือวิตกกังวล ร่วมด้วยก็จะมีการให้ยาต้านเศร้า หรือยารักษาวิตกกังวล

สำหรับการอยู่ร่วมกับผู้ป่วยโรคบุคลิกภาพแปรปรวนแบบฮิสทริโอนิก ต้องดูแลตามความเหมาะสมกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหรือถ้าพบว่าผู้ป่วยมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สามารถบอกกับผู้ป่วยตรงๆ เพื่อให้เค้ารู้ว่า สิ่งที่ตัวเองทำอยู่ส่งผลกระทบอย่างไรต่อคนรอบข้าง

ทั้งนี้ โรคฮิสทีเรียเป็นโรคทางจิตเวชที่มีความซับซ้อนและต้องได้รับการรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการที่สงสัยว่าเป็นโรคฮิสทีเรีย ควรปรึกษาจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง

ดร.ษรัญพัฒน์ ทวีสิทธาพล ผู้ยอมปล่อยมือจากเงินล้าน สู่การพลิกโฉมธุรกิจด้าน’ความตาย’

ดร.ษรัญพัฒน์ ทวีสิทธาพล ผู้ยอมปล่อยมือจากเงินล้าน สู่การพลิกโฉมธุรกิจด้าน'ความตาย'

ดร.ษรัญพัฒน์ ทวีสิทธาพล ผู้ยอมปล่อยมือจากเงินล้าน สู่การพลิกโฉมธุรกิจด้าน’ความตาย’

วันพุธ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568, 21.58 น.

“ผมเชื่อว่ามันไม่มีหรอกความล้มเหลว มันมีแต่การล้มเลิกเท่านั้นล่ะ” หนึ่งในทัศนคติประจำใจของ ดร.ษรัญพัฒน์ ทวีสิทธาพล ผู้ที่เป็นเด็กบ้านนอกจากท้องนา สู่เส้นทางเงินล้านในกลุ่มธุรกิจซื้อ-ขายรถมือสองและสินเชื่อ “JUST” ก่อนที่จะยอมปล่อยมือจากธุรกิจที่มีมูลค่าหลายร้อยล้าน เพื่อเริ่มต้นก้าวใหม่กับ “Sirimonkolgroup” ธุรกิจที่มองความตาย ว่าเป็นเรื่องที่ “เตรียมตัวได้” และดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท

สำหรับ ดร.ษรัญพัฒน์ ทวีสิทธาพล แล้ว กว่าจะมาถึงวันนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบนเส้นทางชีวิตของชายคนนี้ สามารถเรียกได้เต็มปากว่าคือ “นักสู้” ผู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา ด้วยพื้นฐานชีวิตที่เติบโตในครอบครัวของชาวนา และต้องหารายได้ระหว่างเรียนด้วยการช่วยพ่อแม่ทำงานทุกอย่างแม้กระทั่งเก็บขยะขาย ในช่วงเวลานั้นชีวิตของเด็กนักเรียนคนนี้ไม่เคยหยุดทำงานที่สร้างรายได้เลย จนกระทั่งเรียนจบมัธยมปลาย แม้ในเวลานั้นจะสอบเอนทรานซ์ติด แต่เจ้าตัวเลือกที่จะสละการเรียนในช่วงนั้นเพื่อเข้าสู่เมืองที่เต็มไปด้วยความฝันอย่างกรุงเทพมหานคร เพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเองและส่งเงินให้ครอบครัวที่อยู่อุดรธานี ซึ่งในเวลานั้นมีเงินติดตัวไม่กี่ร้อยบาท ในการใช้ชีวิตในเมืองที่ไม่มีทั้งเพื่อนและพี่น้อง

นอกจากในแง่ของการทำธุรกิจ ชายที่ชื่อ ษรัญพัฒน์ ยังทำหน้าที่เป็นอีกหลายบทบาท โดยบทบาทที่ทำสม่ำเสมอคือการเป็นอาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัยมหิดลและมหาวิทยาลัยอื่นๆ อีกหลายแห่ง เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ส่งต่อให้ผู้อื่นให้มีแนวคิดที่ดีตามไปด้วย และปัจจุบันยังเป็นที่ปรึกษา ประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านศาสนาและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร อีกด้วย

ย้อนกลับไปในวัย 18 ปีของ ษรัญพัฒน์ ได้เริ่มต้นด้วยการเป็นหนุ่มโรงงานในย่านบางพลี ด้วยค่าแรงวันละ 290 บาท โดยมีเป้าหมายสูงสุดที่เจ้าตัวหวังไว้คือ “อยากเป็นเจ้าของกิจการ” ในเวลานั้นนอกจากจะทำงาน ษรัญพัฒน์ ได้ลงเรียนไปด้วยโดยเลือกเรียนวันอาทิตย์เพียงวันเดียว ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทำให้ชายคนนี้ประสบความสำเร็จคือการทำงานอย่างหนัก และเปลี่ยนงานทุกๆ หนึ่งปี เพื่อค้นหาความชอบและใกล้ชิดกับการทำธุรกิจให้มากที่สุด แม้ว่าคนอื่นจะทำงาน 8 ชั่วโมง แต่ ษรัญพัฒน์ เลือกที่จะทำมากกว่านั้นเพื่อให้ได้ “เงิน” และ “เรียนรู้” การทำธุรกิจ

กระทั่งเรียนจบ ษรัญพัฒน์ ก็ได้เริ่มต้นด้วยอาชีพเซลล์ขายรถยนต์ และได้เริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเอง ด้วยการร่วมหุ้นกับเพื่อนในอีกหลายธุรกิจ ที่แม้ว่าจะล้มลุกคลุกคลานขนาดไหน แต่ชายคนนี้ก็ไม่เคยท้อถอย และยังได้ลองผิดลองถูกจากการเป็นเจ้าของธุรกิจอีกมากมาย จนที่สุดแล้วก็มาลงตัวกับ “JUSTCAR” ธุรกิจที่ทำให้ ดร.ษรัญพัฒน์ ทวีสิทธาพล ประสบความสำเร็จมากมาย แม้จะเริ่มต้นจาก 0 ด้วยการบริหารจัดการเพียง 5 ปี สู่การเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าหลายร้อยล้าน ก่อนที่จะยอมปล่อยมือจากความสำเร็จในครั้งนั้น เพื่อมาจับธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ “ความตาย” ในชื่อ “อนัตตาบารมี” ภายใต้การดำเนินงานโดย “Sirimonkolgroup” ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

สำหรับ “อนัตตาบารมี” นั้นเป็นธุรกิจ “ออแกไนซ์ รับจัดงานศพ” ที่คอยดูแลจัดงานพิธีศพแบบครบวงจร ทั้งการแนะนำวัดที่เหมาะสมกับจำนวนแขก หรือการจัดพิธีกรรมทางศาสนาที่คอยดูแลประสานงานกับทางวัด ตลอดจนการดูแลแขกในงานทั้งเรื่องการดำเนินตามพิธีการ อาหารและของว่างภายในงาน เพื่อให้ทุกขั้นตอนราบรื่นและสมบูรณ์แบบมากที่สุด ซึ่งไม่เพียงแค่การดูแลเรื่องพิธีการในวันงานนั้น แต่บริการรับจัดงานศพของ อนัตตาบารมี ยังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมด้วยคอนเซปต์ “งานศพรักษ์โลก”

แม้ว่าการจากลาของผู้คนจะเกิดขึ้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่การดำรงอยู่ของผู้คนก็ยังคงต้องมีต่อไปเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้เอง งานศพที่ดำเนินงานในนาม Sirimonkolgroup จึงเป็นงานที่จัดเตรียมด้วยความรู้สึกที่คิดอยู่เสมอว่า การตายไม่ใช่การจากลา หากเพียงแต่ต้องเป็นงานที่ทำให้รำลึกถึงคุณงามความดีของผู้วายชนน์ และงานที่จัดโดยอนันตาบารมี เป็นงานที่จัดโดยถูกหลักประเพณี เรียบง่าย และไม่ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศ

สำหรับรูปแบบของงานจะมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่การเป็นประโยชน์ให้กับโลกและผู้คนมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นพวงหรีด ทางอนัตตาได้มีการจัดทำพวงหรีดรักษ์โลกแต่เป็นประโยชน์กับคนที่ยังอยู่และเป็นบุญกุศลหนุนส่งให้ผู้ที่จากไป โดยจะเปลี่ยนพวงหรีดเป็นการบริจาคให้กับโรงเรียน โรงพยาบาลหรือมูลนิธิ ที่ต้องการโดยตรงเพื่อนำเงินค่าพวงหรีดดังกล่าวไปสร้างประโยชน์ให้มากขึ้นและยังเป็นการลดขยะลงได้อีก

สำหรับ “อนัตตาบารมี” เราเข้าใจดีว่าการสูญเสียมันมาพร้อมความเจ็บปวดและเตรียมพร้อมได้ยากเพราะมักจะเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว “ในวันที่คุณสูญเสียคนที่คุณรัก” ความสูญเสียทำให้คุณรู้สึกสับสนและเสียใจ แต่ไม่ต้องห่วง เราพร้อมที่จะยืนเคียงข้างคุณในทุกช่วงเวลา อนัตตาบารมี บริการดูแลจัดการให้คุณในวันสำคัญนี้ ด้วยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและห่วงใยเสมือนญาติมิตร เรามีนายพิธีผู้เชี่ยวชาญ ที่จะทำให้พิธีการทุกขั้นตอนราบรื่น เราทีมงานที่ห่วงใย ช่วยเหลือคุณในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดการพิธีฌาปนกิจหรือบริการอื่นๆ

เรามีทีมช่างภาพ ที่จะบันทึกทุกความทรงจำในวันที่คุณต้องการ พร้อมบริการของชำร่วย เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้วายชนม์ ให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณในวันที่คุณสูญเสีย อนัตตาบารมี เราพร้อมให้บริการด้วยความเคารพและใส่ใจในทุกรายละเอียด

อนัตตาบารมีเข้าใจดีว่าในช่วงเวลาของความสูญเสีย การจัดการงานศพอาจเป็นเรื่องที่ยากลำบาก โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับขั้นตอนที่ซับซ้อนและค่าใช้จ่ายที่ไม่แน่นอน บริการของเราช่วยจัดการงานศพอย่างครบวงจร เพื่อให้ครอบครัวได้ใช้เวลาที่มีค่าและสำคัญร่วมกัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการพิธีและรายละเอียดต่างๆ เราพร้อมดูแลให้พิธีดำเนินไปอย่างเรียบร้อยและสมเกียรติ

หากท่านไม่มีผู้ช่วยจัดการ, กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย หรือไม่แน่ใจในขั้นตอนที่ต้องดำเนินการเมื่อเกิดการสูญเสีย อนัตตาบารมีพร้อมเป็นที่พึ่งและช่วยเหลือทุกขั้นตอน

จากเส้นทางของนักธุรกิจพันล้าน สู่การดำเนินธุรกิจที่เรียบง่ายและมองเห็นสัจธรรมที่หลีกหนีไม่พ้นของชีวิต สิ่งนี้คงเป็นหนึ่งในการการันตีให้เห็นว่า เส้นทางของผู้ชายที่ชื่อ “ดร.ษรัญพัฒน์ ทวีสิทธาพล” ไม่ใช่เรื่องง่าย และเต็มไปด้วยบททดสอบมากมาย เพราะกว่าที่จะมาถึงจุดนี้ได้ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทั้งหมดมาจากการ “ไม่เคยยอมแพ้” ที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “ชีวิตเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ”

แม้ความตายจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การเตรียมพร้อมคือสิ่งที่เราทำได้ เพื่อให้การอำลาครั้งสุดท้ายเป็นความทรงจำที่สงบและสมเกียรติ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เบอร์ติดต่อ : 080-9294545

Website : https://sirimonkolgroup.com/ 

Facebook : https://www.facebook.com/share/Bf7GBu4JvAsaQb2X/

Line : @sirimonkol (มี @ ด้านหน้า) หรือกดที่ลิงก์ https://lin.ee/Y78jNxo

TikTok : https://www.tiktok.com/@anattabarami?is_from_webapp=1

Instagram : https://www.instagram.com/anattabarami?igsh=am13bmZwMWE5N2tx

Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCP6qDfmm8QNpgXMOMdr2VWQ

Mail : anattabarami@gmail.com

บัตรเครดิตเดอะวิสดอมกสิกรไทย จัด ‘Exclusive Fine Dining’ ด้วยเมนูคอร์สธีมพิเศษ สุดยอดวัตถุดิบจากทั่วโลก

บัตรเครดิตเดอะวิสดอมกสิกรไทย จัด 'Exclusive Fine Dining' ด้วยเมนูคอร์สธีมพิเศษ สุดยอดวัตถุดิบจากทั่วโลก

บัตรเครดิตเดอะวิสดอมกสิกรไทย จัด ‘Exclusive Fine Dining’ ด้วยเมนูคอร์สธีมพิเศษ สุดยอดวัตถุดิบจากทั่วโลก

วันพุธ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.28 น.

บัตรเครดิตเดอะวิสดอมกสิกรไทย รังสรรค์ประสบการณ์อาหารเหนือระดับกับเอ็กซ์คลูซีฟไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) ในแคมเปญ “Curated Tasting Experience” โดยเสนอธีมเมนูอาหารเฉพาะสำหรับแต่ละร้านต่อเนื่องทุกเดือน เฉพาะลูกค้าเดอะวิสดอมกสิกรไทยเท่านั้นที่จะได้ลิ้มลอง โดยตลอดเดือนธันวาคมที่ผ่านมา บัตรเครดิตเดอะวิสดอมกสิกรไทย ได้จัดรอบเอ็กซ์คลูซีฟให้ลูกค้าได้อิ่มเอมกับมื้ออาหารที่สร้างสรรค์ธีมเฉพาะและรังสรรค์เมนูที่มีเอกลักษณ์หลากหลายรูปแบบ สัมผัสอาหารชั้นเลิศที่คัดสรรวัตถุดิบพรีเมียมทั่วโลก จากฝีมือของเชฟมากประสบการณ์จาก 2 ร้านอาหารชื่อดัง ได้แก่ Gianni Ristorante กับ ‘Oscietra Caviar Night’ ค่ำคืนแห่งจักรวาลคาเวียร์ และร้าน  Sorrento Sathorn กับ ‘Alba White Truffle Festival’ ที่สุดแห่งรสชาติของราชาเห็ดทรัฟเฟิลขาว   

Oscietra Caviar Night ค่ำคืนท่องจักรวาลแห่งคาเวียร์สุดหรูหรา

เริ่มต้นด้วยมื้ออาหารสุดหรูหราในห้วงเวลาเฉลิมฉลองในเดือนธันวาคมกับธีมพิเศษ “Oscietra Caviar Night” ณ Gianni Ristorante ร้านอาหารอิตาเลียนระดับตำนาน ประสบการณ์ค่ำคืนพิเศษที่บัตรเครดิตเดอะวิสดอมกสิกรไทย ออกแบบคอร์สเมนูที่ทำให้ลูกค้าได้ลิ้มลองทุกรสสัมผัสชั้นเลิศแห่งจักรวาลแห่งคาเวียร์ ซึ่งเป็นสุดยอดวัตถุดิบของไฟน์ไดนิ่ง โดยลูกค้าได้ดื่มด่ำกับเซ็ทเมนูอาหาร 6 คอร์สที่ทำจากคาเวียร์ ผสมผสานด้วยเทคนิคการปรุงอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิม เสิร์ฟคู่พร้อมไวน์ชั้นดี

ปิดท้ายค่ำคืนด้วยของหวานสุดพิเศษ Gianni’s Lemon Tart x THE WISDOM ที่รังสรรค์ขึ้นเฉพาะงานนี้ พร้อมด้วยเซอร์ไพรส์สุดพิเศษอย่างภาพถ่ายโพลารอยด์พร้อมกรอบรูปดีไซน์หรู เป็นที่ระลึกแห่งความทรงจำในค่ำคืนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

‘Alba White Truffle Festival’ ที่สุดแห่งรสชาติของราชาเห็ดทรัฟเฟิลขาว

อิ่มเอมกับรสชาติความหรูหราแบบอิตาเลียนกับธีม Alba White Truffle Night ที่ร้าน Sorrento Sathorn โดยบัตรเครดิตเดอะวิสดอมกสิกรไทย ได้สร้างสรรค์คอร์สเมนูนี้เป็นพิเศษเนื่องจากช่วงปลายปีเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดในการลิ้มลองรสชาตินำเห็ดทรัฟเฟิลขาวที่ได้ชื่อว่าเป็น “ราชาแห่งเห็ด” ส่งตรงจากเมืองอัลบา เมืองเล็กๆ ที่อยู่ในรัฐพีดมอนต์ (Piedmont) ประเทศอิตาลี ซึ่งแหล่งปลูกเห็ดทรัฟเฟิลขาวที่ดีที่สุดของโลก รสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเห็ดทรัฟเฟิลขาว ได้ถูกนำมาปรุงอย่างพิถีพิถัน เพิ่มมิติรสชาติของอาหารให้กลายเป็นเมนูอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มอบประสบการณ์อิ่มเอมให้กับลูกค้าบัตรเครดิตเดอะวิสดอมกสิกรไทย

ติดตามประสบการณ์มื้ออาหารเหนือระดับกับ ‘Curated Tasting Experience’ ที่สร้างสรรค์ต่อเนื่องตลอดทั้งปี สำหรับลูกค้าเดอะวิสดอมกสิกรไทยเท่านั้น ที่ https://www.kasikornbank.com/k_41WwUbm  และสามารถติดตามข่าวสารหรือสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าเดอะวิสดอมกสิกรไทย รับข้อมูลข่าวสาร Add LINE @kbanklive บนช่องค้นหา

* เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด 

* ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี 

-(016)

เมืองไทยประกันภัย มอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (กลุ่ม) แก่ศิลปินแห่งชาติประจำปี พ.ศ. 2566 – 2568

เมืองไทยประกันภัย มอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (กลุ่ม) แก่ศิลปินแห่งชาติประจำปี พ.ศ. 2566 - 2568

เมืองไทยประกันภัย มอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (กลุ่ม) แก่ศิลปินแห่งชาติประจำปี พ.ศ. 2566 – 2568

วันพุธ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.23 น.

“เมืองไทยประกันภัย” มอบประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (กลุ่ม) แก่ศิลปินแห่งชาติ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ สร้างขวัญและกำลังใจ แทนคำขอบคุณผู้ขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมของกรมส่งเสริมวัฒนธรรมมาอย่างยาวนาน ทุนประกันภัยรวม 22 ล้านบาท ณ ห้องประชุมชั้น 14 อาคารเมืองไทยประกันภัย เมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา

นางนวลพรรณ ล่ำซำ ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม พร้อมด้วยนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ กรรมการ, นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และตัวแทนศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2566 จ่าโทหญิงปรียนันท์ สุนทรจามร, นายสุธีศักดิ์ ภักดีเทวา, นายพิเชษฐ์ เอี่ยมชาวนา ร่วมกันรับมอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (กลุ่ม)  สำหรับศิลปินแห่งชาติ ที่ได้รับการเชิดชูเกียรติประจำปี 2566 – 2568 รวมทั้งคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่และสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคคลที่ร่วมกันสนับสนุน ส่งเสริม สืบสาน และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมของชาติไทย โดยมีนายวาสิต ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ,นายสุรัตน์ ศรีสมบุญกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และนายโกวิท ผกามาศ ที่ปรึกษา บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้มอบ

นางนวลพรรณ ล่ำซำ กล่าวว่า “แป้งในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนงานด้านวัฒนธรรมของชาติ ประเทศไทยเรามี soft power หลากหลายด้าน ทั้งอาหาร เครื่องแต่งกาย กีฬา ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม และสิ่งหนึ่งที่สำคัญในนั้นคือ ศิลปินทุกท่าน จากทุกสาขา ทุกแขนง ที่ช่วยเชิดชูศักดิ์ศรีและทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้น เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ขณะนี้ทั่วโลกได้รู้จักอาหารไทย นับเป็นความสำเร็จของกระทรวงวัฒนธรรม ที่ทำให้ ‘ต้มยำกุ้ง’ ขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ขององค์การยูเนสโก

แป้งขอใช้เวทีนี้เชิดชูเกียรติ ยกย่อง ศิลปินแห่งชาติ ตลอดจนผู้มีส่วนในการขับเคลื่อนศิลปวัฒนธรรมของไทยเราทุกด้าน  ตลอดจนผู้ทำงานเบื้องหลังกระทรวงวัฒนธรรมทุกท่าน แป้งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสนับสนุนของเมืองไทยประกันภัย จะช่วยเพิ่มพลังและสร้างความอุ่นใจให้กับทุกท่านในการทำงานทุกภารกิจต่อไปค่ะ”

กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (กลุ่ม) ให้ความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุ คนละ 500,000 บาท (Death Claim) ค่ารักษาพยาบาล เหตุจากการเกิดอุบัติเหตุตามจริง (ไม่เกิน 50,000 บาท) ให้ความคุ้มครอง 24 ชั่วโมง ระยะเวลา 1 ปี ทุนประกันภัยรวม 22,000,000 บาท

เมืองไทยประกันภัยภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนภารกิจสำคัญด้านงานวัฒนธรรมของชาติ และพร้อมเป็นอีกหนึ่งแรงที่จะช่วยขับเคลื่อนมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของไทย ให้เป็นที่รู้จัก และคงอยู่เพื่อคนรุ่นหลังสืบไป

-(016)

‘Swiss Lab’ คว้าสองรางวัลนวัตกรรมเวทีใหญ่จากฝรั่งเศสและอังกฤษ

‘Swiss Lab’ คว้าสองรางวัลนวัตกรรมเวทีใหญ่จากฝรั่งเศสและอังกฤษ

‘Swiss Lab’ คว้าสองรางวัลนวัตกรรมเวทีใหญ่จากฝรั่งเศสและอังกฤษ

วันพุธ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.19 น.

ยังคงเดินหน้าสร้างปรากฏการณ์อย่างต่อเนื่องทั้งยอดขายและรางวัลสำหรับ Swiss Lab สกินแคร์ดาวรุ่งจากฝีมือของ พุทธชาติ พงศ์สุชาติ และ ปิยเกียรติ บุญเรือง สองแม่ทัพจากรั้วนิเทศ จุฬาฯที่คร่ำหวอดในแวดวงการค้าออนไลน์มากว่า 15 ปี

โดยล่าสุดพา Swiss Lab Nature Care Cream ครีมบำรุงผิวหน้าสูตรที่สองของ Swiss Lab คว้ารางวัลเหรียญเงินจากเวทีนวัตกรรมนานาชาติ Prix Eiffel International and Innovation Contest จากประเทศฝรั่งเศสและคว้าเหรียญทองจากงานนวัตกรรมนานาชาติ ITE International Invention and Trade Expo London จากประเทศอังกฤษ

ตุ๊ยตุ่ย พุทธชาติ พิธีกร-นักแสดง ในฐานะเจ้าของผลิตภัณฑ์ Swiss Lab เผยด้วยความตื่นเต้นว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจที่พาสินค้าแบรนด์ Swiss Lab โดยฝีมือของนักวิจัยและพัฒนาสูตรจากประเทศไทยโดยความร่วมมือกับแล็บจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาคว้ารางวัลจาก 2 เวทีใหญ่ระดับโลกได้สำเร็จ ซึ่งถึงแม้ว่าหลักเกณฑ์การให้คะแนนด้านนวัตกรรมของทั้ง 2 เวทีจะมีความแตกต่างกันบ้าง แต่เราก็สามารถคว้ามาได้ทั้งเหรียญทองและเหรียญเงิน เป็นบทพิสูจน์ว่าฝีมือของนักวิจัยและพัฒนาของไทยยอดเยี่ยมไม่เป็นรองใครในโลก และก็ต้องขอขอบคุณการสนับสนุนจากแล็บฝั่งสวิส ที่ส่งวัตถุดิบที่เป็น innovation ใหม่ๆ มาให้เราพัฒนาต่อยอด จนกลายเป็นสินค้านวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับทั้งในแง่ของยอดขายและรางวัล โดยในใบประกาศกิตติคุณเหรียญทองของเวทีประเทศอังกฤษยกย่องว่าเราเป็นนวัตกรรมเพื่อการซ่อมแซมและปราการปกป้องผิวที่เป็นเลิศที่สุดจากประเทศไทยโดยใช้สารสกัดที่ทรงคุณค่าจากสวิสในปีนี้ และขอขอบคุณลูกค้า Swiss Lab ทุกท่านที่ให้การสนับสนุนเรามาโดยตลอด ขอให้ทุกท่านภูมิใจว่าครีมที่เราใช้บำรุงบำรุงผิวหน้าอยู่ทุกคืนเป็นครีมนวัตกรรมที่ได้รับการยอมรับจากเวทีระดับนานาชาติ

แบรนด์ Swiss Lab เป็นแบรนด์ที่ 2 ต่อจาก Pureplus ของบริษัทเพียวเวราที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในรอบสองปีที่ผ่านมา โดยสร้างปรากฏการณ์ยอดขายอันดับ 1 ในหมวดสกินแคร์ จากแพลตฟอร์ม On line shopping ทั้ง Shopee / Lazada / Line Shopping และ Tiktok มียอดขายรวมมากกว่า 8 ล้านหน่วย และคว้ารางวัลเกียรติยศมาแล้วถึง 14 รางวัลทั่วโลก