‘อธิบดีทวีศักดิ์’ประชุม คกก.การประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ พด.

'อธิบดีทวีศักดิ์'ประชุม คกก.การประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ พด.

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ประชุม คกก.การประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ พด.

วันพุธ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2568, 17.17 น.

วันพุธที่ 8 มกราคม 2568 เวลา 09.00 น. ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ กรมพัฒนาที่ดิน ครั้งที่ 1/2568 เพื่อดำเนินการขับเคลื่อนตัวชี้วัดของกรมฯ ให้เป็นไปอย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และบรรลุค่าเป้าหมายตามกรอบและแนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กำหนด โดยมี ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ผู้อำนวยการกอง/สำนัก ผู้เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการกลุ่ม คณะทำงานฯ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 1214 ชั้น 2 อาคาร 1 กรมพัฒนาที่ดิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งกรมพัฒนาที่ดิน เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการการประเมินส่วนราชการตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ กรมพัฒนาที่ดิน รวมถึงรับทราบผลคะแนนการประเมินส่วนราชการฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 และกรอบตัวชี้วัดในการประเมินส่วนราชการฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของกรมพัฒนาที่ดิน นอกจากนี้ยังร่วมพิจารณาตัวชี้วัดการประเมินส่วนราชการฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 กรมพัฒนาที่ดิน

– 006

บลูเอเลเฟ่นท์ มอบเงินบริจาคจากงานการกุศล Charity Brunch ให้แก่ UNHCR

บลูเอเลเฟ่นท์ มอบเงินบริจาคจากงานการกุศล Charity Brunch ให้แก่ UNHCR

บลูเอเลเฟ่นท์ มอบเงินบริจาคจากงานการกุศล Charity Brunch ให้แก่ UNHCR

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 10.47 น.

มาสเตอร์เชฟนูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ (ที่ 4 จากขวา) ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนทำอาหารและมาสเตอร์เชฟแห่งภัตตาคาร บลู เอเลเฟ่นท์ มอบเงินบริจาคจำนวน 800,000 บาทให้แก่UNHCRโดยมี คุณอรุณี อัชชะกุลวิสุทธิ์ (ที่ 4 จากซ้าย) ผู้อำนวยการแผนกส่งเสริมความร่วมมือภาคเอกชน UNHCR ประเทศไทย เป็นผู้รับมอบเงินบริจาคจากงานบรันช์การกุศล“International Chefs Day: The Living Legend Chefs Charity Brunch for UNHCR” เนื่องในวันเชฟสากลที่ผ่านมาโดยเงินทุนนี้จะถูกนำไปช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นที่กำลังเผชิญกับวิกฤตด้านมนุษยธรรมทั่วโลก

กทพ. ชวนคนไทยเดิน-วิ่งสร้างประวัติศาสตร์ในงาน ‘มหกรรมสุขเต็มสิบ’

กทพ. ชวนคนไทยเดิน-วิ่งสร้างประวัติศาสตร์ในงาน ‘มหกรรมสุขเต็มสิบ’

กทพ. ชวนคนไทยเดิน-วิ่งสร้างประวัติศาสตร์ในงาน ‘มหกรรมสุขเต็มสิบ’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เตรียมจัดงาน “มหกรรมสุขเต็มสิบ” เพื่อเฉลิมฉลองการเปิด“สะพานทศมราชัน” ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมระหว่าง วันที่ 10-19 มกราคม 2568 เวลา 16.00-22.00 น. พร้อมเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งสร้างประวัติศาสตร์ เพื่อร่วมเป็นหนึ่งของการแสดงพลังความสามัคคีในวันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2568 และสร้างความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิตบนสะพานแห่งความภาคภูมิใจของชาติ

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. กล่าวว่า กทพ. ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุด จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสะพานทศมราชัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่าในพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้ และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและสร้างประวัติศาสตร์ก่อนการเปิดใช้สะพานทศมราชัน กทพ. จึงมีการจัดงาน “มหกรรมสุขเต็มสิบ” ระหว่าง วันที่ 10-19 มกราคม 2568 เวลา 16.00-22.00 น. เป็นเวลา 10 วัน โดยจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมสะพานทศมราชัน พร้อมถ่ายภาพและเลือกชมสินค้า OTOP จากชุมชน ภายในงานได้รวมร้านค้าจากชุมชนและพันธมิตรกว่า 50 ร้านค้า อีกทั้ง กทพ. ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน กิจกรรมเดิน-วิ่งสร้างประวัติศาสตร์ ในวันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2568 บนสะพานทศมราชัน นับเป็นการจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะเปิดให้ใช้สะพานทศมราชันได้จริงในปลายเดือนมกราคมนี้

“มหกรรมสุขเต็มสิบ” จะเป็นช่วงเวลาที่คนไทยทุกคนได้เข้าถึงและเข้าชมสะพานทศมราชันในมุมมองที่ไม่เคย มีมาก่อนกิจกรรมนี้ไม่เพียงเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เดินชม ถ่ายภาพและสัมผัสกับความงดงามของสะพานเท่านั้น แต่ยังเป็นการรวมพลังของความสามัคคีผ่านกิจกรรมเดิน-วิ่ง และการร่วมสร้างประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน กิจกรรมนี้เป็นมากกว่าความสนุกสนานเพราะสะท้อนถึงความตั้งใจของ กทพ. ในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดให้กับคนไทย ทั้งนี้ ยังได้ร่วมกับหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนในการดูแลประชาชนตลอดการจัดกิจกรรม พร้อมทั้งมีจัดจุดคัดกรอง จุดลงทะเบียนสำหรับประชาชน รวมถึงการประชาสัมพันธ์กฎระเบียบ ข้อบังคับ สำหรับประชาชนที่ต้องการขึ้นไปร่วมกิจกรรมด้านบนด้วย”

นายชาตรี ตันศิริ รองผู้ว่าการ (วิศวกรรมและบำรุงรักษา) กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดสะพานทศมราชันถือเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับคนไทยทุกคน ซึ่งจะช่วยเสริมความสมบูรณ์ให้กับโครงข่ายทางพิเศษในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและขนส่งสินค้าอย่างรวดเร็ว และเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งสะพานแห่งนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ กทพ. ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย แต่ยังได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยเทคโนโลยีการก่อสร้างขั้นสูงสามารถรองรับการจราจรได้ถึง 8 ช่องจราจร พร้อมโครงสร้างที่แข็งแรงรองรับแรงลมได้ถึง 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลก

สำหรับ “สะพานทศมราชัน” เป็นสะพานคู่ขนานแห่งแรกของประเทศไทยที่เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังเป็นโครงการฯ ที่ กทพ. เชื่อว่าสะพานแห่งนี้จะไม่เพียงเป็นโครงสร้างสำคัญ แต่ยังกลายเป็นแลนด์มาร์คใหม่อีกด้วย โดย สามารถเชื่อมต่อการเดินทางได้ดังนี้ ทิศทางขาเข้ากรุงเทพฯ สามารถใช้ทางขึ้นบริเวณด่านฯ สุขสวัสดิ์ ถนนสุขสวัสดิ์ เพื่อใช้งานสะพาน โดยสามารถวิ่งเข้าสู่ทางพิเศษเฉลิมมหานคร มุ่งหน้าบางนา-ดินแดง และทางพิเศษศรีรัช มุ่งหน้าแจ้งวัฒนะ-ถนนพระราม 9 บริเวณทางแยกต่างระดับบางโคล่, ทิศทางขาออกกรุงเทพฯ สามารถใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานครและทางพิเศษศรีรัช ผ่านจุดเชื่อมต่อเข้ามาที่สะพานฯ บริเวณทางแยกต่างระดับบางโคล่ และลงที่ทางลง บริเวณด่านฯ สุขสวัสดิ์ ไปเพื่อถนนพระรามที่ 2 ได้

นายอิทธิพล สมุทรทอง นักวิ่งระดับตำนาน ผู้เคยสร้างประวัติศาสตร์ในวันเปิดสะพานพระราม 9 กล่าวว่า “เมื่อ 37 ปีที่แล้วในปี พ.ศ. 2530 ผมได้ร่วมวิ่งบนสะพานพระราม 9 ในวันที่
เปิดใช้งานครั้งแรก ความภาคภูมิใจและความทรงจำในวันนั้นยังอยู่ในใจผมเสมอ วันนี้การได้เห็นสะพานทศมราชัน ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่และงดงาม ผมรู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติที่ได้ร่วมวิ่งอีกครั้งบนสะพานแห่งนี้ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่สะพาน แต่เป็นประวัติศาสตร์ที่คนไทย ทุกคนจะได้มีส่วนร่วม ผมขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อสร้างความทรงจำครั้งหนึ่งในชีวิตด้วยกัน”

“มหกรรมสุขเต็มสิบ” ผู้เข้าร่วมงานจะพบกับกิจกรรมพิเศษมากมาย อาทิ การเดินชมสะพาน ซึ่งเป็นโอกาสพิเศษครั้งแรกและครั้งเดียวที่ได้สัมผัสสะพานแห่งนี้ก่อนเปิดใช้งานจริง
และยังสามารถเลือกช้อปสินค้าชุมชนในบรรยากาศสุดพิเศษ โดยจะเปิดให้ประชาชนเข้าชมสะพาน ระหว่างวันที่ 10-19 มกราคม 2568 เวลา 16.00-22.00 น. โดยขอแนะนำให้ประชาชนเดินทางโดยรถสาธารณะ พร้อมลงทะเบียนก่อนขึ้นสะพาน ณ บริเวณทางเข้า-ออก พื้นที่ใต้ทางพิเศษบริเวณทางแยกต่างระดับบางโคล่ ภายในงานได้รวมร้านค้าจากชุมชนและพันธมิตรทั้งหมดกว่า 50 ร้านค้า ให้ผู้ร่วมงานได้เลือกซื้อและสนับสนุนสินค้าไทยและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการชุมชนอีกด้วย

กิจกรรมเดิน-วิ่งสร้างประวัติศาสตร์ บนสะพานทศมราชันจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2568 เปิดให้ขึ้นสะพานตั้งแต่เวลา 03.00 น. และเริ่มปล่อยตัวนักวิ่งเวลา 05.00 น. ค่าสมัครเพียง499 บาท โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2568 ผู้สมัคร10,010 คนแรก จะได้รับเสื้อ Finisher พร้อมเหรียญที่ระลึก และTop 100 แรก (ชาย 100 คน หญิง 100 คน) จะได้รับเหรียญที่ระลึกปี 2530 ที่เปิดสะพานพระราม 9 ทันทีหลังเข้าเส้นชัย สำหรับผู้ที่สมัครหลังจากนั้นของที่ระลึกจะจัดส่งถึงบ้าน ภายใน 30 วันหลังจบงาน 

งานนี้ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ประชาชนจะได้สัมผัสสะพานแห่งความภาคภูมิใจในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ขอเชิญชวนคนไทยและผู้สนใจร่วมเดิน วิ่ง และบันทึกความทรงจำที่สะพานทศมราชัน พร้อมสร้างความสุขและพลังแห่งความสามัคคีในงาน“มหกรรมสุขเต็มสิบ” ไม่เพียงเท่านั้น งานนี้ยังเป็นการเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ของสะพานทศมราชัน ที่สะท้อนถึงความภาคภูมิใจและการพัฒนาของประเทศไทย เชิญชวนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ครั้งนี้ และสร้างความทรงจำอันทรงคุณค่าร่วมกันสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่งได้ที่ : www.thai.run Facebook : https://www.facebook.com/ExpresswayThailand และ EXAT Call Center โทร. 1543 กด 7

ไต้หวันในมุมที่แตกต่าง‘จีหลง-ตั้นสุ่ย’สัมผัสเสน่ห์แห่งเมืองท่าและบรรยากาศย้อนยุคใกล้ไทเป

ไต้หวันในมุมที่แตกต่าง‘จีหลง-ตั้นสุ่ย’สัมผัสเสน่ห์แห่งเมืองท่าและบรรยากาศย้อนยุคใกล้ไทเป

ไต้หวันในมุมที่แตกต่าง‘จีหลง-ตั้นสุ่ย’สัมผัสเสน่ห์แห่งเมืองท่าและบรรยากาศย้อนยุคใกล้ไทเป

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ ชวนนักเดินทางสายธรรมชาติและวัฒนธรรม มาสัมผัสไต้หวันในมุมที่แตกต่างแบบใกล้เมือง กับสองเมืองทางตอนเหนือใกล้ไทเป ที่ไม่ควรพลาด อย่าง จีหลง (Keelung) เมืองท่าอันแสนอบอุ่นที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติและวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว และ ตั้นสุ่ย (Tamsui) เมืองเก่าริมน้ำที่อบอวลไปด้วยเสน่ห์และบรรยากาศย้อนยุคสุดโรแมนติก

ออกเดินทางบนเส้นทางธรรมชาติพร้อมสูดรับโอโซนบริสุทธิ์ที่ อุทยานเกาะเหอผิง (Heping Island GeoPark) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นแห่งเมืองจีหลง ซึ่งรายล้อมไปด้วยความงดงามของธรรมชาติที่มาพร้อมกับประวัติศาสตร์อันแสนยาวนาน เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเยี่ยมชมและออกเดินทางตามเส้นทางธรรมชาติที่ถูกจัดไว้เป็นอย่างดี เพลิดเพลินไปกับวิวทะเลสีครามและตื่นตาตื่นใจไปกับโขดหินรูปร่างแปลกตาที่เกิดขึ้นจากการกัดเซาะของลมและน้ำทะเล นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยตราตรึงใจสุดๆ อีกด้วย

ใครมาเมืองจีหลง ต้องแวะมา Keelung Landmark Park หัวใจสำคัญที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของเมืองจีหลง (Keelung) ได้เป็นอย่างดี โดยมีป้าย “KEELUNG” เป็นซิกเนเจอร์ที่โดดเด่นตั้งอยู่บนเส้นทางเดินเขาหูไจ่ และสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล ผสมผสานกับบรรยากาศโดยรอบที่อบอวลไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมอันเก่าแก่ดั้งเดิมทั้งจากตึกและอาคารที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม พร้อมให้เดินเล่นกินลมชมวิวได้ทั้งกลางวันและในยามค่ำคืน เรียกว่าเป็นเมืองท่าที่คึกคักไปด้วยผู้คน และเป็นจุดเช็คอินยอดฮิตของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเลยทีเดียว

สายฟู้ดเลิฟเวอร์มาทางนี้ มาจีหลงทั้งทีต้องออกไปตะลุยตลาดกลางคืนเมี่ยวโข่ว (Miaokou Night Market) ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองจีหลง เป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนไต้หวัน โดยที่มาของชื่อตลาด “เมี่ยวโข่ว” ที่แปลว่า “ปากวัด” เพราะตลาดตั้งอยู่ใกล้กับวัดเตี้ยนจี้ (Dianji Temple) นั่นเอง เรียกว่าเป็นแหล่งรวมของกินอันหลากหลาย และที่ขึ้นชื่อสุดๆ เลยคงจะเป็นอาหารทะเลที่สดใหม่ พร้อมลิ้มลองเมนูเด็ดมากมายไม่ว่าจะเป็น ซาชิมิสดใหม่, ซุปปลาทูน่า และหอยนางรมทอด รวมทั้งอาหารสไตล์ไต้หวันแบบดั้งเดิม เช่น บะหมี่น้ำมันหอมเจียว, ขนมจีบปลา และขนมหวานน้ำแข็งใส นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นตลาดกลางคืนที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวจีหลง และบรรยากาศคึกคักที่เต็มไปด้วยผู้คนทั้งในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ใครที่ได้มาเยือนจะได้สัมผัสถึงความเป็นกันเองและวิถีชีวิตของชาวไต้หวันอย่างแท้จริง

มูฟมาที่ตั้นสุ่ยกันบ้าง เพราะอดใจไม่ไหวกับความสวยงามของสะพานสุดโรแมนติกที่คู่รักทุกคู่ห้ามพลาด กับ Lover’s Bridge แห่ง Tamsui Fisherman’s Wharf เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดโรแมนติก สวยงาม และเป็นที่นิยมสำหรับการชมวิวทะเลและพักผ่อนในบรรยากาศที่สงบ จุดเด่นของ Tamsui Fisherman’s Wharf คือ สะพาน Lover’s Bridge ที่มี
รูปร่างสวยงามและเป็นสัญลักษณ์ของท่าเรือแห่งนี้ สะพานนี้ออกแบบให้เหมือนเรือใบและเปิดให้เห็นทิวทัศน์ของแม่น้ำและทะเล ซึ่งทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับคู่รักที่มาเยือนเพื่อถ่ายภาพหรือเดินเล่นในบรรยากาศโรแมนติก โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ตกดินที่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีทองและชมวิวทิวทัศน์ที่งดงาม นอกจากนี้ ยังมีตลาดปลาท้องถิ่น และร้านอาหารมากมายที่ให้บริการอาหารทะเลสดๆ ใครที่มาเยือนจะได้ลิ้มลองเลือกชิมเมนูท้องถิ่น เช่น ปลาหมึกย่าง, หอยนางรมสดหรือซุปปลาทูน่าที่อร่อยและสดใหม่จากทะเลเลยทีเดียว

ถัดไปไม่ไกลจาก Tamsui Fisherman’s Wharf คืออีกหนึ่งท่าเรือที่มีชื่อว่า Tamsui Customs Wharf มีความสำคัญทั้งในด้านประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยว โดยท่าเรือแห่งนี้เคยเป็นจุดสำคัญในการค้าขายและการขนส่งระหว่างไต้หวันและต่างประเทศในช่วงยุคอาณานิคมของยุโรป โดยเฉพาะในสมัยราชวงศ์ชิง นอกจากนี้ ยังมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองในอดีตของท่าเรือ รวมถึงอาคารต่างๆ ที่เคยใช้เป็นศูนย์กลางการค้าขายและด่านศุลกากร สถานที่แห่งนี้ยังคงรักษาบรรยากาศของประวัติศาสตร์และมีความสำคัญทางวัฒนธรรมสำหรับเมืองตั้นสุ่ย

สถานที่สุดท้ายของเมืองตั้นสุ่ยที่ควรไปเช็คอินสุดๆ คือป้อมปราการประวัติศาสตร์อันยาวนานแห่งตั้นสุ่ย Fort San Domingo หรือที่รู้จักกันในชื่อ ป้อมซานโดมิงโก หนึ่งในสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของไต้หวัน โดยป้อมแห่งนี้ถูกใช้เป็นจุดยุทธศาสตร์ในการปกป้องการค้ามหาสมุทรและการขยายอำนาจทางการทหารของแต่ละชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ปัจจุบัน Fort San Domingo ได้รับการอนุรักษ์ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้เข้าชม ภายในมีการจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของป้อมและการเปลี่ยนแปลงของเมืองตั้นสุ่ยจากสมัยอาณานิคมจนถึงปัจจุบัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมป้อมปราการที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามและวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำตั้นสุ่ยที่งดงามอีกด้วย

ทั้งจีหลง-ตั้นสุ่ย ยังมีอีกหลายแลนด์มาร์คที่น่าสนใจและอยากให้ทุกคนได้ออกไปเปิดประสบการณ์มากมายไม่ว่าจะเป็น T-HAM Taichuregoubaogong Station, ท่าเรือประมง
สุยเหว่ย, ประภาคารฟู่กุ้ยเจี่ยว, วัดเปลือกหอย, สวนจือหลัน และถนนคนเดินตั้นสุ่ย เป็นต้น สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดของทางไต้หวัน ได้จากสำนักงานท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ ผ่านทาง https://www.taiwantourism.org/th/ หรือ ช่องทาง
โซเชียลมีเดีย Facebook : Taiwan Tourism TH

สวารอฟสกี้ คอลเลคชั่นฉลองปีงู ส่งมอบความสุขและแรงบันดาลใจ

สวารอฟสกี้ คอลเลคชั่นฉลองปีงู ส่งมอบความสุขและแรงบันดาลใจ

สวารอฟสกี้ คอลเลคชั่นฉลองปีงู ส่งมอบความสุขและแรงบันดาลใจ

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สัญญะแห่งความหมายถือเป็นสิ่งสำคัญ สวารอฟสกี้จึงเฉลิมฉลองปีแห่งงูและวาระครบรอบ 130 ปี แห่งความสุขด้วยคอลเลคชั่นใหม่ The Year of the Snake ที่เปล่งประกายไปด้วยความหรูหรา และความชำนาญในงานฝีมือ คอลเลคชั่นนี้ได้ถูกตีความอย่างสร้างสรรค์ผ่านสัญลักษณ์หงส์ซิกเนเจอร์ของสวารอฟสกี้ รวมไปถึงเครื่องประดับ และตุ๊กตารูปงู ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นปีแห่งการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่

หงส์สวารอฟสกี้ ซึ่งเป็นจุดเด่นในการเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีของบ้าน สวารอฟสกี้ ได้รับการออกแบบใหม่ให้โดดเด่นและใช้สีสันสุดพิเศษสำหรับประเทศจีน หงส์ซึ่งเป็นดั่งสัญลักษณ์ดั้งเดิมของความรักนิรันดร์ ความสุข และความสง่างาม มาพร้อมกับรูปลักษณ์อันงดงามไร้กาลเวลา และปีกที่พร้อมจะโบยบินอยู่เสมอ สำหรับคอลเลคชั่นปี 2025 จี้รูปหงส์จะอยู่คู่กันสองตัวเป็นดั่งภาพสะท้อนของตัวเอง โดยที่คอของทั้งสองคล้องกันเป็นรูปหัวใจ

การใช้วัสดุที่หลากหลาย และสีที่ตัดกันสร้างความสดใหม่ให้กับสัญลักษณ์อันแสนคลาสสิกที่เป็นไฮไลท์ของคอลเลคชั่นนี้โดยหงส์ตัวหนึ่งเคลือบทอง และอีกตัวเคลือบโรเดียม โดยหงส์ทั้งสองตัวประดับด้วยอัญมณี Swarovski Zirconia pavé ที่เปล่งประกายแวววาว แขวนอยู่บนสายโซ่ทองคำโทนอุ่น

นอกจากนี้ ในคอลเลคชั่นยังประกอบด้วยสร้อยข้อมือแบบโซ่เชื่อมประดับด้วยไข่มุกคริสตัล Swarovski ครึ่งเส้น และหงส์คู่ที่ตกแต่งด้วย Swarovski Zirconia สีดำ และขาวทั้งในรูปทรงกลม และมาร์คีส เพิ่มความหรูหรา และโดดเด่นให้กับดีไซน์

งูรับโชค พร้อมโอบรับความงามอันแสนลึกลับไปกับสวารอฟสกี้ พร้อมสรรเสริญปีแห่งงูด้วยเครื่องประดับที่ได้รับการตีความน่าหลงใหลจากบุคลิกของราศีที่เต็มไปด้วยปริศนา และมีเสน่ห์มากที่สุดในจักรราศีจีน

งูเป็นสัญลักษณ์แห่งแรงบันดาลใจ พลังชีวิต และการเกิดใหม่ เนื่องจากงูสามารถลอกคราบ และเปิดรับความเป็นไปได้ใหม่ๆ สวารอฟสกี้จึงนำเสนอสิ่งเหล่านี้ผ่านคอลเลคชั่นแคปซูลที่เต็มไปด้วยพลัง และการเคลื่อนไหว จี้รูปงูถูกถ่ายทอดออกมาในลักษณะที่กำลังเคลื่อนไหวเป็นเกลียว สะท้อนแสงขดตัวรอบสมบัติอันล้ำค่าของแบรนด์อย่างงดงาม

คอลเลคชั่นนี้ประกอบไปด้วยจี้ สร้อยข้อมือ ต่างหู และเข็มกลัด สะท้อนถึงความประณีต และความชำนาญระดับสูงของสวารอฟสกี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จุดเด่นของคอลเลคชั่นนี้
คือจี้เคลือบทองรูปงูขดตัวที่ประดับด้วยอัญมณี Swarovski Zirconia ระยิบระยับ และหางของงูที่พันรอบไข่มุกคริสตัลสวารอฟสกี้

ถึงแม้จะเป็นคอลเลคชั่นที่เต็มไปด้วยเครื่องประดับเคลือบทอง โรสโกลด์ และโรเดียม แต่ก็ยังมีชิ้นที่ได้รับการแต่งแต้มด้วยสีแดงเพื่อเพิ่มความมงคล เห็นได้จากสายเชือกสีแดงที่ผูกเชื่อมกับโซ่ทองคำเรียวบาง ระยิบระยับด้วยอัญมณี Swarovski Zirconia โดยทุกชิ้นในคอลเลคชั่นจะถูกบรรจุในกล่องสีแดง และตกแต่งด้วยรายละเอียดสีทองสุดหรูหรา

คอลเลคชั่น The Year of the Snake วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้าน Swarovski บางสาขาทั้งทางออนไลน์ และออฟไลน์

5 วิธีสร้างสมดุลชีวิตแนวใหม่ที่คุณอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน

5 วิธีสร้างสมดุลชีวิตแนวใหม่ที่คุณอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน

5 วิธีสร้างสมดุลชีวิตแนวใหม่ที่คุณอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทุกครั้งที่เข้าสู่ปีใหม่ เรามักได้ยินคำแนะนำเดิมๆ ในการดูแลสุขภาพ เช่นออกกำลังกาย กินอาหารดี นอนหลับให้เพียงพอ แต่การดูแลจิตใจนั้น ก็สำคัญไม่แพ้กันนายแพทย์ณชารินทร์ พิภพทรรศนีย์ จิตแพทย์โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital มี 5 เทคนิคสร้างสมดุลจิตใจแนวใหม่ที่คุณอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน

1. “Emotional Time Box” – กล่องเวลาแห่งอารมณ์

ทุกวันนี้เราถูกสอนให้ควบคุมอารมณ์ตลอดเวลา แต่ลองเปลี่ยนมาเป็นการจัดสรรเวลาให้กับอารมณ์ดูบ้าง เช่น ตั้งนาฬิกา 20 นาทีก่อนนอนเป็น “ช่วงเวลาแห่งความกังวล” หรือ 10 นาทีตอนพักเที่ยงเป็น “เวลาระบายความเครียด” เมื่อหมดเวลา ให้ตัดขาดจากอารมณ์นั้นทันที วิธีนี้จะช่วยให้เราไม่สะสมอารมณ์ด้านลบไว้ทั้งวัน

2. “Gift of Self” – ของขวัญจากตัวเอง

แทนที่จะเขียนสิ่งที่เราขอบคุณ ลองเปลี่ยนเป็นบันทึกว่าวันนี้เราเป็นประโยชน์กับใครบ้าง อาจเป็นการช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ เช่น การเปิดประตูให้ผู้สูงอายุ การแบ่งขนมให้เพื่อน หรือการส่งยิ้มให้คนที่ดูเหนื่อยล้า การเห็นคุณค่าของตัวเองผ่านการให้จะสร้างความสุขที่ยั่งยืนกว่า

3. “Mini Challenge Therapy” – เติมความท้าทายเล็กๆ ในชีวิต

สร้างภารกิจท้าทายง่ายๆ ให้ตัวเองทุก3 วัน เช่น พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานที่ไม่เคยคุย สั่งเมนูที่ไม่เคยลอง หรือเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้านความท้าทายเล็กๆ เหล่านี้จะค่อยๆ สร้างความกล้าและความมั่นใจให้เรา

4. “Soundscape Meditation” – สมาธิผ่านแผนที่เสียง

นั่งสงบนิ่ง 7-15 นาที แล้วฟังเสียงรอบตัว ลองจินตนาการว่าแต่ละเสียงมาจากทิศทางไหน อยู่ใกล้หรือไกล มีลักษณะอย่างไร เทคนิคนี้จะช่วยให้จิตใจจดจ่อกับปัจจุบัน ลดความฟุ้งซ่าน และสร้างสมาธิได้โดยไม่ต้องบังคับตัวเองมากเกินไป

5. “Mood Space Design” – ออกแบบพื้นที่ตามอารมณ์

จัดมุมต่างๆ ในบ้านหรือที่ทำงานให้ตอบสนองกับอารมณ์ที่ต้องการ เช่น มุมสีฟ้าอ่อนสำหรับผ่อนคลาย มุมสีแดงสำหรับกระตุ้นความคิด หรือมุมสีเขียวสำหรับความสดชื่น การอยู่ในพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อสภาวะทางอารมณ์จะช่วยให้เราจัดการกับความรู้สึกได้ดีขึ้น

การดูแลสุขภาพจิตในยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแต่วิธีการแบบเดิม การลองผิดลองถูกกับเทคนิคใหม่ๆ อาจทำให้เราค้นพบวิธีที่ใช่สำหรับตัวเอง เพียงแค่เริ่มต้นทีละเล็กทีละน้อย ความเปลี่ยนแปลงที่ดีก็จะค่อยๆ เกิดขึ้น

เพลิดเพลินกับชุดนํ้าชายามบ่าย แรงบันดาลใจจากชาไทย

เพลิดเพลินกับชุดนํ้าชายามบ่าย แรงบันดาลใจจากชาไทย

เพลิดเพลินกับชุดนํ้าชายามบ่าย แรงบันดาลใจจากชาไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ (InterContinental Bangkok) ชวนมาเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศอันอบอุ่นท่ามกลางโคมไฟขนาดใหญ่ใจกลางโถงต้อนรับของโรงแรม ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพวงมาลัยไทย พร้อมลิ้มลองขนมคาวหวานหลากชนิดจากชุดน้ำชายามบ่ายชาไทยชุดน้ำชายามบ่ายชุดใหม่ ที่ บัลโคนี่ เลาจน์ (Balcony Lounge)

ชุดน้ำชายามบ่ายชาไทย ประกอบไปด้วย ขนมคาวหวานที่สร้างสรรค์โดยใช้ชาไทยเป็นส่วนผสมหลัก เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมไทยและอังกฤษได้อย่างลงตัว เริ่มด้วย
ขนมคาวน่ารับประทาน อาทิ แซนด์วิชมะเขือเทศชีสและน้ำผึ้งทรัฟเฟิล (Honey Truffle) แซนด์วิชไก่รมควันมายองเนสมัสตาร์ด (Mayonnaise Mustard) พายปลาแซลมอนและต้นกระเทียมพร้อมด้วยเชดดาร์ชีส (Salmon and Leek Quiche Binded by Cheddar Cheese) ที่เข้ากันกับชาได้เป็นอย่างดี

ส่วนขนมหวานก็ล้วนเป็นขนมที่มีส่วนผสมของชาไทยอย่างลงตัว อาทิ มาการองชาไทย (Thai Tea Macarons) ครีมบรูเล่ชาไทย (Thai Tea Crème Brûlée) เค้กทีรามิสุ
ชาไทย (Thai Tea Tiramisu) ที่มีส่วนผสมหลักเป็นมาสคาโปน ครีมชาไทย (Thai Tea Mascarpone Cream) นอกจากนั้นยังมีมูสเค้กชาไทยน้ำตาลทรายแดง (Thai Tea Brown Sugar Crisp Mousse Cake) ตัดรสหวานด้วยแยมสตรอว์เบอร์รี่ (Strawberry Compote) และชูครีมชาไทย (Thai Tea Choux) โรยหน้าด้วยคาเวียร์ที่ทำจากน้ำตาลทรายแดง (Brown Sugar Caviar)

ปิดท้ายความพิเศษของชุดน้ำชายามบ่ายนี้ด้วย สโคน รสชาไทย (Thai Tea Scones) เสิร์ฟพร้อมแยมเบอร์รี่หลายชนิด(Mixed Berry Compote) แยมส้ม (Orange Jam) และครีมชาไทยหอมละมุนสุดแสนจะลงตัว

ชุดน้ำชายามบ่ายชาไทยมีให้บริการทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 31 มกราคม 2568 และ 1 มีนาคม ถึง 30 มิถุนายน 2568 เวลา 14.30 น. ถึง 17.30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งล่วงหน้า โทร. 02-6560444 อีเมล dining.bkkhb@ihg.com หรือ เว็บไซต์ InterContinental.com/Bangkok

คุณแหน : 9 มกราคม 2568

คุณแหน : 9 มกราคม 2568

คุณแหน : 9 มกราคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● ขอแสดงความยินดีกับอายุรแพทย์ดีเด่นประจำปี 2568 ด้านวิชาการ ศ.นพ.รังสรรค์ ฤกษ์นิมิตร รพ.จุฬาฯ, ด้านครูแพทย์ ศ.เกียรติคุณ พญ.นาราพร ประยูรวิวัฒน์ รพ.ศิริราช, ด้านบริการคลินิก รศ.นพ.เอกภพ สิระชัยนันท์ รพ.รามาธิบดี และ นพ.ธนชัย พนาพุฒิ รพ.ศูนย์ขอนแก่น, ด้านการบริการชุมชน ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ รพ.รามาธิบดี..

●● ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม หม่อมเจ้าอุทัยเที่ยง ชยางกูร 6-12 ม.ค. 18.30 น.ศาลา 11 วัดมกุฎกษัตริยาราม..แล้วบรรจุ..

●● ของขวัญที่ ดร.ยุพดี วิภัติ ภูมิประเทศ แจกเพื่อนๆ และคนทั่วไปในทุกโอกาสทุกๆ ปี แล้วผู้รับชอบมากคือไฟฉาย..

●● พระราชวังพญาไท เชิญเด็กๆ และผู้ปกครองมาร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ 2568 ณ พระราชวังพญาไท พบเกมส์สนุกๆ และของรางวัลมากมาย วันเสาร์ 11 ม.ค. 09.00-12.00 น…

●● ยินดีกับรศ.ดร.ภัทเรก ศรโชติ แห่งศศินทร์จุฬาฯ ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองศาสตราจารย์..

●● อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด สุจริต-ศกลวรรณ นันทมนตรี ปลื้มใจที่ลูกสาว อโรชา นันทมนตรี ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหญิงคนแรกของจังหวัดนครปฐม..

●● สวด วัชราวุธ วิคเตอร์ สุขเสรี อดีตทูตกิตติมศักดิ์แห่งราชอาณาจักรสวีเดนและอดีตผู้บริหารโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ณ ศาลากวีนิรมิต (ศาลากลางน้ำ) วัดเทพศิรินทราวาส
4-10 ม.ค. 19.00 น. ประชุมเพลิง 11 ม.ค. 16.00 น..

●● สวด ศ.เกียรติคุณ พญ.กนกนาถ ชูปัญญา ภริยา นพ.ขจิต ชูปัญญา วัดธาตุทอง ศาลา 23 ดุรงคพิทยา 6-11 ม.ค. 18.00 น. ..พระราชทานเพลิงศพ 12 ม.ค. 16.00 น….

●● รศ.ดร.ปกป้อง ศรีสนิท คณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักงานศาลปกครอง จัดโครงการอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรกฎหมายมหาชน รุ่นที่ 56 ระหว่างวันที่ 17 มี.ค.-14 มิ.ย. และรุ่นที่ 57 ระหว่างวันที่ 15 ก.ย.-29 พ.ย. สอบถาม 02-6132127..

●● การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เชิญร่วมงานมหกรรมความสุข “สุขเต็มสิบ”เฉลิมฉลองเปิด “สะพานทศมราชัน”(คู่ขนานกับสะพานพระราม 9 กว้างที่สุดในประเทศไทย) 10-19 ม.ค.16.00-22.00 น. มีร้านอาหาร Food Truck, Dinnerกลางสะพาน,จุดถ่ายรูปน้องหมูเด้ง(ฮิปโปช็อปปิ้ง), ถ่ายรูปบันทึกประวัติศาสตร์บนสะพาน วิวแม่น้ำเจ้าพระยา, กิจกรรมดนตรีและการแสดงจากศิลปินมากมาย..●●

 

น้อง

ตรวจสุขภาพเชิงป้องกันสำหรับผู้สูงวัยสำคัญอย่างไร?

ตรวจสุขภาพเชิงป้องกันสำหรับผู้สูงวัยสำคัญอย่างไร?

ตรวจสุขภาพเชิงป้องกันสำหรับผู้สูงวัยสำคัญอย่างไร?

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เริ่มต้นปีใหม่ การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อเราจะได้เช็คอัพสุขภาพ โดยเฉพาะผู้สูงวัย ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงและเสื่อมถอยของร่างกายตามธรรมชาติ การตรวจสุขภาพเชิงป้องกันที่ครอบคลุมและเหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ยืนยาว พร้อมลดความกังวลของลูกหลาน

พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) มาให้ข้อมูลการตรวจสุขภาพเชิงป้องกันสำหรับผู้สูงวัยว่าสำคัญอย่างไร?

ความเสื่อมของร่างกาย เป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบกล้ามเนื้อและกระดูกที่อ่อนแอลง ระบบหัวใจที่ทำงานลดลง หรือสมรรถภาพสมองที่ถดถอย รวมถึงความไม่สมดุลของฮอร์โมน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง รวมถึงอาการสมองเสื่อมด้วย

การตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน จึงถือเป็นทางเลือกที่จะเข้ามาช่วยในการค้นหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในระยะเริ่มต้น ช่วยให้สามารถวางแผนดูแลผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพได้ในระยะยาว ซึ่งการตรวจสุขภาพแบบนี้มีประโยชน์สำหรับผู้สูงอายุ ดังนี้

– ค้นพบปัญหาสุขภาพตั้งแต่ระยะแรก : ตรวจพบความผิดปกติที่ซ่อนอยู่ก่อนจะแสดงอาการ ช่วยให้การรักษาได้ผลดียิ่งขึ้น

– ลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว : ป้องกันโรคร้ายแรงที่อาจต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงในการรักษา

– เพิ่มโอกาสในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม : ข้อมูลจากการตรวจสุขภาพช่วยให้เราปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

– วางแผนการดูแลสุขภาพระยะยาว : ช่วยให้ผู้สูงวัยและครอบครัวเตรียมตัวรับมือกับปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

โปรแกรมการตรวจสุขภาพเชิงป้องกันแบบนี้จะครอบคลุมการตรวจและวิเคราะห์ในหลายมิติ เพื่อการดูแลสุขภาพผู้สูงวัยในระยะยาว โดยมีรายการตรวจที่จำเป็นคือ

1. การตรวจวิเคราะห์ระดับฮอร์โมน ฮอร์โมน เป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อความสมดุลของระบบต่างๆในร่างกาย เช่น ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ หรือฮอร์โมนความเครียด การตรวจระดับฮอร์โมนสามารถช่วยระบุปัญหาที่ซ่อนอยู่และวางแผนการฟื้นฟูได้อย่างเหมาะสม

2. การวิเคราะห์สารอนุมูลอิสระและสารพิษสะสม การสะสมของสารพิษในร่างกายและสารอนุมูลอิสระ เป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งกระบวนการเสื่อมสภาพ การตรวจสุขภาพเชิงป้องกันจะเข้ามาช่วยวิเคราะห์ พร้อมนำไปใช้ในการวางแผนการล้างสารพิษและป้องกันปัญหาในอนาคต

3. การตรวจดัชนีชีวภาพ (Biomarkers) และรหัสพันธุกรรม ดัชนีชีวภาพและข้อมูลพันธุกรรมในโปรแกรมตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน ช่วยให้ทราบถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ซ่อนอยู่ เช่น ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหรือโรคเรื้อรัง การตรวจลักษณะนี้ช่วยให้สามารถวางแผนดูแลสุขภาพได้ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ

4. การประเมินสมดุลของระบบร่างกาย สมรรถภาพของหัวใจ ระบบเผาผลาญ และสมดุลอื่นๆ ในร่างกายเป็นปัจจัยสำคัญที่สะท้อนถึงสุขภาพโดยรวม การประเมินเหล่านี้ในโปรแกรมตรวจสุขภาพเชิงป้องกันสามารถนำไปสู่การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์เพื่อรักษาสมดุลที่ดีของผู้สูงอายุได้

5. บริการให้คำปรึกษาเรื่องโภชนาการและการฟื้นฟูร่างกาย โปรแกรมตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน
ที่ดีจะมีการให้คำปรึกษาจากผู้ชำนาญการด้านโภชนาการและแผนการฟื้นฟูสุขภาพเฉพาะบุคคล เพื่อช่วยให้เกิดการปรับตัวอย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ความเสื่อมของร่างกายเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามอายุ แต่สามารถชะลอและจัดการได้ด้วยการตรวจสุขภาพเชิงลึก ทางเลือกในการดูแลผู้สูงวัยในบ้านในระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ

แกร็บ ประเทศไทย ปลุกพลังคนรุ่นใหม่จัดประกวดแผนธุรกิจ ‘GrabSpark 2024’

แกร็บ ประเทศไทย ปลุกพลังคนรุ่นใหม่จัดประกวดแผนธุรกิจ ‘GrabSpark 2024’

แกร็บ ประเทศไทย ปลุกพลังคนรุ่นใหม่จัดประกวดแผนธุรกิจ ‘GrabSpark 2024’

วันพฤหัสบดี ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แกร็บ ประเทศไทย เดินหน้าปลุกพลังคนรุ่นใหม่ เสริมแรงบันดาลใจให้ Gen Z ผ่านการประกวดแผนธุรกิจ GrabSpark 2024 เปิดเวทีโชว์ศักยภาพในการนำเสนอไอเดียที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดธุรกิจให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี-บิ๊กดาต้าเสริมทักษะด้านธุรกิจและนวัตกรรม พร้อมปลูกฝังแนวคิดด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจยุคดิจิทัล เพื่อเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจอย่างมั่นใจ

ปีนี้ 4 นิสิตจากรั้วจามจุรีสามารถฝ่าด่านการแข่งขันกับผู้สมัครนับพันจาก 32 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ คว้ารางวัลชนะเลิศด้วยแผนธุรกิจ “Ever Grow and Never Ending” นำเสนอโซลูชั่นที่ช่วยผลักดันให้บริการซูเปอร์แอปเติบโตแบบก้าวกระโดด พร้อมเชื่อมโยงคนในอีโคซิสเต็มเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนให้ธุรกิจ

นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า “นับเป็นปีที่สามแล้วที่ แกร็บ ประเทศไทย ได้จัดการประกวดแผนธุรกิจ GrabSpark โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนิสิตนักศึกษาไทย ซึ่งถือเป็นตัวแทนของ Gen Z ที่จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต โดยเฉพาะเศรษฐกิจดิจิทัล โดย Gen Z เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีและโลกอินเตอร์เนต ทำให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ฉับไว เห็นโลกกว้าง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ มองเห็นโอกาสใหม่ๆ และกล้าตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ทั้งยังเป็นเจเนอเรชั่นที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคม (Social Impact) ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม  ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจในการดำเนินธุรกิจของแกร็บที่มุ่งพัฒนาและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหา (Pain Point) และตอบสนองความต้องการให้กับผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ การเปิดเวทีให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพผ่านการนำเสนอแผนธุรกิจถือเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจที่แกร็บต้องการผลักดันให้พวกเขาได้ใช้ความรู้และทักษะที่มีคิดต่อยอดเพื่อพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆ โดยสามารถใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้าและเทคโนโลยีดิจิทัลมาบูรณาการ ทั้งยังส่งเสริมการทำงานร่วมกันเป็นทีม พร้อมปลูกฝังแนวคิดด้านความยั่งยืนซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจและธุรกิจแห่งอนาคตอีกด้วย”

การประกวดแผนธุรกิจ  GrabSpark จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2022 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ GrabCampus ที่มุ่งส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพให้กับกลุ่มนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย โดยในปีนี้แกร็บได้เปิดโอกาสให้เยาวชนจากทุกสถาบันเข้าร่วมการประกวดแผนธุรกิจภายใต้โจทย์ “The Next Chapter of Superapp: Unlocking Potential for Accelerated Sustainable Growth” เพื่อนำเสนอไอเดียและแผนการตลาดในการผลักดันบริการซูเปอร์แอปให้สามารถเติบโตได้แบบก้าว กระโดดและยั่งยืน โดยมีนิสิตนักศึกษากว่า 1,116 คน จาก 32 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศให้ความสนใจเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อแสดงศักยภาพ และชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และสิทธิพิเศษ Fast-track เพื่อเข้าร่วมโปรแกรม GrabIntern ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกงานที่ แกร็บ ประเทศไทย เพื่อสัมผัสประสบการณ์การทำงานในธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนาทักษะในระดับมืออาชีพในโลกธุรกิจจริง

หลังผ่านการประกวดที่เข้มข้นและการพิจารณาตัดสินจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหาร ผู้มากประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในหลายสาขา ทีมที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศในการประกวดแผนธุรกิจ GrabSpark 2024 ไปครองคือ ทีม G Good จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่โดดเด่นด้วยแผนธุรกิจที่ชื่อ “Ever Grow and Never Ending” 

นางสาวคณิตา เนตรดวงมณี ตัวแทนจากทีมG Good กล่าวว่า “แผนธุรกิจของเรามุ่งเน้นไปที่การสร้างความสมดุลระหว่างการสนับสนุนพาร์ทเนอร์ร้านค้าของแกร็บและการตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการ โดยเรามองเห็นโอกาสในการพัฒนาบริการ GrabFood และ GrabMart ซึ่งมีฐานลูกค้าแข็งแกร่งอยู่แล้ว พร้อมต่อยอดความสำเร็จที่มีอยู่เดิม โดยสำหรับ GrabFood เราได้วิเคราะห์และออกแบบโซลูชั่นที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพให้พาร์ทเนอร์ร้านค้า และพัฒนาฟีเจอร์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การเดินทางไปจนถึงการทานอาหารที่ร้าน ส่วน GrabMart เราเน้นการขยายพาร์ทเนอร์ในระบบเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อสินค้าคุณภาพ พร้อมสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้แก่พาร์ทเนอร์ร้านค้าอีกด้วย นอกจากนี้ เรายังเสนอการทำ Gamification ที่เชื่อมโยงบริการต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความเพลิดเพลินและความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว โดยเรามั่นใจว่าแผนธุรกิจนี้จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับพาร์ทเนอร์และผู้ใช้บริการ ผ่านกลยุทธ์ที่เน้นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของแกร็บในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคม”