มดดำ แจงเหตุ แน็ก จบไม่สวยกับอดีต ผจก. รายได้เยอะ แต่มีปัญหาแบ่งเปอร์เซ็นต์ (คลิป)

มดดำ แจงเหตุ แน็ก จบไม่สวยกับอดีต ผจก. รายได้เยอะ แต่มีปัญหาแบ่งเปอร์เซ็นต์ (คลิป)

4 ม.ค. 2568 12:55 น.

มดดำ แจงเหตุ แน็ก จบไม่สวยกับอดีต ผจก. รายได้เยอะ แต่มีปัญหาแบ่งเปอร์เซ็นต์ (คลิป)

เป็นประเด็นเรียกขาเผือกมุงในช่วงปีใหม่เลยทีเดียว สำหรับกรณีที่พระเอกหนุ่ม แน็ก ชาลี ไตรรัตน์ โพสต์ชี้แจงถึงเรื่องที่ไม่ได้ทำงานกับ ปู ศศิธร อดีตผู้จัดการส่วนตัวแล้ว โดยระบุว่าสาเหตุที่ทำให้มีปัญหาคือเรื่องเงิน ซึ่งอีกฝ่ายนำเงินมาคืนในส่วนที่มีหลักฐานชัดเจนแล้ว พร้อมทั้งเตือนอย่าพิมพ์ด่าใคร เพราะอาจถูกฟ้องได้ พร้อมทั้งเขียนแคปชั่น “ผมก็คนเหี้xคนนึงครับ ขอโทษครับแม่”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุด มดดำ คชาภา ตันเจริญ พิธีกรชื่อดัง เล่าถึงปมปัญหาของ แน็ก และอดีตผู้จัดการ ผ่านทางรายการ “ข่าวใส่ไข่” ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ว่า “ตอนนั้นแน็กกับกามินเป็นแฟนกันจริงๆ แล้ววันหนึ่งก็อกหัก ทะเลาะกัน เลยแยกย้ายกันไป ตอนแรกๆ แน็ก-กามิน ต้องถือว่าเป็นแฮพเพนนิ่งของวงการ TikTok เลย เมืองจีนมีไหม มีที่เขาคิดค่าไลฟ์ทีเป็นล้าน วันนี้ประเทศไทยเราเองเขาบอกว่าอีกหน่อยคนไลฟ์ TikTok จะรายได้มากกว่าเล่นละคร เล่นหนัง 

ซึ่งแน็กกับกามินก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วนะ ไลฟ์ละล้าน ชั่วโมงละล้าน มันเกิดขึ้นจริง แล้วตอนนั้นคนที่คอร์ปอเรตทั้งหมดก็คือผู้จัดการเขา ก็คือปูนี่แหละ ซึ่งคอร์ปอเรตก็ต้องมีค่าใช้จ่ายโน่นนี่นั่น ขณะเดียวกันแรกๆ ก็ไม่คิดว่ารายได้จะได้เยอะ จนวันหนึ่งรายได้ทะลุหลักร้อย คู่เดียวนะ มันจ่ายภาษีแล้ว มันจ่ายเป็นหลักสิบล้าน แต่ ณ ตอนนี้มีรายได้แต่ไม่เท่าเดิมแล้ว” 

จากนั้น มดดำ อ่านข่าวของ แน็ก ที่พูดถึงอดีตผู้จัดการว่ามีปัญหาเรื่องเงิน ก่อนจะบอกว่า “เราเคยบอกแล้วว่าเขาแยกกันตั้งแต่ตอนกามินแล้ว คือวันหนึ่ง สมมติได้เงินมา 100 บาท ถ้า 5 บาท ก็แบ่งให้เขานิดหน่อยก็หลักแสน ถ้า 10 บาท ก็ให้เขา 20 เปอร์เซ็นต์ วันหนึ่งมันเกิดได้เป็นหลัก 100 คุณก็ต้องแบ่งให้เขา 20 ล้าน ใจหายนะเว้ย มันก็เกิดความเสียดายไง

จนในที่สุดมันเยอะไป เธอเอาเป็นเงินเดือนไปแล้วกัน อันนี้คือสาเหตุที่จบกันไม่ดี เขาตกลงกันก่อนเป็นกิจจะลักษณะ เพราะเวลาฉันจ้างงาน ฉันต้องจ้างผ่านปู ดูแลโปรดักชั่นทุกอย่าง ดูหลังบ้าน มันเป็นกิจจะลักษณะ แต่มันมาช็อกตรงที่จำนวนเงินมันเยอะ”

มิ้นท์ อรชพร บอกว่า ในโพสต์แน็กบอกฝั่งปูต้องคืนเงินแน็ก มดดำบอกว่า “คืนภาษีไง ก็ต้องร่วมด้วย เพราะมันเป็นเปอร์เซ็นต์มาตลอด แต่วันดีคืนดี เหตุการณ์ที่ห่างกัน วันนี้จะไม่ให้เปอร์เซ็นต์แล้ว สมมติวันดีคืนดีฉันเป็นคนดังขึ้นมา คนมาจ้างไลฟ์ ฉันคิดล้านหนึ่งๆ ฉันได้เกือบ 100 ตัวขึ้นมา วันหนึ่งไม่ต้องเอาแล้ว เสียดายเงิน ไม่ให้แล้ว 20 เปอร์เซ็นต์ มันก็เลยจบกันไม่สวย

แน็กก็ไม่ได้โกหกเลย มันก็บอกจบปัญหากันเรื่องเงิน เขาคืนเงินให้ในส่วนที่มีหลักฐานชัดเจน เพราะเวลาจ่ายเงินมันเป็นสัญญาของบริษัทปู เวลาลูกค้าจ้างไลฟ์ เขาก็ต้องเอาไปหักจ่ายภาษี เอาจริงๆ มันก็ไม่มีใครผิดใครถูก เพราะมันผ่านช่วงเวลาพีกช่วงนั้นมาแล้ว มันจบตั้งแต่พร้อมกามินแล้ว ยัยปูไม่ได้ดูแน็กมานานแล้ว” 

มิ้นท์ อรชพร ถามว่า แต่เท่ากับแน็กผิดสัญญากับผู้จัดการ พอเห็นเงินเยอะไม่จ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ จะจ่ายเป็นเงินเดือน มดดำ บอกว่า “จะไปว่าแน็กก็ไม่ได้ ไม่ได้ปกป้องแน็กนะ แต่ทุกคนต่างแยกย้ายกันด้วยดี อย่างนั้นเราก็ไม่ไปทำงานดีกว่า พี่สาวแน็ก 4 คนก็ไปทำกับยัยปูต่อ กลายเป็น 4 ป้าทำ TikTok ขายของ แน็กก็ทำของเขาเอง มันก็เลยอาจจะมีปัญหาเซโรงังกันหรือเปล่า มันก็วนกันไปวนกันมาเรื่องพี่น้องอีก

ถามว่าใครผิดใครถูก ถ้าสมมติวันหนึ่งโกงเงินกันสิมันผิดถูก แต่อันนี้ไม่ได้เป็นการโกงเงิน แต่เป็นการแฮปปี้ที่แยกจากกัน เขาจบกันด้วยดีเลยแยก ปูเอาพี่สาวแน็กมาทำ ทัวร์ลงพี่น้องทำไมต้องมาเปิดแข่งแน็ก ทิ้งแน็ก แต่ความจริงเขามีปัญหาเรื่องนี้กันมาตั้งแต่ต้น แล้วแกจะให้ฉันพูดยังไงตั้งแต่ต้นล่ะ”

อดีตผู้จัดการ แน็ก ชาลี ชี้แจงกรณียุติบทบาท แจงปัญหาเรื่องเงินคือเงินภาษี

อดีตผู้จัดการ แน็ก ชาลี ชี้แจงกรณียุติบทบาท แจงปัญหาเรื่องเงินคือเงินภาษี

4 ม.ค. 2568 11:15 น.

อดีตผู้จัดการ แน็ก ชาลี ชี้แจงกรณียุติบทบาท แจงปัญหาเรื่องเงินคือเงินภาษี

หลังจากที่พระเอกหนุ่ม แน็ก ชาลี ไตรรัตน์ โพสต์ชี้แจงถึงเรื่องที่ไม่ได้ทำงานกับอดีตผู้จัดการส่วนตัวแล้ว โดยระบุว่าสาเหตุที่ทำให้มีปัญหาคือเรื่องเงิน ซึ่งอีกฝ่ายนำเงินมาคืนในส่วนที่มีหลักฐานชัดเจนแล้ว พร้อมทั้งเตือนอย่าพิมพ์ด่าใคร เพราะอาจถูกฟ้องได้ พร้อมทั้งเขียนแคปชั่น “ผมก็คนเหี้xคนนึงครับ ขอโทษครับแม่”

ล่าสุด ปู ศศิธร อดีตผู้จัดการส่วนตัว ได้โพสต์ชี้แจงเรื่องดังกล่าวอย่างละเอียดผ่านทางอินสตาแกรม @sasistars ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้

“สืบเนื่องจากการโพสต์พาดพิงมาถึงปูเมื่อวันก่อนนี้ เพราะจากข้อความดังกล่าวส่งผลต่อความเข้าใจผิดต่ออาชีพและครอบครัวปูในหลายประเด็น ทำให้ปูจำเป็นที่ต้องออกมาชี้แจงในสิ่งที่ถูกพาดพิงด้วยเหตุและผลว่ามีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร แบ่งออกได้เป็น 3 ประเด็นดังนี้

1. การยุติบทบาทการเป็นผู้จัดการ

ปูยุติหน้าที่การเป็นผู้จัดการ  ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. 67 ส่วนงานที่รับไว้แล้วและต้องรับผิดชอบทำงานให้ลูกค้าจนจบ โดยสิ้นสุดวันที่ 15 ส.ค. 67

ปูกับน้องรู้จักกันมานาน ก่อนหน้านี้ก็มีการหางานให้เป็นครั้งคราว ได้เจอกันอีกครั้งช่วงปลายปี 2565 เค้ามาบอกว่า “เงินในบัญชีไม่มีแล้ว อยากทำงานมาลุยกันซักปีนะพี่” เราทั้งคู่ก็เลยได้ทำงานร่วมกัน ด้วยข้อตกลงการทำงานและส่วนแบ่งรายได้ที่ชัดเจนตามหน้าที่ ที่ได้รับผิดชอบ

ซึ่งงานก็ออกมาประสบความสำเร็จเกินคาดในเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้น้องและปูเองมีรายได้และชีวิตที่ดีขึ้น “ในส่วนนี้ปูก็ต้องขอขอบคุณน้องค่ะ”

ต่อมาเมื่อบริษัทมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ปูถูกขอให้พิจารณาลด % ผู้จัดการลง (เดิมตกลงกันไว้ที่ 10% presenter 15% ซึ่งมาตรฐานอาชีพนี้ปกติจะอยู่ที่ 20-30%) ซึ่งปูมองว่าเรทที่ปูรับอยู่ 10% ก็ไม่ได้สูงอยู่แล้ว ไม่สามารถปรับลดลงมาอีกได้แล้ว

และขอให้ลด % ค่า Affiliate (MCN) ของ TikTok ลงจาก 10% (Affiliate คือคอมมิชชั่นจากยอดขายใน TikTok เช่น ถ้าวันนั้นจัดไลฟ์รวมแบรนด์ขายของได้ 100 บาท น้องจะได้ Affiliate ประมาณ 10 บาท และปูจะได้รับค่า MCN 1 บาท)

ซึ่งในขั้นตอนในการทำงาน live ของ TikTok นั้น ต้องมีประสานงานหลากหลายแบรนด์ และในแต่ละ live ทุกอย่างที่ทำไปมีหลักการ ลงเวลาในการศึกษาและจัดตั้งระบบ affiliate ซึ่งส่วนนี้ก็เป็นค่าธรรมเนียมวิชาชีพอยู่แล้ว แต่สุดท้ายปูก็ได้ปรับลดลงมาให้เหลือ 5%

ประเด็นในข้อ 1 นี้ทั้งหมดมีครอบครัวน้องรับรู้และเป็นพยานหลายคนค่ะ 

แต่ ณ วันนี้ เราไม่ได้ร่วมงานกันแล้วด้วยข้อเสนอที่เปลี่ยนไป และเราต่างเคารพในเหตุผลกันและกัน ซึ่งปูก็เคารพการตัดสินใจของน้องแต่โดยดีค่ะ 

2. ผจก. ขอให้ผมอย่าเพิ่งเปลี่ยนเบอร์โทรติดต่องานเป็นระยะเวลา 1 เดือน

เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ พี่ปูมองว่าไม่น่าจะมีประเด็นอะไรที่ออกมาชี้แจงนะคะ เพราะมันเป็นเรื่องของการทำงานที่ต้องรับผิดชอบในส่วนงานที่ค้างไว้ให้จบให้เรียบร้อยเป็นปกติ ซึ่งเรามีการรับงานล่วงหน้าอยู่แล้ว และได้มีการตกลงร่วมกันว่าจะเคลียร์งานที่ค้างทั้งหมด นับจากวันที่ 17 ก.ค. 67 และจะเปลี่ยนชื่อและเบอร์ติดต่องานหลังวันที่ 15 ส.ค. 67

3. เรื่องเงินที่ถูกกล่าวถึง มันคือเงินภาษีค่ะ

ข้อนี้ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่า ปูนำเงินส่วนที่ไม่ใช่ของปูไปเป็นของตนเอง และทำให้เกิดข้อความต่างๆ ที่สร้างความเสียหายต่ออาชีพฯ

ในวันที่ 9 ก.ค. 67  มีการสรุปเรื่องภาษีบริษัทฯ หลังจากปิดงบภาษีของปี 2566 และได้มีการปรึกษาภายในบริษัทฯ ร่วมกันทุกฝ่าย โดยนัดประชุมวันที่ 17 ก.ค. 67 และมีบัญชีบริษัทฯ มาช่วยสรุปตัวเลขให้ ในส่วนนี้ปูจึงช่วยร่วมจ่ายภาษีที่เกิดขึ้นของบริษัท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน โดยถูกคำนวณจากผู้ทำบัญชี

และปูได้โอนเงินส่วนที่รับรับผิดชอบให้เรียบร้อยแล้ว  หลังจากวันที่คุยกัน 2 วัน และมีพยานในครอบครัวน้องอีกหลายคนรับรู้ด้วย โดยวันนั้นทุกฝ่ายไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เรื่องนี้ได้จบไปนานมากแล้ว ตั้งแต่ 19 ก.ค. 67

สุดท้ายนี้ อยากฝากถึงน้องว่าจริงๆ แล้วพี่ปูรักและเอ็นดูน้องมากๆ และเราก็รู้จักกันมานานมากแล้ว พี่ไม่คิดเลยว่าเรื่องที่น้องเข้าใจผิดที่ผ่านมาจะทำให้เรามาถึงจุดนี้ได้

แต่ถ้าพี่จะขอแนะนำเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะพี่น้อง พี่อยากแนะนำว่า น้องควรหยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว และกลับมาใช้ชีวิตของตัวเองให้มีความสุข ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีของน้องค่ะ

หมายเหตุ: หากมีข้อความใดๆ สร้างความเสียหาย และเกิดความเสื่อมเสียเกิดขึ้น ปูขอใช้กฎหมายเพื่อปกป้องตัวเองค่ะ”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

“จ๋าย ไททศมิตร” รีวิว “ปีทอง” งานแน่นเป็นเหตุ เตือนตัวเองห้ามป่วย ห้ามตาย

“จ๋าย ไททศมิตร” รีวิว “ปีทอง” งานแน่นเป็นเหตุ เตือนตัวเองห้ามป่วย ห้ามตาย

4 ม.ค. 2568 06:44 น.

“จ๋าย ไททศมิตร” รีวิว “ปีทอง” งานแน่นเป็นเหตุ เตือนตัวเองห้ามป่วย ห้ามตาย

ชีวิตที่มาไกลเกินฝัน! สำหรับ จ๋าย ไททศมิตร หรือ อิชณน์กร พึ่งเกียรติรัศมี นักแสดง-นักร้องสายร็อกเพื่อชีวิตมากความสามารถ ล่าสุด สวมบท “ชู้ต” ชายหนุ่มปากดี ในภาพยนตร์โรแมนติก คอมเมดี้เรื่อง “คุณชายน์ (The Cliche)” จาก คาร์แมนไลน์ สตูดิโอ และ จังก้า สตูดิโอ เป็นตัวละครที่ถูกกล่าวถึงกันเยอะ เลยชักชวนหนุ่มจ๋ายมารีวิวชีวิตเป็น “ปีทอง” ที่คิวงานแน่นเอี้ยดแทบไม่มีเวลานอน เพราะเรียนการแสดงทำให้เข้าใจโลก เข้าใจชีวิตและเข้าใจครอบครัวมากขึ้น ใน “คนดังนั่งคุย”

อะไรที่ทำให้จ๋ายตัดสินใจอยากเล่นเรื่องนี้

“ตอนแรกคิดอยู่นานเพราะผมเล่นตั้งแต่เวอร์ชันละครเวทีมาแล้ว ใจอยากเล่นแต่แอบกังวลเพราะว่าเป็นผลงานชิ้นแรกเลย เรื่องชายกลาง เดอะ มิวสิคัล หลังจากเรียนจบผมได้เข้ามาวงการบันเทิง ละครเวทีเรื่องนี้เลยของโต๊ะกลม พอได้ยินข่าวว่าจะอะแดปต์เป็นภาพยนตร์เราแอบกังวลเพราะว่าบทมันมีความละครเวทีสูงมากเราไม่รู้ว่าจะอะแดปต์เป็นภาพยนตร์ยังไงก็นึกไม่ออกเลยนัดคุยกับผู้กำกับ กับทีมเขียนบท มานั่งถกกัน ผมกังวลเรื่องนี้” เล่นเรื่องนี้รายล้อมนักแสดงรุ่นพี่ ฝีมือเทพๆทั้งนั้น “ทีแรกก็กังวลเหมือนกัน พอรวมนักแสดงปุ๊บ พี่ดู๋-สัญญา ไม่เคยร่วมงานกันเลย พี่ตั๊ก-บริบูรณ์ ก็เจอกันแค่เคยไปถ่ายรายการที่มีพี่ตั๊ก ส่วนน้องๆ โฟร์อีฟเจอกันหลังเวที แต่ไม่เคยร่วมงานกันเลย เหมือนมากันคนละจักรวาลเราเลยไม่รู้ว่าเคมีในหนังจะเป็นยังไง แต่พอร่วมงานมันแปลกมากเคมีเข้ากันได้โดยไม่ตั้งใจ” มีการละลายพฤติกรรมกันยังไงบ้าง “จริงๆมีเวลาน้อยมาก อาศัยระหว่างทาง กับน้องๆโฟร์อีฟเจอน้อยแต่เจอโจริญเจอบ่อยเพราะเขาเป็นแฟนคลับของวงด้วย มีโอกาสสนทนากันบ่อย ส่วนน้องมายด์ ไม่เคยเจอกันเลยแต่โชคดีที่ชอบอะไรเหมือนๆกัน ชอบอ่านการ์ตูน ชอบดูการ์ตูนเหมือนกัน เลยทำให้สนิทกันเร็วขึ้น ส่วนพี่ดู๋ ทีแรกเกร็งมากคิดว่าแกน่าจะเป็นคนจริงจังหรือเปล่า พอเจอกันจริงๆพี่ดู๋ฮาเลย เป็นกันเองมากๆ”

ฉากที่ประทับใจในหนังคุณชายน์ ชอบซีนไหน ฉากไหน

“ทุกฉากเลยที่มีชู้ต (หัวเราะ) ทั้งประทับใจและฝังใจ มันเหนื่อยครับ อันดับแรก สอง ยอมรับค่ายก็ดี ที่ทำให้เรามีโอกาสได้รีชู้ส ในซีนที่ยังไม่สมบูรณ์ ผมยอมรับ ช่วงที่ถ่ายภาพยนตร์เรื่องนี้งานผมหนักมาก ถ่าย 2 เรื่องซ้อน ทั้งเรื่องวัยหนุ่มและเรื่องคุณชายน์ หนักมาก จำได้ว่าซีนสำคัญทุกซีนถ่ายหลังจากที่ผมทำงาน 48 ชม. ไม่ได้นอนแต่ต้องมา

ถ่ายต่อ เพราะไม่มีคิวแล้วจริงๆ ทำให้เราไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ ต้องคอยบอกผู้กำกับ อยากแก้ไขซีนนี้ สุดท้ายเขาตัดสินใจแก้จริงๆ ขอบคุณทีมงาน ค่าย ผกก.เองก็ดี ที่ตัดสินใจแก้ซีนนี้ให้มันสมบูรณ์ไม่งั้นเหมือนเราติดค้างอะไรในใจ เลยประทับใจที่ทุกคนใส่ใจทุกภาคส่วนกับภาพยนตร์เรื่องนี้จริงๆยอมเสียเวลา เสียเงินด้วยเพื่อให้มันออกมาดีที่สุด ด้วยบทของชู้ต ถ่ายกันทั้งวัน ผมมีเวลาพักสั้นๆ เพราะออกทุกซีน ช่วงที่ถ่ายทัวร์คอนเสิร์ตขึ้นเครื่องกลับมาออกกองต่อ ช่วงนั้นวนอยู่แบบนี้”

งานแน่นขนาดนั้นจ๋ายแยกร่างยังไงก่อนช่วงนั้นยังมีงานโค้ชเดอะวอยซ์เข้ามาอีก

“ใช่ๆ ห้ามป่วยอย่างเดียว อาศัยนอนบนรถตู้เอา” ทำไมตัวเองต้องทำงานเยอะขนาดนี้ “ต้องบอกว่าปีที่แล้วเป็นปีทองของผมมากๆ เลยนะในเรื่องงาน และทุกๆอย่างเลยมาจากความไร้เดียงสา ผมคิดแค่ว่าดาราคนอื่นๆรับงานเช้าเที่ยงเย็น ก็ไหวกันนี่หว่า เราก็ต้องไหว ผมเลยบอกผู้จัดการว่าถ้าเวลาไหนเสียบได้ ก็เสียบไปเลย สรุปกลายเป็นทำงานเช้าเที่ยงเย็นทุกวันแต่เราลืมว่าทุกคืนเรา ต้องไปเล่นคอนเสิร์ต ลืมคิดว่าเรานอนตอนไหน” คือสนุกกับงานเกินเบอร์ “เริ่มไม่สนุกแล้ว (หัวเราะ) ตอนรับงานไม่รู้จะขนาดนี้คิดว่าทำได้ไง แต่เราไปต่างจังหวัดคือเราลืมคิดเรื่องการเดินทาง โด๊ปอย่างหนักเรียกว่าพี่จ๋ายห้ามตายนะ (หัวเราะ) โตในรถโตในกอง” ปีนี้เอาอีกมั้ย รับงานแบบจุกๆ “เข็ดเลยครับแต่งานปีนี้เหมือนจะเป็นแบบนี้อีก มันต่อเนื่อง งานส่วนใหญ่ที่รับยังไม่ได้รับงานนอกเหนือคอนเนกชันตัวเองเลย”

พอเรามี 2 พาร์ต ทั้งนักร้อง-นักแสดง กลัวเพื่อนๆในวงจะไม่เข้าใจมั้ย

“อันนี้ไม่กลัวเลยเราวางแผนตั้งแต่แรกเลยว่าจะมีเคสนี้ วงเองก็รู้นักร้องนำของเรามีแนวทางมากกว่าการร้องเพลง เขารู้วันนึงมีโอกาสดัง พี่จ๋ายทำได้มากกว่าการร้องเพลง เล่นหนังได้ กำกับ เขียนบทได้ ถ้าเราจัดการดีๆ จะดีกับวงมากๆ เรารู้ตั้งแต่แรก ทำให้เราตกลงกันเราแบ่งเท่ากันหมด สอง กันงานให้วงก่อน วงเรา รับงาน 15 วันต่อเดือน นอกเหนือผมอยากทำอะไรก็ไป เพื่อนๆจะได้หยุด 15 วันใครอยากทำอะไรก็ไปทำ แต่ผมจะไม่ได้หยุดเลย เล่นหนังทำโน่นนี่นั่น” จะดึงเพื่อนๆในวงชิมลางเล่นหนังเล่นละคร “พยายามอยู่ครับ แต่สมาชิกหลายๆคนไม่ค่อยมั่นใจ แต่เราก็เชียร์เค้าอยู่ ล่าสุดมีโปรเจกต์ที่มีพี่โมส นักร้องนำที่พยายามดันเค้าอยู่ ส่วนมีน มือกีตาร์เราพยายามดับแสงเค้าอยู่ ช่วงนี้มันหล่อเกินหน้าผมไปนิด เก่งกว่าได้แต่ห้ามหล่อกว่า (หัวเราะ)”

เท่าที่สัมผัสตัวตนของจ๋ายเป็นคนทำอะไรจะห่วงใยนึกถึงคนอื่นก่อนเสมอ

“ใช่ครับ ผมว่าเป็นสิ่งที่ต้อง คำนึงเป็นสิ่งแรกๆ เพราะว่าผมรู้สึกว่าสิ่งที่ยิ่งใหญ่ความสำเร็จมันไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว ผมไม่เชื่อความสำเร็จไหนจะสำเร็จได้ด้วยตัวคนคนเดียวไปไม่ได้ ต่อให้ความสำเร็จเล็กแค่ไหนก็ตาม อาจจะมีเพื่อนให้กำลังใจ มีแฟนให้กำลังใจ หรือพ่อแม่คอยซัพพอร์ต ยิ่งเราอยู่ในอุตสาหกรรม ทุกงานทุกภาคส่วน มันมีคนตัวเล็กๆ ที่ทำงานของตัวเอง เขาทำบกพร่องมันจะกระทบหมดเลย งานนั้นอาจจะไม่สำเร็จ ทุกองค์ประกอบ สำคัญผมเลยให้ความสำคัญที่มนุษย์เป็นหลัก เขาจะต้องมีความสุขกับงานที่เขาทำ ทุกอย่างก็จะดี” ทำเพื่อคนอื่นขนาดนี้แล้วทำเพื่อตัวเองล่ะ “มันก็สะท้อนกลับมา อาจจะโชคดีความสุขของเรามันมีความสุขเวลาเห็นเค้ามีความสุข ได้ดูซีรีส์ผมก็มีความสุขแล้ว แต่เราอยากสุขยิ่งกว่า การสุขยิ่งกว่าคือการเห็นชีวิตคนคนนึงดีขึ้นแล้วเรามีส่วนร่วมในนั้น ผมว่ามันมหัศจรรย์มากนะครับ” ยังมีใครที่เราตั้งใจอยากเห็นเขามีความสุข “ครอบครัวนี่แหละ ที่ผ่านมาตอนเด็กผมอาจจะไปแสวงหาจากข้างนอกค่อนข้างเยอะ ทุกวันนี้ก็ยังเป็น เพราะพื้นฐานผมไม่ได้โตมากับครอบครัว เพิ่งมามีความสัมพันธ์ดีๆ ช่วงที่โตๆ แล้วนี่แหละ เมื่อก่อนเราเลยไม่ได้นึกถึง เขาเป็นอันดับแรก แสวงหาจากข้างนอกเราไม่รู้จะให้กับครอบครัวยังไง ด้วยความสัมพันธ์ พอโตแล้วทำให้เราเข้าใจโลกมากขึ้น สุดท้ายความสัมพันธ์ที่จะอยู่กับเราได้ยาวนานที่สุดมันคือครอบครัว มากกว่านั้นคือคู่ชีวิต เราลืมให้ตรงนี้ไปหรือเปล่า อาจจะต้องแบ่งสัดส่วนตรงนี้บ้าง”

ความสัมพันธ์กับครอบครัวอะไรที่เป็นจุดทำให้เราปลดล็อกตรงนี้ได้

“เพราะการแสดงนี่แหละครับ การแสดงเป็นตัวปลดล็อกหลายๆอย่างในชีวิตของผมเลย จริงๆไม่ได้ดาร์กขนาดนั้น แค่เป็นปมในใจแต่เราไม่รู้ กลายเป็นว่าครอบครัวคุยกันปกติไม่ได้ด่ากันนะแค่ความรักที่ส่งไปมันไม่ถึงกัน เราไม่รู้ถึงความห่วงใยของเค้า เราไม่ได้รับรู้ความรู้สึกผิดที่ไม่ได้ดูแลเรา เพราะเขารักเรา เราเองไม่รู้เพราะไม่ได้มองละเอียดขนาดนั้น พอเรามาเรียนละคร เรียนแอ็กติ้งมาอยู่โลกของการทำละคร 4 ปี ทำให้เรามองมิติของมนุษย์ละเอียดขึ้น เราเห็นความห่วงใยของพ่อ แต่วันนั้นเขาอาจจะมีความจำเป็น ดูแลเราไม่ได้ แม่เราก็เป็นเหมือนกัน เป็นสิ่งที่เราสัมผัสได้เพราะเขารักเรามาก มาวันนี้เขาภูมิใจในตัวเรามาก ยิ่งทำให้ผมกลับมารักครอบครัว ทำให้ผมได้เปลี่ยนมุมมอง ทั้งๆที่ตอนเด็กๆ ผมไม่เคยมองเห็นเลย ตอนนี้ใช้ชีวิตง่ายขึ้นยกเว้นเรื่องการจัดการเรื่องเวลานอนนี่แหละครับ”

เรื่องงานก็ถือว่าประสบความสำเร็จ แล้ว มีแพลนชีวิตสร้างครอบครัวในตอนนี้บ้างมั้ย

“ไม่เลย อาจจะเป็นเพราะว่าผมค่อนข้างละเอียดเรื่องพวกนี้ ผมอยู่ในครอบครัวไม่สมบูรณ์มา ตั้งแต่รุ่นคุณตาคุณยายหรือคุณแม่คุณพ่อ ทำให้ผมอยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ ตั้งความหวังไว้เยอะ ถ้ายังไม่มั่นใจอะไรจริงๆ ก็ยังดีกว่า ผมไม่รีบนะ คือผมมีเวลาพอหรือยัง โฟกัสสิ่งต่างๆ ตัดมาเพื่อสิ่งนี้เราทำได้หรือยัง ถ้าทำไม่ได้ก็อย่าเลย สถานะทุกวันนี้ก็มีความสุขแล้วครับ”

ปีนี้อยากจะบอกอะไรกับตัวเอง อยากทำอะไรเพิ่มอีกมั้ย

“อย่าตายนะ (หัวเราะ) สู้ๆนะ แค่นั้นเลย พักไม่ได้ แพลนปีนี้แน่นมาก หนังเยอะเหมือนเดิม อยู่ที่เลือกจะเล่นหรือไม่เล่นอะไรบ้าง ละครเวทีแน่ๆ 2 เรื่องแล้ว ต้องทำวง ทำอัลบั้มอีก” เส้นทางชีวิตประสบความสำเร็จ “เกินไปเยอะเลยครับ ไม่คิดเรื่องประสบความสำเร็จอะไรเลย แค่มีชีวิตรอดเพื่อทำงานอย่างเดียวเลย”

โก๊ะตี๋ ร่ำไห้เล่าสาเหตุเลิก กวาง จำต้องเลือกครอบครัว เหนื่อยเป็นคนกลางทุกฝ่าย

โก๊ะตี๋ ร่ำไห้เล่าสาเหตุเลิก กวาง จำต้องเลือกครอบครัว เหนื่อยเป็นคนกลางทุกฝ่าย

3 ม.ค. 2568 20:00 น.

โก๊ะตี๋ ร่ำไห้เล่าสาเหตุเลิก กวาง จำต้องเลือกครอบครัว เหนื่อยเป็นคนกลางทุกฝ่าย

หลังกลายเป็นประเด็นข่าวร้อน กับกรณีที่ โก๊ะตี๋ อารามบอย นักแสดงตลก-พิธีกรหนุ่มชื่อดัง โพสต์ไอจีประกาศเลิก กวาง สุภัค จรุตานันท์ ภรรยาสาวนอกวงการ จนกลายเป็นประเด็นร้อนที่ชาวโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

ล่าสุด โก๊ะตี๋ อารามบอย ไลฟ์สดผ่านทางยูทูบแชนแนล Kootee Aramboy Official ในหัวข้อ “ถึงอังกฤษแล้วนะครับ” ซึ่ง โก๊ะตี๋ ชี้แจงว่า หลังจากที่โพสต์ไปและมีเพจต่างๆ ลงข่าว ก็มีคนด่าหนูสนุกปาก ซึ่งไม่เป็นไร หนูยินดี พร้อมให้ทับถม แต่มันไม่ง่ายกับคนหนึ่งคนที่เดินทางร่วมกันมาเกือบ 12 ปี รู้จักกวางตั้งแต่อายุ 23 จนกวางอายุ 35 

แต่ด้วยมายด์เซตที่ไม่ตรงกัน หนูเกิดมาพร้อมกับภาระและเลือกรับผิดชอบครอบครัว ดูแลแม่ พี่ชายคนโตที่พูดไม่รู้เรื่อง และอีกหลายคนที่ต้องโอบอุ้มและรับภาระไว้ คนที่อยู่ข้างๆ ก็กดดันพอสมควร พอได้รับแรงกดดันต่างๆ ก็จะพูดจาแรงๆ ใส่ผู้หญิง ซึ่งมันไม่ดี ดูเป็นผู้ชายหน้าตัวเมีย ซึ่งไม่อยากทำ

กวางไม่ผิด เขามีมายด์เซตของเขา เขาถูกเลี้ยงดูมาแบบนึง หนูก็ถูกเลี้ยงดูอีกแบบนึง แต่คนสองคนที่ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมทางเดินกัน บางคนมองว่าชีวิตคู่คือคนสองคนเท่านั้นมันก็ถูก แต่สำหรับหนูมันไม่ใช่ เลยรู้สึกว่าไม่อยากให้เขาเสียเวลากับตน

ก่อนจะร้องไห้และพูดว่า ถามว่ารักมั้ย มั่นใจว่าเขารักหนู และหนูก็รักเขาล้านเปอร์เซ็นต์ ขอบคุณกวางที่มอบความรักให้ เป็นผู้หญิงคนนึงที่รักผู้ชายกระจอกๆ ไม่สนว่ารวยจน เขารักที่เราเป็นเรา ซื่อสัตย์กับเรา

แต่อย่างที่บอก ถ้าหนูไปทางความรักของหนูอย่างเดียว หนูก็จะดูเห็นแก่ตัวกับครอบครัวหนูไปหน่อย ก็แม่หนูยังไม่ตายถูกไหม หรือถ้าหนูจะดูแลแม่อย่างเดียว ญาติพี่น้องอย่างเดียว คนข้างตัวหนูก็ไม่ได้เวลาในส่วนที่ต้องได้ไง

บางทีบางครั้งการเป็นคนกลางมันก็ลำบากใจ ใครที่รู้ว่าเป็นคนกลางเป็นยังไงจะรู้ดี แต่หนูไม่ใช่คนกลางแค่แม่กับเมีย หนูเป็นคนกลางของทุกๆ ฝ่าย ยกตัวอย่างให้ฟัง บางคนที่พูด 1 2 3 4 5 มา หนูเลือกที่จะพูด 1 2 3 ส่วน 4 5 ที่เขาด่าเขาตำหนิมา หนูเลือกที่จะเก็บไว้เอง รู้สึกว่าอยากให้คนรอบตัวเรารักกัน หนูคิดแค่นั้นเอง

คือหนูกับกวางมีอะไรที่เราคิดเราฝันไว้ว่าจะทำด้วยกันเยอะมาก แต่หนูเหนื่อย คือแม่หนูกลับมาเป็นโรคคนแก่อีกครั้งนึง มันหายไปเกือบๆ 10 ปี พอมีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจ ก็คือพี่ชายคนโตกลับมาก่อนโควิด พี่ชายคนโตหายจากบ้านสาปสูญไป 4 ปี ข้าวสักเม็ดไม่เคยเอามาให้แม่ ขนมสักก้อนไม่เคยเอามาให้แม่กิน หายไปเลย 4 ปี กลับมาอีกทีเอ๋อ พูดไม่รู้เรื่อง ถามคำตอบคำ ตั้งแต่ก่อนโควิดจนถึงวินาทีนี้ พี่ชายคนโตพูดกับหนูไม่ถึง 100 คำ

หนูเคยพาไปหาหมอจิตแพทย์ ก็นั่งรถไป เขาก็ถามหนูว่าไปไหน แล้วก็บอกว่าไปหาหมอ แล้วถามว่าใครเป็นอะไร ก็ตอบว่าพี่ไง เขาบอกว่าพี่ไม่เป็นอะไร เอ้า ไม่เป็นไร ทำไมไม่พูดกับกู ตอนที่เข้าวงการใหม่ๆ พี่ก็ขับรถให้ เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้ ถ้าคนรุ่นเก่าๆ จะรู้จักดี พี่ชายคนโตเคยขับรถแกรมมี่ แล้วจู่ๆ ทำไมพี่ถึงพูดกับหนูไม่ได้ ทุกวันนี้ยังไม่พูด

หนูคงไปทำเวรทำกรรมอะไรไว้เยอะ ถ้าถามว่าหนูไม่เลี้ยงแล้วใครจะเลี้ยงพี่ชายคนโต หนูถามแค่เนี้ย จะให้ไปเป็นคนบ้าๆ บอๆ ข้างถนนงี้เหรอ หนูทำไม่ได้ไง พี่น้องไง มันฆ่ากันไม่ตาย ขายไม่รอด คนอื่นเป็นไงไม่รู้ แต่หนูเป็นอย่างนี้ไง แล้วหนูก็เครียด แม่กลับมาเป็นโรคคนแก่ เที่ยงคืน ตี 1 ไปนั่งอยู่บ้านคนอื่นเขา จนเขาต้องโทรมาให้ไปรับแม่กลับบ้าน หนูก็ต้องให้แม่กลับมากินยาอีกครั้ง พอแม่กินยาก็เหมือนคนระงับประสาท ก็ได้หลานสาวหลานชายมาช่วยดูแล เพราะหนูก็อยู่สวน

อย่างที่หนูพิมพ์ไปในข้อความ หนูเลือกที่จะเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่อายุ 13 ตั้งแต่ออกจากโรงเรียนมา เลือกที่จะรับผิดชอบครอบครัวมา เลือกที่จะผลักดันครอบครัวให้มันหนีจากคำว่ายากจน จนทุกวันนี้แต่ละคนก็มีอาชีพ การรับผิดชอบมันสิ้นสุดในช่วงหลานแล้ว เปิดร้านให้พี่ชายคนกลาง พี่สะใภ้ เขาก็มีปัญหาทะเลาะกันในร้าน พี่ชายคนกลางก็กลับไปอยู่อ่างทอง โดนคอลเซ็นเตอร์หลอกเอาเงินไป 2 แสนบาท เอาโฉนดที่บ้านแม่ไปจำนองเพราะโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก ก็ต้องไปไถ่มา

คือใครที่มันด่าหนูในโลกโซเชียล ลองมาเป็นโก๊ะตี๋สักปีนึงก็ได้ ไม่ต้องเป็นตลอดชีวิตหรอก ลองมาเป็นกูสักปีแล้วจะรู้ว่าเจออะไรบ้าง คนที่ด่าหนูเนี่ย ปีนี้หนูเข้า 45 กว่าจะมีอายุ 45 มาให้พวกมึงด่า พวกมึงถ่มถุยกัน ผ่านอะไรมาบ้าง

จากนั้น โก๊ะตี๋ ร้องไห้หนักและบอกว่า เชื่อว่าถ้าพวกมึงเป็นกูพวกมึงทำไม่ได้แบบกูหรอก หนูมั่นใจคนที่ด่าหนูเนี่ย ที่ผ่านมาหนูต้องกินยา ไปหาหมอหนูต้องกินยานอนหลับยาคลายเครียด หนูกลัวหนูจะฆ่าตัวตายฉิบหาx บอกตรงๆ หนูเครียด หนูปวดหัว มีอยู่วันนึงเข้า รพ. แล้วน้ำเกลือมันหลุด หนูโทรหาอาต๋อย (ไตรภพ ลิมปพัทธ์) โทรหาพี่ยุทธ (สรยุทธ สุทัศนะจินดา) บอกว่าหนูไม่ไหว หนูยอมแล้ว

คือเรื่องราวทั้งหมดมันไม่ได้ผิดที่กวาง มันผิดที่หนูแหละ คือหนูไปดันทุรัง หนูอยากจะมีความรักแบบนี้ตั้งแต่แรก หนูคิดว่าหนูเอาอยู่ หนูก็ดันทุรัง เป็นกระปุกออมสินที่เก็บความทุกข์ไว้คนเดียว ใครพูดอะไรไม่ดีมา บางทีแม่พูดถึงกวาง แม่ไม่เข้าใจ เราก็อธิบายแม่ให้เข้าใจว่ากวางเขาก็เหนื่อย คือปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้มีทุกบ้าน แต่หนูมันเป็นกระปุกออมสินที่ไม่ได้เก็บตังค์ มันเก็บความทุกข์ของแต่ละคนไว้ เพื่อไม่ให้แต่ละคนทะเลาะกัน เพื่อไม่ให้แต่ละคนกินแหนงแคลงใจกัน หนูเก็บไปคนเดียว พูดแต่เรื่องดีๆ

คือกวางไม่ได้ผิด หนูก็ไม่ได้ผิด แต่ถ้าจะด่า ด่าหนูเพราะหนูเป็นผู้ชาย กวางรักหนูมาก หนูพูดตรงนี้ว่ากวางมอบความรักให้ผู้ชายคนนึงได้ หนูรู้สึกว่าหนูเคารพและศรัทธาในความรักของกวางที่มีให้กับหนู มันไม่ได้มีมือที่ 3 ไม่มีอะไรต่างๆ นานา ไม่มีเลย แค่รู้สึกว่าหนูรับความรู้สึกของตัวเองไว้ไม่ไหว แล้วก็หนูเหนื่อย อยากให้ทุกคนเข้าใจ แต่ถ้าคุณไม่เข้าใจไม่เป็นไร ถ้าอยากจะด่าหนูด่าได้

หนูเป็นลูกผู้ชาย กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าสิ่งที่หนูพูดมันจริงหรือเปล่า ความจริงพูดวันนี้ก็คือความจริง อีก 10 ปีมันก็คือความจริง เพราะฉะนั้นก็ยังให้ทุกคนเข้าใจและอยากให้ทุกคนให้กำลังใจทางหนูและน้องกวางด้วย หนูไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้หนูแค่รู้สึกว่า หนูเหนื่อย

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

บุคคลในข่าว 4 มกราคม 2568

บุคคลในข่าว 4 มกราคม 2568

4 ม.ค. 2568 04:30 น.

บุคคลในข่าว 4 มกราคม 2568

ความประมาทมักทำให้เกิดความเสียหาย หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 4 มกราคม 2568

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ วังสระปทุม พระราชทานพระราชวโรกาสให้ แสงโสม ริ้วตระกูล ผู้อำนวยการโรงเรียนแสงโสม เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินในนามของโรงเรียนแสงโสม โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย ในโอกาสอายุครบ 80 ปี เมื่อวันที่ 2 มกราคม.

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…แม้ผ่านห้วงเฉลิมฉลอง เทศกาลปีใหม่ 2568 มาแล้ว แต่บรรยากาศยังคงอบอวลด้วยการส่งมอบความสุขปีใหม่ ให้แก่บรรดาญาติสนิท มิตรสหาย บุคคลที่เคารพนับถือ เพื่อส่งความสุขและความปรารถนาดีให้แก่กันด้วยความรัก…เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ โดยระบุว่า สวัสดีปีใหม่ 2568 ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุขความเจริญ ขอให้เป็น ปีแห่งโอกาส ความหวัง และความฝันของคนไทย รัฐบาลจะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องทุกคน…ถือโอกาสส่งความสุข และความหวังให้แก่คนไทยทั้งประเทศ แฮปปี้นิวเยียร์สนั่นเลย

ชื่นมื่น ประยุทธ–สุวิมล มหากิจศิริ จัดงานเลี้ยงฉลองวันขึ้นปีใหม่กับครอบครัว โดยมี อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ, เฉลิมชัย มหากิจศิริ, อุษณา มหากิจศิริ และ กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี พร้อมด้วยหลานมาร่วมฉลองกันอย่างชื่นมื่น ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล คํ่าวันก่อน.

ผ่างๆ…ในห้วงเข้าสู่ ศักราชใหม่ 2568 บรรดานักการเมืองคนสำคัญต่างออกมาวิเคราะห์ทิศทางสถานการณ์การเมืองไทย ในปี 2568 โดยนักการเมืองที่มีประสบการณ์ยาวนานระดับ ปรมาจารย์ ชวน หลีกภัย สส.พรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปีนี้ว่า เสถียรภาพการเมืองยังคงเป็นปกติ ในภาพรวมของตัวเลข สส.ใน สภาผู้แทนราษฎรที่ขณะนี้มีทั้งหมด 493 คน โดย ฝ่ายรัฐบาล ที่มีเสียงข้างมากถึง 322 คน ไม่มีปัญหา ไม่มีวี่แววของการเปลี่ยนแปลงเสียงข้างมาก พรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ไม่มีทีท่าจะ ถอนตัว การร่วมรัฐบาล แม้จะมีกระทบกระทั่งกันบ้าง

มอบสามล้าน ศ.กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ และ อัสสเดช คงสิริ มอบเงินจำนวน 3,000,000 บาท ให้ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เพื่อสนับสนุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ โรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร โดยมี ศ.นพ.อนันต์ ศรีเกียรติขจร มาร่วมในพิธีด้วย ที่ตลาดหลักทรัพย์ วันก่อน.

ขณะที่ พรรคร่วมฝ่ายค้าน มี 173 เสียง ไม่มีอันตรายที่จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และ บางพรรคที่เป็นฝ่ายค้าน ก็ไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้เต็มที่ เพราะตัวเองก็มีสิ่งที่ผูกขาอยู่

ส่วนกรณี ประเด็นร้อน ที่จะเขย่า รัฐบาล เช่น กรณีข้อพิพาท ที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์นั้น เป็นเรื่องการบริหารของรัฐบาล ที่แต่ละพรรคการเมือง หรือ รัฐมนตรี แต่ละคนจะมีปัญหาหรือไม่ แต่เชื่อว่าภายใต้สถานการณ์ขณะนี้ สภาฯ ก็ตรวจสอบรัฐบาลได้ภายในขอบเขตเท่านั้น จะหวังตรวจสอบถึงขั้นหา นักการเมืองทุจริต โกงกิน แบ่งเปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องยาก ไม่เหมือนสมัยก่อน ฉะนั้น คนร้องเรียนต้องกล้า เหมือนกรณี 40 สว. ร้องเรียนเกี่ยวกับคุณสมบัติ อดีตนายกฯเศรษฐา ทวีสิน จนทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขึ้น

เดิน–วิ่ง ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช แถลงข่าวการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง มินิมาราธอนการกุศล Recycle for Life “We can run : Fund for legs” เพื่อสนับสนุนการผลิตขาเทียม โดยมี ศ.นพ.นิเวศน์ นันทจิต และ กิติยา แสนทวีสุข มาร่วมแถลงด้วย ที่อาคารไทยเบฟควอเตอร์ วันก่อน.

ฉะนั้น รัฐบาล อย่าประมาท บรรดานักร้องเรียน แต่เรื่องที่ร้องต้องมีมูล ปัญหาอยู่ที่ว่าเรื่องจะรุนแรงขนาดไหน และความหวังอยู่ที่ องค์กรอิสระ และ ศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะกล้าตัดสินอะไรตรงไปตรงมาหรือไม่ หวังว่าองค์กรเหล่านี้จะเป็นหลักให้บ้านเมือง ผิดว่าไปตามผิด หาก องค์กรอิสระ กล้าตัดสินในสิ่งที่ไม่ถูกต้องแบบเด็ดขาด สิ่งที่ทำไม่ถูกต้องก็จะหายไป และไม่มีใครกล้าทำต่อ…งานนี้ชี้เป้าชัดว่า ในสภาฯล้มรัฐบาลยาก ได้แต่หวังให้ องค์กรอิสระช่วยจัดการแทน

แฮปปี้นิวเยียร์ กรนันท์ อัศวศิรโยธิน, พูนสุข ประธานราษฎร์นิกร และ อุษณีย์ วรวงศ์วสุ ชวนเพื่อนสนิทมาร่วมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยมี พริดา ลิมปานนท์ และพรรณิภา ปวนะฤทธิ์ มาร่วมฉลองด้วยความชื่นมื่น ที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.

ขณะที่นักการเมืองรุ่นใหญ่อีกคน อย่าง สุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคชาติพัฒนา ระบุถึงภาพรวมการเมืองไทย ในปี 2568 ว่า รัฐบาล ของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่างจากรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะมีการปรับโครงสร้างรัฐบาลใหม่ เสียงของรัฐบาล มีความเข้มแข็ง และมีเสถียรภาพมากขึ้น หากดูบรรยากาศ พรรคร่วมรัฐบาล ขณะนี้แม้จะมีความเห็นต่างในบางเรื่อง แต่ไม่ใช่บรรยากาศของ ความขัดแย้ง หรือ แตกต่างกันอย่างรุนแรง ดังนั้น ปี 2568 ยังมั่นใจในการบริหารงานของรัฐบาล

ส่วนความสัมพันธ์ของ พรรคร่วมรัฐบาล นั้น นายกรัฐมนตรีอายุน้อย มีมนุษยสัมพันธ์เคารพผู้ใหญ่ในพรรคร่วมรัฐบาล สามารถประสานความเข้าใจในพรรคร่วมรัฐบาลได้ดีด้วย เสถียรภาพ และ เสียงของรัฐบาล ภายใต้การประสานงานของ นายกฯแพทองธาร พรรคร่วมรัฐบาลไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

โลหิตมีค่า ไพรัช รัตตัญญู และ ธเนศ คงนาลึก จัดกิจกรรม “Blood Donation” ครั้งที่ 35 เชิญชวนคนไทยร่วมบริจาคโลหิตต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ พร้อมมอบโลหิตจำนวน 2,100,000 ซีซี ให้ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ที่ศูนย์การค้าเดอะ สตรีท รัชดา วันก่อน.

สำหรับด้านเสียงนอกสภาฯ อดีตรองนายกฯสุวัจน์ ชี้ว่าข้อเรียกร้องต่างๆ บรรยากาศในการทำงานหรือการสร้างการยอมรับจากประชาชน เป็นเรื่องของผลงาน ที่ต้องอาศัยการชี้แจงทำความเข้าใจ รัฐบาล ต้องบริหารทั้ง เสถียร ภาพในสภาฯ และ นอกสภาฯ เพื่อดูแลสถานการณ์ต่างๆของประเทศให้เรียบร้อย ปี 2568 ไม่น่ามีอะไร รัฐบาล สามารถบริหารประเทศไปได้เพราะเสถียรภาพยังดูดี…แสดงออกชัด เชียร์รัฐบาลเต็มพิกัดเลย

สมทบทุน ปุณฑริกา สุสัณฐิตพงษ์ และ วริศรา ฆังนิมิตร มอบเงินจำนวน 557,770 บาท จากแคมเปญ “เชียร์สนุก ลุ้นสนั่น” ให้ พล.ต.โอสถ ภาวิไล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ร่วมส่งเสริมนักกีฬาผู้พิการไทย ที่สนามกีฬาแห่งชาติ วันก่อน.

เฮ้อ…สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในช่วง เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 หรือช่วง 10 วันอันตราย ตัวเลขยังพุ่งไม่หยุด… เมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข เป็นประธาน แถลงผลการดำเนินการของ ศูนย์อำนวย การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 โดยระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2567 รวม 5 วัน ในช่วง 10 วันอันตราย เกิดอุบัติเหตุรวม 1,398 ครั้ง บาดเจ็บ 1,354 คน เสียชีวิต 215 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดคือ พระนครศรีอยุธยา 44 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดคือ ภูเก็ต 43 ครั้ง ส่วน กทม.และนนทบุรี มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด จังหวัดละ 10 ราย

ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 42.75 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 24.43 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 21.37 …กว่าจะครบ 10 วันเฝ้าระวัง ยอดคงสูงกว่านี้เยอะ น่าเศร้าใจจริงๆ

วันเด็ก ชนนิกานต์ ไกรธรรมจิตกุล เปิดแคมเปญ “Kid’s World : The Power of Imagination” ต้อนรับเทศกาลวันเด็กแห่งชาติปี 2568 ให้สนุกสนานประทับใจได้ทั้งครอบครัว โดยมี ณัฏฐ์–ธันยา เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ ภาวิดา ชิตเดชะ มาร่วมงานด้วย ที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ ราชพฤกษ์ วันก่อน.

สังคมทั่วไป

ดร.กำพล มหานุกูล นายกสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน จัดฝึกอบรมหลักสูตร “ผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย-จีน รุ่นที่ 1” ที่ห้องเพชรชมพู โรงแรมดิ เอม เมอรัลด์ 4 ม.ค.13.00 น.

นาถวีณา ล้อมทรัพย์ ฝากแจ้งว่าห้องอาหารเปรมประชากร โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ต่อรายการโปรโมชันอาหารบุฟเฟต์นานาชาติราคาพิเศษมื้อกลางวันและมื้อเย็น สอบถามเพิ่มเติม 0-2575-5599

ศพ คุณพ่อมนตรี ทรัพย์แสนมา ตั้งสวดวัดสำนักบก อ.เมืองชลบุรี 19.30 น. ถึง 5 ม.ค. ฌาปนกิจ 6 ม.ค. 15.00 น.

“ธนูเทพ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

เผยภาพจากโดรน วินาทีดอกไม้ไฟระเบิดคืนปีใหม่ในโฮโนลูลู ดับ 3 ศพ เจ็บกว่า 20 คน (คลิป)

เผยภาพจากโดรน วินาทีดอกไม้ไฟระเบิดคืนปีใหม่ในโฮโนลูลู ดับ 3 ศพ เจ็บกว่า 20 คน (คลิป)

4 ม.ค. 2568 10:41 น.

เผยภาพจากโดรน วินาทีดอกไม้ไฟระเบิดคืนปีใหม่ในโฮโนลูลู ดับ 3 ศพ เจ็บกว่า 20 คน (คลิป)

สื่อต่างประเทศเผยคลิปที่ถ่ายจากโดรน เหตุการณ์ระเบิดดอกไม้ไฟในโฮโนลูลู รัฐฮาวายในคืนวันปีใหม่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพและบาดเจ็บกว่า 20 คน

ภาพวิดีโอจากโดรนที่นำขึ้นบินเพื่อเก็บบรรยากาศเฉลิมฉลองในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ในเมืองโฮโนลูลู สามารถบันทึกอุบัติเหตุระทึกไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ โดยจะเห็นวินาทีที่ดอกไม้ไฟระเบิดอย่างรุนแรงในย่านพักอาศัย โดยมีรายงานว่าท่อมอร์ตาร์ดอกไม้ไฟที่ถูกจุดไฟเกิดล้มลงและพุ่งเข้าสู่ลังดอกไม้ไฟที่ยังไม่ได้จุดไฟ ส่งผลให้เกิดระเบิดต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว คร่าชีวิตผู้หญิง 3 คน และทำให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 20 คน รวมทั้งเด็ก

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สำนักงานชันสูตรศพโฮโนลูลูระบุชื่อผู้เสียชีวิต 2 ราย ได้แก่ เนลี่ อิบาร์รา อายุ 58 ปี และเจนนิเฟอร์ แวน อายุ 23 ปี ขณะที่ยังไม่สามารถยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิตรายที่สามได้

และยังมีรายงานผู้เสียชีวิตอีก 1 รายจากการระเบิดของดอกไม้ไฟในโอฮาอู ซึ่งเป็นคนละเหตุการณ์กัน

จากเหตุการณ์สลดครั้งนี้ ทำให้ทั้งเจ้าหน้าที่และชาวบ้านต่างตั้งคำถามว่า ความสูญเสียในครั้งนี้จะช่วยยับยั้งไม่ให้มีการจุดดอกไม้ไฟในอนาคตหรือไม่ หรืออาจกระตุ้นให้ตำรวจเพิ่มความพยายามในการปราบปรามดอกไม้ไฟผิดกฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ ในปี 2023 ฝ่ายนิติบัญญัติได้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจเพื่อจัดการกับดอกไม้ไฟผิดกฎหมาย โดยจากการดำเนินงานในช่วงไม่กี่เดือนแรก หน่วยนี้สามารถยึดดอกไม้ไฟได้จำนวนมาก รวมถึงตู้คอนเทนเนอร์ 3 ตู้ ซึ่ง มีแนวโน้มว่าดอกไม้ไฟผิดกฎหมายยังคงถูกลักลอบนำเข้ามาในฮาวายทุกวัน

โดยนับจนถึงขณะนี้ หน่วยเฉพาะกิจสามารถยึดดอกไม้ไฟได้รวม 227,000 ปอนด์ หรือ ประมาณ 103,000 กิโลกรัม ขณะที่กรมดับเพลิงโฮโนลูลูรายงานว่า ระหว่างวันอังคารถึงวันพุธที่ผ่านมา มีเหตุเพลิงไหม้ที่เกี่ยวข้องกับดอกไม้ไฟถึง 30 ครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้น 30% จากการเฉลิมฉลองปีใหม่ในปีที่แล้ว.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ดอกไม้ไฟ

FBI เผยคนขับไซเบอร์ทรักระเบิด ป่วย PTSD ไม่เอี่ยวก่อการร้าย

FBI เผยคนขับไซเบอร์ทรักระเบิด ป่วย PTSD ไม่เอี่ยวก่อการร้าย

4 ม.ค. 2568 10:16 น.

FBI เผยคนขับไซเบอร์ทรักระเบิด ป่วย PTSD ไม่เอี่ยวก่อการร้าย

เอฟบีไอยืนยัน ทหารสหรัฐฯ ที่เสียชีวิตในเหตุระเบิด รถไซเบอร์ทรัก ที่ลาสเวกัส มีอาการ PTSD หรือภาวะเครียดซึมเศร้าหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง แต่ไม่พบความเชื่อมโยงใดๆกับการก่อการร้าย

โดยจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่พบจดหมายสองฉบับในโทรศัพท์ของเขา ที่พูดถึงภาระจากการที่ต้องเอาชีวิตผู้อื่น และปัญหาอื่น ๆอีกมากมาย

นายแมทธิว ลิเวลสเบอร์เกอร์ วัย 37 ปี สมาชิกของหน่วยรบพิเศษระดับสูงของสหรัฐฯ ยิงตัวเองเสียชีวิตในวันปีใหม่ภายในรถเทสลาไซเบอร์ทรักที่เขาเช่ามา ซึ่งเต็มไปด้วยถังน้ำมันและดอกไม้ไฟก่อนจะเกิดการระเบิดขึ้น

แม้รถจะระเบิดนอกโรงแรมทรัมป์ในลาสเวกัส ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจครอบครัวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ชนะการเลือกตั้ง แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่พบว่านายลิเวลสเบอร์เกอร์ มีความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์ต่อนายทรัมป์หรือพรรครีพับลิกัน นอกจากนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยงของเขากับองค์กรก่อการร้ายใด ๆด้วย จึงคาดว่าการก่อเหตุดังกล่าวน่าจะเป็นความพยายามในการจบชีวิตตัวเองจากภาวะทางจิตใจ ซึ่งเหตุการณ์นี้ยิ่งเน้นให้เห็นถึงปัญหาด้านสุขภาพจิตในหมู่ทหารผ่านศึก โดยเฉพาะผู้ที่เคยปฏิบัติหน้าที่ในสภาพแวดล้อมที่มีความเครียดสูง เช่น หน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาต่อการใช้ชีวิตในภายหลัง.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไซเบอร์ทรัก

เด้งไม่แพ้หมูเด้ง ลูกฮิปโปแคระสวนสัตว์เวอร์จิเนียลงเล่นน้ำครั้งแรก

เด้งไม่แพ้หมูเด้ง ลูกฮิปโปแคระสวนสัตว์เวอร์จิเนียลงเล่นน้ำครั้งแรก

4 ม.ค. 2568 09:56 น.

เด้งไม่แพ้หมูเด้ง ลูกฮิปโปแคระสวนสัตว์เวอร์จิเนียลงเล่นน้ำครั้งแรก

สวนสัตว์รัฐเวอร์จิเนียของสหรัฐฯ พาลูกฮิปโปแคระน้อยเกิดใหม่ไปลงเล่นน้ำในส่วนจัดแสดงเป็นครั้งแรก ซึ่งลีลาเจ้าตัวน้อยดีดเด้งน่าเอ็นดูไม่แพ้เจ้าหมูเด้งอยู่เหมือนกัน

สวนสัตว์เมโทร ริชมอนด์ ในเมืองมอสลีย์ รัฐเวอร์จิเนียของสหรัฐฯ นำตัวลูกฮิปโปแคระเกิดใหม่ที่ยังไม่มีชื่อ ออกไปโชว์ตัวที่ส่วนจัดแสดงแล้ว โดยได้เปิดน้ำในสระแค่พอปริ่มๆ เพื่อให้ลูกฮิปโปแคระน้อยปรับตัวให้คุ้นชิ้นกับการเล่นน้ำในสระเป็นครั้งแรก ซึ่งดูแล้วเจ้าฮิปโปน้อยก็น่าจะชื่นชอบการเล่นน้ำ เพราะมันดูร่าเริงดีดเด้งกว่าปกติ

โดยตอนนี้เจ้าฮิปโปน้อยยังคงติดแม่คือเจ้าไอริสเป็นอย่างมาก และยังดูดนมแม่เป็นระยะ โดยหลังจากนี้ทางสวนสัตว์จะค่อยๆเพิ่มระดับน้ำในสระเมื่อฮิปโปน้อยสามารถปรับตัวคุ้นชินกับส่วนจัดแสดงมากขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวก็สามารถที่จะเข้าไปชมความน่ารักของเจ้าลูกฮิปโปแคระเพศเมียตัวนี้ได้แล้ว

ทั้งนี้ ลูกฮิปโปแคระเพศเมียตัวนี้เกิดเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม โดยเกิดในน้ำ ซึ่งสุขภาพโดยรวมของมันเป็นปกติดี และคาดว่าอีกไม่นานทางสวนสัตว์น่าจะมีการเปิดให้สาธารณชนได้ช่วยตั้งชื่อให้มันต่อไป.

ที่มา :เอพี

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ฮิปโปแคระ

อิสราเอลเดินหน้าโจมตีฉนวนกาซา มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ศพในรอบ 24 ชั่วโมง

อิสราเอลเดินหน้าโจมตีฉนวนกาซา มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ศพในรอบ 24 ชั่วโมง

4 ม.ค. 2568 05:41 น.

อิสราเอลเดินหน้าโจมตีฉนวนกาซา มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ศพในรอบ 24 ชั่วโมง

มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ศพในฉนวนกาซา รวมไปถึงเยาวชน หลังจากการโจมตีทางอากาศอย่างรุนแรงของอิสราเอลเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ทำให้ฉนวนกาซาได้รับความเสียหายอย่างหนักตั้งแต่พื้นที่ทางเหนือจรดใต้

วันที่ 4 มกราคม 2567 สำนักข่าวอัลจาซีราห์ รายงานอ้างแหล่งข่าวทางการแพทย์ที่ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ศพในฉนวนกาซา จากการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงของอิสราเอลในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยมีหลายพื้นที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมไปถึงเมืองกาซาซิตี้

มะห์มุด บาสซาล โฆษกฝ่ายป้องกันพลเรือนในกาซา เปิดเผยว่าขณะนี้สถานการณ์ยากลำบากอย่างยิ่งในกาซา โดยเฉพาะในเมืองกาซาซิตี้ ซึ่งต้องเผชิญกับปฏิบัติการโจมตีรูปแบบใหม่ ทำให้การโจมตีรอบนี้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและกว่าร้อยละ 90 เป็นพลเรือน 

รายงานข่าวระบุว่า การโจมตีอย่างหนักหน่วงระลอกนี้เกิดขึ้นในขณะที่คณะเจรจาระดับสูงของอิสราเอลเตรียมบินไปยังเมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อเข้าร่วมการเจรจาหยุดยิงรอบล่าสุดกับกลุ่มฮามาส

ทั้งนี้ สงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซา ที่ดำเนินมากว่า 1 ปี ทำให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตอย่างน้อย 45,658 ศพ และทำให้มีผู้บาดเจ็บอีก 108,583 ราย นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการโจมตีตอบโต้กลุ่มฮามาส ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2566 มีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลอย่างน้อย 1,139 ศพจากการโจมตีที่นำโดยกลุ่มฮามาสในวันนั้น และมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกันมากกว่า 200 ราย

ระทึก ไฟไหม้รุนแรงอาคารพาณิชย์ 8 ชั้นในเกาหลีใต้ อพยพหนีกว่า 300 คน

ระทึก ไฟไหม้รุนแรงอาคารพาณิชย์ 8 ชั้นในเกาหลีใต้ อพยพหนีกว่า 300 คน

4 ม.ค. 2568 04:50 น.

ระทึก ไฟไหม้รุนแรงอาคารพาณิชย์ 8 ชั้นในเกาหลีใต้ อพยพหนีกว่า 300 คน

เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงอาคารพาณิชย์ในย่านใจกลางเมือง ของเกาหลีใต้ เร่งอพยพกว่า 300 คนออกจากอาคารและบริเวณใกล้เคียง มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 28 ราย

วันที่ 3 มกราคม 2568 สำนักข่าวยอนฮับ ของเกาหลีใต้รายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ 8 ชั้นในเขตซ็องนัม จังหวัดคยองกี เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ต้องเร่งอพยพประชาชนกว่า 300 คนออกจากพื้นที่ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 260 คนเข้าควบคุมเปลวเพลิง โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาทีเปลวเพลิงจึงได้ดับสนิท

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเปิดเผยว่า สามารถช่วยเหลือประชาชน 240 คนที่ติดอยู่ในอาคารออกมาได้อย่างปลอดภัยและอีก 70 คนสามารถหลบหนีออกมาได้เอง ในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บอาการไม่รุนแรงประมาณ 28 ราย ส่วนใหญ่มีอาการสำลักควัน และมีบาดแผลเล็กน้อย 

รายงานข่าวระบุว่า อาคารหลังนี้เป็นที่ตั้งของสำนักงาน ร้านค้า ร้านอาหารจำนวนมาก ขณะที่ชั้นบนของอาคารยังมีสระว่ายน้ำ ที่มักจะมีเด็กๆมาใช้บริการเรียนว่ายน้ำเป็นประจำ โดยการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ในเบื้องต้นพบว่า เปลวเพลิงได้เริ่มลุกไหม้มาจากร้านอาหารบริเวณชั้นล่างของอาคาร ก่อนที่จะลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด.