ด่วน ไฟไหม้โรงแรมที่กำลังก่อสร้างในปูซาน ดับ 6 ศพ

ด่วน ไฟไหม้โรงแรมที่กำลังก่อสร้างในปูซาน ดับ 6 ศพ

14 ก.พ. 2568 14:06 น.

ด่วน ไฟไหม้โรงแรมที่กำลังก่อสร้างในปูซาน ดับ 6 ศพ

เกิดเหตุไฟไหม้ที่ไซต์งานก่อสร้างโรงแรมในเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันศุกร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย 

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงราว 90 นายพยายามเข้าควบคุมเพลิง ภายในไซต์งานก่อสร้างโรงแรมหรูในเมืองปูซาน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10:20 น. ตามเวลาในท้องถิ่น โดยมีรายงานคนงานประมาณ 100 คนสามารถอพยพออกจากพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดว่ายังมีคนงานติดอยู่ภายในอาคารหรือไม่

ด้านหน่วยดับเพลิงระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 6 คน ซึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในสภาวะหัวใจหยุดเต้น และภายหลังได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิต นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 7 ราย ด้านนายชเว ซัง-มก รักษาการประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ระดมบุคลากรและอุปกรณ์ทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อควบคุมเพลิงให้ได้โดยเร็ว รวมทั้งจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบเหตุต่อไป

ทั้งนี้ ภาพจากโทรทัศน์เผยให้เห็นควันสีเทาดำและเปลวไฟพวยพุ่งขึ้นจากอาคาร พร้อมกับเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังพยายามช่วยเหลือผู้ที่อาจติดอยู่ภายใน โดยสาเหตุของเพลิงไหม้ยังไม่เป็นที่แน่ชัด.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไฟไหม้

เม็กซิโกอาจฟ้องกูเกิล เปลี่ยนชื่อ “อ่าวเม็กซิโก” เป็น “อ่าวอเมริกา”

เม็กซิโกอาจฟ้องกูเกิล เปลี่ยนชื่อ "อ่าวเม็กซิโก" เป็น "อ่าวอเมริกา"

14 ก.พ. 2568 12:22 น.

เม็กซิโกอาจฟ้องกูเกิล เปลี่ยนชื่อ “อ่าวเม็กซิโก” เป็น “อ่าวอเมริกา”

ประธานาธิบดีเม็กซิโก เผยรัฐบาลเม็กซิโกอาจยื่นฟ้องกูเกิล หากจำเป็น กรณีเปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโก เป็นอ่าวอเมริกา บนแผนที่กูเกิล แมปส์

คลอเดีย เชนบอม ประธานาธิบดีเม็กซิโก กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (13 ก.พ.) ว่า รัฐบาลเม็กซิโกจะไม่ตัดความเป็นไปได้ในการยื่นฟ้องกูเกิลทางแพ่ง หากกูเกิลยังคงยืนกรานที่จะเรียกพื้นที่บริเวณทะเลระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเม็กซิโกและภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ว่า “อ่าวอเมริกา”

พื้นที่ดังกล่าวซึ่งทั่วโลกต่างเรียกกันมาช้านานว่าอ่าวเม็กซิโก ได้รับความสนใจในแง่ภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าเขาจะเปลี่ยนชื่ออ่าว

เชนบอม กล่าวในการแถลงข่าวว่า คำสั่งของประธานาธิบดีจำกัดเฉพาะ “ไหล่ทวีปของสหรัฐอเมริกา” เนื่องจากเม็กซิโกยังคงควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของอ่าว เชนบอมกล่าวว่า แม้รัฐบาลของเธอจะส่งจดหมายถึงกูเกิลว่าบริษัท “ผิด” และ “อ่าวเม็กซิโกทั้งหมดไม่สามารถเรียกว่าอ่าวอเมริกาได้” แต่บริษัทก็ยืนกรานที่จะรักษาชื่อดังกล่าวไว้ อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่แน่ชัดว่าเม็กซิโกจะยื่นฟ้องที่ใด

เมื่อเดือนที่แล้วกูเกิลรายงานในบัญชี X ว่าบริษัทได้รักษา “แนวทางปฏิบัติมายาวนานในการเปลี่ยนชื่อเมื่อมีการอัปเดตในแหล่งข้อมูลอย่างเป็นทางการของรัฐบาล”

การวิเคราะห์ของสำนักข่าวเอพี แสดงให้เห็นว่าตำแหน่งของผู้ใช้และข้อมูลอื่นๆ อยู่เบื้องหลังชื่ออ่าวที่ปรากฏบนกูเกิล แมปส์ หากผู้ใช้อยู่ในสหรัฐอเมริกา พื้นที่ดังกล่าวจะปรากฏชื่อเป็น “อ่าวอเมริกา” และหากผู้ใช้อยู่ในเม็กซิโกจริง จะปรากฏเป็น “อ่าวเม็กซิโก” ส่วนในประเทศอื่นๆ หลายแห่งทั่วโลก จะปรากฏเป็น “อ่าวเม็กซิโก (อ่าวอเมริกา)”

ประธานาธิบดีเม็กซิโก กล่าวปกป้องการเรียกชื่ออ่าวเม็กซิโกมาหลายครั้ง โดยระบุว่าชื่อนี้ใช้มาตั้งแต่ปี 1607 และได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติ เธอยังกล่าวอีกว่า ตามพระราชกฤษฎีการัฐธรรมนูญเพื่อเสรีภาพของเม็กซิโกอเมริกา ซึ่งเป็นต้นแบบของรัฐธรรมนูญฉบับแรกของเม็กซิโก ดินแดนในอเมริกาเหนือเคยถูกระบุว่าเป็น “อเมริกาของเม็กซิโก” (Mexican America)

เชนบอมได้ใช้ข้อมูลดังกล่าวนี้เพื่อล้อเลียนทรัมป์ และเน้นย้ำถึงผลกระทบในระดับนานาชาติจากการเปลี่ยนชื่ออ่าว ในกรุงเม็กซิโกซิตี้ ผู้คนบางส่วนวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของกูเกิล ในขณะที่บางคนไม่รู้สึกกังวลกับข่าวนี้.

ที่มา AP

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ฮุน เซน ปูดแผนคนร้ายเตรียมใช้โดรนลอบสังหารเขาและครอบครัว ลั่นจะกำจัดคนที่อยู่เบื้องหลัง

ฮุน เซน ปูดแผนคนร้ายเตรียมใช้โดรนลอบสังหารเขาและครอบครัว ลั่นจะกำจัดคนที่อยู่เบื้องหลัง

14 ก.พ. 2568 11:51 น.

ฮุน เซน ปูดแผนคนร้ายเตรียมใช้โดรนลอบสังหารเขาและครอบครัว ลั่นจะกำจัดคนที่อยู่เบื้องหลัง

“ฮุน เซน” อดีตนายกฯกัมพูชา เปิดเผยคลิปเสียงคนวางแผนใช้โดรนราดน้ำมันจุดเผาที่บ้านพัก หวังสังหารเขาและครอบครัว พร้อมลั่นจะกำจัดคนที่อยู่เบื้องหลังแผนการนี้ เตือนต่างชาติอย่าให้การสนับสนุนการกระทำก่อการร้ายใดๆ

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 นายฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา เปิดเผยว่า มีกลุ่มคนร้ายวางแผนที่จะสังหารเขาและสมาชิกครอบครัวโดยใช้โดรนการเกษตร บินราดน้ำมันเชื้อเพลิงใส่บ้านพักของเขาที่เมืองตาเขมา จังหวัดกันดาล แล้วจะจุดไฟเผา ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่แผนการนี้ถูกขัดขวางไว้ได้ โดยที่เขาไม่ได้เปิดเผยว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลัง

นายฮุน เซน วัย 72 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสภาสูงของกัมพูชา เขากล่าวถึงเรื่องนี้ระหว่างไปเป็นประธานในพิธีเปิดอาคารเรียน ที่วัดพระอินสามัคคีธรรม ในอำเภออังค์สนูล จังหวัดกันดาล พร้อมเผยคลิปเสียงสนทนาระหว่างคนสองคนที่วางแผนจะเทน้ำมันจากโดรนทางการเกษตรลงบนบ้านของฮุน เซน และจุดไฟเผา

อดีตผู้นำกัมพูชากล่าวว่า เขารู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังแผนลอบสังหาร แต่จะไม่เปิดเผยออกมา และรอดูว่าพรรคการเมืองอื่นๆจะออกมาประณามแผนนี้หรือนิ่งเฉย ขณะที่การเปิดเผยของเขามีขึ้นท่ามกลางกลุ่มฝ่ายค้านในต่างประเทศที่ประกาศจัดตั้งรัฐบาลในต่างแดน และปลุกปั่นให้มีการพยายามโค่นล้มรัฐบาล

นอกจากนี้ นายฮุนเซนยังเรียกร้องต่างชาติอย่าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในของกัมพูชา เนื่องจากประเทศกำลังดำเนินการบริหารจัดการความมั่นคงของชาติ ขณะที่แผนการนี้ได้รับการประณามอย่างกว้างขวางจากทั้งกองกำลังทหารและตำรวจ

พลเอกวงษ์ พิเซน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกัมพูชา ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงถึงแผนการโจมตีด้วยโดรนที่บ้านพักของนายฮุน เซน โดยกล่าวว่า แผนการนี้เป็นการก่อการร้ายที่พยายามลอบสังหารผู้นำระดับสูงของประเทศ เพื่อนำกัมพูชาเข้าสู่ยุคใหม่ของความวุ่นวายทางสังคมและสงคราม ซึ่งเขาขอประณามและต่อต้านการก่อการร้ายทุกรูปแบบที่กระทำโดยกลุ่มกบฏที่ผิดกฎหมาย.

แอปสโตร์แอปเปิล-กูเกิล เปิดให้ผู้ใช้ในสหรัฐฯ ดาวน์โหลด TikTok ได้อีกครั้ง

แอปสโตร์แอปเปิล-กูเกิล เปิดให้ผู้ใช้ในสหรัฐฯ ดาวน์โหลด TikTok ได้อีกครั้ง

14 ก.พ. 2568 11:22 น.

แอปสโตร์แอปเปิล-กูเกิล เปิดให้ผู้ใช้ในสหรัฐฯ ดาวน์โหลด TikTok ได้อีกครั้ง

TikTok กลับมาให้ดาวน์โหลดในแอปสโตร์ ของแอปเปิล และกูเกิล อีกครั้งในสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เลื่อนการแบนแอปโซเชียลมีเดียของจีนออกไป และให้คำมั่นกับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากจีนว่าจะไม่โดนปรับเงินจากการที่ยังไม่ถอนแอปฯ ออกจากสมาร์ทโฟน

TikTok กลับมาให้ดาวน์โหลดในแอปสโตร์ ของแอปเปิล และกูเกิล อีกครั้งในสหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เลื่อนการแบนแอปโซเชียลมีเดียของจีนออกไป และให้คำมั่นกับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากจีนว่าจะไม่โดนปรับเงินจากการที่ยังไม่ถอนแอปฯ ออกจากสมาร์ทโฟน

แอปวิดีโอสั้นยอดนิยมซึ่งชาวอเมริกันเกือบครึ่งหนึ่งใช้ ปิดตัวลงชั่วคราวเมื่อเดือนที่แล้ว ก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 19 มกราคม ซึ่งกำหนดให้ ไบต์แดนซ์ บรษัทเจ้าของจากจีนต้องขายแอปด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ มิฉะนั้นจะถูกแบน

วันรุ่งขึ้น ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเลื่อนการบังคับใช้คำสั่งดังกล่าวออกไป 75 วัน โดยอนุญาตให้ TikTok ดำเนินการในสหรัฐฯ ต่อไปได้ชั่วคราว แม้ว่า TikTok จะกลับมาให้บริการอีกครั้งหลังจากคำมั่นของทรัมป์ แต่กูเกิลและแอปเปิลยังคงลบแอปดังกล่าวออกจาก App Store ของตนในสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ผู้ใช้รายใหม่ สามารถดาวน์โหลด TikTok ซึ่งเป็นแอปที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดเป็นอันดับสองในสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว จากแอปสโตร์ของสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัสบดี (13 ก.พ.) นักวิเคราะห์กล่าวว่า ความล่าช้าดังกล่าวอาจเป็นเพราะกูเกิลและแอปเปิลกำลังรอคำรับรองว่าจะไม่ถูกดำเนินคดีในข้อหาไม่ถอนหรือเผยแพร่แอปดังกล่าวจากสมาร์ทโฟน

คำสั่งของทรัมป์ระบุว่าบริษัทต่างๆ ซึ่งบริหารร้านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือหรือตลาดดิจิทัล ที่ผู้ใช้สามารถเรียกดู ดาวน์โหลด และอัปเดตแอป จะไม่ต้องเผชิญกับบทลงโทษหากปล่อยให้แอป TikTok ทำงานได้

ตามข้อมูลของบริษัท Sensor Tower ซึ่งเป็นบริษัทด้านข่าวกรองตลาด ระบุว่า TikTok มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 52 ล้านครั้งในปี 2024 โดย 52% ของยอดดาวน์โหลดทั้งหมดมาจากแอปสโตร์ของแอปเปิล ในขณะที่ 48% มาจากกูเกิล เพลย์ ในสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว

กฎหมายที่กำหนดให้ไบต์แดนซ์ต้องขายทรัพย์สินของ TikTok ในสหรัฐฯ มิฉะนั้นจะถูกแบนในที่สุด ลงนามโดยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน เมื่อเดือนเดือนเมษายน 2024 ซึ่งเกิดจากความกังวลด้านความมั่นคงของชาติและความกลัวว่าจีนอาจใช้แอปแชร์วิดีโอเพื่อสอดส่องผู้ใช้ในสหรัฐฯ

สหรัฐฯ ไม่เคยแบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียหลักๆ และกฎหมายที่ผ่านเมื่อปีที่แล้วให้อำนาจรัฐบาลทรัมป์ในการแบนหรือขอให้ขายแอปอื่นๆ ที่เป็นของจีน ทรัมป์กล่าวเมื่อวันที่ 13 ก.พ. ว่ากำหนดเวลา 75 วันของเขาใน TikTok อาจขยายออกไปได้ แต่เขากล่าวว่าไม่คิดว่าจะจำเป็น.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

สายการบินเกาหลีใต้ออกกฎใหม่ ห้ามเก็บแบตสำรองและบุหรี่ไฟฟ้าบนช่องเก็บของเหนือที่นั่งบนเครื่องบิน

สายการบินเกาหลีใต้ออกกฎใหม่ ห้ามเก็บแบตสำรองและบุหรี่ไฟฟ้าบนช่องเก็บของเหนือที่นั่งบนเครื่องบิน

14 ก.พ. 2568 10:56 น.

สายการบินเกาหลีใต้ออกกฎใหม่ ห้ามเก็บแบตสำรองและบุหรี่ไฟฟ้าบนช่องเก็บของเหนือที่นั่งบนเครื่องบิน

สายการบินเกาหลีใต้ออกกฎใหม่ห้ามเก็บแบตสำรองและบุหรี่ไฟฟ้าบนช่องเก็บของเหนือที่นั่งบนเครื่องบิน หลังเกิดเหตุระเบิดบนเครื่องบินโดยสาร สายการบินแอร์ ปูซาน เมื่อเดือนที่แล้ว

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 รัฐบาลเกาหลีใต้เกี่ยวกับ มาตรฐานความปลอดภัยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนและบุหรี่ไฟฟ้าใหม่สำหรับสายการบินภายในประเทศ ซึ่งระบุว่า ผู้โดยสารที่เดินทางกับสายการบินเกาหลีใต้จะถูกห้ามเก็บแบตเตอรี่สำรองแบบพกพา และบุหรี่ไฟฟ้าในช่องเก็บของเหนือศีรษะ บนเครื่องบิน ตั้งแต่วันที่้ 1 มีนาคม เป็นต้นไป

ทางการระบุว่า ระหว่างเที่ยวบิน แบตเตอรี่สำรองและบุหรี่ไฟฟ้าจะต้องถูกบรรจุไว้ในถุงพลาสติกใส หรือซองกันกระแทก หรือปิดขั้วแบตเตอรีที่เปิดอยู่ และจะต้องเก็บไว้ในกระเป๋าใต้ที่นั่ง หรือกระเป๋าเสื้อโค้ตที่ผู้โดยสารสวมใส่เท่านั้น โดยมาตรการนี้มีขึ้นเพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่ บนเครื่องบินของสายการบินแอร์ ปูซาน ก่อนที่เครื่องบินจะขึ้นบินที่สนามบินนานาชาติกิมแฮ ในเมืองปูซาน เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งสาเหตุของเพลิงไหม้ยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่ผู้โดยสารและลูกเรือระบุว่าอาจเกิดจากแบตเตอรี่แบบพกพาหรือสิ่งของอื่นที่เก็บไว้ในช่องเก็บสัมภาระด้านบน

สำนักข่าวยอนฮับ ของเกาหลีใต้ รายงานว่า กฎระเบียบใหม่นี้เป็นมาตรการเชิงป้องกัน เพื่อแก้ไขข้อกังวลด้านความปลอดภัยสาธารณะเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ที่เกี่ยวข้องกับแบตเตอรี่บนเครื่องบิน ซึ่งนอกจากนี้ ผู้โดยสารจะถูกห้ามชาร์จพาวเวอร์แบงค์ หรือบุหรี่ไฟฟ้าผ่านทางพอร์ต USB ที่ติดตั้งไว้บนที่นั่งบนเครื่องบิน

อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีแบตเตอรี่ในตัว เช่น โทรศัพท์มือถือและแล็ปท็อป จะไม่ต้องปฏิบัติตามกฎใหม่ เนื่องจากมีกลไกป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรในตัวแล้ว.

ม้าเหล็กพุ่งชนรถเอสยูวีจอดขวางรางในรัฐยูทาห์ คนขับหนีทันหวุดหวิด (คลิป)

ม้าเหล็กพุ่งชนรถเอสยูวีจอดขวางรางในรัฐยูทาห์ คนขับหนีทันหวุดหวิด (คลิป)

14 ก.พ. 2568 10:00 น.

ม้าเหล็กพุ่งชนรถเอสยูวีจอดขวางรางในรัฐยูทาห์ คนขับหนีทันหวุดหวิด (คลิป)

สุดระทึกรถไฟโดยสารพุ่งชนรถ SUV ที่จอดคากลางรางรถไฟ โชคยังดีที่คนขับหนีออกมาได้ทัน ก่อนม้าเหล็กจะพุ่งชนเพียงเสี้ยววินาที

นี่เป็นคลิปเหตุการณ์นาทีระทึกที่กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเอาไว้ได้ โดยจะเห็นรถเอสยูวีคันหนึ่ง ถูกรถปิคอัพที่ตามมาพุ่งชนจนรถไหลฝ่าไม้กั้นรางรถไฟออกไป โดยคนขับพยายามที่จะถอยหลังกลับมา แต่เนื่องจากไม้กั้นทางรถไฟลงมาแล้ว ทำให้เธอไม่กล้าถอยหลังชนไม้กั้น จนทำให้รถจอดคาขวางรางรถไฟอยู่อย่างนั้น ในขณะที่รถไฟกำลังใกล้เข้ามาทุกที ในท้ายที่สุดคนขับรถคันดังกล่าวตัดสินใจทิ้งรถ และเดินลงจากรถไปย่างรวดเร็ว ก่อนที่ในอีกเสี้ยววินาทีรถไฟจะพุ่งชนกับรถของเธออย่างจัง จนรถพังยับ และเสาจราจรหักพังลงมาด้วย

ขณะที่ภาพจากกล้องที่ติดตั้งภายในรถไฟแสดงให้เห็นว่ารถไฟกำลังพุ่งไปตามรางมุ่งหน้าไปยังจุดตัดข้ามทางรถไฟ จนกระทั่งเห็นรถสีขาวคันหนึ่งกำลังจอดขวางรางบางส่วน โดยจากคลิปจะได้ยินคนขับรถไฟพูดว่า “โอ้ ไม่เอาน่า” ก่อนจะใช้แตรเตือนอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากรถไฟมาด้วยความเร็ว จึงไม่สามารถหยุดขบวนรถได้ทัน และพุ่งชนเข้ากับรถ SUV อย่างจัง จนได้ยินเสียงกระแทกจากภายในรถไฟ

ม้าเหล็กพุ่งชนรถเอสยูวีจอดขวางรางในรัฐยูทาห์ คนขับหนีทันหวุดหวิด (คลิป)

ด้านสถานีข่าว KSLTV ในท้องถิ่นรายงานว่า ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนคนขับรถเอสยูวี รวมทั้งรถปิคอัพ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุในครั้งนี้.

ที่มา : Foxnews

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ รถไฟ

สุดช็อก วาฬหลังค่อมกลืนคนพายเรือคายัคทั้งเป็น โชคดีรีบคายออกมา (คลิป)

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2841795

14 ก.พ. 2568 09:45 น.

สุดช็อก วาฬหลังค่อมกลืนคนพายเรือคายัคทั้งเป็น โชคดีรีบคายออกมา (คลิป)

เกิดเหตุสุดช็อกที่นอกชายฝั่งประเทศชิลี เมื่อวาฬหลังค่อมจู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมางาบคนที่กำลังพายเรือคายัคเข้าไป ก่อนที่วาฬจะคายออกมาอย่างรวดเร็ว โดยที่ชายคนนี้ไม่ได้รับบาดเจ็บ

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ขณะที่นายอาเดรียน ซิมันคัส ไปพายเรือคายัคกับเดล ผู้เป็นพ่อของเขา ที่ “บาเฮีย เอล อากีลา” (Bahía El Águila) ใกล้ประภาคาร “ซาน อิซิโดร” (San Isidro) ในช่องแคบมาเจลลัน ก่อนที่จู่ๆ วาฬหลังค่อมตัวใหญ่จะโผล่ขึ้นมาจากน้ำ แล้วงาบอาเดรียนไปพร้อมกับเรือคายัคของเขา

เดล ซึ่งพายเรือคายัคอีกลำอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร สามารถบันทึกวิดีโอเหตุการณ์เอาไว้ได้ โดยเจ้าวาฬคายอาเดรียนกับเรือออกมาอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เดลพยายามปลอบลูกชายให้ตั้งสติ จากนั้นอาเดรียนก็พายเรือไปหาพ่อของเขา แล้วทั้งคู่ก็พากันกลับเข้าฝั่งโดยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ

หลังเกิดเหตุอาเดรียนบอกกับสำนักข่าว เอพี ว่า “ผมนึกว่าผมไม่รอดแล้ว” “ผมคิดว่ามันกินผมไปแล้ว คิดว่ามันกลืนผมไปแล้ว”

เขายังบรรยายถึงความกลัวที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์เพียงไม่กี่วินาทีนั้น โดยอธิบายว่า เขาเริ่มรู้สึกกลัวจริงๆ หลังจากถูกคายออกมาและเรือลอยขึ้นพ้นน้ำแล้ว เป็นความกลัวที่ว่าเขาอาจจะตายในน้ำทะเลเย็นเยียบนี้ หรือเจ้าสัตว์ตัวใหญ่นี้จะทำร้ายพ่อของเขาด้วย

ทั้งนี้ ช่องแคบมาเจลลันเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในภูมิภาคปาตาโกเนียฝั่งชิลี มีชื่อเสียงด้านกิจกรรมผจญภัยต่างๆ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : apnews

สว.สหรัฐฯ รับรอง โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ เป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข

สว.สหรัฐฯ รับรอง โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ เป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข

14 ก.พ. 2568 05:41 น.

สว.สหรัฐฯ รับรอง โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ เป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข

สว.สหรัฐฯ โหวตรับรองการแต่งตั้งนายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้ว หลังถูกซักฟอกอย่างหนักเรื่องแนวคิดต่อต้านวัคซีน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติในวันพฤหัสบดีที่ 13 ก.พ. 2568 ยืนยันให้นายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ นับเป็นชัยชนะอีกครั้งของโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากนายเคนเนดีถูก สว.สอบถามอย่างหนักเรื่องมุมมองทางการแพทย์ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันของเขา

เหล่า สว.โหวตเห็นชอบการแต่งตั้งเคนเนดี จูเนียร์ ด้วยคะแนน 52 ต่อ 48 เสียง โดยส่วนใหญ่เป็นไปตามแนวทางของพรรค มีเพียงนายมิตช์ แมกคอนเนลล์ สว.รีพับลิกันจากรัฐเคนทักกีเท่านั้น ที่แตกแถวไปโหวตคัดค้านร่วมกับพรรคเดโมแครต ทำให้ในช่วงที่ผ่านมา เขาโหวตต่อต้านนอมินีที่นายทรัมป์เสนอชื่อมาถึง 3 คนแล้ว

นายเคนเนดี จูเนียร์ ถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเรื่องมุมมองของเขาที่มีต่อวัคซีน โดยเขาถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้นำการเคลื่อนไหวต่อต้านการฉีดวัคซีนที่มีอิทธิพลที่สุดในสหรัฐฯ และใช้ข้อมูลกับคำกล่าวอ้างที่ไม่เป็นความจริงมาทำลายความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยของวัคซีนมาแล้วหลายครั้ง

นายแมกคอนเนลล์ให้เหตุผลที่เขาโหวตคัดค้านการรับรองนายเคนเนดี จูเนียร์ ก็เพราะประสบการณ์ของเขาในฐานะผู้รอดชีวิตจากโรคโปลิโอในวัยเด็ก

“รัฐบาลนี้ ซึ่งนำโดยประธานาธิบดีคนเดียวกันกับที่สร้างปาฏิหาริย์ทางการแพทย์ด้วยโครงการ วาร์ป สปีด สมควรได้รัฐมนตรีที่ยอมรับประสิทธิภาพของวัคซีนช่วยชีวิต และผู้ที่สามารถแสดงให้เห็นความเข้าใจองค์ประกอบพื้นฐานของระบบสาธารณสุขของสหรัฐฯ”

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการไต่สวนยืนยันตำแหน่งที่รัฐสภาสหรัฐฯ นายเคนเนดียืนยันว่าเขาไม่ได้เป็นพวกต่อต้านวัคซีน แต่เขาเป็น “ผู้สนับสนุนความปลอดภัย” และว่าเขาเชื่อว่าวัคซีนมีบทบาทสำคัญในด้านสาธารณสุข

ณ จุดหนึ่งของการสอบถาม นายเบอร์นี แซนเดอร์ส สว.อิสระจากรัฐเวอร์มอนต์ ถามนายเคนเนดีว่า เขาเห็นด้วยหรือไม่ที่งานวิจัยหลายสิบฉบับระบุว่า วัคซีนไม่ได้ก่อเหตุเกิดอาการออทิสติก ซึ่งนายเคนเนดีตอบว่า “หากคุณนำงานวิจัยเหล่านั้นมาให้ผม แน่นอนว่าผมจะ…” ก่อนจะถูกนายแซนเดอร์ตัดบทไปด้วยการพูดว่า “นั่นเป็นคำตอบที่น่ากังวลมากเพราะงานวิจัยเหล่านั้นอยู่ที่นั่น งานของคุณคือการศึกษางานวิจัยเหล่านั้นในฐานะผู้สมัครเข้ามาทำงานนี้”

นายเคนเนดียังให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหลายครั้งระหว่างตอบคำถามเรื่องวิธีการทำงานของโครงการ Medicare และ Medicaid ทำให้ฝ่ายเดโมแครตตั้งคำถามเรื่องความสามารถของเขาในการเป็นผู้นำหน่วยงานใหญ่อย่างกระทรวงสาธารณสุข

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งวางแผนตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ หาทางเพิ่มรายได้สหรัฐฯ

โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งวางแผนตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ หาทางเพิ่มรายได้สหรัฐฯ

14 ก.พ. 2568 04:07 น.

โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งวางแผนตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ หาทางเพิ่มรายได้สหรัฐฯ

โดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนกำหนดอัตราภาษีศุลกากรแก่ประเทศที่สหรัฐฯ ขาดดุลทางการค้า เพื่อเพิ่มรายได้ให้สหรัฐฯ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารอีกฉบับในวันพฤหัสบดีที่ 13 ก.พ. 2568 ออกคำสั่งให้หน่วยงานต่างๆ วางแผนเพื่อการตั้งภาษีศุลกากรตอบโต้ (reciprocal tariff) ที่จะสามารถช่วยเพิ่มรายได้ของสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางความกังวลว่าจะเกิดสงครามการค้าขึ้นทั่วโลก และดันอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ให้สูงขึ้น

การกำหนดภาษีศุลกากรตอบโต้ เป็นหนึ่งในมาตรการที่โดนัลด์ ทรัมป์ สัญญาไว้ตอนหาเสียงว่าจะทำ เพื่อปรับสมดุลทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศอื่นๆ เพื่อแก้ไขสิ่งที่เขาเรียกว่า การค้าขายที่ไม่ยุติธรรม

“พวกเขาเก็บภาษีหรือภาษีศุลกากรสินค้าของเรา เราก็เก็บภาษีพวกเขาแบบเดียวกันได้เหมือนกัน” นายทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวในวันพฤหัสบดี ที่ห้องทำงานรูปไข่ ก่อนจะลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารที่มีชื่อว่า “แผนการตอบโต้และความเป็นธรรม” (Fair and Reciprocal Plan)

“ไม่มีใครรู้ว่าตัวเลขจะอยู่ที่เท่าไร ถ้าไม่ดูไปทีละประเทศ” นายทรัมป์กล่าว และเสริมว่า การคำนวณว่าควรจัดเก็บภาษีและกำหนดอัตราศุลกากรตอบโต้ประเทศอื่นๆ เป็นจำนวนเท่าใด จะทำให้รัฐบาลของเขาสามารถพิจารณาประเทศที่มีการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งเลวร้ายกว่าภาษีศุลกากร เข้าไปด้วย

นายทรัมป์ระบุว่า อเมริกาต้องการนโยบายการค้าที่เป็นธรรมกว่านี้ ที่ทำให้สินค้าของสหรัฐฯ มีแรงดึงดูดในตลาดเพิ่มขึ้น

เอกสารสรุปข้อมูลสำคัญของคำสั่งล่าสุดของนายทรัมป์ที่ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เผยแพร่ออกมา ระบุว่า “สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในประเทศที่เศรษฐกิจเปิดกว้างที่สุดในโลก แต่คู่ค้าของเรากลับปิดตลาดของพวกเขาต่อสินค้าส่งออกของเรา การขาดการพึ่งพาอาศัยกันแบบนี้ ไม่เป็นธรรม และมีส่วนทำให้สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ารายปีจำนวนมากและต่อเนื่อง”

เอกสารยังระบุถึงอินเดียเป็นพิเศษด้วยว่า แดนภารตะเก็บภาษีนำเข้ารถจักรยานยนต์สหรัฐฯ สูงถึง 100% ขณะที่สหรัฐฯ เก็บภาษีศุลกากรรถจักรยานยนต์ของอินเดียเพียง 2.4% เท่านั้น ซึ่งอาจหมายความว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังพิจารณาขึ้นภาษีสินค้าอินเดียเป็นจำนวนมาก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ฮามาสบอกจะปล่อยตัวประกันตามกำหนด หลังอียิปต์-กาตาร์ช่วยเจรจา

ฮามาสบอกจะปล่อยตัวประกันตามกำหนด หลังอียิปต์-กาตาร์ช่วยเจรจา

14 ก.พ. 2568 01:42 น.

ฮามาสบอกจะปล่อยตัวประกันตามกำหนด หลังอียิปต์-กาตาร์ช่วยเจรจา

กลุ่มฮามาสเผยว่า พวกเขาจะทำตามข้อตกลงหยุดยิงรวมถึงปล่อยตัวประกันตามกำหนด หลังตัวกลางจากอียิปต์และกาตาร์เข้าเจรจา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มฮามาสประกาศในวันพฤหัสบดีที่ 13 ก.พ. 2568 ว่า พวกเขาจะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงในกาซาที่ทำไว้กับอิสราเอล รวมถึงการปล่อยตัวประกันตามกำหนดการ หลังก่อนหน้านี้พวกเขาขู่จะไม่ปล่อยตัวประกันในวันเสาร์นี้ โดยอ้างว่าฝ่ายอิสราเอลละเมิดข้อตกลง

กลุ่มฮามาสบอกว่า ตัวกลางจากอียิปต์และกาตาร์ยืนยันว่า พวกเขาจะกำจัดอุปสรรคต่างๆ ออกไป ขณะที่ฝ่ายอียิปต์กับกาตาร์ก็ยืนยันว่า ได้มีการเชื่อมช่องว่างระหว่างกันแล้ว ส่วนฝ่ายอิสราเอลไม่แสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ระบุว่า หากฮามาสไม่ปล่อยตัวประกัน 3 คนในวันเสาร์ตามสัญญา การหยุดยิงจะสิ้นสุดลง

ก่อนหน้านี้ กลุ่มฮามาสกล่าวหาอิสราเอลว่าละเมิดสัญญาหลายข้อที่ให้ไว้ในข้อตกลงหยุดยิง รวมถึงล้มเหลวในการอนุญาตให้ส่งของช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่างๆ เช่น เต็นท์และที่พักชั่วคราว ถูกส่งเข้าสู่ฉนวนกาซา แต่ฝ่ายอิสราเอลออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา

ท่าทีของฮามาสเรียกเสียงประณามจากอิสราเอลและสหรัฐฯ โดยโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอให้ล้มเลิกวิธีการหลายขั้นตอนของข้อตกลงไปทั้งหมด แล้วยื่นคำขาดแก่กลุ่มฮามาสว่าให้ปล่อยตัวประกันทุกคนในคราวเดียวแทน ส่วนนายเบนจามิน เนทันยาฮู ก็ขู่ว่า หากฮามาสไม่ปล่อยตัวประกันตามที่ตกลง การหยุดยิงก็จะสิ้นสุดลง

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวบีบีซี รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงของอียิปต์ ว่า เมื่อวันพุธ (12 ก.พ.) อียิปต์กับกาตาร์ได้เพิ่มความพยายามทางการทูตเพื่อกอบกู้ข้อตกลงหยุดยิงที่แสนเปราะบางนี้ โดยนายคาลิล อัล-ฮายยา ผู้นำกลุ่มฮามาสในกาซา เดินทางไปยังกรุงไคโร เพื่อพูดคุยกับหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของอียิปต์และเจ้าหน้าที่อื่นๆ

หลังการพูดคุยได้ข้อสรุปในเช้าวันพฤหัสบดี กลุ่มฮามาสก็ออกแถลงการณ์ระบุว่า พวกเขาจะมุ่งความสนใจไปที่การทำตามข้อตกลงทั้งหมดในข้อตกลง โดยเฉพาะเรื่องการส่งขบวนรถ, เต็นท์, อุปกรณ์ก่อสร้างขนาดใหญ่, เวชภัณฑ์ และเชื้อเพลิงเข้าสู่กาซา

แถลงการณ์บอกอีกว่า การพูดคุยเป็นไปเชิงบวก และเหล่าตัวกลางตกลงจะทำงานเพื่อกำจัดอุปสรรคและอุดช่องว่างต่างๆ “ดังนั้น กลุ่มฮามาสขอยืนยันพันธสัญญาของเราอีกครั้ง เพื่อบังคับใช้ข้อตกลงตามที่ได้ลงนาม รวมถึงการแลกเปลี่ยนตัวประกันตามกรอบเวลาที่กำหนด”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc