เดอะ ปาร์ค เปิด ‘PET PARQ’ สวนลอยฟ้าสำหรับสัตว์เลี้ยงแห่งแรก

เดอะ ปาร์ค เปิด ‘PET PARQ’ สวนลอยฟ้าสำหรับสัตว์เลี้ยงแห่งแรก

เดอะ ปาร์ค เปิด ‘PET PARQ’ สวนลอยฟ้าสำหรับสัตว์เลี้ยงแห่งแรก

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดอะ ปาร์ค (The Park) ชวนครอบครับสัตว์เลี้ยงสัมผัสประสบการณ์ที่ดีร่วมกันที่ “PET PARQ” คอมมูนิตี้ PET FRIENDLY บนสวนลอยฟ้าแห่งแรกของกรุงเทพฯที่ออกแบบมาเพื่อคุณและน้องๆ ได้ใช้เวลาร่วมกันแบบเต็มอิ่ม ได้วิ่งเล่น ผ่อนคลายเต็มที่ แฮปปี้กับพื้นที่สุดชิลและบรรยากาศสบายๆ ใจกลางเมือง

PET PARQ ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่ที่เป็นมิตรกับน้องๆ สัตว์เลี้ยงเท่านั้น แต่ที่นี่ยังเป็นคอมมูนิตี้คุณภาพที่เข้าใจและใส่ใจในทุกไลฟ์สไตล์คนรักสัตว์ ภายใต้แนวคิด Life Well Balanced พร้อมเป็นจุดหมายใหม่ให้ทุกคนมาเอ็นจอยไลฟ์กับสัตว์เลี้ยงแสนรัก นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิเศษสำหรับครอบครัวสัตว์เลี้ยง ที่จะสร้างความทรงจำดีๆ กับสัตว์เลี้ยงตลอดทั้งปี เริ่มต้นด้วย “DOGKERY PICNIC IN PET PARQ” ปิกนิกสุดน่ารักพร้อมเวิร์กช็อปที่คุณจะได้ใกล้ชิดและสนุกไปกับน้องๆ สัตว์เลี้ยงอย่างเต็มที่ ที่กำลังจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

ด้วยพื้นที่ PET PARQ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้และพื้นที่สีเขียว จึงเหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจในบรรยากาศที่ ร่มรื่น อีกทั้ง ยังมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไม่ว่าจะโซนออกกำลังกายสำหรับสุนัข (Dog Exercise Area) ที่ปูด้วยหญ้าเกรดพรีเมียม ดีต่อสิ่งแวดล้อมและสัตว์เลี้ยง พร้อมสำหรับทุกกิจกรรม ทั้งวิ่งเล่น หรือพักผ่อนได้ตามสบาย พิเศษไปกว่านั้นยังมีมุมพักผ่อนพร้อม Pet Hook ไว้ให้นั่งกินลมชมวิว หรือพูดคุยสังสรรค์กับเพื่อนได้อย่างไร้กังวล เพราะมีห้องน้ำสำหรับสัตว์เลี้ยงแยกให้บริการครบครัน ที่นี่จึงเป็นพื้นที่ที่สามารถใช้เวลาร่วมกันอย่างมีความสุขและสบายใจ

นอกจากจะมีพื้นที่พักผ่อนและทำกิจกรรมสำหรับครอบครัวสัตว์เลี้ยงแล้ว ยังสามารถเพลิดเพลินกับร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ และบริการต่างๆ ที่ต้อนรับเพื่อนรักขนฟูให้ เข้าใช้บริการได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย เปิดโอกาสให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงได้พบปะและสร้างมิตรภาพใหม่ๆ กับเจ้าของสัตว์เลี้ยงท่านอื่นๆ ได้อีกด้วย

ด้วยโลเกชั่นใจกลางย่านพระราม 4 ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง Gen ใหม่ การเดินทางจึงสะดวกสบาย พร้อมบริการครบครันด้วยจุดชาร์ตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และพิเศษ! เมื่อลงทะเบียนสัตว์เลี้ยงผ่าน Line OA : @The PARQ ก่อนเข้าใช้บริการ รับสิทธิ์จอดรถฟรี 4 ชั่วโมงในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

ติดตามข่าวสารล่าสุดและกิจกรรมดีๆ สำหรับคุณและสัตว์เลี้ยงได้ที่ Line OA : @The PARQ Facebook : The PARQ Instagram : @THEPARQBKKWebsite : http://www.theparq.com โทร. 02-0805700

เอ็ม บี เค เปิดศักราชตรุษจีน มะเส็งมหาเฮง ‘รุ่งโรจน์ทั่วหล้า ปัญญานำชัย’

เอ็ม บี เค เปิดศักราชตรุษจีน มะเส็งมหาเฮง ‘รุ่งโรจน์ทั่วหล้า ปัญญานำชัย’

เอ็ม บี เค เปิดศักราชตรุษจีน มะเส็งมหาเฮง ‘รุ่งโรจน์ทั่วหล้า ปัญญานำชัย’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์, พาราไดซ์ พาร์ค, เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค ฉลองเทศกาลตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ CHINESE NEW YEAR 2025 ทรัพย์มั่งคั่ง ปัญญาหลักแหลม มะเส็งมหาเฮง รับโชคมั่งมี รับทรัพย์มั่งคั่ง ลุ้นทองคำแท่งและของรางวัลรวมกว่า 1 ล้านบาทพร้อมตื่นตาศิลปวัฒนธรรมจีนอันสวยงามและหาชมได้ยากการแสดงงิ้วเทพเจ้าอวยพร หนึ่งในการแสดงที่หาชมยากและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเทศกาลตรุษจีนการแสดงกายกรรมจีนโบราณเวิร์กช็อปเขียนตัวอักษรจีนคำมงคล

สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมจีนสุดยิ่งใหญ่ อิ่มเอมกับบรรยากาศแห่งความสุขและรับพลังแห่งความมั่งคั่งกันตลอดทั้งปีที่ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค นำโดย ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดงานฉลองสุดยิ่งใหญ่ เปิดตัวด้วยโชว์สุดอลังการ ชุด “รุ่งโรจน์ทั่วหล้า ปัญญานำชัย” พร้อมการแสดงแสงสีเสียงให้ผู้ร่วมชมงานได้สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมจีนร่วมสมัยสุดยิ่งใหญ่ใจกลางกรุง ตื่นตาตื่นใจการแสดงเชิดสิงโตมงคลจาก Shu Daxia ร้านหม่าล่าหม้อไฟหัวมังกร แบรนด์ที่ดีที่สุดจากประเทศจีน โดยได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารระดับสูงของเอ็ม บี เค และศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ นำโดย พุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วย ธิรดา โชตินรธนินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Shu Daxia Thailand บริพันธ์ ชัยภูมิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซเว่น สตาร์ สตูดิโอ จำกัด พร้อมด้วยคู่จิ้นสุดฮอต “เล้ง-แสตมป์” ณัฐพล นิลดอนหวาย และ พรวศิน เรืองนุกูล นักแสดงนำซีรี่ส์วาย“ลอยแก้ว” ร่วมฉลองตรุษจีนสุดยิ่งใหญ่ ณ ลาน Sky Walk ชั้น 2 ด้านหน้าศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

พุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ได้แก่ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์, พาราไดซ์ พาร์ค
และ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ร่วมต้อนรับเทศกาลตรุษจีน CHINESE NEW YEAR 2025 ทรัพย์มั่งคั่ง ปัญญาหลักแหลม มะเส็งมหาเฮง รวบรวมความมงคลให้ทุกท่านได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความสุข ความรื่นเริงความมั่งคั่งและความเป็นสิริมงคล ฉลองเทศกาลตรุษจีนปีมะเส็ง ต้อนรับปีใหม่จีนกับมหกรรมความบันเทิงสุดยิ่งใหญ่ พร้อมด้วย โปรโมชั่นสุดพิเศษเปิดรับความเฮง รับโชคมั่งมี รับทรัพย์มั่งคั่ง เมื่อช้อปหรืออิ่มในศูนย์ฯลุ้นรางวัลรวมกว่า 1 ล้านบาท”

เปิดรับความเฮงกับ Chinese New Year 2025 ทรัพย์มั่งคั่งปัญญาหลักแหลม มะเส็งมหาเฮงเมื่อช้อปหรืออิ่มในศูนย์การค้าเครือเอ็ม บี เค ลุ้นรางวัลรวมกว่า1 ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้ 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ รับโชคมั่งมี สะสมยอดช้อปหรืออิ่มภายในศูนย์ฯ ผ่าน MBK PLUS ครบทุก 1,000 บาท รับ 1 สิทธิ์ลุ้นโชค ดังนี้ รางวัลที่ 1 เป็นทองคำแท่งหนัก 1 บาท จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 2 เป็นบัตรกำนัลศูนย์ฯ มูลค่า 2,000 บาท จำนวน 5 รางวัล รับทรัพย์มั่งคั่ง สะสมใบเสร็จจากการช้อปหรืออิ่มในศูนย์ฯ ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด และกดรับสิทธิ์ผ่าน MBK PLUS รับฟรีของสมนาคุณ บัตรกำนัลศูนย์ฯ รวมสูงสุด 1,800 บาท โดยรับฟรีบัตรกำนัลศูนย์ฯ มูลค่า100 บาท เมื่อสะสมใบเสร็จครบ5,000 บาทขึ้นไป และรับฟรีบัตรกำนัลศูนย์ฯ มูลค่า 600 บาท เมื่อสะสมใบเสร็จครบ 25,000 บาทขึ้นไปพร้อมรับสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13% ได้แก่ บัตรเครดิตttb บัตรเครดิตธนาคารออมสิน GSB และบัตรเครดิต KTC

รีเซตร่างกาย รีชาร์จความสดชื่น หลังปาร์ตี้หนัก กับ ‘อวานี เวลล์’

รีเซตร่างกาย รีชาร์จความสดชื่น หลังปาร์ตี้หนัก กับ ‘อวานี เวลล์’

รีเซตร่างกาย รีชาร์จความสดชื่น หลังปาร์ตี้หนัก กับ ‘อวานี เวลล์’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปาร์ตี้หนัก ร่างพัง อวานี เวลล์ (Avani Well) ศูนย์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมจากอวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท (Avani+ Hua Hin Resort) เปิดตัวโปรแกรมซิกเนเจอร์ใหม่ล่าสุด “รีเซต รีทรีท” และ “รีชาร์จ รีทรีท” สำหรับฟื้นฟูสุขภาพหลังปาร์ตี้หนักจากช่วงเทศกาล หรือผู้สนใจการดูแลสุขภาพตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก โดยทั้งสองโปรแกรมประกอบไปด้วย ห้องพัก
อาหารเพื่อสุขภาพ และกิจกรรมหลากหลาย ตั้งแต่ฟื้นฟูร่างกาย ดูแลความงาม ไปจนถึงการฝึกสมาธิ เพื่อประสบการณ์ดูแลสุขภาพแบบครบวงจร

แพ็กเกจ รีเซต รีทรีท โปรแกรมดูแลสุขภาพจำนวนสองคืน สำหรับการมารีเซตร่างกายและจิตใจในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบและผ่อนคลายริมทะเลหัวหิน สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพในระยะสั้นอย่างเต็มที่ แพ็กเกจรีชาร์จ รีทรีท สำหรับสี่คืน จะเป็นโปรแกรมดูแลสุขภาพระยะยาวที่ถูกออกแบบมาเฉพาะบุคคลเพื่อการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน สามารถนำมาปรับใช้กับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันได้

ทั้งสองแพ็กเกจได้ผสมผสานการดูแลสุขภาพอย่างครบครัน ตั้งแต่การนอนหลับอย่างเต็มอิ่มภายในห้องพักอันสะดวกสบาย การออกกำลังเพื่อสุขภาพกายและจิตใจ รวมไปถึงเมนูอร่อยเป็นมิตรต่อลำไส้ในมื้ออาหารทั้งเช้า กลางวันและเย็น ที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับร่างกายของแต่ละท่านจากผลของการตรวจวัดองค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition Analysis) นอกจากนี้ตารางกิจกรรมในแต่ละวันยังมีการจัดเรียงอย่างลงตัวเพื่อให้ทุกท่านได้มีเวลาร่วมกิจกรรมสันทนาการต่างๆ พร้อมกับเพลิดเพลินกับกิจกรรมที่สระว่ายน้ำภายในรีสอร์ท รวมถึงกิจกรรมที่ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ ตั้งแต่ โยคะเพื่อปรับสมดุลของร่างกาย ไปจนถึงการออกกำลังกายที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่าง พิลาทิส รีฟอร์เมอร์ (Pilates Reformer) สำหรับแพ็กเกจรีชาร์จ ยังมีกิจกรรมดูแลสุขภาพอื่นๆ เช่น การล้างสารพิษในลำไส้ด้วยน้ำผักและผลไม้ ไปจนถึงคลาสสอนทำอาหารสำหรับเมนูสุขภาพโดยเฉพาะ

ที่ อวานี เวลล์ มีเมนูทรีตเมนต์สำหรับดูแลสุขภาพและความงามให้ทำได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การบำบัดด้วยคลื่นเสียง (Sound Bath) การนวดเพื่อฟื้นฟูร่างกาย การบำรุงผิวหน้าด้วยเครื่องเจ็ท โปร (Jet Pro) ตลอดจนการทำกายภาพบำบัดด้วยวิถีทางการแพทย์แผนไทย รวมถึงทรีตเมนต์แช่ยา หรือการอาบน้ำสมุนไพร

“โปรแกรมดูแลสุขภาพรูปแบบใหม่ของเรา ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แต่ละท่านได้เลือกดูแลสุขภาพในแบบของตัวเองได้ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม” กล่าวโดย เปรมจิต โพธิวราพรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสปาและเวลเนสประจำภูมิภาค บริษัท เอ็ม สปา อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด “และด้วยโปรแกรมที่ถูกออกแบบมาอย่างเฉพาะบุคคลนี้ ทำให้อวานี เวลล์ ก้าวข้ามการดูแลสุขภาพแบบดั้งเดิม แต่เป็นการดูแลสุขภาพที่ผสมผสานทั้งวิทยาศาสตร์ด้านโภชนาการ ศาสตร์การแพทย์แผนโบราณ และการปรับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล เพื่อผลลัพธ์สู่การมีสุขภาพดีในระยะยาว”

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพ็กเกจต่างๆ สามารถดูได้ที่ https://www.avanihotels.com/en/hua-hin/offers/signature-wellness-retreat หรือโทร.02-3659110

‘คุณหมอแอมป์’ สร้างชุมชนคนสุขภาพดี ส่งต่อความรู้ Lifestyle Medicine

‘คุณหมอแอมป์’ สร้างชุมชนคนสุขภาพดี ส่งต่อความรู้ Lifestyle Medicine

‘คุณหมอแอมป์’ สร้างชุมชนคนสุขภาพดี ส่งต่อความรู้ Lifestyle Medicine

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ส่งต่อสุขภาพดี นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือ คุณหมอแอมป์ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และบีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ RoyalLife Wellness Clinic และโรงพยาบาลกรุงเทพอุดร นำทัพสายเฮลตี้เช็กอินจังหวัดอุดรธานี จัดงาน RoyalLife Health Talk ส่งมอบความรู้และแนวทางการดูแลสุขภาพภายใต้หลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) เดินหน้าสร้างคอมมูนิตี้สุขภาพดีอย่างยั่งยืน ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพตามหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) และเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) เพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี อายุยืนยาวอย่างมีความสุข

งานดังกล่าวเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างองค์กรในเครือ BDMS ผนึกกำลังกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี ถือเป็นก้าวสำคัญในการ
ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดอุดรธานี หรือ อุดรธานีเวลเนส (Udon Thani Wellness) เพื่อส่งเสริมจังหวัดอุดรธานี สู่ศูนย์กลางแห่งการส่งเสริมสุขภาพและความสมดุลในชีวิต ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยผลักดันWellness Hub Thailand ให้ประเทศไทยขึ้นเป็นท็อป 5 ของ Wellness Destination of the World จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกอีกด้วย

เมื่อโลกของเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยของสังคมผู้สูงอายุ

ในปัจจุบัน โลกของเรากำลังเผชิญหน้ากับการเติบโตของสังคมผู้สูงอายุ รวมถึงประเทศไทยที่ก้าวเข้าสู่ช่วงสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ซึ่งเป็นสภาวะที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 20% โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้สังคมผู้สูงอายุเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ คือ ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยยืดอายุขัยของมนุษย์ (Lifespan) ให้ยืนยาวขึ้นกว่าในอดีต โดยในช่วงระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 ถึง พ.ศ. 2562 อายุขัยเฉลี่ยของประชากรโลกเพิ่มขึ้นจาก 66.8 ปี เป็น 73.4 ปี หรือเพิ่มขึ้นมากถึง 6.6 ปี แต่ในขณะเดียวกัน อายุขัยสุขภาพ (Health Span) หรือระยะเวลาที่ร่างกายและจิตใจยังคงสมบูรณ์แข็งแรง กลับเฉลี่ยอยู่ที่ 63.7 ปีเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อกระบวนการชราหรือกระบวนการแก่ เป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การป้องกัน “โรคที่มากับความชรา” โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง Non-Communicable Diseases (NCDs) อย่างเช่น โรคเบาหวานโรคความดัน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมองโรคอ้วน เครียด โรคมะเร็ง และโรคอื่นๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรตระหนักถึง ด้วยเหตุนี้การแพทย์เวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) จึงกลายมาเป็นสิ่งที่มีบทบาทสำคัญของผู้คนทั่วโลก เพื่อการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

เวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) สู่การมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

หลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต หรือ Lifestyle Medicine คือศาสตร์ทางการแพทย์ที่มุ่งเน้นการสร้างรากฐานของสุขภาพที่ยั่งยืน โดยเป็นการดูแลสุขภาพตั้งแต่ต้นทางผ่านการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพ ซึ่งหลักการของการแพทย์ เวชศาสตร์วิถีชีวิตเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล ให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การนอนหลับอย่างมีคุณภาพ การหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสารเสพติด รวมถึงการดูแลจิตใจและอารมณ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพที่ดีและยั่งยืนให้กับผู้คนในทุกช่วงวัย

รู้จักตัวเองในระดับเซลล์กับการตรวจ Epigenetics

ความก้าวหน้าด้านการแพทย์เวชศาสตร์ป้องกันไม่เพียงแค่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังสามารถตรวจหาความเสี่ยงของการเกิดโรค ผ่านการตรวจสุขภาพ
ในระดับเซลล์ เช่น การตรวจ Epigenetics ได้อีกด้วย โดย แพทย์หญิงณัฏฐ์นรี บุญศิรภัสสร แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ แพทย์หญิงชนมพรรษ์ กระแสร์ ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ป้องกัน โรงพยาบาลกรุงเทพอุดร ร่วมให้ความรู้ด้านการตรวจEpigenetics เพื่อวางแผนการส่งเสริมสุขภาพตามหลักเวชศาสตร์ป้องกัน และหลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต ตลอดจนชวนชาวอุดรฯมาทำความรู้จักกับ “วิตามินเฉพาะบุคคล” หรือ “Personalized Vitamin” ที่ช่วยการดูแลสุขภาพของแต่ละบุคคลได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น

ท้ายสุด นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ หรือคุณหมอแอมป์ ได้เผยเคล็ดลับของการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักเวชศาสตร์วิถีชีวิต ให้กับผู้เข้าร่วมงาน RoyalLife Talk จังหวัดอุดรธานี ดังนี้ 1.ห้ามอ้วน : เพราะความอ้วนไม่ใช่แค่เรื่องของบุคลิกภาพภายนอก แต่ยังเป็นสัญญาณของความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว โดย ณ ปัจจุบัน ประชากรชาวไทยกำลังเผชิญกับปัญหาโรคอ้วนและน้ำหนักเกินสูงถึง 48.3% การหันมาดูแลสุขภาพและควบคุมโรคอ้วนจึงกลายเป็นเรื่องที่ผู้คนควรหันมาให้ความสำคัญมากขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือเป็นโรคอ้วน ยังเสี่ยงต่อการเสียชีวิตเมื่อโลกของเราตกอยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากที่สุด โดยมีความเสี่ยงเสียชีวิตมากถึง 7 เท่า

2.นอนหลับวันละ 8 ชั่วโมง : การพักผ่อนถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามหากต้องการส่งเสริมสุขภาพ โดยควรนอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม และนอนหลับพักผ่อนให้ครบ 8 ชั่วโมงต่อวัน3.ออกกำลังกายอย่าสม่ำเสมอ : การออกกำลังกาย 30 นาทีต่อวัน และทำเป็นประจำ 5 วันต่อสัปดาห์ ช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรงมากขึ้น สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน และโรค NCDs อื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4.หลีกเลี่ยงสารอันตราย : บุหรี่ แอลกอฮอล์ และฝุ่น PM2.5 ถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 ดังนั้น การลดละ เลิก หรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารเหล่านี้ สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ได้ 5.ลดความเครียดผ่อนคลายจิตใจ : ความเครียดถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งเป็นสารที่สามารถก่อมะเร็งได้ ดังนั้น หากต้องการมีสุขภาพที่ดีและยั่งยืน การลดความเครียดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ BDMS Wellness Clinic ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกัน และ RoyalLife Wellness Clinic ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและฟื้นฟู ในความดูแลของ BDMS Wellness Clinic ที่มีสาขาครอบคลุมในจังหวัดสำคัญทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดจันทบุรี และล่าสุด RoyalLife Wellness Clinic ได้เปิดให้บริการสาขาจังหวัดอุดรธานีอย่างเป็นทางการ ภายใต้ความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างสุขภาพเชิงป้องกันให้กับคนไทยและผู้คนทั่วโลก ผ่านโปรแกรมตรวจสุขภาพแบบองค์รวมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสุขภาพในระดับเซลล์ เช่นการตรวจ Epigenetics เพื่อตรวจหาความเสี่ยงการเกิดโรคในอนาคต การตรวจระดับความสมดุลฮอร์โมน วิตามิน แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย การตรวจการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน การตรวจดัชนีมวลกายด้วยเครื่อง InBody ตลอดจนการวางแผนการดูแลแบบเฉพาะบุคคล ภายใต้คำแนะนำของทีมแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกัน

10 ปี มูลนิธิจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่ กับภารกิจมอบพลังใจและรอยยิ้มเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง

10 ปี มูลนิธิจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่ กับภารกิจมอบพลังใจและรอยยิ้มเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง

10 ปี มูลนิธิจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่ กับภารกิจมอบพลังใจและรอยยิ้มเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทุกวันที่ 4 กุมภาพันธ์ของทุกปีทั่วโลกได้ร่วมกันรณรงค์เนื่องในวันมะเร็งโลก เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงโรคมะเร็งที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของคนทั่วโลก ท่ามกลางสถิติน่าวิตกที่พบว่ามีผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่ในประเทศไทยเกือบ 400 คนต่อวัน “มูลนิธิจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่” จึงก้าวเข้ามาเป็นแสงสว่างและเป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้บริจาคกับผู้ป่วยโรคมะเร็งยากไร้ ด้วยภารกิจที่มากกว่าการมอบ “วิกผมแท้” แต่คือการส่งมอบกำลังใจและรอยยิ้มให้ผู้ป่วยที่ต้องเผชิญกับโรคร้าย

ดร.อรณัฏฐ์ อชีรญาวัฒน์ หรือ ดร.โจลี่ ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่ กล่าวว่า มูลนิธิฯ เริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายปี 2557 จากความตั้งใจของกลุ่มเพื่อนๆ ที่ร่วมกันบริจาคเส้นผมเพื่อทอเป็นวิกผมแท้มอบให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยหวังว่าวิกเหล่านี้จะช่วยเติมเต็มความมั่นใจ และเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยที่ต้องสูญเสียเส้นผมจากการรักษา หลังจากนั้น ในเดือนมกราคม 2558 ได้เปิดตัวโครงการ “ภารกิจจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่” ขึ้นเป็นครั้งแรก จากจุดเริ่มเล็กๆ กลายเป็นพันธสัญญาต่อสังคมว่าเราจะเป็นสะพานบุญนำวิกผมและกำลังใจจาก “คุณนางฟ้า”ที่หมายถึงผู้บริจาค ไปส่งมอบให้กับ “คุณวันใหม่” ที่หมายถึงผู้ป่วยโรคมะเร็ง นับตั้งแต่นั้นมาเป็นเวลา 10 ปีแล้วที่มูลนิธิฯ ได้มอบ “วิกนางฟ้า” ให้ผู้ป่วยทั่วประเทศรวม 18,460 หัว โดยได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลเครือข่ายกว่า 100 แห่ง

จากเส้นผมถึงวิก ภารกิจที่ต้องการพลังสนับสนุน

มูลนิธิจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่นับเป็นองค์กรสาธารณกุศลเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยก็ว่าได้ที่เปิดรับบริจาคเส้นผม เพื่อผลิตวิกผมแท้ที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย ด้วยพันธกิจที่มุ่งสร้างรอยยิ้ม และความมั่นใจให้ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

“ไม่คิดว่าคนที่ไม่ใช่คนในครอบครัวจะทำให้ได้ขนาดนี้” คือคำพูดของผู้ป่วยที่กล่าวเมื่อครั้งได้รับวิกและกำลังใจจากคนแปลกหน้า อีกทั้งการได้เห็นผู้ป่วยที่ใส่วิกในงานแต่งงาน ใส่ไปเที่ยวทะเลใส่ไปงานรับปริญญา ได้จุดประกายให้มูลนิธิฯ ยังคงเดินหน้าต่อกับพันธกิจที่ตั้งไว้

วิกผมแท้ คือ สิ่งแรกที่ผู้ป่วยต้องการ แต่กลับเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะซื้อ เพราะเขาอาจใช้เงินที่หามาได้ทั้งชีวิตไปกับการรักษาตัว วิกนางฟ้าจึงไม่ใช่แค่วิกผม แต่คือ “สวัสดิการทางใจ” ที่มอบให้ผู้ป่วยในยามที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก ช่วยฟื้นฟูความมั่นใจ และคืนรอยยิ้มให้พวกเขา ทุกวันนี้ มีผู้บริจาคผมเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งเราขอบคุณทุกการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญของการผลิตวิกผมแท้ คือ ค่าทอวิกที่มีราคาสูงเราจึงเปิดรับการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธาและองค์กรต่างๆ เพื่อมาร่วมกันสร้างสวัสดิการทางใจให้ผู้ป่วย ตอนนี้ธนาคารผมของเรายังมีผมกำพร้า ที่รอการสนับสนุนค่าทออีกจำนวนมาก ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนเพิ่ม เราก็จะสามารถขยายความช่วยเหลือไปยังผู้ป่วยที่ด้อยโอกาสได้มากขึ้น” ดร.โจลี่ กล่าว

พันธกิจเพื่อสังคม มากกว่าแค่วิกผมแท้

การเดินทางของมูลนิธิจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาไม่ได้หยุดอยู่แค่การมอบวิกผม แต่คือการส่งต่อความหวัง ความเชื่อมั่น และพลังชีวิต ให้ผู้ป่วยก้าวข้ามความท้าทายและมีชีวิตอย่างมีคุณค่า นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังได้สร้างโอกาสให้กับกลุ่มเปราะบางในสังคม ผ่านโครงการต่างๆ กว่า 10 โครงการ เช่น “พร็อพนางฟ้า”ที่เปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังได้ผลิตผลิตภัณฑ์ผ้าสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง ซึ่งช่วยสร้างรายได้และเตรียมความพร้อมในวันที่กลับคืนสู่สังคม รวมทั้ง “นางฟ้าทอฝัน”โครงการที่มอบอาชีพให้แม่บ้านเกษตรกร และผู้ต้องขังหญิงผ่านการฝึกอบรมทักษะการทอวิก และ “แองเจิลเดอซาลอน”โครงการที่ร่วมกับร้านทำผมที่เป็นกัลยาณมิตร เพื่อช่วยตัดผมให้กับผู้ที่ประสงค์บริจาคเส้นผมพร้อมสมทบค่าทอ 350 บาทขึ้นไป รวมทั้งบริการตัดแต่งวิกผมให้ผู้ป่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งโครงการเหล่านี้ล้วนสะท้อนถึงความตั้งใจของมูลนิธิฯ ที่ไม่เพียงแค่ช่วยเหลือผู้ป่วย แต่ยังมุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคม

ของขวัญปีใหม่ให้คุณวันใหม่ เติมกำลังใจในวาระพิเศษ

ฉลองครบรอบ 10 ปี ในปี 2568 มูลนิธิจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่ ได้เปิดตัวโครงการใหม่ชื่อ “ของขวัญปีใหม่ให้คุณวันใหม่” เพื่อมอบของขวัญเป็นกำลังใจให้กับผู้ป่วยที่ยากไร้ในโครงการธนาคารนางฟ้าที่มารับการรักษาด้วยเคมีบำบัดในช่วงเทศกาลปีใหม่ โครงการนี้จะดำเนินไปจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2568 โดยของขวัญที่มอบจะคำนึงถึงความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วย เช่น ผ้าห่ม ถุงใส่ยา ผ้าขนหนู ไข่ไก่สด เป็นต้น

“ของขวัญชิ้นเล็กๆ อาจดูเหมือนไม่สำคัญ แต่สำหรับผู้ป่วยที่กำลังต่อสู้กับโรคร้าย ของขวัญเหล่านี้คือกำลังใจ บางคนบอกว่านี่เป็นของขวัญชิ้นแรกในชีวิตของพวกเขา” ดร.โจลี่ กล่าว พร้อมย้ำว่า “ของขวัญนี้ไม่ใช่เพียงแค่สิ่งของ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความรักและความหวัง ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยไม่จมอยู่กับความเจ็บป่วย แต่หันกลับมาโฟกัสที่การใช้ชีวิต และความสุขเล็กๆ รอบตัว”

โครงการของขวัญปีใหม่ให้คุณวันใหม่จัดนำร่องที่ รพ.วชิรพยาบาล และรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จากการตอบรับที่ดีจากทั้งผู้ป่วยและผู้สนับสนุน จึงได้ขยายไปอีก 11 แห่ง ได้แก่ รพ.ท่าฉลอม รพ.บ้านแพ้ว รพ.น่าน รพ.พุทธชินราช พิษณุโลก รพ.ร้อยเอ็ด รพ.ยโสธร รพ.มะเร็งอุบลราชธานี รพ.สุรินทร์ รพ.บางละมุง รพ.สมเด็จ ณ ศรีราชา รพ.ราชบุรี และมูลนิธิฯยังมีความตั้งใจที่จะสานต่อโครงการไปในปีถัดไป โดยเปิดให้ผู้สนใจบริจาคเงินสนับสนุนได้ตลอดปี

ดร.โจลี่ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ในปีที่ 11 มูลนิธิฯ ยังคงมุ่งมั่นขยายเครือข่ายการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็ง และสร้างอาชีพให้กลุ่มเปราะบาง พร้อมทั้งพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และการดำเนินงานอย่างยั่งยืน เพื่อให้ทุกกำลังใจที่ส่งต่อจากคุณนางฟ้าสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ในหัวใจของคุณวันใหม่ และสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้สังคมในระยะยาว”

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ของมูลนิธิจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่ได้ที่เฟซบุ๊ก : จากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่ หรือเว็บไซต์www.fromangel.org หรือโทร.066-0856712-5

PCC SPORT NIGHT PARTY ครึกครื้น ปาร์ตี้ปีใหม่ธีมกีฬา

PCC SPORT NIGHT PARTY ครึกครื้น ปาร์ตี้ปีใหม่ธีมกีฬา

PCC SPORT NIGHT PARTY ครึกครื้น ปาร์ตี้ปีใหม่ธีมกีฬา

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่น โดย รศ.นพ.ปิยะ เนตรวิเชียร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่น จัดงาน “PCC SPORT NIGHT PARTY” เพื่อสร้างความสุข สนุกสนานต้อนรับปีใหม่ 2568 ให้กับบุคลากรของโรงพยาบาล ที่ต่างแต่งกายมาในธีมนักกีฬาหลากหลายประเภท พร้อมมอบรางวัลคนดี ศรีเกษมราษฎร์ จับรางวัลมากมาย บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขถ้วนหน้า เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2568

‘รสลิน โกแวร์’ นั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตฯ คนล่าสุด

‘รสลิน โกแวร์’ นั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตฯ คนล่าสุด

‘รสลิน โกแวร์’ นั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตฯ คนล่าสุด

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย (World Vision Foundation of Thailand) องค์กรพัฒนาเอกชน ที่เป็นส่วนหนึ่งของศุภนิมิตสากล หรือ World Vision International และดำเนินพันธกิจมาแล้วกว่า 50 ปีในประเทศไทย เปิดตัวผู้อำนวยการมูลนิธิฯ คนล่าสุด นางรสลิน โกแวร์ ในงาน “Celebrate Vision,Celebrate You” พร้อมวิสัยทัศน์และการขับเคลื่อนพันธกิจทางสังคมในภาพรวมตั้งเป้าปี 2568 เน้นความช่วยเหลือไปที่กลุ่มเปราะบางยากไร้ในเด็กและเยาวชน ตั้งรับสถานการณ์ด้านภัยพิบัติในประเทศ และดึงคนรุ่นใหม่ร่วมสร้างสังคมแห่งการให้ ผ่านกิจกรรมของมูลนิธิฯ

นางรสลิน โกแวร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้ทำการวิจัยในกลุ่มเด็กกว่า 83,000 คน ทั้งที่อาศัยในพื้นที่ชนบทและในเขตชุมชนเมือง ทั้งที่เป็นเด็กในความอุปการะและไม่ใช่เด็กในความอุปการะของเรา ซึ่งในงานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่เน้นถึงรูปแบบและลักษณะของความเปราะบางยากไร้ในเด็กและเยาวชน รวมถึงรากของปัญหาที่เป็นสาเหตุของความเปราะบางยากไร้เหล่านี้

ทั้งนี้ กว่า 51% ของเด็ก 83,000 ราย ที่มูลนิธิฯ ทำการสำรวจ พบว่าเป็นเด็กที่เปราะบางยากไร้ที่สุด โดยเด็กในช่วงอายุ 7-12 ปี มีสัดส่วนสูงสุดในกลุ่มเด็กที่ได้รับการระบุว่า เป็นเด็กเปราะบางยากไร้ที่สุด (Most Vulnerable Children – MVC) และเด็กเปราะบางยากไร้ (Vulnerable Children – VC) ทั้งนี้ ความเปราะบางยากไร้ในนิยามของมูลนิธิศุภนิมิตฯ มีอยู่ 4 มิติ ได้แก่ 1.การถูกละเมิดหรือแสวงหาประโยชน์ 2.การขาดแคลนอย่างรุนแรง 3.ภาวะเปราะบางจากภัยพิบัติหรือมหันตภัย และ 4.การกีดกันอย่างรุนแรง ในบรรดามิติความเปราะบางยากไร้ทั้ง 4 มิตินี้ มิติที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางสูงสุดคือ การขาดแคลนอย่างรุนแรง (63%) รองลงมาคือ การกีดกันอย่างรุนแรง (28%), ภาวะเปราะบางจากภัยพิบัติหรือมหันตภัย (25%), และการถูกล่วงละเมิด (18%)

“รายงานการวิจัยล่าสุดที่ทีมงานศุภนิมิตฯ รวบรวมขึ้น ก็เพื่อวางแผนการดำเนินงานในอนาคตอันใกล้ และก้าวใหม่ในปี 2568 นี้ ศุภนิมิตฯ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสานต่อพันธกิจในงานการพัฒนา เพื่อต่อยอดและปรับปรุงแนวทางในการดำเนินงาน และติดตาม เพื่อให้สามารถเข้าถึงและช่วยเหลือเด็กเปราะบางยากไร้ที่สุด ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทั้งนี้ เราจำเป็นต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับชุมชน เพื่อสามารถทราบได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าเด็กกลุ่มใดคือเด็กที่เปราะบางยากไร้ที่สุด เพื่อช่วยเหลือและมอบการสนับสนุนได้อย่างตรงเป้าหมายตามความต้องการที่จำเป็น เพื่อแก้ปัญหาความยากไร้ที่มีความซับซ้อน ตลอดจนช่วยเสริมสร้างการทำงานของเครือข่ายให้เข้มแข็ง และเป็นกำลังในการหนุนเสริมหน่วยงานภาครัฐให้สามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDG)”

เมื่อถามถึงงานด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน ประธานมูลนิธิศุภนิมิตฯ คนล่าสุด กล่าวว่า มุ่งเน้นการดูแลเด็กและส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพให้กับเด็กอายุ 0-12 ปี ด้วยการเสริมสร้างศักยภาพของพ่อแม่ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็ก เพื่อให้พวกเขามีส่วนช่วยให้เด็กได้มีพัฒนาการและเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและมีผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ที่ดีจากการได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ส่วนงานการพัฒนาเยาวชน ก็ยังคงมุ่งเน้นการเสริมสร้างเยาวชนอายุ 13-24 ปี ให้มีทักษะชีวิตและจิตสาธารณะอย่างเหมาะสม ผ่านสภาเยาวชนศุภนิมิต ที่มูลนิธิฯ จัดตั้งขึ้นโดยมีความตั้งใจที่จะส่งเสริมศักยภาพของกลุ่มเยาวชนและเครือข่าย ให้สามารถให้คำปรึกษาเพื่อนเยาวชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและมีความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนทัศนคติที่ถูกต้องเพื่อนำสู่การปรับเปลี่ยนค่านิยม ในการเลิกใช้สารเสพติด นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นงานพัฒนาอาชีพและชีวิตความเป็นอยู่ของคนในครอบครัวและชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองและมีชีวิตความเป็นอยู่ตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมรู้รับปรับตัวต่อสภาพแวดล้อม สภาพภูมิอากาศ ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงสามารถรอดพ้นจากภัยพิบัติที่อาจต้องเผชิญ

“มากไปกว่านั้น มูลนิธิศุภนิมิตฯยังคงมุ่งมั่นในงานการปกป้องคุ้มครองเด็กงานด้านการโยกย้ายถิ่นฐานและประชากร ข้ามชาติ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาของประชากรข้ามชาติในประเทศไทยซึ่งนับเป็นกลุ่มเปราะบางยากไร้ที่สุดด้วยเช่นกัน โดยผ่านงานรณรงค์เพื่อปรับปรุงนโยบาย ทั้งนี้ การมีบทบาทสำคัญยิ่งในการนำชีวิตที่ครบบริบูรณ์ไปสู่เด็กทุกคน ผ่านการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้เด็ก รวมถึงครอบครัวและชุมชนของเขา ความสำเร็จในพันธกิจการช่วยเหลือต่างๆ เหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากปราศจากความร่วมมือร่วมใจ การสนับสนุนทรัพยากรต่างๆ จากทุกฝ่าย

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้รับความอนุเคราะห์และความร่วมมือจากหุ้นส่วนร่วมพันธกิจ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนรวมทั้งผู้อุปการะ ผู้บริจาคทุกท่าน เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังการขับเคลื่อนอันยิ่งใหญ่ เพื่อนำสู่การเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของคนไทยและประเทศไปด้วยกันนะคะ” นางรสลิน โกแวร์ กล่าวในที่สุด

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวการดำเนินงานของมูลนิธิศุภนิมิตรได้ที่ FB : https://www.facebook.com/worldvisionthailand IG : https://www.instagram.com/worldvision_thailand YouTube : https://www.
youtube.com/@worldvisionthailand-wvftและ TikTok : https://www.tiktok.com/@worldvisionthailand?is_from_webapp=1&sender_device=pc

Yuzu Suki สาขาทองหล่อ เปิดตัว ‘Pet Friendly Zone’ ต้อนรับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด

Yuzu Suki สาขาทองหล่อ เปิดตัว 'Pet Friendly Zone' ต้อนรับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด

Yuzu Suki สาขาทองหล่อ เปิดตัว ‘Pet Friendly Zone’ ต้อนรับสัตว์เลี้ยงตัวโปรด

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 17.26 น.

“YUZU GROUP” ผู้นำเชนร้านอาหารระดับพรีเมียมชื่อดังของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Taste The New Boundary…ทุกมื้อของคุณ คือโอกาสสร้างสรรค์ของเรา” สร้างสรรค์กิจกรรมพิเศษ เปิดพื้นที่ต้อนรับน้องหมาและน้องแมว ประกาศเปิดตัว Pet Friendly เต็มรูปแบบที่ร้าน Yuzu Suki และ Yuzu Yakiniku สาขาทองหล่อ

งานนี้ได้รับเสียงปรบมืออย่างล้นหลามจากคนรักน้องหมาและน้องแมว พาลูกรักมาอวดโฉมความน่ารักน่าเอ็นดูของสัตว์เลี้ยงตัวโปรด ในวันเสาร์ที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา นอกจากทุกคนจะอิ่มอร่อยกับชาบูและปิ้งย่างพรีเมียมแล้ว ยังได้ใช้เวลาสุดพิเศษไปพร้อมๆสัตว์เลี้ยง ตัวโปรดอีกด้วย

โดยมีผู้สนับสนุนใจดีอย่างอาหารสุนัข Cesar ผู้สนับสนุนอาหารอาหารสุนัขพรีเมียมผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ เกรดเดียวกันกับอาหารมนุษย์ และ iRobot ผู้สนับสนุนหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น เพื่อรักษาความสะอาด ถูกสุขอนามัย ภายในร้านอยู่ตลอดเวลา

ในโอกาสนี้ทางร้านขอเชิญชวน คนรักน้องหมาน้องแมว นำสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของคุณ มาใช้บริการได้ที่ ร้าน Yuzu Suki และ Yuzu Yakiniku สาขาทองหล่อ ได้ตลอดทุกวัน โดยทางร้านมีบริการ อาหารสุนัขเกรดพรีเมียมพร้อมภาชนะอาหาร รถเข็นน้องหมาน้องแมว ห้อง VIP คาราโอเกะ จุได้มากสุดถึง 24ท่าน พร้อมที่จอดรถมากกว่า30คัน สามารถใช้บริการได้ถึง ตี2

งานนี้ ถ้าน้อง ๆ พูดได้ คงจะบอกรักคำโต ขอบคุณ YUZU GROUP และพันธมิตร สำหรับพื้นที่ดีๆ เปิดโอกาสให้คนรักสัตว์เลี้ยงได้มาทานชาบูและปิ้งย่างระดับพรีเมียม พร้อมกับใช้เวลาร่วมกับน้อง ๆ ตัวโปรด ไปได้พร้อมๆกัน

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม http://www.yuzugroup2018.com  และ https://openlink.co/yuzugroup2018    หรือ โทร. 08-3851-3028  

-(016)

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ จัด ‘THE MALL LOVE STORE คู่รักแดนเลิฟ สุขทุกวัน’ รับเดือนแห่งความรัก

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ จัด 'THE MALL LOVE STORE คู่รักแดนเลิฟ สุขทุกวัน' รับเดือนแห่งความรัก

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ จัด ‘THE MALL LOVE STORE คู่รักแดนเลิฟ สุขทุกวัน’ รับเดือนแห่งความรัก

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 17.10 น.

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา ร่วมมอบความสุขในเทศกาลวันแห่งความรัก เชิญร่วมงาน  “THE MALL LOVE STORE คู่รักแดนเลิฟ สุขทุกวัน” ในบรรยากาศวันแห่งความรักและการช้อปปิ้งสุดพิเศษ พร้อมกิจกรรม ‘ทัชใจ’ ทุกรูปแบบ ระหว่าง 13 ก.พ.- 16 ก.พ. นี้ พิเศษ ! เชิญคู่รัก  ไม่ว่าเพศไหน ร่วมกิจกรรมจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม ฉลองวันวาเลนไทน์ 14 ก.พ. ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ สนับสนุนความรักทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความรักของครอบครัว เพื่อน คนรัก หรือความรักในตัวเอง วาเลนไทน์ปีนี้ จึงจัดกิจกรรมมอบประสบการณ์พิเศษฉลองให้ทุกความรัก ทุกสไตล์  ทุกความสัมพันธ์ ในบรรยากาศวันแห่งความรักที่พร้อมเบ่งบาน สดชื่นตลอดเดือนกุมภาพันธ์ และพบกิจกรรมพิเศษระหว่างวันที่ 13 ก.พ – 16 ก.พ ทุกสาขา ได้แก่

•             กิจกรรม LOVE ON STAGE ทัชใจกับ Moment of Love มินิคอนเสิร์ตพร้อมพูดคุยกับคู่รัก     คู่ จิ้นแห่งปี “มิว-ศุภศิษฎ์ และ ตุลย์-ภากร” ที่งามวงศ์วาน , คู่จิ้นมาแรง “โทมัส-ก้อง” คู่รักดารา “แกงส้ม-ดาว” ที่ บางแค, “วิลเลี่ยม-เอส” ที่ท่าพระ เป็นต้น

•             กิจกรรม LOVE CAM มาบอกรักให้ล้นจอกับกิจกรรมถ่ายภาพคู่ พร้อมข้อความบอกรักและโพสต์ขึ้นจอ LED

•             กิจกรรม LOVE MELODY ที่สาขาบางกะปิ อิ่มเอมกับ 30 บทเพลงแห่งรักจาก LOVEiS ENTERTAINMENT และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปิน นำโดย โอบ โอบนิธิ ที่ควงคู่ ปราง กัญญ์ ณรัณ มาปลุกความหวานก่อนใคร ตั้งแต่ 13 ก.พ. นี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 น.

พิเศษ ! วันที่ 14 ก.พ. นี้ เชิญทุกคู่รัก ไม่ว่าเพศไหนร่วมจดทะเบียนสมรสที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิท่ามกลางบรรยากาศวันแห่งความรักสุดประทับใจ ซึ่งเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ ร่วมกับสำนักงานเขตบางกะปิ, สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย จัดขึ้นเป็นพิเศษ โดยสมาชิก M CARD 50 คู่แรกที่ร่วม จดทะเบียนสมรสรับทันทีคูปองแทนเงินสดสำหรับไปฉลองสมรส มูลค่า 1,000 บาท สำหรับใช้ในร้านอาหารภายในศูนย์การค้าที่ร่วมรายการ และพิเศษรับคะแนน 10,000 M Point  พร้อมบัตรชมภาพยนตร์ 2 ที่นั่งจากบางกะปิ ซิเนเพล็กซ์

นอกจากนี้ ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ ถึง วันที่ 5 มีนาคม นี้ ยังรับสิทธิ์ช้อปปิ้งกันแบบ “ทัชใจ สุขทุกวัน” กับสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา, พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ เอ็มคอวเทียร์ เอ็มสเฟียร์ ลด 70% และทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตลอดเดือน สมาชิก M CARD    ผู้ถือบัตร Bangkok Bank M Visa และ UOB รับ M CASH COUPON รวมสูงสุด 7,600 บาท และรับคูปองส่วนลดอิเล็กทรอนิกส์ 50% 

ทัชใจกับทุกประสบการณ์ในบรรยากาศและกิจกรรมของ THE MALL LOVE STORE  ตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. – 5 มี.ค. นี้ ที่ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา ,      เดอะมอลล์ โคราช , เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์, เอ็มสเฟียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ พร้อมกิจกรรมพิเศษที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่   FB : THE MALL GROUP

-(016)

วูล์ฟแกงส์ สเต็คเฮ้าส์ เปิดตัวเต็มรูปแบบ พร้อมเสิร์ฟเมนูใหม่ที่คุณต้องลอง!

วูล์ฟแกงส์ สเต็คเฮ้าส์ เปิดตัวเต็มรูปแบบ พร้อมเสิร์ฟเมนูใหม่ที่คุณต้องลอง!

วูล์ฟแกงส์ สเต็คเฮ้าส์ เปิดตัวเต็มรูปแบบ พร้อมเสิร์ฟเมนูใหม่ที่คุณต้องลอง!

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 17.05 น.

หลังจากงานเปิดตัววูฟแกงส์ สเต็คเฮ้าส์  แบรนด์สเต็คเฮ้าส์ระดับไฮเอนด์ชื่อดังของโลก ณ โครงการ วัน แบงค็อก เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าทุกกลุ่ม ทางร้านพร้อมยกระดับการให้บริการในรูปแบบ  All Day Dining เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าที่ต้องการลิ้มลองเมนูสุดพิเศษได้อย่างเต็มที่ตลอดทั้งวัน โดยจะเปิดบริการทุกวันเวลา 11:30 น. ถึง 23:30 น. ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป ลูกค้าจะได้เพลิดเพลินกับการลิ้มรสอาหาร ไม่ว่าจะเป็น เนื้อดรายเอจ ( Dry-Aged) อาหารทะเลพรีเมียม และ ของหวานชั้นเลิศอย่างเต็มอิ่ม

ในโอกาสนี้ทางร้านขอแนะนำเมนูใหม่ อย่าง แฮมเบอร์เกอร์ในรูปแบบดั้งเดิม (Classic Burger) แฮมเบอร์เกอร์เนื้อชิ้นหนานุ่มจากเนื้อ USDA Prime Beef เกรดพรีเมียมจากสหรัฐอเมริกา เนื้อที่มีความชุ่มฉ่ำและสัมผัสได้ถึงความนุ่มละมุนในทุกคำที่รับประทาน วูฟแกงส์ สเต็คแซนวิช (Wolfgang’s Steak Sandwich) ขนมปังบาแก็ตร้อน ๆ เสิร์ฟพร้อมกับเนื้อ USDA Dry-Aged Prime Striploin ที่หั่นอย่างประณีต โลโค โมโค่ (Loco Moco) เมนูอาหารจานข้าวที่เสิร์ฟเคียงคู่ไปกับเนื้อบดชิ้นโตพร้อมไข่ดาว และซอสครีมเห็ด สตูว์เนื้อ (Beef Stew with Vegetables) รสชาตินุ่มละมุนละลายในปากที่ไม่ควรพลาด ชุดซีฟูดสุดพิเศษ (Seafood Taster) เสิร์ฟล็อบสเตอร์สดๆจากรัฐเมน (Maine) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีเนื้อหวานกรอบ รสชาติหอมหวานจากท้องทะเล พร้อมด้วย กุ้งลายเสือขนาดใหญ่ (Giant Tiger Prawn) และ ทูน่าทาร์ทาร์ (Tuna Tartare) เสิร์ฟพร้อมเลม่อนเพิ่มความสดชื่น และ ซอสค็อกเทลวูฟแกงส์สูตรพิเศษ ผักสดจากท้องถิ่น (Locally-Sourced Vegetables) อาหารจานผักสดใหม่จากแหล่งปลูกท้องถิ่นตามฤดูกาล ไม่เพียงแต่เพิ่มรสชาติที่สดชื่นและกรอบอร่อย แต่ยังช่วยเสริมคุณค่าทางโภชนาการให้กับมื้ออาหารอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น สลัดผักรวม (Mixed Green Salad), สลัดทูน่า (Salad Nicoise), สลัดเนื้อย่าง (Grilled Steak Salad), สลัดกุ้งย่างกับอโวคาโด (Grilled Shrimp and Avocado Salad) และของหวานที่ไม่ควรพลาด คือ ชีสเค้กสไตล์นิวยอร์กแบบดั้งเดิม (New York Style Cheesecake)  แอปเปิ้ลสตรูเดิล (Apple Strudel)  ทิรามิสุ (Tiramisu)  เค้กช็อกโกแลตมูส (Chocolate Mousse Cake)  เครมบรูเล่ (Crème Brûlée)  พายพีแคน (Pecan Pie) และ ฮอตฟัดจ์ซันเดย์ (Hot Fudge Sundae)

นอกจากเมนู a la carte แล้ว ทางร้านมีบริการเซ็ตอาหารกลางวัน 2 คอร์สสุดพิเศษ ด้วยอาหารเรียกน้ำย่อย วูฟแกงส์สลัด (Wolfgang’s Salad)  ตามด้วยจานหลักให้คุณเลือกได้ ได้แก่ ฟิเลมิยอง USDA Prime Petit Filet Mignon (200 กรัม: 2,800 บาท) หรือ สเต็กสันนอกเนื้อดรายเอจ USDA Prime New York Sirloin  (400 กรัม: 3,700 บาท)  หรือ สเต็กช็อตลอยน์เนื้อดรายเอจ  USDA Prime Dry Aged Porterhouse Steak (สำหรับ 2 ท่าน: 6,700 บาท | สำหรับ 3 ท่าน: 10,050 บาท | สำหรับ 4 ท่าน: 13,400 บาท) เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงอย่าง มันฝรั่งบด และครีมผักโขม เข้ากับบรรยากาศมื้อเที่ยงสบาย ๆ ในแบบพรีเมียม

ในส่วนของเครื่องดื่มพรีเมียม วูฟแกงส์ สเต็คเฮ้าส์ ยังมีรายการไวน์ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษจาก Napa Valley และไร่องุ่นชื่อดังในยุโรปไว้ให้ได้เลือกสรรอย่างมากมาย เพื่อให้การรับประทานอาหารของคุณเป็นมื้ออันแสนประทับใจที่สุด

“เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้ขยายเวลาทำการและเพิ่มเมนูใหม่ เพื่อเป็นการมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าของเรา” นายประเสริฐ ลออพันธ์พล Co-Partner วูฟแกงส์ สเต็คเฮ้าส์ ประเทศไทย กล่าว “ไม่ว่าจะเป็นมื้อกลางวันแบบสบายสบาย หรือ มื้อค่ำอันหรูหรา วูฟแกงส์ สเต็คเฮ้าส์ ยังคงมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ดีที่สุดในทุกด้านให้กับลูกค้า” โดยทางร้านจะมีเนื้อที่เป็นเอกลักษณ์ Dry-Aged Prime Beef  ได้รับการส่งตรงจากสหรัฐอเมริกาในสภาพที่แช่เย็น (ไม่แช่แข็ง) และผ่านการอายุแบบ Dry-Aged เป็นเวลา 28 วันในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมอย่างดี ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้เนื้อมีความนุ่มและรสชาติที่เข้มข้นมากขึ้น”

เมนูใหม่ของ วูฟแกงส์ สเต็คเฮ้าส์ พร้อมเปิดบริการเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป  โดยจะเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11:30 น. ถึง 23:30 น. ซึ่งร้านตั้งอยู่ที่โครงการ วัน แบงค็อก (One Bangkok) โซน THE STOREYS ชั้น 3

สำหรับการจองหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ โทรศัพท์ 064 567 2929 อีเมล: reservation@wolfgangssteakhouse.th; LINE: @wg.reservation; Instagram: @wolfgangs_steakhouseth

-(016)