ชวนเติมความหวานให้คนพิเศษตลอดกุมภานี้ กับโรงแรมในเครือฟอร์จูนทั่วประเทศ

ชวนเติมความหวานให้คนพิเศษตลอดกุมภานี้ กับโรงแรมในเครือฟอร์จูนทั่วประเทศ

ชวนเติมความหวานให้คนพิเศษตลอดกุมภานี้ กับโรงแรมในเครือฟอร์จูนทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.36 น.

ชวนเติมความหวานให้คนพิเศษตลอดกุมภานี้ กับโรงแรมในเครือฟอร์จูนทั่วประเทศ เพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่แสนหวานอย่างคุ้มค่า ทั้งการพักผ่อน และมื้อค่ำสุดโรแมนติก วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2568

ช่วงเวลาพิเศษในเดือนแห่งความรักนี้ โรงแรมในเครือฟอร์จูน 5 แห่งทั่วประเทศ หนึ่งในกลุ่มธุรกิจของ บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND ขอชวนคุณมาสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนในบรรยากาศสุดพิเศษตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ร่วมสร้างความทรงจำกับคนที่คุณรักในห้องพักที่ตกแต่งอย่างลงตัว พร้อมบริการที่เต็มไปด้วยความเอาใจใส่ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษที่ทำให้คุณและคนสำคัญได้เพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่แสนหวานอย่างคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนหรือการสร้างความประทับใจในวันพิเศษ มาเติมเต็มความสุขในวันแห่งความรักกับเราได้ตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้ได้เลย

Grand Fortune Hotel Nakhon Si Thammarat

จองและเข้าพัก : วันที่ 1 – 28 กุมภาพันธ์ 2568

● Weekday (เข้าพักวันอาทิตย์ – พฤหัส)

Superior room ราคา 1,522 บาท / คืน (รวมอาหารเช้า)

● Weekend (เข้าพักวันศุกร์ – เสาร์)

Superior room ราคา 1,722 บาท / คืน (รวมอาหารเช้า)

** ฟรี! Dinner Meals สำหรับ 2 ท่าน

Executive Superior room ราคา 2,500 บาท / คืน (รวมอาหารเช้า)

** ฟรี! Dinner Meals สำหรับ 2 ท่าน

Romantic Dinner Set Menu @Bake N Bar

ราคา 3,500.-  (เซ็ตสำหรับ 2 ท่าน)               

Set A

1.สลัดสโมกแซลมอน

2.ซุปฟักทองเนื้อปู

3.สเต็กสันในหมูยัดไส้เห็ดหอมราดซอสราสเบอรี่

4.แตงโมหวานเย็นแปะก๊วยเชื่อม

Set B

1.อโวคาโดทูน่าสลัด

2.ซุปกุ้งต้มยำ

3.สเต็กปลากระพงแกงส้มครีมชีส

4.มูสสตรอเบอรี่

Set C

1.สลัดไข่ข้นน้ำมันงา

2.ซุปเห็ดหอม

3.สเต็กอกไก่ยัดไส้ลูกเกดราดบัลซามิกซอส

4.บัวลอยหิมะไข่หวาน

Fortune Saeng Chan Beach Hotel Rayong

● Deluxe Room Weekday ราคา 2,000 บาท

● Deluxe Room Weekend ราคา 2,300 บาท

รับฟรี Mocktail / ฟรีอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน/ Early Check-in , late Check Out

ส่วนลดอาหาร 15% ที่ห้องอาหารกลิ่นจันทร์ ยกเว้นเครื่องดื่ม วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2568

Fortune Hotel Korat

8th Anniversary Celebrations

● Double  package Superior room รวมอาหารเช้า ราคา 2,888 บาท

● Family package Connection room ( Deluxe Room or Executive Room ) รวมอาหารเช้า 3,888 บาท

● Executive Room room only 1,888 บาท

● Executive Room รวมอาหารเช้า 2,288 บาท

● Romantic Suite รวมอาหารเช้า 4,888  บาท

สามารถจองห้องพักได้ตั้งแต่วันที่ 1 -28 กุมภาพันธ์ 2568

Fortune River View Hotel Nakhon Phanom

● Set Menu Valentine’s day ราคา 799บาท ฟรีเครื่องดื่ม Valentine’s day cocktail glasses

● พิเศษ วันที่14 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 10.00 – 22.00 น.

เงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงแรมกำหนด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองห้องพัก

โทร 075 – 841-888

Line OA : @grandns https://lin.ee/Op05Guc

Line OA : @fortunehotelgroup https://lin.ee/cuAto2a

 #โรงแรมในเครือฟอร์จูน #โรงแรมฟอร์จูน #ความสุขเดินทางได้ #สุขจริงทุกจินตนาการ #CPLAND #AccessibleCommunitiesforLife #Valentine #ซีพีแลนด์ #วันวาเลนไทน์ #วาเลนไทน์ #โปรโมชันวาเลนไทน์

 -(016)

‘โอ๊ตไซด์’มอบสัญญารักให้หวานใจไทยแลนด์เพิ่มโอกาสเข้าถึงนมคุณภาพ

'โอ๊ตไซด์'มอบสัญญารักให้หวานใจไทยแลนด์เพิ่มโอกาสเข้าถึงนมคุณภาพ

‘โอ๊ตไซด์’มอบสัญญารักให้หวานใจไทยแลนด์เพิ่มโอกาสเข้าถึงนมคุณภาพ

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.24 น.

โอ๊ตไซด์ (OATSIDE) นมโอ๊ตชื่อดังสัญชาติสิงคโปร์ อีกหนึ่งทางเลือกใหม่สำหรับผู้รักสุขภาพที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทย ประกาศความคลั่งรักเกินเบอร์แก่แฟน ๆ ชาวไทย โดยเดินหน้าตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับพรีเมียมที่ทั้งอร่อย สุขภาพดี และรักษ์โลกอย่างยั่งยืน ด้วยการประกาศปรับราคาผลิตภัณฑ์ โอ๊ตไซด์ ไซส์มินิ ขนาด 200 มิลลิลิตร ใน 2 รสชาติ ได้แก่ โอ๊ตไซด์ ออริจินัล โอ๊ต มิลค์ และ โอ๊ตไซด์ ช็อกโกแลต โอ๊ต มิลค์ ลงกว่า 50% จากราคาเดิม 25 บาท เหลือเพียง 12 บาท เพื่อส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนสามารถเข้าถึงนมโอ๊ตคุณภาพในราคาที่เอื้อมถึงได้มากยิ่งขึ้น โดยจะทยอยปรับราคาในร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 

เบเนดิกต์ ลิม (Benedict Lim) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ OATSIDE กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติอร่อย ดีต่อสุขภาพ และยั่งยืน ซึ่งหนึ่งในความท้าทายของตลาดนมพืชที่ผ่านมาคือราคาที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โอ๊ตไซด์ได้ทำการขยายธุรกิจไปพร้อม ๆ กับความพยายามอย่างหนักในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผ่านห่วงโซ่อุปทาน และกำลังดำเนินการส่งต่อผลลัพธ์ของการประหยัดต้นทุนนี้ให้กับผู้บริโภค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในพันธกิจของเราที่ต้องการให้นมโอ๊ตเป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงง่ายในทุกครัวเรือนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้แม้ว่าจะมีการปรับลดราคา แต่สามารถมั่นใจได้ว่าวัตถุดิบและสูตรผลิตภัณฑ์ของเรายังคงเหมือนเดิม ทั้งรสชาติอร่อย หอมมัน และหอมกลิ่นข้าวโอ๊ต ซึ่งการผลิตจากข้าวโอ๊ตคั่วและกระบวนการสกัดด้วยเอนไซม์เฉพาะของเรา ทำให้นมโอ๊ตของโอ๊ตไซด์มีน้ำตาลน้อย ไขมันอิ่มตัวต่ำ ปราศจากแลคโตส มีใยอาหาร ไม่มีคอเลสเตอรอล และมีแคลเซียมในระดับที่ใกล้เคียงกับนมวัวต่อการบริโภคหนึ่งครั้ง”

ลลิตกาญจน์ ทวีชัยวัฒนะ ผู้อำนวยการโอ๊ตไซด์ (OATSIDE) ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา โอ๊ตไซด์ได้รับความนิยมและการตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริโภคในประเทศไทย โดยปัจจุบันเรามีจำหน่ายในร้านค้าและคาเฟ่ชั้นนำกว่า 25,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลให้เรามุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีรสชาติอร่อย ดีต่อสุขภาพ และยั่งยืนอยู่เสมอ ดังนั้นเราจึงพยายามอย่างหนักในการเพิ่มปริมาณการผลิต ควบคุม และลดต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อตอบแทนความรักที่ผู้บริโภคชาวไทยมอบให้กับโอ๊ตไซด์ โดยโอ๊ตไซด์ผลิตจากข้าวโอ๊ตคุณภาพสูงที่ผ่านการคั่วอย่างพิถีพิถันผสานกับเอนไซม์เฉพาะของเรา สกัดจนได้เป็นน้ำนมที่เต็มไปด้วยรสชาติ กลิ่นหอม และคุณค่าทางโภชนาการ รวมถึงไม่เติมแต่งกลิ่นสังเคราะห์ใด ๆ ดังนั้นแม้ว่าราคาจะเปลี่ยนไป แต่ความอร่อยของเรายังเหมือนเดิม ซึ่งเราหวังว่าโอ๊ตไซด์จะเป็นนมยอดฮิตที่ติดปากคนไทย และได้รับการบริโภคอย่างแพร่หลายในอนาคต”

โดยผลิตภัณฑ์โอ๊ตไซด์ ไซส์มินิ ขนาด 200 มิลลิลิตร ปรับลดราคาเหลือเพียง 12 บาท ใน 2 รสชาติ ที่อุดมไปด้วยแคลเซียมและใยอาหาร โดยปราศจากคอเลสเตอรอล ได้แก่ โอ๊ตไซด์ ออริจินัล โอ๊ต มิลค์ ที่ลงตัวทั้งความกลมกล่อม หอมกลิ่นข้าวโอ๊ต และรสชาติเข้มข้น ไม่มีการเพิ่มน้ำตาล สามารถดื่มได้ทันที หรือเป็นคู่หูที่ลงตัวกับกาแฟหรือชาที่คุณชื่นชอบ และโอ๊ตไซด์ ช็อกโกแลต โอ๊ต มิลค์ ซึ่งอัดแน่นด้วยรสชาติดาร์กช็อกโกแลตเข้มข้น หวานน้อย ที่ให้รสสัมผัสที่นุ่มนวล

เพื่อเป็นการแสดงความคลั่งรักแบบฉบับของโอ๊ตไซด์ ผู้บริโภคสามารถอร่อยจอยไปกับผลิตภัณฑ์โอ๊ตไซด์ ไซส์มินิ ขนาด 200 มิลลิลิตร ราคาใหม่ได้แล้ววันนี้ ที่ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://oatside.com หรือเพจเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/oatsideth/ หรืออินสตาแกรม https://www.instagram.com/oatside_th/ และไลน์ออฟฟิศเชียล @oatside_th

014

น่ารักใจละลาย ‘SHU GUMMIES’คอลใหม่นุ่ม เด้งดึ๋ง

น่ารักใจละลาย 'SHU GUMMIES'คอลใหม่นุ่ม เด้งดึ๋ง

น่ารักใจละลาย ‘SHU GUMMIES’คอลใหม่นุ่ม เด้งดึ๋ง

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.04 น.

เปิดตัวความน่ารักเหมือนแกะเยลลี่ออกจากห่อกับ SHU GUMMIES 2.5″ TINY DIAMONDS รองเท้าแตะสุดคิ้วท์ดีไซน์ใหม่ ออกแบบมาเพื่อสายชิลที่ชอบความมินิมอลมินิใจ ใส่ได้ทุกวันแถมยังแมทช์ง่ายได้หลายลุค พื้น 2.5 นิ้ว หนานุ่ม เด้งดึ๋ง สูงกำลังดี ยืดหยุ่น เบาสบาย ลุยน้ำและกันลื่นได้ด้วยนะ ด้านหน้าประดับด้วยหมุดเพชรหลากสีสุดน่ารัก ไม่ซ้ำแบบ คอลเลกชั่นนี้มีให้เลือกถึง 5 สี อย่าง MINT-เขียวมิ้นท์สดใส, CREAM PUFF- สีครีมวานิลลา, COTTON CANDY PINK -ชมพูหวานสตรอว์เบอร์รี, BLUEBERRY- ม่วงพาสเทล และ WHIPPED CREAM-ขาวละมุนน่าทะนุถนอม มาพร้อมแพคเกจจิ้งสุดเก๋เหมือนถุงขนมเข้าธีมสุดๆ ใครเห็นก็อยากได้…น่ารักขนาดนี้อดใจยังไงไหวพิเศษสุดช่วงเปิดตัว สามารถเป็นเจ้าของความน่ารักได้แล้ววันนี้ ทั้งทาง SHU STORES ทุกสาขา และ ออนไลน์

#SHUgummies

014

บางกอกแอร์เวย์ส ตอกย้ำสายการบินรักษ์โลก เสื้อยูนิฟอร์มพนักงานจากเส้นใยรีไซเคิล

บางกอกแอร์เวย์ส ตอกย้ำสายการบินรักษ์โลก เสื้อยูนิฟอร์มพนักงานจากเส้นใยรีไซเคิล

บางกอกแอร์เวย์ส ตอกย้ำสายการบินรักษ์โลก เสื้อยูนิฟอร์มพนักงานจากเส้นใยรีไซเคิล

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.55 น.

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เดินหน้าโครงการ “Low Carbon Skies by Bangkok Airways” ตอกย้ำนโยบายความยั่งยืนในมิติสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันองค์กรสู่พันธกิจ “Fly Net Zero Carbon by 2050” ล่าสุด นำขวดน้ำดื่มพลาสติก PET ไร้ฉลากที่ให้บริการบนเที่ยวบิน และในห้องรับรองผู้โดยสาร มาผ่านกระบวนการแปรรูปด้วยนวัตกรรมอัพไซคลิ่ง (Upcycling) แปลงเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ เสื้อโปโลยูนิฟอร์มพนักงานบางกอกแอร์เวย์ส เสื้อทีมจิตอาสา Blue Volunteers และสายคล้องบัตรพนักงาน โดยมีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนการใช้นวัตกรรมเพื่อจัดการปัญหาขยะพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันสู่การขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจปี 2568 นี้ สายการบินบางกอกแอร์เวย์สยังคงให้ความสำคัญต่อกลยุทธ์เพื่อผลักดันสู่การขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา สายการบินฯ ได้ดำเนินโครงการเพื่อความยั่งยืนในหลากมิติ รวมถึงกระตุ้นการจัดกิจกรรมที่มีส่วนรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ เมื่อปีที่ผ่านมา ได้เปิดตัวโครงการ Low Carbon Skies by Bangkok Airways เพื่อเป็นการขับเคลื่อนพันธกิจโลกสู่เป้าหมาย “Fly Net Zero Carbon 2050” ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ โดยบางกอกแอร์เวย์สมุ่งเน้นการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการดำเนินธุรกิจ ล่าสุดในปี 2568 ได้ต่อยอดโครงการฯ ภายใต้แคมเปญ“Love Earth, Save Earth” ในการดำเนินกลยุทธ์การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยนวัตกรรมอัพไซคลิ่งผ่านการประสานความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่มีความชำนาญในด้านนวัตกรรมรีไซเคิลเส้นใยพลาสติกกับ บริษัท เซอร์คูลาร์ อินดัสทรี้ จำกัด นำขวดน้ำดื่มพลาสติก PET ไร้ฉลากที่ให้บริการบนเที่ยวบิน และในห้องรับรองผู้โดยสาร มาเข้าสู่กระบวนการแปลงเป็นเส้นใยเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ในกระบวนการธุรกิจ

“จากการที่สายการบินฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการมีส่วนรวมบรรเทาปัญหาขยะพลาสติกซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ จึงได้ดำเนินโครงการต่างๆขึ้น อาทิ การริเริ่มใช้ขวดน้ำไร้ฉลากตั้งแต่ปี 2565 ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน และโครงการเพิ่มมูลค่าชุดยูนิฟอร์มของพนักงานที่ไม่ได้ใช้แล้วโดยการอัพไซคลิ่งเป็นผ้ากันเปื้อนสำหรับพนักงานที่ให้บริการในห้องรับรองผู้โดยสารสวมใส่ปฏิบัติงานในปี 2567 มุ่งหวังที่จะสามารถลดผลกระทบที่เกิดกับสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มอัตราการรีไซเคิล นำไปสู่เป้าหมายการลดปริมาณขยะสู่บ่อฝังกลบ และเพื่อต่อยอดในปีนี้ จึงได้ริเริ่มโครงการเพิ่มมูลค่าให้กับขยะพลาสติก โดยนำเอาขวดน้ำไร้ฉลากที่ให้บริการทั้งบนเที่ยวบินและห้องรับรองผู้โดยสาร มาผ่านกระบวนการผลิตเป็นเสื้อโปโลยูนิฟอร์มของพนักงานบางกอกแอร์เวย์ส และสายคล้องบัตรพนักงาน จำนวน 3,000 ชุด รวมถึงเสื้อทีมจิตอาสา Blue Volunteers โดยเสื้อโปโลยูนิฟอร์ม 1 ตัว ทำจากเส้นใยรีไซเคิล 100% จะใช้ขวดน้ำไร้ฉลากขนาด 360 มล. จำนวน  13 ขวด ซึ่งการผลิตในครั้งนี้ใช้ขวดน้ำไร้ฉลากจำนวนทั้งสิ้น 67,800 ขวด สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในปริมาณ 1,051.62 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) พร้อมลดปริมาณขยะพลาสติกกว่า 60 ตัน โดยพนักงานบางกอกแอร์เวย์สจะเริ่มใช้สวมใส่ในปี 2568 นี้ต่อไป”

โครงการนี้ถือว่าได้รับความร่วมมือจากผู้โดยสารบางกอกแอร์เวย์สที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ในการคัดแยกประเภทขยะก่อนทิ้งลงถัง และนำขวดน้ำพลาสติกแยกลงถัง Drop Box ในห้องรับรองบูทีคเลาจ์น หรือจุดที่ให้บริการ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินตราด สนามบินสุโขทัย สนามบินเชียงใหม่ และสนามบินภูเก็ต เพื่อเพิ่มปริมาณวัสดุรีไซเคิลสำหรับนำเข้าสู่กระบวนการแปลงเป็นเส้นใยพลาสติก ที่จะสามารถผลักดันการหมุนเวียนใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ สายการบินฯ ยังดำเนินความร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรรักษ์โลก และให้ความสำคัญต่อการนำนวัตกรรมที่สามารถช่วยจัดการปัญหาขยะ หรือเทคโนโลยีที่สามารถช่วยประหยัดพลังงานมาปรับใช้กับธุรกิจสายการบิน สนามบิน 3 แห่ง ภายใต้การบริหารงาน  พุฒิพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย

ร่วมออกเดินทางกับบางกอกแอร์เวย์ส พร้อมสนับสนุนโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมได้แล้ววันนี้ โดยผู้ที่สนใจสำรองที่นั่งได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) โทรฯ 1771 หรือ 02-270-6699  ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. PG Live Chat: https://bit.ly/PGLiveChatTH  เว็บไซต์ www.bangkokair.com หรืออีเมล: reservation@bangkokair.com และติดตามข่าวสาร พร้อม อัปเดตโปรโมชันสุดพิเศษของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สได้ทาง เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/FlyBangkokAir หรือ Line Official Account : @flybangkokair คลิก https://bit.ly/addfriend_pgline

038

เยาวชนไฟแรง ประลองพลังความคิดสร้างสรรค์ SE-ED Academy Young Challenge 2025

เยาวชนไฟแรง ประลองพลังความคิดสร้างสรรค์ SE-ED Academy Young Challenge 2025

เยาวชนไฟแรง ประลองพลังความคิดสร้างสรรค์ SE-ED Academy Young Challenge 2025

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.50 น.

ความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ แต่เป็นทักษะที่ฝึกฝนได้ การมีส่วนร่วมจากการแข่งขันต่างๆ เป็นโอกาสที่ดีในการปลูกฝังให้เยาวชนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาตนเอง และเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยให้เยาวชนแสดงออกถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่

SE-ED ACADEMY ในฐานะสมาชิก Cambridge Associate ร่วมกับ โรงเรียนจินดามณี จัดกิจกรรม “SE-ED Academy Young Challenge 2025” เปิดเวทีส่งเสริมเยาวชนไทยได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ และกล้าแสดงออก ผ่านรูปแบบของการแข่งขันที่สนุกสนาน เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้ และพัฒนาให้กับเยาวชน

ปรีดาวรรณ พระทัยดี ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานพัฒนาวิชาการและธุรกิจต่างประเทศ กล่าวว่า “กิจกรรมครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของทุกโรงเรียนที่เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างโอกาสในการเรียนรู้ พัฒนาให้กับนักเรียน การสนับสนุน และความตั้งใจจากโรงเรียนที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้ คือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ SE-ED Academy Young Challenge 2025 เป็นเวทีที่มีคุณค่าและสร้างประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน”

Mr. Elshan Bannaev ประธานกรรมการบริหารโรงเรียนจินดามณี กล่าวว่า “การแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่กิจกรรม แต่มันคือเวทีที่ความคิดสร้างสรรค์ได้เติบโต ความมั่นใจเพิ่มขึ้น และความฝันได้ก้าวสู่การเป็นจริง เรามีความเชื่อมั่นในการสร้างโอกาสเหล่านี้เพื่อให้ผู้เรียนได้สำรวจขอบเขตใหม่ ๆ ท้าทายตัวเอง และเข้าร่วมการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความสุขและความเป็นมิตร กิจกรรมเช่นนี้เตรียมความพร้อมให้กับเยาวชนของเราไม่เพียงแต่ในด้านการศึกษา แต่ยังรวมถึงทักษะชีวิตที่จะช่วยพวกเขาก้าวไปข้างหน้าในอนาคต”

“SE-ED Academy Young Challenge 2025” เป็นการแข่งขันของเยาวชนในระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Young STEM Challenge การแข่งขันความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) และ Young Reader Challenge การแข่งขันส่งเสริมให้นักเรียนรักการอ่าน และพัฒนาทักษะการอ่าน โดยได้รับการสนับสนุนจากโรงเรียนต่างๆ ที่สนใจส่งตัวแทนนักเรียนที่มีความสามารถในแต่ละด้านเข้าร่วมการแข่งขัน และนอกจากการแข่งขันทางวิชาการ เรายังมีเวทีสำหรับการแสดงออกของนักเรียนในด้านอื่นๆอีกด้วย เช่น การแสดงรำไทย การเต้น K-Pop Cover Dance การแสดงดนตรี เป็นต้น

SE-ED Academy มุ่งส่งเสริม และเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาความรู้และความสามารถของเด็กและเยาวชนในประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความรู้วิชาการและทักษะต่างๆ ตลอดจนสามารถนำองค์ความรู้มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และพัฒนาตัวเองจากการมีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้

038

มูลนิธิไทยรักษ์ป่า เปิดตัวหนังสือภาพถ่าย ‘ลมหายใจในป่าเมฆ ดอยอินทนนท์’ ถ่ายทอดคุณค่าป่าต้นน้ำและบ้านของสัตว์ป่า

มูลนิธิไทยรักษ์ป่า เปิดตัวหนังสือภาพถ่าย ‘ลมหายใจในป่าเมฆ ดอยอินทนนท์’ ถ่ายทอดคุณค่าป่าต้นน้ำและบ้านของสัตว์ป่า

มูลนิธิไทยรักษ์ป่า เปิดตัวหนังสือภาพถ่าย ‘ลมหายใจในป่าเมฆ ดอยอินทนนท์’ ถ่ายทอดคุณค่าป่าต้นน้ำและบ้านของสัตว์ป่า

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.48 น.

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group โดย มูลนิธิไทยรักษ์ป่า เปิดตัวหนังสือภาพถ่าย “ลมหายใจในป่าเมฆ ดอยอินทนนท์” ถ่ายทอดคุณค่าและความสวยงามของป่าต้นน้ำดอยอินทนนท์ ในฐานะบ้านของสัตว์ป่าและพืชพรรณ ตลอดจนความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งเป็นสื่อกลางสะท้อนแนวคิดการดำเนินงาน “คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้ และสัตว์ป่าอยู่ได้” โดยร่วมกับช่างภาพสายธรรมชาติชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ได้แก่ ณรงค์ สุวรรณรงค์ และธเนศ งามสม เป็นเวลากว่า 2 ปี ในการบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติและระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตในป่าเมฆ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้างถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าต้นน้ำ ตลอดจนความเชื่อมโยงของสิ่งมีชีวิตและความหลากหลายทางชีวภาพในป่าเมฆ ซึ่งจะนำไปสู่การปลูกจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยรายได้จากการจำหน่ายหนังสือภาพถ่ายทั้งหมดจะนำไปสนับสนุนภารกิจของมูลนิธิไทยรักษ์ป่าเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำต่อไป

ดร.จิราพร ศิริคำ ประธานกรรมการมูลนิธิไทยรักษ์ป่า และกรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group เปิดเผยว่าด้วยความเชื่อที่ว่า “ต้นทางดี จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ปลายทางที่ดี” EGCO Group มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ชุมชน และสังคม ให้เติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนมากว่า 33 ปี ในด้านสิ่งแวดล้อม EGCO Group ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าต้นน้ำในพื้นที่สำคัญของประเทศไทย โดยดอยอินทนนท์เป็นพื้นที่การดำเนินงานสิ่งแวดล้อมที่แรกของ EGCO Group ด้วยเล็งเห็นว่าเป็นป่าต้นน้ำสำคัญที่อยู่สูงที่สุดของประเทศไทย เป็นต้นกำเนิดของชีวิตและพลังงาน อีกทั้งเป็น “ป่าเมฆ” บ้านของสัตว์ป่าและพืชพรรณ ตลอดจนความหลากหลายทางชีวภาพ

EGCO Group ริเริ่มดำเนินโครงการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2540 ผ่านโครงการต่าง ๆ ที่เน้น “การปลูกจิตสำนึกในใจคน” เช่น โครงการค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า เพราะเชื่อว่าเป็นหนทางที่จะทำให้ธรรมชาติดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืนที่สุด จนกระทั่งก่อตั้งมูลนิธิไทยรักษ์ป่าขึ้นในปี 2545 ด้วยมุ่งหวังให้เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่มีเจตนารมณ์ในการสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและผืนป่าต้นน้ำลำธารของประเทศให้เกิดความยั่งยืน

“กว่า 22 ปีที่มูลนิธิไทยรักษ์ป่ามุ่งมั่นส่งเสริมการเรียนรู้ สร้างความเข้าใจ ปลูกจิตสำนึกการมีส่วนร่วมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในใจของเยาวชนและผู้คน เพื่อให้เกิดแนวร่วมในการดูแลรักษาป่าต้นน้ำ ผ่านโครงการต่างๆ ได้แก่  ค่ายเยาวชนเอ็กโกไทยรักษ์ป่า การพัฒนาเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และการดำเนินงานในฐานะโซ่ข้อกลาง เพื่อให้  “คนอยู่ได้ป่าอยู่ได้และสัตว์ป่าอยู่ได้” ทั้งนี้การริเริ่มและจัดทำหนังสือภาพถ่าย “ลมหายใจในป่าเมฆ ดอยอินทนนท์” เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เราต้องการสื่อสารและถ่ายทอดให้ผู้คนได้สัมผัสและตระหนักถึงคุณค่า ความสวยงามของดอยอินทนนท์ ที่เป็นมากกว่าแหล่งท่องเที่ยว แต่มีความสำคัญในฐานะที่เป็นระบบนิเวศป่าต้นน้ำและป่าเมฆที่มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นบ้านของสัตว์ป่า พืชพรรณ และความหลากหลายทางชีวภาพ EGCO Group โดย มูลนิธิไทยรักษ์ป่า ยังมุ่งหวังว่า ความตระหนักรู้ที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นพลังที่เชื่อมโยงป่าต้นน้ำและผู้คนในเมืองที่อยู่ปลายน้ำเข้าด้วยกัน รวมถึงทำให้สังคมได้เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับดอยอินทนนท์ ซึ่งจะนำไปสู่จิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติและป่าต้นน้ำ ตลอดจนความร่วมมือในการอนุรักษ์ดูแล หรือท่องเที่ยวอินทนนท์อย่างยั่งยืนในที่สุด” ดร.จิราพร กล่าว

ณรงค์ สุวรรณรงค์ หนึ่งในช่างภาพของหนังสือภาพถ่าย “ลมหายใจในป่าเมฆ ดอยอินทนนท์” เปิดเผยว่า “หนังสือภาพถ่ายเล่มนี้เล่าเรื่องราวผ่านการติดตามชีวิตและการเติบโตของกวางผา ซึ่งเป็นสัตว์ป่าที่โดดเด่นของดอยอินทนนท์ พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวของสัตว์และพืชพรรณอื่น ๆ ที่มีความเชื่อมโยงกันในป่าเมฆ เช่น นกกินปลีหางยาวเขียว อ่างกาเอนซิส ชะนีมือขาว ปาดดอยอินทนนท์ เป็นต้น เพื่อสื่อสารว่า ถ้าทุกคนท่องเที่ยวดอยอินทนนท์ด้วยความเคารพต่อธรรมชาติแล้ว ก็จะสามารถรักษาและสัมผัสกับความอุดมสมบูรณ์เหล่านี้ได้รอบตัว”

ธเนศ งามสม หนึ่งในช่างภาพของหนังสือภาพถ่าย “ลมหายใจในป่าเมฆ ดอยอินทนนท์” กล่าวว่า “จากการทำงานในดอยอินทนนท์เป็นเวลา 2 ปี ทำให้ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของป่าเมฆ  หนังสือภาพถ่ายเล่มนี้จะทำให้คนมาเยือนดอยอินทนนท์ด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไป คือ ไม่ได้มาท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่มาเพื่อรักษา เรียนรู้ และซึมซับคุณค่าในห้องเรียนธรรมชาติด้วย”

ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อหนังสือภาพถ่าย “ลมหายใจในป่าเมฆ ดอยอินทนนท์” ราคาเล่มละ 2,500 บาท ได้ที่ Facebook Page มูลนิธิไทยรักษ์ป่า www.facebook.com/thairakpaofficial โดยรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายหนังสือภาพถ่ายจะนำไปสนับสนุนภารกิจของมูลนิธิไทยรักษ์ป่าเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าต้นน้ำต่อไป บัญชีมูลนิธิไทยรักษ์ป่า เลขที่บัญชี ธนาคารกรุงเทพ 229-0-599778-6 (ใบเสร็จสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า) นอกจากนี้ เพื่อสื่อสารสร้างความตระหนักรู้ต่อคุณค่าและความสำคัญของป่าเมฆ ดอยอินทนนท์ และให้หนังสือภาพถ่ายเป็นที่รู้จักมากขึ้น มูลนิธิฯ ยังได้จัดนิทรรศการภาพถ่าย “ลมหายใจในป่าเมฆ ดอยอินทนนท์” นำภาพถ่ายไฮไลท์จากหนังสือภาพถ่ายกว่า 50 ภาพ มาจัดแสดง ณ ผนังโค้ง ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ระหว่างวันที่ 4 – 16 กุมภาพันธ์ 2568 โดยเปิดให้เข้าชมฟรี ทั้งนี้ ในช่วงเวลาของการจัดนิทรรศการ ผู้สนใจสามารถซื้อหนังสือภาพถ่าย สูจิบัตรและของที่ระลึกต่างๆ ได้ภายในงานตลอดจนร่วมฟังกิจกรรมเสวนาของกลุ่มนักอนุรักษ์ธรรมชาติและผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อาทิ ดร.อุษารดี ภู่มาลี ดร.เพชร มโนปวิตร และ จรีรัตน์ เพชรโสม เป็นต้น 

038

วันวาเลนไทน์ปีนี้ ชวนคู่รักเวียนเทียนทางน้ำกลางกว๊านพะเยา เสริมให้ความรักมั่นคงและยั่งยืน

วันวาเลนไทน์ปีนี้ ชวนคู่รักเวียนเทียนทางน้ำกลางกว๊านพะเยา เสริมให้ความรักมั่นคงและยั่งยืน

วันวาเลนไทน์ปีนี้ ชวนคู่รักเวียนเทียนทางน้ำกลางกว๊านพะเยา เสริมให้ความรักมั่นคงและยั่งยืน

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.43 น.

ททท.สำนักงานเชียงรายและศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา (ททท.) ขอเชิญชวนทุกคู่รัก คู่พ่อแม่-ลูก คู่สมรส  มาร่วมสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขในช่วงวันวาเลนไทน์ สัมผัสกับประสบการณ์ล่องเรือพายไปทำบุญ ไหว้พระขอพรความรักที่ “วัดติโลกอารามกลางกว๊านพะเยา” สถานที่ที่มีความสำคัญทางศาสนาและประวัติศาสตร์ เป็นที่ประดิษฐานของ “ หลวงพ่อศิลา” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่าการไหว้พระหลวงพ่อศิลาในช่วงวันแห่งความรักจะช่วยให้ความรักยั่งยืนและมั่นคง

กิจกรรม High Light ที่คู่รักสายศรัทธาที่ชื่นชอบทำบุญ ไม่ควรพลาด “งานเวียนเทียนทางน้ำกลางกว๊านพะเยา เนื่องในวันมาฆบูชา ครั้งที่ ๕๓”   หนึ่งเดียวในโลก ซึ่งทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา ร่วมกับ ที่ทำการปกครองจังหวัดพะเยา, สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา ,สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพะเยา และศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา (ททท.) จัดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ 2568 ณ วัดติโลกอาราม จ.พะเยา

ร่วมตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 69 รูป, นั่งเรือประกอบพิธีเวียนเทียนทางน้ำถวายเป็นพุทธบูชายลทิวทัศน์อันงดงามของกว๊านพะเยา ชมการแสดงศิลปะวัฒนธรรมล้านนา ชิมอาหารพื้นถิ่น ของกินพื้นบ้านเมืองพะเยา ช้อปผลิตภัณฑ์สินค้าทางวัฒนธรรม OTOP ของดีเมืองพะเยา

พิเศษ สำหรับท่านที่ชวนคู่รัก คู่พ่อแม่-ลูก หรือคู่สมรส ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด มาร่วมงานเวียนเทียนทางน้ำกลางกว๊านพะเยา ในช่วงวันวาเลนไทน์ ระหว่างวันที่ 11-14 กุมภาพันธ์ 2568 รับ “ฟรี” คูปองล่องเรือพายไปไหว้ “หลวงพ่อศิลา” ณ วัดติโลกอารามกลางกว๊านพะเยา เพียงเช็คอิน ถ่ายภาพคู่รัก  ที่ท่าเรือ/วัดติโลกอาราม แชร์โพสต์ภาพใน Facebook ของตนเอง ติด#สุขทันทีที่เมืองน่าเที่ยวพะเยา แคปหน้าจอแล้วส่งมาทาง Line OA ( TAT Chiang Rai ) Link : https://line.me/R/ti/p/@486nfjae จำกัดสิทธิ์เพียง 299 คู่แรกเท่านั้น (1 คูปอง/2 คน) รับคูปองได้ที่ท่าเรือกว๊านพะเยาและศูนย์ประสานงานท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา (ททท.)

มาร่วมสร้างช่วงเวลาแห่งความสุข ความทรงจำดีๆ กับคู่รักของท่าน ในช่วงวันวาเลนไทน์ที่วัดติโลกอาราม จังหวัดพะเยา ให้ความรักของคุณและคู่รักมีความหมายที่ลึกซึ้งและยั่งยืนไปตลอดกาล ที่จังหวัดพะเยา

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  :Facebook : ททท.สำนักงานเชียงราย โทร. 053-7446745, 053-717433 และ Facebook : ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา ( ททท.) โทร. 054-430 400, 054-430 401

038

‘แม่ผ่องศรี วรนุช’ ร่างกายอ่อนเพลีย เข้ารพ.รักษาอาการ ‘งดเยี่ยม-ใช้เสียง’

'แม่ผ่องศรี วรนุช' ร่างกายอ่อนเพลีย เข้ารพ.รักษาอาการ 'งดเยี่ยม-ใช้เสียง'

‘แม่ผ่องศรี วรนุช’ ร่างกายอ่อนเพลีย เข้ารพ.รักษาอาการ ‘งดเยี่ยม-ใช้เสียง’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 18.46 น.

เพจเฟซบุ๊ก เพลงลูกทุ่งไทย ได้ออกมาโพสต์แจ้งข่าวของนักร้องลูกทุ่งฉายา ราชินีลูกทุ่งไทย ผ่องศรี วรนุช ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง วัยอายุ 85 ปี เนื่องจากที่มีอาการอ่อนเพลีย จนทำให้ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล

โดยข้อความระบุว่า “ร่วมส่งกำลังใจให้ศิลปินแห่งชาติราชินีเพลงลูกทุ่ง แม่ผ่องศรี วรนุช มีการอ่อนเพลีย เข้ารักษาตัว ณ รพ.ธนบุรี 1 เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ขอให้แม่ผ่องหายไวๆ มีสุขภาพแข็งแรง นะครับ”

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ดาราภาพยนตร์ ได้อัปเดตอาการป่วยของผ่องศรีเพิ่มเติมอีกว่า “หลังจากที่แฟนคลับต่างส่งกำลังใจและความห่วงใยให้กับแม่ผ่องศรี “ผ่องศรี วรนุช” ศิลปินแห่งชาติ ที่ล้มป่วยจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล โดยนางพรนิภา บัวพิมพ์ #ผู้อำนวยการกลุ่มสวัสดิการศิลปินแห่งชาติฯ #กองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม พร้อมด้วยข้าราชการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ได้เดินทางเข้าเยี่ยมพร้อมมอบกระเช้าสุขภาพในนามกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ให้แก่ นางผ่องศรี วรนุช ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักร้องลูกทุ่ง) พุทธศักราช ๒๕๓๕ ที่เข้ารับการรักษาเนื่องจากอ่อนเพลีย ณ โรงพยาบาลธนบุรี ๑ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ซึ่งล่าสุดอาการดีขึ้นแล้ว แพทย์ให้กลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ แต่ขอให้งดใช้เสียงชั่วระยะหนึ่ง เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่ เพราะการ พูดคุย&ใช้เสียง ทำให้แม่ผ่องเกิดอาการเหนื่อยหอบพอสมควร ทางครอบครัวแม่ผ่องจึงขอวอนแฟน ๆ ทุกคนว่า ถ้ารักผ่องศรี ขอให้งดเยี่ยมในช่วงนี้ไปก่อน ขอให้ร่างกายพักฟื้นให้หายดี แล้วจะกลับมาร้องเพลงให้ฟังเหมือนเดิมแน่นอน #สื่อดีสังคมดีดาราภาพยนตร์ และแฟนเพจกราบส่งกำลังใจค่ะ”

.-008 

ขยี้ตารัวๆ ‘นัท มีเรีย’โพสต์ภาพฉลองวันเกิดในวัย50กะรัต โสดแล้วยิ่งทวีความแซ่บ

ขยี้ตารัวๆ 'นัท มีเรีย'โพสต์ภาพฉลองวันเกิดในวัย50กะรัต โสดแล้วยิ่งทวีความแซ่บ

ขยี้ตารัวๆ ‘นัท มีเรีย’โพสต์ภาพฉลองวันเกิดในวัย50กะรัต โสดแล้วยิ่งทวีความแซ่บ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 18.37 น.

6 กุมภาพันธ์ 2568 ก้าวเข้าสู่วัย 50  กะรัตแบบเต็มตัวสำหรับนักร้องสาว ‘นัท มีเรีย’ โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพบนอินสตาแกรมส่วนตัว”@myriabenedetti” พร้อมเขียนแคปชั่นว่า “Happy birthday to me! ขอขอบคุณสำหรับทุกคำอวยพรนะคะ” ซึ่งภาพที่ ‘นัท มีเรีย’โพสต์บนไอจี เรียกได้ว่า สวย แซ่บ จนถึงกับขยี้ตารัวๆ เรียกได้ว่าเธอยังสวยเหมือนถูกสตาฟไว้ไม่เคยเปลี่ยนเลยทีเดียว

หลังจากโพสต์ภาพนี้ออกไปก็มีเพื่อนพ้องรุ่นน้องในวงการเข้ามาอวยพรวันเกิดให้กับ’นัท มีเรีย’เป็นจำนวนมาก อาทิเช่น แอฟ ทักษอร , ศรีริต้า เจนเซ่น ,กิ๊ก สุวัจนี ,หญิง รฐา ,มาดามแป้ง 

ไม่ได้สนิทกัน! ‘ปันปัน สุทัตตา’ยอมรับตกใจข่าว’ดิว อริสรา’ ขอเป็นกำลังใจให้เสมอ

ไม่ได้สนิทกัน! 'ปันปัน สุทัตตา'ยอมรับตกใจข่าว'ดิว อริสรา' ขอเป็นกำลังใจให้เสมอ

ไม่ได้สนิทกัน! ‘ปันปัน สุทัตตา’ยอมรับตกใจข่าว’ดิว อริสรา’ ขอเป็นกำลังใจให้เสมอ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.55 น.

6 กุมภาพันธ์ 2568 จากกรณีที่เพจหนึ่งได้เปิดประเด็นร้อนในโลกโซเชียล ดาราสาวถูกทวงเงิน เกือบ 9 ล้านพอทวงถาม บอกว่ารอเงิน 88 ออก จะคืนให้ ต่อมา ไผ่ ลิกค์ ออกมาเผยว่าข่าวดังกล่าวนี้คืออดีตเลขาดิว ต่อมา มดดำ เผยอีกเรื่องดาราสาวคนหนึ่ง ยืมของมีค่ามูลค่ากว่า 62 ล้าน ยังไม่คืนเจ้าของ ปมดังกล่าวหลายคนพุ่งไปที่ดาราอักษรย่อ ด อร สร อีกครั้ง

ล่าสุด ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์ ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นที่เกิดขึ้นนี้ เนื่องจากปันปัน และดิว อริสรา อยู่ในสังกัดเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า  ได้ติดตามข่าวของ’ดิว อริสรา’บ้างไหม? ปันปัน กล่าวว่า “อ๋อ เห็นนะ แต่หนูไม่ได้คุยกับพี่ดิวส่วนตัวเลย มีอ่านในข่าวเฉยๆ (ไม่มีโอกาสได้คุยกันเลยเหรอ?) ไม่ได้เจอกันนานมาก นู้นเลยตั้งแต่แต่งงานที่ล่าสุดนะคะ (ตกใจกับข่าวไหม?) ตกใจ แต่หนูไม่ได้อ่านละเอียดขนาดนั้นนะ เห็นคนเขาพูดเห็นอะไรแบบนี้ ก็คือเป็นกำลังใจให้”

ไม่ได้สนิทสนมกันเหมือนเดิมแล้วเหรอ?  ก็คือถ้าเจอ ถ้าได้เจอถ้าได้คุยก็ให้กำลังใจ แต่ว่าหนูไม่ได้คุยกันเลย ไม่ได้ทักอะไรไปค่ะ มีสัมผัสได้ เขามีปัญหาแบบนี้ไหม? ปันปัน กล่าวอีกว่า คือตัวหนูไม่ได้เจอเรื่องนี้กับตัว เราก็เลยไม่รู้เรื่อง ไม่รู้เลยหนูเห็นแต่ในข่าวเหมือนกัน และก็ไม่ได้ถามคนรอบๆ ตัว เห็นแต่ในข่าว

ผู้สื่อข่าวถามต่ออีกว่า สังเกตจากการใช้ชีวิต เขามีโอกาสมีปัญหาแบบนี้ไหม? 

“คือหนูไม่ได้สนิท หนูเห็นพี่ดิวตามข่าวตามอะไรแบบนี้ แล้วหนูไม่ได้สนิทไม่ได้ไปแฮงค์เอาท์กับพี่เขา เราก็เลยไม่ได้รู้จักชีวิตส่วนตัวเขาเลย (ไม่ได้เจอกันนานแล้วใข่ไหม?) ใช่ แต่ก็เป็นกำลังใจให้ ก็ขอให้ผ่านทุกอย่างไปได้ด้วยดีค่ะ” ปันปัน กล่าว