มหาวิทยาลัยโคลัมเบียจัดสัมมนา เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของการศึกษาภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มหาวิทยาลัยโคลัมเบียจัดสัมมนา เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของการศึกษาภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มหาวิทยาลัยโคลัมเบียจัดสัมมนา เพื่อเน้นย้ำความสำคัญของการศึกษาภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.42 น.

“Weatherhead East Asian Institute” ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เพื่อสืบสานมรดกและสร้างสะพานเชื่อมชุมชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สถาบัน Weatherhead East Asian Institute (WEAI) ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยและการศึกษาที่มีชื่อเสียงด้านภูมิภาคเอเชียตะวันออก ภูมิภาคเอเชียในแถบอินเนอร์ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะจัดการประชุมที่อาคาร 140 Wireless เพื่อแสดงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการศึกษาภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์

การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือและการสนับสนุนจาก คุณนันทินี แทนเนอร์ กรรมการผู้จัดการบริษัท LBG Limited และผู้ก่อตั้งร่วมของ Thai Polo and Equestrian Club รวมถึงสมาคมนักเรียนเก่ามหาวิทยาลัยโคลัมเบียในกรุงเทพฯ โดยคุณฉัตรชัย ปิยสมบัติกุล ประธานสมาคมนักเรียนเก่ามหาวิทยาลัยโคลัมเบียในกรุงเทพฯ

ดร.เลียน-ฮัง เหงียน ผู้อำนวยการสถาบัน Weatherhead East Asian Institute จะกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “บทบาทของประเทศไทยในความเป็นสากลของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย” โดยจะเน้นถึงความสำคัญของการศึกษาภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแนะนำโครงการปริญญาโทด้านการศึกษาภูมิภาคเอเชียตะวันออก (MARSEA) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจของสถาบัน

ภายหลังการกล่าวปาฐกถาพิเศษ การเสวนาชุดแรกจะจัดขึ้นในหัวข้อ “การสร้างและอนุรักษ์มรดกภูมิภาค” โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่

•         เจมส์ เจิง ผู้อำนวยการหอสมุด C.V. Starr East Asian Library มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย

•         ซาราห์ เจสซัป ผู้อำนวยการฝ่ายความสัมพันธ์ภายนอกของสถาบัน WEAI

•         ลี เจ็ง เอียน ที่ปรึกษาและหัวหน้าฝ่ายความสัมพันธ์ระดับโลกของหอสมุดมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์

•         นาตาลี ปาง บรรณารักษ์มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์

•         รองศาสราจารย์ ดร.หนึ่งฤดี โลหผล ผู้อำนวยการโครงการ Digital Archive of Modernized Siam และหัวหน้าหน่วยวิจัย The Arc of Memory จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลั

การเสวนาชุดที่สองจะนำเสนอโดย เจมส์ เจิง และ โทนี่ บูย ศิลปินในพำนักของ WEAI และอาจารย์ประจำ Columbia School of the Arts โดยจะพูดคุยกับ ดาริล ยีป นักประวัติศาสตร์และนักเขียน ในหัวข้อการเดินทางของหนังสือ ตั้งแต่การวิจัย การตีพิมพ์ จนถึงการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์

สถาบัน Weatherhead East Asian Institute แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เป็นศูนย์บูรณาการสำหรับการวิจัยและการสอน ซึ่งรวมนักวิชาการและนักศึกษาจากหลากหลายสาขาในมหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ https://weai.columbia.edu/ หรือส่งคำถามมายังอีเมล weai@columbia.edu

-(016)

สยาม ทาคาชิมายะ อวดโฉม ‘Beauty Garden’ จุดประกายความงามจากภายในสู่ภายนอกกับบิวตี้และลองเจอเรย์

สยาม ทาคาชิมายะ อวดโฉม 'Beauty Garden' จุดประกายความงามจากภายในสู่ภายนอกกับบิวตี้และลองเจอเรย์

สยาม ทาคาชิมายะ อวดโฉม ‘Beauty Garden’ จุดประกายความงามจากภายในสู่ภายนอกกับบิวตี้และลองเจอเรย์

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.39 น.

สยาม ทาคาชิมายะ อวดโฉม “Beauty Garden” อัตลักษณ์ใหม่แห่งความงาม จุดประกายความงามจากภายในสู่ภายนอกกับบิวตี้และลองเจอเรย์แบรนด์ดังระดับโลก บนชั้น 1 สยาม ทาคาชิมายะ ณ ไอคอนสยาม

“สยาม ทาคาชิมายะ” ห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่นขนานแท้แห่งเดียวในไทย ณ ไอคอนสยาม เนรมิตโซนความงามสุดหรู “Beauty Garden” ยกเอาบรรยากาศสวนดอกไม้ที่รายล้อมด้วยบิวตี้แบรนด์ระดับโลกมากมายมาไว้บนชั้น 1 ให้คนรักความงามได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในการช็อปปิงผลิตภัณฑ์และบริการความงามแบบเหนือระดับ ท่ามกลางความสวยตระการตาของบรรดาดอกไม้หลากสีสัน พร้อมจัดแคมเปญโปรโมชั่นแบบจัดเต็ม ฉลองการเปิดโซนใหม่อย่างยิ่งใหญ่

มร.อัตสึชิ โอะคูโมริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม ทาคาชิมายะ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  “Beauty Garden เป็นโซนความงามใหม่ล่าสุด บนพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ของชั้น 1 ที่รวบรวมเครื่องสำอาง น้ำหอมและชุดชั้นในสตรีมาไว้ด้วยกันมากกว่า 40 แบรนด์ ภายใต้การออกแบบพื้นที่โดยบริษัท Urban Architects ที่เคยสร้างชื่อระดับโลกจากการออกแบบโครงการไอคอนสยาม จนคว้ารางวัล World Retail Awards 2019 ในสาขา Best Store Design of the Year จากสภาการค้าปลีกโลก โดย “Beauty Garden” ออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “Be Enchanted” ที่ศิลปิน คุณสันติพงษ์ คงรักษ์ นำปรากฏการณ์แสงเหนือ (Aurora) มาเป็นแรงบันดาลใจในการตกแต่ง โดยใช้ดอกไม้ประดับหลากสีสันสร้างเป็นเส้นสายที่มีมิติ มีความเคลื่อนไหวและไหลลื่น ดูร่วมสมัย ด้วยโทนสีอบอุ่นอ่อนหวานแบบเฟมินีน โดยมีไฮไลต์เป็นพื้นที่ตรงกลางที่เปรียบเหมือนสวนดอกไม้ขนาดยักษ์กว่า 500 ตารางเมตร รายล้อมด้วยบิ้วตี้แบรนด์ชั้นนำ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้เพลิดเพลินไปกับความงดงามของดอกไม้ สื่อถึงผลิตภัณฑ์อันเปี่ยมด้วยเสน่ห์และน่าหลงใหลที่ให้บริการในพื้นที่แห่งนี้”

นอกจากการออกแบบและตกแต่งที่สุดอลังการ ภายในโซน “Beauty Garden” ยังรวบรวมผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการเกี่ยวกับความงามมาให้เลือกสรรอย่างครบครัน ทั้งแผนกเครื่องสำอางและชุดชั้นในสตรี ยังมีความพิเศษที่การออกแบบร้านค้าแผนกเครื่องสำอางในรูปแบบ Shop In Shop มาพร้อมห้องทรีตเมนต์ให้สามารถบริการได้ครบจบในพื้นที่เดียว โดยมีสินค้าครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว, เครื่องสำอาง, ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม, แอคเซสซอรี่ และน้ำหอม รวมกว่า 50,000 รายการ รวมถึงเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์จากญี่ปุ่นอย่าง “HAKUHODO” แปรงแต่งหน้าระดับช่างมืออาชีพ ที่เปิดสาขาในประเทศไทยครั้งแรกอย่างเป็นทางการ

พบกับความเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ แบรนด์ “TOM FORD” ที่เปิดตัวช็อปในคอนเซปต์ใหม่ สาขาแรกของประเทศไทย ณ “Beauty Garden” สยาม ทาคาชิมายะ โดยผนวกรวมผลิตภัณฑ์บิวตี้และอายแวร์เข้าไว้ด้วยกัน พร้อมพื้นที่ให้คำปรึกษาส่วนตัวจาก Tom Ford Specialist และยังเปิด Runway Table Animation เป็นครั้งแรก เพื่อมอบประสบการณ์ The World of Tom Ford อย่างแท้จริง ด้าน “LA MER” นำเสนอประสบการณ์การช็อปปิงสุดหรูหราด้วยการออกแบบช็อปที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความงามของมหาสมุทร พร้อมเชิญสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษที่ Spa de La Mer ห้องทรีตเมนต์ที่จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายขั้นสูงสุด ด้วยบรรยากาศและเทคนิคการนวดอันเป็นเอกลักษณ์ของ La Mer และอีกหนึ่งแบรนด์ที่ไม่อยากให้พลาดคือ “JO MALONE” ที่รังสรรค์คอนเซปต์ร้านใหม่เพื่อตอกย้ำความงามเลอค่าสไตล์อังกฤษ ด้วยการตกแต่ง Cologne Intense Bay และจุดทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ Bath & Body Sink Bay ให้หรูหรา ยกระดับการค้นหากลิ่นหอมที่ไม่เหมือนใคร

สุดยอดแห่งการรอคอย! “CHARLOTTE TILBURY” แบรนด์เครื่องสำอางระดับโลกจากอังกฤษที่ได้รับรางวัลมากมายยกขบวนบิวตี้ไอเทมระดับตำนาน ทั้งเมคอัพหลากสีสันไปจนถึง สกินแคร์ตัวท็อปเตรียมเสิร์ฟให้สาวกบิวตี้ระดับลักชูรีได้ทดลอง เลือกใช้ และรับบริการความงามที่เสกลุคคุณให้ดูสวยเจิดจรัส และเปล่งประกายด้วยผลิตภัณฑ์ความงามระดับเวิลด์คลาส จากการสร้างสรรค์ของเมคอัพอาร์ทิสต์ชื่อดังระดับโลก Charlotte Tilbury MBE ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปีในการแต่งหน้าให้เหล่าซุปเปอร์สตาร์ เซเลบริตี้ และนางแบบชั้นนำ พร้อมสัมผัสความหรูหราเหนือระดับกับ “ESTEE LAUDER” ที่เปิด Skin Longevity Institute Concept ELX ครั้งแรกในประเทศไทย รวมถึง Facial Room ดีไซน์ใหม่ที่เรียบง่ายและมีระดับมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับ “L’OCCITANE” ซึ่งเปิด New Concept Shop-in-Shop แห่งแรกในไทย โดยออกแบบให้มีความหรูหราและมินิมัลลิสติก ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เข้าถึงง่าย และอบอุ่น สะท้อนถึงความเป็น Provence ต้นกำเนิดของแบรนด์ ส่วน “BALMAIN PARIS HAIR COUTURE” แบรนด์ทรงอิทธิพลระดับโลกที่มีมรดกตกทอดมายาวนานกว่า 50 ปี รังสรรค์ผลิตภัณฑ์สำหรับแส้นผมเปิด GLAM STATION ชวนสัมผัสประสบการณ์พิเศษกับ COUTURE STYLE EXPERIENCE บริการจัดแต่งทรงผมโดยช่างทำผมผู้เชี่ยวชาญ

นอกจากนี้ยังมี “POLA” แบรนด์เครื่องสำอางระดับเพรสทีจจากญี่ปุ่น กับ POLA Flagship Store แห่งแรกที่พร้อมจะพาทุกคนดำดิ่งสู่ความนิ่งสงบและเป็นส่วนตัว พร้อมคืนความงามให้ผิวพรรณและจิตใจอย่างสมดุลด้วยผลิตภัณฑ์อันเลอค่าและศาสตร์การนวดแบบฉบับของโพลา รวมถึง “SISLEY” ผู้นำผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม เมคอัพ และน้ำหอม จากประเทศฝรั่งเศส กับสุดยอดบริการการปรนนิบัตรผิวขั้นสุดและ HAIR RITUAL SERVICE เต็มรูปแบบเร็วๆ นี้ ด้านผลิตภัณฑ์ชุดชั้นในสตรีนำโดยแบรนด์ระดับท็อป “WACOAL” ที่ยกเอา LINGERIE SALON โฉมใหม่ภายใต้คอนเซปต์ The Beauty Of Lines มาไว้ใน “Beauty Garden” พร้อมคอลเลกชันหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์สำหรับทุกคน ทุกวัย และพบกับความพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำอีกมากมาย อาทิ CLE DE PEAU BEAUTE, DECORTE,  HOURGLASS, LAVELIER,  M.A.C, TRIUMPH, SABINA, GUY LAROCHE และ VINTEL

และเพื่อเป็นการฉลองเปิดโซนใหม่ “Beauty Garden” สยาม ทาคาชิมายะ มอบโปรโมชั่น 5 ต่อ ระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568

– ต่อที่ 1 ลดสูงสุด 20% (เฉพาะแบรนด์ที่ร่วมรายการ)

– ต่อที่ 2 สำหรับสมาชิก สยาม ทาคาชิมายะ รับ E-Coupon สูงสุด 12% เมื่อช็อปทุก 4,000 บาท รับ E-Coupon มูลค่า 200 บาท, ช็อปทุก 15,000 บาท รับ E-Coupon มูลค่า 1,000 บาท, ช็อปทุก 40,000 บาท รับ E-Coupon มูลค่า 3,500 บาท, ช็อปทุก 65,000 บาท รับ E-Coupon มูลค่า 6,500 บาท และช็อปทุก 100,000 บาท รับ E-Coupon มูลค่า 12,000 บาท

– ต่อที่ 3 สำหรับสมาชิก ONESIAM รับ SIAM GIFT CARD สูงสุด 2,000 บาท เมื่อช็อป 100,000 บาทขึ้นไป

– ต่อที่ 4 รับทันที บัตรกำนัลสยาม ทาคาชิมายะ สูงสุด 3,800 บาท เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตสยาม ทาคาชิมายะ (เฉพาะแบรนด์ที่ร่วมรายการ)

– ต่อที่ 5 พิเศษ ช็อปครบ 4,000 บาท ขึ้นไป รับเพิ่มฟรี! เครื่องดื่มมัทฉะชาเขียวญี่ปุ่นจากร้าน BOTANICO มูลค่า 200 – 240 บาท จำนวน 1 แก้ว (จำกัด 800 สิทธิ์ ตลอดรายการ วันที่ 14 ก.พ. – 31 มี.ค. 68)

มาเพลิดเพลินไปกับสวนแห่งความงามที่จะมอบความสุขและความสวยให้กับทุกคนได้ที่โซน “Beauty Garden” ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้า สยาม ทาคาชิมายะ ไอคอนสยาม ไม่อยากพลาดข้อมูลดี ๆ ติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ที่ Facebook: SIAM Takashimaya

-(016)

ผลงานนวัตกรรม จาก มทร.ธัญบุรี คว้ารางวัล ‘WIIPA Special Award และ Gold Medal’

ผลงานนวัตกรรม จาก มทร.ธัญบุรี คว้ารางวัล ‘WIIPA Special Award  และ Gold Medal’

ผลงานนวัตกรรม จาก มทร.ธัญบุรี คว้ารางวัล ‘WIIPA Special Award และ Gold Medal’

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.24 น.

นวัตกรรมวัสดุอัดชีวภาพจากของเหลือทิ้งในภาคการเกษตร สำหรับอาคารสำเร็จรูปส่งตรงจากหน่วยวิจัยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี “นวัตกรรมวัสดุอัดชีวภาพจากของเหลือทิ้งในภาคการเกษตร สำหรับอาคารสำเร็จรูป” ผลงานของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประชุม คำพุฒ นักวิจัยและอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ คว้ารางวัล WIIPA Special Award จาก World Invention Intellectual Property  Associations (WIIPA) และรางวัล Gold Medal จาก Association of Polish Inventors and Rationalizers การประกวดในงาน “The 18th International Warsaw Invention Show (IWIS 2024)” ผลงานเรื่อง “BioWood: Innovative Use of Biomass for High-Performance Artificial Construction Materials (ไม้ชีวภาพ: นวัตกรรมการใช้ชีวมวลเพื่อวัสดุไม้เทียมประสิทธิภาพสูงสำหรับงานก่อสร้าง)” จัดโดย Association of Polish Inventors and Rationalizers ณ Warsaw University of Technology กรุงวอร์ซอ สาธารณรัฐโปแลนด์

ผศ.ดร.ประชุม เผยว่า จากปัญหาค่าฝุ่น P.M.2.5 จากการเผาวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไข บวกกับภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างต้องการลดการใช้ปูนซีเมนต์ เนื่องจากคอนกรีตมีค่าการปลดปล่อยคาร์บอนที่สูง และต้องการกลับมาพัฒนาการใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นไม้ธรรมชาติ การนำวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาผลิตเป็นวัสดุทดแทนไม้ในทุกชิ้นส่วนของอาคารอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย แผ่นไม้ โครงเคร่าไม้ อิฐไม้ และผนังแบบแซนด์วิช ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ยังไม่ได้มีภายในประเทศ สามารถตอบโจทย์สถานการณ์การของโลกในปัจจุบัน และเป็นที่ต้องการของตลาดสมัยใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากข้อมูลการตลาดของวัสดุทดแทนไม้พบว่า ประเทศไทยเป็นตลาดของวัสดุทดแทนไม้ที่สำคัญของอาเซียน โดยผลิตวัสดุทดแทนไม้เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมากที่สุดแล้วยังมีการส่งออกไปยังต่างประเทศมากถึงร้อยละ 50 ของกำลังการผลิต หรือประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

โดยกระบวนการผลิต นวัตกรรมวัสดุอัดชีวภาพจากของเหลือทิ้งในภาคการเกษตร เป็นการพัฒนาระดับเทคโนโลยีของเครื่องจักรให้มีขนาดใหญ่ขึ้นในระดับ SME สำหรับรองรับการผลิตจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ โดยเครื่องจักรใหม่ที่ผลิตขึ้น สามารถผลิตชิ้นงาน แผ่นไม้อัดและผนังแซนด์วิช ได้ขนาดมากกว่า 50 x 30 ตร.ซม. ส่วนไม้โครงเคร่ามีขนาดยาวมากกว่า 1.00 – 3.00  ม. ซึ่งเป็นขนาดที่มีการผลิตและจำหน่ายเทียบเท่ากับไม้จริงในท้องตลาด โดยเครื่องจักรใหม่มีความสูงการฟอร์มรูปชิ้นงานก่อนเข้าเครื่องถึง 50 ซม. มีการอัดแบบอัตโนมัติ ใช้ไฮดรอลิกขนาด 100 ตัน แรงดัน 20 บาร์ อุณหภูมิเครื่องสามารถตั้งได้สูงถึง 250 องศาเซลเซียส ระยะเวลาในการผลิตชิ้นงานประมาณ 7 – 30 นาที ขึ้นอยู่กับความหนาชิ้นงานและชนิดของชีวมวลที่นำมาใช้งาน การอัดแผ่นวัสดุชีวภาพใช้ของเหลือจากภาคเกษตร อาทิ มาบดย่อยลดขนาดให้พอเหมาะแล้วนำมาผสมกับสารเชื่อมประสานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขึ้นรูปด้วยความร้อน ได้เป็นแผ่นอัดที่ทดแทนไม้จริง ได้มาตรฐานการก่อสร้าง สำหรับนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ แผ่นไม้อัดขนาด 30 x 30 ตร.ซม. สำหรับแปรรูปเป็นปาร์เกต์ แผ่นไม้อัดขนาด 50 x 30 ตร.ซม. สำหรับแปรรูปเป็นฝ้าเพดาน ไม้โครงเคร่าขนาด 1.1/2×3 นิ้ว  ยาว 1.00 – 3.00 ม. อิฐไม้เทียมขนาด 3 x 6 x 14 ลบ.ซม. และผนังแซนด์วิชขนาด 40 x 20 ตร.ซม.

ผลิตภัณฑ์วัสดุทดแทนไม้ที่เป็นวัสดุชีวภาพในลักษณะของชิ้นส่วนไม้เทียมที่ทำมาจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร คือ แผ่นไม้ โครงเคร่าไม้ อิฐไม้ และผนังแบบแซนด์วิช สามารถใช้ทำเป็นชิ้นส่วนประกอบในการก่อสร้างอาคารไม้สำเร็จรูป (น็อคดาวน์) สำหรับธุรกิจก่อสร้างและตกแต่ง ที่ประหยัดพลังงาน กันเสียง ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมวัสดุอัดชีวภาพจากของเหลือทิ้งในภาคการเกษตร สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: หน่วยวิจัยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  อีเมล : prachoom_k@rmutt.ac.th โทรศัพท์ 02- 5493410

-(016)

Black Magic เปิดตัว ‘ซงจีอา’ แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก จุดกระแสความงามระดับโลก!

Black Magic เปิดตัว ‘ซงจีอา’ แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก จุดกระแสความงามระดับโลก!

Black Magic เปิดตัว ‘ซงจีอา’ แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก จุดกระแสความงามระดับโลก!

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.14 น.

ความร่วมมือระดับพรีเมียม สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการอาหารเสริมไทยแบล็คเมจิก (Black Magic) แบรนด์อาหารเสริมระดับพรีเมียมที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทย สร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ในวงการ เมื่อประกาศเปิดตัว ซงจีอา (Song Jia) หรือ FreeZia อินฟลูเอนเซอร์สาวสุดฮอตจากรายการเรียลลิตี้ Single’s Inferno ซีซั่นแรก เป็น แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของแบรนด์

การเปิดตัวอย่างเป็นทางการจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในงาน “Into The Black Forest” ณ ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ปลายปี 2024 โดย ซงจีอา บินตรงจากเกาหลีใต้มาร่วมงาน สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ และผู้ที่อยู่ในวงการความงาม ด้วยภาพลักษณ์ที่หรูหรา มีเสน่ห์ และเต็มไปด้วยเอกลักษณ์อันเป็นที่จดจำ

สิ่งที่ทำให้ Black Magic แตกต่างจากอาหารเสริมทั่วไป คือ นวัตกรรมระดับโลก ที่มาพร้อมกับ 4 เทรดมาร์คสำคัญ ได้แก่

•         Liposovit-C – วิตามินซีรูปแบบใหม่ดูดซึมได้ดีขึ้น

•         ubIQsome – นวัตกรรมช่วยให้สารอาหารซึมซับได้มีประสิทธิภาพ

•         Delphinol – สารสกัดจากเบอร์รี่เข้มข้น ช่วยเรื่องผิวพรรณ

•         Setria – กลูต้าไธโอนบริสุทธิ์ 99.9% ในรูปแบบฟอร์มรีดิวซ์

ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล และบรรจุในแคปซูลจากธรรมชาติที่ปลอดภัย ตอกย้ำภาพลักษณ์ “อาหารเสริมแห่งอนาคต” ที่ผู้บริโภคมั่นใจได้

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่เรียกเสียงฮือฮา คือการที่ ซงจีอา สวมชุดไทย พิงค์สุมาลย์ สีชมพูหวาน พร้อมกล่าวคำทักทายแฟนๆ เป็นภาษาไทยอย่างน่ารัก “ไว้เจอกันใหม่นะคะ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง รักทุกคนมาก ๆ ค่ะ” โมเมนต์นี้ไม่เพียงสะท้อนความใส่ใจของแบรนด์ต่อวัฒนธรรมไทย แต่ยังช่วยผลักดันชุดไทยให้เป็น Soft Power ที่สามารถสร้างกระแสบนเวทีระดับนานาชาติ ตอกย้ำความหรูหรา ด้วยงานเปิดตัวระดับไฮแฟชั่น เพื่อเป็นการต้อนรับ แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลก สื่อแฟชั่นชั้นนำ อาทิ L’Officiel, Tatler, Ellemen, Bazaar และ Vogue ร่วมกันจัดงาน Afternoon Tea ให้การต้อนรับอย่างเป็นทางการ

ปิดท้ายด้วยคำยืนยันจาก ซงจีอา ที่กล่าวถึงแบล็คเมจิกว่า “ในฐานะคนที่ต้องดูแลตัวเองตลอดเวลา การมีตัวช่วยที่ใช่และปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญมาก แบล็คเมจิกตอบโจทย์การดูแลผิวของดิฉันได้อย่างลงตัว” คำกล่าวนี้ตอกย้ำถึงคุณภาพและมาตรฐานของ Black Magic ในฐานะ แบรนด์อาหารเสริมระดับพรีเมียม ที่พร้อมก้าวไกลสู่ตลาดสากล

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: http://www.facebook.com/jimmyyoung.co  และ https://www.tiktok.com/@jimmyyoung.official

-(016)

ม.เกษตรศาสตร์ ชวนทุกคนทุกวัย ร่วมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่าน ‘KUMOOC x KULiNK’ เรียนฟรี มีใบเซอร์

ม.เกษตรศาสตร์ ชวนทุกคนทุกวัย ร่วมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่าน ‘KUMOOC x KULiNK’ เรียนฟรี มีใบเซอร์

ม.เกษตรศาสตร์ ชวนทุกคนทุกวัย ร่วมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่าน ‘KUMOOC x KULiNK’ เรียนฟรี มีใบเซอร์

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.12 น.

KUMOOC x KULiNK (เค-ยู–ลิงค์) คือ แพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ ที่เปิดให้ประชาชนทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย เลือกเรียนในวิชาที่ต้องการได้ไม่จำกัดช่วงเวลา สถานที่ เรียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย และได้รับประกาศนียบัตรการเข้าเรียนเมื่อครบหลักสูตร ผ่านช่องทาง KUMOOC.ku.th บริหารจัดการองค์ความรู้โดยสำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ด้วยสถานการณ์ของโลกที่มีความผันผวนไม่แน่นอนในยุคปัจจุบัน การสร้างสมรรถนะกำลังคนซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญยิ่งของชาติให้พร้อมรับ รู้เท่าทันสถานการณ์ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศจึงเป็นบทบาทสำคัญของทุกภาคส่วน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นสถาบันการศึกษามีภารกิจในการสร้างสมรรถนะกำลังคนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของประเทศและของโลกให้กับทรัพยากรบุคคลทุกช่วงวัย รวมทั้งสร้างต้นแบบสังคมแห่งการเรียนรู้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สังคม และชุมชน จึงมอบหมายให้สำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต (สพร.) รวบรวมองค์ความรู้ศาสตร์แห่งแผ่นดินของมหาวิทยาลัย โดยจัดทำชุดวิชาเพื่อถ่ายทอดสู่สาธารณะในรูปแบบแพลตฟอร์มออนไลน์ KUMOOC x KULiNK (เค-ยู–ลิงค์) หรือ KU Lifelong learning Integrated Knowledge of the land บทเรียนออนไลน์แบบเปิดมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นับเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่รวมทุกศาสตร์แห่งแผ่นดินของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไว้ในที่เดียว เป็นศูนย์กลางแห่งความรู้ที่สามารถเข้าถึงได้สะดวกในยุคดิจิทัล เสมือนเป็น Single Gateway to KU ช่องทางเชื่อมต่อหลักของการเข้าถึงความรู้ทางวิชาการของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์

แพลตฟอร์มดังกล่าวได้รวบรวมรายวิชาที่น่าสนใจทั้งจาก คณะ สำนัก สถาบันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขับเคลื่อนตามนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) เหมาะกับนักเรียน นิสิต นักศึกษา บุคลากรวัยทำงาน และผู้ต้องการพัฒนาตนเองทุกช่วงวัย อายุ การศึกษา ให้สามารถ upskill, reskill, new skill โดยไม่จำกัดสถานที่ เวลา เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีรายวิชาที่น่าสนใจจำนวนมาก อาทิ อาหาร วนศาสตร์ สังคม วิทยาศาสตร์ เกษตร เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม ธุรกิจ ภาษา และสุขภาพ สมัครเรียนฟรี พร้อมได้รับใบ Certificate of completion เมื่อเรียนจบ ในขณะนี้มี 25 รายวิชาให้เรียนรู้ และกำลังบรรจุเพิ่มขึ้นเร็ว ๆ นี้

ผู้สนใจลงทะเบียนเรียนผ่าน https://kumooc.ku.th หรือ แสกน QR code สอบถามรายละเอียดติดต่อ สำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทร 0 2942 8822 ต่อ 509, 500

-(016)

ชวนทุกคนมาเติมความสุข อร่อยฉ่ำ กับ ‘Cornista’ ที่ Donki

ชวนทุกคนมาเติมความสุข อร่อยฉ่ำ กับ 'Cornista' ที่ Donki

ชวนทุกคนมาเติมความสุข อร่อยฉ่ำ กับ ‘Cornista’ ที่ Donki

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.09 น.

บริษัท เชียงใหม่โฟรเซ่นฟูดส์ จำกัด มหาชน ชวนทุกคนมาเติมความสุข อร่อยฉ่ำ กับ “Cornista” ข้าวโพดหวานฟรีซดราย รสชาติเข้มข้น หอมหวาน กรอบอร่อย ผลิตจากเมล็ดข้าวโพดหวานแท้ 100% พร้อมประโยชน์หลากหลาย ไฟเบอร์สูงที่ดีต่อระบบขับถ่าย อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ รับรองฟินทุกคำ เคี้ยวเพลินไม่มีหยุด!

มาพร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม ตลอดเดือนมีนาคมนี้ จากราคาปกติซองละ 20 บาท โปรโมชั่น ซื้อ 2 แถม 1 ทั้ง 2 รสชาติ รสไวท์ช็อกโกแลต และคาราเมลบัตเตอร์ แค่ฉีกซองอร่อยได้ทันที ทุกที่ ทุกเวลา รีบพุ่งตัวไปจัด Cornista ทั้ง 2 รสชาติ มาลองกันได้แล้วที่ Donki  ตั้งแต่วันที่ 1-31 มีนาคม 2568 และ Foodland ตั้งแต่วันที่ 7-19 มีนาคม 2568 ทุกสาขา

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่  https://www.facebook.com/CornistaTH หรือโทร. 02-634-0061-4 และ Email: Sales@cmfrozen.com

Pacificlinks Thailand เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมมุ่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมกอล์ฟไทยให้เติบโต

Pacificlinks Thailand เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมมุ่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมกอล์ฟไทยให้เติบโต

Pacificlinks Thailand เปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมมุ่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมกอล์ฟไทยให้เติบโต

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.01 น.

Pacificlinks Group ผู้ให้บริการเครือข่ายสมาชิกกอล์ฟระดับพรีเมียมและแพ็กเกจท่องเที่ยวชั้นนำระดับนานาชาติ จนกระทั่งปี 2025 ได้มาเปิดตัวที่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการด้วยการบริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับสมาชิกแบบครบวงจรไว้ในที่เดียว ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ Pacificlinks Group ที่จะมอบสิทธิประโยชน์สุดคุ้มให้แก่สมาชิกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พร้อมทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรมกอล์ฟไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับเกียรติจาก MR. Larry Wang ประธาน Pacificlinks Group เป็นประธานในงานแกรนด์โอเพนนิ่ง ณ สนามโรบินส์วูด กอล์ฟ คลับ จังหวัดปทุมธานี

ในฐานะเครือข่ายสมาชิกกอล์ฟชั้นนำระดับโลก Pacificlinks Thailand มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์กอล์ฟที่เหนือระดับให้กับสมาชิก ได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย ได้แก่

● สิทธิ์เข้าใช้สนามกอล์ฟระดับโลก: สมาชิกสามารถออกรอบในสนามกอล์ฟพันธมิตรของ Pacificlinks Group กว่า 1,000 แห่ง 50 ประเทศทั่วโลก พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษและบริการระดับพรีเมี่ยม

● แพ็กเกจท่องเที่ยวกอล์ฟสุดหรู: สมาชิกสามารถเพลิดเพลินไปกับแพ็กเกจท่องเที่ยวกอล์ฟที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในรูปแบบของคุณเอง

● สิทธิพิเศษในการเข้าร่วมชมการแข่งขันกอล์ฟระดับนานาชาติ: สมาชิกสามารถรับสิทธิ์เข้าชม รวมถึงโอกาสพบปะกับนักกอล์ฟชั้นนำจากทั่วโลก

● สิทธิประโยชน์เฉพาะสำหรับสมาชิกประเทศไทย: Pacificlinks Thailand ร่วมมือกับสนามกอล์ฟชั้นนำของไทย เพื่อมอบข้อเสนอพิเศษเฉพาะสำหรับสมาชิกนักกอล์ฟในประเทศ ให้สามารถดื่มด่ำกับประสบการณ์ออกรอบได้อย่างไร้กังวล

Mr.Larry Wang ประธานของ Pacificlinks Group เปิดเผยว่า “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางกอล์ฟที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ด้วยสนามกอล์ฟคุณภาพสูงและการแข่งขันระดับมืออาชีพมากมาย เราหวังว่าจะใช้ประโยชน์จากเครือข่ายระดับโลกและบริการที่ล้ำสมัยของ Pacificlinks เพื่อมอบประสบการณ์สมาชิกที่มีคุณค่าแก่ชุมชนกอล์ฟในไทย และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกอล์ฟของประเทศให้ก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ”

นอกจากสิทธิประโยชน์สุดพิเศษที่มอบให้กับสมาชิกได้สนุกกับสนามกอล์ฟระดับโลก Pacificlinks Thailand มุ่งมั่นในการขับเคลื่อนนวัตกรรมในอนาคต เพื่อเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมกอล์ฟไทย พัฒนาอีโคซิสเต็มระดับสากล ได้แก่

● เพิ่มอัตราการใช้สนามกอล์ฟ: ด้วยเครือข่ายสมาชิกทั่วโลกของ Pacificlinks Group สนามกอล์ฟในประเทศไทยจะดึงดูดนักกอล์ฟระดับพรีเมี่ยมจากต่างประเทศ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสนาม

● กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงกีฬา: Pacificlinks Thailand มีบริการแบบครบวงจร “กอล์ฟ + ท่องเที่ยว” เพื่อดึงดูดนักกอล์ฟจากทั่วโลกมายังประเทศไทย พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น โรงแรม ร้านอาหาร และการคมนาคม

● ผลักดันความร่วมมือด้านการแข่งขันระดับโลก: Pacificlinks Thailand ร่วมมือกับพันธมิตร ภาคีเครือข่ายในประเทศไทย นำการแข่งขันระดับนานาชาติเข้ามาสู่ประเทศ เพิ่มโอกาสให้วงการกอล์ฟไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

การเปิดตัวของ Pacificlinks Thailand ถือเป็นก้าวสำคัญสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต ซึ่ง Pacificlinks Group ยังคงยึดมั่นในหลักการและการบริการที่เป็นเลิศ ในการส่งมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยมให้กับสมาชิกทั่วโลก รวมถึงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกอล์ฟไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีระดับนานาชาติ

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Pacificlinks (PLT) ได้ที่เว็บไซต์ https://www. pacificlinksthailand .com/th/

-(016)

เปิดมุมมองการประเมินคุณภาพภายนอกปี 2567 – 2571 รูปแบบ ‘การประเมินเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา’

เปิดมุมมองการประเมินคุณภาพภายนอกปี 2567 – 2571  รูปแบบ ‘การประเมินเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา’

เปิดมุมมองการประเมินคุณภาพภายนอกปี 2567 – 2571 รูปแบบ ‘การประเมินเพื่อพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา’

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.36 น.

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการประกันคุณภาพการศึกษา ผ่านการประเมินคุณภาพภายนอกเพื่อให้มั่นใจว่าการศึกษาไทยมีมาตรฐานและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ภายใต้กรอบแนวทางการประกันคุณภาพภายนอกสถานศึกษา พ.ศ. 2567-2571 สมศ. ได้ร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินคุณภาพภายนอกที่เหมาะสม โดย สมศ. มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่สถานศึกษาสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และสอด คล้องกับบริบทของสถานศึกษา ซึ่งที่ผ่านมา สมศ. ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต้นสังกัดและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานศึกษาเกิดการตื่นตัว และตระหนักถึงความสำคัญว่าการประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ. นั้นไม่ได้เป็นการสร้างภาระ แต่เป็นการ “ประเมินเพื่อพัฒนา” ให้สถานศึกษาทราบจุดเด่นเพื่อต่อยอด ทราบจุดบกพร่องเพื่อพัฒนา และที่สำคัญเป็นการสร้างความตระหนักว่าการประเมินคุณภาพภายนอก เป็นระบบที่ช่วยสะท้อนภาพที่แท้จริงของสถานศึกษาและคุณภาพการเรียนการสอนว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดหรือไม่ ทำให้สถานศึกษาได้เห็นจุดแข็งและจุดที่ควรพัฒนาของตนเองได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ดร.รัตติกร ทองเนตร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธร เปิดเผยว่า ปัจจัยที่จะช่วยขับเคลื่อนการประกันคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพและเกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรม สถานศึกษาต้องมีการบูรณาการการประกันคุณภาพภายในและภายนอกให้เป็นเสมือนงานเดียวกัน ทั้งนี้ ได้จัดโครงการที่จะช่วยส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานการประกันคุณภาพของสถานศึกษา เช่น โครงการส่งเสริมพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อให้การประกันคุณภาพภายในเข้มแข็ง รวมถึงสื่อสาร แนวทางการขับเคลื่อนให้ไปในทิศทางเดียวกันเพื่อที่จะประสบความสำเร็จและเดินหน้าไปพร้อมกัน  ซึ่งปัจจัยความสำเร็จของการประกันคุณภาพของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (ศรีสะเกษ – ยโสธร) คือการที่บุคลากรในพื้นที่ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ผู้อำนวยการกลุ่ม ประธานสหวิทยาเขตทั้ง 12 แห่ง และผู้บริหารทุกสถานศึกษาทั้ง 83 แห่งในพื้นที่ ถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการประกันคุณภาพให้มีประสิทธิภาพ พร้อมกับจัดประชุมในรูปแบบ Online ให้กับสถานศึกษาในสังกัดทุกแห่ง เพื่อสื่อสารและสร้างความเข้าใจที่ตรงกันในแต่ละมาตรฐานและตัวชี้วัด ว่าจะต้องเตรียมการอย่างไรบ้าง สถานศึกษาต้องเขียนรายงานอย่างไรที่จะให้เห็นข้อมูลที่ชัดเจน พร้อมให้คำปรึกษาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันว่าทำอย่างไรให้งานที่สถานศึกษาดำเนินการอยู่แล้ว ให้เป็นวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ หรือเป็นแบบอย่างที่ดี ตลอดจนสิ่งที่จะนำมาประกอบในการประเมินในแต่ละมาตรฐาน และตัวชี้วัดว่าจะต้องมีอะไรบ้าง ควบคู่ไปกับการให้ศึกษานิเทศก์รับผิดชอบไปนิเทศสถานศึกษาแบบบูรณาการ เป็นพี่เลี้ยง ช่วยเหลือ และดูแลสถานศึกษาว่าในแต่ละตัวชี้วัด สถานศึกษาสามารถดำเนินการได้ถึงระดับไหน พร้อมกับให้ศึกษานิเทศก์ดูแลว่าสถานศึกษานั้นๆ จำเป็นต้องเพิ่มเติมสิ่งใดให้ครบถ้วน โดยไม่ต้องทำอะไรใหม่เนื่องจากเป็นสิ่งที่สถานศึกษาได้ดำเนินการเป็นปกติอยู่แล้ว จึงเป็นการง่ายต่อการพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอกจาก สมศ.

สิ่งสำคัญคือสถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องบูรณาการร่วมกันในเรื่องของการประกันคุณภาพภายในและการประกันคุณภาพภายนอก โดยทำให้เป็นกิจวัตร พร้อมทั้งนำนวัตกรรม ตลอดจนเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้เพื่อความสะดวกรวดเร็ว หากสถานศึกษามีคุณภาพก็จะทำให้บุคลากรในสถานศึกษามีคุณภาพ และสามารถสร้างให้ผู้เรียนเป็นคนดี คนเก่ง และเป็นคนมีคุณภาพ ซึ่งถ้ามีผู้เรียนที่มีคุณภาพจำนวนมากจะเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติต่อไป ดร.รัตติกร กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน ดร.จิตตนาถ สิงห์โต ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย กล่าวว่า โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย ได้เข้ารับการประเมินคุณภาพภายนอกจาก สมศ. เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา พบว่ามาตรฐานตัวชี้วัดของ สมศ. ตามกรอบแนว ทางการประกันคุณภาพภายนอกสถานศึกษา พ.ศ. 2567-2571 มีความสอดคล้องกับมาตรฐานตัวชี้วัดของ สพฐ. อยู่แล้ว เพียงแต่ในการเข้ารับการประเมินคุณภาพภายนอกจาก สมศ. นั้น สถานศึกษาจะต้องมีการเตรียมการวางแผน โดยเฉพาะในเรื่องของการทบทวนตัวชี้วัดของ สมศ. รวมทั้งแผนงานของโครงการที่เกี่ยวข้องในแต่ละมาตรฐานเกี่ยวกับกระบวนการและวิธีการที่ได้มาซึ่งความสำเร็จทั้งของผู้เรียน หรือของบุคลากร หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลที่สำคัญเป็นอย่างมากคือ ข้อเสนอแนะจากการประเมินคุณภาพภายนอกในรอบที่ผ่านมา สถานศึกษาได้นำมาใช้ในการปรับปรุงพัฒนาในโครงการใดบ้าง เพื่อเป็นการพัฒนาต่อยอดการดำเนินงานของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง ปัญหาของสถานศึกษาขนาดใหญ่และสถานศึกษาขนาดเล็กนั้นมีความแตกต่างกันตามบริบทของสถานศึกษา สถานศึกษาขนาดเล็กส่วนมากจะมีบุคลากรน้อย ทำให้ข้อมูลมักอยู่ที่บุคคลเพียงคนเดียวซึ่งอาจจะต้องรับผิดชอบค่อนข้างมาก แต่มีข้อดีคือสามารถบูรณาการได้ง่ายและคล่องตัวในการดำเนินงาน ส่วนสถานศึกษาขนาดใหญ่ จะแยกเป็นแต่ละฝ่ายที่มีหน้าที่ดูแลเป็นรายตัวชี้วัด ทำให้เก็บข้อมูลยาก เพราะมีผู้ดูแลจำนวนหลายคน แต่ทุกปัญหาอยู่ที่การบริหารจัดการ โดยเฉพาะตัวผู้บริหารเองที่จะต้องเป็นผู้ประสานงานให้ได้มาซึ่งข้อมูลตามตัวชี้วัด เพื่อจัดทำรายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR)

ดร.จิตตนาถ กล่าวเพิ่มเติมว่า งานประกันคุณภาพเป็นการเชื่อมโยงกันระหว่างประกันคุณภาพภายในและประกันคุณภาพภายนอก ที่ผู้บริหารสถานศึกษาต้องดำเนินการขับเคลื่อนเพราะเป็นหน้าที่หนึ่งของการบริหารจัดการศึกษา ถ้าการขับเคลื่อนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีการเก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานเชิงประจักษ์อยู่แล้ว สถานศึกษาไม่ต้องกังวลในเรื่องการรับการประกันคุณภาพภายนอก เพราะผู้ประเมินภายนอกจะสามารถเห็นได้ถึงการทำงานและความตั้งใจในการดำเนินงานที่สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาสถานศึกษา

040

ดร.รัตติกร ทองเนตร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธร

ดร.รัตติกร ทองเนตร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาศรีสะเกษ ยโสธร

ดร.จิตตนาถ สิงห์โต ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย

ดร.จิตตนาถ สิงห์โต ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย

AVALON ร่วมมือ ANETA GAJOS นำศิลปะ One Line Drawing สู่เครื่องประดับไทย

AVALON ร่วมมือ ANETA GAJOS นำศิลปะ One Line Drawing สู่เครื่องประดับไทย

AVALON ร่วมมือ ANETA GAJOS นำศิลปะ One Line Drawing สู่เครื่องประดับไทย

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.14 น.

AVALON ร่วมมือ ANETA GAJOS นำศิลปะ One Line Drawing สู่เครื่องประดับไทย เชื่อมโยงศิลปะไทย-โปแลนด์ พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมเครื่องประดับไทยสู่เวทีโลก

AVALON ประสบความสำเร็จในการจัดเวิร์กช็อป “One Line Drawing & Art Jewelry” ภายในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair (BGJF) ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ตอกย้ำแนวคิดการเชื่อมโยงศิลปะกับเครื่องประดับไทยในระดับนานาชาติ

เวิร์กช็อปนี้เป็นการร่วมมือระหว่าง AVALON และ ANETA GAJOS ศิลปินระดับนานาชาติจากโปแลนด์ ที่นำเทคนิค One Line Drawing ซึ่งเป็นศิลปะการวาดเส้นต่อเนื่องที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมพลัง มาผสานเข้ากับแรงบันดาลใจจาก ดอกพิกุล ดอกไม้ไทยโบราณที่เป็นสัญลักษณ์แห่ง ความมั่นคง ความรุ่งเรือง และความงามเหนือกาลเวลา เพื่อสร้างสรรค์งานออกแบบเครื่องประดับร่วมสมัยที่สามารถเข้าถึงได้ในระดับสากล

ความสำเร็จของเวิร์กช็อปนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยให้ก้าวสู่ตลาดโลก โดยเฉพาะในงาน Bangkok Gems & Jewelry Fair (BGJF) ที่เป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพของเครื่องประดับไทย

เวิร์กช็อปนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการ ส่งเสริม Soft Power ไทย ในการเผยแพร่ เครื่องประดับไทยสู่เวทีนานาชาติ ผ่านการผสมผสานศิลปะไทยเข้ากับมุมมองร่วมสมัยระดับโลก ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ AVALON ที่มุ่งเน้นการ เชื่อมโยงศิลปะ วัฒนธรรม และเครื่องประดับไทย เข้ากับศิลปินระดับโลก เพื่อนำเสนอผลงานที่มีเอกลักษณ์และสามารถเข้าถึงได้ในวงกว้าง

AVALON ยังคงเดินหน้าพัฒนากิจกรรมและคอลเลกชันที่สะท้อนถึงความงดงามของศิลปะไทย พร้อมขับเคลื่อนเครื่องประดับไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก ผ่านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมการออกแบบ

ติดตามกิจกรรมและผลงานของ AVALON ได้ที่ Website: www.avalonjewel.com Facebook: AVALON Jewelry

คาร์เทียร์รังสรรค์ “Trinity” ในดีไซน์ใหม่ ผสานลวดลายสรรพสัตว์แห่งเมซง และจิวเวลรีทรงคุชชั่น

คาร์เทียร์รังสรรค์ “Trinity” ในดีไซน์ใหม่  ผสานลวดลายสรรพสัตว์แห่งเมซง และจิวเวลรีทรงคุชชั่น

คาร์เทียร์รังสรรค์ “Trinity” ในดีไซน์ใหม่ ผสานลวดลายสรรพสัตว์แห่งเมซง และจิวเวลรีทรงคุชชั่น

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.11 น.

คาร์เทียร์ (Cartier) แบรนด์เครื่องประดับและนาฬิกาสัญชาติฝรั่งเศส เฉลิมฉลองการสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์อย่างต่อเนื่อง ของสามวงแหวนที่สอดประสานกันเป็นดีไซน์อันโดดเด่นเหนือกาลเวลา ความเรียบง่ายแสนบริสุทธิ์ของจิวเวลรีชิ้นไอคอน Trinity มอบแรงบันดาลใจให้เกิดชิ้นงานใหม่ ทั้งรูปทรง ขนาด ลวดลาย และวิธีสวมใส่

จากฝีมือการรังสรรค์ของหลุยส์ คาร์เทียร์ในปี 1924  คอลเลคชั่นทรินิตี้ (Trinity) ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในรูปแบบของแหวนที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์และเป็นที่นิยม ตลอดปี 2024 ที่ผ่านมา คาร์เทียร์จึงเฉลิมฉลองการครบรอบ 100 ปี
ของแหวนเปี่ยมคุณค่าและความหมายนี้ ผ่านงานนิทรรศการทั้งสามแห่งที่จัดขึ้น ณ มหานครนิวยอร์ก กรุงลอนดอน
และกรุงปารีส

การเฉลิมฉลองยังคงดำเนินต่อในรูปแบบของนิทรรศการป๊อปอัปสุดพิเศษที่เดินทางจากเซี่ยงไฮ้ไปจนถึงสิงคโปร์ โตเกียว และไมอามี ภายในแต่ละห้องจัดแสดงประสบการณ์แบบอิมเมอร์ซีฟ คาร์เทียร์นำเสนอชิ้นงาน Trinity ในรูปแบบใหม่ รวมถึงแหวนทรงคุชชั่น (Cushion Ring) ในแบบโมดูลาร์ และกำไลขนาด XL ที่เมซงนำกลับมาอีกครั้ง การเดินทางสำรวจเชิงสร้างสรรค์ของคอลเลคชั่น Trinity ยังดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยคาร์เทียร์ได้นำลวดลายสัตว์มารวมไว้ในดีไซน์ พร้อมขยายรูปแบบเรขาคณิตของแหวนออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

TRINITY กับลวดลายสัตว์สามชนิด

เสือแพนเตอร์ เสือโคร่ง และงู สัตว์สัญลักษณ์แห่งอาณาจักรสรรพสัตว์ของคาร์เทียร์ผสานเข้ากับดีไซน์ Trinity ลวดลายของสัตว์เหล่านี้ปรากฏบนห่วงแต่ละวงของแหวน ไม่ว่าจะเป็นลายเกล็ดงูบนตัวเรือนไวท์โกลด์ ลายจุดเสือแพนเตอร์
ประดับแลคเกอร์ดำบนตัวเรือนเยลโลว์โกลด์และลายเสือโคร่งบนตัวเรือนโรสโกลด์ งานฝีมืออันประณีตยังสะท้อนให้เห็นผ่านรูปทรงของแหวนที่แตกต่างกันไปไม่ซ้ำแบบในแต่ละวง โดยแหวนงูมาในรูปทรงระลอกคลื่น แหวนเสือโคร่งมาในทรงพีระมิด ส่วนแหวนแพนเตอร์นั้นมากับรูปทรงโค้งมน Trinity ในเวอร์ชันดีไซน์สรรพสัตว์มาพร้อมแง่มุม
ที่หลากหลาย นำเสนอวิธีสวมใส่แบบใหม่อย่างมีลูกเล่น เช่น แหวนแบบสวมสองนิ้ว และต่างหูแบบข้างเดียว ผลงานที่โดดเด่นเปี่ยมพลังเหล่านี้ได้สานต่อตำนานแห่งการสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่ของเมซง

การแสดงถึงความชำนาญขั้นสูง

ลวดลายแลคเกอร์สีดำทั้งหมดล้วนเป็นงานฝีมือ ในขณะที่งานฝังเพชรแบบเต็มตัวเรือนใช้เทคนิคพิเศษที่สกัดร่องเล็กๆ       ด้วยมือแบบ “พันเส้น” บนขอบแหวนของตัวเรือนโรสโกลด์และเยลโลวโกลด์

Trinity เนรมิตรูปทรงคุชชั่นทวีคูณอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

แหวนสามวงในรูปทรงที่แตกต่างและมีแง่มุมมากกว่าเดิม นี่คือความท้าทายของ Trinity ทรงคุชชั่น ที่สตูดิโอออกแบบของเมซงจินตนาการขึ้น ให้แหวนสามวงเกี่ยวพันกันอย่างกลมกลืน เช่นเดียวกับดีไซน์คลาสสิคแบบตัวเรือนทรงกลม
ซึ่งคาร์เทียร์ได้ทวีคูณดีไซน์รูปทรงเรขาคณิตออกไปอีกเป็นเท่าตัว ด้วยสร้อยคอสองเส้นและสร้อยข้อมือ ที่เชื่อมโยงแต่ละห่วงแหวนทรงคุชชั่นพราวประกายเพื่อบอกความล้ำค่า

โดยวงแหวน Trinity นั้นร้อยเรียงอย่างลงตัวในขนาดที่หลากหลาย ตั้งแต่เล็กสุดไปจนถึงใหญ่สุด สร้อยคอขนาดใหญ่พิเศษในคอลเลคชั่นนี้ ประกอบขึ้นด้วยมือทีละห่วงอย่างประณีต เผยความงามล้ำค่าของเรขศิลป์สุดล้ำบนลำคอ
เติมเต็มความงดงามสะดุดตาของรูปทรงคุชชั่นด้วยแหวนประดับเพชรครึ่งวงและจี้ประดับเพชรครึ่งชิ้น

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคาร์เทียร์ กรุณาเยี่ยมชม www.cartier.com/en-th หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ Cartier Thailand LINE Official Account @CartierTH