อธิบดีกรมปศุสัตว์ต้อนรับผู้แทน ก.อุตสาหกรรมอาหาร แห่งรัฐซาราวัก มาเลเซีย

อธิบดีกรมปศุสัตว์ต้อนรับผู้แทน ก.อุตสาหกรรมอาหาร แห่งรัฐซาราวัก มาเลเซีย

อธิบดีกรมปศุสัตว์ต้อนรับผู้แทน ก.อุตสาหกรรมอาหาร แห่งรัฐซาราวัก มาเลเซีย

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.57 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ให้การต้อนรับผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรมอาหาร สินค้าโภคภัณฑ์ และการพัฒนาภูมิภาคแห่งรัฐซาราวัก สหพันธรัฐมาเลเซียในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือด้านความร่วมมือทางด้านปศุสัตว์

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 16.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์รักไทย งามภักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ นางสาววนิดา แจ้งประจักษ์ ผู้อำนวยการกองความร่วมมือด้านการปศุสัตว์ระหว่างประเทศ นายสัตวแพทย์จิรภัทร อินทร์สุข ผู้อำนวยการกองควบคุมอาหารและยาสัตว์ และผู้แทนจาก กสส. สพส. กสก. สอส. และ กรป. ให้การต้อนรับ YB Dato Sri Dr. Stephen Rundi Utom รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมอาหาร สินค้าโภคภัณฑ์ และการพัฒนาภูมิภาคของรัฐซาราวัก (Minister of Food Industry, Commodity & Regional Development Sarawak) พร้อมผู้แทนกระทรวงฯ และ Datu Dr Adrian Susin Ambud อธิบดีกรมสัตวแพทย์บริการแห่งรัฐซาราวักแห่งมาเลเซีย (DVSS) ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือในประเด็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนา และรักษาต้นทุนอาหารสัตว์ และแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับความร่วมมือในอนาคตระหว่างไทยกับรัฐซาราวักแห่งมาเลเซีย ณ ห้องพระพิรุณ ตึกอำนวยการชั้น 1 กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพฯ
 

‘อัครา’เผยข่าวดีวิจัยประมง ผสมพันธุ์ปลาหมอฯให้ลูกเป็นหมัน

‘อัครา’เผยข่าวดีวิจัยประมง  ผสมพันธุ์ปลาหมอฯให้ลูกเป็นหมัน

‘อัครา’เผยข่าวดีวิจัยประมง ผสมพันธุ์ปลาหมอฯให้ลูกเป็นหมัน

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ กล่าวว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำพ.ศ.2567-2570 ประกอบด้วย 7 มาตรการ(14 กิจกรรม) นั้น กรมประมง ได้ดำเนินโครงการวิจัยการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซม 4n ในปลาหมอคางดำ เป็นไปตามมาตรการที่ 6 การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ โดยการนำหลักพันธุศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อการควบคุมการแพร่ขยายพันธุ์ของปลาหมอคางดำโดยใช้เทคนิคการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซมจากเดิมที่มีจำนวนชุดโครโมโซมตามธรรมชาติ 2 ชุด หรือ 2n ให้เป็นปลาหมอคางดำที่มีชุดโครโมโซม 4 ชุด หรือ 4n โดยจะนำปลาหมอคางดำ 4n เพศผู้ ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำเพื่อให้ไปผสมพันธุ์กับปลาหมอคางดำซึ่งมีชุดโครโมโซม 2n ในธรรมชาติ โดยลูกปลาหมอคางดำที่ได้จากการผสมในลักษณะนี้จะได้ลูกปลาฯ ที่มีชุดโครโมโซม 3 ชุด หรือ 3n มีลักษณะที่เป็นหมันไม่สามารถสืบพันธุ์ต่อไปได้

สำหรับการดำเนินการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซมปลาหมอคางดำ ครั้งนี้ ดำเนินการเหนี่ยวนำด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ 40 ํC เป็นระยะเวลา 5 นาที ณ เวลา 80 นาทีหลังผสม ได้ปลาหมอคางดำที่สามารถเจริญเติบโตจนมีอายุ 3 เดือน 1,112 ตัวและมีปลาหมอคางดำที่มีขนาด ที่เหมาะสมสำหรับติดเครื่องหมาย PIT tag ได้ 703 ตัว และสามารถเก็บตัวอย่างเลือดด้วยวิธี pool sample ได้ทั้งหมด 135 กลุ่มตัวอย่าง จากปลาหมอคางดำ 551 ตัว เพื่อตรวจจำนวนชุดโครโมโซมด้วยเครื่อง flowcytometer พบรูปแบบที่มีการแสดงผลเป็นโครโมโซม 4n จำนวน 20 กลุ่มตัวอย่าง และตรวจสอบยืนยันจำนวนโครโมโซมรายตัวเรียบร้อยแล้ว 1 กลุ่มตัวอย่าง ซึ่งขณะนี้ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำเพชรบุรี จ.เพชรบุรี อยู่ระหว่างดำเนินการเร่งตรวจสอบยืนยันผลรายตัวจนครบ 20 กลุ่มตัวอย่าง ภายในเดือนมีนาคม 2568 ขณะเดียวกันคณะทำงานได้ดำเนินการปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการเหนี่ยวนำโครโมโซม เพิ่มเติม 9 รูปแบบ โดยมีการตรวจสอบชุดโครโมโซมเป็นระยะๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเพิ่มจำนวนปลาหมอคางดำที่มีชุดโครโมโซมให้เหมาะสมและเพียงพอเพื่อขยายปล่อยลงแหล่งน้ำ ควบคุมปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป

ด้านนายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังรายงานความก้าวหน้าโครงการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซม 4n ในปลาหมอคางดำ ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำเพชรบุรี โดยปล่อยปลาหมอคางดำเพศผู้ ที่มีโครโมโซม 4n เข้าผสมกับปลาหมอคางดำเพศเมียที่มีโครโมโซม 2n ในหน่วยทดลองเพื่อศึกษาการเข้าคู่ผสมพันธุ์ และความสามารถในการแข่งขันการเข้าคู่ผสมพันธุ์โดยวิธีธรรมชาติ เพื่อให้ได้ลูกปลาที่มีชุดโครโมโซม 3n ซึ่งมีลักษะเป็นหมัน นอกจากนี้ได้มอบพันธุ์ปลากะพงขาว ที่เป็นปลาผู้ล่าในธรรมชาติ ตามมาตรการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำมาตรการที่ 1 ให้เกษตรกรปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติและบ่อที่ถูกบุกรุกเพื่อกำจัดและควบคุมปริมาณปลาหมอคางดำ ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี

ปลัดฯจัดประชุม คกก.อาหารนมฯ ถก4วาระสำคัญ ให้มีประสิทธิภาพ

ปลัดฯจัดประชุม  คกก.อาหารนมฯ  ถก4วาระสำคัญ  ให้มีประสิทธิภาพ

ปลัดฯจัดประชุม คกก.อาหารนมฯ ถก4วาระสำคัญ ให้มีประสิทธิภาพ

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ (คกก.) อาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชนครั้งที่ 1/2568 โดยมี นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายสัตวแพทย์ชุมพล บุญรอด ผอ.สำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีวาระเพื่อพิจารณาที่สำคัญ ดังนี้ 1.(ร่าง) คำสั่งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินงานภายใต้คณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน 2.(ร่าง) คำสั่งคณะทำงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินงานภายใต้คณะอนุกรรมการและการบริหารจัดการโครงการฯ 3.การสำรวจความเห็นต่อหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการฯ ปีการศึกษา 2567 ประกอบการพิจารณาจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการฯ ปีการศึกษา 2568

4.กระบวนการและปฏิทินดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ปีการศึกษา 2568 และ 5.การดำเนินการถ่ายโอนภารกิจ ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการนมโรงเรียนมีประสิทธิภาพ และเด็กนักเรียนได้รับประโยชน์สูงสุด

รองปลัดฯถกอนุฯสรรหา ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน

รองปลัดฯถกอนุฯสรรหา ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน

รองปลัดฯถกอนุฯสรรหา ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ครั้งที่ 1/2568โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯเข้าร่วม ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ (134) และผ่านระบบ Zoom Meeting ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบการพิจารณาบุคคลเพื่อเสนอชื่อให้ได้รับการแต่งตัวเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดินประจำปี พ.ศ.2568 ใน 4 สาขา ดังนี้ 1.สาขาปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อภาคการเกษตรไทย ผู้เข้ารับการสรรหา1 ราย 2.สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ผู้เข้ารับการสรรหา 2 ราย

3.สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น ผู้เข้ารับการสรรหา 2 ราย และ 4.สาขาปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนและเครือข่าย ผู้เข้ารับการสรรหา 2 ราย ทั้งนี้ ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดทำข้อมูลผู้เข้ารับการสรรหาที่ผ่านเกณฑ์การสรรหา เพื่อเตรียมเสนอต่อคณะกรรมการส่งเสริมปราชญ์เกษตรของแผ่นดินพิจารณาแต่งตั้งเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี2568 ต่อไป

‘กรมพัฒนาที่ดิน’ประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายกรมฯ มุ่งสร้างการพัฒนาที่ดินอย่างยั่งยืน

'กรมพัฒนาที่ดิน'ประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายกรมฯ มุ่งสร้างการพัฒนาที่ดินอย่างยั่งยืน

‘กรมพัฒนาที่ดิน’ประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายกรมฯ มุ่งสร้างการพัฒนาที่ดินอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.55 น.

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการกรมพัฒนาที่ดิน ครั้งที่ 2/2568 ณ ห้องประชุม 1214 ชั้น 2 อาคาร 1 กรมพัฒนาที่ดิน กรุงเทพฯ และผ่านระบบ Application Zoom ไปยังห้องประชุมสถานีพัฒนาที่ดินทั่วประเทศ โดยมี ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม , ดร.สุมิตรา วัฒนา และนายสุรชาติ มาลาศรี รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน คณะผู้บริหาร พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วม โดยอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน แจ้งที่ประชุมทราบ เรื่องสำคัญได้แก่ ความสำเร็จของการจัดกิจกรรมต่างๆ ของกรมที่ผ่านมา รวมถึงการลงพื้นที่ติดตามงานของคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบภาพรวมการเสนองบกลางของกรมฯ รายงานความก้าวหน้าโครงการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566 – 2570) ของกรมพัฒนาที่ดิน (ฉบับปรับปรุง) เพื่อขับเคลื่อนทรัพยากรเกษตรยั่งยืน รองรับเกษตรสมัยใหม่ และสินค้าเกษตรมูลค่าสูง การจัดทำเขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำ และความก้าวหน้าการจัดอบรมด้านอนุรักษ์ดินและน้ำ

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาการติดตามผลการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณ แนวทางการจัดงานวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 62 ปี และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการการจัดงานวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดิน งานกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาศึกษาและกำหนดเอกลักษณ์องค์กร และการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ดิน ทั้งนี้ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของกรมพัฒนาที่ดิน และขับเคลื่อนนโยบาย/โครงการ/ภารกิจสำคัญตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ให้กินดีอยู่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี และภาคเกษตรเติบโตอย่างมั่นคง

– 006

‘ForeToday’ ผู้นำการตลาดดิจิทัลสำหรับ SMEs คว้ารางวัลใหญ่จาก ‘Google Thailand’

‘ForeToday’ ผู้นำการตลาดดิจิทัลสำหรับ SMEs คว้ารางวัลใหญ่จาก ‘Google Thailand’

‘ForeToday’ ผู้นำการตลาดดิจิทัลสำหรับ SMEs คว้ารางวัลใหญ่จาก ‘Google Thailand’

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 18.21 น.

บริษัท ฟอร์ทูเดย์ จำกัด (ForeToday Co., Ltd.)  ดิจิทัลเอเจนซีไทยเจ้าของรางวัล Growth Hackathon 2024 สาขา Measurement Excellence จาก Google Thailand เปิดเวทีโชว์เคสเบื้องหลังความสำเร็จผ่านการใช้เทคโนโลยี AI และ Machine Learning ในการวิเคราะห์ข้อมูลและปรับกลยุทธ์การตลาดแบบแบบเรียลไทม์ พร้อมแบ่งปันแนวทางและวิสัยทัศน์ให้นักการตลาดและ SMEs ไทยปรับตัวเข้าสู่ยุคใหม่ของการโฆษณาดิจิทัล ในงาน ‘ForeToday Growth Forum 2025’  

นายชาคริต ชูปรีดา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารสูงสุด (CEO) บริษัท ฟอร์ทูเดย์ จำกัด กล่าวว่า ForeToday มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้เติบโตผ่านกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซที่มีประสิทธิภาพ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มยอดขาย แต่ยังช่วยขยายขนาดธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดออนไลน์ ปัจจุบัน คาดว่ามูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยจะทะลุ 1 ล้านล้านบาทภายในปี 2025 ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจที่พร้อมปรับตัว อย่างไรก็ตาม แบรนด์ใหญ่ยังคงครองส่วนแบ่งมากกว่า 70% ในขณะที่ SMEs มีเพียง 30% ของยอดขายออนไลน์ทั้งหมด นี่จึงเป็นช่องว่างที่เรามองเห็นศักยภาพในการเติบโต เราเชื่อว่า SMEs ไทยสามารถขยายตัวได้มากขึ้นถึง 3 เท่าในอีก 3 ปีข้างหน้า หากได้รับ
การสนับสนุนด้านโฆษณาดิจิทัลที่เหมาะสม เพราะมากกว่า 80% ของผู้บริโภคออนไลน์ในประเทศไทยใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและเสิร์ชเอนจิน (Search Engine) เป็นแหล่งข้อมูลในการตัดสินใจซื้อ ซึ่งหมายความว่าแบรนด์ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าผ่านเครื่องมือการตลาดดิจิทัลที่แม่นยำ จะมีโอกาสขยายฐานลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับการแข่งขัน Google Hackathon ถือเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยพัฒนาเอเจนซีไทยให้ก้าวทันเทคโนโลยี ปีนี้มีเอเจนซีกว่า 70 รายเข้าร่วม และ ForeToday รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับรางวัลสาขา Measurement Excellence ซึ่งตอกย้ำความสามารถของเราในการใช้ Enhanced Conversions For Website เทคนิควัดผลพฤติกรรมลูกค้าบนเว็บไซต์ และการใช้ First-Party Data หรือข้อมูลลูกค้าที่เก็บโดยตรงภายใต้กฎหมาย PDPA (พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) การจัดงาน ‘ForeToday Growth Forum 2025’ ในครั้งนี้ จึงมีเป้าหมายเพื่อแบ่งปันกรณีศึกษาความสำเร็จ (Success Case) และอัปเดตแนวโน้มใหม่ ๆ ของ Google ที่จะช่วยให้ธุรกิจ SMEs ไทยสามารถนำไปปรับใช้ และขับเคลื่อนการเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพในปี 2025

ความท้าทายใหม่ของการยิงแอดในยุค PDPA ที่การโฆษณาแบบ คุกกี้บุคคลที่สาม (Third-Party Cookies) ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป

นายวิชญะ นิลรุ่งรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) บริษัท ฟอร์ทูเดย์ จำกัด กล่าวว่า การตลาดดิจิทัลในปี 2025 จะก้าวสู่ยุค AI Marketing 2.0 โดย AI จะไม่ใช่เพียงเครื่องมือช่วยจัดการโฆษณาอีกต่อไป แต่จะเข้ามามีบทบาทในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค และปรับกลยุทธ์แบบเรียลไทม์ โดยเฉพาะปีนี้ทาง Google Ads จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ AI & Automation, Privacy Policy และ Visual Ads 

ดังนั้นกุญแจสำคัญในการโฆษณาในปี 2025 ที่ SMEs ควรปรับตัวทันที คือ

1. การใช้ AI บน Google Ads อย่างถูกต้องและติดตามผลอย่างต่อเนื่องเป็นหัวใจสำคัญของโฆษณาดิจิทัล โดยเฉพาะแคมเปญแบบ Performance Max (PMax) ซึ่งเป็นระบบโฆษณาที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า และกระจายโฆษณาไปยังทุกแพลตฟอร์มของ Google ภายในการตั้งค่าเดียว จุดเด่นของ PMax คือสามารถปรับแต่งโฆษณาแบบเรียลไทม์ให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม เช่น YouTube, Google Search และ Gmail ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กและกลาง (SMEs) สามารถแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่ได้ แม้มีงบประมาณจำกัด

2. ธุรกิจควรเริ่มเก็บ First-Party Data หรือข้อมูลที่ลูกค้าให้ความยินยอมโดยตรง เช่น อีเมลและเบอร์โทรศัพท์ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Data Privacy) ซึ่งส่งผลต่อการทำโฆษณาออนไลน์โดยตรง เนื่องจาก Google Chrome จะยกเลิกการใช้ Third-Party Cookies หรือคุกกี้ติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์อื่น ในปี 2025 ส่งผลให้การทำ Remarketing หรือ การแสดงโฆษณาให้กับผู้ที่เคยเยี่ยมชมเว็บไซต์แบบเดิมมีข้อจำกัดมากขึ้น  ส่งผลให้ต้นทุนโฆษณาออนไลน์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 20-30% หากธุรกิจไม่มีการเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

3. วิดีโอสั้นและคอนเทนต์ภาพ (Visual Content) กำลังเป็นเทรนด์สำคัญของการตลาดดิจิทัล การเปลี่ยนจาก Video Action Campaigns (VAC) ไปเป็น Demand Gen ทำให้นักการตลาดสามารถเข้าถึงลูกค้าบนหลายแพลตฟอร์มได้ง่ายขึ้น โฆษณาที่ผสมทั้งวิดีโอและภาพนิ่งช่วยเพิ่ม Conversion Rate หรืออัตราการเปลี่ยนจากผู้ชมเป็นลูกค้าได้สูงถึง 20% โดยไม่เพิ่มต้นทุน ธุรกิจ SMEs ควรปรับกลยุทธ์และให้ความสำคัญกับโฆษณาวิดีโอ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและสร้างผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุด

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากตัวแทนนักธุรกิจหลากหลายวงการมาร่วมแชร์ Case Study การปรับตัวโดยใช้ Data-Driven และ Mix Marketing มาเป็นกลยุทธ์หลักจนประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมา โดยเริ่มจาก คุณอาทิตย์ ช่วยชาติ กรรมการผู้จัดการของ บริษัท เอเอ็มซี มัลติ-บิซ จำกัด เจ้าของแบรนด์ AMC AIR สร้างแคมเปญโดยใช้กลยุทธ์โฆษณาดิจิทัลอย่างการโฆษณาแบบค้นหา (SEM: Search Engine Marketing) และ Performance Max ซึ่งเป็นระบบโฆษณาที่ใช้ AI วิเคราะห์และปรับการแสดงผลแบบเรียลไทม์ ทำให้จำนวนลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาเพิ่มขึ้นกว่า 130% โดยไม่ต้องเพิ่มงบประมาณโฆษณา คุณอธิปัตย์ ขำภูเขียว ผู้บริหารการตลาดอาวุโส จากบริษัท BASE Playhouse ได้ปรับกลยุทธ์ให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแม่นยำ ส่งผลให้ อัตราการเกิดผลลัพธ์ (Conversion Rate) เพิ่มขึ้น 60% แสดงให้เห็นว่า การตลาดแบบเน้นผลลัพธ์ (Performance Marketing) ไม่เพียงช่วยลดต้นทุน แต่ยังช่วยให้ธุรกิจสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าได้ แม้ในตลาดที่มีการแข่งขันรุนแรง

“SMEs ไทยยังมีโอกาสอีกมากในการเติบโตผ่าน Data-Driven Marketing ธุรกิจที่เริ่มเก็บข้อมูลลูกค้าตั้งแต่วันนี้ จะมีต้นทุนโฆษณาต่ำกว่าและได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในอนาคต และนักการตลาดที่ปรับตัวด้วยความคิดสร้างสรรค์และใช้ข้อมูลอย่างถูกต้องจะยังคงสามารถเจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายวิชญะกล่าวทิ้งท้าย

สำหรับแบรนด์หรือนักการตลาดที่สนใจและกำลังวางแผนการทำตลาดผ่าน Google Ads สามารถติดต่อและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บริษัท ฟอร์ทูเดย์ จำกัด (ForeToday Co., Ltd.) โทร: 08-5151-4646  อีเมล: channel-support@foretoday.asia  เว็บไซต์: www.foretoday.asia  หรือสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: ForeToday – Digital Marketing Agency 

กลุ่มเซ็นทรัล รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต ‘Central Tham Give Blood Give Love’ รับบริจาคโลหิต 25 ล้านซีซีในปี 68

กลุ่มเซ็นทรัล  รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต ‘Central Tham Give Blood Give Love’ รับบริจาคโลหิต 25 ล้านซีซีในปี 68

กลุ่มเซ็นทรัล รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต ‘Central Tham Give Blood Give Love’ รับบริจาคโลหิต 25 ล้านซีซีในปี 68

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.06 น.

ทุกๆ 10 วินาที มีผู้ป่วยที่ต้องการโลหิต 1 ถุงเพื่อรักษาชีวิต เพราะโลหิตไม่สามารถผลิตขึ้นเองได้  การบริจาคโลหิตจึงเป็นของขวัญล้ำค่าที่สามารถช่วยต่อชีวิตให้กับผู้ป่วย กลุ่มเซ็นทรัลตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิตมาอย่างต่อเนื่อง และยังคงมุ่งมั่นสานต่อโครงการ “Central Tham Give Blood Give Love – รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต” ซึ่งดำเนินมาอย่างยาวนานกว่า 38 ปี โดยได้ส่งมอบโลหิต ไปแล้วกว่า 300 ล้านซีซี และในปี 2568 ตั้งเป้ารับบริจาคเพิ่มอีก 25 ล้านซีซี เพื่อช่วยเติมเต็มคลังโลหิตของประเทศให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วยทั่วประเทศ

พิชัย  จิราธิวัฒน์  กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลเป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้ารายแรกที่เปิดพื้นที่ เป็นจุด รับบริจาคโลหิต สนับสนุนการให้ชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม เรามุ่งมั่นสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมมาโดยตลอด ผ่านโครงการ “เซ็นทรัล ทำ” ทำด้วยกัน ทำด้วยใจ โครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัล  เรามองว่าการบริจาคโลหิตเป็นพลังแห่งการให้ที่ทรงคุณค่า เพราะช่วยชีวิตคนได้จริง จึงไม่เพียงแต่เปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามาบริจาคโลหิตเท่านั้น แต่ยังรณรงค์ให้พนักงานของเรามีส่วนร่วมผ่านแคมเปญ “Central Tham Give Blood Give Love – รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต” เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการให้และสามารถมีส่วนร่วมในภารกิจนี้ได้ ตลอด 38 ปีที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัล สามารถส่งมอบโลหิตให้แก่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลทั่วประเทศได้มากกว่า 300 ล้านซีซี นี่คือหลักฐานของความมุ่งมั่นและจุดยืนของเราในการเป็นผู้นำแห่งการสร้างคุณค่าร่วมกันในสังคม”

หนึ่งในหัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือ “พนักงานอาสากลุ่มเซ็นทรัล” ที่ร่วมสร้างปรากฏการณ์การบริจาคโลหิตในประเทศไทย ได้แก่: ความสำเร็จในการแมทช์ “คู่แท้เสต็มเซลล์”  เสต็มเซลล์มีความสำคัญที่ใช้รักษาโรคทางโลหิตให้หายขาดได้ แต่การจับคู่สเต็มเซลล์ที่ตรงกันเป็นเรื่องยาก โดยมีโอกาสเพียง 1 ใน 50,000 คนเท่านั้น เมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา ได้เกิด คู่แท้สเต็มเซลล์ครั้งแรกของพนักงานอาสากลุ่มเซ็นทรัล โดย ดร.เมธประจักษ์  เติมกิจขจรสุข ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารภายในองค์กร บริษัท เซ็นทรัล  รีเทล  คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หนึ่งในพนักงานกลุ่มเซ็นทรัลผู้ที่บริจาค สเต็มเซลล์ ประสบความสำเร็จในการจับคู่ผู้รับบริจาคได้ตรงกัน เป็นเคสที่หายาก และนับเป็นหนึ่งในเรื่องราวความสำเร็จในฐานะผู้บริจาค

ผู้บริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่องและยาวนาน  กลุ่มเซ็นทรัล ได้จัดให้มีพิธีมอบประกาศนียบัตรให้กับพนักงานอาสากลุ่มเซ็นทรัลกว่า 200 คน ที่ร่วมบริจาคโลหิตมาต่อเนื่องยาวนาน ไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง โดยมีผู้สร้างสถิติสูงสุด คือ สมชาย จงเลขา พนักงานจาก บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) สามารถสร้างสถิติบริจาคโลหิตต่อเนื่องยาวนานกว่า 250 ครั้ง

พิชัย  จิราธิวัฒน์ ร่วมบริจาคโลหิต

ความภูมิใจในฐานะองค์กรที่สนับสนุนการดำเนินการจัดหาโลหิตมาอย่างต่อเนื่อง  ปี 2567 ที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ ได้รับเกียรติจาก ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย เพื่อเข้ารับใบประกาศเกียรติคุณ “หน่วยงานที่สนับสนุนการดำเนินการจัดหาโลหิตมาอย่างต่อเนื่อง” อาทิ บริษัท เตียง จิราธิวัฒน์ จำกัด, บริษัท ซีอาร์ซี ไทวัสดุ จำกัด, บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) และท็อปส์ พลาซา, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลบางนา และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต, บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด, บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) และบริษัท ฟู้ด รีเทล จำกัด

ปี 2568 กับ ภารกิจพิเศษ 70 พรรษา 70 ล้านซีซี  เนื่องในปี 2568 เป็นปีมหามงคลที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา กลุ่มเซ็นทรัล จึงได้ร่วมมือกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สนับสนุน โครงการ “70 พรรษา 70 ล้านซีซี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” เชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิตตลอดปี 2568 โดยตั้งเป้าหมายให้มีการบริจาคโลหิตทั่วประเทศเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะผู้บริจาคเพียง 1 ครั้งต่อปี เพิ่มความถี่เป็น 2-3 ครั้งต่อปี  ผ่านแคมเปญของหน่วยบริการเคลื่อนที่กลุ่มเซ็นทรัล  “Central Tham Give Blood Give Love – รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต” โดยจะขยายจุดรับบริจาคเคลื่อนที่ ควบคู่ไปกับการรณรงค์เชิญชวนให้ประชาชน ทราบถึงจุดรับบริการบริจาคโลหิต และความสะดวกสบายในการเดินทางมา บริจาคโลหิตกับหน่วยบริการภายในศูนย์การค้าเครือกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อให้มีโลหิตสำรองในคลังเพียงพอสำหรับรองรับการขาดแคลนโลหิตในอนาคตต่อไป

บอย-ตรัย ภูมิรัตน ร่วมบริจาคโลหิต

ในปีที่ 2567 ที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัลสามารถส่งมอบโลหิตให้แก่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย รวมทั้งโรงพยาบาล เหล่ากาชาดจังหวัดต่าง ๆ  และภาคีเครือข่าย รวมทั้งสิ้น 20,254,330 ซีซี จากการร่วมแรงร่วมใจของพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ประชาชน กว่า 50,000 คนทั่วประเทศ และ ในปี 2568 นี้  กลุ่มเซ็นทรัลขอเชิญชวนให้ทุกท่านร่วมบริจาคโลหิต เพื่อมอบชีวิตใหม่ให้ผู้ที่มีความต้องการร่วมกัน โดยเรามุ่งหวังว่า จะสามารถรับบริจาคโลหิตได้ตามเป้าหมาย 25 ล้านซีซี ภายใต้โครงการ “Central Tham Give Blood Give Love – รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต” โดยจะมีการขยายวัน-เวลาให้บริการ เพิ่มจุดบริการหน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station) และหน่วยบริการเคลื่อนที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ บริจาคอย่างต่อเนื่อง   

กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือ เชื่อว่า การบริจาคโลหิตไม่เพียงช่วยชีวิตผู้อื่น แต่ยังช่วยสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน ความเมตตา และความหวังที่ยั่งยืน อีกทั้งยังดีต่อสุขภาพ เนื่องจากการบริจาคโลหิต 1 ครั้ง กระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดใหม่ที่มีคุณภาพ ส่งผลดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต และช่วยให้สุขภาพแข็งแรง

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Central Tham Give Blood Give Love – รวมพลังทำดี บริจาคโลหิต” และสร้างสังคมแห่งการให้ไปด้วยกัน ติดตามข้อมูลและตารางหน่วยรับบริจาคได้ที่ Facebook CENTRAL GROUP หรือ Facebook CENTRAL Tham

040

‘IDL CLINIC’ผนึกกำลัง ‘หมอ’และ’ทนาย’ยกระดับมาตรฐานวงการเสริมความงามประเทศไทย!

'IDL CLINIC'ผนึกกำลัง 'หมอ'และ'ทนาย'ยกระดับมาตรฐานวงการเสริมความงามประเทศไทย!

‘IDL CLINIC’ผนึกกำลัง ‘หมอ’และ’ทนาย’ยกระดับมาตรฐานวงการเสริมความงามประเทศไทย!

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.43 น.

ไอดีแอล คลินิก ผู้ให้บริการด้านศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทาง ดูแลผิวพรรณ ปรับรูปหน้าและเลเซอร์ครบวงจร มาตรฐานระดับสากลด้วยประสบการณ์ในธุรกิจความงามที่มีมายาวนาน กว่า10 ปี ทีมศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ทีมพยาบาลมากประสบการณ์ พร้อมอุปกรณ์ที่ทันสมัย สถานที่ได้รับมาตรฐาน  ซึ่งงาน “Grand Opening IDL Clinic สาขามาลีนนท์”  เป็นการร่วมมือกันครั้งแรกของ “หมออ้น- นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง” แพทย์ผู้บริหารคลินิกและโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทางไอดีแอล และ “ทนายไพศาล  เรืองฤทธิ์” มือหนึ่งด้านกฎหมาย จับมือกันสร้างตำนานใหม่ยกระดับมาตรฐานวงการเสริมความงามประเทศไทย   ณ IDL Clinic สาขามาลีนนท์ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง หรือ คุณหมออ้น แพทย์ผู้บริหารคลินิกและโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทางไอดีแอล เผยว่า “ IDL เปิดบริการในรูปแบบของคลินิกและโรงพยาบาล ซึ่งที่ผ่านมาเราได้รับความนิยมและความไว้วางใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมากมาโดยตลอด IDL มีทั้งหมด 2 สาขาก่อนหน้านี้ คือ IDL Clinic สาขาสุราษฎร์ธานี และ IDL Hospital ที่อยู่ถนนสิรินธร โดยในปีนี้เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาและขยายสาขาให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น เราจึงมองหาพื้นที่ที่อยู่ใจกลางเมือง ซึ่งสำหรับสาขามาลีนนท์นับเป็นสาขาที่ 3 ของ IDL สาขานี้เราเน้นให้บริการด้านการดูแลผิวพรรณ การปรับรูปหน้า ให้วิตามินทางสายน้ำเกลือสูตรเฉพาะบุคคล ที่คิดค้นโดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย และศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทางขนาดเล็ก แบบใช้ยาชาเฉพาะที่ เช่น เสริมจมูก ตาสองชั้น เสริมคาง เป็นต้น โดยเราคาดหวังยอดขาย 10 ล้านบาทในช่วงไตรมาสแรกและการเติบโตขึ้น 30% ในทุกๆไตรมาส และสาขานี้ทางเราร่วมกับพาร์ทเนอร์คนสำคัญคือ ทนายไพศาล ซึ่งการร่วมมือกันครั้งนี้นับได้ว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เกิดขึ้น หลายคนอาจจะมองภาพไม่ออกว่าหมอกับทนายเกี่ยวข้องกันอย่างไรเนื่องด้วยสายงานที่ค่อนข้างแตกต่างกันแต่วันนี้มันเกิดขึ้นแล้วครับ ด้วยจุดประสงค์เดียวกันคือต้องการสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจให้กับผู้บริโภค”

ด้าน ทนายไพศาล กล่าวถึงการร่วมมือกันในครั้งนี้ว่า “วงการศัลยกรรมถือว่าเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็วมากในปัจจุบัน มีมิจฉาชีพเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหมอปลอม การขายยาปลอม รวมไปถึงการให้ข้อมูลที่ผิดกับผู้บริโภคเพื่อสร้างความเข้าใจผิดให้กับคลินิก โรงพยาบาล หรือคุณหมอท่านนั้นๆ โดยที่เราจะเห็นได้จากคดีการฟ้องร้องต่างๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งตัวผมเองก็ดูแลคดีแบบนี้อยู่หลายเคส นี่จึงเป็นที่มาของการร่วมมือกันระหว่างหมอกับทนายขึ้นเพื่อต้องการบูรณาการยกระดับวงการเสริมความงาม จัดการกระบวนการสื่อสารให้กับผู้บริโภคอย่างครบวงจร ไม่ให้เกิดกระบวนการมิจฉาชีพและเป็นการปกป้องผู้บริโภคไม่ให้เป็นเหยื่อกับผู้ที่ไม่หวังดี เป็นการลดช่องว่างเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง”ติดตามรายละเอียดการให้บริการเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ IDL Clinic สาขามาลีนนท์ อินสตราแกรม idl.maleenont และไลน์แอด @idlclinic โทร 096 292 3999

MSI เปิดตัวแล็ปท็อปรุ่นใหม่ พร้อมสัมผัสสุดยอดเทคโนโลยี Ray Tracing – AI อัจฉริยะ

MSI เปิดตัวแล็ปท็อปรุ่นใหม่ พร้อมสัมผัสสุดยอดเทคโนโลยี Ray Tracing - AI อัจฉริยะ

MSI เปิดตัวแล็ปท็อปรุ่นใหม่ พร้อมสัมผัสสุดยอดเทคโนโลยี Ray Tracing – AI อัจฉริยะ

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.35 น.

25 กุมภาพันธ์ 2025 MSI เปิดตัวแล็ปท็อปรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล AMD และ Intel รุ่นใหม่ล่าสุด รวมถึงกราฟิกการ์ด NVIDIA GeForce RTX™ 50 Series Laptop GPU ที่พร้อมให้พรีออเดอร์แล้ววันนี้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็ฯทางการของ MSI ทั่วประเทศพร้อมดีลสุดพิเศษ! ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ถึง 31 มีนาคม 2568 ผู้ที่สั่งจองล่วงหน้าแล็ปท็อป MSI ที่มาพร้อมกราฟิกการ์ด GeForce RTX™ 5090 Laptop GPU จะได้รับส่วนลดสูงสุด 2,500 บาท ในขณะที่รุ่น GeForce RTX™ 5080 มาพร้อมกับส่วนลด 5,000 บาท อย่าพลาดโอกาสสุดพิเศษนี้!

MSI นำเสนอแล็ปท็อปที่มาพร้อมกราฟิกการ์ด GeForce RTX™ 50 Series ที่มีตัวเลือกมากมายหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ Titan สำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพระดับเดสก์ท็อป, ซีรีส์ Raider สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการดีไซน์ล้ำสมัยพร้อมไฟ Mystic Lightbar, ซีรีส์ Vector ที่ออกแบบมาเพื่อวิศวกรและครีเอเตอร์ และซีรีส์ Stealth ที่บางเบาแต่ทรงพลัง เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความคล่องตัว

แล็ปท็อปเหล่านี้ขับเคลื่อนด้วย GeForce RTX™ 50 Series Laptop GPUs ที่มาพร้อมความสามารถ AI สุดล้ำสำหรับเกมเมอร์และครีเอเตอร์ เพิ่มพลังประมวลผลด้วย NVIDIA DLSS 4, สร้างภาพได้อย่างรวดเร็ว และปลดล็อกศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ผ่าน NVIDIA Studio

นอกจากนี้ แล็ปท็อป MSI ยังมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น *PCIe Gen 5 SSD ที่มีความเร็วสูงพร้อมท่อฮีทไปป์สำหรับระบายความร้อนเฉพาะที่ติดตั้งมาโดยเฉพาะ, หน่วยความจำ DDR5-6400 ที่รวดเร็วเป็นพิเศษ, หน้าจอ 4K Mini LED และ MSI Overboost Technology ที่ช่วยรีดประสิทธิภาพสูงสุดจากหน่วยประมวลผลรุ่นล่าสุด

Titan 18 HX Dragon Edition Norse Myth

แล็ปท็อปรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานนอร์ส ด้วยดีไซน์ลวดลายมังกร 3 มิติที่สร้างขึ้นผ่านเทคนิคการแกะสลักโลหะขั้นสูงบนฝาเครื่อง และมีวงแหวน 3 มิติบริเวณที่วางฝ่ามือ งานประกอบทำขึ้นด้วยมืออย่างปราณีตโดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ ทำให้แต่ละเครื่องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ยังมาพร้อมชุดของแถมสุดพิเศษ ได้แก่ พวงกุญแจมังกร, เมาส์, แผ่นรองเมาส์ และแพ็คเกจกล่องที่มีลวดลายสีพิเศษ

ขับเคลื่อนด้วย Intel® Core™ Ultra 9 processor 285HX และกราฟิกการ์ด NVIDIA® GeForce RTX™ 5090 Laptop GPU พร้อม PCIe Gen 5 SSD ที่มีระบบระบายความร้อนเฉพาะ และระบบระบายความร้อน Vapor Chamber นอกจากนี้ยังรองรับ Thunderbolt™ 5 เพื่อประสิทธิภาพระดับเดสก์ท็อปอย่างแท้จริง

เทคโนโลยี MSI OverBoost Ultra ที่จะมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ CPU และ GPU โดยสามารถจัดการพลังงานรวม *270W เพื่อการเล่นเกมและงานประมวลผลระดับสูง แล็ปท็อปมาพร้อมหน้าจอ 18″ 4K Mini LED ที่มีอัตรารีเฟรช 120Hz เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ยอดเยี่ยม

นอกจากนี้ MSI ยังมีรุ่น Titan 18 HX AI ซึ่งเป็นเวอร์ชันมาตรฐานให้เลือกอีกด้วย

MSI Raider series

แล็ปท็อป MSI Raider มาพร้อมตัวเลือกหน่วยประมวลผลสูงสุดถึงระดับ AMD Ryzen™ 9 9955HX3D หรือ Intel® Core™ Ultra 9 285HX และกราฟิก NVIDIA® GeForce RTX™ 5090 Laptop GPU พร้อม PCIe Gen 5 SSD นอกจากนี้ยังมีท่อฮีทไปป์สำหรับระบายความร้อนโดยเฉพาะสำหรับ Gen 5 SSD เพื่อรักษาความเร็วในการอ่านข้อมูลให้ดีที่สุด

หน่วยประมวลผล AMD Ryzen™ 9 9955HX3D จะใช้สถาปัตยกรรม Zen 5 ตัวใหม่ล่าสุด พร้อมเทคโนโลยี AMD 3D V-Cache™ รุ่นที่ 2 ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมอย่างมหาศาล ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับการเล่นเกมระดับสูงสุด พร้อมปรับแต่งแสง RGB ได้ตามต้องการใน MSI Raider Series เครื่องนี้!

MSI Vector series

Vector Series ถูกออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ วิศวกร และครีเอเตอร์ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงและดีไซน์ที่ดูดี โดยมาพร้อมตัวเลือกหน่วยประมวลผลสูงสุด Intel® Core™ Ultra 9 275HX และกราฟิก NVIDIA® GeForce RTX™ 5090 Laptop GPU ให้ประสิทธิภาพและความเสถียรสำหรับการใช้งาน AI และซอฟต์แวร์ออกแบบ 3D ในราคาที่คุ้มค่า

MSI Stealth series

Stealth Series เป็นเกมมิ่งแล็ปท็อปประสิทธิภาพสูงที่เน้นเรื่องดีไซน์บางเบา มาพร้อมตัวเลือกหน่วยประมวลผลสูงสุด Intel® Core™ Ultra 9 275HX หรือ AMD Ryzen™ AI 300 Series Processor ที่ได้รับการรับรอง Copilot+ PC และใช้กราฟิกการ์ด NVIDIA® GeForce RTX™ 5090 Laptop GPU

Stealth Series ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การเล่นเกม งาน AI และงานสร้างสรรค์ ในตัวเครื่องที่บางเฉียบ ใช้วัสดุแมกนีเซียม-อลูมิเนียมที่แข็งแรง น้ำหนักเบา และมีดีไซน์ที่หรูหรา

ไม่ว่าคุณจะเป็นเกมเมอร์ที่ต้องการความลื่นไหลในเกม AAA นักออกแบบกราฟิก หรือผู้ที่ต้องการพลังประมวลผลสูงสำหรับงาน AI แล็ปท็อป MSI GeForce RTX™ 50 Series พร้อมมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับ พรีออเดอร์ได้แล้ววันนี้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ MSI ทั่วประเทศและรับข้อเสนอสุดพิเศษทันที!

*รายละเอียดของแถมสำหรับ Titan 18 HX Dragon Edition Norse Myth อาจแตกต่างกัน

*คุณสมบัติอาจแตกต่างกันไปตามการตั้งค่าของแต่ละรุ่น

*การรองรับ Thunderbolt™ 5 อาจแตกต่างกันไปตามการตั้งค่า

*270W ทดสอบภายใต้โหมด Extreme Performance โดย MSI Center และเชื่อมต่อ AC Power

**ข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ ฟังก์ชัน และลักษณะภายนอกอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นและแต่ละประเทศ ข้อมูลทั้งหมดอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า 

MSI Gaming Website       https://th.msi.com/

MSI Thailand Facebook   https://msi.gm/2u6kGeX

MSI Thailand Instagram   https://msi.gm/2QOli6R

MSI Thailand YouTube      https://msi.gm/2ZgU1tt

-(016)

Fortune Town ผนึกกำลัง KMUTT เปิดโลกนวัตกรรม สู่อนาคตที่ยั่งยืน ‘Fortune x KMUTT Sustainable Exhibition 2025’

Fortune Town ผนึกกำลัง KMUTT เปิดโลกนวัตกรรม สู่อนาคตที่ยั่งยืน 'Fortune x KMUTT Sustainable Exhibition 2025'

Fortune Town ผนึกกำลัง KMUTT เปิดโลกนวัตกรรม สู่อนาคตที่ยั่งยืน ‘Fortune x KMUTT Sustainable Exhibition 2025’

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.53 น.

25 กุมภาพันธ์ 2568 ฟอร์จูนทาวน์ (Fortune Town) ศูนย์รวมไอทีและไลฟ์สไตล์ชั้นนำย่าน รัชดา-พระราม 9   ผนึกกำลังพันธมิตร  จัดเต็มนวัตกรรม  สู่อนาคตที่ยั่งยืน ทั้งนิทรรศการ  เวิร์คช้อป และเสวนา จากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ   กับงาน   “Fortune x KMUTT Sustainable Exhibition 2025” ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2568 บริเวณ Fortune Event Space ชั้น 4 ฟอร์จูนทาวน์ รัชดา-พระราม 9

ฟอร์จูนทาวน์ จับมือกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  จัดงาน  “Fortune x KMUTT Sustainable Exhibition 2025”  ภายในงานชม Innovative Showcase ให้ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรม พลังงานสะอาด นวัตกรรมสีเขียว (Green Technology)  อาทิ   พลังงานทางเลือกจากจุลินทรีย์และชีวมวล  พลาสติกย่อยสลายได้    Insight talk  กับวิทยากร  ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ  ตลอด  3 วันเต็ม  อาทิ  “การเติบโตของพลังงานไทยเพื่อความยั่งยืนของโลก”  โดย ศ.ดร.นวดล เหล่าศิริพจน์ ผอ. บัณฑิตวิทยาลัย ร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, “เทคโนโลยีด้านความยั่งยืนในอนาคต” โดย ผศ.ดร.ป๋วย อุ่นใจ อ.ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล, ทิศทางการพัฒนางานวิจัยทางด้าน Future food เพื่อความยั่งยืน  โดย ศ.ดร.ณัฐดนัย หาญการสุจริต เป็นต้น  

นอกจากนี้ยังมีการ Workshop ผลิตไฟฟ้าด้วยต้นไม้  กับ  ดร.ยอดขวัญ เตชะเพิ่มผล ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 และการทำลิปสติกจากธรรมชาติ กับ รศ.ดร. กรณ์กนก อายุสุข ในวันที่ 1 มีนาคม  2568  โดยสามารถเข้าร่วมทุกกิจกรรมได้ฟรีตลอดงาน สามารถลงทะเบียน สำรองที่นั่งสำหรับหมู่คณะ ได้ที่ https://bit.ly/3X1qVij

สายนวัตกรรมห้ามพลาด “Fortune x KMUTT Sustainable Exhibition 2025”   ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2568 เวลา 11.00 – 17.00 น.  บริเวณ Fortune Event Space ชั้น 4 ฟอร์จูนทาวน์ รัชดา-พระราม 9 เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT  สถานีพระราม 9  ทางออกประตู 1

ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ http://www.fortunetown.co.th , FB : fortunetown , IG : fortunetown , Youtube : fortunetown , Line : FortuneTown หรือ https://lin.ee/tNWLAG , Application : Fortune Town

#FortuneTownrama9 #FortuneTown  #TheBestITLifestyleMall #ITLifestyleMallrama9 #ITLifestyleMall #ชมฟรี # #ตรุษจีน #ตรุษจีน2568 #chinesenewyear  #yearofthesnake #CHY #CNY2025