Griffith Foods สนับสนุนการศึกษาและพัฒนาชุมชน ณ โรงเรียนวัดสระสองตอน

Griffith Foods สนับสนุนการศึกษาและพัฒนาชุมชน ณ โรงเรียนวัดสระสองตอน

Griffith Foods สนับสนุนการศึกษาและพัฒนาชุมชน ณ โรงเรียนวัดสระสองตอน

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.55 น.

“Griffith Foods Limited” เดินหน้าสานต่อโครงการ CSR จัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการศึกษาและพัฒนาชุมชน ณ โรงเรียนวัดสระสองตอน จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งโครงการในครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางการศึกษา ส่งเสริมสุขภาพ และสนับสนุนแนวปฏิบัติที่ยั่งยืน สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ต้องการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและชุมชนภายใต้เป้าหมายระยะยาว เพื่อให้สอดคล้องกับ “2030 Aspirations” ซึ่งเป็นปณิธานของ Griffith Foods ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกและความยั่งยืนให้กับชุมชน

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของโครงการนี้คือการจัดตั้ง Griffith Foods E-Learning Center ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบเทคโนโลยีและทรัพยากรการเรียนรู้ดิจิทัลที่ทันสมัยให้แก่นักเรียน โดยศูนย์การเรียนรู้นี้ไม่เพียงช่วยพัฒนาทักษะทางเทคโนโลยีของนักเรียน แต่ยังส่งเสริมการเข้าถึงความรู้ที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับยุคดิจิทัล นอกจากนี้ Griffith Foods ยังได้จัดกิจกรรมทำสวนผักเพื่อสุขภาพและโภชนาการ รวมถึงกิจกรรมนันทนาการ และการบรรยายให้ความรู้แก่นักเรียน พร้อมทั้งจัดเตรียมอาหารมื้อพิเศษโดยเชฟมืออาชีพ เพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ดี และสนับสนุนโภชนาการที่เหมาะสมให้กับนักเรียนและบุคลากรของโรงเรียน

ในโอกาสเดียวกันนี้ บริษัทได้มอบทุนการศึกษามูลค่า 100,000 บาท เพื่อสนับสนุนการศึกษาของนักเรียนผู้ด้อยโอกาส รวมถึงการบริจาคอุปกรณ์กีฬาที่จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาด้านสุขภาพร่างกายและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมนอกหลักสูตร โดยโครงการในครั้งนี้มีนักเรียนเข้าร่วมกว่า 100 คน พร้อมด้วยครู 12 คน และพนักงาน Griffith Foods จำนวน 320 คน ที่เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมและช่วยผลักดันให้โครงการนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ทั้งนี้ บริษัท Griffith Foods ในฐานะองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานผ่านกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ภายใต้เป้าหมายหลักที่มุ่งเน้น 3 ปณิธานสำคัญของ “2030 Aspirations” ได้แก่ การสร้างเครือข่ายระบบอาหารที่ยั่งยืน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและยั่งยืน และสร้างตลาดใหม่และตอบสนองกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการดูแล โดยเป้าหมายเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างผลประโยชน์ต่อธุรกิจเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาเชิงบวกทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

ด้วยโครงการนี้ Griffith Foods ยังคงตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่ชุมชน ผ่านการสนับสนุนกิจกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของพื้นที่ พร้อมเดินหน้าสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับสังคมในทุกระดับอย่างต่อเนื่อง

Griffith Foods (กริฟฟิทท์ ฟู้ดส์) เป็นผู้ผลิตและพัฒนาส่วนผสมอาหารระดับโลก ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาส่วนผสมอาหารที่อร่อย มีคุณค่าทางโภชนาการ และยั่งยืนสำหรับผู้ประกอบการบริการอาหาร ผู้ผลิต ผู้แปรรูปอาหาร ผู้จัดจำหน่าย และผู้ค้าปลีกทั่วโลก บริษัทเป็นพันธมิตรในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโลก โดยมีพันธกิจในการผสมผสานความใส่ใจและความคิดสร้างสรรค์เพื่อหล่อเลี้ยงโลก (Blend Care and Creativity to Nourish the World) ผลิตภัณฑ์ของบริษัทประกอบด้วย ผงปรุงรสและเครื่องเทศ ซอส น้ำสลัด แป้งชุบทอด ซุป และแป้งผสม ซึ่งเริ่มดำเนินการผลิตมาตั้งแต่ ค.ศ. 1919 และได้รับการเลือกใช้จากบริษัทอาหารชั้นนำระดับโลกมากมาย ในฐานะที่เป็นบริษัทที่ดำเนินงานโดยครอบครัว Griffith Foods ทำงานร่วมกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ และพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่า เพื่อนำเสนอรสชาติและวัตถุดิบที่หลากหลายในผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพและยั่งยืน ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Griffith Foods ได้ที่  https://griffithfoods.com/apac/th/

กลุ่มฮีโน่ จัดพิธีส่งมอบโลหิต 400,000 ซีซี ให้กับสภากาชาดไทย

กลุ่มฮีโน่ จัดพิธีส่งมอบโลหิต 400,000 ซีซี ให้กับสภากาชาดไทย

กลุ่มฮีโน่ จัดพิธีส่งมอบโลหิต 400,000 ซีซี ให้กับสภากาชาดไทย

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 13.01 น.

กลุ่มฮีโน่ จัดพิธีส่งมอบโลหิต 400,000 ซีซี ให้กับสภากาชาดไทย และสานต่อกิจกรรม  บริจาคโลหิตกับโครงการ “Power of Blood หนึ่งคนให้หลายคนรับ ยิ่งให้ ยิ่งได้มาก”

กลุ่มบริษัทฮีโน่ จัดพิธีส่งมอบโลหิต 400,000 ซีซี ให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย นำโดยคุณยูมิโกะ คาวามุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด, มร.โทรุ มัตสึคาว่า กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฮีโน่ มอเตอร์ส เอเชีย จำกัด และคุณอธิคม โพธิกานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส  บริษัท ฮีโน่มอเตอร์ส แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด  โดยได้รับเกียรติจาก คุณสิณีนาฎ อุทา ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการบริการโลหิต  ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบโลหิต ณ อาคารซากุระ บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด สำนักงานใหญ่

โดยคุณยูมิโกะ คาวามุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนของกลุ่มบริษัทฮีโน่ฯ ในประเทศไทย ได้กล่าวว่า ความสำเร็จใน กิจกรรมนี้เกิดจากความร่วมมือและแนวคิดในการสร้างสิ่งดีๆ ให้กับสังคมไทยร่วมกัน ทั้งของกลุ่มฮีโน่และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ นี้คือพลังของการตอบแทนสังคมที่ฮีโน่ดำเนินหลากหลายกิจกรรมมาอย่างยาวนาน สำหรับในปีที่ผ่านมา การบริจาคโลหิตเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ดำเนินการได้ลุล่วงตามแผนงานที่วางไว้ และยังได้รับเลือดเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ ต้องขอบคุณทุกความร่วมมืออีกครั้ง ต้องบอกว่า เราอาจจะไม่ได้เห็นรอยยิ้มของผู้รับโดยตรง แต่เราได้เห็นรอยยิ้มของผู้ให้จากทุกๆ ที่ที่เราไปร่วมรับบริจาค

สำหรับปีนี้ เรามุ่งมั่นที่จะขยายความสุขแห่งการให้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งกลุ่มฮีโน่การบริจาคเลือดแล้ว  ฮีโน่ยังมีกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมอีกมากมาย เพื่อสร้างรอยยิ้มและส่งความสุขให้กับผู้คนและสังคมตลอดปี 2568

นับเป็นอีกหนึ่งพันธกิจการช่วยเหลือสังคมที่กลุ่มฮีโน่ยังคงเดินหน้าในกิจกรรมนี้ไปในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ทุกท่านสามารถติดตามกำหนดการและเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ Hino We Care กิจกรรมเพื่อสังคมที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินธุรกิจ เดินคู่ไปกับการดูแลสังคม ให้ครอบครัวฮีโน่สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน  ติดตามข่าวสารต่างๆ ของฮีโน่ได้ที่  http://www.hinothailand.com,  Facebook : Hino Thailand Fan Club, Line : @hinoth, YouTube : Hino Thailand Official และ TikTok : @hinoth

-(016)

MBK หนุนโครงการ ‘แยกเพื่อให้พี่ไม้กวาด’ มอบขวด PET อัพไซเคิล ผลิตชุดปฏิบัติงานแถบสีสะท้อนแสง เพิ่มความปลอดภัย

MBK หนุนโครงการ ‘แยกเพื่อให้พี่ไม้กวาด’ มอบขวด PET อัพไซเคิล ผลิตชุดปฏิบัติงานแถบสีสะท้อนแสง เพิ่มความปลอดภัย

MBK หนุนโครงการ ‘แยกเพื่อให้พี่ไม้กวาด’ มอบขวด PET อัพไซเคิล ผลิตชุดปฏิบัติงานแถบสีสะท้อนแสง เพิ่มความปลอดภัย

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 11.52 น.

เดินหน้ามุ่งสู่การเป็นองค์กรไทยหัวใจสีเขียวอย่างต่อเนื่อง เอ็ม บี เค และ บริษัทในเครือ ร่วมลดปริมาณการเกิดขยะและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน โดยการคัดแยกขยะก่อนทิ้งและนำกลับมารีไซเคิลเพิ่มมูลค่าขยะให้เกิดประโยชน์สูงสุด   สานต่อกิจกรรม MBK Care อาสาสร้างสุขสู่ชุมชน แยกเพื่อให้…“พี่ไม้กวาด” นำโดย นางสาวศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เป็นตัวแทนผู้บริหารมอบขวด PET จำนวนกว่า 2,400 กิโลกรัมให้กับ YOU เทิร์น PLATFORM by GC แพลตฟอร์มบริหารจัดการขยะพลาสติกครบวงจร เพื่อนำขยะเข้าสู่กระบวนการอัพไซเคิล แปรรูปหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่เป็นชุดปฏิบัติงานแถบสีสะท้อนแสงของเจ้าหน้าที่พนักงานกวาดขยะ สนับสนุนการทำงานอย่างปลอดภัยในโครงการมือวิเศษ กรุงเทพมหานคร “แยกเพื่อให้…พี่ไม้กวาด” โดยการผลิต 1 ชุดใช้ขวด PET จำนวน 42 ขวด ซึ่งการส่งมอบขวด PET ครั้งนี้สามารถผลิตชุดได้มากกว่า  2,000 ชุด นอกจากนี้ ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจกอล์ฟในเครือเอ็ม บี เค ยังมีการติดตั้งจุดรับบริจาคขวดพลาสติกใช้แล้ว (ขวด PET) อีกด้วย

-(016)

เผยเทรนด์ชุดที่นอนล่าสุดปี 2568 ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ดูแลสุขภาพ-รักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างธุรกิจโตอย่างยั่งยืน

เผยเทรนด์ชุดที่นอนล่าสุดปี 2568 ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ดูแลสุขภาพ-รักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างธุรกิจโตอย่างยั่งยืน

เผยเทรนด์ชุดที่นอนล่าสุดปี 2568 ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ดูแลสุขภาพ-รักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างธุรกิจโตอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.17 น.

ปัจจุบัน พฤติกรรมการเลือกซื้อ สินค้าเฟอร์นิเจอร์ประเภท “ชุดที่นอน” มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย นอกจากการคำนึงถึงความสวยงาม และสะดวกสบาย ของชุดที่นอนแล้ว การเลือกชุดที่นอน ที่มีความคงทน ที่สอดรับกับการดูแลเรื่องของสุขภาพของผู้ใช้ รวมไปถึง ความใส่ใจเรื่องของความเป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง และ สิ่งแวดล้อม ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่เป็นตัวเลือกสำคัญของผู้บริโภค ในยุคนี้

จิรายุ วิโรจนกูฎ กรรมการผู้จัดการ ห้างที่นอนถูกใจ ภายใต้เครื่องหมายการค้า TJ Mattress เปิดเผยว่า วันนี้ คนไทยส่วนใหญ่ เริ่มมีความใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ และการดูแลตัวเองมากขึ้น ทำให้เทรนด์การเลือกซื้อที่นอน มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมาก “แต่ก่อนคนไทยนิยมที่นอนยางพารา และใช้กันมาอย่างยางนาน ในบ้านเรา พอมาในยุคปัจจุบัน ที่พฤติกรรมของผู้บริโภค หันมาให้ความเอาใจใส่ในเรื่องของการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการเลือกซื้อที่นอน ทำให้เราพัฒนาคุณภาพของที่นอน เพื่อให้ตรงกับใจ ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมากขึ้น ด้วยการพัฒนาวัสดุในการผลิตที่นอน ที่มีส่วนผสมเป็นแบบ มิกซ์แอนด์แมช หรือ ที่เรียกว่า ที่นอนไฮบริด ซึ่งเป็นการนำเอา พ็อกเก็ตสปริง ที่มีคุณบัติยืดหยุ่นสูง มาผสานเข้ากับ เมมโมรี่โฟม ทำให้ ที่นอนรุ่นใหม่ ให้ความรู้สึกสบาย ในการนอนหลับพักผ่อน รวมถึงรองรับสรีระของผู้นอนได้แป็นอย่างดี ถือเป็นการตอบโจทย์ในเรื่องการดูแลสุขภาพของลูกค้าโดยตรง”

นอกจากนี้ กรรมการผู้จัดการ ฯ ยังอธิบายเพิ่มเติมด้วยว่า วัสดุที่นำมาใช้ในการผลิตที่นอน อย่าง แบรนด์ Danlopillo ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับโลก ก็มีการเลือกวัสดุ ที่เป็นออแกนิก ที่มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ และสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน รวมถึง ยังได้รับการพัฒนาในเรื่องของการช่วยลดขยะ หรือจะเป็น ยางพารา และ เม็ดโฟม ก็ได้รับการพัฒนาให้สามารถย่อยสลายได้ “เราพยายามตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ รวมถึง พยายามเลือกรุ่นที่เป็นไฮไลท์ หรือ สเป็กพรีเมี่ยม ที่เป็นออริจินัล มาให้ลูกค้าได้เลือกใช้ รวมไปถึง เรายังเลือกวัสดุที่นำมาผลิตเป็นผ้าปูเตียง ที่เป็น Pet Friendly มาใช้ เพื่อกันรอยขีดข่วน ที่เกิดจากสัตว์เลี้ยง รวมถึง ช่วยกันฝุ่น กันเชื้อรา และไม่มีการใช้สารเคมี เพื่อให้ผู้บริโภค ได้รับความปลอดภัยมากขึ้น ที่สำคัญ เรายังมีแผนในการรับสินค้าที่เป็นของเก่า หรือ ใข้งานไม่ได้แล้ว กลับมาเพื่อนำไปรีไซเคิล ไม่ทิ้งให้เป็นขยะเหลือทิ้ง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในนโยบาย รักษาสิ่งแวดล้อม ของทางบริษัทของเรา”

ด้าน ญานิกา ฉัตรแก้ว กรรมการบริหาร บริษัท ที่นอนเอกลักษณ์ จำกัด ในฐานะผู้บริหารเจน 3 กล่าวว่า ปัจจุบัน เตียงนอน ถือเป็นหนึ่งในแฟชั่นเฟอร์นิเจอร์ ที่ผู้คนนิยมไว้สำหรับการจัดแต่งห้องนอน ภายในบ้าน “การเลือกใช้เตียงที่มีคุณภาพ และความสวยงาม ถือเป็นการแสดงไลฟ์สไตล์ส่วนตัว ซึ่งส่วนใหญ่นิยมแบบ มินิมอล ลักซ์ชัวรี่ ซึ่งลูกค้าหลายคนวันนี้ กำลังให้ความนิยมเตียงนอน ที่บุด้วยผ้า ซึ่งทางที่นอนเอกลักษณ์ของเรา ก็มีการนำเข้าผ้าจากต่างประเทศ เพื่อนำมาผลิตเตียง และ ที่นอน หลายประเภท ซึ่งก็รวมถึง ผ้าที่มีคุณสมบติหนาเป็นพิเศษ เพื่อความคงทน รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเคลือบเส้นใยผ้า ที่สามารถกันน้ำ กันฝุ่น กันเชื้อราและแบคทีเรีย ตลอดจน การดูแลรักษา ทำความสะอาด ง่าย แถมยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต่อเด็ก และคนในบ้าน รวมถึงสัตว์เลี้ยง”

 “ส่วนเทรนด์สี ที่นอน เรายังมองว่า ก็ยังคงเน้นเป็นสีเบส สีเอิร์ธโทน เทา ครีม เป็นหลัก และปีนี้ มีสีใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือ สีน้ำตาล และ สีมอคค่า ซึ่งเป็นสีที่โดดเด่นมากในปีนี้” ญานิกา กล่าว

ขณะที่ทางด้านพูนศักดิ์ สุกานนท์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย Hibed Bedding ผู้จัดจำหน่าย ที่นอน และ เตียงนอน กล่าวถึง เทรนด์การเลือกซื้อที่นอน ของปี 2568 ว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ ยังคงเลือกซื้อสินค้าโดยคำนึงถึงราคา เป็นหลัก แล้วจึงตามมาด้วย ดีไซน์ที่สวย และทันสมัย “ลูกค้าของเราส่วนใหญ่จะมีการเปรียบเทียบราคาในออนไลน์ ก่อนจะมาดูสินค้าจริงที่งาน นอกจากนี้ ที่นอนประเภท เมมโมรี่โฟม ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ที่ไม่เพียงจะมีคุณสมบัติช่วยให้การนอนหลับพักผ่อน เป็นไปอย่างสบาย เท่านั้น แต่ยังมีความคุ้มค่า และคุ้มทุนในการซื้ออีกด้วย เพราะ ที่นอนแบบเมมโมรี่โฟม มีอายุการใช้งานยาวนานเกินกว่า 10 ปี และยังสามารถนำกลับมารีไซเคิล ได้อีกด้วย ถือเป็นอีกคุณสมบัติของ ที่นอนเมมโมรี่โฟม”

อย่างไรก็ดี ผู้สนใจสามารถมาสัมผัสกับประสบการณ์ความสบาย ของเฟอร์นิเจอร์ จากบริษัทนำเข้าชั้นนำ กว่า 40 บริษัท ได้ที่งาน “มหกรรม โซฟาแห่งปี” หรือ Sofa Expo 2025-2026 ในงาน Premium Furniture Sale by UNION PAN ซึ่งเป็นการจัดงานร่วมกับ ไทยวัสดุ เเละ bnb โดยมาพร้อมด้วย โปรโมชั่น และส่วนลดสุดพิเศษ 30-70% ได้ที่ “มหกรรม โซฟาแห่งปี” หรือ Sofa Expo 2025-2026 ในงาน Premium Furniture Sale by UNION PAN ระหว่างวันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 ณ ฮอลล์ EH 101-102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา

ไทยเตรียมเป็นผู้นำอาเซียน ด้านสิทธิผู้บริโภคและการลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ หากภาครัฐรับรอง ‘สิทธิในการซ่อม’

ไทยเตรียมเป็นผู้นำอาเซียน ด้านสิทธิผู้บริโภคและการลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ หากภาครัฐรับรอง ‘สิทธิในการซ่อม’

ไทยเตรียมเป็นผู้นำอาเซียน ด้านสิทธิผู้บริโภคและการลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ หากภาครัฐรับรอง ‘สิทธิในการซ่อม’

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.14 น.

รายงานใหม่ผลักดันให้ประเทศไทยสร้างมิติใหม่ทลายกำแพงการซ่อมแซม จัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์กว่า 450,000 ตันต่อปี สอดคล้องกับเป้าหมายโมเดลเศรษฐกิจ BCG ของไทย

สถาบันนโยบายสาธารณะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และมหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมจัดทำรายงานใหม่ล่าสุด เปิดเผยถึงโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคในการเคลื่อนไหวและกฎหมายสิทธิในการซ่อม‘อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์’ (Right to Repair – R2R)

แนวคิด R2R คือ การที่ผู้บริโภคควรมีสิทธิในการซ่อมผลิตภัณฑ์ของตนเอง โดยสามารถเข้าถึงอะไหล่ เครื่องมือ และคู่มือการซ่อมได้ ตั้งแต่เครื่องจักรกลการเกษตร ยานยนต์ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตหลายรายได้กำหนดข้อจำกัดทั้งทางกายภาพ กฎหมาย และดิจิทัล เพื่อปิดกั้นการซ่อมโดยอิสระ R2R จึงมีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองสิทธิด้านการซ่อม พร้อมทั้งลดข้อจำกัดด้านซอฟต์แวร์ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้อะไหล่ทดแทนใช้งานได้ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ‘Parts Pairing’ หรือ การจับคู่ชิ้นส่วน ที่ส่งผลให้ค่าซ่อมเพิ่มขึ้นอย่างมาก

การขาดทางเลือกของผู้บริโภค ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เป็นแรงผลักสำคัญให้ R2R เรียกร้องให้ผลิตภัณฑ์สามารถซ่อมได้ง่ายขึ้น เพื่อให้สิทธิและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากขึ้นแก่ผู้บริโภค หลายรัฐในสหรัฐอเมริกาได้ผ่านกฎหมายดังกล่าวแล้ว และปัจจุบันมีอีก 30 รัฐที่กำลังพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว ขณะที่สหภาพยุโรปได้ประกาศใช้กฎหมาย R2R ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 ซึ่งห้ามผู้ผลิตกำหนดข้อจำกัดในการซ่อม และบังคับให้ผู้ผลิตต้องจัดหาอะไหล่และเครื่องมือในราคาที่สมเหตุสมผล

การขับเคลื่อนนโยบาย R2R ในประเทศไทย

งานวิจัยฉบับใหม่นี้รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการซ่อมกว่า 40 รายในกรุงเทพฯ พบปัญหาสำคัญในระบบซ่อมแซมของไทย โดย 54% ของร้านซ่อมอิสระไม่มีคู่มือการซ่อม ขณะที่ 96% ไม่สามารถเข้าถึงอะไหล่จากศูนย์บริการหรือผู้ผลิตที่ได้รับอนุญาต

นายเอ็ดเวิร์ด แรตคลิฟฟ์ กรรมการบริหาร สถาบันนโยบายสาธารณะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Mr. Edward Ratcliffe, Executive Director, Southeast Asia Public Policy Institute) กล่าวว่า “ประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดอิเล็กทรอนิกส์ใหญ่และมียอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนถึง 14 ล้านเครื่องในปี 2566 คาดว่าอัตราการใช้สมาร์ทโฟนจะสูงถึง 97% ภายในปี 2572 ทำให้เป็นประเทศที่เหมาะสมสำหรับการออกกฎหมาย R2R ที่ก้าวหน้า”

งานวิจัยนี้เผยแพร่ในช่วงเวลาสำคัญ ขณะที่ “ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดชอบต่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เลมอน ลอว์” (Lemon Law) ของไทยกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค รายงานยังเน้นถึงความเร่งด่วนของปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดยระบุว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์คิดเป็น 65% ของขยะอันตรายจากชุมชน ซึ่งมีปริมาณสูงถึง 450,000 ตันต่อปี ขยะจากโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตคิดเป็นประมาณ 25,200 ตัน แต่มีเพียง 21% เท่านั้นที่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ครั้งใหญ่ โดยเฉพาะหลังจากที่จีนสั่งห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2560 ทำให้ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์นำเข้าในไทยเพิ่มขึ้นถึง 20 เท่า โดยในปี 2564 ไทยนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์มากกว่า 28 ล้านตัน

ซึ่งรายงานฉบับนี้ได้เสนอข้อแนะนำสำคัญในการพัฒนากรอบการทำงานของ R2R ที่ครอบคลุม ซึ่งรวมถึงการห้ามการจับคู่ชิ้นส่วน (Parts Pairing) เพื่อให้สามารถเข้าถึงชิ้นส่วนได้ง่ายขึ้น การกำหนดราคามาตรฐาน และการให้สิ่งจูงใจสำหรับธุรกิจซ่อมแซม ข้อเสนอเหล่านี้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการโมเดลเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green (BCG) ของประเทศไทย (พ.ศ. 2564-2570)

ทั้งนี้ รายงานฉบับเต็มได้ทำการวิเคราะห์แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในโลกเกี่ยวกับนโยบาย R2R และได้เสนอข้อแนะนำที่ชัดเจนสำหรับประเทศไทยในการพัฒนากรอบงานของตนเอง ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถเป็นผู้นำในด้านการบริโภคที่ยั่งยืนและการคุ้มครองผู้บริโภคในระดับภูมิภาค

อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ (https://seapublicpolicy.org/work/thailandr2r/)

-(016)

ไร่องุ่นมอนซูน แวลลีย์ จัดงานฉลองเทศกาลเก็บเกี่ยวประจำปี ‘Monsoon Valley Harvest Festival 2025’

ไร่องุ่นมอนซูน แวลลีย์ จัดงานฉลองเทศกาลเก็บเกี่ยวประจำปี ‘Monsoon Valley Harvest Festival 2025’

ไร่องุ่นมอนซูน แวลลีย์ จัดงานฉลองเทศกาลเก็บเกี่ยวประจำปี ‘Monsoon Valley Harvest Festival 2025’

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.11 น.

ไร่องุ่นมอนซูน แวลลีย์ (Monsoon Valley Vineyard) ไร่องุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและเป็นไวน์ที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติมากที่สุดของไทย ขอเชิญชวนผู้รักไวน์และนักผจญภัยเข้าร่วมงานเทศกาลเก็บเกี่ยวองุ่นประจำปี “Monsoon Valley Harvest Festival 2025” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2568 ณ ไร่องุ่นอันสวยงามของมอนซูน แวลลีย์ ในหัวหิน

 มอนซูน แวลลีย์ มีพื้นที่ 300 ไร่ ผลิตไวน์มากกว่า 300,000 ขวดต่อปี โดยปลูกองุ่นกว่า 10 สายพันธุ์ และการันตีด้วยรางวัลระดับสากลกว่า 430 รางวัล ไวน์ของมอนซูน แวลลีย์ จึงได้รับความนิยมทั่วโลก ตอกย้ำสถานะเป็นโรงบ่มไวน์ที่เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไทย

2025 – วินเทจที่รังสรรค์โดยธรรมชาติ

ในปีนี้ ผลผลิตไวน์ที่มอนซูน แวลลีย์ เป็นหนึ่งในความท้าทายที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยอิทธิพลจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ฤดูกาลเริ่มต้นด้วยความแห้งแล้งรุนแรงก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นภาวะที่ปริมาณน้ำฝนสูงกว่าค่าเฉลี่ย ส่งผลให้ต้องมีการตัดแต่งกิ่งล่าช้าที่สุดเป็นประวัติการณ์ของไร่องุ่น แม้ว่าผลผลิตจะลดลงเล็กน้อย แต่อากาศเย็นที่ยาวนานขึ้นกลับช่วยเพิ่มคุณภาพขององุ่นได้อย่างมาก อากาศเย็นในเวลากลางคืนช่วยให้ผลองุ่นเติบโตได้อย่างดี มีแทนนินที่นุ่มนวล ความเป็นกรดที่สมดุล และระดับน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป มั่นใจได้ว่าวินเทจของปีนี้จะเป็นหนึ่งในวินเทจที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น

 กิจกรรมในระหว่างเทศกาลเก็บเกี่ยว

“Monsoon Valley Harvest Festival” เป็นกิจกรรมประจำปีที่มอบโอกาสพิเศษในการสัมผัสประสบการณ์เที่ยวชมไร่องุ่นในช่วงเวลาที่ดีที่สุด นั่นคือ ฤดูเก็บเกี่ยว ตลอดระยะเวลาเก้าวัน ผู้มาเยือนจะได้เข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับไวน์ที่น่าสนใจมากมาย ได้แก่:

–               กิจกรรมเก็บองุ่นและทัวร์ไร่องุ่น – เที่ยวชมไร่องุ่นโดยรถยนต์และเก็บองุ่นสดๆ จากต้นองุ่นด้วยมือของคุณเอง

–               กิจกรรมย่ำองุ่นและผสมไวน์ – สัมผัสประสบการณ์จริงกับเทคนิคการทำไวน์แบบดั้งเดิม

–               กิจกรรมพิเศษในแต่ละวัน – จัดขึ้นตั้งแต่เวลา 10:00 น. ถึง 16:00 น. เพียง 6 รอบต่อวัน (ผู้ใหญ่ 490 บาทต่อคน / เด็กอายุ 6-12 ปี 300 บาทต่อคน / เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย)

สำหรับผู้ที่ต้องการเจาะลึกเรื่องการทำไวน์ มีกิจกรรมพิเศษ “VINE TO GLASS – A WINEMAKER’S JOURNEY” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 กิจกรรมสุดพิเศษนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้สัมผัสขั้นตอนการทำไวน์อย่างละเอียด โดยมีนักทำไวน์ระดับผู้เชี่ยวชาญเป็นวิทยากร โดยจะเปิดรับผู้เข้าร่วมเพียง 15 คนต่อรอบเท่านั้น กิจกรรมจัดขึ้นในเวลา 11:00 น. และ 14:00 น. (ราคา 990 บาทต่อคน)

ไฮไลท์สำคัญ – Monsoon Valley Harvest Dinner ในวันเสาร์ที่ 1 มีนาคม

กิจกรรมที่ทุกคนรอคอยมากที่สุดของเทศกาล นั่นคือ Monsoon Valley Harvest Dinner จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 1 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 16:00 ถึง 21:30 น. งานเลี้ยงอาหารค่ำแบบบุฟเฟ่ต์สุดพิเศษนี้มีไวน์แดง ไวน์ขาว และสปาร์คกลิ้งไวน์ชั้นเลิศที่คัดสรรมาอย่างดีจากมอนซูน แวลลีย์ ซึ่งจับคู่กับเมนูอาหารรสเลิศที่ปรุงจากวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมได้อย่างลงตัว แขกผู้ร่วมงานจะได้เพลิดเพลินไปกับรสชาติอันละเมียดละไม พร้อมฟังดนตรีสดท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกของไร่องุ่น บัตรราคา 2,990 บาทต่อคน, เฉพาะดินเนอร์ไม่รวมแอลกอฮอล์ 1,990 บาทต่อคน, เด็กอายุ 6-12 ปี 995 บาทต่อคน และบริการฟรีสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี (เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด)

ขอแนะนำ Donbrusco – สปาร์คกลิ้งเรดไวน์ตัวแรกของประเทศไทย

เทศกาลปีนี้ความสนใจพุ่งไปที่ไวน์แดงกึ่งสปาร์คกลิ้งตัวแรกของประเทศไทย นั่นคือ Monsoon Valley Donbrusco ผลิตจากองุ่นพันธุ์ Dornfelder ซึ่งเป็นพันธุ์องุ่นจากเยอรมนีที่เติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้นของหัวหิน ไวน์สีแดงสีทับทิมเข้มขวดนี้มีฟองนุ่มละมุน รสชาติหวานเล็กน้อย และปริมาณแอลกอฮอล์เพียง 10% Donbrusco มีความพิเศษตรงที่สามารถจับคู่กับอาหารไทยรสจัดจ้านได้อย่างลงตัว หรือจะดื่มเพื่อความสดชื่นในช่วงบ่ายก็ยังได้ Donbrusco เป็นไวน์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ผลิตเพียง 2,000 ขวดต่อปีเท่านั้น ซึ่งผู้สนใจจะมีโอกาสได้ลิ้มรส Donbrusco ในงาน Monsoon Valley Harvest Dinner ในวันที่ 1 มีนาคม ซึ่งจะเป็นไฮไลท์สำคัญของงานฉลองในค่ำคืนนั้น

ร่วมฉลองฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่มีเพียงปีละครั้ง!

โอกาสสุดพิเศษเช่นนี้ ไม่ควรพลาด! เตรียมสัมผัสความมหัศจรรย์ของฤดูเก็บเกี่ยวที่ไร่องุ่นมอนซูน แวลลีย์ เทศกาลเก็บเกี่ยว “Monsoon Valley Harvest Festival 2025” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคม 2568 คุณจะได้สัมผัสกับช่วงเวลาอันน่าจดจำที่ครบครันทั้งไวน์ อาหาร ความบันเทิง และกิจกรรมพิเศษมากมาย ท่ามกลางทัศนียภาพไร่องุ่นที่สวยงามที่สุดของประเทศไทย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.monsoonvalley.com/th/harvest-season

-(016)

บุคลากรชั้นนำของประเทศ เข้ารับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น รร.เซนต์คาเบรียล ฉลองครบรอบ 105 ปี

บุคลากรชั้นนำของประเทศ เข้ารับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น รร.เซนต์คาเบรียล ฉลองครบรอบ 105 ปี

บุคลากรชั้นนำของประเทศ เข้ารับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น รร.เซนต์คาเบรียล ฉลองครบรอบ 105 ปี

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.54 น.

“ค่ำคืนแห่งเกียรติยศที่กาลเวลาไม่อาจลบเลือน” สายสัมพันธ์ของพี่น้องเซนต์คาเบรียลกับ ค่ำคืนที่ศิษย์เก่าทุกรุ่นกลับมารวมตัวกันเพื่อร่วมเฉลิมฉลอง ในงาน Hall of Fame Night 2025 Return of The Saints เนื่ิองในโอกาสครบรอบ 105 ปี โรงเรียนเซนต์คาเบรียลเพื่อเชิดชูเกียรติศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จและทำคุณประโยชน์ให้สังคมและประเทศชาติ  โดยมีรางวัลเป็น 3 ลำดับ รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น 55 คน อาทิ นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) , พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก,พลเรือเอก  สุพพัต ยุทธวงศ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม, ดร.ปิยะ  เศวตพิกุล,   ดร. วิทย์ สิทธิเวคิน, ศ.ดร. ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Leader Board 14 ท่าน อาทิ

1.นายชาย นครชัย ซ.ค.11333

-กรรมการการเลือกตั้ง

-อดีตผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธธรรมร่วมสมัยกระทรวงวัฒนธรรม

-อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

2.พล.ต.อ. รอย อิงคไพโรจน์ ซ.ค. 12332  อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ-อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

3.นายวิทยา พานิชตระกูล (ฮาตาริ) ซ.ค.15541  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด

4.ศ.นพ. รุ่งโรจน์ กฤตยพงษ์ ซ.ค.17089 ศาสตราจารย์ ระดับ 11 ประจำสาขาวิชาหทัยวิทยาภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล

5.นาย เอกนัฐ พร้อมพันธุ์ ซ.ค.23757 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม-เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ

Hall of Fame

1.ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ซ.ค.5237 อดีตรองนายกรัฐมนตรีด้านการพัฒนาสังคม-อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

2.พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ซ.ค.7310อดีตรองนายกรัฐมนตรี

-อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

-อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

3.นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ซ.ค.8724 ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย

-อดีตกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์

-อดีตกรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน)

4.ดร.ประวิช รัตนเพียร ซ.ค.9641 อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

-อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

-อดีตกรรมการเลือกตั้ง,อดีตผู้ตรวจการแผ่นดิน

-อดีตนายกสมาคมศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล

5.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ซ.ค.10527 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

-หัวหน้าพรรรวมไทยสร้างชาติ

บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยศิษย์เก่าหลากหลายรุ่น ที่มารวมตัวอย่างอบอุ่น อีกทั้งยังมีกิจกรรมให้นักเรียนที่ยังศึกษาอยู่ในสถาบันได้แสดงความสามารถ เป็นการเชื่อมโยงความสัมพันธ์จากรุ่นสู่รุ่น เสมือนได้ย้อนความทรงจำในวันวานเมื่อครั้งอยู่ในรั้วโรงเรียนแห่งนี้

พิธีเปิดงานได้รับเกียรติ จากท่านนายกสมาคมศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล  ดร.สุมิตร เพชราภิรัชต์ และประธานจัดงาน คุณจุ่งจิรัฐ เหลืองอร่ามเวช ,ท่านภารดา ดร. สุรกิจ ศรีสราญกุลวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเซนต์คาเบรียล , คุณพนัส อัสสรัตนกุล เลขาธิการสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนเซนต์คาเบรียล พร้อมเสียงบรรเลงจากวงออร์เคสตรา ที่ปลุกเร้าพลังของทุกคนที่มาร่วมงาน ตระการตาด้วยแสง สี เสียง บนเวทีที่มีจอขนาดยักษ์ ต่อด้วยการแสดงโขนจากนักเรียนโรงเรียนเซนต์คาเบรียล

จากนั้นเข้าสู่ช่วงพิธีการมอบรางวัลเกียรติยศ Hall of Fame และ รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้กับสถาบัน และประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม จนเป็นที่ประจักษ์ในวงกว้าง ได้รับการยอมรับจากท่านคณะกรรมการจนเป็นเอกฉันท์ หนึ่งในผู้ที่ได้รับรางวัลศิษย์เก่าดีเด่น คือ ดร.ก้อง-ปิยะ เศวตพิกุล ผู้ที่ทำงานเบื้องหน้าและเบื้องหลังวงการบันเทิง และวงการออไนแกเซอร์เมืองไทย

ก้อง ปิยะ เผยถึงความรู้สึกครั้งนี้ว่า “ก้องขอขอบคุณ สมาคมศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล และคณะกรรมการทุกท่านที่มอบ รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น(Hubert Cousin Award) ในงานครบรอบ 105 ปี โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ปี 2568ที่ขาดไม่ได้คือต้องกราบขอบคุณครู มิส มาเซอร์ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคน ก้องรู้สึกภาคภูมิใจในเลือดน้ำเงิน-ขาว และต้องขอขอบคุณท่านคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เห็นคุณค่าในวิชาชีพที่ก้องได้ตั้งใจทำอย่างทุ่มเทมาตลอดชีวิต

สำหรับโรงเรียนเซนต์คาเบรียลเป็นเสมือนบ้านอีกหนึ่งหลังที่หล่อหลอมให้ “ก้อง เป็น ก้อง ปิยะ” ในวันนี้ และจะขอทำหน้าที่ในการสร้างสรรค์ผลงานที่ดี เป็นแบบอย่างให้กับรุ่นน้องๆ ต่อไป ก้องขอขอบพระคุณจากใจค่ะ”

-(016)

คณะพยาบาลศาสตร์ ม.มหิดล ผลิตสื่อละครสั้น ‘ครอบครัวสุขสันต์ สังคมหรรษา’ ฮีลใจวัยรุ่นซึมเศร้า

คณะพยาบาลศาสตร์ ม.มหิดล ผลิตสื่อละครสั้น ‘ครอบครัวสุขสันต์ สังคมหรรษา’ ฮีลใจวัยรุ่นซึมเศร้า

คณะพยาบาลศาสตร์ ม.มหิดล ผลิตสื่อละครสั้น ‘ครอบครัวสุขสันต์ สังคมหรรษา’ ฮีลใจวัยรุ่นซึมเศร้า

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.49 น.

ภาควิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย รศ.ดร.พวงเพชร เกษรสมุทร, รศ.ดร.นพพร ว่องสิริมาศ และทีมคุณภาพ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ Alice Lee Centre for Nursing Studies, Yong Loo Lin School of Medicine, National University of Singapore นำโดย รศ.ดร.ปิยาณี โยบาส คล้ายนิล จัดทำโครงการขับเคลื่อนนโยบายชี้นำสังคม “MU MyMind” ส่งเสริมสุขภาพใจวัยรุ่น : ผลงานวิจัยสู่นโนบายและการปฏิบัติจริง” (ทุนมหาวิทยาลัยมหิดล) เพื่อพัฒนา “โรงเรียนต้นแบบ” ในการส่งเสริมสุขภาวะทางจิตใจและป้องกันการเจ็บป่วยทางจิตในวัยรุ่นที่มีอาการซึมเศร้า และขับเคลื่อนเชิงนโยบายสู่นโยบายด้านสุขภาพของสถาบันการศึกษา และสอดคล้องกับแผนพัฒนาสุขภาพจิตแห่งชาติ (Mental Health in Thailand 4.0) เพื่อที่วัยรุ่นจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ สามารถเป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้าทัดเทียมนานาประเทศ

จากการวิจัยพบว่าครอบครัวและสิ่งแวดล้อมของเด็กๆ เป็นหัวใจสำคัญของการส่งเสริมสุขภาพทางจิตใจและป้องกันการเจ็บป่วยทางจิต จึงได้ผลิตสื่อละครสั้น “ครอบครัวสุขสันต์ สังคมหรรษา” ภายใต้แบรนด์ MU MyMind โดยมีสโลแกนโครงการ “MU My Mind สายธารแห่งความหวัง” เพื่อฮีลใจวัยรุ่นที่มีอาการซึมเศร้า ซึ่งละครสั้นเป็นสื่อที่เข้าถึงง่าย สั้นกระชับ สอดแทรกความรู้ที่จำเป็นและสำคัญในการดูแลสุขภาพจิตวัยรุ่น และสามารถสื่อสารไปถึงครอบครัว และครู ของเด็กวัยรุ่นได้

ละครสั้นชุด “ครอบครัวสุขสันต์ สังคมหรรษา” แบ่งเป็นพาร์ท อาทิ ครอบครัวคือศูนย์รวมของจิตใจ, อุ่นไอรักและเกราะแห่งชีวิต, กุญแจสู่ประตู่แห่งความสุข, ความแตกต่างบนพื้นฐานของความรัก, ในวิกฤตมีโอกาสสร้างความสุข ฯลฯ ผลงานของผู้กำกับฯฝีมือดี “กรรณิการ์ บุตรขำ” ที่เคยมีผลงานกำกับฯละคร “ฟ้ามีตา” ทางช่อง 7HD ในส่วนของนักแสดงได้คัดสรรนักแสดงมากฝีมือ  นำโดย ต่าย-สายธาร นิยมการณ์ , แบงค์-กฤษฎี พวงประยงค์ พร้อมนักแสดงวัยทีนจากคลาสแอ็คติ้งครูพี่ตู่-จารุศิริ ภูวนัย”

รศ.ดร.พวงเพชร เกษรสมุทร เผยว่า “จากการได้เห็นภาวะซึมเศร้าในเด็กและวัยรุ่นมีสถิติสูงขึ้น จึงทำการศึกษาวิจัยภายใต้โครงการการพัฒนารูปแบบในการส่งเสริมสุขภาวะทางจิตใจและป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิตในเด็กและวัยรุ่น (ทุน วช.) พร้อมทั้งต่อยอดพัฒนานวัตกรรม MU MyMind ส่งเสริมสุขภาพใจวัยรุ่น ซึ่งปัจจัยสำคัญคือครอบครัว สิ่งแวดล้อมและคนรอบข้าง จึงทำเป็นละครสั้น ชุด..ครอบครัวสุขสันต์ สังคมหรรษา ที่ทำให้เข้าถึงเยาวชนและผู้ปกครองให้ได้มากที่สุด”

“เนื้อหาที่ออกแบบมา เป็นการประชุมร่วมกันคุณครูทั้งฝ่ายปกครองและครูแนะแนวที่ดูแลเด็กในโรงเรียนเครือข่าย หยิบปัญหาสำคัญโฟกัสออกมาให้ตรงจุด ร่วมทำพล็อตหนังสั้นที่พูดถึงเนื้อหาและรูปแบบการดูแลสภาพจิตใจเด็ก ฝากติดตามผลงานภาพยนตร์สั้น ครอบครัวสุขสันต์ สังคมหรรษา ชุด ได้ในแพลตฟอร์มออนไลน์ MU MyMind”

ทางด้านนักแสดงมากฝีมือ ‘ต่าย’ สายธาร นิยมการณ์ เผยว่า “ปกติต่ายทำงานจิตอาสากู้ภัยอยู่แล้ว กับการเป็น ‘ผู้ให้ของต่ายมักจะมีความหวัง หวังอยากให้คนเจ็บได้รับการรักษาที่ทันท่วงที ได้กลับไปหาคนที่รักคนที่รอคอย เช่นกับละครสั้นโปรเจ็กต์นี้ที่เพื่อนตู่(จารุศิริ ภูวนัย) และพี่อาร์ม(กรรณิการ์ บุตรขำ)ผู้กำกับฯ ติดต่อมา พอต่ายทราบรายละเอียดว่าเป็นละครสร้างสรรค์สังคมของภาควิชาสุขภาพจิตและการพยาบาลจิตเวชศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่พูดถึงวัยเรียนวัยรุ่นที่มีภาวะอาการซึมเศร้า ต้องการความเข้าใจจากผู้ปกครอง พร้อมให้ความรู้ให้กำลังใจทุกคนที่ต้องดูแลผู้ป่วยซึมเศร้า ต่ายตอบรับเลยค่ะ ต่ายยินดีที่เป็นร่วมเป็นสื่อถ่ายทอดบทของแม่ และมีคุณแบงค์(กฤษฎี พวงประยงค์) รับบทพ่อ โดยครอบครัวเราพร้อมซัพพอร์ตจิตใจลูกๆ เวลาที่เขามีปัญหาทั้งเรื่องส่วนตัว และเพื่อนๆ ที่เป็นคนรอบข้าง ต่ายหวังว่าสื่อละครสั้นนี้จะช่วยฮีลใจน้องๆ วัยรุ่น และครอบครัวที่ดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้า เพราะจากที่ต่ายได้ทำงานจิตอาสากู้ภัย ต่ายสัมผัสได้ว่าเด็กและวัยรุ่นมีสถิติของการเกิดปัญหาสุขภาพจิตโดยเฉพาะภาวะซึมเศร้าสูงขึ้นมาก”

-(016)

LYO ส่ง ‘พี่หน่วง’ ลงเส้นสายผ่านแอนิเมชั่น เจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่

LYO ส่ง 'พี่หน่วง' ลงเส้นสายผ่านแอนิเมชั่น เจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่

LYO ส่ง ‘พี่หน่วง’ ลงเส้นสายผ่านแอนิเมชั่น เจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.37 น.

ไลโอ” (LYO) ส่ง “พี่หน่วง” กระหึ่ม ! ทั่วประเทศ เดินหน้ารุกตลาด 360 องศา ชูกลยุทธ์แอนิเมชั่น เจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่

บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH เจ้าของแบรนด์ “ไลโอ” (LYO) เดินหน้าลุยต่อเนื่อง พร้อมปรับทัพรับต้นปี เขย่าวงการตลาดดูแลเส้นผมและหนังศีรษะด้วย วิดีโอ แอนิเมชั่น ล่าสุด มุ่งเน้นสื่อสารผ่านผู้บริโภคกลุ่มคนรุ่นใหม่ ตอกย้ำจุดแข็งแบรนด์คุณภาพ “ผลิตภัณฑ์ ไลโอ (LYO) สูตรสมุนไพรธรรมชาติ” กับ โปรเจ็กค์ “ตัวพ่อ” หนุ่ม กรรชัย X “ตัวจริง” PASULOL จับเอาคาแร็กเตอร์ “พี่หน่วง” หรือ “หนุ่ม กรรชัย กำเนิด” ให้มาโลดแล่นผ่านแอนิเมชั่น พร้อมกับของ พรี่เมี่ยมสุดพิเศษทั้ง เสื้อพี่หน่วง กระเป๋าพี่หน่วง ที่กระแสตอบรับดีจะกลายเป็นแรร์ไอเทม เรียกว่าการจับมือกันของ 3 พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน), หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย และ Plan B Media กลายเป็นกลยุทธิ์ที่ทุกคนจับตามอง

นพรัตน์ มาลัยวงค์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหาร บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH เจ้าของ “LYO” กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมาถือได้ว่าเป็นปีที่เต็มไปด้วยความท้าทาย บริษัทฯ ได้รับความเชื่อใจและความไว้วางใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างสูง ซึ่งเห็นได้จากรางวัลแห่งความสำเร็จ อาทิ รางวัล Thailand Trust Mark (T Mark) จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หรือ รางวัล Best of Hair Color ที่สุดของบิวตี้ไอเท็ม จากเวที Sudsapda Beauty Awards รวมถึงรางวัลอันทรงเกียรติ อย่าง รางวัล Prime Minister’s Export Award 2024 ในสาขาแบรนด์ไทยยอดเยี่ยม จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของบริษัทฯ ในการให้ความสำคัญไปที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพ เพื่อสร้างความพึงพอใจ รวมถึงเข้าใจความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด ถึงแม้ว่าปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะในประเทศไทย หรือ แฮร์แคร์ จะมีการแข่งขันของผู้เล่นในตลาดที่ค่อนข้างสูง ซึ่งจะเห็นได้จากการจัดโปรโมชั่น กิจกรรมส่งเสริมการตลาด เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่พฤติกรรมการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคชาวไทย ประกอบกับเป็นยุคแห่งสังคมออนไลน์ ที่เรียกว่า Social Media หรือ Social Network เข้ามามีบทบาทสำคัญ เชื่อมต่อสังคมในวงกว้าง ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้หลายธุรกิจต้องปรับตัวมุ่งหน้าสู่การทำธุรกิจด้วย Digital Business ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจในยุคนี้”

“สำหรับแผนการตลาดในปีนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ มุ่งเน้นการทำตลาด 360 องศา สื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย รวมถึงใช้กลยุทธ์แอนิเมชั่น โดยมุ่งเน้นการต่อยอดขยายผลจากแคมเปญการตลาด “LYO X PASULOL” โดยเป็นครั้งแรกที่แบรนด์ไลโอ ทำสื่อโฆษณาในรูปแบบแอนิเมชั่น ภายใต้การทำงานร่วมกับทีมยูทูปช่องดัง อย่าง PASULOL ผลิต วิดีโอ แอนิเมชั่น ชื่อชุด “พี่หน่วงช่วยผมด้วยยยย” โดยดึงคาแรคเตอร์ของ หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย พาร์ทเนอร์คนสำคัญ พิธีกรรายการ “โหนกระแส” และผู้ประกาศข่าวรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ทางช่อง 3 มาในสไตล์ “พี่หน่วง” โดยการเล่าเรื่องราวผ่านการจำลองการจัดรายการโหนกระแส ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สร้างการรับรู้แบรนด์ไลโอ (LYO) สูตรสมุนไพรธรรมชาติ  ผ่านการเล่าเรื่องราวด้วยการ์ตูนแอนิเมชั่น โดยมีเนื้อหา ที่กล่าวถึงประโยชน์ และคุณสมบัติในผลิตภัณฑ์ไลโอ (LYO) ทั้งในสูตรมะกรูด ลดรังแค ความมัน อาการคันศีรษะ และสูตรอัญชัน ผมดกดำ เงางาม มีน้ำหนัก โดยมีแผนการเปิดตัว พร้อมทำสื่อโฆษณา ในหลากหลายแพลตฟอร์ม อาทิ สื่อออนไลน์ และ สื่อโฆษณานอกบ้าน Out of Home ทุกรูปแบบ โดยมีบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) บริษัทสื่อนอกบ้าน ที่ใหญ่สุดในไทย เป็นผู้ดูแล”

“บริษัทฯ พร้อมเดินหน้ามุ่งมั่นพัฒนายกระดับการผลิตสินค้าเพื่อผู้บริโภคในทุกด้านเพื่อการเติบโต และมั่นใจว่ากลยุทธ์แอนิเมชั่น ในครั้งนี้ จะสามารถเข้าถึง และสร้างการรับรู้ให้กับผลิตภัณฑ์แบรนด์ไลโอ (LYO) แก่ผู้บริโภคในทุกกลุ่มได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ และจะเป็นการเพิ่มทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะและต้องการความสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งจะช่วยสานต่อความสำเร็จในการทำตลาดของผลิตภัณฑ์ไลโอ (LYO) และผลักดันยอดขายโดยรวมให้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่ได้วางไว้” คุณนพรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหว “ไลโอ” (LYO) ได้ที่ http://www.lyothailand.com และ LINE Official: @lyothailand

-(016)

ฉลองวันเกิด 22 ปี ‘จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล’ นักกอล์ฟมืออันดับ 2 ของโลก

ฉลองวันเกิด 22 ปี ‘จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล’ นักกอล์ฟมืออันดับ 2 ของโลก

ฉลองวันเกิด 22 ปี ‘จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล’ นักกอล์ฟมืออันดับ 2 ของโลก

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.25 น.

ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 โดย มิสวินนี่ เฮง รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดการแข่งขัน และ มร. คริส แมดเซน กรรมการผู้จัดการ แอลพีจีเอ เอเชีย มอบของขวัญและเค้กฉลองวันเกิดให้กับ จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล นักกอล์ฟมืออันดับ 2 ของโลก ที่อายุ 22 ปีเต็มในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี

สัมผัสประสบการณ์ดวลวงสวิงของนักกอล์ฟสตรีระดับโลกในการแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025”  ระหว่างนี้จนถึงวันที่23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี

-(016)