ทำเนียบขาวเตือนยูเครน ลดวิจารณ์สหรัฐฯ แล้วปิดดีลขุดแร่ของทรัมป์

ทำเนียบขาวเตือนยูเครน ลดวิจารณ์สหรัฐฯ แล้วปิดดีลขุดแร่ของทรัมป์

21 ก.พ. 2568 01:59 น.

ทำเนียบขาวเตือนยูเครน ลดวิจารณ์สหรัฐฯ แล้วปิดดีลขุดแร่ของทรัมป์

ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงสหรัฐฯ เตือนยูเครนให้ลดวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ แล้วลงนามข้อตกลงให้สหรัฐฯ เข้าถึงแร่ธาตุหายากแลกกับความมั่นคง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 ก.พ. 2568 นายไมเคิล วอลต์ซ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาวสหรัฐฯ ออกมาเตือนยูเครนว่าให้ลดการวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ ลง ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังหาทางทำข้อตกลงยุติสงครามโดยดูเหมือนว่ายูเครนจะถูกกันไม่ให้มีส่วนร่วม

“มันเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ พวกเขาจำเป็นต้องลดเสียงลง และตรวจสอบดีๆ แล้วลงนามข้อตกลงนั้นเสีย” นายวอลต์ซบอกกับสำนักข่าว ฟ็อกซ์นิวส์

ข้อตกลงที่นายวอลต์ซพูดถึง คือข้อตกลงที่นายทรัมป์กำลังผลักดันเพื่อให้เคียฟมอบสิทธิ์ในการเข้าถึงแร่ธาตุหายากในยูเครนให้แก่สหรัฐฯ เพื่อแลกกับความช่วยเหลือ หรืออาจเป็นการชดเชยการสนับสนุนที่สหรัฐฯ มอบให้พวกเขาไปแล้วก่อนหน้านี้

“เราได้นำเสนอโอกาสครั้งประวัติศาสตร์และน่าเหลือเชื่อให้แก่ชาวยูเครนแล้ว” นายวอลต์ซกล่าว และเสริมว่าการลงนามข้อตกลง จะเป็นการรับประกันความมั่นคงที่ดีที่สุดและยั่งยืนอย่างที่พวกเขาหวังเอาไว้

อย่างไรก็ตาม นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวของนายทรัมป์ไปแล้ว โดยระบุว่าสหรัฐฯ ขอเข้าถึงแร่ธาตุของพวกเขา โดยไม่มีการรับประกันเรื่องความมั่นคงใดๆ เลย และว่า “ผมไม่สามารถขายชาติของเราได้”

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับยูเครน โดยเฉพาะโดนัลด์ ทรัมป์ กับนายเซเลนสกีดูจะย่ำแย่ลงเรื่อยๆ โดยนายทรัมป์แสดงออกชัดเจนมาตลอดว่าต้องการยุติสงครามในยูเครนโดยเร็วที่สุด แม้ว่าฝ่ายยูเครนจะต้องเสียดินแดนก็ตาม และเริ่มการพูดคุยกับรัสเซียโดยไม่มีฝ่ายยูเครนเข้าร่วม

ผู้นำของทั้ง 2 ประเทศยังสาดวิวาทะตอบโต้กันไปมา โดยนายทรัมป์กล่าวหายูเครนว่าเป็นฝ่ายเริ่มสงครามและกล่าวหาเซเลนสกีเป็นผู้นำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากยูเครนไม่ได้จัดการเลือกตั้งในช่วงสงคราม และอ้างว่าคะแนนนิยมของเซเลนสกีอยู่ที่ 4% เท่านั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นคำกล่าวอ้างที่ฝ่ายรัสเซียเคยยกมาโจมตีผู้นำยูเครนทั้งสิ้น

ส่วนฝ่ายเซเลนสกีก็ตอบโต้นายทรัมป์ว่า อยู่ในพื้นที่ที่มีแต่ข้อมูลบิดเบือนซึ่งสร้างโดยรัสเซีย ทำให้นายทรัมป์ออกมาโจมตีอีกว่า เซเลนสกีเป็นผู้นำเผด็จการ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สลด รถไฟศรีลังกาวิ่งชนโขลงช้างตาย 6 เจ็บ 2 ใกล้เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า

สลด รถไฟศรีลังกาวิ่งชนโขลงช้างตาย 6 เจ็บ 2 ใกล้เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า

21 ก.พ. 2568 00:40 น.

สลด รถไฟศรีลังกาวิ่งชนโขลงช้างตาย 6 เจ็บ 2 ใกล้เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า

รถไฟศรีลังกาวิ่งชนโขลงช้างป่า จนมีช้างตายถึง 6 ตัว บาดเจ็บอีก 2 ตัว ใกล้กับเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ตอนกลางของประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุรถไฟโดยสารวิ่งชนโขลงช้าง ใกล้กับเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าในเมืองฮาบารานา ตอนกลางของประเทศศรีลังกา เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 20 ก.พ. 2568 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ช้างล้มตายถึง 6 ตัว และบาดเจ็บอีก 2 ตัว ส่วนผู้โดยสารบนรถไฟไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ตำรวจท้องถิ่นระบุว่า ช้าง 2 ตัวที่ได้รับบาดเจ็บกำลังรับการรักษา และว่านี่เป็นอุบัติเหตุเกี่ยวข้องกับสัตว์ป่าครั้งเลวร้ายที่สุดที่เขาเคยพบเจอ

อย่างไรก็ตาม ศรีลังกาเป็นประเทศที่มีอัตราการเผชิญหน้าระหว่างช้างกับมนุษย์มากที่สุดในโลก โดยในปี 2567 มีคนมากกว่า 170 คน กับช้างอีกเกือบ 500 ตัว เสียชีวิตในการเผชิญหน้ากันรวมทุกรูปแบบ ขณะที่มีช้างตายจากการถูกรถไฟชนเฉลี่ยปีละประมาณ 20 ตัว

ทั้งนี้ ในประเทศศรีลังกามีช้างป่าอาศัยอยู่ประมาณ 7,000 ตัว โดยตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ช้างซึ่งถิ่นที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการตัดไม้ทำลายป่าและการลดลงของทรัพยากร เริ่มขยับเข้าใกล้สังคมของมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อปี 2561 มีช้างตั้งท้องกับลูกน้อย 2 ตัวของมัน ถูกรถไฟชนตายในเมืองฮาบารานาแห่งเดียวกันนี้ ขณะที่เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน รถไฟอีกขบวนในเมืองมินเนริยา ซึ่งห่างจากเมืองฮาบารานาเพียง 25 กม. ก็ชนช้างอีกโขลง จนช้างตายไป 2 ตัวและบาดเจ็บอีก 1 ตัว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

จีนดำเนินคดี “มาเฟียตระกูลหมิง” หัวโจกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมา

จีนดำเนินคดี “มาเฟียตระกูลหมิง” หัวโจกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมา

20 ก.พ. 2568 23:00 น.

จีนดำเนินคดี “มาเฟียตระกูลหมิง” หัวโจกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมา

(ภาพจาก xinhua)

จีนดำเนินคดีสมาชิกแก๊งอาชญากรรมที่ถูกส่งตัวจากเมียนมา รวมถึงครอบครัวตระกูลหมิง หัวโจกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมียนมา พัวพันคดีอื้อทั้งฉ้อโกง เจตนาฆ่า ยาเสพติด และค้าประเวณี

สื่อจีนอย่างสำนักข่าวซินหัว และซีซีทีวี รายงานว่า ศาลประชาชนกลางเมืองเวินโจว มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน ได้ดำเนินการพิจารณาคดีความกับจำเลยทั้งหมด 23 ราย ซึ่งเป็นสมาชิกหลักของกลุ่มฉ้อโกงทางโทรคมนาคมขนาดใหญ่หลายกลุ่มในภาคเหนือของเมียนมา ระหว่างวันที่ 14-19 ก.พ. โดยมีการพิจารณาหลายข้อหา รวมถึงอาชญากรรมที่ทำให้พลเมืองจีนเสียชีวิต 14 ราย และบาดเจ็บ 6 ราย

จำเลยส่วนหนึ่ง ได้แก่ นาย “หมิง กั๊วผิง” หรือ “เมียง มยิ่น ชอน พยิ่น” กับลูกสาวคือ “หมิง จวี้หลาน” และหลานสาวคือ “หมิง เจินเจิน” หรือ “มะ ทิริ เมียง” หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมที่นำโดยครอบครัวของพวกเขา รวมถึงสมาชิกหลักของแก๊งและสมาชิกแก๊งอื่นๆ ที่เป็น “ผู้สนับสนุน” การก่ออาชญากรรม โดยพวกเขาถูกตั้งข้อหาทางอาญา 11 กระทง เช่น ฉ้อโกง เจตนาฆ่า เจตนาทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยวอย่างผิดกฎหมาย เปิดกาสิโน ค้ายาเสพติดและประเวณี

ทั้งนี้ แก๊งอาชญากรรมของตระกูลหมิง นำโดยนาย หมิง เสวียชาง อดีตสมาชิกสภารัฐฉานของเมียนมา และอดีตสมาชิกคณะกรรมการผู้นำโกก้าง โดยเขาเสียชีวิตด้วยการจบชีวิตตัวเองหลังถูกตำรวจจีนจับกุมตัว ส่วนลูกชายของเขาคือ หมิง กั๊วผิง เป็นอดีตผู้นำกองกำลังพิทักษ์ชายแดนโกก้าง ภายใต้กองทัพเมียนมา

คณะอัยการกล่าวว่าจำเลยเหล่านี้ใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของครอบครัวในพื้นที่ตอนเหนือของเมียนมา จัดตั้งแหล่งซ่องสุมแก๊งอาชญากรรมหลายแก๊ง ให้การคุ้มกันด้วยอาวุธแก่ปฏิบัติการของ “ผู้สนับสนุน” และสมรู้ร่วมคิดในการก่ออาชญากรรมต่างๆ เช่น แผนการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมที่มีเป้าหมายเป็นประชาชนในจีน

คำฟ้องร้องระบุว่าอาชญากรรมการพนันและการฉ้อโกงเกี่ยวพันกับเงินทุนมากกว่า 1 หมื่นล้านหยวน (ราว 5 หมื่นล้านบาท) และส่งผลให้พลเมืองจีนเสียชีวิต 14 ราย และบาดเจ็บ 6 ราย

เหตุการณ์ที่เป็นกรณีสำคัญเกิดขึ้นวันที่ 20 ต.ค. 2023 แก๊งอาชญากรรมร่วมมือกับ “ผู้สนับสนุน” จัดการคุ้มกันด้วยอาวุธระหว่างโยกย้ายคนที่ทำงานให้แก๊งของพวกเขาเพื่อหลีกหนีการปราบปราม โดยบางคนพยายามหลบหนีแต่ถูกทีมคุ้มกันยิงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บหลายราย

คณะอัยการได้แสดงหลักฐานให้จำเลยแต่ละรายและทนายความของพวกเขาตรวจสอบระหว่างการพิจารณาคดีความ ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้อธิบายโต้แย้งตามลำดับและจำเลยให้การครั้งสุดท้าย ท่ามกลางการสังเกตการณ์ของสมาชิกสภานิติบัญญัติ ที่ปรึกษาทางการเมือง นักข่าว สมาชิกครอบครัวของผู้ที่เกี่ยวข้อง และสาธารณชนรวมมากกว่า 100 คน

นอกจากการพิจารณาคดีความครั้งนี้ มีการสอบสวนผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวพันกับกลุ่มอาชญากรรมอีกหลายพันราย เนื่องจากพวกเขามีความเชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงทางโทรคมนาคมมากกว่า 10,000 คดี โดยการจัดการคดีความเหล่านี้สะท้อนความมุ่งมั่นของจีนในการคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ตามกฎหมายของชาติและพลเมือง

แหล่งข่าวอัยการระบุว่าอาชญากรรมบางส่วนเกิดขึ้นภายในพรมแดนจีน มุ่งเป้าที่พลเมืองจีนเป็นพิเศษ และสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ร่วมของประชาคมระหว่างประเทศ ทำให้จีนมีอำนาจการพิจารณาคดีความภายใต้กฎหมายอาญาและสนธิสัญญาระหว่างประเทศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : scmp

อินเดียพบร่างคนงานเหมือง 5 ศพสุดท้ายแล้ว ยุติการค้นหาที่ 44 วัน

อินเดียพบร่างคนงานเหมือง 5 ศพสุดท้ายแล้ว ยุติการค้นหาที่ 44 วัน

20 ก.พ. 2568 22:31 น.

อินเดียพบร่างคนงานเหมือง 5 ศพสุดท้ายแล้ว ยุติการค้นหาที่ 44 วัน

อินเดียสิ้นสุดการค้นหาคนงานเหมืองที่หายตัวไปในเหมืองถ่านหินซึ่งถูกน้ำท่วมแล้ว หลังพบร่างคนงาน 5 ศพสุดท้าย รวมใช้เวลาค้นหา 44 วัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ปฏิบัติการค้นหาคนงานที่หายตัวไปในเหมืองถ่านหินที่ถูกน้ำท่วม ในรัฐอัสสัม ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย สิ้นสุดลงแล้ว หลังเจ้าหน้าที่พบร่างคนงาน 5 ศพสุดท้ายเมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2568 ที่ผ่านมา รวมใช้เวลาค้นหาทั้งหมด 44 วัน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยของอินเดียดำเนินการค้นหามาตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค. 2568 หลังจากเกิดน้ำท่วมทำให้คนงาน 9 คนติดอยู่ในเหมืองถ่านหิน ที่เมืองอุมรังโซ (Umrangso) ซึ่งเจ้าหน้าที่พบศพผู้เสียชีวิต 4 รายภายในสัปดาห์แรกของการค้นหา แต่อีก 5 ศพเพิ่งถูกพบเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

นายหิมันตา บิสวา ซาร์มา มุขมนตรีรัฐอัสสัม โพสต์ข้อความผ่าน X ระบุว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในกระบวนการยืนยันตัวศพผู้เสียชีวิต ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานจัดการภัยพิบัติท้องถิ่นของรัฐอัสสัมเผยว่า ครอบครัวคนงานได้รับเชิญให้มายืนยันศพ และพวกเขาจะได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาลท้องถิ่น

ปฏิบัติการค้นหาที่เหมืองอุมรังโซ ในเขตดีมา ฮาเซา (Dima Hasao) เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างทีมปฏิบัติการพิเศษรับมือภัยพิบัติ, กองทัพบกกับกองทัพเรืออินเดีย, ตำรวจรัฐอัสสัม และสำนักงานจัดการภัยพิบัติเขตดีมา ฮาเซา โดยมีนักประดาน้ำกับเฮลิคอปเตอร์ถูกส่งมาร่วมปฏิบัติการด้วย

นายราวี ราอี หนึ่งในคนงานที่ถูกช่วยออกมาก่อนเล่าว่า เขากับคนอื่นๆ กำลังทำงานภายในเหมือง ก่อนที่จู่ๆ น้ำจะทะลักเข้ามา “เราจับเชือกเอาไว้ขณะอยู่ในน้ำลึก 15-18 ม. นานอย่างน้อย 50 นาที ก่อนจะถูกดึงขึ้นไป”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รมว.เกษตรฯร่วมแชร์ ทิศทางดันพืชเกษตร มุ่งสร้างโอกาสพัฒนา ตอบโจทย์ตลาดโลก

รมว.เกษตรฯร่วมแชร์  ทิศทางดันพืชเกษตร  มุ่งสร้างโอกาสพัฒนา  ตอบโจทย์ตลาดโลก

รมว.เกษตรฯร่วมแชร์ ทิศทางดันพืชเกษตร มุ่งสร้างโอกาสพัฒนา ตอบโจทย์ตลาดโลก

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการสัมมนา ไข่ผำ – วานิลลา : เจาะลึก โอกาสธุรกิจพืชเทรนด์ใหม่ พร้อมทั้งร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางพืชมูลค่าสูง และโอกาสของเกษตรไทย” โดยมีผู้บริหารสังกัดกระทรวงเกษตรฯผู้ประกอบการ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่ากระทรวงเกษตรฯ มีเป้าหมายหลักที่ชัดเจนในพัฒนาศักยภาพเกษตร เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ซึ่งได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะการทำเกษตรยุคใหม่ และการพัฒนาศักยภาพภาคการผลิตให้แก่เกษตรกร เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรให้ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดในยุคปัจจุบัน รวมถึงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดสินค้าเกษตร โดยเล็งเห็นโอกาสในการยกระดับสินค้าเกษตรไทยจากพืชทางเลือกยุคใหม่ อาทิ “ไข่ผำ” ซึ่งจัดเป็นสินค้าเกษตรยุคใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจและเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคจำนวนมาก เนื่องจากเป็นอาหารสุขภาพทางเลือกที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและ “วานิลลา” ผลผลิตทางการเกษตรที่สามารถแปรรูปเพื่อต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ในหลากหลายรูปแบบ อีกทั้งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นและมั่นคงให้แก่เกษตรกรต่อไป

โอกาสนี้ นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วยนายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ร่วมเสวนาพิเศษในหัวข้อ Renewable ปรับเกษตรไทย สู่เกษตรมูลค่าสูง

เกษตรฯโชว์ผลงานเวทีพลังหญิงฯ

เกษตรฯโชว์ผลงานเวทีพลังหญิงฯ

เกษตรฯโชว์ผลงานเวทีพลังหญิงฯ

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ Global Markets : เกษตรไทยผงาดตลาดโลก ภายในงาน “Go Thailand 2025 Women Run the World : พลังหญิงเปลี่ยนโลก” ที่ TRUE ICON HALL ICONSIAM เพื่อเป็นการแบ่งปันวิสัยทัศน์และมุมมองการขับเคลื่อนประเทศ และสร้างแรงบันดาลใจ เรียนรู้จากผู้นำหญิงที่ประสบความสำเร็จ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือความท้าทายในอนาคต

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ปัจจุบันเวทีโลกให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรของไทย องค์กรนานาชาติที่เกี่ยวกับเรื่องของอาหารและการเกษตรมาตั้งสำนักงานสาขาที่เรียกว่า สำนักงานภูมิภาคในประเทศไทยครบหมดแล้ว เนื่องจากเห็นว่าเรามีความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ของภาคการเกษตร จากข้อมูลปี 2565-2567 ไทยส่งสินค้าเกษตร เฉพาะสินค้าเกษตรร่วม 1.8 ล้านล้านบาท และก็เพิ่มขึ้นทุกปี โดยลำดับแรกของประเทศที่เราส่งสินค้าเกษตรออกไปคือประเทศจีน ถัดมาเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น มาเลเซีย และอินโดนีเซีย โดยข้าวมีมูลค่าส่งออกเยอะที่สุด รองลงมาคือเนื้อไก่ ทุเรียน ยางพารา ที่เราเป็นผู้ส่งออกยางอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งหลายท่านอาจจะไม่ทราบว่า ปี 2567 ราคายางพาราเพิ่มขึ้นร่วม 40 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นกว่า 100,000 ล้านบาท ส่วนภาพรวมการส่งออกสินค้าเกษตรของประเทศไทยอยู่ลำดับที่ 15 จากปีก่อนที่อยู่ลำดับที่ 16 ซึ่งเราก็หวังว่าเราจะขยับขึ้นไปเรื่อยๆ

“ภาคการเกษตรไทยอยู่ในลำดับต้นๆ ของตลาดโลกได้นั้น เป็นเพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ได้ทรงริเริ่มไว้หลายๆ โครงการ เช่น นวัตกรรมทำฝนหลวงในพื้นที่แห้งแล้งภาคอีสาน จนกำเนิดเป็นกรมฝนหลวงฯ การศึกษาวิจัยว่าจะเพาะปลูกให้ได้ผลผลิตที่ดี จึงเกิดกรมพัฒนาที่ดิน ทำให้ยูเอ็นประกาศให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันดินโลกเพื่อเฉลิมพระเกียรติ” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

‘อัครา’ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ สร้างแหล่งอาหาร-เพิ่มรายได้

‘อัครา’ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ  สร้างแหล่งอาหาร-เพิ่มรายได้

‘อัครา’ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ สร้างแหล่งอาหาร-เพิ่มรายได้

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำโครงการบริหารจัดการทรัพยากรประมง กิจกรรมบริหารจัดการทรัพยากรประมงน้ำจืด การเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำชุมชนเพื่อเพิ่มรายได้และลดค่าครองชีพของประชาชน ประจำปี 2568 ที่อ่างแฝดหมู่ 8 บ้านใหม่ดอนชัย ต.ยางคราม อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ โดยกิจกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดการเผาลดการเกิดมลพิษลดฝุ่น PM2.5 เนื่องจากในกิจกรรมดังกล่าวจะใช้ฟางข้าวเป็นอาหารธรรมชาติ ไม่น้อยกว่า 1,000 กิโลกรัม เพื่อนำเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ 7 ชนิด ได้แก่ ปลาเกล็ดเงิน (ปลาจีน) ปลายี่สกเทศ ปลาตะเพียนขาว ปลาบ้า ปลานิล และปลาบึก 37,600 ตัว และพันธุ์กุ้งก้ามกราม 40,000 ตัว นอกจากนี้ในกิจกรรมดังกล่าวจะมีการขยายผลสู่แหล่งน้ำปิดของชุมชนอื่นๆ (ขนาด 10-60 ไร่) ทั่วประเทศอีกรวม 1,500 แหล่งน้ำ (พื้นที่ประมาณ 47,268 ไร่) ใน 70 จังหวัด รวมทั้งโครงการจะปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจ รวมทั้งสิ้น 116.4 ล้านตัว (77,600 ตัว/แหล่งน้ำ) และจะใช้ฟางข้าวเป็นอาหารสัตว์น้ำที่ปล่อยลงไปทั้งหมด

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะใช้ฟางข้าวรวมแล้วไม่น้อยกว่า 15,000 ตัน ช่วยเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจในแหล่งน้ำชุมชนได้ไม่น้อยกว่า 6,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 450 ล้านบาท(กุ้งก้ามกราม ประมาณ 300 ตัน มูลค่า 165 ล้านบาท ปลาน้ำจืดเศรษฐกิจ ประมาณ 5,700 ตัน มูลค่า 285 ล้านบาท) ที่สำคัญจะทำให้เกษตรกรมีองค์ความรู้ในการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรได้อย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์ในระยะยาวทั้งด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สามารถช่วยลดการเผาฟาง ลดปริมาณคาร์บอนได้กว่า 18,529 กิโลกรัมคาร์บอน และลดการเกิดฝุ่น PM2.5 ได้มากกว่า 2,750 ตัน

“กิจกรรมการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจครั้งนี้ จะเป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้ให้กับชุมชนโดยรอบแหล่งน้ำ รวมทั้งเพื่อให้ชุมชนเกิดความรักและความสามัคคีในการร่วมกันบริหารจัดการแหล่งน้ำเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯมุ่งมั่นยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร โดยทุกโครงการจะต้องมาจากการสะท้อนปัญหาของพี่น้องเกษตรกร”นายอัครา กล่าว

ด้านนายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า มุ่งหวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ได้อย่างจริงจัง และช่วยส่งเสริมเพิ่มรายได้ลดค่าครองชีพให้กับเกษตรกร ตลอดจนเพิ่มจำนวนประชากรสัตว์น้ำประจำถิ่นในธรรมชาติและสัตว์น้ำที่ไม่สามารถหาพื้นที่เหมาะสมตามธรรมชาติในช่วงฤดูผสมพันธุ์และวางไข่ได้ ช่วยคืนความอุดมสมบูรณ์ให้ชุมชนและสร้างแหล่งอาหารโปรตีน

‘นฤมล’ถกคกก.นโยบาย พัฒนาสุกร-รักษาเสถียรภาพ

‘นฤมล’ถกคกก.นโยบาย  พัฒนาสุกร-รักษาเสถียรภาพ

‘นฤมล’ถกคกก.นโยบาย พัฒนาสุกร-รักษาเสถียรภาพ

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ครั้งที่ 1/2568 โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม ซึ่งที่ประชุมรับทราบสถานการณ์การผลิตเนื้อสุกรของโลกในปี 2568 จะลดลงร้อยละ 1 เป็น 115.1 ล้านตัน จากเดิมปี 2567 ผลิตได้ 116.02 ล้านตัน เนื่องจากแหล่งผลิตเนื้อสุกรลำดับต้นของโลก(จีนและสหภาพยุโรป) มีปริมาณแม่พันธุ์และการบริโภคเนื้อสุกรลดลงในปี 2567 ขณะที่สหรัฐอเมริกา เวียดนาม และบราซิล มีการผลิตเพิ่มขึ้น

สถานการณ์การผลิตสุกรขุนของไทย ปี 2567 ผลิตได้ 23.46 ล้านตัว ปรับเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 14.67 หรือ 20.46 ล้านตัว เป็นผลจากการปรับตัวของฟาร์มสุกรที่ทำระบบการเลี้ยงให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพ และราคาสุกรมีชีวิตมีเสถียรภาพในปี 2566 สำหรับปี 2567 สุกรมีชีวิต มีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 72.91 บาท เนื้อสุกรชำแหละ มีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 132.26 บาท และคาดว่าปี 2568 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับผลการดำเนินโครงการรักษาเสถียรภาพราคาสุกร มีการปราบปรามเนื้อสุกรเถื่อนอย่างจริงจัง และตัดวงจรลูกสุกรทำหมูหัน ปี 2567 รวม 43,262 ตัว รวมถึงเปิดตลาดส่งออกสุกรมีชีวิตและผลิตภัณฑ์เนื้อสุกร เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาสุกร

นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบ (ร่าง) บันทึกข้อตกลงความร่วมมือคุมปริมาณสุกรให้สอดคล้องกับความต้องการบริโภคภายในประเทศ ระหว่างกรมปศุสัตว์ และผู้เลี้ยงสุกรรายใหญ่ 16 ราย ซึ่งมีสาระสำคัญให้หยุดการขยายฟาร์มแม่พันธุ์ใหม่ คงระดับจำนวนแม่พันธุ์สุกรให้อยู่ในระดับไม่เกิน 1.2 ล้านตัวในปี 2568 เพื่อลดความผันผวนของราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรทั้งประเทศ

กลุ่มศิลปการแสดงภิวัฒน์ ร่วมมือ วธ.ผุดโปรเจค ‘มาณวิกา เดอะมิวสิเคิล’ แนว MVT ละครเพลงสะท้อนสังคมยุคดิจิทัล

กลุ่มศิลปการแสดงภิวัฒน์ ร่วมมือ วธ.ผุดโปรเจค 'มาณวิกา เดอะมิวสิเคิล' แนว MVT ละครเพลงสะท้อนสังคมยุคดิจิทัล

กลุ่มศิลปการแสดงภิวัฒน์ ร่วมมือ วธ.ผุดโปรเจค ‘มาณวิกา เดอะมิวสิเคิล’ แนว MVT ละครเพลงสะท้อนสังคมยุคดิจิทัล

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.37 น.

ด้วยความรักและศรัทธาในศิลปะการแสดง และต้องการให้ศาสตร์ทักษะการแสดงสืบทอดต่อไป  ทำให้เกิดการรวมตัวของคนกลุ่มหนึ่งที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิงมากว่า 40 ปี  ต่างมีจุดหมายเดียวกัน นำโดย นายนภาดล กำปั่นทอง ผู้ดำเนินการโครงการฯ,  ผศ.ดร. สามมิติ สุขบรรจง รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ และผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาโท ด้านการออกแบบ  วิทยาลัยการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดง  , นางสาวนัยนา อึ้งสวัสดิ์ กรรมการบริษัท โซนิกซ์ ยูธ 1999 จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตละครและรายการโทรทัศน์, นายมนตรี วัดละเอียด (อ.ขวด) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแต่งหน้าภาพยนตร์และละคร, ผู้อำนวยการศิลปะการแต่งหน้าสวนขวด , ผศ.ดร. กิตติกร นพอุดมพันธ์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร  และผู้ทรงคุณวุฒิอีกหลายท่าน ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดตั้งกลุ่ม “ศิลปการแสดงภิวัฒน์” (The Performing Arts Revolution Group) เป็นการส่งเสริมศักยภาพ เพื่อพัฒนา และยกระดับบุคลากรในอุตสาหกรรมการแสดง เป็นความพยายามในการรวบรวมกลุ่มศิลปิน บุคลากรที่มีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ด้านศิลปะหลายแขนง อาทิ   การแสดง ,การกำกับการแสดง ,การออกแบบเครื่องแต่งกาย ฉาก, แสง , การขับร้อง และดนตรี    โดยเป็นผู้ที่มีความรู้ และความชำนาญในสายอาชีพนี้ไม่ต่ำกว่า 20 ปี  และด้วยความตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงของสังคมปัจจุบัน การเชื่อมโยงศิลปะการแสดงและการละคร จึงมีรูปแบบที่เปลี่ยนไป ศิลปะการแสดงในวันนี้ ถ้าจะให้มีความร่วมสมัย จำเป็นต้องมีการปรับปรุงและพัฒนา รวมทั้งเปิดรับเทคโนโลยีให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถช่วยสร้างประสบการณ์ที่ตื่นตาตื่นใจกับผู้ชมในยุคดิจิทัล

กลุ่มศิลปการแสดงภิวัฒน์ จึงเปิดโอกาสให้บุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความสามารถทางเทคโนโลยี เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อช่วยกันถ่ายทอดความรู้ ผ่านการสร้างสรรค์ศิลปะการแสดงร่วมสมัยในรูปแบบ ‘MVT’ (Musical Virtual Theatre) หรือละครเพลงผสานเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง ใน “มาณวิกา เดอะมิวสิเคิล” การกลับมาของอมิตตดา และวัฏจักรแห่งมิจฉาจิตเป็นครั้งแรกซึ่งจะเป็นเรื่องที่มีความร่วมสมัย ให้ผู้ชมได้รับรู้ถึงภัยอันตรายที่มาจาก ‘มิจฉาจิต’ หรือความเชื่อในใจที่ผิด ซึ่งการสร้างสรรค์ละครเรื่องนี้ เปรียบเสมือนกุศโลบาย ชี้แนะผู้ชมให้ตระหนักถึง การใช้สติปัญญา พิจารณาไตร่ตรอง อย่างมีเหตุผลในการดำเนินชีวิตซึ่งจะส่งผลต่อสังคมส่วนรวมและประเทศชาติต่อไป

สำหรับหน้าม่านของ “มาณวิกา เดอะมิวสิเคิล”  เป็นการรวมตัวของดารานักแสดงมากฝีมือ ที่จะมาร่วมถ่ายทอดอรรถรสความบันเทิงอย่างเข้มข้น  ในส่วนหลังม่าน รวบรวมผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้มีประสบการณ์ ผู้เชี่ยวชาญ จากหลากหลายศาสตร์หลายแขนง    และนอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้กับน้องๆ นักเรียนนักศึกษาที่ชื่นชอบการทำงาน ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังเข้าร่วมออดิชันจำนวนมาก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในผลงานเรื่องนี้  ให้พร้อมสมบูรณ์ที่สุด ถ่ายทอดสู่สายตาแฟนละครเวทีที่สนใจเสพศิลปะบันเทิงในศาสตร์แขนงนี้ให้ขยายฐานเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น

นายนภาดล กำปั่นทอง หัวเรือใหญ่โครงการฯ เผยว่า “เป้าหมายของเรา คือการตอบแทนสังคมด้วยการเผยแพร่ความรู้ ประสบการณ์การทำงานอย่างมืออาชีพ ส่งต่อให้แก่บุคลากรรุ่นใหม่และมุ่งมั่นทำงานกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกันอย่างต่อเนื่องต่อไป”

ผู้ที่รักและหลงใหลในผลงานละครเพลงละครเวที  “มาณวิกา เดอะมิวสิเคิล” เป็นอีกหนึ่งผลงานที่จะมาสร้างความสุข ให้ผู้ที่ชื่นชอบละครเพลงโดยจะเปิดรอบการแสดงในเดือนมิถุนายน นี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook :   ศิลปะการแสดงภิวัฒน์ , Facebook Fanpage : ศิลปการแสดงภิวัฒน์ #มาณวิกาเดอะมิวสิเคิล , เว็บไซต์ :  theperformingartsrevolutiongroup.com , อินสตราแกรม :   theparg2025 (กลุ่มศิลปการแสดงภิวัฒน์) #มาณวิกาเดอะมิวสิเคิล , Threads theparg2025 : #มาณวิกาเดอะมิวสิเคิล , YouTube  :   theparg2025 #มาณวิกาเดอะมิวสิเคิล , TikTok :   มาณวิกา สาระ (แน) #มาณวิกาเดอะมิวสิเคิล , X :  theparg2025 #มาณวิกาเดอะมิวสิเคิล

-(016)

สมาคมกงสุลฯ ร่วมแสดงความยินดี ผอ.กองลาตินอเมริกาคนใหม่

สมาคมกงสุลฯ ร่วมแสดงความยินดี ผอ.กองลาตินอเมริกาคนใหม่

สมาคมกงสุลฯ ร่วมแสดงความยินดี ผอ.กองลาตินอเมริกาคนใหม่

วันศุกร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.32 น.

สมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ประเทสไทย  นำโดย ม.ล.ปรียพรรณ ศรีธวัช กงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์เปรู (เชียงใหม่) เป็นผู้แทน ดร.ชุมพล พรประภา ประธานสมาคมฯ มอบดอกไม้แสดงความยินดีแก่ นายจักรพันธ์ ยุวรี ผู้อำนวยการกองลาตินอเมริกาคนใหม่ โดยมีสมาชิกสมาคมฯ และกงสุลกิตติมศักดิ์ในประเทศฝั่งลาตินอเมริการ่วมยินดี อาทิ จักร จามิกรณ์  เลขาธิการสมาคมฯ และกงสุลใหญ่ฯ นิการากัว ณพ ณรงค์เดช กงสุลฯ เม็กซิโก เนตรา ฤทัยยานนท์ กงสุลฯ อุรุกวัย วรัดดา รัตนิน กงสุลฯ จาเมก้า  จเรรัฐ ปิงคลาศัย กงสุลฯ ซูรินาเม ณัฐพล ประคุณศึกษาพันธ์ กงสุลฯ เปรู (ขอนแก่น) ธมณทีป ซิงห์คานิยอ กงสุลฯ บาฮามาส บรรยากาศเลี้ยงสังสรรค์เป็นไปอย่างอบอุ่น ณ ห้องอาหารลียอง กรุงเทพฯ

-(016)