เปิดภาพ ลุค ลี หนุ่มตี๋วัย 20 ปี ลูกชายคนโตของครอบครัว แป้ง อรจิรา

เปิดภาพ ลุค ลี หนุ่มตี๋วัย 20 ปี ลูกชายคนโตของครอบครัว แป้ง อรจิรา

20 ก.พ. 2568 15:39 น.

เปิดภาพ ลุค ลี หนุ่มตี๋วัย 20 ปี ลูกชายคนโตของครอบครัว แป้ง อรจิรา

เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่น สำหรับ แป้ง อรจิรา ที่มักจะเผยภาพโมเมนต์น่ารักๆ ของสามีนักธุรกิจเศรษฐีชาวสิงคโปร์ ไลโอเนล ลี และลูกๆ ลุค, ลูคัส และน้องเลอา ให้ได้เห็นอยู่บ่อยครั้ง อย่างล่าสุดในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 40 ปีของ แป้ง เจ้าตัวก็ได้โพสต์ภาพครอบครัวและคนสนิทร่วมฉลองวันเกิดในงานดินเนอร์เล็กๆ

แต่ที่ทำเอาหลายคนสะดุดตาก็คือภาพครอบครัวที่มีสามีและลูกสาว น้องเลอา รวมถึงลูกชายคนโต ลุค ลี หนุ่มตี๋วัย 20 เจ้าของรอยยิ้มสดใส ตาสระอิ ทายาทคนโตของตระกูลลีนั่นเอง

เปิดภาพ ลุค ลี หนุ่มตี๋วัย 20 ปี ลูกชายคนโตของครอบครัว แป้ง อรจิรา
เปิดภาพ ลุค ลี หนุ่มตี๋วัย 20 ปี ลูกชายคนโตของครอบครัว แป้ง อรจิรา

และที่ผ่านมา แป้ง มักจะลงภาพน่ารักๆ ของสมาชิกในครอบครัวอยู่เรื่อยๆ ซึ่งมี 5 คน คือ แม่แป้ง พ่อไลโอเนล พร้อมด้วยลูกๆ ทั้ง 3 คน คือ ลุค พี่ชายคนโต, ลูคัส พี่ชายคนกลาง และน้องเลอา น้องสาวคนเล็กของบ้าน ต้องบอกเลยว่า บ้านนี้หน้าตาดีทั้งบ้าน ด้านแฟนๆ ที่ติดตามต่างกดไลก์พร้อมกับส่งหัวใจให้จำนวนมาก

เปิดภาพ ลุค ลี หนุ่มตี๋วัย 20 ปี ลูกชายคนโตของครอบครัว แป้ง อรจิรา
เปิดภาพ ลุค ลี หนุ่มตี๋วัย 20 ปี ลูกชายคนโตของครอบครัว แป้ง อรจิรา
เปิดภาพ ลุค ลี หนุ่มตี๋วัย 20 ปี ลูกชายคนโตของครอบครัว แป้ง อรจิรา
เปิดภาพ ลุค ลี หนุ่มตี๋วัย 20 ปี ลูกชายคนโตของครอบครัว แป้ง อรจิรา

เตรียมยุบพรรคฝ่ายประชาธิปไตยฮ่องกง หลังโดนจีนปราบปรามหนัก

เตรียมยุบพรรคฝ่ายประชาธิปไตยฮ่องกง หลังโดนจีนปราบปรามหนัก

21 ก.พ. 2568 14:45 น.

เตรียมยุบพรรคฝ่ายประชาธิปไตยฮ่องกง หลังโดนจีนปราบปรามหนัก

ผู้นำพรรคประชาธิปไตยของฮ่องกงได้ประกาศแผนการยุบพรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุด หลังถูกทางการจีนปราบปรามอย่างหนัก

ผู้นำพรรคประชาธิปไตยของฮ่องกงได้ประกาศแผนการยุบพรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุด หลังถูกทางการจีนปราบปรามอย่างหนัก นายโล คิน-เฮย ประธานพรรคกล่าวว่า ในเร็วๆ นี้ สมาชิกพรรคจะลงคะแนนเสียงในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะยุบพรรคที่มีอายุ 31 ปีหรือไม่

พรรคประชาธิปไตยพยายามต่อสู้เพื่อความอยู่รอด หลังจากที่จีนเคลื่อนไหวเพื่อปราบปรามผู้เห็นต่างฮ่องกงหลังจากเหตุประท้วงในปี 2019 ขณะที่รัฐบาลจีนและฮ่องกงโต้แย้งว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวมีความจำเป็นต่อความมั่นคงของชาติ โดยทางการจีนได้ยกเครื่องระบบการเลือกตั้งของฮ่องกงอดีตอาณานิคมของอังกฤษ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปราม

กฎหมาย “ผู้รักชาติ” ผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาลฮ่องกงในปี 2021 ซึ่งรับรองว่าเฉพาะคนที่ถือว่าภักดีต่อระบอบคอมมิวนิสต์ในจีนเท่านั้นที่สามารถดำรงตำแหน่งสมาชิกรัฐสภาหรือสมาชิกสภาท้องถิ่นได้ กฎหมายนี้สั่งห้ามพรรคประชาธิปไตยเข้าร่วมในการเลือกตั้ง

ในงานแถลงข่าวช่วงดึกของวันอังคาร (18 ก.พ.) หลังการประชุมพรรค นายโลกล่าวว่าผู้นำพรรคได้เรียกร้องให้ยุติการดำเนินการตามสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “การพัฒนาประชาธิปไตยในฮ่องกงเป็นเรื่องยากเสมอมา และเป็นเรื่องยากเป็นพิเศษในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา” และเมื่อถูกถามว่าผู้นำพรรคตัดสินใจภายใต้แรงกดดันทางการเมืองหรือไม่ เขาไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ

พรรคฯ ได้จัดตั้งคณะทำงานสำหรับกระบวนการปิดการทำงานของพรรค โดยสมาชิกอย่างน้อย 75% ที่เข้าร่วมการประชุมใหญ่ที่จะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ จะต้องเห็นชอบกับการดำเนินการดังกล่าวเสียก่อน จึงจะลงมติได้ ส่วนวันประชุมดังกล่าวยังไม่ได้กำหนด

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เรจินา อิป ที่ปรึกษารัฐบาลฮ่องกง กล่าวหาพรรคประชาธิปไตยว่า ดำเนินการตามวาระที่ต่อต้านจีน และสร้างปัญหาทั้งภายในและภายนอกรัฐสภาอย่างต่อเนื่อง “ดังนั้นฉันจึงไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาสูญเสียผู้สนับสนุนไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พรรคประชาธิปไตยได้มาถึงทางตันแล้ว”

พรรคประชาธิปไตยมีจุดเด่นในเรื่องการเจรจาโดยตรงกับสำนักงานการประสานงาน ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนในฮ่องกง ในปี 2010 เพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการเลือกตั้งแบบเสรีนิยมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สมาชิกที่เป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวของพรรค มองว่าการเจรจาดังกล่าวเป็นการทรยศ การเคลื่อนไหวดังกล่าวจุดชนวนให้เกิดความแตกแยกในขณะที่พรรคสูญเสียการสนับสนุน

ต่อมา พรรคได้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งและกลายเป็นพลังทางการเมืองฝ่ายค้านที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของฮ่องกง หลังจากได้ที่นั่งมากที่สุดในการเลือกตั้งสภาท้องถิ่นในปี 2019 ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างรุนแรง

สมาชิกพรรคประชาธิปไตยหลายคน รวมถึงบุคคลสำคัญที่สนับสนุนประชาธิปไตยอย่างเฮเลน่า หว่อง, ลัม เฉิงติง, หวู่ จี้ไหว และอัลเบิร์ต โฮ อยู่ในกลุ่มนักเคลื่อนไหว ที่มีชื่อว่า “ฮ่องกง 47” ที่ถูกจำคุกภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ

สมาชิกอีกคนคือ นายเท็ด ฮุย อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติ ปัจจุบันอาศัยอยู่ในออสเตรเลีย และถูกทางการฮ่องกงตามล่าตัวในข้อหาละเมิดความมั่นคงของชาติ เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ศาลได้ออกคำสั่งยึดทรัพย์สินและเงินของเขาในฮ่องกง ซึ่งครอบครัวของเขาและบริษัทกฎหมายถือครองอยู่

ในเดือนธันวาคม ฮ่องกงได้ปลดตำแหน่งผู้พิพากษากิตติมศักดิ์จากนายมาร์ติน ลี เคซี ผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปไตยคนสำคัญ หลังจากที่ทนายความผู้มากประสบการณ์คนนี้ แพ้คดีอุทธรณ์คดีการจัดชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต.

ที่มา  BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

เดลต้าแอร์ไลน์ เสนอจ่ายชดเชยผู้โดยสารคนละ 1 ล้าน เหตุเครื่องบินพลิกหงายท้อง

เดลต้าแอร์ไลน์ เสนอจ่ายชดเชยผู้โดยสารคนละ 1 ล้าน เหตุเครื่องบินพลิกหงายท้อง

21 ก.พ. 2568 12:08 น.

เดลต้าแอร์ไลน์ เสนอจ่ายชดเชยผู้โดยสารคนละ 1 ล้าน เหตุเครื่องบินพลิกหงายท้อง

สายการบินเดลต้าแอร์ไลน์ เสนอเงินชดเชยผู้โดยสารคนละ 1 ล้านบาท จากเหตุเที่ยวบิน 4819 พลิกหงายท้องขณะลงจอดที่สนามบินนานาชาติโตรอนโตเพียร์สัน ส่งผลให้ผู้โดยสาร 76 คน ต้องนั่งห้อยศีรษะ

สายการบินเดลต้าแอร์ไลน์ เสนอเงินชดเชยผู้โดยสารคนละ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,008,400 บาท จากเหตุเที่ยวบิน 4819 พลิกหงายท้องขณะลงจอดที่สนามบินนานาชาติโตรอนโตเพียร์สัน ส่งผลให้ผู้โดยสาร 76 คน ต้องนั่งห้อยศีรษะ ซึ่งหากผู้โดยสารทุกคนยอมรับข้อเสนอ สายการบินจะจ่ายเงินทั้งหมดประมาณ 2.3 ล้านดอลลาร์ หรือราว 77.31 ล้านบาท

ตัวแทนฝ่ายดูแลผู้โดยสารของเดลต้าแอร์ไลน์ แจ้งกับลูกค้าว่าการเสนอเงินชดเชยดังกล่าวไม่มีเงื่อนไขผูกมัดใดๆ และไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิ์ของพวกเขา

เครื่องบิน CRJ900 แบบเครื่องยนต์สองสูบ ได้รับอนุญาตให้ลงจอดได้เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 14.15 น.ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนตกกระแทกและเกิดไฟลุกไหม้และพลิกหงายท้อง คลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่แสดงให้เห็นล้อลงจอดด้านท้ายของเครื่องบินบิดตัว และปีกขวาหลุดออกจนเห็นเป็นลูกไฟ หลังจากเครื่องบินลงจอดอย่างแรงบนรันเวย์ มีรายงานว่ามีลมแรงมากในเมืองโตรอนโตตลอดวันที่เกิดเหตุ

ผู้โดยสารและลูกเรือ 4 คน รอดชีวิตทั้งหมด 80 คน โดยผู้โดยสาร 21 รายถูกนำส่งโรงพยาบาล แต่ขณะนี้สามารถกลับบ้านได้แล้วตามรายงานของสายการบิน ยังไม่ชัดเจนว่าผู้โดยสารจะได้รับค่าชดเชยสำหรับเที่ยวบินที่เดินทางมาจากเมืองมินนิอาโปลิส ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทเอนเดเวอร์ แอร์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดลต้าเมื่อใดและอย่างไร

ทั้งนี้ สนธิสัญญาระหว่างประเทศ ที่เรียกว่าอนุสัญญามอนทรีออล ครอบคลุมกรณีที่เกิดขึ้นในเส้นทางการเดินทางระหว่างประเทศ ภายใต้อนุสัญญาดังกล่าวผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บบนเที่ยวบินระหว่างประเทศสามารถรับค่าชดเชยได้สูงถึง 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตราบเท่าที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้น แม้ว่าสายการบินจะไม่ได้ประมาทก็ตาม

หากผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บและมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องเกินกว่าจำนวนเงินดังกล่าว พวกเขาจะได้รับสิทธิในการชดเชยโดยไม่มีข้อโต้แย้ง อย่างไรก็ตาม หากพบว่าสายการบินประมาท วงเงินค่าเสียหายอาจสูงเกิน 200,000 ดอลลาร์ และภายใต้อนุสัญญามอนทรีออล ผู้โดยสารมีเวลาสองปีในการยื่นฟ้อง.

ที่มา CNN

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

วาติกันเผย พระอาการโดยรวมของโป๊ปฟรานซิสดีขึ้นเล็กน้อย

วาติกันเผย พระอาการโดยรวมของโป๊ปฟรานซิสดีขึ้นเล็กน้อย

21 ก.พ. 2568 11:42 น.

วาติกันเผย พระอาการโดยรวมของโป๊ปฟรานซิสดีขึ้นเล็กน้อย

สำนักวาติกันเผยพระอาการโดยรวมของโป๊ปฟรานซิสดีขึ้นเล็กน้อย ขณะที่คริสตศาสนิกชนพากันสวดมนต์อวยพรขอให้ทรงหายจากประชวรในเร็ววัน

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 สาธุคุณแมตเตโอ บรูนี โฆษกสำนักวาติกัน แถลงเกี่ยวกับความคืบหน้าพระอาการประชวรของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส องค์ประมุขแห่งคริสตจักร นิกายโรมันคาทอลิก ที่เสด็จเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยระบุว่าอาการโดยรวมของพระสันตะปาปาฟรานซิส ดีขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่พระองค์กำลังต่อสู้กับโรคปอดบวม

แถลงการณ์ระบุว่า พระสันตะปาปาฟรานซิสไม่มีไข้ และอาการอยู่ในเกณฑ์ดีขึ้นเล็กน้อย ทรงตื่นนอน ลุกจากเตียง ทรงรับประทานอาหารเช้าในเก้าอี้ และยังคงทรงงานจากห้องพักในโรงพยาบาล ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพระองค์ยังมีสุขภาพดีพอที่จะปฏิบัติภารกิจได้

ก่อนหน้านี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระชนม์ 88 พรรษา เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หลังจากอาการหลอดลมอักเสบแย่ลง แพทย์วินิจฉัยในเวลาต่อมาว่าพระองค์กำลังทรงเป็นโรคปอดบวมในปอดทั้งสองข้าง ร่วมกับโรคหลอดลมอักเสบจากโรคหอบหืด และทรงสั่งให้ผู้ป่วยพักผ่อนให้เพียงพอ

ทั้งนี้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ได้เคยยืนยันว่า หลังจากได้รับตำแหน่งไม่นานท่านได้เขียนจดหมายลาออกล่วงหน้าไว้ในกรณีที่มีปัญหาสุขภาพร้ายแรงจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ อย่างไรก็ตาม กฎหมายพระศาสนจักร (canon law) ยังไม่มีข้อกำหนดว่าควรทำอย่างไรหากสมเด็จพระสันตะปาปาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เนื่องจากเจ็บป่วยหรือไร้ความสามารถ.

อีลอน มัสก์ โชว์ลีลาแกว่งเลื่อยไฟฟ้า ปธน.อาร์เจนตินา ให้เป็นของขวัญ

อีลอน มัสก์ โชว์ลีลาแกว่งเลื่อยไฟฟ้า ปธน.อาร์เจนตินา ให้เป็นของขวัญ

21 ก.พ. 2568 11:16 น.

อีลอน มัสก์ โชว์ลีลาแกว่งเลื่อยไฟฟ้า ปธน.อาร์เจนตินา ให้เป็นของขวัญ

อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีผู้ได้รับหน้าที่ให้ลดรายจ่ายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ขึ้นเวทีในงานประชุมฝ่ายอนุรักษ์นิยม และได้รับของขวัญเป็นเลื่อยไฟฟ้าจากประธานาธิบดีฆาเวียร์ มิเล ผู้นำอาร์เจนตินา

อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของเทสลา ผู้ได้รับหน้าที่ให้ลดรายจ่ายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ขึ้นเวทีในงานประชุมอนุรักษ์นิยม นอกกรุงวอชิงตัน ดีซี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (20 ก.พ.) โดยได้รับของขวัญเป็นเลื่อยไฟฟ้าจากประธานาธิบดีฆาเวียร์ มิเล ผู้นำเสรีนิยมของอาร์เจนตินา

“นี่คือเลื่อยไฟฟ้าสำหรับระบบอำมาตยาธิปไตย” มัสก์กล่าวขณะชูเลื่อนไฟฟ้าไว้เหนือศีรษะในงานประชุม Conservative Political Action Conference ซึ่งเป็นการประชุมของกลุ่มสนับสนุนแนวคิดอนุรักษ์นิยม ที่เขตเนชันแนลฮาร์เบอร์ รัฐแมริแลนด์

เลื่อยไฟฟ้าสีแดงเมทัลลิก ซึ่งนายมิเลมอบให้มัสก์ในช่วงเช้าของวันนั้น มีคำขวัญภาษาสเปนของผู้นำอาร์เจนตินาสลักอยู่ที่ด้านข้างว่า “Viva la libertad, carajo” ซึ่งแปลได้คร่าวๆ ว่า “เสรีภาพจงเจริญ ให้ตายเถอะ!” ส่วนมัสก์ ซีอีโอของบริษัทเทสลา และมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในโลก ได้กล่าวถึงคำขวัญดังกล่าวอย่างกระตือรือร้น

อีลอน มัสก์กำลังดำเนินการลดรายจ่ายของรัฐบาลสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งมีเป้าหมายไปที่หน่วยงานกำกับดูแลธนาคาร คนงานป่าไม้ นักวิทยาศาสตร์ด้านจรวด และพนักงานรัฐบาลอีกหลายหมื่นคน

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เจ้าหน้าที่ 6,000 คน ของกรมสรรพากรของสหรัฐฯ ได้รับแจ้งว่าจะถูกไล่ออก

ทั้งนี้ ก่อนที่นายมิเลจะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของอาร์เจนตินาในช่วงปลายปี 2023 เขามักจะถือเลื่อยไฟฟ้าในการชุมนุมหาเสียงเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความพยายามของเขาในการลดขนาดของรัฐบาล.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ญี่ปุ่นเผยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ช่วงเดือนม.ค. 3.7 ล้านคน สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ญี่ปุ่นเผยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ช่วงเดือนม.ค. 3.7 ล้านคน สูงสุดเป็นประวัติการณ์

21 ก.พ. 2568 11:15 น.

ญี่ปุ่นเผยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ช่วงเดือนม.ค. 3.7 ล้านคน สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ญี่ปุ่นเผยตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นในเดือนมกราคม เพิ่มขึ้นเป็น 3.78 ล้านคน ซึ่งเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่อเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางไปเยือนญี่ปุ่น ช่วงเดือนมกราคม อยู่ที่ 3.78 ล้านคน ซึ่งมากกว่าจำนวน 3.48 ล้านคนในเดือนธันวาคม และถือเป็นยอดรวมรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างมากของนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ ในช่วงเทศกาลตรุษจีน

รายงานระบุว่า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบปีต่อปีอยู่ที่ 980,000 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า2 เท่าจากปีก่อน โดยนักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยจำนวนประมาณ 967,000 คน ขณะที่กว่า 593,000 คนมาจากไต้หวัน และมากกว่า 243,000 คนมาจากฮ่องกง

ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ และประเทศแถบยุโรปหลายแห่งเดินทางเยือนญี่ปุ่นสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนมกราคม อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุของสายการบินในเกาหลีใต้เมื่อไม่นานนี้ และความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเยือนจุดหมายแห่งอื่นๆ ในเอเชียอาจเป็นปัจจัยผลักดันนักท่องเที่ยวชาวจีนเลือกเดินทางเยือนญี่ปุ่น

ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นได้กำหนดเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยว 60 ล้านคนต่อปี และสร้างการใช้จ่ายเงิน 15 ล้านล้านเยน ภายในปี 2573 โดยประเทศ ขณะที่การฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนหลังการระบาดของโควิด-19 เป็นไปอย่างเชื่องช้า แต่ตัวเลขล่าสุดได้สร้างสถิติใหม่ในเดือนมกราคม.

ดราม่าส่งคืนศพ 4 ตัวประกันอิสราเอล ผลตรวจชี้ศพผู้หญิงไม่ใช่แม่ของเด็ก

ดราม่าส่งคืนศพ 4 ตัวประกันอิสราเอล ผลตรวจชี้ศพผู้หญิงไม่ใช่แม่ของเด็ก

21 ก.พ. 2568 09:49 น.

ดราม่าส่งคืนศพ 4 ตัวประกันอิสราเอล ผลตรวจชี้ศพผู้หญิงไม่ใช่แม่ของเด็ก

กองทัพอิสราเอลเผย ผลพิสูจน์เอกลักษณ์ศพตัวประกันเด็กทั้งสองคนถูกต้อง แต่ศพอีกศพที่ถูกส่งคืนโดยฮามาสไม่ใช่แม่ของเด็กและไม่ใช่ตัวประกันรายอื่นที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่

กลายเป็นประเด็นดราม่าที่อาจจะสร้างปัญหาตามมา หลังจากที่กลุ่มติดอาวุธฮามาสได้ส่งมอบศพ 4 ศพคืนให้ทางการอิสราเอลเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยผลการตรวจสอบโดยสถาบันนิติเวชแห่งชาติร่วมกับตำรวจอิสราเอลพบว่า ศพเด็กทั้งสองคน คือศพของ อาเรียล และ คฟีร์ บิบาส ได้รับการยืนยันเอกลักษณ์บุคคลแล้วโดยกองทัพระบุว่า เด็กทั้งสองถูกสังหารระหว่างถูกกักขังในเดือนพฤศจิกายน 2023 เช่นเดียวกับศพของนายโอเดด ลิฟชิตซ์ ซึ่งมีอายุ 83 ปี ซึ่งมีการยืนยันตัวตนแล้วเช่นกัน แต่กลับพบว่าศพผู้หญิงที่ถูกส่งคืนมาไม่ใช่ ชิริ บิบาส แม่ของเด็กทั้งสอง และไม่ใช่ตัวประกันรายอื่นที่ถูกจับตัวไว้

ซึ่งทางกองทัพอิสราเอลระบุในแถลงการณ์ช่วงเช้าวันศุกร์ว่า นี่เป็นการละเมิดข้อตกลงอย่างร้ายแรงที่สุดโดยองค์กรก่อการร้ายฮามาส ซึ่งมีข้อผูกพันตามข้อตกลงที่จะต้องส่งคืนศพตัวประกัน 4 ศพ พร้อมเรียกร้องให้ฮามาสส่งชิริกลับบ้าน พร้อมกับตัวประกันชาวอิสราเอลทุกคน

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้กลุ่มฮามาสยังไม่มีการตอบสนองต่อประกาศของอิสราเอลที่ระบุว่าศพที่ถูกส่งคืนมาไม่ใช่แม่ของเด็กทั้งสองแต่อย่างใด

การประกาศของกองทัพอิสราเอลมีขึ้นในขณะที่การหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาส ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม ยังคงอยู่ในภาวะเปราะบาง โดยเมื่อวันพฤหัสบดี เกิดเหตุระเบิดบนรถโดยสารสามคันที่จอดอยู่กลางอิสราเอล ส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนก

โดยกองทัพอิสราเอลระบุว่า ได้กำหนดข้อจำกัดในการเคลื่อนย้ายของชาวปาเลสไตน์และปิดกั้นบางพื้นที่ในเขตเวสต์แบงก์ ท่ามกลางปฏิบัติการด้านความมั่นคงที่กำลังดำเนินอยู่.

ที่มา : เอพี 

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ตัวประกัน

โจ๋ 16 แทงพนักงานร้านค้าในเช็ก ดับสลด 2 ศพ

โจ๋ 16 แทงพนักงานร้านค้าในเช็ก ดับสลด 2 ศพ

21 ก.พ. 2568 09:01 น.

โจ๋ 16 แทงพนักงานร้านค้าในเช็ก ดับสลด 2 ศพ

เกิดเหตุสลดในสาธารณรัฐเช็ก เมื่อวัยรุ่นชายวัย 16 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงพนักงานภายในร้านค้าดับ 2 ศพ โดยตร.ยังไม่ทราบแรงจูงใจในการก่อเหตุ

วัยรุ่นชายอายุ 16 ปี ก่อเหตุใช้มีดสังหารหญิงสองคนในร้านค้าเครือ Action ย่านชานเมืองฮราเดตส์กราโลเว ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงปรากไปทางตะวันออกราว 100 กิโลเมตร ในสาธารณรัฐเช็กเมื่อวันพฤหัสบดี โดยผู้ที่ถูกแทงเป็นพนักงานขายที่เคาน์เตอร์และพนักงานอีกคนที่อยู่ในพื้นที่บริการของร้านก่อนที่ตำรวจจะสามารถรวบตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้

โดยตำรวจโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า ผู้ที่ถูกโจมตีทั้งสองรายได้รับบาดเจ็บสาหัสจนไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ แม้เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะพยายามอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม โดยจนถึงขณะนี้ตำรวจยังไม่สามารถระบุแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุได้ แต่ไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเป็นการก่อการร้าย โดยดูเหมือนว่าเขาจะเลือกเหยื่อแบบสุ่ม

โจ๋ 16 แทงพนักงานร้านค้าในเช็ก ดับสลด 2 ศพ

ด้านนายเป็ตร์ ฟียาลา นายกรัฐมนตรีเช็ก แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของเหยื่อ พร้อมระบุว่าการสังหารครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่โหดร้ายและยากที่จะรับได้

แม้จะไม่ค่อยพบการก่อเหตุที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายในสาธารณรัฐเช็ก แต่ในปี 2023 เคยเกิดเหตุการณ์กราดยิงที่มหาวิทยาลัยในกรุงปราก ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 14 ราย และบาดเจ็บอีก 25 คน

ขณะเดียวกัน ออสเตรีย ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านทางใต้ของเช็ก ก็เพิ่งเผชิญกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญเช่นกัน หลังจากที่วัยรุ่นคนหนึ่งถูกสังหารจากการโจมตีด้วยมีด โดยผู้ขอลี้ภัยชาวซีเรียในเมืองวิลลาคเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สาธารณรัฐเช็ก

ระทึก รถบัส 3 คัน ระเบิดในเมืองอิสราเอล คาดเป็นก่อการร้าย

ระทึก รถบัส 3 คัน ระเบิดในเมืองอิสราเอล คาดเป็นก่อการร้าย

21 ก.พ. 2568 05:31 น.

ระทึก รถบัส 3 คัน ระเบิดในเมืองอิสราเอล คาดเป็นก่อการร้าย

รถบัสอย่างน้อย 3 คันระเบิดในเมืองทางตะวันออกของอิสราเอล เบื้องต้นตำรวจคาดว่าเป็นการก่อการร้าย โดยยังไม่มีรายงานพบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รถบัส 3 คันในเมืองบาตยัม ทางตอนใต้ของกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เกิดระเบิดเมื่อกลางดึกวันพฤหัสบดีที่ 20 ก.พ. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น โดยตำรวจคาดว่านี่เป็นการก่อการร้าย เนื่องจากพบอุปกรณ์ที่ยังไม่ระเบิดอยู่ในรถบัสอีก 2 คัน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ น.ส.มีรี เรเกฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของอิสราเอล ออกคำสั่งหยุดเดินรถบัสโดยสาร, รถไฟ และรถรางทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบว่ามีวัตถุระเบิดอยู่บนรถหรือไม่ โดยที่ตอนนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้แต่อย่างใด

ภาพที่เผยแพร่บนเครือข่ายสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นว่า มีรถบัสอย่างน้อย 1 คันกำลังถูกไฟลุกไหม้อยู่กลางลานจอดรถ

ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า หนึ่งในวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด มีน้ำหนักถึง 5 กก. มีข้อความเขียนเอาไว้ว่า “การแก้แค้นจากทุลคาเรม” (Tulkarem) สื่อถึงเมืองในเขตเวสต์แบงก์ที่อิสราเอลดำเนินปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายไปก่อนหน้านี้

หลังเกิดเหตุไม่นาน นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล ก็ออกคำสั่งให้กองทัพเพิ่มความเข้มข้นในปฏิบัติการที่ค่ายผู้อพยพในเขตเวสต์แบงก์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สว.สหรัฐฯ คอนเฟิร์ม “แคช พาเทล” เป็น ผอ.เอฟบีไอคนใหม่ ยืนยันไม่มีล้างแค้น

สว.สหรัฐฯ คอนเฟิร์ม “แคช พาเทล” เป็น ผอ.เอฟบีไอคนใหม่ ยืนยันไม่มีล้างแค้น

21 ก.พ. 2568 04:34 น.

สว.สหรัฐฯ คอนเฟิร์ม “แคช พาเทล” เป็น ผอ.เอฟบีไอคนใหม่ ยืนยันไม่มีล้างแค้น

สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติรับรองให้นาย แคช พาเทล ผู้ภักดีของโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนกลาง หรือ เอฟบีไอ คนใหม่แล้ว ยืนยันจะไม่มีการล้างแค้น

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 ก.พ. 2568 สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติเห็นชอบ 51 ต่อ 49 เสียง ยืนยันให้นาย แคช พาเทล ผู้สนับสนุนฝ่ายอนุรักษ์นิยมและผู้ภักดีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนกลาง หรือ เอฟบีไอ (FBI) คนใหม่แล้ว

การเลือกนายพาเทลเป็นหัวหน้าเอฟบีไอคนต่อไป เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายเดโมแครต ที่ออกมาเตือนว่า ชายคนนี้อาจใช้อำนาจหน้าที่ของตัวเอง ในการตอบโต้เอาคืนผู้ที่นายทรัมป์มองว่าเป็นศัตรูทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการพิจารณายืนยันตำแหน่ง นายพาเทลยืนยันว่า จะไม่มีการเลือกขั้วทางการเมืองในเอฟบีไอ และจะไม่มีการเคลื่อนไหวเพื่อแก้แค้นใดๆ พร้อมกล่าวหาฝ่ายเดโมแครตว่า เลือกตัดทอนคำพูดเก่าๆ เพียงบางส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง ซึ่งการตัดทอนข้อมูลแบบนี้มักนำไปสู่การชี้นำผิดๆ

อนึ่ง ตำแหน่งผู้อำนวยการเอฟบีไอ 1 สมัยมีระยะเวลาดำรงตำแหน่งนาน 10 ปี และไม่ควรได้รับอิทธิพลทางการเมือง แต่หลังจากชนะเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 นายทรัมป์แสดงความชัดเจนว่า เขาต้องการให้นาย คริส เวรย์ ผอ.เอฟบีไอคนก่อนออกไป ทำให้นายเวรย์ตัดสินใจลาออกทั้งที่ยังไม่ครบวาระ เปิดทางให้นายพาเทลเข้ารับตำแหน่ง

ทั้งนี้ นายพาเทลถูกฝ่ายเดโมแครตโจมตีอย่างหนัก จากคำพูดที่เขาเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อโทรทัศน์, พ็อดแคสต์, ในหนังสือของตัวเขาเอง และตามโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยเขาเรียกร้องให้มีการลงโทษผู้ที่เขาเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการ “ดีปสเตต” (deep state) ที่พยายามจะบ่อนทำลายโดนัลด์ ทรัมป์

เดโมแครตยังแสดงความกังวลเรื่อง “รายชื่อศัตรู” ที่นายพาเทลใส่ไว้ในหนังสือเรื่อง “Government Gangsters” ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2566

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn