‘บ้านธรรมชาติล่าง’ ต่อยอดชุมชนท่องเที่ยวสู่การอนุรักษ์ คนรุ่นใหม่รวมพลังสร้างความยั่งยืน

‘บ้านธรรมชาติล่าง’ ต่อยอดชุมชนท่องเที่ยวสู่การอนุรักษ์ คนรุ่นใหม่รวมพลังสร้างความยั่งยืน

‘บ้านธรรมชาติล่าง’ ต่อยอดชุมชนท่องเที่ยวสู่การอนุรักษ์ คนรุ่นใหม่รวมพลังสร้างความยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.26 น.

ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ของบ้านธรรมชาติล่าง ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ชุมชนที่เปี่ยมไปด้วยอัตลักษณ์ ชาวชุมชนทำประมงพื้นบ้านและเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก ประกอบกับต้นทุนทางธรรมชาติที่สวยงาม น้ำทะเลใสกับชายหาดหินลาวาเกิดเป็นหาดทรายแดง รวมทั้งมีปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์ จุดประกายให้ชาวชุมชนเกิดแนวคิดในการผลักดันให้ที่นี่กลายเป็นแห่งท่องเที่ยว ภายใต้ชื่อ “วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านธรรมชาติล่าง จ.ตราด”

ประมงชายฝั่งพื้นบ้าน ที่มีปู กุ้ง กั้ง ปลาเต็มลำเรือ กำลังเข้าเทียบท่า เป็นภาพชินตาของผู้คนที่มาท่องเที่ยวที่นี่ จุดนี้ถือเป็นไฮไลท์ของ “ฐานรักสุขภาพ” ที่จะได้ลิ้มลอง “อาหารเป็นยา” เทรนด์ผู้บริโภคยุคใหม่กับอาหารเพื่อสุขภาพที่มีสมุนไพรเป็นองค์ประกอบ และยังมีอาหารทะเลสดๆราคาชุมชน กับเมนูพื้นบ้านที่ต้องมาทานที่นี่เท่านั้น แถมยังได้ผ่อนคลายกับสมุนไพร 10 ชนิด ที่ล้วนมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย ผิวพรรณ

จากนั้นไปกันต่อที่ “ฐานรักโลก” ชวนผู้มาเยือนได้ร่วมกันรักโลก ด้วยกิจกรรมเรียนรู้การจัดการขยะ ทำอิฐบล็อคทางเดิน กระถางต้นไม้จากขยะ พร้อมเพนท์ลายเป็นของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับไปด้วย ส่วน “ฐานรักดิน” ทุกคนจะได้ทำความรู้จักกับ “น้องไส้เดือน” ผู้ช่วยทำให้ปุ๋ยมีคุณภาพสูง ทำให้ “ปุ๋ยอินทรีย์นาโน” ได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้า OTOP ใครๆได้ใช้ก็ต้องบอกว่านี่แหละของดีจังหวัดตราด

จบทริปกับ “ฐานรักสิ่งแวดล้อม” สีสันต์ของพืชพรรณธรรมชาติ ที่ได้จาก “ป่าชุมชน ป่าสมุนไพร ป่าชายเลน” กลายเป็น “ผ้าสามป่า” ผลิตภัณฑ์ผ้าประจำพื้นถิ่นของ จ.ตราด ได้อย่างน่าชื่นชม ที่สำคัญยังได้ขยายความสำเร็จ ‘แหล่งเรียนรู้ผ้าสามป่า’ เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนให้กับโรงเรียนวัดบางปิดล่าง กลายเป็นโรลโมเดลต่อยอดสู่โรงเรียนต่างๆใน จ.ตราด เป็นหลักสูตรฝึกอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ให้เด็กๆและชุมชนต่อไป

“บ้านธรรมชาติล่าง” ชุมชนเล็กๆด้านหลังติดเขา ด้านหน้าติดทะเลอ่าวไทย วันนี้กลายเป็นแลนมาร์คใหม่ของจ.ตราด จากความร่วมแรงร่วมใจของชาวชุมชน ที่ต้องการถ่ายทอดวิถีชีวิตชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น อาหารพื้นบ้าน และการสนับสนุนที่เข้มแข็งของเพื่อนแท้ อย่าง CPF  ที่เข้าไปดำเนินกิจการโรงเพาะฟักลูกกุ้งภาคตะวันออก มานานกว่า 24 ปี จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ที่ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ ควบคู่กับการดูแลคุณภาพชีวิตและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับชุมชน และมีแรงผลักดันสำคัญจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.)

ความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้นำชุมชนผนวกกับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เมื่อได้บริษัทเข้ามาผสานพลังกับชุมชน จึงเกิดเป็นเส้นทางการท่องเที่ยว และวิสาหกิจชุมชน พร้อมต่อยอดเป็นเครือข่ายชุมชน บ้านธรรมชาติล่าง บ้านธรรมชาติบน และบ้านแหลมอวน เพื่อเชื่อม หาดทรายแดง หาดทรายดำ และหญ้าทะเล กลายเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ในเร็วๆนี้

ด้วยพลัง 3 วัย “วัยเก๋า วัยรุ่น วัยเด็ก” ที่ CPF ช่วยดึงศักยภาพของแต่ละวัย จนสามารถสร้างบุคลากรเป็นมัคคุเทศก์ ได้ มากกว่า 20 คน ที่รับหน้าที่นำเที่ยวและถ่ายทอดวิถีชุมชนได้อย่างคล่องแคล่ว พร้อมขยายความสำเร็จของชุมชนอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันการผนึกกำลังกับ ‘กลุ่มประมงพื้นบ้าน’ที่มีความเชี่ยวชาญรับผิดชอบ “ฐานรักสุขภาพ” และต่อยอดสู่ ‘ธนาคารปูม้า’ เพื่อการอนุรักษ์พันธุ์ปู นับเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหารแก่ชุมชนอีกทางหนึ่ง

ภาพสะท้อนความสำเร็จของ “วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวบ้านธรรมชาติล่าง จ.ตราด” จากความร่วมมือ ร่วมคิด ร่วมทำ ของชุมชนภาครัฐและภาคเอกชน ทำให้ที่นี่กลายเป็น ‘ชุมชนแห่งรอยยิ้ม’ ที่เปิดรับนักท่องเที่ยว พร้อมถ่ายทอดวิถีชุมชนแก่ผู้มาเยือนทุกคน

040

เปิดตัว’สมาคมนานาพร’จับมือ’ลำธารสีรุ้ง’สร้างพื้นที่แห่งความเท่าเทียมเคารพความหลากหลาย LGBTQIA+

เปิดตัว'สมาคมนานาพร'จับมือ'ลำธารสีรุ้ง'สร้างพื้นที่แห่งความเท่าเทียมเคารพความหลากหลาย LGBTQIA+

เปิดตัว’สมาคมนานาพร’จับมือ’ลำธารสีรุ้ง’สร้างพื้นที่แห่งความเท่าเทียมเคารพความหลากหลาย LGBTQIA+

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.19 น.

“สมาคมนานาพร” นำโดย  “นก” มารียา สุวแพทย์ ประมวล ประธานสมาคมผู้ก่อตั้ง ร่วมด้วย ว่าที่ ดร.รัชยา นิลกรรณ์ รองประธานสมาคม และ ประธานด้านอัตลักษณ์ และการยอมรับความหลากหลายทางเพศ ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมจับมือ “กลุ่มลำธารสีรุ้ง” โดย ซัน-สิทธวีร์ ธีรกุลชน ผู้ก่อตั้ง ร่วมผลักดันให้ LGBTQIA+ เป็นที่ยอมรับ ยึดมั่นหลักความเท่าเทียม เคารพในความหลากหลาย โดยไม่เลือกปฏิบัติและการกีดกันในทุกรูปแบบ มุ่งเน้นการสร้างชุมชนออนไลน์ที่ปลอดภัย เข้าถึงง่าย และทันสมัย เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก โดยในงานได้รับเกียรติจาก อิ๊กคิว-ฤกษ์สิน เขมสุนทร ทีมผู้อภิบาลกลุ่มลำธารสีรุ้ง เป็นตัวแทนเข้าร่วมแถลงข่าว ณ โรงแรม เดอะ บาซาร์ โฮเทล กรุงเทพฯ

“นก” มารียา สุวแพทย์ ประมวล ประธานสมาคมผู้ก่อตั้ง “สมาคมนานาพร”  เผยว่า “เป็นเรื่องน่ายินดีที่ประเทศไทยได้รับการรับรองในกฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ และมีผลบังคับใช้เรียบร้อยแล้ว ที่ผ่านมาถือเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่สำหรับชุมชน LGBTQIA+ แต่ในความเท่าเทียมทางศาสนายังคงไม่ได้เกิดขึ้น โดยเฉพาะในชุมชนคริสเตียน การจัดตั้งสมาคมนานาพรจึงเหมือนเป็นพันธกิจของเรา ที่ผ่านมามีเพียง “กลุ่มลำธารสีรุ้ง” นำโดย คุณซัน-สิทธวีร์ ธีรกุลชน ผู้ก่อตั้ง ได้ออกมาเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมนี้ และทางกลุ่มของเราได้เล็งเห็นว่าสิ่งนี้เป็นมิติที่ลึกซึ้ง เราจึงได้จัดตั้ง “สมาคมนานาพร” ขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับความรักของพระเจ้า ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกรอบของศาสนา แต่มุ่งเน้นความสัมพันธ์แท้จริงเหมือนที่ปรากฏในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลยุคแรก เราตระหนักว่ามีคนไทยจำนวนมากที่สนใจศึกษา ค้นคว้า และแสวงหาความรู้ในมิตินี้ จึงมีแนวคิดในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและชุมชนออนไลน์ที่เข้าถึงง่าย โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นสื่อกลางให้สมาชิกจากทั่วโลกสามารถเชื่อมต่อกันได้ โดยได้พัฒนาเว็บไซต์ที่รวบรวมบทความที่มีคุณภาพ รวมถึงชุมชนการเรียนรู้ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อนำเสนอข้อมูล ความรู้ และแนวคิดที่มีการศึกษา วิเคราะห์ และเรียบเรียงอย่างเป็นระบบ ผ่านการให้คำปรึกษา การพัฒนาทักษะที่จำเป็น และการสร้างเครือข่ายสนับสนุนทางสังคม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและสนับสนุน LGBTQIA+ ในกลุ่มคริสเตียน  ลดการกีดกันทางศาสนา และยอมรับความหลากหลายทางเพศเป็นส่วนหนึ่งของพระเจ้า “การเปิดตัวสมาคมนานาพร จึงไม่ได้เป็นเพียงก้าวสำคัญสำหรับคริสเตียน LGBTQIA+ เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและเท่าเทียมในสังคม”

ว่าที่ ดร.รัชยา นิลกรรณ์ ผู้สอบบัญชีใบอนุญาต IPA ออสเตรเลีย NLP coach โค้ชสื่อสารประสาทวิทยาเพื่อพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ประเทศ ออสเตรเลียรองประธานสมาคม และ ประธานด้านอัตลักษณ์ และการยอมรับความหลากหลายทางเพศ (Chef Of Gender Identity and Affirmation)   กล่าวต่อว่า “ความเท่าเทียมทางศาสนาและสิทธิของ LGBTQIA+ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสังคมที่หลากหลายและต้องการความเข้าใจซึ่งกันและกัน ทั้งสองประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องของสิทธิมนุษยชน การเคารพในความแตกต่าง และการยอมรับในตัวตนของแต่ละบุคคล บางครั้งเกิดความขัดแย้งระหว่างความเชื่อทางศาสนากับสิทธิสากลของ LGBTQIA+ เนื่องจากแนวคิดทางวัฒนธรรมหรือประเพณีอาจมีมุมมองที่ไม่เป็นที่ยอมรับหรือขัดแย้ง ที่ผ่านมา กลุ่มคริสเตียน LGBTQIA+ มักเผชิญกับปัญหาและความท้าทายเหล่านี้ ทั้งจากภายในชุมชนศาสนาและจากสังคมในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการถูกปฏิเสธจากชุมชนศาสนา การถูกประณามและการลงโทษ ไปจนถึงการถูกขับไล่ออกจากกลุ่ม ทำให้พวกเขาขาดพื้นที่ปลอดภัย ทำให้พวกเขารู้สึกโดดเดี่ยว การเติบโตในสภาพแวดล้อมที่บีบคั้นหรือไม่ยอมรับ อาจส่งผลทำให้คนหนุ่มสาวในกลุ่มนี้ประสบกับความยากลำบากในการยอมรับตัวตน หรือมีปัญหากับภาพลักษณ์ของตนเอง รู้สึกว่าไม่มีใครรับฟังหรือเข้าใจ จึงทำให้เราเกิดแนวคิดในการจัดตั้งสมาคมนานาพรขึ้น เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย และคอยให้คำแนะนำ เป็นที่ปรึกษา และคอยแนะแนวทางที่ถูกต้อง

และเรายังได้ร่วมกับ “กลุ่มลำธารสีรุ้ง” ในการร่วมกัน เพื่อผลิตสื่อที่ช่วยให้เกิดการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในครอบครัว ทั้งระหว่างคู่สมรส พ่อแม่กับบุตร รวมถึงความสัมพันธ์ในที่ทำงาน ชีวิต ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เรามีชุมชนที่ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพ ซึ่งครอบคลุมการให้คำปรึกษาด้านครอบครัวและการดำเนินชีวิต การพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับสังคมปัจจุบัน การสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการส่งเสริมการยอมรับในความหลากหลายของสังคม เพราะเราเชื่อว่าสังคมที่เข้มแข็งเริ่มต้นจากครอบครัวและความสัมพันธ์ที่ดี เรายังได้ตั้งใจดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์และพัฒนาสังคมโดยไม่แสวงหากำไร ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ทั้งการสนับสนุนผู้ด้อยโอกาส การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน การประสานความร่วมมือกับองค์กรและเครือข่ายต่างๆ และการพัฒนาระบบช่วยเหลือสังคมที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน”

“สำหรับข้อมูลทั่วไปและการติดต่องาน ท่านสามารถติดต่อได้ที่ คุณยอห์น ประมวล หมายเลขโทรศัพท์: 087-072-2887  อีเมล: nok.john@world-outreach.com สำหรับท่านที่ต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาชีวิต ท่านสามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ คุณนก มารียา LINE Official: @p.nok สำหรับท่านที่ต้องการคำปรึกษาเฉพาะด้านเกี่ยวกับประเด็น LGBTQIA+ และความหลากหลายทางเพศ เรามีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำด้วยความเข้าใจและเคารพ ท่านสามารถติดต่อได้ที่: คุณเรย่า Line : rayya.yhwh / TIKTOK : lgbtqblessings / ไลน์กลุ่ม LGBTQIA+ VIP รวมถึงสามารถเข้าไปดูข้อมูลดี ๆ และติดต่อ “กลุ่มลำธารสีรุ้ง” ได้ที่ https://rainbowstream.club  หรือ www.facebook.com/rainbowstreamclub/ ทุกการติดต่อจะได้รับการเก็บเป็นความลับ เรามุ่งมั่นที่จะสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนที่ต้องการความช่วยเหลือหรือคำแนะนำ โดยไม่มีการตัดสินหรือแบ่งแยก ในอนาคตอันใกล้ เราจะมีช่องทางการติดต่อเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งจะทำให้ท่านสามารถเข้าถึงบริการและข้อมูลของเราได้สะดวกยิ่งขึ้น”   ว่าที่ ดร.รัชยา นิลกรรณ์  กล่าวทิ้งท้าย

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ต้อนรับ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ. ในงาน 2025 EFMD Social Impact Workshop ‘Business & Community Engagement’

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ต้อนรับ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ. ในงาน 2025 EFMD Social Impact Workshop ‘Business & Community Engagement’

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ต้อนรับ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ. ในงาน 2025 EFMD Social Impact Workshop ‘Business & Community Engagement’

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.47 น.

อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย สุรีย์ ชูรัฐเจริญ ที่ปรึกษาสำนักงานประธานและเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ต้อนรับ รศ.ดร.สมชาย สุภัทรกุล คณบดี และ ผศ.ดร.อรพรรณ ยลระบิล รองคณบดีฝ่ายวิชาการและเครือข่ายพันธมิตร คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมทั้ง ศ.ดร.เอียน เฟนวิค ผู้อำนวยการสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในงาน 2025 EFMD Social Impact Workshop “Business & Community Engagement” การประชุมเชิงปฎิบัติการโดยคณบดีคณะบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ นักวิชาการ และผู้นำด้านการบริหารธุรกิจจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่มาร่วมอภิปรายข้อมูลเชิงลึกและกรณีศึกษาเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมต่อสังคมอย่างยั่งยืนในระดับชาติและระดับนานาชาติ ทั้งด้านการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน รวมถึงมีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชน ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 6 อาคารบิ๊กซี เฮ้าส์

‘อิงฟ้า’โพสต์เศร้าถึง’แม่สีดา’ ‘รับจุกในใจ-ขอบคุณที่ได้เจอกัน’

'อิงฟ้า'โพสต์เศร้าถึง'แม่สีดา' 'รับจุกในใจ-ขอบคุณที่ได้เจอกัน'

‘อิงฟ้า’โพสต์เศร้าถึง’แม่สีดา’ ‘รับจุกในใจ-ขอบคุณที่ได้เจอกัน’

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.43 น.

เป็นข่าวช็อกคนในวงการบันเทิงเอามากๆ หลังจากที่ทราบข่าว “แม่สีดา พัวพิมล” นักแสดงอาวุโสเสียชีวิตกะทันหัน หนึ่งในนั้นคือ “อิงฟ้า วราหะ” ซึ่งเพิ่งได้ร่วมงานกันในภาพยนตร์ดังอย่าง “วิมานหนาม” โดยอิงฟ้า ได้เผยข้อความเศร้าไว้ว่า

ด้าน อิงฟ้า วราหะ หนึ่งในผู้ร่วมแสดงภาพยนตร์กับแม่สีดา ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความอาลัยถึงการจากไปของแม่สีดา โดยระบุเป็นข้อความว่า

“ภาวนาให้ไม่จริง เพราะหนูพึ่งเจอแม่ไปเอง โทรไปก็ไม่ติดอีกแล้ว จำคำพูดที่คุยกันได้ทุกคำ ยังแซวแม่ว่า ในหนังโหม๋พาแม่ไปได้แค่ บิ๊กซี แต่ในชีวิตจริง อิงฟ้าพาแม่มากินโอมากาเสะได้แล้วนะ

ของขวัญที่ให้แม่ก่อนแม่จะกลับ คือ สร้อยข้อมือ บอกแม่ไว้ว่า วันนึงที่แม่ไม่มีงานให้นึกถึงหนูและสร้อยนี้ให้ติดตัวแม่ไปนะ และแม่ก็ร้องไห้แล้วตอบกลับมาว่า ตั้งแต่แม่เจอปัญหาใหญ่ในชีวิตมา นี่คือของขวัญชิ้นแรกที่แม่มี ไม่เคยมีใครและไม่เคยมีอะไรติดตัวกับเค้าเลย ได้ยินก็จุกในใจ ไม่รู้จะพูดยังไงกับความรู้สึกนี้ คือ รักและผูกผันไม่ต่างกับโหม๋ที่รักแม่แสง

ขอบคุณที่ได้เจอกัน ยังพิมพ์ไปใจสั่นไป ไม่มีสัญญาณอะไรบอกกันก่อนเลย ยังมีอีกหลายที่ที่ยังไม่ได้พาแม่ไป แต่คงหมดโอกาสแล้ว ดีใจที่เราได้รับรางวัลด้วยกัน ขอให้แม่สู่สุขคตินะคะ จะรักและคิดถึงตลอดไป”

‘เซบาสเตียน ลี’เคลื่อนไหวแล้ว ร่ายยาวแจงปมดราม่า’ดิว’

'เซบาสเตียน ลี'เคลื่อนไหวแล้ว ร่ายยาวแจงปมดราม่า'ดิว'

‘เซบาสเตียน ลี’เคลื่อนไหวแล้ว ร่ายยาวแจงปมดราม่า’ดิว’

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 08.44 น.

ท่ามกลางข่าวลือ “ดิว อิรสรา” ได้เลิกรากับ “เซบาสเตียน ลี” สามีชาวไต้หวันแล้ว โดย เซบาสเตียน ลี เองก็ได้มีการซ่อนหรือลบภาพต่างๆ ในอินสตาแกรมจนเกลี้ยงหมด ล่าสุดเจ้าตัว ได้ออกมาชี้แจงทุกประเด็น ความร่ำรวยและความสัมพันธ์กับ ดิว อริสรา ผ่านสตอรี่ไอจี โดยระบุว่า

ถึงเพื่อน ๆ ทุกคน, ตลอดช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา มีข่าวเกี่ยวกับผมที่ถูกบิดเบือน พูดเกินจริง หรือถูกเขียนขึ้นเพียงเพื่อสร้างความบันเทิงและดึงดูดความสนใจ หลายพาดหัวถูกสร้างขึ้นเพื่อยอดคลิก มากกว่าความจริง

ผมอยากชี้แจงว่าทำไมผมถึงได้ทำการ “เก็บถาวร” (ไม่ใช่ลบ) โพสต์ทั้งหมดในอินสตาแกรม เหตุผลนั้นง่ายมาก—ในช่วง 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา ผมไม่ได้โพสต์อะไรด้วยตัวเองเลย (นอกจาก Stories) ผมรู้สึกว่าความทรงจำเหล่านั้นเป็นเรื่องส่วนตัวสำหรับผม เป็นเครื่องเตือนใจถึงช่วงเวลาที่ดีขึ้น นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงไม่ต้องการแบ่งปันมันในที่สาธารณะอีกต่อไป โพสต์เหล่านั้นไม่ได้สะท้อนตัวตนของผมในวันนี้

ผมไม่มีอะไรต้องปิดบัง อีกทั้งผมเลือกที่จะเก็บถาวรรูปภาพทั้งหมดเพราะอินสตาแกรมกลายเป็นพื้นที่ที่ไม่เป็นมิตรสำหรับผม ผมรู้สึกไม่สบายใจที่จะแบ่งปันชีวิตส่วนตัวต่อไป ผมเหนื่อยกับการที่รูปของลูก ๆ พ่อแม่ และตัวผมเอง ถูกนำไปใช้สร้างข่าวปลอม ทั้งที่ความจริงแล้ว เราเป็นคนที่รักความเป็นส่วนตัวกันมาก ยกเว้นแต่ Due

ผมเชื่อว่าทุกคนสมควรได้รับความเป็นส่วนตัว แม้แต่บุคคลสาธารณะอย่าง Due การอยู่ในสายตาของสาธารณชนอาจมาพร้อมกับความคาดหวังบางอย่าง แต่เรายังคงเป็นมนุษย์ที่มีสิทธิ์ในพื้นที่ส่วนตัว ความเป็นส่วนตัวเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนควรเคารพ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีสถานะหรืออาชีพอะไร ไม่มีใครควรถูกเปิดเผยเรื่องส่วนตัวโดยไม่ได้รับความยินยอม และมันไม่ยุติธรรมเลยที่ช่วงเวลาของเราและครอบครัวจะถูกนำไปใช้เพื่อความบันเทิงหรือเพื่อสร้างกระแส

ผมเข้าใจดีว่าผู้คนให้ความสนใจในตัวผม แต่ผมต้องบอกให้ชัดเจนว่า ผมได้รู้เรื่องราวทุกอย่างจากข่าว เช่นเดียวกับทุกคน ผมต้องแยกแยะว่าอะไรคือความจริง อะไรคือเรื่องโกหก ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาและทำให้เหนื่อยล้า จนถึงตอนนี้ผมยังไม่สามารถเข้าใจทุกอย่างได้อย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีอุปสรรคทางด้านภาษาและวัฒนธรรม

สิ่งที่ไร้สาระที่สุดที่ผมถูกกล่าวหาคือการเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นเรื่องโกหกและไม่มีมูลความจริงเลย ตั้งแต่การเชื่อมโยงผมกับการพนันออนไลน์ ไปจนถึงคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง และตอนนี้ ผมกลับถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับการขายอาวุธ เรื่องราวเหล่านี้ไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย และผมตกใจกับวิธีที่สื่อพยายามบิดเบือนภาพลักษณ์ของผมอย่างมาก

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการทำลายชื่อเสียงอย่างชัดเจน และผมจะไม่ยอมให้มันดำเนินต่อไป ข้อกล่าวหาเหล่านี้ไม่เพียงแค่สร้างความเสียหาย แต่ยังเป็นอันตรายต่อชื่อเสียงและบุคลิกของผม คนที่รู้จักผมย่อมสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของผมได้

ผมอยากชี้แจงเกี่ยวกับกระแสข่าวเรื่อง “ความร่ำรวย” ของผมด้วย ผมไม่ได้ร่ำรวย หากผมมีอะไรในชีวิต มันมาจากความรักและการสนับสนุนจากพ่อแม่ของผม ซึ่งทำงานหนักมาตลอดชีวิตเพื่อให้ผมมีโอกาส สิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับผมคือลูก ๆ ของผมที่มีสุขภาพแข็งแรงและเติบโตอย่างดี นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผม ทุกอย่างที่ผมมีในวันนี้มาจากการที่พ่อแม่ของผมทำงานหนักและมอบโอกาสให้ผมสร้างชีวิตของตัวเอง ผมไม่เคยอ้างว่าตัวเองร่ำรวย และขอให้ทุกคนหยุดคาดเดาเรื่องที่ไม่เป็นความจริงนี้

ถ้าผมเคยทำผิดพลาดไป อาจเป็นเพราะผมอวดความสำเร็จของตัวเองมากเกินไป ในยุคที่โซเชียลมีเดียครองโลก ผมไม่เคยตระหนักเลยว่าสิ่งนี้อาจเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม แต่ตอนนี้ผมได้เรียนรู้แล้ว นับจากนี้ไป ผมจะใช้ชีวิตอย่างเงียบ ๆ และอุทิศตนให้กับครอบครัวเท่านั้น

ดิว คือแม่ของลูกๆ ของผม และเธอจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป ผมเชื่อว่าเธอจะทำในสิ่งที่ถูกต้องต่อจากนี้ ผมเชื่อว่าเธอจะขออภัยและกลับใจในสิ่งที่ผิด และดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้น

ทุกการตัดสินใจของผม รวมถึงการเขียนจดหมายฉบับนี้ ล้วนทำเพื่อประโยชน์ของลูก ๆ ของผม พวกเขาคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของผม และผมต้องการปกป้องพวกเขา ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขอความเป็นส่วนตัวให้กับลูก ๆ และตัวผมเอง

ผมต้องการให้ทุกคนเข้าใจด้วยว่า ผมสามารถพูดแทนตัวเองได้เท่านั้น ไม่ใช่แทน ดิว เธอเป็นผู้ใหญ่และต้องรับผิดชอบต่อผลที่ตามมาด้วยตัวเอง ผมเชื่อว่าเธอไม่เคยมีเจตนาที่จะทำร้ายหรือสร้างความเสียหายให้กับใคร

ในตอนนี้ ผมมุ่งเน้นไปที่เรื่องส่วนตัวและครอบครัวของผม ผมขอบคุณทุกคนที่รู้จักและยังคงสนับสนุนผม สำหรับคนที่มีคำถาม ผมหวังว่าเราจะสามารถหาทางทำความเข้าใจกันด้วยความยุติธรรมและความเคารพ

สำหรับข้อมูลเท็จที่ถูกเผยแพร่โดยนักสืบออนไลน์บน Facebook และแหล่งอื่น ๆ ผมจะทำการโต้แย้งและชี้แจงข้อเท็จจริงในโพสต์แยกต่างหาก เป็นเรื่องสำคัญที่ความจริงต้องถูกเปิดเผย และผมจะใช้เวลาในการแก้ไขเรื่องที่จำเป็น

ประเทศไทยเป็นสถานที่ที่ผมรักและเคารพอย่างสุดซึ้ง ผมรู้สึกซาบซึ้งกับความเมตตาที่ผมได้รับ และผมจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดด้วยความซื่อสัตย์ ขอบคุณสำหรับเวลาของคุณและความเข้าใจด้วยความจริงใจ, เซบาสเตียน

อาลัย‘แม่สีดา’เสียชีวิตแล้ว ปิดตำนานโหม๋ กูยอมแล้ว ‘ต่าย สายธาร’โพสต์เศร้าขอโทษ‘อ๊อฟ’

อาลัย‘แม่สีดา’เสียชีวิตแล้ว ปิดตำนานโหม๋ กูยอมแล้ว ‘ต่าย สายธาร’โพสต์เศร้าขอโทษ‘อ๊อฟ’

อาลัย‘แม่สีดา’เสียชีวิตแล้ว ปิดตำนานโหม๋ กูยอมแล้ว ‘ต่าย สายธาร’โพสต์เศร้าขอโทษ‘อ๊อฟ’

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 07.12 น.

อาลัย‘แม่สีดา’เสียชีวิตแล้ว ปิดตำนานโหม๋ กูยอมแล้ว ‘ต่าย สายธาร’โพสต์เศร้าขอโทษ‘อ๊อฟ’

21 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “สีดา พัวพิมล” หรือ “แม่สีดา” แม่ของพระเอกชื่อดังในอดีต “อ๊อฟ อภิชาติ พัวพิมล” หรือ “คีอานู รีฟเมืองไทย” ได้เสียชีวิตแล้วอย่างสงบในวัย 70 ปี หลังจากที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยว่าพบ “แม่สีดา” เสียชีวิตภายในห้องพักแมนชั่นย่านลาดพร้าว

ก่อนหน้านี้ “แม่สีดา” กลับมาแจ้งเกิดในวงการบันเทิงอีกครั้ง จากบท “แม่แสง” ในภาพยนตร์เรื่อง วิมานหนาม กับคำพูดไวรัลที่ไม่มีใครไม่รู้จัก “โหม๋ กูยอมแล้ว!!” และเพิ่งคว้ารางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากงานประกาศรางวัล Cinefile Audience Award 2024 เมื่อวันที่ 10 มี.ค.68 นับเป็นรางวัลแรกในชีวิตของเธอตลอด 46 ปีในวงการบันเทิง

ขณะที่ “ต่าย สายธาร นิยมการณ์” ซึ่งเป็นอดีตแฟนของอ๊อฟ และนับถือแม่สีดาเหมือนแม่ของตัวเอง โพสต์ข้อความเศร้า “ขอโทษนะอ๊อฟ ต่ายดูแลแม่ได้เท่านี้จริงๆ ฝากอ๊อฟดูแลแม่ต่อนะ”

ด้าน “ผดุง หน่อยพงษ์” แฟนของต่าย ได้โพสต์ว่า “ขอให้แม่สีดาไปเป็นนางฟ้าอยู่บนสรวงสวรรค์นะครับ แม่เป็นแม่พระสำหรับผม”

‘มานี’ กับความภาคภูมิใจระดับโลก

‘มานี’ กับความภาคภูมิใจระดับโลก

‘มานี’ กับความภาคภูมิใจระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.45 น.

ร่วมสืบสานเอกลักษณ์ของมวยไทย และร่วมสัมผัสประสบการณ์อันน่าประทับใจด้วยกัน กับ “งานไหว้ครูมวยไทยโลก ครั้งที่ 17” ณ วัดมหาธาตุและวัดหลังคาขาว อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ที่ผ่านมา และเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ วัยเพียง 10 ขวบ ที่ได้มีโอกาสร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างเมืองเก่าอยุธยาน้องแอนฟิลด์-ด.ญ.พิชญธิดา มูลอินทร์”หรือที่ใครๆ รู้จักเธอในนาม “น้องมานี”จากภาพยนตร์เรื่อง “มานีมานะมิตรภาพระหว่างเพื่อน” กับการได้มีส่วนร่วมเป็นหนึ่งในงานไหว้ครูมวยไทยโลก ครั้งที่ 17 ณ วัดหลังคาขาว อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา งานนี้รายการทีวีต่างๆ ให้ความสนใจกับน้องแอนฟิลด์ เป็นอย่างมาก

สำหรับงานนี้ ททท. ร่วมตอกย้ำอัตลักษณ์วิถีไทยผ่านทางกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมชาวต่างชาติได้เรียนรู้ จดจำ ประทับใจ ยกระดับกิจกรรมท่องเที่ยวนานาชาติและขยายฐานตลาดคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดยนำเสนอเอกลักษณ์ “ความเป็นไทย” ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมและสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับชาวต่างชาติที่มีความสนใจต่อการชกมวยไทยได้เข้าใจและเห็นความสำคัญของพิธีไหว้ครูและตระหนักว่า “ครั้งหนึ่งในชีวิตการเรียนมวยไทย ต้องมาร่วมพิธีไหว้ครูที่ประเทศไทย” งานนี้จัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรมศิลปากร สมาคมสถาบันศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวแบบไทย และสหพันธ์มวยไทยโลก

‘แซนดี้ ญาณิศา’ ศิลปินใหม่สุดคิวท์!! Heliconia Music

‘แซนดี้ ญาณิศา’ ศิลปินใหม่สุดคิวท์!! Heliconia Music

‘แซนดี้ ญาณิศา’ ศิลปินใหม่สุดคิวท์!! Heliconia Music

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เป็นศิลปินคนแรกของค่าย Heliconia Music ภายใต้คอนเซ็ปต์ Basedon True Story กับซิงเกิ้ลเพลงไทย“แซนดี้” ญาณิศา บุณยตุลย์ สาวน้อยน่ารักวัย 17 ปี ที่มีความโดดเด่นในการร้องเพลง การเต้น และความสดใสกับเพลง“จากนี้ฉันจะกิน กิน กิน” แนวเพลงสนุกๆ ฟังแล้วสุดฮีลใจ ซึ่ง แซนดี้ เล่าถึงการทำงานว่า

“รู้สึกตื่นเต้นมากตอนนี้เพลง“จากนี้ฉันจะกิน กิน กิน” กำลังจะปล่อยให้ทุกคนได้ฟังแล้ว กับเรื่องของการทำงานเพลงกับค่ายเฮลิโคเนีย มิวสิค แซนดี้รู้สึกประทับใจมากๆ เพราะค่ายเพลงค่อนข้างที่จะแคร์ความรู้สึกและยอมรับฟังความคิดเห็นของศิลปินว่าชอบไม่ชอบแบบไหนทำให้แซนดี้รู้สึกดี ส่วน Based on TrueStory ของเพลง “จากนี้ฉันจะกิน กิน กิน”มันมาจากตัวแซนดี้ที่เป็นคนชอบกินและทุกครั้งที่ได้กินจะทำให้มีความสุข หรือบางครั้งไปเจอเรื่องแย่ๆ อะไรมาเมื่อได้กินในสิ่งที่ชอบก็จะทำให้ดีขึ้น และเพลงนี้ยังสะท้อนมุมมองเรื่องของความรักออกได้อย่างน่ารักอีกด้วย การทำเพลง “จากนี้ฉันจะกิน กิน กิน” ยอมรับว่ากดดันเหมือนกันเพราะมันเป็นเพลงแรกของแซนดี้ก็อยากทำออกมาให้ดี และเพลงนี้ยังมีเรื่องของการเต้นด้วยเลยทำให้รู้สึกกดดันตัวเองกลัวว่ามันจะทำออกมาได้ไม่ดีก็พยายามฝึกร้องฝึกเต้นอย่างหนักจนออกมาได้ดีก็รู้สึกโล่งใจ นอกจากนี้ตอนทำเพลงทางค่ายก็จะให้แซนดี้เข้าไปมีส่วนร่วมตลอดตั้งแต่การทำเดโมว่าชอบไม่ชอบแบบไหนพร้อมกับปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับแซนดี้ กับเรื่องการคาดหวังยอมรับว่าแซนดี้ค่อนข้างคาดหวังเพราะด้วยเมโลดี้ของเพลงที่สนุก ตัวเพลงร่าเริงแจ่มใส เนื้อเพลงก็เป็นอะไรที่จำง่ายร้องง่าย แซนดี้เลยมั่นใจว่าเพลง “จากนี้ฉันจะกิน กิน กิน” จะเป็นเพลงที่ได้รับการตอบรับที่ดีและทุกคนชื่นชอบแน่นอน”

‘เทป ดวงพร’ คัมแบ๊กแบบตัวแม่ พร้อมเอเนอร์จี้สุดเริ่ด

‘เทป ดวงพร’ คัมแบ๊กแบบตัวแม่ พร้อมเอเนอร์จี้สุดเริ่ด

‘เทป ดวงพร’ คัมแบ๊กแบบตัวแม่ พร้อมเอเนอร์จี้สุดเริ่ด

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งศิลปิน Gen ใหม่ของ SPICYDISC (สไปร์ซซี่ ดิสก์) ที่น่าจับตามองอีกหนึ่งคนสำหรับดีว่าส์สาวคนนี้ เทป-ดวงพร กาญจสถิตย์ ที่เคยปล่อยผลงานเพลงออกมาให้ได้รู้จักกันไปแล้ว 2 ซิงเกิ้ลกับ อาจจะดีแล้ว และ พูดออกไปเมื่อ 5 ปีก่อน และตอนนี้เธอขอคัมแบ๊กด้วยซิงเกิ้ลล่าสุดกับ “ยักไหล่แล้วไปต่อ” มาพร้อมเอเนอร์จี้เพื่อนสาว ที่ขอเป็นหนึ่งกำลังใจให้ทุกคนเลิกจมอยู่กับอดีต หมดเวลาเศร้าบูสเอเนอร์จี้แล้วมูฟออนไปข้างหน้าเพื่อเจออะไรใหม่ๆ ที่ดีกว่า ซึ่งเทป ได้ยอดฝีมือของวงการเพลงมาช่วยปรุงแต่งจนกลายมาเป็นเพลงอันยอดเยี่ยมนี้อาทิ Funky Wah Wah และ ก้อ ณฐพลศรีจอมขวัญ มาช่วยในพาร์ทของดนตรีสไตล์Pop, R&B-Soul ฟังสบายและชวนโยกตามเสริมเสน่ห์ด้วยเสียงร้องเอกลักษณ์ของเทปทำให้ผู้ฟังเพลิดเพลินไปจนจบเพลง นอกจากนี้เนื้อเพลงยังถูกถ่ายทอดออกมาอย่างคมคายโดย บอย ตรัย ภูมิรัตน นักแต่งเพลงมือฉมังที่สามารถดึงคาแร็กเตอร์ของ ผู้หญิงที่เข้มแข็งออกมาได้อย่างลงตัว

โดย “เทป” ได้เล่าถึงการกลับมาปล่อยซิงเกิ้ลหลังจากห่างหายไปนานให้ฟังว่า “ต้องบอกเลยว่าตื่นเต้นมากค่ะ เพราะเราห่างหายไปนานพอสมควรเลยจากซิงเกิ้ลล่าสุดเมื่อตอน 2020แต่ไม่ใช่ว่าเราหายไปเฉยๆ ระหว่างนั้นก็มีร้องเพลงคัพเวอร์ในโปรเจกท์ของทางค่ายบ้าง พอมาปีนี้รู้สึกว่าถึงเวลาที่จะได้ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่แล้วล่ะ จึงเข้าไปคุยกับผู้ใหญ่ในค่ายหลังจากนั้นทุกอย่างก็เกิดขึ้นไวมากค่ะ โดยเทปได้ปรมาจารย์ของวงการดนตรีที่มาช่วยทำเพลงนี้ไม่ว่าจะเป็นพี่ก้อ-พี่บีFunky Wah Wah มาช่วยดนตรี พี่บอย ตรัย มาเขียนเนื้อให้และยังได้ดรีมทีมนักดนตรีฝีมือดีมากมายมาช่วยบันทึกเสียงจนออกมาเป็นเพลงในเวอร์ชั่นสมบูรณ์ค่ะ และอีกหนึ่งสิ่งที่เทปอยากนำเสนอก็คือมิวสิกวีดีโอ ซึ่งเทปได้ร่วมเสนอไอเดียว่าอยากเล่าให้ออกมาเป็นละครคุณธรรมที่ในช่วงนี้กำลังฮิตเลยแล้วภาพที่ออกมาเป็นอะไรที่ดีมากค่ะไม่ว่าจะเป็นตัวละครที่ถูกครีเอทให้มีความเท่แต่ยังคงมีเนื้อเรื่องยังมีความตลก สนุกๆ สไตล์ ละครคุณธรรมที่บอกได้คำเดียวว่าต้องไปชมกันค่ะ”

‘สุนารี ราชสีมา’ แท็กทีม ‘ม้าม่วง’ เสิร์ฟความม่วนในรายการใหม่ ‘ม่วนหลาย’! ในสไตล์อีสานบ้านเฮา

‘สุนารี ราชสีมา’ แท็กทีม ‘ม้าม่วง’  เสิร์ฟความม่วนในรายการใหม่  ‘ม่วนหลาย’! ในสไตล์อีสานบ้านเฮา

‘สุนารี ราชสีมา’ แท็กทีม ‘ม้าม่วง’ เสิร์ฟความม่วนในรายการใหม่ ‘ม่วนหลาย’! ในสไตล์อีสานบ้านเฮา

วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ช่อง My Channel เตรียมปล่อยความสนุกสุดม่วนกับรายการใหม่แกะกล่อง “ม่วนหลาย” สไตล์บ้านเฮา ที่จะพาผู้ชมไปสัมผัสความสนุกแบบจัดเต็ม สัมผัสรสชาติอาหารอีสานแท้ๆ พร้อมเสิร์ฟเมนูอาหารแซ่บๆ นำทีมความม่วนโดยสองพิธีกรเลือดอีสานตัวจริง“สุนารี ราชสีมา” และ“ม้าม่วง Powerpuff Gay”ที่จะมาสร้างสีสันและเสียงหัวเราะแบบไม่มีใครยอมใคร!

ในรายการ “ม่วนหลาย” ผู้ชมจะได้เพลิดเพลินไปกับการเฟ้นหาเมนูสุดแซ่บที่หาชิมที่ไหนไม่ได้ พร้อมเปิดสูตรลับการทำอาหารแบบหมดเปลือก โดยทั้งสองพิธีกรจะโชว์สกิลการเลือกวัตถุดิบสุดพิถีพิถันที่ทำเอาแขกรับเชิญถึงกับอึ้ง! ไม่เพียงเท่านั้น ยังจะได้สัมผัสกับบรรยากาศการทำอาหารสไตล์ “ไทบ้าน” ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและอรรถรสแบบจัดจ้าน

แต่ “ม่วนหลาย” ไม่ใช่แค่รายการอาหารทั่วไป เพราะนอกจากความอร่อยแล้ว ยังแฝงไปด้วย Soft Power ที่ช่วยส่งเสริมเสน่ห์ของอาหารไทยให้ไกลระดับสากลอีกด้วย

ใน EP แรก เตรียมพบกับความสนุกแบบอันลิมิต โดยมี “ใหม่ Powerpuff Gay” มาร่วมสร้างเสียงหัวเราะ และเซอร์ไพรส์สุดพิเศษกับหนุ่มหล่อต่างชาติ ที่ทำเอา “แม่สุ” ถึงกับเขินจนออกอาการ! เทปแรกนี้จัดเต็มความบันเทิง แบ่งทีมแข่งภารกิจสุดมันส์ ตั้งแต่หาปลา ไปจนถึงแข่งจับกบ! บอกเลยว่าแต่ละทีมงัดสกิลมาสู้กันสุดตัวและปิดท้ายด้วยการนำวัตถุดิบที่ได้มาปรุงเป็นเมนูสุดแซ่บ! จะเป็นเมนูอะไร? รสชาติจะเด็ดแค่ไหน?ห้ามพลาด! ในรายการ “ม่วนหลาย สไตล์บ้านเฮา” วันอาทิตย์ที่23 มีนาคม นี้ เวลา 16.00 น. ทางช่อง My Channel