‘มิโด'(MIDO) จัดงานเปิดตัวเรือนเวลาคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดกับคอลเลกชั่นที่ชื่อว่า’มัลติฟอร์ท 8 ทู คราวน์’

'มิโด'(MIDO) จัดงานเปิดตัวเรือนเวลาคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดกับคอลเลกชั่นที่ชื่อว่า'มัลติฟอร์ท 8 ทู คราวน์'

‘มิโด'(MIDO) จัดงานเปิดตัวเรือนเวลาคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดกับคอลเลกชั่นที่ชื่อว่า’มัลติฟอร์ท 8 ทู คราวน์’

วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.06 น.

พร้อมให้เหล่านักสะสมและคนรักเรือนเวลาหรูได้ตื่นตาตื่นใจไปกับแบรนด์ “มิโด” (MIDO) นาฬิกาชั้นนำจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในเครือ เดอะ สวอท์ช กรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) ที่นำโดย มร.ฟรานซ์ ลินเดอร์ (Mr. Franz Linder) ประธานบริหารแบรนด์ “มิโด” (MIDO) ได้เดินทางเยือนประเทศไทยพร้อมจัดงานเปิดตัวนาฬิกาคอลเลกชั่นใหม่สุดยิ่งใหญ่กับคอลเลกชั่นที่ชื่อว่า “มัลติฟอร์ท 8 ทู คราวน์” (Multifort 8 Two Crowns) แรงบันดาลใจจากการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีอันทันสมัย (Technology) เข้ากับรูปทรงเรขาคณิต (Geometry) เกิดเป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ที่ชื่อว่า TECHNOMEYRY ถ่ายทอดสู่เรือนเวลาดีไซน์สปอร์ตหรู พร้อมกันนี้ยังได้เผยโฉมนาฬิกาคอลเลกชั่นน่าสะสมแห่งปีกับ MIDO Novelties 2025 Preview

โดยภายในงานได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้แฟนคลับแบรนด์ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ จินนี่-            เอมษิกา โชติวิจิตร, นิ้ง-โศภิดา จิระไตรธาร รวมถึงนักแสดงชื่อดังที่มาร่วมถ่ายทอดสไตล์อันโดดเด่นผ่านเรือนเวลาสปอร์ตหรู อาทิ ภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์, เก่ง-หฤษฎ์ บัวย้อย, นิ้ง-ชัญญา แม็คคลอรี่ย์, วินเนอร์-ธนทัต คูณอเนกสิน,             ฮิม-เอลิชา รุ่งเรืองสิริ และอีกมากมาย

มร.ฟรานซ์ ลินเดอร์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานครั้งนี้ว่า “งานในครั้งนี้นับเป็นการเปิดตัวเรือนเวลาในคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดอย่าง มัลติฟอร์ท 8 ทู คราวน์ (Multifort 8 Two Crowns) ซึ่งนาฬิกาคอลเลกชั่นนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากการผสมผสานเทคโนโลยี (Technology) ของกลไกนาฬิกาที่ทันสมัย เข้ากับรูปทรงเรขาคณิต (Geometry) ที่เป็นทรงแปดเหลี่ยมน่าค้นหา เกิดเป็นคอนเซ็ปต์ TECHNOMETRY ที่ลงตัวด้วยดีไซน์ที่สวยงามมาพร้อมกับฟังก์ชันการทำงานที่เป็นเลิศ โดยการเปิดตัวคอลเลกชั่นนี้เราได้เลือกมาเปิดตัวที่ประเทศไทยด้วย เพราะประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับมิโด (MIDO) เราเล็งเห็นถึงความหลงใหลในนาฬิกาที่มีคุณภาพ ดีไซน์ และเปี่ยมไปด้วยฟังก์ชันที่ครบครัน สามารถตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์ของคนรักนาฬิกาได้ ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาของแบรนด์ที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์นาฬิกาสวิสที่มีคุณภาพสูงและเข้าถึงง่าย ด้วยคุณสมบัติที่ทนทาน และดีไซน์เหนือกาลเวลา นอกจากนี้ภายในงานยังมีการเผยโฉมเรือนเวลาคอลเลกชั่นอันน่าสะสมประจำปี 2025 อีกด้วย”

สำหรับเรือนเวลาคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดอย่าง “มัลติฟอร์ท 8 ทู คราวน์” (Multifort 8 Two Crowns) นับเป็นสุดยอดนวัตกรรมในดีไซน์สปอร์ตเรียบหรูจาก “มิโด” (MIDO) ที่ได้ถ่ายทอดผ่านตัวเรือนและสายนาฬิกาสแตนเลสสตีล มีขนาดหน้าปัดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 มม. โดดเด่นด้วยกรอบตัวเรือนรูปทรงเรขาคณิตแปดเหลี่ยม พร้อมฟังก์ชันที่ไม่เหมือนใคร ด้วยขอบด้านในแบบหมุนได้จากการทำงานของเม็ดมะยมในตำแหน่ง 2 นาฬิกา ซึ่งเม็ดมะยม (Crowns) ของรุ่นนี้ถูกออกแบบเป็นทรงแปดเหลี่ยมที่เคลือบด้วย PVD สีดำเข้ม โดยมีทั้งหมด 2 ตำแหน่งด้วยกัน โดยในตำแหน่ง 2 นาฬิกาใช้ตั้งขอบหน้าปัดด้านในที่หมุนได้สำหรับใช้นับเวลาถอยหลัง และตำแหน่ง 4 นาฬิกา สำหรับตั้งเวลาและขึ้นลาน โดยหน้าปัดเรือนไฮไลท์จะมาในในโทนสีดำด้านสุดเท่ พร้อมการตกแต่งหน้าปัดด้วยลายเส้นแนวนอนที่ถูกออกแบบมาอย่างละเอียดสวยงาม สร้างความตื่นตาตื่นใจยามสะท้อนแสง โดยตำแหน่งบอกเวลาถูกดีไซน์แบบทรงกลมและแบบสี่เหลี่ยมคางหมูที่สลักลงไป ช่วยสร้างมิติหน้าปัดได้อย่างสวยงาม พร้อมกันนี้บริเวณตำแหน่ง 3 นาฬิกาถูกแทนที่ด้วยช่องหน้าต่างแสดงวันที่ (Date) นอกจากนี้ทั้งหมุดบอกเวลา ตัวเลข ตัวอักษร และเข็มนาฬิกาที่แสดงอยู่บนหน้าปัดถูกแต่งแต้มด้วยสีขาวตัดกับพื้นหลังสีเข้มได้อย่างสวยงาม พร้อมเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนวา (Super-luminova®) เพื่อช่วยอ่านเวลาในยามค่ำคืนหรือบริเวณแสงน้อย ในส่วนของขอบตัวเรือนด้านในที่สามารถหมุนได้นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาสำหรับนักดำน้ำเพื่อใช้จับเวลาแบบนับถอยหลังได้อย่างปลอดภัย โดยกระจกหน้าปัดผลิตจากคริสตัลแซฟไฟร์ที่มีการเคลือบป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้านเพื่อการอ่านเวลาได้อย่างชัดเจนในบริเวณที่มีแสงแดดจัด ด้านตัวเรือนขัดเงาสะท้อนแสงแมทช์ลงตัวกับกรอบหน้าปัดรูปทรงแปดเหลี่ยม ทำให้คอลเลกชั่น “มัลติฟอร์ท เอท ทู คราวน์” (Multifort 8 Two Crowns) มีความแตกต่างและโดดเด่น  นอกจากนี้ยังสามารถมองเห็นกลไกการทำงานของตัวเรือนผ่านฝาหลังแบบโปร่งใสที่กำลังขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 72 (Caliber 72) ซึ่งสามารถสำรองพลังงานได้สูงสุดถึง 72 ชั่วโมง และขึ้นชื่อในเรื่องของความบาง พร้อมบาลานซ์สปริงผลิตจากนิวาครอง (Nivachron™) ช่วยเสริมความแข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทกและสนามแม่เหล็กได้เป็นอย่างดี และความสามารถในการกันน้ำลึกได้ถึง 10 บาร์ หรือ 100 เมตร

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับตัวเรือน 2 ดีไซน์ย่อย ได้แก่ ตัวเรือนและสายสแตนเลสสตีลพร้อมเม็ดมะยมทรงเหลี่ยม 2 ตำแหน่ง และการตกแต่งหน้าปัดในโทนสีเทาสุดเท่ และตัวเรือนสแตนเลสสตีลหน้าปัดสีน้ำเงินด้านที่มีเม็ดมะยมทรงเหลี่ยมเคลือบ PVD สีน้ำเงิน มาพร้อมกับสายนาฬิกายางลวดลายปั๊มนูนในโทนสีเดียวกัน ที่ยังคงสไตล์การดีไซน์กรอบหน้าปัดในรูปทรงเรขาคณิต (Geometry) ผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยี (Technology) ที่ล้ำสมัย สู่นาฬิกาดีไซน์สปอร์ตที่พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสและเติมเต็มลุคในทุกโอกาส

พร้อมกันนี้ทาง “มิโด” (MIDO) ยังได้อวดโฉมคอลเลกชั่นเรือนเวลาอันน่าสะสมประจำปี 2025 กับ MIDO Novelties Preview 2025 ให้ทุกท่านได้รับชมพร้อมกัน

ด้านเหล่าเซเลบริตี้ที่ภายในงานต่างร่วมเผยเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาเรือนโปรดเพื่อเติมเต็มลุคให้ดูดีในทุกโอกาส เริ่มจากสาวสาวสังคม จินนี่-เอมษิกา โชติวิจิตร เผยว่า “สำหรับการเลือกนาฬิกาเพื่อเติมเต็มลุค เราจะมองหาแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีความคุ้มค่าที่จะลงทุน เพราะนาฬิกาแต่ละเรือนที่เราเลือกก็จะอยู่กับเราไปอีกนาน นอกจากความคุ้มค่าแล้วเราก็จะเลือกจากดีไซน์ที่เหมาะกับสไตล์ของเรา ดีไซน์ต้องมีความเรียบหรู สวมใส่ได้ในทุกโอกาสและเข้ากับทุกลุค อย่างเรือนที่ใส่วันนี้ก็ด้วยความที่เป็นสแตนเลสสตีล เราสามารถแมทช์ได้ทั้งกับลุคที่เป็นทางการหรือใส่ในวันสบายๆ เพื่อให้การแต่งตัวคอมพลีทมากยิ่งขึ้น”

ถัดมาที่สาวสวยมากความสามารถ นิ้ง-โศภิดา จิระไตรธาร เล่าว่า “ส่วนตัวเราเป็นคนชอบแต่งตัวสไตล์เรียบโก้ เวลาเลือกนาฬิกาก็เลือกจากดีไซน์ที่เรียบหรู ไม่ตะโกนจนเกินไป เหมือนเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มลุคให้ดูภูมิฐานและสร้างความมั่นใจให้เราได้ เพราะเวลาที่ต้องออกงานสำคัญ นาฬิกาที่มีความคลาสสิกและประณีตจะช่วยเสริมบุคลิกให้ดูสง่างามยิ่งขึ้น อย่างเรือนที่ใส่มาวันนี้ เป็นดีไซน์ที่มีความเรียบหรูแต่ขณะเดียวกันก็มีความโมเดิร์นด้วยกรอบตัวเรือนรูปทรงเรขาคณิตแปดเหลี่ยม และด้วยหน้าปัดสีเทาที่ทำให้ลุคดูน่าค้นหามากยิ่งขึ้น” 

ปิดท้ายที่นักแสดงหนุ่มดาวรุ่ง ภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ เผยว่า “เวลาเลือกนาฬิกาสักเรือน นอกจากดีไซน์คลาสสิกโมเดิร์นที่ชอบแล้ว เราจะให้ความสำคัญกับเรื่องฟังก์ชั่นด้วยเช่นกัน เพราะเป็นคนชอบออกกำลังกายและทำกิจกรรมกลางแจ้ง ดังนั้นนาฬิกาที่ใส่ต้องมีความแข็งแรงทนทาน มีฟังก์ชั่นที่ช่วยซัพพอร์ตการกิจกรรมอย่างการจับเวลา อย่างเรือนนี้ของมิโดจะมีเม็ดมะยม 2 ตำแหน่งตรงตำแหน่ง 2 นาฬิกาซึ่งสามารถใช้ในการจับเวลาได้ และตำแหน่ง 4 นาฬิกา ใช้สำหรับตั้งเวลาและขึ้นลาน ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่ทำให้ใช้งานง่ายขึ้น ส่วนดีไซน์ก็มีความคลาสสิกและดูเท่ได้ด้วยหน้าปัดเป็นทรงแปดเหลี่ยมที่ดูทันสมัยและใส่ได้ในหลายโอกาส”

เตรียมพบกับเรือนเวลาหรูคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า “มัลติฟอร์ท 8 ทู คราวน์” (Multifort 8 Two Crowns) จากแบรนด์ ”มิโด” (MIDO) นาฬิกาคุณภาพมาตรฐานตามแบบฉบับ Swiss made ได้ที่เคาน์เตอร์ “มิโด” (MIDO) เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ MIDO Official Store ใน Shopee และ Lazada และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่เว็บไซต์  www.midowatches.com Facebook: Mido Watches และ LINE Official Account: @midothailand หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 02-610-0200

แซ่บซี๊ด! ‘เกรซ กาญจน์เกล้า’นุ่งบิกินีแจกความสดใสสะกดทุกสายตา

แซ่บซี๊ด! 'เกรซ กาญจน์เกล้า'นุ่งบิกินีแจกความสดใสสะกดทุกสายตา

แซ่บซี๊ด! ‘เกรซ กาญจน์เกล้า’นุ่งบิกินีแจกความสดใสสะกดทุกสายตา

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.24 น.

ทำเอาอากาศยิ่งร้อนระอุเข้าไปใหญ่เลยทีเดียว เมื่อนางเอกสาว “เกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า” สาวมากความสามารถ ที่ล่าสุด เกรซ กาญจน์เกล้า ก็ได้เผยหุ่นแซ่บแบบเต็มตาในชุดว่ายน้ำตัวจิ๋ว อวดผิวขาวออร่าสะท้อนแดด งานนี้บอกเลยว่าทะเลเดือด เพราะแต่ละภาพที่สาวเกรซปล่อยออกมานั้น สวยแซ่บสะกดทุกสายตาเลยทีเดียว

‘PRADA’ประกาศถอด’คิมซูฮยอน’ออกจากตำแหน่งBA แบรนด์ดังทั่วโลกปลดอีกเพียบ

'PRADA'ประกาศถอด'คิมซูฮยอน'ออกจากตำแหน่งBA แบรนด์ดังทั่วโลกปลดอีกเพียบ

‘PRADA’ประกาศถอด’คิมซูฮยอน’ออกจากตำแหน่งBA แบรนด์ดังทั่วโลกปลดอีกเพียบ

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 08.24 น.

15 มีนาคม 2568 จากกรณีที่ GOLD MEDALIST ต้นสังกัดของ ‘คิมซูฮยอน’ (KimSooHyun) ออกแถลงการณ์ถึงประเด็นดราม่าร้อน ระบุว่า “เราขอชี้แจงเกี่ยวกับคอนเทนต์ล่าสุด ที่พาดพิงถึง’คิมซูฮยอน’ ซึ่งออกอากาศทางช่อง YouTube HoverLab Inc ทางบริษัท GOLD MEDALIST จะชี้แจงข้อเท็จจริงและตอบโต้ข่าวลือที่ปราศจากความจริงเหล่านั้น ด้วยข้อเท็จจริงที่ชัดเจน และมีเหตุผลในสัปดาห์หน้า”

โดยวานนี้ต้นสังกัดได้ออกแถลงการ์ณเร่งด่วนในวันนี้ว่า โดยระบุว่าตอนแรกจะแถลงสัปดาห์หน้าทีเดียว แต่ตอนนี้สภาพจิตใจของ’คิมซูฮยอน’ไม่เป็นปกติ เพราะถูกสังคมประณามว่าเป็นต้นเหตุการเสียชีวิตของ’คิมแซรน’ ทางค่ายจึงต้องออกมาแถลงเร่งด่วนในบางประเด็น.. (อ่านข่าวที่นี่ : กดดันหนัก! ค่ายแถลงด่วน’คิมซูฮยอน’รับคบกับ’คิมแซรน’จริง เป็นช่วงที่บรรลุนิติภาวะแล้ว)

หลังจากที่พระเอกค่าตัวอันดับ 1 ในเกาหลีใต้ ‘คิมซูฮยอน’ ตกเป็นข่าวในด้านลบนั้น ชาวเกาหลีใต้ ชาวจีน รวมถึงชาวไทย เรียกร้องให้แบรนด์ต่างๆ ทั่วโลกที่มี’คิมซูฮยอน’เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ออกมาประกาศยกเลิกสัญญากับ’คิมซูฮยอน’ ซึ่งพบว่าตอนนี้ ‘คิมซูฮยอน’ เป็นพรีเซนเตอร์ดังๆ ถึง 18 แบรนด์ แม้บางเจ้าออกมาแสดงจุดยืนแล้วแต่สินค้าบางแบรนด์ยังคงรอดูท่าที

ความคืบหน้าล่าสุดพบว่าแฟชั่นแบรนด์หรูสัญชาติอิตาลี ‘PRADA’ (ปราด้า) ได้ออกมาประกาศถอด ‘คิมซูฮยอน’ ออกจากการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์แล้ว โดยระบุว่า “เราขอแจ้งให้ทราบว่า เราได้ตัดสินใจยุติความร่วมมือกับนักแสดง คิมซูฮยอน ตามข้อตกลงร่วมกัน โดยคำนึงถึงความร้ายแรงของปัญหา ซึ่งสัญญาได้สิ้นสุดลงแล้ว” 

โดยการที่เลือกเขาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ PRADA ให้เหตุผลว่า ‘คิมซูฮยอน’ เป็นหนึ่งในนักแสดงที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในเกาหลี และเมื่อไม่นานมานี้เขาก็ได้ครองใจผู้ชมทั่วโลกด้วยผลงานละครอย่างเช่น ‘Queen of Tears’ ซึ่งพบว่า ‘คิมซูฮยอน’ เข้ารับตำแหน่งแบรนด์แอมบาสเดอร์ ของ PRADA เมื่อช่วงเดือนธันวาคม ในปี 2024 ก่อนจะถูกยกเลิกสัญญาหลังผ่านไปเพียง 3 เดือนเท่านั้น 

ขณะที่แบรนด์ดังอื่นๆ ทั่วโลกนั้นก็เริ่มปลด’คิมซูฮยอน’ออกจากการเป็นพรีเซนเตอร์ พร้อมทั้งปลดรูปของพระเอกดังออกจากทั้งแพลตฟอร์มต่างๆในโซเชียล และ ตามป้ายโฆษณาทั่วโลกแล้ว อาทิเช่น  ร้านเบเกอรี่ชื่อดัง Tous les Jours ได้ลบโฆษณาของคิมซูฮยอนออกจากโซเชียลมีเดียทั้งหมด , Homeplus ก็ได้ลบโฆษณาของคิมซูฮยอนออกจากหน้าโหลดแอปฯ มือถือด้วยเช่นกัน , K2 Korea แบรนด์เสื้อผ้าแอธลีเชอร์ชื่อดัง ก็ได้ถอดภาพโฆษณาของคิมซูฮยอนออกจากเว็บไซต์ทางการ เป็นต้น 

เศร้าอย่างมีสไตล์ ‘Arabelle’ เสิร์ฟซิงเกิ้ลใหม่ ‘Promises’ กับสัญญาที่รักษาไว้ไม่ได้

เศร้าอย่างมีสไตล์ ‘Arabelle’ เสิร์ฟซิงเกิ้ลใหม่ ‘Promises’ กับสัญญาที่รักษาไว้ไม่ได้

เศร้าอย่างมีสไตล์ ‘Arabelle’ เสิร์ฟซิงเกิ้ลใหม่ ‘Promises’ กับสัญญาที่รักษาไว้ไม่ได้

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ขอโทษที่ทำตามสัญญาไว้ไม่ได้… “Promises” ซิงเกิ้ลล่าสุด จากศิลปินหญิงเสียงใสสไตล์ R&B “Arabelle” (สิรีธร สุไพบูลย์พิพัฒน์) จากค่ายเพลง CCORE Records อีกหนึ่งค่ายเพลงที่อยู่ภายใต้สังกัดค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) โดย “Arabelle” เคยได้ฝากผลงานเพลงสากลให้คนฟังได้ทำความรู้จักไว้มากมาย อาทิ “Wherever”,“Lose”, “Waves” มาถึงซิงเกิ้ลล่าสุดอย่าง “Promises” กับเนื้อหาที่ได้หยิบยกเอาเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ครั้งหนึ่งเคยสวยงาม แต่เมื่อเวลาผ่านไปความรู้สึกรักนั้นกลับค่อยๆ จางหายไปอะไรที่เคยสัญญาและวาดฝันด้วยกันไว้ มาในวันนี้กลับต้องผิดสัญญาเคยให้ไว้ แต่ก็ยังมีความห่วงใย และหวังว่าอีกฝ่ายจะไม่ต้องเจ็บปวดไปมากกว่านี้

โดยเพลงนี้ “Arabelle” ได้ลงมือเขียนเนื้อเพลงนี้ด้วยตัวเอง มาพร้อมกับดนตรีฟังสบายเรียบง่ายแต่เข้มข้น รวมถึงเพลงนี้ “Arabelle” ตั้งใจไม่ได้ทำเป็น MV ที่เล่าเรื่องราว แต่ออกแบบให้เป็น Visual ที่ใช้ “การจับมือ” เป็นสัญญะที่อยากใช้สื่อถึงเรื่องราวในเนื้อเพลง เพื่อให้คนฟังได้ลองตีความในแบบของตัวเอง เรียกได้ว่าเป็นการถ่ายทอดความเศร้าและความรู้สึกซับซ้อนในเพลง “Promises”ได้อย่างลงตัว

‘แสน นากา’ดีใจ เพลง‘ไม่มีอะไรจะคุยกับเธอ’ครบ 100 ล้านวิว

‘แสน นากา’ดีใจ เพลง‘ไม่มีอะไรจะคุยกับเธอ’ครบ 100 ล้านวิว

‘แสน นากา’ดีใจ เพลง‘ไม่มีอะไรจะคุยกับเธอ’ครบ 100 ล้านวิว

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นับเป็นอีกหนึ่งศิลปินเพื่อชีวิตที่มีผลงานมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “แสน นากา” ศิลปินในสังกัด แกรมมี่ โกลด์ เจ้าของเพลงดังมากมายไม่ว่าจะเป็น “คิดถึงเธอ, ดูถั๊วะ ดูถ๊วะ, ฝนระรึมที่โคราช, เก็บปากไว้กินข้าว”และเพลง “ไม่มีอะไรจะคุยกับเธอ” ซึ่งล่าสุดเพลง “ไม่มีอะไรจะคุยกับเธอ”ก็มียอดวิวในยูทูบเกิน 100,000,000 วิว ไปเรียบร้อย เป็นเพลง 100 ล้านวิว เพลงที่ 46 ของ แกรมมี่ โกลด์ สำหรับเพลง “ไม่มีอะไรจะคุยกับเธอ” มีเนื้อหา ตัดพ้อ ผู้หญิงที่ปันใจไปมีรักกับชายคนใหม่ แล้ววันหนึ่งจะขอกลับมาคืนดี ผู้ชายเลยบอกว่า ไม่มีอะไรจะคุยกับเธอ เพลงนี้ แต่งเนื้อร้องโดย ชาลี สาลี่ ทำนองโดย บรรจง เวียงพล และเรียบเรียงโดยนันทพงศ์ ทศพร ปล่อยครั้งแรก เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2556

แสน นากา กล่าวว่า “ก่อนอื่นผม แสน นากา ก็ต้องขอขอบพระคุณพี่น้องแฟนเพลงทั่วประเทศ ผมดีใจมากๆ ที่วันนี้เพลง ไม่มีอะไรจะคุยกับเธอเกิน 100 ล้านวิวแล้ว ใช้เวลา 12 ปีเต็ม ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนและเป็นแรงใจให้ผม ในนามผู้อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังเพลงนี้ต้องขอขอบคุณจริงๆ ครับ ขอบคุณไปยัง พี่ชาลี พี่เอ๋ บรรจง พี่แป๊ะ ผู้มีส่วนร่วมในเพลงนี้ทุกท่าน พี่ตี่ กริช ทอมมัส เจ้านายผู้ให้โอกาสได้ทำเพลงนี้ด้วยครับ นับเป็นเกียรติประวัติกับผมและทีมทำเพลงมากๆ ครับสุดท้ายนี้ก็ขอฝากพี่น้องแฟนเพลงทั่วประเทศเข้าไปฟังเพลงอื่นๆ ของผม แสน นากา ทางช่อง YouTube Grammy Gold Official ให้ยอดวิวขึ้นทุกๆ เพลงเลยนะครับ ขอบคุณครับ”

‘บิว-แจมมี่’ ขอบคุณแฟนละคร ‘โอม! พระยาไฟ’ ปลื้มใจ กระแสดี ตั้งแต่ต้นจนจบ

‘บิว-แจมมี่’ ขอบคุณแฟนละคร ‘โอม! พระยาไฟ’ ปลื้มใจ กระแสดี ตั้งแต่ต้นจนจบ

‘บิว-แจมมี่’ ขอบคุณแฟนละคร ‘โอม! พระยาไฟ’ ปลื้มใจ กระแสดี ตั้งแต่ต้นจนจบ

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ลาจอไปอย่างเข้มข้น ครบรส และประทับใจแฟนละคร ช่อง 7HD สำหรับละครแอ๊กชั่น “โอม! พระยาไฟ” จากค่าย “9 บีเวอร์ฟิล์มส์” ของผู้จัด โอริเวอร์ บีเวอร์ ที่ปิดม่านไปด้วยเรตติ้ง 15+ทั่วประเทศ 4.0 (ข้อมูลวันที่ 11 มีนาคม 2568) พร้อมกับกระแสตอบรับที่ดีจากแฟนละคร งานนี้พระ-นาง บิว-ณัฐพลไรยวงค์ กับ แจมมี่-ปาณิชดา แสงสุวรรณ ขอขอบคุณแฟนๆ ส่งท้ายว่า

บิว “ต้องขอบคุณนักแสดงทุกคนแล้วก็ทีมงานทุกคนครับ ทีมผู้กำกับ ผู้จัด แล้วก็ขอบคุณช่อง 7HD ด้วยครับ ที่ให้โอกาสบิวมาแสดงละครเรื่องนี้ ซึ่งทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ แล้วผลตอบรับที่ออกมาก็ดีเกินคาดด้วย ทุกคนทำงานกันอย่างหนัก แต่ผลงานออกมาโดยภาพรวมถือว่าดีมาก อยากฝากทุกคนด้วยครับ อยากให้ทุกคนติดตามผลงานต่างๆ หลังจากนี้ ของนักแสดงทุกคนต่อๆ ไปด้วย แล้วก็ฝากติดตามผลงานของค่าย 9 บีเวอร์ ฟิล์มส์ ด้วย ว่าจะมีอะไรออกมาให้แฟนๆ ได้ชมอีก แล้วก็สุดท้ายขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่ติดตาม ให้การสนับสนุกนะครับ”

แจมมี่ “ต้องขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่ติดตามชมละคร โอม! พระยาไฟ เป็นกำลังใจให้ตลอด มีการคอมเมนต์ เข้ามาแซวมีมาชมว่าแจมมี่บู๊สวย ขอบคุณมากนะคะที่เป็นกำลังใจให้ แล้วก็อยากขอบคุณค่าย9 บีเวอร์ ฟิล์มส์และทีมงานทุกคนนะคะที่มอบความรู้ มอบประสบการณ์การแสดง โดยเฉพาะเรื่องการบู๊ แล้วก็ขอบคุณนักแสดงทุกคนด้วย เพราะถ้าไม่มีองค์ประกอบรวมทั้งหมดเหล่านี้ จะไม่สามารถทำให้แจมมี่ เป็นตัวละคร สาลิกา ที่มีความสมบูรณ์ เหมาะสมกับละครเรื่องนี้ได้ขนาดนี้ ขอบคุณพี่เวอร์ ที่สอนเรื่องการบู๊ให้กับแจมมี่ ถ้าไม่มีพี่เวอร์ อาจจะยังกลัวเสียงปืนอยู่ แล้วก็ขอบคุณพี่แนน (จิตาพัชร์ อธิชัยธนารุจน์) ผู้กำกับด้วยนะคะ หลังจากนี้ฝากติดตามผลงานเรื่องต่อๆ ไปของแจมมี่ด้วยนะคะ ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนมากๆ ค่ะ”และอย่าพลาดชมละครเรื่องใหม่ “ละอองเทศ” ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 19.00 น. ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD เว็บไซต์ : www.ch7.com

‘อัยยา อารียา’ พลิกคาแร็กเตอร์ เล่นร้ายสายฮาครั้งแรกใน ‘ไอ้หนุ่มรถไถ’

‘อัยยา อารียา’ พลิกคาแร็กเตอร์  เล่นร้ายสายฮาครั้งแรกใน ‘ไอ้หนุ่มรถไถ’

‘อัยยา อารียา’ พลิกคาแร็กเตอร์ เล่นร้ายสายฮาครั้งแรกใน ‘ไอ้หนุ่มรถไถ’

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นับได้ว่าเป็นการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของ “อัยยา อารียา ศิลปะนาวา” กับบท “กิ๊ฟซี่” สาวแซ่บเอาแต่ใจ แถมพกความฮามาเต็มพิกัดในละคร “ไอ้หนุ่มรถไถ” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ในเครืออาร์เอส กรุ๊ป งานนี้เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นบทบาทที่ท้าทายสุดๆ ในชีวิตการแสดง และถึงขั้นต้อง “ตั้งหลัก” ใหม่ เพราะต้องบาลานซ์ระหว่าง “ร้าย” กับ “ตลก” งานนี้ไม่เสียแรงที่เธอทุ่มพลังทางการแสดงเล่นใหญ่แบบหมดหน้าตัก เพราะผลลัพธ์ที่ได้คือฟีดแบ๊กแรงจนเธอเองก็ยังคาดไม่ถึงเลยทีเดียว อัยยา อารียา กล่าวว่า

“ตื่นเต้นมากค่ะ เพราะปกติแล้วเวลาเล่นบทนางร้าย คนจะคาดหวังความแซ่บความดุ ความร้ายแบบถึงพริกถึงขิง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ต้องเล่นร้ายแบบมีความตลกเข้ามาผสมซึ่งตอนแรกยอมรับเลยว่ากดดันเหมือนกัน เพราะต้องหาจังหวะให้พอดี ไม่ให้ดูร้ายเกินไปจนคนเกลียด แต่ก็ต้องไม่ตลกจนทำให้บทดูหลุดจากความเป็นตัวร้าย ซึ่งเราใช้พลังทางการแสดงเยอะมากนะ เพราะคาแร็กเตอร์กิ๊ฟซี่เป็นตัวร้ายที่เล่นใหญ่มากค่ะ (หัวเราะ) ปกติถ้าเล่นร้ายเราก็จะมีซีนแอบร้าย เงียบขรึมหรือร้ายแบบดูมีมาดใช่ไหมคะ แต่กิ๊ฟซี่คือร้ายแบบสุดโต่ง เวลาเธอจะทำอะไรสักอย่าง เธอไม่ได้ทำแค่ 100% แต่ใส่มา 200%ไปเลย อย่างเวลาหึงหวงแคน (พระเอก)ก็ต้องเล่นให้สุด อาละวาดเวอร์ๆ เวลาโดนเอาคืนก็ต้องพลาดแบบพังสุดๆ ซึ่งความยากคือ เราต้องทำให้คนดูรู้สึกหมั่นไส้ แต่ขำไปด้วย ไม่ใช่เกลียดจนอยากเปลี่ยนช่อง มันทำให้การทำงานของเรามีความชาเลนจ์ สนุกมากค่ะแล้วพี่ๆ นักแสดงทุกคนก็ตลกมากจริงๆ ในกองถ่ายไม่มีวันไหนที่ไม่มีเสียงหัวเราะเลยค่ะ แล้วผู้กำกับก็ให้อิสระเรามาก สมมุติว่ามีซีนที่เรารู้สึกว่า ถ้าเติมอะไรเข้าไปอีกนิดจะทำให้มันตลกขึ้นได้ เขาก็จะให้เราลองเล่นดู แล้วบางครั้งมุขที่เราคิดเองก็ดันถูกใช้จริงๆในละครด้วย รู้ฟีดแบ๊กมาว่าคนค่อนข้างอิน2 ตัวละคร กิ๊ฟซ่ากิ๊ฟซี่ น่าจะมีทั้งรักทั้งหมั่นไส้ค่ะ (หัวเราะ) คือกิ๊ฟซี่เป็นตัวร้ายที่ไม่ได้ร้ายแบบน่ากลัว เธอมีมุมเปิ่นๆ น่าขำ มีความเวอร์เกินเบอร์ แต่ก็จริงใจกับความรักของตัวเอง ฝากทุกคนติดตามละคร ไอ้หนุ่มรถไถ ด้วยนะคะ ใกล้จะจบแล้ว รับชมได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 18.00 น. ทางช่อง 8กดเลข 27 สามารถรับชมย้อนหลังที่แรกที่เดียวที่ TrueID ค่ะ”

‘PP Krit’ ทำถึงมาก!! เปิดรันเวย์เสิร์ฟทุกเอลิเมนต์ความสนุก ใน ‘PP KRIT MY PLEASURE CONCERT’

‘PP Krit’ ทำถึงมาก!! เปิดรันเวย์เสิร์ฟทุกเอลิเมนต์ความสนุก ใน ‘PP KRIT MY PLEASURE CONCERT’

‘PP Krit’ ทำถึงมาก!! เปิดรันเวย์เสิร์ฟทุกเอลิเมนต์ความสนุก ใน ‘PP KRIT MY PLEASURE CONCERT’

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เรียกว่าเป็นการเปิดรันเวย์ความสนุกที่มาเติมเต็มเอ็นเนอจี้ความบันเทิงให้กับแฟนๆ ได้แบบครบทุกมิติ ในงาน “PP KRIT MY PLEASURE CONCERT” คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของศิลปินสุดฮอต PP Krit (พีพี กฤษฏ์ อำนวยเดชกร) ที่ได้รวมทุกเอลิเมนต์ความสนุกมาปล่อยเป็นพลังงานของคลื่นความสุข พร้อมงัดทุกสกิล ทั้งร้อง ทั้งเต้น ใส่เต็มทุกอารมณ์ ผสานเข้ากับการเฟอร์ฟอร์แมนซ์โชว์สุดมาสเตอร์พีซที่จัดมาเสิร์ฟให้แฟนๆ ได้ฟันแอนด์ฟินกันเบอร์แรง แถมยังผนึกกำลังด้วยแขกรับเชิญศิลปินคุณภาพ Billkin (บิวกิ้น พุฒิพงศ์), THE TOYS และอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์กับการกลับมารวมตัวอีกครั้งของเหล่าสมาชิก 9X9 ได้แก่ ต่อ ธนภพ, เจเจ กฤษณภูมิ, เจมส์ ธีรดนย์, กัปตัน ชลธร, เติร์ด ลภัส, ปอร์เช่ ศิวกร, ไอซ์ พาริส, แจ๊คกี้ จักรินและ ริว วชิรวิชญ์ ที่มาร่วมกันเอ็นเตอร์เทนตกอารมณ์คนดูทั้งฮอลล์จนอยู่หมัด ท่ามกลางโปรดักชั่นเวที แสง สี เสียงเอฟเฟกท์ต่างๆ อลังการตระการตา แถมงานนี้กระแสตอบรับยังมาแรงเกินต้านส่งให้ #MyPleasureConcert_D1 #MyPleasureConcert_D2 พุ่งทะยานขึ้นเทรนด์ X อันดับ 1 ของไทย อีกด้วย กับความพิเศษ 2 รอบการแสดง 8-9 มีนาคมที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

เริ่มต้นออกสตาร์ทก็ทำเอาเวทีร้อนแรงจนลุกเป็นไฟกับการที่พีพีปรากฏตัวออกมาร้องเพลงฮิตอย่างเสนอตัว, Oopsy Daisy, Diamonds ทำเอาอะดรีนาลีนแฟนๆ พุ่งทะยานขั้นสุด จากนั้นพีพีก็ขอทักทายและต้อนรับทุกคนเข้าสู่คอนเสิร์ตใหญ่ที่จะพาทุกคนไปฟูลฟีลทุกโมเมนต์ จากนั้นก็คอนตินิวอารมณ์กันต่อเนื่องด้วยเพลง It’s Okay Not To Be Alright, ห่มผ้า, เส้นเรื่องเดิม, LOVE ก่อนที่จะเปลี่ยนมู้ดไปเอ็นจอยกับซิงเกิ้ลฮิต Fire Boy ที่งานนี้ได้คนแต่งเพลงอย่าง THE TOYS มาร่วมแจมทำให้ดีกรีความร้อนแรงของเพลงนี้พุ่งทะยานสุดพลัง และต่อด้วยเพลง หน้าหนาวที่แล้ว จากนั้นทั้งคู่จะขอเสิร์ฟโชว์สุดพิเศษด้วยการนำเพลย์ลิสต์ 4 เพลงเพราะ Officially Missing You, How Deep Is Your Love, The Trouble is และหลอกกันทั้งนั้น มาผสานเป็นเมดเลย์เพลงรักได้อย่างกลมกล่อมโดนใจแฟนๆ ขั้นสุด ก่อนที่ดีกรีความว้าวจะค่อยๆ ไต่ระดับขึ้น เมื่อพีพีจัดเต็มเปิดฟลอร์โชว์สกิลการแดนซ์ในเพลง On The Ground ที่เนรมิตสเตจพื้นเอียงสุดอลังการ เรียกว่าทำถึงมากเวอร์เล่นเอาคนดูว้าวกันทั้งฮอลล์ ก่อนที่พีพีจะเสิร์ฟโชว์กันต่อด้วยการโหนสลิงไปหาแฟนๆ ทั่วทั้งฮอลล์ในเพลง We Found Love ซึ่งเรียกว่าสร้างมาตราฐานใหม่ให้กับคอนเสิร์ตไทยได้เบอร์แรงเลยทีเดียว ซึ่งเซอร์ไพรส์ไม่ได้มีเพียงแค่นี้ เพราะพีพีขอจัดเสิร์ฟความฟินกันต่อด้วยการกลับมารวมตัวครั้งพิเศษของ 9X9 ได้แก่ ต่อ ธนภพ, เจเจ กฤษณภูมิ, เจมส์ ธีรดนย์,กัปตัน ชลธร, เติร์ด ลภัส, ปอร์เช่ ศิวกร, ไอซ์ พาริส, แจ๊คกี้ จักริน และ ริว วชิรวิชญ์กับ 3 เพลงฮิตโดนใจ NIGHT LIGHT, รู้งี้เป็นแฟนกันตั้งนานแล้ว, ผู้โชคดีซึ่งต้องบอกว่าเป็นโมเมนต์ที่ทำถึงมากเวอร์ก่อนที่พีพีจะขอเนรมิตเวทีให้กลายเป็นรันเวย์แฟชั่นในเพลง MOONLIT FLOORที่นำมาแมชอัปกับเพลง ลังเล ได้อย่างลงตัว ต่อด้วยเพลงขอโทษละกัน, โคตรพิเศษ จากนั้นก็ถึงคิวของแขกรับเชิญคนสำคัญอย่าง บิวกิ้น เพราะแค่ปรากฏตัวออกมาพร้อมเพลง Golden Hour เสียงกรี๊ดของคนดูก็ดังสนั่นลั่นฮออล์ พร้อมสานต่อโมเมนต์ดีต่อใจไปกับบิวกิ้นและพีพีที่หยิบเอาเพลงยิ่งดุยิ่งชอบ, สัมภเวซี้ซิงเกิ้ลคู่ที่ร้องด้วยกันครั้งแรก เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ ซองแดงแต่งผี และเพลงเหมือนเคย มาเสิร์ฟความฟินให้แฟนๆ ได้ฮอปกันถ้วนหน้า จากนั้นเปลี่ยนโหมดมาระเบิดความมันส์ด้วย พาร์ทของเพลย์ลิสต์เพลงสนุกๆ ที่พีพีพร้อมด้วยแขกรับเชิญทั้ง บิวกิ้น, THE TOYS และ 9X9 ขอเอ็นเตอร์เทนชวนทุกคนมาเปิดฟลอร์แดนซ์ไปด้วยกัน ในเพลง Crazy In Love, Shape of You, OMG, Shake It Off, Baby แล้วเวลาก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ต ซึ่งงานนี้พีพีขอส่งผ่านความรู้สึกดีๆ ให้กับทุกคนจากหัวใจในเพลง หรูเหอ, Number One Girlและ I’ll Do It How You Like It พร้อมภาพความประทับใจที่พีพีเดินโบกมือลาไปรอบๆ เวที เรียกได้ว่าเป็นคอนเสิร์ตที่รวมโมเมนต์ความประทับใจและจะตราตรึงอยู่ในความทรงจำที่แสนพิเศษของทุกคนตลอดไป

ส่องชุดลุคขึ้นคอนเสิร์ตของ‘เวียง นฤมล’ สวยเป๊ะ น้อยแต่มาก ไร้ดราม่า

ส่องชุดลุคขึ้นคอนเสิร์ตของ‘เวียง นฤมล’ สวยเป๊ะ น้อยแต่มาก ไร้ดราม่า

ส่องชุดลุคขึ้นคอนเสิร์ตของ‘เวียง นฤมล’ สวยเป๊ะ น้อยแต่มาก ไร้ดราม่า

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เป็นศิลปินลูกทุ่งหมอลำสาวที่มีคิวงานคอนเสิร์ตยาวเหยียดไม่ธรรมดาอีกทั้งก็มีผลงานเพลงออกมาเสิร์ฟแบบต่อเนื่องอยู่ตลอด สำหรับ “เวียง นฤมล” นอกจากน้ำเสียงในการร้องเพลงที่แฟนๆ ชื่นชอบแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนพูดถึงก็คือการแต่งตัวขึ้นเวทีคอนเสิร์ตที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง สวย สง่า เป๊ะปัง มีเอกลักษณ์

โดยท่อนบนมีการออกแบบให้เหมาะกับยุคสมัยผสมผสานกับท่อนล่างที่เป็นกางเกงขายาวตามเฉดสีชุดสุดลงตัว เรียกว่าจะเดินจะรำจะเต้นท่าไหนก็ไร้กังวล วันนี้เราเลยนำภาพสวยๆ ของลูกทุ่งหมอลำสาวใช่ทุกสำเนียง ”เวียง นฤมล“ มาฝากแฟนๆ เป็นน้ำจิ้ม แต่ถ้าใครอยากติดตามดูภาพสวยๆ แบบจัดเต็มหรือไลฟ์สไตล์อื่นๆ ก็ติดตามได้ที่ FB : เวียง นฤมล, IG : Vieng_narumon, Tiktok : เวียง นฤมล กันได้เลยเด้อ

‘ลำเพลิน วงศกร’ขอเป็นเพื่อนคนแอบรัก ส่งอีกเพลงไว้ชนหมดแก้ว กับ‘อ้ายเปิดเหล้า เจ้าเปิดโต’

‘ลำเพลิน วงศกร’ขอเป็นเพื่อนคนแอบรัก ส่งอีกเพลงไว้ชนหมดแก้ว กับ‘อ้ายเปิดเหล้า เจ้าเปิดโต’

‘ลำเพลิน วงศกร’ขอเป็นเพื่อนคนแอบรัก ส่งอีกเพลงไว้ชนหมดแก้ว กับ‘อ้ายเปิดเหล้า เจ้าเปิดโต’

วันเสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งเพลงสำหรับสายยกแก้วที่เรียกได้ว่าเพียวมาเลยโซดาไม่ต้อง เพราะผสมน้ำตาล้วนๆ กับเพลงใหม่ “อ้ายเปิดเหล้าเจ้าเปิดโต” ของพ่อหนุ่มผมยาว “ลำเพลิน วงศกร” โดยเนื้อหาของเพลงเล่าเรื่องราวของ เพื่อนรัก ที่มีอีกฝ่าย รักเกินเพื่อน แต่ถึงอย่างนั้นความรักก็ไม่ได้จบลงที่การครอบครองเสมอไปและอีกหนึ่งไฮไลท์นั่นก็คือ MV ที่ได้พี่ชายที่แสนดี “ก้อง ห้วยไร่” ควงคู่มากับ “เบลล์ ฐาขนิษ” และ “ต้องเต ธิติ” มาร่วมสร้างสีสันความสนุกสนานใน MV เรื่องราวจะน่ารัก วุ่นวาย หรือเศร้าเสียใจขนาดไหน เข้าไปรับชมรับฟังกันได้แล้ว ทางช่อง YouTube Grammy Gold Official

“ลำเพลิน วงศกร” เผยว่า “เพลงอ้ายเปิดเหล้า เจ้าเปิดโต เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ผมตั้งใจมากๆ อยากให้เพลงนี้สะท้อนอารมณ์ของคนแอบรัก ที่มีเหล้าเป็นเพื่อน ซึ่งจริงๆ แล้วตัวเพลินเอง ไม่ได้เป็นสายดื่มนะครับ แต่ต้องยอมรับว่าสมัยนี้คนชอบแบบนี้ บางครั้งก็อกหักทิพย์ คืออยู่ๆ ก็อยากเศร้า ทั้งๆ ที่ไม่ได้เศร้าก็ขอฝากเพลง อ้ายเปิดเหล้า เจ้าเปิดโต ไว้เป็นเพื่อนเหงาอีกเพลงนะครับ ในส่วนของ MV ก็ต้องขอบคุณอ้ายก้อง พี่เบลล์ และก็ ต้องเต ที่มาสร้างสีสันให้ MV ของผม ลองไปหาเบิ่งดูนะครับฝากด้วยครับ อ้ายเปิดเหล้า เจ้าเปิดโต”