ททท. จัดแคมเปญ เที่ยวให้สุด สนุกให้เต็มฟอร์ม! Forever Young Holiday – ยิ่งเที่ยวยิ่ง Young

ททท. จัดแคมเปญ เที่ยวให้สุด สนุกให้เต็มฟอร์ม! Forever Young Holiday – ยิ่งเที่ยวยิ่ง Young

ททท. จัดแคมเปญ เที่ยวให้สุด สนุกให้เต็มฟอร์ม! Forever Young Holiday – ยิ่งเที่ยวยิ่ง Young

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.36 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวแคมเปญ “Forever Young Holiday – ยิ่งเที่ยวยิ่ง Young” เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าและประสบการณ์การเดินทางสุดพิเศษ ให้กับกลุ่ม Active Silver Age ที่ถือว่าเป็นกลุ่มวัยที่ยังมีไฟ และมีความมั่นคงทางการเงินหรือเรียกว่าเป็นวัยท็อปฟอร์ม! ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Next 50+ Hip Like 20  ชวนนักท่องเที่ยววัยท็อปฟอร์ม ที่มีพลังเต็มเปี่ยมไปด้วยความพร้อมในการสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ  มีกำลังซื้อ มีมุมมองที่ทันสมัย และต้องการใช้การท่องเที่ยวเป็นรางวัลให้กับตัวเอง โดย ททท. จับมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว คัดสรร แพ็กเกจการเดินทาง ที่พัก โรงแรม เที่ยวบิน บริการรถเช่า เส้นทางท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และ ดีลพิเศษมากมาย ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็น ที่พักโรงแรมเพื่อสุขภาพ, กิจกรรมเชิงวัฒนธรรม, ทริปธรรมชาติและผจญภัยเบา ๆ ไปจนถึงการเดินทางสุดคลาสสิกที่ชวนให้คิดถึงวันวาน พร้อมสินค้าท่องเที่ยวที่ออกแบบมาสำหรับกลุ่มนี้โดยเฉพาะ ที่ไม่ใช่แค่การเดินทาง แต่คือการ “สร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ และเก็บเกี่ยวโมเมนต์ที่ใช่”

ปัจจุบันมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากถึง 13 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมด (ข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ณ พฤศจิกายน 2566) การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้เกิด Silver Economy หรือ เศรษฐกิจสูงวัย ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโตและมีศักยภาพสูง กลุ่ม Silver Age แตกต่างจากผู้สูงวัยในอดีต เพราะพวกเขาคือ นักเดินทางที่มีพลังชีวิต ชื่นชอบการอัปเดตเทรนด์ ชอบดูคอนเทนต์จากคนรุ่นใหม่ และต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่มีคุณภาพ โดยให้ความสำคัญกับการเลือกใช้บริการที่คุ้มค่า ซึ่งไม่จำเป็นต้องถูกที่สุด แต่ต้องตอบโจทย์ความต้องการและสร้างโมเมนต์ที่มีความหมาย

เพื่อเป็นการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของวัยท็อปฟอร์ม แคมเปญ “Forever Young Holiday” ยิ่งเที่ยวยิ่ง Young จึงได้นำเสนอสินค้าและบริการที่จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ที่ทำให้ทุกการเดินทางมีความหมายมากยิ่งขึ้นผ่าน 5 ธีมท่องเที่ยว ได้แก่ Wellness Retreat – ดูแลสุขภาพกายและใจ เติมพลังให้ชีวิตด้วยทริปเพื่อสุขภาพ, Temple & Tranquility – ท่องเที่ยวสายบุญ เสริมสิริมงคล เติมความสงบในจิตใจ, Culture Exploration – ดื่มด่ำกับศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตอันทรงเสน่ห์ของไทย, Nature & Adventure – สัมผัสธรรมชาติ ผจญภัยเบา ๆ กระตุ้นพลังบวกให้ชีวิต, Nostalgic Experience – ย้อนวันวาน สัมผัสกลิ่นอายอดีตในบรรยากาศที่คุ้นเคย

สำหรับดีลท่องเที่ยวสุดพิเศษในแคมเปญที่เตรียมมาเอาใจวัยท็อปฟอร์ม ได้แก่ เมื่อจองเที่ยวบิน ที่พัก แหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Gother รับโค้ดส่วนลดทันที 300 บาท เมื่อซื้อสินค้าและบริการครบ 1,500 บาทขึ้นไป – จองเที่ยวบิน ที่พักผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Trip.com รับส่วนลดสูงสุด 7%  – จองเที่ยวบิน ที่พัก แหล่งท่องเที่ยว รถเช่า และบริการรับ-ส่งสนามบินผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Traveloka รับโค้ดส่วนลด 100 บาท และพิเศษสำหรับลูกค้าชำระผ่านบัตรเครดิต KTC ใช้คะแนนแลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 13% และยังมีแคมเปญพิเศษร่วมกับพันธมิตรอีกมากมาย อาทิ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส แคมเปญความสุขเริ่มที่วัย 60+ เมื่อจองตั๋วเครื่องบินกับบางกอกแอร์เวย์สภายในประเทศ รับส่วนลด ต่อที่ 1 ลดทันที 10% และต่อที่ 2 มอบโค้ดส่วนลด 100 บาท/ที่นั่ง จำนวน 1,000 สิทธิ์ สำหรับลูกค้าที่จองผ่านเว็บไซต์ Bangkok Airways เท่านั้น – KTC World Travel Service บริการจองการเดินทางท่องเที่ยว ตั๋วเครื่องบิน แพคเกจท่องเที่ยวในประเทศทุกรายการแบ่งชำระ 0% นาน 6 เดือน หรือใช้ทุก 1,000 คะแนนแลกรับส่วนลด 130 บาท – ทัวร์เพื่อนธรรมชาติ ที่จัดทำเส้นทางท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับวัยท็อปฟอร์มเท่านั้น ทั้งเส้นทางท่องเที่ยวสายบุญ เสริมสิริมงคล, เส้นทางท่องเที่ยวสายศิลปะ วัฒนธรรม ที่พาไปดื่มด่ำกับวิถีชีวิตอันทรงเสน่ห์ของไทย,  เส้นทางท่องเที่ยวสายธรรมชาติ มีกิจกรรมผจญภัยเบา ๆ เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ร่วมทริป

สำหรับลูกค้าที่มีการซื้อสินค้าและบริการในโครงการ ทุกบิลใบเสร็จหรือหลักฐานการจอง มีสิทธิรับฟรีประกันอุบัติเหตุจากทิพยประกันชีวิต จำนวน 2,000 รางวัล เพื่อการท่องเที่ยวที่สบายใจไร้กังวล และยังได้ลุ้นรางวัลในโครงการมากมาย อาทิ ตั๋วเครื่องบิน วอเชอร์ที่พัก วอเชอร์นวดสปาความงาม ฯลฯ สามารถซื้อสินค้าและบริการในโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2568

ติดตามข่าวสารและร่วมกิจกรรมได้ที่ Page Facebook : Forever Young Holiday ยิ่งเที่ยวยิ่ง Young , Line : @4everyoung

‘แลนดี้ โฮม’ ปรับกลยุทธ์ยกระดับการสร้างบ้าน ‘CAP+’ ทำยอดพรุ่งสวนกระแส

'แลนดี้ โฮม' ปรับกลยุทธ์ยกระดับการสร้างบ้าน  'CAP+' ทำยอดพรุ่งสวนกระแส

‘แลนดี้ โฮม’ ปรับกลยุทธ์ยกระดับการสร้างบ้าน ‘CAP+’ ทำยอดพรุ่งสวนกระแส

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.32 น.

แลนดี้ โฮม ผู้นำธุรกิจรับสร้างบ้านรายแรกและรายเดียวในสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ที่ติดตั้ง CAP+ (Clean Air Positive Pressure) ระบบแรงดันบวก ป้องกันฝุ่น PM 2.5  เพื่อให้บ้านปลอดฝุ่นตั้งแต่ต้นทาง พร้อมเติม Fresh Air ให้อากาศหมุนเวียนอย่างสะอาดโดยไม่ต้องเปิดหน้าต่าง ลดฝุ่น ลดเชื้อโรค และลดปัญหาภูมิแพ้ นับเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทุกบ้านต้องมีในยุคปัจจุบัน

ท่ามกลางปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่รุนแรงขึ้นทุกปี บ้านที่ไม่มีระบบป้องกันฝุ่น อาจไม่ใช่บ้านที่ปลอดภัยอีกต่อไป ปัจจุบันหลายครอบครัวเข้าใจผิดว่า แค่ติดเครื่องฟอกอากาศ หรือใช้แอร์คุณภาพสูงก็เพียงพอ แต่ในความเป็นจริง นั่นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะคุณปล่อยให้ฝุ่นเข้ามาในบ้านแล้วทางหน้าต่างหรือประตู ซึ่งต่างจากระบบแรงดันบวกที่ดึง Fresh air เข้าบ้านพร้อมการกรองฝุ่น PM 2.5 และเชื้อโรคโดยไม่ต้องเปิดหน้าต่างรับฝุ่น-รับยุง

พรรัตน์ มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท แลนดี้ โฮม จำกัด เปิดในฐานะผู้นำธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า สภาพอากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ด้านสุขภาพที่ทุกคนเฝ้าระวังและหาวิธีป้องกันอย่างถูกต้อง การใส่หน้ากากป้องกันฝุ่น การติดตั้งเครื่องกรองอากาศ เท่านี้อาจจะยังไม่พอที่จะทำให้ตัวเองและคนที่รักปลอดภัย มีสุขภาพดี และห่างไกลโรค ในหลายประเทศออกมาตรการบังคับให้ที่อยู่อาศัยต้องมีระบบหมุนเวียนอากาศที่ช่วยลดมลพิษภายในบ้านให้บ้านมีอากาศบริสุทธิ์หมุนเวียนตลอดเวลา

การผลักดันมาตรฐานเกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศ เช่นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กำหนดมาตรฐาน Indoor Air Quality (IAQ) ของ EPA ส่งเสริมให้บ้านต้องมีระบบ Positive Pressure ส่วนฝั่งยุโรป หลายประเทศกำหนดให้บ้านใหม่ต้องมีระบบหมุนเวียนอากาศที่ป้องกันฝุ่นจากภายนอก รวมถึงประเทศจีน ที่กำหนดมาตรฐานบังคับให้ที่อยู่อาศัยต้องมีระบบลดมลพิษภายใน นี่คือมาตรฐานใหม่ของที่อยู่อาศัยที่หลายประเทศเริ่มนำมาใช้

ทั้งนี้ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้นำธุรกิจรับสร้างบ้าน เป็นรายแรกและรายเดียวในสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ที่ติดตั้งระบบ CAP+ (Clean Air Positive Pressure) ซึ่งนำมาสู่ผลงานการสร้างยอดขายพุ่งมา 4 ปีซ้อน โดยเป็นมาตรฐานในบ้านทุกหลัง เพื่อปกป้องสุขภาพของผู้อยู่อาศัย โดยระบบดังกล่าวเป็นระบบ Full System ที่ติดตั้งมาพร้อมกับตัวบ้าน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม นี่คือเทคโนโลยีที่ไม่มีในบริษัทรับสร้างบ้านเจ้าอื่น ซึ่งแตกต่างจากบ้านทั่วไปที่ยังคงต้องพึ่งพาเครื่องฟอกอากาศแบบเฉพาะจุด ระบบนี้จึงไม่ใช่แค่ฟังก์ชันเสริม แต่เป็น “เกราะป้องกันบ้านป้องกันฝุ่น PM 2.5” ได้ตั้งแต่แรกก่อนเข้าสู่ภายในบ้าน

ร่วมเดินทางสู่อิสระแห่งวัยไปกับอีเว้นต์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ULTIMUNE Power Infusing Serum

ร่วมเดินทางสู่อิสระแห่งวัยไปกับอีเว้นต์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ULTIMUNE Power Infusing Serum

ร่วมเดินทางสู่อิสระแห่งวัยไปกับอีเว้นต์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ULTIMUNE Power Infusing Serum

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.17 น.

แบรนด์ SHISEIDO ตอกย้ำความเป็นแบรนด์สกินแคร์อันดับหนึ่งในตลาด Prestige Beautyชวนทุกท่านร่วมเดินทางสู่อิสระแห่งวัย ไปกับสูตรใหม่ของ ULTIMUNE Power Infusing Serum ไอคอนิกเซรั่มของ SHISEIDO เซรั่มแห่งนวัตกรรม ที่จะพาทุกคนก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของสกินแคร์ชะลอวัย

ด้วยคอนเซปต์ Slow-aging Serum กับแนวคิดเบื้องหลัง การพัฒนาผลิตภัณฑ์สูตรใหม่ “Freedom from age” ที่ทำให้อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข พบกับการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ครั้งใหม่ที่พลิกวงการสกินแคร์จากการร่วมมือของ SHISEIDO และสถาบัน CBRC ศูนย์การวิจัยและพัฒนาระดับสูงในสาขาผิวหนังเป็นเวลากว่า 30 ปี เสริมประสิทธิภาพการบำรุงด้วยส่วนผสมทรงพลังใหม่ Power Fermented Camellia+ จากดอกคาเมลเลียสายพันธุ์ Gotoh ประเทศญี่ปุ่น อันเป็นส่วนผสมเอกสิทธิ์ของ SHISEIDO ช่วยกำจัดเซลล์*ผิวที่เสื่อมสภาพเพื่อชะลอและลดเลือนสัญญาณแห่งวัย** สู่ผลลัพธ์ผิวดูแข็งแรง เนียน เด้ง
แลดูกระจ่างใส อ่อนเยาว์กว่าที่เคย^

*ผิวชั้นนอก **วงจรเชิงลบที่นำไปสู่ริ้วรอยและร่องลึก***ที่เกิดจากความแห้งกร้าน ***ผิวชั้นนอก ^เมื่อเปรียบเทียบกับสูตรเดิม ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นกับสภาพผิวแต่ละบุคคล และเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องโดยมี ปาริชาติ วีระเสถียร Managing Director บริษัทชิเซโด้ (ไทยแลนด์), นุชวี กิตติตระกูล ผู้จัดการทั่วไป แบรนด์ชิเซโด้ ประเทศไทย พร้อมด้วยแขกคนสำคัญของแบรนด์ SHISEIDO วิน เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร Friend of Shiseido คนแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, วี วิโอเลต วอเทียร์ Friends of SHISEIDO ประเทศไทย, นานิ หิรัญกฤษฎิ์ ช่างคำ แขกคนพิเศษของแบรนด์ ที่มาร่วมพิธีเปิด พร้อมโชว์สุดพิเศษ รวมถึงการแสดงร่วมกันครั้งแรกบนเวทีของ วิน เมธวิน และวี วิโอเลต ท่ามกลางสื่อ
และ Influencer อีกหลากหลายท่านเข้าร่วมงาน

โดยในงานได้ถ่ายทอดแนวคิด Freedom from Age ผ่าน “The Gift” การเดินทางอันมหัศจรรย์ที่ได้ผสมผสานระหว่าง Art และ Science แนวคิดรากฐานที่แบรนด์ SHISEIDO ยึดถือมาโดยตลอด นำเสนอผ่านดอกคาเมลเลีย ส่วนผสมใน ULTIMUNE สูตรใหม่ ที่เป็นกุญแจสำคัญในการนำพาทุกท่านก้าวเข้าสู่ยุคที่จะมีอิสระแห่งวัย พร้อมโอบอุ้มความเปลี่ยนแปลง และให้คุณค่ากับการออกค้นหาความสนใจที่หลากหลาย แสดงออกถึงตัวตนได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะอยู่ช่วงวัยใดก็ตาม พร้อมพบกับหลากหลายโซนที่บอกเล่าเรื่องราวการค้นพบแห่งนวัตกรรม ที่รังสรรค์ ULTIMUNE สูตรใหม่ ได้แก่

– Tunnel Experience  อุโมงค์พื่อนำไปสู่โลกแห่งความงามที่เป็นอิสระจากอายุ ด้วยแนวคิด Freedom From Age ที่เป็นแนวคิดเบื้องหลังการพัฒนาสูตรใหม่ของ ULTIMUNE

– Science and technology zone เรื่องราวของวิทยาศาสตร์ , เทคโนโลยี และอานุภาพของ Power Fermented Camellia+  ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของ Memory T-Cell

– Power of Memory T-Cell อินเตอร์แอคทีฟเกม ULTIMUNE Bubble Blaze ที่จะทำให้เข้าใจกระบวนการการทำงานของ Memory T-Cell ที่สามารถทำงานอย่างแม่นยำ รวดเร็วดุจ Sniper ในการกำจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพเพื่อชะลอและปกป้องความร่วงโรยของผิว

– The Power of Gotoh Camellia เรื่องราวเบื้องหลังของดอกคามิลเลียจากเกาะโกโตะประเทศญี่ปุ่น ส่วนผสมอันทรงประสิทธิภาพในการรังสรรค์ NEW ULTIMUNE

– รับบริการตรวจสภาพผิวด้วยเครื่อง Skin Visualizer เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด พร้อมรับการแนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์จาก SHISEIDO

– รับบริการ Hand to heart สัมผัสแห่งหัวใจ ด้วยบริการนวดมือแบบใส่ใจในทุกรายละเอียด
จาก SHISEIDO ที่จะให้ลูกค้าได้สามารถ ทดลองผลิตภัณฑ์ครบทั้งกิจวัตรการบำรุงผิวจาก 3 ผลิตภัณฑ์
ของ SHISEIDO โดยจะได้เพลิดเพลินและผ่อนคลายกับเนื้อผลิตภัณฑ์ และกลิ่นหอม พร้อมสัมผัสผลลัพธ์ผิวดูอ่อนเยาว์ กระจ่างใส

NEW ULTIMUNE l Journey of Freedom จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 7-16 มีนาคม 2568 ที่พาร์ค พารากอน สยามพารากอน โดยผู้ร่วมงานจะได้ค้นพบเส้นทางสู่อิสระแห่งวัย และสัมผัสอีกขั้นของนวัตกรรมความงามอันก้าวล้ำจาก SHISEIDO โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมกิจกรรมและโปรโมชั่นพิเศษมากมาย

  • เพียงลงทะเบียนเข้างาน รับสิทธิ์เล่นเกม ULTIMUNE Vending Machine พร้อมรับผลิตภัณฑ์ New ULTIMUNE ขนาดทดลอง (คละแบบ)**
  • ร่วมสนุกกับเกม ULTIMUNE Bubble Blaze เพื่อกำจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพให้ผิวดูแข็งแรงและอ่อนเยาว์ รับฟรี ผลิตภัณฑ์ขนาดทดลองเมื่อทำคะแนนได้ตามกติกา**
  • เข้ารับบริการตรวจสภาพผิวด้วยเครื่อง Skin Visualizer เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด พร้อมรับ
    New ULTIMUNE Power Infusing Serum 10 มล. มูลค่า 1,050 บาท**
  • พร้อมด้วยชุดของขวัญและโปรโมชั่นสุดพิเศษอีกมากมายเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

**จำนวนจำกัด และสงวนสิทธิ์ 1 ท่าน / 1 สิทธิ์ เท่านั้น

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Official Page: @ShiseidoThailand ผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายที่เคาน์เตอร์ SHISEIDO ทุกสาขา | SHISEIDO Official Website และ Official Store บน Central Online, Lazada และ Shopee สามารถศึกษาข้อมูลสูตรใหม่ของผลิตภัณฑ์ NEW ULTIMUNE ได้ที่  https://new.express.adobe.com/webpage/k9gtlUI5A2xsu

#JourneyofFreedom #ShiseidoUltimune #FreedomFromAge #ShiseidoThailand

‘กรวิน’ จับมือ ‘MASTER’ ทุ่มงบ 250 ล้าน เปิด “KRM Plastic Surgery Hospital” รพ.ศัลยกรรมความงามครบวงจรใหญ่สุดแห่งแรกในอีสานตอนกลาง

‘กรวิน’ จับมือ ‘MASTER’ ทุ่มงบ 250 ล้าน  เปิด “KRM Plastic Surgery Hospital” รพ.ศัลยกรรมความงามครบวงจรใหญ่สุดแห่งแรกในอีสานตอนกลาง

‘กรวิน’ จับมือ ‘MASTER’ ทุ่มงบ 250 ล้าน เปิด “KRM Plastic Surgery Hospital” รพ.ศัลยกรรมความงามครบวงจรใหญ่สุดแห่งแรกในอีสานตอนกลาง

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.07 น.

 ‘กรวิน คลินิก’ จับมือ ‘MASTER’ ทุ่มลงทุน 250 ล้านบาท เปิดตัว “KRM Plastic Surgery Hospital” โรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งใหญ่สุดแห่งแรกในภาคอีสานตอนกลางอย่างเป็นทางการ เน้นศัลยกรรมความงามครบวงจร ชูจุดเด่นทำเลดีใกล้สนามบิน รองรับกลุ่มลูกค้าขอนแก่น-พื้นที่ใกล้เคียงและต่างประเทศ เพิ่มขีดความสามารถแข่งขัน พร้อมส่องเทรนด์ความงามปี 2568 ยังโตดี ตอบโจทย์ดีมานด์เน้นความปลอดภัย มาตรฐานโรงพยาบาล และแพทย์ชำนาญการเป็นหลัก ตั้งเป้ารายได้ปี 2568 เติบโต 15-20% ด้าน MASTER สนับสนุนทุกมิติ พร้อมส่งทีมแพทย์มาสเตอร์พีชเสริมทัพ เพิ่มความเชื่อมั่นคุณภาพและบริการมาตรฐานโรงพยาบาล

นายแพทย์กรวิน ศิริโรจนทรัพย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เค เมดิคอล (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ประกอบการสถานพยาบาลด้านศัลยกรรมความงาม ภายใต้แบรนด์ ‘กรวิน คลินิก’ ‘รณภีร์ คลินิก’ และ ‘KRM Plastic Surgery Hospital’ เปิดเผยว่า บริษัทร่วมทุนกับ บมจ.มาสเตอร์ สไตล์ (MASTER) ในนามโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช ในฐานะพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ เปิดตัว KRM Plastic Surgery Hospital” โรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งเคอาร์เอ็ม ขอนแก่น โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านศัลยกรรมความงามครบวงจรใหญ่สุดแห่งแรกในภาคอีสานตอนกลางอย่างเป็นทางการ ด้วยเงินลงทุน 250 ล้านบาท เพื่อให้บริการด้านศัลยกรรมเสริมจมูกเทคนิคปิด และขยายเพิ่มบริการใหม่ๆ เช่น ดึงหน้า ยกคิ้ว เสริมหน้าอก ตัดหนังหน้าท้อง ดูดไขมัน ปลูกผม บริการด้านผิวพรรณ และตรวจสุขภาพ เป็นต้น รองรับกลุ่มลูกค้าในขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียง เช่น นครราชสีมา อุดรธานี มหาสารคาม หนองคาย ชัยภูมิ บุรีรัมย์ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม เป็นต้น

KRM Plastic Surgery Hospital ตั้งอยู่บนทำเลที่ดีใกล้กับท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น เป็นอาคารสูง 3 ชั้น ขนาดพื้นที่กว่า 3,500 ตร.ม. ประกอบด้วย ห้องผ่าตัด (OR) จำนวน 7 ห้อง ห้องพักฟื้น 8 เตียง ห้อง IPD  6 เตียง ห้องเวชภัณฑ์ปลอดเชื้อ (CSSD) พร้อมอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานระดับสากล โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ประจำโรงพยาบาล เช่น

  • นายแพทย์ศิรพล ประชากุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ศัลยแพทย์เฉพาะทางตกแต่งใบหน้า (Facial Plastic Surgery)         ชำนาญหัตถการเสริมจมูก ดึงหน้า และยกคิ้วส่องกล้อง
  • นายแพทย์กวีศักดิ์ เสาทองหลาง ศัลยแพทย์เฉพาะทางตกแต่ง (Plastic Surgery) ชำนาญหัตถการเสริมหน้าอก ยกกระชับหน้าอก ตัดหน้าอก ดึงหน้า ตัดหนังหน้าท้อง ยกคิ้วส่องกล้อง และดูดไขมัน
  • นายแพทย์พิจักษณ์ สิริรัตนากุล ศัลยแพทย์ทั่วไป (General Surgery) ชำนาญการหัตถการเสริมหน้าอก ยกกระชับหน้าอก ดูดไขมัน และตัดเหนียง
  • นายแพทย์อภิชิต วิรัชพงศานนท์ ศัลยแพทย์ทั่วไป (General Surgery) ชำนาญหัตถการเสริมหน้าอก  ตา 2 ชั้น ปากกระจับ เสริมจมูก และเสริมคาง
  • นายแพทย์อธิกร เทียบพา ศัลยแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมประสาทและสมอง (Neuro Surgery) ชำนาญการหัตถการดึงหน้า ยกคิ้ว ส่องกล้อง เสริมหน้าผาก เสริมขมับ เสริมร่องแก้ม ตา 2 ชั้น ปากกระจับ เสริมจมูก และเสริมคาง
  • นายแพทย์ชนัตถ์ มาลัยกนก ศัลยแพทย์เฉพาะทางสูตินรีเวช (OB /GYN Surgery) ชำนาญการหัตถการตกแต่งเลเบีย

ยกกระชับช่องคลอด และฟิลเลอร์เติมเต็มน้องสาว

  • แพทย์หญิงปิยทิพย์ ปิยอรรถกิจ แพทย์หญิงณัฐวรรณ ครุธามาศ และ แพทย์หญิงดรรชนี สิงห์ไธสง แพทย์ประจำศูนย์ความงาม และ Wellness

“จังหวัดขอนแก่นจัดเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก ตามกลยุทธ์การพัฒนาการท่องเที่ยว ในฐานะเป็น MICE City 1 ใน 5 พื้นที่ของประเทศ ด้วยศักยภาพความพร้อม ทั้งศูนย์กลางทางการแพทย์ การลงทุน การค้า เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การคมนาคม การศึกษา และศูนย์ราชการ ทำให้มีผู้คนสัญจรและเศรษฐกิจหมุนเวียนเข้าจังหวัดจำนวนมากและต่อเนื่อง ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจของ KRM Plastic Surgery Hospital และเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการศัลยกรรมความงามของภาคอีสานตอนกลาง ด้วยความมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานโรงพยาบาลสู่ระดับสากลและความปลอดภัยสูงสุด” นายแพทย์กรวินกล่าว  

ทั้งนี้ ประเมินว่าปี 2568 อุตสาหกรรมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าและรูปร่างอยู่ในช่วงขาขึ้นและเติบโตต่อเนื่อง ตามตลาดความงามที่มีความต้องการซื้อสูง ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความปลอดภัยอย่างสูงสุด และได้รับการดูแลจากแพทย์ที่ชำนาญการสูงสุดด้านการศัลยกรรม ผสมผสานความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเข้ากับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป โดยส่วนใหญ่จะเน้นความละเอียดอ่อน และผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ รวมถึงการเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานโรงพยาบาลที่มีความน่าเชื่อถือ และมีแพทย์ชำนาญการเฉพาะทาง

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2568 นี้ เน้นสร้างความเชื่อมั่นให้ KRM Plastic Surgery Hospital เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และนำเสนอบริการต่าง ๆ ได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี อีกทั้งการที่ MASTER เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งมีส่วนสนับสนุนให้ลูกค้าเกิดความไว้วางใจ นอกจากนี้ยังได้ติดตั้งระบบสารสนเทศโรงพยาบาล Hospital Information Systems (HIS) รวมถึงระบบงานบริหารจัดการความพึงพอใจของลูกค้า Customer Relationship Management (CRM) อีกด้วย

ขณะเดียวกัน บริษัทมุ่งเน้นกลยุทธ์การตลาดแบบ Online Marketing มากขึ้น แนะนำบริการด้านศัลยกรรมความงามกับกลุ่มเป้าหมายในทุกระดับ ซึ่งต่อจากนี้บริษัทจะทำการตลาดเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของศูนย์ดูแลผิวพรรณ ได้นำนวัตกรรมเครื่องยกกระชับรุ่นใหม่ Ulthera Prime (อัลเทอร่าไพร์ม) ที่ช่วยฟื้นฟูผิวชั้นลึก ลดริ้วรอย รอยใต้ตา ยกหางตา-หางคิ้ว ร่องแก้ม ช่วยเก็บกรอบหน้า กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผิวหน้าเรียบเนียน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาหย่อนคล้อย ผิวไม่ค่อยกระชับ แบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น เพื่อเพิ่มรายได้ของการดูแลผิวพรรณอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 560 ล้านบาท หรือคิดเป็นเติบโต 15-20%

นอกจากนี้ภายในงานเปิดตัว “KRM Plastic Surgery Hospital” ยังแต่งแต้มสีสันกับทัพเหล่าดารา คนดัง และ อินฟลูเอนเซอร์ เช่น คุณแม่นกน้อยอุไรพร, เฮียหน่อย หมอลำไอดอล, บอสโจ และ น้องอุ๋งอิ๋ง สาวน้อยเพชรบ้านแพง, ผู้ใหญ่บ้านฟินแลนด์ และคุณโกกิ โตเกียวมิวสิค, คุณใหม่ พัชรี, คุณบิว จิตรฉรีญา, คุณป๊ายปาย โอริโอ, คุณดิว ธีรภัทร, ธัญญ่า อาร์สยาม, กิ๊ก รุ่งนภา, นะนุ่น & Collarich, Team Mister Khonkaen 2024, นางสาวไทยสกลนคร 2568  มาร่วมแสดงความยินดีกับงานเปิดตัวโรงพยาบาล  

นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER ในนาม โรงพยาบาลมาสเตอร์พีช ผู้นำอันดับต้นของอุตสาหกรรมด้านความงามในไทยและเอเชีย ในฐานะ Regional Company กล่าวว่า ภายหลังจากการเข้าถือหุ้น 40% ใน กรวิน คลินิก การร่วมทุนในครั้งนี้ เป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจของ MASTER ทำให้สามารถเพิ่มรายได้และยังสร้างประโยชน์ทางธุรกิจให้ได้รับผลตอบแทนที่ดีในอนาคต

โดย MASTER พร้อมให้การสนับสนุน กรวิน คลินิก ในทุกมิติ ด้วยการส่งทีมแพทย์ของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช เช่น หมอกาย- นพ.ณัฐดนัย ชาวชายโขง แพทย์ชำนาญการหัตถการดูดไขมัน, หมอเป็ด-นายแพทย์ชิดพงศ์ ทองกุม แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า และหมอฟรี-นายแพทย์วรดร สกลพรวศิน แพทย์ชำนาญการด้านสุขภาพเพศชาย มาร่วมเสริมทัพที่ KRM Plastic Surgery Hospital ด้วย และในโอกาสนี้ร่วมยินดีกับ กรวิน คลินิก ที่สามารถเปิดตัวโรงพยาบาลได้สำเร็จตามแผนที่ตั้งไว้  

“เรียกได้ว่า กรวิน คลินิก เป็นหนึ่งในผู้นำด้านศัลยกรรมเสริมจมูกเทคนิคปิด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับผู้เริ่มทำศัลยกรรม ถือเป็นตลาดใหญ่ติด 1 ใน 3 ของตลาดเสริมจมูกเทคนิคปิด ดำเนินธุรกิจมามากกว่า 16 ปี มีจุดเด่น คือ แพทย์เป็นเจ้าของเองและมีความชำนาญการด้านการเสริมจมูกเทคนิคปิดโดยเฉพาะ พร้อมให้คำปรึกษาปัญหาความงามทั้งใบหน้าและผิวหน้าแบบครบวงจร โดยออกแบบใบหน้าเคสต่อเคส ดูแลทุกขั้นตอนด้วยแพทย์ พร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย เพิ่มความมั่นใจด้วยการรับประกันนาน 12 เดือน ถือเป็นแต้มต่อทางธุรกิจที่สำคัญ ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่มสร้างผลกำไรให้ MASTER เข้าเต็มปี 2569 เป็นปีแรก” นางสาวลภัสรดากล่าว

MASTER พร้อมรับโอกาสใหม่ๆ ในอนาคต ทั้งด้าน Organic และ Inorganic พร้อมด้วยกลยุทธ์แบบ Merger and Partnership (M&P) ทั้ง Cross Border – Cross Selling และ Cross Synergy ซึ่งที่ผ่านมา MASTER ขยายการลงทุนเข้าไปถือหุ้นสัดส่วน 36-40% ของบริษัทชั้นนำในวงการศัลยกรรมความงาม และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องจำนวน 15 บริษัท ครอบคลุมทั้ง 3 กลุ่มกลยุทธ์ทางธุรกิจ ทำให้เป็นแรงสนับสนุนการสร้างโอกาสทางธุรกิจร่วมกันของกลุ่มบริษัท และส่งเสริมให้ MASTER ครองมาร์เก็ตแชร์ในตลาดศัลยกรรมความงามและแพทย์เฉพาะทางมากขึ้น อย่างไรก็ตามปี 2568 MASTER ยังมั่นใจผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง ทั้งจากลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ โดยคาดหวังลูกค้าต่างประเทศจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 40%  

#KRMPlasticSurgeryHospital #KRMHospital #MASTER #masterpiecehospital #ศูนย์กลางศัลยกรรมอีสาน #ขอนแก่น

‘กรมพระศรีสวางควัฒนฯ‘ เสด็จไปทรงบรรยายพิเศษพระราชทานแก่นักศึกษาสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ เรื่อง การเกิดโรคมะเร็ง เป็นครั้งที่ 2

‘กรมพระศรีสวางควัฒนฯ‘ เสด็จไปทรงบรรยายพิเศษพระราชทานแก่นักศึกษาสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ เรื่อง การเกิดโรคมะเร็ง เป็นครั้งที่ 2

‘กรมพระศรีสวางควัฒนฯ‘ เสด็จไปทรงบรรยายพิเศษพระราชทานแก่นักศึกษาสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ เรื่อง การเกิดโรคมะเร็ง เป็นครั้งที่ 2

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.43 น.

ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จไปยังห้องประชุมใหญ่ ชั้น ๒ อาคารสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ ทรงบรรยายพิเศษ เรื่อง กลไกการเกิดโรคมะเร็ง (Oncogenesis) เป็นครั้งที่ ๒พระราชทานแก่คณาจารย์ นักวิจัย และนักศึกษาสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ชั้นปีที่ 1 และ 2 สาขาวิชาพิษวิทยาสิ่งแวดล้อม และวิทยาศาสตร์ชีวภาพประยุกต์: อนามัยสิ่งแวดล้อม ของสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ เมื่อวันพุธที่ 12 มีนาคม 2568 เวลา 12.28 น

ทรงบรรยายเรื่อง การเกิดโรคมะเร็ง หัวข้อ ยีนก่อมะเร็งกับการควบคุมการเจริญของเซลล์ และยีนยับยั้งการเกิดมะเร็ง ซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการเกิดมะเร็ง  เมื่อเกิดการกลายพันธุ์ของของยีนที่ควบคุมการเจริญของเซลล์ ไปเป็นยีนก่อมะเร็ง จะส่งผลให้เซลล์มีการแบ่งตัวแล้วเจริญอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้เกิดเซลล์มะเร็งในที่สุด  และทรงยกตัวอย่างการเกิดยีนมะเร็งจากไวรัส โดยที่ยีนของไวรัสแทรกเข้าไปในยีนของเซลล์และเข้าควบคุมการทำงานของยีน การเกิดการกลายพันธุ์ของยีน การย้ายตำแหน่งของโครโมโซม รวมทั้งการเพิ่มจำนวนของยีนที่พบในมะเร็งต่างชนิดกัน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงยีนปกติให้เป็นอองโคยีน หรือยีนก่อมะเร็งได้  

นอกจากยีนมะเร็งแล้ว ยังมียีนยับยั้งการเกิดมะเร็ง p53 (พี-ฟีฟตี้-ธรี) ซึ่งพบว่า มีการกลายพันธุ์ของยีนนี้บ่อยที่สุดในมะเร็งที่พบในคน โดยมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งหลอดอาหารและมะเร็งลำไส้ การกลายพันธุ์นี้อาจเกิดจากกรรมพันธุ์หรือถูกกระตุ้นจากปัจจัยภายนอก ความเข้าใจในเรื่องยีนเหล่านี้ ตลอดจนกลไกและความเปลี่ยนแปลงในระดับเซลล์ และระดับยีน จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาวิธีการวินิจฉัยโรคมะเร็ง ที่จะนำไปสู่การรักษาในแนวใหม่ ที่จะตรงกับลักษณะของโรค โดยเป็นเป้าหมายในการใช้ยาที่ตรงเป้า ไปจนถึงการพัฒนายาและการรักษาที่มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

มอริส ลาครัวซ์ เผยโฉม ‘AIKON’ รุ่นใหม่ ลิมิเต็ด เอดิชั่น 1,000 เรือนในโลก

มอริส ลาครัวซ์ เผยโฉม ‘AIKON’ รุ่นใหม่ ลิมิเต็ด เอดิชั่น 1,000 เรือนในโลก

มอริส ลาครัวซ์ เผยโฉม ‘AIKON’ รุ่นใหม่ ลิมิเต็ด เอดิชั่น 1,000 เรือนในโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.47 น.

มอริส ลาครัวซ์ (MAURICE LACROIX) เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่! ไอคอน ออโตเมติก วอตโตะ ลิมิเต็ด เอดิชั่น (AIKON Automatic Wotto Limited Edition) เรือนเวลาพิเศษอันน่าทึ่ง! ผลงานชั้นเยี่ยมที่สวมใส่ได้และมีจำนวนจำกัดเพียง 1,000 เรือนนี้ไม่เพียงแต่เขย่าวงการนาฬิกาเท่านั้น แต่ยังทำให้นาฬิกาเรือนนี้โดดเด่นเหนือใครอีกด้วย และจากการผสมผสานกันอย่างสุดยอดระหว่างวัฒนธรรมคนเมือง กับการแกะสลักอย่างมีศิลปะ ของนาฬิกาสวิสนี้ทำให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของนาฬิกาซีรีส์ เออร์เบิน ไทร์ป (Urban Tribe) นั่นเอง

เรื่องราวอันทันสมัยนี้เริ่มต้นขึ้นในปี 2021 เมื่อศิลปินชาวฮังการี @Timeengraver ได้แกะสลักนาฬิกา AIKON และอวดโฉมให้คนทั้งโลกได้ชื่นชมผ่านทาง Instagram การแสดงออกทางศิลปะอย่างอิสระนี้ได้กระตุ้นให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นมาเมื่อ แบรนด์ มอริส ลาครัวซ์ นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการเปิดตัวนาฬิกา AIKON Automatic Urban Tribe และ AIKON Automatic Skeleton Urban Tribe ซึ่งเป็นที่ต้องการสูงทั้งยังมีจำนวนจำกัด โดยได้รับการยินยอมจากนักออกแบบ และสองปีให้หลัง แบรนด์ก็ได้สร้างผลงานชิ้นใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยในครั้งนี้มีภาพประกอบของ Wotto ศิลปินชาวอังกฤษ ที่เป็นบุคคลสำคัญในวงการสตรีทอาร์ตร่วมด้วย

AIKON Automatic Wotto Limited Edition เรือนเวลาที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาของสวิสเข้ากับจักรวาลแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัดของ Wotto นั่นคือพลังของวัฒนธรรมคนเมือง ที่ซึ่งมีบทสนทนาของศิลปะเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา นำพาซึ่งแรงบันดาลใจมาบรรจบและตอบสนองซึ่งกันและกัน ด้วยความร่วมมือกันในครั้งนี้ มอริส ลาครัวซ์ ได้ก้าวผ่านเส้นแบ่งระหว่างนาฬิกาและศิลปะไปมากกว่าที่เคย

AIKON รุ่นใหม่นี้เป็นมากกว่านาฬิกาแกะสลัก เพราะดูจะเป็นงานศิลปะที่แท้จริงสำหรับสวมใส่ข้อมือ โดยผสานเอาองค์ประกอบทั้งหมดจากผลงานของ Wotto เข้าไว้ด้วยกัน บนตัวเรือนขนาด 42 มม.สายนาฬิกาและขอบตัวเรือนที่ทำจากสตีลนั้นได้รับการแกะสลักด้วยลวดลายจากจินตนาการอันล้นเหลือของเขา เห็ด หัวใจดวงเล็กๆ ผีที่โลดแล่นบนสเก็ตบอร์ดและสายฟ้าที่ล้อมรอบตัวอักษร W ขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ของศิลปิน ที่เรียงต่อกันเป็นอักษรโบราณบนข้อต่อของสายนาฬิกาอันหรูหราที่เชื่อมติดกันของ AIKON และขยายต่อไปยังตัวเรือนและขอบตัวเรือน ข้อต่อแต่ละชิ้นต่างบอกเล่าเรื่องราวของตัวเอง อักษรภาพเหล่านี้โดดเด่นขึ้นด้วยความแตกต่างระหว่างความแวววาวของผิวขัดมันและลายสลักของเครื่องตกแต่ง ทำให้นาฬิกามีมิติขึ้นอย่างชัดเจน

ตามไปอัพเดท AIKON Automatic Wotto Limited Edition ได้ที่ มอริส ลาครัวซ์ บูติค ชั้น 2 Gaysorn Village 02-853-9742 หรือ LINE Official @MauriceLacroixTH คลิ๊ก https://lin.ee/TYO5J3F   

แบรนด์แฟชั่นไทย ‘POEM’ โชว์ฝีมืออีกครั้งรังสรรค์ชุดสุดพิเศษ แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ ‘Disney’s Snow White สโนว์ไวท์’

แบรนด์แฟชั่นไทย ‘POEM’ โชว์ฝีมืออีกครั้งรังสรรค์ชุดสุดพิเศษ  แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ ‘Disney’s Snow White สโนว์ไวท์’

แบรนด์แฟชั่นไทย ‘POEM’ โชว์ฝีมืออีกครั้งรังสรรค์ชุดสุดพิเศษ แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ ‘Disney’s Snow White สโนว์ไวท์’

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.43 น.

แบรนด์แฟชั่นชั้นนำของไทย “POEM” โดย ฌอน-ชวนล ไคสิริ  ดีไซเนอร์และครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ สร้างสรรค์ชุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสโนว์ไวท์และราชินีใจร้าย เตรียมเผยโฉมในงาน Thailand Gala Premiere ของภาพยนตร์ไลฟ์แอคชันแห่งปีที่ทุกคนรอคอย “Disney’s Snow White สโนว์ไวท์” 17 มีนาคม นี้  ที่สยามพารากอน สานต่อความสำเร็จจากครั้งก่อนที่ดิสนีย์และ POEM เคยร่วมกันรังสรรค์ชุดที่ได้แรงบันดาลใจจากตัวละคร Maleficent และจัดแฟชั่นโชว์สุดตื่นตาในการเปิดตัวภาพยนตร์ “Maleficent: Mistress of Evil” เมื่อปี 2019

สำหรับคอลเลคชันนี้ทาง POEM ได้ออกแบบชุดพิเศษขึ้นมาใหม่ โดยหยิบเอาองค์ประกอบและรายละเอียดในภาพยนตร์ “Disney’s Snow White สโนว์ไวท์” ที่กำลังจะเข้าฉายในวันที่ 20 มีนาคม 2568 มาเป็นแรงบันดาลใจ พร้อมถ่ายทำแฟชั่นเซตสุดเอ็กซ์คลูซีฟโดยช่างภาพชื่อดัง ธาดา วาริช และได้สองนักร้องนักแสดงชื่อดัง  โบว์-เมลดา สุศรี  ผู้พากย์เสียงภาษาไทยเป็นสโนว์ไวท์ และ นัท-มีเรีย เบนเนเดดตี้ ผู้พากย์เสียงภาษาไทยเป็นราชินีใจร้าย มาเป็นนางแบบ

ฌอน-ชวนล ไคสิริ ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ POEM และดีไซเนอร์ผู้ออกแบบชุดที่ได้แรงบันดาลใจจาก “Disney’s Snow White สโนว์ไวท์”  กล่าวว่า สโนว์ไวท์เป็นความทรงจำวัยเด็ก และจุดเริ่มต้นของการเป็นแฟนดิสนีย์ของเขา โดยมีภาพจำคือเจ้าหญิงดิสนีย์ที่มีความน่ารักสดใส จนเมื่อได้เห็นตัวอย่างของภาพยนตร์ไลฟ์แอคชัน “Disney’s Snow White สโนว์ไวท์” ก็รู้สึกประทับใจและเกิดแรงบันดาลใจในการออกแบบชุดให้กับคาแรกเตอร์ในเรื่อง โดยเชื่อมโยงกับความหลากหลายที่เป็นแนวคิดหลักในการออกแบบของแบรนด์ POEM  

ฌอน-ชวนล ไคสิริ ดีไซเนอร์และครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของแบรนด์ “POEM” 

“หลังจากได้เห็น Disney’s Snow White ครั้งนี้ เราตั้งใจที่จะเน้นให้เห็นถึงเอกลักษณ์ความเป็นเจ้าหญิงของสโนว์ไวท์ ที่ทุกคนหลงรักและชื่นชอบ รวมถึงอยากให้ผู้คนได้เห็นว่า ไม่ว่าจะมีรูปลักษณ์ภายนอกหรือคุณลักษณะทางกายภาพอย่างไร POEM ก็สามารถตีความคุณสมบัติแบบเจ้าหญิงที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล และทำให้ทุกคนสามารถค้นพบความเป็นเจ้าหญิงที่ซ่อนอยู่ในตัวเองได้”

เมื่อถามแรงบันดาลใจในการออกแบบ ฌอน เผยว่า ได้หยิบเอาองค์ประกอบและรายละเอียดต่าง ๆ ในภาพยนตร์ไลฟ์แอคชัน “Disney’s Snow White สโนว์ไวท์” หลายอย่าง อาทิ สี และ Silhouette มาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ โดยพยายามเลือกชุดให้ตรงกับคาแรกเตอร์ของแต่ละตัวละครในไลฟ์แอคชันมากที่สุด นอกจากนี้ยังยึดวิธีการตามแบบฉบับ POEM ที่จะออกแบบชุดให้ตรงกับคาแรกเตอร์ของผู้สวมใส่ ซึ่งครั้งนี้เป็นสองนักร้องนักแสดงที่มีความเป็นตัวเองชัดเจนทั้ง “โบว์ เมลดา” ผู้ให้เสียงพากย์ภาษาไทยเป็นสโนว์ไวท์ และ “นัท มีเรีย” ผู้ให้เสียงพากย์ภาษาไทยเป็นราชินีใจร้าย จึงสามารถผสมผสานคาแรกเตอร์ของทั้งคู่เข้ากับการเล่าเรื่องของสโนว์ไวท์ผ่านชุดเสื้อผ้าได้ไม่ยาก โดยชุดของสโนว์ไวท์ถูกออกแบบให้สะท้อนความเป็นเจ้าหญิง เน้นความนุ่มนวล น่ารัก สดใส ตามคาแรกเตอร์ของตัวละครและโบว์ เมลดา ส่วนชุดของราชินีมีความเป็นนางพญา เน้นความสง่างาม สมกับเป็นควีน ตามต้นแบบราชินีในเรื่องและคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นของ นัท มีเรีย

นาวิน ศรีผดุง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย) กล่าวเพิ่มเติมว่า “สโนว์ไวท์และราชินีใจร้าย เป็นตัวแทนของความคิดและค่านิยมที่แตกต่างกัน เหมือนที่ในภาพยนตร์ไลฟ์แอคชันเรื่อง Disney’s Snow White ได้สื่อผ่านสัญลักษณ์อย่างความสว่างสดใส สง่างาม กับความลึกลับ เปี่ยมเสน่ห์ ซึ่งเรามั่นใจว่าด้วยวิสัยทัศน์และแนวทางการออกแบบของ ฌอน ชวนล ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และดีไซเนอร์ของแบรนด์ POEM จะสามารถนำสัญลักษณ์เหล่านี้มาถ่ายทอดผ่านชุดเสื้อผ้าที่สวยงาม นำเสนอเสน่ห์อันคลาสสิคและไร้กาลเวลาของสโนว์ไวท์ พร้อมกับเสริมความเป็นไทยเข้าไปได้อย่างลงตัว และคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมมือครั้งพิเศษนี้จะทำให้แฟน ๆ ดิสนีย์ รวมถึงกลุ่มคนดูหนังในประเทศไทยได้รู้จักกับเจ้าหญิงดิสนีย์คนแรกอย่างสโนว์ไวท์มากขึ้นด้วย”

นาวิน ศรีผดุง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ (ประเทศไทย)

สามารถติดตามภาพแฟชั่นเซตพิเศษของ “โบว์ เมลดา” และ “นัท มีเรีย” ในชุดของ POEM ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “Disney’s Snow White สโนว์ไวท์” ได้ทาง Facebook: @WaltDisneyStudiosTH และ Instagram: @disneystudiosth และพลาดไม่ได้ เตรียมพบกับแฟชั่นโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟพร้อมชุดฟินาเล่ที่ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ในงาน Thailand Gala Premiere “Disney’s Snow White สโนว์ไวท์” ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 17 มีนาคม 2568 นี้ ที่สยามพารากอน

เส้นทางความสำเร็จของ PCL Hospitality: ผู้นำด้านการบริหารโรงแรมแบบครบวงจร

เส้นทางความสำเร็จของ PCL Hospitality: ผู้นำด้านการบริหารโรงแรมแบบครบวงจร

เส้นทางความสำเร็จของ PCL Hospitality: ผู้นำด้านการบริหารโรงแรมแบบครบวงจร

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.36 น.

“…แทนที่แต่ละโรงแรมจะต้องมีทีมงานครบทุกแผนก PCL Hospitality นำทรัพยากรส่วนกลางมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทำให้สามารถลดต้นทุน พร้อมทั้งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของโรงแรมได้ในระยะยาว…”

ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีของ ปฐม ศิริวัฒนประยูร หรือ “คุณทอม” ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารสูงสุด PCL Hospitality ได้เติบโตขึ้นมาเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารโรงแรมในประเทศไทย ด้วยแนวทางที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทจึงมีบทบาทในการช่วยพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานของโรงแรมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมขยายแนวทางการบริหารไปสู่ตลาดระดับภูมิภาค

ปฐม ศิริวัฒนประยูร ผู้บริหารสูงสุด PCL Hospitality

แนวคิด One-Stop Service: บริหารครบวงจรเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของเจ้าของโรงแรม

ปฐม กล่าวถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจว่า “เราไม่ได้มองว่าการบริหารโรงแรมเป็นแค่เรื่องของการจัดการห้องพักหรือการให้บริการแขก แต่คือการสร้างความสำเร็จให้กับเจ้าของโรงแรมตั้งแต่จุดเริ่มต้น  ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนพัฒนาโครงการ กลยุทธ์ทางธุรกิจ ไปจนถึงการบริหารจัดการในระยะยาว เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด”

PCL Hospitality ให้บริการแบบ One-Stop Service ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษาด้านการลงทุน การวางกลยุทธ์การดำเนินงาน ไปจนถึงการบริหารโรงแรมทั้งในรูปแบบ Third-Party Operator หรือภายใต้ระบบแฟรนไชส์ของแบรนด์ระดับโลก เจ้าของโรงแรมสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับเป้าหมายของธุรกิจได้อย่างยืดหยุ่น ระบบแฟรนไชส์: แนวทางของ PCL Hospitalityปัจจุบัน ระบบแฟรนไชส์ได้รับความสนใจมากขึ้นในวงการโรงแรม แต่ยังมีความเข้าใจที่แตกต่างกันเกี่ยวกับข้อดีและข้อจำกัดของแนวทางนี้  ปฐม อธิบายว่า “แฟรนไชส์เปิดโอกาสให้เจ้าของโรงแรมบริหารธุรกิจได้อย่างอิสระมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังสามารถใช้ประโยชน์จากพลังของแบรนด์ระดับโลกได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการเลือกแนวทางที่สอดคล้องกับเป้าหมายของโรงแรม”

ทีมของ PCL Hospitality พร้อมให้คำปรึกษา วิเคราะห์ และช่วยเจ้าของโรงแรมประเมินทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการบริหารแบบอิสระหรือการเข้าร่วมแฟรนไชส์ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจจะเกิดความคุ้มค่าสูงสุด ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

กลยุทธ์ด้านการบริหาร: ทีมสนับสนุนจากส่วนกลาง

อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญของ PCL Hospitality คือ ทีมสนับสนุนจากส่วนกลาง (Corporate Cluster) ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของแต่ละโรงแรม พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพและมาตรฐานการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น ปฐมอธิบายว่า “แทนที่แต่ละโรงแรมจะต้องมีทีมงานครบทุกแผนก PCL Hospitality นำทรัพยากรส่วนกลางมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทำให้สามารถลดต้นทุน พร้อมทั้งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของโรงแรมได้ในระยะยาว”

PCL Hospitality มีทีมที่ดูแลครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการขายและการตลาดเพื่อเพิ่มรายได้ การบริหารจัดการด้านการเงินเพื่อควบคุมต้นทุน ระบบวิศวกรรมและบำรุงรักษา ไปจนถึงการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและมาตรฐานการให้บริการ เพื่อให้มั่นใจว่าโรงแรมของลูกค้าจะดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัวใจสำคัญของความสำเร็จ: ความซื่อสัตย์และจริงใจ

นอกเหนือจากกลยุทธ์การบริหาร สิ่งที่ทำให้ PCL Hospitality เติบโตอย่างมั่นคงคือ แนวทางการดำเนินธุรกิจที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์และจริงใจ

“เรามุ่งมั่นสร้างความสัมพันธ์ที่โปร่งใสกับลูกค้า คู่ค้า และทีมงานของเรา เพราะเราเชื่อว่าความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นจากความจริงใจนั้น เป็นรากฐานของความสำเร็จที่ยั่งยืน”  ปฐม กล่าว

ด้วยหลักการนี้ ทำให้ PCL Hospitality ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของโรงแรมมาโดยตลอด และสามารถขยายธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

ก้าวต่อไปของ PCL Hospitality ในปี 2025

สำหรับปี 2025 PCL Hospitality กำลังขยายขอบเขตธุรกิจไปสู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ ของตนเองควบคู่ไปกับการรุกเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่มีศักยภาพสูง “เรากำลังมองหาโอกาสใหม่ๆ พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมโรงแรมไทยให้ก้าวสู่เวทีระดับสากลอย่างแข็งแกร่ง” ปฐม กล่าว

อีกหนึ่งปัจจัยที่ PCL Hospitality ให้ความสำคัญคือ การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการบริหารจัดการโรงแรม บริษัทได้ลงทุนในระบบอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ด้วยแนวทางที่ชัดเจนและการบริหารแบบครบวงจร PCL Hospitality ยังคงเดินหน้าสู่ความสำเร็จระดับนานาชาติ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมโรงแรมให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

N Health Novogene จับมือ ศิริราชพยาบาล และพันธมิตร พัฒนาแพลตฟอร์มแปลผลการกลายพันธุ์ของยีนมะเร็ง โดยใช้ AI

N Health Novogene จับมือ ศิริราชพยาบาล และพันธมิตร  พัฒนาแพลตฟอร์มแปลผลการกลายพันธุ์ของยีนมะเร็ง โดยใช้ AI

N Health Novogene จับมือ ศิริราชพยาบาล และพันธมิตร พัฒนาแพลตฟอร์มแปลผลการกลายพันธุ์ของยีนมะเร็ง โดยใช้ AI

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท เอ็นเฮลท์ โนโวยีน จีโนมิกส์ จำกัด ภายใต้การบริหารงานของ N Health ในเครือ BDMS ผู้ให้บริการตรวจวิเคราะห์พันธุกรรมที่ครอบคลุมทุกมิติของการดูแลและรักษาสุขภาพแบบเฉพาะบุคคล ผ่านห้องปฏิบัติการจีโนมิกส์โดยใช้เทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุศาสตร์ขั้นสูงและได้มาตรฐานสากล จับมือศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล และสถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยบริษัท เท็นกุจำกัด ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกันพัฒนาแพลตฟอร์มแปลผลการกลายพันธุ์ของยีนมะเร็ง โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลจากโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย เพื่อพัฒนาระบบวิเคราะห์การกลายพันธุ์ของยีน ที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งโดยใช้เทคโนโลยี AI ซึ่งจะช่วยยกระดับการวินิจฉัยและการรักษาโรคมะเร็งในประเทศไทยให้มีความแม่นยำและเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายมากยิ่งขึ้น

นายณรงค์ฤทธิ์ กาละพุฒ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาล บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นเฮลท์ โนโวยีน จีโนมิกส์ จำกัด ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ ศาสตราจารย์นายแพทย์อภิชาติ อัศวมงคลกุลคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย ดร.ปนัดดาเทพอัคศร ผู้อำนวยการสถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ ดร.คูนิฮิโร นิชิมูระ ประธานกรรมการบริษัท เท็นกุ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เพื่อปรับปรุงต่อยอดแพลตฟอร์มการแปลผลรหัสพันธุกรรมจากเทคโนโลยีขั้นสูง Next Generation Sequencing (NGS) โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยโรคมะเร็ง พร้อมทั้งพัฒนาอินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่ายเป็นมิตรต่อทั้งผู้ให้บริการและผู้ป่วย รวมถึงเป็นการส่งเสริมการแพทย์เฉพาะบุคคล(Personalized Medicine) จากการใช้ปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลทางพันธุกรรมในการวางแผนการป้องกันและรักษาโรคมะเร็งแบบเฉพาะบุคคล และขยายธุรกิจการให้บริการแปลผลยีนมะเร็งที่มีข้อมูลจำเพาะกับประชากรไทยที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล โดยมี มร.โคบายาชิโยสุเกะ เลขานุการเอก (สาธารณสุขและสวัสดิการ) สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน

โครงการความร่วมมือของทั้ง 4 องค์กรจากภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มแปลผลการกลายพันธุ์ของยีนมะเร็ง โดยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลจากโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทยครั้งนี้ ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ซึ่งเป็นหนึ่งในกองทุนที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ สามารถนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว

รองศาสตราจารย์ ดร.คมกฤต เล็กสกุลรองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)กล่าวว่า “สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันวิจัย เพื่อผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่อประเทศไทยในระยะยาว อีกทั้งยังเล็งเห็นว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งในระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศไทยด้านการแพทย์จีโนมิกส์ให้มีความก้าวหน้า และมีศักยภาพในการแข่งขันระดับโลกได้”

ศาสตราจารย์นายแพทย์ อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ศูนย์จีโนมิกส์ศิริราช ซึ่งร่วมทำงานในโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย ได้ทำการศึกษาวิจัยข้อมูลพันธุกรรมขนาดใหญ่ของผู้ป่วยมะเร็งชาวไทยกว่า 9 พันราย พบว่าการวิเคราะห์และแปลผลยีนมะเร็งมีความซับซ้อนมาก ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง ทำให้การตรวจยีนมะเร็งทำได้เฉพาะในสถาบันขนาดใหญ่ เช่น โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย แต่ทำได้ยากในห้องปฏิบัติการทางคลินิกทั่วไป การใช้เทคโนโลยี AI ช่วยในการวิเคราะห์การกลายพันธุ์ของยีนมะเร็งจะช่วยให้ห้องปฏิบัติการทางคลินิกในโรงพยาบาลต่างๆ สามารถแปลผลยีนได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้การวินิจฉัยและการรักษามีความแม่นยำมากขึ้น เป็นการพัฒนาไปสู่การรักษามะเร็งที่ตรงจุด และมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับคนไทย”

ดร.ปนัดดา เทพอัคศร ผู้อำนวยการสถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเสริมว่า “สถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีหน้าที่สำคัญในการส่งเสริมการวิจัยทางการแพทย์ และเทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษาและป้องกันโรคต่างๆ โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยินดีที่จะสนับสนุนการใช้ข้อมูลการตรวจวิเคราะห์และการรักษาโรคมะเร็งที่รวบรวมโดยสถาบันชีววิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลจากส่วนกลางศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ และสถานพยาบาลต่างๆ ที่เป็นเครือข่ายของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในการวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยี AI ครั้งนี้ เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความสามารถทางการแพทย์ของประเทศไทย โดยนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการพัฒนาการรักษาโรคมะเร็งในประเทศไทยให้เหมาะสมกับลักษณะพันธุกรรมของผู้ป่วยแต่ละราย”

ดร.คูนิฮิโร นิชิมูระ ประธานกรรมการ บริษัท เท็นกุ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่น ด้านชีวสารสนเทศ (Bioinformatics)ที่ใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และสารสนเทศขั้นสูง เผยว่า “เท็นกุ ได้พัฒนา Chrovis ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการแปลผลที่ขับเคลื่อนด้วย AIเพื่อสนับสนุนแพทย์และผู้ป่วยโรคมะเร็งในญี่ปุ่นช่วยเหลือด้านการวินิจฉัยและทางเลือกการรักษาในเวชศาสตร์จีโนมมะเร็ง (Cancer Genome Medicine) หลายปีที่ผ่านมา Chrovis ได้สร้างผลงานที่แข็งแกร่งในญี่ปุ่น ปัจจุบันในฐานะส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย เรามีความยินดีที่จะพัฒนา AI ของเราให้เข้ากับท้องถิ่นโดยใช้ข้อมูลจากโครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย เพื่อให้บริการผู้ป่วยโรคมะเร็งและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของไทยได้ดียิ่งขึ้น การร่วมมือกับทั้ง 3 องค์กรในโครงการนี้ เรามุ่งหวังที่จะมีส่วนร่วมในความก้าวหน้าของการแพทย์แม่นยำในประเทศไทย โดยการใช้ประโยชน์จาก Chrovis และผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์จีโนมมะเร็งของบริษัท เท็นกุ”

นายณรงค์ฤทธิ์ กาละพุฒ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจสนับสนุนโรงพยาบาล บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นเฮลท์ โนโวยีน จีโนมิกส์ จำกัด กล่าวว่า “ในประเทศไทย การตรวจวิเคราะห์ยีนเฉพาะบุคคลกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราต้องค้นหาและนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้ในการพัฒนาการวินิจฉัยและการรักษาผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพและทันเวลา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วย N Health Novogene จึงร่วมมือกับทั้ง 3 องค์กรในการพัฒนาแพลตฟอร์มแปลผลการกลายพันธุ์ของยีนมะเร็ง เพื่อให้ผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการจีโนมิกส์มีความแม่นยำและรวดเร็ว นำไปสู่การวินิจฉัยและการรักษาโรคมะเร็งได้ตรงจุดทันเวลา และเหมาะสมกับผู้ป่วย พร้อมทั้งสามารถขยายธุรกิจการให้บริการวิเคราะห์จีโนมิกส์เพิ่มเติมจากการให้บริการห้องปฏิบัติการจีโนมิกส์ต่อไป”

เช็คความเสี่ยงโรคร้ายที่วัย 50+ ต้องระวัง

เช็คความเสี่ยงโรคร้ายที่วัย 50+ ต้องระวัง

เช็คความเสี่ยงโรคร้ายที่วัย 50+ ต้องระวัง

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อายุที่มากขึ้น มาพร้อมกับความเสื่อมของร่างกาย โดยเฉพาะวัย 50 ปีขึ้นไป เพศหญิงและเพศชายก็มีความเสี่ยงต่อโรคที่แตกต่างกัน

พญ.กฤดากร เกษรคำ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ให้ข้อมูลว่า นอกจากวัย 50 ปี จะมีความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ แล้ว ยังมีในเรื่องของฮอร์โมน ค่าทางชีวเคมีต่างๆในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย ทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคร้ายแรง หรือโรคเรื้อรัง ได้ในอนาคต ดังนี้

โรคหัวใจและหลอดเลือด ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานน้อยลง หลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่น หลอดเลือดหัวใจผิดปกติ

โรคเกี่ยวกับสมองและความจำมีความจำแย่ลง ระบบประสาทเสื่อม เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดในสมอง เสี่ยงอัลไซเมอร์

โรคทางเดินอาหารและลำไส้ เช่น ท้องผูก ท้องเสีย กรดไหลย้อน เนื้องอก มะเร็ง

โรคมะเร็ง เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่มะเร็งตับ มะเร็งปอดโดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่ ในผู้ชายต้องระวังมะเร็งต่อมลูกหมาก ผู้หญิงต้องระวังการเกิดมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม

โรคกระดูกพรุน โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน เนื่องจากขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยยับยั้งกระบวนการสลายกระดูก รวมถึงยังมีการสร้างกระดูกที่ลดลงด้วย

อย่างไรก็ตาม เราไม่จำเป็นต้องรอให้ร่างกายเสื่อมลงไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นโรคแล้วค่อยรักษา หรือปล่อยไปตามวัย เนื่องจากโรคเหล่านี้สามารถป้องกัน ชะลอ หรือรักษาได้ถ้าเราตรวจคัดกรองเจอตั้งแต่ระยะเริ่มต้นก่อนที่จะกลายเป็นโรค ดังนั้นเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป หมอจึงแนะนำว่าควรตรวจสุขภาพประจำทุกปี โดยมีการตรวจร่างกายอย่างละเอียดในทุกอวัยวะ ได้แก่ ตรวจการทำงานของหัวใจ ตรวจหาหินปูนที่เกาะหลอดเลือด (CT Calcium score) ตรวจ MRI และ MRA สมอง ตรวจคัดกรองมะเร็ง ตรวจสมดุลระดับฮอร์โมน ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้อง ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและปากมดลูกในเพศหญิงตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชาย ตรวจมวลกระดูก

นอกจากการตรวจสุขภาพตามช่วงวัยแล้ว อาจตรวจเพิ่มในกรณีที่มีความเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น ประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง โรคหัวใจ หรือมีการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ เป็นต้น