ภูเล เบย์ อะ ริทซ์-คาร์ลตัน รีเซิร์ฟ ยกระดับอาหารเพื่อความยั่งยืนกับ 2 เชฟมิชลิน

ภูเล เบย์ อะ ริทซ์-คาร์ลตัน รีเซิร์ฟ ยกระดับอาหารเพื่อความยั่งยืนกับ 2 เชฟมิชลิน

ภูเล เบย์ อะ ริทซ์-คาร์ลตัน รีเซิร์ฟ ยกระดับอาหารเพื่อความยั่งยืนกับ 2 เชฟมิชลิน

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เชฟดีปังเคอร์ โคสลา

ภูเล เบย์ อะ ริทซ์-คาร์ลตันรีเซิร์ฟ (Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve) ยกระดับวงการอาหารภาคใต้ของไทย กับสองเชฟมิชลินสตาร์เชฟดีปังเคอร์ โคสลา (Deepanker Khosla) และเชฟคริสเตียน แฮร์เกเซลล์ (Christian Herrgesell) นำเสนอเมนูสุดสร้างสรรค์และยั่งยืน ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลที่งดงาม

ภูเล เบย์ อะ ริทซ์-คาร์ลตันรีเซิร์ฟ (Phulay Bay, a Ritz-Carlton Reserve) สวรรค์แห่งการพักผ่อนสุดหรูริมชายหาดที่เงียบสงบของกระบี่ พร้อมยกระดับประสบการณ์อาหารภาคใต้ของไทยอีกครั้งในเดือนมีนาคมนี้ โดยในวันที่ 19 มีนาคม เชฟคริสเตียน แฮร์เกเซลล์ (Christian Herrgesell) เอ็กเซ็กคูทีฟเชฟระดับมิชลินสตาร์ของรีสอร์ท จะร่วมกับเชฟดีปังเคอร์ โคสลา (DeepankerKhosla) เชฟและเจ้าของร้านอาหารมิชลิน HAŌMA ในกรุงเทพฯ เพื่อรังสรรค์ค่ำคืนแห่ง Four Hands Dinner สุดพิเศษที่ห้องอาหารแลเล (Lae Lay) ซึ่งผสานความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะเข้ากับรสชาติอาหารนีโอ-อินเดียที่ยั่งยืน

เชฟคริสเตียน แฮร์เกเซลล์

เชฟดีปังเคอร์ ซึ่งยึดมั่นในปรัชญาที่ว่า “เราปลูกสิ่งที่เราปรุง และเราปรุงสิ่งที่เรารัก” เป็นที่รู้จักในแง่ความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืนและการให้ความสำคัญกับวัตถุดิบตามฤดูกาลและหาได้ในท้องถิ่นที่ HAŌMA วิสัยทัศน์นี้ถูกถ่ายทอดลงสู่ทุกจานอาหาร ด้วยการคัดสรรวัตถุดิบจากเกษตรกร ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และชาวประมงที่เชื่อถือได้ รวมถึงพืชผักที่ปลูกในสวนอันเขียวชอุ่มของร้านเอง อาหารนีโอ-อินเดียของเขาโดดเด่น ด้วย “เทสติ้งเมนู” (tasting menu) ที่เลือกสรรตามฤดูกาลอย่างพิถีพิถัน ซึ่งรวมถึงอาหารมังสวิรัติที่น่าลิ้มลอง ทั้งหมดนี้เสิร์ฟในห้องอาหารสไตล์นอร์ดิกที่ตกแต่งด้วยของตกแต่งที่ทำจากพืชที่ไม่ได้ใช้ สะท้อนถึงแนวคิดความยั่งยืนในทุกมิติ และด้วยแนวคิดอันล้ำสมัยของเขา HAŌMA จึงได้ดาวมิชลินดวงแรกตั้งแต่ปี 2565 และเชฟดีปังเคอร์ยังได้รับรางวัล “Champion of Change” คนแรกจาก The World’s 50 Best Restaurants List ในปี 2564 เพื่อยกย่องความเป็นผู้นำด้านอาหารที่ใส่ใจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

เมนูในค่ำคืนนี้จะเป็นการผสมผสานรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของเชฟทั้งสองโดยแขกผู้เข้าร่วมจะได้ลิ้มลองเมนูสุดพิเศษ เช่น มะเขือม่วงรมควันราดคาเวียร์บนบริออช (Smoked Eggplant Crowned with Caviar on Brioche) และ ปลากอบี้ปรุงรสเสิร์ฟคู่ไข่ปลารมควันและแกงมอยเลย์ (Aromatic Goby Fish with Smoked Char Roe and Moiley Curry) พร้อมด้วยเมนูรังสรรค์จากเชฟคริสเตียน ที่จะนำเสนอประสบการณ์การรับประทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศอันหรูหราและอันตราตรึงของภูเล เบย์

“แลเล ร้านอาหารริมทะเลสุดหรูของเรา เป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ ซึ่งอาหารเลิศรสจะยิ่งโดดเด่นเมื่ออยู่ท่ามกลางวิวทิวทัศน์อันงดงาม นี่คือเวทีที่สมบูรณ์แบบสำหรับการนำเสนอพรสวรรค์อันน่าทึ่งของเชฟดีปังเคอร์ โคสลา และเชฟของเราเอง คือ เชฟคริสเตียน แฮร์เกเซลล์ ที่จะร่วมกันรังสรรค์ค่ำคืนแห่งศิลปะการทำอาหารที่เหนือความคาดหมาย” วิทยา ซาการ์ (Vidya Sagar) ผู้จัดการทั่วไปของภูเล เบย์ อะ ริทซ์-คาร์ลตัน รีเซิร์ฟ

เนื่องจากที่นั่งมีจำนวนจำกัดสำหรับงานดินเนอร์สุดพิเศษนี้ ขอแนะนำให้สำรองที่นั่งล่วงหน้า โดยสามารถโทร.สำรองที่นั่งได้ที่ +66 75 628111 ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภูเล เบย์ อะ ริทซ์-คาร์ลตัน รีเซิร์ฟ ได้ที่ www.ritzcarlton.com/en/hotels/phulay-bay/hotel-overview

คุณแหน : 13 มีนาคม 2568

คุณแหน : 13 มีนาคม 2568

คุณแหน : 13 มีนาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กก.มหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี(ธงชัย ธมฺมธโช) ผช.เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรฯเจ้าคณะใหญ่หนกลาง กก.มหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ร่วม ในพิธีเททองหล่อพระปฐมบรมมหาจักรพรรดิ ขนาดหน้าตัก49 นิ้ว เพื่อประดิษฐาน ณ วัดคุณพุ่ม จ.พิจิตร ณ วัดไตรมิตรฯ ถ.มิตรภาพไทย-จีน 19 มี.ค.17.00 น. ร่วมทำบุญได้ที่ บัญชี สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ธ.กรุงเทพ สาขาอุรุพงษ์ เลขที่บัญชี 149-0-197132 สอบถามเพิ่มเติม 084-3856519..

●●ดร.มนวิภา ประชัญคดี นายกสมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในพระอุปถัมภ์ฯ จัดแข่งโบว์ลิ่งการกุศล “กลิ้งเพื่อน้อง ครั้งที่ 5” ชิงถ้วยประทาน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ 23 มี.ค. 09.00 น. ณ บลูโอ ริธึม แอนด์ โบว์ล ชั้น 4 เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสมทบทุนกิจกรรมให้การสงเคราะห์โรงเรียนที่ขาดแคลน ร่วมสนับสนุนได้ที่บัญชี สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ ธ.กสิกรไทย เลขที่ 003-2-63516-6 ส่งหลักฐานได้ที่ ID Line: pipiyapron..

●● บมจ.ทีพีไอ โพลีน เสนอขายหุ้นกู้อายุ 5 ปี มูลค่าเสนอขายไม่เกิน 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4%ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ อันดับความน่าเชื่อถือขององค์กรและหุ้นกู้ที่ ระดับ A-แนวโน้ม Negative จองขั้นต่ำ 1 แสนบาททวีคูณครั้งละ 1 แสนบาทสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป เสนอขายระหว่าง วันที่28,31 มี.ค.-1 เม.ย.2568 www.sec.co.th..

●● ชมรมสมองใสใจสบาย จัดกิจกรรมภาพยนตร์กับผู้สูงอายุ ครั้งที่ 55 ขอเชิญร่วมชมภาพยนตร์ เรื่อง “SOUL” (อัศจรรย์วิญญาณอลเวง) 18 มี.ค. เวลา 13.00- 16.00 น. ห้องประชุม 1210 ชั้น 12 อาคารภูมิสิริฯ รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมสนทนาหลังชมภาพยนตร์กับ คุณหญิงจำนงศรีหาญเจนลักษณ์, รศ.นพ.สุขเจริญตั้งวงษ์ไชย, กนกวรรณ กนกวนาวงศ์ ดำเนินรายการ โดย สัณห์ชัย โชติรสเศรณี..

●● 22 มีนาคม หนังสือพิมพ์แนวหน้าจะก้าวสู่ปีที่ 46 แต่ตรงกับวันเสาร์ จึงขอเรียนเชิญร่วมอวยพร พบกันวันศุกร์ 21 มีนาคมตั้งแต่ 09.00 น. ที่สำนักงานบริษัทฯ วิภาวดีรังสิต 66 ผาณิต-ผรณเดชพูนศิริวงศ์ นำทีมกองบรรณาธิการ ปริญญา ช้างเสวก, อนันตเดช พงษ์พันธุ์,นิติ โมราวรรณ, จิรพงค์ เต็มเปี่ยม, ปกภูมิเดชดีหนูแก้ว, ธนเดช อิงคภัทรางกูร, ประเสริฐคำพลงาม, ประพันธ์ สุทะใจ, ลฎาภา ทิวะสิงห์,พัชรี ผจงกิจพิพัฒน์, จริยา พูนศิริวงศ์,พัชรา มาดล ฯลฯ คอยต้อนรับ..หากประสงค์จะร่วมทำบุญสมทบทุนการศึกษากับเด็กกตัญญู เรียนดี ในสังกัด กรุงเทพมหานคร ชื่อบัญชีมูลนิธิช่วยการศึกษา กรุงเทพมหานคร ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสะพานใหม่ เลขที่บัญชี029-442708-0 ใบเสร็จรับเงินหักภาษีได้
1 เท่า..ส่วนแฟนคลับของ YouTube แนวหน้าออนไลน์ จะมาเจอะเจอพูดคุยกับผู้ดำเนินรายการของเรา อาทิ อัญชะลี ไพรีรัก, จิตรกรบุษบา, บุญยอด สุขถิ่นไทย, ปรเมษฐ์ภู่โต, กิตติมา ธารารัตนกุล และ เสริมสุขกษิติประดิษฐ์ ได้เช่นกัน….●●

น้อง

CELINE คอลเลคชั่นซัมเมอร์ 2025‘UN ÉTÉ FRANçAIS’

CELINE คอลเลคชั่นซัมเมอร์ 2025‘UN ÉTÉ FRANçAIS’

CELINE คอลเลคชั่นซัมเมอร์ 2025‘UN ÉTÉ FRANçAIS’

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

CELINE เผยโฉมคอลเลคชั่นซัมเมอร์ 2025 ในชื่อ UN ÉTÉ FRANçAIS โดย Hedi Slimane เริ่มสร้างสรรค์คอลเลคชั่นนี้ในเดือนพฤษภาคม ปีที่ผ่านมา ขณะที่กำลังนั่งอ่านหนังสือเรื่อง “La Chamade” ของ Francoise Sagan อีกครั้ง ควบคู่ไปกับเสียงเพลงของวงดนตรีร็อกสัญชาติอเมริกัน The Velvet Underground & Nico เพื่อเป็นการอุทิศให้แก่การจากไปของ Françoise Hardy ศิลปินและนักแต่งเพลงชาวฝรั่งเศส

คอลเลคชั่น UN ÉTÉ FRANÇAIS ถูกออกแบบให้เน้นย้ำถึงบุคลิกและภาพลักษณ์ของ Françoise Hardy ผ่านนางเอกของเรื่อง ที่สวมผ้าคาดศีรษะจากผ้าไหมเจอร์ซี่สีดำ จับคู่กับผมหน้าม้าสั้นและทรงผมบ๊อบทั้งยาวและสั้น อายไลเนอร์เส้นคมกริบลากยาว เป็นการเน้นย้ำถึงการกลับมาของชุดกระโปรงโรงเรียนแบบพลีท ซึ่งตัดเย็บจากผ้าแคชเมียร์เนื้อบางเบาพร้อมผสานเทคนิคการปักด้วยมือควบคู่กับเสื้อโค้ทแบบสั้นทำจากหนังกลับหรือหนังแกะแวววาว ชุดทวินเซ็ท (Twinsets)ปักเลื่อมที่สวมทับกระโปรงทรงดินสอ (suspended pencil skirt) หรือกระโปรงทรงเอแบบสั้น (Mini A-Line Skirt) คงไว้ซึ่งกลิ่นอายของยุค 60 ได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ Silhouette และดีเทลการประดับตกแต่งๆ บนเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้ารวมไปถึงเครื่องประดับ นอกจากจะนำความคลาสสิกของยุคแฟชั่นกลับมาให้หวนคิดถึงแล้ว การออกแบบในคอลเลคชั่นนี้ยังเน้นย้ำในเรื่องของงานปักประดับคริสตัลและหินสี อันถือเป็นจุดเด่นที่แสดงออกถึงความสามารถในงานฝีมือของแบรนด์ได้เป็นอย่างสมบูรณ์แบบ

รู้ทันความเสี่ยง ช่วยเลี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

รู้ทันความเสี่ยง ช่วยเลี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

รู้ทันความเสี่ยง ช่วยเลี่ยงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลายปีที่ผ่านมามีแนวโน้มการเพิ่มจำนวนของผู้ป่วย “โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่” สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าอัตราการเสียชีวิตกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองและวิทยาการด้านการรักษาที่พัฒนาไปมาก เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายมากที่สุด

นพ.ณัฐชดล กิตติวรารัตน์

นายแพทย์ณัฐชดล กิตติวรารัตน์ อายุรแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่าความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ตลอดชีวิตจะพบใกล้เคียงกันทั้งเพศหญิงและเพศชาย คือประมาณ 1 ต่อ 25 คน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามความเสี่ยงอื่นๆ ของผู้ป่วย ซึ่งโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากติ่งเนื้อหรือ Polyp ในลำไส้ใหญ่ โดยปัจจุบันยังไม่สามารถทราบสาเหตุการเกิดได้อย่างแน่ชัด แต่สามารถแบ่งปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคได้ 2 ประเภท

ปัจจัยความเสี่ยงจากตัวบุคคล ได้แก่ 1.อายุ ในอดีตพบว่ามากกว่า 90% ของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ มีอายุมากกว่า 50 ปี และอายุเฉลี่ยที่พบคือ 60-65 ปีแต่ในช่วง 10 ปีหลังมานี้ อุบัติการณ์มะเร็งลำไส้ใหญ่ในผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 50 ปี เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้ป่วยที่อายุน้อยที่สุดตามรายงานคือ 18 ปี 2.ประวัติในครอบครัวและถ่ายทอดทางพันธุกรรม พบว่า 20% ของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มาก่อน 3.ประวัติการเกิดติ่งเนื้อในลำไส้ มีการศึกษาพบว่า ติ่งเนื้อบางชนิดสามารถพัฒนากลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ แต่หากมีการตรวจพบและรักษาตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นติ่งเนื้อ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้

ปัจจัยความเสี่ยงจากสภาพแวดล้อม 1.ภาวะน้ำหนักเกินและขาดการออกกำลังกาย จากการศึกษาพบว่าน้ำหนักตัวมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงการเกิดโรค ขณะเดียวกันการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญ ทำให้ลำไส้มีการทำงานและเคลื่อนตัวมากขึ้น ผลในระยะยาวจะช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ 2.อาหาร ในอาหารบางประเภทจะมีสารก่อมะเร็งซ่อนอยู่ โดยเฉพาะอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก เบคอน แหนม หมูยอ ลูกชิ้น กุนเชียง และเนื้อแดงที่ถูกประกอบอาหารในความร้อนสูงจนเกรียมแบบปิ้งย่าง 3.การสูบบุหรี่ พบว่า 12% ของผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ 4.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์การดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับการสูบบุหรี่ จะเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งมากยิ่งขึ้น

ในระยะแรกของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ผู้ป่วยจะไม่มีอาการแสดงใดๆ แต่เมื่อการดำเนินของโรคผ่านไปและติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่จนกลายเป็นมะเร็งแล้วผู้ป่วยจึงจะเริ่มมีอาการแสดงเกิดขึ้น เช่น การขับถ่ายมีเลือดหรือมูกเลือดปน ถ่ายอุจจาระก้อนเล็กลงท้องผูกสลับท้องเสีย แน่นท้อง ท้องโต หรือคลำเจอก้อนในท้อง ดังนั้น หากได้รับการตรวจคัดกรองด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่และทวารหนักตั้งแต่อายุ 45-50 ปี เมื่อมีการตรวจพบโรคตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที หรือสามารถป้องกันมะเร็งได้ถ้าตรวจเจอตั้งแต่เป็นติ่งเนื้อก่อนที่จะเป็นมะเร็ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่แล้ว การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ระยะของโรค ตำแหน่งและขนาดของก้อนมะเร็ง อายุ สภาพร่างกายและโรคร่วมของผู้ป่วย โดยมี 4 วิธีหลักที่ใช้ในการรักษา ได้แก่ 1.การผ่าตัด เป็นการตัดเอาลำไส้ส่วนที่เป็นรอยโรค และต่อมน้ำเหลืองออก หรือในบางกรณีหากรอยโรคอยู่ที่ลำไส้ส่วนปลายที่ติดกับทวารหนัก อาจมีความจำเป็นต้องผ่าตัดทำทวารเทียม 2.การฉายรังสี เป็นการรักษาร่วมกับการผ่าตัด โดยฉายรังสีก่อนหรือหลังผ่าตัดก็ได้ ขึ้นอยู่กับข้อบ่งชี้และการพิจารณาของแพทย์ ใช้ในมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลายและทวารหนัก 3.ยาเคมีบำบัด อาจให้ก่อนหรือหลังผ่าตัด ร่วมกับการฉายรังสีหรือไม่ก็ได้ ซึ่งแพทย์จะพิจารณาตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ไม่จำเป็นต้องให้ในผู้ป่วยระยะแรกเริ่ม 5.ยามุ่งเป้า (targeted therapy) ให้ร่วมกับยาเคมีบำบัด ชนิดของยาขึ้นอยู่กับการตรวจยีนจากชิ้นเนื้อ เพื่อวิเคราะห์การตอบสนองของยา (precision medicine)

ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ จึงมีวิธีการรักษาเพิ่มเติมที่ช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้นและมีอายุที่ยืนยาวเพิ่มมากขึ้น เช่น ยามุ่งเป้า ยาภูมิคุ้มกันบำบัด หรือแม้แต่งานวิจัยล่าสุดอย่าง Cancer Vaccine และ Cancer Avatar ที่เปรียบเสมือนความหวังของผู้ป่วยมะเร็งระยะแพร่กระจาย โดย Cancer Vaccine คือการจะนำโปรตีนเซลล์มะเร็งที่ได้จากก้อนมะเร็งของผู้ป่วยมาสกัดเป็นวัคซีนแบบจำเพาะบุคคลเพื่อช่วยกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวรู้จักหน้าตาของเซลล์มะเร็งของผู้ป่วยและพร้อมทำลายเซลล์มะเร็ง

นอกจากนี้ เมื่อใช้ร่วมกับยาภูมิคุ้มกันบำบัดก็จะช่วยให้เม็ดเลือดขาวทำงานได้ดี มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่วน Cancer Avatar คือกระบวนการทดสอบการตอบสนองต่อยาก่อนที่จะใช้ในผู้ป่วยจริง วิธีการคือตัดชิ้นเนื้อมะเร็งของผู้ป่วยมาเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ เพื่อให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตและพัฒนาจนมีลักษณะคล้ายกับเซลล์มะเร็งที่อยู่ในร่างกาย ซึ่งเปรียบเสมือนว่าเซลล์มะเร็งนั้นเป็นตัวแทนมะเร็งของผู้ป่วยจริงๆ จากนั้นจึงนำมาทดสอบกับยารักษาแต่ละสูตรเพื่อดูการตอบสนองของเซลล์มะเร็ง ก่อนเริ่มใช้ยากับผู้ป่วยเพื่อเพิ่มความมั่นใจและความแม่นยำในแนวทางการรักษาขั้นต่อไปได้

ทั้งนี้ การป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ดีที่สุด สามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่มาจากสภาพแวดล้อม ส่วนผู้ที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เพื่อตรวจหาติ่งเนื้อหรือเนื้องอกที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ที่อาจพัฒนากลายเป็นมะเร็งในอนาคตได้

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดบทบาทสตรี‘เรื่องในจอ VS ชีวิตจริง’ สร้าง‘โรลโมเดลเอฟเฟกท์’ความเท่าเทียมที่สังคมต้องเปิดใจยอมรับ

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดบทบาทสตรี‘เรื่องในจอ VS ชีวิตจริง’  สร้าง‘โรลโมเดลเอฟเฟกท์’ความเท่าเทียมที่สังคมต้องเปิดใจยอมรับ

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดบทบาทสตรี‘เรื่องในจอ VS ชีวิตจริง’ สร้าง‘โรลโมเดลเอฟเฟกท์’ความเท่าเทียมที่สังคมต้องเปิดใจยอมรับ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในเดือนแห่งการเฉลิมฉลองวันสตรีสากล บทบาทของสตรีในสังคมไทยก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ได้ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึง ซึ่งที่เห็นได้ชัดคือ “ภาวะผู้นำหญิง” ที่มีทั้งจำนวน อิทธิพล และคาแร็กเตอร์ที่โดดเด่นในยุคที่มีการเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศในสังคมมากขึ้น เรายังได้เห็นการสอดแทรก “บทบาทสตรี”ในช่องทางการสื่อสาร รวมถึงสื่อบันเทิงเพื่อชี้ให้สังคมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญดังกล่าว พร้อมกระตุ้นและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงกล้าและพร้อมที่จะสวมบทบาทผู้นำในแวดวงต่างๆ มากขึ้นกว่าเดิม

รองศาสตราจารย์ เกศินี วิฑูรชาติ

เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความเท่าเทียม และการกระจายบทบาทผู้นำไปสู่กลุ่มสตรีเพศ ดร.โกสุม โอมพรนุวัฒน์ ผู้อำนวยการหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาสตรี เพศสถานะ และเพศวิถีศึกษา วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เปิดเผยมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของผู้นำหญิงที่สะท้อนผ่านตัวละครในสื่อภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และซีรี่ส์ ซึ่งเป็นกระจกสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงและอิทธิพลของผู้นำหญิงในโลกยุคใหม่ พร้อมทั้งจุดประกายให้ประชาคมมองเห็นศักยภาพของสตรีในฐานะผู้นำที่ขับเคลื่อนโลกไปข้างหน้า

แนวคิดเกี่ยวกับภาวะผู้นำหญิงในสังคมไทย

ดร.โกสุม ให้ข้อมูลว่า ภาวะผู้นำหญิงในสังคมไทยได้รับการยอมรับมากขึ้นในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา แม้ว่าสังคมยังคงมีมุมมองที่ผูกติดกับภาพลักษณ์ของผู้นำที่มีลักษณะเฉพาะเช่น ความมั่นใจ ความกล้าตัดสินใจ และมีวิสัยทัศน์ ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นคุณสมบัติที่เชื่อมโยงกับความเป็นชาย แต่ปัจจุบันก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในแง่ของการรับรู้ภาวะผู้นำหญิงที่สามารถแสดงออกด้วยความฉลาดทางอารมณ์และภาวะผู้นำที่เน้นการมีส่วนร่วม ความสามารถในการฟังและการทำงานร่วมกับทีม ถือเป็นจุดแข็งที่ผู้นำหญิงสามารถใช้ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เท่าเทียมและครอบคลุม โดยเน้นการสร้างความร่วมมือและการบริหารที่อิงกับความเห็นอกเห็นใจ เพื่อเสริมสร้างการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงในองค์กรได้

ดร.โกสุม โอมพรนุวัฒน์

“ถึงแม้ว่าสังคมไทยจะมีการพัฒนาทางด้านภาวะผู้นำหญิง แต่ยังคงมีความท้าทายที่ผู้หญิงต้องเผชิญ เช่น อคติทางเพศที่แฝงอยู่ในการประเมินผลการปฏิบัติงาน รวมถึงอุปสรรคในการเข้าถึงตำแหน่งบริหารระดับสูง นอกจากนี้ ผู้หญิงยังต้องเผชิญกับความคาดหวังต่อบทบาทตามเพศสถานะที่ยึดโยงผู้หญิงกับการดูแลลูกและครอบครัว ผู้หญิงถูกคาดหวังให้ทำงานดูแลที่ไม่ได้รับค่าจ้างและการทำงานนอกบ้านเพื่อหารายได้ไปพร้อมกัน เป็นภาระงานสองด้าน ที่ทำให้เกิดภาวะการขาดแคลนเวลา ซึ่งส่งผลกระทบต่อโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและการก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุดในองค์กร”

ตัวละครสตรีในสื่อกับการฉายภาพผู้นำหญิง

ดร.โกสุม กล่าวว่า สื่อภาพยนตร์หรือซีรี่ส์ร่วมสมัยสามารถเป็นกระจกสะท้อนถึงบทบาทผู้นำหญิงในชีวิตจริงนั้น ส่วนตัวมองว่า “อาจยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์” เพราะ “ชีวิตจริง” คือสิ่งที่หลากหลายและไม่สามารถถูกจับมาวัดโดยตรงจากสิ่งที่ปรากฏในสื่อได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่อย่างไรก็ตาม ตัวละครหญิงในสื่อสามารถเป็น “กระจกสะท้อน” ให้เห็นภาพของการต่อสู้และการพัฒนาในบทบาทผู้นำในหลายๆ ด้านได้ และบางครั้งอาจเป็น “แรงผลักดัน” ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้ ตัวอย่างเช่น ซีรี่ส์หรือภาพยนตร์ที่นำเสนอผู้หญิงในฐานะนักการเมือง นักธุรกิจ หรือผู้นำกระบวนการเปลี่ยนแปลง มักสะท้อนเสียง อำนาจ และการต่อสู้ของผู้หญิง การพิสูจน์ความสามารถในระบบที่มีอุปสรรคสำหรับผู้หญิง รวมถึงการแสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงสามารถกำหนดชะตาชีวิตของตนเองได้ และไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ชายในการดำเนินชีวิต

ถึงแม้ว่าจะมีตัวละครหญิงที่แข็งแกร่งมากขึ้นในสื่อ แต่ยังมีข้อจำกัดที่ต้องพิจารณา เช่น ตัวละครหญิงที่มีอำนาจมักถูกทำให้เป็นตัวร้าย หรือมักจะต้องเผชิญกับการลงโทษในตอนจบ ซึ่งสะท้อนถึงการยึดติดกับอคติทางเพศที่มองว่าอำนาจของผู้หญิงไม่สามารถอยู่ได้ในแบบที่เป็นธรรมชาติ หรือมีความสมดุล ในขณะเดียวกัน ตัวละครเหล่านี้มักจะถูกนำเสนอในกรอบของ Superwoman ที่ต้องมีความสมบูรณ์แบบตลอดเวลา ทั้งในแง่การทำงานและชีวิตส่วนตัว ซึ่งอาจเป็นการยากที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงในชีวิตของผู้นำหญิงที่สามารถล้มลุกคลุกคลานและยังคงมีความเป็นมนุษย์อยู่ในตัวเอง นอกจากนี้ ยังมีการเน้นความขัดแย้งระหว่างผู้หญิงด้วยกันเอง มากกว่าการสนับสนุนกัน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการสร้างภาพลักษณ์ที่เสริมสร้างการทำงานร่วมกันในสังคม

มุมมองผู้นำหญิงยุคใหม่ในโลกแห่งความเท่าเทียมทางเพศ

ดร.โกสุม มองว่า ยุคสมัยของความเท่าเทียมทางเพศนี้ ภาวะผู้นำหญิงได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของสังคมที่เคยเห็นว่าผู้ชายคือผู้นำเพียงเพศเดียว เพราะผู้นำหญิงไม่เพียงแค่เป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจในองค์กรและสังคม โดยการนำแนวทางการบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participative Leadership) ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างทีมงานและการร่วมมือจากทุกฝ่าย รวมถึงการเป็นผู้นำที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในยุคที่มีความรวดเร็วทั้งด้านเทคโนโลยีและสังคม ผู้นำหญิงยุคใหม่ไม่เพียงแค่สนับสนุนการพัฒนาในองค์กร แต่ยังเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการเรียกร้องสิทธิของผู้หญิงและความเท่าเทียมทางเพศในทุกภาคส่วน

รองศาสตราจารย์ เกศินี วิฑูรชาติ หนึ่งในต้นแบบผู้นำที่น่าเรียนรู้

ดร.โกสุม กล่าวว่า รองศาสตราจารย์ เกศินี วิฑูรชาติ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหนึ่งในต้นแบบที่น่าเรียนรู้ของผู้นำที่สามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดและบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้เป็นมหาวิทยาลัยที่มีมาตรฐานระดับสากล โดยใช้แนวคิด Inclusive Leadership เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนา นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการขับเคลื่อนองค์กรผ่านวิกฤตต่างๆ เช่น การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์เพื่อช่วยเหลือสังคมในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 และผลักดันมหาวิทยาลัยเข้าสู่ยุคดิจิทัล สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้นำหญิงในปัจจุบันไม่เพียงแค่มีความสามารถในการบริหารจัดการ แต่ยังสามารถนำพาความเปลี่ยนแปลงมาสู่สังคมและสร้างความยั่งยืนได้ โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศและการพัฒนาสังคมอย่างครอบคลุม

แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาวะผู้นำหญิงก้าวหน้าในสังคมไทย คือ การเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรม การศึกษา และการยอมรับของสังคมต่อแนวคิดเรื่องความเท่าเทียมทางเพศ เราต้องผลักดันให้มีนโยบายและโครงสร้างที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้นำหญิง ไม่ใช่แค่การให้ที่นั่งในโต๊ะประชุม แต่ต้องสร้างพื้นที่ที่เสียงของผู้หญิงมีความหมายจริงๆ และผู้นำที่แท้จริงไม่ใช่ผู้ที่ยืนอยู่ข้างหน้าเพื่อแสดงตัว แต่คือผู้ที่ยืนเคียงข้างและยกมือให้ทุกคนก้าวไปข้างหน้าไปด้วยกัน

ส่องรันเวย์ ‘Miss Tiffany 2025’ โชว์ Soft Power อัตลักษณ์ไทยสุดอลังการ

ส่องรันเวย์ ‘Miss Tiffany 2025’ โชว์ Soft Power อัตลักษณ์ไทยสุดอลังการ

ส่องรันเวย์ ‘Miss Tiffany 2025’ โชว์ Soft Power อัตลักษณ์ไทยสุดอลังการ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ยิ่งใกล้รอบชิงชนะเลิศยิ่งเข้มข้น สำหรับการประกวด Miss Tiffany’s Universe 2025 ที่ล่าสุดส่งอีกหนึ่งออเดิร์ฟมาเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าแฟน กับการประกวด “รอบชุดอัตลักษณ์ความเป็นไทย Thai Identity Costume Showcase” ปิด Benedict Studio เปิดรันเวย์ให้ 34 สาวงาม ได้โชว์มุมมองความภาคภูมิใจที่มีต่อภูมิปัญญาไทย พร้อมสเต็ปการเดิน การโพสท่า สวยสง่า ออร่ากระจาย ทั้ง 34 ชุดสุดอลังการ

ซันเรย์ ณภัทร พลาสี ในชุด “ไอ้เท่งไอ้ทอง” คว้ารางวัลชนะเลิศ

นอกจากจริตการเดิน ความแพงลักชูของสาวๆ จะเรียกเสียงเชียร์จากแฟนๆ ฟรอนต์โรว์ได้อย่างล้นหลามแล้ว ยังมีเหล่าสาวงามรุ่นพี่ ก็ได้มาสร้างความฮือฮาได้ไม่แพ้กัน ทั้งปีใหม่ศรุดา ปัญญาคำ Miss Tiffany’s Universe ครั้งที่ 25 พร้อม บรูซ คชิสรา ศรีดาโคตร รองอันดับ 1 และ เจสซี่ เจสสิลินน์นาคประสิทธิ์ รองอันดับ 2 มาร่วมเดินฟินาเล่ด้วย โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นอย่าง อ๊าท อารยาอินทรา ที่ปรึกษาด้านแฟชั่นของกองประกวดฯ ผศ.ดร.กิตติกรณ์นพอุดมพันธุ์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว), หมู พลพัฒน์ อัศวะประภา : ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และผู้ก่อตั้ง Asava Group, พญ.ศรีสุดา ศิริเจริญแสงผู้บริหารโรงพยาบาลวรรณสิริ โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทาง, Mimi Tao ทูตลดความเหลื่อมล้ำ Reduced Inequality, TogetherBand (UN), แซมมี่ ศิรภัสสร จำวงศ์ Miss International Queen 2011, ใบหม่อน ปารณีย์ ศิริรัฒนานุกูล Miss Tiffany’s Universe 2015 มาร่วมชี้ชะตาตัดสินผู้คว้ารางวัล “Best of Thai Identity Costume Showcase” ไปครอง

เหล่าคณะกรรมการต่างก็เทคะแนนให้ หมายเลข 27 ซันเรย์ ณภัทร พลาสี ในชุด “ไอ้เท่งไอ้ทอง” ที่ทำออกมาได้เป็นอย่างดี ทั้งจังหวะ สีหน้า ท่าทาง จนคว้ารางวัล “Best of Thai Identity Costume Showcase” ชุด “ไอ้เท่งไอ้ทอง” นี้ได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์จากมรดกวัฒนธรรมของพัทลุง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของผู้เข้าประกวดโดยใช้หนังที่ทำตัวหนังตะลุงมาใช้ในการตัดเย็บ มีการใส่เอกลักษณ์ของตัวละครไอ้เท่งไอ้ทองเข้าไปด้วยใช้สีทองเพื่อสะท้อน ความรุ่งเรืองและ ความวิจิตรของศิลปะพื้นบ้านรวมถึงพุงโตๆ ที่เป็นไอเดียพิชิตใจกรรมการ ผ่านเทคนิคแฟชั่นที่เป็นปัจจุบัน ยกระดับศิลปะดั้งเดิมสู่เวทีระดับโลก และรางวัล “Miss Face Neramit by Wansiri Hospital Face Center” เป็นของหมายเลข 4 เอม ไอรดา เตชานุรักษ์

การประกวดเข้าสู่โค้งสุดท้ายกับ รอบพรีลิมินารี่ในพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. และทะยานสู่มงพร้อมกันในรอบไฟนอลไนท์ วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป โดยสองรอบพิเศษพรีลิมินารี่ และ รอบไฟนอล สามารถรับชมได้ที่โรงละครทิฟฟานี่โชว์พัทยา ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ ผ่านทาง www.Tiffany-Show.co.th/booking

ร่วมติดตามการประกวด “Miss Tiffany’s Universe 2025” และให้กำลังใจ 34 สาวงาม ได้ที่เว็บไซต์ : www.MissTiffany
Universe.org
 เฟซบุ๊ก : Miss Tiffany›s Universe อินสตาแกรม :www.instagram.com/MissTiffanyUniverse

เปิดเคล็ดลับสร้างเมืองสุขภาพดี ‘ยะลาโมเดล’ ในงาน Active City Forum

เปิดเคล็ดลับสร้างเมืองสุขภาพดี ‘ยะลาโมเดล’ ในงาน Active City Forum

เปิดเคล็ดลับสร้างเมืองสุขภาพดี ‘ยะลาโมเดล’ ในงาน Active City Forum

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ

“ยะลา” เป็นพื้นที่พหุสังคม ที่มีความหลากหลายของเชื้อชาติและศาสนา ทั้งยังเป็นพื้นที่ซึ่งเคยเผชิญกับเหตุการณ์ความไม่สงบ ทว่าเมืองยะลาก็สามารถพัฒนาสู่เมืองสุขภาวะ ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งยังตั้งเป้าลดภาวะโลกร้อน ลดอุณหภูมิของเมืองปีละ 2 องศา ภายใต้

ผู้นำที่ชื่อว่า นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญนายกเทศมนตรีนครยะลา หนึ่งในวิทยากรงาน Active City Forum : Activate City for Healthier Life “ขยับเมือง ขยับชีวิต”

ความโดดเด่นของเมืองยะลา ซึ่งสามารถจัดการพื้นที่สีเขียวที่มีถึง 17 ตารางเมตรต่อคน เกินเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่แนะนำให้เมืองควรมีพื้นที่สีเขียวไม่น้อยกว่า 9 ตารางเมตรต่อคน นับเป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาเมืองที่คำนึงถึงสุขภาวะของประชาชน

การเปิดพื้นที่และใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน จัดให้มีสภาประชาชน และลงพื้นที่พบปะประชาชน เพื่อรับฟังปัญหาต่างๆ โดยคำนึงถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้อยู่ร่วมกันได้แม้ในช่วงที่เกิดความไม่สงบ เมื่อเหตุการณ์เริ่มคลี่คลาย ก็ปรับกลยุทธ์เป็นการฟื้นฟูเมืองในหลายด้าน โดยใช้ต้นทุนที่มีอยู่ จากการเป็นเมืองที่มีผังเมืองที่ดี พื้นที่สีเขียว ดินที่อุดมสมบูรณ์ที่ทำให้ผลไม้ยะลามีรสชาติดี รวมถึงต้นทุนทางการศึกษาและวัฒนธรรมจากความเป็นพหุสังคมของทั้งคนไทย คนไทยเชื้อสายจีน และคนไทยมลายูมุสลิม

ออกกำลังกายในพื้นที่สีเขียว

“เรามองเมืองในอนาคตว่าต้องแข่งขันด้วยเรื่องสิ่งแวดล้อม ทุนมนุษย์ และระบบการสื่อสาร เราจึงพัฒนาสมาร์ทซิตี้ ซึ่งยะลาก็อยู่ในลำดับต้นๆ ของประเทศ” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวและเสริมว่าล่าสุดทางเทศบาลนครยะลาได้จัดซื้อที่ดิน 150 ไร่นอกเขตเทศบาล เพื่อชดเชยการเติบโตของเมืองและเพิ่มพื้นที่สีเขียว นอกจากนี้ ยังมีการออกกฎควบคุมความสูงของอาคารที่อยู่ใกล้พื้นที่สาธารณะไม่ให้สูงเกิน 15 เมตรป้องกันปรากฏการณ์เกาะความร้อน (Heat Island) ในย่านกลางเมือง ผลจากการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชากรในเขตเทศบาลเมืองยะลาที่แต่เดิมชอบทำกิจกรรมและออกกำลังกายกลางแจ้งอยู่แล้ว ยิ่งมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

เมื่อถามถึงความคิดเห็นต่องาน Active City Forum นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า เมืองเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทุกอย่างเริ่มต้นที่เมือง ที่ผ่านมารัฐส่วนกลางยังเข้าใจผิดเพราะใช้ส่วนภูมิภาคในการดำเนินการ ฉะนั้นถ้าเมืองมีความเข้มแข็ง มีความเข้าใจ จะทำให้เมืองมีความน่าอยู่มากยิ่งขึ้น เข้าใจว่าหน้าที่ของเมืองต้องเอื้อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี (Well Being) ครอบคลุมทุกมิติของชีวิต

ทั้งนี้ งาน Active City Forum : Activate City for Healthier Lifeได้รับความร่วมมือจาก สสส. we!park และภาคี จัดขึ้นวันที่ 21-23 มีนาคม 2568 ที่ห้าง EMSPHERE ชั้น G จะมีการนำเสนอแนวคิดและตัวอย่างการพัฒนาเมืองจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ โดยนายกฯ เมืองยะลาจะมาร่วมเสวนาในหัวข้อความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในเมือง อันนำไปสู่เมืองสุขภาพดี ในวันที่ 21 มีนาคม 2568 เวลา 13.00-14.30 น.ร่วมกับวิทยากรอีก 4 คน ได้แก่ 1) Dr.Matt Benson จาก Think City International ประเทศมาเลเซีย2) น.ส.อิสริยา เฉลิมศิริ นักวิชาการส่งเสริมการลงทุนระดับชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และ 3) น.ส.จินนา ตันศราวิพุธ จากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ และยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่จะกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างเมืองที่ส่งเสริมสุขภาวะ และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน นับเป็นโอกาสสำคัญ ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเรียนรู้แนวทางการพัฒนาเมืองให้เอื้อต่อสุขภาวะที่ดีของประชาชน สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.ticketmelon.com/thaimice หรือติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/wecreatepark/

ประมงสมุทรสาคร ร่วมกับ ชลิต อินดัสทรีฯ ปล่อยปลา คืนสู่ธรรมชาติ สร้างสมดุลระบบนิเวศ

ประมงสมุทรสาคร ร่วมกับ ชลิต อินดัสทรีฯ ปล่อยปลา คืนสู่ธรรมชาติ สร้างสมดุลระบบนิเวศ

ประมงสมุทรสาคร ร่วมกับ ชลิต อินดัสทรีฯ ปล่อยปลา คืนสู่ธรรมชาติ สร้างสมดุลระบบนิเวศ

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.20 น.

แหล่งน้ำเป็นหัวใจสำคัญของระบบนิเวศที่หล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิต แต่ด้วยผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ มลพิษ และการกระทำของมนุษย์ ทำให้ความสมดุลของระบบนิเวศถูกคุกคาม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางแหล่งน้ำจึงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ฟื้นฟูคุณภาพน้ำ หรือปกป้องระบบนิเวศชายฝั่ง เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่และสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

การปล่อยพันธุ์ปลาคืนสู่ธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งในแนวทางสำคัญในการฟื้นฟูระบบนิเวศและอนุรักษ์ความสมดุลของแหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่เพียงช่วยเพิ่มจำนวนประชากรสัตว์น้ำ แต่ยังส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ทำให้สิ่งมีชีวิตต่างๆ ในห่วงโซ่อาหารสามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคธุรกิจในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติอยู่คู่กับคนรุ่นหลังได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

เพื่อร่วมเสริมสร้างสมดุลคืนสู่ธรรมชาติ  บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” สานต่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม “ชลิต อินดัสทรี รักษ์เล ปล่อยปลา คืนสู่ธรรมชาติ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาคร จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาวกว่า 4,000 ตัว คืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูระบบนิเวศ สร้างสมดุลให้กับธรรมชาติ และส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน
กิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในโครงการ “ชลิต อินดัสทรี รักษ์เล ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ คืนสู่ธรรมชาติ” ปี 3 นี้ได้รับเกียรติจาก นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วย นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด, นายเผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร และ นายสรวิชญ์ แซ่ลิ้ม นายกเทศมนตรีตำบลบางหญ้าแพรก อ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากบริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ได้แก่ นางสาวชัญญา ยงเห็นเจริญ, นางมนัสนันท์-นายอธิวัฒน์ เปรมพุฒิพันธ์ ที่นำทีมพนักงานบริษัท ชลิต อินดัสทรีฯ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจเพื่อสังคมในครั้งนี้

นอกจากนี้ กิจกรรมดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานท้องถิ่น ผู้นำชุมชน เกษตรกร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่หน่วยงานกรมประมงจังหวัดสมุทรสาคร ร่วมแรงร่วมใจในภารกิจเพื่อสังคมและปล่อยพันธุ์ปลากระพงขาวกว่า 4,000 ตัว คืนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อสร้างสมดุลให้กับธรรมชาติและระบบนิเวศทางทะเลให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ณ บริเวณปากอ่าวตำหนักกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร

นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ขอชื่นชมทางบริษัท ชลิต อินดัสทรีฯ ที่มีจิตสาธารณะให้ความร่วมมือกับทางประมงจังหวัดสมุทรสาคร ในการปล่อยพันธุ์ปลากระพงเพื่อไปกําจัดกับหมอคางดำเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของทางประมงจังหวัดสมุทรสาคร ที่ต้องการรักษาระบบนิเวศและช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงปลาพื้นบ้าน ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงาน องค์กรท้องถิ่น บริษัท ชลิต อินดีสทรีฯ และ ผู้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกิจกรรมในครั้งนี้ และขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันขับเคลื่อนต่อไป เพื่อความยั่งยืนของชุมชนและความสมดุลทางธรรมชาติ

นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า กิจกรรม “ชลิต อินดัสทรี รักษ์เล ปล่อยปลา คืนสู่ธรรมชาติ” จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ถือเป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจของบริษัทฯ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูประบบนิเวศสู่ธรรมชาติ ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศทางทะเล และเป็นโอกาสที่ดีที่ทางบริษัทฯได้มีส่วนร่วมกับทางภาครัฐและหน่วยราชการและก็ชุมชนท้องถิ่น บริษัทฯรู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมดีๆ อีกทั้งยังเป็นการรณรงค์ให้พนักงานและประชาชนในพื้นที่เกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลและฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำแนวคิดในการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

เวียตเจ็ทไทยแลนด์เพิ่มเที่ยวบินช่วงสงกรานต์ มอบส่วนลด 30% เส้นทาง ‘ภูเก็ต – กระบี่ – สุราษฎร์ธานี’

เวียตเจ็ทไทยแลนด์เพิ่มเที่ยวบินช่วงสงกรานต์ มอบส่วนลด 30% เส้นทาง 'ภูเก็ต - กระบี่ - สุราษฎร์ธานี'

เวียตเจ็ทไทยแลนด์เพิ่มเที่ยวบินช่วงสงกรานต์ มอบส่วนลด 30% เส้นทาง ‘ภูเก็ต – กระบี่ – สุราษฎร์ธานี’

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.19 น.

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ตอบรับนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่มุ่งส่งเสริมการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ด้วยการเพิ่มเที่ยวบินและมอบโปรโมชั่นพิเศษ ส่วนลดค่าบัตรโดยสาร 30% จากอัตราค่าโดยสารสูงสุด (ไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม) เฉพาะสำรองเที่ยวบินพิเศษ ให้บริการเพิ่มเติมระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2568 สำหรับเส้นทางจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ ภูเก็ต กระบี่ และสุราษฎร์ธานี การส่งเสริมนี้ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนา พบปะครอบครัว หรือท่องเที่ยวภายในประเทศได้อย่างคุ้มค่าในช่วงเทศกาลสำคัญ

ผู้โดยสารสามารถสำรองบัตรโดยสารพร้อมส่วนลด 30% จากอัตราค่าโดยสารสูงสุด (ไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียม) สำหรับเดินทางบนเส้นทางบินภายในประเทศของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ จาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ ภูเก็ต กระบี่ และสุราษฎร์ธานี โดยสามารถสำรองบัตรโดยสารได้ระหว่างวันที่ 11 – 20 มีนาคม 2568 และใช้สำหรับเดินทางเฉพาะเที่ยวบินเพิ่มเติมพิเศษในช่วงวันที่ 11 – 17 เมษายน 2568 ผ่านเว็บไซต์ http://www.vietjetair.com หรือแอปพลิเคชัน ‘Vietjet Thailand’ ส่วนลดนี้ใช้ได้กับค่าโดยสารเท่านั้น ไม่รวมภาษี ค่าธรรมเนียม และค่าบริการเสริม โดยที่นั่งมีจำนวนจำกัดในแต่ละเที่ยวบิน

ในการนี้ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและสมาคมสายการบินไทยในการเพิ่มเที่ยวบินบนเส้นทางหลักภายในประเทศในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางในราคาคุ้มค่า โดยระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2568  เที่ยวบินของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ระหว่าง กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) และ ภูเก็ตจะเพิ่มจาก 9 เป็น 10 เที่ยวบินต่อวัน เที่ยวบินระหว่างสุราษฎร์ธานีจะเพิ่มจาก 2 เป็น 3 เที่ยวบินต่อวัน และเที่ยวบินระหว่างกระบี่จะเพิ่มจาก 3 เป็น 4 เที่ยวบินต่อวัน 

เวียตเจ็ทไทยแลนด์คว้ารางวัล “สายการบินโลว์คอสที่ดีที่สุดในไทยแห่งปี 2567” จากนิตยสารโกลบอลแบรนด์ สหราชอาณาจักร และรางวัล “สายการบินที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นมิตรมากที่สุดแห่งปี 2567” จากนิตยสาร International Finance เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยึดมั่นในค่านิยมหลัก คือ ‘ความสนุกสนานและเป็นมิตร’ ควบคู่กับ ‘ความปลอดภัย’ ‘ความตรงต่อเวลา’ และ ‘ราคาที่เข้าถึงได้’

เวียตเจ็ทไทยแลนด์ให้บริการครอบคลุม 11 เส้นทางบินภายในประเทศ ได้แก่ เส้นทางบินจาก กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี หาดใหญ่ ขอนแก่น อุบลราชธานี และสุราษฎร์ธานี รวมถึงเที่ยวบินข้ามภูมิภาค จาก ภูเก็ต สู่ เชียงใหม่ และเชียงราย พร้อมกันนี้ สายการบินฯ ได้ขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศสู่หลากหลายจุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เชื่อมต่อประเทศไทยกับเวียดนาม จีน ญี่ปุ่น อินเดีย กัมพูชา ไทเป และอีกหลายจุดหมายปลายทางทั่วทั้งภูมิภาค

-(016)

เซ็นทาราผนึกกำลังแลนด์โรเวอร์ จัดทริปแรลลี่ พร้อมพักผ่อนหรูท่ามกลางธรรมชาติสวย ณ โรงแรมรุกข์ คีรี เขาใหญ่ เดอะ เซ็นทารา คอลเลคชั่น

เซ็นทาราผนึกกำลังแลนด์โรเวอร์ จัดทริปแรลลี่ พร้อมพักผ่อนหรูท่ามกลางธรรมชาติสวย ณ โรงแรมรุกข์ คีรี เขาใหญ่ เดอะ เซ็นทารา คอลเลคชั่น

เซ็นทาราผนึกกำลังแลนด์โรเวอร์ จัดทริปแรลลี่ พร้อมพักผ่อนหรูท่ามกลางธรรมชาติสวย ณ โรงแรมรุกข์ คีรี เขาใหญ่ เดอะ เซ็นทารา คอลเลคชั่น

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.17 น.

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา จับมือ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์แลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ร่วมมอบประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟเหนือระดับ จัดทริปแรลลี่ “CentaraThe1 x Defender Exclusive Off-Road Retreat” ผสานการบริการมาตรฐานระดับสากลของ เซ็นทาราเข้ากับรถยนต์ระดับตำนานของแลนด์โรเวอร์ เพื่อเสริมสร้างเรื่องราวใหม่ๆ ที่พิเศษกว่า คืนกลับไปให้แก่ลูกค้าวีไอพีของทั้งสองแบรนด์

สำหรับโปรเจ็คแรกที่ใช้ในการเปิดตัวความร่วมมือในครั้งนี้ เซ็นทาราและแลนด์โรเวอร์ร่วมกันจัดทริป 3 วัน 2 คืน พาสมาชิกวีไอพีของ CentaraThe1 และลูกค้าวีไอพีของแลนด์โรเวอร์ ไปสัมผัสความทรงจำอันล้ำค่าที่เขาใหญ่ ทั้งการขับขี่ออฟโรดแบบเหนือชั้นไปกับรถ Defender พร้อมการพักผ่อนสุดหรูที่โรงแรมรุกข์ คีรี เขาใหญ่ เดอะ เซ็นทารา คอลเลคชั่น ที่พักสไตล์พูลวิลลาแบบส่วนตัวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโรงนาแบบคันทรี เน้นความเรียบง่าย อบอุ่น แต่เปี่ยมด้วยศิลปะแห่งงานออกแบบ โดยวิลลาแต่ละหลังมาพร้อมอ่างอาบน้ำกลางแจ้งหรือสระว่ายน้ำส่วนตัว โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์อันเขียวชอุ่มของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นอกจากนั้น เซ็นทารายังจัดกิจกรรมสุดพิเศษเพิ่มอีกมากมาย อาทิ การจับคู่ไวน์กับมื้ออาหารค่ำแบบ Wine Pairing, ปิกนิกชมวิวบนเขา, จิบน้ำชายามบ่ายสไตล์คันทรี และการเก็บผักออร์แกนิคจากฟาร์ม 

ในทริปนี้ เซ็นทาราและแลนด์โรเวอร์ยังได้เชิญอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังผู้ชื่นชอบรถและหลงใหลในธรรมชาติทั้งคุณเรย์ แมคโดนัลด์ และคุณเอก-จิรัฎฐ์ บูรพาพัฒนะกูล มาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษไปกับขบวน  แรลลี่รถ Defender ทั้ง 16 คัน ด้วยเช่นกัน 

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จับมือแลนด์โรเวอร์ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ร่วมกัน นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่เราได้มอบประสบการณ์อันน่าประทับใจในรูปแบบใหม่ๆ ให้แก่สมาชิก CentaraThe1 ของเรา ซึ่งผมเชื่อว่า เขาใหญ่เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่เหมาะที่สุดสำหรับการมอบความทรงจำที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของทั้ง 2 แบรนด์ ทั้งด้วยเส้นทางที่เหมาะแก่การขับขี่แบบออฟโรด และภูมิทัศน์อันสวยงามของโรงแรมรุกข์ คีรี เขาใหญ่ เดอะ เซ็นทารา คอลเลคชั่น” ทอม ธรัสเซล รองประธานฝ่ายแบรนด์ การตลาดและดิจิตอล โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าว “เราตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกับทีมแลนด์โรเวอร์ในการมองหาโอกาสเพื่อนำเสนอกิจกรรมพิเศษใหม่ๆ ให้กับลูกค้าของเราต่อไปในอนาคต”   

“Defender คือที่สุดแห่งยนตรกรรมออฟโรด ที่ผสานความหรูหราเข้ากับสมรรถนะที่เหนือชั้น สามารถบุกตะลุยได้ในทุกสภาพเส้นทาง ด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนสี่ล้ออันล้ำสมัย ทำให้รถรุ่นนี้สร้างนิยามใหม่ของการผจญภัย” ชาญชัย มหันตคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “การจัดทริปร่วมกับเซ็นทาราในครั้งนี้ เปิดโอกาสให้เราได้นำเสนอสมรรถนะอันเป็นตำนานของ Defender ให้แก่ลูกค้าของเรา เราตื่นเต้นที่ได้ร่วมรังสรรค์ประสบการณ์การเดินทางสุดพิเศษ ที่ผสานการผจญภัยเข้ากับความพิถีพิถันที่โรงแรมรุกข์ คีรี เขาใหญ่ เดอะ เซ็นทารา คอลเลคชั่น อย่างลงตัว” 

ทริปแรลลี่ “CentaraThe1 x Defender Exclusive Off-Road Retreat” นับเป็นกิจกรรมแรกของความร่วมมือระหว่างเซ็นทาราและแลนด์โรเวอร์ ซึ่งเซ็นทารามุ่งมั่นที่จะนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่สมาชิก CentaraThe1 อยู่เสมอๆ เพื่อตอบแทนลูกค้าและยกระดับความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า

-(016)