ปรากฏการณ์ใหม่ จากสนามแข่ง Formula 1 สู่ ‘ชุดตัวต่อ’ LEGO

ปรากฏการณ์ใหม่ จากสนามแข่ง Formula 1 สู่ 'ชุดตัวต่อ' LEGO

ปรากฏการณ์ใหม่ จากสนามแข่ง Formula 1 สู่ ‘ชุดตัวต่อ’ LEGO

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.13 น.

ปรากฏการณ์ใหม่ จาก “สนามแข่ง Formula 1” สู่ “ชุดตัวต่อ” LEGO® จับมือ F1® เสิร์ฟคอลเลคชั่นสุดพิเศษ ที่แฟนพันธุ์แท้เลโก้และ F1® ต้องไม่พลาด!

LEGO Group และ Formula 1® ผนึกกำลังเชื่อมต่อโลกของ LEGO® เข้ากับโลกแห่งความเร็ว Formula 1® อย่างเต็มรูปแบบผ่านชุดตัวต่อสุดล้ำ เพื่อพาแฟน ๆ รุ่นจิ๋วและครอบครัวทั่วโลกไปสัมผัสประสบการณ์การแข่งรถที่ตื่นเต้นเร้าใจอย่างสมจริง พร้อมเปิดตัว LEGO® F1® คอลเลคชั่นใหม่ในปี 2025 ควบคู่กับการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี ของการแข่งขัน FIA Formula 1® World Championship อันยิ่งใหญ่ในปีนี้อีกด้วย

จากตัวต่อ LEGO® ที่สร้างพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทุกวัยทั่วโลก ล่าสุดร่วมมือกับ Formula 1®  ส่งคอลเลคชั่น LEGO® F1® ให้ทุกคนที่ชื่นชอบความเร็วเป็นชีวิตจิตใจ สามารถปลดปล่อยจินตนาการในแบบของตัวเอง ผ่านการใช้ตัวต่อ LEGO ทีละชิ้น พร้อมทั้งเรียนรู้ถึงนวัตกรรม เทคโนโลยี และวิศวกรรม รวมถึงกลไกอันซับซ้อนที่อยู่เบื้องหลังมอเตอร์สปอร์ต อย่าง F1 ® เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใกล้และสนุกไปกับการสร้างโมเมนต์จากสนามแข่ง พิทเลน อู่รถ ไปจนถึงรถแข่งทีมโปรด และรถไอคอนในตำนาน มอบความรู้สึกเหมือนเป็นนักแข่งตัวจริง

สองทีมรถแข่ง F1® สุดยอดแห่งวงการความเร็วและการสร้างสรรค์ชุดตัวต่อไฮไลท์สุดร้อนแรงกับ 2 รถแข่งตัวท็อป ที่ไม่เพียงแค่สัมผัสประสบการณ์ความเร็วระดับโลกอย่างใกล้ชิด แต่ยังทำให้นักสะสมใจเต้นแรงเมื่อได้ครอบครองอีกด้วย

• LEGO® Technic™ 42207 Ferrari SF-24 F1® Car: ชุดตัวต่อสุดพรีเมียม 1,361 ชิ้น พิถีพิถันในการออกแบบที่เทียบเท่ารถต้นแบบ โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Ferrari พร้อมโครงสร้างที่สมจริงอย่างน่าทึ่ง เก็บครบทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นระบบแอโรไดนามิกอย่าง DRS ลดแรงต้านที่ปีกหลัง หรือยางสลิคสกรีนแบรนด์ Pirelli ให้คุณสัมผัสความตื่นเต้นราวกับอยู่ในสนามแข่ง

• LEGO® Technic™ 42206 Oracle Red Bull Racing RB20 F1® Car: ถ่ายทอดเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของ Red Bull Racing กับตัวต่อ 1,639 ชิ้น ด้วยสเกล 1:8 พร้อมรายละเอียดเครื่องยนต์ 1,600 cc V6 และเกียร์ 2 สปีดที่ทำให้เห็นกลไกของรถแข่งที่เร็วที่สุดในสนาม ถูกใจทั้งนักสะสมและแฟน F1® จนอดใจไม่ไหว

LEGO® Speed Champions คอลเลคชั่นรถแข่ง F1® ที่แฟนๆ ชาวไทยห้ามพลาด

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์กับคอลเลคชั่นสุดพิเศษ ที่เสิร์ฟครบทุกความเร็วและความแรง กับ LEGO® Speed Champions ในรูปแบบชุดตัวต่อที่น่าสะสมและไม่เคยมีมาก่อน จัดเต็มครบทั้ง 10 ทีม อาทิ

• LEGO Speed Champions Ferrari SF-24 F1® Race Car – เสริมความแรงด้วยสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Ferrari พร้อมดีไซน์ที่สะกดทุกสายตา 

• LEGO Speed Champions Oracle Red Bull Racing RB20 F1® Race Car – เจ้าแห่งความเร็วและนวัตกรรม ที่ครองใจแฟนชาวไทยจำนวนมาก 

• LEGO Speed Champions Mercedes-AMG PETRONAS W15 F1® Race Car สะท้อนความเป็นแชมป์โลกด้วยดีไซน์ที่ดุดันและสมจริง 

• LEGO Speed Champions McLaren MCL38 F1® Team Race Car – สีส้มสะกดทุกสายตา สะท้อนเอกลักษณ์ของ McLaren ที่โดดเด่นบนทุกสนามแข่ง 

นอกจากนี้ยังมีทีม Aston Martin Aramco, Visa Cash App VCARB 01, KICK Sauber, BWT Alpine, Williams Racing และ MoneyGram Haas มาให้เลือกสะสมรถแข่งของทีมโปรดในดวงใจ หรือเก็บให้ครบทั้งคอลเลคชั่น อัดฉีดความฟินแบบเต็มที่ 

ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่โมเดลที่เอาใจสายรถแข่ง แต่ LEGO®  ยังเสกสรรคอลเลคชั่นพิเศษที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น LEGO®  DUPLO®   ปลูกฝังความหลงใหลความเร็วด้วยชุดตัวต่อสุดน่ารักสำหรับเด็กเล็ก ที่มาพร้อมจุดปล่อยตัว โพเดียม รถแข่ง 2 คันและนักแข่งตัวจิ๋ว 2 คน  LEGO® City F1® Collection  ชุดตัวต่อสุดพิเศษที่จะเนรมิตห้องนอนของเด็ก ๆ ให้กลายเป็นสนามแข่งระดับโลก และ LEGO® F1® Collectible Race Cars รถแข่งของนักซิ่งวัยจิ๋ว ที่จะวางจำหน่ายในเดือนพฤษภาคมนี้

ทั้งนี้ แฟนๆ LEGO®  และ F1® ที่สนใจ สามารถเลือกซื้อคอลเลคชั่น LEGO® F1®  ได้ที่ https://www.bricksthailand.com/f1 และ LEGO Certified Stores ทั้ง 5 สาขา สยามพารากอน, เมกะบางนา, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัลเวิลด์ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.facebook.com/BricksThailand 

-(016)

สายกินห้ามพลาด! ‘IMPACT X เชลล์ชวนชิม3’ รวมร้านเด็ดทั่วทุกภูมิภาคเสิร์ฟความอร่อยรับซัมเมอร์

สายกินห้ามพลาด! 'IMPACT X เชลล์ชวนชิม3' รวมร้านเด็ดทั่วทุกภูมิภาคเสิร์ฟความอร่อยรับซัมเมอร์

สายกินห้ามพลาด! ‘IMPACT X เชลล์ชวนชิม3’ รวมร้านเด็ดทั่วทุกภูมิภาคเสิร์ฟความอร่อยรับซัมเมอร์

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.08 น.

IMPACT X เชลล์ชวนชิม3 รวมร้านเด็ดทั่วทุกภูมิภาค จัดเต็ม10 วัน เริ่มวันที่ 28 มี.ค.-6 เม.ย.68 ณ ลานหน้าอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี
 
สายกิน สายชิลล์ห้ามพลาด บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ร่วมกับ เชลล์ชวนชิม สัญลักษณ์แห่งความอร่อยที่อยู่คู่คนไทยยาวนาน เตรียมจัดมหกรรมอาหารสุดยิ่งใหญ่ “IMPACT X เชลล์ชวนชิม 3” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เสิร์ฟความอร่อย ปล่อยความสนุก สุขรับซัมเมอร์” ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม -6 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา 15.00-24.00 น. ณ ลานหน้าอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี 

สำหรับไฮไลต์เด็ดงานนี้ คือ งานเดียวที่รวบรวมร้านอาหารคาว อาหารหวาน ที่ได้รับการันตี เชลล์ชวนชิม จากทั่วทุกภูมิภาค มาเสิร์ฟความอร่อยแบบจัดเต็มกลางลานหน้าอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี อาทิ ร้านคั่วไก่ไอ้เครา เจ้าของรางวัล The Spoon 2 ช้อนทองคำ ก๋วยจั๊บยืนพื้น ก๋วยจั๊บเส้นหนึบ น้ำซุปเข้มข้น เส้นหมี่ไก่ฉีก EMILY’S กลมกล่อมครบรส สูตรเด็ดจากคุณย่า วรรัตน์ ซาลาเปาเบตง พ.ศ. 2517 สูตรลับของครอบครัว แป้งนุ่ม เอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน รสนวล บรรทัดทอง ร้านขนมดังแห่งบรรทัดทอง  จิตสดชื่น กะเพรากายละเอียด ผัดกะเพราอันดับ 2 ของโลก จากเชฟแบงค์ ปภากร ผู้พิชิตเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย (Iron Chef Thailand) ขนมจีนภูเก็จ บ้านอาม่า ขนมจีนสุดเข้มข้น เป็นต้น และยังมีร้านอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้ถือเป็นร้านอร่อยแท้ที่คนไทยการันตี ตามความอร่อยได้ในวันที่ 28 มีนาคม -6 เมษายน 2568 ณ ลานหน้าอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

-(016)

‘กรุงเทพประกันภัย’ ประชุมตัวแทนและนายหน้าบุคคล ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด Unlocking Excellence

‘กรุงเทพประกันภัย’ ประชุมตัวแทนและนายหน้าบุคคล ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด Unlocking Excellence

‘กรุงเทพประกันภัย’ ประชุมตัวแทนและนายหน้าบุคคล ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด Unlocking Excellence

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.47 น.

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัดประชุมตัวแทนและนายหน้าบุคคล ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “Unlocking Excellence” ปลดล็อกความสำเร็จสู่ความเป็นเลิศในทุกๆ ด้าน โดยรวมสุดยอดตัวแทนและนายหน้าบุคคลจากทั่วประเทศเพื่อให้ทิศทางการทำงาน เป้าหมาย และแผนส่งเสริมการขายของปี 2568 เตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ และมุ่งสู่เป้าหมายในการสร้างความเป็นเลิศและก้าวไปสู่ความสำเร็จไปพร้อมกัน พร้อมมอบรางวัลตัวแทนและนายหน้าบุคคลดีเด่น ประจำปี 2567 และยังได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อแทนคำขอบคุณที่ให้การสนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีตลอดมา

โดยในภาคบ่าย ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหารได้ร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “2025 จะอยู่กับความวุ่นวายในโลกที่สับสนกันอย่างไร” เพื่อให้ตัวแทนและนายหน้าบุคคลได้ทราบถึงสถานการณ์ของเศรษฐกิจทั่วโลก และการวิเคราะห์เศรษฐกิจไทยจะเป็นไปในทิศทางใด  ท่ามกลางความท้าทายของโลกที่มีความผันผวน ความไม่แน่นอน ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดเวลา เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานรองรับความท้าทายและโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  นอกจากนี้ ปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่ จักรกริช  ชีวนันทพรชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ และคณะผู้บริหารยังได้ร่วมให้นโยบาย ทิศทางการดำเนินงานของบริษัทฯ และเป้าหมายของปี 2568 รวมถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยและโครงการส่งเสริมการขายที่น่าสนใจ เพื่อนำไปกำหนดกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน มุ่งสู่ความเป็นเลิศที่โดดเด่นในทุกๆ ด้าน สอดรับกับแนวคิด Unlocking Excellence

จากนั้นในช่วงค่ำ บริษัทฯ ได้จัดงานเลี้ยงขอบคุณและมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้แก่ตัวแทนและนายหน้าบุคคล โดย ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร มอบรางวัลให้แก่ตัวแทนและนายหน้าบุคคลที่มีผลงานยอดเยี่ยมในแต่ละประเภท ประจำปี 2567 จำนวน 13 รางวัล โอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก ชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของบริษัทฯ ร่วมแสดงความยินดีท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง ภายในงานยังมีกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย ปิดท้ายด้วยการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากโต๋ ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร มาร่วมส่งมอบความสุขและความประทับใจในค่ำคืนสุดพิเศษ ณ โรงแรม Avani+ Riverside Bangkok Hotel กรุงเทพฯ

-(016)

OL Atelier เปิดบ้านต้อนรับทีม PIA สู่โลก Haute Living พร้อมสัมผัสเฟอร์นิเจอร์อิตาเลียนดีไซน์เหนือระดับ

OL Atelier เปิดบ้านต้อนรับทีม PIA สู่โลก Haute Living พร้อมสัมผัสเฟอร์นิเจอร์อิตาเลียนดีไซน์เหนือระดับ

OL Atelier เปิดบ้านต้อนรับทีม PIA สู่โลก Haute Living พร้อมสัมผัสเฟอร์นิเจอร์อิตาเลียนดีไซน์เหนือระดับ

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.56 น.

OL Atelier แกลเลอรีเฟอร์นิเจอร์อิตาเลียนดีไซน์ชั้นนำ เปิดบ้านต้อนรับทีมดีไซเนอร์จาก PIA Interior อย่างอบอุ่น ในงาน Exclusive Open House ภายใต้แนวคิด “Haute Living (โอต์ลีฟวิ่ง)” การันตีความพิเศษด้วยคอนเซ็ปต์ที่เป็นมากกว่ารูปแบบการใช้ชีวิต แต่คือศิลปะแห่งการใช้ชีวิตที่เปี่ยมด้วยความหมาย โดยมี สุธนา โมกขะเวส, วชิรพงศ์ อรรถยุกติ, ภฤศธร สกุลไทย และทีมดีไซเนอร์จาก PIA Interior เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

การเป็น Curator ที่แท้จริงคือหัวใจของ “OL Atelier” คุณสายรุ้ง ภวานุรักษ์ CEO กล่าว “เราไม่ได้เป็นเพียงแค่แกลเลอรีเฟอร์นิเจอร์ แต่เราคือผู้คัดสรรและสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับลูกค้าแต่ละท่าน ทุกชิ้นที่เราเลือกมานั้นผ่านการเลือกสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้สะท้อนตัวตนของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

OL Atelier นำโดย 3 ผู้บริหารหญิงมากความสามารถ คุณสายรุ้ง ภวานุรักษ์ (CEO), คุณอัจจิมา รุ่งโรจน์ธนทวี (Sales Director) และ คุณสรญา วิโรจน์เมฆาวณิชย์ (Executive Director) พร้อมทำหน้าที่เป็น Curator ผู้เชี่ยวชาญในการคัดเลือกเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์จากนักออกแบบและช่างฝีมือชั้นเลิศจากอิตาลีและทั่วยุโรป เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยที่สะท้อนรสนิยมและไลฟ์สไตล์เฉพาะตัวของลูกค้าแต่ละท่าน

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยกิจกรรมที่ถูกสร้างสรรค์มาอย่างพิเศษ เริ่มต้นด้วย Design Dialogue ที่ได้รับเกียรติจาก Design Director ทั้ง 3 ท่าน (สุธนา โมกขะเวส, วชิรพงศ์ อรรถยุกติ, ภฤศธร สกุลไทย) จาก PIA Interior และผู้ร่วมงานได้พูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการออกแบบ การทำงาน พร้อมแบ่งปันแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยที่สะท้อนตัวตนอย่างแท้จริง  และยังมีช่วงเวลา Q&A ให้ได้พูดคุยอย่างเป็นกันเองเกี่ยวกับประวัติและเอกลักษณ์ของแบรนด์ระดับตำนานอย่าง MERIDIANI และ TUMIDEI

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังได้สัมผัสประสบการณ์ Curated Foods & Drinks ที่ผสานรสชาติความเป็นไทย และการนำเสนอในสไตล์อิตาลีได้อย่างลงตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยมนต์เสน่ห์ของเพลงอิตาโลดิสโก้ (Italo disco) ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะอีกด้วย

MERIDIANI – my home is ME: เมื่อบ้านเป็นส่วนหนึ่งของตัวคุณ

OL Atelier เผยแคมเปญล่าสุดจาก MERIDIANI ภายใต้แนวคิด “my home is ME” ที่สะท้อนความเชื่อที่ว่าบ้านคือมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่คือพื้นที่ที่สะท้อนตัวตน ความทรงจำ และสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล

MERIDIANI นำเสนอเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยเสน่ห์อันลึกซึ้ง พร้อมให้คุณเลือกสรรวัสดุ สี และขนาด เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่ที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณ ด้วย Italian Craftsmanship อันประณีตทำให้ทุกชิ้นงานเป็นมากกว่าของตกแต่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมุมพักผ่อน หรือพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจในชีวิตประจำวัน

TUMIDEI – ดีไซน์ที่เติบโตไปพร้อมกับคุณ

หนึ่งในแบรนด์ที่สะท้อนแนวคิด “Haute Living(โอต์ลีฟวิ่ง)” ได้อย่างชัดเจนคือ TUMIDEI ซึ่งเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์จากอิตาลีที่โดดเด่นด้าน System Furniture หรือเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ โดย TUMIDEI เชื่อมั่นในแนวคิด “Possibilities in Your Lifestyle” ที่ให้ลูกค้าสามารถออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยของตัวเองได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกวัสดุ ขนาด หรือรูปแบบการใช้งาน เพื่อสร้างสรรค์บรรยากาศที่ตอบโจทย์ทุกช่วงเวลาของชีวิต

การเปิดบ้านครั้งนี้ของ OL Atelier ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเชื่อมโยงศิลปะการออกแบบเข้ากับวิถีชีวิต เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่อยู่อาศัยที่สะท้อนรสนิยมและตัวตนที่แท้จริงของคุณ

OL Atelier คือ Curator ผู้เชี่ยวชาญด้านการคัดสรรเฟอร์นิเจอร์อิตาเลียนดีไซน์ระดับพรีเมียม ที่พร้อมสร้างสรรค์ประสบการณ์ Haute Living (โอต์ลีฟวิ่ง) การใช้ชีวิตแบบพิถีพิถัน ผ่านดีไซน์ ศิลปะ เสียงเพลง และรสชาติอาหาร ด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในไลฟ์สไตล์และการออกแบบให้กับลูกค้า  เราคัดเลือกเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์การใช้งาน พร้อมสะท้อนรสนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้เป็นเจ้าของ

สามารถเข้าเยี่ยมชมแกลเลอรี่ที่ สุขุมวิท 39 เปิดทำการทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10:00-18:00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11:00-19:00 น.  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 096-880-9898, 02-096-5589  Website: http://www.olivia-living.com  Line OA: @olivialiving, Facebook: OL ATELIER และ Instagram: ol_atelier

-(016)

4 งานวิจัยรางวัล TTF AWARD ปี 66-67 ยกระดับคุณภาพชีวิต-พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย

4 งานวิจัยรางวัล TTF AWARD ปี 66-67 ยกระดับคุณภาพชีวิต-พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย

4 งานวิจัยรางวัล TTF AWARD ปี 66-67 ยกระดับคุณภาพชีวิต-พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.49 น.

ภาวะโลกเดือด การกลับมาของโลกสองขั้ว (สหรัฐฯ – จีน) เศรษฐกิจสุดป่วน วิถีใหม่แห่งสังคม ปัญญาประดิษฐ์-การปฏิวัติสู่อนาคต และ การบริหารความรับผิดชอบสู่ความยั่งยืน คือ 6 สถานการณ์และแนวโน้มสำคัญของประเทศไทยและของโลก ที่ปรากฏอยู่ใน “รายงานสถานการณ์วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ปี 2566-2567” ซึ่งจัดทำโดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

แน่นอนว่า 6 สถานการณ์และแนวโน้มสำคัญนี้ มีผลต่อการให้น้ำหนักหรือกำหนดจุดเน้นในการจัดทำนโยบาย การพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงวิชาการ การคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และงานวิจัย อันเป็นรากฐานในการแก้ไขปัญหาด้วยข้อมูลข้อเท็จจริงอย่างเป็นวิทยาศาสตร์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และ มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย เห็นพ้องร่วมกันถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาบนฐานของงานวิชาการ จึงประสานความร่วมมือในการพัฒนาองค์ความรู้ตอบโจทย์ประเทศ ผ่านการมอบ รางวัลผลงานวิชาการดีเด่น TTF AWARD สนับสนุนนักวิชาการไทยให้สร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ที่เท่าทันความเปลี่ยนแปลง และเอื้อประโยชน์ทางภูมิปัญญาแก่สังคมไทยให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยดำเนินการติดต่อกันมาเป็นปีที่ 30

ล่าสุดในปี 2566-2567 มีงานวิจัยทรงคุณค่าที่น่าสนใจ 4 เรื่อง ที่สอดรับกับสถานการณ์และแนวโน้มของประเทศไทยและของโลก และสามารถคว้ารางวัล ผลงานวิชาการดีเด่น TTF AWARD ประจำปี 2566-2567 จากผลงานส่งเข้ารับการพิจารณาทั้งหมด 62 ผลงาน

เสริมพลังชุมชนกับการพัฒนาที่ยั่งยืน

เริ่มจากรางวัลผลงานทางวิชาการดีเด่นด้านสังคมศาสตร์ ผลงานชื่อ “การเสริมพลังชุมชนกับการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดย ศ.ดร.สมศักดิ์ สามัคคีธรรม คณะพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์การบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ซึ่งอภิปรายเกี่ยวกับแนวคิด “การพัฒนาที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน” ในประเด็นว่าด้วย “การเสริมพลังชุมชนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยเนื้อหาสำคัญประกอบด้วยข้อถกเถียงเกี่ยวกับชุมชน ชุมชนนิยมกับปัจเจกชนนิยม การจัดการทรัพยากรร่วม การเสริมพลังชุมชน และ ชุมชนเข้มแข็ง รวมทั้งการศึกษาในประเด็นการพัฒนาที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ในกรณีของการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน การจัดการป่าชุมชน องค์กรการเงินชุมชน บ้านมั่นคง การจัดสวัสดิการชุมชน การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน และการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ข้ออภิปรายในงานวิจัยเล่มนี้ เรียกได้ว่าเป็นรากฐานในการจัดการกับปัญหา สถานการณ์ และความท้าทายในมิติต่างๆ ของประเทศไทยได้ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากภาวะโลกเดือด ผลพวงจากวิกฤตเศรษฐกิจ การพัฒนาที่ยั่งยืน ฯลฯ โดย ศ.ดร.โกวิท พวงงาม อดีตคณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตนายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช และอดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ ระบุว่า ข้อดีของงานวิจัยชิ้นนี้คือก่อให้เกิดข้อถกเถียง ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงชุมชนในประเภทและมิติต่างๆ ซึ่งผู้เขียนไม่ได้ชี้นำหรือบอกว่าอะไรผิดอะไรถูก หรือการพูดถึงความคิดในกระแสหลัก คือการพัฒนาที่มุ่งไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือตัวเลขจีดีพี เทียบเคียงกับกระแสทางเลือกหรือกระแสสมัยใหม่ คือการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือสิ่งที่ตรงกันข้าม รวมไปถึงข้อเสนอที่น่าสนใจท้าทายและกรณีศึกษาคือการใช้ชุมชนเป็นฐาน การเสริมสร้างพลังชุมชน การจัดตั้งภาคีสาธารณะที่ควรร่วมมือกัน ฯลฯ ทั้งหมดนี้นำไปสู่การเกิดข้อวิพากษ์ของผู้อ่าน

“นักวิชาการที่ดีคือผู้ที่นำเสนองานวิชาการออกมาให้ผู้อ่านตัดสินหรือเลือกใช้ อาจารย์ได้ให้ข้อคิดรายเคส และให้ทางเลือกเพื่อให้นักวิชาการได้คิดต่อ ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องสำคัญในสายสังคมศาสตร์” ศ.ดร.โกวิท กล่าว

สืบสรรค์วรรณคดีไทยในบริบทสังคมไทยร่วมสมัย

ถัดมาคือรางวัลผลงานทางวิชาการดีเด่นด้านมนุษยศาสตร์ ผลงานชื่อ “สืบสรรค์วรรณคดีไทยในบริบทสังคมไทยร่วมสมัย” โดย รศ.ดร.นิตยา แก้วคัลณา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นฐานความรู้สำคัญเกี่ยวกับการสืบสรรค์วรรณคดีไทย ซึ่งปรากฏทั้งการสืบทอด การสร้างใหม่ และการนำมาปรับใช้ในบริบทสังคมวัฒนธรรมร่วมสมัย ซึ่งในบริบทของโลกาภิวัตน์ส่งผลหรือก่อให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ของสังคมไทย และปรากฏการณ์พลวัตของวรรณคดีไทยในบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลง ดังปรากฏการนำ “วรรณคดีไทย” มาผลิตซ้ำ แปรรูปใหม่ หรือผลิตขึ้นใหม่ในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะในสื่อใหม่และสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เห็นมิติของการสืบสรรค์วรรณคดีไทยซึ่งเป็นมรดกวัฒนธรรรมของชาติและเป็นทุนทางวัฒนธรรมนี้ว่า ได้มีการปรับเปลี่ยนนำมาประยุกต์ใช้ในบริบทใหม่ๆ อย่างเป็นพลวัตไม่มีที่สิ้นสุด และไม่สูญหายไปจากสังคมวัฒนธรรมของไทย

สามารถพูดได้ว่าการศึกษาของ รศ.ดร.นิตยา มีความเชื่อมโยงกับบริบทวิถีใหม่แห่งสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สำหรับงานวิจัยชิ้นนี้ รศ.ดร.ธัญญา สังขพันธานนท์ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ปี 2559 เจ้าของรางวัลซีไรต์ ปี 2530 และอาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ระบุว่า ความโดดเด่นของหนังสือเล่มนี้คือผู้เขียนได้คำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศสังคมวิทยาวรรณกรรม มีการสร้างองค์ความรู้ใหม่ และมีความครอบคลุมในสารบบของการสืบสรรค์ สะท้อนถึงความอุตสาหะวิริยะของผู้เขียน มีตัวอย่างที่สด ทันสมัย หากมองในมิติของการเขียนตำราพบว่าครู-อาจารย์สามารถนำไปใช้สอนหนังสือได้ทันที และยังช่วยกระตุ้นให้เกิดข้อถกเถียง แรงบันดาลใจ และการต่อยอดงานวิชาการในประเด็นนี้ในหลากหลายต่อไปในอนาคต

“หนังสือเล่มนี้ นับเป็นหนังสือเล่มแรกที่มีการพูดเรื่องงานสืบสรรค์อย่างเป็นทางการ ผมเชื่อว่างานชิ้นนี้จะมีคุณค่า มีคุณูปการ ในวงวรรณคดีศึกษา ผมเป็นนักเขียนแล้วรู้สึกตื่นตาตื่นใจและตื่นเต้นมาก นักเขียนรุ่นใหม่-คนหนุ่มสาวที่เขียนอยู่ในออนไลน์ ซึ่งเป็นโลกวรรณกรรมขนาดมหึมาและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลจะได้ประโยชน์จากงานวิจัยเล่มนี้เป็นอย่างสูง นี่ถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ได้เลย” รศ. ดร.ธัญญา กล่าว

โรคภูมิแพ้แมลงสาบ

รางวัลผลงานทางวิชาการดีเด่นด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ผลงานชื่อ “โรคภูมิแพ้แมลงสาบ” โดย ศ. ดร.พญ.อัญชลี ตั้งตรงจิตร และ รศ. ดร.นิทัศน์ สุขรุ่ง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ ซึ่งสารก่อภูมิแพ้ที่พบในบ้าน ได้แก่ สารก่อภูมิแพ้ไรฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้แมลงสาบเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนเกิดอาการแพ้มากที่สุด การศึกษาวิจัยทั้งในระดับประเทศและในระดับโลกส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ไรฝุ่น การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้แมลงสาบมีค่อนข้างน้อย ผลงานเล่มนี้จึงครอบคลุมตั้งแต่อุบัติการณ์ของโรค ชีววิทยาและนิเวศวิทยาของแมลงสาบ ชีววิทยาของสารก่อภูมิแพ้จากแมลงสาบ เนื้อเยื่อและเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับโรคภูมิแพ้ กลไกการเกิดโรค การตรวจวินิจฉัยภาวะภูมิแพ้ การรักษา และการควบคุมแมลงสาบเพื่อลดปริมาณสารก่อภูมิแพ้จากแมลงสาบในสิ่งแวดล้อมที่เป็นต้นเหตุของโรค

ศ. ดร.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล นายกสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2567-2569 และอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายว่า ครึ่งหนึ่งของประชากรไทยเป็นโรคภูมิแพ้ แต่คนส่วนใหญ่จะรู้จักแต่ไรฝุ่นซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้อันดับหนึ่งของโลก ส่วนแมลงสาบซึ่งเป็นสาเหตุอันดับสองเคียงคู่มากลับ คนกลับมองข้าม โดยปัจจุบันภูมิแพ้จากไรฝุ่นสามารถรักษาให้หายขาดได้เนื่องจากมีข้อมูลองค์ความรู้จำนวนมาก ตรงกันข้ามกับแมลงสาบที่องค์ความรู้น้อยมาก การต่อยอดเพื่อนำไปสู่การรักษาให้หายขาดจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก

“แต่ทีมนักวิจัยที่เขียนงานวิจัยชิ้นนี้ ถือเป็นนักวิจัยระดับ TOP3 ของโลก ที่ทำวิจัยเรื่องภูมิแพ้แมลงสาบ หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมองค์ความรู้ทั้งโลกในเรื่องนี้ออกมาเป็นระบบ ช่วยให้แพทย์สามารถดูแลคนไข้ได้ดีขึ้น น้อยคนจะรู้ว่าแมลงสาบในโลกนี้มีหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีนิสัยต่างกัน และมีเทคนิคการดูแลคนไข้ที่ต่างกัน ในฐานะที่เป็นแพทย์ เป็นอาจารย์ และเป็นนักวิจัย ต้องขอบคุณอาจารย์และทีมงานที่เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา” ศ. ดร.พญ.อรพรรณ กล่าว

ปรับปรุงพันธุ์ข้าวภายใต้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม

สุดท้ายคือ รางวัลผลงานทางวิชาการดีเด่นด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ผลงานชื่อ “การปรับปรุงพันธุ์ข้าวภายใต้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม” โดย รศ. ดร.ชเนษฎ์ ม้าลำพอง คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่สอดรับกับสถานการณ์ความท้าทายเรื่องภาวะโลกเดือดโดยตรง รูปธรรมของงานวิจัยช่วยให้เกษตรกรรับมือกับปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญาที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นได้เป็นอย่างดี โดยงานวิจัยชิ้นนี้มีเนื้อหาครอบคลุมการปรับปรุงพันธุ์ข้าวด้วยวิธีดั้งเดิม และการปรับปรุงพันธุ์ด้วยวิธีทางพันธุศาสตร์โมเลกุล เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายภายใต้สภาวะโลกร้อน และภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ได้แก่ การปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้ทนทานต่ออุณหภูมิสูง สภาพแล้ง สภาพเค็ม และสภาพน้ำท่วม รวมทั้งการปรับปรุงพันธุ์ข้าวต้านทานต่อโรคและแมลง และการปรับปรุงพันธุ์ข้าวเพื่อคุณภาพและโภชนาการ

รศ. ดร.สมพร อิศวิลานนท์ อดีตคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ และอดีตอาจารย์ภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรและทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะนักวิชาการอิสระ กล่าวว่า ในอนาคตเราไม่ได้กินข้าวเพื่อแค่อิ่มท้อง แต่ข้าวจะเป็นโภชนาอย่างหนึ่ง ในเม็ดข้าวจะมีสารต่างๆ ที่ช่วยป้องกันโรค ข้าวจะมีราคาสูงขึ้น และควรได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ ซึ่งหนังสือเล่มนี้บอกเล่าถึงพัฒนาการความเป็นมาในการพัฒนาสายพันธุ์ และเรื่องการปรับปรุงพันธุ์พืช จะช่วยเป็นฐานการเรียนรู้ให้แก่ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาด้านนี้

“การปรับปรุงพันธุ์พืชเป็นสาขาที่ค่อนข้างขาดแคลนบุคลากรมาก หนังสือเล่มนี้จะช่วยเป็นฐานให้คนเข้ามาเรียนในเรื่องนี้มากขึ้น ถ้าเรามีการลงทุนเพื่อปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้ดี จะช่วยสร้างความมั่นคงและความมั่งคั่งแก่เกษตรกร และเรายังสามารถนำเรื่องการปรับปรุงพันธุ์ข้าวขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยได้ ตัวอย่างเช่นข้าวเวียดนาม จากเดิมข้าวแข็งขายได้ 370 เหรียญ แต่หลังจากปรับปรุงพันธุ์ให้นิ่มขึ้น สามารถขายได้ถึง 560-570 เหรียญ โดยใช้พื้นที่ปลูกเท่าเดิม” รศ. ดร.สมพร กล่าว

MTT Miss & Mrs Tourism Thailand 2025 เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ 1 เวที 2 มงกุฎ

MTT Miss & Mrs Tourism Thailand 2025 เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ 1 เวที 2 มงกุฎ

MTT Miss & Mrs Tourism Thailand 2025 เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ 1 เวที 2 มงกุฎ

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.44 น.

MTT Miss & Mrs Tourism Thailand 2025 เปิดรับสมัครสาวงาม ตัวแม่ และตัวลูก 2 Generation มาร่วมกันเป็นตัวแม่กระตุ้นการท่องเที่ยวไปด้วยกัน โดยการประกวด Miss & Mrs. Tourism Thailand มุ่งเน้นเรื่องการประชาสัมพันธ์ ส่ง เสริมการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ ภายใต้คอนเซปต์ สาวงามในเวทีนี้จะต้องสวย เก่ง และฉลาด แบบ “เมืองอัจฉริยะ” ครบเครื่องทันสมัย สามารถเป็นทูตด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กองประกวด Miss & Mrs Tourism Thailand 2025 นำโดย ดร.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ ผู้ถือลิขสิทธิ์เวทีการประกวด MTT 2025 ประกาศรับสมัครสาวงามจากทั่วประเทศ ทั้งสถานะโสด และมีครอบครัว เข้าร่วมแบ่งปันประสบการณ์ สุดน่าประ ทับใจ พร้อมชิงมงกุฎและเงินสดสูงสุด 50,000 บาท โดยในปี 2025 นี้ กองประกวดเน้นการนำเสนอ “ผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัด” ชู Soft Power ด้านวัฒนธรรมที่รัฐบาลให้การสนับสนุนผลักดันและขับเคลื่อน โดย “Shakira” ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของผ้าอัตลักษณ์ประจำจังหวัดที่เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ ควรค่าแก่การอนุรักษ์และส่งเสริมเผยแพร่ให้ทั่วโลกได้รู้จักและหันมานิยมผ้าไทย ให้เวทีสาวงาม MTT 2025 ได้สวมใส่ในการแสดงแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ด้วย  ผู้สนใจสามารถสมัครได้แล้วที่ LINE OFFICIAL Account  (Scan QR code) หรือ คลิก https://lin.ee/2GKqg5DSตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568 นี้

040

On & On Audition Festival At Bangkok, Samyan Mitrtown 2025: เปิดโอกาสสู่เส้นทางไอดอล K-POP ครั้งแรกในไทย!

On & On Audition Festival At Bangkok, Samyan Mitrtown 2025: เปิดโอกาสสู่เส้นทางไอดอล K-POP ครั้งแรกในไทย!

On & On Audition Festival At Bangkok, Samyan Mitrtown 2025: เปิดโอกาสสู่เส้นทางไอดอล K-POP ครั้งแรกในไทย!

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.18 น.

กรุงเทพฯ – วงการ K-POP กำลังจะได้ต้อนรับคลื่นลูกใหม่จากประเทศไทย กับงาน On & On Audition Festival At Bangkok, Samyan Mitrtown 2025 ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท On & On และพันธมิตรสำคัญในวงการบันเทิงเกาหลี การออดิชั่นครั้งนี้เป็นโอกาสทองสำหรับเยาวชนไทยที่มีความฝันอยากก้าวเข้าสู่การเป็นศิลปิน K-POP ระดับโลก! การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างสองประเทศ โอกาสที่ต้องคว้าไว้สำหรับเยาวชนไทยสู่เวทีระดับโลก บินฟรี พักฟรี และผู้จัดการดูแลแบบมืออาชีพ!

คุณ Yang chang hoon คุณ Choi minwoo คุณ Sunwoo changrim ผู้บริหารของ On & On เปิดเผยว่า On & On เป็นบริษัทชั้นนำที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการปั้นศิลปินเกาหลี มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับค่ายเพลงกว่า 100 ค่าย และมีส่วนร่วมในการฝึกและเดบิวต์ศิลปินจากนานาประเทศ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการบันเทิงมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับปี 2025 นี้ On & On ได้ร่วมลงนาม MOU กับบริษัท Oppa Me (Global) จำกัด  Keyarttainment และ On Music  เพื่อสร้างปรากฏการณ์ออดิชั่นระดับโลกในประเทศไทย กับโปรเจค On & On Audition Festival At Bangkok, Samyan Mitrtown 2025 ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูให้เยาวชนไทยได้เข้าร่วมเวทีการออดิชั่นระดับนานาชาติที่ ใหญ่ที่สุดเป็นครั้งแรกในไทย

รูปแบบกิจกรรมออดิชั่น แบ่งออกเป็น 2 ส่วน

ส่วนที่ 1: On & On Audition ฟรีออดิชั่น (ไม่มีค่าใช้จ่าย) เปิดโอกาสให้ผู้สนใจ ทุกคน ได้เข้าร่วมการออดิชั่นแบบ ฟรี! กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 29 มีนาคม 2025 ซึ่งเป็นเวทีให้ผู้ที่มีฝันได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ พร้อมชิงรางวัลพิเศษมากถึง 23 รางวัล

รางวัลพิเศษจากการออดิชั่น : รางวัลที่ 1: เงินรางวัล 50,000 บาท รางวัลที่ 2: เงินรางวัล 30,000 บาท และ รางวัลที่ 3: เงินรางวัล 20,000 บาท

ส่วนที่ 2: ON & ON Exclusive Camp 2025 (มีค่าใช้จ่าย) กิจกรรมแคมป์สุดพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกฝนทักษะอย่างเข้มข้น โดยมี ครูฝึกจากเกาหลีระดับมืออาชีพ คอยดูแลและพัฒนาเทคนิคเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในออดิชั่น ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 28-30 มีนาคม 2025

รางวัลพิเศษจากแคมป์ออดิชั่น : แคมป์ออดิชั่น 3 วัน , ออดิชั่นรอบพิเศษวันที่ 30 มีนาคม 2025 , ผู้ที่ได้รับคัดเลือกจาก Trainer จะได้รับรางวัลดังนี้

รางวัลที่ 1-3: ฟรีทริปรอบ Final (รวมตั๋วบินไป-กลับ, โรงแรม 5 คืน, รถรับส่ง, VIP Trainer 5 วัน และ Manager)

รางวัลที่ 4-10: ฟรีทริปรอบ Final (VIP Trainer 5 วัน, Manager, รถรับส่ง) แต่ไม่รวมตั๋วบินและโรงแรม

รางวัลพิเศษสำหรับทุกคน: บัตรสมาชิก ON&ON Fast Track Audition ที่เกาหลี 2 ปี (ใช้ได้สูงสุด 4 ครั้ง)

โอกาสที่ไม่ควรพลาด! เปิดประตูสู่เส้นทางไอดอล K-POP ! การออดิชั่นครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสสำหรับเยาวชนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่เวทีระดับโลก โดยผู้เข้าร่วมที่ผ่านการคัดเลือกมีโอกาสได้ ฝึกฝนกับทีมงานมืออาชีพจากเกาหลี และได้รับการผลักดันให้เข้าสู่เส้นทางการเป็นศิลปิน K-POP อย่างแท้จริง

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  เว็บไซต์  http://www.onandonthailand.comพูดคุยได้ที่  LINE @onandon หรือคลิก https://lin.ee/4eLoreX เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาพิสูจน์ความสามารถของคุณที่ On & On Audition Festival At Bangkok, Samyan Mitrtown 2025!

วงการ K-POP กำลังจะได้ต้อนรับคลื่นลูกใหม่จากประเทศไทย กับงาน On & On Audition Festival At Bangkok, Samyan Mitrtown 2025 ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท On & On และพันธมิตรสำคัญในวงการบันเทิงเกาหลี การออดิชั่นครั้งนี้เป็นโอกาสทองสำหรับเยาวชนไทยที่มีความฝันอยากก้าวเข้าสู่การเป็นศิลปิน K-POP ระดับโลก! การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และการเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างสองประเทศ โอกาสที่ต้องคว้าไว้สำหรับเยาวชนไทยสู่เวทีระดับโลก บินฟรี พักฟรี และผู้จัดการดูแลแบบมืออาชีพ!

คุณ Yang chang hoon คุณ Choi minwoo คุณ Sunwoo changrim ผู้บริหารของ On & On เปิดเผยว่า On & On เป็นบริษัทชั้นนำที่มีบทบาทสำคัญในกระบวนการปั้นศิลปินเกาหลี มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับค่ายเพลงกว่า 100 ค่าย และมีส่วนร่วมในการฝึกและเดบิวต์ศิลปินจากนานาประเทศ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการบันเทิงมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับปี 2025 นี้ On & On ได้ร่วมลงนาม MOU กับบริษัท Oppa Me (Global) จำกัด  Keyarttainment และ On Music  เพื่อสร้างปรากฏการณ์ออดิชั่นระดับโลกในประเทศไทย กับโปรเจค On & On Audition Festival At Bangkok, Samyan Mitrtown 2025 ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูให้เยาวชนไทยได้เข้าร่วมเวทีการออดิชั่นระดับนานาชาติที่ ใหญ่ที่สุดเป็นครั้งแรกในไทย

รูปแบบกิจกรรมออดิชั่น แบ่งออกเป็น 2 ส่วน

ส่วนที่ 1: On & On Audition ฟรีออดิชั่น (ไม่มีค่าใช้จ่าย) เปิดโอกาสให้ผู้สนใจ ทุกคน ได้เข้าร่วมการออดิชั่นแบบ ฟรี! กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 29 มีนาคม 2025 ซึ่งเป็นเวทีให้ผู้ที่มีฝันได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ พร้อมชิงรางวัลพิเศษมากถึง 23 รางวัล

รางวัลพิเศษจากการออดิชั่น : รางวัลที่ 1: เงินรางวัล 50,000 บาท รางวัลที่ 2: เงินรางวัล 30,000 บาท และ รางวัลที่ 3: เงินรางวัล 20,000 บาท

ส่วนที่ 2: ON & ON Exclusive Camp 2025 (มีค่าใช้จ่าย) กิจกรรมแคมป์สุดพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกฝนทักษะอย่างเข้มข้น โดยมี ครูฝึกจากเกาหลีระดับมืออาชีพ คอยดูแลและพัฒนาเทคนิคเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในออดิชั่น ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 28-30 มีนาคม 2025

รางวัลพิเศษจากแคมป์ออดิชั่น : แคมป์ออดิชั่น 3 วัน , ออดิชั่นรอบพิเศษวันที่ 30 มีนาคม 2025 , ผู้ที่ได้รับคัดเลือกจาก Trainer จะได้รับรางวัลดังนี้

รางวัลที่ 1-3: ฟรีทริปรอบ Final (รวมตั๋วบินไป-กลับ, โรงแรม 5 คืน, รถรับส่ง, VIP Trainer 5 วัน และ Manager)

รางวัลที่ 4-10: ฟรีทริปรอบ Final (VIP Trainer 5 วัน, Manager, รถรับส่ง) แต่ไม่รวมตั๋วบินและโรงแรม

รางวัลพิเศษสำหรับทุกคน: บัตรสมาชิก ON&ON Fast Track Audition ที่เกาหลี 2 ปี (ใช้ได้สูงสุด 4 ครั้ง)

โอกาสที่ไม่ควรพลาด! เปิดประตูสู่เส้นทางไอดอล K-POP ! การออดิชั่นครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสสำหรับเยาวชนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่เวทีระดับโลก โดยผู้เข้าร่วมที่ผ่านการคัดเลือกมีโอกาสได้ ฝึกฝนกับทีมงานมืออาชีพจากเกาหลี และได้รับการผลักดันให้เข้าสู่เส้นทางการเป็นศิลปิน K-POP อย่างแท้จริง

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  เว็บไซต์  http://www.onandonthailand.comพูดคุยได้ที่  LINE @onandon หรือคลิก https://lin.ee/4eLoreX เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาพิสูจน์ความสามารถของคุณที่ On & On Audition Festival At Bangkok, Samyan Mitrtown 2025!

Pepsi presents S2O Songkran Music Festival 2025 ยกระดับความมันส์ครั้งประวัติศาสตร์

Pepsi presents S2O Songkran Music Festival 2025 ยกระดับความมันส์ครั้งประวัติศาสตร์

Pepsi presents S2O Songkran Music Festival 2025 ยกระดับความมันส์ครั้งประวัติศาสตร์

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.12 น.

 Pepsi presents S2O Songkran Music Festival 2025 เทศกาลดนตรีที่สาวกดนตรี EDM ทั่วโลกรอคอย ตอกย้ำความยิ่งใหญ่อีกครั้ง กับการฉลองครบรอบ 10 ปีสุดอลังการ เตรียมยกทัพสาดความมันส์ครั้งประวัติศาสตร์ ณ “ราชมังคลากีฬาสถาน” ที่จะถูกจารึกไว้ด้วยการจัดเต็มทุกองค์ประกอบ ทั้งแสงสีเสียงสุดตระการตา และขบวนศิลปินดีเจระดับตำนานของโลก เอาใจผู้ร่วมงานกว่า 100,000 คน ในวันที่ 12-14 เมษายน 2568 พร้อมเผยความปัง ทุบสถิติด้วยการขายบัตรหมดเกลี้ยงก่อนวันงานในเวลาอันรวดเร็ว สะท้อนความแรงระดับท็อปฮิต และความสำเร็จเทศกาลดนตรีสัญชาติไทยที่ได้รับความนิยมท่วมท้น เตรียมตัวให้พร้อมกับประสบการณ์ Pepsi presents S2O Songkran Music Festival 2025 เทศกาลดนตรีระดับตำนานที่จะสร้างความทรงจำไม่รู้ลืม! ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและอัพเดทล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ https://www.s2ofestival.com หรือติดตามความเคลื่อนไหวผ่านช่องทาง Facebook: https://www.facebook.com/s2ofestival TikTok: https://www.tiktok.com/@s2ofestival  Instagram: https://www.instagram.com/s2ofestival/

’24/7ไดอารีคนข่าว’ ซูมติดชีวิตคนข่าวกว่าจะเป็นคอนเทนต์ 7HD NEWS

'24/7ไดอารีคนข่าว' ซูมติดชีวิตคนข่าวกว่าจะเป็นคอนเทนต์ 7HD NEWS

’24/7ไดอารีคนข่าว’ ซูมติดชีวิตคนข่าวกว่าจะเป็นคอนเทนต์ 7HD NEWS

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.00 น.

ห้ามพลาด รายการออนไลน์ “24/7 ไดอารีคนข่าว” ตามติดภารกิจ 2 ผู้สื่อข่าวคนเก่ง “เนย-ศิรัณพร” เปิดขั้นตอนผลิตคอนเทนต์ข่าวสุดเรียล ด้านผู้สื่อข่าวขาลุย “ก้อง-เกียรติชัย” พาตะลุยทริปริมโขง ปักหมุดเชียงคาน จ.เลย

มาแล้วจ้า หลังจากเกาะติดล้วงลึกวิถีคนหน้าจอเหล่าผู้ประกาศข่าวมืออาชีพของ ช่อง 7HD กับรายการออนไลน์ 24/7 ไดอารีคนข่าว ที่มาพร้อมภารกิจตามติดชีวิตส่วนตัว เปิดไลฟ์สไตล์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่แฟน ๆ อาจยังไม่เคยรู้และไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ครั้งนี้พาไปลุยกับคนข่าวมืออาชีพ ออกสตาร์ทด้วยเรื่องราวของผู้สื่อข่าวมากประสบการณ์ เจ้าแม่แห่งการรายงานสด เนย-ศิรัณพร มูลอุทก ที่มีภารกิจประจำการที่สถานีฯ หนึ่งวัน แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่คนข่าวจัดเต็มผ่าน
คอนเทนต์ออนไลน์ งานนี้ไม่รอช้าพาบุกไปชมการทำงานออนไลน์ของฝ่ายข่าว 7HD แบบทุกซอกทุกมุม ตั้งแต่การคัดเลือกข่าว การอัดเสียงและภาพ ตัดต่อชิ้นงาน ตลอดจนการเผยแพร่ลงบนแพลตฟอร์มออนไลน์ Live & Reels ครบจบ
ทุกกระบวนการ บอกเลยว่าสายคอนเทนต์ได้ความรู้และเทคนิคการสร้างงานไปเต็ม ๆ   ใครที่สนใจอยากเป็นผู้สื่อข่าวหรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ด้านข่าว ห้ามพลาดเด็ดขาดกับอีพี Live & Reels คอนเทนต์ข่าวไหนก็ปัง กับ เนย ศิรัณพร

ทาง Facebook Ch7HD : https://www.facebook.com/watch/?v=642856518147260
และ YouTube Ch7HD : https://www.youtube.com/watch?v=3dBTlMpk-xs

ต่อติดความสนุกกันต่อ กับผู้สื่อข่าวขาลุย ก้อง-เกียรติชัย บุญราโส แห่งรายการ ก้องล่องถิ่น ครั้งนี้ขอพาผู้ชม
ตามติดเบื้องหลังการทำงานกว่าจะเป็น “ก้องล่องถิ่น” และ “ปักหมุดของดีทั่วไทย” แต่ละอีพีต้องเจอกับอะไรบ้าง ชนิดที่ไปให้ครบลุยให้ถึง ครั้งนี้ได้โอกาสดีพาไปลัดเลาะริมโขงกันที่เชียงคาน จังหวัดเลย ทริปนี้เลยขอเสิร์ฟความสนุกแบบลุยๆ เข้าถึงชุมชน ใกล้ชิดธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการบุกโรงงานทำมะพร้าวแก้วของดีเมืองเลย ชมพระอาทิตย์ตกยามเย็น รวมถึงภารกิจหาปลาของชาวเชียงคาน ที่งานนี้ต้องลงมือจับปลาด้วยตัวเอง พร้อมเปิดครัวกลางแม่น้ำโขง ทำเมนูสุดแซ่บแบบสด ๆ และสายมูห้ามพลาดกับพิธีกรรมโบราณของชาวเชียงคาน “ลอยผาสาด” ที่เชื่อกันว่าเป็นการลอยความทุกข์ ความโศก และสิ่งไม่ดี ทิ้งไปกับแม่น้ำโขงนั่นเอง ติดตามเรื่องราวเบื้องหลังกว่าจะเป็นเบื้องหน้าทั้งหมดที่หาดูได้ยาก ในอีพี “ก้องล่องถิ่น” จะกินปลาทั้งทีก็ไปจับเองเลยสิจ๊ะ !!!

ทาง Facebook Ch7HD : https://www.facebook.com/watch/?v=491980390645989
และ YouTube Ch7HD : https://www.youtube.com/watch?v=4F6j4puujA8

พบกับเรื่องราวเอ็กซ์คลูซีฟของคนข่าว ในรายการออนไลน์ 24/7 ไดอารีคนข่าว  มาอัปเดตอีพีใหม่ ๆ ได้ทุกวันพุธที่ 2 และ 4 ของเดือนเวลา 20.00 น.ทาง Facebook / YouTube : Ch7HD และ BUGABOO.TV

สามารถติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ทาง ช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TVและช่องทางออนไลน์
Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X,YouTube) และเว็บไซต์ www.ch7.com

‘ทรูโฟร์ยู’ช่อง24จัดเต็มความมันส์ระดับตำนาน ‘องค์บาก’ครบ 3 ภาค

'ทรูโฟร์ยู'ช่อง24จัดเต็มความมันส์ระดับตำนาน 'องค์บาก'ครบ 3 ภาค

‘ทรูโฟร์ยู’ช่อง24จัดเต็มความมันส์ระดับตำนาน ‘องค์บาก’ครบ 3 ภาค

วันพฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.59 น.

ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ยังคงเอาใจคอหนังไทยต่อเนื่อง ส่งภาพยนตร์แอคชั่นระดับตำนาน องค์บาก ตั้งแต่ ภาค 1-3 ผลงานการแสดงของ จา พนม ยีรัมย์ หรือ ทัชชกร ยีรัมย์ ที่เคยสร้างปรากฏการณ์สำคัญในวงการภาพยนตร์ ด้วยการนำเสนอศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทยที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้ผู้ชมทั่วโลกตื่นตาตื่นใจมาแล้ว แถมยังเป็นหนังทำเงินคว้ารายได้รวม 3 ภาค ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกกว่า 268 ล้านบาท เลยทีเดียว

องค์บาก 1 เวลา 8.30 น. พบเรื่องราวของ “เทียน” (ทัชชกร ยีรัมย์) หนุ่มนักสู้จากหมู่บ้านชนบทที่ต้องออกตามหาเศียรพระพุทธรูปที่ถูกขโมยไป การต่อสู้ที่เต็มไปด้วยศิลปะการต่อสู้แบบมวยไทยและการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นทำให้ผู้ชมต้องติดตามทุกวินาที องค์บาก 2 เวลา 16.50 น. วันเวลาผ่านไป “เทียน” เติบใหญ่กลายเป็นหนุ่ม เป็นที่ยอมรับและเป็นกำลังสำคัญของหมู่กองโจรผาปีกครุตที่เข้าร่วมในการปฏิบัติภารกิจสำคัญทุกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาสามารถสยบช้างงาดำ ช้างศักดิ์สิทธิ์ที่เหล่าชุมโจรให้ความเคารพและสักการะ ในขณะเดียวกันกับที่เชอนังเองตั้งใจที่จะมอบตำแหน่งหัวหน้ากองโจรเพื่อให้เทียนเป็นผู้รับหน้าที่สืบทอดต่อไป ตบท้ายด้วยความสนุก องค์บาก 3 เวลา 18.40 น. บทสรุปของไตรภาคนี้ “เทียน” ต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานและการต่อสู้ภายในจิตใจของตนเอง เพื่อค้นพบความสงบและความแข็งแกร่งที่แท้จริง  ห้ามพลาดชม…เตรียมตัวให้พร้อมและมาร่วมสัมผัสความมันส์กับ “องค์บาก” ครบ 3 ภาคในวันเสาร์ที่ 15 มีนาคมนี้ ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และhttps://true4u.com/live