‘PP Krit’ ทำถึง!! เปิดรันเวย์เสิร์ฟทุกเอลิเมนต์ความสนุกกับ ‘PP KRIT MY PLEASURE CONCERT’

‘PP Krit’ ทำถึง!! เปิดรันเวย์เสิร์ฟทุกเอลิเมนต์ความสนุกกับ ‘PP KRIT MY PLEASURE CONCERT’

‘PP Krit’ ทำถึง!! เปิดรันเวย์เสิร์ฟทุกเอลิเมนต์ความสนุกกับ ‘PP KRIT MY PLEASURE CONCERT’

วันอังคาร ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.44 น.

เปิดรันเวย์ความสนุกที่มาเติมเต็มเอ็นเนอจี้ความบันเทิงให้กับแฟนๆ ได้แบบครบทุกมิติกับ “PP KRIT MY PLEASURE CONCERT” คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกของศิลปินสุดฮอต PP Krit (พีพี กฤษฏ์ อำนวยเดชกร) ที่ได้รวมทุกเอลิเมนต์ความสนุกมาปล่อยเป็นพลังงานของคลื่นความสุข พร้อมงัดทุกสกิล ทั้งร้อง ทั้งเต้น ใส่เต็มทุกอารมณ์ ผสานเข้ากับการเฟอร์ฟอร์แมนซ์โชว์สุดมาสเตอร์พีชที่จัดมาเสิร์ฟให้แฟนๆ ได้ฟันแอนด์ฟินกันเบอร์แรง แถมยังผนึกกำลังด้วยแขกรับเชิญศิลปินคุณภาพ Billkin (บิวกิ้น พุฒิพงศ์), THE TOYS และอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์กับการกลับมารวมตัวอีกครั้งของเหล่าสมาชิก 9X9 ได้แก่ ต่อ ธนภพเจเจ กฤษณภูมิ, เจมส์ ธีรดนย์, กัปตัน ชลธร, เติร์ด ลภัส, ปอร์เช่ ศิวกร, ไอซ์ พาริส, แจ๊คกี้ จักริน และ ริว วชิรวิชญ์ ที่มาร่วมกันเอ็นเตอร์เทนตกอารมณ์คนดูทั้งฮอลล์จนอยู่หมัด ท่ามกลางโปรดักชั่นเวที แสง สี เสียง เอฟเฟ็กต์ต่างๆ อลังการตระการตา แถมงานนี้กระแสตอบรับยังมาแรงเกินต้าน ส่งให้ #MyPleasureConcert_D1 #MyPleasureConcert_D2 พุ่งทะยานขึ้นเทรนด์ X อันดับ 1 ของไทย อีกด้วย กับความพิเศษ 2 รอบการแสดง เมื่อวันที่ 8 – 9 มีนาคมที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

เริ่มต้นออกสตาร์ทก็ทำเอาเวทีร้อนแรงจนลุกเป็นไฟกับการที่พีพีปรากฏตัวออกมาร้องเพลงฮิตอย่าง เสนอตัว, Oopsy Daisy, Diamonds ทำเอาอะดรีนาลีนแฟนๆ พุ่งทะยานขั้นสุด จากนั้นพีพีก็ขอทักทายและต้อนรับทุกคนเข้าสู่คอนเสิร์ตใหญ่ที่จะพาทุกคนไปฟูลฟีลทุกโมเมนต์ จากนั้นก็คอนตินิวอารมณ์กันต่อเนื่องด้วยเพลง It’s Okay Not To Be Alright, ห่มผ้า, เส้นเรื่องเดิม, LOVE ก่อนที่จะเปลี่ยนมู้ดไปเอ็นจอยกับซิงเกิลฮิต Fire Boy ที่งานนี้ได้คนแต่งเพลงอย่าง THE TOYS มาร่วมแจมทำให้ดีกรีความร้อนแรงของเพลงนี้พุ่งทะยานสุดพลัง และต่อด้วยเพลง หน้าหนาวที่แล้ว จากนั้นทั้งคู่จะขอเสิร์ฟโชว์สุดพิเศษด้วยการนำเพลย์ลิส 4 เพลงเพราะ Officially Missing You, How Deep Is Your Love, The Trouble is และหลอกกันทั้งนั้น มาผสานเป็นเมลเลย์เพลงรักได้อย่างกลมกล่อมโดนใจแฟนๆ ขั้นสุด

ก่อนที่ดีกรีความว้าวจะค่อยๆ ไต่ระดับขึ้น เมื่อพีพีจัดเต็มเปิดฟลอร์โชว์สกิลการแดนซ์ในเพลง On The Ground ที่เนรมิตสเตจพื้นเอียงสุดอลังการ เรียกว่าทำถึงมากเวอร์เล่นเอาคนดูว้าวกันทั้งฮอลล์ ก่อนที่พีพีจะเสิร์ฟโชว์กันต่อด้วยการโหนสลิงไปหาแฟนๆ ทั่วทั้งฮอลล์ในเพลง We Found Love ซึ่งเรียกว่าสร้างมาตราฐานใหม่ให้กับคอนเสิร์ตไทยได้เบอร์แรงเลยทีเดียว ซึ่งเซอร์ไพรส์ไม่ได้มีเพียงแค่นี้ เพราะพีพีขอจัดเสิร์ฟความฟินกันต่อด้วยการกลับมารวมตัวครั้งพิเศษของ 9X9 ได้แก่ ต่อ ธนภพ, เจเจ กฤษณภูมิ, เจมส์ ธีรดนย์, กัปตัน ชลธร, เติร์ด ลภัส, ปอร์เช่ ศิวกร, ไอซ์ พาริส, แจ๊คกี้ จักริน และ ริว วชิรวิชญ์ กับ 3 เพลงฮิตโดนใจ NIGHT LIGHT, รู้งี้เป็นแฟนกันตั้งนานแล้ว, ผู้โชคดี ซึ่งต้องบอกว่าเป็นโมเมนต์ที่ทำถึงมากเวอร์ ก่อนที่พีพีจะขอเนรมิตเวทีให้กลายเป็นรันเวย์แฟชั่นในเพลง MOONLIT FLOOR ที่นำมาแมชอัปกับเพลง ลังเล ได้อย่างลงตัว ต่อด้วยเพลงขอโทษละกัน, โคตรพิเศษ จากนั้นก็ถึงคิวของแขกรับเชิญคนสำคัญอย่าง บิวกิ้น เพราะแค่ปรากฏตัวออกมาพร้อมเพลง Golden Hour เสียงกรี๊ดของคนดูก็ดังสนั่นลั่นฮออล์ พร้อมสานต่อโมเมนต์ดีต่อใจไปกับบิวกิ้นและพีพีที่หยิบเอาเพลงยิ่งดุยิ่งชอบ, สัมภเวซี้ ซิงเกิลคู่ที่ร้องด้วยกันครั้งแรก เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ ซองแดงแต่งผี และเพลงเหมือนเคย มาเสิร์ฟความฟินให้แฟนๆ ได้ฮ็อปกันถ้วนหน้า จากนั้นเปลี่ยนโหมดมาระเบิดความมันส์ด้วย พาร์ทของเพลย์ลิสเพลงสนุกๆ ที่พีพีพร้อมด้วยแขกรับเชิญทั้ง บิวกิ้น, THE TOYS และ 9X9 ขอเอ็นเตอร์เทนชวนทุกคนมาเปิดฟลอร์แดนซ์ไปด้วยกัน ในเพลง Crazy In Love, Shape of You, OMG, Shake It Off, Baby แล้วเวลาก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ต ซึ่งงานนี้พีพีขอส่งผ่านความรู้สึกดีๆ ให้กับทุกคนจากหัวใจในเพลง หรูเหอ, Number One Girl และ I’ll Do It How You Like It พร้อมภาพความประทับใจที่พีพีเดินโบกมือลาไปรอบๆ เวที เรียกได้ว่าเป็นคอนเสิร์ตที่รวมโมเมนต์ความประทับใจและจะตราตรึงอยู่ในความทรงจำที่แสนพิเศษของทุกคนตลอดไป

‘น้ำตาล-ฟิล์ม’จัดเต็มแฟนมีตติ้งแรกในไทย!

'น้ำตาล-ฟิล์ม'จัดเต็มแฟนมีตติ้งแรกในไทย!

‘น้ำตาล-ฟิล์ม’จัดเต็มแฟนมีตติ้งแรกในไทย!

วันอังคาร ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.36 น.

 “NAMTAN FILM PRINCESS’S TALE FAN MEETING” แฟนมีตติ้งครั้งแรกที่จัดขึ้นในประเทศไทย ของสองสาวสุดฮอต “น้ำตาล ทิพนารี วีรวัฒโนดม” และ “ฟิล์ม รชานันท์ มหาวรรณ์” จาก “GMMTV” คอนเทนต์โพรไวเดอร์ชั้นนำของเมืองไทย  ที่ประสบความสำเร็จจากซีรีส์ “Pluto นิทาน ดวงดาว ความรัก” จนได้รับความรักจากแฟนๆ ทั่วโลก  โดยงานนี้ “น้ำตาล-ฟิล์ม” มาในธีม สวย หวาน ตามแบบฉบับของเจ้าหญิงและเจ้าหญิง ที่เต็มไปด้วยมวลพลังแห่งความสุข  จัดเต็มการแสดงทั้งร้อง เล่น เต้น โชว์ ตั้งใจมามอบให้เหล่า LUNAR (ลูน่า) ทั้งในฮอลล์  และแฟนๆ ทั่วโลก  ที่รับชม LIVE Streaming  ผ่านทาง “TTM LIVE” ท่ามกลางแสง สี  เสียง และบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักจากเหล่า LUNAR (ลูน่า) ทั่วโลก  จนส่งผลให้  #NamtanFilm1stFMD1 ทะยานขึ้นเทรนด์ X “อันดับ 1” ประเทศไทย, เวียดนาม, ฮ่องกง และอีกหลายประเทศทั่วโลก เมื่อวันเสาร์ที่ 8 มีนาคม และวันอาทิตย์ที่ 9 มีนาคม 2568 ณ MCC HALL เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ 

โดยการแสดงในพาร์ทแรกของ 2 เจ้าหญิง “น้ำตาล-ฟิล์ม” เปิดโชว์มาพร้อมกับเสียงหวานๆ และความสวยสะกดตา กับเพลง “เรื่องเล่าของเจ้าหญิง” ตามด้วย “ดวงจันทร์กลางวัน ( AFTERMOON)” ที่พาเหล่า  LUNAR (ลูน่า)  ล่องลอยเข้าไปอยู่ในนิทาน  ก่อนจะเรียกเสียงกรี๊ดลั่นฮอลล์  เพราะน้ำตาลฟิล์มเสิร์ฟตั้งแต่เริ่ม  ทำแฟนๆ ฮ๊อบจนต้องเรียกหาคลินิกจัดฟันใกล้ชั้น จากนั้นเข้าสู่ช่วงทอล์คเปิดตัว  2  พิธีกรอารมณ์ดี  “ก๊อตจิ ทัชชกร บุญลัภยานันท์”  และ  “เลโอ โซสเซย์”  ขึ้นมาพูดคุยถึงจุดเริ่มต้นตั้งแต่  Day 1 จากคนรู้จักจนกลายมาเป็นพี่น้องที่รู้ใจ  ก่อนจะเข้าสู่ช่วงเกมเสิร์ฟโมเมนต์ให้แฟนๆ  ได้เก็บภาพกันแบบฉ่ำๆ  โดยให้ “น้ำตาล-ฟิล์ม”  ทำท่าตามซีนจากซีรีส์  “Pluto นิทาน ดวงดาว ความรัก” งานนี้แต่ละซีนที่คัดมาก็ทำเอาสองสาวถึงกับเขินเสียอาการเลยทีเดียว  

จากนั้นกลับเข้าสู่โชว์อีกครั้ง  เริ่มกันด้วยความน่ารักสดใสของที่ทำมัมหมีใจฟูของสาวฟิล์มกับเพลง “รอนะ” และต่อด้วยน้ำตาลที่ทั้งร้อง และเล่นกีต้าร์  โชว์เพลง “Somewhere only we know” ในลุคสาวสวยสุดเท่  และปิดท้ายด้วยเพลง  “พลูโต(Pluto)” จากน้ำตาลและฟิล์ม  ก่อนจะเข้าสู่ช่วงทอล์คที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความประทับใจ  กับการเดินทางของน้ำตาลฟิล์มจนกลายมาเป็นน้ำตาลฟิล์มในเวอร์ชั่นที่ได้รับความรักจากแฟนๆ ทั่วโลก  จากนั้นเข้าสู่ช่วงกิจกรรมสุดพิเศษ โดยให้น้ำตาลฟิล์มทำของขวัญแฮนด์เมดสุดพิเศษมอบให้กับลัคกี้แฟน  ก่อนจะทำเซอร์ไพรส์ที่เรียกเสียงกรี๊ดจาก LUNAR (ลูน่า)  จนฮอลล์แทบสั่น ทั้ง  2  วัน  ด้วยลีลาการเต้นสุดเซ็กซี่แบบจัดเต็มกับเพลง “จีนี่จ๋า”  และลุคอาหมวยโดนใจมัมหมี ในเพลง “หมวยนี่ค่ะ”  ก่อนจะปิดท้ายด้วยโมเมนต์สุดประทับใจกับโปรเจกต์เซอร์ไพร์สจากชาว LUNAR (ลูน่า)  ที่ทำน้ำตาลและฟิล์มถึงกับปล่อยโฮ พร้อมขอบคุณ LUNAR(ลูน่า) ที่เข้ามาสร้างความทรงจำและเป็นโลกของกันและกัน  และปิดท้ายด้วยเพลง “ไม่ใช่บังเอิญ”  และ “นิยายเรื่องเธอ”  กับบรรยากาศสุดอบอุ่น  เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ  และคราบน้ำตาแห่งความสุขจนเอ่อล้นฮอลล์  

ครบรอบ 3 ปีการจากไปของ ศิลปินแห่งชาติ ‘สรพงศ์ ชาตรี’

ครบรอบ 3 ปีการจากไปของ ศิลปินแห่งชาติ ‘สรพงศ์ ชาตรี’

ครบรอบ 3 ปีการจากไปของ ศิลปินแห่งชาติ ‘สรพงศ์ ชาตรี’

วันอังคาร ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.37 น.

ครบรอบ 3 ปีการจากไปของ “สรพงศ์ ชาตรี” ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “พระเอกตลอดกาล” และเป็นอดีตประธานกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี ที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนๆ ทั้งประเทศ

“ดวงเดือน จิไธสงค์” ภรรยา “สรพงศ์ ชาตรี” ประธานกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี พร้อมครอบครัว ร่วมจัดพิธีบำเพ็ญกุศลรำลึกครบรอบ 3 ปี “สรพงศ์ ชาตรี” เมื่อวันที่ 10 มี.ค.68 ที่ อุทยานมหาวิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่ง พระเดชพระคุณ พระพรหมเสนาบดี ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค7 เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคาราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ภายในงาน “เอมพิศรุตม์ เทียมเศวต” และ “อั้ม พัทธกฤต เทียมเศวต” ทายาท “สรพงศ์ ชาตรี” ร่วมด้วยบุคคลวงการบันเทิง อาทิ กรุง ศรีวิไล, ฤทธิ์ ลือชา, นัยนา ชีวานันท์, ปิยะมาศ โมนยะกุล, ภคอร จันทรคณา, สรกฤช จันทรคณาฯลฯ ได้มาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลในครั้งนี้ด้วย

หลังถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ “ดวงเดือน จิไธสงค์” ประธานกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี มอบปัจจัยบำรุงการศึกษาพระภิกษุสามเณรวัดดาวดึงษาราม มอบถุงยังชีพข้าวสารอาหารแห้งแก่ผู้สูงอายุ และชมนิทรรศการโปสเตอร์ภาพยนตร์ “สรพงศ์ ชาตรี” ซึ่งได้นำภาพผลงานในวงการบันเทิงมาจัดแสดง ให้แฟนๆ ที่ยังรักและชื่นชม “สรพงศ์ ชาตรี” ได้รำลึกถึง 

ดวงเดือน จิไธสงค์ เผยว่า “ปัจจุบันได้วางมือจากงานในวงการบันเทิงแล้ว เพื่อจะได้สืบสานงาน มูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี อย่างเต็มที่ ซึ่งในปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างตกแต่งภายในวิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษี คืบหน้าไปมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ โดยยึดเอาคำพูดที่สรพงศ์ ชาตรี เคยพูดไว้ก่อนจากไป “ถ้าเรามีจุดมุ่งหมายที่เราจะทำ อุปสรรคปัญหามีไว้ให้แก้” เป็นแรงผลักดัน ต่อยอดสิ่งที่สรพงศ์ ชาตรี สร้างเอาไว้เป็นที่พึ่งทางใจของคนที่ขาดที่พึ่ง และเป็นสมบัติของแผ่นดิน”

 ทางด้าน “อั้ม พัทธกฤต เทียมเศวตทายาทของสรพงศ์ ชาตรี เผยว่า “ระลึกถึงคุณพ่ออยู่เสมอ และดำเนินชีวิตตามคำสอนของคุณพ่อมาโดยตลอด คุณพ่อบอกเสมอว่า ไม่ว่าจะทำอะไร ทั้งในการทำงานก็ดี หรือในการดำเนินชีวิตก็ดี ย่อมมีความลำบาก มีปัญหาบ้าง ไม่มากก็น้อย สิ่งที่ต้องมีคือความอดทน ทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ ขอแค่มีสติค่อยๆ คิดแก้”

“สรพงศ์ ชาตรี” ได้รับการยกย่องว่าเป็นพระเอกตลอดกาลของวงการบันเทิงประเทศไทย เริ่มต้นมาจากการรับบทบาทเป็นตัวประกอบ ก่อนที่จะได้รับโอกาสและได้ฉายแววความสามารถในการแสดงจนได้รับบทพระเอกแบบเต็มตัว และกลายเป็นนักแสดงมากความสามารถคู่วงการบันเทิงไทย

สรพงศ์ ชาตรี (เอก) ชื่อเดิม พิทยา เทียมเศวต ต่อมาเปลี่ยนเป็น กรีพงษ์ เทียมเศวต เกิดวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ.2492 อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา จบการศึกษาชั้น ป.4 บวชเรียนตั้งแต่อายุ 8 ปี ที่วัดเทพสุวรรณ พระนครศรีอยุธยา และวัดดาวดึงส์ บางยี่ขัน ธนบุรี ลาสิกขาบทเมื่อพ.ศ.2512 เข้าวงการบันเทิงในช่วงอายุ 19 ปี แจ้งเกิดจากงานภาพยนตร์ และขึ้นแท่นพระเอกตลอดกาลขวัญใจประชาชน

พ.ศ.2552 ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ศิลปศาสตร์สาขาสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ดำรงตำแหน่ง ประธานมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เมตตาบารมี อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (จากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านศิลปะร่วมสมัย) สาขาศิลปะการแสดงในคณะกรรมการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย 9 “สรพงศ์ ชาตรี” ป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด และรักษาตัวเรื่อยมา จนกระทั่งเสียชีวิตในวันที่ 10 มี.ค.2565

‘แอน สิเรียม’ สร้างบุญใหญ่ เจ้าภาพติดตั้งไฟฟ้า ยอดผ้าป่า 317,790 บาท

‘แอน สิเรียม’ สร้างบุญใหญ่ เจ้าภาพติดตั้งไฟฟ้า ยอดผ้าป่า 317,790 บาท

‘แอน สิเรียม’ สร้างบุญใหญ่ เจ้าภาพติดตั้งไฟฟ้า ยอดผ้าป่า 317,790 บาท

วันอังคาร ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.21 น.

เป็นนักแสดงที่มีทั้งความสวยงามทั้งภายนอกและภายใน สำหรับ “แอน สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์” ซึ่งไม่เพียงแต่มีชื่อเสียงจากการแสดง แต่ยังเป็นผู้ที่มีจิตใจเมตตาและมุ่งมั่นทำความดีเพื่อสังคมและศาสนาอย่างต่อเนื่อง และไม่เคยพลาดการร่วมทำบุญในทุกๆ ปี ไม่ว่าจะเป็นการทอดกฐิน หรือกิจกรรมบอกบุญต่าง ๆ ซึ่งเธอมักจะเข้าร่วมเพื่ออนุโมทนาและร่วมสร้างบุญเสมอ

ล่าสุด “แอน สิเรียม”  ได้เดินทางไปยัง วัดสิเรียมพุทธาราม อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อทำบุญทอดกฐินสามัคคีประจำปี 2568 พร้อมกับเป็นเจ้าภาพในการติดตั้งกระแสไฟฟ้าให้กับ กุฏิชีวาภิบาล ซึ่งเป็นกุฏิที่สร้างขึ้นเพื่อดูแลพระสงฆ์อาพาธ  และยังมีการเทพื้นคอนกรีตรอบอุโบสถด้วย

โดยเธอได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า “วันนี้เป็นอีกวันที่แอนมีความสุขและปลื้มปิติอย่างยิ่ง เนื่องจากการทอดผ้าป่า สามัคคีเพื่อติดตั้งกระแสไฟฟ้ากุฏิชีวาภิบาล ซึ่งเป็นกุฏิที่สร้างขึ้นเพื่อดูแลพระสงฆ์อาพาธถือเป็นงานบุญที่มีอานิสงส์มากเพราะไม่ใช่เพียงแค่เราได้บุญหรือมีผลดีต่อพระอาพาธเท่านั้น แต่ส่งผลถึงความมั่นคงของพระศาสนาเช่นกัน ด้วยจิตอันเป็นกุศลของญาติธรรม ทั้งหลายซึ่งประกอบไปด้วย พี่น้องในจังหวัดศรีสะเกษเเละเพื่อนราชินีบนรุ่น 59 พร้อมทั้งแฟนคลับที่รักตลอดจนกัลยาณมิตรทุกท่านที่ได้ร่วมทำบุญในทุกช่องทางทำให้งานสำเร็จไปด้วยดี  ได้ยอดผ้าป่าจำนวน 317,790 บาท ขออนุโมทนาสาธุผู้ร่วมบุญทุกท่าน และขออ้างอิงคุณพระศรีรัตนตรัยได้โปรดอำนวยพรให้ท่าน และครอบครัว ประสบความสุข ความสำเร็จ พร้อมด้วยกุศลทุกประการนะคะ ”

STARRY☆NITE 6สาวแห่งดวงดาว เดบิวต์แล้วอย่างเป็นทางการ ก้าวสู่การเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว

STARRY☆NITE 6สาวแห่งดวงดาว เดบิวต์แล้วอย่างเป็นทางการ ก้าวสู่การเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว

วันอังคาร ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.00 น.

เดบิวต์แล้วอย่างเป็นทางการกับ 6สาว “STARRY☆NITE” ในวันที่ 8 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ได้มีแฟนๆต่อแถวเข้างานร่วมชมการแสดงและให้กำลังใจทั้ง6สาวอย่างคับคั่ง พร้อมชม MV เป็นครั้งแรกก่อนใครในงานจากเพลง “STARRY☆NITE” ที่มีชื่อเดียวกับชื่อวง ที่ได้ปล่อยให้ได้รับฟังมาก่อนหน้านี้ พร้อมขนเพลงใหม่ “เทพธิดาแห่งรัก” มาให้ทุกๆคนรับฟังแบบเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใครเป็นที่แรก กับแนวเพลง J-Pop ผสม City Pop น่ารักสดใส

STARRY☆NITE ประกอบด้วยสมาชิกหลักทั้งหมด 6 คน ได้แก่

ไอซ์วา – วาเศรษฐี สุขขาว,

หวานหวาน – พิชญา กีรติธาดานิยม

เพียว – ปภาวรรณ แสงอรุณ

บี๊บ – สิริมณี หวังไพบูลย์

พรีม – ธัญวรัตม์ ลิ่มสกุล

แพรวพราว – ปทิตตา วัฒนะนุชพงษ์

โดยทั้ง 6 สาวนั้นได้เปิดตัว พรีเดบิวต์ไปเมื่อปลายปีที่แล้วในวันที่ 1 ธันวาคม 2567 ตลอดทั้ง3เดือนได้สะสมประสบการณ์ ฝึกซ้อมและแสดงความสามารถอย่างต่อเนื่องจบได้เดบิวต์เป็นศิลปินไอดอลวงล่าสุดอย่างเป็นทางการกับค่าย IC45 Entertainment และเสียงตอบรับและคำชมต่างๆมากมายจากแฟนๆที่ค่อยติดตามให้กำลังใจน้องๆมาตลอดตั้งแต่เปิดตัว

และสุดท้ายพวกเราขอฝากเนื้อฝากตัวน้องๆทั้ง 6 คนไว้ในอ้อมใจของพี่ๆทุกๆท่านด้วยนะคะ 

ติดตามช่องทางโซเชี่ยลต่างๆของพวกเราได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/StarryNiteTH
Instagram : https://www.instagram.com/starrynite.official
X (Twitter) : http://www.x.com/starryniteTH
Tiktok : https://www.tiktok.com/@starrynite.official

#StarryNite #IC45Ent #IC45

มรส.ยกระดับน้ำซอสผัดไทยท่าฉาง นำเครื่องมือวิศวกรสังคมผลิตน้ำซอสสู่ตลาดโลก

มรส.ยกระดับน้ำซอสผัดไทยท่าฉาง  นำเครื่องมือวิศวกรสังคมผลิตน้ำซอสสู่ตลาดโลก

มรส.ยกระดับน้ำซอสผัดไทยท่าฉาง นำเครื่องมือวิศวกรสังคมผลิตน้ำซอสสู่ตลาดโลก

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) ร่วมกับโรงงานบริการนวัตกรรมอาหาร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้จัดทำโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยการยกระดับน้ำซอสผัดไทยท่าฉางสอดรับกับนโยบาย Soft Power ของรัฐบาล ส่งเสริมวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยสู่ตลาดโลก ผลักดันเศรษฐกิจพัฒนาน้ำซอสผัดไทยท่าฉาง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในชุมชน ด้วยเครื่องมือวิศวกรสังคม ไทม์ไลน์กระบวนการ และนำเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่มาบูรณาการ เสริมสร้างเอกลักษณ์และยกระดับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ผัดไทยท่าฉาง ชูวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพสูง น้ำตาลมะพร้าวกุ้งสดจากอ่าวไทย พริก และกะปิที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น โดยผู้ประกอบการในพื้นที่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมาตรฐานสากลและสามารถแข่งขันในตลาดสากลได้

ดร.วริศรา สมเกียรติกุล อาจารย์ประจำหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต คณะวิทยากรจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ผู้รับผิดชอบโครงการกล่าวว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำซอสผัดไทยท่าฉางไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับคุณภาพสินค้า แต่ยังส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ปัจจุบันน้ำซอสผัดไทยท่าฉางได้พัฒนาและยกระดับตามมาตรฐาน อย. พร้อมทั้งมีข้อมูลโภชนาการครบถ้วน และพร้อมจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ “น้ำซอสผัดไทยแม่เพ็ญ” ซึ่งได้มีการวางแผนการตลาดออนไลน์ เพื่อขยายฐานลูกค้าในประเทศและต่างประเทศต่อไป

ด้าน นายสุกิจ มีพริ้ง นายอำเภอท่าฉาง กล่าวว่าผัดไทยท่าฉางได้รับการยกย่องจากกระทรวงวัฒนธรรมเป็นอาหารท้องถิ่นประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายใต้โครงการ “1 เมนู เชิดชูถิ่น” ซึ่งมีการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีในการส่งเสริมคุณภาพผลิตภัณฑ์และการพัฒนาในระดับสากล ภายใต้แนวทางของนโยบาย Soft Power ของรัฐบาล เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นมีศักยภาพในการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและตลาดโลก

สำหรับน้ำซอสผัดไทยท่าฉางที่พัฒนาในโครงการฯมีการจัดจำหน่ายภายใต้การสนับสนุนจากวิสาหกิจชุมชนเพื่อพัฒนาบ้านหนองดูน โดยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานจาก อย. พร้อมข้อมูลโภชนาการที่ครบถ้วน เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในความปลอดภัยและคุณภาพของสินค้า

การพัฒนาน้ำซอสผัดไทยท่าฉาง ถือเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหารในพื้นที่ และการผลักดันวัฒนธรรมไทยไปสู่สากล ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนที่ยั่งยืนและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น

ซินโครตรอนร่วมแสดงผลงานการแพทย์ในงานเปิดศูนย์ดูแลสุขภาพภูชีวกะ

ซินโครตรอนร่วมแสดงผลงานการแพทย์ในงานเปิดศูนย์ดูแลสุขภาพภูชีวกะ

ซินโครตรอนร่วมแสดงผลงานการแพทย์ในงานเปิดศูนย์ดูแลสุขภาพภูชีวกะ

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) โดย ดร.กาญจนา ธรรมนู หัวหน้าส่วนวิจัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข พร้อมด้วยนักวิจัยในส่วนวิจัยฯ และเจ้าหน้าที่ส่วนบริการอุตสาหกรรมและสังคมได้นำผลงานวิจัยทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขไปร่วมจัดนิทรรศการภายในพิธีเปิด “ศูนย์ดูแลสุขภาพเชิงฟื้นฟูและป้องกันภูชีวกะ” ณ ต.ตูม อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา

ผลงานที่สถาบันฯ นำไปจัดแสดงคือ 1.การศึกษาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ครีมทาผิวจากสารสกัดแจงสุรนารี ซึ่งมีการจัดทำต้นแบบครีมทาผิวจากสารสกัดแจงสุรนารีเพื่อจัดแสดงภายในงาน และ 2.การวิจัยสารสกัดสมุนไพรศักยภาพต่อฤทธิต้านเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และการศึกษากลไกการออกฤทธิ์ด้วยเทคโนโลยีแสงซินโครตรอน

สำหรับศูนย์ดูแลสุขภาพเชิงฟื้นฟูและป้องกันภูชีวกะ เป็นศูนย์เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ดูแลกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโดยใช้สมุนไพรและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมีความร่วมมือในการวิจัยร่วมกับเครือข่ายต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน สถาบันอาหาร สถาบันนวัตกรรม เครือเบทาโกร และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ซึ่งการนำนิทรรศการไปร่วมจัดแสดงครั้งนี้จะเป็นการสร้างความร่วมมือวิจัยสู่วิสาหกิจชุมชน และยกระดับนวัตกรรมสมุนไพรด้วยเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนในอนาคตต่อไป

มช.คว้าเกียรติบัตร ‘Carbon Neutral’ จากกิจกรรม ‘ลูกช้างเดินขึ้นดอย มช.’ ประเพณีแห่งความสามัคคี สิ่งแวดล้อมยั่งยืน

มช.คว้าเกียรติบัตร ‘Carbon Neutral’  จากกิจกรรม ‘ลูกช้างเดินขึ้นดอย มช.’  ประเพณีแห่งความสามัคคี สิ่งแวดล้อมยั่งยืน

มช.คว้าเกียรติบัตร ‘Carbon Neutral’ จากกิจกรรม ‘ลูกช้างเดินขึ้นดอย มช.’ ประเพณีแห่งความสามัคคี สิ่งแวดล้อมยั่งยืน

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับเกียรติบัตร Carbon Neutral จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ในฐานะผู้จัดกิจกรรม CMU Trekking 2024 ซึ่งสามารถจัดงานแบบ Carbon Neutral Event หรือกิจกรรมที่ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจนเป็นศูนย์
ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยในการมุ่งสู่การเป็น Green University ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

CMU Trekking 2024 เป็นกิจกรรมประเพณีประจำปีของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 โดยเป็นการเดินเทรคกิ้งขึ้นสู่ พระธาตุดอยสุเทพ เพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง แต่นอกเหนือจากการสืบทอดวัฒนธรรมอันดีงามแล้ว ในปีนี้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังได้ยกระดับมาตรฐานของงานให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยดำเนินมาตรการ คำนวณและชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรม เป็นปริมาณ 107 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO.2eq)

ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านแนวทาง Carbon Credit และโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ถือเป็นแบบอย่างให้กับสถาบันการศึกษาและองค์กรอื่นๆ ที่ต้องการปรับตัวสู่อนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เกียรติบัตรนี้ได้รับการลงนามรับรองโดย นางณัฐริกา วายุภาพ นิติพน รองผู้อำนวยการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (รักษาการผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก) ซึ่งเป็นหลักฐานแห่งความสำเร็จของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์วัฒนธรรมและการดูแลสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ยังคงเดินหน้าพัฒนาแนวทาง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นต้นแบบให้กับสถาบันการศึกษาและองค์กรต่างๆ ในอนาคต

รายงานพิเศษ : ชายแดนใต้ชี้จุดอ่อนที่รัฐต้องเร่งพัฒนา ปากท้อง-การศึกษา-โครงสร้างพื้นฐาน

รายงานพิเศษ : ชายแดนใต้ชี้จุดอ่อนที่รัฐต้องเร่งพัฒนา  ปากท้อง-การศึกษา-โครงสร้างพื้นฐาน

รายงานพิเศษ : ชายแดนใต้ชี้จุดอ่อนที่รัฐต้องเร่งพัฒนา ปากท้อง-การศึกษา-โครงสร้างพื้นฐาน

วันพุธ ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เวทีระดมสมองเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนภาคใต้ชายแดน เผยปัตตานีมีคะแนน SDG Index สูงสุด ขณะที่ภาพรวมระดับภาคยังเผชิญกับปัญหาปากท้อง ความยากจนและการศึกษาไม่ตอบโจทย์ ย้ำรัฐเร่งพัฒนาให้ต้องสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ส่งเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตสู่ความยั่งยืน

ผศ.ชล บุนนาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า ศูนย์ฯได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และคณะทำงานระดับภาคใต้ชายแดน เปิดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการ “นำเสนอข้อมูลความท้าทายด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับภูมิภาคและรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยข้อเสนอแนะเข้มข้น ตั้งแต่แนวทางพัฒนาคุณภาพชีวิต ปากท้อง-การศึกษา-โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการพัฒนาเศรษฐกิจที่ตอบโจทย์พื้นที่ ซึ่งได้รับความสนใจจากภาคีเครือข่ายระดับนโยบายนำโดย น.ส.แคทรียา ปทุมรส รองอธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และคณะ เข้าร่วมรับฟังอย่างใกล้ชิด

ในโอกาสนี้ ผศ.ดร.สมพรช่วยอารีย์ ผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้นำเสนอแนวทางสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาใน 3 ด้าน ได้แก่ การเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และนวัตกรรม การทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมและหน่วยงานรัฐ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านการศึกษาและวิจัย พร้อมเผยโครงการต้นแบบ เช่น โครงการพัฒนาและยกระดับการจัดการเชิงยุทธศาสตร์เพื่อขจัดความยากจนและสร้างโอกาสทางสังคม ซึ่งใช้จังหวัดปัตตานีเป็นกรณีศึกษา เชื่อมโยงการพัฒนาไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่

ขณะที่ทีม SDG Move ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับความท้าทายด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนจาก SDG Index ระดับจังหวัดและระดับภูมิภาคแก่พื้นที่ พบว่า ปัตตานีมีคะแนน SDG Index สูงที่สุด ได้ 56.15 คะแนน โดย SDG 7 : พลังงานสมัยใหม่ SDG 9 :โครงสร้างพื้นฐาน และ SDG 10 :ความเท่าเทียม ทำได้ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับอีกสองจังหวัดชายแดนในส่วนของจังหวัดนราธิวาสได้คะแนน SDG Index อยู่ที่ 51.79 คะแนน และยะลา ได้ 50.09 คะแนน

สำหรับประเด็นความเสี่ยงร่วมกันของภาคใต้ชายแดนที่เกี่ยวข้องกับ SDGs มีทั้งสิ้น 8 เป้าหมาย ได้แก่ SDG 1 : ยุติความยากจน SDG 2 :
ยุติความหิวโหย SDG 3 : สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี SDG 6 : น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล SDG 8 : งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจSDG 11 : เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน SDG 12 : การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน และ SDG 17 : หุ้นส่วนความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

“ปัญหาร่วมสำคัญในพื้นที่ภาคใต้ชายแดนที่ต้องเร่งแก้ไข ได้แก่ ความยากจน การศึกษาที่ไม่มีคุณภาพและเข้าถึงยาก โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่มีประสิทธิภาพ และเศรษฐกิจในพื้นที่ตกต่ำ โดยทางออกที่จะแก้ไขปัญหานั้นต้องอาศัยความรู้ข้ามภาคส่วนและองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ซึ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ร่วมสะท้อนยุทธศาสตร์ที่คาดหวัง เช่น การสนับสนุนการกระจายองค์ความรู้เรื่องเกษตรแบบผสมผสาน งานวิจัยศึกษาความต้องการสวัสดิการที่ตอบโจทย์ช่วงวัยและบริบทพื้นที่ และนวัตกรรมที่จะช่วยพัฒนาทักษะแรงงานในพื้นที่ โดยเฉพาะด้านการช่างและหัตถกรรม” ผศ.ชลกล่าวสรุป

ใหญ่สุดในอาเซียน!‘สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และนานาชาติ’ คาดเงินสะพัด 420 ล้านบาท

ใหญ่สุดในอาเซียน!‘สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และนานาชาติ’ คาดเงินสะพัด 420 ล้านบาท

ใหญ่สุดในอาเซียน!‘สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และนานาชาติ’ คาดเงินสะพัด 420 ล้านบาท

วันอังคาร ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.24 น.

อลังการ! สมการรอคอย พบกับ “งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23” ใหญ่ที่สุดในอาเซียน มาในธีม “ย ยักษ์ อ่านใหญ่” งานหนังสือครั้งใหม่ ใหญ่กว่าเดิม พบกับ 7 โซนหนังสือดีที่น่าอ่าน ทั้งไทย และต่างประเทศ ให้เลือกช้อปอย่างจุใจกับ 1,200 บูธ จาก 400 สำนักพิมพ์ พร้อมขยายพื้นที่เพิ่มเป็น 20,000 ตร.ม.  จัดเต็มนิทรรศการ – กิจกรรมกว่า 100 อีเว้นท์ สำหรับบุ๊คเลิฟเวอร์ ที่สำคัญ “Bangkok Rights Fair 2025” งานเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์กับ 115 บริษัท จาก 14 ประเทศและเขตแดน ครั้งแรก! กับ PUBAT Café  จิบกาแฟหอมกรุ่น จากร้านดัง, บริการนวดแผนไทย ช่วยผ่อนคลายนักช้อป ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ฮอลล์ 5 – 8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 นายสุวิช รุ่งวัฒนไพบูลย์ นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผยว่า งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 (53rd National Book Fair & 23rd Bangkok International Book Fair 2025) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2568 ณ ฮอลล์ 5 – 8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งปีนี้มีความพิเศษสุด คือ การขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 3 ฮอลล์ เพิ่มเป็น 4 ฮอลล์ ส่งผลให้มีพื้นที่การจัดงานจากเดิม 15,000 ตร.ม. เพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ตร.ม. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับนักอ่านที่เดินทางมาร่วมงานซึ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี รวมทั้งจำนวนผู้ประกอบการสำนักพิมพ์และบริษัทต่าง ๆ ทั้งไทยและต่างประเทศที่ต้องการเข้าร่วมงานที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

 การจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 ในครั้งนี้ จึงยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 53 ปี และเป็นงานซื้อขายหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ภายใต้แนวคิดในธีม “ย ยักษ์ อ่านใหญ่” งานหนังสือครั้งใหม่ ใหญ่กว่าเดิม ซึ่ง “ย ยักษ์” เป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ อลังการ สะท้อนถึงการเติบโตของงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่เป็นมากกว่าการขายหนังสือ แต่ยังรวบรวมหนังสือดีหลากหลายประเภท ทั้งไทยและต่างประเทศ จากสำนักพิมพ์ชั้นนำ พร้อมเสริมทักษะสาระ ความรู้ ความบันเทิง มารวมไว้ในงาน นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

ภายในงาน แบ่งออกเป็น 7 โซน ประกอบด้วย 1. โซนหนังสือนิยายและวรรณกรรม 2. โซนหนังสือการ์ตูนและวัยรุ่น (Book Wonderland)  3. โซนหนังสือเด็กและการศึกษา 4. โซนหนังสือทั่วไป  5. โซนหนังสือเก่า 6.โซนหนังสือต่างประเทศ และ 7. โซน Non – Book  รวมหนังสือมากกว่า 2 ล้านเล่ม จาก 400 สำนักพิมพ์และร้านหนังสือชั้นนำรวม 1,200 บูธ พร้อมพื้นที่พิเศษ PUBAT Creative Zone ภายในงานยังมีนิทรรศการให้ชมกว่า 10 นิทรรศการ และกิจกรรมสร้างสรรค์อีกกว่า 100 กิจกรรม อาทิ

#ไฮไลท์ นิทรรศการและกิจกรรมประกอบไปด้วย

1. นิทรรศการเยี่ยมยักษ์ : การจำลองโต๊ะทำงานของยักษ์พิเภก พร้อมข้าวของเครื่องใช้ขนาด Oversized ที่เปิดให้นักอ่านเข้าไปเยี่ยมชม ขณะที่พี่ยักษ์กำลังนอนหลับ ซึ่งในนิทรรศการจะมีการจัดแนะนำหนังสือในหัวข้อ “หนังสือธรรมดา ๆ เล่มนั้น ที่เธอก็น่าจะลองอ่านนะ” ซึ่งเป็นหนังสือที่แนะนำโดยผู้อ่านทางบ้าน ซึ่งอาจจะเป็นหนังสือธรรมดา ๆ  แต่มีความพิเศษสุด

2. นิทรรศการแปลหนังสือไทย เพื่อเผยแพร่ไปยังต่างประเทศ : การแสดงหนังสือไทยที่ถูกคัดเลือกให้รับทุนสนับสนุนการแปลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเผยแพร่ไปยังต่างประเทศ จาก สศร. จำนวน 15 เล่ม ผ่านห้องลับในหนังสือกองยักษ์ที่พลาดไม่ได้ อาทิ จิ้งจกหางด้วน โดยฤทัย จงสฤษดิ์ จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA Shop), เที่ยวบ้านเพื่อนสนุกจัง โดยกฤษณะ กาญจนาภา, วชิราวรรณ ทับเสือ จากสำนักพิมพ์สานอักษร, วินาทีไร้น้ำหนัก โดยวุฒิชัย กฤษณะประกรกิจ จากสำนักพิมพ์มติชน, กี่บาดโดยประเสริฐศักดิ์ ปัดมะริด จากสำนักพิมพ์คมบาง, ผ่านพบไม่ผูกพัน โดยเสกสรรค์ ประเสริฐกุล จากบริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด เป็นต้น

3. นิทรรศการ Book Power : การแสดงหนังสือที่ถูกแนะนำจากคนสำคัญของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ Soft Power ทั้งยังมีกิจกรรมเขียนหนังสือให้ยักษ์อ่าน เปิดให้ผู้ร่วมงานช่วยกันแต่งเติมเรื่องราวให้สอดคล้องกับคนที่เขียนประโยคก่อนหน้า, กิจกรรม สอยยักษ์ รับมิชชั่นจากฟ้า การสอยดาวจากต้นถั่วของแจ็ค เพื่อลุ้นรับภารกิจที่แนะนำให้ลองทำในงานหนังสือ หรือลุ้นรับของรางวัล โดยผู้ร่วมงานสามารถนำใบเสร็จที่ซื้อหนังสือครบ ทุก 500 บาท มาแสดงเพื่อร่วมกิจกรรมลุ้นสอยดาวได้ 1 ครั้ง 

 4. นิทรรศการ ๗๐ พรรษา ๗ พระราชนิพนธ์แปลทรงคุณค่าในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดย บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด 

5. นิทรรศการวรรณกรรมรางวัลพานแว่นฟ้า ประจำปี 2568 โดย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฏร์ และรัฐสภา

6. นิทรรศการหนังสือดีเด่น ประจำปี 2568 โดย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

7. นิทรรศการ Little Read Storyverse จักรวาลล้านเรื่องเล่า : จัดแสดงหนังสือภาพ มุมวาดเขียน และกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจ จากเหล่านักอ่านที่พร้อมจะนำทุกคนออกเดินทางสู่ “จักรวาลล้านเรื่องเล่า” ดินแดนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแสนมหัศจรรย์ละลานล่องลอย นำมาซึ่งความสุข และเพลิดเพลินใจเมื่อได้อ่านและได้ฟัง

8. นิทรรศการ “หนึ่งอ่านล้านตื่น” โดย มูลนิธิหนึ่งอ่านล้านตื่น : พบกับ “ทุนหนังสือตรงใจ ”กิจกรรมมอบทุนจำนวน 10,000 บาท ให้กับโรงเรียนและสถานที่ขาดแคลนจำนวน 20 แห่ง มูลค่ารวม 200,000 บาท เพื่อให้นำไปเลือกซื้อหนังสือภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 ได้ด้วยตนเองตามที่ต้องการ, BookterflyEffect ปรากฏการณ์หนึ่งอ่าน ที่สามารถสร้างล้านการเปลี่ยนแปลง ให้แก่ผู้อ่านและสังคม พร้อมการแชร์ชื่อหนังสือของคนดังที่จะมาสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสังคม, Donation sale สนับสนุนให้นักอ่านได้เลือกซื้อหนังสือที่ต้องการเพื่อส่งมอบให้กับผู้รับได้อ่านแบบ One Stop Service, “Bookathon” การแข่งขันส่งเสริมการอ่านเสนอไอเดียเพื่อพลิกโฉมวงการหนังสือ การอบรมเวิร์คช็อป “Incubation ครั้งที่ 1” การเสวนา BooKATrend จับกระแสสังคมที่จะเปลี่ยนแปลงวงการหนังสือไทย,  DesAI Thinking กระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย และ Mentoring Session พบกับผู้เชี่ยวชาญที่จะเป็นพี่เลี้ยงแนะนำไอเดียอย่างใกล้ชิด, ABC Killer Pitching เทคนิคการนำเสนออย่างไรให้โดนใจผู้ฟัง เป็นต้น

9. กิจกรรม Author’s Salon : การเปิดพื้นที่ให้นักเขียนอิสระและนักเขียนทุกประเภท รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา ได้มาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแบ่งปันประสบการณ์การเขียนกับนักอ่าน ภายใต้บรรยากาศที่เป็นกันเอง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้และแรงบันดาลใจให้กับนักอ่าน รวมทั้งได้รับแนวคิดและข้อมูลที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ และเป็นพื้นที่ให้นักอ่านได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้ และวัฒนธรรม

10. โครงการ Global Author Spotlight : จัดโครงการเชิญนักเขียนต่างประเทศ (Global Author Spotlight) เพื่อให้นักอ่านไทยได้พบปะและทำกิจกรรมร่วมกับนักเขียนที่มีผลงานโดดเด่นจากนานาชาติ โดยในปีนี้ มีนักเขียนที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ 6 ราย/หน่วยงาน ได้แก่

1. เอซรา คีริลล์ เออร์เกอร์ จากเยอรมัน ผู้เขียน Salaryman Unbound (เกมฆาตกร) 2. เมาริ กุนนัส จากฟินแลนด์ผู้เขียน Good Night Mr. Clutterbuck (ราตรีสวัสดิ์นะคุณปุ๊บปั๊บ), Santa and the Magic Drum (ซานตาคลอสกับกลองมนตรา) และอื่น ๆ 3. ทองใบ โพทิสาน ศิลปินดีเด่นสาขาวรรณกรรม นักประพันธ์รางวัลซีไรต์ ประธานสมาคมนักประพันธ์ลาว และ รศ.แสงฟ้า โหลานุพาบ นักประพันธ์รางวัลวรรณกรรมแม่น้ำโขง จากสปป.ลาว 4. สมาคมนักเขียนแห่งประเทศกัมพูชา 5. เดวิด ซิมส์ จากสกอตแลนด์ ผู้เขียน Soft City: Building Density for Everyday Life 6. เว็กซ์ คิงส์ จากอังกฤษ ผู้เขียน GOOD VIBES, GOOD LIFE ใช้คลื่นพลังบวกดึงดูดพลังสุข

11. โครงการ PUBAT Contest : พบกับ กิจกรรม “ย ยักษ์นักพรูฟ” การแข่งขันค้นหาคำไทย คำไหนผิด, “ย ยักษ์นักอ่าน” การแข่งขันทดสอบความรู้ของนักอ่าน ในหมวดหนังสือประเภทต่างๆ

ทั้งนี้นิทรรศการแปลหนังสือไทย นิทรรศการ Book Power นิทรรศการ Little Read Storyverse กิจกรรม Author’s Salon และกิจกรรม Global Author Spotlight จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ PUBAT และ THACCA ด้วยการสนับสนุนหลักจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

นายสุวิช กล่าวอีกว่า โดยกิจกรรมข้างต้น อีกหนึ่งกิจกรรมที่ถือเป็นไฮไลท์สำคัญคือ Bangkok Rights Fair 2025 งานจับคู่ธุรกิจเพื่อการซื้อขายลิขสิทธิ์หนังสือนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 โดยการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ระหว่างวันที่ 28 – 29 มีนาคม 2568 ณ ห้อง MR208 ชั้น 2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยในครั้งนี้มีสำนักพิมพ์และตัวแทนลิขสิทธิ์เข้าร่วมกว่า 115 บริษัท จาก 14 ประเทศและเขตแดน อาทิ สหราชอาณาจักร จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อินเดีย อินโดนีเซีย เกาหลี ไต้หวัน พม่า ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย โดยภายในงานตั้งเป้าหมายที่จะมีการเจรจาการค้า (Business Matching) มากกว่า 200 คู่ คาดว่าจะมีมูลค่าการซื้อขายลิขสิทธิ์เกิดขึ้นในงานกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 68.5 ล้านบาท

“หลังประสบความสำเร็จจากการเจรจาธุรกิจ Bangkok Rights Fair 2024 ในครั้งก่อน ทำให้การจัดงานในครั้งนี้ได้รับความสนใจจากสำนักพิมพ์และตัวแทนลิขสิทธิ์จากหลายประเทศ ที่กำลังมองหาผลงานเขียนจากนักเขียนไทย โดยภายในงานนอกจากจะเปิดให้มีการพบปะระหว่างนักเขียนไทยกับสำนักพิมพ์และตัวแทนลิขสิทธิ์จากประเทศต่าง ๆ แล้ว สมาคมฯ ยังมีแผนลงนามข้อตกลงการแลกเปลี่ยนและร่วมพัฒนางานหนังสือ และงานซื้อขายแลกเปลี่ยนลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศกับองค์กรต่าง ๆ ได้แก่ 1. Taiwan Creative Content Agency (TAICCA) ข้อตกลงแลกเปลี่ยนการสนับสนุนทุนสำหรับเข้าร่วมงานซื้อขายลิขสิทธิ์ในงาน Taipei International Book Exhibition และ Bangkok Rights Fair 2. Kota Buku ข้อตกลงการร่วมพัฒนางานซื้อขายแลกเปลี่ยนลิขสิทธิ์ ระหว่าง Asian Rights Fair และ Bangkok Rights Fair อีกด้วย ขณะที่ภายในโซนต่างประเทศ ยังมีบูธจากต่างประเทศที่มานำเสนอหนังสือ ลิขสิทธิ์หนังสือ รวมถึงเผยแพร่วัฒนธรรมจาก อังกฤษ จีน เกาหลี อินเดีย อิหร่าน ไต้หวัน กัมพูชา และยูเครน ด้วย” 

พิเศษสุด! ในปีนี้เอาใจสายคาเฟ่ “PUBAT Cafe” ครั้งแรกกับบูธจำหน่ายเครื่องดื่มกาแฟ จากร้านดัง ROWIE’S x PUBAT café มาพร้อมเมนูพิเศษ Exclusive เฉพาะภายในงานนี้เท่านั้น

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพื้นที่พิเศษ โดย บริษัท อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ จำกัด  มาเนรมิตพื้นที่ให้นั่งอ่านหนังสือแบบชิล ชิล หลังจากเดินช้อปจนจุใจ และยังมีบริการนวดแผนไทย โดยการสนับสนุนจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก รวมทั้งยังมีไปรษณีย์ไทย มาเปิดให้บริการจัดส่งสินค้าให้ในราคาพิเศษอีกด้วย

สำหรับการจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 53 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 23 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา เวลา 10.00 – 21.00 น. ณ ฮอลล์ 5 – 8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 1.3 ล้านคน มียอดขายกว่า 420 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5 – 10%

สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจ ThaiBookFair