บางกอกเคเบิ้ล จับมือ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ สนับสนุนการดูแลป้องกันพื้นที่ป่า 6,000 ไร่

บางกอกเคเบิ้ล จับมือ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ สนับสนุนการดูแลป้องกันพื้นที่ป่า 6,000 ไร่

บางกอกเคเบิ้ล จับมือ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ สนับสนุนการดูแลป้องกันพื้นที่ป่า 6,000 ไร่

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.42 น.

บางกอกเคเบิ้ล จับมือ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง เข้าร่วมโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน สนับสนุนงบประมาณกว่า 17 ล้าน ดูแลพื้นที่ป่า 6,000 ไร่ ป้องกันป่าเสื่อมโทรม-เพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอนหวังลดคาร์บอนมากกว่า 5,400 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมมอบเงินพิเศษเพิ่มอีก 1 ล้าน ตะลุยอีก 4 โครงการย่อย ติดตั้งโซลาร์เซลล์ในโรงเรียน-จัดนิทรรศการวิทยาศาสตร์-พัฒนาศูนย์เด็กใฝ่ดี-รับรองปริมาณคาร์บอนเครดิตจากป่าชุมชน ตอกย้ำแนวคิดเซฟคน-เซฟเมือง-เซฟสิ่งแวดล้อม

กรรติกา ปรีชาหาญ ปธ.เจ้าหน้าที่บริหาร บจ.สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล และ ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ปธ.เจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมลงนามในสัญญาความร่วมมือโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

พงศภัค นครศรี ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด หรือ Bangkok Cable (BCC) ผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาสายไฟฟ้าและสายเคเบิลชั้นนำของประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ในโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนโดย ร่วมสนับสนุนงบประมาณกว่า 17 ล้านบาท สำหรับการดูแลพื้นที่ป่ากว่า 6,000 ไร่ เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ป่าเสื่อมโทรมป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า ลดปัญหาการเกิดไฟป่า และเพิ่มพูนการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Green House Gas) บรรเทาปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

พงศภัค นครศรี ปธ.เจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บจ.สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล

“เราเป็นองค์กรที่มีความมุ่งมั่นในการเซฟคน เซฟเมือง เซฟสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และโครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ถือเป็นตัวกลางที่ช่วยเชื่อมเราให้เข้าถึงชุมชนที่ใช้ชีวิตอยู่กับป่า เป็นผู้ดูแลป่า เชื่อมให้เราสามารถร่วมสนับสนุนบุคลากรที่มีส่วนสำคัญตั้งแต่รากฐานในการดูแล ป้องกัน และบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เรามุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการนี้จะช่วยให้ประเทศไทยมีผืนป่าที่ได้รับการดูแลอย่างยั่งยืน มีส่วนร่วมในการบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อนต่อไป” พงศภัค กล่าว

คณะผู้บริหาร BCC บริจาคเงินเพิ่มเติมอีก 1 ล้านบาท ให้มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ

โครงการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นโครงการภายใต้ความร่วมมือระหว่างมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และภาคีภาครัฐและเอกชน อาทิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรับมือกับภาวะโลกร้อนหรือโลกรวนรวมทั้งไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือฝุ่น PM 2.5 ซึ่งมีสาเหตุสำคัญจากการเผาไหม้เครื่องจักร โดยเฉพาะเครื่องยนต์ และฝุ่นควันจากไฟป่า ปัจจุบัน มีพื้นที่ป่าภายใต้ความดูแลของโครงการครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัด รวม 147,037 ไร่ 120 ชุมชน โดย บริษัท สายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ล จำกัด ถือเป็นสมาชิกรายล่าสุดภายใต้ความร่วมมือนี้ และคาดว่าจะมีส่วนช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์อย่างน้อย 5,400 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในช่วง 3 ปี

บรรยากาศการลงพื้นที่ดูแลป่า

พงศภัค กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากการสนับสนุนมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯภายใต้โครงการดังกล่าวแล้ว บริษัทยังได้บริจาคเงินเพิ่มเติมอีก 1 ล้านบาทให้แก่มูลนิธิ เพื่อดำเนินงานในอีก 4 โครงการย่อย ได้แก่ 1.โครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับโรงเรียนบ้านขาแหย่งพัฒนา จ.เชียงราย เพื่อช่วยส่งเสริมการเข้าถึงพลังงานสะอาดในพื้นที่ชนบท 2.โครงการ Science Fair ให้เยาวชนดอยตุงได้เรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้และแรงบันดาลใจในการเติบโตสู่อนาคต 3.โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงราย สนับสนุน “ศูนย์เด็กใฝ่ดี” เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กและเยาวชน และ 4.โครงการสนับสนุนการรับรองปริมาณ Carbon Credit จากป่าชุมชน เพื่อส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

พื้นที่ป่าภายใต้การดูแล

“บางกอกเคเบิ้ลเป็นองค์กรของคนสายวิทย์ พนักงานจำนวนมากของเราเป็นวิศวกร เป็นนักเคมี เป็นช่างและวันนี้เราไม่ได้ทำแค่สายไฟฟ้าแต่เราพยายามขับเคลื่อนทิศทางองค์กรไปสู่การใช้พลังงานสะอาดทั้งโซลาร์เซลล์ EV Charger เราจึงอยากเข้าไปมีส่วนร่วมสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด การพัฒนาเด็กและเยาวชนด้านวิทยาศาสตร์ตลอดจนการดูแลสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างยั่งยืน ผ่านการนำร่องสนับสนุนใน 4 โครงการนี้” พงศภัค กล่าว

โรงเรียนบ้านขาแหย่งพัฒนาที่รอเข้าไปติดตั้งโซลาร์เซลล์

ทั้งนี้ บริษัทจะยังคงมุ่งหน้าขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด เซฟคน เซฟเมือง เซฟสิ่งแวดล้อม อย่างต่อเนื่อง รวมถึงอาจพิจารณาสร้างความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯและองค์กรอื่นๆ ในโครงการที่มีส่วนสำคัญในการเซฟคน เซฟเมือง เซฟสิ่งแวดล้อม เพิ่มเติมในอนาคต

เจตนิน ฉลอง 30 ปี ผู้นำด้านการรักษาผู้มีบุตรยาก เติมเต็มความฝันให้กับทุกครอบครัว

เจตนิน ฉลอง 30 ปี ผู้นำด้านการรักษาผู้มีบุตรยาก เติมเต็มความฝันให้กับทุกครอบครัว

เจตนิน ฉลอง 30 ปี ผู้นำด้านการรักษาผู้มีบุตรยาก เติมเต็มความฝันให้กับทุกครอบครัว

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.34 น.

โรงพยาบาลเจตนิน โดย พล.ต.อ.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ ประธานกรรมการบริษัท เจตนิน จำกัด จัดงาน “Jetanin 30 Years Anniversary Celebration” เฉลิมฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ตลอด 30 ปีแห่งความเชื่อมั่นในการให้เจตนินเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความฝันของผู้มีบุตรยากจากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก โดยมีแขกผู้มีเกียรติและบุคคลสำคัญในแวดวงสาธารณสุข ธุรกิจและวงการบันเทิงร่วมแสดงความยินดี ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมคาเพลลา แบงค็อก เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2568

พล.ต.อ.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ เผยว่า ตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่ผ่านมา เจตนินมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ด้วยมาตรฐานระดับสากล มุ่งเน้นการให้บริการที่ครอบคลุมและครบวงจร ตั้งแต่การวางแผนการรักษาและให้คำปรึกษาสำหรับผู้มีบุตรยาก การทำ IVF/ICSI การตรวจโครโมโซมตัวอ่อน (PGT-A) ไปจนถึงการฝากแช่แข็งไข่ นอกจากนี้ เจตนินยังมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์มากถึง 8 ท่าน ร่วมด้วยนักวิทยาศาสตร์ที่ผ่านการรับรองจาก European Society of Human Reproduction and Embryology  (ESHRE) ซึ่งล้วนแต่เป็นวิทยาศาสตร์มากฝีมือที่มีประสบการณ์ด้านการเพาะเลี้ยงตัวอ่อน นอกจากนี้ เจตนิน IVF ยังได้รับการรับรองจากสถาบันรับรองคุณภาพระดับสากลถึง 2 แห่งด้วยกัน ทั้งการรับรอง JCI (Joint Commission International) จากประเทศสหรัฐอเมริกา และRTAC (Reproductive Technology Accreditation Committee) จากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพการให้บริการในระดับสากล

พล.ต.อ.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ และทีมผู้บริหาร

“ปัจจุบันเจตนินมีทีมบุคลากรกว่า 300 คน ที่พร้อมให้บริการและดูแลทุกครอบครัว โดยเรายังคงยึดมั่นในการรักษาความเชี่ยวชาญ และให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างโอกาสให้ทุกครอบครัวได้สัมผัสกับ ความสุขในการมีบุตร และในโอกาสพิเศษนี้ เจตนินขอยืนยันถึงความตั้งใจและความมุ่งมั่นของเรา ที่จะก้าวต่อไปอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งพัฒนาคุณภาพการให้บริการและการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยดูแลผู้มีบุตรยาก และช่วยเติมเต็มครอบครัวให้สมบูรณ์ต่อไป” พล.ต.อ.นพ.จงเจตน์ กล่าว

หนึ่งในไฮไลต์ที่สำคัญของงานคือการสัมภาษณ์แขกรับเชิญสุดพิเศษ พร้อมทั้งพิธีกรของงานอย่าง อั๋น-ภูวนาท คุนผลิน ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้ดำเนินรายการเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ที่เคยเข้ารับบริการจากเจตนิน และประสบความสำเร็จในการมีบุตรจากที่นี่ โดยเรื่องราวที่ถูกนำมาแบ่งปันนั้นเป็นความประทับใจและประสบการณ์จริง ซึ่งแต่ละเรื่องราวล้วนสะท้อนถึงความเป็นผู้เชี่ยวชาญของเจตนินในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น พิมพ์ทอง ภควัตสุนทร – นวณัฐ มหรรฆสุวรรณ,โภคิน – พัชราพรรณ สุสมาวัตนะกุล,พญ.ปาริฉัตร ไกรทัศน์ และ ดา เอ็นโดรฟิน มาร่วมสร้างสีสันให้กับงานด้วยเสียงเพลง ปิดท้ายด้วย ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมมาเล่าถึงความประทับใจถึงการรับบริการที่เจตนินที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ ซึ่งช่วยให้คุณผึ้งได้สัมผัสกับช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดในชีวิต นอกจากนี้ ภายในงานมีกิจกรรมและช่วงเวลาแห่งความสุข มากมาย แขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานต่าง เพลิดเพลินกับบรรยากาศอันอบอุ่นพร้อมสัมผัสกับความน่ารักของเด็กๆ หลากหลายช่วงวัยที่มาร่วมสร้างสีสันและรอยยิ้มให้กับทุกคนในงาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและความประทับใจ และยังเป็นการตอกย้ำถึงความสำเร็จที่ยาวนานกว่า 30 ปี ของเจตนิน ที่ได้สร้างครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นอย่างแท้จริง

อั๋น-ภูวนาท คุนผลิน และ ดา เอนโดรฟิน เผยความประทับในการใช้บริการ

ตลอดเวลากว่า 30 ปี ที่เราได้ดูแลจากรุ่นสู่รุ่น เจตนินมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยีทางการแพทย์ และคุณภาพการรักษา เพื่อให้ทุกครอบครัวได้รับโอกาสที่ดีที่สุดในการมีบุตร เจตนินขอขอบคุณทุกความไว้วางใจที่มอบให้ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา พวกเราภูมิใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความฝันของทุกครอบครัว

พญ.ปาริฉัตร ไกรทัศน์, พิมพ์ทอง ภควัตสุนทร – นวณัฐ มหรรฆสุวรรณ,โภคิน – พัชราพรรณ สุสมาวัตนะกุล

ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเจตนินพร้อมเติมเต็มความฝันให้กับทุกครอบครั

ผู้สนใจสามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ที่ เจตนิน ตั้งอยู่ในซอยชิดลม ถนนเพลินจิต ลุมพินี ปทุมวัน กรุงเทพฯ โทร: 02-655-5300, www.jetanin.com,อีเมล: info@jetanin.com, ไลน์ OA: @jetanin, อินสตาแกรม: Jetanin_hospital และเฟซบุ๊ก: Jetanin hospital

มูลนิธิทีทีบี สร้างพื้นที่เชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรเพื่อสังคม ในงาน ttb Networking Workshop เปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

มูลนิธิทีทีบี สร้างพื้นที่เชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรเพื่อสังคม  ในงาน ttb Networking Workshop เปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

มูลนิธิทีทีบี สร้างพื้นที่เชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรเพื่อสังคม ในงาน ttb Networking Workshop เปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิทีทีบี เดินหน้าจัดงาน Networking Workshop เปิดพื้นที่เชื่อมโยงเครือข่ายและโอกาสในการสนับสนุนงานด้านการพัฒนาสังคม ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่ส่งเสริมการสร้างเครือข่าย อาทิ เรียนรู้และแบ่งปันเครื่องมือเพื่อวิเคราะห์ ทบทวนเป้าหมายการทำงานขององค์กร พร้อมแลกเปลี่ยนและหาแนวทางในการทำงานที่ส่งเสริมกันและกัน โดยมีตัวแทนกว่า 20 องค์กรด้านการพัฒนาสังคม ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมขน ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ในด้านต่างๆ เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องต่อชุมชนของตัวเองเพื่อร่วมเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

มาริสา จงคงคาวุฒิ

นางสาวมาริสา จงคงคาวุฒิ หัวหน้ากิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืนทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า “มูลนิธิทีทีบีได้จัดงาน ttb Networking Workshopต่อเนื่อง และได้รับการตอบรับจากเครือข่ายองค์กรภาคีด้านการพัฒนาสังคมเป็นอย่างดีซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมูลนิธิทีทีบีในการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับองค์กรเครือข่าย โดยเรามีเป้าหมายต้องการสร้างมิตรภาพและเครือข่ายระหว่างองค์กรที่ทำงานด้านการพัฒนาสังคมได้เรียนรู้และแบ่งปันเครื่องมือ มีการวิเคราะห์ ทบทวนเป้าหมายการทำงานขององค์กร รวมถึงแลกเปลี่ยนและหาโอกาสในการทำงานที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อส่งต่อองค์ความรู้สู่ชุมชน

“ในส่วนของทีทีบีทุกๆ ปี จะมีอาสาสมัครทีทีบีใช้ความรู้ ทักษะของพนักงานไปทำงานจิตอาสากับชุมชน ตามแนวคิด Make REAL Change ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ
วัฒนธรรมองค์กรในการจุดประกายการ “ให้” คืนสู่ชุมชน โดยในปี 2567 ที่ผ่านมามีพนักงานเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครกว่า 4,000 คน เกิดโครงการเปลี่ยนชุมชนเพื่อความยั่งยืน 23 โครงการ และตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนโครงการรวมทั้งสิ้นกว่า 280 โครงการ”

อรุณชัย นิติสุพรรัตน์

นายอรุณชัย นิติสุพรรัตน์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มจิตอาสาที่ช่วยเยียวยาจิตใจผู้ป่วยระยะสุดท้าย “I SEE U Contemplative Care” ให้ความเห็นว่า การเข้าร่วมงาน ttbNetworking Workshop ครั้งนี้ได้ประโยชน์หลายด้าน เช่น การสร้างสัมพันธ์กับเครือข่ายอื่นๆ โดยองค์กรที่เข้มแข็งอย่างทีทีบี จะสามารถช่วยเติมเต็ม I SEE U ได้ไม่ว่าการขยายการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสในการพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ การพัฒนาเครื่องมือในการขับเคลื่อนกิจการ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในด้านการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายได้ตามเป้าหมาย ซึ่งการเข้าร่วมงานในครั้งนี้สัมผัสได้ถึงความจริงใจและพลังของมูลนิธิทีทีบีที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างแท้จริง

สอดคล้องกับความเห็นของนายพีระพจน์ พลอยแก้ว หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิโรงพยาบาลศรีธัญญา กล่าวว่า เข้าร่วมttb Networking Workshop เป็นครั้งที่สองแล้ว สิ่งที่ได้คือ การได้รู้จักเพื่อนจากองค์กรต่างๆ และแลกเปลี่ยนความรู้ รวมถึงแนวคิดของแต่ละองค์กร เป็นโอกาสในการเรียนรู้และนำไปปรับใช้ในการพัฒนางานขององค์กร ซึ่งมูลนิธิเชื่อว่าความรู้เป็นทรัพยากรที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดสร้างความยั่งยืนในการทำงานได้ คนยังให้ความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตน้อยมาก จึงอยากสื่อสารให้สังคมตระหนักและเข้าใจมากขึ้นซึ่งเมื่อ 2 ปีก่อน อาสาสมัครทีทีบีเคยไปช่วยพัฒนาเว็บไซต์ให้ดีขึ้นแล้ว ตอนนี้ยังมีจุดอ่อนเรื่องคอนเทนต์ มองว่า ทีทีบีมีองค์ความรู้เรื่องสร้างคอนเทนต์ที่ทันสมัยและน่าสนใจคิดว่าหากได้องค์ความรู้เพิ่มเติมน่าจะช่วยทำให้คอนเทนต์ที่นำเสนอได้รับความสนใจและได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

พีระพจน์ พลอยแก้ว

ปิดท้ายกับเสียงสะท้อนของนางสาวษรขวัญ ผุดบัวน้อย เจ้าหน้าที่สื่อสารสังคม มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) กล่าวว่า การเข้าร่วมทำกิจกรรมครั้งนี้เป็นประโยชน์มาก ทำให้ได้พบเครือข่ายใหม่ๆ และเพื่อนร่วมงานที่ทำงานด้วยเป้าหมายเดียวกัน สามารถแลกเปลี่ยนมุมมองและเชื่อมโยงการทำงานระหว่างกันได้ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับเด็ก ซึ่งการมีคอนเนคชั่นถือเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงาน เพราะเราไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ การร่วมมือเป็นพันธมิตรกับองค์กรอื่นๆ จะช่วยเสริมศักยภาพในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาสู่ความสำเร็จได้

“ขอขอบคุณมูลนิธิทีทีบีที่จัดงาน ttb Networking Workshop ทำให้แต่ละองค์กรได้รู้จักกัน แม้ว่าอาจจะมาจากสายงานที่แตกต่างกัน แต่เราก็มีจุดเชื่อมที่สามารถทำงานร่วมกันได้ และยังมุ่งมั่นกับการส่งเสริมพัฒนาเด็ก สอดคล้องกับเป้าหมายของมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก โดยเราเชื่อว่าการทำให้เด็กเห็นศักยภาพและคุณค่าของตัวเอง การส่งเสริมให้เด็กมีเป้าหมายและมุ่งมั่นในการพัฒนาตัวเอง คือการพัฒนาที่ยั่งยืน”

มูลนิธิทีทีบี มุ่งมั่นและตั้งใจเดินหน้าจุดประกายเยาวชนและชุมชน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ติดตามกิจกรรมดีๆ ต่อได้ที่ https://www.ttbfoundation.org

ษรขวัญ ผุดบัวน้อย

เอรินารา บีช รีสอร์ต ภูเก็ต ยกระดับการท่องเที่ยวเมืองไทย เปิดตัว ‘HEALTH TOURISM’ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

เอรินารา บีช รีสอร์ต ภูเก็ต ยกระดับการท่องเที่ยวเมืองไทย  เปิดตัว ‘HEALTH TOURISM’ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

เอรินารา บีช รีสอร์ต ภูเก็ต ยกระดับการท่องเที่ยวเมืองไทย เปิดตัว ‘HEALTH TOURISM’ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพถือเป็นอีกหนึ่งเทรนด์การท่องเที่ยวที่สำคัญและกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะนี้ เพราะการเดินทางที่มีเป้าหมายเพื่อการเยียวยาและฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สถานที่ที่มีธรรมชาติอันงดงามเท่านั้น แต่สิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของเหล่านักท่องเที่ยวยังครอบคลุมถึงการรักษาทางการแพทย์ การดูแลสุขภาพจิต การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย การผ่อนคลายเพื่อความสมดุลของสุขภาพ รวมถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

โรงแรมเอรินารา บีช รีสอร์ต ภูเก็ต (Arinara Beach Resort Phuket) เล็งเห็นและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทย
จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “HEALTH TOURISM” ภายใต้การดูแลจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ เนิร์สเซอรี่โฮม ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและคลินิกกายภาพบำบัด, แอลแอนด์แอล กายภาพบำบัดภูเก็ต, ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์, โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต, บริษัทปูนซิเมนต์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิดเพื่อมอบประสบการณ์แห่งการพักผ่อนที่ผสานความผ่อนคลาย และการดูแลสุขภาพอย่างสมบูรณ์แบบ

ทั้งนี้ ภายในงานทางผู้บริหารระดับสูงของโรงแรม นำโดย สิริรัตน์ เมอร์ฟีย์ร่วมแถลงข่าว และได้รับเกียรติจากนายธีระพงศ์ ช่วยชู ปลัดจังหวัดภูเก็ตนายศิววัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอถลางนายมาโนช พันธ์ฉลาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล และ นายไพโรจน์ ศรีละมุลให้เกียรติเข้าร่วมงานแถลงข่าว “HEALTH TOURISM” ในครั้งนี้

สิริรัตน์ เมอร์ฟีย์ กล่าวว่า Arinara Beach Resort Phuket เชื่อมั่นว่า“HEALTH TOURISM”การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะช่วยส่งเสริมให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิต และสุขภาพที่ดีขึ้น และยังส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจ ชุมชนท้องถิ่น และสถานที่ท่องเที่ยวสามารถพัฒนาแพ็กเกจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่ช่วยสร้างรายได้ พร้อมทั้งกระตุ้นการลงทุนในภาคสุขภาพและอุตสาหกรรมบริการได้เป็นอย่างดีส่งผลให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

‘ปูนอินทรี’ ฉลองวันสตรีสากล สนับสนุน ‘พลังหญิง’ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน

‘ปูนอินทรี’ ฉลองวันสตรีสากล สนับสนุน ‘พลังหญิง’ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน

‘ปูนอินทรี’ ฉลองวันสตรีสากล สนับสนุน ‘พลังหญิง’ สู่พลังขับเคลื่อนความยั่งยืน

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดวงพร บุศราวงศ์

ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยความท้าทาย บทบาทของสตรีในการขับเคลื่อนองค์กรและสังคมไปสู่ความยั่งยืนได้รับความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในปีนี้ เนื่องในโอกาสวันสตรีสากลซึ่งมีธีม “Accelerate Action” ที่เน้นการเร่งสร้างความเท่าเทียมทางเพศ โดย บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ ปูนอินทรี ยังคงยืนหยัดในการส่งเสริมศักยภาพของผู้หญิงในองค์กร ด้วยความเชื่อมั่นว่าพลังของผู้หญิง คือกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโลกและสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

การสนับสนุนบทบาทของสตรีในองค์กรไม่เพียงแต่เป็นการส่งเสริมความเท่าเทียม แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทอีกด้วย ดวงพร บุศราวงศ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบริหารทรัพยากรบุคคล บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ ปูนอินทรี ได้กล่าวถึงแนวทางของกลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง ทั้งในประเทศไทย และในภูมิภาค ที่ให้ความสำคัญและเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทำงานได้อย่างเท่าเทียมทั้งสนับสนุนความก้าวหน้าในสายงาน การเปิดกว้างยอมรับ และให้คุณค่าของบุคลากรที่หลากหลายในองค์กร โดยเน้นสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีที่สุดสำหรับพนักงาน และดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่ต้องการร่วมงานกับองค์กรในอนาคต เพื่อให้เป็นสถานที่ทำงานที่ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตัวเองไปสู่ความสำเร็จพร้อมองค์กร 

“ปูนซีเมนต์นครหลวง เน้นการปฏิบัติอย่างเสมอภาค และมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้างและเท่าเทียม ตั้งแต่การคัดเลือกพนักงานเข้ามาทำงาน การพัฒนาทักษะ และสนับสนุนการเติบโตในสายงานโดยไม่มีการแบ่งแยก เปิดกว้างให้พนักงานทุกคนได้แสดงความคิดเห็น และให้เกียรติซึ่งกันและกัน ซึ่งพนักงาน
ทุกคนสามารถแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่โดยแนวทางที่ปูนซีเมนต์นครหลวง ให้ความสำคัญนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้สังคมเปิดกว้างมากขึ้นและก้าวสู่ความเสมอภาคอย่างเท่าเทียม บริษัทฯ เชื่อว่าความหลากหลายทางความคิดและมุมมองของพนักงานหญิงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้องค์กรสามารถแข่งขันและเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคปัจจุบัน นอกจากนั้น เรายังให้ความสำคัญกับพนักงานผู้หญิงที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านความยั่งยืน และสนับสนุนให้พนักงานหญิงทุกคนกล้าที่จะแสดงศักยภาพและมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเอง

หนึ่งในตัวอย่างของพนักงานหญิงที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนในสังคม คือ นาฎฤดี กฐินเทศ SeniorCorporate Communications and ESG Officer บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ผู้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ภายใต้ โครงการโรงเรียนสีเขียว (INSEEGreen School) มากว่า 34 แห่งได้กล่าวถึงการทำงานในปูนซีเมนต์นครหลวง นอกจากการสร้างโอกาสให้กับตัวเอง ทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิต ยังมุ่งมั่นส่งต่อโอกาสถึงผู้คนในสังคม ผ่านการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กนักเรียนและชุมชนในพื้นที่ห่างไกล

นาฎฤดี กฐินเทศ 

“เราต้องรู้ว่าเด็กๆ และคนในชุมชนต้องการอะไรที่ช่วยทำให้ชีวิตดีขึ้น ดังนั้นสิ่งสำคัญในการทำงานด้านการพัฒนาความยั่งยืนต้องเริ่มที่วิธีคิด ไม่ใช่เริ่มจากเราอยากให้อะไร แต่ต้องเข้าใจและเข้าถึงจริงๆ ว่าเขาต้องการอะไร เพื่อให้เกิดการพัฒนาได้จริงๆ การทำงานที่มีการเดินทางในพื้นที่ลำบากและทุรกันดารบางครั้งต้องเดินทางคนเดียว มีคำถามมาโดยตลอดว่าเราเป็นผู้หญิงคิดอะไรถึงมาทำงานนี้สิ่งที่เรายึดมั่นมาโดยตลอดคือหากตั้งใจทำอะไรแล้วต้องทำให้สำเร็จ บนความเชื่อมั่นว่างานนี้จะไม่มีปิดกั้น ไม่มีแบ่งแยกหญิงชาย และที่สำคัญมากกว่านั้น การทำโครงการด้านความยั่งยืนเป็นงานที่ได้สร้างคุณค่าและส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับผู้คนเป็นจำนวนมาก”

ปูนซีเมนต์นครหลวง เป็นหนึ่งในองค์กรที่ให้ความสำคัญเรื่องความเท่าเทียม และเปิดกว้างให้พนักงานผู้หญิงทุกคนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ พร้อมกับเป็นแรงบันดาลใจให้กับสังคม ซึ่งการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และได้เห็นเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ตลอดจนสามารถเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์อีกด้วย

โครงการโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ภายใต้ โครงการโรงเรียนสีเขียว (INSEE Green School) เป็นโครงการของปูนซีเมนต์นครหลวง ที่ได้ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2553 เพื่อส่งมอบโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยในพื้นที่ห่างไกลโดยทำมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันซึ่งเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของบริษัทฯที่มุ่งหวังเติบโตอย่างยั่งยืนคู่ไปกับชุมชนและสังคม เพื่อสานต่อพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีเป้าหมายที่จะส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ชายแดนห่างไกล 

“สิ่งที่ทำให้เรามีแรงผลักดันในการทำงานลักษณะนี้คือการเห็นเด็กๆ มีโอกาสเรียนรู้และเติบโต เราเชื่อว่าการศึกษาเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างอนาคตที่ดีขึ้น และในฐานะผู้หญิง เราอยากให้ทุกคนรู้ว่าพลังของผู้หญิงสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้เราต้องเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองไม่ว่าคุณจะอยู่ในบทบาทไหนก็ตาม ความเท่าเทียมไม่ใช่เพียงการเรียกร้อง แต่เป็นการลงมือทำและแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน” นาฎฤดี กล่าวปิดท้าย

ปูนซีเมนต์นครหลวง ยังคงยืนหยัดที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในองค์กรและสังคม ตามเป้าหมายการพัฒนาด้านความยั่งยืน 2573 สร้างการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงพนักงานทุกคน และพร้อมที่จะเปิดโอกาสในการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของตัวเอง เพราะพลังของผู้หญิงคือกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนโลกให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

คุณแหน : 7 มีนาคม 2568

คุณแหน : 7 มีนาคม 2568

คุณแหน : 7 มีนาคม 2568

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี ลงพื้นที่แปลงอ้อยใน ต.หนองเสือช้าง อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจและรับฟังปัญหาของเกษตรกรชาวไร่อ้อยในพื้นที่อำเภอหนองใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียง ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ร่วมลงมือตัดอ้อยสดกับเกษตรกร ทั้งแบบใช้แรงงานคนและใช้รถตัดอ้อย พร้อมทั้งชมการสาธิตการวัดค่าความหวานของอ้อยสดด้วยรถโมบายจากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายภาคที่ 3..

●● พิไลพรรณ สมบัติศิริชวนมิตรสหายไปเที่ยวงาน “La Foire Suisse 2025”จัดขึ้นโดย สมาคมนักเรียนเก่าสวิสส์ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อเป็นการพบปะและแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม โดยได้รับเกียรติจาก มร.เปโดร สวาห์เลน เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิตฯ ร่วมเปิดงานวันเสาร์ที่ 8 มี.ค. 10.00-20.00 น. ณ เดอะซัมเมอร์เฮ้าส์ บ้านปาร์คนายเลิศ..

●● ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ แจ้งเปิดรับสมัครหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นพิเศษAvantgarde studies เพื่อร่วมพัฒนาผู้บริหารภาครัฐและเอกชนของประเทศให้มีความรู้ความเข้าใจในด้านเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆ สามารถนำองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร สังคม เศรษฐกิจและประเทศชาติ รายละเอียดที่โทร. 089-1428990 หรือ https://www.depa.or.th/th/article-view/digitalceo_avantgarde..

●● ยินดีกับผู้เข้ารับรางวัลศิษย์เก่าผู้ทําคุณประโยชน์ ประจำปี 2567 ของสมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ได้แก่ โชติพัฒน์ พีชานนท์BCC 129, สุรชัย ตันติสันติวงศ์ BCC 133, รศ.ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ BCC 134, ธวัชชัยดํารงค์อ่องตระกูล BCC 140, นพ.ปริญญา ลีลายนะBCC 141, นคร หาญไกรวิไลย์ BCC 143, สิทธิพงศ์ตั้งอธิคม BCC 143, นพ.สรรชัย วิโรจน์แสงทอง BCC 144, บดินทร์ ติระนาทวิทยากุล BCC 148..

●● แม้มีภารกิจมากแต่ รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรมยังจัดสรรเวลามาบรรยายให้หลักสูตร Digital CEO#8..

●● รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ และ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ จาก FutureTales LAB by MQDC ได้รับรางวัล Best Brand for a Better Tomorrow ในงาน “The 1st bt awards” จัดโดยBT beartai เพื่อเชิดชูองค์กรและผลงานที่นำ นวัตกรรมใหม่ๆ มาปรับใช้ในการยกระดับคุณภาพชีวิต แก้ปัญหาสังคม และสร้างอนาคตที่ยั่งยืน..

●● ทอปัด สุบรรณรักษ์ ชวนเพื่อนๆ ชาว Net Zero CEO# 1 ไปร่วมทำบุญและฟังเทศน์เรื่อง Carbon Neutrality VS. Karma Sufficiency โดย พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) ณ วัดบวรนิเวศวิหาร งานนี้ สินีนุช โกกนุทาภรณ์, กิตติสัณห์ ลาภวัฒนะมงคล, รศ.กุลธิดา เตชวรสินสกุล, จิรยง อนุมานราชธน, นิลรัตน์ จารุมโนภาส, บุปผา กวินวศิน,ภรณี เริงประเสริฐวิทย์, รัฐพล ภักดีภูมิ, วีรพล สวรรค์พิทักษ์, อรอุมา สีแสงทอง ไม่ยอมพลาด..

●● ปุณนะ วงศ์ธนาศิริกุล วันเกิดปีนี้ตรงกับทริปไปทำงานที่ศรีสะเกษ พร้อมร่วมงานเเข่งขันคูโบต้าพันธุ์เเกร่ง จ.ศรีสะเกษ..

●● รศ.ดร.มนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตร วบส.แจ้ง หลักสูตร วบส. NIDA รุ่น 13 เปิดรับสมัครอยู่จนถึง 10 มี.ค.นี้ ดูรายละเอียดที่ https://ammnida.com..

●● บมจ.ไอแคร์ ประกันภัยผู้ให้บริการประกันภัยชั้นนำในประเทศไทย สร้างมาตรฐานใหม่ในการบริหารจัดการความปลอดภัยของข้อมูล ด้วยการผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลที่กำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ โดยได้รับการตรวจประเมินจาก บจ.อัลฟ่าเซค..

●● รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ขอแสดงความเสียใจและร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ ผู้ปกครอง ชาญ โชตินันทเศรษฐ์ อดีตประธานคณะกรรมการบริหาร รร.กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย…●●

น้องใหม่

ชนินทร์ ชวนแต่งบ้านต้อนรับฤดูกาลใหม่! ลดจัดหนักสูงสุด 90%

ชนินทร์ ชวนแต่งบ้านต้อนรับฤดูกาลใหม่!  ลดจัดหนักสูงสุด 90%

ชนินทร์ ชวนแต่งบ้านต้อนรับฤดูกาลใหม่! ลดจัดหนักสูงสุด 90%

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ชนินทร์ (CHANINTR) ผู้นำเข้าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านระดับไฮเอนด์จากทั่วโลก ชวนมาเติมเต็มบรรยากาศบ้านให้สดใสและสวยหรูรับฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง กับเฟอร์นิเจอร์ สำหรับบ้าน สำนักงาน และของตกแต่งบ้านจากแบรนด์ระดับเวิลด์คลาส พร้อมดีลพิเศษลดราคา สูงสุดถึง 90% ในงาน Chanintr WarehouseSale ระหว่างวันที่ 13-16 มีนาคม 2568 ตั้งแต่ เวลา 10.00-19.00 น. ที่ คลังสินค้าชนินทร์ ถนนบางนา-ตราดกม. 23

ในงานพบกับเฟอร์นิเจอร์นำเข้าหลากหลายดีไซน์จากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ทำงาน เฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือห้องรับประทานอาหาร ตอบโจทย์ทุกสไตล์การแต่งบ้าน ทั้งคลาสสิก คอนเทมโพรารี่ และโมเดิร์น จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เช่น Audo Copenhagen, Baker, Barbara Barry, Bernhardt, Carl Hansen & Søn, HermanMiller, Muuto, Theodore Alexander, Visual Comfort นอกจากนี้ยังมีไอเดียตกแต่งบ้านเพื่อช่วยสร้างบรรยากาศที่แสนอบอุ่นในแบบฉบับของตัวเอง พร้อมเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ช้อปสุดพิเศษ สนุกกับอาหาร ขนม และเครื่องดื่มที่คัดสรรมาเพื่อลูกค้าคนพิเศษทุกท่าน

นางปาด! ‘ตั้งโอ๋’ มิสแกรนด์ชัยภูมิ 2025 ฝ่าเข้ารอบ 12 คนสุดท้าย แกรนด์วอยซ์ บนเวที MGT 2025

นางปาด! 'ตั้งโอ๋' มิสแกรนด์ชัยภูมิ 2025 ฝ่าเข้ารอบ 12 คนสุดท้าย แกรนด์วอยซ์ บนเวที MGT 2025

นางปาด! ‘ตั้งโอ๋’ มิสแกรนด์ชัยภูมิ 2025 ฝ่าเข้ารอบ 12 คนสุดท้าย แกรนด์วอยซ์ บนเวที MGT 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.22 น.

เป็นปลื้ม “ตั้งโอ๋ – ณัฐรินทร์ บุญหนุน” มิสแกรนด์ชัยภูมิ 2025 ผ่านการคัดเลือกเข้าเป็น 12 คนสุดท้ายในรอบ แกรนด์ วอยซ์ ลูกทุ่งมหาชน บนเวที มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025 เพื่อคัดเลือก ดาวดวงใหม่ เพื่อมาเป็นศิลปินในสังกัด MGI โดยตั้งโอ๋เผยความรู้สึกว่า

“ตั้งโอ๋ดีใจมาก ๆ เลยค่ะ และตื่นเต้นมากที่ได้เข้ารอบ 12 คนสุดท้าย ในการคัดเลือกรอบ แกรนด์วอยซ์ มีคนเก่ง ๆ เยอะมากเลย แต่ตั้งโอ๋ก็สู้ ทำเต็มที่ที่สุด ยอมรับว่าเรายังไม่มีแสงเท่าคนอื่น แต่เราก็ทำการแสดงออกมาอย่างเต็มที่ สุดความสามารถ และรอบต่อไปตั้งโอ๋ก็จะทำเต็มที่แน่นอนเหมือนกันค่ะ จะเสริมให้หนักกว่ารอบคัดเลือก รอชมได้เลยค่ะ รอบออดิชั่นก็แอบมีตื่นเต้นกังวลบ้างค่ะ พี่สแน็ก อัจฉรีย์ ได้แนะนำว่า ให้เป็นตัวของตัวเองเลย โดยการที่เอาหมอลำเข้าสู้ จะได้แตกต่างกับเพื่อน ตอนนี้ก็คือดีมาก ดีอยู่แล้ว และก็เอ็นเตอร์เทนเก่ง ซึ่งคำแนะนำคำติชม จากพี่สแน็ก ก็เป็นอีกกำลังใจ ที่ทำให้ตั้งโอ๋ผ่อนคลาย พร้อมที่จะลุยให้สุด ๆ ค่ะ แม้ผลมันจะออกมายังไงก็ตามค่ะ ฝากติดตาม ฝากเชียร์ตั้งโอ๋ และรอชมได้วันที่ 24 มีนาคมนี้นะคะ กับ แกรนด์วอยซ์ รอบสุดท้ายค่ะ ขอบคุณค่ะ”

-(016)

วว. พัฒนา ‘เครื่องคัดแยกขวดและกระป๋อง’ ผลักดันการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน

วว. พัฒนา ‘เครื่องคัดแยกขวดและกระป๋อง’ ผลักดันการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน

วว. พัฒนา ‘เครื่องคัดแยกขวดและกระป๋อง’ ผลักดันการจัดการขยะมูลฝอยชุมชน

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.50 น.

ขยะมูลฝอยชุมชน เป็นปัญหาสำคัญที่ทั่วโลกตระหนักและให้ความสำคัญ และมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น ตามสัดส่วนการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะจากการบริโภคของประชากรที่เพิ่มสูงขึ้น

ปัจจุบันรัฐบาลกำหนดนโยบาย ให้การจัดการปัญหาขยะมูลฝอยเป็นวาระแห่งชาติ รวมทั้งการผลักดันการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนแบบกลุ่ม พื้นที่เมือง รวมทั้งกำหนดนโยบายการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนและขยะพลาสติกในระยะยาว 20 ปีข้างหน้า แต่ยังมีความท้าทายในการขับเคลื่อนนโยบายเกี่ยวกับการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนเมือง สู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิผลและเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนา และการบริหารจัดการเมืองและการตั้งถิ่นฐานอย่างยั่งยืน

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรกลอัตโนมัติ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมวัสดุ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) บูรณาการวิจัยพัฒนา “เครื่องคัดแยกขวดและกระป๋อง” เพื่อร่วมแก้ปัญหาดังกล่าว

โดยเครื่องฯ นี้ มีประสิทธิภาพ สามารถประยุกต์ใช้กับระบบการจ่ายค่าตอบแทนตามความต้องการลูกค้า คัดแยกบรรจุภัณฑ์โดยไม่ต้องใช้บาร์โค้ด (โดยอ่านค่าจากวัสดุที่ใช้ผลิตขวดและแยกลงในถังแต่ละประเภท) สามารถประเมินข้อมูลการลดการทิ้งขยะ/การนำกลับปริมาณวัสดุรีไซเคิลมาใช้ประโยชน์และช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก

ขนาดเครื่อง (กว้างxยาวxสูง) 85x95x165 เซนติเมตร  รองรับขวดขนาด 500-600 มิลลิลิตร ได้ประมาณ 50-60 ขวดต่อประเภท  ใช้กำลังไฟ 220 โวลต์ 900 วัตต์ สามารถคัดแยกขยะรีไซเคิลแบบออนไลน์ได้ 4-5 ประเภท ดังนี้

•             ขวดน้ำดื่มเพชรใส (Clear PET)

•             ขวดน้ำดื่มเพชรสีอื่นๆ  (Color  PET)

•             ขวดเครื่องดื่ม HDPE  (สีขาว)

•             กระป๋องอลูมิเนียม

•             กระป๋องเหล็ก

นอกจากนี้ “เครื่องคัดแยกขวดและกระป๋อง” ยังมี Option อื่นๆ ที่เหมาะสำหรับนำไปใช้ ณ สถานที่ต่างๆ ในสังคม เช่นโรงเรียน  สถานที่ราชการ  บริษัทเอกชน  ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น  โดยมีการออกแบบระบบการทำงานที่สอดคล้องกับบริบทสังคมปัจจุบัน  ได้แก่

1)            มี QR Code เพื่อสมัครสมาชิก

2)            มีไฟแสดงสถานการณ์ทำงานแบบวงแหวน และเปลี่ยนสีตามชนิดขวดหรือกระป๋อง

3)            เลือกใช้งานภาษาจากหน้าจอ และมีเสียงแนะนำการใช้งานไทย/อังกฤษ

4)            จอทัชสกรีนขนาด 7-15 นิ้ว เพื่อแสดงข้อข้อมูลจำนวน ประเภทขวดที่นำมาใส่ทั้งหมด และแสดงยอดเงินหรือคะแนนที่ได้รับ

5)            มีแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ เพื่อดูยอดสะสมคะแนนหรือยอดเงินและปริมาณก๊าซเรือนกระจก

6)            มี Server ส่วนกลางเพื่อเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานผ่านหมายเลขโทรศัพท์

7)            มีระบบแจ้งเตือนผู้ดูเครื่องทางไลน์ว่า เครื่องมีปัญหาขวดเต็มหรือกระดาษพิมพ์รายการหมด

8)            วว. รับผลิตเครื่องฯ ตามความต้องการของลูกค้า และรับประกันการใช้งาน 1 ปี 

ทั้งนี้ “เครื่องคัดแยกขวดและกระป๋อง” ได้รับรางวัลการันตีจาการประกวดมหกรรมสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมนานาชาติ Bangkok International Intellectual Property, Invention, Innovation and Technology Exposition 2025 (IPITEx 2025) ภายในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2568 (Thailand  Inventors’ Day 2025) ซึ่ง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)   จัดขึ้นจำนวน 3 รางวัล  ดังนี้

1. รางวัลเหรียญทอง Gold Award จาก สำนักงานกรรมการวิจัยแห่งชาติ

2. รางวัล Outstanding Award จาก Citizen Innovation ประเทศสิงคโปร์

3. รางวัล Outstanding Invention จาก NIZHNY NOVGOROD STATE TECHNICAL UNIVERSITY ประเทศรัสเซีย

วว. มุ่งมั่นให้ “เครื่องคัดแยกขวดและกระป๋อง” เป็นผลงานร่วมเสริมการจัดการขยะและของเสียที่ต้นทาง และเป็นนวัตกรรมร่วมขับเคลื่อนเมืองสระบุรีคาร์บอนต่ำ (Saraburi Sandbox) ทั้งนี้หากมีการนำไปใช้งานให้หลากหลายจะทำให้การแก้ไขปัญหาขยะในชุมชนมีประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ Call center โทร. 0 2577 9000  หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP”

-(016)

‘จันจิ’ ชวน ชิม ช้อป ลิ้นติดโปรแฟร์’68 เสิร์ฟโปรฉ่ำ! รับซัมเมอร์

‘จันจิ’ ชวน ชิม ช้อป ลิ้นติดโปรแฟร์’68 เสิร์ฟโปรฉ่ำ! รับซัมเมอร์

‘จันจิ’ ชวน ชิม ช้อป ลิ้นติดโปรแฟร์’68 เสิร์ฟโปรฉ่ำ! รับซัมเมอร์

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.38 น.

ซัมเมอร์นี้!! เตรียมตัวให้พร้อม!! กับความอร่อยของแทร่! ต้อนรับหน้าร้อน มหกรรมอาหารเมนูเด็ด ในงาน “ลิ้นติดโปรแฟร์’68 อิ่มหนำสำราญ” “ก้อง ปิยะ – ท็อป ดารณีนุช”  จัดหนัก จัดเต็ม คาราวานร้านดัง ชวนลิ้มลอง อร่อยแบบจึ้งๆ โปรฉ่ำทุกร้านค้า คุ้มสุดๆ ให้ได้ถูกใจเหล่านักช้อป นักชิม  ได้ฟินท้าร้อน ตั้งแต่วันที่ 13-19 มีนาคมนี้  ณ  ชั้น G เซ็นทรัล พระราม 3

ภายในงาน ก้อง ปิยะ เปิดทุกโซนทุกซอยให้ช้อปกันแบบเย็นฉ่ำ! ยกขบวนร้านเด็ด ร้านดังทั่วไทย พร้อมร้านอร่อยของดาราก็มากันครบก๊วน ม่วนจอยทั้งเมนูคาวหวาน ของทานเล่น การันตีความอร่อยจากบรรดาลูกค้า ที่ตามมาช้อปอุดหนุนหนาแน่นกันทุกอีเว้นท์  เพราะร้านไหนถ้าลิ้นยังไม่ติดโปร บอกเลยว่า Out! แน่นอน   งานนี้เจ้าของตลาดยังชวนสาวสวยเซ็กซี่ “จันจิ จันจิรา จันทร์พิทักษ์ชัย” มาร่วม ช้อป  ชิม เมนูอร่อยฟิน เปิดว๊าว..ของอร่อย    อาทิ   Top’s Homemade หมู-เนื้อแดดเดียว by ท็อป ดารณีนุช , สมูทตี้ดีใจ by ผัดไท ดีใจ, ลำพาย ก๋วยเตี๋ยวเรือ By เฟิสท์ เอกพงศ์, ครัวอรัญญา แกงเขียวหวาน, ขนมไข่ปลาคุณยายผ่องศรี, บาลิกา น้ำปลาหวาน, แม่เล็กแปดริ้ว by อุ้ม, บ้านปลาทูมหาชัย, รัชฎาลุยสวน,   หอยจ๊อปูแม่วรรณา,  ซ้งเสรีทอง ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้งกุ้ง,   Royal Crown Bakery, เจ๊แม็กเว้ยเฮ้ย, เจ๊พริกกุยช่ายตลาดพลูฯ

มาหลบร้อน รับความอร่อย ชิม ช้อปไปด้วยกัน! แซ่บ ม่วน หรอยแรง กว่า 1,000 เมนู  อิ่มหนำสำราญแน่นอน   ในงาน “ลิ้นติดโปรแฟร์’68”  ตั้งแต่วันที่ 13-19 มีนาคมนี้  ณ  ชั้น G เซ็นทรัล พระราม 3  พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแล้วนะจ๊ะ

-(016)