‘นฤมล’เปิดงานวันสัมมนาเนื่องในสตรีสากล 2568 พร้อมผลักดันผู้หญิงก้าวขึ้นเป็นผู้นำ

'นฤมล'เปิดงานวันสัมมนาเนื่องในสตรีสากล 2568 พร้อมผลักดันผู้หญิงก้าวขึ้นเป็นผู้นำ

‘นฤมล’เปิดงานวันสัมมนาเนื่องในสตรีสากล 2568 พร้อมผลักดันผู้หญิงก้าวขึ้นเป็นผู้นำ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.53 น.

“รมว.นฤมล” เปิดงานวันสัมมนาเนื่องในสตรีสากล 2568 มุ่ง เสริมพลังผู้หญิงสู่การเปลี่ยนแปลงระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน พัฒนาศักยภาพ พร้อมผลักดันผู้หญิงก้าวขึ้นเป็นผู้นำ

6 ก.พ.68 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังร่วมเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสัมมนานาของคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ “การเสริมพลังผู้หญิงและเด็กหญิงเพื่อการเปลี่ยนแปลงระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน ยืดหยุ่น และเป็นธรรม” โดยมี นางลิน หยาง รองเลขาธิการคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก นายจอง จิน คิม ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ (UNCC) กรุงเทพมหานคร ว่า ประเทศไทยมุ่งมั่นในการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและเสริมสร้างบทบาทของสตรีในภาคเกษตรและอาหาร โดยตระหนักถึงคุณูปการอันล้ำค่าของสตรีเหล่านี้ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางอาหาร และการพัฒนาที่ยั่งยืน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของประเทศไทย ได้ดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่สามารถขยายผลได้เพื่อประโยชน์ของสตรีในระบบเกษตรและอาหาร พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือในระดับภูมิภาคและระดับโลก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงระบบเกษตรและอาหารจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ประเทศไทยขอสนับสนุนการสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งขึ้นระหว่างรัฐสมาชิก องค์กรระหว่างประเทศ และภาคเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีร่วมกันเพื่อปิดช่องว่างทางเพศตามแนวทางขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้แก่ 1) การส่งเสริมการรวมกลุ่มและพัฒนาทักษะให้แก่เกษตรกรสตรี 2) การฝึกอบรมสตรีให้เป็นผู้ประกอบการด้านเกษตร และ 3) การสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศในการเข้าถึงทรัพยากรและการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

“สุภาพสตรีมีความสำคัญในการเป็นเสาหลักของระบบเกษตรและอาหารของประเทศไทย เช่นเดียวกับในหลายประเทศทั่วโลก เกษตรกรสตรี ผู้ประกอบการ และผู้ผลิตอาหารมีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร โภชนาการ และความเข้มแข็งของชุมชน ถึงแม้ว่าพวกเธอจะมีบทบาทสำคัญ แต่ก็ยังคงเผชิญกับอุปสรรคมากมาย เช่น การเข้าถึงที่ดิน ทรัพยากรทางการเงิน การศึกษา และเทคโนโลยีที่ไม่เท่าเทียม การแก้ไขปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนและเท่าเทียม”  ศ.ดร.นฤมล กล่าวทิ้งท้าย

เกษตรฯชงขอรับเงินกองทุนฯช่วยเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้

เกษตรฯชงขอรับเงินกองทุนฯช่วยเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้

เกษตรฯชงขอรับเงินกองทุนฯช่วยเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.29 น.

รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะอนุฯ สินค้ากล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ เตรียมเสนอขอรับการจัดสรรเงินจากกองทุนรวมฯ 2568 ผลักดันช่วยเหลือเกษตรกรกล้วยไม้ไทย

วันนี้ (6 มี.ค.) น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการกลุ่มสินค้ากล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 1/2568 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบการขอรับเงินสนับสนุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ของคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) เนื่องจากกล้วยไม้เป็นสินค้าที่ยังคงมีความเสี่ยงด้านเสถียรภาพราคาและเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่สามารถรับภาระความเสี่ยงได้เต็มจำนวน โดยมอบหมายให้ฝ่ายเลขาฯ ยกร่างโครงการตามแบบคำขอรับจัดสรรเงินกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร (บท.02) ของสินค้าดอกไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ(กล้วยไม้พันธุ์หวาย) เสนอในการประชุมครั้งถัดไป เพื่อให้ความเห็นชอบเสนอ คชก. พิจารณาการขอรับการจัดสรรเงินจากกองทุนรวมฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (เพิ่มเติม) ต่อไ

นอกจากนี้ที่ประชุมได้รับทราบแผนการดำเนินงาน ปี 2568 ตามแผนพัฒนากล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ พ.ศ. 2566 – 2570 ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อน ประกอบด้วย 1) ถ่ายทอดความรู้ แปลงทดสอบต้นแบบ มาตรฐาน GAP ประกวด ประชาสัมพันธ์ (การผลิตและการตลาด) และบริหารจัดการของคณะอนุกรรมการฯ 2) วิจัยด้านพัฒนาพันธุ์ เทคโนโลยีการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (PM 2.5) รวมทั้ง การรับรองมาตรฐาน GAP 3) ปรับปรุง Dashboard สินค้ากล้วยไม้ตลอดโซ่อุปทานให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์และทบทวนชุดข้อมูล 4) ทบทวนมาตรฐานช่อดอกกล้วยไม้ (มกษ 5001-2552) และ 5) พัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งแนะนำ กำกับ ติดตาม การดำเนินงานของสหกรณ์กล้วยไม้และสนับสนุนประชาสัมพันธ์สินค้ากล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ

พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ  กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สนับสนุนงานวิจัยด้านพัฒนาพันธุ์ นวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตไม้ดอกไม้ประดับ ปรับปรุงพันธุ์กล้วยไม้, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า, กระทรวงมหาดไทย จัดทำโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมกล้วยไม้ฯ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และประชาสัมพันธ์สินค้ากล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ

ที่ประชุมยังได้รายงานความก้าวหน้าผลการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้ 1.การกำหนดให้วันที่ ๑๘ มกราคมของทุกปีเป็น “วันกล้วยไม้แห่งชาติ” ขณะนี้อยู่ระหว่างนำเสนอเพื่อพิจารณาลงนามบรรจุในวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อขอความเห็นชอบ ประกาศให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบต่อไป และ 2.กรมส่งเสริมการเกษตร ได้รายงานผลการดำเนินงานการจัดกิจกรรมส่งเสริมการผลิตและการตลาดกลุ่มสินค้ากล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ ระหว่างวันที่ 16 – 19 มกราคม 2568 ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน กทม.และได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้อง เตรียมดำเนินการจัดกิจกรรมดังกล่าวต่อเนื่องในปี 2569 เป็นต้น

สำหรับสถานการณ์การกล้วยไม้ ปี 2567 มีปริมาณการส่งออกดอกกล้วยไม้ 19,129 ตัน มูลค่า 2,181.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่ส่งออก 17,992 ตัน มูลค่า 2,116.28 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.32 และร้อยละ 3.07 โดยแหล่งปลูกที่สำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร ราชบุรี กทม.และกาญจนบุรี เป็นต้น ในส่วนของตลาดส่งออกต่างประเทศ 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) สหรัฐอเมริกา มีมูลค่าส่งออก 544.23 ล้านบาท ปริมาณ 1,965 ตัน 2) เวียดนาม มีมูลค่าการส่งออก 496.91 ล้านบาท ปริมาณ 3,475 ตัน และ 3) ญี่ปุ่น มีมูลค่าการส่งออก 372.48 ล้านบาท ปริมาณ 2,451 ตัน สำหรับประเทศจีนมีมูลค่าส่งออก 266.34 ล้านบาท ปริมาณ 7,289 ตัน

015

ส.ป.ก.ครบ5ทศวรรษ เดินหน้าโครงการโฉนดเพื่อการเกษตร

ส.ป.ก.ครบ5ทศวรรษ เดินหน้าโครงการโฉนดเพื่อการเกษตร

ส.ป.ก.ครบ5ทศวรรษ เดินหน้าโครงการโฉนดเพื่อการเกษตร

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.17 น.

ส.ป.ก. ก้าวสู่ทศวรรษ 5 เดินหน้าสานต่อ “โครงการมอบโฉนดเพื่อการเกษตร” เร่งผลักดันเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนมุ่งเน้นใช้เทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ พัฒนาอาชีพและที่ดินอย่างยั่งยืน

วันนี้ (6 มี.ค.) นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ครบรอบ 50 ปีภายใต้แนวคิด “5 ทศวรรษ ส.ป.ก. ก้าวที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 8 มีนาคม 2568 ณ สำนักงาน ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก กทม.ว่าตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ส.ป.ก. ได้พัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินให้มีความมั่นคง ยั่งยืน ตั้งแต่ดูแลปัญหาที่ดิน เพิ่มพูนองค์ความรู้เพื่อพัฒนาทักษะ พร้อมส่งเสริมการประกอบอาชีพของเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง

นอกจากนี้ ส.ป.ก. ยังได้พลิกโฉมการปฏิรูปที่ดินของประเทศไทยครั้งสำคัญ ด้วยการปรับปรุงเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 ให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถนำไปต่อยอดในการเข้าถึงโอกาสการให้บริการของภาครัฐ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เพิ่มมากขึ้น มีทางเลือกในการพัฒนาที่ดินและพัฒนาอาชีพของตนเอง และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน นับเป็นอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของ ส.ป.ก. ในย่างก้าวทศวรรษใหม่ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งยังคงสานต่อโครงการมอบโฉนดเพื่อการเกษตร โดยดำเนินการสำรวจพื้นที่และความต้องการของเกษตรกร เพื่อจัดทำโฉนดเพื่อการเกษตรแก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังคงตรึงความเข้มงวดในการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ส.ป.ก. ให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ ซึ่งหากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อยึดคืนพื้นที่และจัดสรรให้พี่น้องเกษตรกรมีที่ดินทำกินต่อไป

นายอิทธิ กล่าวถึงผลงานโดดเด่นของ ส.ป.ก.ในรอบ 5 ทศวรรษที่ผ่านมาด้วยว่า ได้จัดที่ดินให้เกษตรกร 3 ล้านราย 36.6 ล้านไร่ มอบโฉนดเพื่อการเกษตรจำนวน 335,943 ฉบับ เพิ่มพื้นที่เกษตรกรรมยั่งยืน 4.6 แสนไร่ 8.2 หมื่นราย ตรวจรับรอง GAP 1,709 ราย 12,355 ไร่ ส่งเสริมการรวมกลุ่ม สร้างความเข้มแข็งสถาบันเกษตรกร ให้แก่ วิสาหกิจชุมชน 648 แห่ง และสหกรณ์ในเขตปฏิรูปที่ดิน 109 แห่ง สร้าง Smart Farmer ต้นแบบ 2,303 ราย พัฒนาองค์ความรู้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศ 167,120 ราย สนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุน (สินเชื่อรายบุคคล 11,958.67 ล้านบาท และสินเชื่อสถาบัน 449.48 ล้านบาท) และสนับสนุนเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ในการพัฒนาพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน (ระหว่างปี 2563 – 2567) จำนวน 61 โครงการ วงเงิน 339.69 ล้านบาท อาทิ สร้างถนน  สร้างบ่อบาดาล สร้างสระเก็บน้ำสาธารณะ  และสร้างฝายชะลอน้ำชั่วคราว เป็นต้น

“กระทรวงเกษตรฯ โดย ส.ป.ก. ได้เดินหน้าแก้ปัญหาของเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ปัญหาความยากจน ปัญหาการขาดที่ดินทำกิน ตลอดจนการยกระดับเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4 – 01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรเพื่อให้ประชาชนมีสิทธิในที่ดิน มีชีวิตที่มั่นคงโดยสิ่งที่มุ่งเน้นในปี 2568 นี้คือผลักดันการเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุนพัฒนาอาชีพและที่ดินอย่างยั่งยืนมุ่ง โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ เพื่อยกระดับรายได้ คุณภาพชีวิตของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน และลดความเหลื่อมล้ำ โดยการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคในที่ดินที่ได้รับการจัดสรรในรูปแบบแปลงรวม การพัฒนาเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรมีความสามารถด้านการแข่งขันเชิงธุรกิจ และเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินค้าเกษตรแบบมืออาชีพ มีองค์ความรู้เรื่องระบบเกษตรกรรมยั่งยืน อย่างไรก็ตามในเรื่องของปัญหาการนำที่ดิน ส.ป.ก. ไปใช้ประโยชน์ผิดวัตถุประสงค์ หรือปัญหาการรุกล้ำต่างๆ นั้น กระทรวงเกษตรฯ ขอยืนยันว่า เรายึดหลักตามกฎหมาย เพื่อความยุติธรรมกับทุกฝ่าย และย้ำว่ากฎหมายต้องอยู่เหนือผู้มีอิทธิพลตลอดจนต้องยึดประโยชน์ของเกษตรกรผู้ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองให้ได้มีที่ดินทำกินอย่างเสมอภาคอย่างเท่าเทียมกัน” นายอิทธิ กล่าว

ด้านนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการ ส.ป.ก.กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนการทำงานของ ส.ป.ก.ในทศวรรษใหม่ว่า สิ่งที่จะก้าวไปข้างหน้าต่อไปคือ การเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินทุน พัฒนาอาชีพและที่ดินอย่างยั่งยืนมุ่งเน้นเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินและลดความเหลื่อมล้ำ โดยการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคในที่ดินที่ได้รับการจัดสรรในรูปแบบแปลงรวม การพัฒนาเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรมีความสามารถด้านการแข่งขันเชิงธุรกิจ และเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินค้าเกษตรแบบมืออาชีพ มีองค์ความรู้เรื่องระบบเกษตรกรรมยั่งยืน รวมถึงการอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม เกษตรกรมีองค์ความรู้และพัฒนาอาชีพตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดจนเพื่อส่งเสริมทักษะ องค์ความรู้อาชีพเสริมนอกภาคการเกษตรด้านงานศิลปหัตถกรรมของไทยและร่วมสมัยให้เกษตรกรสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพเสริม ยกระดับศักยภาพของเกษตรกรหรือคนรุ่นใหม่สู่การเป็น Smart Farmer ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิตและบริหารจัดการสินค้าเกษตร ให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็ง ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตสินค้าคุณภาพที่ได้มาตรฐานและมีตลาดรองรับ ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

สำหรับงาน “5 ทศวรรษ ส.ป.ก. ก้าวที่มั่นคง สู่อนาคตที่ยั่งยืน” จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 5 – 8 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น. ณ บริเวณ สำนักงาน ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ โดยภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย ประกอบด้วย นิทรรศการให้ความรู้ อาทิ โซน 5 ทศวรรษ ส.ป.ก. สืบสานและต่อยอดงานศิลปหัตถกรรม สู่การสร้างงาน สร้างอาชีพ ก่อให้เกิดรายได้แก่เกษตรกร โซน Smart Farmer loT นวัตกรรมการจัดการน้ำเพื่อการเกษตรอัจฉริยะ โซนจัดแสดงสินค้างานหัตถกรรมฝีมือจากแผนกช่างฝีมือ จากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร (หรือศูนย์ศิลปาชีพ) ประวัติความเป็นมาแปลงโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย โซนกิจกรรมร้านค้า ของกลุ่มเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน/กลุ่มสหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน

นอกจากนี้ ยังยกทัพสินค้าและผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินทั่วประเทศมาจำหน่ายในราคาย่อมเยากว่า 100 ร้านค้า สินค้า 500 รายการ ประกอบด้วย หมวดเครื่องดื่มและอาหารปรุงสุกมีทั้งอาหารพื้นถิ่น  เช่น ข้าวซอย ผัดหมี่โคราช น้ำมะขามป้อมสปาร์คกิ้งโซดา อาหารอีสานตามฤดูกาล ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ชากระวาน หมวดอาหารทานเล่น อาทิ ไส้อั่วพร้อมทาน ขนุนแกะสดๆ เมี่ยงคำดอกบัว ถั่วลายเสือคั่ว ข้าวเกรียบรสต่างๆ หมวดผลิตภัณฑ์จักสานและหัตถกรรม เช่น ผ้าทอตีนจกและผ้าพื้นเมืองหาดเสี้ยว เครื่องใช้จากไม้สัก ผลิตภัณฑ์จากเสื่อกก เป็นต้น หมวดพืชผัก / ผลไม้ตามฤดูกาล/สินค้าทางการเกษตรของแต่ละภูมิภาค เช่น ข้าวหอมมะลิGI ข้าวไร่หอมหัวบอนจากกระบี่ ส้มเขียวหวานแม่สินจากสุโขทัย โซนจัดแสดงสินค้างานหัตถกรรมฝีมือจากแผนกช่างฝีมือ จากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร (ศูนย์ศิลปาชีพ) กิจกรรม workshop อาทิ การสาธิตการเป่าแก้ว การสาธิตแกะสลักงานฝีมือ การจัดโปรโมชั่นพิเศษซื้อสินค้าครบ 1,000 บาท การแสดงหุ่นละครเล็ก โจหลุยส์ การแสดงดนตรีจากเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. เป็นต้น

015

เกษตรฯติดตามงานสร้างฝายต้นแบบทำเกษตรสมัยใหม่

เกษตรฯติดตามงานสร้างฝายต้นแบบทำเกษตรสมัยใหม่

เกษตรฯติดตามงานสร้างฝายต้นแบบทำเกษตรสมัยใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.06 น.

รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ จ.พะเยา ติดตามสร้างฝายห้วยแม่ตุ้ม-ดันหนองเล็งทราย เป็นต้นแบบเกษตรสมัยใหม่

วันนี้ (6 มี.ค.) นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างฝายห้วยแม่ตุ้ม (ท่าจำปี) พร้อมอาคารประกอบ ณ หมู่ที่ 6 บ้านตุ้มเหนือ ต.ท่าจำปี อ.เมือง จ.พะเยา เพื่อช่วยเหลือราษฎรตำบลท่าจำปีที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำแม่ตุ้ม ซึ่งประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับทำการเกษตร อุปโภคบริโภค และปัญหาอุทกภัย หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งน้ำสำหรับทำการเกษตร อุปโภคบริโภคของราษฎรบ้านตุ้มเหนือ หมู่ 6 รวม 159 ครัวเรือน ประชากร 431 คน และราษฎรในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง สามารถช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกในฤดูฝนได้ 900 ไร่ และฤดูแล้งได้ 450 ไร่

จากนั้น นายอัครา พร้อมคณะ ลงพื้นที่พบปะเกษตรกร ที่ศูนย์เรียนรู้และอนุรักษ์ควายไทยหนองเล็งทราย  อ.แม่ใจ จ.พะเยา เพื่อขับเคลื่อนแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่หนองเล็งทราย อ.แม่ใจ รวม 275 ไร่ ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบทางการเกษตรสมัยใหม่ โดยจะบูรณาการหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ ในการสนับสนุนปัจจัยการผลิต องค์ความรู้ และเทคโนโลยี เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรต่อไป

015

เกษตรฯลงพื้นที่ติดตามแปลงใหญ่ทุเรียนจ.กระบี่

เกษตรฯลงพื้นที่ติดตามแปลงใหญ่ทุเรียนจ.กระบี่

เกษตรฯลงพื้นที่ติดตามแปลงใหญ่ทุเรียนจ.กระบี่

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.17 น.

รองปลัดฯ ภัทราภรณ์ ลงพื้นที่ติดตามโครงการสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้ามูลค่าสูง ทุเรียนแปลงใหญ่ (ทุเรียน GI) ในพื้นที่ จ.กระบี่

วันนี้ (6 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามโครงการสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้ามูลค่าสูง ทุเรียนแปลงใหญ่ (ทุเรียน GI) นายอวยพร พรหมนิมิตร สมาชิกกลุ่มเกษตรกรบ้านถ้ำธนาคาร  โดยมี น.ส.เบญจพร ชาครานนท์ คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ และที่ปรึกษาโครงการสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง นางอมราพร ชีพสมุทร์ ผอ.กองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน  พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการกระทรวงเกษตรฯ จ.กระบี่ เข้าร่วม เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ ต.เขาเขน อ.ปลายพระยา จ.กระบี่

ทั้งนี้ ได้มีการรับฟังประเด็นความต้องจากผู้นำชุมชนและกลุ่มเกษตรกร ในเรื่องแหล่งน้ำ การค้าส่งออก มาตรฐานสินค้า GAP ของล้ง รวมถึงการขนส่ง Logistic เพื่อให้ทุเรียนได้คุณภาพและยกระดับรายได้ให้ดีขึ้น โดย น.ส.ภัทราภรณ์ ได้มอบหมายให้เกษตรและสหกรณ์ จ.กระบี่ ร่วมกับสถานีพัฒนาที่ดิน ชลประทาน และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ร่วมจัดทำแผนที่พื้นที่ปลูกทุเรียน เพื่อบริหารจัดการน้ำและที่ดินทำกิน การบริหารผลผลิต การตลาด การจัดเก็บผลผลิตห้องแช่เย็น เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า

015

‘อัครา’ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำฟื้นฟูแหล่งน้ำใน จ.พะเยา

'อัครา'ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำฟื้นฟูแหล่งน้ำใน จ.พะเยา

‘อัครา’ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำฟื้นฟูแหล่งน้ำใน จ.พะเยา

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.07 น.

‘อัครา’ ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำกว่า 1 ล้านตัว ฟื้นฟูแหล่งน้ำพะเยา สร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

วันนี้ (6 มี.ค.) นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ จ.พะเยา ที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ตุ้ม หมู่ 6 ต.ท่าจำปี อ.เมือง จ.พะเยา ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมง มีแนวทางในการเร่งเพิ่มผลผลิตทรัพยากรสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ฟื้นฟูทรัพยากรประมง มุ่งสร้างความมั่นคงทางอาหาร ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากสู่ความยั่งยืน ให้คงความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแหล่งน้ำในชุมชนที่ถือได้ว่าเป็นแหล่งอาหารโปรตีนสำคัญที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย สามารถสร้างรายได้และลดรายจ่ายในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี โดยภายในงานมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำทั้งหมด 1,076,000 ตัว ประกอบด้วย พันธุ์สัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจทั้ง 7 ชนิด เช่น ปลาบึก และกุ้งก้ามกราม เป็นต้น รวม 76,000 ตัว และพันธุ์ปลาตะเพียนที่ได้จากการเพาะพันธุ์ด้วยชุดเพาะพันธุ์ปลาเคลื่อนที่ (Mobile hatchery) จำนวน 1,000,000 ตัว

สำหรับอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ตุ้มเป็นแหล่งน้ำที่มีความสำคัญอีกแห่งหนึ่งของ จ.พะเยา มีพื้นที่ 324 ไร่ มีประชาชนอาศัยอยู่โดยรอบกว่า 1,300 ครัวเรือน ซึ่งใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร และมีศักยภาพเหมาะสมในการเป็นศูนย์กลางการผลิตสัตว์น้ำ

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2568 กรมประมง ได้ดำเนินโครงการบริหารจัดการทรัพยากรประมง กิจกรรมบริหารจัดการทรัพยากรประมงน้ำจืด ค่าใช้จ่ายในการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำชุมชนเพื่อเพิ่มรายได้และลดค่าครองชีพของประชาชน โดยคัดเลือกแหล่งน้ำชุมชนที่มีศักยภาพเหมาะสมในการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ และจัดตั้งคณะกรรมการประจำแหล่งน้ำ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้หลักการมีส่วนร่วมและการพึ่งพาตนเองของชุมชน มีแผนดำเนินการในแหล่งน้ำชุมชนที่เป็นแหล่งน้ำปิด ขนาด 10 – 60 ไร่ รวม 1,500 แห่งทั่วประเทศ จำนวนสัตว์น้ำที่ปล่อยแหล่งละ 77,600 ตัว ประกอบด้วย กุ้งก้ามกราม ปลาเกล็ดเงิน (ปลาจีน) ปลายี่สกเทศ ปลาตะเพียน ปลาบ้า และปลานิล พร้อมส่งเสริมให้มีการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว มาเป็นวัตถุดิบในการสร้างอาหารสัตว์น้ำจากธรรมชาติ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการเผาฟางข้าวได้ถึง 1,500 ตัน ตลอดการดำเนินงาน และสามารถเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำได้มากกว่า 10,100 ตัน คิดเป็นมูลค่า 539.5 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและชุมชนให้สามารถบริหารจัดการแหล่งน้ำเพื่อให้เกิดประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน

015

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี เตรียมจัด Roadshow นำสินค้าอาหารพื้นบ้านไปจำหน่าย 3 ภูมิภาค 3 จังหวัด

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี เตรียมจัด Roadshow นำสินค้าอาหารพื้นบ้านไปจำหน่าย 3 ภูมิภาค 3 จังหวัด

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี เตรียมจัด Roadshow นำสินค้าอาหารพื้นบ้านไปจำหน่าย 3 ภูมิภาค 3 จังหวัด

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.14 น.

นายวิสุทธิ์ ประกอบความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี  กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการฯ ว่าจังหวัดจันทบุรี โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดร่วมกับผู้ประกอบการร้านค้า เข้าร่วมงานแสดงและจำหน่ายสินค้าเพื่อเผยแพร่ให้กับประชาชนที่ยังไม่ค่อยรู้จักอาหารเมนูพื้นบ้านของจังหวัดจันทบุรี  เมนูอัตลักษณ์ของจังหวัดจันทบุรีหรือสินค้าอาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป และเครื่องดื่มของจังหวัดจันทบุรี หรือหากรู้จัก/เคยได้ชิมเพียงไม่กี่เมนู อาทิ หมูชะมวง ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง แต่แท้ที่จริงแล้วเมนูพื้นบ้านของจังหวัดจันทบุรีมีอีกมากกว่า 30 เมนู อาทิ แกงมัสมั่นทุเรียน แกงคั่วกระวาน หมึกต้มน้ำดำ ข้าวเกรียบอ่อนน้ำจิ้มกุ้ง เส้นจันท์ผัดปู ก๋วยเตี๋ยวผัดน้ำกุ้ง ทอดมันกระวาน ข้าวระกำขยำปู น้ำมะปี๊ด ดังนั้น เพื่อประชาสัมพันธ์ให้เมนูสำรับจันท์ได้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไปพร้อมกัน จึงมีแนวคิดนี้เกิดขึ้น

เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านอาหาร รวมถึงเกษตรกรที่ผู้ปลูกเครื่องเทศที่นำมาประกอบอาหารเมนูสำรับจันท์ มีรายได้เพิ่มขึ้น ธุรกิจเติบโตอย่างเข้มแข็ง สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี เห็นควรจัดทำกิจกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการด้านอาหารจังหวัดจันทบุรี ด้วยเมนูพื้นบ้านจังหวัดจันทบุรี (กองทัพสำรับจันท์) ภายใต้ โครงการจันทบุรีเมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร Chanthaburi Creative City of Gastronomy และเพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการด้านอาหารได้มีอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น และเพื่อให้ผู้ประกอบการฯ ได้มีความรู้ในการทำธุรกิจด้านอาหาร โครงการนี้จึงมีการจัดการอบรมทำธุรกิจ สอนเทคนิคการเพิ่มมูลค่าอาหาร การคำนวณต้นทุน โครงสร้างราคาขาย การจัด Food presentation และความรู้ด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สามารถนำไปใช้ในการทำธุรกิจ เพื่อยกระดับสำรับจันท์ไปสู่ระดับประเทศและนานาชาติ สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการด้านอาหารได้มีความรู้ในการทำธุรกิจ เพิ่มรายได้ ธุรกิจเติบโตอย่างเข้มแข็ง รวมไปถึงเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไปพร้อมกัน

และกล่าวถึงรายละเอียดในการจัดงานว่า จะมีจัดงานจำนวน 3 ครั้ง ระยะเวลา 5 วันต่อครั้ง และแต่ละครั้งมีผู้ประกอบการเข้าร่วม จำนวน 30 ราย ดังนี้ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ กรุงเทพมหานคร) ระหว่างวันที่ 6 – 11 มีนาคม 2568 ,  ภาคตะวันออก (ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศรีราชา จังหวัดชลบุรี) ระหว่างวันที่ 8 – 12 เมษายน 2568 ,  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ศูนย์การค้าเซ็นทรัลอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี) ระหว่างวันที่ 8-12 พฤษภาคม 2568

ภายในงานมี อาหารพื้นบ้านของจังหวัดจันทบุรี เมนูอัตลักษณ์ของจังหวัดจันทบุรี  สินค้าอาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป และเครื่องดื่มของจังหวัดจันทบุรี มีหลายเมนูให้เลือกสรรด้วยราคาที่เหมาะสม ไว้สำหรับผู้ที่สนใจได้เลือกซื้อที่ดีมีคุณภาพจากจังหวัดจันทบุรี

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดจันทบุรี ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกภาคร่วมงาน กองทัพสำรับจันท์ ต้นตำรับความอร่อย ตามวันเวลาดังกล่าว โดยภายในงานนอกจากเลือกซื้ออาหารของกินของฝากที่มีคุณภาพแล้ว ท่านยังได้ลุ้นของรางวัลติดไม้ติดมือกลับบ้านทุกวัน

-(016)

‘Commart Unlock 2025’ เปิดปีกับความอลังการสินค้าไอที MSI Unlock ต้อนรับการเฉลิมฉลองความสุขต้นปี 2025

'Commart Unlock 2025' เปิดปีกับความอลังการสินค้าไอที MSI Unlock ต้อนรับการเฉลิมฉลองความสุขต้นปี 2025

‘Commart Unlock 2025’ เปิดปีกับความอลังการสินค้าไอที MSI Unlock ต้อนรับการเฉลิมฉลองความสุขต้นปี 2025

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 11.04 น.

Commart Unlock 2025 เปิดปีกับความอลังการสินค้าไอที MSI Unlockโปรโมชั่นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กที่ลดมากสุดถึง 26% และพร้อม Pre-Order MSI RTX 50 Series รับของแถมสุด Exclusive ฟรี! ที่งานนี้เท่านั้น

เปิดรับสิ่งดีๆโปรโมชั่นต้นปีไปกับมหกรรมสินค้าไอทีสุดยิ่งใหญ่ของประเทศอย่าง Commart ครั้งนี้มาในชื่อ Commart Unlock 2025 ต้อนรับการเฉลิมฉลองความสุขต้นปี 2025

โดย MSI หนึ่งในแบรนด์ที่อยู่คู่กับงานนี้มาโดยตลอด ครั้งนี้ได้ทำการเสริฟ์โน้ตบุ๊กตัวแรงสเปคสูงพร้อมโปรโมชั่นความคุ้มค่ากับดีล โปรเด็ด รุ่นโดน ลดสูงสุด 26%และของพรีเมี่ยมสุดอลังการมารอให้ชาว MSI ได้หอบกลับบ้านภายในงาน Commart Unlock 2025 ในครั้งนี้ พบกับพวกเรา

MSI ได้ในโลเคชั่นเดิมที่บูธหมายเลข B12 ของงาน Commart Unlock 2025 ตั้งแต่วันที่ 6 – 9 มีนาคม 2568 เพียง 4 วันเท่านั้น!

ดาวน์โหลดโปรชันทั้งหมดได้ที่  https://msi.gm/SE126516   

โปรโมชั่น Commart Extra Premium Promotion สำหรับชาว MSI ที่ซื้อ Gaming Notebook  รุ่นใดก็ได้ที่เข้าร่วมรายการ รับทันทีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษ ลิมิเต็ดอิดิชั่นทันทีภายในงาน!ของแถมจัดเต็มแค่เฉพาะในงานนี้เท่านั้น พ่วงด้วย Promotion Stealth Mercedes-AMG Motorsport ที่มาพร้อมกับของแถมสุด Luxury สำหรับรุ่นนี้

สุดพิเศษกับการเปิดปีกับ New Lineup MSI RTX 50 Series Laptop ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานนอร์ส ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมานี้โดยมีทั้งหมด5 ซีรีย์ด้วยกัน อาทิเช่น Titan Series, Raider Series, Stealth Series, Vector Series ที่มาจัดแสดงตัวเครื่องจริงให้เห็นก่อนใครภายในงาน Commart Unlock 2025นี้

ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพและศักยภาพการทำงานของทุกรุ่นที่หาตัวจับยาก ตอกย้ำด้วยดีไซน์ลวดลายที่รังสรรค์ออกมาอย่างไม่เหมือนใคร นำมาจัดแสดงให้ได้สัมผัสกับความเป็นที่สุดใน MSI Laptop พร้อมเปิดให้ Pre-Order และรับของที่ระลึกพิเศษไปทันทีในงานนี้มูลค่ารวมกว่า 12,630 บาท และOn top Exclusive Discount สูงสุดถึง 5,000 บาท!

ภายในบูธ MSI ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกไปกับ “what in your bag? มีเรามั้ยในกระเป๋าคุณ” เงื่อนไขเพียงแสดงสิ่งของใดก็ได้ภายในกระเป๋าที่เป็นผลิตภัณฑ์ของMSI จะได้รับของที่ระลึกอย่าง MSI Keychain จากทางMSI ไปเลย และกิจกรรม Quiz วัดความเป็นแฟนพันธุ์แท้ชาวMSIกับ “About MSI รู้อะไรเกี่ยวกับเรา”ลุ้นรับรางวัล MSI Dragon doll Charm มูลค่า 500บาท สุดพิเศษเฉพาะในงานนี้เท่านั้น  ได้ที่บูธMSI B12 มาร่วมสร้างประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นไปกับกิจกรรมภายในบูธ MSI อีกมากมายที่รอให้เหล่าแฟนๆชาว MSI เกมมิ่งได้มาร่วมสนุกกัน

ความสนุกที่เราขนมายังไม่หมดเพียงแค่นั้น สาวกเหล่าเกมเมอร์สายพกพา ภายในบูธ MSI ยังมาพร้อมกับกิจกรรม Challenge MSI fast เล่นเกมวัดความเร็วอย่าง Forza4 ที่ใครทำเวลาได้ทันตามกำหนด1นาที 30วินาที ในด่าน AMBLESIDE SPRINT  รับไปเลยกับ Mousepad (Gaming) แผ่นรองเม้าส์ระดับเกมมิ่ง มูลค่า 550 บาท มีจำนวนจำกัด 100 ชิ้นเท่านั้น รอให้เหล่าคนรักในความเร็วพร้อมซิ่งกับ Challengeนี้ ที่บูธ MSI ให้เหล่าเกมเมอร์ได้ประลองฝีมือกับ MSI Claw 8AI นำมาให้ทดลองสัมผัสประสิทธิภาพภายในงาน หรือจะเป็นโปรโมชั่นสุด Exclusive ที่ห้ามพลาดอย่าง MSI Claw 8AI+ รุ่นใหม่ ในราคาเพียง 32,990บาท พบกับเราได้ตั้งแต่

วันที่ 6 – 9 มีนาคม 2568 นี้ ที่บูธหมายเลข B12 Hall EH98-99 และตามบูธตัวแทนจำหน่ายภายในงาน Commart Unlock ไบเทคบางนา!

MSI Gaming Website  https://th.msi.com/  , MSI Thailand Facebook https://msi.gm/2u6kGeX  ,  MSI Thailand Instagram https://msi.gm/2QOli6R  , MSI Thailand YouTube https://msi.gm/2ZgU1tt

เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ปี 67 กวาดรายได้ทุบสถิติ พร้อมโชว์กำไรไตรมาส 4

เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ปี 67 กวาดรายได้ทุบสถิติ พร้อมโชว์กำไรไตรมาส 4

เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ปี 67 กวาดรายได้ทุบสถิติ พร้อมโชว์กำไรไตรมาส 4

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.10 น.

เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) (SET: SHR) ผู้นำด้านธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทระดับนานาชาติในเครือบริษัท  รายงานผลประกอบการปี 2567 สร้างรายได้ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 10,352 ล้านบาท สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการท่องเที่ยวทั่วโลกที่ขยายตัวต่อเนื่อง พร้อมโชว์กำไรสุทธิไตรมาส 4 ของปี 2567 เติบโตขึ้นกว่าเท่าตัว สู่ระดับ 147 ล้านบาท รับแรงหนุนจากแผนการปรับปรุงโรงแรมทราย ลากูน่า ภูเก็ต ซึ่งแล้วเสร็จก่อนกำหนด และการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของโรงแรมในสาธารณรัฐมอริเชียส ทั้งยังสะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในไตรมาส 4 ของปี 2567 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 2,606.7 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากความสำเร็จจากการส่งมอบประสบการณ์พักผ่อนรูปแบบใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมายของโรงแรมทราย ลากูน่า ภูเก็ต ซึ่งสะท้อนได้จากอัตราค่าห้องพักในไตรมาส 4 ของปี 2567 ที่สูงขึ้นกว่า 30% และผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวสู่ภาวะปกติของโรงแรมเอาท์ริกเกอร์ มอริเชียส บีช รีสอร์ท นอกจากนี้ ผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นในการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญมากกว่า 20% จากไตรมาส 4 ของปีก่อนหน้า ได้ช่วยผลักดันให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งกว่า 1.3 เท่าตัว

ภาพรวมรายได้ SHR ปี 2567 เติบโต 7% ทำสถิติสูงสุดที่ 10,352 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในเกือบทุกทำเล พร้อมกลยุทธ์ตลาดเชิงรุกในมัลดีฟส์ และการยกระดับบริการของแบรนด์ SAii ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานหลักเพิ่มขึ้น 25% แตะ 1,246 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 55% เป็น 134 ล้านบาท จากผลประกอบการที่เติบโตนี้ คณะกรรมการมีมติขออนุมัติจ่ายเงินปันผล 0.03 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวจากปีก่อน

นอกเหนือจากผลประกอบการที่เติบโตขึ้นแล้ว ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ของปี 2568 บริษัทฯ ยังประสบความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 1,700 ล้านบาท เพื่อเป็นการต่อยอดแผนปรับโครงสร้างต้นทุนทางการเงินให้เหมาะสมมากขึ้นและรองรับการขยายธุรกิจในอนาคตอีกด้วย

-(016)

มหกรรมทาสแมวแห่งปี เปิดลิสต์ 5 ไอเท็มเด็ดที่เจ้านายต้องเลิฟ

มหกรรมทาสแมวแห่งปี เปิดลิสต์ 5 ไอเท็มเด็ดที่เจ้านายต้องเลิฟ

มหกรรมทาสแมวแห่งปี เปิดลิสต์ 5 ไอเท็มเด็ดที่เจ้านายต้องเลิฟ

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.53 น.

ทาสแมวทั้งหลายเตรียมตัวให้พร้อม! “Thailand Cat Lovers Fair 2025” งานรวมพลคนรักแมวสุดยิ่งใหญ่แห่งปีกำลังจะมาถึงแล้ว นี่ไม่ใช่แค่อีเวนต์รวมตัวของเจ้าเหมียวจากทั่วสารทิศเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งรวมไอเท็มสุดล้ำที่เหล่าทาสห้ามพลาดเด็ดขาด และวันนี้เราคัดมาให้แล้ว 5 ไอเท็มไฮเทคเพื่อความสุขของน้องแมวและความสะดวกของทาส บอกเลยว่ามีแต่ของต้องโดน

เริ่มกันที่ไอเท็มแรก! ห้องน้ำอัตโนมัติ-เปลี่ยนภาระให้เป็นความสบาย หมดปัญหาก้มๆ เงยๆ ตักทรายแมวทุกวัน เพราะห้องน้ำแมวอัตโนมัติจะช่วยจัดการทุกอย่างให้เสร็จสรรพในพริบตา แค่เจ้านายทำธุระเสร็จ กลไกสุดฉลาดก็จะกำจัดของเสีย ทำความสะอาดตัวเอง และช่วยลดกลิ่นกวนใจในบ้านไปในตัว บางรุ่นยังมาพร้อมฟังก์ชันฆ่าเชื้อโรค งานนี้ทั้งสะอาด ทั้งสบายใจ ทาสก็ไม่เหนื่อย น้องแมวก็สุขใจไปเต็มๆ

ห้องน้ำแมวอัตโนมัติ

ต่อกันที่ไอเท็มที่สอง! เครื่องให้อาหารแมวอัตโนมัติ-หมดกังวลแมวหิวเมื่อคุณไม่อยู่บ้าน เคยรู้สึกผิดไหมเวลาต้องออกไปทำงานหรือไปเที่ยว แล้วปล่อยให้แมวอยู่บ้านลำพัง ปัญหานี้จะหมดไปทันทีเครื่องให้อาหารอัตโนมัติช่วยให้ทาสตั้งเวลาและปริมาณอาหารล่วงหน้าได้อย่างเป๊ะ ๆ บางรุ่นยังมีฟังก์ชันบันทึกเสียเจ้าของ ให้เรียกน้องมากินข้าวแบบสมจริง และรุ่นใหม่ ๆ ยังสามารถสั่งอาหารให้แมวผ่านแอปพลิเคชันมือถือได้ด้วย ทาสจะอยู่ที่ไหนในโลก ก็มั่นใจได้ว่าเจ้านายจะไม่มีวันหิว

เครื่องให้อาหารแมวอัตโนมัติ

ไอเท็มนี้ ของมันต้องมี กับ ตู้เป่าขนแมว-หมดปัญหาน้องวิ่งหนีไดร์เป่าผม การอาบน้ำแมวเท่ากับศึกหนักของทาส แต่ถ้ามีตู้เป่าขนแมว ก็ไม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไป แค่วางน้องลงไปในตู้ ลมอุ่น ๆ จะช่วยทำให้ขนแห้งไวโดยไม่ทำให้แมวตกใจ หมดปัญหาขนเปียกชื้นที่อาจทำให้แมวป่วย และที่สำคัญที่สุดขนของเจ้านายจะไม่ฟุ้งติดหน้าทาสอีกแล้ว

ตู้เป่าขนแมว

มาต่อกันที่ น้ำพุแมวอัจฉริยะ-กระตุ้นให้น้องแมวดื่มน้ำมากขึ้น! สำหรับเหล่าทาสทั้งหลายสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นๆ เลยคือ ระบบน้ำดื่มที่สะอาด เพราะนอกจากจะช่วยกระตุ้นให้เจ้าเหมียวดื่มน้ำมากขึ้นแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพอีกด้วย รู้ไหมว่าแมวเป็นสัตว์ที่รักความสะอาดมาก ถ้าถ้วยน้ำที่บ้านไม่สะอาด น้อง ๆ จะไม่ยอมดื่มเลย ซึ่งถ้าน้องแมวดื่มน้ำน้อย ก็อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ เช่น โรคไต หรือปัญหาทางเดินปัสสาวะ น้ำพุแมวอัจฉริยะจะช่วยกระตุ้นให้น้องแมวดื่มน้ำมากขึ้น ด้วยการไหลเวียนของน้ำที่สดชื่น พร้อมระบบกรองน้ำที่ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกและคลอรีน ทำให้แมวได้รับน้ำที่สะอาดและปลอดภัยตลอดทั้งวัน

น้ำพุแมวอัจฉริยะ

ไอเท็มสุดท้ายที่เจ้านายต้องเลิฟ ทาสต้องปลื้ม! บ้านแมวอัจฉริยะ-พื้นที่ส่วนตัวสุดชิลล์เพื่อเจ้านายตัวน้อย ทาสอย่างเราอาจอยู่บ้านเช่าเล็กๆ ก็ได้ แต่เจ้านายต้องอยู่สบายแบบ 5 ดาว โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนแบบนี้ คงอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าเจ้าเหมียวจะรู้สึกอึดอัด เพราะบ้านแมวทั่วไปอาจระบายอากาศได้ไม่ดีนัก ดังนั้น บ้านแมวอัจฉริยะ จึงเป็นคำตอบที่ลงตัวที่สุดเพราะออกแบบมาเพื่อมอบความสะดวกสบายระดับพรีเมียมให้กับเจ้าเหมียวตัวน้อย มาพร้อมฟังก์ชันล้ำๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ ปรับแสงภายในตามเวลา และบางรุ่นยังมี ระบบเล่นเสียงกล่อมเพื่อช่วยให้แมวรู้สึกผ่อนคลาย เรียกได้ว่าเป็น สวรรค์ของเจ้านายอย่างแท้จริง

บ้านแมวอัจฉริยะ

เหล่าทาสทั้งหลาย ถ้าอยากได้ไอเท็มสุดเด็ด สุดจึ้งไปเปย์เจ้านายที่บ้านละก็ อย่าพลาดเด็ดขาดกับงาน “Thailand Cat Lovers Fair 2025” งานรวมพลคนรักแมวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย! บนพื้นที่กว่า 5,000 ต.รม.พบกับไอเท็มเจ๋งๆ และกิจกรรมมากมายที่ไม่ควรพลาด อาทิ โชว์แมวแปลกหายากและราคาแพงที่สุดที่จะเปิดโอกาสให้ได้สัมผัสความน่าทึ่งของสายพันธุ์หายากจากทั่วโลก ละคร(แมว)คุณธรรม การแสดงสุดพิเศษที่ถ่ายทอดเรื่องราวแสนอบอุ่นโดยนักแสดงสี่ขา การประกวดแมวไทย 5 สายพันธุ์ เฟ้นหาสุดยอดแมวไทยที่งดงามตามลักษณะดั้งเดิม การประกวดแมวไทยสีแปลกโอกาสพิเศษในการชมแมวไทยสีหายากที่ไม่ค่อยได้พบเห็น งานนี้ทั้งทาสและแมวต้องฟิน! อย่าลืมปักหมุดมาพบกันในวันศุกร์ที่ 28 มีนาคม – วันเสาร์ ที่ 30 มีนาคม 2568 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ อาคาร8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี  ค่าเข้าชมเพียง 20 บาท (น้องแมวและเด็ก เข้างานฟรี!) และรายได้ส่วนหนึ่งจากค่าเข้าชมจะนำไปสมทบทุน “โครงการ 1บาทเพื่อเจ้าตูบที่หิวโหย” ช่วยเหลือแมวจรจัด