VB Engine เปิดตัว ‘ทาซาว่า’ ภายใต้แนวคิด ‘คุ้มได้ใจ’ เพิ่มผลผลิต – ลดต้นทุนเกษตรกร

VB Engine เปิดตัว 'ทาซาว่า' ภายใต้แนวคิด 'คุ้มได้ใจ' เพิ่มผลผลิต - ลดต้นทุนเกษตรกร

VB Engine เปิดตัว ‘ทาซาว่า’ ภายใต้แนวคิด ‘คุ้มได้ใจ’ เพิ่มผลผลิต – ลดต้นทุนเกษตรกร

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.36 น.

บริษัท วี.บี.เอ็นจิ้น อิมเพ็กซ์ จำกัด ผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเครื่องจักรการเกษตร และอยู่คู่เกษตรกรไทย มานานกว่า 50 ปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด ด้วการจัดงานเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ เครื่องจักรการเกษตรทาซาว่า (TAZAWA) ภายใต้เนวคิด “คุ้มได้ใจ” ที่ผสานเทคโนโยลีล้ำสมัย ความทนทาน และความประหยัด ช่วยเกษตรกรไทยเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ “น้ำ รพีภัทร เอกพันธ์กุล” ดารานักแสดง ผู้ชื่อชอบการทำเกษตร แบบ Smart Farmer และ พีระพล เศรษฐพลอย หรือ “พี่โจ๊ก” เจ้าของเพจแบ่งปันความรู้การเกษตรปลอดสารพิษในสวนหลังบ้านแบบผสมผสาน

ณัฐวุฒิ วิบูลพัฒนะวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วี.บี.เอ็นจิ้น อิมเพ็กซ์ กล่าวว่า “ตลอดเวลา 50 ปี ที่ผ่านมา มุ่งมั่นพัฒนาและส่งมอบเครื่องจักรการเกษตรที่ตอบโจทย์เกษตรกรไทย เข้าใจถึงความต้องการของภาคเกษตรกรรมเป็นอย่างดี ทำให้ทาซาว่า (TAZAWA) ถูกพัฒนาและออกแบบ เพื่อตอบโจทย์การทำเกษตรกรรมในประเทศไทย ด้วยด้วยความมุ่งมั่นในวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า “เครื่องจักรที่ดี ในราคาที่คุ้มค่า” มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านเครื่องจักรการเกษตรที่ครบครันทั้งด้านเทคโนโลยี คุณภาพ และความทนทาน ภูมิใจกับการมีส่วนร่วมช่วยแก้ปัญหาด้านแรงงานการเกษตร เพื่อเพิ่มผลิตให้กับเกษตรกรไทย ผ่านเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ทาซาว่า (TAZAWA)  ตัวช่วยสำคัญ ที่ “คุ้มได้ใจ” เกษตรกรทุกคน

ด้วยประสบการณ์กว่า 5 ทศวรรษ วี.บี.เอ็นจิ้น อิมเพ็กซ์ คือชื่อที่แสดงถึง ความเชื่อมั่นในคุณภาพ และ การบริการ ที่คู่ค้าและเกษตรกรไทยวางใจ มีพันธมิตรร้านค้าครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 300 ร้านค้า บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน  ISO9001:2015 จากสถาบัน บูโร เวริตัส ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ด้านระบบที่ใช้สำหรับบริหารกระบวนการให้ได้สินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของผู้ใช้งาน ในฐานะผู้พัฒนาเครื่องจักรเกษตร เราใส่ใจในทุกกระบวนการคิดและพัฒนาอย่างมุ่งมั่น ผ่านศูนย์พัฒนาและวิจัย

“TAZAWA TECH LAB” ที่นำทุกปัญหาที่เกษตรกรต้องเจอ มาพัฒนาเทคโนโลยีในเครื่องยนต์ทาซาว่า (TAZAWA)   เพื่อให้เกษตรกรได้ประโยชน์สูงสุดผ่านการใช้งาน อาทิ วาวล์แบบใหม่ ในเครื่องยนต์ของทาซาว่า (TAZAWA)  ที่ได้พัฒนาระบบ วาวล์ ให้มีกำลังแรงม้าที่สูงขึ้นแต่ยังคงความ ทนทาน ประหยัดน้ำมัน อีกทั้งในการทำเกษตรมีการใช้น้ำเพื่อเพาะปลูก เกษตรกรต้องการน้ำแรงในการส่งน้ำไปพื้นที่ทำเกษตร เราจึงออกแบบให้ เครื่องสูบน้ำทาซาว่า (TAZAWA) สูบน้ำเยอะ ส่งน้ำแรง ตอบโจทย์การใช้งานมากกว่าเดิม, เครื่องกำเนิดไฟฟ้าทาซาว่า (TAZAWA) ที่พัฒนาระบบ ให้ทำงานร่วมกับการชาร์จโดรน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือ ในงานที่ต้องการลดต้นทุนแรงงาน ก็มีการพัฒนาให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น รถตัดหญ้าแบบนั่งขับ หรือ รถสำหรับงานพรวนดิน เป็นต้น

การพัฒนาเครื่องยนต์ของทาซาว่า (TAZAWA) ผ่านการรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจพลังงาน เป็นเครื่องยนต์ประหยัดพลังงานเบอร์ 5 นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการบริการขายและหลังการขายแบบครบวงจร รวมถึงช่องทางออนไลน์ต่างๆ เช่น FACEBOOK และ LINE@ ที่ทำให้ผู้ใช้งาน เครื่องจักรการเกษตรทาซ่าว่า กับบริษัท มีช่องทางการติดต่อสื่อสารกันได้อย่างทันท่วงที มีทีมช่าง ทีมวิศวกร และทีมงานหลังบ้านที่พร้อมให้คำปรึกษาแก้ปัญหาเครื่องยนต์เมื่อต้องการการบำรุงรักษา มีกระบวนการในการจัดหาอะไหล่ที่รวดเร็วและได้มาตรฐาน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ทาซาว่า (TAZAWA) ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า และเติบโตเคียงข้างเกษตรกรไทยมาอย่างต่อเนื่องและที่สำคัญเราจะเคียงข้างเกษตรกรไทยต่อไป”

น้ำ รพีภัทร เอกพันธ์กุล ดารา นักแสดง ผู้ผันตัวจากนักแสดงสู่เกษตรกร Smart Farmer บอกว่า “นอกจากอาชีพนักแสดงแล้ว อาชีพเกษตรกรก็เป็นอีกอาชีพที่รักมาก แบรนด์ทาซาว่า (TAZAWA) เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมานาน โดยเฉพาะเครื่องยนต์เอนกประสงค์ที่ชาวเรือนำไปพัฒนาเป็นเครื่องยนต์เรือ ที่ต้องการความทนทาน และความแรงเป็นหลัก ทำให้เขาเปิดใจใช้เครื่องพรวนดินทาซาว่า (TAZAWA) รุ่น Rhino780 ที่รพีภัทรฟาร์ม ในการเตรียมดินเพาะปลูกพืชผักสวนครัว และหญ้าในฟาร์ม เพราะเชื่อว่าการเตรียมดินเพาะปลูกเป็นเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญในการที่จะทำให้พืชเจริญงอกงาม เตรียมดินดี เพาะปลูกอะไรก็ดี นอกจากการเตรียมดินเพาะปลูกพืชแล้วยังใช้ปรับหน้าดินให้กับควายสวยงามที่ชื่นชอบ เพื่อให้ดินร่วนซุย นุ่ม ไม่เป็นอันตรายกับการเดิน การล้มตัวลงนอนของควายด้วย เครื่องพรวนดินทาซาว่า (TAZAWA) ใช้งานง่าย ช่วยทุ่นแรง ประหยัดเวลาในการเตรียมดินได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่า ถ้าใครได้ทดลองใช้ต้องติดใจอย่างแน่นอน”

โจ๊ก พีระพล เศรษฐพลอย เจ้าของเพจแบ่งปันความรู้การเกษตรปลอดสารพิษ ช่องโจ๊กผักปลอดสารบ้านปลายฝน กล่าวว่า “ตนทำเกษตรผสมผสานในสวนหลังบ้านของตัวเองกับครอบครัว มั่นใจในแบรนด์ทาซาว่า (TAZAWA) เพราะเชื่อมั่นในประสบการณ์ในเครื่องจักรการเกษตรมานาน ก่อนที่จะได้มีโอกาสทดลองใช้ เคยได้ยินชื่อเสียงด้านความคุ้มค่าคุ้มราคา เป็นเครื่องยนต์ที่มีคุณภาพ เครื่องแรง และทนทาน จากเพื่อนๆ เครื่องที่ใช้คือเครื่องพรวนดินทาซาว่า (TAZAWA) ในการเตรียมดินปลูกผักในแปลงพืชผสมผสาน พบว่าตัวเครื่องเองสามารถพรวนดินได้ดั่งใจ ทั้งพลิกหน้าดิน พรวนสาด ยกร่อง ยกแปลง ก็ทำได้ทุกอย่าง แถมยังประหยัดเวลาและทุ่นแรงมากกว่าการใช้จอบพรวนดินเองเป็นอย่างมาก ประทับใจในประสิทธิภาพของเครื่องยนต์”

คุณณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย “ตนอยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาเกษตรกรรมในประเทศไทย ปัจจุบันภาคเกษตรกรรมกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน เช่น ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น สภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง แรงงานภาคเกษตรที่ลดลง และการแข่งขันในตลาดโลก ดังนั้น อนาคตของภาคการเกษตรไทยจึงต้องอาศัยนวัตกรรม เทคโนโลยี และแนวคิดใหม่ๆเพื่อให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน การนำเครื่องจักรการเกษตรที่ทันสมัย เช่น ทาซาว่า (TAZAWA) เข้ามาใช้ จะเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรเผชิญกับความท้าทายในด้านต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน”

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท วี.บี.เอ็นจิ้น อิมเพ็กซ์ จำกัด โทร. 02-8875779 ,เว็บไซต์: http://www.tazawapower.com , FB : https://www.facebook.com/ThaiTazawa  , LineOfficial : https://bit.ly/LineTazawa01

-(016)

ขยี้ตารัว! ‘Miss Tiffany 2025’ รอบชุดว่ายน้ำ จัดมาไม่ยั้งแบบชีสับ ชีเสิร์ฟ

ขยี้ตารัว! 'Miss Tiffany 2025' รอบชุดว่ายน้ำ จัดมาไม่ยั้งแบบชีสับ ชีเสิร์ฟ

ขยี้ตารัว! ‘Miss Tiffany 2025’ รอบชุดว่ายน้ำ จัดมาไม่ยั้งแบบชีสับ ชีเสิร์ฟ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.21 น.

อากาศที่ร้อนแล้วยังไม่ร้อนเท่า เมื่อ 34 สาวงามผู้เข้าประกวด Miss Tiffany’s Universe 2025 พร้อมใจกันมาสะบัดผ้า สาดลุคแซ่บใน ‘การประกวดรอบชุดว่ายน้ำ SWIMSUIT SHOWDOWN’ หนึ่งในกิจกรรมระหว่างการเก็บตัวของกองประกวดฯ  ที่จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสุดชิคริมสระ ใจกลางเมือง Tribe Sky Beach Club ชั้น 5 ศูนย์การค้า Emsphere

โดยผู้เข้าประกวดทั้ง 34 คน ต่างไม่มีใครยอมใคร เดินสับอวดบอดี้สวยเฟิร์มในชุดว่ายน้ำคัทติ้งเนี้ยบจากแบรนด์ Colarist Swimwear จนเหล่าคณะกรรมการทั้ง ป้าตือ-สมบัษร แม่เกด-เมทินี โม-จิรัชยา โยชิ-ริณลดา นายแพทย์กมล ศรีจันทึก ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลวรรณสิริ คุณปาลิดา- EM DISTRICT และคุณธันยพร-Coralist Swimwear ต้องทำงานกันอย่างหนัก ก่อนเคาะมติเป็นเอกฉันท์ เทคะแนนให้สาวงามเพียงหนึ่งเดียวที่เปล่งประกายที่สุดบนเวทีนี้

ทำให้รางวัล “Best in Swimsuit” ตกเป็นของ หมายเลข 24 การ์ฟิลด์ พิชชาภา เกษมทรัพย์ ที่เรียกได้ว่าเทพปั้นแท้ๆ ทั้งหน้าเป๊ะ หุ่นปัง แถมยังพกพาความมั่นใจมาแบบเกินร้อย

และรางวัล “Miss Golden Shape by Wansiri Hospital Body Center” เป็นของ หมายเลข 10 หมีพูห์ กัญติชา ดีทรีส

สำหรับการประกวด “Miss Tiffany’s Universe 2025” ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แถมเรียกได้ว่าเข้มข้นขึ้นทุกขณะ ซึ่งหลังจากนี้เหล่าสาวงามจะได้ขึ้นเวทีอวดโฉมกันอีกครั้งใน ‘การประกวดรอบชุดอัตลักษณ์ความเป็นไทย Thai Identity Costume Showcase’ ที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 8 มีนาคม 2568 ณ Benedict Studio เลียบด่วนรามอินทรา เริ่มตั้งแต่เวลา 14.00 น. ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมชิงบัตรเข้าร่วมรับชมแบบ exclusive ได้ที่หน้า Facebook Fanpage: Miss Tiffany’s Universe

ก่อนจะเข้าสู่รอบอันน่าตื่นเต้น กับการสัมภาษณ์เชิงลึกใน “Pressure Room” ในวัน 10 มีนาคม 2568 ซึ่งจะเริ่มความเข้มข้นกันตั้งแต่เวลา 14.00 น. สามารถรับชมได้พร้อมกันทาง YouTube Channel: Miss Tiffany’s Universe และมาเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการประกวดกับ ‘รอบพรีลิมินารี่’ ในพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. และทะยานสู่มงพร้อมกันใน ‘รอบไฟนอลไนท์’ วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป โดยสองรอบพิเศษ พรีลิมินารี่ และ รอบไฟนอล สามารถรับชมได้ที่โรงละครทิฟฟานี่โชว์ พัทยา ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ ผ่านทาง http://www.Tiffany-Show.co.th/booking

ร่วมติดตามการประกวด “Miss Tiffany’s Universe 2025” และให้กำลังใจ 34 สาวงาม ได้ที่ Website: http://www.MissTiffanyUniverse.org , Facebook: Miss Tiffany’s Universe , Instagram: http://www.instagram.com/MissTiffanyUniverse , TikTok: http://www.tiktok.com/@misstiffany.official , Youtube: Miss Tiffany’s Universe , Online Booking: http://www.tiffany-show.co.th/booking

#MTU2025 #MissTiffanysUniverse #MovingForward

-(016)

1 Day Trip ล่องเรือเที่ยวอยุธยา เก็บครบทั้ง 5 Must Do in Ayutthaya

1 Day Trip ล่องเรือเที่ยวอยุธยา เก็บครบทั้ง 5 Must Do in Ayutthaya

1 Day Trip ล่องเรือเที่ยวอยุธยา เก็บครบทั้ง 5 Must Do in Ayutthaya

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.11 น.

เปิดประสบการณ์เที่ยวอยุธยาแบบใหม่ ล่องเรือแวะ Taste-Try-Buy-Seek-See ที่แลนด์มาร์กริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เก็บครบทุกกิจกรรมตามฉบับ 5 Must Do in Ayutthaya แบบ 1 Day Trip

ทริปนี้จะเป็นการล่องเรือไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเทียบท่าแวะชมความงดงามของวัดวาอาราม และสถานที่สำคัญ เป็นกิจกรรม Must Try เที่ยวอยุธยาในประสบการณ์ใหม่ เริ่มจากที่วัดนิเวศธรรมประวัติวรวิหาร เพื่อสัมผัสเสน่ห์ Must Seek ของวัดไทยสไตล์ฝรั่ง และชมพิพิธภัณฑ์วัดนิเวศธรรมประวัติวรวิหาร จัดแสดงเครื่องอัฐบริขารที่ใช้สำหรับพระภิกษุสงฆ์ ระดับพระบรมวงศานุวงศ์ และเครื่องใช้ต่างๆ

จากนั้นล่องเรือไปยังท่าเรือร้านสำเภานาวา ทานอาหารไทยโบราณ Must Taste ริมแม่น้ำ ที่เน้นใช้วัตถุดิบจากเกษตรกรท้องถิ่น บรรยากาศดี มีวิวเป็นพระปรางค์วัดพุทไธศวรรย์

หลังเอ็นจอยกับอาหารรสอร่อย แวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดพุทไธศวรรย์ ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่อยู่คู่ จ.พระนครศรีอยุธยา มากว่า 600 ปี โดยยังคงมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์และจุด Must Seek ให้คนรุ่นหลังได้ถ่ายรูป และยังเป็นแลนด์มาร์กที่สายมูมักจะมาขอพรกัน

ไปต่อกันที่ป้อมเพชร เพื่อแชะภาพป้อมปราการเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ตามแบบฉบับ Must Seek โดดเด่นด้วยรูปทรงแบบป้อมหกเหลี่ยม ผนังอิฐสลับศิลาแลงสีแดงตั้งเป็นสง่าอยู่ริมแม่น้ำ

ก่อนจะไปสักการะหลวงพ่อโตตามวิถีคนพื้นถิ่นที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร หรือพระพุทธไตรรัตนนายก ชมความ Must Seek ของพระพุทธรูปศิลปะอู่ทองตอนปลาย ที่ชาวอยุธยานับถือกันว่าเป็นพระโบราณคู่บ้านคู่เมืองกรุงศรีอยุธยามาแต่แรกสร้างกรุง

วัดนครหลวง เป็นอีกวัดเก่าแก่ที่สายมูต้องแวะสักการะพระพิฆเนศ รวมถึงศิลาพระจันทร์ลอย และรอยพระพุทธบาทสมัยพระเจ้าปราสาททอง ภายในปราสาทนครหลวง หรือพระมหาปราสาทพระนครหลวง ซึ่งเป็นปราสาทหินโบราณ Must Seek ที่เชื่อว่าสร้างตามรูปแบบของปราสาทกรุงกัมภุชประเทศ แห่งนครกัมพูชา

ปิดท้ายแหล่ง Must Seek ที่วัดธรรมิกราช ชมโบราณสถาน เจดีย์ทรงระฆังมีสิงห์ล้อม วิหารหลวง อุโบสถ และวิหารพระพุทธไสยาสน์ที่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรยุคก่อนกรุงศรีอยุธยา

หลังจากสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับอยุธยามาอย่างเต็มอิ่ม จอดแวะชมช้างอาบน้ำ ซึ่งเป็นกิจกรรม Must See วิถีผู้คนริมน้ำที่เรียกรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะให้กับนักท่องเที่ยว

ทริปนี้นอกจากจะได้แวะเช็คอินตามจุดแลนด์มาร์ก ยังได้ล่องเรือชมบรรยากาศสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา วิถีชีวิตของผู้คนริมแม่น้ำ และวัดโบราณสถานที่สำคัญของเมืองมรดกโลก ก่อนกลับอย่าลืมแวะซื้อสินค้าหัตถกรรมจากภูมิปัญญา อาทิ ปลาตะเพียนสานใบลาน พัดสานไม้ไผ่โบราณ และแก้วเบญจรงค์ลายไทย เป็นสินค้า Must Buy ที่ควรซื้อติดไม้ติดมือ เพื่อปิดจบทริป เปิดประสบการณ์ใหม่ในการเที่ยวอยุธยาครบทั้ง 5 Must Do ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต มจพ. ปีการศึกษา 2566 เป็นวันที่ 2

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต มจพ. ปีการศึกษา 2566 เป็นวันที่ 2

กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต มจพ. ปีการศึกษา 2566 เป็นวันที่ 2

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.10 น.

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 เวลา 08.30 น. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์มาพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ประจำปีการศึกษา 2566 (เป็นวันที่ 2) โดยมีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม คณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ คณะอุตสาหกรรมเกษตรดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,558 คน 

ในการนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ  บุณยโสภณ นายกสภามหาวิทยาลัย พร้อมด้วยศาสตราจารย์  ดร.ธานินทร์ ศิลป์จารุ รักษาการอธิการบดี คุณภรณี  ลีนุตพงษ์ และ ดร.วินัย สารสุวรรณ กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ คณะผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เฝ้าฯ รับเสด็จ

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ก่อตั้งด้วยความร่วมมือทางด้านวิชาการทางเศรษฐกิจระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลเยอรมัน เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2502 ในนามโรงเรียนเทคนิคพระนครเหนือ จัดการศึกษาเน้นการเรียนรู้ ควบคู่ปฏิบัติได้จริงอย่างเข้มข้นแบบเยอรมัน จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ยอมรับ และเรียกขานว่า “เทคนิคไทย-เยอรมัน” ต่อมามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานพระปรมาภิไธยและพระราชลัญจกรในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นชื่อและตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย และเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยได้จัดงานวันรวมน้ำใจชาว มจพ. ในโอกาสวันก่อตั้งครบรอบ 66 ปี

มจพ. เปิดสอนตั้งแต่ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จนถึงระดับปริญญาเอก เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ มุ่งผลิตบัณฑิตที่พึงประสงค์ และมีคุณภาพจากหลากหลายสาขาวิชา เพื่อตอบสนองความต้องการกำลังคนในการพัฒนาประเทศ ทั้งในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยผสมผสานภาคทฤษฎีควบคู่กับการปฏิบัติจริง ทั้งในสถานศึกษาและในสถานประกอบการ ผลิตบัณฑิตที่คิดเป็น ทำเป็น มีฐานความคิดและความเป็นผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี มีความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต และคงไว้ซึ่งคุณธรรมและจรรยาบรรณในวิชาชีพ  มีหลักสูตรที่เปิดสอนจำนวน 200 หลักสูตร ได้ขยายโอกาสทางการศึกษาไปสู่ภูมิภาค จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ มจพ. วิทยาเขตปราจีนบุรี และวิทยาเขตระยอง มีนักศึกษารวมทั้งสิ้นกว่า 31,000 คน ประกอบด้วยคณะทั้งหมด 18 คณะ/วิทยาลัย และมีหน่วยงานสนับสนุนงานวิจัย งานบริการวิชาการ และการเรียนการสอน 6 ส่วนงาน 

มจพ. เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยให้ความสำคัญและพัฒนาในทุกมิติ ประกอบด้วย การบริหารและพัฒนาองค์กรให้มีความมั่นคง น่าเชื่อถือ และโปร่งใส ด้านการพัฒนาและออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนที่ทันสมัยเป็นสากลเพื่อเปิดกว้างให้นักศึกษาของ มจพ. ทั้ง 3 วิทยาเขต ได้มีโอกาสเลือกเรียนในหลักสูตรที่ตนเองถนัดและตอบโจทย์ของผู้ประกอบการในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังส่งเสริมและสนับสนุนด้านการวิจัยในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อสังคม ตลอดจนพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ และสามารถแข่งขันในเวทีระดับชาติและระดับนานาชาติได้

ตลอดระยะเวลา 66 ปี มจพ.  ได้ดำเนินภารกิจตามวัตถุประสงค์ ให้การศึกษา วิจัย พัฒนานวัตกรรม ส่งเสริมและบริการวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและวิชาการชั้นสูงที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีความใฝ่รู้ ความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีในแนวทางสร้างสรรค์ มีจรรยาบรรณในวิชาชีพ คุณธรรม จริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข รวมทั้งทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและส่งเสริมเอกลักษณ์ของชาติ ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง จนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์อย่างสม่ำเสมอ และมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการขับเคลื่อนภารกิจของมหาวิทยาลัย ผลิตบัณฑิตและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านการเรียนการสอน งานวิจัย และนวัตกรรมที่มีคุณภาพ ทำให้หลักสูตรระดับปริญญาตรี สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษาในระดับนานาชาติ จากคณะกรรมการรับรองหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ของ ABET : Accreditation Board for Engineering and Technology, Engineering Accreditation Commission : EAC ซึ่งเป็นสถาบันระดับโลกที่ให้การรับรองมาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษาในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ประยุกต์ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ สาขาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ นอกจากนี้ มจพ. ยังได้รับการจัดอันดับ โดย Times Higher Education World University Rankings (THE) ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกชื่อดังของประเทศอังกฤษ ประจำปี 2025 โดยได้รับการจัดอันดับที่ 1 ด้านสภาพแวดล้อมงานวิจัย (Research Environment) ของมหาวิทยาลัยไทย และอันดับที่ 2 ของประเทศไทย ในสาขา Computer Science และยังได้รับการจัดอันดับที่ 2 ด้านคุณภาพงานวิจัย (Research Quality) ของมหาวิทยาลัยไทย และอันดับที่ 3 (ร่วม) ของประเทศไทย ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์  เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกและแห่งเดียวในโลกที่เป็นแชมป์โลกหุ่นยนต์กู้ภัย 10 สมัย อีกทั้งได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้ได้รับรางวัล “ชมเชยองค์กรโปร่งใส เป็นปีที่ 6” จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ทั้งนี้ มจพ. ยังมุ่งเน้นการมีความร่วมมือทางวิชาการกับภาครัฐ ภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ภาคประชาสังคมและชุมชนในการผลิตบัณฑิตที่มีสมรรถนะสูงด้วยการจัดหลักสูตรสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานให้มีมาตรฐานตามหลักเกณฑ์ของการอุดมศึกษา สามารถตอบโจทย์ผู้เรียนและส่งเสริมให้นักศึกษาเรียนรู้นอกห้องเรียนมากขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาทักษะทางวิชาการและวิชาชีพในขณะที่ปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ส่งเสริมการผลิตกำลังคนและการเรียนรู้ตลอดชีวิตตอบสนองการพัฒนาประเทศใน 12 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และอุตสาหกรรมขนส่งการบิน การสร้างเครือข่ายการอุดมศึกษาเพื่ออุตสาหกรรม ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยกระดับการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจและอุตสาหกรรมของประเทศอีกด้วย

-(016)

เปิดตัวนวัตกรรมงานผิวตัวใหม่จากอิตาลี hydrobooster จาก Aesthetics by Menarini Thailand

เปิดตัวนวัตกรรมงานผิวตัวใหม่จากอิตาลี  hydrobooster จาก Aesthetics by Menarini Thailand

เปิดตัวนวัตกรรมงานผิวตัวใหม่จากอิตาลี hydrobooster จาก Aesthetics by Menarini Thailand

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.07 น.

ต้องยอมรับว่าเทรนด์ ‘งานผิว’ กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ในปีนี้ Aesthetics by Menarini Thailand ภายใต้บริษัท เอ.เมนารินี (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงาน “Grand Launch hydrobooster: Redefining Skin Hydration & Skin Quality” เพื่อเปิดตัวนวัตกรรมงานผิวตัวใหม่จากอิตาลีอย่าง hydrobooster เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคนที่ต้องการดูแลผิว เสริมโครงสร้างของผิวให้แข็งแรง ปรับปรุงคุณภาพผิว เพื่อผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว โดยมี Menarini Faculty ทั้งในไทยและต่างประเทศ มาร่วมบรรยายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ร่วมด้วย เต – ตะวัน วิหครัตน์ และ นิว – ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ มาร่วมพูดคุยถึงเคล็ดลับการดูแลผิวของตัวเองพร้อมด้วยบุคลากรทางการแพทย์และเหล่าอินฟลูเอ็นเซอร์มาร่วมงานเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่นี้กันอย่างคับคั่ง ณ โรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River

ในยุคที่เน้นความสวยอย่างเป็นธรรมชาติ hydrobooster ถือเป็นนวัตกรรมที่โดดเด่นด้วยส่วนผสมหลักอย่าง Hyaluronic Acid (HA) โมเลกุลใหญ่ และ Glycerol (กลีเซอรอล) ที่จะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวสุขภาพดี กระจ่างใส ยืดหยุ่น แลดูเฟิร์ม ผิวดูเด็กลง นอกจากนี้ Glycerol ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการกักเก็บและรักษาน้ำในผิว ทำให้ผิวนุ่มขึ้นและลดการสูญเสียน้ำ ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวให้ผิวแข็งแรง ให้ทุกคนได้เผยความงามในแบบฉบับของตัวเอง

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก นายแพทย์วรพจน์ ศิรามังคลานนท์ The Master of Faculty, Menarini APAC & RELIFE Global Faculty และ ดร.โรนัลด์ สเตฟาน ออนซียง Menarini Faculty, Malaysia มาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ในการรังสรรค์ความงาม ทั้งยังร่วมพูดคุยถึงเทรนด์ความงามที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน

 ทางด้าน เต – ตะวัน ที่มาร่วมอัพเดตเทรนด์การดูแลผิว กล่าวว่า อย่างที่คุณหมอแนะนำเลยครับว่าทุกคนอยากมีใบหน้าที่ดูอ่อนวัยเป็นธรรมชาติ แต่ด้วยปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อผิวของเรา อย่างเตที่ต้องแต่งหน้าไปทำงานทุกวันแบบนี้ ทำให้ต้องดูแลผิวด้วยวิธีการต่างๆ ที่นอกจากจะดื่มน้ำเยอะๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์  ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว ยังต้องเลือกใช้สกินแคร์ ทากันแดดเป็นประจำ หรือทำทรีทเม้นต์บ้าง เพราะผิวที่สุขภาพดีและชุ่มชื้น จะช่วยชะลอความแห้งกร้าน รวมไปถึงริ้วรอยก่อนวัย การมีผิวหน้าที่ดี ก็จะเอื้อกับการทำงาน ช่างแต่งหน้าก็ทำงานง่าย เพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง และส่วนตัวยังอาศัยตัวช่วยฟื้นบำรุงที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เราเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้นตามที่คุณหมอแนะนำครับ

ปิดท้ายด้วย นิว – ฐิติภูมิ กล่าวเสริมว่า ด้วยอาชีพนักแสดง แม้ว่าจะมีตารางงานที่แน่น แต่เรื่องการดูแลผิวต้องทำไม่ขาดครับ เพราะเมื่อก่อนตัวผมเองไม่ค่อยสนใจเรื่องดูแลตัวเองเท่าไร แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป อายุที่เพิ่มขึ้นก็ต้องยิ่งดูแลเพื่อช่วยชะลอวัย และต้องมีตัวช่วยในการดูแลตัวเอง  ปัจจุบันมีนวัตกรรมที่ทันสมัย มีตัวเลือกมากมาย สามารถปรึกษากับแพทย์ก่อนรับบริการจากคลินิกความงามต่างๆ ได้ เพราะถ้าผิวแข็งแรง  ก็จะเสริมให้เราดูดีและมั่นใจมากขึ้นครับ

กลับมาอีกครั้ง ‘VIV Asia 2025’ พร้อมเปิดประสบการณ์ครบวงจรในเอเชีย

กลับมาอีกครั้ง 'VIV Asia 2025' พร้อมเปิดประสบการณ์ครบวงจรในเอเชีย

กลับมาอีกครั้ง ‘VIV Asia 2025’ พร้อมเปิดประสบการณ์ครบวงจรในเอเชีย

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.04 น.

VIV Asia 2025 งานแสดงสินค้าระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมอาหาร กลับมาอีกครั้งที่กรุงเทพฯ พร้อมเปิดประสบการณ์ครบวงจรในเอเชีย

VIV Asia 2025 (วิฟ เอเชีย) งานแสดงสินค้าระดับนานาชาติสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตโปรตีนสัตว์ กลับมาอีกครั้งด้วยขนาดที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 มีนาคม 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดร่วมกับ Meat Pro Asia (มีท โปร เอเชีย) ซึ่งเป็นงานที่มุ่งเน้นด้านการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์เนื้อสัตว์ และครั้งแรกกับงาน Horti Agri Next Asia (ฮอร์ติ อะกริ เน็กซ์ เอเชีย) ซึ่งเป็นงานที่มุ่งเน้นความก้าวหน้าทางนวัตกรรมพืชสวนและการเกษตร ทั้งสามงานแสดงสินค้านี้พร้อมมอบประสบการณ์ทางธุรกิจและเครือข่ายที่ ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอาหาร ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ อาหารสัตว์ ไปจนถึงอาหารสำเร็จรูป

Birgit Horn กรรมการผู้จัดการ วีเอ็นยู ยุโรป กล่าวว่า “งาน VIV Asia ในปีนี้กำลังจะกลายเป็นงานที่ใหญ่และมีอิทธิพลมากที่สุดของเรา ที่นี่เป็นศูนย์รวมของนวัตกรรม ความร่วมมือ และโอกาสทางธุรกิจ เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นความร่วมมือและการเชื่อมต่อที่มีความหมายเกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน”

แนวทางเชิงกลยุทธ์ตามประเภทธุรกิจ

การจัดงานในปีนี้มีธีมหลักที่เน้นเรื่องการจัดการโรค ความปลอดภัยทางชีวภาพ และการเกษตรแบบยั่งยืน โดย VIV Asia 2025 จะนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมล่าสุดใน 4 กลุ่มโปรตีนสัตว์หลัก ได้แก่ สัตว์ปีก สุกร สัตว์น้ำ และโคนม ผู้เข้าร่วมงานจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับพัฒนาการใหม่ๆ ในด้านการเพาะพันธุ์ สุขภาพ โภชนาการ และเทคโนโลยีฟาร์มอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยให้คุณก้าวทันกับการพัฒนาในอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ผลิต ตัวแทนจัดจำหน่าย หรือผู้ลงทุน งานนี้จะเป็นโอกาสที่ดีในการสำรวจโซลูชันทันสมัยที่ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมของคุณ

ดิจิทัลในภาคเกษตรและอาหารในงาน AgriBITs

หนึ่งในจุดเด่นของงาน VIV Asia 2025 คือการเปิดตัว AgriBITs ซึ่งเป็นโปรแกรมใหม่ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมีระยะเวลา 2 วัน ภายในงานจะมีการบรรยายพิเศษเกี่ยวกับนวัตกรรมล่าสุดในด้านระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีชีวภาพ และ AI สำหรับอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ตั้งแต่การเกษตรอัจฉริยะและโซลูชันอาหารสัตว์อัตโนมัติ ไปจนถึงระบบการผลิตที่ใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลาง AgriBITs จะเป็นเวทีสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้และสร้างเครือข่าย พร้อมทั้งมอบโอกาสอันมีค่าให้กับผู้นำอุตสาหกรรมในการก้าวนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะพลิกโฉมอุตสาหกรรมในอนาคต

Meat Pro Asia: งานแสดงสินค้าด้านการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์เนื้อสัตว์ที่ครบครันที่สุด

Meat Pro Asia เป็นงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นร่วมกับ VIV Asia โดยมุ่งเน้นการนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันล่าสุดในด้านการแปรรูปเนื้อสัตว์ ความปลอดภัยทางอาหาร ระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิ และระบบอัตโนมัติ งานนี้เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการแปรรูปสินค้าให้ได้มาตรฐานระดับโลก รวมถึงโอกาสในการสำรวจเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ที่ล้ำสมัย งานแสดงสินค้าดังกล่าวตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานเนื้อสัตว์

ปนัดดา ก๋งม้า รองประธานฝ่ายธุรกิจ วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค และ Kerstin Horaczek รองประธานฝ่ายธุรกิจเทคโนโลยี บริษัท Messe Frankfurt กล่าวว่า “ด้วยเครือข่ายระดับโลกของ VIV Worldwide และเครือข่ายของ Messe Frankfurt ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอาหาร งาน Meat Pro Asia 2025 พร้อมเปิดประตูสู่ความสำเร็จ และนำเสนอนวัตกรรมใหม่ล่าสุดสำหรับธุรกิจของคุณ”

Horti Agri Next Asia: นวัตกรรมเพื่อการเกษตรและพืชสวนอย่างยั่งยืน

ในขณะเดียวกัน Horti Agri Next Asia จะมุ่งเน้นไปที่โซลูชันการเกษตรที่ยั่งยืน โดยนำเสนอนวัตกรรมในการพัฒนาธุรกิจการเกษตรในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ รวมถึงการป้องกันพืชผล การเกษตรแนวตั้ง และเทคโนโลยีการเกษตรอัจฉริยะ เมื่อความมั่นคงทางอาหารและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง งานนี้จะเน้นย้ำถึงนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มผลผลิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าคุณจะมองหาเทคโนโลยีการผลิตอาหารจากพืชสวน หรือโดรนสำหรับการเกษตรอัจฉริยะ นี่คืองานที่คุณไม่ควรพลาด

บริการรถรับส่งฟรีและทัวร์นำชมภายในงาน

เพื่อความสะดวกสบายแก่ผู้เข้าร่วมงาน บริการรถรับส่งฟรีจะพร้อมให้บริการสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้า โดยสามารถเดินทางจากสถานี MRT ศรีรัช ไปยังอิมแพ็ค เมืองทองธานีได้อย่างสะดวกโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีบริการทัวร์นำชมงานที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้สำรวจนวัตกรรมชั้นนำและใช้เวลาภายในงานอย่างคุ้มค่า ทัวร์เหล่านี้จะครอบคลุม 5 หัวข้อหลัก ได้แก่ สุกร สัตว์ปีก สัตว์น้ำ การแปรรูปอาหาร และการเกษตร พร้อมบริการแปลภาษาแบบเรียลไทม์

ร่วมเป็นศูนย์หนึ่งของคอมมูนิตี้ที่รวมผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ผู้นำ ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม และผู้มีอำนาจตัดสินใจได้ที่งาน VIV Asia 2025 ระหว่างวันที่ 12-14 มีนาคม 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี และสัมผัสอนาคตของอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรกรรมด้วยตัวคุณเอง ผู้ที่สนใจเข้าชมงานสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ http://www.vivasia.nl ภายในวันที่ 11 มีนาคม 2568 เพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมงานฟรี (การลงทะเบียนหน้างาน มีค่าใช้จ่าย 600 บาท ต่อคน)

-(016)

จากฟาร์มสู่ชาบู! เนื้อโคขุนโพนยางคำ GI สกลนคร เสิร์ฟความอร่อยทั่วประเทศ

จากฟาร์มสู่ชาบู! เนื้อโคขุนโพนยางคำ GI สกลนคร เสิร์ฟความอร่อยทั่วประเทศ

จากฟาร์มสู่ชาบู! เนื้อโคขุนโพนยางคำ GI สกลนคร เสิร์ฟความอร่อยทั่วประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.00 น.

หลังจากร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งระหว่าง สหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จังหวัดสกลนคร และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ในการผลักดันและพัฒนา “เนื้อโคขุนโพนยางคำ GI สกลนคร” ล่าสุดเนื้อคุณภาพระดับพรีเมียมนี้ได้วางจำหน่ายและพร้อมเสิร์ฟให้ผู้บริโภคในร้าน Shabushi by OISHI ทั่วประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงศักยภาพของเนื้อโคขุนไทยที่สามารถก้าวสู่ตลาดบุฟเฟต์ระดับประเทศได้อย่างเต็มภาคภูมิ แต่ยังเกิดจากการสนับสนุนทั้งด้านการวิจัย พัฒนากระบวนการผลิต และการวางกลยุทธ์ด้านการตลาดจากทีมผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สกลนคร

เปิดมิติใหม่ เนื้อโคขุนไทยระดับพรีเมียม เข้าถึงง่ายในราคาเป็นมิตร

“เนื้อโคขุนโพนยางคำ GI สกลนคร” ได้รับการยอมรับมายาวนานในด้านความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ มีกลิ่นหอมคล้ายเนย และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ การได้วางจำหน่ายจริงในร้านชาบูยอดนิยมอย่าง Shabushi ช่วยยกระดับประสบการณ์การรับประทานชาบูให้หลากหลายและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยผู้บริโภคสามารถลิ้มลองเนื้อโคขุนคุณภาพสูงในรูปแบบบุฟเฟต์ในราคาที่เอื้อมถึง

เบื้องหลังความสำเร็จ จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร ด้วยความร่วมมือทุกภาคส่วน

ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างสหกรณ์โพนยางคำและมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สกลนคร ซึ่งนอกจากสนับสนุนด้านงานวิจัยและพัฒนากระบวนการผลิตเนื้อให้ได้มาตรฐานสากลแล้ว ยังช่วยวางกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้เนื้อโคขุนโพนยางคำเข้าถึงผู้บริโภควงกว้างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การบริหารการจัดจำหน่าย หรือการสื่อสารแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

สร้างรายได้มั่นคงให้เกษตรกร พร้อมผลักดันสู่อุตสาหกรรมปศุสัตว์ระดับสากล

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของโครงการ คือการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุน ผ่านการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสู่ร้านอาหารทั่วประเทศ ซึ่งช่วยยกระดับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ของไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดใหญ่ และก้าวไปเป็นผู้นำด้านการผลิตเนื้อโคขุนระดับพรีเมียมในอนาคต

เกี่ยวกับผู้ร่วมโครงการ

สหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร

คณะศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ:

•             ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธัญลักษณ์ เมืองโคตร

•             ผศ.ดร.เปรมฤดี จิตรเกื้อกูล

•             ผศ.ดร.จิตพิสุทธิ์ บุปผาพันธุ์

•             ผศ.นัฐนันท์ ศักดิ์สัมฤทธิ์

คณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์:

•             ดร.ประภากรณ์ แสงวิจิตร

ติดตามได้ที่ Facebook: สหกรณ์ กรป.กลาง โพนยางคำ Ponyangkhram Beef เนื้อโคขุนจากสหกรณ์

“เนื้อโคขุนโพนยางคำ GI สกลนคร” วางขายจริงแล้ววันนี้ที่ Shabushi ทั่วประเทศ อีกก้าวของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทยสู่ระดับสากล

‘ดีเจอ้อน ลัคนา’ ขอพาแฟน Eazy FM 102.5 ไปฮีลใจริมทะเล

‘ดีเจอ้อน ลัคนา’ ขอพาแฟน Eazy FM 102.5 ไปฮีลใจริมทะเล

‘ดีเจอ้อน ลัคนา’ ขอพาแฟน Eazy FM 102.5 ไปฮีลใจริมทะเล

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้งกับ “Eazy Vacation”กิจกรรมแจกที่พักช่วงซัมเมอร์ของ Eazy FM 102.5 โดย “ดีเจอ้อน-ลัคนา เดมอน”จากช่วง CHITCHAT SHOW ทุกเช้าวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-12.00 น.ขออาสามาเป็นตัวแทนชวนแฟนรายการของ Eazy FM 102.5 มาร่วมสนุกลุ้นรับบัตรที่พัก 2 วัน 1 คืนหลบร้อนไปนอนพักผ่อนฮีลใจริมทะเล ซึ่งมีให้เลือกทั้งบัตรที่พักริมทะเลอ่าวไทย ที่ เอซ ออฟ หัวหิน รีสอร์ท หรือ บัตรที่พักริมทะเลอันดามัน จาก โซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท ร่วมสนุกลุ้นรางวัลง่ายๆ เพียงแค่สะสมคะแนนการฟัง Eazy FM ผ่านทาง http://www.eazyfm.com หรือ Tero Radio App แล้วใช้ 30 คะแนน Redeem แลก 1 สิทธิ์ลุ้นรางวัล ตลอดเดือนมีนาคมนี้

“Eazy Vacation ปีนี้ Eazy FM ให้คุณเลือกได้เลยค่ะ ว่าอยากไปนอนพักผ่อนริมทะเลที่ไหน เพราะเรามีบัตรที่พัก 2 วัน 1 คืน จาก “เอซ ออฟ หัวหิน รีสอร์ท” ที่พักแนวบูติค ดีไซน์โมเดิร์น-คอนเทมโพลารี่ ติดทะเลและชายหาดหัวหิน มูลค่ารางวัลละ 7,500 บาท กับบัตรที่พักริมทะเลอันดามันในโรงแรมหรูริมทะเลพร้อมดื่มด่ำมนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเลอันสวยงาม จาก “โซฟิเทลกระบี่ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์สปา รีสอร์ท” มูลค่ารางวัลละ12,000 บาท มาให้แฟนรายการของ Eazy FM 102.5 ได้เลือกกันค่ะใครอยากได้ ไม่ยากเลยแค่สะสมคะแนนการฟัง EazyFM ผ่านทาง http://www.eazyfm.comหรือ Tero Radio App แล้วใช้30 คะแนนมา Redeem แลก 1 สิทธิ์ลุ้นมาเล่นเกมกับดีเจหน้าไมค์ เพื่อรับของรางวัลค่ะ สะสมคะแนนการฟังและ Redeem ร่วมสนุกได้ตลอดเดือนมีนาคมนี้นะคะ”ติดตามรายละเอียดการร่วมสนุกกับกิจกรรม “Eazy Vacation” ได้ตลอดทุกช่วงดีเจที่ Eazy FM 102.5 หรือทาง http://www.eazyfm.com

‘นิวหนวด’พาทัวร์ จ.นครนายก พบ ‘น้ำ-รพีภัทร’เจ้าถิ่น

‘นิวหนวด’พาทัวร์ จ.นครนายก พบ ‘น้ำ-รพีภัทร’เจ้าถิ่น

‘นิวหนวด’พาทัวร์ จ.นครนายก พบ ‘น้ำ-รพีภัทร’เจ้าถิ่น

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ต้อนรับซัมเมอร์แบบนี้ นิวหนวด-ธนิศ แก้วนาค พิธีกรรายการ นิว พาซ่าพามาเที่ยวไกลถึง จ.นครนายก เพราะมีนัดกับเจ้าถิ่น น้ำ-รพีภัทร เอกพันธ์กุล นักแสดงมากฝีมือ ที่ยอมเปิดบ้าน พร้อมอวดควายแสนรักกว่า 10 ตัว และไก่ชนตัวเจ๋งๆ ให้นิวหนวดไปสัมผัสแบบใกล้ชิดสุดๆ กันไปเลย

แม้อากาศจะร้อนแค่ไหน แต่บรรยากาศการถ่ายทำไม่ร้อนตาม เพราะเจ้าของบ้านต้อนรับแบบอบอุ่นเป็นกันเองสุดๆ ปล่อยมุขฮาไม่หยุด พร้อมทั้งเปิดอกคุยเรื่องชีวิตครอบครัว คุณพ่อลูกสามที่เลี้ยง น้องโอเชียน น้องมารีนและน้องอาโป ได้น่ารักน่าชัง นอกจากนี้นิวหนวดยังชวน ทั้งลูกชาย ลูกสาว พากันเม้าท์ฉ่ำคุณพ่อ กับความจริงเรื่องความดุสุดๆ ของพ่อน้ำ ที่ทำเอาลูกๆ ต้องเอ่ยปาก จะเป็นเรื่องอะไร หรือเหตุการณ์ไหนกันบ้าง แฟนๆ รอฟังเต็มๆ ได้ในรายการ

ปักหมุดรอชมความสนุก ความเป็นกันเอง ความเป็นธรรมชาติของครอบครัวนักแสดงอารมณ์ดี น้ำ-รพีภัทร ได้ที่นี่ รายการ “นิว พาซ่า”ซีซั่น 2 วันเสาร์ที่ 8 มีนาคมนี้ เวลา 15.35 น. ทาง ช่อง 7HD กด 35 ดูย้อนหลังได้ที่ BUGABOO.TV และ YouTube : Ch7HD และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่างๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com

‘โหมโรง เดอะมิวสิคัล ๒๕๖๘’ ละครเวทีสุดยิ่งใหญ่แห่งปี

‘โหมโรง เดอะมิวสิคัล ๒๕๖๘’ ละครเวทีสุดยิ่งใหญ่แห่งปี

‘โหมโรง เดอะมิวสิคัล ๒๕๖๘’ ละครเวทีสุดยิ่งใหญ่แห่งปี

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เตรียมพบกับละครเวทีเรื่องยิ่งใหญ่ที่สัมผัสถึงรากเหง้าแห่งความเป็นไทย “โหมโรง เดอะมิวสิคัล ๒๕๖๘” แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของ “หลวงประดิษฐไพเราะ” (ศร ศิลปบรรเลง) บรมครูดนตรีไทยนักสู้ที่ต่อสู้เพื่อรักษารากเหง้าและจิตวิญญาณของไทยไม่ให้หายไปตามพายุแห่งการเปลี่ยนแปลง

จากยุคสมัยดนตรีไทยรุ่งเรืองที่สุด “ดนตรีปี่พาทย์” เป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมที่สว่างไสว นักดนตรีได้สร้างสรรค์ผลงานมากมาย จนกล่าวขานว่า “ดนตรีไทย คือ หัวใจของผู้คน” เมื่อเวลาเปลี่ยนไป ถูกลดค่าลงตามแนวคิดของ “ท่านผู้นำ” ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ต้องการ “ปรับปรุงประเทศ” ไปสู่การเป็นอารยะตามแบบตะวันตก ดนตรีไทยถูกดูแคลนว่าล้าหลัง จนเสียงหัวใจของผู้คนเงียบลงอย่างช้าๆ ในโอกาสครบรอบ 10 ปีของละครเวทีเรื่องนี้ ได้เพิ่มความพิเศษ ที่นอกจากจะเห็นฝีมือการสะบัดระนาดของ “อาร์ม กรกันต์”(รับบท นายศร วัยหนุ่ม) ปะทะระเบิดความเดือด “ครูเบิ่ง ทวีศักดิ์” (รับบทขุนอิน) มือระนาดเอกที่ดีที่สุดคนหนึ่งของไทย ที่ร้องและเล่นกันแบบสดๆ ทั้งดุดัน เร้าใจ และพลิ้วไหว ยังได้เห็นการแสดงอันทรงพลังของศิลปินแห่งชาติ“อาตู่ นพพล” สวมบทเป็น “ท่านครู”(นายศร ยุคจอมพล ป.) เป็นละครเวทีเรื่องแรกในชีวิตด้วย! และยังได้ประชันหน้ากับ “จ๋าย ไททศมิตร” (รับบท พันโทวีระ)ตัวละครที่ยึดมั่นอุดมการณ์แรงกล้า… ร่วมด้วยแก้วเสียงอันแสนอ่อนหวานของ “แนน สาธิดา” (รับบท แม่โชติ คู่ชีวิตของท่านครู) พร้อมนักแสดงมากฝีมืออีกมากมาย อาทิ ใหม่-นัฏฐา ลอยด์,แบ็งค์-เฉลิมรัฐ (แชมป์เพลงเอกซีซั่น 2), นาย มงคล, ครูรัก ศรัทธา ศรัทธาทิพย์,บอม สินเจริญ, เบิร์ด ผ่าม ฯลฯ เรียกได้ว่าหาชมได้ยากจริงๆ กับละครเวทีที่มีดนตรีเป็นตัวเอก ที่จะสะกดทุกอารมณ์และปลุกจิตวิญญาณของดนตรีไทยให้ลุกโชนอีกครั้ง จัดแสดงระหว่างวันที่ 4-18 พฤษภาคม 2568 ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน เพียง 10 รอบเท่านั้น!

เปิดขายบัตรวันนี้แล้ว ทางThaiticketmajor โทร. 02-2623456