‘PP Krit’ เซอร์ไพรส์ให้กับแฟนๆ feat. ‘MILLI’ ปล่อยซิงเกิ้ล ‘ตื่น’

‘PP Krit’ เซอร์ไพรส์ให้กับแฟนๆ feat. ‘MILLI’ ปล่อยซิงเกิ้ล ‘ตื่น’

‘PP Krit’ เซอร์ไพรส์ให้กับแฟนๆ feat. ‘MILLI’ ปล่อยซิงเกิ้ล ‘ตื่น’

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

หลังจาก GDH ร่วมมือกับ Billkin Entertainment และ PP Krit Entertainment ได้ปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์ “ซองแดงแต่งผี” ออกมาได้ไม่นาน สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนๆ ด้วยการปล่อยซิงเกิ้ลใหม่เพลง “ตื่น”จาก PP Krit (พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร) หนึ่งในแทรคของอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง “ซองแดงแต่งผี” จากค่ายหนังจีดีเอช ที่จะปลุกสติเพื่อนสาวให้เลิกจมอยู่กับความเศร้าและมูฟออนไปกับบีทที่จะจุดไฟให้ท่วมไปทั้งแดนซ์ฟลอร์ ผ่านเนื้อเพลงและทำนองจาก BADMIXY แล้วเพิ่มดีกรีด้วยไรม์แซ่บๆ จากแร็พเปอร์สาวสุดฮอตอย่าง MILLI และได้ Mek Machina มาเป็นโปรดิวเซอร์ โดยเพลงนี้ได้ Inspired มาจากฉากในหนังที่เม่นและตี่ตี๋ กำลังทำภารกิจสำคัญที่แสนจะบันเทิง

โดยในมิวสิกวีดีโอนี้ได้ หมู-ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับภาพยนตร์ “ซองแดงแต่งผี” มากำกับความสนุก ปลุกอินเนอร์สุดแกรมผ่านการสิงร่างของผีตี่ตี๋ในทุกตัวละคร โดยได้นักแสดงนำมาร่วมสนุกมากมาย โดยเฉพาะคู่ซี้อย่าง บิวกิ้น พุฒิพงศ์ และ พีพี กฤษฏ์ รวมถึงนักแสดงนำอย่าง ก้อย อรัชพร โภคินภากร, ปิยะมาศ โมนยะกุล, จตุรงค์ พลบูรณ์, รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น, เอ็ดดี้ จรรยหาญ, ธีรวัฒน์ อนุวัตรอุดม, แอนนา ชวนชื่น และ ธนวัฒน์ เชี่ยวอร่าม

ติดตามชมมิวสิกวีดีโอเพลง “ตื่น” (Wake Up Call) จาก PP Krit feat. MILLI ได้แล้วทาง YouTube : Billkin & PP Krit Official https://youtu.be/
SClWyaCafGI?si=2K1Dep8O9FVlOL3H ฟังเพลงนี้ได้แล้วทาง Music Streaming ทุก Platforms https://ppkrit.lnk.to/WakeUpCall

‘เรื่องเล่าคืนเฝ้าผี’ เปิดม่านการแสดง!! ‘นุ่น-ฟิล์ม-อัค-ปีโป้-ตั้ม’ ส่งพลังความ ‘หลอนปนฮา’

‘เรื่องเล่าคืนเฝ้าผี’ เปิดม่านการแสดง!!  ‘นุ่น-ฟิล์ม-อัค-ปีโป้-ตั้ม’ ส่งพลังความ ‘หลอนปนฮา’

‘เรื่องเล่าคืนเฝ้าผี’ เปิดม่านการแสดง!! ‘นุ่น-ฟิล์ม-อัค-ปีโป้-ตั้ม’ ส่งพลังความ ‘หลอนปนฮา’

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เปิดม่านการแสดงให้สื่อมวลชน และอินฟูลเอนเซอร์ได้มาสัมผัสความหลอนกันแล้ว สำหรับละครเวทีชวนขนหัวลุกจากค่ายซีเนริโอผลงานกำกับของ อ้า-สันติ ต่อวิวรรธน์ ที่จะพาผู้ชมไปสัมผัสกับเรื่องราวสุดหลอนกันอย่างใกล้ชิดแบบ 4 มิติ ใน “เรื่องเล่าคืนเฝ้าผี” ละครเวทีที่เล่าเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนที่เดินทางมายังบ้านในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมงานศพของ “ฝน” เพื่อนรักที่เสียชีวิตอย่างปริศนา ละครเวที “เรื่องเล่าคืนเฝ้าผี” พร้อมเขย่าความหลอนอีกครั้ง กับนักแสดงมากฝีมือ อย่าง นุ่น ศิรพันธ์, ฟิล์มธนภัทร, อัค อัครัฐ, ปีโป้ ณัชพัณณ์, ตั้ม วราวุธ,จ๊ะจ๋า แดนดาว, เจฟ ญาณกวี, มีน อาลามินา มาโชว์ฝีมือกันอย่างเข้มข้น

แค่ก้าวแรกที่คนดูเดินเข้ามาในโรงละคร ด้วยบรรยากาศที่เหมือนอยู่ในงานศพ ก็ทำเอาหลายคนถึงกับขนลุกเบาๆ ทันทีที่การแสดงเริ่มขึ้น นุ่น ศิรพันธ์ ที่เปิดตัวเดินเข้าฉากมาด้วยแววตาแสนเศร้า ที่ “ฝน” น้องสาวตายจากไป และความเสียใจที่คล้ายเหมือนจะจิตหลุด ก็กลับกลายเป็นความหลอนที่แผ่ซ่านไปยังคนดูทุกที่นั่ง จนหลายคนหลอนในอินเนอร์ของเธอตั้งแต่เปิดฉากจนถึงปิดม่านการแสดง ด้านน้องใหม่ละครเวทีอย่าง ฟิล์ม ธนภัทร ที่ขอชื่นชมคำเดียวสั้นๆ ว่า “ดีย์!!” คือ จากที่มั่นใจอยู่แล้วว่าฟิล์มจะทำได้ดี แต่พอดูจนจบ ก็ต้องปรบมือให้ดังๆ เพราะฟิล์มทำได้ดีกว่าที่คิดไว้มาก จนเห็นพัฒนาการอีกขั้นของพระเอกหนุ่มคนนี้ ด้าน อัค อัครัฐ กับผลงานละครเวทีเรื่องแรกก็ไม่ทำให้ผิดหวังสมกับความทุ่มเท โชว์ฝีมือขั้นเทพออกมาปะทะอารมณ์เดือดกับ นุ่น และฟิล์มได้อย่างทรงพลังทุกฉาก ด้านหนุ่ม ตั้ม วราวุธ กับบทดีเจกะดึกจอมทะเล้น ที่จู่ๆ ต้องมาเจอเรื่องหลอนๆ ในห้องส่ง ก็โชว์ฝีมือเจ๋ง ยึดเวทีโชว์การแสดงเล่นกับเอฟเฟกท์หลอนต่างๆ โชว์สกิลโซโล่เดียว สลับกับมุขตลกสุดฮาที่ตั้มจัดเต็มกันแบบต่อเนื่องหลายตับ!! จนแอบคิดอยู่นานว่าบทนี้..ถ้าไม่ใช่ตั้ม จะเอาใครมาเล่นดี(ซึ่งตอนนี้ก็ยังนึกไม่ออก) ส่วนนักแสดงดาวรุ่งอีกคนที่โชว์ฝีมือเหนือความคาดหมาย คือ ปีโป้ณัชพัณณ์ กับการถ่ายทอดเรื่องผีในตำนาน “ห้องน้ำผีสิง” ที่เขย่าขวัญคนดูด้วยเรื่องราวสุดสะพรึง ทำคนดูลุ้นกันตัวโก่งกลัวผีจะโผล่มา บวกกับเอฟเฟกท์ใหม่ จัดเต็ม ก็ทำเอาคนดูหลอน ระทึก กรี๊ด!! กันสนั่นโรง แต่จะเป็นอะไรนั้นต้องมาหาคำตอบกันเอง นอกจากนี้ ยังมีน้องๆ นักแสดงหน้าใหม่ฝีมือดี อย่าง จ๊ะจ๋า แดนดาว, เจฟ ญาณกวี,มีน อาลามินา ที่ทำหน้าที่ได้ดีไม่แพ้กัน แถมมาช่วยสร้างสีสันให้ละครเวทีเรื่องนี้มีครบทุกฟิลลิ่ง “เรื่องเล่าคืนเฝ้าผี” เวอร์ชั่นปี 2025 จึงไม่ใช่แค่ละครเวทีที่กลับมารีสเตจอีกครั้งเท่านั้น แต่กลับเป็นละครเวทีผี ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอนุภาคของพลังการแสดงที่ครบรสจากนักแสดงมากฝีมือ ที่มารวมตัวกันถ่ายทอดเรื่องราวสุดเข้มข้นกับการตามหาความจริงว่า “ใครฆ่า..ฝน?” บวกกับเทคนิคใหม่สุดเซอร์ไพรส์ที่จัดเต็มทั้ง ฉาก แสง สี เสียง แบบ 4D ที่ชวนให้ผู้ชมขนหัวลุกได้ตลอดเวลาในค่ำคืนแห่งการเฝ้าผีนี้!! “เรื่องเล่าคืนเฝ้าผี” เปิดแสดง 6-23 มีนาคม 2568 นี้ ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ บัตรเริ่มต้นราคา 800 บาทจองบัตรได้ที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกช่องทาง

‘ยิ่งคุย ยิ่งลึก’ กระแสแรง! แซ่บต่อ ‘อ.ยิ่งศักดิ์’ คว้า ‘ดีเจแมน’ คุยสด

‘ยิ่งคุย ยิ่งลึก’ กระแสแรง!  แซ่บต่อ ‘อ.ยิ่งศักดิ์’ คว้า ‘ดีเจแมน’ คุยสด

‘ยิ่งคุย ยิ่งลึก’ กระแสแรง! แซ่บต่อ ‘อ.ยิ่งศักดิ์’ คว้า ‘ดีเจแมน’ คุยสด

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้ว กับการเปิดตัวสุดว้าว ด้วยแขกรับเชิญคนแรกที่เป็นคนดังจากแวดวงการเมือง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือ บิ๊กป้อม ในรายการ “ยิ่งคุย ยิ่งลึก” ดำเนินรายการโดย อาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ ซึ่งกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ และกระแสไวรัล กับการปรากฏตัวของแขกคนสำคัญ ทั้งนี้ในโซเชียลต่างคอมเมนต์กันอย่างคึกคัก ทึ่งกันไปตามๆ กัน อาทิ “สุดยอดได้สัมภาษณ์ลุงป้อม”, “ชอบๆ อาจารย์ยิ่งศักดิ์ ลุงป้อมก็น่ารักดี”, “รายการนี้สุดยอดได้สัมภาษณ์ลุงป้อมด้วยรายการแรกเลยนะเนี่ย”, “เยี่ยมครับเชิญลุงมาออกรายการได้”“ไม่เจอท่านมาออกรายการนานเลยครับ เห็นท่านสุขภาพแข็งแรงก็ดีใจครับ”

แน่นอนว่าความฮอตเพิ่งเริ่มต้น อ.ยิ่งศักดิ์ ขอเพิ่มดีกรีความแรง ความแซ่บ ความลึกกับแขกรับเชิญที่จะมาเปิดใจแบบสดๆ ถึงชีวิตปัจจุบัน อนาคต และครอบครัวของผู้ชายที่ชื่อ“ดีเจแมน-พัฒนพล” ปักหมุด รอฟังความรู้สึกแบบสดๆ จากปาก “ดีเจแมน-พัฒนพล” วันพุธที่ 5 มีนาคมนี้ เวลา 12.20 น.หน้าจอช่อง 7HD กด 35 ห้ามพลาด !และติดตามชมรายการยิ่งคุย ยิ่งลึก ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 12.20 น. และวันศุกร์เวลา 12.10 น. รับชมสดทาง ช่อง 7HD กด 35 ทางออนไลน์ Facebook : Ch7HD, Ch7HD News, Ch7HD Entertainment,YouTube : Ch7HD และ TikTok : Ch7HD ดูย้อนหลังได้ที่ BUGABOO.TV และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่างๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TVและช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG,X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com

‘ดีเจจ๊อบ พงศกร’ ชวนชาว ‘HITZ Thailand’ ร่วมทำดี

‘ดีเจจ๊อบ พงศกร’ ชวนชาว ‘HITZ Thailand’ ร่วมทำดี

‘ดีเจจ๊อบ พงศกร’ ชวนชาว ‘HITZ Thailand’ ร่วมทำดี

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลับมาอีกครั้งกับกิจกรรม “HITZ Charity รีดีมนี้ เพื่อน้อง” ที่ “พี่ฮิตซ์” ชวนแฟนรายการของ“HITZ Thailand” ร่วมทำความดี โดยสะสมคะแนนการฟัง แล้วนำมารีดีมเปลี่ยนเป็นอาหารมื้อพิเศษให้กับน้องๆ เด็กเล็กด้อยโอกาส ผ่าน“บ้านทานตะวัน มูลนิธิเด็ก” พร้อมลุ้นรับของที่ระลึกจากเหล่าศิลปินดังๆ มากมาย งานนี้“ดีเจจ๊อบ – พงศกร ศรีถาพร” เจ้าของช่วง “The Big HITZ Show” ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.00-18.00 น. ขออาสาเป็นตัวแทน “พี่ฮิตซ์” มาชวนชาวฮิตซ์ร่วมกิจกรรมดีๆ ด้วยกันตลอดเดือนมีนาคมนี้

“กิจกรรม “HITZ Charity รีดีมนี้ เพื่อน้อง2025” ปีนี้ เราได้รับความสนับสนุนจากพี่น้องนักร้องศิลปินมากมายเลยครับ ทั้ง ALALA, BNK48, CGM48, KIN, Perses, Pretzelle, PUN, Slot Machine และ TYTAN ที่ส่งของที่ระลึกสุดพิเศษมาร่วมกิจกรรมกับ HITZ Thailand

ใครอยากร่วมทำความดีเลี้ยงอาหารกลางวันน้องๆ ผ่าน “บ้านทานตะวัน มูลนิธิเด็ก”ซึ่งถือเป็น บ้านที่สองของทารกและเด็กเล็กด้อยโอกาส เด็กกำพร้า ถูกทิ้ง ขาดสารอาหาร ครอบครัวยากจน สามารถทำได้ง่ายๆ เลยครับ แค่สะสมคะแนนการฟัง HITZ Thailand ผ่าน http://www.hitzthailand.com หรือ Tero Radio App แล้วใช้30 คะแนนมา Redeem ร่วมทำดีกับเรา และทุกๆการ Redeem คุณจะได้ 1 สิทธิ์ ในการลุ้นรับของที่ระลึกจากศิลปินที่คุณชื่นชอบด้วยครับอยากได้ของจากศิลปินท่านไหน เลือก Redeem ผ่านศิลปินท่านนั้นได้เลยครับ ร่วมทำความดีและลุ้นรับของที่ระลึกจากศิลปินที่คุณชื่นชอบกันได้ตลอดเดือนมีนาคมนี้นะครับ”

ติดตามรายละเอียดการร่วมกิจกรรม “HITZ Charity รีดีมนี้ เพื่อน้อง 2025”เพิ่มเติมได้ตลอดทุกช่วงดีเจ และทาง http://www.hitzthailand.com

‘ใหม่-ไบรท์-วิน-คิมเบอร์ลี่-สกาย’ นำทีมเหล่าดาราฉลองฤดูกาลแฟชั่นแห่งปี

‘ใหม่-ไบรท์-วิน-คิมเบอร์ลี่-สกาย’  นำทีมเหล่าดาราฉลองฤดูกาลแฟชั่นแห่งปี

‘ใหม่-ไบรท์-วิน-คิมเบอร์ลี่-สกาย’ นำทีมเหล่าดาราฉลองฤดูกาลแฟชั่นแห่งปี

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สยามพารากอน ตอกย้ำความเป็นจุดหมายปลายทางแห่งแฟชั่นระดับโลก “World-class Fashion Destination” ผนึกกำลัง พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์, ธนาคารกสิกรไทย และ แมค คอสเมติกส์ ไทยแลนด์ เนรมิตปรากฏการณ์แฟชั่นแห่งปี “Siam Paragon World Fashion Trend Spring/Summer 2025” สร้างที่สุดแห่งปรากฏการณ์แฟชั่นระดับโลก ยกทัพแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับเวิลด์คลาสกว่า 70 แบรนด์ และสุดยอดแบรนด์ไทย ชั้นนำ ร่วมเผยโฉมคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนใหม่ล่าสุดแห่งปี 2025 รับฤดูกาลแห่งแฟชั่นโลก โดยได้รับเกียรติจาก สรัลธร อัศเวศน์ และ ธณพร ตันติยานนท์ ผู้บริหารสยามพารากอน พร้อมด้วย เสาวลักษณ์ วิบูลย์ธนภัณฑ์ผู้บริหารเดอะมอลล์ กรุ๊ป และ ชัชวาลย์ แสงปรีดีกรณ์ ผู้บริหารธนาคารกสิกรไทย มาร่วมงาน

ในฐานะผู้นำในการรังสรรค์สุดยอดประสบการณ์เหนือความคาดหมาย สยามพารากอน ยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกตื่นตาตื่นใจ หรือ Be Amazed มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้เป็นปีพิเศษฉลองครบรอบปีที่ 20 ของสยามพารากอน ตอกย้ำความเป็นจุดหมายปลายทางแห่งแฟชั่นที่ครองความเป็นที่หนึ่ง ในใจของทั้งคนไทยและนักช้อปต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลก นำเสนอที่สุดของปรากฏการณ์ด้านแฟชั่นที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับและทุกความต้องการ โดยสยามพารากอน คือ Destinationของแบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่ครบครันที่สุด เป็น “Grand Stage of The World” ที่แบรนด์ดังจากทั่วโลกต่างปักหมุดที่สยามพารากอนเพื่อนำเสนอผลงานสร้างสรรรค์ใหม่ล่าสุดและดีที่สุด เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำแห่งการเป็น “World-class FashionDestination” อย่างแท้จริง

ครั้งแรก!! กับการรวมตัวเหล่าศิลปินดาราผู้ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่น ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Brand Ambassador หรือ Friend of the House ของลักซ์ชูรี่แบรนด์ระดับโลกกว่า 20 ท่านที่ร่วมมาเป็นแขกคนสำคัญพร้อมอัปเดตลุคประจำฤดูกาลอันร้อนแรง อาทิ ไบรท์-วชิรวิชญ์ ชีวอารี ในลุคของ BURBERRY,ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ในลุคของ GUCCI, คิมเบอร์ลี่ แอนโวลเทมัส ในลุคของ DIOR, วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร ในลุคของ PRADA, ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน ในลุคของ LOEWE, สกาย-วงศ์รวี นทีธร ในลุคของ LOUIS VUITTON, นานิ-หิรัญกฤษฎิ์ ช่างคำ ในลุคของ DOLCE & GABBANA, ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจรในลุคของ LORO PIANA, ปอนด์-ณราวิชญ์ เลิศรัตน์โกสุมภ์ในลุคของ VERSACE, ดิว-จิรวรรตน์ สุทธิวณิชศักดิ์ ในลุคของ BOTTEGA VENETTA, นนน-กรภัทร์ เกิดพันธุ์ ในลุคของ COACH

นอกจากนี้ ยังมีทัพศิลปิน-ดารา ที่มาร่วมเป็นแขกคนสำคัญอาทิ มีน-นิชคุณ ขจรบริรักษ์ ในลุคของ FENDI, ปิง-กฤตนันอัญชนานันท์ ในลุคของ BALENCIAGA, ดัง-ณัฎฐ์ฐชัย บุญประเสริฐในลุคของ CELINE, บลู-พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ ในลุคของVALENTINO, มิ้ลค์-พรรษา วอสเบียน ในลุคของ SAINTLAURENT, อองรี-ออสการ์ เอ็ดเวิร์ด วัตราเศรษฐ์ ในลุคของ THOM BROWNE, เพิร์ธ-ธนพนธ์ สุขุมพันธนาสาร ในลุคของ AMI PARIS, วิลเลี่ยม-จักรภัทร แก้วพันธุ์พงษ์ ในลุคของ OFF-WHITE,กร วรรณไพโรจน์ ในลุคของ ZEGNA และเหล่านางแบบนายแบบร่วมนำเสนอลุคสปริง/ซัมเมอร์ รวมกว่า 100 คน

‘ฟ้าพยับ’ ฟาดเรตติ้ง นิวไฮ 3.1 ‘เหม่เหม’สุดปลื้ม พร้อมเม้าท์ถึง ‘เข้ม-อ๊อฟ’

‘ฟ้าพยับ’ ฟาดเรตติ้ง นิวไฮ 3.1  ‘เหม่เหม’สุดปลื้ม พร้อมเม้าท์ถึง ‘เข้ม-อ๊อฟ’

‘ฟ้าพยับ’ ฟาดเรตติ้ง นิวไฮ 3.1 ‘เหม่เหม’สุดปลื้ม พร้อมเม้าท์ถึง ‘เข้ม-อ๊อฟ’

วันศุกร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทำถึงจริง! ล่าสุด ละคร “ฟ้าพยับ”ผลิตโดยค่าย มีเดีย สตูดิโอ ทำเรตติ้งนิวไฮ EP 3 เรตติ้ง 15+ทั่วประเทศ ได้3.1 (ข้อมูลวันที่ 3 มีนาคม 2568) งานนี้นางเอกสาว เหม่เหม-ธัญญวีร์ชุณหสวัสดิกุล ยิ้มแก้มปริ ก่อนขอบคุณแฟนละครที่ติดตาม พร้อมเผยเบื้องหลังการร่วมงาน ผู้กำกับไฟแรง สโนวี่-สพัฌ วิไชยเมธา และ 2 พระเอก เข้ม-หัสวีร์ ภัคพงษ์ไพศาล, อ๊อฟ-ชนะพล สัตยา ว่าเต็มไปด้วยความสนุก โดย เหม่เหม ได้เปิดใจว่า

“ฟีดแบ๊กดีมากเลยค่ะ จริงๆ มีฟีดแบ๊กเข้ามาตั้งแต่ EP แรก เลย คนพูดถึงฉากแรกที่เราออกมา ก็ตีกับพระเอกเลย ต้องขอบคุณทุกคนนะคะ ที่ชอบค่ะ สำหรับตัวละคร พอตา จริงๆ ก็ไม่ค่อยไกลตัวเราเท่าไหร่ พอตาจะมีความเป็นคนไม่ยอมใคร มีความสู้คน คล้ายๆ กับตัวหนู รวมถึงเขามีความรักครอบครัว ซึ่งพอได้เล่นแล้วรู้สึกว่า ชอบตัวละครนี้นะคะ เพราะว่ามีความใกล้ตัวมาก ส่วนด้านการทำงาน เรื่องนี้ได้ร่วมงานกับ พี่สโนวี่ ซึ่งน่ารักค่ะ พี่เขาให้โอกาสเราได้ลองผิดลองถูก ให้เราได้ช่วยดีไซน์ตัวละครของเราเอง คือพี่เขาจะปล่อยให้เราลองเล่นให้ดูก่อน ถ้าดีเขาก็ซื้อ เราเลยรู้สึกว่า พอตาค่อนข้างมีความเป็นเหม่เหมมากๆ ค่ะ ส่วนฉากบู๊ ภาพรวมอาจจะยังไม่ได้เห็นมากนักค่ะ แต่ก็จะมีฉากแอ๊กชั่นอย่างตอนที่เราถูกยกตัวลอยขึ้น แล้วต้องเตะโจรแบบขาคู่เลย ตอนถ่ายก็สนุกดีค่ะสำหรับการทำงานกับพี่อ๊อฟ และพี่เข้ม พี่อ๊อฟจะมีความโตเป็นผู้ใหญ่ค่ะ เป็นคนที่คอยห้ามน้องๆ อย่างเวลาที่พี่เขาเห็นหนูตีกับพี่เข้ม พี่อ๊อฟก็จะคอยมาห้าม คอยเตือนว่าอย่าตีกันๆ (หัวเราะ) เพราะหนูกับพี่เข้ม เป็นคู่ปรับกันทั้งในจอและนอกจอค่ะ พี่เข้มเขาชอบแกล้ง แล้วหนูก็เป็นคนไม่ยอมคน เราก็เลยจะตีกันตลอด แต่เวลาทำงาน เราตั้งใจกันนะคะ ส่วนใครที่รอดูฉากหวานๆ ต้องรอก่อนนะคะ เพราะช่วงแรก จะมีแต่ตีกันค่ะอย่างไรฝากทุกคน ติดตามละครฟ้าพยับด้วยนะคะ อยากให้ทุกคนมาสนุกไปด้วยกัน เพราะตอนนี้ทุกอย่าง เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น หลังจากนี้ความสนุกยังมีอยู่อีกเยอะมากๆ ค่ะ” ปักหมุดตั้งเวลาความสนุกบู๊มันเดือดสะใจ ลุ้นไปพร้อมๆ กันในละคร “ฟ้าพยับ” รับชมสดทางช่อง 7HD กด 35ทุกวันจันทร์ อังคาร เวลา 20.40 น. และรับชมย้อนหลังบนแอป TrueVisions NOW ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG, TikTok, X, YouTube) และ Ch7HD Drama Society (Facebook, IG, TikTok) และเว็บไซต์ www.ch7.com

‘ภณ – โบว์’ ฉลองสงกรานต์ ใน ‘คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์’

‘ภณ - โบว์’ ฉลองสงกรานต์ ใน ‘คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์’

‘ภณ – โบว์’ ฉลองสงกรานต์ ใน ‘คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.25 น.

ใช้คำว่าสนุกได้เปลืองจริง ๆ สำหรับละคร “คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์” ทางช่อง เพราะมีเรื่องราวหลากหลายอารมณ์ ครบรสชาติเลยทีเดียว ล่าสุดหลังจาก “หลวงทุกขราษฎร์” รับบทโดย ภณณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ ได้เลื่อนสถานะเป็นคนคุยของ “บุญจี๊ด” รับบทโดย โบว์เมลดา สุศรี  ด้วยความคิดถึงของคุณหลวงที่ไม่ได้เจอบุญจี๊ดหลายวัน ทำให้อารมณ์ความคิดถึงยิ่งร้อนแรงสุด ๆ

งานนี้ ป้าแจ๋วยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ ผู้จัด-ผู้กำกับฯ เลยขอจัดอีเว้นท์ให้เหล่าคณิกายกแก๊งมาในธีมเสื้อลายดอกบอกเลยว่าสวยเด่นกว่าใครในงาน แถมยังจัดให้คุณหลวงกับบุญจี๊ดได้เล่นน้ำฉ่ำใจฉลองสงกรานต์ก่อนใครไปเลย แต่ก่อนที่จะมาเป็นฉากฟิน ๆ ให้คุณหลวงและบุญจี๊ดได้เล่นน้ำหวานชื่นกันสองต่อสอง ทั้งคู่ก็ต้องฝ่าดงดราม่าอยู่หลายยก เพราะหลังจากคุณหลวงไปราชการกลับมาพร้อมกับสาวใหม่นามว่า “นกน้อย” (จีน่า อภัสสรา สนแสบ) ทำให้คนคอยอย่างบุญจี๊ดเห็นแล้วก็ต้องมีอาการเคืองคุณหลวงเป็นธรรมดา หนำซ้ำยังมีเรื่องมีราวที่แม่คุณหลวงคอยขัดขวางและจับคู่คุณหลวงให้กับแม่ดอกแก้ว (วิปครีม ดิศริญากรณ์ ดิศกุล ณ อยุธยา) ไม่เลิกไม่ราอีก จนมีเรื่องทะเลาะให้หงุดหงิดใจ แต่แล้วคุณหลวงก็จัดการเคลียร์ทุกอย่างแม้จะยังมีอุปสรรคให้ต้องฝ่าฟัน แต่ความรักนั้นชัดเจน ทำเอาบุญจี๊ดยิ้มแก้มแตกแถมยังมอบเสื้อลายดอกให้คุณหลวงใส่มาเป็นเสื้อคู่แบบที่คนเป็นแฟนเขาใส่กัน งานนี้คุณหลวงก็ไม่น้อยหน้ามอบแหวนนิลกาฬที่ใส่ติดนิ้วมาตลอดให้เป็นของแทนตัวแทนใจ ก่อนที่ทั้งคู่จะปล่อยวางปัญหาทั้งหมดแล้วปล่อยจอยเล่นน้ำสงกรานต์ฉ่ำใจ ถึงตัวจะเปียกปอน แต่หัวใจอบอุ่นฟินกว่าใคร บรรยากาศจะอบอวลไปด้วยความรักขนาดไหน แฟนละครไม่ควรพลาดฉากน่ารัก ๆ ดูแล้วเผื่อจะได้ไอเดียไว้ไปเล่นสงกรานต์กับคนรู้ใจปีนี้ก็ได้นะเจ้าคะ

ติดตามชมได้ในละคร “คุณพี่เจ้าขาดิฉันเป็นห่านมิใช่หงส์” คืนวันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคมนี้ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3

‘แม่เลี้ยง’ เสิร์ฟเข้มโกยเรตติ้งครองใจคนดูทั้งประเทศ

‘แม่เลี้ยง’ เสิร์ฟเข้มโกยเรตติ้งครองใจคนดูทั้งประเทศ

‘แม่เลี้ยง’ เสิร์ฟเข้มโกยเรตติ้งครองใจคนดูทั้งประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.17 น.

มีเรื่องให้ตามลุ้นกันทุกอีพีจริง ๆ สำหรับละคร เรื่อง “แม่เลี้ยง” ทางช่อง 3 ที่หลายคนยกให้เป็นละครวัดสกิลนักสืบในตัวเองกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะความสนุกใน อีพี 13 ที่หลายคนเริ่มตั้งข้อสงสัยหนังสือดอกไม้ที่ ณิชมน(ซีน ภัสธรากรณ์) ยกให้ เมี่ยง(อุ้ม อิษยา) ก่อนหนีไปซ่อนตัว แถมด้าน พฤทธิ์(กองทัพ พีค) ยังถูกทำร้ายในแผนการตามหาผู้ร้ายตัวจริงของเมี่ยงอีก เป็นการมัดรวมความสนุกที่กวาดเรตติ้งยืน 1 ในกลุ่มผู้ชมกรุงเทพฯ ถึง 3.0 ในกลุ่ม 15 BU+ (Bangkok and Urban) ทำไป 3.4 และคว้าเรตติ้งทั่วประเทศ New High ถึง 2.8 รวมถึงยอดดูสดออนไลน์ก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดทุบสถิติไปถึง 138,183 แสนวิว

โดยสาว อุ้ม พูดถึงความรู้สึกให้ฟังว่า “ต้องขอบคุณแฟน ๆ ทุกคนที่ให้การตอบรับดีขนาดนี้ พอได้ยินแฟน ๆ บอกว่าดูอยู่ดูทุกตอนเลยมันเป็นกำลังให้คนทำงานอย่างเรามาก เพราะทุกคนก็ตั้งใจทำงานกันมากจริง ๆ พวกเราเข้าไปอ่านให้ X ด้วยนะคะ เห็นทุกคนสนุกทุกคนชอบก็อยากให้ติดตามชมไปเรื่อย ๆ ตอนนี้เดินทางมาครึ่งเรื่องแล้ว ความสนุกยังมีให้ทุกคนได้ลุ้นติดตามกันอีกเยอะ ปมของแต่ละตัวละคร การตามหาผู้ร้ายตัวจริง และความสัมพันธ์ของเมี่ยงกับพฤทธิ์จะเป็นยังไงต่อก็อยากให้รอดูต่อไป หรืออาจจะมีจุดพีคที่หลายคนคาดไม่ถึงก็ได้นะคะ”

ทำคนดูหัวหมุนกันอยู่ไม่น้อย ใครกันแน่ที่เป็นผู้ร้ายตัวจริง ตามสืบกันต่อไปในละครเรื่อง “แม่เลี้ยง” ทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3

‘มินนี่(G)I-DLE’ หลั่งน้ำตา! จนเกิดภาวะซึมเศร้าและแพนิค

‘มินนี่(G)I-DLE’ หลั่งน้ำตา! จนเกิดภาวะซึมเศร้าและแพนิค

‘มินนี่(G)I-DLE’ หลั่งน้ำตา! จนเกิดภาวะซึมเศร้าและแพนิค

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.00 น.

เปิดใจ มินนี่ (G)I-DLE ในรายการ WOODY FM เล่าถึงการค้นหาตัวตนช่วงแรกของการเป็นศิลปิน การเอาชนะความไม่มั่นใจบนเวที หลั่งน้ำตา! เผยเรื่องที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน เคยใจร้ายกับตัวเองจนเป็นสาเหตุที่ต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้า แพนิค และการก้าวข้ามช่วงเวลาที่แสนยากลำบาก

ใบหน้าคุณดูมีความสุข ?

มินนี่ : แฮปปี้ค่ะ (หัวเราะ) เพราะว่าเพิ่งปล่อยอัลบั้มเดี่ยวค่ะ เป็นอัลบั้มแรกในชีวิตเลย วันนี้เอามาให้พี่วู้ดดี้ด้วย ความจริงจะมี 2 เวอร์ชั่น แต่ว่าเอาเป็นเวอร์ชั่นสีชมพูมาค่ะ

นี่คือฝันของมินนี่เป็น First mini album

มินนี่ : เป็น First mini album ใช่ค่ะ ชื่อว่า Her

ทำไมถึงชื่อว่า Her

มินนี่ : ตอนแรกคิดไว้หลายชื่อมาก คือเพลง Title track ก็ชื่อว่า Her ค่ะ เรารู้สึกว่ามันเป็นเพลงที่บ่งบอกความเป็นตัวเราสูงมาก ก็เลยเอามาเป็นชื่ออัลบั้มด้วย เพราะว่าอัลบั้มนี้มีความเป็นมินนี่เยอะมาก หนูอยากจะเล่าเรื่องตัวเองผ่านสายตาของคนอื่นค่ะ คือเราจะใช้ชื่อว่า My Story แบบ Mind หรืออะไรอย่างงี้ก็ได้ แต่ว่าเรื่องนี้คือพยายามเอาตัวเองออกมา แล้วมองมินนี่ในฐานะบุคคลที่ 3 ว่านี่คือเรื่องราวของผู้หญิงคนนี้ เหมือนเล่าเรื่องชีวิตคนอื่น มีหลายเพลงเลย มีเพลงสุดท้ายที่ชื่อ Obsession ได้พี่เตนล์มา Featuring  ให้ด้วยค่ะ หนูโทรไปหาพี่เตนล์ว่ามาฟีทให้ได้ไหมมีเพลงหนึ่งทำไว้นานแล้ว เก็บไว้อยากปล่อยตอนโซโล่อัลบั้ม แล้วนึกถึงพี่เตนล์ก็เลยติดต่อหา แล้วพี่เตนล์ก็โอเค พี่ทำด้วย

ณ ปัจจุบัน MV Her ยอดวิวหลายสิบล้าน คนติดตามและคอมเมนต์เยอะมาก ส่วนใหญ่แล้วมีคนดีใจกับมินนี่เยอะสุดๆ อยากรู้ว่าพอได้ออกโซโล่อัลบั้มแล้วเป็นแบบที่คิดไว้ไหม เพราะทราบว่ารอคอยมานานมาก ?

มินนี่ : รอคอยมาหลายปีค่ะ ตอนแรกประมาณว่ามีแพลนว่าจะโซโล่แล้วก็เลื่อนไปก่อน เราก็คาดหวังว่าจะได้ปล่อยโซโล่แล้วมันก็ไม่ได้ปล่อยสักที ก็เป็นสิ่งที่เราคาใจประมาณหนึ่ง แล้วพอมันได้ออกมาจริงๆ ก็แบบน้ำตาไหล เพราะว่าตอนที่ทำอัลบั้มนี้คือหนูทำตั้งแต่แบบเริ่มจริงๆ แบบตั้งแต่ process ทำเพลง เขียนเนื้อ คอนเซ็ปต์ แล้วก็ภาพลักษณ์อยากให้เป็นยังไง แบบสีหรือหรือรูปภาพทุกอย่างคือหนูเลือกเองหมดเลย มันก็เลยเหมือนเป็นลูกของเราค่ะ แล้วพอมันออกมาเป็นอัลบั้มจริงๆ ที่จับต้องได้ ตอนแรกหนูเห็นแล้วน้ำตาไหลเลย โอเคตายตาหลับแล้ว

รู้สึกยังไง ?

มินนี่ : ภูมิใจกับตัวเอง ทำได้แล้ว เหมือนมันเป็นเป้าหมายอย่างหนึ่งของหนูที่ฝันไว้ แล้วแบบพอได้ปล่อยออกมาจริงๆ ก็เหมือนเป็นอีกสเต็ปหนึ่งที่เราทำได้แล้วนะ

แต่กลับกันอยากจะถามว่าเวลาอยู่ในวงการนี้เป็นส่วนหนึ่งแล้วที่ต้องทำให้ทุกๆคนชอบเรา อยากรู้ว่าการเดินทางของมินนี่กับเรื่องนี้เป็นยังไงบ้าง แล้วมันเปลี่ยนไปยังไง ?

มินนี่ : ตั้งแต่ตอนเดบิวต์ครั้งแรก ด้วยความที่เราก็ไม่รู้ว่าวงการนี้จะเป็นยังไงใช่ไหมคะ หนูก็จะมีความรู้สึกว่าหาตัวเองไม่เจอ งงๆอยู่ช่วงหนึ่งแรกๆ ว่าเรามีฟิลเตอร์ พอเราอยู่ต่อหน้ากล้องปุ๊บ หนูจะเหมือนมีฟิลเตอร์บางอย่างที่รู้สึกว่าเราต้องทำตัวอย่างนี้นะหรือบางทีเราระวัง เหมือนหนูคิดเยอะเกินค่ะ แล้วรู้สึกว่าบางทีเราไม่ได้เป็นตัวเอง 100% ขนาดนั้น แต่ว่าพอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เราก็มอนิเตอร์ตัวเองแล้วก็รู้สึกว่าเราเกร็งเกินไป ไม่รู้หนูคิดอะไรอยู่บางทีพอเห็นกล้องแล้วหนูจะแบบไม่ได้เราต้องปิดบังอะไรบางอย่างนิดหนึ่ง ไม่ได้เป็นตัวเอง 100% ขนาดนั้น แต่ว่าพอเดบิวต์มาประมาณเข้าปีที่ 7 ก็เริ่ม Whatever ก็เลยแบบชิลล์ พออยู่ต่อหน้ากล้องก็ชิลล์มากขึ้น รู้สึกเหมือนเรารีแลกซ์มากขึ้นค่ะ เราก็จะเป็นตัวเองแบบไม่มีฟิลเตอร์แล้ว

ช่วงที่เปลี่ยนผ่านระหว่างรู้สึกเกร็งๆ ไม่เป็นตัวของตัวเอง ดูแล้วอาจจะไม่ชอบตัวเอง ?

มินนี่ : ช่วงแรกๆ หนูไม่ชอบ จนหนูแบบเลิกดูไปเลยช่วงนั้น แล้วกลายเป็นว่าไม่ได้อ่ะ มันก็ต้องดู เราก็เพิ่งมารู้ว่าเราก็ควรจะปรับ เราควรจะมอนิเตอร์ว่าไม่ชอบอะไรตัวเองตรงไหน หรือรู้สึกว่ามันไม่เป็นตัวเราตรงไหนนะควรจะแก้ แต่ช่วงแรกๆ หนูไม่เอาไม่ดูเลย เลิกดูไปเลย ไม่อยากมานั่งอ่านคอมเมนต์หรืออะไรเพราะบางทีเราคิดเยอะ เอาเก็บมาคิดแล้วก็มันยิ่งกลายเป็นว่ายิ่งเกร็งกว่าเดิม หลังๆก็เลยโอเคดูตัวเองแล้วก็เปลี่ยน Mindset ถ้าไม่ชอบ ก็เปลี่ยนได้ ค่อยๆปรับ แล้วหนูก็ค่อยๆ เริ่มเปิดใจให้ตัวเองว่าโอเคไม่เป็นไรนะ คือก็เราไม่รู้ สิ่งไหนที่ไม่ชอบก็ค่อยๆเปลี่ยน แล้วมันก็ค่อยๆดีขึ้น พอเรามอนิเตอร์ตัวเองก็เห็นเลยว่ามันดีขึ้นจริงๆ

นอกจากลุค ท่าทาง ซึ่งมันก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา อะไรที่เป็นพลังงานในตัวเราที่มองว่าได้เปลี่ยนแปลงจริงๆ จากวันนั้นที่อาจจะไม่มีพลังงานแบบนั้น ?

มินนี่ : ตอนแรกรู้สึกว่าเวลาอยู่บนเวที มองไปในตาตัวเองแล้วรู้เลยว่ามีความกังวลอยู่ตลอดเวลา เราไม่มั่นใจอะไรก็ไม่รู้ ทั้งๆที่ก็ซ้อมมาเยอะแล้ว แต่พอเราหาตัวเองเจอแล้ว เรามั่นใจปุ๊บสายตามันเปลี่ยน ถ้าเกิดย้อนไปดูคลิปเก่าๆ จะรู้เลยว่าตอนนี้เหมือนดูกังวล แล้วหลังๆ มารู้สึกว่าดูมั่นใจขึ้น หนูว่าสายตามันดูออก ทุกวันนี้ก็มีนะคะ แต่รู้สึกว่าก็ถ้ามั่นใจว่าเราชอบที่เป็นแบบนี้ก็โอเค คนอื่นจะคิดยังไงอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเราโอเคกับที่เราเป็นแบบนี้ก็ถือว่าโอเคแล้ว

หลายปีเลยกับความไม่มั่นใจตรงนั้น ?

มินนี่ : หลายปีค่ะ เพิ่งมาปรับปรุงความคิดได้ไม่นานมากเท่าไหร่ค่ะ คือแฟนๆจะรู้ว่าหนูเป็นคนที่ตื่นเวทีมากตลอดเวลา ทุกครั้งที่ขึ้นเวที ยิ่งเวทีใหญ่ๆ หรือเป็นที่ใหม่ๆหนูจะตื่นมาก แต่คือแฟนคลับบอกว่าดูไม่ออก เพราะว่าพอเราขึ้นเวทีจริงๆ ต้องเปลี่ยนเป็นอีกคนหนึ่ง คือหนูจะใส่หน้ากาก

มีสิ่งที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นไหม ?

มินนี่ : หนูจะจับมือตัวเอง แล้วก็บอกตัวเองว่า เธอทำได้ๆ

ในการร้องเดี่ยวจากเดิมที่ฉันจะร้องถูกไหมจะเพี้ยนไหมมันอาจจะยังมีบ้าง แต่ตอนนี้มีความมั่นใจขึ้น ?

มินนี่ : รู้สึกว่าแค่สนุกกับมัน เริ่มเปิดใจยอมรับตัวเองได้ว่าโอเคถึงแม้คุณจะทำพลาดก็ไม่เป็นไร ถ้าแต่ก่อนคือหนูจะไม่ได้ยูห้ามผิดยูต้องเป๊ะ ค่อนข้างเป็นคนที่มีความเป็น Perfectionist มากประมาณหนึ่งเวลาทำงานค่ะ แต่แบบหลังๆก็เพิ่งมาเริ่มใจดีกับตัวเองขึ้นว่าไม่เป็นไร บางทีมันก็ผิดได้แต่แบบ คุณสนุกกับโมเมนต์นั้นให้ได้มากที่สุด

แล้วตอนที่ใจร้ายกับตัวเอง ?

มินนี่ : บางที monitor ตัวเองแล้วก็แบบได้แค่นี้เองเหรอ คุณควรทำได้ดีกว่านี้  ชอบเป็นอย่างนี้ ชอบแบบกดดันตัวเองแล้วก็แบบโอเคไม่ได้รอบหน้าต้องดีกว่านี้ ทุกครั้งที่โชว์คือรู้สึกว่าต้องดีกว่ารอบที่แล้ว ไม่จบสิ้น คือรู้สึกว่าโอเคมันดีที่เราต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา แต่ว่าบางทีเราก็ไม่ใช่ Robot เพราะบางทีเราอาจจะมีวันที่แบบอาจจะเหนื่อย หรือบางทีเราอาจจะอ่อนแอ เราก็ต้องใจดีกับตัวเองว่าแบบโอเควันนี้เราเป็นแบบนี้แต่ว่าเราทำดีที่สุดแล้ว ณ ตอนนั้น ถือว่าโอเค

เรื่องที่คุยในวันนี้เป็นเรื่องที่พี่เพิ่งทราบมาเมื่อไม่นาน เป็นเรื่องที่ทุกคนจะสามารถ Relate ได้และจะเป็นประโยชน์ต่อหลายคนมาก ต้องขอบคุณที่พร้อมจะเปิดใจแชร์เรื่องนี้ ?

มินนี่ : ค่ะ หนูไม่เคยพูดให้คนอื่นฟัง มีคนรู้บ้างค่ะเป็นเพื่อนคนที่สนิท หนูไม่แน่ใจว่ามันเริ่มจริงๆตอนไหน แต่ว่าตั้งแต่ตอนเป็นเด็กฝึก คือเราจะมีรูทีนต้องซ้อม แล้วเราก็ไม่ได้ไปไหนก็จะซ้อมทุกวัน แล้วเขาจะมีจิตแพทย์มาเช็คทุกๆ 6 เดือนหรืออะไรหนูไม่แน่ใจ เขาจะคอยมาเช็คว่าเราโอเคหรือเปล่าเป็นยังไง แล้วเขาจะอัปเดตทางค่าย แต่ว่าหลังจากเดบิวต์แล้วก็คือไม่ได้มี จะไม่ได้มาเช็ค คือถ้าเรารู้สึกว่าอยากปรึกษาต้องไปหาเอง ซึ่งหนูก็รู้สึกว่าเราโอเคก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ก็รู้สึกว่ามันก็มีหลายๆ ครั้งที่เริ่มรู้สึกว่าเรามีความ Negative มันดาวน์มากๆ แต่คิดว่าไม่เป็นไรเราอาจจะ Sensitive ไม่เป็นไร แต่ว่ามันมีครั้งหนึ่งที่รู้สึกว่าไม่ปกติจริงๆ คือตอนที่หลังจากโควิดค่ะ เหมือนช่วงโควิดเป็นปีเลยที่เวลาเราไปแสดงที่ไหนก็คือส่วนใหญ่แฟนคลับจะมาดูไม่ได้ ก็คือเราอยู่บนเวทีแล้วก็ถ่ายกับกล้อง เพราะฉะนั้นจะไม่ได้เจอคนเลยมาเป็นปี แล้วหลังจากโควิดคือหนูมีทัวร์ครั้งแรก แล้วอยู่ดีๆ เราก็ได้เจอคนเยอะมากๆ หนูไม่แน่ใจว่าอาจจะปรับตัวไม่ได้หรือเปล่า แต่ว่าเราเริ่มเป็นแพนิคตอนทัวร์ครั้งแรก

จำได้ไหมว่าครั้งแรกอาการเป็นยังไง แล้วมันมายังไง ?

มินนี่ : หนูตกใจมาก ตอนนั้นอยู่บนเวที อยู่ดีๆ ก็รู้สึกไปเองว่าสายตาที่มองมา เรารู้สึกว่ามองทำไม เค้ามองอะไร ทั้งๆที่เค้าคือแฟนๆ ที่เขาชื่นชอบมาดูเรา แล้วมันเป็นฝันของเราที่อยากมี World Tour ทำไมรู้สึกแบบนี้ สมมุติว่ามีคนยกกล้องขึ้นมาถ่ายหนู รู้สึกว่าเค้าถ่ายอะไร เราทำอะไรผิดเหรอ ทำไมเขาต้องถ่ายเราด้วย หนูตีกับตัวเองว่าทำไมถึงมีความคิดนี้ขึ้นมาในหัวแล้วก็จะมีเสียงพูดขึ้นมาว่า Get out of here you shouldn’t be here ที่นี่ไม่ใช่ที่ของคุณนะ หนูแบบเหมือนตีกับตัวเองค่ะ คือถ้าคนดูคือดูไม่ออกอยู่แล้ว หนูก็ยืนแล้วแบบเกิดอะไรขึ้น เหมือนเป็นความรู้สึกแบบเหมือนมี Devil กับ Angel อยู่ในหัว มี Devil พูดว่าคุณไม่ควรอยู่ตรงนี้ที่นี้เค้าไม่ต้อนรับคุณหรอก แล้วก็มี Angel พูดว่าไม่ คือเค้ามาดูเรา ทำไมคุณถึงคิดแบบนี้ แต่เหมือนช่วงนั้นหนูว่า Devil มันตัวใหญ่มาก เราจะได้ยินเสียงแต่ Devil เราจะได้ยินแต่เสียง Devil ว่าไม่คุณต้องออกไปจากนี้ คือรู้แค่ว่าต้องออกไปจากตรงนี้ แล้วหนูรู้สึกแบบ Oh my God ต้องออก ต้องออกจากตรงนี้แล้ว แล้วเสร็จหนูก็ตีกับตัวเองแล้วพอจบโชว์ก็คือร้องไห้ ร้องไห้หนักมาก คือมันเป็นอย่างนี้อยู่ประมาณหลายๆวันติด หนูว่าเพราะว่าคือด้วยความที่เราโชว์วันเว้นวันเลย หนูโชว์เสร็จปุ๊บวันรุ่งขึ้นบิน คือทุกครั้งที่หนูลืมตามาคือบางทีงงว่าอยู่ที่ไหน มันขนาดที่ว่าเราอยู่ที่ไหนอะไรงี้

ไม่ได้บอกใคร ?

มินนี่ : ตอนแรกไม่ได้บอกใคร หนูพยายามฮึบไว้ ไม่อยากให้คนอื่นเป็นห่วง เพราะรู้ว่าตอนนั้นทุกคนก็เหนื่อยแล้วไม่อยากจะไปเพิ่มความเครียดหรืออะไรให้เขา พอถึงห้องปุ๊บหนูปิดประตูร้องไห้หนักมากทำไมรู้สึกอย่างงี้ (ร้องไห้) มันเกิดอะไรขึ้น พอเข้ามาในห้องจำได้เลยว่าโรงแรมตอนนั้นเราสามารถเห็นห้องฝั่งตรงข้ามได้ เรานั่งอยู่บนเตียงแล้วตรงนี้เป็นหน้าต่างคือหนูปิดม่านแล้วแต่รู้สึกเหมือนมีคนมองเราตลอดเวลา แล้วหนูไม่สามารถนอนได้ เหมือนรู้สึกไปเองว่ามีคนจ้องเราตลอดเลย หนูก็บอกโอเค แบบนี้ไม่ปกติ ตอนแรกหนูบอกแค่พี่ผู้จัดการว่านอนไม่ได้จริงๆ รู้สึกไม่ปลอดภัยมากๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นไรอะไร พี่เขาก็แบบโอเคกลับไปเกาหลีเดี๋ยวไปหาหมอ มันเป็นๆหายๆ ช่วงนั้นสมมุติว่าออกไปข้างนอกแล้วมันเป็นที่ๆคนเยอะๆ หนูจะไม่โอเค ทั้งๆที่เราชอบเจอคนมาก แต่ช่วงนั้นเจอคนแล้วเหมือนชอบมาคิดว่าถ้าเค้ามองเราคือมองทำไม ทำไมต้องมอง แล้วหนูจะมองพื้นตลอดเลย แบบไม่โอเค ก็เลยไปปรึกษา

สภาพจิตใจตอนก่อนไปปรึกษา มันดาวน์ขนาดไหน ที่สุดของชีวิตไหมในแง่ของจิตเวช ?

มินนี่ : คือไม่อยากให้ใครเห็นเราในสภาพนี้ด้วย แล้วก็เหมือนเราตกใจมั้งค่ะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่หนูไม่อยากให้แฟนคลับรู้อยู่แล้ว เพราะรู้สึกเดี๋ยวเค้าเป็นห่วง หนูไม่กล้าบอกคุณพ่อแม่ด้วยตอนแรกเพราะว่ากลัวเป็นห่วง เพราะว่าเราก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน จำได้ว่าโทรหาเพื่อนสนิทที่ไทยก็เล่าให้ฟัง หนูแค่พูดว่าฉันไมโอเคแล้วก็ร้องไห้ แล้วเพื่อนก็ปล่อยให้หนูร้องไห้เป็นอะไรค่อยๆพูดมา หนูก็เล่าให้เขาฟังว่ารู้สึกแปลกมากเลย ทำไมถึงรู้สึกอย่างงี้ไม่รู้ รู้สึกแย่มาก มันไม่ควรจะเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้เลย ก็เลยไปหาคุณหมอ หนูงงมากคุณหมอพูดว่าทำไมเพิ่งมาตอนนี้ ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีสัญญาณอะไรเลยเหรอ แต่หนูคิดว่าคือมันก็มีสัญญาณมาตลอดแต่แค่เรามองข้าม ไม่เป็นไรหรอกใครๆ ก็รู้สึกแบบนี้ มันรู้สึกกันได้ บางทีกลับมาบ้านแล้วก็ไม่อยากทำอะไรเลย ไม่อยากเจอใคร ทั้งที่เราปกติจะเป็นคนชอบเจอเพื่อนมากๆ มันมีช่วงหนึ่งที่แบบไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากทำอะไร รู้สึกแบบหมดไฟนิดหนึ่ง ทำไมก็ไม่รู้ เหมือนมันมาไกลเหมือนกันนะกว่าจะมาถึงจุดนี้

แล้วเขาบอกว่ามันคืออะไร ?

มินนี่ : เค้าบอกว่าเป็นภาวะซึมเศร้า กับ แพนิค

แล้วขั้นตอนต่อไปสำหรับคุณ หลังจากที่ทราบ ?

มินนี่ : เขาบอกว่าควรจะมาหาคุณหมอบ่อยๆ อย่างน้อยมาเล่าหรือมาคุยกับเขา ซึ่งเราก็ไม่มีเวลา คือหนูรู้สึกว่าสิ่งที่อยากพูดคือบางทีเราไม่มีเวลา เราชอบมองข้ามสิ่งนี้ ทั้งๆ ที่ความจริงมันสำคัญมากๆ เหมือนเวลาเราไม่สบายเราก็ต้องไปหาหมอ สมมุติเราไอไม่ไหวเราก็ต้องไปหาหมอกินยา สภาพจิตใจเหมือนกันสำคัญมากๆ คุณต้องหาเวลาให้ตรงไม่งั้นมันมีผลกระทบทุกอย่างทำอะไรไม่ได้เลย

สุดท้ายดูแลจัดการกับมันยังไง ?

มินนี่ : ตอนแรกคุณหมออยากให้ยาค่ะ แต่ว่าพอพูดว่าจะให้ยาหนูร้องไห้ ไม่เอา ยังไม่อยากกินยาได้ไหม เขาก็บอกโอเคถ้างั้นก็ต้องไปหาคุณหมอ แล้วก็ไปคุยกับเขาบ่อยๆ จนเรารู้สึกดีขึ้นหรือถ้าไม่ไหวจริงๆก็ต้องกินยานะ เลยไปหาหมอปรึกษาโน่นนี่นั่นก็ดีขึ้น แต่หนูรู้สึกว่าทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวเรา

ตัวกระตุ้นแพนิคคือเรื่องอะไร ?

มินนี่ : หนึ่งคือตอนนั้นเราปรับตัวไม่ทัน คุณหมอพูดว่าอาจจะเป็นเพราะเราเดินทางตลอด เราไม่ได้อยู่เป็นที่ เป็นหลักเป็นแหล่งค่ะ เราไม่ได้อยู่บ้านหรือที่ๆ เรารู้สึกว่ามันปลอดภัยพอที่จะเป็นบ้านเรา มันเลยรู้สึกไม่ปลอดภัย อันนี้มีสิทธิ์ว่าเป็นสิ่งที่กระตุ้น สองคือก็น่าจะคนเยอะ เหมือนโชว์ปีแรกเรายังโชว์ที่เวทีเล็กๆ ซึ่งมันแออัดมากไม่มีพื้นที่ระหว่างเรากับคนดู คือค่อนข้างอยู่ไกลมากๆ ค่ะ แล้วเราอาจจะแบบรู้สึกว่ามันใกล้เกินไป

ความเป็น Perfectionist เกี่ยวไหม ?

มินนี่ : เกี่ยวมากค่ะ คุณหมอพูดว่าคุณต้องใจดีกับตัวเอง เพราะว่าเหมือนคุณกดดันตัวเองมากเกินไป ก็น่าจะเป็นตัวกระตุ้นที่เยอะค่ะ มันไม่มีใครช่วยเราได้นอกจากตัวเอง (ร้องไห้) คือหนูโชคดีที่ว่าคนรอบข้าง มีเพื่อนที่ดี มีทีมงานที่ดีที่เขาพร้อมจะสนับสนุนเรา มีเมมเบอร์ที่ดีพร้อมจะสนับสนุนเรา แต่ว่าท้ายที่สุดเวลาเรากลับบ้านนอน เราก็อยู่กับตัวเองไง มันคือตัวเราเองที่ต้องดึงตัวเองขึ้นมา ดังนั้นหนูรู้สึกว่าต้องใจดีกับตัวเองเยอะๆ อันนี้สำคัญมากๆ 

มีอะไรที่เราดูแลจัดการกับตัวเอง คุณได้เรียนรู้อะไร ?

มินนี่ : หนูว่าความคิดสำคัญมาก ๆ ค่ะ คือถ้าเราเปลี่ยนความคิดของตัวเองได้ หรือยอมรับความเป็นตัวเองได้ มันดีขึ้นจริงๆ รู้สึกเลยว่าบางทีเราต้องยอมรับ สมมุติวันนี้คุณทำผิดไม่โอเคก็ยอมรับว่าใช่ ก็มันเกิดขึ้นแล้ว ไม่เป็นไร ครั้งหน้า พรุ่งนี้เอาใหม่ ยอมรับแล้วก็พร้อมที่จะ Move On ให้ได้ ต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยมันไปเรากลับไปแก้ไขไม่ได้ แล้วก็สนุกกับโมเมนต์ต่างๆ ได้มากขึ้น ดีใจที่ก้าวผ่านมันมาได้รู้สึกเลยว่าข้างในเราโตขึ้นเยอะมาก รู้สึกว่าเราเห็นคุณค่าสิ่งต่างๆ หรือสิ่งที่มีอยู่ได้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมามัวแต่กังวลโน้นนี่จนลืมไปว่าสิ่งที่มีอยู่ ณ ตอนนี้เรามาไกลมากแล้วนะ คุณทำมันได้ดีแล้วนะตอนนี้คุณมีแฟนๆที่สนับสนุนขนาดนี้ ทั้งๆที่วันแรกเริ่มจากศูนย์ ยังมีเพื่อนๆ ยังมีเมมเบอร์ที่ดี มีครอบครัวที่คอยสนับสนุนแค่นี้คุณควรจะเห็นคุณค่าและรู้สึกดีกับมันได้แล้ว หนูรู้สึกเสียดายเวลาที่ผ่านมาที่จิตไม่อยู่กับตัว กลับมาอยู่กับปัจจุบันให้มากขึ้น

สามารถติดตาม Woody FM ได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY FM , Facebook: Woody, Youtube: Woody ทุกวันพุธ เวลา 19.00 น.

ละครเรื่อง ‘เล่ห์มยุรา’ วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม 2568

ละครเรื่อง ‘เล่ห์มยุรา’ วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม 2568

ละครเรื่อง ‘เล่ห์มยุรา’ วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.53 น.

ธุรกิจของราเมศร (กิตตน์ก้อง ขำกฤษ) ประสบปัญหาหนัก อุรัจวสี (ฮาน่า ลีวิส) พยายามหาทางแก้ไข มลวิภา (เบญจสิริ วัฒนา) มาแจ้งข่าวเรื่องบริษัทราเมศรกำลังจะถูกปิด แต่โอฬารมีข้อมูลลับให้มลวิภาเรื่องการซื้อขายบ้านที่ไม่คืบหน้า สาเหตุเพราะทนายส่วนตัวของมลวิภา ก็คือ ทินกร (จุติ จำเริญเกตุประทีป) นั่นเอง

มลวิภา ไม่เคยไว้ใจทินกรเลย และครั้งนี้มลวิภาจะเอาคืนทินกรให้สาสม การเผชิญหน้ากันของทินกรและมลวิภา ต่างคนต่างรู้ว่าอีกฝ่ายจ้องเล่นงานตัวเองอยู่ และทั้งคู่ก็เปิดไพ่แลกกัน มลวิภาแกล้งเอาต่างหูเครื่องประดับของแม่มาให้ทินกร และเล่าวินาทีที่เธอจัดการกับเสาวนีย์ (ศิริพิชญ์ วิมลโนช) ทินกรได้รับรู้สิ่งที่แม่เค้าต้องเจอ เค้าร้องไห้เสียใจ อินทุอรคอยปลอบทินกร และทั้งคู่มุ่งมั่นที่จะหาหลักฐานมาเอาผิดกับมลวิภาให้ได้

สิ่งที่ทินกรและอินทุอรเป็นห่วงก็มาถึง เมื่อมลวิภาล่วงรู้รหัสลับที่ทั้งคู่ติดต่อกัน เพราะฉากหน้าทินกรและอินทุอรทำเป็นทะเลาะกัน ทำให้ทุกคนต่างหลงเชื่อ เมื่อถูกเผยตัว คนที่โกรธที่สุดกลายเป็นพี่สาวอย่าง อุรัจวสี ที่โกรธแทนแม่และทุกคน เพราะถือว่าไม่ไว้ใจกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุรัจวสีและรุ้งมาศ (นฤมล พงษ์สุภาพ) ต่างปักใจเชื่อว่าทินกรเป็นต้นเหตุที่ทำให้โอฬาร (สมมาตร ไพรหิรัญ) รู้เรื่องการซื้อขายหุ้นโรงแรม

ด้านมลวิภาห่วงว่ากมลชนก (ริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ) จะกลายเป็นจุดบอดที่ทำให้ทุกอย่างพัง จึงสั่งให้กมลชนกย้ายมาอยู่ที่บ้านตัวเอง เพื่อจะได้จับตามองด้วย และก็เป็นอย่างที่คิด เพราะกมลชนกกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของทินกรที่จะล้วงความลับและค้นหาหลักฐานมาให้ได้ และคนที่จะทำให้กมลชนกออกมาเผยความจริง มีแต่อุรัจวสีเท่านั้น.. อุรัจวสีจะช่วยทินกรหาหลักฐานหรือไม่..และกมลชนกมีหลักฐานอะไร..!!!

ติดตามชมการเชือดเฉือนอารมณ์ ด้วยเล่ห์ ไฟแค้น และกลลวง กับละครเรื่อง “เล่ห์มยุรา” โดยผู้จัด อี๊ฟ-พุทธธิดา ศิระฉายา จาก ค่ายสกาย เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กำกับการแสดงโดย หนึ่ง ชัชวาล ศาสวัตกลูน     บทประพันธ์ชื่อดังของ ชูวงศ์  ฉายะจินดา นำแสดงโดย กิตตน์ก้อง  ขำกฤษ, ฮาน่า ลีวิส, แอนน่า กลึคส์, จุติ จำเริญเกตุประทีป พร้อมทัพนักแสดงชื่อดังมากฝีมือมาประชันบทบาททางการแสดงกันเพียบ อาทิ ริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ, นิคิต้า กรรณเกต, แอนด์ดรูว์ กรเศก, ศิริพิชญ์ วิมลโนช, ภารดี วงษ์สวัสดิ์, นฤมล พงษ์สุภาพ,    สุเชาว์ พงษ์วิไล, เบญจสิริ วัฒนา, สมมาตร ไพรหิรัญ, จิรกิตติ์ สุวรรณภาพ ฯลฯ

“เล่ห์มยุรา” ออกอากาศทุกวันพุธ พฤหัสบดี เวลา 20.40 น.  ชมสด ทางช่อง 7HD กด 35 และรับชมย้อนหลัง เวลา 22.30 น. บนแอป iQIYI (อ้ายฉีอี้) และเว็บ iQ.com