MOTIF เปิดบ้านต้อนรับ Tom Dixon เยือนไทยครั้งแรก ถ่ายทอดวิสัยทัศน์แห่งดีไซน์ระดับโลก

MOTIF เปิดบ้านต้อนรับ Tom Dixon เยือนไทยครั้งแรก ถ่ายทอดวิสัยทัศน์แห่งดีไซน์ระดับโลก

MOTIF เปิดบ้านต้อนรับ Tom Dixon เยือนไทยครั้งแรก ถ่ายทอดวิสัยทัศน์แห่งดีไซน์ระดับโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

MOTIF โดย โอ๊ค-อัครรัฐ วรรณรัตน์ ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแบรนด์ Tom Dixon ไลท์ติ้งเฟอร์นิเจอร์ ในประเทศไทยมากว่า 13 ปี เปิดบ้านต้อนรับ Tom Dixon ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลกสู่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก ในงานอีเว้นท์สุดพิเศษ “Tom Dixon’s 48 Hours in Bangkok” โอกาสสำคัญที่ดีไซเนอร์ชื่อก้องโลกได้พบปะกับเหล่าคนรักงานออกแบบชาวไทย พร้อมเปิดตัว Tom Dixon Experience แห่งแรกในประเทศไทย ณ  MOTIF ชั้น 4 ศูนย์การค้า Central Embassy  ที่ออกแบบภายใต้แนวคิดของความคิดที่ร่วมสมัยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

Tom Dixon Experience ที่ประเทศไทยนี้ นับเป็นพื้นที่แห่งที่ 2 ในเอเชียที่รวบรวมดีไซน์โปรดักส์ของ Tom Dixon ดีไซเนอร์หัวขบถแห่งวงการเฟอร์นิเจอร์จากอังกฤษมาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น MELT Lights ที่เป็นที่หนึ่งในใจของทุกคน, PLUMP Sofa, UNBEATEN Lights, SLAB Lounge Chair และ GROOVE Outdoor Furniture ที่หลายคนรอคอย อีกทั้ง ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวพื้นที่ของการโชว์ผลงานออกแบบระดับโลกที่ออกแบบ เพื่อสร้างประสบการณ์เลือกซื้อที่แปลกใหม่และดื่มด่ำไปกับดีไซน์สุดล้ำของเขา

Christian Seiffert กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า “การเปิดตัวพื้นที่ใหม่ที่ MOTIF ครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของกลยุทธ์การเติบโตในเอเชีย นับเป็นก้าวอันแรงกล้าสู่อนาคต ลูกค้าจะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่จากนวัตกรรมการออกแบบของเรา พื้นที่ Tom Dixon Experience ได้พลิกโฉมวิธีที่เราสร้างแรงบันดาลใจและมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค ตลอดจนชุมชนนักออกแบบของเรา อีกทั้งเรายังวางแผนจะขยายโปรเจกท์นี้ไปยังเมืองสำคัญต่างๆ ทั่วเอเชียแปซิฟิกภายใน 12 เดือนข้างหน้า”

นอกจากการเปิดตัว Tom Dixon Experience แล้วทางแบรนด์เลือกปักหมุดประเทศไทยเป็นหมุดหมายแรกสำหรับการเดินทางครั้งใหม่ในโซนเอเชีย จัดกิจกรรมสุดพิเศษ “Tom Dixon’s 48 Hours” เปิดโอกาสให้ทั้งนักออกแบบไทยและผู้ที่ชื่นชอบงานดีไซน์ ได้รับประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟผ่านการร่วมพูดคุย ภายใต้บรรยากาศของ “Design Talk” ที่ทุกคนได้แลกเปลี่ยนแนวคิดในการออกแบบ รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจนำไปต่อยอดไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ๆ ต่อด้วยช่วง Cocktail Reception ที่มาพร้อมเมนูเครื่องดื่มสุดพิเศษ รังสรรค์โดย Tom Dixon

อย่างไรก็ตาม อีเว้นท์นี้ได้เกิดขึ้นกับเมืองใหญ่ทั่วโลกที่มีทั้งความเป็นดีไซน์ และความเป็นเมืองสำคัญ เช่น “Tom Dixon’s 24 Hours” ที่เคยจัดขึ้น ณ เมืองอันเป็นศูนย์กลางการออกแบบทั่วโลกอย่าง โคเปนเฮเกน ปารีส มิลาน สตอกโฮล์ม และเซี่ยงไฮ้ ขณะที่ผลงานที่กลายเป็นไอคอนในวงการออกแบบคือ S Chair เปิดตัวครั้งแรกในปี 1980 ซึ่งนำโครงสร้างของเก้าอี้แบบดั้งเดิมมาตีความใหม่ให้โค้งเว้าเป็นรูปตัว S จนกลายเป็นซิกเนเจอร์อันโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ผสมผสานความเรียบง่าย แต่มีพลัง และรองรับสรีระของผู้นั่งได้อย่างสมบูรณ์ จนถูกนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ระดับโลก อย่าง Museum of Modern Art (MoMA) ในนิวยอร์ก รวมถึงเคยรังสรรค์ S-CHAIRSpecial Edition จากผ้าลายราชวัตรโบราณทอหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ผลงานชิ้นเดียวในโลกสำหรับนิตยสาร Vogue ประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมประมูลในงาน Vogue Gala ที่จัดขึ้นเพื่อสืบสานผ้าไทยตามรอยพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ MELT Pendant Light โคมไฟที่มีพื้นผิวสะท้อนแสงราวกับกำลังหลอมละลาย ก็เป็นอีกหนึ่งชิ้นงานที่สร้างปรากฏการณ์ในวงการออกแบบแสงไฟและได้รับความนิยมไปทั่วโลก

ยิ่งไปกว่านั้น Tom Dixon ยังตอกย้ำความเป็น Design Icon ของโลกเบอร์ต้นๆ กับการร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบขวดสำหรับ Johnnie Walker Blue Label ที่ถ่ายทอดทั้งความหรูหรา  หรือการร่วมมือกับ Adidas ในการสร้างสรรค์คอลเลคชั่นเสื้อผ้า ฟังก์ชั่นนอลแวร์ และเฟอร์นิเจอร์แบบพกพาสุดล้ำที่สะท้อนแนวคิดนวัตกรรมการออกแบบและความยั่งยืน (Sustainability) ที่เขาให้ความสำคัญมาตลอด นอกจากนี้ เขายังเคยทำงานร่วมกับ Tesla ในการออกแบบเก้าอี้รุ่นลิมิเต็ดที่เรียกว่า HYDRO chair ที่สะท้อนปรัชญาของแบรนด์ด้านเทคโนโลยีอะลูมิเนียม ที่พัฒนาขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อผลิตรูปทรงที่ลึกและซับซ้อน

นอกจากนี้ ผลงานของ Tom Dixon ยังปรากฏอยู่ในโปรเจกท์โรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ทั่วโลก เช่น Mondrian Hotel London และล่าสุดกับโครงการที่พักสุดหรูริมชายหาดสุดตระการตาบนหมู่เกาะดูไบทั้ง 108 หลังอย่าง Villa del DIVO ที่ออกแบบโดย Mr. Eight Development ซึ่งเป็นผลงานเหล่านี้ตอกย้ำถึงเอกลักษณ์ของ Tom Dixon ที่ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นความสวยงาม แต่ยังให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและแนวคิดที่ล้ำสมัย ทำให้ชื่อของเขาเป็นที่ยอมรับในฐานะหนึ่งในนักออกแบบชั้นนำของโลก

ผลงานชิ้นเด่นที่ขึ้นชื่อในประเทศไทยที่ใครๆ ก็อยากจับจอง จนกลายเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่น Best Seller ตลอดกาลของ MOTIF ก็คือ โคมไฟ MELT เปิดตัวครั้งแรกที่ Milan Fair ในปี 2015 เกิดจากการร่วมมือระหว่าง Tom Dixon และ FRONT กลุ่มนักออกแบบจากสวีเดน จากไอเดียที่ต้องการสร้างโคมไฟที่ดูเหมือนรูปร่างไม่สมบูรณ์ เพื่อให้ใกล้เคียงกับความเป็นธรรมชาติมากที่สุด ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากกระจกหลอมละลาย ธารน้ำแข็ง และภาพจากอวกาศ ถ่ายทอดผ่านเทคนิคการผลิตที่ซับซ้อน โดยนำวัสดุประเภทพลาสติกมาตีความใหม่ เติมลูกเล่น พร้อมสอดแทรกความคิดสร้างสรรค์จนสามารถเพิ่มมูลค่าให้ทัดเทียมกับเหล่าโคมไฟที่ทำจากแก้วได้อย่างน่าสนใจ และกลายเป็นที่ยอมรับของสายเฟอร์นิเจอร์ทั่วโลกตลอดมา

เช่นเดียวกับเส้นทางการออกแบบตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ในปี 2025 นี้ Tom Dixon ยังคงมุ่งสร้างสรรค์ผลงานที่จะสะเทือนวงการงานออกแบบต่อไป โดยจะให้ความสำคัญไปที่ Upholstery Furniture หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีการบุผ้า หนัง หรือวัสดุอื่นๆ เช่น โซฟา เก้าอี้ที่มีเบาะ หรืออาร์มแชร์ ที่หลายคนเคยเห็นมาแล้วกับคอลเลคชั่น PLUMP อีกทั้ง ยังมีคอลเลคชั่นเฟอร์นิเจอร์เอาท์ดอร์อื่นๆ อย่าง GROOVE ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2024 นั่นเอง

นอกจากผลงานของ Tom Dixon จะครองใจเหล่านักแต่งบ้านนักสะสม และผู้ชื่นชอบงานศิลปะทุกรูปแบบแล้ว เขายังได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันวิเศษยิ่งแห่งจักรวรรดิบริติช ชั้นที่ 4 หรือ Officer of the Most Excellent Order of the British Empire (OBE) จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในปี 2001 และล่าสุดเพิ่งได้รับ Commander of the Most Excellent Order of the British Empire (เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันวิเศษยิ่งแห่งจักรวรรดิบริติช ชั้นที่ 3) หรือ CBE จากกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เพื่อเป็นการยกย่องในคุณประโยชน์จากผลงานอันทรงอิทธิพลของเขาที่มีต่อการออกแบบของอังกฤษ

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ สร้างแรงบันดาลใจ ด้านความยั่งยืน ‘ทำฟาร์มผักบนดาดฟ้า’

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ สร้างแรงบันดาลใจ  ด้านความยั่งยืน ‘ทำฟาร์มผักบนดาดฟ้า’

บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ สร้างแรงบันดาลใจ ด้านความยั่งยืน ‘ทำฟาร์มผักบนดาดฟ้า’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ ร่วมกับ มูลนิธิบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ (BAB) จัดกิจกรรมพิเศษที่ขับเคลื่อนความยั่งยืน โดยผสมผสานเกษตรกรรมในเมืองศิลปะ และศาสตร์การทำอาหารเข้าไว้ด้วยกันกับประสบการณ์ที่ดื่มด่ำที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ Rooftop Farm พร้อมกับการเปิดตัวใหม่ของโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ กับการรวมตัวที่ไม่เหมือนใครแสดงให้เห็นถึงความยั่งยืนและสร้างสรรค์ ที่สามารถเติบโตร่วมกันสอดคล้องกับแนวคิดของ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2024 “Nurture Gaia รักษา กายา” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ชั้นนำของกรุงเทพฯ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ภายใต้แนวคิด “Nurture Gaia รักษา กายา” ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของปีนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมโยงระหว่างมนุษยชาติกับโลกธรรมชาติ ฟาร์มบนดาดฟ้าของโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ รวบรวมปรัชญานี้ โดยเปลี่ยนหลังคาในเมืองที่ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์ให้กลายเป็นระบบนิเวศที่สร้างขึ้นใหม่ได้ ความคิดริเริ่มนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของโรงแรมเท่านั้น แต่ยังปรับปรุงเมนูการทำอาหารด้วยวัตถุดิบสดใหม่เฉพาะพื้นที่และปรุงจากฟาร์มถึงโต๊ะอาหารอีกด้วย

กิจกรรมนี้รวบรวมศิลปินที่มีชื่อเสียง กลุ่มผู้สนับสนุนด้านความยั่งยืน และผู้นำในอุตสาหกรรม มารวมตัวกันเพื่อสำรวจบทบาทของความยั่งยืนทั้งในด้านศิลปะและการบริการ ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์โดยตรงว่า โรงแรม เป็นผู้บุกเบิกมาตรฐานใหม่สำหรับการต้อนรับอันหรูหราอย่างยั่งยืน ผ่านเมนูที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันซึ่งมีการแสดงการทำอาหาร และการสนทนาที่กระตุ้นความคิด เริ่มต้นด้วยงานเลี้ยงค็อกเทลที่ Rooftop Farm ผู้ร่วมงานได้เพลิดเพลินกับเครื่องดื่มที่ผสมพฤกษศาสตร์และส่วนผสมที่เก็บเกี่ยวโดยตรงจากฟาร์ม พร้อมเยี่ยมชมฟาร์มเพื่อเน้นย้ำถึงโมเดลความยั่งยืนแบบหมุนเวียนของโรงแรมฯโดยแสดงให้เห็นว่าเศษอาหารถูกย่อยสลายเป็นปุ๋ยและกลับคืนสู่ระบบนิเวศ การทำอาหารของโรงแรมได้อย่างไร นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์การทำอาหารสดๆ จากฟาร์มถึงโต๊ะอาหาร โดย สตีเวน คิม เชฟใหญ่ของดับเบิ้ลยู กรุงเทพฯ สาธิตวิธีการผสมผสานวัตถุดิบออร์แกนิกของฟาร์มบนดาดฟ้าเข้ากับอาหารจานเด่นของโรงแรมและพบกับการแสดงศิลปะจาก มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ โดยศิลปิน และการแสดงตีความธีมของธรรมชาติ การฟื้นฟูและความยั่งยืนผ่านผลงานของพวกเขา

การเปิดตัวฟาร์มบนดาดฟ้าถือเป็นก้าวสำคัญของโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ สู่การต้อนรับที่ยั่งยืน อเล็กซานเดอร์ เคลเลอร์มานน์ ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ กล่าวว่า “ความร่วมมือของเรากับ มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ เป็นแนวทางที่น่าตื่นเต้นในการสำรวจว่าศิลปะ อาหาร และจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมมาบรรจบกันอย่างไร งานนี้ไม่ใช่แค่การเปิดตัวฟาร์มของเราแต่ยังเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของแบรนด์สำหรับอนาคตของความยั่งยืนในการต้อนรับที่หรูหรา ฟาร์มบนดาดฟ้าเป็นมากกว่าความคิดริเริ่ม แต่เป็นประสบการณ์ผู้เข้าพักที่โรงแรมสามารถมีส่วนร่วมกับฟาร์มผ่านทัวร์พร้อมไกด์ทุกวัน ประสบการณ์แบบอินเตอร์แอ๊กทีฟที่นำโดยเชฟ และเวิร์กช็อปการสร้างทีมที่เน้นความยั่งยืนสำหรับกลุ่มองค์กร ฟาร์มแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่สีเขียวที่เย็นสบาย ซึ่งช่วยลดความร้อนในเมืองพร้อมทั้งปรับปรุงคุณภาพอากาศ เพื่อให้มั่นใจว่า Rooftop Farm จะประสบความสำเร็จในระยะยาว โรงแรมได้ร่วมมือกับ Bangkok Rooftop Farming องค์กรที่เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมการเกษตรในเมือง ความเชี่ยวชาญของพวกเขาทำให้มั่นใจได้ว่าฟาร์มดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมทั้งพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นต้นแบบในการบูรณาการความยั่งยืนเข้ากับการต้อนรับที่หรูหรา

ในขณะที่ มูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ยังคงสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษยชาติกับธรรมชาติ การร่วมมือกับทางโรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ ในครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำพื้นที่ในเมืองมาปรับใช้เพื่อสนับสนุนความยั่งยืน ในธีมของ “Nurture Gaia รักษา กายา” ชวนให้เราคิดเกี่ยวกับการเชื่อมโยงของเรากับสิ่งแวดล้อมและงานนี้สะท้อนข้อความนั้นผ่านการกระทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ” ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ กล่าว

ฟาร์มบนดาดฟ้านับว่าเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงเมืองให้เป็นพื้นที่สีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การริเริ่มโครงการดังกล่าว จึงถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการผสมผสานแนวคิดความยั่งยืนเข้ากับภาคบริการและศิลปะได้อย่างกลมกลืน

‘Death Fest 2025’งานแฟร์ครั้งแรกเพื่อเปลี่ยนมุมมองใหม่ ‘ความแก่ เจ็บ และ ตาย’ให้เป็นเรื่องที่เรียนรู้และวางแผนได้

‘Death Fest 2025’งานแฟร์ครั้งแรกเพื่อเปลี่ยนมุมมองใหม่  ‘ความแก่ เจ็บ และ ตาย’ให้เป็นเรื่องที่เรียนรู้และวางแผนได้

‘Death Fest 2025’งานแฟร์ครั้งแรกเพื่อเปลี่ยนมุมมองใหม่ ‘ความแก่ เจ็บ และ ตาย’ให้เป็นเรื่องที่เรียนรู้และวางแผนได้

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ความตายเกิดขึ้นกับเราทุกคน และมีคนจากไปในทุกวัน แต่คนส่วนใหญ่กลับรับมือกับความสูญเสียได้อย่างยากลำบาก งานนี้จึงจัดขึ้นด้วยความเชื่อที่ว่า ชีวิตที่ดีและมีความหมาย จะเกิดขึ้นได้เมื่อเราเตรียมตัวรับมือกับช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตเอาไว้ตั้งแต่วันนี้ ซึ่งนั่นไม่เพียงดีสำหรับเราผู้ที่ต้องจากไป แต่ยังดีไปถึงคนที่ยังอยู่ด้วย

ระหว่างวันที่ 21-23 มีนาคม 2568 นี้ ที่ IMPACT Exhibition Hall 6 จะมีการจัดงานแฟร์ครั้งแรกที่จะเปลี่ยนมุมมองเรื่องความแก่ เจ็บและตาย ให้เป็นเรื่องที่เรียนรู้และวางแผนได้ ในชื่อ “Death Fest 2025 : Better Living, Better Leaving. : เพื่อการเป็นอยู่ที่มีความหมาย และวาระสุดท้ายที่ดีที่สุด” รวบรวมบริการ และองค์ความรู้เพื่อการอยู่ดี-ตายดี ไว้อย่างครบวงจร ตั้งแต่การดูแลผู้สูงวัย ดูแลความเจ็บป่วยไปจนถึงป่วยระยะท้าย การเตรียมตัวเพื่อการจากไป และการจัดการความตาย

งานแฟร์ “Death Fest 2025” เกิดขึ้นจากความร่วมมือของกลุ่ม Peaceful Death โดยนางสาววรรณา จารุสมบูรณ์ ประธานกลุ่ม, The Cloud โดย นายทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการบริหาร และ ชูใจ กะ กัลยาณมิตร โดย นายประสิทธิ์ วิทยสัมฤทธิ์ Co-founder / Creative Director ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.),สภากาชาดไทย, กรมการแพทย์, สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, ชีวามิตร, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์กรุงเทพฯ)

นางสาววรรณา จารุสมบูรณ์ ประธานกลุ่ม Peaceful Death และ ประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาชุมชนกรุณา เล่าถึงความตั้งใจของงานนี้ว่า “Peaceful death เป็นองค์กรเล็กๆ มีคนทำงานกันไม่กี่คน แต่เรามีฝันใหญ่มาก เราฝันอยากให้ทุกคนในสังคมเข้าถึงสิทธิในการตายดีอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ไม่ว่ารวย จน เรียนมาก เรียนน้อย จะศาสนาใด หรือไม่มีศาสนาก็ตาม ตลอดเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา กลุ่ม Peaceful Death ได้พัฒนาเครื่องมือต่างๆ เช่น สมุดเบาใจ เพื่อช่วยให้บุคคลวางแผนชีวิตในระยะสุดท้าย และสื่อสารความต้องการของตนเองกับครอบครัวและผู้ดูแล  ปี 2560 เราจัดงาน Happy Death Day เพื่อเปลี่ยนทัศนคติของสังคมที่มีต่อความตายและทำให้เรื่องนี้กลายเป็นหัวข้อที่สามารถพูดคุยกันได้อย่างเปิดเผย

มาถึงปีนี้ เราอยากเห็นการวางแผนตายดีที่ครอบคลุมการอยู่ดีมากขึ้น Peaceful Death จึงร่วมมือกับ The Cloud และ ชูใจ กะ กัลยาณมิตร จัดงาน Death Fest 2025 ขึ้น เพื่อให้พวกเราทุกคนได้วางแผน แก่ เจ็บ ตาย อย่างมีคุณภาพ อยากให้ทุกคนที่มางานได้รู้ว่าไม่ได้เผชิญปัญหาสูงวัย เจ็บป่วย หรืออยู่ในระยะท้ายเพียงลำพัง มีองค์ความรู้ ประสบการณ์ ทางเลือกและตัวช่วยมากมายที่เตรียมให้คุณเผชิญกับความจริงของชีวิตอย่างราบรื่น และไม่ยากเกินไป”

นายทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการบริหาร The Cloud กล่าวถึงงานนี้ว่า “งานนี้เป็นงานที่แมสที่สุดในโลก เพราะไม่มีใครที่ไม่ตายปีนี้จัดเป็นปีแรก เราอยากจัดงานแฟร์รวมบริการที่เกี่ยวข้องแบบ Wedding Fair ให้ผู้มาร่วมงานได้เก็บข้อมูลบริการที่ชอบ ผู้ให้บริการที่ใช่ ชวนมาเลือกด้วยกันแต่เนิ่นๆ เพราะหลายคนเจอปัญหาว่า พอความสูญเสียมาถึง มักหาอะไรไม่ทัน เจออะไรก็ต้องใช้ไปก่อน เลือกและทำไปโดยรู้บ้างไม่รู้บ้าง

ในงานนี้ไม่พูดแค่เรื่องความตายแต่จะถอยออกมาตั้งแต่การเตรียมตัวตาย การรักษาแบบประคับประคอง การป่วยติดเตียง การเจ็บป่วย และวัยชรา ทั้งบริการจากภาคเอกชนและจากภาครัฐ ทั้งสำหรับคนมีเงินและคนไม่มีเงิน

ทุกบูธคือคอนเทนต์ที่พวกเราตั้งใจคัดสรรอย่างเข้มข้นไม่แพ้เนื้อหาบนเวที แบ่งโซนในงานชัดเจน เริ่มจากโซนแก่ โซนป่วย โซนระยะท้าย และโซนความตาย ใครกำลังเผชิญความยากลำบากในโซนไหนก็พุ่งตัวไปที่โซนนั้นก่อนได้เลย และงานนี้เรามีเนื้อหาที่จะช่วยเยียวยาปัญหาและจิตใจให้กับผู้ดูแลผู้ป่วยทั้งหลายด้วย”

นายประสิทธิ์ วิทยสัมฤทธิ์ Co-founder / Creative Director ชูใจ กะ กัลยาณมิตร เล่าถึงความตั้งใจและความพิเศษของงานนี้ว่า “ผมทำโฆษณาเกี่ยวกับความตายมาเกือบ 7 ปี และมาพ่อผมจากไปเมื่อ 3 ปีก่อนทำให้ผมค่อนข้างอินกับเรื่องการเตรียมตัวตายเป็นพิเศษ เราทุกคนต้องตาย แต่ก็ไม่เคยมีใครเตรียมตัว ถึงแม้จะมีความพร้อมทางด้านจิตใจแล้วระดับหนึ่ง แต่พอเกิดเรื่องทีก็วุ่นวายทำอะไรไม่ถูก ปล่อยให้หน้างานพาไป หลายเสียงตีกัน หลายคนเข้ามาวุ่นวุ่นทั้งกาย ทั้งใจ ทั้งเงิน ทั้งครอบครัว ผมจึงออกแบบงานนี้ให้เป็นแบบงานแสดงสินค้า เพื่อให้เข้าถึงง่าย เข้าใจง่ายให้ทุกคนได้เอาความรู้ไปใช้ได้จริงๆ เป็นการต่อยอดความสนใจ ความตั้งใจของคนที่อยากจะเตรียมตัวเพื่อดูแลทั้งตัวเองและคนที่เรารัก 

บูธในงานเราตั้งใจ จัดเรียงให้มีความเป็นนิทรรศการไปในตัว มีการลำดับเรื่องราว จัดเรียงให้เดินเอาความรู้ตามเส้นทางของชีวิตได้เลย ตั้งแต่แก่ดี-เจ็บป่วยดี-เตรียมตัวตายดี-ตายดีเวลาเก็บโบรชัวร์ไปก็จะได้รู้จักทุกบริการตั้งแต่ตอนนี้ไปจนตาย และก็ตั้งใจออกแบบงานนี้ให้เป็นงานที่ทุกคนจะเปิดใจมาเข้าร่วมได้ไม่ยาก ด้วยบรรยากาศของงานแฟร์ที่ทุกคนคุ้นเคย”

กิจกรรมภายในงาน Death Fest ประกอบด้วย เวทีเสวนา 20 บทเรียน เวิร์กช็อป 8 บทเรียน นิทรรศการ บูธ 75 บูธ มีหัวข้อและวิทยากรที่เป็นไฮไลท์ เช่น  เสวนา : การจัดการทรัพย์สินและการรักษาสิทธิหลังจากโลกนี้ไป พร้อมวิธีปกป้องคนที่เรารักผ่านพินัยกรรม โดย ถนอม เกตุเอม นักเขียน และอาจารย์ด้านภาษีอากรบัญชี การเงิน เจ้าของเพจ TaxBugnoms และ ดร.พีรภัทร ฝอยทอง นักกฎหมายและนักวางแผนการเงินส่วนบุคคล เสวนา : Old-ly Fan คุยกับ Influencer สายสูงวัย ว่าด้วยการค้นหาคุณค่าของตัวเองในวันที่เราแก่ตัวลง โดย อัครเดช โยธาจันทร์ (เบ๊น อาปาเช่) เจ้าของเพจ Benz Apache, ศิริศักดิ์ พรสังสรรค์ ประธานบริษัท อีซูซุ ซ.แสงมงคล อยุธยา และ Tiktoker เฮียซ้ง isuzu, สมบูรณ์ วิวัฒนานุกูล เจ้าของเพจ Boon’s Hobby 

เสวนา : Palliative care รู้จักการรักษาแบบประคับประคองซึ่งไม่ใช่เรื่องของแค่บุคลากรทางการแพทย์อย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของทุกคนโดย รศ.พญ.วารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์ หัวหน้างานโรคติดเชื้อสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีกรมการแพทย์, รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, พญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตรผู้อำนวยการโรงพยาบาลคูน, อ.นพ.นิยม บุญทัน ศูนย์การุณรักษ์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ วรรณา จารุสมบูรณ์ ประธานมูลนิธิสถาบันและวิจัยชุมชนกรุณา

เสวนา : พิธีงานศพและศาสนา แก่นของพิธีศพแต่ละศาสนาคืออะไร เขื่อมโยงกับความเชื่อของผู้คนอย่างไรบ้าง โดย เชิญ ชลธารโยธิน นายพิธี สุริยาหีบศพ 2499 (ศิริราช), ดร.ปติสร เพ็ญสุต ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีคริสต์ อาจารย์ประจำ คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, เอ็มโซเฟียน เบญจเมธา  ศิลปินผู้ก่อตั้ง Benjametha Ceramic และ Derndin, รัฐโรจน์ จิตรพนา (ผู้ดำเนินรายการ)

เวิร์กช็อป : ชิมลองซ้อมตายก่อนตาย ฝึกการวางใจกับลมหายใจช่วงเปลี่ยนผ่าน ซ้อมรับมือกับภาวะที่ลมหายใจหยุดชะงัก ผ่านเทคนิคการหายใจโบราณ ฝึกซ้อมดูใจรับรู้ความห่วงผูกพันในช่วงสุดท้ายของชีวิต โดย ธนวัชร์ เกตน์วิมุต (ครูดล) ประธานเครือข่ายชีวิตสิกขา, เวิร์กช็อป : Care the Caregivers ผู้ดูแลมีส่วนสำคัญมาก เพราะเขาจะต้องใกล้ชิดกับผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือคนที่ต้องได้รับการดูแลโดยตรง ความเป็นไปของเขาทั้งร่างกายและจิตใจล้วนส่งผลกระทบโดยตรงกับผู้ที่เขากำลังดูแล และเขาต้องเผชิญความยากลำบากในการทำงานและมีโอกาสน้อยที่จะได้รับการดูแลทั้งจากตัวเองและผู้อื่น โดย วรรณวิภา มาลัยนวลกระบวนกร จาก บริการช่วยเหลือผู้ดูแล, เวิร์กช็อป : ชวนเขียนสมุดเบาใจ & E-Living Will รู้จักกระบวนการวางแผนสุขภาพล่วงหน้า (advance care planning) ผ่านการเขียนสมุดเบาใจ โดย นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ & เจ้าของเพจ “ห้องเรียนPalliative Care” ปิญชาดา ผ่องนพคุณDeath planner และผู้ก่อตั้ง “เบาใจ Family”

บูธไฮไลท์ในงาน  โซนแก่ : Ear Tone โครงการวิจัยเกี่ยวกับการได้ยิน ลดความเสี่ยงสมองเสื่อม,50 Plus บริษัทท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุและครอบครัว, PlanToys ของเล่นไม้เพื่อการพัฒนาและคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย เป็นต้น โซนเจ็บป่วย : อาหารเสริมจากแบรนด์ ศาลานา, ล้วนมิตร คลินิคแพทย์แผนจีน, สุนัขบำบัด Therapy Dog Thailand, สติศานติ (Satisaanti) เป็นต้น โซนป่วยระยะท้าย และเตรียมตัวตาย : เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม,ปุณรดายาไทย, Museum of Mind BKK, สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) (E-Living will),โรงพยาบาลคูน (Koon Hospital), funeralthai.com เป็นต้น โซนตาย :Mycelium Coffin โลงศพเห็ดสำหรับสัตว์เลี้ยง, สุริยาหีบศพ, Funeral Plans ธุรกิจการจัดงานศพครบวงจร, หรีดบุญ พวงหรีดให้เช่า เป็นต้น

ท่านพุทธทาส อินทปัญโญ เขียนไว้ว่า การเตรียมตายที่ดีที่สุด คือ การอยู่ให้ดีที่สุด และการเตรียมอยู่ให้ดีที่สุด คือ เตรียมพร้อมที่จะตาย เรื่องความตายไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะวันที่ตาย แต่ชีวิตที่ดีและมีความหมายจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้..วันที่เรายังอยู่ ซึ่งนั่นไม่เพียงดีสำหรับเราผู้ที่ต้องจากไป แต่ยังดีไปถึงคนที่ยังอยู่ด้วย

ติดตามรายละเอียด และข้อมูลข่าวสารของงานได้ที่ https://www.facebook.com/deathfest.th,https://www.instagram.com/deathfest.th และลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้า โดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ https://forms.gle/7s6rxy4jXPb67wgB7

ลาซาด้าเปิดเทรนด์‘She-Shopper’พลังนักช้อปหญิงพลิกโฉมอี-คอมเมิร์ซไทย

ลาซาด้าเปิดเทรนด์‘She-Shopper’พลังนักช้อปหญิงพลิกโฉมอี-คอมเมิร์ซไทย

ลาซาด้าเปิดเทรนด์‘She-Shopper’พลังนักช้อปหญิงพลิกโฉมอี-คอมเมิร์ซไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคมที่กำลังจะมาถึง ลาซาด้า เล็งเห็นความสำคัญของผู้หญิงที่มีบทบาทมากกว่าการเป็นนักช้อป แต่ยังมีอิทธิพลในการขับเคลื่อนการเติบโตของอี-คอมเมิร์ซไทยรวมถึงการพัฒนานวัตกรรมบนอี-คอมเมิร์ซ และความสำเร็จของแบรนด์ไทย สนับสนุนผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์ไทยมาแรงอย่าง lookbooklookbook และ Bitch With Brain (BWB) ยังเป็นผู้ประกอบการหญิงไทยรุ่นใหม่ ที่เล็งเห็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจอย่างยั่งยืนผ่านอี-คอมเมิร์ซ

วาริสฐา เกียรติภิญโญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า ประเทศไทยกล่าวว่า การเติบโตของตลาดอี-คอมเมิร์ซไทยถือเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างจับตา แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ อิทธิพลของนักช้อปหญิงต่ออุตสาหกรรมค้าปลีกออนไลน์ เพราะเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการหลากหลาย ผลักดันให้ธุรกิจต้องปรับตัวและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการนักช้อปหญิงอยู่เสมอ เนื่องในโอกาสวันสตรีสากลในปีนี้ ลาซาด้า ขอร่วมเฉลิมฉลองบทบาทของผู้หญิงในการขับเคลื่อนธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ นอกจากจะเป็นกลุ่มนักช้อปที่ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของสินค้ากลุ่มแฟชั่นและความงามแล้ว ยังมีอิทธิพลต่อสำคัญการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ เห็นได้จากการที่แพลตฟอร์มอย่าง ลาซาด้า มีการสร้างสรรค์ฟีเจอร์และบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักช้อปกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำว่าการเข้าใจและเข้าถึงนักช้อปหญิงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จในโลกอี-คอมเมิร์ซ

นอกเหนือจากบทบาทของผู้บริโภค ผู้หญิงไทยยังมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัลในบทบาทของผู้ประกอบการ โดยแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซได้กลายมาเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับผู้ประกอบการหญิงรุ่นใหม่ในการสร้างแบรนด์ในยุคดิจิทัล ช่วยให้ก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ ในการเริ่มต้นธุรกิจ ทำให้เข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้นและเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการและขยายธุรกิจอย่างไร้ขีดจำกัด

ตัวอย่างของผู้ประกอบการหญิงรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์และขยายธุรกิจบนโลกอี-คอมเมิร์ซ เช่น lookbooklookbook แบรนด์แฟชั่นที่ก่อตั้งโดย จีน-วนิชชา ตรีทิพย์สถิตย์, อิงค์-อิงครัต อุนนกิตติ และ โบ-สุภัค ธงชัยวัฒนอำพล กลุ่มเพื่อนสาวที่รักการแต่งตัวและเริ่มต้นแบรนด์บนโลกออนไลน์ด้วยการขายผ่านเว็บบอร์ดในกลุ่มเล็กๆ ต่อยอดการเติบโตด้วยการเปิดร้านบนลาซาด้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ผ่าน LazLOOK แหล่งรวมแฟชั่นอินเทรนด์หลากหลายสไตล์ ทำให้เข้าถึงลูกค้าเป้าหมายที่ชื่นชอบสไตล์เฉพาะตัวของแบรนด์ บวกกับดีไซน์ของ lookbooklookbook ที่ทันสมัย โดดเด่น และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในทุกๆ วัน ทำให้แบรนด์สร้างยอดขายทะลุ 100 ล้านบาทบนลาซาด้า อีกทั้งยังคว้ารางวัล Lazada Top Seller 2024 Award ในปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์บิวตี้น้องใหม่ที่มาแรงและสร้างกระแสฮิตต่อเนื่องอย่าง Bitch With Brain (BWB) ของ 4 สาวเก่ง ก้อย-อรัชพร โภคินภากร, นัตตี้-นันทนัท ฐกัดกุล, ดรีม-อภิชญา พานิชตระกูล และ ทราย-ชนิกานต์ วัลลภศิริ ตอกย้ำความสำเร็จของการเป็นแบรนด์บิวตี้ที่สนับสนุนให้ทุกคนสวยมั่นใจในแบบของตัวเอง BWB เปิดตัวสู่ตลาดเป็นครั้งแรกบนลาซาด้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมเดินหน้าสร้างแบรนด์ต่อเนื่องผ่านช่องทางออนไลน์จนกลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว และสร้างไอเท็มฮิตอย่างสกินทินต์และบลัชฉ่ำคุมมัน ที่ช่วยให้การแต่งหน้าเป็นเรื่องง่าย สนุกสำหรับทุกคน และตอบโจทย์สาวไทยโดยเฉพาะ ด้วยจุดยืนของแบรนด์ที่แข็งแกร่งส่งผลให้ BWB ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์ไทยที่น่าจับตามองและสร้างยอดขายระดับท็อปผ่าน LazBEAUTY จนสามารถดันยอดขายให้ทะลุเป้าไปกว่า 200% ในปี 2567 สะท้อนศักยภาพของตลาดอี-คอมเมิร์ซ ในการต่อยอดแบรนด์และขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

เมื่อนักช้อปมีความคุ้นเคยกับการช้อปออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ความคาดหวังก็สูงขึ้นตามไปด้วย นักช้อปหญิงจึงมีอีกบทบาทสำคัญในการผลักดันนวัตกรรมใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมค้าปลีกออนไลน์ ทั้งด้านประสบการณ์ช้อปที่เฉพาะเจาะจง ผสานช่องทางออนไลน์-ออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ รวมถึงการเลือกซื้อแบรนด์ที่สะท้อนคุณค่า (value) ที่ตนมี แนวโน้มดังกล่าวนี้กระตุ้นให้เกิดการนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับการช้อปปิ้งออนไลน์ในหลากหลายด้าน อาทิ การนำ Gen AI และ AR/VR มาสร้างสรรค์ประสบการณ์ช้อปปิ้งให้ตอบโจทย์ความต้องการหรือความชอบเฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น

“นักช้อปหญิงไม่ได้เป็นเพียงลูกค้า แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่มีส่วนกำหนดทิศทางอนาคตของอี-คอมเมิร์ซ อิทธิพลของนักช้อปกลุ่มนี้ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ และผลักดันให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ กุญแจสู่ความสำเร็จของธุรกิจและแบรนด์ในปัจจุบัน จึงอยู่ที่ความสามารถในการเข้าถึง เข้าใจ และตอบสนองความต้องการกลุ่มผู้บริโภคหญิงได้อย่างตรงจุด ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตในโลกอี-คอมเมิร์ซ และต่อยอดการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว”วาริสฐา กล่าวปิดท้าย

เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ คว้ารางวัล Booking.com Traveller Review Awards 2025

เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ คว้ารางวัล Booking.com Traveller Review Awards 2025

เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ คว้ารางวัล Booking.com Traveller Review Awards 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ เครือโรงแรมชั้นนำในไทยได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก คว้าใจผู้เข้าพักด้วยคะแนนรีวิวสูงสุด 9.4 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 บนแพลตฟอร์มการจองที่พัก Booking.com ที่มีผู้ใช้งานจากทุกมุมโลก โดยมีโรงแรมทั้งหมด 23 แห่งในเครือที่ได้รับรางวัล Booking.com Traveller Review Awards 2025 ในครั้งนี้

เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ ทั้ง 23 แห่ง ต่างได้รับคะแนนรีวิวที่ยอดเยี่ยมจากผู้เข้าพัก แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานการบริการและการมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพในทุกๆ ด้าน ทั้งการต้อนรับที่อบอุ่นสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ไปจนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อให้ผู้เข้าพักได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดทุกครั้งที่มาเยือน โดยมีโรงแรมที่ได้คะแนนรีวิว 9 คะแนนขึ้นไปทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่โรงแรมเคปฟาน เกาะสมุย ซึ่งได้รับคะแนนสูงสูด (9.4 คะแนน) โรงแรมเคปนิทรา หัวหิน (9.2 คะแนน) โรงแรมเคปกูดู เกาะยาวน้อย (9.2 คะแนน) โรงแรมแคนทารี กบินทร์บุรี (9.1 คะแนน) และโรงแรมแคนทารี บ้านฉาง (9 คะแนน)

ยิ่งไปกว่านั้น โรงแรมอีก 18 แห่งในเครือก็ล้วนได้รับคะแนนรีวิวอันน่าประทับใจเช่นกัน ได้แก่ โรงแรมแคนทารี เบย์ ศรีราชา (8.9 คะแนน) โรงแรมคามิโอ แกรนด์ ระยอง (8.9 คะแนน) โรงแรมซัมแวร์ เกาะสีชัง (8.8 คะแนน) โรงแรมแคนทารี โคราช (8.8 คะแนน) โรงแรมแคนทารี เบย์ ภูเก็ต (8.8 คะแนน) โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่ (8.7 คะแนน) โรงแรมคลาสสิค คามิโอ ระยอง (8.7 คะแนน) โรงแรมเคปเฮ้าส์ หลังสวน (8.6 คะแนน) โรงแรมแคนทารี อยุธยา (8.6 คะแนน) โรงแรมเคปราชา ศรีราชา (8.5 คะแนน) โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต (8.3 คะแนน) โรงแรมแคนทารี บีช เขาหลัก (8.3 คะแนน) โรงแรมคลาสสิค คามิโอ อยุธยา (8.3 คะแนน) โรงแรมแคนทารี บางปะกง (8.2 คะแนน) โรงแรมแคนทารี 304 ปราจีนบุรี (8.2 คะแนน) โรงแรมแคนทารี เฮ้าส์ รามคำแหง (8.1 คะแนน) โรงแรมแคนทารี เบย์ ระยอง (8.1 คะแนน) และโรงแรมคลาสสิคคามิโอ ศรีราชา (8 คะแนน)

ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล เจ้าของธุรกิจกลุ่มโรงแรมในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ กล่าวถึงความภาคภูมิใจในครั้งนี้ว่า “ในยุคนี้รีวิวจากผู้ใช้บริการมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวมากที่สุด คะแนนรีวิวที่ดีไม่เพียงแค่ช่วยให้โรงแรมของเราได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เข้าพักใหม่ๆ ที่กำลังมองหาที่พักด้วยเช่นกัน เป้าหมายของเราคือการรักษามาตรฐานการบริการที่ดีที่สุด และเราจะยังคงมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายรวมไปถึงการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงห้องพัก หรือการสร้างกิจกรรมพิเศษเพื่อให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ผู้เข้าพักได้มีช่วงเวลาที่ดีจากการเข้าพักกับเราดังนั้นรางวัลนี้จึงเป็นสิ่งที่เราทุกคนภาคภูมิใจขอบคุณสำหรับคำชมและข้อเสนอแนะที่ช่วยให้เราพัฒนาบริการให้ดียิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต และขอขอบคุณความมุ่งมั่น ความทุ่มเทในการทำงานของคณะผู้บริหารและทีมงานโรงแรมทุกคนที่ช่วยสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทำให้เราสามารถสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับผู้เข้าพักได้อย่างดีมาโดยตลอด”

Booking.com Traveller Review Awards 2025 เป็นการมอบรางวัลประจำปี เพื่อเฉลิมฉลองให้กับที่พักที่มีการบริการที่เป็นเลิศและทุ่มเทเพื่อสร้างความทรงจำที่ดีแก่ผู้เข้าพัก ผ่านการอิงจากค่าเฉลี่ยของรีวิวจากผู้เข้าพักทั้งหมดที่เผยแพร่บนเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น Booking.com ตลอด 3 ปีเต็ม ตั้งแต่วันที่1 ธันวาคม 2021 จนถึง 30 พฤศจิกายน 2024 ที่ผ่านมา

ราตรีสีสัน วรรณกรรมแห่งรัก

ราตรีสีสัน วรรณกรรมแห่งรัก

ราตรีสีสัน วรรณกรรมแห่งรัก

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-กรุงเทพฯ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดงานฉลองครบรอบ 60 ปี “ราตรีสีสัน วรรณกรรมแห่งรัก” ระดมทุนเพื่อส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพแก่สตรีผู้ขาดโอกาสและพัฒนาศักยภาพของสตรีนักธุรกิจ, สตรีผู้ใช้วิชาชีพสู่มาตรฐานสากล โดยมี คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพฯ เป็นประธานในพิธี พร้อมมอบรางวัลทายาทดีเด่น ประจำปี 2568 จัดโดย ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี นายกสมาคมฯ, ศิรินภา สว่างล้ำ วิทยฐานกรณ์ ประธานจัดงาน และ ม.ร.ว.วรรณาภรณ์ ศุขเนตร, ท่านผู้หญิงวราพร ปราโมช ณ อยุธยา, จรรย์สมร วัธนเวคิน ให้เกียรติร่วมงาน ณ โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ

Jelly Bunny ส่งต่อความสดใส ‘Lost in the Sunshine’ ต้อนรับแฟชั่นสปริง-ซัมเมอร์ 2025

Jelly Bunny ส่งต่อความสดใส ‘Lost in the Sunshine’  ต้อนรับแฟชั่นสปริง-ซัมเมอร์ 2025

Jelly Bunny ส่งต่อความสดใส ‘Lost in the Sunshine’ ต้อนรับแฟชั่นสปริง-ซัมเมอร์ 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Jelly Bunny (เจลลี บันนี) ชวนแพ็กกระเป๋าเข้าสู่ฤดูกาลแห่งสีสัน ปักหมุดบนชายหาดแห่งฝัน และขอบฟ้าอันไร้ที่สิ้นสุดกับคอลเลคชั่น Lost in the Sunshine ประจำฤดูกาลสปริง-ซัมเมอร์ 2025 คอลเลคชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากแคลิฟอร์เนียบีชในฤดูร้อน ที่มีความโดดเด่นทางวัฒนธรรมและศิลปะในช่วงยุค 1960 และ 1970 ทั้งสเกตบอร์ดและสกู้ตเตอร์ที่สะท้อนความสนุกและสดใส หลอมรวมกับการดึงวัฒนธรรมป๊อปอาร์ตที่ได้จากการใช้สีสดใสและรูปทรงเคลื่อนไหวที่แสดงไปด้วยพลัง แสดงถึงการเป็นตัวของตัวเอง และการหลุดออกนอกกรอบและการค้นพบตัวตนใหม่ๆ ท่ามกลางสีสันอันสดใสของแสงแดดและธรรมชาติสำหรับหนุ่มสาวเจลลี บันนี ได้อย่างแท้จริง

ไฮไลท์ของคอลเลคชั่นนี้ คือ สีสันสดใสจากชายหาดแคลิฟอร์เนีย ที่ถ่ายทอดเป็นโทนพาเลตต์สุดฮอตอย่างสีชมพูมิลก์เชคท็อปด้วยสีเชอร์รี่แดงสดพาไปโต้เกลียวคลื่นไปกับสีเขียวเทอร์คอยส์และสีน้ำเงินดีปบลู ตัดกับโทนสว่างอย่างสีเหลืองหาดทรายและสีขาวโคโคนัท โดยแคมเปญนี้ได้หยิบลายทางมาใช้ให้ชวนนึกถึงสายลมทะเลที่มาผสมกับความเจลลี บันนี ที่แสนขี้เล่นเติมความสดชื่นให้ซีซั่นนี้ด้วยคอนเซ็ปต์ผลไม้ดับร้อนที่ถูกดีไซน์ลงบนลายพิมพ์ในสไตล์ที่หลากหลาย ทั้งสเวตเตอร์ครอปตัวสั้น สเวตเตอร์ดีเทลคอโปโลสุดฮิต เสื้อปาดไหล่ เชิ้ตแต่งปกฮาวายสไตล์บีชแวร์ ผสานความโรแมนติกให้กับชุดเข้าเซตด้วยฟลอรอลพริ้นต์ รวมถึงซิกเนเจอร์ที่ขาดไม่ได้อย่างคาร์ดิแกน แต่งขอบปักลายแมทช์กับยีนส์ทรงรีแล็ค และขาสั้นเทคนิคนิตทอที่กลายเป็นมัสท์แฮฟไอเทมในทุกฤดูกาล นอกจากนี้ ยังเพิ่มความสนุกด้วยกระเป๋าถือแต่งดีเทลลายทางทรงดัฟเฟิลให้จุของได้อย่างเต็มที่ กระเป๋าสะพายไหล่ใบเล็กทรงฮาล์ฟมูน กระเป๋าทรงกล่องดีเทลแต่งซิปรอบใบพร้อมสายสะพายปั๊มโลโก้เจลลี บันนี กระเป๋าทางโฮโบขึ้นไหล่สีหวาน หรือจะเป็นโท้ทลายทางพาเลตต์เฉดม่วงจากท้องฟ้ายามค่ำ และยังให้การเดินทางวิเศษไปอีกขั้นด้วยรองเท้าแพลตฟอร์มเปิดส้นตกแต่งอะไหล่ และรองเท้าแพลตฟอร์มส้นตึกในโทนม่วงชวนฝันและไฮไลท์ไอเทมประจำซีซั่น แฟลตแซนเดิลดีไซน์ตาข่ายสุดฮิต ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แฟชั่นนิสต้าด้วยไอเทมแว่นตา หมวกแก๊ปและบักเก็ตที่เต็มไปด้วยอิสระแห่งจินตนาการ

พร้อมรับวิตามินแห่งความสุข และสัมผัสฤดูร้อนในฝันไปกับคอลเลคชั่น Lost in the Sunshine ที่เจลลี บันนี ทุกสาขาและเว็บไซต์ jellybunny.com

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รณรงค์วันการได้ยินโลก จัดกิจกรรมบริการวิชาการสุขภาพ สร้างความตระหนักรู้การดูแลสุขภาพหู

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รณรงค์วันการได้ยินโลก  จัดกิจกรรมบริการวิชาการสุขภาพ สร้างความตระหนักรู้การดูแลสุขภาพหู

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รณรงค์วันการได้ยินโลก จัดกิจกรรมบริการวิชาการสุขภาพ สร้างความตระหนักรู้การดูแลสุขภาพหู

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดกิจกรรมรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ส่งเสริมการดูแลสุขภาพหู เนื่องในวันการได้ยินโลก World Hearing Day 2025 ภายใต้ธีมChanging Mindsets : Empower Yourself Make ear and hearing care a reality for all “เปลี่ยนทัศนคติ ร่วมสร้างพลังให้ตนเองเพื่อให้การดูแลหูและการได้ยินเป็นจริงสำหรับทุกคน” ณ ชั้น 1 อาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ในงานดังกล่าวทีมแพทย์เฉพาะทางโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และนักเวชศาสตร์การสื่อความหมาย ร่วมเสวนาให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพหูและการได้ยิน ในหัวข้อ เพราะการได้ยินมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในทุกช่วงวัย “รักษ์หู….ใส่ใจการได้ยิน” นำโดย พญ.พิลาสลักษณ์ นำชัยชนะกิจ หัวหน้างานโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พญ.วิชชุดา เทียมพยุหา แพทย์เฉพาะทางด้านโสตประสาทการได้ยินและการทรงตัว พร้อมด้วย พิมพิมล สีแสงหน่อมนักเวชศาสตร์การสื่อความหมาย ร่วมเวทีเสวนาและเติมพลังบวกพร้อมแง่คิดดีๆ กับและแขกรับเชิญพิเศษ “ดีเจพี่อ้อย นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล” ผู้ดูแลหัวใจของสังคมแห่ง Club Friday กับช่วงเสวนา Changing Mindsets เปิดใจรับฟัง “เข้าใจ….ต่างวัย”

นอกจากนี้ ยังมีบูธกิจกรรมจากทางโรงพยาบาลจุฬาภรณ์มาให้บริการ อาทิ บริการให้คำปรึกษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งศีรษะและลำคอโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ นำโดย นพ.สิรวิชญ์ ศิริรัตน์ พญ.ชญานิน เรือนแป้น และ พญ.ธณิอร ศุภนิตย์ บริการนัดหมายสำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะเข้ารับการตรวจรักษาชมนิทรรศการ “น้องหู” ชวนทำความรู้จักกับกายวิภาคหู สรีรวิทยาของหู และบูธกิจกรรมตอบคำถามชิงรางวัลภายในงาน โดยมี รศ.พญ.ชนิสา โชติพานิช รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นประธานเปิดงาน ดำเนินรายการโดย ได๋ ไดอาน่า จงจินตนาการ ณ ชั้น 1 อาคารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ขนาด 400 เตียง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

รศ.พญ.ชนิสา โชติพานิช รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นสถาบันการศึกษาวิจัยและสถาบันการแพทย์ มีพันธกิจในด้านบริการวิชาการและวิชาชีพด้านสุขภาพแก่สังคม โดยมีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นส่วนงานหลักในการให้บริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนกิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้ความรู้และการดูแลเชิงป้องกัน รวมถึงกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพหูและการได้ยิน ตลอดจนสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานอย่างเท่าเทียม ตามพระปณิธานของศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และองค์ประธานผู้ทรงจัดตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดให้ในวันที่ 3 มีนาคมของทุกปีเป็นวันการได้ยินโลก เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับวิธีป้องกันความพิการทางหูและการสูญเสียการได้ยิน ตลอดจนส่งเสริมการดูแลหูและการได้ยินทั่วโลก โดยธีมในปี 2025 มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงทัศนคติเกี่ยวกับการดูแลหูและการได้ยิน โดยมุ่งหวังให้ผู้คนร่วมเสริมสร้างพลังให้ตนเองและผู้อื่นมีสุขภาพหูที่ดี ภายใต้ธีม Changing Mindsets : Empower Yourself Make ear and hearing care a reality for all “การเปลี่ยนทัศนคติ : เสริมสร้างพลังให้ตนเองเพื่อให้การดูแลหูและการได้ยินเป็นจริงสำหรับทุกคน!” โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพหูและการได้ยิน และเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อปกป้องการได้ยินจากเสียงดังและป้องกันการสูญเสียการได้ยิน พร้อมทั้งหมั่นตรวจสอบการได้ยินเป็นประจำ

พญ.วิชชุดา เทียมพยุหา แพทย์เฉพาะทางโสตประสาทการได้ยินและการทรงตัว กล่าวถึง ภาพรวมของสุขภาพหู และสาเหตุความผิดปกติทางการได้ยิน พร้อมข้อแนะนำการดูแลสุขภาพหูอย่างถูกวิธีว่า ความผิดปกติทางการได้ยินเกิดจากสาเหตุ อาทิ สิ่งแปลกปลอมอุดตันในรูหู หูน้ำหนวก แก้วหูทะลุ โรคหูดับเฉียบพลัน โรคมีเนียร์ โรคหูตึงเมื่ออายุมากขึ้น ทั้งนี้ หากรู้สึกได้ว่าการได้ยินลดลง หูอื้อ แน่นในหูตลอดเวลา หรือเป็นๆ หายๆ อาการเหล่านี้ เป็นสาเหตุบ่งบอกถึงความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหูตึง โดยหากมีอาการรู้สึกได้ยินลดลง ควบคู่กับการติดเชื้อในหู เช่น หูน้ำหนวก มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับการได้ยินได้รับอุบัติเหตุกระทบกระแทกที่หูหรือศีรษะ มีโรคประจำตัว เช่น วัณโรค เอชไอวี ซิฟิลิส โรคความผิดปกติทางภูมิคุ้มกัน มีอาการปวดหู มีหนองหรือเลือดไหลออกจากหูรู้สึกได้ยินลดลงแบบเฉียบพลัน หรือมีอาการเวียนศีรษะแบบเฉียบพลันเป็นๆ หายๆ ควรรีบพบแพทย์ทันที

การดูแลสุขภาพหูอย่างถูกวิธีไม่ควรแคะหูเนื่องจากมีความเสี่ยงอาจทำให้หูอื้อหรือการอักเสบติดเชื้อ เกิดแผลถลอก ส่งผลให้ช่องหูเกิดการตีบแคบและการได้ยินลดลงได้ สำหรับการป้องกันการเกิดโรคประสาทหูเสื่อม กรณีผู้ที่ทำงานในสถานที่ที่มีเสียงดัง ควรใส่อุปกรณ์ป้องกัน เช่น earplugs หรือ earmuffs ระมัดระวังการใช้ยาบางชนิดซึ่งเป็นพิษต่อหู เช่น ยาปฏิชีวนะกลุ่ม aminoglycoside ยาต้านอักเสบในกลุ่ม NSAIDs งดรับประทานเนื้อหมูดิบ เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียในเนื้อหมูดิบ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และทำให้เกิดหูชั้นในอักเสบและหูหนวกตามมา”

พิมพิมล สีแสงหน่อม นักเวชศาสตร์การสื่อความหมาย กล่าวถึง สถานการณ์โรคหูตึงในปัจจุบันและสิทธิ์การเบิกจ่ายเครื่องช่วยฟังว่า ผู้ที่มีอาการหูตึงสามารถเบิกจ่ายเครื่องช่วยฟัง ตามสิทธิ์การรักษาได้ โดยแยกตามสิทธิ์ของตน คือสิทธิ์ประกันสังคม สามารถเบิกค่าเครื่องช่วยฟังแบบแขวนหลังหูได้ ข้างละ12,000 บาท หรือแบบใส่ในช่องหูได้ข้างละ 12,500 บาท สิทธิ์ข้าราชการเบิกค่าเครื่องช่วยฟังได้ ข้างละ 13,500 บาท รวมสองข้าง 27,000 บาท ขั้นตอนการขอรับสิทธิ์ คือ เข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากรพ.ของรัฐ เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าประสาทหูเสื่อมและจำเป็นต้องใส่เครื่องช่วยฟัง สามารถซื้อได้โดยตรงจากโรงพยาบาลที่มีเครื่องจำหน่าย สำหรับพนักงานรัฐวิสาหกิจ สิทธิ์และขั้นตอนการเบิกจ่ายขึ้นอยู่กับระเบียบของแต่ละหน่วยงาน ส่วนสิทธิ์บัตรทอง ต้องเป็นผู้สูญเสียการได้ยินทั้ง 2 ข้าง และมีการได้ยินที่ยังคงเหลืออยู่ ในหูข้างที่ได้ยินตั้งแต่ 40 เดซิเบลขึ้นไป หลังสิ้นสุดการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัด

ด้าน พญ.พิลาสลักษณ์ นำชัยชนะกิจ หัวหน้างานโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และแขกรับเชิญพิเศษ ดีเจพี่อ้อย-นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล แห่ง Club Friday ได้ร่วมเสวนา Changing Mindsets เปิดใจรับฟัง “เข้าใจ…. ต่างวัย” บนเวที โดยร่วมแชร์ประสบการจากการตรวจรักษาคนไข้สูงวัยและปัญหาการได้ยิน รวมถึงแนวทางการปรับมุมมองของคนต่างวัยในครอบครัวที่พบปัญหาการได้ยินในกรณีผู้ป่วยสูงวัย ทั้งนี้ หากสงสัยว่ามีอาการหูได้ยินน้อยลง ได้ยินไม่ชัด ควรรีบปรึกษาแพทย์ และเช็คอาการว่าเข้าเกณฑ์ที่ควรใส่เครื่องช่วยฟังหรือไม่ เพราะหากได้รับการรักษาที่ถูกต้อง นอกจากจะทำให้ได้ยินชัดเจนขึ้นแล้ว ยังทำให้ป้องกันการเกิดอัลไซเมอร์หรือภาวะความจำเสื่อมได้ อนึ่ง “เพราะการได้ยินมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในทุกช่วงวัย” การได้ยินที่ถูกต้องชัดเจนทำให้ครอบครัวมีการสื่อสารกันที่ดี โดยเฉพาะผู้สูงอายุในบ้าน เป็นวัยที่ต้องการความรักและเอาใจใส่ การได้ยินที่ชัดเจนทำให้พูดคุยกันมากขึ้นและเข้าใจกันมากขึ้นด้วย

คลินิกโสต ศอ นาสิก ลาริงซ์วิทยา โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคทางหู คอและจมูก ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา การรักษาด้วยยา รวมถึงการผ่าตัด โดยทีมโสต ศอ นาสิก แพทย์เฉพาะทางโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พร้อมด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคและการรักษาที่มีประสิทธิภาพ โดยมีการให้บริการที่ครอบคลุม ตรวจรักษาผู้ป่วยโรคทั่วไปทางหู คอ จมูก โรคจมูกภูมิแพ้และผ่าตัดส่องกล้องไซนัส โรคภูมิแพ้ โรคไซนัสอักเสบ ครอบคลุมถึงการผ่าตัดผ่านกล้องในโพรงจมูก โรคมะเร็งบริเวณกล่องเสียง ศีรษะและลำคอ ให้บริการตรวจรักษาผู้ป่วยที่มีเนื้องอกและมะเร็งของบริเวณช่องปาก กล่องเสียง ไทรอยด์และต่อมน้ำลาย ตรวจรักษาระบบการได้ยินและการทรงตัว ความผิดปกติของการได้ยิน การฟื้นฟูสมรรถภาพการได้ยินและการใส่เครื่องช่วยฟัง รวมถึงตรวจรักษาอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน เป็นต้น

ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือทำนัดหมาย ได้ที่ 02-5766815,02-5766851

บาร์วิตามิน VIVID by Verita Health เปิดตัว ‘มัลติ ไวตามิน ชอต’ ทางเลือกสุขภาพเพื่อคนยุคใหม่

บาร์วิตามิน VIVID by Verita Health  เปิดตัว ‘มัลติ ไวตามิน ชอต’ ทางเลือกสุขภาพเพื่อคนยุคใหม่

บาร์วิตามิน VIVID by Verita Health เปิดตัว ‘มัลติ ไวตามิน ชอต’ ทางเลือกสุขภาพเพื่อคนยุคใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

วิวิด บาย เวอริตา เฮลธ์ (VIVID by Verita Health) บาร์วิตามิน เทรนด์ใหม่สำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ โรงแรม อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต เปิดตัว Multi Vitamin Shot M+ และ W+ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบรรจุในรูปแบบซองบรรจุภัณฑ์พร้อมรับประทานได้สะดวกครบคุณค่าทางโภชนาการในแต่ละวันที่ร่างกายต้องการ ตัวเลือกที่ตอบโจทย์ชีวิตอันเร่งรีบของคนทำงานยุคนี้

Multi Vitamin Shot M+ เป็นมัลติวิตามินช็อตเกรดพรีเมียมที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างเกราะป้องกันให้กับสุขภาพ โดยแพ็กสำหรับผู้ชาย ประกอบไปด้วย โคเอนไซม์คิวเทน (Coenzyme Q10) ที่สร้างพลังงานพื้นฐานของเซลล์ ทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานเป็นปกติ และ BCAA หรือกรดอะมิโนจำเป็น ซึ่งช่วยเพิ่มระดับพลังงาน บรรเทาอาการอ่อนเพลีย นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมที่เปรียบเสมือนอาวุธลับของท่านสุภาพบุรุษซึ่งคือโสมแดงเกาหลี (ราชาแห่งสมุนไพร) สารสกัดจากถั่งเช่า และไลโคปีนโดยเชื่อว่ามีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย เพิ่มสมรรถภาพทางเพศและพละกำลัง

Multi Vitamin Shot W+ ออกแบบมาอย่างเป็นพิเศษเหมาะสำหรับผู้หญิง เป็นมัลติวิตามินช็อตที่มีส่วนประกอบของวิตามินเสริมสำคัญ เช่น ลูทีน (Lutein) โคเอนไซม์คิวเทน และแอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ซึ่งเป็นแหล่งรวมของสารอาหารที่รู้จักกันดีในเรื่องของการช่วยเพิ่มพลังงาน เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและสุขภาพผิว อีกทั้ง ยังมีสารสกัดจากแครนเบอร์รี่ (cranberry extract) เพื่อดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

ทั้ง Multi Vitamin Shot M+ และ W+ มีส่วนผสมของสาหร่ายทะเลสีแดง (Aquamin) ซึ่งเป็นคอมเพล็กซ์มัลติมิเนอรัลที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สกัดจากสาหร่ายทะเลธรรมชาติ 100% ที่เก็บเกี่ยวจากน่านน้ำบริสุทธิ์ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศไอซ์แลนด์ (Iceland) เป็นที่รู้จักในฐานะโซนสีฟ้า หรือที่เรียกกันว่า“Blue Zone” เป็นพื้นที่ที่มีผู้คนอายุยืนและสุขภาพดีกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปมี แคลเซียมจากพืชชนิดนี้อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นซึ่งช่วยสนับสนุนสุขภาพของกระดูกและข้อต่อ อีกทั้ง ยังมีคุณสมบัติต้านความชรา ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่อยู่ในสูตรมัลติ ไวตามิน ชอต ของวิวิด

เอ็นจอยไปกับความสะดวกสบายในรูปแบบซองชนิดพกพา ที่สามารถรับประทานได้ในทันทีหรือจะนำมาดื่มร่วมกับโยเกิร์ตหรือน้ำผลไม้ที่คุณโปรดปรานทำให้กิจวัตรประจำวันของคุณเป็นเรื่องง่ายไปกับการดูแลสุขภาพจากคุณประโยชน์ของแหล่งรวมวิตามินคุณภาพเหล่านี้ไปพร้อมกัน ซึ่งหาได้ที่ VIVID สาขาใกล้คุณ ทั้งกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต ไม้ขาว ในราคาพิเศษช่วงเปิดตัว เพียงชุดละ 2,500 บาท ซึ่งประกอบไปด้วยซองวิตามินรวมทั้งหมด 60 ซอง

VIVID by Verita Health คือบาร์วิตามิน มีเจ้าหน้าที่จากทีมแพทย์ที่ปรับแต่งการรักษาสำหรับผู้ใช้บริการแต่ละราย สูตรวิตามินที่คิดค้นมาเพื่อเฉพาะรายบุคคลอย่างแท้จริง เป็นเทรนด์ดูแลสุขภาพแบบหนึ่งที่ถึงแม้ว่าจะเกิดขึ้นมาสักพักแล้ว แต่ก็มาแรงอย่างสม่ำเสมอ อาจเรียกได้ว่าเป็นสถานที่แฮงก์เอาท์ของเหล่าบรรดาคนดังก็ว่าได้ที่ต่างก็พากัน ไปใช้บริการวิตามินดริปกันอย่างทั่วหน้า เพื่อแก้หลากหลายอาการ เช่น อาการเมาค้าง แก้อาการปวดหัว หรือแก้อาการเหนื่อยล้าต่างๆ อีกทั้ง ยังเป็นตัวช่วยต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย และเสริมความเปล่งประกาย เพื่อฟื้นคืนพลังและความสมดุลด้วยวิตามินสูตรเข้มข้น เกรดพรีเมียม ที่ออกแบบมาสำหรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างแท้จริง

ข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ วิวิด สยาม ที่ อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ โทร. 02-0034918 อีเมล vividsiam@vividdripbar.com เว็บไซต์ www.vividdripbar.com/anantara-siam-bangkok หรือ วิวิด เชียงใหม่ ที่ อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท โทร. 053-253333 อีเมล vividchiangmai@vividdripbar.com เว็บไซต์ www.vividdripbar.com/anantara-chiang-mai วิวิด ภูเก็ต ไม้ขาว ที่ อนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ต โทร.076-336121 อีเมล vividmaikhao@vividdripbar.com เว็บไซต์ www.vividdripbar.com/anantara-mai-khao-phuket

Beyoncé และ Levi’s® เฉลิมฉลองตำนานเดนิม เปิดตัวแคมเปญ REIIMAGINE : Pool Hall

Beyoncé และ Levi’s® เฉลิมฉลองตำนานเดนิม  เปิดตัวแคมเปญ REIIMAGINE : Pool Hall

Beyoncé และ Levi’s® เฉลิมฉลองตำนานเดนิม เปิดตัวแคมเปญ REIIMAGINE : Pool Hall

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Levi’s® จับมือซูเปอร์สตาร์ระดับโลก Beyoncé เปิดตัวแคมเปญREIIMAGINE : Pool Hall บทที่สองของการเฉลิมฉลองตำนานเดนิมLevi’s® และวิสัยทัศน์สุดล้ำของBeyoncé โดยในภาพยนตร์และแคมเปญภาพถ่ายครั้งนี้ เธอสะท้อนเสน่ห์เหนือกาลเวลาของลุค denim on denimได้อย่างไร้ที่ติ

หลังจากบทแรก Launderette ซึ่งเป็นการรีอินเทอร์พรีตโฆษณาLevi’s® ในปี 1985 จนได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม Pool Hall ได้หยิบเอาแรงบันดาลใจจากโฆษณาสุดไอคอนิกของ Levi’s® ปี 1991 มาตีความใหม่ ผ่านฝีมือของ Melina Matsoukas ผู้กำกับเจ้าของรางวัล GRAMMY เพื่อสะท้อนจิตวิญญาณอันไร้ขีดจำกัดของสไตล์ Levi’s®

ในภาพยนตร์โฆษณา Beyoncé ปะทะ Timothy Olyphant ในเกมพูลสุดดุเดือด ถ่ายทอดเสน่ห์ของ Levi’s® ที่อยู่เหนือกาลเวลาและเปิดกว้างสำหรับการตีความใหม่ๆ โดยคอลเลคชั่นนี้เน้นความโดดเด่นของไอเท็มอย่าง Ribcage Wide Leg Jeans, Braided Vest และ Spade Trench ที่มาพร้อม
รายละเอียดสุดพิเศษ สื่อถึงจิตวิญญาณของการสร้างสรรค์และความเป็นตัวเอง

“เดนิมเป็นไอเทมที่รวมความสบาย ความสง่างามแบบโมเดิร์น ความคลาสสิกแบบอเมริกัน และความทรงจำในอดีตได้อย่างสมบูรณ์แบบ และสำหรับฉัน Levi’s คือ ชื่อแรกที่ฉันนึกถึงเสมอ เมื่อต้องการถ่ายทอดเสน่ห์ของ denim on denim ในมุมมองของผู้หญิงที่จะทำให้สามารถเซ็กซี่ กล้าหาญ และ แข็งแกร่งได้ในเวลาเดียวกัน” – Beyoncé กล่าวถึงความประทับใจในคอลเลคชั่นนี้

“Levi’s® ไม่เคยหยุดนิ่งในการสร้างตำนานเดนิม และ Pool Hall เป็นอีกก้าวที่สะท้อนการผสมผสานอดีตเข้ากับสไตล์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว” Kenny
Mitchell ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดระดับโลกของ Levi’s® กล่าว

แคมเปญนี้จะเปิดตัวทั่วโลกผ่านช่องทางดิจิทัล โซเชียลมีเดีย สื่อนอกบ้านและกิจกรรมพิเศษ พร้อมคอนเทนต์สไตล์ที่ได้แรงบันดาลใจจากเหล่าครีเอเตอร์ระดับโลก ให้แฟนๆ ได้ร่วมตีความลุคLevi’s® ในแบบของตัวเอง อีกทั้งโปรเจกท์นี้ได้ทีมครีเอทีฟระดับแนวหน้าร่วมสร้างสรรค์ นำโดย Marcell Révผู้กำกับภาพรางวัล Emmy และ MasonPoole ช่างภาพมากฝีมือ ที่ถ่ายทอดมุมมองใหม่ให้กับไอคอน Levi’s®

ติดตามแคมเปญ REIIMAGINE ได้ที่ levi.com/liveinlevis และ @levis.thบน Instagram