เชฟหนึ่งดาวมิชลินจากฝรั่งเศสบินตรงร่วมงานกับเชฟเอียน รังสรรค์อาหารฝรั่งเศสระดับมิชลินสตาร์ ผสานอาหารตำรับไทย

เชฟหนึ่งดาวมิชลินจากฝรั่งเศสบินตรงร่วมงานกับเชฟเอียน  รังสรรค์อาหารฝรั่งเศสระดับมิชลินสตาร์ ผสานอาหารตำรับไทย

เชฟหนึ่งดาวมิชลินจากฝรั่งเศสบินตรงร่วมงานกับเชฟเอียน รังสรรค์อาหารฝรั่งเศสระดับมิชลินสตาร์ ผสานอาหารตำรับไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ร้านอาหารคำหอม โรงแรมเมอเวนพิคบีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพฯ เปิดศักราชอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการเปิดตัวซีรี่ส์ 2025 Edition of Four Hands Culinary Journey ประเดิมครั้งแรกของปีนี้ด้วยการนำเชฟระดับมิชลินสตาร์ เชฟ Charles Coulombeau บินลัดฟ้าจากประเทศฝรั่งเศส มาร่วมรังสรรค์เมนูสุดพิเศษกับเชฟเอียน กิตติชัย ที่ทุกจานจะหลอมรวมทั้งศาสตร์และศิลป์ ของอาหารฝรั่งเศสและตำรับไทยเข้าไว้ด้วยกันเพื่อมอบประสบการณ์มื้อค่ำสุดพิเศษ เพียง 3 คืนเท่านั้น วันที่ 13-15 มีนาคมนี้

เชฟ Charles Coulombeau เป็นที่โจษขานด้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่ได้รับอิทธิพลจากญี่ปุ่น เจ้าของร้านอาหาร La Maison dans le Parc โดยครั้งนี้เชฟจะนำเสนอเมนูสุดสร้างสรรค์ที่สอดผสานกับอาหารไทยสี่ภาคของร้านคำหอมอย่างลงตัว เชฟ Charles Coulombeau ได้รับรางวัลอันทรงกียรติการันตีมากมาย อาทิ Taittinger International Culinary Prize และ Gault & Millau ซึ่งรับประกันรสสัมผัสในทุกๆจานให้เป็นมื้ออาหารที่น่าจดจำ

Four Hands Dinner ครั้งนี้ เชฟ Charles Coulombeau จะร่วมรังสรรค์อาหารร่วมกับ เชฟเอียน กิตติชัย จากร้านอาหารคำหอม และเป็นหนึ่งในเชฟระดับแถวหน้าของวงการอาหารเมืองไทย กับเมนูพิเศษที่เน้นวัตถุดิบคุณภาพพรีเมียมที่เฟ้นหาจากภูมิภาคต่างๆในประเทศไทยและฝรั่งเศส ในแบบ 7 คอร์ส และ 9 คอร์ส

Mr.Rubel Miah ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพฯ กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้เริ่มต้นปีกับงาน 2025 Edition of Four Hands Culinary Journey ซึ่งเชฟ Charles และเชฟเอียน ต่างมีความหลงใหลในวัตถุดิบชั้นยอดของไทย เราจึงมั่นใจว่าการร่วมมือกันครั้งนี้จะมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครให้กับแขกผู้ร่วมงาน”

เมนูไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ Langoustine Mosaic กับมะพร้าวราชบุรี เมนูซิกเนเจอร์ของเชฟ Coulombeau ที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์, ปลาหมึกอ่าวไทยกับกระเจี๊ยบแดง โดยเชฟเอียน,ปลาเก๋าอันดามันกับตาลโตนดเพชรบุรีโดยเชฟเอียน และเมนูนกพิราบกับกล้วยตากตากสิน โดยเชฟ Coulombeau

FOUR HANDS DINNER : Chef Charles Coulombeau x Chef Ian Kittichai เป็นการเปิดตัวซีรี่ส์ Four Hands Culinary Journey ของร้านอาหารคำหอม ซึ่งจะมีตลอดทั้งปี 2568 และที่นั่งมีจำนวนจำกัดในแต่ละรอบ ขอแนะนำให้สำรองที่นั่งล่วงหน้า โดยในวันพฤหัสบดีที่13-วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม 2568 นี้ให้บริการเวลา 18.30-22.00 น. เมนู7 คอร์ส ราคา 5,200++ บาทต่อท่าน และ 9 คอร์ส ราคา 5,800++ บาทต่อท่าน (*มีตัวเลือกไวน์แพริ่งสุดพิเศษ) สมาชิก Accor Plus รับส่วนลดค่าอาหาร 20%, สมาชิก ALL Accor Live Limitless รับคะแนนสะสม Dining Rewards Points สำรองที่นั่ง FOUR HANDS DINNER ผ่านเว็บไซต์ www.khumhomrestaurant.com หรือโทร.02-6663311

เมนู Pigeon โดย Chef Charles

เมนู Pigeon โดย Chef Charles

เมนู Tu Pa Sutong โดย เชฟเอียน

เมนู Tu Pa Sutong โดย เชฟเอียน

ไทยเบฟ ผนึกทีมแพทย์ลงพื้นที่คัดกรองมะเร็งลำไส้-มะเร็งตับต่อเนื่องปี 4

ไทยเบฟ ผนึกทีมแพทย์ลงพื้นที่คัดกรองมะเร็งลำไส้-มะเร็งตับต่อเนื่องปี 4

ไทยเบฟ ผนึกทีมแพทย์ลงพื้นที่คัดกรองมะเร็งลำไส้-มะเร็งตับต่อเนื่องปี 4

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ไทยเบฟ สนับสนุนโครงการ“คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งตับสำหรับประชาชน” พร้อมคณะแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ลงพื้นที่ขยายโอกาสการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขให้แก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมให้ความรู้ในแนวทางป้องกันก่อนการเกิดโรค ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

โครงการ “คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งตับสำหรับประชาชน” ปี 4 ได้ดำเนินกิจกรรม ณ โรงพยาบาลทรายทองวัฒนา จังหวัดกำแพงเพชร เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ด้วยตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนางานด้านสาธารณสุขที่มีต่อการพัฒนาของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการประสานความร่วมมือกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงพยาบาลสถาบันโรค ไตภูมิราชนครินทร์ และเครือข่ายพันธมิตรของหน่วยงานสาธารณสุข จังหวัดกำแพงเพชร และพื้นที่ใกล้เคียง ด้วยเจตนารมณ์ของ นายเจริญ-คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ส่งเสริมสุขภาวะของประชาชนให้มีโอกาสรับการดูแลรักษาจากสถานพยาบาลที่มีประสิทธิภาพที่เดินทางมาให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงด้วยการส่องกล้อง โดยวิธี Colonoscope และตรวจมะเร็งตับไขมันเกาะตับและภาวะตับแข็งด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ช่องท้องและเครื่องตรวจพังผืด Fibroscan ซึ่งเป็นการป้องกันโรคก่อนเกิดโรค เพื่อลดอัตราการเสียชีวิต

การจัดโครงการในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 ที่จัดณ โรงพยาบาลทรายทองวัฒนา มีผู้ป่วยที่ได้รับการคัดกรองมะเร็งทั้ง 2 ประเภท เข้าร่วมตรวจคัดกรอง รวมทั้งสิ้น 525 ราย แบ่งเป็น ตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง จำนวน 252 คน และ ตรวจมะเร็งตับจำนวน 300 คน ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่เริ่มมีความเสี่ยงตามหลักการทางการแพทย์

นายแพทย์วัชรพงษ์ วิศาลศักดิ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทรายทองวัฒนา กล่าวว่า “สำหรับการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ครั้งนี้นับเป็นประโยชน์มากในด้านสุขภาพของพี่น้องชาวจังหวัดกำแพงเพชรขอขอบคุณทีมแพทย์ และบุคลากรทางการแพทย์จากสถานพยาบาลทุกแห่งที่ผนึกความร่วมมือร่วมใจกันในครั้งนี้ ขอบคุณบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่ให้ความสำคัญและห่วงใย ในสุขภาพของพี่น้องประชาชน ในปี 2567 ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการคัดกรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง อายุระหว่าง 50-70 ปี จาก 4,690 คน เป็นจำนวน 960 คน ด้วยวิธี FIT Test พบมีผลการตรวจผิดปกติ จำนวน 169 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นและคัดกรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงมะเร็งตับอายุ 35 ปีขึ้นไป จาก 12,765 คน เป็นจำนวน 4,195 คน พบมีผลการตรวจ ผิดปกติ จำนวน 300 คน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจยืนยันด้วยวิธีการส่องกล้อง ตรวจลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง โดยวิธี Colonoscope และการตรวจยืนยันมะเร็งตับโดยวิธี Fibroscan เพื่อยืนยันผลการตรวจคัดกรอง และหากผลตรวจยืนยันว่าผิดปกติก็จะได้รีบดำเนินการรักษาตั้งแต่ในระยะแรกและมีโอกาสหายขาดได้”

สำหรับผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาต่อนั้น ทางโรงพยาบาลกำแพงเพชร จะรับผิดชอบในการดูแลตามขั้นตอนต่อไป โดย นายแพทย์สมเพ็ง โชคเฉลิมวงศ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลกำแพงเพชร เพิ่มเติมว่า “ในส่วนของโรงพยาบาลกำแพงเพชร ได้มีส่วนร่วมกับโครงการนี้โดยเป็นความร่วมมือลักษณะเครือข่ายโรงพยาบาลพี่ช่วยโรงพยาบาลน้อง ซึ่งหลังจากการตรวจพบว่าใครเป็นมะเร็ง ทางโรงพยาบาลกำแพงเพชรจะรับช่วงไปรักษาและดูแลต่อ โครงการนี้มีประโยชน์กับพี่น้องชาวกำแพงเพชรเป็นอย่างมากเพราะโรคมะเร็งเป็นภัยสุขภาพที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ชาวกำแพงเพชรเสียชีวิต เป็นอันดับต้นๆ ฉะนั้นถ้าเรามีการคัดกรองที่ดี เราก็จะทำการรักษาได้ทันท่วงที ทำให้ประชาชนได้เข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น”

นับเป็นอีกหนึ่งโครงการด้านสาธารณสุขที่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และหน่วยงานพันธมิตร ด้านสาธารณสุขได้ร่วมกันขับเคลื่อนการทำงานเพื่อมุ่งหวังให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงการดูแลรักษาที่ดีและมีความรู้ในการป้องกันโรคและดูแลสุขภาพตนเอง

สายกินปักหมุด!! LINE MAN เปิดฟู้ดอีเว้นท์ ‘ยิมของนักกิน’ รวมร้านอร่อยการันตีรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice

สายกินปักหมุด!! LINE MAN เปิดฟู้ดอีเว้นท์ ‘ยิมของนักกิน’  รวมร้านอร่อยการันตีรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice

สายกินปักหมุด!! LINE MAN เปิดฟู้ดอีเว้นท์ ‘ยิมของนักกิน’ รวมร้านอร่อยการันตีรางวัล LINE MAN Wongnai Users’ Choice

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

LINE MAN จัดงาน “FOODIES G.Y.M. (Go Yummy Market)” Presented by LINE MAN Wongnai Users’ Choice เนรมิต EMSPHERE ให้กลายเป็น “ยิมของนักกิน” ชวนเหล่า Foodies เช็คอินความอร่อย เอาใจแฟนด้อมควง “ปอนด์-ภูวินทร์” และ “แก๊ง Love Sick 2024” มาเสิร์ฟความฟิน พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมพิเศษ และลุ้นรับส่วนลดจาก LINE MAN ระหว่างวันที่ 7-9 มีนาคม 2568 

พบไฮไลท์ร้านอร่อยรีวิวดีที่พร้อมเสิร์ฟให้ “ออกกำลังกิน” แบบเต็มที่ชวนคุณมาปลดล็อกความอร่อยและความสนุกแบบจัดเต็มกับ “FOODIES G.Y.M. (Go Yummy Market)” Presented by LINE MAN Wongnai Users’ Choice ที่ขนทัพ 14 ร้านอาหาร ได้แก่ Bonnana, เปลว, ครัวบ้านพี่เอ, Seven Suns, NANA Coffee Roaster, HOLIDAY PASTRY, PLANTIFUL, The Summer Coffee Company, KENNY’S, Pasta Chula, เนื้อเหนือ NEUA.NEUR.BKK, Charlee & Friends, Have a FOOD Day, และ Roller Toasters พลิกโฉมพื้นที่ใจกลาง EMSPHERE และ BTS พร้อมพงษ์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ออกกำลังกิน” ให้กลายเป็นโซน Barbell Donut, LockerEatallation, Tennis Waffle Court,Baguette Bowling, Basketball Sundaeสู่แลนด์มาร์คจุดถ่ายรูปสุดครีเอทีฟ หรือจะเอนจอยกับ Photo Booth ให้สายโซเชียลต้องมาเช็คอิน 

นอกจากนี้ LINE MAN ยังขนความสนุกเอาใจแฟนด้อม ควงคู่จิ้น “ปอนด์-ภูวินทร์” มาเสิร์ฟความฟินในวันที่ 7 มีนาคม ตั้งแต่เวลา 17.00-18.00 น. และ “แก๊ง Love Sick 2024” นำทีมโดยแอลม่อน, โปรเกรส, โฟล์ค, โตโต้,เอ็นเกจ, สกาย, แฟรี่ และโชค ที่จะมาเสิร์ฟโมเมนต์แบบชาวแก๊งในวันที่ 8 มีนาคม ตั้งแต่เวลา 17.00-18.00 น. พร้อมจัด LIVE สดส่งตรงให้ผู้ชมทางบ้านได้ใกล้ชิดกันแบบติดจอ พร้อมด้วยกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

รับส่วนลดจาก LINE MAN ไม่ว่าจะนั่ง LINE MAN RIDE มางาน, สั่ง Pick & Go แล้วรับเลย หรือจะสั่งเดลิเวอรี่  LINE MAN มอบส่วนลดพิเศษสำหรับชาว EM DISTRICT กับบริการ Pick & Go และ Food Delivery ระหว่างวันที่ 7-9 มีนาคมเท่านั้น บริการ Pick & Go สั่งและรับอาหารที่ร้าน เพียงกรอกโค้ด “EMPICK” รับส่วนลด 25% ลดสูงสุด 50 บาท เมื่อมียอดสั่งซื้อขั้นต่ำ 70 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) ใช้ได้เฉพาะใน EM DISTRICT และ 14 ร้านอาหารที่ร่วมงานเท่านั้น

บริการ Food Delivery สั่งอาหารส่งตรงถึงบ้าน เพียงกรอกโค้ด “EMFOODGYM” เพื่อรับส่วนลด 20% ลดสูงสุด 100 บาท เมื่อมียอดสั่งซื้อขั้นต่ำ 400 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) ใช้ได้เฉพาะใน EM DISTRICT และ 14 ร้านอาหารที่ร่วมงานเท่านั้น

สำหรับผู้ที่เดินทางไป EMSPHERE รับส่วนลดจากการใช้บริการเรียกรถ LINE MAN RIDE Eco สำหรับลูกค้าใหม่กรอกโค้ด “NEMECO” รับส่วนลด 60% ลดสูงสุด 100 บาท* และลูกค้าปัจจุบันกรอกโค้ด “EMECO” รับส่วนลด 25% ลดสูงสุด 50 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) สามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมในงาน หรือบริเวณ BTS พร้อมพงษ์ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายรูปเช็คอิน Eatallation จุดต่างๆ หรือเล่นเกมลุ้นรับรางวัล จาก LINE MAN รับส่วนลด 30% ลดสูงสุด 80 บาท เมื่อมียอดสั่งซื้อขั้นต่ำ 200 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) ใช้ได้เฉพาะในร้านค้าใน EM DISTRICT ได้แก่ EMSPHERE, EMPORIUM และ EMQUARTIER และ 14 ร้านอาหารที่ร่วมงานเท่านั้น

เตรียมตัวให้ฟิต! แล้วพบกันที่งาน “FOODIES G.Y.M. (Go Yummy Market)” Presented by LINE MAN Wongnai Users’ Choice ในวันที่ 7-9 มีนาคมนี้ ที่ EM Market Hall ชั้น G ศูนย์การค้า EMSPHERE ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/linemanth/ 

เดอะไนน์ พระราม 9 จับมือ มศว โชว์ผลงาน ‘ไนน์’ จุดเช็คอินแห่งใหม่ เอาใจสายอาร์ตรักษ์โลก

เดอะไนน์ พระราม 9 จับมือ มศว โชว์ผลงาน ‘ไนน์’  จุดเช็คอินแห่งใหม่ เอาใจสายอาร์ตรักษ์โลก

เดอะไนน์ พระราม 9 จับมือ มศว โชว์ผลงาน ‘ไนน์’ จุดเช็คอินแห่งใหม่ เอาใจสายอาร์ตรักษ์โลก

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ศูนย์การค้าในเครือ เอ็ม บี เค เอาใจสายรักษ์โลก ตอกย้ำความเป็นองค์กรไทยหัวใจสีเขียว เปิดพื้นที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับศิลปินรุ่นใหม่ โดยความร่วมมือกับคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร สร้างสรรค์ประติมากรรมจากวัสดุรีไซเคิล ด้วยการนำขวดน้ำพลาสติกที่ใช้แล้ว ขยะที่พบเห็นได้ทั่วไป มาดัดแปลง แปรรูป สร้างสรรค์เติมชีวิตจนเกิดเป็น “ไนน์” (Nine) ประติมากรรมรีไซเคิลสุดคิ้วท์สีสันสดใส นอกเหนือจากความสวยงามสีสันสะดุดตา ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กลายเป็นจุดเช็คอินแห่งใหม่ของสายอาร์ตรักษ์โลก

พุทธชาด ศรีนิศากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 เป็นคอมมูนิตี้มอลล์ ที่ถูกออกแบบให้เหมือนหมู่บ้านที่เน้นความเป็นธรรมชาติ อบอุ่น สะท้อนแนวคิด CLUB of NEIGHBOR คลับสำหรับเพื่อนที่รู้ใจซึ่งตรงบุคลิกกับ “ไนน์” สุนัขสายพันธุ์เฟรนช์บูลด็อกที่มีความขี้เล่น สดใส ร่าเริงและเป็นมิตรสื่อถึงการต้อนรับที่อบอุ่น โดยการนำเสนอผ่านท่าทางที่ผ่อนคลาย สะท้อนถึงความสบายใจและความไว้วางใจ เช่นเดียวกับประสบการณ์ที่ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ได้มอบให้กับลูกค้าทุกท่าน และยังเป็นศูนย์การค้า Pet Friendly ที่ต้อนรับคนรักสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

สำหรับ “ไนน์” (Nine) ผลงานของทีมนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว ได้รับแรงบันดาลใจจากลักษณะคาแร็กเตอร์ของศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลล์สามารถพาสัตว์เลี้ยงเข้าได้ เอาใจเหล่าทาสทั้งหลาย ไม่ว่าจะสายช็อปปิ้ง หรือนั่งชมวิวชิลๆ ก็สามารถพาน้องหมาน้องแมวมาเดินเล่น พักผ่อน หย่อนใจได้ด้วย พร้อมตีโจทย์ของการสร้างสรรค์งานศิลปะจาก ขยะเหลือใช้ที่เกิดขึ้นภายในศูนย์การค้าอย่างขวดพลาสติก PET จำนวนกว่า 2,000 ขวด จนเกิดเป็นผลงานสุดอาร์ต “ไนน์” สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจสร้างสรรค์ในการนำวัสดุรีไซเคิลกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ประติมากรรมนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความร่วมมือเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนที่ได้พบเห็น เกิดความตระหนักถึงคุณค่าของการรักษ์โลกและการสร้างสิ่งที่ดีให้กับสังคมด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่สิ้นสุด

สายอาร์ตรักษ์โลก ต้องไม่พลาดกับจุดเช็คอินแห่งใหม่ พบกับไนน์ ได้ที่บริเวณทางเข้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 นำสัตว์เลี้ยงที่คุณรักมาร่วมชม แชะ แชร์โมเมนต์ความประทับใจกับผลงานของนิสิต มศว ศิลปินรุ่นใหม่ผู้ออกแบบภายใต้แนวคิดสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติ และการรักษ์โลก มาเริ่มต้นเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นงานศิลปะที่มีคุณค่าในสังคม

‘ไข้อีดำอีแดง’ โรคติดต่อในเด็กที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

‘ไข้อีดำอีแดง’ โรคติดต่อในเด็กที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

‘ไข้อีดำอีแดง’ โรคติดต่อในเด็กที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 05.00 น.

ผื่นแดง ไข้สูง ลิ้นแดง สัญญาณเตือนภัยของ “ไข้อีดำอีแดง” ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม โรคที่อาจดูคล้ายไข้หวัด มีผื่นทั่วไป แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่ส่งผลต่อหัวใจและไต เช่น โรคหัวใจรูมาติก หรือไตอักเสบ

นายแพทย์สุรวัช หอมวิเศษ กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันโรงพยาบาลเวชธานี ให้ข้อมูลว่า ไข้อีดำอีแดง (Scarlet Fever) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus pyogenes หรือ Group A Streptococcus (GAS) ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคคออักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อนี้สามารถผลิตสารพิษที่ทำให้เกิดผื่นแดงทั่วร่างกายและลิ้นแดงคล้ายสตรอว์เบอร์รี่ ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของไข้อีดำอีแดง

โรคไข้อีดำอีแดง สามารถติดเชื้อผ่านละอองฝอยในอากาศ การไอ จาม หรือพูดคุยใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ สัมผัสสารคัดหลั่งที่ปนเปื้อนเชื้อ การใช้สิ่งของร่วมกัน

กลุ่มที่พบโรคนี้ได้บ่อยคือ เด็กอายุ 5-15 ปี โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในที่แออัด เช่น โรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกัน โดยมีอาการดังนี้ ไข้สูง ผื่นแดง ลักษณะเป็นเม็ดเล็ก คล้ายกระดาษทราย เกิดได้ที่ลำตัว คอ แขนและขา ลิ้นแดงคล้ายผลสตรอว์เบอร์รี่ (Strawberry tongue)

หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม โรคนี้จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น ไข้รูมาติก (Rheumatic fever) ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ, ลิ้นหัวใจอักเสบ,
ข้ออักเสบ และภาวะไตอักเสบจากเชื้อสเตรปโตคอคคัส (Post-streptococcal glomerulonephritis) โรคไข้อีดำอีแดงสามารถรักษาด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ ยาลดไข้และยาบรรเทาอาการ ดื่มน้ำ พักผ่อนให้เพียงพอ และแยกของใช้ส่วนตัวเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ

สามารถป้องกันโรคด้วยสุขอนามัยที่ดีได้ ควรเริ่มจากการล้างมือ หลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกัน และรีบพบแพทย์หากมีอาการต้องสงสัย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากไข้อีดำอีแดงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แพทย์ดังอัพเดทเทรนด์ความงามมาแรง ในงานเปิดตัว ‘โปรไฟโล’

แพทย์ดังอัพเดทเทรนด์ความงามมาแรง ในงานเปิดตัว ‘โปรไฟโล’

แพทย์ดังอัพเดทเทรนด์ความงามมาแรง ในงานเปิดตัว ‘โปรไฟโล’

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.06 น.

Alma ผู้นำระดับโลกด้านเวชศาสตร์ความงามและเลเซอร์ เปิดตัว โปรไฟโล (Profhilo®) ที่มาพร้อมเทคโนโลยีปรับโครงสร้างผิว (Bio-Remodeling) สู่ตลาดความงามไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมเฉลิมฉลองความสำเร็จในระดับโลกที่มี มากว่า 10 ปี  ในงาน Alma Lasers (Thailand) Ltd. Gala Dinner Launching Night” โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.พญ. รังสิมา วณิชภักดีเดชา หัวหน้าภาควิชาตจวิทยาและหัวหน้าสาขาตจศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลดร.เอดิตตา บุตตูรา ดา ปราโต (ศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียลอิตาลี) วิทยากร
ให้ข้อมูลประจำ IBSA ที่ให้คำปรึกษาและบรรยายในระดับนานาชาติดร.พญ.พลินี รัตนศิริวิไล แพทย์ที่ปรึกษาศูนย์ผิวหนัง และความงาม รพพญาไท และ 2, นายอลอน ซีโอนิท ประธาน Alma Thailand และแพทย์ความงามชื่อดังจากทั่วประเทศ ตลอดจนเซเลบริตี้ และอินฟลูเอนเซอร์สายบิวตี้ร่วมงานคับคั่ง  ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพผิวของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและยั่งยืน

เทรนด์ความงามเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย พร้อมกับความก้าวหน้าทางการแพทย์และเทคโนโลยีความงามที่ล้ำหน้าขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามต่างให้ข้อมูลตรงกันว่า ผู้บริโภคยุคใหม่มุ่งเน้นความเป็นธรรมชาติ ยั่งยืน และหลีกเลี่ยงการฉีดสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งผลิตภัณฑ์ปรับโครงสร้างผิวโปรไฟโล (Profhilo®) เป็นผลิตภัณฑ์จากสวิตเซอร์แลนด์ที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของประเทศไทย ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี NAHYCO® ที่จดสิทธิบัตร และเทคโนโลยี Bio-Remodeling  ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมในต่างประเทศมากว่า 10 ปีสามารถนำมาใช้ได้ทั้งแบบป้องกันและฟื้นฟู (Regenerative Medicine) ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้นและทำงานได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการป้องกันริ้วรอยก่อนวัย หรือคนที่เริ่มมีสัญญาณแห่งวัย

ศ.ดร.พญ. รังสิมา วณิชภักดีเดชา หัวหน้าภาควิชาตจวิทยาและหัวหน้าสาขาตจศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการนวัตกรรมการปรับโครงสร้างผิวล่าสุด หรือ Bio-Remodeling ว่า “เทรนด์ของการดูแลคุณภาพผิวในยุคนี้ ผู้บริโภคเริ่มหลีกเลี่ยงการใช้สารแปลกปลอมเพื่อเพิ่มวอลลุ่ม เพราะหากเติมมากเกินไปก็จะดูแปลกและให้ผลลัพธ์ที่ไม่คงทน ดังนั้นการฟื้นฟูการทำงานของเซลล์ผิวตามธรรมชาติจึงได้รับความสนใจมากกว่า ซึ่งแนวคิดของ Bio-Remodeling คือการปรับสมดุลผิว กระตุ้นให้เซลล์ผิวกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เปรียบเสมือนเซลล์ผิวของวัยหนุ่มสาว ซึ่งคีย์หลักของเทคโนโลยีนี้คือการใช้กรดไฮยาลูโรนิกที่เกาะกันเป็นพิเศษ เมื่อฉีดเข้าสู่ผิวแล้วสามารถกระจายตัวในชั้นผิวได้ดี ทำให้ไม่ต้องฉีดหลายจุด จึงลดความเจ็บและทำให้เกิดแผลน้อยลง ถือเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ผู้รับบริการที่ต้องการผลลัพธ์แลดูเป็นธรรมชาติ และการปรับปรุงคุณภาพผิวอย่างยั่งยืนในระยะยาว”

 ดร.พญ.พลินี รัตนศิริวิไล แพทย์ที่ปรึกษาศูนย์ผิวหนังและความงาม โรงพยาบาลพญาไท และ 2 กล่าวว่า ปัจจุบันเทรนด์ความงามเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ผู้คนหันมาให้ความสนใจกับแนวทาง ‘Natural Beauty’ มากขึ้น หรือพูดง่าย ๆ คือการดูแลตัวเองให้สวยขึ้น แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้โดยไม่ดูโป๊ะ ซึ่งเป็นเทรนด์ต่อเนื่องมาจาก 10-20 ปีก่อนที่ฟิลเลอร์เป็นหัตถการยอดนิยม แต่เมื่อเทคโนโลยีการแพทย์พัฒนาขึ้นกระแสนิยมความงามก็เริ่มเปลี่ยนไป โดยหลายคนเริ่มกลัว “Overfilled Syndrome” หรือภาวะที่ใบหน้าดูบวมเกินไปจากการฉีดสารเติมเต็ม ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่ดู
เป็นธรรมชาติ ที่ไม่ต้องกังวลถึงผลข้างเคียงในระยะยาว หรือความเสี่ยงจากสารแปลกปลอมที่ฉีดเข้าสู่ร่างกาย พวกเขาจึงมองหาวิธีการที่ปลอดภัย เป็นธรรมชาติ และยังสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นแนวทางที่เรียกว่า ‘Subtle but significant’”

ดร.เอดิตตา บุตตูรา ดา ปราโต (ศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล, อิตาลี) วิทยากรให้ข้อมูลประจำ IBSA ที่ให้คำปรึกษาและบรรยายในระดับนานาชาติ ได้แชร์ประสบการณ์การใช้ Profhilo ในผู้รับบริการทั่วโลกว่า “เป้าหมายหลักของโปรไฟโล คือการกระตุ้นเซลล์ให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น  ช่วยเปลี่ยนแปลงกระบวนการเสื่อมของผิวและชั้นหนังแท้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่เพิ่มปริมาตรให้ผิวหน้า เพราะ โปรไฟโลไม่ใช่สารเติมเต็ม (Filler) แต่คือผลิตภัณฑ์ Bio-Remodeling ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่  นอกจากนี้ยังมีการนำโปรไฟโลไปใช้ในหลายสาขาทางการแพทย์ เช่น การรักษารอยแผลเป็นจากสิว (Acne Scars), โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) และยังมีการศึกษาในด้านนรีเวชวิทยา (Gynecology) เช่น การฟื้นฟูเยื่อบุภายในทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์  ดังนั้นโปรไฟโลจึงเป็นนวัตกรรมที่ช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเชื่อว่ายังมีอะไรอีกมากมายที่เราจะค้นพบจากผลิตภัณฑ์นี้ในอนาคต”

สรุป ผลลัพธ์จากโปรไฟโล (Profhilo®) ที่แตกต่างและเป็นตัวเลือกของผู้บริโภคยุคใหม่

กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวแน่นกระชับและลดริ้วรอยอย่างเป็นธรรมชาติ

ฟื้นฟูโครงสร้างผิวทุกระดับชั้น ตั้งแต่ลึกถึงตื้น (Bio-Remodeling)

เพิ่มความชุ่มชื้นสูงสุด ด้วย HA เข้มข้น ให้ผิวดูฉ่ำโกลว์ สุขภาพดี

ลดปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยบริเวณใบหน้าและลำคอ ด้วยคุณสมบัติที่กระจายตัวได้ดี ไม่เป็นก้อน

ช่วยฟื้นฟูรอยแผลเป็นและหลุมสิว จากการกระตุ้นเซลล์ Keratinocyte

ออกฤทธิ์ยาวนาน 6-12 เดือน โดยไม่ต้องใช้สารเคมีเพื่อเชื่อม HA ลดความเสี่ยงต่อการแพ้ บวม หรือแดง

เจ็บน้อย ฉีดเพียง จุดต่อข้าง เมื่อเทียบกับฟิลเลอร์หรือสกินบูสเตอร์ทั่วไปที่ต้องฉีดมากกว่า 30 จุด

งานเปิดตัว Profhilo® ในประเทศไทยจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีตัวแทนแพทย์ชั้นนำในวงการความงาม อาทิ แพทย์หญิงอัญชลี อมรรุ่งมีธรรม ผู้บริหาร Anjali Clinic, นายแพทย์ศิวะดล เลิศพรภวิชญ์ Head of Medical Specialist รัสภูมิคลินิค, แพทย์หญิงปรณีย์ ฉัตรธานี Hospital & Clinic Aesthetic Physician, Apex และแพทย์หญิงพิมพิดา วรัญญรัตนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SLC Group ร่วมเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคนิคใหม่ ๆ โดยมีแพทย์ความงามและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 250 ท่าน และได้รับความสนใจจากเซเลบริตี้ อาทิ คุณมูนา อัล ซารูณีย์ และบิวตี้อินฟลูเอนเซอร์ที่มาร่วมสัมผัสนวัตกรรมความงามแห่งอนาคต  ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก Bowkylion ที่มาร่วมสร้างสีสันและความประทับใจให้กับงาน

เปิดประสบการณ์ย้อนวัยผิว สู่ผิวสุขภาพดีไปอีกขั้นกับ Profhilo® ได้แล้ววันนี้ที่คลินิกความงามชั้นนำทั่วประเทศ

‘ห้างเซ็นทรัล’ ยืนหนึ่ง! ช้อปปิ้งเดสติเนชันทุกซีซัน เสิร์ฟ ‘Central Summer Fest 2025’

‘ห้างเซ็นทรัล’ ยืนหนึ่ง! ช้อปปิ้งเดสติเนชันทุกซีซัน เสิร์ฟ ‘Central Summer Fest 2025’

‘ห้างเซ็นทรัล’ ยืนหนึ่ง! ช้อปปิ้งเดสติเนชันทุกซีซัน เสิร์ฟ ‘Central Summer Fest 2025’

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.59 น.

กระตุ้นพลังช้อปรับไฮซีซั่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล มุ่งมั่นสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่เพื่อนักช้อป ตอกย้ำความเป็นผู้นำแห่งการเป็นช้อปปิ้งเดสติเนชัน ล่าสุด! เตรียมเปิดแคมเปญใหญ่รับหน้าร้อนกับ “Central Summer Fest 2025” (เซ็นทรัล ซัมเมอร์ เฟส) ยกระดับประสบการณ์ช้อปเพื่อลูกค้าทุกสไตล์ให้เพลิดเพลินไปกับสีสันซัมเมอร์ อัปเดตเทรนด์แฟชั่นคอลเลคชั่นใหม่ก่อนใคร ด้วยการผนึกแบรนด์ไทยและแบรนด์ดังชั้นนำระดับโลก ทั้งหมวดบิวตี้ แฟชั่น โฮม สินค้า แม่และเด็ก ทุกชั้น ทุกแผนก จัดเต็มข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูชีฟเฉพาะงานนี้ ปักธงศูนย์กลางจุดนัดพบที่รองรับความต้องการลูกค้าทุกเซกเมนต์ของชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา และทุกแพลตฟอร์มช้อปปิ้งของห้าง ระหว่างวันที่ 5 มีนาคม 2568 – 1 พฤษภาคม 2568

ณัฐธีรา บุญศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “ซัมเมอร์นี้ ห้างเซ็นทรัลจัดแคมเปญ ‘Central Summer Fest 2025’ อย่างยิ่งใหญ่ จับมือแบรนด์ชั้นนำในทุกหมวดหมู่เพื่อให้ลูกค้าได้ช้อปสินค้าแฟชั่นคอลเลคชั่นใหม่ควบคู่ไปกับกิจกรรมสุดพิเศษ และดีลที่คุ้มค่ามากที่สุดท่ามกลางบรรยากาศห้างเซ็นทรัลทุกสาขาที่ตกแต่งเพิ่มมู้ดความคึกคักให้มาช้อปแล้วสนุกขึ้น มอบประสบการณ์ในธีมใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ รองรับลูกค้าช่วงไฮซีซั่นไตรมาส 1 ต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 2 ที่นับเป็นช่วงพีคสุดของรีเทลอีกช่วงหนึ่งเพราะมีทั้งวันหยุดปิดเทอมของเด็กๆ บางคนใช้วันหยุดพักร้อนไปทริปต่างๆ และมาช้อปปิ้งใช้เวลากับคนพิเศษที่ห้าง โดยปีนี้เราตั้งเป้ายอดขายโตขึ้น 15% โดยมีกลุ่มสินค้าขายดี ได้แก่ สินค้าแฟชั่น แว่นตา ชุดว่ายน้ำ หมวก, กลุ่มสินค้าบิวตี้ อย่าง ครีมกันแดด ลิปสติก รวมไปถึงสินค้าโฮม หรือแกดเจต เราหวังว่าอีเว้นต์ โปรโมชัน การตกแต่งห้างที่เราตั้งใจทำอย่างดีที่สุดจะได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าดีเช่นเคยและมีทราฟฟิคเพิ่มขึ้นจากเหล่านักช้อปทั้งไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันเรามีฐานลูกค้าต่างชาติมาจากประเทศ รัสเซีย, จีน, กลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง และยุโรป & เมียนมา (ตามลำดับ)”

แคมเปญ “Central Summer Fest 2025” สร้างสรรค์ขึ้นจากความเข้าใจเชิงลึกในทุกความต้องการของลูกค้าด้วย  3 จุดแข็ง ได้แก่ Fashion Destination อัปเดตเทรนด์ซัมเมอร์ก่อนใครชูความเป็นผู้นำด้านแฟชั่นที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลให้ลูกค้าได้พบกับสินค้าคอลเลกชั่นใหม่และไอเทมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และยังมีโซนพิเศษอย่าง “Central Songkran Market” ที่ได้รวบรวมสินค้ามาใช้ช้อปได้ง่ายๆ ในจุดเดียวเป็นพื้นที่นำเสนอผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยสไตล์โมเดิร์นสู่สายตานักช้อปชาวไทยและต่างชาติ Hangout Spot สุดชิค ที่จะมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้ลูกค้าด้วยการแท็กทีมเหล่าคนดัง อาทิ วันที่ 11 มีนาคม 2568 ชั้น G Songkran Market ห้างเซ็นทรัลชิดลม จุดประกายแรงบันดาลใจงานโมเดิร์นคราฟกลางกรุง พบ นานิ หิรัญกฤษฎิ์ ช่างคำ นักแสดงชื่อดังที่จะมาร่วมอัปเดตเทรนด์แฟชั่นในช่วงซัมเมอร์ ทำเวิร์กชอปพิเศษอย่างการทำกระเป๋าและตุ๊กตาจากผ้าขาวม้าและกิจกรรมสนุกๆ อีกมากมาย พร้อมชมไลฟ์สดได้ด้วยทาง Facebook และ YouTube: CentralDepartmentStore,วันที่ 8 เมษายน 2568 พบกับอีเว้นต์แห่งปีที่ห้างเซ็นทรัลชิดลมกับ “Central Summer Music Experience” พบไฮไลต์สุดพิเศษจากศิล ปินมากความสามารถ “The Paradise Bangkok” ร่วมกับศิลปินชั้นนำ กิจกรรม สุดเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ การออกแบบเสื้อยืดซัมเมอร์สุดเก๋ที่สะท้อนวัฒนธรรมความสนุกมีชีวิตชีวา ร่วมสนุกกับกิจกรรม “Summer Scent Perfume” เวิร์กชอปการสร้างกลิ่นน้ำหอมในแบบฉบับของตัวเอง พร้อมรับเครื่องดื่มสูตรพิเศษจากแบรนด์ Silpin ที่รังสรรค์เมนูใหม่เพื่อเสิร์ฟในงานนี้โดยเฉพาะ และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

มาเช็คอิน “Songkran Market” ชั้น G ห้างเซ็นทรัลชิดลม พบกับสินค้าท้องถิ่นที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีและยังได้ช่วยส่งเสริมความสามารถของคนในท้องถิ่น สร้างชุมชนที่เข้มแข็ง ทั้งสินค้าแฟชั่น ศิลปะ หนังสือ ของตกแต่งบ้าน อาหาร ดนตรี และผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์โดยศิลปินและนักออกแบบที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านงานฝีมือท้องถิ่น อาทิ “ผ้าขาวม้า ป๊อปอัพสโตร์” สัมผัสประสบการณ์การทำผ้าขาวม้าจากบ้านกุดจิก จังหวัดสกลนคร ตำนานแห่งการสร้างสรรค์ผ้าขาวม้าที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม  อาทิ GOOD GOODS, The Only Market Bangkok, Tisi Tisai, Wood And Mountain, Suchai Craft  ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 20 มีนาคม 2568

ชมผลงานศิลปะ “The Art Of Summer With Palailink” ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม จากศิลปินไทยมาแรง พิงก์ ศศิธร ที่ยกแกเลอรีมาให้ทุกคนได้ชมผลงานแบบใกล้ชิดจนถึงวันที่ 20 มีนาคม 2568 พร้อมเวิร์กชอป “Mai Pen Rai Bag Workshop” ชวนทำกระเป๋าผ้าสุดเก๋จากผ้าลายพิเศษที่มีเพียงใบเดียวสำหรับคุณ (เมื่อช้อปครบ 1,000 บาท/สิทธิ์มีจำนวนจำกัด/เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์) และ เวิร์กชอปทำ “กระเป๋าลายพิมพ์” และ “พวงกุญแจ” ที่เลือกเองได้ (เมื่อช้อปครบ 2,000 บาท/สิทธิ์ มีจำนวนจำกัด /เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์) พร้อมกิจกรรมอื่นๆ เช่นดื่มด่ำไปกับรสชาติเมนูเครื่องดื่มสุดพิเศษจาก “Sad Bar” ป๊อปอัพบาร์เคลื่อนที่ที่จะปลดปล่อยความเศร้าเป็นความสนุก (เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ตลอดแคมเปญ) ,สายแดนซ์ห้ามพลาด! กับ“Summer Music Playlist” มันส์ไม่หยุดกับจังหวะดนตรีสนุกๆ จากดีเจสุดฮอตที่มาสร้างความบันเทิงพร้อม Playlist มันส์ๆ รับซัมเมอร์ ชวนร่วมสนุกกับเวิร์กชอปงานหัตถกรรมจากภูมิปัญญาอันล้ำค่าของเมืองไทย ที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม, เซ็นทรัลเวิลด์, ลาดพร้าว, ปิ่นเกล้าและบางนา อาทิ “กระเป๋าผ้า” , ครีเอท “ตุ๊กตาหมี” สุดน่ารัก และยังเพิ่มดีกรีความมันส์ไปกับ “DJ TALON TOUR” ตลอดแคมเปญ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้ทาง Central Department Store | Facebook

พลาดไม่ได้กับโปรโมชันสุดคุ้มค่า “Cool Down with Hot Deal” ช้อปดับร้อนด้วยดีลฮอตและสิทธิพิเศษในทุกแพลตฟอร์มของการช้อปปิ้งของห้างเซ็นทรัล และสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตชั้นนำ เมื่อใช้จ่ายผ่านครบตามเงื่อนไขที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา

ตลอดซัมเมอร์นี้ห้ามพลาด! แคมเปญ “Central Summer Fest 2025” ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 หรือช้อปง่ายทุกที่ ทุกเวลา ผ่านช่องทางช้อปปิ้งสุดพิเศษทั้ง Central App, เว็บไซต์ http://www.central.co.th, Central Chat & Shop ช้อปและแชตผ่านไลน์ @Centralofficial และบริการ Central Personal Shopper On Demand โทร.1425 ผู้ช่วยช้อปส่วนตัว รวมถึงช้อปผ่านเฟซบุ๊กเพจและอินบ็อกซ์ของ Facebook page: Central Department Store  และอย่าลืมแฮชแท็กความสนุกที่ #CentralDepartmentStore #CentralSummerFest2025

040

ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี

ณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี

เอ็น.ซี.ซี. เปิดเลนส์สู่โลกใต้ทะเล ในกิจกรรมประกวดภาพถ่าย ชิงรางวัลกว่า 400,000 บาท

เอ็น.ซี.ซี. เปิดเลนส์สู่โลกใต้ทะเล ในกิจกรรมประกวดภาพถ่าย ชิงรางวัลกว่า 400,000 บาท

เอ็น.ซี.ซี. เปิดเลนส์สู่โลกใต้ทะเล ในกิจกรรมประกวดภาพถ่าย ชิงรางวัลกว่า 400,000 บาท

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.20 น.

บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ขอเชิญชวนผู้รักการดำน้ำและการถ่ายภาพใต้น้ำเข้าร่วมแข่งขันครั้งสำคัญ กับการประกวด “18th TDEX UNDERWATER PHOTO CONTEST” และ “2nd TDEX UNDERWATER MOMENT VIDEO CONTEST” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อค้นหาสุดยอดผลงานภาพถ่ายและวิดีโอใต้น้ำที่สร้างสรรค์และโดดเด่น พร้อมชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 400,000 บาท โดยการแข่งขันครั้งนี้มุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และการแบ่งปันประสบการณ์การดำน้ำอันน่าประทับใจของผู้ร่วมแข่งขัน ซึ่งปีนี้ได้เพิ่มการประกวดชิงรางวัลประเภทใหม่ เพื่อเป็นการยกระดับการประกวดให้มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น และเน้นย้ำถึงความสวยงามและความสมบูรณ์ของโลกใต้น้ำ ตลอดจนกระตุ้นจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางท้องทะเลให้คงอยู่อย่างยั่งยืน โดยได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ digitalay ผู้ผลิต Content ด้านการดำน้ำระดับแนวหน้าของไทย

ในส่วนของ “18th TDEX UNDERWATER PHOTO CONTEST” ได้กำหนดหัวข้อการประกวดไว้ 4 ประเภท เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าประกวดนำเสนอความสวยงามและความหลากหลายของโลกใต้ทะเลอย่างเต็มที่ ได้แก่

1.Underwater Animal Portrait: ภาพถ่ายใต้น้ำที่เน้น Subject ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลเป็นหลัก โดยต้องแสดงรายละเอียด โดดเด่น และถ่ายทอดความงามของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลนั้น ๆ

2.Underwater Animal in their Environment: ภาพถ่ายที่นำเสนอสัตว์ทะเลในถิ่นที่อยู่จริง ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับระบบนิเวศธรรมชาติ

3.Human & Underwater Nature: ภาพถ่ายที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมใต้น้ำ สื่อถึงการอยู่ร่วมกัน การผจญภัย รวมถึงความเคารพต่อทะเลและทรัพยากรทางธรรมชาติ

4.Talay Thai Award: รางวัลพิเศษสำหรับภาพถ่ายที่บันทึกในน่านน้ำของประเทศไทย โดยผลงานต้องสื่อถึงความสวยงามของท้องทะเลไทย ควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล

นอกจากการประกวดภาพถ่ายแล้ว ยังมี “2nd TDEX UNDERWATER MOMENT VIDEO CONTEST” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ชื่นชอบการบันทึกวิดีโอใต้น้ำได้โชว์ฝีมือ สร้างสรรค์ผลงานเพื่อเล่าเรื่องราวความมหัศจรรย์ของโลกใต้ทะเลอย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้คนทั่วไปเข้าใจและตระหนักถึงความงดงามของทรัพยากรทางทะเล รวมทั้งปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยผลงานวิดีโอทุกชิ้นจะต้องมีความยาวตรงตามเกณฑ์และสอดคล้องกับหลักจริยธรรมการดำน้ำ

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดกติกา เงื่อนไขการส่งผลงาน ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การตัดสิน รวมถึงขั้นตอนการสมัครได้ที่ https://forms.gle/4UCeYKd47k6NEamW8 และดูรายละเอียดกติกาการประกวดฉบับเต็มได้ที่: https://www.thailanddiveexpo.com/th/act-photo-contest.php

ผลงานที่เข้าร่วมประกวดในปีนี้จะถูกนำมาจัดแสดงให้ผู้ชมงานได้ร่วมชื่นชมและเห็นถึงความสามารถในการถ่ายทอดเรื่องราวใต้น้ำในมิติที่หลากหลาย ทั้งเชิงอนุรักษ์และเชิงสร้างสรรค์ โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในวงการถ่ายภาพใต้น้ำและนักดำน้ำมืออาชีพจะเป็นผู้พิจารณาผลงานในแต่ละประเภทอย่างเข้มงวดและเป็นธรรม เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะเลิศที่เหมาะสมที่สุดกับรางวัลอันทรงเกียรติ รวมทั้งรางวัลอื่น ๆ ที่มีมูลค่ารวมกว่า 400,000 บาท

สำหรับผู้ชนะเลิศจะได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ เงินรางวัล และโอกาสเผยแพร่ผลงานต่อสื่อมวลชนและบุคคลทั่วไปอย่างกว้างขวาง ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ที่รักการดำน้ำและการถ่ายภาพใต้น้ำ รวมถึงช่วยกระตุ้นให้สังคมเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรใต้ทะเลมากยิ่งขึ้น

งาน Thailand Dive Expo ซึ่งจัดพร้อมกับงาน Thailand Golf Expo และ Outdoor Fest 2025 โดยผู้สนใจกีฬาดำน้ำ กอล์ฟ และกิจกรรมไลฟ์สไตล์กลางแจ้ง สามารถเข้าร่วมชมงานและช้อปสินค้าราคาสุดพิเศษได้ระหว่างวันที่ 22-25 พฤษภาคม 2568 เวลา 11.00 – 20.00 น. ณ ฮอลล์ 5-6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)  ครบครันด้วยสาระ ความสนุก และกิจกรรมหลากหลายที่รอให้ค้นหา และร่วมกันสร้างสรรค์โลกใต้ทะเลให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

038

มูลนิธิทีทีบี ร่วมเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ในงาน ttb Networking Workshop

มูลนิธิทีทีบี ร่วมเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ในงาน ttb Networking Workshop

มูลนิธิทีทีบี ร่วมเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ในงาน ttb Networking Workshop

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.13 น.

มูลนิธิทีทีบี เดินหน้าจัดงาน Networking Workshop เปิดพื้นที่เชื่อมโยงเครือข่ายและโอกาสในการสนับสนุนงานด้านการพัฒนาสังคม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งเสริมการสร้างเครือข่าย อาทิ เรียนรู้และแบ่งปันเครื่องมือเพื่อวิเคราะห์ ทบทวนเป้าหมายการทำงานขององค์กร พร้อมแลกเปลี่ยนและหาแนวทางในการทำงานที่ส่งเสริมกันและกัน โดยมีตัวแทนกว่า 20 องค์กรด้านการพัฒนาสังคม ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมขน ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ในด้านต่าง ๆ เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องต่อชุมชนของตัวเองเพื่อร่วมเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

มาริสา จงคงคาวุฒิ หัวหน้ากิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืน ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า “มูลนิธิทีทีบีได้จัดงาน ttb Networking Workshop ต่อเนื่อง และได้รับการตอบรับจากเครือข่ายองค์กรภาคีด้านการพัฒนาสังคมเป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของมูลนิธิทีทีบีในการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับองค์กรเครือข่าย โดยเรามีเป้าหมายต้องการสร้างมิตรภาพและเครือข่ายระหว่างองค์กรที่ทำงานด้านการพัฒนาสังคมได้เรียนรู้และแบ่งปันเครื่องมือ มีการวิเคราะห์ ทบทวนเป้าหมายการทำงานขององค์กร รวมถึงแลกเปลี่ยนและหาโอกาสในการทำงานที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อส่งต่อองค์ความรู้สู่ชุมชน

“ในส่วนของทีทีบีทุก ๆ ปี จะมีอาสาสมัครทีทีบีใช้ความรู้ ทักษะของพนักงานไปทำงานจิตอาสากับชุมชน ตามแนวคิด Make REAL Change ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรในการจุดประกายการ “ให้” คืนสู่ชุมชน โดยในปี 2567 ที่ผ่านมา มีพนักงานเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครกว่า 4,000 คน เกิดโครงการเปลี่ยนชุมชนเพื่อความยั่งยืน 23 โครงการ และตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนโครงการรวมทั้งสิ้นกว่า 280 โครงการ”

อรุณชัย นิติสุพรรัตน์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มจิตอาสาที่ช่วยเยียวยาจิตใจผู้ป่วยระยะสุดท้าย “I SEE U Contemplative Care” ให้ความเห็นว่า การเข้าร่วมงาน ttb Networking Workshop ครั้งนี้ได้ประโยชน์หลายด้าน เช่น การสร้างสัมพันธ์กับเครือข่ายอื่น ๆ โดยองค์กรที่เข้มแข็งอย่างทีทีบี จะสามารถช่วยเติมเต็ม I SEE U ได้ ไม่ว่าการขยายการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสในการพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ การพัฒนาเครื่องมือในการขับเคลื่อนกิจการ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในด้านการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายได้ตามเป้าหมาย ซึ่งการเข้าร่วมงานในครั้งนี้สัมผัสได้ถึงความจริงใจและพลังของมูลนิธิทีทีบีที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างแท้จริง

สอดคล้องกับความเห็นของ พีระพจน์ พลอยแก้ว หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิโรงพยาบาลศรีธัญญา บอกว่า เข้าร่วม ttb Networking Workshop เป็นครั้งที่สองแล้ว สิ่งที่ได้คือ การได้รู้จักเพื่อนจากองค์กรต่าง ๆ และแลกเปลี่ยนความรู้ รวมถึงแนวคิดของแต่ละองค์กร เป็นโอกาสในการเรียนรู้และนำไปปรับใช้ในการพัฒนางานขององค์กร ซึ่งมูลนิธิเชื่อว่าความรู้เป็นทรัพยากรที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดสร้างความยั่งยืนในการทำงานได้ คนยังให้ความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตน้อยมาก จึงอยากสื่อสารให้สังคมตระหนักและเข้าใจมากขึ้น ซึ่งเมื่อ 2 ปีก่อน อาสาสมัครทีทีบีเคยไปช่วยพัฒนาเว็บไซต์ให้ดีขึ้นแล้ว ตอนนี้ยังมีจุดอ่อนเรื่องคอนเทนต์ มองว่าทีทีบีมีองค์ความรู้เรื่องสร้างคอนเทนต์ที่ทันสมัยและน่าสนใจ คิดว่าหากได้องค์ความรู้เพิ่มเติมน่าจะช่วยทำให้คอนเทนต์ที่นำเสนอได้รับความสนใจและได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

ปิดท้ายกับเสียงสะท้อนของ ษรขวัญ ผุดบัวน้อย เจ้าหน้าที่สื่อสารสังคม มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) กล่าวว่า การเข้าร่วมทำกิจกรรมครั้งนี้เป็นประโยชน์มาก ทำให้ได้พบเครือข่ายใหม่ ๆ และเพื่อนร่วมงานที่ทำงานด้วยเป้าหมายเดียวกัน สามารถแลกเปลี่ยนมุมมองและเชื่อมโยงการทำงานระหว่างกันได้ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับเด็ก ซึ่งการมีคอนเน็กชันถือเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงาน เพราะเราไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ การร่วมมือเป็นพันธมิตรกับองค์กรอื่น ๆ จะช่วยเสริมศักยภาพในการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาสู่ความสำเร็จได้

“ขอขอบคุณมูลนิธิทีทีบีที่จัดงาน ttb Networking Workshop ทำให้แต่ละองค์กรได้รู้จักกัน แม้ว่าอาจจะมาจากสายงานที่แตกต่างกัน แต่เราก็มีจุดเชื่อมที่สามารถทำงานร่วมกันได้ และยังมุ่งมั่นกับการส่งเสริมพัฒนาเด็ก สอดคล้องกับเป้าหมายของมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก โดยเราเชื่อว่าการทำให้เด็กเห็นศักยภาพและคุณค่าของตัวเอง การส่งเสริมให้เด็กมีเป้าหมายและมุ่งมั่นในการพัฒนาตัวเอง คือการพัฒนาที่ยั่งยืน” นางสาวษรขวัญกล่าว

มูลนิธิทีทีบี มุ่งมั่นและตั้งใจเดินหน้าจุดประกายเยาวชนและชุมชน เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ติดตามกิจกรรมดี ๆ ต่อได้ที่ https://www.ttbfoundation.org  

038

อรุณชัย นิติสุพรรัตน์

อรุณชัย นิติสุพรรัตน์

ษรขวัญ ผุดบัวน้อย

ษรขวัญ ผุดบัวน้อย

มาริสา จงคงคาวุฒิ

มาริสา จงคงคาวุฒิ

พีระพจน์ พลอยแก้ว

พีระพจน์ พลอยแก้ว

ทีมลำไยเผยเหตุผล คนแห่ซัพพอร์ต’ลำไย ไหทองคำ’หลังเจอดราม่า

ทีมลำไยเผยเหตุผล คนแห่ซัพพอร์ต'ลำไย ไหทองคำ'หลังเจอดราม่า

ทีมลำไยเผยเหตุผล คนแห่ซัพพอร์ต’ลำไย ไหทองคำ’หลังเจอดราม่า

วันพฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.39 น.

สำหรับข่าวดังเรื่องราวความรักของ “ลำไย ไหทองคำ” กับ “ปุ้ย L.กฮ.” และ “บอส” แดนเซอร์คนดัง หลัง บอส แดนเซอร์ ออกมาให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแส ท่ามกลางความสนใจของแฟนคลับ และชาวเน็ตถึงความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น รวมถึง ลำไย ไหทองคำ เองที่ชาวเน็ตตาดีหลายคนเห็นว่าได้เข้ามาดูไลฟ์ของรายการโหนกระแสที่สัมภาษณ์ บอส แดนเซอร์ กับ น.ส.โม อดีตแฟนสาว เมื่อวานนี้ด้วยเช่นกัน 

ล่าสุด เฟซบุ๊กเพจ “ลำไยทีม Lamyaiteam” โพสต์ข้อความระบุว่า

บางคนถามทำไมคนถึงออกมาบอกรัก บอกซัพพอร์ตลำไย แอดคิดว่า

1.ส่วนที่ผิดเค้าก็รับรู้ยอมรับ ก็ว่าไปตามผิด คนเราไม่มีใครดีสมบูรณ์แบบ100%

2.ส่วนที่ลำไยสร้างความดีความชอบไว้มาก สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ คนก็จดจำในสิ่งนี้ ภาพจำดีๆ มีเยอะ

3.ที่ผ่านมาลำไยเป็นเด็กน่ารัก ขยัน อดทน พัฒนาตนเองหลายด้าน จนประสบความสำเร็จ 

4.อีกอย่างคนไทยใจดี น่ารัก คนล้มไม่ข้าม คนที่ผิดพลาด ทุกคนควรได้รับโอกาส คนเราผิดพลาดกันได้ทั้งนั้น

5.คนที่ออกมาบอกรักซัพพอร์ตลำไย แอดเชื่อล้วนแล้วก็ไม่ได้ไปซ้ำเติมฝ่ายไหน

6.คนส่วนใหญ่จะคบจะรักใคร ก็มองหนิว่าข้อดีเค้ามากกว่าข้อเสียไหม ถ้ามีมากกว่าก็ยังรัก (นี่แหละ1เหตุผลที่คนยังยืนหยัดในการรักลำไย)

7.บางคนเสพผลงาน ไม่ได้เสพเรื่องส่วนตัว

8.แอดขอบคุณทุกความรัก ทุกกำลังใจ จากทุกช่องทางด้วยนะคะ