2 ผู้จัดฯ ป้ายแดงเตรียมส่งซีรี่ส์ ‘วัยซ่าส์ท้ามิติ’ ลงจอช่อง 9 MCOTHD

2 ผู้จัดฯ ป้ายแดงเตรียมส่งซีรี่ส์  ‘วัยซ่าส์ท้ามิติ’ ลงจอช่อง 9 MCOTHD

2 ผู้จัดฯ ป้ายแดงเตรียมส่งซีรี่ส์ ‘วัยซ่าส์ท้ามิติ’ ลงจอช่อง 9 MCOTHD

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เรียกได้ว่าเป็นผู้จัดไฟแรงสุดๆสำหรับ บรรจง จันทร์เทพ และ อังคาร ปะระทัง 2 ผู้บริหาร “เดอะลิตเติ้ลบีส์คลับ” เตรียมจัดส่งซีรี่ส์น้ำดี “วัยซ่าส์ท้ามิติ” ลงจอช่อง 9 MCOTHD ในวันศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2568 เวลา 24.00 น. ที่เพิ่งเปิดกล้องถ่ายทำกันไปอย่างรวดเร็ว เอาใจคอซีรี่ส์ที่เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี แถมยังให้แง่คิดในการใช้ชีวิตรวมทั้งยังเป็นซีรี่ส์น้ำดีที่ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยอีกด้วย กำกับการแสดงโดย วลงกรณ์ จับใจ โดยมี ดร.วโรดม ศิริสุข (ชายแฮ็คส์) รับหน้าที่ ที่ปรึกษาของซีรี่ส์เรื่องนี้โดย “บรรจง” เล่าถึง
ที่มาที่ไปของซีรี่ส์เรื่องนี้ว่า

“จงเปิดสถาบันสอนการแสดง การร้อง การเต้น และการดูแลบุคลิกภาพในนามของ “เดอะลิตเติ้ลบีส์คลับ” เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่กล้าแสดงออกมากขึ้น และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้น้องๆ ที่มีความสามารถได้เข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว หลังจากเข้าเรียนที่สถาบันฯ แล้ว เพื่อเป็นการต่อยอดให้นักเรียนที่มาเรียนคอร์สต่างๆ ได้มีประสบการณ์ในทุกๆ ด้านด้วยค่ะ นอกจากนี้ จง ยังต้องการที่จะเผยแพร่วัฒนธรรมไทยที่ดีๆ ให้ทุกคนได้ดู อีกทั้งยังแฝงแง่คิดในเรื่องของการใช้ชีวิต การเลี้ยงลูก การสอนลูกด้วยค่ะ ที่สำคัญเด็กๆ ต้องได้อะไรจากการแสดงและการดูซีรี่ส์เรื่องนี้ด้วย ซึ่งก็เป็นการปลูกฝังเรื่องราวดีๆ ให้กับเด็กๆ ด้วย จงขอขอบคุณ พี่ชายแฮ็คส์ ที่ปรึกษาสถาบัน ที่คอยให้คำแนะนำและปรึกษาในการผลิตซีรี่ส์เรื่องนี้จงขอฝากซีรี่ส์เรื่องนี้ให้กับทุกๆ ท่านด้วยนะคะ ติดตามชม “วัยซ่าส์ท้ามิติ” ศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2568 เวลา 24.00 น. ทางช่อง 9 MCOTHD

‘Daredevil : Born Again’ กลับมาทวงตำนาน พร้อมการต่อสู้เพื่อนครนิวยอร์ก

‘Daredevil : Born Again’ กลับมาทวงตำนาน พร้อมการต่อสู้เพื่อนครนิวยอร์ก

‘Daredevil : Born Again’ กลับมาทวงตำนาน พร้อมการต่อสู้เพื่อนครนิวยอร์ก

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เกือบหนึ่งทศวรรษที่รอคอย “Daredevil : Born Again” กลับมาแล้ว ซีรี่ส์แอ๊กชั่นเรื่องใหม่ล่าสุดจาก Marvel Television ภาคต่อของซีรี่ส์ Daredevil ที่ครองใจแฟนๆ ด้วยฉากแอ๊กชั่นเรท R และเส้นเรื่องดราม่าที่น่าติดตาม ซีซั่นใหม่นี้ยังคงลายเซ็นแอ๊กชั่นสุดเดือด แต่เพิ่มเติมความสดใหม่ด้วยโครงเรื่องที่น่าสนใจจากทีมผู้สร้าง The Punisher, Loki Season 2 และ Moon Knight นี่คือการกลับมาที่แฟนซูเปอร์ฮีโร่และผู้ที่หลงใหลเรื่องราวความขัดแย้งสุดเข้มข้นต้องห้ามพลาด! กำหนดสตรีมบนDisney+ Hotstar ในวันที่ 5 มีนาคมนี้ ทั้งซับไทยและพากย์ไทย

กว่าจะเป็น ศาลเตี้ยในนาม “Daredevil”

นับตั้งแต่การเปิดตัวในปีพ.ศ. 2558 ซีรี่ส์Daredevil โดดเด่นด้วยการเล่าเรื่องที่น่าติดตาม ฉากแอ๊กชั่นที่ถึงพริกถึงขิง และการแสดงที่ยอดเยี่ยม นำโดย Charlie Cox ในบท Matt Murdock และ Vincent D’Onofrio ในบทWilson Fisk หรือ Kingpin ซีรี่ส์นี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับซีรี่่ส์แนวซูเปอร์ฮีโร่ และคงความแปลกใหม่ตลอดสามซีซั่น ไม่ว่าจะเป็นฉากต่อสู้ในทางเดินอันเป็นเอกลักษณ์ของDaredevil ไปจนถึงฉากการขึ้นสู่อำนาจอย่างโหดเหี้ยมของ Kingpin

Matt Murdock สูญเสียการมองเห็นตั้งแต่วัยเด็ก แต่ประสาทสัมผัสอื่นๆ ของเขากลับพัฒนาไปสู่ระดับเหนือมนุษย์ พ่อของเขาถูกฆ่าโดยพวกอันธพาลจึงทำให้แมทท์กลายเป็นเด็กกำพร้า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพิทักษ์ความยุติธรรม แมทท์เติบโตขึ้นโดยการเรียนกฎหมายและฝึกฝนศิลปะการต่อสู้กับ Stick อาจารย์ของเขา จนกลายเป็นนักสู้ที่เก่งกาจและมีประสาทสัมผัสที่เฉียบคม ในเวลากลางวันแมทท์เป็นทนายฝ่ายจำเลยร่วมกับ Foggy Nelson เพื่อนสนิทของเขา แต่ในเวลากลางคืน เขากลับกลายเป็นศาลเตี้ยในนาม Daredevil ที่ใช้ความสามารถของเขาเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมในเฮลส์คิทเช่น นิวยอร์ก ภารกิจแรกๆ ของเขาดันไปขัดแข้งขัดขากับผู้ทรงอิทธิพลอย่าง Wilson Fisk หรือที่รู้จักในชื่อ King Pin

ตลอดการเดินทางทั้งสามซีซั่นแมทท์ เผชิญกับความท้าทายมากมาย รวมถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับ Karen Page คนรักของเขาร่วมต่อสู้เพื่อปกป้องนิวยอร์กไปกับ Elektra Natchios ทุกครา การต่อสู้กับอาชญากรรมทำให้เขาขัดแย้งกับศัตรูร้ายกาจมากมายไม่ว่า จะเป็น Bullseye องค์กรนินจาลึกลับอย่างไรก็ตาม การต่อสู้ในฐานะ Daredevil มีเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างความยุติธรรมและการแก้แค้นเสมอ

“Daredevil : Born Again” นิยามใหม่ของการต่อสู้เพื่อนครนิวยอร์ก

เกือบหนึ่งทศวรรษที่รอคอย “Daredevil : Born Again” กลับมาแล้ว พร้อมกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปและพัฒนาการของตัวละคร Matt Murdock ที่กำลังสร้างสำนักงานกฎหมายของเขาขึ้นใหม่ และ Wilson Fisk ที่แสวงหาอำนาจทางการเมือง ทั้งสองคนพบว่าตัวเองอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ โดยถูกบังคับให้เผชิญหน้ากับอดีตของพวกเขาและนำทางสู่อนาคตที่ไม่แน่นอน ซีซั่นใหม่นี้เล่าเรื่องราวที่แตกต่างจากสามซีซั่นที่ผ่านมา แต่ยังคงสานต่อลายเซ็นแบบฉบับของซีรี่ส์ Daredevil เอาไว้ได้

Dario Scardapane โชว์รันเนอร์ผู้เป็นที่รู้จักจากผลงาน The Punisher ได้เติมมุมมองที่สดใหม่ให้กับ “Daredevil : Born Again”ผสมผสานองค์ประกอบแบบดั้งเดิมเข้ากับเรื่องราวใหม่ๆ “เราอยากเคารพสิ่งที่เคยทำมาก่อน แต่ก็อยากสร้างความโดดเด่นในแบบฉบับตัวเอง เมื่อผมเห็นจุดสุดท้ายที่แต่ละตัวละคร Matt Foggy และ Karen เป็นอยู่ พวกเขาสร้างบริษัทและเขียนเส้นชีวิตของพวกเขาขึ้นใหม่ แต่ผมอยากพาตัวละครเหล่านี้ไปในทิศทางที่ผู้ชมคาดไม่ถึง”

หนึ่งในความสำคัญของซีรี่ส์เรื่องนี้คือกลิ่นอายของนครนิวยอร์ก เพื่อให้ได้ภาพและโทนสีที่ลึกซึ้งถึงอารมณ์ ถ่ายทอดความรู้สึกของเมือง ฉากหลายฉากจึงถูกถ่ายทำในสถานที่จริง “ผมมองว่ามันสำคัญที่ Daredevil จะต้องเป็นฮีโร่ที่ใช้ชีวิตอยู่ในนครนิวยอร์กจริงๆ เราสามารถพบเขาได้ตามท้องถนนของนิวยอร์ก ทั้งในฐานะนักปราบอาชญากรและในฐานะทนายความ เราตระหนักว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในระบบการเมืองและสังคมในสถานที่อย่างนิวยอร์กซิตี้ นั้นโดดเด่นไม่ต่างจากเวิร์สอื่นๆ ของจักรวาลภาพยนตร์ Avengers” — Brad Winderbaum ผู้อำนวยการสร้าง Marvel
Television จาก Marvel Studio เจ้าของผลงานอย่าง Moon Knight และ LokiSeason 2 กล่าว

นอกเหนือจากตัวละครที่น่าสนใจแล้ว “Daredevil : Born Again” ยังพร้อมพาผู้ชมดื่มด่ำไปกับนครนิวยอร์กในเวอร์ชั่นที่สร้างขึ้นอย่างสมจริง ตั้งแต่ห้องโถงของ Gracie Mansion ไปจนถึงถนนที่ขรุขระของ Hell’s Kitchen ทุกรายละเอียดเสริมสร้างโทนสีที่สมจริงและถึงอารมณ์ของซีรี่ส์

‘วิน-เน็ง’เตรียมเซอร์ไพรส์กับเมนูกาแฟแก้วโปรด

‘วิน-เน็ง’เตรียมเซอร์ไพรส์กับเมนูกาแฟแก้วโปรด

‘วิน-เน็ง’เตรียมเซอร์ไพรส์กับเมนูกาแฟแก้วโปรด

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

รวมตัวกันอีกครั้งสำหรับสองหนุ่มคอกาแฟ วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร และ เน๋ง-ศรัณย์ นราประเสริฐกุล ที่เตรียมมาร่วมงาน “NESPRESSO VERTUO PLUS LAUNCH EVENT” เปิดตัวเครื่อง “เวอร์ทูโอ พลัส” เครื่องชงกาแฟรุ่นล่าสุดจากเนสเพรสโซ ซึ่งภายในงานครั้งนี้หนุ่มๆ ยังมีเซอร์ไพรส์กับเมนูกาแฟแก้วโปรดที่เต็มไปด้วยรายละเอียดสุดพิเศษ จะน่าดื่มขนาดไหน แฟนๆ เตรียมรอดูกันได้เลย ในวันศุกร์ที่ 7 มีนาคม 2568 เวลา 11.00 น. ณ โรงแรม Capella Bangkok ห้อง Atelier ชั้น 2

‘Paddington in Peru’ ผลงานหนังเรื่องล่าสุดจาก ‘โซนี่ พิคเจอร์ส’

‘Paddington in Peru’ ผลงานหนังเรื่องล่าสุดจาก ‘โซนี่ พิคเจอร์ส’

‘Paddington in Peru’ ผลงานหนังเรื่องล่าสุดจาก ‘โซนี่ พิคเจอร์ส’

วันพุธ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

“Paddington in Peru : แพดดิงตัน..คุณหมีผจญภัยป่าอะเมซอน” ที่จะมีโปรแกรมการเข้าฉาย 6 มีนาคม ในโรงภาพยนตร์ “โซนี่ พิคเจอร์ส” จัดชุดใหญ่ต้อนรับการมาของหมี เมื่อหมีมาครั้งนี้พร้อม โปสเตอร์เซตแบบสุดกับการผจญภัยในอีกฟากฝั่งที่เคยอยู่ PADDINGTON IN PERU งานหนังผจญภัย
คอเมดี้ ที่ทั้งสนุกและอบอุ่นในหัวใจ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เหมาะสำหรับทุกๆ คนในครอบครัว  

Paddington in Peru ผลงานหนังเรื่องล่าสุดจาก โซนี่ พิคเจอร์ส  ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ความน่ารัก และความตลกขบขันพร้อมสร้างความสุขให้กับผู้ชมทั่วโลกอีกครั้งกับการ
ผจญภัยของหมีแพดดิงตันในป่าอะเมซอน 

เมื่อหมีแพดดิงตันผู้น่ารัก ผู้หลงใหลในแยมส้มค้นพบว่า ป้าลูซี่ที่รักของเขาได้หายตัวไปจากบ้านพักคนชรา เขาและครอบครัวบราวน์จึงออกเดินทางไปยังป่าลึกในเปรู เพื่อตามหาป้าลูซี่ โดยมีเพียงเบาะแสเดียวเท่านั้น นั่นก็คือแผนที่ลึกลับ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะ
ไขปริศนา แพดดิงตันและครอบครัวบราวน์จึงได้ออกเดินทางและเริ่มการผจญภัยสุดระทึกผ่านป่าลึกอะเมซอนเพื่อตามหาป้าลูซี่และขุมสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดในโลก ในการกลับมาอีกของ Paddington ครั้งนี้

นักแสดงยังเป็นทีมคุณภาพเดิม แถมด้วยนักแสดงชั้นนำที่จะมาเซอร์ไพรส์คุณกับบทบาทตัวร้ายของ “อันโตนิโอ บันเดรัส”

“แพดดิงตัน คุณหมีผจญภัยป่าอะแมซอน”

6 มีนาคม ในโรงภาพยนตร์

‘พรีม รณิดา’เผยเรื่องราวชีวิตที่ยิ่งกว่านางเอก กับจุดเปลี่ยนพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่อายุ 14

'พรีม รณิดา'เผยเรื่องราวชีวิตที่ยิ่งกว่านางเอก กับจุดเปลี่ยนพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่อายุ 14

‘พรีม รณิดา’เผยเรื่องราวชีวิตที่ยิ่งกว่านางเอก กับจุดเปลี่ยนพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่อายุ 14

วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568, 21.46 น.

เปิดใจ “พรีม รณิดา” ไม่ต่อสัญญาช่อง! เผยวัยเด็กพ่อ-แม่แยกทาง หาเลี้ยงครอบครัวตั้งแต่อายุ 14 ! 

โบกมือลาอีกรายสำหรับนางเอกสาวลูกครึ่งไทย-อิตาลี พรีม รณิดา ที่ออกมาเปิดใจหลังผันตัวเป็นนักแสดงอิสระหลังอยู่กับสังกัดเก่ามา 13 ปี พร้อมเปิดเผยเรื่องราวชีวิตที่ยิ่งกว่านางเอกกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญพ่อแม่แยกทางกันต้องทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัวตั้งแต่อายุ 14 ปี และต้องคอยดูแลพี่ชายที่ป่วยเป็นดาวน์ซินโดรมในรายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกร 

ตอนนี้ออกมาเป็นฟรีแลนซ์แล้วเรียบร้อย เพราะอะไรไม่ต่อสัญญากับที่เดิม ?

พรีม : ใช่ค่ะ ต้องบอกก่อนว่าพรีมอยู่กับช่อง3 มา 13-14 ปีแล้วค่ะ ตั้งแต่เด็กเลย พอเราเริ่มโตขึ้นบวกกับพรีมทำอะไรหลายอย่างด้วยช่วงนี้ เลยรู้สึกว่าการที่เราออกมาเป็นฟรีแลนซ์น่าจะตอบโจทย์กับพรีมมากกว่า 

ตอนที่ตัดสินใจไม่ต่อสัญญาคุยกับผู้ใหญ่อย่างไรบ้าง ?

พรีม : ใช้เวลาคิดค่อนข้างนานเหมือนกัน มันไม่ใช่การตัดสินใจอะไรที่ง่ายๆ แต่ผู้ใหญ่ก็น่ารักก็เข้าใจ เรามีปรึกษาเพื่อนๆรอบข้างเรา พี่ๆผู้จัดการแล้วก็มีปรึกษาพูดคุยกับผู้ใหญ่อยู่เรื่อยๆ 

เราก็ยังกลับไปเล่นที่ช่องได้อยู่ ?

พรีม : ได้ค่ะ จริงๆพรีมก็มีละครอยู่ 2 เรื่องที่ถ่ายทำจบไปแล้ว รอออนแอร์กับทางช่องอยู่ 

การตัดสินใจมีช่วงกัลวลมั้ย ?

พรีม : เป้นคำว่าหวิวๆมากกว่า เราก็อยู่กับที่เดิมมา 13 ปีมันก็ยาวนาน เป็นความกังวลที่รู้สึกตื่นเต้นมากกว่า อาจจะได้มาเจออะไรใหม่ๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ 

พอออกจากช่องแล้วมีงานอื่นที่เราจะได้เห็นมั้ย ?

พรีม : มีค่ะ จริงๆพรีมมีผลงานเรื่องใหม่ที่จะเป็นบทบาทใหม่ๆ ได้เจอกับทีมงานใหม่ๆที่พรีมไม่เคยเจอมาก่อน รอติดตามกันดูค่ะ 

ชีวิตวัยเด็กผ่านอะไรมาเยอะมาก ตั้งแต่ 1 ชวบต้องย้ายไปอยู่ที่ต่างประเทศ จริงๆเกิดที่เมืองไทย ?

พรีม : เกิดที่เมืองไทย ย้ายไปอยู่ที่อิตาลีค่ะ ประมาณ 1 ขวบก็ย้ายไปอยู่กรุงโรมทั้งครอบครัวมีพี่ชาย คุณพ่อคุณแม่ อยู่ถึง 12 ปี

ทำไมถึงย้ายกลับมาเมืองไทย ?

พรีม : เป็นความต้องการของคุณพ่อแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้วว่าอยากย้ายกลับมา ที่นี่ก็มีญาติฝั่งคุณแม่เยอะ ที่นี่ตอนนั้นคุณพ่อก็ซื้อบ้านไว้ด้วยเหมือนเป็นความคิดของคุณพ่ออยู่แล้วว่ายังไงก็อยากจะย้ายกลับมา 

กลับมาไทยต้องมาเรียนโรงเรียนไทย แต่ภาษาไทยไม่ได้ ต้องเรียน 2 ภาษา รับมั้ย ?

พรีม : ไม่รับค่ะ ปกติต้องเรียนอินเตอร์ใช่มั้ยคะ พรีมชินกับการเรียนที่เมืองนอกที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไร พอย้ายกลับมาโรงเรียนอินเตอร์ยอมรับว่าราคาค่อนข้างแรง เราก็รู้สึกว่าไม่เอาไม่เป็นไร พอ 2 ภาษาโรงเรียนในไทยห้องนึงจะมีนักเรียนประมาณ 30 กว่าคน โรงเรียนไม่เชิงปฎิเสธแต่เขาก็มองว่ากลัวว่าน้องจะเรียนตามไม่ทันเพราะภาษาไทยเราไม่แข็งแรงตามเพื่อนๆไม่ทันแล้วเดี๋ยวจะกลายเป็นผลเสียมากกว่า เขาเลยแนะนำให้หาโรงเรียนที่เล็กกว่านี้ก่อน ไว้พร้อมเมื่อไหร่ค่อยมาคุยกันอีกที 

แปลว่าต้องไปนั่งเรียนภาาาไทยก่อน แล้วไปเรียนภาษาไทยที่ไหน ?

พรีม : ต้องไปหาติวเตอร์แถวบ้าน เรียตัวต่อตัวเป็นเวลาติดกันเดือนสองเดือนเลยแบบทุกวันเลย พอเราเข้าโรงเรียนสองภาาาไม่ได้เราต้องไปกาโรงเรียนที่เล็กๆหน่อยที่เหมือนเขาจะพอดูแลเราได้ ห้องนึงมีแค่ 6-8  คน 

ตอนอายุ 14 เกิดเรื่องครั้งใหญ่ในชีวิตเราเลยก็คือคุณพ่อคุณแม่แยกทางกันเกิดอะไรขึ้น ?

พรีม : ครอบครัวพรีมเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างเปิด เราก็จะรับรู้ซึ่งกันและกันตลอดถ้าใครเป็นยังไงเราก็จะรู้กันอยู่ตลอด เราก็เห็นมาซักพักแล้วว่าการสื่อสารไม่เหมือนเดิม เหมือนคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้เป็นคู่ชีวิตแบบเดิม แต่ว่ามันไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่ช็อคอะไรขนาดนั้น เหมือนฟีลความสัมพันธ์ของคนสองคนที่ค่อยๆลดความสัมพันธ์ลง

เข้าใจเหมือนคนโตเลยเพราะว่าตอนนั้นเพิ่ง 14 เองก็คือเข้าใจสภานการณ์แบบที่เล่ามาแบบนั้นเลย ?

พรีม : อย่างที่บอกว่าครอบครัวเราอยู่ด้วยกันตลอด เป็นครอบครัวที่ไม่ปิดบังกัน เราก็เลยเหมือนจะเข้าใจธรรมชาติไปเอง เหมือนเราเห็นแวว 

พอถึงวันนั้นจริงๆเราเข้าใจคุณพ่อคุณแม่มั้ย ?

พรีม : ก็เข้าใจค่ะ  1 ในเหตุผลอีกอย่างนึงคือคุณพ่อย้ายมาอยู่ที่นี่แล้วก็เริ่มรู้สึกว่าโอกาสงานที่เขาจะได้รับที่อิตาลีอาจจะดีกว่ามันก็เลยเป็น 1 ในเหตุผลที่เขาต้องตัดสินใจย้ายกลับไปแล้วก็แยกทางกันด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องของความสัมพันธ์ด้วยเป็นเรื่องของปัจจัยหลายๆอย่างก็คือเรื่องงานด้วย เรื่องโอกาสต่างๆด้วย พอเอามารวมๆกันแล้วก็เลยทำให้เราเข้าใจแล้วก็รับได้ 

เป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิต ในวัย 14 ต้องขึ้นมาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการทำงานหาเลี้ยงครอบครัวไปด้วย ตอนนั้นเริ่มทำงานอะไร ?

พรีม : คุณพ่อย้ายกลับไปตอนที่พรีมเริ่มเข้าวงการแล้วเหมือนเป็นช่วงคาบเกี่ยวกัน แต่งานแรกในชีวิตพรีมก็คือเล่น MV ค่ะ เพลงเหวี่ยงก็รักของ พี่กัน นภัทร

จุดเริ่มต้นการเข้าวงการบันเทิงเข้ามาได้ยังไง มีใครไปเจอ ?

พรีม : ตอนนั้นเพิ่งย้ายมาได้ปีนิดๆ ตัวเราก็ยังนับว่าเป็นนักท่องเที่ยวอยู่ในกรุงเทพฯ เราก็เดินเล่นที่เยาวราชแล้วก็เจอเอเจนซี่เข้ามาชวนเราว่าอยากลองแคสติ้งงานมั้ย เราก็ปฎิเสธ หลังจากนั้นก็โดนชวนอีกเราก็ปฎิเสธอีก จนกระทั่งไปเดินซูเปอร์มาเก็ตแถวบ้านแล้วก็โดนชวนอีก รอบนี้ก็เลยรู้สึกว่าคงเป็นสัญญาณอะไรบางอย่างเราคงต้องลองแล้วหละ วันนั้นก็คือสภาพไม่ได้คิดเลยว่าเขาจะชวนเราเพราะว่าเพิ่งเล่นน้ำสงกรานต์มาเสร็จใหม่ๆเลย คือผมเปียก

ผลงานชิ้นแรกมิวสิควีดีโอแล้วมาละครได้ยังไง ?

พรีม : ช่วงนั้นพยายามที่จะหาทางเข้าช่องแล้วก็แคสต่างๆลองดูว่าเราจะเล่นละครได้มั้ย ตอนแรกที่เจอคนเข้ามาแล้วเราปฎิเสธไปเป็นเพราะว่าไม่คิดเลยว่าตัวเองจะทำงานสายนี้ได้

เพราะว่า ?

พรีม : คือต้องบอกก่อนตอนที่อยู่ที่อิตาลี พร่มก็โตที่อิตาลี เหมือนค่านิยมที่โน่นจะค่อยข้างแตกต่างจากที่นี่ ที่โน่นคนจะมองวงการบันเทิงเหมือนเป็นที่ที่ไกลตัวมากๆ เหมือนเป็นที่ที่แบบคนทั่วๆไปน่าจะเอื้อมไปไม่ถึงประมาณนั้น เราก็เลยถูกปลูกฝังมาว่าวงการบันเทิงเป็นที่ที่แบบไม่ใช่ที่ที่เราจะไปทำงานได้หรอก

พอเล่นละครก็จะมีคนบูลลี่เรื่องรูปร่าง โดนอะไรบ้าง ?

พรีม : ส่วนใหญ่โดนในเรื่องของโครงสร้างตัวเรา เราตัวใหญ่ ตอนนั้นอาจจะเด็กด้วยมีเบบี้แฟตเลยทำให้ดูหน้าใหญ่ แต่เหมือนจะเป็นบิวตี้แสตนดาร์ดในช่วงนั้นด้วยมันก็คือ 10 กว่าปีที่แล้ว ตอนนั้นโซเชียลมีเดียต่างๆมันก็ยังเข้าไม่ถึงเมืองไทยก็ยังไม่ได้เปิดกว้างเท่ากับสมัยนี้ทุกคนจะนิยมต้องเป็นสาวตัวเล็ก ขาว เท่านั้น 

พอเจอกระแสบูลลี่เรื่องรูปร่างเราก้าวผ่านยังไง ?

พรีม : เราก็ตัดสินใจที่จะเข้ามาทำงานตรงนี้ด้วยเราก็เลยรู้สึกว่ามันก็เป็นส่วนของงาน เป็นส่วนหนึ่งของฟีดแบ็คที่ต้องโดนบ้างแหละ เราก็ทำใจมาแล้วประมาณนึง เราก็ดูแลตัวเองให้ดีที่สุด พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ไม่รู้แหละว่าคนจะมองยังไง แต่ขอให้คนมองเห็นว่าเราตั้งใจจริงๆ

เป็นหัวหน้าครอบครัวดูแลพี่ชายด้วย พี่ชายเป็นดาวน์ซินโดรม ดูแลคุณแม่ด้วย ทำงานด้วย เรียนหนังสือด้วย ตอนนั้นหนักมั้ยสำหรับเรา ?

พรีม : ก็รู้สึกหนักแหละ แต่เว่าเป็นความหนักที่เหมือนไม่ได้มีเวลา อาจจะเพราะความยุ่งด้วยมั้งเลยไม่ได้มีเวลาจมอยู่กับมัน เราก็มัวแต่หาวิธีการว่าเราจะทำยังไงต่อ ไม่มีเวลาเรียนใช่มั้ย ฉันสอบเทียบเลย ฉันไม่เรียนเลย ตอนนั้นอยู่ ม.4 เรียนไม่ทันไม่เป็นไรฉันสอบเทียบแล้วฉันเข้ามหาลัยเลย เหมือนเราก็หาวิธีที่จะทำให้เรารับมือกับทุกอย่างให้ได้ 

ดูแลพี่ชายมาตลอด เอาลงโซเชียลตลอด ตอนนี้เขาทำอะไร ?

พรีม : พรีมเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองดูแลทุกคนในครอบตรัวเพียงคนเดียว พรีมรู้สึกว่าครอบครัวที่บ้านจะแบ่งหน้าที่โดยชัดเจน คุณแม่ก็จะทำหน้าที่ซัพพอร์ตเรื่องบ้านจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้พรีม พรีมไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลย พรีมมีหน้าที่ออกมาทำงานข้างนอก พี่ชายเป็นพ่อบ้านชั้นดีที่ซัพพอร์ตคุรแม่และซัพพอร์ตพรีมได้ดีมากๆ

มีวิธีการดูแลพี่ยังไงบ้าง ?

พรีม : ที่บ้านจะวางพื้นฐานมาตั้งแต่เด็กเลย ฝึกเรื่องของสมาธิ ก็คล้ายๆกับเด็กปกติแต่แค่ต้องฝึกเข้มข้นขึ้น ทำให้พอจอห์นนี่โตมาถึงวัยนี้ดูแลง่ายมากสำหรับพรีมนะ เพราะเรารู้สึกว่าเหมือนเราวางพื้นฐานไว้ดีแล้ว เดี๋ยวนี้ก็กลายเป็นแค่เรื่องของการเราหากิจกรรมเล่นกัน สนุกกัน กิจกรรมที่ทำก็คือร้องเพลง เขาจะมีตารางที่เป๊ะมากคือเขาจะร้องเพลงทุ่มนึงถึงสามทุ่มสี่สิบห้าทุกวัน เสร็จปุ๊ปก็จะปิดทุกอย่างแล้วก็ขึ้นนอน เขาจะเป๊ะมาก ส่วนพรีมถ้าวันไหนว่างก็จะพยายามพาเขาไปเที่ยว พาเขาไปเจอประสบการณ์ใหม่ๆ ไปเจออะไรใหม่ๆ

อยากรู้ว่าหัวใจยังว่างมั้ย ?

พรีม : ก็เป็นเพื่อนคุยกันเรื่อยๆ จริงๆรู้จักกันมานานแล้ว แต่ว่าด้วยความที่ต่างคนต่างก็โฟกัสเรื่องงานกันมากๆ เลยไม่ได้รีบร้อนอะไรชิลๆ มากกว่า เหมือนคุยเป็นเพื่อนเป็นที่ปรึกษาให้กันและกัน ไม่ได้เป็นคนในวงการบันเทิง รู้จักกันตั้งแต่อยู่มหาลัยเป็นกลุ่มๆเพื่อน

มุมมองความรักเปลี่ยนไปมั้ยตั้งแต่ตอนเด็กๆกับตอนนี้ ?

พรีม : เปลี่ยนค่ะ ไม่คิดเหมือนกันว่ามันจะเปลี่ยน ตอนเด็กๆเราก็จะมีสเปกชัดเจนว่าอยากได้แบบนั้นแบบนี้ต้องดูแลเรา สูง หล่อ ตลก ต้องใจดี พอโตขึ้นมารู้สึกว่าจริงๆเราแค่มีคนที่เติมให้กันและกัน แล้วก็ผลักดันให้ต่างคนต่างเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดในของตัวเอง เคารพซึ่งกันและกัน 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

เฟรมนางฟ้า! ‘ปู ไปรยา’แชะภาพคู่จุ๊บ’ลิซ่า’ หลังกระทบไหล่กันที่อาฟเตอร์ปาร์ตี้ออสการ์

เฟรมนางฟ้า! 'ปู ไปรยา'แชะภาพคู่จุ๊บ'ลิซ่า' หลังกระทบไหล่กันที่อาฟเตอร์ปาร์ตี้ออสการ์

เฟรมนางฟ้า! ‘ปู ไปรยา’แชะภาพคู่จุ๊บ’ลิซ่า’ หลังกระทบไหล่กันที่อาฟเตอร์ปาร์ตี้ออสการ์

วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568, 21.32 น.

4 มีนาคม 2568 เป็นอีกหนึ่งคนดังชาวไทยที่ได้เฉิดฉายในงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้ออสการ์ 2025 สำหรับ ‘ปู’ ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนด์เบิร์ก ที่ได้ปรากฎตัวบนพรมแดงในงานเลี้ยง อาฟเตอร์ปาร์ตี้งานประกาศรางวัลออสการ์ ที่จัดขึ้นโดย นิตยสาร Vanity Fair ณ ศูนย์การแสดง Wallis Annenberg Center for the Performing Arts ในย่าน Beverly Hills ของนครลอสแองเจลิส

ซึ่งงานนี้ สาวปู ได้แชะรูปคู่กับศิลปินสาวชื่อดังระดับโลก ‘ลิซ่า’ ลลิษา มโนบาล ที่ร่วมงานอาฟเตอร์ปาร์ตี้ของงานออสการ์เช่นกัน โดยสาวปู ได้โพสต์ภาพสุดซี้ในไอจีส่วนตัว “@prayalundberg” พร้อมระบุข้อความว่า “Snippets from last night ???? รักมาก” หลังจากที่ปู ไปรยาโพสต์ภาพออกไป ก็มีเหล่าแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมความสวยกันเป็นจำนวนมาก

เปิดภาพล่าสุดพระเอกดัง’เวียร์ ศุกลวัฒน์’ เจอชาวเน็ตแห่ทวงคืนร่างทองสนั่นไอจี

เปิดภาพล่าสุดพระเอกดัง'เวียร์ ศุกลวัฒน์' เจอชาวเน็ตแห่ทวงคืนร่างทองสนั่นไอจี

เปิดภาพล่าสุดพระเอกดัง’เวียร์ ศุกลวัฒน์’ เจอชาวเน็ตแห่ทวงคืนร่างทองสนั่นไอจี

วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.50 น.

4 มีนาคม 2568 หลังจากแต่งงานมีภรรยาและลูกสาวตัวน้อยเป็นโซ่ทองคล้องใจ พระเอกดังอย่าง ‘เวียร์ ศุกลวัฒน์’ ก็เฟดตัวเองออกจากงานในวงการบันเทิง มาใช้ชีวิตครอบครัวอย่างเรียบง่ายที่บ้านสวนพร้อมภรรยาคนสวย’วิกกี้ พีร์มนญา’และลูกสาวสุดน่ารัก ‘น้องวิริน’

ล่าสุด ‘เวียร์ ศุกลวัฒน์’ โพสต์ภาพตัวเองลุกส์หนวดเฟิ้มพร้อมกับภรรยาและลูกสาว ขณะไปอยู่ที่บ้านสวนนครนายกบนไอจีส่วนตัว “@weir19” พร้อมระบุแคปชั่นว่า “ยิ้มที่จริงใจ @vikkiiexplorer @wylyn.vw19 ครอบครัวมาอยู่บ้านสวน จ.นครนายก ช่วงนี้ก็จะสนุกสนานกันหน่อยครับ เพราะเป็นฤดูผลไม้ ทั้งมะยงชิด มะปรางหวาน ที่เด็ดกินได้จากต้นเลยครับ และกระท้อน ก็กำลังติดดอก ออกลูกเล็กๆมาแล้ว เดินชมกันเพลินเลยละคร้าบบบ”

ด้านแฟนๆ ก็มาคอมเมนต์ยกใหญ่ทั้งคิดถึงผลงานของหนุ่มวียร์ รวมถึงขอทวงคืนร่างพระเอกของหนุ่มเวียร์กันอีกด้วย 

‘ปุ้ย Lกฮ’แจงเรื่องบุคคลที่สาม ยืนยัน’ลำไย’ไม่ได้ทำผิดต่อกัน

'ปุ้ย Lกฮ'แจงเรื่องบุคคลที่สาม ยืนยัน'ลำไย'ไม่ได้ทำผิดต่อกัน

‘ปุ้ย Lกฮ’แจงเรื่องบุคคลที่สาม ยืนยัน’ลำไย’ไม่ได้ทำผิดต่อกัน

วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.50 น.

วันที่ 4 มีนาคม 2568 หลังนักร้องสาว “ลำไย ไหทองคำ” ออกมาเผยเรื่องราวช่วงที่ห่างกับ “ปุ้ย L.กฮ.” พร้อมยอมรับว่าเคยคุยกับ “บอส” แดนเซอร์ชาย เพราะไม่รู้ว่า บอส ยังไม่เลิกกับแฟนสาว กลายเป็นกระแสร้อนแรงบนโลกโซเชียล และถูกวิจารณ์อย่างหนักทำให้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ค่าย ไหทองคำและ นักร้องสาว “ลำไย ไหทองคำ” เป็นอย่างยิ่ง 

โดยก่อนหน้านี้  “ปุ้ย L.กฮ.” ได้ออกมาชี้แจงไปแล้ว 1 ครั้ง (‘ปุ้ย Lกฮ’เผยสาเหตุเลิก’ลำไย ไหทองคำ’ สุดท้ายรู้สึกผิด ขอโอกาสปรับตัว)

ล่าสุด “ปุ้ย L.กฮ.” โพสต์คลิป พร้อมข้อความระบุว่า ฟังคลิปให้จบนะครับ แล้วจะรู้ว่าเราไม่ได้ทำผิดต่อกันครับ ขอบคุณทุกๆกำลังใจ และน้อมรับทุกคำตำหนิ 

โดยในคลิปอธิบายเรื่องราวต่างๆ อีกครั้ง ระบุว่า สวัสดีครับ ผมจะมาพูดเรื่องผม น้องลำไย และน้องผู้ชายครับ ผมขอไม่เรียกชื่อนะครับ ปัญหาของผมกับน้องลำไยที่เป็นประเด็นอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่เพราะมีมือที่ 3 เข้ามา มันเป็นปัญหาเริ่มต้นของผมกับน้องลำไย หลักๆ ก็มาจากผมครับ

ผมไม่มีความมั่นใจในการเข้าสังคม ไม่ชอบการปาร์ตี้สังสรรค์ เวลาน้องลำไยจัดกิจกรรมการสำคัญ น้องลำไยพยายามให้ผมปรับ แต่ผมเลือกจะไม่ปรับเพราะตอนนั้นผมมองว่าผมไม่ได้ผิดอะไร และก็มามีประเด็นหลักๆ คือ ผมซื้อโต๊ะสนุกเกอร์เข้ามาในบ้าน และผมฝึกจริงจังมากๆ เพราะผมอยากเล่นเก่ง ลำไยมาถึงบ้านตี 4  ผมยังเล่นไม่เสร็จ น้องลำไยมาถึงบ้าน 8 โมงเช้า ผมก็ยังเล่นไม่เสร็จ จนน้องลำไยเริ่มถามว่า ทำไมพี่ไม่เล่นตอนหนูออกไปทำงาน ตอนหนูมาถึงบ้านพี่หยุดเล่นได้ไหม ผมก็เฉย ผมก็เล่นมาเรื่อยๆ ทำแบบนั้นมาตลอดครับ

และน้องลำไยก็มาพูดอีก ผมก็เล่นเหมือนเดิม น้องลำไยก็บอกว่า พี่รู้ไหมข้อเสียของพี่เวลาทำอะไรพี่จะหมกมุ่น จดจ่อกับสิ่งนั้นสิ่งเดียวเลย จนพี่ไม่รู้ว่ารอบข้างพี่ยังมีสิ่งอื่นอยู่อีกมากมาย ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้ผิดอะไร เพราะผมเล่นในบ้าน ผมไม่ได้ออกไปเล่นข้างนอก ผมก็เลยตอบไปว่า “ถ้าอ้าย (ลำไย) อึดอัด เดี๋ยวปุ้ยจะกลับไปอยู่บ้านที่ใต้ก็ได้”

น้องลำไยก็ถามว่า “ทำไมต้องไปอยู่ที่ใต้” ผมก็บอกว่า “ก็อยู่แล้วอึดอัดกัน” ทางน้องก็เลยบอกว่า “โอเค ถ้าพี่คิดดีแล้ว หรือพี่ลองคิดดูใหม่” แต่ผมบอกว่าไม่ต้องคิด จะได้รู้ว่าแต่ละคนต้องการอะไร เผื่อว่าเราจะเข้าใจกันมากขึ้น ผมบอกแบบนี้แล้วก็แยกไปอยู่ที่ใต้ ไม่ค่อยกลับมา จ.ปทุมฯ จนแม่แดง (แม่ลำไย) โทรมาหาว่าทำไมไม่ค่อยเข้าบ้านเลย มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ผมบอกไม่มีปัญหาอะไรครับแม่ ผมกลับมาปลูกบ้านที่ใต้ เดี๋ยวเสร็จธุระแล้วกลับไป แม่แดงก็เข้าใจแบบนี้ เพราะผมกับน้องลำไยไม่เอาปัญหาไปให้แม่แดงรับรู้

ระหว่างนั้นผมก็ส่งคลิปที่ผมปลูกบ้านให้น้องลำไยดูอัปเดต และบอกว่าต่อไปอาจไม่ได้กลับไปอยู่ที่บ้านนั้น ให้อ้าย (ลำไย) วางแผนชีวิตดีๆ ดูแลตัวเอง ดูแลครอบครัวดีๆ นะ ปุ้ยอาจจะไม่กลับไปนะ ลำไยก็เคารพการตัดสินใจของผม เพราะเค้าขัดไม่ได้

แล้วก็มีการตกลงกันว่า ถ้าผมจะมีใคร น้องลำไยก็จะไม่ปิดโอกาส ขอให้บอก และน้องลำไยจะมีใครก็ขอให้บอก ก็จะไม่ปิดโอกาสเช่นกัน ตกลงกันแบบนี้ แต่ตอนนั้นแค่ไม่ได้บอกให้ใครรู้ ก็แยกกันอยู่พักใหญ่ๆ แต่ระหว่างแยกก็มีการคุยแซวกันอยู่เรื่อยๆ

จนมาวันหนึ่ง น้องลำไยมาบอกว่าคุยกับคนนี้ แต่ตอนนั้นผมมองว่า เค้าเด็กๆ คงไม่มีปัญหา ก็คุยกันไป ผ่านไปสักพักน้องลำไยเริ่มโทรมาปรึกษา ว่าพี่คิดว่ายังไง ผมก็บอกว่าลองคุยกันไป แต่บอกให้ระวังว่าเค้าเข้ามาแบบไหน ค่อยๆ ดูว่าเค้าต้องการอะไรจากเรา จนเค้าก็คุยกันผ่านไป ผมก็สังเกตและติดตามมาตลอด ก็ยังหวังดีต่อกัน เป็นห่วงกัน จนผ่านไป ลำไยมีปัญหา มาปรึกษาว่าอยู่ๆ แฟนของน้องผู้ชายคนนี้ติดต่อเข้ามา ผมก็บอกอ้าว! ไหนเค้าบอกว่าเค้าเลิกกับแฟนแล้ว เค้าแยกกับแฟนแล้ว เพราะตอนก่อนไปคบ น้องลำไยบอกผมว่าเค้าพูดแบบนี้ๆ ผมก็ได้รับรู้มา น้องลำไยก็โทรมาบอกว่า หนูไม่รู้ แฟนเขาโทรมาแบบนี้ๆ ผมก็บอก “งั้นอ้าย (ลำไย) โดนหลอกแล้ว” ผมพูดแบบนี้ อันนี้ผมไม่ได้ว่าน้องผู้ชายหรือว่าใคร แต่เป็นความรู้สึกผม เพราะพฤติการณ์ทำให้ผมรู้สึกได้ว่าลำไยน่าจะโดนหลอกหรือเปล่า ก็ไม่อะไร ก็ปรึกษากันไป ช่วงนั้นน้องลำไยเครียดมากก็คุยกันบ่อยขึ้น

จากนั้น น้องลำไยมาบอกว่า เค้าเรียกเงินหนู 10 ล้าน ผมก็ตกใจ ถามว่าบริษัทรู้หรือยัง น้องก็บอกว่าบอกบริษัทไปแล้ว ผมก็บอก โอ้โห! ทำไมเรียกตั้ง 10 ล้าน อันนี้มันแปลกนะ  ผมก็บอกน้อง เค้าตกใจ ทำอะไรไม่ถูก ผมก็บอกไม่เป็นไร ปุ้ยกับบริษัท ลองดู คุยกกับบริษัทน้องลำไย ก็ปรึกษากันว่า ลองนัดมาคุยดูไหม ทั้งผม บริษัท และน้องลำไย ก็ไม่อยากให้เป็นปัญหา  เพราะคนที่รักน้องลำไย  คนที่รักเรา  เค้าไม่รู้ว่า เค้าไปเจอข้อมูลจริงมายังไง ปัญหาคือ เราเป็นคนสาธารณะ ต้องโดนตำหนิติเตียนอยู่แล้ว เราก็ไม่อยากให้เกิดตรงนี้ ก็อยากให้มันจบ บริษัท น้องลำไย ก็นัดคุยกับผู้หญิง แต่ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นะครับ เพราะผมอยู่ที่ใต้ ตกลงกันจ่ายเงิน 2 ล้าน มีการเซ็นรับเงินเรียบร้อย มีสัญญากันเซ็นรับเงิน 2 บาท น้องผู้หญิงรับเงินไป รับปากกันว่า ทุกอย่างจะจบหมดทุกอย่าง ทีนี้ น้องลำไย ก็ไม่ได้คุยต่อกับน้องผู้ชาย เค้ากลัว เค้ารู้แล้วว่ามันไม่ใช่ ทางบริษัทก็จะให้น้องผู้ชายหยุด ผมบอกให้หยุดไม่ได้ ต้องหักเงินไปด้วย ให้เค้ารับผิดชอบในสิ่งที่เค้าได้ทำ เพราะเป็นผู้ชาย ต้องรับผิดชอบส่วนนี้  ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่ได้มีเยื่อมีใย อะไรต่อกัน ผมก็โอเค

ทีนี้ผมก็ย้ายกลับมาอยู่ปทุม เหมือนเดิม ปัญหาก็มาเกิด ก็ปรับเข้าใจกันได้มากกว่าเดิม ที่เราเคยพลั้งพลาดไป แต่วันเกิดน้องลำไยที่ผ่านมา มามีปัญหาอีกรอบ น้องก็มีการเตรียมให้เหมือนเดิม เตรียมงาน ซื้อเสื้อผ้าให้ผม แม่แดง บอก หนูรอตัดเค้กเวลานี้นะ มีพี่ๆ ที่พี่รู้จักด้วย ที่พี่ชื่นชอบมาด้วยนะ ผมก็โอเคครับ รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ พอถึงเวลาก็ให้เพื่อนไปส่งแม่ ผมไม่ไป

ซึ่งน้องลำไยเค้าก็งอน ที่ผมไม่ไปในงาน ไม่เกี่ยวอะไรกับใครเลยนะครับ คือผม ก่อนหน้านี้ผมเป็นแบบนี้มาตลอดอยู่แล้ว  น้องลำไยก็งอน ว่า สรุปพี่ก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลยนี่ ก็คุยกันน้อยลง แต่ทีนี้เราอยู่บ้านเดียวกัน แต่คุยกันน้อยลง ผมก็ประชดประชันอยู่เรื่อยๆ ถ้าอ้าย (ลำไย) เข้าบ้าน ปุ้ยไม่เข้าก็ได้นะ จนถึงขั้นผมถอดแหวนที่น้องลำไยซื้อให้ใส่ น้องลำไยก็ถามหาแหวนหายไปไหน ผมก็บอกถอดทิ้งไปแล้ว ผมก็บอกห้วนๆไปแบบนั้น ซึ่งคำพูดมันไม่แรง ไม่หยาบแต่ทำลายความรู้สึก น้องลำไยก็ถาม เรื่องเราจะเอายังไง ผมก็ตอบ จะเอายังไง ก็แล้วแต่อ้าย (ลำไย)  ก็ถามย้ำกันอยู่แบบนี้ จนเมื่อน้องลำไยโพสต์ เพราะน้อยใจผม พอผมเห็นลำไยโพสต์ ผมก็โทรไปเคลียร์ ว่า ปุ้ยไม่ได้อยากให้มันจบแบบนี้เลยนะ ปุ้ยจะปรับตัวเอง น้องลำไยก็บอก พี่จะให้หนูปรับตรงไหนก็ว่ามา ยินดีจะปรับ พี่อย่านิ่ง พี่อย่าเฉย พี่บ่ายเบี่ยงไม่ตอบ หนูก็เหนื่อย หนูทำงานหนัก ปุ้ยก็ขอโทษ เราก็ขอโทษขอโพยกันแต่เราเคลียร์กัน ก็มีปัญหาอันนี้ ออกมา ผมและน้องลำไย ขอบคุณทุกคนที่เข้าใจเรา เข้าใจคนคอมเมนต์มองอีกด้านหนึ่ง เราเข้าใจได้ ผมและน้องลำไย เป็นคนสาธารณะ ครอบครัวเราเป็นคนสาธารณะ ยินดีรับคนชมและคนติเตียน คำตำหนิ เรายินดีรับไว้หมด  แต่น้องลำไยไม่ได้ทำผิดต่อผมเลย พี่ๆ ที่เข้าใจผม ผมยินดี ดีใจมาก แต่น้องไม่ได้ทำผิดอะไรต่อผม ผมก็พูดเท่านี้ นี่คือความจริงทั้งหมด

ออกกฎเหล็ก! ‘ประจักษ์ชัย’ ห้ามแดนเซอร์ชายเด้งแรงใส่ลำไย ใช้แดนซ์กะเทยแทน

ออกกฎเหล็ก! 'ประจักษ์ชัย' ห้ามแดนเซอร์ชายเด้งแรงใส่ลำไย ใช้แดนซ์กะเทยแทน

ออกกฎเหล็ก! ‘ประจักษ์ชัย’ ห้ามแดนเซอร์ชายเด้งแรงใส่ลำไย ใช้แดนซ์กะเทยแทน

วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.56 น.

นายห้างประจักษ์ชัย ออกกฎเหล็ก ห้ามแดนเซอร์ชายเด้งแรงใส่ลำไย ตัดปัญหาเตรียมใช้แดนซ์เซอร์กะเทยแทน นายประจักษฺชัยไม่นิ่งนอนใจ ไลฟ์สดเคลียร์ปัญหาดราม่าร้อนที่เกิดขึ้น โดยในช่วงหนึ่งได้พูดกับผู้ที่เข้าไปชมไลฟ์ครั้งนี้ว่า หลังจากเกิดประเด็นเรื่อง ลำไย กับ บอส แดนเซอร์ชาย ทางตนได้ออกกฎเหล็กทันทีว่า แดนซ์เซอร์ชายห้ามเด้งแรง, ไม่นิ่งดูดายในเมื่อสิ่งที่มันเกิดขึ้น เราก็เยียวยา เรื่องความรักมันจัดแจงกันไม่ได้ แล้วแดนซ์ชายก็ชอบเต้นเด้งใส่ ทั้งลูบไล้ มันไม่ได้ เราต้องมีกฎกติกาว่าจะกอดกันได้แค่ไหน ตัดปัญหา ต่อไปเราจะใช้แดนซ์กะเทยแทน แต่ตอนนี้เราใช้แดนซ์ พีพีกับเจอาร์ ไปก่อน ยังไม่ให้ออก, เวลาเต้นอย่าลูบไล้ บางทีเด้งแรงเกินไป มันเกิดอารมณ์กันนะ ผมขอร้องพวกคุณ เวลาที่คุณจะลูบนักร้องของผม พวกคุณเป็นเหตุ

อย่าเด้งแรง ไปเด้งแรงใส่กันบางทีเกิดอารมณ์มาได้เลยนะ จบงานแล้วมันไม่จบ เพราะมันไปเจอท่าเด้งพิศดาร ไปปลื้มท่ากัน, แดนซ์ผู้หญิงเด้งใส่กันแรงๆ ได้ แต่ผู้ชายอย่าเด้งใส่กันแรงได้มั้ย, ต่อไปนี้รับสมัครแดนซ์ชายไม่แท้ หลังจากนี้ไม่รับสมัครแดนซ์ชายมาแล้ว, “เกิดเพราะแดนซ์ชาย กูจะมาเจ๊งเพราะแดนซ์ชายไม่ได้นะ” ต่อไปรับแดนซ์ไม่ชายแล้ว 

และย้ำกฎเหล็กอีกครั้งว่า แดนซ์ฝ่ายชายลดความแรงการเด้งลงมานิดนึง งดเด้งเข้าสงกรานต์ เด้งใครเด้งมันอยู่เลนใครเลนมัน ไม่ต้องมาเด้งใส่ศิลปิน เจอาร์อยู่ฝั่งซ้าย พีพีอยู่ฝั่งขวา ลำไยอยู่ตรงกลาง ห้ามฟีเจอริ่งกับศิลปิน 

เตรียมฟัง’นายห้างประจักษ์’พลิกวิกฤติเป็นโอกาสปล่อยเพลงใหม่ ‘ลำไย ไหทองคำ’6โมงเย็นนี้

เตรียมฟัง'นายห้างประจักษ์'พลิกวิกฤติเป็นโอกาสปล่อยเพลงใหม่ 'ลำไย ไหทองคำ'6โมงเย็นนี้

เตรียมฟัง’นายห้างประจักษ์’พลิกวิกฤติเป็นโอกาสปล่อยเพลงใหม่ ‘ลำไย ไหทองคำ’6โมงเย็นนี้

วันอังคาร ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568, 17.18 น.

นายห้างประจักษ์ บอสใหญ่ค่าย ‘ไหทองคำ’ ขอพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ปล่อยเพลงใหม่ ลำไย ไหทองคำ ซึ่งเป็นเพลงที่ดันสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ่ายเสร็จไปเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมิกซ์เสร็จสดๆร้อนๆในวันนี้ (4 มี.ค.68) และต้องการปล่อยเพลงนี้ในเวลา 6 โมงเย็นของวันนี้ เตรียมรอฟังได้เลย

โดยนายห้างประจักษ์ แจงว่า ไหนๆก็โดนด่าอยู่แล้วเลยใช้โอกาสนี้ปล่อยเพลงใหม่ซะเลย โดยงานนี้ได้ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งเข้ามาจากทั่วทุกประเทศ ที่ยังให้โอกาสและยังรักเอ็นดู ลำไย ไหทองคำ  ซึ่งหลังจากนี้จะรับสมัครแดนเซอร์ชายไม่แท้เข้ามาแทนชายแท้  ที่ผ่านมาตนไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ปญหา เครียดมากจนไม่ได้กินข้าวทั้งยังขอโทษสังคมและยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นบทเรียนราคาแพง ตอนนี้ให้ทนายเตรียมดำเนินคดีหมื่นประมาท คนที่พูดถึงชื่อหรือปล่อยคลิป คิวงานตอนนี้ไม่ส่งผลกระทบเพราะเต็มไปยันปี71

#ลําไยไหทองคำ #นายห้างประจักษ์ชัย #ค่ายไหทองคำ