เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ชี้เป้า 5 สถาบัน จัดโปรเด็ด รับปิดเทอมเพิ่มทักษะนอกห้องเรียน

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9  ชี้เป้า 5 สถาบัน จัดโปรเด็ด รับปิดเทอมเพิ่มทักษะนอกห้องเรียน

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ชี้เป้า 5 สถาบัน จัดโปรเด็ด รับปิดเทอมเพิ่มทักษะนอกห้องเรียน

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.17 น.

ปิดเทอมนี้ เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9  ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค  ชวนเด็ก ๆ ออกจากบ้าน มาสัมผัสโลกกว้าง ปลดล็อกการเรียนรู้นอกห้องเรียนรับปิดเทอม  กับ 5 สถาบันชั้นนำระดับประเทศ พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษ 

ปักหมุดแรกกันที่  ClickRobot  สถาบันสอนประกอบหุ่นยนต์และเขียนโปรแกรมควบคุม โดยหลักสูตรจากประเทศเดนมาร์กผ่านสื่อการสอน  Lego Education  มีคอร์สเรียนต่างๆ ตั้งแต่ระดับเด็กเล็กถึงเด็กโต ปูพื้นฐานด้านวิศวกรรมสำหรับเด็ก  พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อและระบบประสาทสัมผัส  ตลอดจนพัฒนาการทางอารมณ์การเข้าสังคม  พิเศษ! ชวนเด็กๆ มาร่วมกิจกรรม ClickRobot Summer Camp ต้อนรับปิดเทอม เพียงสมัคร 8 วันลด 5% จากราคาปกติ

Learning East  ชั้น 3  สถาบันสอนภาษาจีนสำหรับเด็กแห่งแรกของไทย  ภายใต้หลักสูตรการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ  โดยทีมเหล่าซืออชาวจีนและไทยที่มีประสบการณ์ยาวนาน 10 กว่าปี  มีนักเรียนมากกว่า 2,000 คน  สามารถเรียนสด พื้นฐานแน่น เข้าใจง่าย วัดผลได้ด้วยการสอบมาตรฐานสากล YCT และ HSK  ที่สำคัญมีหลักสูตรรองรับเด็กอายุ 2 ขวบขึ้นไป และผู้ใหญ่รเยนพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง  ทั้งคอร์สเรียนที่สถาบันและคอร์สออนไลน์  เด็กๆ จะสนุกกับการเรียนทุกช่วง เวลาเสริมทักษะด้านการฟัง พูด อ่าน เขียน เพื่อการต่อยอดที่มีประสิทธิภาพ มาเรียนภาษาจีนกลางอย่างมั่นใจ กับหลักสูตรคุณภาพที่ออกแบบตามอายุ พื้นฐาน และความต้องการของผู้เรียน พิเศษ! ปรึกษาวัดผลระดับภาษาจีน ทดลองเรียนฟรี

YAMAHA MUSIC SCHOOL ชั้น 3 ชวนเด็กๆ ที่รักเสียงดนตรีมาพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ การแสดงออก และจินตนาการ เพราะก้าวแรกของการเรียนดนตรี คือการพัฒนาทักษะการฟัง การแยกองค์ประกอบ ของเสียงดนตรีเช่นเสียงสูง ต่ำ ดัง เบา และสั้น ยาว จากนั้นคือการร้องเพลงจากตัวโน๊ต  สุดท้ายเมื่อได้ยินเสียงดนตรี เด็กๆ จะถ่ายทอดความรู้สึกผ่านการเคลื่อนไหวทางร่างกายตามจังหวะดนตรี ฝึกพัฒนาการด้านสมาธิและกล้าแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติโดยใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือ  มาเพิ่มทักษะกับครูผู้สอนที่มากประสบการณ์   ชั้น 3 พิเศษ! ปิดเทอมนี้ รับส่วนลดค่าลงทะเบียนฟรี 500 บาท

KRUYUK SPORT GYM  ชั้น 3  ชวนสมาชิกในครอบครัวมาผ่อนคลาย สร้างความแข็งแรงของร่างกายตามช่วงวัย  ด้วยกิจกรรมกีฬาหลากหลายรูปแบบ เพื่อกระตุ้นพัฒนาการของทุกเพศทุกวัย  โดยมีคลาสสำหรับเด็กๆ มากมาย อาทิ มวยไทยเด็ก  เทควันโดเด็ก   ฟุตบอล  ยิมนาสติก  บัลเล่ต์  เต้นคัฟเวอร์  ศิลปะแนวใหม่ และสตรีทแดนซ์ พิเศษ! 4 โปรโมชันต้อนรับปิดเทอม  ภายใน31 มีนาคมนี้ เพียงสมัครโปร1 สมัครแพ็คเกจ 5,000 บาทขึ้นไปรับส่วนลด 100 บาท พร้อม 100 บาท   โปร2  สมัครแพ็คเกจ 10,000 บาทขึ้นไปรับส่วนลด 300 บาท พร้อม 200 บาท  โปร3  สมัครแพ็คเกจ 19,000 บาทขึ้นไปรับส่วนลด 600 บาท พร้อม 300 บาท  และโปร4  สมัครแพ็คเกจ 27,000 บาทขึ้นไปรับส่วนลด 800 บาท พร้อม 500 บาท

ปิดท้ายที่ Hit Galleria  ชั้น 3  ต้นตำรับการเรียนศิลปะ ครอบครัวที่กำลังมองหากิจกรรมให้ลูกๆ ช่วงปิดเทอม เพื่อให้ห่างจากหน้าจอ ศิลปะเท่านั้นที่ตอบโจทย์ เพราะนอกจากศิลปะจะฝึกการพัฒนาอย่างสร้างสรรค์แล้ว  ยังทำให้เด็กๆ มีสมาธิที่ดีขึ้น ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มาแต่งแต้มจินตนาการไร้ขีดจำกัด ด้วยคลาสศิลปะหลากหลายแขนง  อัดแน่นด้วยหลักสูตรที่เหมาะกับทุกช่วงวัย ตั้งแต่อายุ 3 ปีขึ้นไป โดยครูผู้ชำนาญการสอนศิลปะรูปแบบใหม่ โปรโมชันพิเศษ! สำหรับผู้เรียนเพียงถ่ายรูปคู่กับผลงาน โพสต์ลง       เฟซบุ๊ก เช็คอินกับทางสถาบันและกดติดตามเพจหลัก รับทันทีส่วนลด 400 บาท เมื่อสมัครคอร์สเรียน  หมดเขต 30 เมษายน 2568 และสมัคร 2 คอร์สลดทันที 1,000 บาท

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์ เซ็นเตอร์  1285  ติดตามกิจกรรมและ โปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าฯ ได้ที่  Facebook : The Nine Center Rama 9  Instagram:  thenine_rama 9

-(016)  

เรือนจำกลางนครปฐม ร่วมออกบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ในงาน ‘เสวนารำลึก 340 ปี ความสัมพันธ์ไทย – ฝรั่งเศส’

เรือนจำกลางนครปฐม ร่วมออกบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ในงาน 'เสวนารำลึก 340 ปี ความสัมพันธ์ไทย - ฝรั่งเศส'

เรือนจำกลางนครปฐม ร่วมออกบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ ในงาน ‘เสวนารำลึก 340 ปี ความสัมพันธ์ไทย – ฝรั่งเศส’

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 10.03 น.

เรือนจำกลางนครปฐม ร่วมออกบูธเพื่อแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์  ในงาน”เสวนารำลึก 340 ปี ความสัมพันธ์ไทย – ฝรั่งเศส” ณ กระทรวงการต่างประเทศ

ดร.ขวัญไชย สันติภราภพ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม ได้มอบหมายให้นางเครือวรรณ์ บุญญาธนานุรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาผู้ต้องขัง เรือนจำกลางนครปฐม พร้อมด้วยนางสาวบวรรัตน์ สุวรรณประเสริฐ ผู้อำนวยการสถานกักกันนครปฐม นำเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขัง ร่วมออกบูธเพื่อแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราชทัณฑ์ และจัดชุดอาหารว่างที่มีสไตล์ในธีมสีธงชาติฝรั่งเศส ฝีมือผู้ต้องขังเรือนจำกลางนครปฐม ในงาน”เสวนารำลึก 340 ปี ความสัมพันธ์ไทย – ฝรั่งเศส” ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาพฤตินิสัย ด้านการฝึกวิชาชีพ เป็นการเผยแพร่ภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย และประชาสัมพันธ์ผลงานการฝึกวิชาชีพของผู้ต้องขังสู่สังคม นอกจากนี้ คุณสุทธิพงษ์ สุริยะ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต จังหวัดบึงกาฬ ได้เข้าร่วมเสวนา Soft Power และการพัฒนามรดกทางวัฒนธรรมสู่เวทีโลก:มุมมองของฝรั่งเศสและไทย ก็ได้นำผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน จังหวัดบึงกาฬ มาร่วมแสดงและจำหน่ายภายในงาน โดยมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานคับคั่ง อาทิ หม่อมราชวงศ์วไลวัฒนา สวัสดิ์-ชูโต,คุณเกรียงไกรมาศ พจนสุทร,คุณวรวรรณ ติณสูลานนท์, คุณนันทินี พิธานสมบัติ ฯลฯ

-(016)

กูรูไวน์ชื่อดัง ‘ภารณี จิตรกร’ เปิดชั้นเรียนจับคู่ไวน์กับอาหารอีสานร้านมิชลินไกด์ ‘แก่นกรุง’

กูรูไวน์ชื่อดัง ‘ภารณี จิตรกร’ เปิดชั้นเรียนจับคู่ไวน์กับอาหารอีสานร้านมิชลินไกด์ ‘แก่นกรุง’

กูรูไวน์ชื่อดัง ‘ภารณี จิตรกร’ เปิดชั้นเรียนจับคู่ไวน์กับอาหารอีสานร้านมิชลินไกด์ ‘แก่นกรุง’

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.14 น.

นักชิมไวน์แถวหน้าของเมืองไทย ภารณี จิตรกร หรือ “หน่อง” เปิดชั้นเรียน “Exploring Thai Cuisine & Wine Pairing” ครั้งแรกของปี 2568 เริ่ม EP 1 กับอาหารอีสาน  ปักหมุดร้านแก่นกรุง ร้านอาหาร Casual Fine Dining ระดับมิชลินไกด์จากขอนแก่น ที่เปิดใหม่บนถนนอรุณอมรินทร์  เรียนรู้ศาสตร์และศิลป์ในการจับคู่อาหารไทยและไวน์ จากทั้ง Old World & New World wine ในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2568 เวลา: 18:00 – 20:30 น.

ภารณี จิตรกร เป็นที่รู้จักในฐานะนักชิมไวน์ระดับกูรู ที่มีประสบการณ์มากว่า 18 ปี  เป็นคณะกรรมการตัดสินไวน์ บนเวทีระดับนานาชาติในต่างประเทศมากมาย ตลอดจนเป็น International Bordeaux Wine Educator คนแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 178 คนทั่วโลก ของสถาบัน Ecole du Vin de Bordeaux เมืองบอร์กโดซ์ ประเทศฝรั่งเศส  หรืออาจจะคุ้นหน้ากันในฐานะกรรมการ จากรายการ Master Chef Thailand และ Iron Chef Thailand 

หลังจากทนเสียงเรียกร้องไม่ไหวจากบรรดาคอไวน์ หรือนักดื่มที่สนใจการจับคู่ไวน์กับอาหารไทย ภารณี จึงตัดสินเปิดชั้นเรียน “Exploring Thai Cuisine & Wine Pairing” ครั้งแรก เริ่ม EP  แรกกับอาหารรสแช่บอย่างอาหารอีสาน  โดยจับมือกับเชฟจิ๊บ กันยารัตน์ และเชฟไพศาล แห่งร้านแก่นกรุง ร้านอาหารใหม่บนถนนอรุณอมรินทร์ ไม่ไกลจากศิริราช โดยทั้งสองเชฟ นำ“แก่น” ร้านระดับมิชลินไกด์จากขอนแก่น มาไว้ที่นี่  โดยเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นจากอีสาน มาทำอาหารถึงรสถึงเครื่อง เหมือนท่องเที่ยวอีสานผ่านอาหาร พร้อมเพิ่มอรรถรสด้วยการจับคู่กับไวน์

“ครั้งแรกจะเป็นการเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์ในการจับคู่ไวน์กับอาหารอีสาน ทั้งไวน์ Old World & New World wine และครั้งถัดไปจะเป็นอาหารจากภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ แต่จะเป็นภาคไหนก่อนหลัง ต้องติดตามกันต่อไปนะคะ อาหารไทยเป็น soft power ที่ดีที่สุด และไวน์ก็เป็นเครื่องดื่มในระดับสากลที่ได้รับการยอมรับ การจับคู่อาหารไทยกับไวน์ จึงเป็นสิ่งที่สามารถยกระดับอาหารไทยขึ้นไปอีกขั้น” 

ชั้นเรียน “Exploring Thai Cuisine & Wine Pairing” จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2568 เวลา: 18:00 – 20:30 น. ที่ร้านแก่นกรุง  อาหาร 6 คอร์สและไวน์แพริ่ง ในราคาท่านละ 2,890 บาทสุทธิ สำรองที่นั่งได้ที่  Facebook: Parani Chitrakorn 

-(016)

‘โรคซึมเศร้าหลังคลอด’ตัวการทำร้ายความสุขในครอบครัว

‘โรคซึมเศร้าหลังคลอด’ตัวการทำร้ายความสุขในครอบครัว

‘โรคซึมเศร้าหลังคลอด’ตัวการทำร้ายความสุขในครอบครัว

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 07.10 น.

มนุษย์แม่หลายคนจะต้องเผชิญทั้งความสุข ความเหนื่อยล้าจากการตั้งครรภ์ คลอดลูก และการเลี้ยงดูลูกจนทำให้มนุษย์แม่หลายคนอาจเกิดความเครียด ความกังวล จนมีอาการซึมลง ไม่ค่อยมีความสุขเหมือนเมื่อก่อนและอาจเป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอดโดยไม่ได้ตั้งใจ

พญ.อริยาภรณ์ ตั้งชีวินศิริกูล จิตแพทย์โรงพยาบาล BMHH-Bangkok Mental Health Hospital กล่าวว่า โรคซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression) เป็นโรคแทรกซ้อนหลังคลอดที่พบได้บ่อยในระยะ 1 ปีแรก ซึ่งเกิดจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงหลังจากคลอดลูก ส่งผลให้อารมณ์ของแม่มีความเปลี่ยนแปลงโดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

ภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอด (Postpartum Blues หรือ Baby Blues) เกิดจากการที่ยังปรับตัวหลังคลอดไม่ค่อยได้ทำให้มีความวิตกกังวลในการเลี้ยงลูก นอนไม่หลับ รับประทานอาหารได้น้อยลง โดยทั่วไปมักมีอาการอยู่ในช่วง 4 สัปดาห์แรก และสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา

โรคซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression) สามารถเกิดได้ในช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังการคลอด กลุ่มนี้จะมีอาการรุนแรงกว่า เช่น มีอาการนอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ร้องไห้บ่อยอ่อนไหวง่าย บางครั้งหงุดหงิด ความผูกพันกับลูกหายไป บางครั้งมีความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือทำร้ายลูก โดยจะมีระยะของอาการที่ต่อเนื่องตั้งแต่ 2 สัปดาห์จนถึงหลายเดือน และจะต้องได้รับการรักษาไม่สามารถหายเองได้

โรคจิตหลังคลอด (Postpartum Psychosis) มักเกิดในช่วงหลังคลอด 1-4 วัน โดยผู้ป่วยมักมีอาการฉุนเฉียว ร้องไห้ง่าย คึกคัก คล้ายอาการของโรคไบโพลาร์ หูแว่ว ประสาทหลอน บางครั้งก็ได้ยินเสียงสั่งให้ฆ่าลูก โดยโรคกลุ่มนี้ไม่สามารถหายได้เองและจำเป็นต้องรักษาในโรงพยาบาลเพื่อติดตามอาการของภาวะโรคจิตหลังคลอดอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองและลูก

สาเหตุของโรคซึมเศร้าหลังคลอดเกิดจากการสูญเสียคุณค่าตัวเองในช่วงตั้งครรภ์ เช่น ไม่พร้อมตั้งครรภ์, ตั้งครรภ์ตอนอายุน้อย, ตั้งครรภ์ครั้งแรก, หรือมีประวัติแท้งมาก่อนไม่สามารถจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นจากการตั้งครรภ์ได้ด้วยตนเอง ขาดการช่วยเหลือสนับสนุนที่เพียงพอจากครอบครัวและสังคมทั้งด้านจิตใจและร่างกาย มักมีประวัติซึมเศร้าก่อนตั้งครรภ์

หลังคลอดคุณแม่จะมีการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย คือบาดเจ็บหลังคลอด การได้รับยานอนหลับหรือยาสลบเพื่อระงับความเจ็บปวด การอดนอน การเสียเลือด นอกจากนี้ มีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอร์โรน และสารสื่อประสาท serotonin, norepinephrine ส่งผลให้การตื่นตัวลดลง รู้สึกเบื่อหน่ายง่าย

ด้านจิตสังคม คือ การปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์การฟื้นฟูร่างกายหลังคลอด การเปลี่ยนแปลงบทบาทมาเป็นคุณแม่ การให้นมบุตร รับมือกับความคาดหวังของตัวเองและคนรอบข้างในการเลี้ยงดูบุตร ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลต่อสุขภาพจิตของคุณแม่

การรักษาโรคซึมเศร้าหลังคลอด ต้องพิจารณาความเสี่ยงหลายด้าน โดยเฉพาะความเสี่ยงของโรคต่อคุณแม่และทารก และความเสี่ยงของการได้รับยารักษา เพราะยาบางชนิดสามารถผ่านน้ำนมไปสู่ทารกได้ หากอาการไม่รุนแรง อาจพิจารณาการรักษาโดยไม่ใช้ยาก่อน อาจเป็นการทำจิตบำบัดชนิดต่างๆ แต่หากจำเป็นต้องใช้ยา ควรให้การรักษาแบบใช้ยาชนิดเดียวจะปลอดภัยกว่าแต่ถ้าในผู้ป่วยบางรายที่มีอาการรุนแรงจิตแพทย์อาจมีการพิจารณาให้ทำจิตบำบัดร่วมกับการใช้ยา

อย่างไรก็ตาม หากคุณแม่เริ่มมีอาการเข้าข่ายโรคซึมเศร้าหลังคลอดควรเข้ามาปรึกษาจิตแพทย์เพื่อให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขกับครอบครัวเหมือนเดิม

ไอคอนสยามชวน ‘แอบิเกล’ เปิดประสบการณ์เล่นว่าวริมเจ้าพระยา ในงาน ‘ICONSIAM SUMMER KITE PLAYGROUND 2025’

ไอคอนสยามชวน ‘แอบิเกล’ เปิดประสบการณ์เล่นว่าวริมเจ้าพระยา ในงาน ‘ICONSIAM SUMMER KITE PLAYGROUND 2025’

ไอคอนสยามชวน ‘แอบิเกล’ เปิดประสบการณ์เล่นว่าวริมเจ้าพระยา ในงาน ‘ICONSIAM SUMMER KITE PLAYGROUND 2025’

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เริ่มแล้วงาน “ICONSIAM SUMMER KITE PLAYGROUND 2025” มหกรรมว่าวนับพันริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดย ไอคอนสยาม ร่วมกับ บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำความเป็น Family & Kids Destination จุดหมายปลายทางแห่งความสนุกและความสุขของทุกคนในครอบครัว เปิดประสบการณ์การเล่นว่าว ท่ามกลางทัศนียภาพวิวแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมยกขบวนว่าวหลากสีสันหลายรูปแบบมามอบความสุขแบบเต็มพิกัด ชวน “น้องเกล-แอบิเกล” มาสัมผัสเสน่ห์กับวัฒนธรรมไทย สนุกกับการเล่นว่าวอย่างสนุกสนาน

“ICONSIAM SUMMER KITE PLAYGROUND 2025” เปิดพื้นที่ความสนุกให้ทุกคน ทุกเจนเนอเรชั่นได้เพลิดเพลินกับสีสันของว่าวนับพันริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอด 14 วันเต็ม ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 3 เมษายน 2568 ณ ริเวอร์ พาร์ค ชั้น G ไอคอนสยาม ไฮไลท์ช่วงกลางวันเป็นโชว์ว่าวแฟนซียักษ์สุดตระการตาทั้งว่าวรูปสัตว์ ว่าวการ์ตูน ว่าวไทยโบราณ ฯลฯ และเซอร์ไพรส์พิเศษ พบกับว่าวรูปหัวใจลายธงชาติขนาดใหญ่หาชมยาก และว่าวหมียักษ์สูง 4 เมตร ที่จัดแสดงพร้อมกัน 11 ตัวมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย เรียกได้ว่านำมาให้ชมกันที่ไอคอนสยามเป็นที่แรก

โชว์เล่นว่าวแฟนซีจะเริ่มตั้งแต่เวลา 16.00-19.00 น. ทุกวันตลอดการจัดงาน ส่วนกลางคืนตื่นตาตื่นใจกับโชว์ว่าว LED ที่จะจุดประกายแห่งแสงสีให้กับท้องฟ้ายามค่ำคืน โดยจัดแสดงให้ชมต่อเนื่องตลอด 14 คืน ตั้งแต่เวลา 19.00-21.00 น. นอกจากนี้ ยังมีมุมถ่ายภาพสุดคิ้วท์และตุ๊กตายักษ์เรืองแสง ให้ทุกคนได้เก็บภาพอย่างเต็มอิ่ม ตลอดจน Playground สนามเด็กเล่นแสนสนุกที่มาพร้อม Kite Night Light การฉายไฟบนพื้นเป็นลวดลายและสีสันอิงกับสีของว่าว

งานนี้ซุป’ตาร์ตัวจิ๋วอย่าง น้องเกล-แอบิเกล รังษีสิงห์พิพัฒน์ มาร่วมแจกพลังความสดใสพร้อมเปิดประสบการณ์เล่นว่าวท้าสายลมริมแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งแรก ที่ทั้งสนุกและตื่นเต้นครึกครื้นทั้งงาน โดยงานนี้ทุกครอบครัวสามารถนำว่าวมาเอง หรือจะมาเลือกซื้อในงานก็มีร้านค้าจำหน่ายว่าวนานาชนิดให้เลือกอย่างละลานตา ทั้งร้านค้าจากชุมชนบางบ่อ, ชุมชนพระสมุทรเจดีย์, ชุมชนคนเล่นว่าว, ชุมชนคลองหลวง, ชุมชนบางพลัด, ชุมชนเมืองปทุม, ชุมชนบางคูวัด และร้าน ToysKite bkk.shop เป็นต้น อีกทั้งระหว่างสนุกไปกับการเล่นว่าวยังสดชื่นกับผลิตภัณฑ์ Snake Brand (ตรางู) ที่มาช่วยดับร้อนกันถึงที่ทุกวัน

นอกจากจะให้ความสนุกเพลิดเพลินแล้ว ยังถือว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมการละเล่นพื้นบ้านที่อยู่คู่คนไทยอย่างยาวนาน และยังส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ได้รู้จักและสัมผัสกับการละเล่นว่าวแบบดั้งเดิมของไทย พร้อมทั้งส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวและชุมชนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : ICONSIAM

LIFE & HEALTH : รู้จัก..ยาหอม

LIFE & HEALTH : รู้จัก..ยาหอม

LIFE & HEALTH : รู้จัก..ยาหอม

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในภาวการณ์ปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง เทคโนโลยีที่ก้าวไกล มีผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนวัยรุ่น และวัยทำงานเป็นอันมาก เช่น โทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เนต ที่สามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา ทำให้พฤติกรรมการนอนเปลี่ยนแปลงไป ส่วนใหญ่นอนน้อยลง หรือนอนผิดเวลา นอนกลางวันและตื่นกลางคืน บางคนกินอาหารมื้อดึก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เป็นอันมาก

ข้อมูลจาก รศ.ภญ.รุ่งระวี เต็มศิริฤกษ์กุล ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และ ภก.พินิต ชินสร้อย เปิดเผยว่า ตามทฤษฎีการแพทย์แผนตะวันออกนาฬิกาชีวิตของมนุษย์ต้องสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมภายนอก ความร้อน ความชุ่มชื้น ความเย็นจากภายนอกในแต่ละช่วงเวลามีอิทธิพลต่อการทำงานของร่างกาย การปรับเปลี่ยนเวลามีผลต่อสุขภาพอย่างยิ่ง มีงานวิจัยที่พิสูจน์ว่า คนที่นอนกลางวัน ตื่นกลางคืนมักเป็นโรคอ้วนและมีภูมิต้านทานต่ำ จากเหตุผลดังที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้สุขภาพของกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ปัจจุบันต้องเผชิญต่อความเสี่ยงต่อโรคที่จะตามมา หลายคนมีเริ่มมีอาการขาดสมดุลร่างกาย เช่น เป็นหวัดบ่อย อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ เครียด อารมณ์สับสน วุ่นวาย ทำงานไม่ได้ทั้งที่อยากทำ อ่านหนังสือไม่ได้ ขาดสมาธิในการจัดการปัญหา เป็นต้น อาการเหล่านี้เมื่อเกิดในระยะแรกเริ่ม อาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ถึงขั้นที่ต้องใช้ยารักษา แต่หากทิ้งไว้ไม่สามารถปรับพฤติกรรม หรือไม่สามารถแก้ไขต้นเหตุเหล่านี้โดยวิธีใดวิธีหนึ่ง ก็จะทำให้เป็นโรคได้ในที่สุด

ยาหอม เป็นชื่อกลุ่มยาตำรับที่ใช้กันมานานมีจุดประสงค์หลักในการปรับสมดุลธาตุ เริ่มจากธาตุลมที่เรียกชื่อว่า “ยาหอม” เกิดเนื่องจากในตำรับมีส่วนประกอบหลักมาจากสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมหลายชนิดเช่นเกสรดอกไม้ จำพวกมะลิ พิกุล บุนนาค สารภี เกสรบัวหลวงดอกจำปา กระดังงา ลำดวน ลำเจียก และของหอมอื่นๆได้แก่ ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กฤษณา ขอนดอก กระลำพักเปลือกสมุลแว้ง เปราะหอม ชะลูด หญ้าฝรั่น เทียน และโกฐรวมทั้งจันทน์แดง จันทน์เทศ จันทน์ชะมด เป็นต้น ตัวยาที่ใส่ไปจำนวนมาก บางตำรับมีมากถึง 56 ชนิด ล้วนมีสรรพคุณสำคัญต่อร่างกายทั้งสิ้น ยาหอมใช้ในวิถีชีวิตของคนไทยตั้งแต่ก่อนเกิดจนวันตาย เริ่มตั้งแต่ตำรับยาหอมสำหรับบำรุงโลหิตระดูสตรี เพื่อให้มีสุขภาพสมบูรณ์ สามารถตั้งครรภ์ได้บางตำรับตั้งขึ้น เพื่อดูแลสุขภาพของสตรีมีครรภ์ เรียกว่ายาหอมครรภ์รักษา แต่ในกลุ่มนี้ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์แผนไทยผู้เชี่ยวชาญ ยาหอมยังใช้ในวัยเจริญพันธุ์เพื่อป้องกันและรักษาโรคเกี่ยวกับลม ใช้ในช่วงพักฟื้น เพื่อช่วยให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะปกติ ตำรับยาหอมแก้ลมวิงเวียนสำหรับผู้สูงอายุ และแก้โรคลมอีกหลายชนิด ยาหอมบางตำรับใช้ในช่วงสุดท้ายของชีวิต เพื่อให้มีสติสัมปชัญญะได้สั่งเสียลูกหลาน จึงนับได้ว่ายาหอมเป็นยาที่สำคัญของชีวิต จากปัจจัยปัญหาข้างต้นของวัยรุ่น และวัยทำงาน การใช้ยาหอมปรับสมดุล น่าจะเป็นการปรับการทำงานของร่างกายแบบองค์รวมที่จะส่งเสริมให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ป้องกันโรคที่อาจเกิดได้

วัยรุ่นควรใช้ยาหอมได้นานหรือไม่

เนื่องจากยาหอมเป็นยาปรับสมดุล ทำให้ร่างกายอุ่นพอดี การกินติดต่อกัน อาจมีผลกระทบต่อธาตุไฟดังนั้น ในวัยที่มีอายุ ระหว่าง 16-32 ปี เป็นวัยที่ต้องการพลังงาน ธาตุไฟต้องทำงานมากกว่าวัยอื่น จึงควรกินยาหอมเมื่อมีอาการและต่อเนื่องกันประมาณ ไม่เกิน 2 สัปดาห์หากอาการหายแล้วให้หยุดยา

ทำไม ลุง ป้า น้า อา ปู่ ย่า ตา ยาย กินยาหอมได้นาน 

สำหรับคนที่วัยมากกว่า 32 ปี จัดเป็นปัจฉิมวัยซึ่งมีการทำงานของธาตุลมไม่ดีนัก มักมีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับธาตุลม โดยเฉพาะวัยสูงอายุ มากกว่า 60 ปี การกินยาหอม วันละ 2 ครั้ง ตอนเช้า และก่อนนอน จะช่วยให้ภาวะของลมดีขึ้น ทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น

ข้อแนะนำทั่วไปสำหรับการใช้ยาหอม

1.การใช้ยาหอมให้ได้ผล แม้จะเป็นชนิดเม็ด ควรนำมาละลายน้ำกระสายยา หรือน้ำอุ่น รับประทานขณะกำลังอุ่นเหมือนกับวิธีการเดิม เพราะการออกฤทธิ์ของน้ำมันหอมระเหยที่มีในยาหอมจะช่วยทำให้ยาออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้น และออกฤทธิ์ผ่านประสาทรับกลิ่น และการดูดซึมผ่านกระเพาะอาหาร

2.ควรใช้ตามขนาดที่แนะนำ การกินเกินขนาดที่แนะนำ ไม่เกิดอาการพิษทันที แต่จะผลักดันให้การทำงานของธาตุเปลี่ยนไปเร็ว และทำให้สมดุลอาจขาดหรือเกินไปอีกทางได้

3.ยาเม็ดชนิดอม หรือยาผง ละลายน้ำดื่ม อาจใช้ในปริมาณน้อยกว่าที่แนะนำได้ เนื่องจากมีการดูดซึมในช่องปาก ออกฤทธิ์ได้ดี และเร็วกว่าการกลืนแบบเม็ด

ข้อควรระวังสำหรับการใช้ยาหอม 

ยาหอมไม่ใช่ยาวิเศษรักษาโรคได้ทุกโรค แต่เป็นยาปรับสมดุลโดยเริ่มจากธาตุลม เพื่อไปกระตุ้นการทำงานของน้ำ และไฟ ทำให้มีการไหลเวียนสะดวก เผาผลาญตามปกติซึ่งเป็นหลักวิธีคิดแบบองค์รวม ดังนั้น การใช้ยาหอมจะไม่ได้ให้ผลดีแบบทันทีทันควัน แต่จะทำให้สมดุลที่เบี่ยงเบนไปค่อยๆ ปรับกลับสู่สภาพเดิม 

ข้อควรระวังทั่วไปของยาหอม

1.ระวังในคนที่เคยมีประวัติแพ้เกสรดอกไม้

2.ผู้ป่วยที่มีการใช้ยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน ต้องหลีกเลี่ยงการใช้ยาหอมติดต่อกันนานเกิน 1 เดือน เพราะจะเสริมฤทธิ์ ทำให้เลือดหยุดไหลยาก

3.กรณีที่ใช้ยาหอมติดต่อกัน นานเกิน 1 เดือนหากต้องได้รับการผ่าตัด ต้องแจ้งแพทย์ เพื่อหยุดการใช้ยา

น้ำกระสายยากับยาหอม 

การเลือกใช้ยาหอมให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดควรเลือกชนิดของยาหอมให้ถูกกับโรค ขนาดที่ใช้ใกล้เคียงกับน้ำหนักตัว และหากไม่สามารถซื้อหรือเก็บยาหอมหลายชนิดไว้ในบ้าน ก็สามารถเลือกยาหอมและใช้ร่วมกับน้ำกระสายยาตามที่ระบุ ดังนี้

l แก้ลมวิงเวียน ยาหอมทุกชนิด ใช้ น้ำดอกไม้ น้ำสุก

l แก้ลมบาดทะจิต (หงุดหงิด กระวนกระวาย) ยาหอมอินทจักร ละลายน้ำดอกมะลิ

l แก้คลื่นเหียนอาเจียน ยาหอมอินทจักร หรือยาหอมนวโกฐ ละลายน้ำลูกผักชี เทียนดำต้ม น้ำสุก

l แก้ลมจุกเสียด ยาหอมทุกชนิด น้ำขิงต้ม

l แก้ลมปลายไข้ ยาหอมนวโกฐ ละลายน้ำต้มก้านสะเดา ลูกกระดอม และบอระเพ็ด หรือละลายน้ำสุก

l แก้ท้องเสีย น้ำต้มใบทับทิม ยาหอมร้อนทุกชนิด ละลายน้ำต้มเหง้ากระทือเผาไฟ

ยาหอมไม่ใช่แก่คร่ำครึ

จากที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่ายาหอมไม่ใช่แค่ยาคนแก่ มียาหอมเพียงตำรับเดียวในบ้าน ก็เสริมสุขภาพให้ดีทั้งครอบครัวได้ การใช้ยาหอมปรับสมดุล เป็นการป้องกันโรค ลดการใช้ยา รักษาสุขภาพให้เป็นปกติ และยังเป็นการสืบเจตนารมณ์ของรุ่นปู่ย่าตายาย ที่อุตส่าห์สั่งสมความรู้ไว้เป็นมรดกตกทอดแก่ลูกหลานไทย สำหรับผู้สนใจข้อมูลสุขภาพและการใช้ยาของคณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล สามารถติดตามได้ที่ https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/service-knowledge.php

EnCo เดินหน้าส่งเสริมการอ่านให้เยาวชนไทย แบ่งปันน้ำใจผ่านกิจกรรม‘เล่มใหม่ให้น้อง’ปีที่ 3

EnCo เดินหน้าส่งเสริมการอ่านให้เยาวชนไทย  แบ่งปันน้ำใจผ่านกิจกรรม‘เล่มใหม่ให้น้อง’ปีที่ 3

EnCo เดินหน้าส่งเสริมการอ่านให้เยาวชนไทย แบ่งปันน้ำใจผ่านกิจกรรม‘เล่มใหม่ให้น้อง’ปีที่ 3

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo) นำโดย ศิรศักดิ์ จันเทรมะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารร่วมส่งมอบหนังสือเรียนเสริมพัฒนาการให้กับศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนในพื้นที่การดำเนินงานของ EnCo ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์เด็กเล็กก่อนวัยเรียน กม.11 กรุงเทพมหานคร ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านยุบตาเหน่ง อ.วังจันทร์ จ.ระยอง และโรงเรียนวัดโพธิ์ อ.บางปะอิน ต.บ้านโพ จ.พระนครศรีอยุธยา ภายใต้กิจกรรม “เล่มใหม่ให้น้อง” ปีที่ 3

ผู้บริหารและพนักงานในกลุ่มบริษัท ปตท. ร่วมกันส่งต่อหนังสือสภาพดีที่ไม่ได้ใช้แล้ว นำมาจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้เช่าและพนักงานภายในศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายดังกล่าวได้นำไปจัดซื้อหนังสือเล่มใหม่ พร้อมทั้งอุปกรณ์การเรียนและอาหาร รวมถึงยังได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด ในการสมทบทุนจัดซื้อหนังสือเล่มใหม่ให้กับเด็ก ๆ

กิจกรรม “เล่มใหม่ให้น้อง” นอกจากจะเป็นการส่งต่อหนังสือและความรู้ให้กับเยาวชนแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือและจิตสำนึกที่ดีต่อสังคมของพนักงานในองค์กรอีกด้วย บริษัทมีความมุ่งหวังว่าโครงการนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนมีความรักในการเรียนรู้และการอ่าน พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของเด็กไทยอย่างยั่งยืน โดย EnCo จะเดินหน้าสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ต่อไปเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และการเติบโตของเยาวชนในอนาคต

คุณแหน : 26 มีนาคม 2568

คุณแหน : 25 มีนาคม 2568

คุณแหน : 26 มีนาคม 2568

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ll พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เป็นประธานเปิดงาน“มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีชีวิตแห่งความเป็นธรรม ปีที่ 2” ในพื้นที่จ.ชลบุรี โดยมี ยู่สิน จินตภากร ผู้ช่วยรัฐมนตรีและ ธวัชชัย ศรีทอง ผวจ.ชลบุรี เข้าร่วม..

ll โชตินรินทร์ เกิดสม ผวจ.สงขลา ต้อนรับคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการท่องเที่ยวเรือสำราญไทย-สิงคโปร์ และคณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์ ซึ่งได้เลือกให้ จ.สงขลาเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมคณะทำงานครั้งที่ 2โดยมี มงคล วิมลรัตน์ เป็นประธานในพิธี..

ll ข่าวน่ายินดีของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ได้รับรางวัลธนาคารกลางแห่งปี 2025 จาก Central Banking Publications ที่เป็นสื่อชั้นนำด้านการเงินและการธนาคารกลางของโลก..

ll ไพศาล พิสุทธิ์วัชระ ชวนชาว BRAIN 2 มาสังสรรค์ กว่า 40 คน อาทิ ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี,ศิริกาญจน์ ศักดิเดช ภาณุพันธ์ ณ อยุธยา,นุสรา(อัสสกุล)บัญญัติปิยพจน์, เกษสุดา ไรวา,พล.ต.ต.นพ.ธนา ธุระเจน,ภก.เชิญพร เต็งอำนวย,ดร.วารีรัตน์ ตั้งธนกูล,พรรณี จารุสมบัติ,คณิต วัลยะเพ็ชร,พิเชษฐ สิทธิอำนวย, ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์,พูลศรี จงแสงทอง,รสริน เธียรนุกุล,อัชดา เกษรศุกร์ งานนี้ได้ สุพัตรา จิราธิวัฒน์ และ วัลยาจิราธิวัฒน์ เปิดบ้านจิราธิวัฒน์จัดงานเลี้ยงให้เพื่อนๆ อย่างอบอุ่น..

ll จินตนา อุดมทรัพย์ วันเกิดปีนี้ได้ไปกราบขอพรจากคุณพ่อคุณแม่ด้วยผลไม้และพวงมาลัยสวยๆ หอมๆ แล้วรับแขกที่มาอวยพร และไปไหว้หลวงพ่อเสริม ณ วัดปทุมวนาราม..

ll เพื่อนๆ Digital CEO#7 ยินดีกับ รศ.ดร.ประมา ศาสตระรุจิ ที่ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ..

ll ดร.ธำรงเกียรติ อุทัยสาง ชวนมิตรสหายชาว CDA#2 มาสังสรรค์ ณ ร้านสามเสนวิลล่า โดยมี สุวิทัศท์สุรสิงห์โตทอง ต้อนรับอย่างอบอุ่น งานนี้ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล,ดร.จิราพร ศิริคำ,ระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์,เสกสรรค์ จันทร์ขวาง, พรพนิต รัตนกุล,ดวงพร อุดมทิพย์, วิทวัส ปัญญาแหลม,รัสชัย เหรียญพาณิชย์,วิเธียรณ์ จันทะเรือง ไม่พลาด..

ll ปัญญา มณีขาว บริจาคเงินเนื่องในวันเกิด สมทบทุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อสร้างอาคาร รพ.รามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี..

ll นพ.พลลภัตม์ เสถียร วันเกิดได้ฉลองอยู่บ้านกับครอบครัวแบบอบอุ่น..

ll ยามนี้คุณตาคุณยายป้ายแดง ภก.วิบูลย์- ภญ.ณรัชฎา จรรยานุภาพ กำลังเพลินกับการเลี้ยง หนูเรย์ หลานสาวคนแรกวัย 8 เดือน แบบเต็มเวลาจันทร์ถึงศุกร์ แบบว่างานอื่นรอไปวันหยุด..

ll ชาว LSP 3ร่วมเสียใจกับ ศิริวรรณ ประเสริฐชัย ที่สูญเสียมารดา วัชรี ศิริกุล..

ll สมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ขอเชิญสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2568 เสาร์ที่ 29 มี.ค. 13.00 น. เป็นต้นไป ณ สมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย สุขุมวิท 50(กรุณานำบัตรสมาชิกสามัญมาเพื่อใช้ในการลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม)..ll

น้องใหม่

มะเร็งปอด อาจเกิดได้ในผู้หญิงแม้ไม่สูบบุหรี่ โรช เน้นย้ำการตรวจคัดกรอง เพื่อการรักษาที่ได้ผล

มะเร็งปอด อาจเกิดได้ในผู้หญิงแม้ไม่สูบบุหรี่ โรช เน้นย้ำการตรวจคัดกรอง เพื่อการรักษาที่ได้ผล

มะเร็งปอด อาจเกิดได้ในผู้หญิงแม้ไม่สูบบุหรี่ โรช เน้นย้ำการตรวจคัดกรอง เพื่อการรักษาที่ได้ผล

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พญ.ศันสนี เลิศฤทธิ์เรืองสิน

โรช ไทยแลนด์ มุ่งมั่นส่งเสริมการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปอดในระยะเริ่มแรก โดยเฉพาะในผู้หญิงซึ่งมีมากกว่า 8,300 คนคิดเป็น 35% เมื่อเปรียบเทียบระหว่างผู้ป่วยมะเร็งปอดเพศชายและหญิงรายใหม่ทั้งหมดในประเทศไทย ในปี พ.ศ.2565 เพื่อกระตุ้นเตือนให้ประชาชนทั่วไปตระหนักถึงอันตรายและความสูญเสียทางสุขภาพและลดการเสียชีวิตและเพิ่มโอกาสในการรักษามะเร็งปอด

ข้อมูลสถิติยังคาดการณ์ว่าในปี 2573 หรือภายใน 6 ปีข้างหน้า จะมีผู้ป่วยมะเร็งปอดรายใหม่เพศหญิงในประเทศไทยมากกว่า 11,200 คน เพิ่มขึ้นประมาณ 35% จากจำนวนผู้ป่วยเพศหญิงรายใหม่จำนวน 8,300 คน จากปี 2565 แน่นอนว่าการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยมะเร็งปอดสะท้อนการแพร่กระจายของปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค ไม่เพียงแค่บุหรี่ แอลกอฮอล์ มลพิษทางอากาศ แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่สำคัญอีก เช่น การกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมที่เป็นต้นเหตุของโรคนี้เช่นกัน

อีกทั้งงานวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ บ่งชี้ว่าการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม ที่เป็นต้นเหตุของโรคมะเร็งปอด ตัวอย่างเช่น การกลายพันธุ์ในยีน EGFR (Epidermal Growth Factor Receptor) เป็นที่แพร่หลายในประชากรเอเชียอาจเป็นสาเหตุก่อมะเร็งปอดโดยไม่เกี่ยวโยงกับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของผู้ป่วย การวิจัยระบุว่าประมาณ 30-40% ของผู้ป่วยมะเร็งปอดในเอเชียมีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าประชากรชาวตะวันตกอย่างมีนัยสำคัญ

แพทย์หญิงศันสนี เลิศฤทธิ์เรืองสินผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรช ไทยแลนด์ กล่าวว่า โรชมุ่งมั่นค้นคว้าและวิจัยเทคโนโลยี เพื่อการรักษาในมะเร็งหลายชนิด รวมถึงโรคมะเร็งปอด ปัจจุบันมีวิธีการรักษาหลักๆ อยู่ 3 ประเภทนอกเหนือจากการฉายแสงและการผ่าตัด ได้แก่ เคมีบำบัด การใช้ยามุ่งเป้า และ ภูมิคุ้มกันบำบัด โดยยาเคมีบำบัด จะมีประสิทธิภาพในการฆ่าเซลล์มะเร็งที่แบ่งตัวอย่างรวดเร็ว แต่มักมาพร้อมกับผลข้างเคียง เช่น อาการคลื่นไส้ เหนื่อยล้า และผมร่วง ในด้านยามุ่งเป้าเป็นการใช้ยาเพื่อกำหนดเป้าหมายเซลล์มะเร็งที่มีการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมบางอย่างโดยเฉพาะ เพื่อช่วยลดความเสียหายต่อเซลล์ปกติ ยังมีผลข้างเคียง เช่น ผื่นผิวหนัง อ่อนเพลียปาก/คออักเสบ ส่วนการบำบัดด้วยภูมิคุ้มกัน เป็นการช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายในการต่อสู้กับโรคมะเร็ง แสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ แต่ยังอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ปฏิกิริยาทางผิวหนัง อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ และผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันที่ร้ายแรงยิ่งขึ้น หากคนไข้มีสัญญาณเบื้องต้น เช่น ไอเรื้อรัง โดยไม่ทราบสาเหตุ อาจมีเสมหะปนเลือด น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือหายใจลำบาก หอบเหนื่อย ควรรีบพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยรวดเร็วถูกต้อง”

โรช ไทยแลนด์ มุ่งมั่นรณรงค์เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้คนไทยตระหนักว่าโรคมะเร็งปอดไม่ได้เกิดแค่ในผู้ชายหรือคนที่สูบบุหรี่ หากคัดกรองรวดเร็วและเหมาะสม ได้รับการรักษา จะทำให้หายขาดจากมะเร็งปอดได้ หากเป็นมะเร็งระยะเริ่มต้น ทั้งนี้ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคมะเร็งปอดได้ที่มูลนิธิเครือข่ายมะเร็ง https://thaicancersociety.com/หรือเพจเฟซบุ๊ก @thaicancersociety เว็บไซต์ Lung and Me https://www.lungandme.com/ หรือเพจเฟซบุ๊ก @lungandme

เริ่มแล้ว ‘จิตรกรรมเอเซีย พลัส’ ครั้งที่ 13 ชวนคนไทยร่วมถ่ายทอด ‘ความฝัน’

เริ่มแล้ว ‘จิตรกรรมเอเซีย พลัส’ ครั้งที่ 13 ชวนคนไทยร่วมถ่ายทอด ‘ความฝัน’

เริ่มแล้ว ‘จิตรกรรมเอเซีย พลัส’ ครั้งที่ 13 ชวนคนไทยร่วมถ่ายทอด ‘ความฝัน’

วันพุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มาริษา เจียรวนนท์

บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ในการสนับสนุนจิตรกรทั่วประเทศ ให้ได้ต่อเติมจินตนาการสร้างสรรค์ ผ่านแนวคิด “ความฝัน” ในโครงการ “จิตรกรรมเอเซีย พลัสครั้งที่ 13” การประกวดภาพวาดจิตรกรรม 2 มิติ บนผืนผ้าใบ ชิงรางวัลมูลค่ารวม 975,000 บาท

ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ด้วยตระหนักถึงความสำคัญในการใช้ศิลปะเป็นส่วนเชื่อมประสานจินตนาการและความสามารถของมวลมนุษย์ พร้อมร่วมสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ออกสู่สาธารณชน โดยได้เปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปร่วมส่งผลงานเข้าประกวดในหัวข้อ “ความฝัน” ซึ่งเป็น Key Messageสื่อสารหลักประจำปี ทั้งนี้ ด้วยเพราะต้องการเปิดกว้างทางแนวความคิด ความทรงจำและความรู้สึก อันหลากหลายของศิลปินในรูปแบบต่างๆ โดยได้รับเกียรติจากศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ นำโดย ศ.เกียรติคุณ ปรีชา เถาทอง (ปี พ.ศ.2552) อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร (ปี พ.ศ.2557) ศ.เกียรติคุณ ถาวร โกอุดมวิทย์ (ปี พ.ศ. 2564) ศ.เกียรติคุณ พิษณุ ศุภนิมิตร (ปี พ.ศ. 2565) อาจารย์สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ นายกสมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติแห่งประเทศไทย มาริษา เจียรวนนท์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิและวิสาหกิจเพื่อสังคมเชฟแคร์ส พร้อมด้วยผู้บริหารจากบริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ และ ณินทิรา โสภณพนิช ร่วมเป็นกรรมการตัดสิน

จิตรกรที่สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จะได้รับรางวัลและเกียรติบัตรดังนี้ รางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัล 300,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1ได้รับเงินรางวัล 200,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 150,000 บาท นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษ CEO AWARD ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาทจำนวน 1 รางวัล และรางวัลชมเชย ได้รับเงินรางวัล 75,000 บาท จำนวน 3 รางวัล รวมมูลค่าเงินรางวัลทั้งสิ้น 975,000 บาท”

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการประกวด โดยส่งผลงานออนไลน์ในระหว่าง วันที่ 1-15 มิถุนายน 2568 ทางช่องทาง https://bit.ly/3Fnqau7 และเปิดรับงานจริง วันที่ 19-20 มิถุนายน 2568 โดยผลงานที่จัดส่งจะต้องเป็นจิตรกรรม 2 มิติ บนผืนผ้าใบพร้อมจัดแสดง ไม่จำกัดเทคนิคและวัสดุ ขนาดไม่เกิน 150 x 200 เซนติเมตรไม่รวมกรอบ (สื่อเคลื่อนไหว ศิลปะจัดวาง และประติมากรรม ไม่สามารถเข้าร่วมการประกวดได้) โดยบริษัทได้จัดสถานที่รับผลงาน ดังนี้ กรุงเทพฯ และภาคกลาง ณ อาคารเอเซีย เซ็นเตอร์ ชั้น 12A ภาคเหนือ ณ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และภาคใต้ ณ Patani Art Space & Patani Contemporary Art Gallery จังหวัดปัตตานี ทั้งนี้ ผลงานทั้งหมดที่ส่งเข้าประกวด และผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จะได้จัดแสดง ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และจะถูกนำไปจัดแสดงต่อเนื่อง ที่อาคารสาธร ซิตี้ ทาวเวอร์

ติดตามรายละเอียดการคัดเลือกและประกาศผล โครงการประกวดจิตรกรรมเอเซีย พลัส ครั้งที่ 13 ผ่านทางเว็บไซต์ www.asiaplus.co.th/artcontest/ และ เฟซบุ๊ก จิตรกรรมเอเซีย พลัส

ณินทิรา โสภณพนิช