แย่งซีนกันพัลวัน!! สภาเตรียมเปิดซักฟอก ‘สส.ปชน.’ทวงสิทธิ์ให้แรงงาน ‘อดิศร’ร่ายกลอน โดนตัดบท

แย่งซีนกันพัลวัน!! สภาเตรียมเปิดซักฟอก 'สส.ปชน.'ทวงสิทธิ์ให้แรงงาน 'อดิศร'ร่ายกลอน โดนตัดบท

แย่งซีนกันพัลวัน!! สภาเตรียมเปิดซักฟอก ‘สส.ปชน.’ทวงสิทธิ์ให้แรงงาน ‘อดิศร’ร่ายกลอน โดนตัดบท

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.39 น.

แย่งซีนกันพัลวัน!! สภาเตรียมเปิดอภิปรายฯ ‘สส.ปชน.’ลุกทวงสิทธิ์ให้แรงงานรัฐสภา บอกได้โอทีแค่สองทุ่มครึ่ง ขณะที่’อดิศร’อ่านกลอนบ้าง ยังไม่ทันจบ ‘ปกรณ์วุฒิ’ตัดบท บอกเอาสาระดีกว่า เสียเวลามามากแล้ว

เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานในการประชุม 

ช่วงก่อนเสนอญัตติ ปรากฏว่ามีความวุ่นวายเล็กน้อย โดย น.ส.วรรณวิภา ไม้สน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกหารือเรียกร้องสิทธิแรงงานให้ลูกจ้างรัฐสภา ว่า ทุกคนที่ดูแลเราเป็นลูกจ้าง พนักงาน ในรัฐสภาแห่งนี้ ตนได้รับเสียงสะท้อนมาตลอด ว่าพนักงานอัตราจ้าง สวัสดิการก็ไม่ค่อยมี โอทีก็ได้เพียงแค่เวลา 20.30 น. หลังจากนั้นทำงานฟรี เพราะฉะนั้น อยากให้ประธานช่วยดูแล และไม่อยากให้เอาเปรียบลูกจ้างเขา เอาเปรียบคนตัวเล็กตัวน้อยกลุ่มนี้

จากนั้น นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลุกกล่าวบ้างว่า วันนี้เป็นการอภิปรายไม่วางใจ เป็นความงามของระบอบประชาธิปไตย ตนอยากให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเองตามที่รับมอบหมาย ขอให้เป็นโรงเรียนการเมือง โรงเรียนประชาธิปไตย ที่ประชาชนเข้าติดตาม และได้ประโยชน์ พร้อมอ่านกลอนว่า “อภิปรายกันวันนี้ ขอให้โชคดีมีสีสัน สร้างบรรยากาศยกเหตุผลมายืนยัน ….”

แต่ยังอ่านกลอนไม่ทันจบ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ ประธานวิปฝ่ายค้าน ประท้วงทันที ระบุว่า ขอให้ประธานควบคุมการประชุม เราเสียเวลามามากแล้ว เอาเรื่องมีสาระดีกว่า

จากนั้น นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ลุกหารือบ้างว่า ญัตติคือขอเปิดอภิปรายทั่วไปไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ไม่มีคำว่าและคณะ ถ้าเกิดปล่อยให้อภิปรายไม่ไว้วางใจ สามารถให้รัฐมนตรีคนอื่นอธิบายได้หรือไม่ เพราะนายกฯ เอง ได้แต่ดูแลทั่วไป ท่านไม่ได้ดูแลรายละเอียดทั้ง 20 กระทรวง จึงเป็นปัญหา อยากให้ท่านประธานชี้แจง เดี๋ยวพอรัฐมนตรีขึ้นมา ก็จะประท้วงกันอีก 

ต่อมานายวันมูหะมัดนอร์ จึงชี้แจงว่า อย่างที่ตนได้ชี้แจงไปแล้ว ถ้าพาดพิงไปถึงงานของรัฐมนตรีที่นายกฯ มอบหมายให้ รัฐมนตรีท่านนั้นก็จะชี้แจงแทนได้ และหากพาดพิงไปถึงรัฐมนตรีในทางเสียหาย ก็สามารถชี้แจงได้เช่นเดียวกัน ต้องดูเนื้อหาสาระ โดยจะถือเอาเรื่องของญัตติที่ผู้นำฝ่ายค้านเสนอมาต่อสภา

จากนั้นได้เสนอหลักการโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านฯ ต่อไป

‘อิ๊งค์’ยิ้มแย้มเข้าสภาฯ สู้ซักฟอก เผย’พ่อทักษิณ’ยกหูให้กำลังใจ พร้อมสแตนด์บาย

'อิ๊งค์'ยิ้มแย้มเข้าสภาฯ สู้ซักฟอก เผย'พ่อทักษิณ'ยกหูให้กำลังใจ พร้อมสแตนด์บาย

‘อิ๊งค์’ยิ้มแย้มเข้าสภาฯ สู้ซักฟอก เผย’พ่อทักษิณ’ยกหูให้กำลังใจ พร้อมสแตนด์บาย

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.19 น.

‘อิ๊งค์’ยิ้มแย้ม เข้าสภาฯ สู้ศึกซักฟอก บอกหลับสบาย ไม่ตื่นเต้น เผย’ทักษิณ’ยกหูให้กำลังใจ พร้อมสแตนด์บายซัพพอร์ต หลังติวเข้มเน้นประเด็นศก. รับไม่รู้เรื่อง’เฉลิม’ร่วมวงอภิปรายด้วย เชื่อไม่น่าทำแบบนั้น 

เมื่อเวลา 08.15 น. วันที่ 24 มี.ค.2568 ที่อาคารรัฐสภา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าร่วมประชุมสภาในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย วันแรก ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์  นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม  นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย และนายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รอต้อนรับ

เมื่อมาถึงผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อคืนหลับสบายหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า หลับสบาย

เมื่อถามอีกว่า รู้สึกกังวลอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า โอเคนะ ก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นมาก แต่อาจจะตื่นเช้า ตื่นก่อนนาฬิกาปลุกเล็กน้อย 

เมื่อถามว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ระบุว่าได้มีการติวการบ้านกับนายกฯ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า คุณพ่อแวะมาเจอที่บ้านก่อนที่จะไปร่วมงานแต่งเมื่อวันที่ 23 มี.ค. มาคุยกันว่าประเด็นนี้คิดอย่างไร ประเด็นนั้นคิดอย่างไร ก็มีหลายประเด็นที่คุยกัน มีการถามเรื่องเศรษฐกิจว่ามีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งมีหลายประเด็นพูดคุยกัน ส่วนเรื่องการอภิปรายก็มีหัวข้อแค่นิดหน่อย ก็ถามว่าเข้าใจตรงกันนะ แบบนี้ใช่ไหม

เมื่อถามว่า เห็นนายทักษิณระบุว่าจะมีการมอนิเตอร์การอภิปรายฯ เพื่อช่วยนายกฯ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “เมื่อสักครู่ คุณพ่อได้โทรศัพท์ให้กำลังใจ พร้อมระบุว่าถ้ามีอะไรก็โทรมา เพราะวันนี้คุณพ่อจะสแตนด์บาย มีอะไรก็โทรไปถามได้ ซึ่งก็เป็นอย่างนี้มาตลอดทั้งชีวิตอยู่แล้ว”

เมื่อถามว่าวันนี้ได้มีการเกร็งข้อสอบอะไรมาบ้าง นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีอะไรก็เป็นไปตามนโยบาย เพราะเราทำงานอยู่แล้ว เมื่อมาถามอะไรพวกนี้ เราก็เตรียมข้อมูลตัวเลขไปเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน ส่วนประเด็นอื่นๆ ก็ไม่ได้มีประเด็นอะไรที่ไม่ทราบ

เมื่อถามอีกว่า มีประเด็นที่พาดพิงตระกูลชินวัตรจะมีการชี้แจงอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ประเด็นที่พูดถึงตระกูลชินวัตรมีข้อมูลอะไรก็ตอบไปตามนั้น มันไม่มีอะไร

เมื่อถามว่า กรณีฝ่ายค้านระบุว่าเป็นยุทธการโรยเกลือ เมื่อเสร็จการอภิปรายแล้วจะมีการร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรงนี้มีความกังวลอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็รอดู เพราะไม่ทราบว่าเรื่องอะไร ถ้ามีอะไรให้รายงานเพิ่มก็จะรายงานตามนั้น มีข้อมูลอะไรก็บอกเขาไป

เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จะขออภิปรายโดยใช้โควตาของพรรคพลังประชารัฐ นายกฯ กล่าวว่า อ๋อ ยังไม่ทราบ ก่อนหันไปทาง นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โดยนายภูมิธรรม กล่าวว่า เขาบอกแล้วว่าจะไม่อภิปราย จากนั้นนายกฯ กล่าวว่า เห็นทางพรรคคุยกันว่าจะไม่อภิปราย ตนว่า ร.ต.อ.เฉลิม ไม่ทำแบบนั้น

เมื่อถามว่า เป็นครั้งแรกที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะลุกขึ้นอภิปราย นายกฯ คิดอย่างไร น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ต้องไปถามท่านว่าท่านตื่นเต้นหรือเปล่า 

‘วราวุธ’ให้กำลังใจนายกฯ ชี้ ไม่ต่างสมัย’พ่อบรรหาร’โดนอภิปรายคนเดียว

'วราวุธ'ให้กำลังใจนายกฯ ชี้ ไม่ต่างสมัย'พ่อบรรหาร'โดนอภิปรายคนเดียว

‘วราวุธ’ให้กำลังใจนายกฯ ชี้ ไม่ต่างสมัย’พ่อบรรหาร’โดนอภิปรายคนเดียว

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 08.57 น.

‘วราวุธ’ให้กำลังใจนายกฯ ชี้ ไม่ต่างสมัย’พ่อบรรหาร’โดนอภิปรายคนเดียว เผย พม. เตรียมประเด็น ที่คาดโดนตั้งคำถามไว้แล้ว 

เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2568 ที่รัฐสภา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ก่อนเริ่มการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ได้กำชับเพื่อนข้าราชการกระทรวง พม. ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ให้มีการเตรียมประเด็นที่คาดว่าเป็นที่สงสัยหรืออาจจะโดนตั้งคำถาม ซึ่งก็ได้บอกไปกับทุกหน่วยงานแล้ว เชื่อว่าวันนี้ทุกคนจะเตรียมพร้อม ในส่วนของกระทรวง พม. เองก็เต็มที่ และรัฐมนตรีคนอื่นๆ ก็เต็มที่ และตนก็เตรียมประเด็นไว้ไม่ได้ประมาท

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร เพราะตั้งแต่เข้ามาทำงานในรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีนั้น ทางกระทรวง พม. ก็ทำงานเต็มที่ และพร้อมชี้แจงหากมีข้อสงสัย และเราก็ไปทำงานอยู่แล้ว จึงพร้อมตอบทุกคำถาม และเป็นกำลังใจให้นายกฯ ด้วย ทั้งนี้ เป็นเรื่องที่ไม่เหนือความคาดหมาย เพราะการอภิปรายนายกฯ เพียงคนเดียว ก็ไม่ต่างกับสมัยที่นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 บิดาของตน ต้องขอเป็นกำลังใจให้กับนายกฯ แพทองธาร ส่วนประเด็นที่จะอภิปรายก็หวังว่าจะอยู่ในกรอบญัตติที่ได้เสนอไว้ 

ชมสด! ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ’แพทองธาร’

ชมสด! ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ'แพทองธาร'

ชมสด! ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ’แพทองธาร’

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 08.54 น.

วันที่ 24 มีนาคม 2568 สภาผู้แทนราษฎร เปิดประชุมนัดพิเศษ ระหว่างวันที่ 24 – 25 มีนาคม 2568 . รวมเวลาทั้งสิ้น 37 ชม.  เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยในปี 2568 ฝ่ายค้ายอภิปรายไม่ไว้วางใจเพียง 1 บุคคล คือ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

‘สุริยะ’ มั่นใจ ‘นายกฯ อิ๊งค์’ เก่ง ตอบซักฟอกได้หมด ยันไร้ดีลแลกประเทศ

'สุริยะ' มั่นใจ 'นายกฯ อิ๊งค์' เก่ง ตอบซักฟอกได้หมด ยันไร้ดีลแลกประเทศ

‘สุริยะ’ มั่นใจ ‘นายกฯ อิ๊งค์’ เก่ง ตอบซักฟอกได้หมด ยันไร้ดีลแลกประเทศ

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 08.32 น.

“สุริยะ” มั่นใจ “แพทองธาร” คนเก่ง แจงซักฟอก ได้หมด ยัน ไร้ดีลแลกประเทศ คำนึงถึงผลประโยชน์ชาติเป็นหลักแบบ “ทักษิณ” พร้อมแจงงานคมนาคม

วันที่ 24 มีนาคม 2568 เวลา 07.45 น.ที่รัฐสภา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมการรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า ตนเชื่อว่าตั้งแต่น.ส.แพทองธาร เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ท่านมีความพร้อมอยู่แล้ว เป็นคนเก่ง จึงเชื่อว่าการอภิปรายครั้งนี้ จะสามารถชี้แจงข้อซักถามของฝ่ายค้านได้ โดยเฉพาะประเด็นที่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่ามีดีลแลกประเทศ 

“ผมเคยทำงานร่วมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ นายทักษิณ คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ไม่เคยคิดเอาผลประโยชน์ส่วนตัวเข้ามา เชื่อว่าน.ส.แพทองธาร ก็มีความคิดเช่นนี้เหมือนกัน การที่ฝ่ายค้าน อภิปรายประเด็นนี้เชื่อว่านายกฯสามารถชี้แจงได้”

เมื่อถามว่า ดีลจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ไม่มีดีลแลกประเทศใช่หรือไม่ นายสุริยะ กล่าวว่า ไม่มีแน่นอน เชื่อว่าเมื่อฝ่ายค้านอภิปรายรายละเอียดเชื่อว่านายกฯ ชี้แจงได้แน่นอน ส่วนการอภิปรายวันนี้ หากมีการหยิบยกประเด็นเรื่องการก่อสร้างต่างๆ ของกระทรวงคมนาคม ตนจะลุกชี้แจง และอยากให้ฝ่ายค้านถามด้วย เพื่อจะได้มีโอกาสชี้แจงความเป็นมาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความล่าช้าก็สามารถชี้แจงได้

ย้อนประวัติศาสตร์การเมืองไทย! จับตาซักฟอกนายกฯอิ๊งค์ คนเดียว จะซ้ำรอยใคร?

ย้อนประวัติศาสตร์การเมืองไทย! จับตาซักฟอกนายกฯอิ๊งค์ คนเดียว จะซ้ำรอยใคร?

ย้อนประวัติศาสตร์การเมืองไทย! จับตาซักฟอกนายกฯอิ๊งค์ คนเดียว จะซ้ำรอยใคร?

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 08.01 น.

วันที่ 24 มีนาคม 2568 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ซักฟอกนายกฯ คนเดียว จะซ้ำรอยใคร?

เมื่อย้อนดูประวัติศาสตร์การเมืองไทย นายกรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเพียงคนเดียว เกิดผลทางการเมืองอย่างไรบ้าง จะขอยกตัวอย่างดังนี้

1.พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 15 ของไทย เจอศึกซักฟอกแบบเดี่ยวเป็นคนแรก เมื่อปี 2523 สุดท้ายชิงลาออกก่อนวันอภิปรายฯ

2.พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 16 ที่สู้ศึกซักฟอกพุ่งเป้านายกฯ คนเดียว ในปี 2528 แต่การอภิปรายฯ ไม่ได้เกิดขึ้น

3.นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจคนเดียว เมื่อปี 2539 แม้จะมีมติไว้วางใจ แต่ก็ถูกต่อรอง กดดันจากพรรคร่วมรัฐบาล จนต้องประกาศยุบสภา

4.พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรีคนที่ 22 ผ่านการลงมติไปได้ แต่เจอวิกฤตศรัทธาต้มยำกุ้ง หลังจากอภิปรายได้ 2 เดือนก็ลาออก

5.นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คนที่ 31 เมื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องรอดูผลหลังจากการลงมติแล้วว่า จะเป็นเหมือนกับนายกรัฐมนตรี4คนที่ผ่านมาหรือไม่

จนถึงวันนี้เชื่อว่า ผลการเลือกตั้งอภิปรายไม่ไว้วางใจนางสาวแพทองธาร ที่ไม่เกิดขึ้นแน่นอน คือ 1.ชิงลาออกจากตำแหน่งเหมือนพลเอกเกรียงศักดิ์ 2.ไม่มีการอภิปรายเหมือนกับพลเอกเปรม

แต่สิ่งที่จะต้องจับตากันต่อไป คือ 1.ถูกกดดันจากพรรคร่วมรัฐบาลและยุบสภาภายหลังเหมือนกับนายบรรหารหรือไม่ 2.การลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านไปแล้วระยะหนึ่ง เหมือนพลเอกชวลิตหรือไม่

ย้อนประวัติศาสตร์การเมืองไทย! จับตา ‘อิ๊งค์’ จะซ้ำรอยใคร

24 มีนาคม 2568 เวลา 7:35 น.

24 มี.ค. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ซักฟอกนายกฯ คนเดียว จะซ้ำรอยใคร?

เมื่อย้อนดูประวัติศาสตร์การเมืองไทย นายกรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเพียงคนเดียว เกิดผลทางการเมืองอย่างไรบ้าง จะขอยกตัวอย่างดังนี้

1.พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 15 ของไทย เจอศึกซักฟอกแบบเดี่ยวเป็นคนแรก เมื่อปี 2523 สุดท้ายชิงลาออกก่อนวันอภิปรายฯ

2.พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 16 ที่สู้ศึกซักฟอกพุ่งเป้านายกฯ คนเดียว ในปี 2528 แต่การอภิปรายฯ ไม่ได้เกิดขึ้น

3.นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจคนเดียว เมื่อปี 2539 แม้จะมีมติไว้วางใจ แต่ก็ถูกต่อรอง กดดันจากพรรคร่วมรัฐบาล จนต้องประกาศยุบสภา

4.พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ นายกรัฐมนตรีคนที่ 22 ผ่านการลงมติไปได้ แต่เจอวิกฤตศรัทธาต้มยำกุ้ง หลังจากอภิปรายได้ 2 เดือนก็ลาออก

5.นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คนที่ 31 เมื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องรอดูผลหลังจากการลงมติแล้วว่า จะเป็นเหมือนกับนายกรัฐมนตรี4คนที่ผ่านมาหรือไม่

จนถึงวันนี้เชื่อว่า ผลการเลือกตั้งอภิปรายไม่ไว้วางใจนางสาวแพทองธาร ที่ไม่เกิดขึ้นแน่นอน คือ 1.ชิงลาออกจากตำแหน่งเหมือนพลเอกเกรียงศักดิ์ 2.ไม่มีการอภิปรายเหมือนกับพลเอกเปรม

แต่สิ่งที่จะต้องจับตากันต่อไป คือ 1.ถูกกดดันจากพรรคร่วมรัฐบาลและยุบสภาภายหลังเหมือนกับนายบรรหารหรือไม่ 2.การลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านไปแล้วระยะหนึ่ง เหมือนพลเอกชวลิตหรือไม่

ผมเชื่อว่าผลหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนางสาวแพทองธาร ผลจะไม่เหมือนเหมือนกับกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรีทั้ง 4 คน เชื่อว่านางสาวแพทองธารยังคงเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป แบบทุลักทุเล ประคับประคองกันไปให้ได้นานที่สุด หรืออยู่จนครบวาระ เพราะ 1.ในส่วนพรรคร่วมรัฐบาลยังไม่พร้อมแตกหัก หรือยุบสภาไปเลือกตั้งใหม่ 2.ในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็ยังไม่บรรลุเป้าหมาย ที่ได้ดีลลับกับฝ่ายอนุรักษ์นิยม

จับตาดูว่า รัฐบาลแพทองธาร จะพบจุดจบอย่างไร???

โพลล์หนุน‘ซื้อหนี้’ แต่กลัวแก้ปัญหาได้ครึ่งๆกลางๆ แนะลดค่าครองชีพ-ดอกเบี้ยแทน

โพลล์หนุน‘ซื้อหนี้’ แต่กลัวแก้ปัญหาได้ครึ่งๆกลางๆ แนะลดค่าครองชีพ-ดอกเบี้ยแทน

โพลล์หนุน‘ซื้อหนี้’ แต่กลัวแก้ปัญหาได้ครึ่งๆกลางๆ แนะลดค่าครองชีพ-ดอกเบี้ยแทน

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.20 น.

“สวนดุสิตโพล” เผยผลสำรวจความเห็นกรณี “ทักษิณ” มีแนวคิดซื้อหนี้แก้ปัญหาให้ปชช. โดย 62% เห็นด้วยเพราะช่วยให้ดอกเบี้ยถูก แต่อีกกว่า 37% ไม่เห็นด้วย เนื่องจากไม่แน่ใจเรื่องความโปร่งใส อาจช่วยปลดล็อกความอึดอัดจากหนี้สิน แต่กังวลจะกลายเป็นการแก้ปัญหาแบบครึ่งๆ กลางๆไม่ยั่งยืนในระยะยาว พร้อมมีข้อเสนอให้รัฐบาลปรับโครงสร้างหนี้ ลดภาระค่าครองชีพ และลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือประชาชนแทนการซื้อหนี้

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม “สวนดุสิตโพล”มหาวิทยาลัยสวนดุสิตสำรวจความคิดเห็นเฉพาะประชาชนที่มีหนี้สินต่อกรณี “ซื้อหนี้..แก้ปัญหาให้ประชาชน” กลุ่มตัวอย่างเป็นประชาชนที่มีหนี้สิน 1,153 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 18-21 มีนาคม 2568 สรุปผลได้ว่า 1. ประชาชนมีหนี้ประเภทใดบ้าง อันดับ 1 มีหนี้ในระบบ (สถาบันการเงิน ธนาคาร บัตรเครดิต) 51.60% อันดับ 2 มีหนี้นอกระบบ (เงินกู้นอกระบบ เจ้าหนี้ส่วนตัว) 29.75% อันดับ 3 มีหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ 18.65%

2.ประชาชนมีวิธีจัดการหนี้อย่างไร อันดับ 1 ชำระเฉพาะขั้นต่ำทุกงวด 25.09% อันดับ 2 ผิดนัดชำระบางครั้ง 21.96% อันดับ3 ชำระหนี้เต็มจำนวนทุกงวด 21.35%

3. ประชาชนคิดเห็นอย่างไรต่อแนวคิดของนายทักษิณ ชินวัตร ที่จะซื้อหนี้ประชาชนออกจากระบบธนาคาร ให้ผ่อนชำระใหม่แบบลดภาระ และล้างเครดิตบูโรโดยไม่ใช้เงินของรัฐ อันดับ 1 เห็นด้วย 62.19% เพราะช่วยรวมหนี้ทั้งหมดมาไว้ที่เดียว ดอกเบี้ยถูกลง ช่วยให้คนที่มีหนี้สบายใจขึ้น ไม่เครียด มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่เสียประวัติทางการเงินฯลฯ อันดับ 2 ไม่เห็นด้วย 37.81% เพราะไม่แน่ใจเรื่องความโปร่งใส อาจมีผลประโยชน์แอบแฝง ทำให้คนขาดวินัยทางการเงินและกู้เพิ่ม อาจกลายเป็นหนี้เสีย ส่งผลกระทบต่อการเงินของประเทศในอนาคต ฯลฯ

4.ประชาชนคิดว่าแนวคิดซื้อหนี้ของนายทักษิณจะช่วยแก้ปัญหาหนี้สินของคนไทยให้หมดไปได้หรือไม่ อันดับ 1 ช่วยได้ 57.73% เพราะช่วยลดภาระหนี้ ส่งหนี้ได้ตรงเวลา ลดการกู้เงินนอกระบบ ทำให้มีเงินหมุนเวียนมากขึ้น มีเงินเหลือพอไปลงทุนสร้างรายได้เพิ่มฯลฯ อันดับ2 ช่วยไม่ได้ 42.27% เพราะคนขาดวินัย อาจกู้เพิ่มและไม่ใช้คืน หวังรอให้รัฐช่วย ทำได้ยาก ไม่ได้แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ หนี้ไม่ได้หมดไปแค่เปลี่ยนเจ้าหนี้ ไม่ได้ช่วยคนที่เป็นหนี้นอกระบบ ยังไงก็ยังมีหนี้ ฯลฯ

5.หากไม่ใช้วิธีซื้อหนี้ออกจากระบบธนาคาร คิดว่ารัฐบาลควรใช้วิธีใดแก้ปัญหาหนี้สินของคนไทยอันดับ 1 ปรับโครงสร้างหนี้ เช่น ขยายเวลาผ่อน ลดค่างวด 67.45% อันดับ2 ลดค่าครองชีพ เช่น ค่าสาธารณูปโภค ค่าเดินทาง ค่าครองชีพรายเดือน 64.76% อันดับ 3 ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ต่ำลง 61.37%

นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพลกล่าวว่า จากผลสำรวจบ่งบอกถึง “ความทุกข์” ของคนไทยที่มีหนี้และอยู่ในภาวะการเงินที่เปราะบาง แม้มีความหวังต่อมาตรการใหม่อย่างการ “ซื้อหนี้” ที่อาจช่วยปลดล็อกความอึดอัดจากหนี้สิน แต่ก็ยังกังวลว่าจะกลายเป็นการแก้ปัญหาแบบครึ่งๆกลางๆและไม่ยั่งยืนในระยะยาว เสียงส่วนใหญ่จึงเรียกร้องให้รัฐบาลปรับโครงสร้างหนี้ ลดภาระค่าครองชีพ และลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือประชาชน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์มนตรี พานิชยานุวัฒน์ กรรมการบริหารหลักสูตรกฎหมายมหาชนและการบริหารงานยุติธรรม โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิตกล่าวว่า ผลโพลนี้สะท้อนถึงความต้องการของประชาชนที่มีหนี้สินในการหาทางออกที่ลดภาระหนี้ในระยะสั้น แต่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความโปร่งใสและผลกระทบระยะยาว โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยในแนวคิดของการซื้อหนี้ประชาชนออกจากระบบธนาคารเชื่อว่าจะแก้ปัญหาหนี้สินได้

ส่วนแนวทางแก้ปัญหาหนี้สิน หากไม่ใช้วิธีซื้อหนี้ ประชาชนเห็นว่าการปรับโครงสร้างหนี้จะช่วยลดภาระหนี้ระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลดค่าครองชีพและอัตราดอกเบี้ยก็เป็นมาตรการเสริมที่ได้รับการสนับสนุนอย่างมาก นอกจากนั้น ประชาชนส่วนใหญ่มีหนี้ในระบบ ซึ่งอาจได้รับการดูแลจากสถาบันการเงินที่มีมาตรฐาน แต่หนี้นอกระบบก็ยังเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ การจัดการหนี้ของประชาชนจะใช้การชำระขั้นต่ำเป็นทางออกที่เลือกใช้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสามารถใช้ข้อมูลผลโพลนี้ ออกแบบนโยบายที่สมดุลระหว่างการช่วยเหลือประชาชนและการรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ

ฝ่ายค้านจัดสรรพกำลังพร้อมเต็มร้อย เชือด‘อุ๊งอิ๊งค์’! ปชน.ย้ำเรื่องสำคัญต้องตอบเอง

ฝ่ายค้านจัดสรรพกำลังพร้อมเต็มร้อย เชือด‘อุ๊งอิ๊งค์’! ปชน.ย้ำเรื่องสำคัญต้องตอบเอง

ฝ่ายค้านจัดสรรพกำลังพร้อมเต็มร้อย เชือด‘อุ๊งอิ๊งค์’! ปชน.ย้ำเรื่องสำคัญต้องตอบเอง

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.10 น.

ฝ่ายค้านจัดสรรพกำลังพร้อมเต็มร้อยเชือด‘อุ๊งอิ๊งค์’! ปชน.ย้ำเรื่องสำคัญต้องตอบเอง ‘อนุทิน’การันตีภท.ไม่แตกแถว ปธ.วิปฯมั่นใจนายกฯคุมอารมณ์ได้ พท.จัด3ทีมสู้ศึก-โวเสียงแน่นปึ้ก

ระเบิดศึกซักฟอก ฝ่ายค้านพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ในการกินโต๊ะซักฟอก “อุ๊งอิ๊งค์”ถึงขั้นทำให้หวั่นไหว ชี้เรื่องส่วนตัวนายกฯต้องตอบเอง พปชร.ขู่งัดดาบสองเช็คบิลนายกฯหลังจบศึกซักฟอก ยื่นป.ป.ช.-ศาลรธน.ปมที่ธรณีสงฆ์ สนามกอล์ฟ อัลไพน์–ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม เตรียมขยี้ลึก ดันกาสิโนใครได้ประโยชน์ ‘ลุงป้อม’พูดแค่10นาที ‘ดนุพร’ มั่นใจเสียงโหวต ‘รัฐบาล’ แน่นปึ้ก เย้ย ห่วงเสียง ‘ฝ่ายค้าน’ มากกว่าจะมาครบหรือไม่ ลั่น เก็งข้อสอบไว้ประมาณหนึ่ง

เมื่อวันที่ 23มีนาคม2568 นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงความพร้อมในการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ของพรรคฝ่ายค้าน ในวันที่ 24-25 มีนาคม และลงมติวันที่ 26 มีนาคมนี้ ว่า มีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์

โดยลำดับการอภิปรายเบื้องต้นกำหนดไว้ตามสัดส่วนเวลา ส่วนรายชื่อในการอภิปรายของพรรค ปชน.นั้น ทางพรรคจะมีการทยอยเปิดอีกครั้ง สำหรับพรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคอื่นๆ ก็จะมีการสลับเป็นวันแรกและวันที่สองบ้าง เมื่อถามว่า ประเด็นภาพรวมวันแรกจะเป็นเรื่องใดบ้าง นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า จะมีความหลากหลายซึ่งจะเกี่ยวข้องกับตัวของนายกรัฐมนตรีโดยตรง โดยบางประเด็นอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับบางกระทรวงบ้าง แต่ยังเกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีโดยตรง ทั้งนี้ เราไม่ได้แบ่งถึงขนาดว่าวันแรกต้องเป็นเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่ในแต่ละวันนั้นจะมีไฮไลต์อยู่แล้ว

ฟันธงรัฐบาลหวั่นไหว

เมื่อถามว่า พอจะสามารถแย้มประเด็นที่พอจะทำให้รัฐบาลต้องหวั่นไหวได้หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า หากรั่วเพื่อทำให้รัฐบาลต้องหวั่นไหว รัฐบาลก็อาจจะไม่หวั่นไหว รอติดตามในการอภิปรายเลยดีกว่า โดยจะเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค ปชน. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้อภิปรายเปิด

เมื่อถามว่า มั่นใจของพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกันหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า มั่นใจ มีการพูดคุยกันแล้ว ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ในส่วนของ ส.ส. 3 คนของพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ที่เคยโหวตสวนมติฝ่ายค้าน จะมีปัญหาอะไรหรือไม่ นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า จริงๆ เรื่องนี้น่าจะจบไป เพราะชัดเจนไปนานแล้ว เพราะทางพรรค ทสท.ก็มีมาตรการลงโทษแล้ว ซึ่งเราคงไม่ได้นับ ส.ส.ทั้ง 3 คนอยู่แล้ว และในทางปฏิบัติ ทางพรรค ทสท.ก็ไม่ได้นับ ส.ส. 3 คนนั้นว่าเป็น ส.ส.พรรค ทสท. ซึ่งคงจะไม่มีปัญหาอะไร

เมื่อถามว่า แล้วในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายปกรณ์วุฒิกล่าวว่า เท่าที่พูดคุยเขายังมั่นใจว่าจะครบถ้วน

‘พปชร.’ขู่เตรียมเช็คบิลดาบที่2

นายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการเตรียมพร้อมของพรรคพลังประชารัฐในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีที่จะเริ่มในวันจันทร์นี้ 24 มีนาคมว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะเป็นการอภิปรายนัดประวัติศาสตร์ เพราะมีองค์ประกอบหลายอย่าง เช่นเป็นการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯคนเดียวและมีความเข้มข้นเพราะฝ่ายค้านพร้อมเต็มที่ นายกฯ จะเป็นนายกฯหุ่นเชิด นายกฯนอมินีหรือไม่รอดูในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจเพราะในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาฯ จะไปขอให้คนในครอบครัวบางคนมาช่วยก็ไม่ได้ และอย่าดูเฉพาะตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเดียว เพราะหลังจบการอภิปรายไม่ไว้วางใจมันจะมีเรื่องอื่นต่อหลายเรื่องที่นำมาอภิปราย มันมีปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้นที่นำมาขยายผลได้ เช่นเรื่องผลประโยชน์ชาติ หรืออาจจะแปลงเป็นคำร้องต่างๆ เช่นคำร้องยื่นกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือมีการส่งคำร้องไปศาลรัฐธรรมนูญที่มันก็อาจมีผล เช่นหากมีคำร้องไปศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับตัวนายกรัฐมนตรี ซึ่งหากทั้งข้อกฎหมาย ความถูกต้องต่างๆ มันพร้อมทั้งองค์ประกอบ มันจะเกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขึ้นมา

เล่นงานจริยธรรมนายกฯ

ส่วนที่จะมีการขยายผลมีการไปร้องต่อศาลรธน.หลังเสร็จสิ้นการอภิปราย นายไพบูลย์ ขยายความว่า เช่นสมมุติต้องรอฟัง อาจจะเปิดมาด้วยกรณีที่ชัดเจน เรื่องของตัวนายกฯ เลย การครอบครองที่ธรณีสงฆ์ เป็นเรื่องของความไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ หากมีข้อกฎหมายครบถ้วน ถ้านายกฯ ไปกระทำอย่างนั้น ก็ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม ไปที่ศาล รธน. โดยศาล รธน.มีบรรทัดฐานในการวินิจฉัยไว้อยู่แล้ว และยังมีบรรทัดฐานที่ศาลฎีกาด้วย กรณีอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ และในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีการพูดถึงเรื่องการครอบงำ ที่ครอบงำทั้งตัวนายกฯ และตัวพรรคการเมือง เรื่องนี้อย่าประมาท กกต.สอบไปตั้งเยอะ การอภิปรายไม่ไว้วางใจมันก็จะเสริมเรื่องเข้าไปอีก เกิดกกต.ฟังขึ้นมาแล้วลงมติส่งศาล รธน. สนุกแน่

“ประวัตร”จั่วหัวซักฟอก

นายไพบูลย์กล่าวต่อว่าส่วนการลุกขึ้นอภิปรายของพลเอกประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะเป็นการอภิปรายภาพรวม ที่จะพูดถึงประเด็นที่เป็นสาเหตุของปัญหาต่างๆ แต่จะไม่ลงรายละเอียดเพราะรายละเอียดเป็นเรื่องของ สส.พลังประชารัฐที่จะอภิปราย ซึ่งอาจจะสอดรับกับดีลแลกประเทศ ของพรรคประชาชน เพราะการให้นายทักษิณ ชินวัตร ได้อำนาจในการควบคุมประเทศกลายเป็นปัญหาในส่วนที่เป็นผลประโยชน์ อย่างที่ฝ่ายค้านกล่าวถึงคือ เป็นผลประโยชน์ของส่วนตนของพรรคพวกมาเป็นตัวตั้งก่อนในการกำหนดนโยบาย แล้วจากนั้นถึงค่อยออกมาเป็นนโยบาย

กานิโนผลประโยชน์ทัพซ้อน

“อย่างเรื่อง กาสิโนชัดเจน คือกำหนดขึ้นมาจากผลประโยชน์ก่อน คือการมีแล้วได้ผลประโยชน์ ส่วนว่าผลประโยชน์เป็นอย่างไร ก็รอฝ่ายค้านขยี้เอา รับรองขยี้ลึกเลยได้รู้ว่าจะได้เท่าไหร่ด้วย ซึ่งทั้งหมดมันมหาศาลผลประโยชน์ที่เขาจะได้ แล้วค่อยหาคำมาอธิบายเช่นว่าทำแล้วจะดีกับประเทศอย่างไร พยายามแต่งปรุงเข้าไป แต่มันก็รู้เท่าทันกันหรือMOU44 ที่ไปแบ่งปันผลประโยชน์ทางทะเลกับกัมพูชา ตั้งขึ้นมาจากอะไร ก็จากผลประโยชน์ส่วนตัวก่อน เหมือนกับตั้งบริษัทเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว รับสัมปทานอะไรต่างๆ เป็นแสนๆ ล้านเลย ซึ่งสิ่งนี้ฝ่ายค้านก็จะนำเสนอ แล้วเลี้ยวกลับไปว่าถึงค่อยมาทำ แล้วไม่ใช่แค่เรื่องนี้ แต่หลายเรื่อง รวมถึงตอนหลังเรื่องธุรกิจการเงินที่จะซื้อหนี้ประชาชน ก็จะเปิดช่องให้มีการทำธุรกิจการเงินโดยลดอำนาจ ตัดอำนาจของธนาคารกลาง ทั้งหมดมีอย่างเดียวก็คือ เอาประเทศไปเพื่อที่จะไปหาผลประโยชน์”

ฟันธงรัฐบาลยุบสภา

เลขาธิการพรรค พปชร.กล่าวย้ำว่า การลุกขึ้นอภิปรายของพลเอกประวิตร เวลาที่อภิปรายจะอยู่ที่ประมาณบวกลบไม่เกินสิบนาที โดยหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐตั้งใจมากในการอภิปรายครั้งนี้ เพื่อทำหน้าที่อย่างเต็มที่และเป็นเชิงสัญลักษณ์ด้วยว่าพรรคพลังประชารัฐเอาจริง เราทำจริงทุกเรื่อง เป็นรัฐบาลก็จริง เป็นฝ่ายค้านก็เอาจริง ทั้งหมดที่ทำมา ความคาดหวังก็คืออยากให้มีการเลือกตั้ง หากมีการเลือกตั้งเราก็พร้อมที่จะเข้าไปในสนามเลือกตั้ง และลุงป้อมก็ตั้งใจอยู่แล้วว่าจะต้องกลับมา ที่ส่วนตัวมองว่าเรื่องการยุบสภาฯ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ในช่วงก่อนปลายปีนี้ การยุบสภาของการเมืองไทยจะเกิดตอนช่วงเกิดปัญหา ต้องหนีปัญหา ผมพูดไว้เลยว่ามันมีเหตุที่จำเป็นต้องยุบ

พท.ยันเสียงแน่น-ตั้ง3ทีมรับมือ

นายดนุพร ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมของพรรค พท.ในการสู้ศึกอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ของพรรคฝ่ายค้าน ในวันที่ 24-25 มีนาคม และลงมติในวันที่ 26 มีนาคมนี้ ว่า เนื่องจากวันที่ 24 มีนาคมต้องอยู่กันจนถึงเช้าของวันที่ 25 มีนาคม เราจึงได้เตรียมทีมที่จะสลับปรับเปลี่ยนที่เข้าไปนั่งในห้องประชุมสภาฯ และพักหรือทำงานได้บ้าง เพื่อที่จะไม่ให้รู้สึกว่าเวลาที่ฝ่ายค้านอภิปราย ไม่มีฝ่ายรัฐบาลนั่งอยู่ในห้องประชุมเลย หรือแม้กระทั่งเวลาที่นายกรัฐมนตรีชี้แจง ก็ไม่มีส.ส.ของพรรคอยู่เลย แบบนั้นไม่ใช่ ซึ่งขณะนี้กำลังไล่ลงชื่อกันอยู่

เตือนอย่าอภิปรายป่วน

นายดนุพร กล่าวต่อว่า ส่วนทีมที่สองจะเป็นทีมสื่อสาร ทีมดูแลสื่อออนไลน์ต่างๆ เราจะให้ไปอยู่ที่อาคารรัฐสภาเลย เพื่อที่จะได้สรุปประเด็นของผู้อภิปรายและผู้ชี้แจงแต่ละคนเพื่อป้องกันการนำประเด็นไปทำให้เกิดการเข้าใจผิด สำหรับทีมที่สามจะเป็นทีมที่เราเตรียมไว้สำหรับเรื่องข้อบังคับการประชุมต่างๆ เช่น ไม่ให้มีการอภิปรายในประเด็นที่ซ้ำ การพาดพิงทำให้บุคคลอื่นเสียหายจนเกินงาม

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่เพราะฝ่ายค้านก็ออกมายืนยันว่ามีข้อมูลที่เป็นเรื่องทีเด็ดทีขาดเกี่ยวข้องโดยตรงกับตัวนายกรัฐมนตรี นายดนุพร กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะเราก็เก็งข้อสอบมาแล้วประมาณหนึ่งว่าเขาจะอภิปรายประเด็นอะไรบ้าง ซึ่งบางเรื่องก็จะเป็นการตอบคำถามเพื่อให้ประชาชนคลายข้อสงสัยด้วย

เมื่อถามว่า มั่นใจเสียงโหวตของพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นายดนุพร กล่าวว่า แน่นอน ค่อนข้างมั่นใจว่าเสียงโหวตไม่น่ามีปัญหา ที่เป็นห่วงคือเสียงโหวตของฝ่ายค้านมากกว่าว่าเขาจะมากันครบหรือไม่

ขุดหลุมล่อรบ.ให้ประท้วงหนักๆ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี วันที่ 24มี.ค.ว่า ดูแล้วไม่ราบรื่น เป็นธรรมดาของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่การยอวาที แต่เป็นการกล่าวหา ฝ่ายค้านคงกล่าวหาบุคคลในครอบครัวนายกฯเยอะๆ เพราะต้องการให้รัฐบาลประท้วงมากที่สุด จะได้ถูกประชาชนบูลลี่ แต่ถ้าฝ่ายค้านทำผิดข้อบังคับการประชุมจริงๆ ก็จำเป็นต้องประท้วง พรรคเพื่อไทยไม่ลนลาน ไม่กีดกันการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ อย่างการตัดชื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากญัตติ เป็นเรื่องของประธานสภาฯกับฝ่ายค้าน ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล หรือการต่อรองเวลาก็เป็นเรื่องปกติ ฝ่ายค้านอย่ามาขึ้นราคาให้ตัวเอง เราไม่ให้ราคา ถ้าตีรวนปั่นป่วนมากๆ รัฐบาลมีสิทธิเสนอให้ปิดการอภิปรายได้ ยกมือตัดสิน ฝ่ายค้านก็แพ้อยู่แล้ว ถ้าอภิปรายกันดีๆ 2 วัน ไม่ว่ากัน แต่อย่ามาดราม่าว่ากันมากไป เรื่องกีดกันการอภิปราย ฝ่ายค้านได้ 28 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาล 7 ชั่วโมง กีดกันตรงไหน ยุติธรรมไหม ถ้าจะก่อกวนมากๆ ก็เป็นสิทธิฝ่ายรัฐบาลเสนอปิดอภิปราย เราไม่ได้ขู่ แต่ไม่อยากทำ

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย แนะนำนายกรัฐมนตรีให้ควบคุมอารมณ์ให้ดี อย่าอ่อนไหวคำพูดแดกดันของฝ่ายค้าน นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ไม่ต้องห่วง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีอยู่กับการเมืองมาตั้งแต่เด็ก มีประสบการณ์ทำงานการเมือง ไม่กังวล มั่นใจนายกฯควบคุมอารมณ์ได้ ไม่มีโกรธ การมุ่งสร้างแต่วาทกรรม ไม่ใช่ประชาชนจะชอบเสมอไป ชาวบ้านอยากฟังเหตุผล ข้อเท็จจริงมากกว่าวาทกรรม อยากให้การเมืองมีความสร้างสรรค์

‘ประยุทธ์’ยันพท.ไม่คิดประท้วง

นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ในวันที่24 มี.ค.ว่า การอภิปรายวันดังกล่าว ตนจะไม่ท้วงติงในที่ประชุมสภาฯ ถึงกรณีทำหนังสือถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ทบทวนการแก้ไขญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯที่ดำเนินการไม่ถูกต้อง เพราะมีผู้นำฝ่ายค้านลงชื่อรับรองการแก้ญัตติแค่คนเดียว เมื่อประธานสภาฯยืนยันการแก้ไขญัตติถูกต้อง จะไม่ท้วงติงอะไรในที่ประชุม การแสดงออกทางกฎหมาย ไม่ใช่การยับยั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นคนละเรื่องกัน เชื่อว่าการอภิปรายวันแรกจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ราบรื่น ในฐานะทีมองครักษ์พิทักษ์ข้อบังคับการอภิปรายไม่ไว้วางใจอยากแนะนำสส.ไม่ให้ประท้วงพร่ำเพรื่อ ประชาชนจะเบื่อ นิดๆหน่อยๆต้องทนเอา

‘การจะประท้วงต้องดูข้อเท็จจริงกับข้อบังคับการประชุมประกอบกัน หากฝ่ายค้านเอ่ยชื่อถึงนายทักษิณ ชินวัตรและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ต้องดูคำพูดหน้างาน เจตนา และข้อบังคับการประชุม มาพิจารณาจะประท้วงหรือไม่ ต้องดูหน้างานเป็นหลัก ไม่สามารถบอกได้ว่า พูดประโยคใดแล้วจะประท้วงทันที” นายประยุทธ์ กล่าว

‘หนู’ย้ำพร้อมป้อนข้อมูลให้นายกฯ

ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมพรรคภูมิใจไทยวันนี้ (23 มี.ค.)ว่า ไม่ใช่การเช็คเสียงสส.ของพรรครอบสุดท้าย ก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะพรรคมีเสียงอยู่เท่านี้ ซึ่งสส.ภูมิใจไทย พร้อมสนับสนุนนายกฯ พรรคไม่เคยมีเสียงแตกแถว โดยจะลงคะแนนเสียงไว้วางใจให้กับนายกฯ ครบทุกคน ไม่มีเสียงแตกและไม่มีเห็นต่าง เมื่อถามว่า หากการอภิปรายของฝ่ายค้านนอกลู่ และพาดพิงการทำงานในส่วนรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย จะตั้งทีมออกมาชี้แจงอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า หวังว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายอยู่ในประเด็น แต่หากพาดพิงไปที่ตัวบุคคล ตามสิทธิ์ที่มีอยู่ในสภาทุกคนสามารถชี้แจงได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะประเด็นที่ไม่มีข้อเท็จจริงหรือถูกให้ร้าย คนที่ถูกพาดพิงก็มีสิทธิ์ที่จะชี้แจงได้ทันที เชื่อว่าคงไม่มีปัญหา เพราะฝ่ายค้านมีประสบการณ์อยู่แล้ว ดังนั้นต้องอยู่ในประเด็นให้มากที่สุดเมื่อนายกฯ หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงในสภาแล้วมีทีมคณะทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการเมืองข้าราชการประจำ หรือข้าราชการการเมืองมาชี้แจงเพิ่มเติม โดยมีหลักฐานมายืนยันก็จะทำให้เกิดความชัดเจน ทำให้ข้อสงสัยต่างๆ ได้รับการเคลียร์ ซึ่งเป็นประโยชน์กับประชาชน

ยังไม่มีปรับครม.หลังการอภิปราย

เมื่อถามว่า ดินเนอร์หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวันที่ 21มี.ค.ที่ผ่านมา นายกฯได้พูดคุยเบื้องต้นถึงการปรับ ครม.หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่า ไม่มีและไม่ได้พูดคุยกันเลย ซึ่งนาก่อนหน้านี้นายกฯ ได้ย้ำกับสื่อมวลชนแล้วว่า มีความประสงค์อยากให้รัฐมนตรีได้ทำงานอย่างต่อเนื่อง และไม่ต้องแบกความกังวลใดๆ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็จะประเมินการทำงานของรัฐมนตรีเอง ดังนั้น เรื่องการปรับครม.พวกเราเข้าใจกันดีอยู่อยู่แล้วว่าเป็นอำนาจนายกฯทั้งสิ้น คงไม่เอาเรื่องนี้มาพูดคุยในโต๊ะอาหาร เพราะไม่เกี่ยวข้องกันและในวันนั้นนายกฯเชิญรับประทานอาหาร เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าทุกฝ่ายมีความสบายใจในการสนับสนุนนายกฯซึ่งหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลได้ให้คำยืนยันเช่นนั้น

‘จิรายุ’โวผลงานนายกฯมีเพียบ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำถึงการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี วันแรกในวันที่ 24 มี.ค.นี้ ว่า ฟังที่ฝ่ายค้าน ออกแขก แสดงความดูถูก เหยียดเพศ หยาบคาย ตลอดสัปดาห์โดยใช้ภาษาต่ำกว่าสะดืออย่างไม่น่าเชื่อว่าจะออกจากปากของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เรียกร้องเรื่องสิทธิเสรีภาพ ความเท่าเทียม และพูดเสมอว่าอยากทำการเมืองใหม่ และมีบางช่วงที่บอกตนเองเป็นขบวนการไรเดอร์จึงทำให้พอเห็นภาพว่าการอภิปราย 2 วันนี้ น่าจะเป็นหนังภารตะ ที่วิ่งไล่ไปมาตามต้นไม้ กว่าที่คนฟังจะหาประเด็นได้ คงจะหลับก่อน

นายจิรายุกล่าวว่า ส่วนกรณีที่รองหัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีภาวะความกังวลอย่างมากในการอภิปรายครั้งนี้ ขอแนะฝ่ายค้านว่าอย่าไปคิดแทนคนอื่น เพราะดูจากช่วงเวลา 2-3 วันที่ผ่านมา นายกฯมีความสุขสดชื่น และพร้อมโดยไม่มีอะไรให้กังวล และยังเตรียมข้อมูลที่จะชี้แจงผลงานของรัฐบาลในรอบ 6 เดือน ที่ทำงานมาอย่างเต็มที่ เรียกว่าฝีมือระดับ “Wonder Woman” ขณะที่ความกดดันในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ไม่ได้ตกอยู่ที่รัฐบาลหรือนายกฯ แต่ตกอยู่ที่ฝ่ายค้าน ที่จะต้องอภิปรายให้ปังไม่ใช่เอาแค่ข่าวเก่าข่าวแปะมาอภิปราย “ผมหวังว่าการอภิปรายจะไม่มีภาษาตลาดล่าง ต่ำกว่าสะดือออกมาอีก เพื่อยกระดับรัฐสภาไทย อย่างที่คนรุ่นใหม่คาดหวังกันไว้ให้เป็นสภาระดับสากล และฝ่ายค้านควรจะช่วยกันนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างที่คาดหวังไว้” นายจิรายุกล่าว

ภูมิใจไทยชมอุ๊งอิ๊งค์คนเก่ง

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้ใจวางใจของพรรคประชาชน ที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จะต้องอภิปรายนำเป็นคนแรกว่า ในช่วงที่เคยสัมผัสนายณัฐพงษ์ ครั้งที่เป็นสส. ด้วยกัน นายณัฐพงษ์ เป็นคนพูดเรียบๆ ไม่ดุดัน แต่ก็เป็นคนรุ่นใหม่ อยากเห็นมิติการอภิปรายที่สุภาพแต่แน่นไปด้วยเนื้อหาเป็นแบบอย่างคนรุ่นใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องมีโวหารเกินไป เท่าที่ดูสีสันการอภิปรายน่าจะอยู่ที่นายรังสิมันต์ โรม กับนายวิโรจน์ ลักขณาอดิสรสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นหลัก แต่สิ่งที่น่าห่วงคือการอภิปรายด้วยถ้อยคำเสียดและไม่สุภาพ และกล่าวพาดพิงบุคคลภายนอก ซึ่งจะมีการประท้วงแน่นอน

ในฐานะรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มั่นใจว่า นายกรัฐมนตรีสามารถชี้แจงได้ และเชื่อว่าการตอบโต้กลับฝ่ายค้านจะทำให้ฝ่ายค้านเสียรังวัดได้ เพราะจากที่ได้ทำงานร่วมกับนายกรัฐมนตรี นส.แพทองธาร ชินวัตร ท่านเป็นคนเก่งแถมท่านยังมีความเด็ดขาด มีความมั่นใจในตัวเองสูงมากและเป็นตัวของตัวเอง มั่นใจปราศจากข้อสังสัยว่า พรรคร่วมเหนียวแน่นและพร้อมชี้แจงกรณีทึ่ท่านนายกฯ มอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง ชี้แจงแทน ในส่วนพรรคภูมิใจไทยนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ให้กำลังใจท่านนายกรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคภูมิใจไทยทุกเสียง พร้อมสนับสนุนท่านนายกฯอย่างพร้อมเพียง

ปปช.อ้างกำลังเร่งเก็บหลักฐาน คดีชั้น14ยังอืด ติดปัญหาขอข้อมูลหน่วยงานอื่น

ปปช.อ้างกำลังเร่งเก็บหลักฐาน  คดีชั้น14ยังอืด  ติดปัญหาขอข้อมูลหน่วยงานอื่น

ปปช.อ้างกำลังเร่งเก็บหลักฐาน คดีชั้น14ยังอืด ติดปัญหาขอข้อมูลหน่วยงานอื่น

วันจันทร์ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปปช.อ้างกำลังเร่งเก็บหลักฐานคดีชั้น 14 ยังอืด ติดปัญหาขอข้อมูลหน่วยงานอื่น พยายามเก็บรวบรวมทุกมิติ หวังได้ข้อเท็จจริงมากที่สุด

เลขาฯป.ป.ช.ปัดตอบรวบรวมหลักฐานคดีชั้น 14 คืบหน้ากี่เปอร์เซ็นต์ บอกไม่ได้ว่าจะสรุปสำนวน เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาได้เมื่อใด รับมีติดปัญหาในส่วนข้อมูลที่เรียกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยันเก็บหลักฐานทุกมิติ

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการไต่สวนเจ้าหน้าที่รัฐที่ช่วยเหลือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีให้ได้รับการรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ โดยไม่ต้องถูกคุมขังในเรือนจำว่า คณะไต่สวนได้ไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งพยานบุคคลและเอกสาร โดยเรียกเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไต่สวนพยานบุคคล รวมถึงไปตรวจสถานที่ซึ่งมีพยานที่ให้ถ้อยคำไปร่วมตรวจด้วย ขณะนี้เราดำเนินการทุกมิติเพื่อรวบรวมหลักฐานให้ได้ข้อเท็จจริงมากที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางกรมราชทัณฑ์และโรงพยาบาลตำรวจ ได้ส่งเอกสารมาให้คณะไต่สวนหรือยัง นายสาโรจน์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบก็ส่งมา แต่ไม่ทราบว่าครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่คณะไต่สวนขอไปหรือไม่ เป็นรายละเอียดในสำนวน

ถามว่าการไปตรวจที่โรงพยาบาลตำรวจได้ข้อมูลอะไรมาประกอบสำนวนหรือไม่ นายสาโรจน์ กล่าวว่า ตนทราบแค่ขั้นตอนว่ามีการลงพื้นที่พาพยานบุคคลไปยืนยันตามจุดต่างๆ แต่รายละเอียดเป็นข้อมูลในสำนวน ซึ่งตนไม่ทราบ

ถามต่อว่า เจ้าหน้าที่ได้รายงานหรือไม่ว่าการรวบรวมพยานหลักฐานทำไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว นายสาโรจน์กล่าวว่า เป็นดุลยพินิจของคณะไต่สวนว่าตั้งกรอบไว้แค่ไหน สำนักงาน ป.ป.ช.ทราบเพียงว่าเขาดำเนินการถึงขั้นตอนไหนแล้ว แต่ในส่วนแผนการไต่สวนว่าต้องมีพยานหลักฐานมากน้อยเพียงใด เราไม่สามารถเข้าไปประเมินได้

ถามอีกว่า คาดว่าต้องใช้เวลาอีกนานหรือไม่ในการสรุปสำนวน นายสาโรจน์กล่าวว่า หากพยานหลักฐานครบถ้วนก็สรุปสำนวนได้ อย่างไรก็ตาม คดีนี้ต่างกับคดี 44 ส.ส.พรรคก้าวไกล เพราะคดี 44 ส.ส.ไปถึงขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว แต่คดีชั้น 14 ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ดังนั้น หลังสรุปสำนวนต้องพิจารณาเป็นสองส่วนคือ 1.มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ หากมีจะไปสู่ขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหา 2.หากไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ ถือว่าไม่มีมูลเพียงพอที่จะไต่สวนต่อไป ต้องสรุปความเห็นให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณา

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าคดีนี้ติดปัญหาหรือล่าช้าตรงไหนหรือไม่ นายสาโรจน์กล่าวว่า มีในส่วนของข้อมูลที่เรียกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้งข้อมูลที่เปิดเผยได้และเปิดเผยไม่ได้ เพราะมีกฎหมายหลายฉบับคุ้มครอง คณะไต่สวนก็พิจารณาว่าเรื่องไหนที่เปิดเผยได้และยังไม่ส่งมา หรือมีข้อจำกัดในการเปิดเผยก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน เพราะแต่ละหน่วยงานมีข้อจำกัดและกรอบดำเนินการของตัวเอง จึงอาจมีข้อขัดข้องที่ทำให้ระยะเวลาไม่ได้รวดเร็วหรือทำให้ล่าช้า

ถามย้ำว่า จากการลงพื้นที่และการได้รับเอกสาร จะทำให้การทำงานหลังจากนี้รวดเร็วขึ้นหรือไม่ นายสาโรจน์กล่าวว่า หากครบถ้วนสมบูรณ์ก็เร็ว แต่เราไม่ทราบว่าต้องมีเนื้อหาขนาดไหนจึงจะถือว่าสำนวนครบถ้วน เพราะเป็นดุลยพินิจของคณะไต่สวนในส่วนสำนักงานป.ป.ช.แค่สนับสนุนกำกับติดตามการดำเนินการ

ปล่อยอาวุธหนัก! เปิดคิวซักฟอก‘ตัวตึง’ถล่มตั้งแต่วันแรก

ปล่อยอาวุธหนัก! เปิดคิวซักฟอก‘ตัวตึง’ถล่มตั้งแต่วันแรก

ปล่อยอาวุธหนัก! เปิดคิวซักฟอก‘ตัวตึง’ถล่มตั้งแต่วันแรก

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 22.00 น.

ปล่อยอาวุธหนัก! เปิดคิวซักฟอก”ตัวตึง”ถล่มตั้งแต่วันแรก ส่วน”บิ๊กป้อม”จ้อ 10 นาที ต่อจาก”เท้ง”

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาชน (ปชน.) เกี่ยวภาพรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า มีการเตรียมการสะเด็ดน้ำแล้ว โดยขุนพลที่เตรียมไว้ของพรรค ปชน.มีประมาณ 20 คน บวกลบ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยมีการปรับแผนเล็กน้อย จากเดิมแกนนำพรรค ปชน.จัดคิวตัวตึงเอาไว้ในการอภิปรายวันที่ 2 คือวันที่ 25 มี.ค.แต่ล่าสุด ได้ดึงตัวตึงบางคน เอามาไว้ในการอภิปรายวันเเรก คือวันที่ 24 มี.ค.เปิดด้วยอาวุธหนักตั้งแต่ต้น เพื่อดึงความสนใจของประชาชนมาฟังการซักฟอก ด้วยกลยุทธ์การอภิปรายช่วงต้นตื่นเต้น กลางกลมกลืน จบอภิปรายแบบระทึกใจ

ทั้งนี้ คิวอภิปรายในวันแรก คนที่ 1 คือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน.ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ ใช้เวลาอภิปราย 40 นาที คิวต่อมาคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ใช้เวลา อภิปราย 10 นาที คั่นด้วย สส.พรรค พปชร.อีก 1 คน ใช้เวลา 20 นาที จากนั้นจะเป็นคิวของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน.ส่วน นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.จะมีคิวอภิปรายในวันที่ 2 หรือวันที่ 25 มี.ค.ซึ่งการปรับเปลี่ยนคิวแบบนี้ของแกนนำพรรค ปชน.เพื่อดึงความสนใจประชาชนมาฟังการอภิปรายให้ได้ตั้งแต่ช่วงแรกของการอภิปราย