พปชร.อึ้ง!!! งบ soft power 5 พันกว่าล้าน ได้แค่กางเกงช้าง 77 จังหวัด

พปชร.อึ้ง!!! งบ soft power 5 พันกว่าล้าน ได้แค่กางเกงช้าง 77 จังหวัด

พปชร.อึ้ง!!! งบ soft power 5 พันกว่าล้าน ได้แค่กางเกงช้าง 77 จังหวัด

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 21.03 น.

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ตามที่ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ทำการโปรโมทกางเกงลายแต่ละจังหวัด 77 จังหวัด โดยคิดว่าเป็นซอฟพาวเวอร์ของประเทศไทยในการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ครั้งที่ 1/2568 ที่ผ่านมานั้น โดยนายกรัฐนตรีภาคภูมิใจผลงานกางเกง 77 ลาย 77 จังหวัด และถิอว่าเป็น soft power ที่สำคัญของประเทศไทย

เรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นความสามารถในการเข้าใจทฤษฎี soft power ยังไม่ดีพอ รัฐบาลต้องศึกษาให้เข้าใจ คิดให้ครอบคลุมทั้งระบบ อย่างเช่นที่ผ่านมา กางเกงช้าง ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของไทยอย่างหนึ่ง แต่ปรากฎว่า มีการก๊อปปี้เลียนแบบจากต่างประเทศ แถมราคาถูกกว่าทำให้พ่อค้าแม่ค้าไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ซึ่งในส่วนนี้รัฐบาลมีแนวทางในการป้องกันการก๊อปปี้หรือลอกเลียนแบบ ตลอดจนไม่มีแนวทางที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าคนไทยได้ประโยชน์ แต่กลับขยายเป็นกางเกงแต่ละจังหวัด 77 จังหวัด แทน ถ้ามีเวลาจะหาหนังสือที่โปรเฟสเซอร์ โจเซฟ ไนย์ (Joseph S. Nye) เขียนไว้ เช่น “Soft Power: The Means to Success in World Politics” หรือ “The Future of Power” ส่งไปให้ท่านนายกฯ ได้ลองอ่านดู เผื่อรัฐบาลจะได้เข้าใจเรื่อง soft power มากขึ้น

ซึ่งในขณะนี้ประเทศต่างๆ ได้พัฒนาซอฟพาวเวอร์ของตัวเองไปไกลแล้ว จะสังเกตเห็นได้ว่า ซอฟพาวเวอร์ทางด้านภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film) มีซีรี่ส์จีน และเกาหลี ตลอดจนซีรี่ส์อินเดียกำลังมาแรงในตลาดภาพยนตร์ในประเทศไทย ส่วนซอฟพาวเวอร์จากต่างชาติทางด้านอาหาร และเครื่องดื่ม (Food and Beverage) ที่บุกมาตลาดไทย ไม่ว่าจะเป็น MIXUE , CHAGEE , HeyTea , WeDrink หรือ Bing Chun ยึดตลาดอาหารและเครื่องดื่มไทยเรียบร้อยแล้ว ส่วนรัฐบาลไม่ได้มีแนวทางหรือมาตรการใดๆ ที่จะปกป้องหรือช่วยเหลือหรือส่งเสริมผู้ประกอบการ ทั้งเก่าและรายใหม่ของประเทศไทยแต่อย่างใด

ตอบข้อซักถามกรณีที่ฝ่ายรัฐบาลคุยว่า จะมีเสียงฝ่ายค้านยกมือสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า “ถ้า สส.ซื้อได้ด้วยเงิน ยอมขายเสียง ขายตัว ขายศักดิ์ศรี แล้วประชาชนจะหวังพึ่งใคร ประชาชนต้องจดจำใครเป็น สส.ขายตัว ขายศักดิ์ศรี จะได้ไม่เลือกมาในคราวหน้า ประชาชนตัดสินได้ครับ ว่า สส.ที่เขาเลือกมาเป็นอย่างไร”

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง’ราเชน ศิลปะรายะ’ ดำรงตำแหน่ง’อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร’

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง'ราเชน ศิลปะรายะ' ดำรงตำแหน่ง'อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร'

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง’ราเชน ศิลปะรายะ’ ดำรงตำแหน่ง’อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร’

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.51 น.

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 เว็บไชต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ความว่า

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายราเชน ศิลปะรายะ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2568

ประกาศ ณ วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2568

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

‘ทักษิณ’ย้ำซื้อหนี้ประชาชนเป็นเรื่องที่ต้องทำ ช่วยแก้หนี้ภาคปชช.-ภาคครัวเรือน ชี้เกิดขึ้นปี68

'ทักษิณ'ย้ำซื้อหนี้ประชาชนเป็นเรื่องที่ต้องทำ ช่วยแก้หนี้ภาคปชช.-ภาคครัวเรือน ชี้เกิดขึ้นปี68

‘ทักษิณ’ย้ำซื้อหนี้ประชาชนเป็นเรื่องที่ต้องทำ ช่วยแก้หนี้ภาคปชช.-ภาคครัวเรือน ชี้เกิดขึ้นปี68

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.31 น.

‘ทักษิณ’ย้ำซื้อหนี้ประชาชนต้องทำ ยันแก้หนี้ภาคปชช.แก้หนี้ภาคครัวเรือน เกิดขึ้นปีนี้ เชื่อน่าไปได้ดี พร้อมขอใจเย็นๆ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ช่วยกระตุ้นศก.แน่นอน

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 23 มี.ค.2568 ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีผลสำรวจดุสิตโพลประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับนโยบายซื้อหนี้ประชาชน ว่า เป็นเรื่องที่ต้องทำ วันนี้ต้องเข้าใจก่อนว่าประชาชนลำบากอยู่ 2-3 เรื่อง คือ 1.การบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาด โดยการดึงเงินออกนอกระบบ ทำให้เศรษฐกิจมันแห้ง ทำให้ประชาชนเดือดร้อน 2.เรื่องของโควิด-19 และ 3.การสร้างโอกาสให้กับประชาชนไม่เพียงพอที่ประชาชนจะสามารถทำมาหากินได้ ฉะนั้น วันนี้ก็ต้องหาทางให้ประชาชนสามารถเริ่มต้นใหม่ โดยการพยายามแก้หนี้ให้เขา หรือปรับโครงสร้างหนี้ ให้เขาสามารถชำระหนี้ได้มีเครดิตใหม่ และสร้างโอกาสให้เขาก็จะทำให้เขาฟื้นได้

เมื่อถามว่า ได้คุยกับเอกชนบ้างใช่แล้วหรือไม่ที่จะให้มารับซื้อหนี้ นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ระบบทุนนิยมเราต้องการมีกำไรอยู่ได้ และวันนี้แบงค์ให้ดอกเบี้ยต่ำ ถ้าให้ดอกเบี้ยสูงกว่านี้เขาก็มา ซึ่งการแก้หนี้ภาคประชาชน ภาคครัวเรือนจะเกิดขึ้นในปีนี้ และน่าจะไปได้ดี 

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายมองว่าดิจิทัลวอลเล็ตทั้ง 2 เฟสที่ผ่านมาไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างที่พรรคเพื่อไทย (พท.) หวังไว้ นายทักษิณ กล่าวว่า ใจเย็นๆ ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย มันจะไหลลงมากกว่านี้  ซึ่งบางทีเราทำแล้วมันหยุดการไหล แต่มันอาจจะยังไม่ขึ้นมา แต่ว่ามันจะขึ้นมาแน่นอน ขอให้ใจเย็นๆ เรื่องดิจิทัลวอลเล็ตมันไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียว แต่มันเป็นสิ่งที่ต้องใช้ในอนาคต และอีกหน่อยทุกคนจะรู้จักพรรคเพื่อไทย เพราะในกระเป๋าสตางค์ธรรมดา กับกระเป๋าดิจิทัลทุกคนต้องมีกระเป๋าเงินดิจิทัล เพราะในอนาคตจะมีสินทรัพย์ทางดิจิทัลอีกมากมาย  ซึ่งจะไปผ่านดิจิทัลวอลเล็ตตัวนี้  และไปไหนก็จะรู้ว่าเรามีกระเป๋าดิจิทัลวอลเล็ตก็จะได้เห็นว่ามันมีประโยชน์เยอะ

​ชื่นมื่น! ‘ทักษิณ’ร่วมฉลองมงคลสมรส‘จักรภพ-สุไพรพล’ อวยพรมีความสุข-มั่นคงในชีวิตคู่

​ชื่นมื่น! ‘ทักษิณ’ร่วมฉลองมงคลสมรส‘จักรภพ-สุไพรพล’ อวยพรมีความสุข-มั่นคงในชีวิตคู่

​ชื่นมื่น! ‘ทักษิณ’ร่วมฉลองมงคลสมรส‘จักรภพ-สุไพรพล’ อวยพรมีความสุข-มั่นคงในชีวิตคู่

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 20.04 น.

ชื่นมื่น! “ทักษิณ”ร่วมฉลองมงคลสมรส”จักรภพ-สุไพรพล” อวยพรมีความสุข-มั่นคงในชีวิตคู่ ขณะที่คนการเมืองเข้าร่วมแสดงความยินดีแน่น

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมงานฉลองมงคลสมรสระหว่าง นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายสุไพรพล เพ็ญแข ซึ่งจดทะเบียนสมรสไปก่อนหน้านี้แล้วเมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา ภายหลังพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สมรสเท่าเทียม มีผลบังคับใช้

โดยภายในงานมีบรรดานักการเมืองเข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างคึกคัก อาทิ น.ส.ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย , นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี , นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) , นายพายัพ ชินวัตร อดีต สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย , นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา , นายวรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย พร้อมกันนี้ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย ได้วาดภาพเหมือนคู่บ่าว-สาว นำมามอบให้ภายในงานด้วย และกลุ่มแฟนคลับมวลชนคนเสื้อแดงด้วย

ทั้งนี้ นายทักษิณ เดินทางถึง ก่อนถ่ายภาพร่วมกับคู่บ่าวสาว เพื่อแสดงความยินดี และเขียนข้อความลงในสมุดอวยพร โดยมีข้อความระบุว่า “เป็นการตัดสินใจที่สำคัญในชีวิตของเอกและป๊อบ ที่ได้เลือกที่จะใช้ชีวิตคู่ หลังจากการต่อสู้อันยาวนาน ผมขออวยพรให้การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่พบแต่ความสุข ความมั่นคงในชีวิตและความสำเร็จยิ่งๆขึ้นไป” ก่อนลงท้ายว่า ด้วยความรักและปรารถนาดี

ต่อมา นายทักษิณ ได้กล่าวขึ้นอวยพรคู่บ่าวสาวบนเวที ว่า วันนี้อวยพรเป็นคู่ที่ 2 และเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมาไปอวยพรงานแต่งงานลูกสาว สส.ที่จังหวัดยโสธร ตอนเย็นได้มาอวยพรงานสมรส เอกกับป๊อบถือว่าเป็นฤกษ์ดี เพราะเคยอยู่ร่วมกันในต่างแดนที่ต้องรีบภายในหลายปี และรู้เวลาว่าเอกมีป๊อบเป็นแฟนตั้งแต่ป๊อบทำทัวร์เสื้อแดง และสังเกตได้ว่าเอกจีบป๊อบ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีเรื่องสมรสเท่าเทียม แต่รู้ว่าคู่นี้จีบกันแล้ววันนี้ถึงวันที่ตัดสินใจร่วมใช้ชีวิตด้วยกัน

นายทักษิณ กล่าวต่อว่า คิดว่ามีความสุขที่ได้กลับมาประเทศไทย เอกก็มีความสุขที่กลับมาประเทศไทยเช่นกัน มาตอนแรกมีโอกาสได้ทำบุญคุณแม่ และวันนี้เอกได้เริ่มต้นใหม่ด้วยการแต่งงาน ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องยากสำหรับคนที่ตัดสินใจจะแต่งงานแบบนี้ ซึ่งคนนั้นที่จะต้องอยู่ให้ได้นำมาด้วยความรัก และต้องเป็นคนที่มีศิลปะในอารมณ์มาก ไม่เช่นนั้น จะไม่ตัดสินใจเช่นนี้ เมื่อสองคนร่วมเดินทางมาด้วยกันในช่วงชีวิตที่ลำบาก ทั้งคู่ต่อสู้เมื่อถึงวันนี้ได้ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน พร้อมกับการมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม เห็นว่าเอกกำลังเริ่มต้นชีวิตที่มีความสุข หลังจากที่อยู่ในต่างประเทศหลายปีเหมือนกับตัวเอง

“ดีใจมากๆ เห็นเอกกับป๊อบซึ่งรักกันมานาน และตัดสินใจแต่งงานกันวันนี้ เชื่อว่าคู่นี้คนที่ไม่เข้าใจ อาจจะไม่รู้ แต่คู่นี้ดูรักกันจริงรักกันนาน หวังว่าจะเป็นกำลังใจซึ่งกันและกันในการต่อสู้ เอกเป็นคนที่มีความรู้ เป็นคนที่มีความสามารถสูง แต่ไม่ได้ถูกใช้งานนาน ต่อไปนี้ต้องช่วยกันทำงานให้บ้านเมือง” นายทักษิณ กล่าว

นายทักษิณ กล่าวด้วยว่า ป๊อบเป็นกองหลังขยันทำมาหากิน ขอให้ทั้งคู่รักกันอย่างนี้มากๆ นานๆ ขอให้มีความสุขความเจริญเป็นกำลังใจให้แก่กันทำงานให้บ้านเมืองต่อไปขอให้มีความสุขมากๆ

– 006

สมองไปหมดแล้ว!! ‘วิโรจน์’ซัดกลับ’พท.’เชลียร์’นายใหญ่-คุณหนู’จนไม่สนศักดิ์ศรีตัวเอง

สมองไปหมดแล้ว!! 'วิโรจน์'ซัดกลับ'พท.'เชลียร์’นายใหญ่-คุณหนู’จนไม่สนศักดิ์ศรีตัวเอง

สมองไปหมดแล้ว!! ‘วิโรจน์’ซัดกลับ’พท.’เชลียร์’นายใหญ่-คุณหนู’จนไม่สนศักดิ์ศรีตัวเอง

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.49 น.

โหมโรงเดือดก่อนศึกซักฟอก! ‘วิโรจน์’ของขึ้นซัดกลับ‘พท.’เชลียร์’นายใหญ่-คุณหนู’จนไม่สนศักดิ์ศรีตัวเอง หยันทำตัวเป็นมดปลวก ดาหน้ากันออกมาพลีชีพรับยาฆ่าเเมลง

เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2568 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสส.พรรคเพื่อไทย (พท.) ดาหน้าออกมาสบประมาทก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านว่า สส.พวกนี้ ทำตัวเป็นมดปลวกพลีชีพ ดาหน้ากันออกมารับยาฆ่าเเมลง วิธีคิดแบบนี้ เป็น สส.ขาดสำนึกว่าประชาชนเป็นคนเลือกมา เขาคิดว่า มีวันนี้เพราะนายใหญ่ให้ ดังนั้น ชื่อเสียงเกียรติยศส่วนตัวไม่มีความสำคัญใดๆ จึงทำในเรื่องที่ไร้สาระ ให้ข่าวด้อยค่าตัวเอง ทำลายเกียรติยศศักดิ์ศรีของความเป็นผู้เเทนฯ เพื่อได้รับใช้ปรนนิบัติ เอาอกเอาใจนายใหญ่ และคุณหนู 

ดังนั้นเรารู้เกม จึงไม่ตอบโต้ อย่างเช่น บอกเราเป็นฝ่ายค้านไม่ตรงปกบ้าง ไปรวมกับลุงบ้าง เหมือนกับรับประทานไบก้อนลืมเขย่าขวด เหมือนเอาฝุ่น PM 2.5 ใส่ถุงกลับไปสูดที่บ้าน จนมันทำลายเซลล์สมองไปหมดเเล้ว ตนขอให้ไม่เอ่ยชื่อสส.แล้วกัน เพราะมดปลวกเหล่านี้ ไม่มีคุณค่าแม้กระทั่งจะจารึกชื่อเอาไว้ในประวัติศาสตร์ 

“แต่เราพูดเรื่องพฤติการณ์ว่า สมองไปหมดเเล้ว ซึ่งถ้าไปพูดชื่อเดี๋ยวนายใหญ่จะเรียกไปลูบหัว  ให้ขนม เดี๋ยวดีใจใหญ่ แต่อยากจะชี้ให้เห็นว่า  คนเหล่านี้ นอกจากเป้าหมายเบี่ยงประเด็นเเล้ว ยังพยายามด้อยค่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งหมดทั้งปวงรัฐบาลพยายามจะทำให้เวทีซักฟอกเป็นเรื่องโจ๊ก” นายวิโรจน์ กล่าว

‘ทักษิณ’ติวการบ้าน‘นายกฯอิ๊งค์’ บอกตอบได้ทุกเรื่อง ตรงไปตรงมา

‘ทักษิณ’ติวการบ้าน‘นายกฯอิ๊งค์’ บอกตอบได้ทุกเรื่อง ตรงไปตรงมา

‘ทักษิณ’ติวการบ้าน‘นายกฯอิ๊งค์’ บอกตอบได้ทุกเรื่อง ตรงไปตรงมา

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.36 น.

“ทักษิณ”ติวการบ้าน”นายกฯอิ๊งค์” บอกตอบได้ทุกเรื่อง ตรงไปตรงมา ตอก”ปชน.”อย่ารุ่นใหม่แค่อายุ ลั่นไม่มีใครมีสิทธิ์แลกประเทศ บอกมอนิเตอร์ซักฟอกแน่นอน ด่ามาได้ยิน รับ”ยิ่งลักษณ์”ยังไม่ได้กลับสงกรานต์นี้ เหตุยังไม่เหมาะสม ระบุยังไม่คิดจับมือ”พรรคส้ม”ตอนนี้ เป็นเรื่องอนาคต

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ได้ให้คำแนะนำ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีอย่างไรบ้าง ว่า นายกฯ คงตอบได้ และคงตอบได้ทุกเรื่อง อะไรที่อยู่ในกติกาก็ตอบได้หมด ส่วนเป้าใหญ่ที่เป็นตัวนายกฯกับนายทักษิณนั้น คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก อะไรตอบได้ก็ตอบ ตอบไม่ได้ก็ต้องบอกให้รู้ว่ามันไม่อยู่ในกติกา

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าจะเก็งข้อสอบถูกหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า หากเราอยู่ในโลกความเป็นจริง เขาถามอะไรมาเราก็ตอบตามนั้นได้ หากเขาไม่มีคำถามที่พิสดาร ถามตรงไปตรงมา เราก็ตอบได้ นายกฯเป็นคนรุ่นใหม่ คงต้องพูดอะไรตรงไปตรงมา

เมื่อถามถึงกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ไปรับประทานอาหารเย็นร่วมกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อวันที่ 21 มี.ค.คิดว่าจะเป็นกำลังใจหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ได้เจอนายกฯ เมื่อสักครู่ ก็ยังเห็นว่าอารมณ์ดีอยู่ เมื่อสักครู่ได้นั่งคุยกันและทำการบ้านนิดหน่อย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แน่นขึ้น เมื่อถามว่า คืนนี้นายกฯ จะนอนหลับหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า หลับสบายเลย ไม่น่ามีปัญหาอะไร

เมื่อถามว่า ประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นมาคือ การดีลแลกประเทศ และดีลหลังจากนี้คือการดีลให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับประเทศ นายทักษิณ กล่าวว่า เป็นวาทกรรม เป็นพรรคคนรุ่นใหม่อย่าไปใช้วาทกรรมเยอะ ดูแล้วมันไม่เหมาะ ใครจะเอาประเทศไปแลก ใครมีสิทธิ์แลกประเทศ อย่าไปใช้วาทกรรมมันเลอะเทอะ หมดสภาพ

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายทักษิณเคยระบุว่าอยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับมาเล่นน้ำสงกรานต์ในปี 68 ตอนนี้ใกล้จะถึงสงกรานต์แล้วติดขัดอะไร นายทักษิณ กล่าวว่า ความอยากกับความเป็นจริงอาจจะไม่ตรงกัน อยากให้มาแต่ยังมาไม่ได้ จังหวะเหมาะเมื่อไหร่ค่อยมา เมื่อถามย้ำว่า เงื่อนไขอะไรบ้างที่ทำให้ยังมาไม่ได้ นายทักษิณ กล่าวว่า ความเหมาะสม ซึ่งมีคำจำกัดความของมันอยู่ ความเหมาะสมยังไม่ใช่เวลานี้

เมื่อถามว่า ในวันที่ 24 มี.ค.จะมีการมอนิเตอร์ช่วยนายกฯ หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า “ผมมอนิเตอร์แน่นอน หากอยากด่าผม ผมได้ยิน ด่าได้เลย ผมได้ยินนะ” เมื่อถามอีกว่า หากมีประเด็นที่แตะนายทักษิณ แต่นายทักษิณไม่มีโอกาสได้ชี้แจง นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่เป็นไร ขอให้ใจเย็นๆ ขอกันกินมากกว่านี้อีก

เมื่อถามว่า ความสัมพันธ์กับชนชั้นนำของบ้านเรายังดีอยู่หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ตนไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเขาเลย มีแต่คนมีปัญหากับตน แต่ตนไม่มีปัญหาอะไรกับใครเลย หากใครอยากมีปัญหากับตน ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะไม่ได้ไปตีรันฟันแทงด้วย เมื่อถามอีกว่า ขณะนี้ผลงานยังเข้าตาชนชั้นนำอยู่ใช่หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า วันนี้หากทุกคนช่วยกันคิดถึงบ้านเมืองในภาพรวม ก็จะเห็นว่าสิ่งที่มันหมักหมมมานาน ความพยายามในการแก้ปัญหานั้นมันต้องใช้เวลา มันไม่เร็ว แต่ก็อยู่ในวิสัยที่สามารถทำได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านระบุว่าจะมียุทธการโรยเกลือ น่ากลัวหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า เอาเกลือที่ไหนมาโรย เมื่อถามย้ำว่า ฝ่ายค้านระบุว่าจะยื่นต่อ ป.ป.ช. นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวตนจะโรยน้ำตาล เขาโรยเกลือ ตนโรยน้ำตาล เมื่อถามว่า ดูเหมือนนายทักษิณจะชิลกับศึกซักฟอกของฝ่ายค้านในครั้งนี้ นายทักษิณ กล่าวว่า ตนอยู่ในการเมืองมา 50 ปี ตั้งแต่อายุ 25 ปี เห็นพวกนี้มาเยอะแล้ว ไม่รู้จะตื่นเต้นอะไรแล้ว

เมื่อถามว่า มองการเมืองของพรรคประชาชนอย่างไร นายทักษิณ กล่าวว่า อยากให้พรรคประชาชนเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่จริงๆ อายุน่ะใช่ อยากให้เป็นรุ่นใหม่จริงๆ คนรุ่นใหม่เขาตรงไปตรงมา ไม่ใช้วาทกรรม มีอะไรก็ถามกันตรงๆ ตอบกันตรงๆ แล้วก็จบ คนรุ่นใหม่เขาจะไม่ยืดเยื้อ เมื่อถามอีกว่า แต่ตอนนี้เห็นมีการสาดวาทกรรมใส่กัน ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่เป็นไร ไม่ตื่นเต้น เมื่อถามย้ำว่า การสาดวาทกรรมใส่กัน ในอนาคตพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนจะกลับมาจับมือกันได้หรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า การเมืองเป็นเรื่องของอนาคต ฉะนั้น วันนี้พูดไม่ได้ ตอนนี้บทบาทอยู่คนละฟาก ก็ต้องว่ากันไป บทบาทตอนนี้คือฝ่ายค้านกับรัฐบาล ต่อข้อถามว่า หากจะจับมือตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาชน ชนชั้นนำจะว่าอย่างไร นายทักษิณ กล่าวว่า ยังไม่มีความคิด ต้องไปถามพรรคเพื่อไทยและพรรคเพื่อไทยก็น่าจะยังไม่มีความคิดในเรื่องนี้

ทั้งนี้ นายทักษิณ เปิดเผยด้วยว่า จะเดินทางไป จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 13 – 14 เม.ย.

‘ฝ่ายค้าน’อาจล้มรบ.ไม่ได้ในทันที แต่จะ‘ปลูกต้นไม้แห่งความไม่ไว้วางใจ’ในใจปชช.

'ฝ่ายค้าน'อาจล้มรบ.ไม่ได้ในทันที แต่จะ‘ปลูกต้นไม้แห่งความไม่ไว้วางใจ’ในใจปชช.

‘ฝ่ายค้าน’อาจล้มรบ.ไม่ได้ในทันที แต่จะ‘ปลูกต้นไม้แห่งความไม่ไว้วางใจ’ในใจปชช.

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.32 น.

นักวิชาการธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ศึกซักฟอก’ฝ่ายค้าน’อาจปิดเกมรัฐบาลในสภาไม่ได้ในทันที แต่จะปลูกต้นไม้แห่งความไม่ไว้วางใจขึ้นในใจประชาชน หวังผลในระยะยาว ขณะที่’อิ๊งค์’ต้องใช้โอกาสนี้พิสูจน์ภาวะผู้นำ ระบุนักการเมืองที่ดีต้องเข้าใจงาน ตอบคำถามได้ทันที ไม่มัวแต่รอรายงาน 

เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2568 รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว อาจารย์ประจำสาขาวิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า ความคาดหวังทางการเมืองต่อการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในปัจจุบันแตกต่างไปจากอดีตที่สามารถสร้างแรงกดดันรัฐบาลได้ สามารถปิดเกมกันในสภา หรือรัฐมนตรีบางรายถึงกับชิงลาออกไปก่อนเพราะไม่อยากถูกอภิปรายหรือถูกเปิดเผยข้อมูลกลางสภาในขณะที่ประชาชนทั่วทั้งประเทศรับชมอยู่ ทว่าในปัจจุบันทุกคนทราบดีว่าคงไม่สามารถล้มรัฐบาลผ่านการโหวตลงคะแนนเสียงได้ 

ฉะนั้นในการอภิปรายที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 24-25 มี.ค.นี้ ฝ่ายค้านย่อมทราบดีว่าตัวเองมีคะแนนเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) น้อยกว่ารัฐบาล จึงอาจจะไม่หวังผลให้รัฐบาลชุดนี้สิ้นสุดลงในทันทีที่จบการอภิปราย แต่หวังให้ผลพวงจากการอภิปราย การชี้ให้เห็นข้อบกพร่องและข้อผิดพลาด ถูกนำขยายต่อในเวลาถัดไปเพื่อสร้างแรงกดดันเป็นระยะๆ เปรียบได้กับการปลูกต้นไม้แห่งความไม่ไว้วางใจลงไปในใจประชาชน ซึ่งถือเป็นการหวังผลทางการเมืองในระยะยาว

“การอภิปรายไม่ไว้วางใจในปัจจุบันก็เหมือนการสอบย่อยโดยมีประชาชนเป็นผู้ให้คะแนน เนื้อหาข้อมูลที่ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลนำเสนอจะถูกนำไปประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้งใหญ่ในครั้งต่อไป” รศ.ดร.อรรถสิทธิ์กล่าว

รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ กล่าวต่อไปว่า การที่ฝ่ายค้านล็อกเป้าอภิปราย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไว้เพียงคนเดียว ส่วนตัวมองว่าเป็นได้ทั้งวิกฤตและโอกาสครั้งสำคัญของ น.ส.แพทองธาร เพราะจะเป็นเวทีในการแสดงให้ประชาชนเห็นถึงความสามารถ ศักยภาพ และการทำงานว่า น.ส.แพทองธาร ทำงานจริงหรือไม่และมีความเข้าใจในงานมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะแสดงออกผ่านการตอบคำถาม ดังนั้นหากทำได้ดีตอบได้กระจ่างก็จะลบคำปรามาสหรือข้อครหาเรื่องภาวะผู้นำลงไปได้ แต่หากทำได้ไม่ดีก็จะเป็นไปในทางตรงกันข้าม

“ในฐานะนักวิชาการ สิ่งที่อยากเห็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้คือไหวพริบปฏิภาณ การโต้ตอบที่รวดเร็วทันควันของนักการเมืองทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล โดยทั้งหมดต้องอิงอยู่บนฐานข้อมูลและข้อเท็จจริง เพราะสิ่งเหล่านี้คือคุณสมบัติพื้นฐานของนักการเมือง คนที่มีปฏิภาณไหวพริบดี-ตอบโต้ได้ดีในทันทีคือคนที่สอบผ่าน เมื่อโดนถามเขาจะตอบโต้ได้เลยรึเปล่า หรือจะบอกว่าต้องรอข้อมูลก่อน หรือฝ่ายค้าน หากรัฐบาลแจงมาว่าสิ่งที่กล่าวหามีข้อมูลไม่ถูกต้อง ฝ่ายค้านสามารถโต้กลับได้หรือไม่ สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจว่าเราทำงานจริง ถ้าทำงานจริงข้อมูลจะอยู่ในหัวโดยไม่ต้องรอรายงาน”รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ กล่าว

นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวอีกว่า อีกหนึ่งความน่าสนใจของศึกซักฟอกในครั้งนี้คือการกลับเข้ามามีบทบาทในสภาอีกครั้งของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่จะเป็นหนึ่งในผู้อภิปรายของฝ่ายค้านภายหลังจากที่ก่อนหน้านี้พรรคพลังประชารัฐดูเหมือนจะจางหายไปจากความสนใจของสื่อและประชาชน จึงต้องจับตาดูว่า พล.อ.ประวิตร จะช่วยปลุกกระแสให้กับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ 

สำหรับช่วงเวลาในการการอภิปรายไม่ไว้วางใจระหว่างวันที่ 24 – 25 มี.ค. นี้ มีการกำหนดระยะเวลาการอภิปรายในวันแรกไว้ที่ 08.00 – 05.30 น. ส่วนตัวมองว่า ไม่มีความเหมาะสม เป็นการจัดสรรเวลาที่ยึดเอาความได้เปรียบเสียเปรียบทางการเมืองมากเกินไป โดยไม่คำนึงถึงประชาชนที่เฝ้ารอและติดตามการถ่ายทอดสดแบบเรียลไทม์

“อภิปรายกันตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึงตี 5 ครึ่ง แล้วเริ่มอภิปรายกันอีกครั้งตอน 8 โมงเช้าของอีกวัน คำถามก็คือแล้วจะให้ใครดู มันเหมือนกับการทำให้มันจบๆ ไป ไม่ได้คิดคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน อย่าไปบอกว่ามันสามารถดูย้อนหลังผ่านยูทูป หรือคลิปติ๊กต็อกได้ เพราะทุกคนอยากดูผล ณ เวลานั้น เกิดความรู้สึกเซอร์ไพรส์ต่อข้อมูล ณ เวลานั้น แต่ก็เป็นไปได้ว่าบริบทการเมืองอาจเปลี่ยนไป” นักวิชาการธรรมศาสตร์กล่าว

เมื่อถามถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือการสั่นสะเทือนความเป็นปึกแผ่นภายในพรรคร่วมรัฐบาลหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะยังคงผนึกกำลังกันแน่น เพราะตามหลักการคงไม่มีใครอยากจะกลับมาเป็นฝ่ายค้าน หรือเกิดการยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ในเร็ววันนี้ 

“คิดว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับ ครม. ซึ่งเป็นสไตล์การทำงานของพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ที่น่าสนใจคือจะปรับแบบไหน ถ้าปรับบุคคลภายใต้โควตากระทรวงของพรรคเดิมก็ถือเป็นเรื่องปกติแต่ถ้ามีการสับเปลี่ยนโควตาของพรรคมีการแลกเปลี่ยนกระทรวงระหว่างกันอันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่ที่สุดแล้วด้วยความเป็นปึกแผ่นของพรรคร่วมในขณะนี้ เชื่อว่าจะสามารถหาทางเจรจากันได้ในท้ายที่สุด” รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามอีกว่า พรรคประชาชนได้เน้นย้ำว่ามีหลักฐานในการมัดตัวรัฐบาลว่าจะดิ้นไม่หลุด และพร้อมจะดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป สิ่งเหล่านี้จะเป็นจุดแตกหักระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนหรือไม่
นักวิชาการธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ทุกพรรคการเมืองย่อมต้องการช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมือง และต้องการเข้าไปเป็นที่หนึ่งในใจคน ฝ่ายค้านจึงต้องแสดงบทบาทให้ประชาชนเห็นว่าเขาคือตัวเลือกที่ดีกว่าในการเป็นรัฐบาล และเหมาะสมจะเป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งหน้า การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร หากพรรคประชาชนพ่ายแพ้ ไม่ได้เป็นพรรคอันดับหนึ่ง หรือชนะ แต่ไม่ขาด ก็จำเป็นต้องหาพรรคร่วม เมื่อถึงวันนั้นอะไรก็ย่อมเกิดขึ้นได้ เราจึงไม่สามารถพูดได้ว่า เพราะเหตุการณ์วันนี้ จะทำให้ทั้ง 2 พรรค ไม่สามารถจับมือกันได้อีกเลย

เพื่อนกันทั้ง‘รุ่นพ่อ-รุ่นลูก’ ‘ทักษิณ’ยัน‘อิ๊งค์-ฮุนมาเนต’จูนกันได้

เพื่อนกันทั้ง‘รุ่นพ่อ-รุ่นลูก’ ‘ทักษิณ’ยัน‘อิ๊งค์-ฮุนมาเนต’จูนกันได้

เพื่อนกันทั้ง‘รุ่นพ่อ-รุ่นลูก’ ‘ทักษิณ’ยัน‘อิ๊งค์-ฮุนมาเนต’จูนกันได้

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.21 น.

เพื่อนกันทั้ง”รุ่นพ่อ-รุ่นลูก” “ทักษิณ”ยัน”อิ๊งค์-ฮุนมาเนต”จูนกันได้ ลั่นอย่าหวั่นไหวสถานการณ์ชายแดน”ไทย-กัมพูชา” บอก”ฝ่ายค้านกัมพูชา”มักยุให้ตีกัน

เมื่อเวลา 18.30 น.วีนที่ 23 มีนาคม 2568 ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ได้มีโอกาสพูดคุยกับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายหรือไม่ ว่า ความจริงแล้วกัมพูชากับไทยค่อนข้างจะมีความชัดเจนในเรื่องสนธิสัญญา ต่างคนต่างยอมรับซึ่งกันและกันอยู่ ถ้าไม่ไปหวั่นไหว การนำเสนอของฝ่ายค้านกัมพูชา เพราะบางทีฝ่ายค้านทางกัมพูชาก็มักจะยุให้ตีกัน ดังนั้น เราอย่าไปหวั่นไหว ตรงไปตรงมา ไม่มีอะไร

เมื่อถามย้ำว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา ที่เป็นนายกฯ รุ่นลูกทั้งคู่สามารถจูนกันได้หรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า “แน่นอน พ่อกับพ่อเพื่อนกัน ลูกกับลูกเพื่อนกัน” เมื่อถามย้ำว่า มีปัญหาเรื่องการส่งต่อจากเจเนอเรชั่นรุ่นพ่อไปยังรุ่นลูกหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า “ไม่มีครับ”

‘สุริยะใส’แนะจับตา‘ซักฟอก’ ศึกในสภาฯ หรือเกมขุนพลอำนาจ?

‘สุริยะใส’แนะจับตา‘ซักฟอก’ ศึกในสภาฯ หรือเกมขุนพลอำนาจ?

‘สุริยะใส’แนะจับตา‘ซักฟอก’ ศึกในสภาฯ หรือเกมขุนพลอำนาจ?

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 19.10 น.

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจ กับการเมืองแบบสามก๊ก : ศึกในสภา หรือเกมขุนพลอำนาจ?

ในมหากาพย์ “สามก๊ก” เรามักเห็นผู้นำแต่ละฝ่ายใช้ทั้ง “ยุทธศาสตร์–พันธมิตร–การเจรจา–การเสียสละบางส่วนเพื่อรักษาส่วนใหญ่” เพื่อช่วงชิงอำนาจ และหากย้อนมองเวที “การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี” ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะเห็นเงาของกลเกมแบบสามก๊กชัดเจนขึ้น

– ฝ่ายค้าน เปรียบเสมือน “เล่าปี่” ที่อ้างความชอบธรรมของประชาชน ใช้เวทีอภิปรายเป็นกลยุทธ์สร้างกระแส ปลุกพลังภาคประชาชน และกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

– รัฐบาล เสมือน “โจโฉ” ที่ครองอำนาจบริหาร มีกองหนุนในสภา และพร้อมตอบโต้ทุกข้อกล่าวหาเชิงเทคนิคด้วยความมั่นใจ แต่ก็เผชิญแรงสั่นสะเทือนภายใน

– พรรคร่วม/เสียงกลางในสภา อาจเทียบได้กับ “ซุนกวน” ที่ไม่เอียงข้างอย่างชัดเจน รอจังหวะเหมาะเจาะ พร้อมเลือกข้างหากมีผลต่อการอยู่รอดทางการเมืองในระยะยาว

แม้เวทีอภิปรายจะถูกมองว่าเป็น “สนามรบของวาทกรรม” แต่ความจริงมันคือการเปิดฉาก ศึกข่าวสาร+การต่อรอง+การวางหมากล่วงหน้า ซึ่งอาจไม่ได้จบแค่ในสภา แต่ขยับโยกผลประโยชน์ ตำแหน่ง และพันธมิตรในระยะยาว

คำถามสำคัญคือ:

– ประชาชนคือใครในศึกสามก๊กนี้? เป็นเล่าชีผู้ดูเหตุการณ์ หรือเป็นไพร่พลที่ถูกดึงเข้าสู่การชิงชัย?

– การอภิปรายครั้งนี้คือ “ยุทธศาสตร์ชิงอำนาจ” หรือ “ความพยายามสร้างธรรมาภิบาล ในวิถีทางประชาธิปไตย”?

– ใครจะ “ยอมถอย” เพื่อรักษาพื้นที่ และใครจะ “ยื่นหมาก” เพื่อขยับฐานอำนาจ?

การเมืองแบบสามก๊กไม่ได้มีแค่สงครามช่วงชิงอำนาจ แต่เต็มไปด้วยศิลปะการเจรจา กลยุทธ์ และการรักษาอำนาจอย่างชาญฉลาด เราจึงควรมองการอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่แค่ในเชิง “แพ้–ชนะ” แต่เป็นการอ่านกระดานทั้งกระดานหมากรุกที่เต็มไปด้วยการเดินเกมล่วงหน้าและลับหลัง

โดยปกติทั่วไป การอภิปรายไม่ไว้วางใจในระบบรัฐสภาไทย ที่ผ่านมา อยู่บนโครงสร้างขั้ว อำนาจแค่สองขั้ว หรือสองก๊กเท่านั้น รอบนี้แปลกไปกว่าทุกครั้งเพราะการเมืองไทยเข้าสู่โครงสร้างขั้วอำนาจแบบสามขั้ว สามก๊กเต็มตัว จึงต้องจับตาการอภิปรายและหลังการอภิปรายครั้งนี้อย่างใกล้ชิดว่า ผลลัพธ์สุดท้ายคืออะไร จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแบบใด และสังคมได้อะไร?

‘วิโรจน์’เครื่องร้อน! งัดกระบวนท่าที่ 5 ประเดิม‘ซักฟอกรัฐบาล’

‘วิโรจน์’เครื่องร้อน! งัดกระบวนท่าที่ 5 ประเดิม‘ซักฟอกรัฐบาล’

‘วิโรจน์’เครื่องร้อน! งัดกระบวนท่าที่ 5 ประเดิม‘ซักฟอกรัฐบาล’

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 18.23 น.

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า พรุ่งนี้ จันทร์ที่ 24 มี.ค.2568 เวลาประมาณ 9.10 น. เป็นต้นไป

ข้าน้อย 林长旭 (หลินฉางซวี่) จะได้มีโอกาสให้การสำแดงวิทยายุทธ์ให้กับเหล่าผู้อาวุโสได้ชี้แนะ ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ กับกระบวนท่า ที่ข้าน้อยได้เพียรพยายามโคจรลมปราณฝึกในถ้ำใต้สำนักชั่วยามแล้วชั่วยามเล่า จนในที่สุด 18 ฝ่ามือพิชิตมังกร ที่ได้สูญหายไปจากยุทธภพมานานแสนนาน ก็ได้ถูกบัญญัติขึ้นใหม่ ให้ได้กลับมาโลดแล่นในยุทธภพอีกครั้ง

ครั้งนี้ข้าน้อยต้องขอล่วงเกินแล้ว ขอท่านผู้อาวุโสโปรดยั้งมือไว้ไมตรี รับมือ!

กระบวนท่าที่ 5 “มังกรกงสีอิ่มหมีทั้งตระกูล”

แรงบันดาลใจจาก: ภาพยนตร์ มังกรหยก จอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ (2025)