‘เจิมศักดิ์’ท้า‘ครม.’ แน่จริงทำประชามติปมเปิด‘อบายมุขครบวงจร’

‘เจิมศักดิ์’ท้า‘ครม.’ แน่จริงทำประชามติปมเปิด‘อบายมุขครบวงจร’

‘เจิมศักดิ์’ท้า‘ครม.’ แน่จริงทำประชามติปมเปิด‘อบายมุขครบวงจร’

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 16.30 น.

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ และนายวิทเยนทร์ มุตตามระ ได้สะท้อนมุมมองผ่านช่องยูทูบ WATCHDOG CHANNEL ผ่านรายการ “ถอนพิษ” ในหัวข้อ “จดหมายเปิดผนึกถึงคณะรัฐมนตรี ปมเปิดบ่อนพนันและพนันออนไลน์” พร้อมกล่าวว่า “คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องไม่ร่วมมือกับพรรคเพื่อไทย หากินกับอบายมุขครบวงจร ด้วยเหตุผลชัดเจนสมบูรณ์ ท้า ครม.แน่จริงทำประชามติ” (ชมคลิปด้านล่าง)

– 006

ภูมิใจไทยไร้แตกแถว! ​‘อนุทิน’ยันหนุน‘นายกฯ’สู้‘ศึกซักฟอก’เต็มที่

ภูมิใจไทยไร้แตกแถว! ​‘อนุทิน’ยันหนุน‘นายกฯ’สู้‘ศึกซักฟอก’เต็มที่

ภูมิใจไทยไร้แตกแถว! ​‘อนุทิน’ยันหนุน‘นายกฯ’สู้‘ศึกซักฟอก’เต็มที่

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.58 น.

ภูมิใจไทยไร้แตกแถว! “อนุทิน”ยันหนุน”นายกฯ”สู้”ศึกซักฟอก”เต็มที่ ช่วยแจงข้อเท็จจริงกระทรวงที่รับผิดชอบ เผย”อิ๊งค์”ไม่ได้ขอคำแนะนำ ทุกคนพร้อมให้กำลังใจ เผยยังไม่คุย”ปรับ ครม.”หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมพรรคภูมิใจไทยวันนี้ ว่า ไม่ใช่การเช็คเสียง สส.ของพรรครอบสุดท้ายก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (24 มี.ค.) เพราะพรรคภูมิใจไทยมีเสียงอยู่เท่านี้ ซึ่ง สส.พรรคภูมิใจไทย พร้อมสนับสนุนนายกรัฐมนตรี พร้อมย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีเสียงแตกแถว โดยจะลงคะแนนเสียงไว้วางใจให้กับนายกฯ ครบทุกคน ไม่มีเสียงแตก และไม่มีเห็นต่าง ซึ่งเป็นผลมาจากการประชุมสมาชิกของพรรคทุกครั้ง ก่อนที่จะมีการอภิปราย เพื่อกำหนดทิศทางการลงคะแนนให้เป็นไปในทางเดียวกัน ใครเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ให้ออกความคิดเห็นในที่ประชุมพรรค แต่เมื่อพรรคมีมติแล้วทุกคนต้องปฏิบัติตาม

เมื่อถามว่า หากการอภิปรายของฝ่ายค้านนอกลู่ และพาดพิงการทำงานในส่วนรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย จะตั้งทีมออกมาชี้แจงอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า หวังว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายอยู่ในประเด็น แต่หากพาดพิงไปที่ตัวบุคคลตามสิทธิที่มีอยู่ในสภาฯ ทุกคนสามารถชี้แจงได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะประเด็นที่ไม่มีข้อเท็จจริงหรือถูกให้ร้าย คนที่ถูกพาดพิงก็มีสิทธิที่จะชี้แจงได้ทันที เชื่อว่าคงไม่มีปัญหา เพราะฝ่ายค้านมีประสบการณ์อยู่แล้ว ดังนั้น ต้องอยู่ในประเด็นให้มากที่สุด

เมื่อถามถึงแนวทางการชี้แจงของพรรคภูมิใจไทยเป็นอย่างไร เพราะก่อนหน้านี้ระหว่างการอภิปรายมักจะนำข้าราชการมาร่วมชี้แจงควบคู่ในสภาฯ ด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้ามีความจำเป็นที่ต้องชี้แจงในรายละเอียด เมื่อนายกฯ ไม่ทราบรายละเอียด โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้วหรือข้อกฎหมาย เพื่อให้เกิดความชัดเจนก็ได้เตรียมหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลเชิงรายละเอียดมาแถลงให้กับสื่อมวลชนรับทราบ และเผยแพร่ต่อประชาชนให้รับทราบต่อไป เพื่อที่จะให้หมดเป็นประเด็นๆ ไป ไม่เช่นนั้นจะเกิดความคลางแคลงใจ และเมื่อนายกฯ หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงในสภาแล้วมีทีมคณะทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการเมืองข้าราชการประจำ หรือข้าราชการการเมืองมาชี้แจงเพิ่มเติม โดยมีหลักฐานมายืนยันก็จะทำให้เกิดความชัดเจน ทำให้ข้อสงสัยต่างๆ ได้รับการเคลียร์ ซึ่งเป็นประโยชน์กับประชาชน

เมื่อถามถึงการทำงานของพรรคภูมิใจไทยในช่วงการอภิปรายจะตั้งวอร์รูมติดตามข้อวิจารณ์ทางโซเชียลมีเดียหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าจะไปชี้แจงตามโซเชียลมีเดียคงไม่ไหว ดังนั้น ต้องชี้แจงตามกรอบของระเบียบในสภาฯ และตอบตามที่ฝ่ายค้านได้ลุกขึ้นอภิปราย

เมื่อถามว่า ดินเนอร์หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา นายกฯ ได้พูดคุยเบื้องต้นถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่า ไม่มี ไม่มีทาง และไม่ได้พูดคุยกันเลย ซึ่งนาก่อนหน้านี้นายกฯ ได้ย้ำกับสื่อมวลชนแล้วว่า มีความประสงค์อยากให้รัฐมนตรีได้ทำงานอย่างต่อเนื่อง และไม่ต้องแบกความกังวลใดๆ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมก็จะประเมินการทำงานของรัฐมนตรีเอง ดังนั้น เรื่องการปรับ ครม.พวกเราเข้าใจกันดีอยู่อยู่แล้วว่าเป็นอำนาจนายกฯ ทั้งสิ้น คงไม่เอาเรื่องนี้มาพูดคุยในโต๊ะอาหาร เพราะไม่เกี่ยวข้องกัน และในวันนั้นนายกฯ เชิญรับประทานอาหาร เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าทุกฝ่ายมีความสบายใจในการสนับสนุนนายกฯ ซึ่งหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลได้ให้คำยืนยันเช่นนั้น

‘ไพบูลย์’เตือน’อิ๊งค์-พท.’อย่าประมาท มองหลังซักฟอกอาจมีคนยื่นศาลฯ ทำการเมืองเปลี่ยน

'ไพบูลย์'เตือน'อิ๊งค์-พท.'อย่าประมาท มองหลังซักฟอกอาจมีคนยื่นศาลฯ ทำการเมืองเปลี่ยน

‘ไพบูลย์’เตือน’อิ๊งค์-พท.’อย่าประมาท มองหลังซักฟอกอาจมีคนยื่นศาลฯ ทำการเมืองเปลี่ยน

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.52 น.

‘ไพบูลย์’เตือน’แพทองธาร-เพื่อไทย’อย่าประมาท เตรียมตัวรอรับการขยายผลหลังศึกอภิปรายให้ดี มองอาจมีคนยื่นศาลฯ จนเกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2568 นายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีในวันที่ 24 มี.ค.2568 ว่า หลายเรื่องที่พรรคฝ่ายค้านรวมถึงพรรคพลังประชารัฐจะนำมาอภิปราย หากข้อมูลที่นำมามีความชัดเจน เช่น ชี้ให้เห็นว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีพฤติกรรมของความไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ เช่น การครอบครองที่ธรณีสงฆ์ ก็จะถือว่าฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม ซึ่งตนเชื่อว่า จะมีส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ให้มีการพิจารณาถึงประเด็นดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญมีบรรทัดฐานในการวินิจฉัยไว้อยู่แล้ว และยังมีบรรทัดฐานที่ศาลฎีกาด้วย ดังนั้น น.ส.แพทองธาร และพรรคเพื่อไทยอย่าเพิ่งไปประมาท คิดว่า จะผ่านไปง่าย ๆ ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้อาจจะเกิดเรื่องสำคัญมากขึ้นมาก็ได้

“หลังจบการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เรื่องที่ถูกนำมาอภิปรายจะถูกนำไปขยายผลได้ เช่นเรื่องผลประโยชน์ชาติ หรืออาจจะแปลงเป็นคำร้องต่างๆ เช่น คำร้องยื่นกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือมีการส่งคำร้องไปศาลรัฐธรรมนูญที่มันก็อาจมีผล เช่น หากมีคำร้องไปศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับตัวนายกฯ ซึ่งหากทั้งข้อกฎหมาย และความถูกต้องต่างๆ มันพร้อมทั้งองค์ประกอบ มันจะเกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขึ้นมา“ นายไพบูลย์ กล่าว

ส่วนการอภิปรายของพรรคพลังประชารัฐ นายไพบูลย์ กล่าวย้ำว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค ท่านเตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้ว และจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า พปชร.พร้อมทำหน้าที่ในทุกบทบาท และทันทีที่มีการเลือกตั้ง เราก็พร้อมที่จะเข้าสู่สนามเลือกตั้ง ภายใต้การนำของ พล.อ.ประวิตร

‘อดีตสว.สมชาย’ขำกลิ้ง! รัฐบาลวางเกมรับมือฝ่ายค้าน ถามตกลงซักฟอก‘นายกฯ’หรือ‘ขรก.’

‘อดีตสว.สมชาย’ขำกลิ้ง! รัฐบาลวางเกมรับมือฝ่ายค้าน ถามตกลงซักฟอก‘นายกฯ’หรือ‘ขรก.’

‘อดีตสว.สมชาย’ขำกลิ้ง! รัฐบาลวางเกมรับมือฝ่ายค้าน ถามตกลงซักฟอก‘นายกฯ’หรือ‘ขรก.’

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.45 น.

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ขำกลิ้ง รัฐบาลวางเกมรับมือฝ่ายค้าน ง่ายนิดเดียว สั่งการให้อธิบดี ปลัดกระทรวง ต้องทำหน้าที่แถลงข่าวโต้ตอบฝ่ายค้านทันทีทุกประเด็น สรุปแล้ว 24-25 นี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี หรืออภิปรายไม่ไว้วางใจข้าราชการประจำกันเนี่ย?”

‘พลังไทยใหม่’ประกาศตั้งพรรค25พ.ค.นี้ ชูนโยบาย‘คิดใหญ่-ทำเป็น’ด้วย‘รัฐสวัสดิการ’

‘พลังไทยใหม่’ประกาศตั้งพรรค25พ.ค.นี้ ชูนโยบาย‘คิดใหญ่-ทำเป็น’ด้วย‘รัฐสวัสดิการ’

‘พลังไทยใหม่’ประกาศตั้งพรรค25พ.ค.นี้ ชูนโยบาย‘คิดใหญ่-ทำเป็น’ด้วย‘รัฐสวัสดิการ’

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.35 น.

‘พลังไทยใหม่’เตรียมลงหลักประกาศตั้งพรรค25พ.ค.นี้ ปักหมุด’ศรีสะเกษ’ ชูนโยบาย‘คิดใหญ่-ทำเป็น’ด้วย‘รัฐสวัสดิการ’

เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2568 (ศ.พิเศษ) ดร.ประกาศิต สุวรรณนศิษฐ์ ผู้ก่อตั้งพรรคพลังไทยใหม่ เปิดเผยว่า ตน และคณะผู้ร่วมจัดตั้งพรรคพลังไทยใหม่ อาทิ นายอังกูร ไผ่แก้ว เลขาธิการพรรค นายสุวิทย์ ผลสุข รองหัวหน้าพรรค นายนิธินันท์ ธนัทภพวรานนท์ รองหัวหน้าพรรค นางปัฐธญา ธัตสมศรี ผู้อำนวยการพรรค นายนวพัฒน์ มโนหวัน โฆษกพรรคพร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรคฯได้ดำเนินการจัดสถานที่เตรียมความพร้อมประชุมใหญ่สามัญ เพื่อจัดตั้งพรรคพลังไทยใหม่ในวันที่ 25 พ.ค.นี้ ที่โรงแรมพรหมพิมาน อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ จากนั้นจะเริ่มปักหมุดเดินหน้าพรรคพลังไทยใหม่ที่ จ.ศรีสะเกษ เป็นจังหวัดแรกของภาคอีสานเพื่อพร้อมขับเคลื่อนนโยบาย คิดใหญ่ ทำเป็น ให้แก่ประชาชน ด้วยแนวทางรัฐสวัสดิการ

จับตา‘บิ๊กป้อม’ปล่อยหมัดเด็ดกลางสภา เปิด‘เบื้องลึก-ดีลลับ’ก่อน-หลังยึดอำนาจปี57

จับตา‘บิ๊กป้อม’ปล่อยหมัดเด็ดกลางสภา เปิด‘เบื้องลึก-ดีลลับ’ก่อน-หลังยึดอำนาจปี57

จับตา‘บิ๊กป้อม’ปล่อยหมัดเด็ดกลางสภา เปิด‘เบื้องลึก-ดีลลับ’ก่อน-หลังยึดอำนาจปี57

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 15.16 น.

‘จตุพร’เชื่อ‘แพทองธาร’หวั่นวิตกซักฟอก วุ่นสร้างภาพฝืนยิ้มซ่อนหน้าชื่นอกตรม จับตาชี้‘บิ๊กป้อม’อภิปรายตามถนัด พูดน้อยเน้นเนื้อหา‘ลึก-ลับ’ คาดงัดเบื้องหลังดีลเขย่า‘ตัวเป้ง’เพื่อไทยหวาดผวา ฟาดผู้มีอำนาจนอกรัฐบาลเอาแต่สร้างฝันใหม่ล้างฝันเก่า หลอกคนจนล่องลอยไปตามลมแล้งๆ ขออดใจรอ‘ทัพภาคประชาชน’นอกสภา ขย่ม‘ภาวะผู้นำ’นายกฯ ผู้ถูกครอบงำ รอหลังซักฟอกจบลงไม่นานวัน

23 มีนาคม 2568 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์เมื่อวันที่ 22 มี.ค.68 ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี อุ๊งอิ๊งค์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จะเริ่มขึ้นในเวลาประหลาดของเช้า 8 โมงวันที่ 24 มี.ค.นี้ ยิ่งใกล้วัน นายกฯ ยิ่งสะท้อนอาการวิตกกังวลกับถูกอภิปรายฯ ครั้งแรก แม้แสร้งโชว์ภาพฝืนยิ้มพร้อมสู้ศึกการเมือง แต่อาจเป็นอาการกลบใจซ่อนหน้าชื่นอกตรมไว้ภายใน

นายจตุพร เชื่อว่า ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ผู้มากประสบการณ์ ผ่านร้อนหนาวตำแหน่งการเมืองมากมาย และพูดในสภาน้อยมาก ซึ่งแต่ละครั้งใช้เวลาสั้นๆ ส่วนการอภิปรายฯ ครั้งนี้มีสัญญาณว่า จะลุกอภิปรายฯ เป็นครั้งแรก เพื่อไม่ไว้วางใจนายกฯ ที่อ่อนด้อยภาวะผู้นำ เชื่อว่า พล.อ.ประวิตร จะเล่นงานปัญหาของนายกฯ เกี่ยวกับข้อมูลลับเบื้องลึกการครอบครองสนามกอล์ฟอัลไพน์ที่ไม่เคยเป็นข่าวมาก่อน ชนิดต้องอึ้งนิ่งมึนกันทั้งสภา นอกจากนี้จะพูดในด้านความมั่นคง และดีลอำนาจต่างๆ ทั้งก่อนและหลังยึดอำนาจปี 57 ดังนั้น นักการเมืองระดับใหญ่ตัวเป้งย่อมวิตกกังวลกับการพูดครั้งนี้

“แม้ พล.อ.ประวิตร ใช้เวลาพูดในสภาไม่กี่นาที ซึ่งไม่ใช่พูดไม่เป็น แต่ต้องการพูดแค่นั้น ดังนั้น นักการเมืองตัวเป้งของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะอยู่นอกกระดานหรือในกระดานก็ตาม ที่รู้จักมักคุ้นกันดีต้องวิตกหวาดหวั่นกันแน่นอน เพราะรู้ว่าทุกคำพูย่อมไม่ธรรมดา”

ส่วนพรรคเพื่อไทยเยาะเย้ยถากถางดูแคลนพรรคประชาชนจะถูกยุบพรรคอีกนั้น นายจตุพร ย้อนว่า เป็นการพูดของคนทุเรศน่าอับอายสิ้นดี เพราะไม่จดจำอดีตพรรคเพื่อไทยเคยถูกยุบมาแล้วถึง 2 ครั้งเช่นกัน ดังนั้น นักการเมืองเก่าต้องจดจำความรู้สึกที่ไม่แตกต่างกันนี้ไว้ และไม่ควรพูดดูถูกกันทางการเมืองแบบเอาแต่ดีแต่ได้ นอกจากนี้ เวลาอภิปรายฯ นายกฯ ยังเป็นการเมืองที่ประหลาด เมื่อฝ่ายรัฐบาลกำหนดให้เริ่มพูดตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึงตีห้าครึ่ง และที่สำคัญนายกฯ ถูกอภิปรายฯ คนเดียว ยังแสดงภาวะผู้นำแปลกๆ จะหนีไปนอน ไม่อยู่ฟังหรือชี้แจงข้อกล่าวหา ของฝ่ายค้าน แบบนี้สะท้อนถึงภาวะผู้เสพสุขและหลบเลี่ยงปัญหา

นายจตุพร ระบุว่า สิ่งสำคัญ รองนายกฯ หรือ รมต.คนอื่นจะลุกขึ้นตอบแทนไม่ได้ ต้องให้นายกฯ แสดงความสามารถทางสมองตอบเอง เพราะเป็นการอภิปรายฯ นายกฯ ยิ่งถ้าภาวะผู้นำถูกผู้มีบารมีนอกรัฐบาลคอยชี้นำนโยบายต่างๆ โดยล่าสุดบอกคิดแบบดังๆ จะซื้อหนี้ประชาชนยิ่งเป็นการลดทอนความสามารถทางสมองและภาวะผู้นำของนายกฯ ที่มีน้อยนิดต้องหดหายลงไปอีกจนแทบปลิดทิ้ง แล้วอยู่ในสภาพคิดเองไม่เป็น กลับได้เป็นนายกฯ ถูกคนนอกรัฐบาลครอบงำ

“เราเหมือนมีอำนาจซ้อนอำนาจอยู่ตลอดเวลา คนไม่มีอำนาจอะไรเลยพูดได้ทุกเรื่องจะเอาค่าไฟลดลงเหลือ 2.50 บาทต่อหน่วย แล้วทำไมไม่ทำ ถ้าค่าไฟฟ้าลงได้จริงทำไมไม่ให้นายกฯ พูด และ รมต.พลังงาน ก็นั่งทำตาปริบๆ กันอยู่ ซึ่ง รมต.ก็พร้อมอยู่แล้ว แล้วทำไมไม่ทำ ลงมือทำสิ”

นายจตุพร กล่าวว่า เรื่องบางเรื่องนั้น แม้เคยพูดสร้างความฝันประชาชนว่า จะทำทันที แต่เลยเวลาเป็นรัฐบาลมานานแล้ว กลับทำไม่ได้ ดังนั้น จึงเป็นแต่การสร้างฝันให้ประชาชนผู้เดือดร้อนเป็นทาสความหวังลมๆ แล้งๆ กับคำพูดเท็จทางการเมือง ยิ่งประกาศสร้างบ้านเพื่อคนไทย โชว์แถลงใหญ่โต แล้วขณะนี้ทำได้กี่ยูนิตแล้ว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับการอภิปราย ฯ ครั้งนี้ เชื่อว่า นายกฯ และพรรคเพื่อไทยมีความวิตกแน่นอน เพราะต้องยอมรับความจริงส่วนหนึ่งที่อำนาจและผลประโยชน์ถูกใช้ไปทำลายแต่ละกระบวนการยุติธรรมและการตรวจสอบ ซึ่งความลับไม่มีในโลก แล้วอย่างนี้บ้านเมืองจะเหลืออะไร เมื่อกฎหมายไม่เป็นกฎหมายสามารถเปลี่ยนคำพิพากษาของศาลได้ เปลี่ยนกระทั่งไม่ต้องติดคุกสักวัน เหนืออื่นใดยังกล้าไม่ทำตามพระบรมราชโองการฯ ลดโทษ

“ในสถานการณ์การเมืองที่เปราะบางขณะนี้ อย่าไปปรามาสเนื้อหาการอภิปรายฯ ของฝ่ายค้าน หากพรรคประชาชนประกาศเอาจริงแล้ว เชื่อว่า เนื้อหาที่ถูกนำมาพูดในสภาจะทำให้อึ้งกันแน่นอน ส่วนการประท้วงของพวกองครักษ์พิทักษ์ข้อบังคับการประชุม ย่อมขาดสติและจะเป็นตัวตลกในสายตาประชาชนไป”

นายจตุพร กล่าวว่า การสร้างบ่อนกาสิโนและพนันออนไลน์ประชาชนความหวั่นวิตกว่า จะทำให้สถาบันหลักของชาติ และความมั่นคงของประเทศ รวมถึงคุณภาพประชาชนอ่อนแอหรือแข็งแรง? ซึ่งวิญญูชนย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า ในอนาคตยากจะหยุดยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติได้ การสร้างบ่อนกาสิโนเป็นการคิดเอาแต่แก้ปัญหาการเงิน โดยใช้เงินเป็นข้ออ้างนำหน้า ส่วนวิถีสังคมทุกอย่างสุ่มเสี่ยงสูญหาย ดังนั้น ถ้าประเทศไม่ตั้งหลักกันให้ดีแล้ว เราจะไม่เหลืออะไรที่เป็นสิ่งดีๆ ไว้ให้ลูกหลายชื่นชม สืบสานกันเลย

นายจตุพร เชื่อว่า หลังการอภิปรายฯ จบแล้ว พรรคการเมืองต้องประเมินสถานการณ์กันให้ดี ยิ่งการสร้างความฝันจากความเท็จล้วนเป็นอุปทานที่ผิด ย่อมนำพาบ้านเมืองไปสู่ความเสียหายย่อยยับ ดังนั้น หลังการอภิปรายครั้งนี้ จะเกิดสภาวะการณ์กรรมตามทัน โดยสิ่งที่ได้มาอย่างไรก็จะไปอย่างนั้น

นายจตุพร เปรียบเทียบว่า การสร้างภาพซอฟพาวเวอร์โชว์ใส่กางเกงทรงหลวมลายของดีประจำจังหวัดพร้อมเสื้อสูทยิ่งดูประดักปะเดิดน่าอับอาย ซึ่งวิธีสื่อภาพลักษณ์แบบคิดง่ายๆ กลับทำไม่ได้ แล้วนโยบายที่เป็นเรื่องยากจะนำมากล่าวโชว์กันอย่างไร

“ถึงที่สุด เมื่อทำไม่ได้ กลับสร้างฝันใหม่ต่อเนื่องไป เพื่อกลบเกลื่อนให้คนลืมฝันเก่าวันแล้ววันเล่า และบ้านเมืองเราจะมีผู้ปกครองแบบนี้กันจริงหรือ? ดังนั้น ประเทศถ้าไม่สังคายนาประชาธิปไตยกันใหม่ก็จะไม่เหลืออะไร และยากจะพัฒนาประเทศได้เลย”

นายจตุพร กล่าวว่า ไทยเดินมาถึงจุดเป็นประเทศที่ต่างชาติน่าจะมาลงทุน กลับหนีหายหน้าไปลงทุนในประเทศเวียดนามมากขึ้น ซึ่งเวียดนามปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์เป็นคู่ขัดแย้งกับอเมริกาและยุโรป ต่อสู้ทำศึกกันรุนแรง แต่วันนี้ต่างชาติกลับไปลงทุน เพราะมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งสิ่งสำคัญอยู่ที่เอาจริงเอาจังกับการปราบทุจริตคอร์รัปชัน

ส่วนไทยปล่อยปละละเลยทำเฉยชาและยื้อให้คนมีคดีทุจริตได้อยู่ในตำแหน่ง ใช้งบประมาณรัฐ โดยโครงการก่อสร้างอาคารแล้วปล่อยทิ้งร้างไม่ตรวจสอบความผิดนำคนทุจริตมาลงโทษ ซึ่งวิถีที่แตกต่างเช่นนี้ ทำให้ต่างชาติขาดความน่าเชื่อถือ จึงหนีไปลงทุนในประเทศที่เข้มงวดและเอาจริงเอาจังกับการปราบทุจริตมากกว่า ดังนั้นในอนาคตไทยอาจมีสภาพแค่แหล่งฟอกเงิน อีกอย่างเมื่อผลักดันบ่อนกาสิโนยิ่งเน้นเสริมให้เกิดอบายมุขทำลายสังคมยิ่งขึ้น ประชาชนย่อมสูญสิ้นคุณภาพ การลงทุนจึงหนีหายไปประเทศอื่น ดังนั้น ไทยจึงล้าหลังความน่าเชื่อถือ ถูกจัดอยู่อันดับรั้งท้ายกลุ่มอาเซียน โดยชนะแค่พม่าประเทศเดียวเท่านั้น

“หลักของบ้านเมืองถูกทำลายยับเยินหมด จะสร้างบ่อนกาสิโน จะซื้อหนี้คนไทยโดยเอกชนก็ไม่รู้เป็นใครมาซื้อ และคนพูดก็ไม่รู้มีอำนาจรับผิดชอบอะไร เป็นบ้านเมืองที่ไร้หลัก คนนอกอำนาจรัฐบาลมักโอ่อวดความสำเร็จ หากเก่งจริงปล่อยให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้ได้อย่างไง เล่นกันสนุกสนาน พูดเท็จสร้างฝันจนบ้านเมืองขาดหลักการปกครองที่ดีนำพา เราจะปล่อยประเทศกันอย่างนี้เหรอ”

นายจตุพร กล่าวว่า ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ เมื่อ ครม.เลื่อนประชุมไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ 27 มี.ค.68 จึงขอชวนประชาชนมารวมตัวแสดงกำลังที่หน้าทำเนียบหนุนเสริมพลังกลุ่ม คปท. กองทัพธรรม และเครือข่ายอื่นๆ ที่ปักหลักอยู่แล้ว โดยเราจะไม่ปล่อยให้คนชั่วลอยนวล

“หลังการอภิปรายฯ นายกฯ คงไม่นานนัก จะถึงคิวภาคประชาชนเปิดอภิปรายนอกสภาสำทับอีกที เพื่อจะฉายให้เห็นว่า ในหลายเรื่องราวไม่อาจปล่อยให้บ้านเมืองเดินไปถึงจุดรัฐล้มเหลวได้ เพราะการหาประโยชน์ในปัจจุบัน ไม่รับผิดชอบอนาคตคืออันตรายของชาติบ้านเมือง ดังนั้น เราจะรอให้ประชาชนตื่นตัวกัน ตื่นวันไหนก็วันนั้นประชาชนจะลุกสำแดงพลังเพื่อนำพาไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ถูกต้อง” นายจตุพร กล่าว

‘ปธ.วิปรัฐบาล’อ่านเกม‘ฝ่ายค้าน’ ทำ‘ศึกซักฟอก’ไม่ราบรื่น ขุดหลุมล่อ รบ.ประท้วงหนักๆ

‘ปธ.วิปรัฐบาล’อ่านเกม‘ฝ่ายค้าน’ ทำ‘ศึกซักฟอก’ไม่ราบรื่น ขุดหลุมล่อ รบ.ประท้วงหนักๆ

‘ปธ.วิปรัฐบาล’อ่านเกม‘ฝ่ายค้าน’ ทำ‘ศึกซักฟอก’ไม่ราบรื่น ขุดหลุมล่อ รบ.ประท้วงหนักๆ

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 14.54 น.

“ปธ.วิปรัฐบาล”อ่านเกม”ฝ่ายค้าน” ทำ”ศึกซักฟอก”พรุ่งนี้ไม่ราบรื่น ขุดหลุมล่อ รบ.ประท้วงหนักๆ หวังสังเวยให้ประชาชนบูลลี่ เตือนอย่ามาตีรวนปั่นป่วนขึ้นราคาตัวเอง ขออย่าห่วง”นายกฯ”คุมอารมณ์ได้ ไม่มีโกรธ

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2568 นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี วันที่ 24 มี.ค.ว่า ดูแล้วไม่ราบรื่น เป็นธรรมดาของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่การยอวาที แต่เป็นการกล่าวหา ฝ่ายค้านคงกล่าวหาบุคคลในครอบครัวนายกฯ เยอะๆ เพราะต้องการให้รัฐบาลประท้วงมากที่สุด จะได้ถูกประชาชนบูลลี่ แต่ถ้าฝ่ายค้านทำผิดข้อบังคับการประชุมจริงๆ ก็จำเป็นต้องประท้วง พรรคเพื่อไทยไม่ลนลาน ไม่กีดกันการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ อย่างการตัดชื่อ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากญัตติ เป็นเรื่องของประธานสภาฯ กับฝ่ายค้าน ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล หรือการต่อรองเวลาก็เป็นเรื่องปกติ ฝ่ายค้านอย่ามาขึ้นราคาให้ตัวเอง เราไม่ให้ราคา ถ้าตีรวนปั่นป่วนมากๆ รัฐบาลมีสิทธิเสนอให้ปิดการอภิปรายได้ ยกมือตัดสิน ฝ่ายค้านก็แพ้อยู่แล้ว ถ้าอภิปรายกันดีๆ 2 วัน ไม่ว่ากัน แต่อย่ามาดราม่าว่ากันมากไป เรื่องกีดกันการอภิปราย ฝ่ายค้านได้ 28 ชั่วโมง ฝ่ายรัฐบาล 7 ชั่วโมง กีดกันตรงไหน ยุติธรรมไหม ถ้าจะก่อกวนมากๆ ก็เป็นสิทธิฝ่ายรัฐบาลเสนอปิดอภิปราย เราไม่ได้ขู่ แต่ไม่อยากทำ

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย แนะนำนายกรัฐมนตรีให้ควบคุมอารมณ์ให้ดี อย่าอ่อนไหวคำพูดแดกดันของฝ่ายค้าน นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ไม่ต้องห่วง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อยู่กับการเมืองมาตั้งแต่เด็ก มีประสบการณ์ทำงานการเมือง ไม่กังวล มั่นใจนายกฯ ควบคุมอารมณ์ได้ ไม่มีโกรธ การมุ่งสร้างแต่วาทกรรม ไม่ใช่ประชาชนจะชอบเสมอไป ชาวบ้านอยากฟังเหตุผล ข้อเท็จจริงมากกว่าวาทกรรม อยากให้การเมืองมีความสร้างสรรค์

‘ประยุทธ์’ยันไม่ป่วน ทักท้วงญัตติ‘ซักฟอก’ฝ่ายค้าน

‘ประยุทธ์’ยันไม่ป่วน ทักท้วงญัตติ‘ซักฟอก’ฝ่ายค้าน

‘ประยุทธ์’ยันไม่ป่วน ทักท้วงญัตติ‘ซักฟอก’ฝ่ายค้าน

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.07 น.

‘ประยุทธ์’ยันไม่ป่วน ทักท้วงญัตติ‘ซักฟอก’ฝ่ายค้าน

23 มีนาคม 2568 นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 24 มี.ค.68 ว่า การอภิปรายวันดังกล่าว ตนจะไม่ท้วงติงในที่ประชุมสภาฯ ถึงกรณีทำหนังสือถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ทบทวนการแก้ไขญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯที่ดำเนินการไม่ถูกต้อง เพราะมีผู้นำฝ่ายค้านลงชื่อรับรองการแก้ญัตติแค่คนเดียว เมื่อประธานสภาฯยืนยันการแก้ไขญัตติถูกต้อง จะไม่ท้วงติงอะไรในที่ประชุม การแสดงออกทางกฎหมาย ไม่ใช่การยับยั้งการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นคนละเรื่องกัน เชื่อว่าการอภิปรายวันแรกจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ราบรื่น ในฐานะทีมองครักษ์พิทักษ์ข้อบังคับการอภิปรายไม่ไว้วางใจอยากแนะนำสส.ไม่ให้ประท้วงพร่ำเพรื่อ ประชาชนจะเบื่อ นิดๆหน่อยๆต้องทนเอา

“การจะประท้วงต้องดูข้อเท็จจริงกับข้อบังคับการประชุมประกอบกัน หากฝ่ายค้านเอ่ยชื่อถึงนายทักษิณ ชินวัตรและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ต้องดูคำพูดหน้างาน เจตนา และข้อบังคับการประชุม มาพิจารณาจะประท้วงหรือไม่ ต้องดูหน้างานเป็นหลัก ไม่สามารถบอกได้ว่า พูดประโยคใดแล้วจะประท้วงทันที” นายประยุทธ์ กล่าว

‘ธนกร’ส่ายหัว ติง‘โรม’อย่าอ้างนิติสงคราม หลังป.ป.ช.จ่อฟันปม 44 สส.อดีตก้าวไกล

‘ธนกร’ส่ายหัว ติง‘โรม’อย่าอ้างนิติสงคราม หลังป.ป.ช.จ่อฟันปม 44 สส.อดีตก้าวไกล

‘ธนกร’ส่ายหัว ติง‘โรม’อย่าอ้างนิติสงคราม หลังป.ป.ช.จ่อฟันปม 44 สส.อดีตก้าวไกล

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 12.28 น.

‘ธนกร’ส่ายหัว ติง‘โรม’อย่าอ้างนิติสงคราม หลังป.ป.ช.จ่อฟันปม 44 สส.อดีตก้าวไกลเสนอแก้ม.112 บอก ควรแยกแยะหากผิดต้องยอมรับ ขอ อย่าเบี่ยงประเด็นสร้างความสงสารดราม่ากลบเกลื่อน เชื่อทุกอย่างยึดตามหลักฐาน-เจตนา

23 มีนาคม 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ รองหัวหน้าพรรคและสส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาอดีต 44 ส.ส.พรรคก้าวไกล กระทำการจงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ในการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน 1 ใน 44 อดีตสส.พรรคก้าวไกลออกมาพูดว่าป.ป.ช. พยายามที่จะใช้นิติสงครามเร่งรัดเอาผิด ว่า นายรังสิมันต์ ต้องแยกแยะเรื่องหน้าที่ของฝ่ายค้านในสภาที่ต้องตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่ฝ่ายค้านจะต้องทำอยู่แล้วตามบทบาทหน้าที่ปกติ และควรจะแยกเรื่องการกระทำกับหน้าที่ ออกจากกัน สิ่งที่เป็นหน้าที่ก็ต้องทำ ส่วนความผิดหากเกิดขึ้นก็ต้องรับรับผิดชอบตามกฎหมาย การเป็นสส.ไม่ใช่จะทำอะไรก็ได้ แต่ต้องเคารพกฎหมายและเป็นแบบอย่างให้กับประชาชนด้วย

เมื่อถามว่าแต่การออกมาให้ข่าวของเลขาป.ป.ช.ถูกมองว่าต้องการทำลายสมาธิฝ่ายค้านในช่วงที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ทางคณะกรรมการป.ป.ช. ได้รับคำร้องเรื่องตั้งแต่ปี2567 ต่อเนื่องจากคดี ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกลที่หาเสียงเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  จากนั้นดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อคณะไต่สวนแจ้งข้อกล่าวหาและให้เวลาผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจงข้อเท็จจริงตามกระบวนการ

ทั้งนี้ การที่นายรังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์สื่อ ในทำนองที่ว่ามีป.ป.ช.ความพยายามสกัดพรรคประชาชนไม่ให้ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลนั้น ตนมองว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและจงใจโยนความผิดให้คณะกรรมการป.ป.ช. ให้ถูกสังคมกดดันมองป.ป.ช.ไปในทางที่ไม่ให้ความยุติธรรม เรื่องนี้ เป็นสิ่งที่ไม่สมควร ตนมั่นใจว่าคณะกรรมการป.ป.ช. จะให้ความเป็นธรรมกับทุกคดี โดยยึดจากข้อเท็จจริงพยานหลักฐานและเจตนาประกอบในสำนวน หากไม่ผิดก็ไม่สามารถที่จะให้บุคคลใดรับโทษได้ จึงขอให้นายรังสิมันต์ ให้ความเป็นธรรมกับป.ป.ช.ด้วยเหมือนอย่างที่นายรังสิมันต์ ได้เรียกร้องหาความยุติธรรมให้กับตนเองและสส.ในพรรค

“อย่าเหมารวมการทำหน้าที่ของสส. เพราะเป็นสิ่งที่ควรต้องพึงปฏิบัติในสภาอยู่แล้ว และต้องแยกส่วนเรื่องคดีหรือการกระทำผิดหรือไม่นั้น ให้มีการชี้แจงข้อกล่าวหาตามขั้นตอนกระบวนการของกฎหมาย ไม่ควรสร้างวาทกรรมเรียกร้องความสงสารจากสังคม เพื่อมุ่งไปกดดันการทำหน้าที่ตรวจสอบของป.ป.ช. ซึ่งก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับองค์กรอิสระด้วย และไม่ควรเบี่ยงประเด็นสร้างความสับสนและเข้าใจผิดแก่ประชาชนในสังคม หากท้ายที่สุดผลของการวินิจฉัยออกมาเป็นอย่างไร นายรังสิมันต์และพวกก็ต้องยอมรับ จึงจะถือว่าเป็นแบบอย่างของสส.ที่ดีที่ปฏิบัติตามกฎหมาย อย่าอ้างคำว่านิติสงครามเลย เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่ที่เจตนาและหลักฐานข้อเท็จจริง” นายธนกร ระบุ

‘คดีชั้น14’อืด! ‘เลขาฯป.ป.ช.’เผยติดปัญหาขอข้อมูลหน่วยงานอื่น

‘คดีชั้น14’อืด! ‘เลขาฯป.ป.ช.’เผยติดปัญหาขอข้อมูลหน่วยงานอื่น

‘คดีชั้น14’อืด! ‘เลขาฯป.ป.ช.’เผยติดปัญหาขอข้อมูลหน่วยงานอื่น

วันอาทิตย์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2568, 09.59 น.

‘เลขาฯ ป.ป.ช.’รับคดี‘ชั้น 14’อืด ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ติดปัญหาขอข้อมูลจากหน่วยงานอื่น ลั่นพยายามเก็บหลักฐานทุกมิติ หวังได้ข้อเท็จจริงมากที่สุด ไม่ฟันธงใช้เวลาอีกนานหรือไม่

23 มีนาคม 2568 นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีการไต่สวนเจ้าหน้าที่รัฐที่ช่วยเหลือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ได้รับการรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ โดยไม่ต้องถูกคุมขังในเรือนจำว่า ทางคณะไต่สวนได้ดำเนินการไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งพยานบุคคลและเอกสาร โดยมีการเรียกเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง ไต่สวนพยานบุคคล รวมถึงการไปตรวจสถานที่ซึ่งมีพยานที่ให้ถ้อยคำไปร่วมตรวจด้วย ขณะนี้เราดำเนินการทุกมิติเพื่อรวบรวมหลักฐานให้ได้ข้อเท็จจริงมากที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางกรมราชทัณฑ์และโรงพยาบาลตำรวจ ได้ส่งเอกสารมาให้คณะไต่สวนหรือยัง นายสาโรจน์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบก็ส่งมา แต่ไม่ทราบว่าครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่คณะไต่สวนขอไปหรือไม่ เป็นรายละเอียดในสำนวน

เมื่อถามว่า การไปตรวจที่โรงพยาบาลตำรวจ ได้ข้อมูลอะไรมาประกอบสำนวนหรือไม่ นายสาโรจน์ กล่าวว่า ตนทราบแค่ขั้นตอนว่ามีการลงพื้นที่พาพยานบุคคลไปยืนยันตามจุดต่างๆ แต่รายละเอียดเป็นข้อมูลในสำนวน ซึ่งตนไม่ทราบ

เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่ได้รายงานหรือไม่ว่าการรวบรวมพยานหลักฐานทำไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว นายสาโรจน์ กล่าวว่า เป็นดุลยพินิจของคณะไต่สวนว่าตั้งกรอบไว้แค่ไหน สำนักงาน ป.ป.ช.ทราบเพียงว่าเขาดำเนินการถึงขั้นตอนไหนแล้ว แต่ในส่วนแผนการไต่สวนว่าต้องมีพยานหลักฐานมากน้อยเพียงใด เราไม่สามารถเข้าไปประเมินได้

เมื่อถามว่า คาดว่าต้องใช้เวลาอีกนานหรือไม่ในการสรุปสำนวน นายสาโรจน์ กล่าวว่า หากพยานหลักฐานครบถ้วน ก็สามารถสรุปสำนวนได้ อย่างไรก็ตาม คดีนี้ต่างกับคดี 44 ส.ส.พรรคก้าวไกล เพราะคดี 44 ส.ส.ไปถึงขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว แต่คดีชั้น 14 ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ดังนั้น หลังจากสรุปสำนวนต้องพิจารณาเป็นสองส่วน คือ 1.มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ หากมีก็จะไปสู่ขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหา 2.หากไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ ก็ถือว่าไม่มีมูลเพียงพอที่จะไต่สวนต่อไป ต้องสรุปความเห็นให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณา

เมื่อถามว่า คดีนี้ติดปัญหาหรือล่าช้าตรงไหนหรือไม่ นายสาโรจน์ กล่าวว่า มีในส่วนของข้อมูลที่เรียกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้งข้อมูลที่เปิดเผยได้และเปิดเผยไม่ได้ เพราะมีกฎหมายหลายฉบับคุ้มครอง ทางคณะไต่สวนก็พิจารณาว่าเรื่องไหนที่เปิดเผยได้และยังไม่ส่งมา หรือมีข้อจำกัดในการเปิดเผยก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน เพราะแต่ละหน่วยงานมีข้อจำกัดและกรอบในการดำเนินการของตัวเอง จึงอาจมีข้อขัดข้องที่ทำให้ระยะเวลาไม่ได้รวดเร็วหรือทำให้ล่าช้า

เมื่อถามย้ำว่า จากการลงพื้นที่และการได้รับเอกสาร จะทำให้การทำงานหลังจากนี้รวดเร็วขึ้นหรือไม่ นายสาโรจน์ กล่าวว่า หากครบถ้วนสมบูรณ์ก็เร็ว แต่เราไม่ทราบว่าต้องมีเนื้อหาขนาดไหนจึงจะถือว่าสำนวนครบถ้วน เพราะเป็นดุลยพินิจของคณะไต่สวนในส่วนของสำนักงาน ป.ป.ช.แค่สนับสนุนและกำกับติดตามการดำเนินการ